[S.Fic Attack on Titan][Levi x Eren]Pet

ปะป๋ารีไวล์ & มะหม้าเอเลน The ซีรีย์
 

 

[S.Fic Attack on Titan] Pet

Paring : Levi x Eren

Rate    : PG-15

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 
 
Pet
 
 
 
 
 
 
 

รองเท้าหนังบูทเย็บขึ้นมาถึงข้อเท้าเล็กๆก้าวเดินย่ำผ่านทางเดินเล็กๆขนาบพงหญ้าสูงชันเกือบมิดศีรษะเด็กชายตัวเล็กผมสีดำสนิท มือเล็กกร้านกระชับสายสะพายตะกร้าไม้สานที่แบกไว้ด้านหลัง ด้านในบรรจุฟืนจากเศษไม้ ตาสีเขียวมรกตค่อนข้างฉายแววขวางโลกหันมามองต้นเสียงร้องโอดคราญด้านหลัง

“ก็บอกแล้วไง..ว่าให้รออยู่บ้านเอรีล”

“ก..ก็เอรีล..อยากออกมาช่วยพี่อลันนี่นา” น้องสาวฝาแฝดคนละฝาในชุดกระโปรงสีขาวยาวถึงหัวเข่าแบกสะพายตะกร้าสานเก็บฟืน ยินเอามือเท้าเข่าหายใจหอบจนหน้าใสๆกลมน่ารักขึ้นสีแดงก่ำ รับกับเรือนผมสีน้ำตาลมัดแกละต่ำสองข้างเล็กๆ ตากลมโตสีเทาเข้มเกือบดำฉายแววอ่อนล้าเหนื่อยหอบเห็นได้ชัด 

 

อลันถอนหายใจมองน้องสาวจอมดื้อที่งอแงอยากออกมาเก็บฟืนข้างนอก ก่อนจะเดินไปแล้วยื่นมือมาข้างหน้า  เอรีลเงยหน้าจ้องมองมือเล็กๆของพี่ชายแล้วส่งมือจับตอบให้เด็กผมสีดำพาจูงเดินนำทางไปข้างหน้า

 

 

 

แซ่กๆ

 

เสียงขยับเคลื่อนบางอย่างในพงหญ้าทำให้ทั้งสองสะดุ้ง เด็กน้อยวัยเพียง 5 ขวบหันไปมองพร้อมกัน…พงหญ้านั่นหยุดนิ่ง..บางที่คงหูฟาด…

 

 

แซ่กๆๆๆๆ

 

 

 

คราวนี้พงหญ้าสั่นขยับไหวรัวกว่าเก่า เอรีลร้องจ้ากระโดดเข้าเกาะหลังพี่ชายแน่นจนเล็กจิกลงบนบ่า  อลันกลืนน้ำลายลงคอหวั่นใจยอมรับว่าเขาเองก็กลัวจนใจร่วงไปอยู่ตาตุ่มเหมือนกัน เด็กชายผมดำค่อยๆหยับท่อนฟืนในตะกร้าถึงจะเป็นกิ่งไม้แต่ความหนาและน้ำหนักก็พอฝาดหัวไอ้ตัวปริศนาที่ซ่อนอยู่ใหสลบได้คาที่

“พ…พี่อลัน..อะไรอยู่ในนั้นนะ..”  เสียงใสกังวานสั่นเครือ เด็กผู้หญิงตัวน้อยน้ำตาไหลตัวสั่นเท้า ใบหน้าหวานกลมลอดมองพงหญ้าที่ขยับไหวตรงหน้าผ่านไหล่พี่ชาย  เธอคงไม่รู้ว่าอลันเองก็หน้าซีดเหงื่อแตกแต่พยายามคุมสติไว้ให้นิ่ง มือน้อยกำท่อนไม่แน่นจนเห็นข้อขาว กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

 

…กลัว…จะเป็นพวกเสือ..ไม่ก็สิงโต..

ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็แย่แน่!!!พ่อก็ไม่อยู่ด้วย!!!!

 

 

 

แซ่ก!!!!!!!!!!

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

 

 

.

.

 

“หือ?”   เสียงหวานครางเมื่อกาน้ำร้อนส่งเสียงร้องวี้ดๆพ่นไอน้ำออกมาจากช่องฝา คนหนุ่มวัย 20 ปี..ผู้แปลงกายเป็นไททันได้กับเชื้อสายราชวงศ์ของเหล่าไททันที่ถูกยกสถานะให้เป็นเจ้าหญิง ลุกจากเก้าอี้ขาเรียวสวยใต้กระโปรงตัวยาวถึงตาตุ่มทับด้วยผ้ากันเปื้อนเดินตรงไปดับไฟที่จุดไว้ในเตา แล้วหยิบเอาถุงมือผ้าเช็ดมือที่แขนไว้บนผนังมาจับหูกาน้ำชายกขึ้นไปวางบนเคาท์เตอร์ไม้  

 

แอ๊ด!!!!

 

ประตูเปิดออกพร้อมกับการกลับมาของชายหนุ่มอายุมากว่านับ 10 ปีผู้เป็นสามี ใบหน้าคมคายดุดันแม้จะวัยที่มากขึ้นยังคงไว้ซึ่งความหล่อเหลา คมเข้ม ชวนหยุดหายใจ ในมือถือปืนส่วนมืออีกข้างลากเป็ดป่าตัวใหญ่เข้ามาหนึ่งตัว

“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ รีไวล์” เอเลนคลี่ยิ้มหวานให้สามี  เอ่ยเรียกสรรพนามที่ตกลงกันไว้ครั้นเมื่อตั้งท้องลูกแฝดชายหญิงทั้งสองคน  รีไวล์อดีตทหารผู้แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์พยักหน้าตอบรับคำเหล่านั้นแล้ววางปืนพิงผนังบ้าน ก่อนจะถือเป็ดป่าที่ถูกล่าวางลงกับโต๊ะกินข้าวพร้อมทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ที่ประจำของตน

 

“ดื่มกาแฟไหมครับ น้ำร้อนพอดี”

“อืม” ครางในลำคอตอบตกลง ดวงเนตรคู่คมสบตาภรรยาที่หันไปหยิบถ้วยชาของที่เก็บไว้ในตู้ออกมา  ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่แม้จะผ่านไป 5 ปีแล้ว..เอเลนดูไม่ต่างไปจากก่อนซักนิดร่างเพรียวสูงโปร่งบอบบางในชุดกระโปรงสวมทับผ้ากันเปื้อนหากใครเห็นคงไม่เชื่อว่าผ่านการมีลูกมาแล้วถึงสองคน เรือนผมสีน้ำตาลที่ปล่อยยาวจนคลอสะโพกยิ่งทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ดูเหมือนผู้หญิงยิ่งกว่าเก่า จากปกติก็หน้าหวานอยู่แล้ว…

 

 

..ท่อนบนเป็นชาย..ท่อนล่างเป็นหญิง..

การสืบพันธุ์ของไททัน..แปรสภาพตามคู่ชีวิต…

 

 

“อลันกับเอรีลไปไหน?” เสียงทุ้มเอ่ยถามภรรยาของตน 

“ไปเก็บฟืนนะครับ..ออกไปหลังรีไวล์สักพักนึงแต่เดี๋ยวก็คงกลับมา” เอเลนตอบพลางตักเมล็ดกาแฟคั่วลงในถ้วยชา ตามด้วยน้ำตาลหนึ่งช้อนชา สุดท้ายน้ำร้อนในกาค่อยๆเทริน 

“เอรีลออกไปเก็บฟืน?”

“ครับ..ตอนแรกอลันจะออกไปคนเดียว แต่เอรีลงอแงอยากตามไปให้ได้”  เอเลนชงกาแฟเสร็จเดินมาเสริฟ์วางตรงหน้าสามี ปากอิ่มสีชมพูคลี่ยิ้มขำขันยามนึกถึง สีหน้าออดอ้อนของลูกสาว ส่งสายตาคลอเบ้าไปยังอลันลูกชายคนโตที่ทำท่าขึงขังไม่ยอมที่เดียวจนสุดท้าย..ก็ใจอ่อนยวบพาน้องสาวที่มักอยู่ช่วยงานบ้านเรือนกับเขาเป็นประจำออกไปข้างนอก    

 

 

 

นิสัยของอลันแทบถอดแบบรีไวล์ออกมาไม่มีผิดเพี้ยน

..จะไม่เหมือนหน่อยก็ตรงใจอ่อนง่ายกว่าละมั้ง..

 

 

 

เอเลน เยเกอร์หันไปมองนาฬิกาลูกตุ่มเล็กๆทำจากไม้ติดบนเพดาน..เข็มนาฬิกาตีบอกชี้เลข 1 เวลายามบ่ายกว่าๆแล้ว ออกไปหลังรีไวล์ที่มักตื่นแต่เช้าตรู่ไปล่าสัตว์แค่ราวๆ สองสามชั่วโมง แต่ไหง..ช้านัก

“เห..ทำไมอลันเอรีลช้าจังนะ”  พอเห็นนาฬิกาใจของคนเป็นแม่เริ่มพะวง  คิ้วเรียวมุ่นเล็กน้อยสายตาในเนตรสีมรกตกลมโตเห็นชัดว่าเริ่มเป็นห่วงลูกๆทั้งสองคน

“เดี๋ยวก็กลับมาเอง ไม่ต้องไปห่วงมาก”  บุรุษผมสีดำตัดสั้นยกกาแฟขึ้นจิบละเลียดลิ้มรสขมหนักแน่นซ่อนหวานแบบที่เขาชอบ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยละสายตากลับมามองรชายส่วนสูงน้อยกว่านับ 10 เซนแต่กลับแข็งแรงกว่าหลายเท่า ไหนจะ..กล้ามเนื้อเป็ดมัดซ่อนไว้หลังเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกนั่นอีก…

 

“แต่ว่า…”

 

“เด็กพวกนั้นเป็นถึงลูกฉันกับแก..ไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอก อีกอย่างอลันก็อยู่”  คนเป็นพ่อเหมือนจะไม่ห่วงลูกเอาเสียเลย ก็พอเข้าใจอยู่..ว่าชายหนุ่มไม่ได้สอนให้เด็กๆ อยู่ใช้ชีวิตประจำเรื่อยๆเปื่อยๆเหมือนลูกชาวบ้านทั่วๆไป โดยเฉพาะอลัน..เรื่องฝึกดาบถึงเป็นศิลปะป้องกันตัวและเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินปกป้องคุ้มครองคนก็เถอะ แต่ไอ้การที่เตะลูกจนกลิ้งหลุนๆคลุกดินแบบนั้นมันใช้ได้ที่ไหน  เคยร้องห้ามปรามแล้วแต่สามีก็ไม่เคยฟัง…

 

“แกเป็นลูกชายของฉัน อย่ากระจอกให้มาก”

 

คำพูดพร้อมเสียงทุ้มเย็นเยียบนั่นยังติดตรึงในสมองของคนทุกคน ทว่าคงไม่มีใครจำฝังลึกเท่าอลัน ลูกชายที่ค่อนข้างนิสัยโตเกินวัย..พูดก็น้อย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยร้องไห้ซักแอะ ขนาดโดนเตะจากบิดาที่ไม่สามารถเข้ามาโจมตีได้นั้น..ดูจากความเจ็บ…ที่น่าจะพอๆกับตอนที่เอเลนโดนกระทืบกลางศาล  อลันยังคงสีหน้านิ่งเรียบ หากแต่ดวงตาวาวโรจน์มุ่งมั่นหมายจะเอาคืนมาก   ทางลูกสาวหากเทียบแล้ว..รีไวล์ค่อนข้างตามใจอย่างเห็นได้ชัด..ถึงจะเงียบๆขึงขังแต่พอลูกน้ำตาคลอเข้าหน่อย..อยากได้อะไรก็ไปหาให้จนได้ ส่วนมากจะสอนเอรีลอ่านหนังสือเสียมากกว่า แน่นอนว่าอลันก็ต้องเรียนด้วยต่างกันก็แค่มีฝึกพิเศษการต่อสู้

 

เข้าใจว่าแนวทางการเลี้ยงลูกชายลูกสาวไม่เหมือนกัน…เหมือนที่พ่อแม่ของเขาเลี้ยงมิคาสะกับเขามาต่างกัน ..ถึงสุดท้าย..มิคาสะจะแข็งแรงกว่าหลายเท่าก็เถอะ…คิดแล้วก็อดสมเพชอนาถตัวเองเสียไม่ได้….

 

 

ความเป็นห่วงจนทุกข์ใจสลายหายไปเมื่อประตูบ้านเปิดออกพร้อมการกลับมาของลูกๆทั้งสองคน  เอเลนคลี่ยิ้มร่าเริงวิ่งไปหาลูกแฝดชายหญิงคนละฝา 

 

“กลับมาแล้…อลัน!!!!ทำไมตัวมอมแมมแบบนี้!!เอรีลก็ด้วย!!!” 

บุรุษผมสีน้ำตาลยาวสลวยคลอรับหน้าหวานสะสวยอุทานเสียงดังเมื่อ..อลันกับเอรีลเขรอะฝุ่นมอมแมมเปื้อนดินตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมสีดำยุ่งเหยิงชี้กระดกพอๆกับผมสีน้ำตาลมัดแกละ..สภาพแบบนั้นเรียกสีหน้าหงุดหงิดบนใบหน้าของบิดานิสัยรักสะอาดเข้าเส้นนั้นไม่เคยจากไปไหนติดเป็นกมลสันดาน พอเห็นอะไรสกปรกเข้าหน่อยก็อดรำคาญลูกตาเสียไม่ได้

“ผมหกล้มนิดหน่อยฮะ” อลันตอบมารดาหน้านิ่งไร้อารมณ์ ยืนนิ่งปล่อยให้เอเลนหยิบเอาผ้าสะอาดเช็ดใบหน้ามอมแมมของลูกๆทั้งสองทีละคนจนกลับมาใสสะอาดเหมือนเดิม

 

“ไปทำอะไรมา”  รีไวล์ถามทั้งเสียงเรียบ ดวงเนตรคู่คมสีดำสนิทจ้องมองลูกๆในไส้ทั้งสองคน  เอรีลหลุบตาสีเดียวกับบิดาแต่กลมโตน่ารัก ขาเล็กใต้รองเท้าหุ้มส้นค่อยๆก้าวเดินเข้ามาหาผู้เป็นพ่อ มือไพล่หลัง…เหมือนซ่อนอะไรไว้…

“คุณพ่อคะ..คือ…” เสียงใสกังวานอ้ำอึ้ง…ก่อนจะค่อยๆช้อนมองสบตาบิดา…ตาสีเทาอ่อนเข้มเกือบดำพราววิบวับคาดหวังวอนขออะไรบางอย่าง  สิ่งที่ซ่อนไว้ด้านหลังหยิบออกมาโชว์ต่อหน้ารีไวล์

 

“โฮ่ง!!!!”  

“เห..นั่นลูกหมาป่าไม่ใช่เหรอ?” เอเลนกระพริบตามองลูกหมาป่าขนสีเทาท้องขาวเห่าร้องกระดิกหางขนฟู และหูตั้งๆกระดิกไปมา ตาสีน้ำตาลกลมโตน่ารักของมันแสนใสซื่อจ้องสะท้อนหน้าเรียบนิ่งของหัวหน้าครอบครัว อยู่ในอ้อมแขนลูกสาวตัวน้อยยิ้มเผล่จนแก้มยุ้ย

 

“คุณพ่อ..หนูกับพี่อลันขอเลี้…”

“ไม่ได้”  ปฏิเสธโดยไม่รอให้ลูกสาวพูดขอจนจบ  เอรีลตกตะลึงตากลมโตสั่นไหวเด็กน้อยเดินเข้าไปใกล้บิดาอีก ส่งสายตาอ้อนคลอเบ้า   

“ต..แต่ว่า..มันน่าสงสารออกนะคะ…”

“บอกว่าไม่ก็คือไม่”  เอาแล้ว…เอเลนมองแนวความคิดขัดแย้งอย่างเห็นได้ชัดระหว่างพ่อกับลูกสาว  ตาสีเขียวคู่คมกลมโตมองสามีสลับลูกสาวที่ก้มหน้าก้มตาลงกอดลูกหมาป่าแน่น เริ่มสะอึกสะอื้นฮักๆ 

“เลิกร้องได้แล้ว พ่อไม่อนุญาตเอามันไปปล่อยที่เดิมซะ”  สั่งลูกสาวเสร็จก็หันไปดื่มกาแฟด้วยท่าทีเฉยชา ไม่รู้สึกรู้สาว่าคำพูดตัดรอนของจนทำให้เอรีลร้องไห้แสดงความเสียใจออกมา 

 

“คุณพ่อใจร้าย!!!!”  เอรีลตะโกนแผดเสียง ร้องงอแงวิ่งพลุนพลันออกไปจากบ้านอุ้มเจ้าลูกหมาป่าที่เห่า โฮ่งๆ ออกไป

“เอรีล!!!!” เอเลนร้องเรียกลูกสาวของตัวเอง

“เดี๋ยวผมไปตามเอรีลเอง” อลันออกอาสาวิ่งไล่ตามน้องสาวออกไปจากบ้านด้วยอีกคน  ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งบางผู้เป็นแม่จ้องมองแผ่นหลังของเด็กชายผมสีดำวิ่งออกไปไกลจนลับสายตา ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันกลับมามองสามีที่ซดกาแฟจนหมดนั่งไขว่ห้างเอกเขนกบนเก้าอี้ไม้ติดโต๊ะกินข้าว 

 

“รีไวล์ครับ..ไม่เห็นต้องพูดทำร้ายน้ำใจเอรีลขนาดนั้นก็ได้นี่ครับ” เอเลนเอ่ยแกมต่อว่าสามีนิดๆว่าพูดไม่ถนอมน้ำใจลูก

“ฉันไม่ชอบอ้อมค้อมแกก็รู้” 

นี่แหละ..รีไวล์ตัวจริงดื้อด้านยึดมั่นว่าสิ่งที่ตนเป็นอยู่ถูกต้อง เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลยาวถอนหายใจอีกระลอก..อีกหน่อยพอแก่ตัวไปต้องโดนหาว่าเป็น ตาแก่หัวรั้นแน่ๆ

“แล้วทำไม..ถึงไม่ให้เลี้ยงล่ะครับ แค่ลูกหมาป่าตัวเดียวเอง” ถามด้วยสีหน้าฉงนงุนงง ทั้งที่ปกติเอรีลอ้อนนิดอ้อนหน่อยถ้าไม่ใช่เหตุผลร้ายแรงอะไรก็น่าจะยอมๆทำให้โดยง่ายอยู่แล้ว ทว่า…คราวนี้มองยังไงก็หาเหตุผลที่บุรุษผมดำอดีตทหารเก่าปฏิเสธไม่ออกเอาเสียเลย…

 

บุรุษอายุราว 35 ปีนั่งเงียบจดจ้องถ้วยกาแฟที่ว่างเปล่าทิ้งไว้เพียงแค่คราบสีน้ำตาลก้นแก้ว  เงียบ…นานไม่ยอมตอบอะไรกระทั่งภรรยาคนสวยมาทรุดนั่งตรงข้ามที่ประจำของเธอ ตาสีเขียวจ้องมองเค้นหาความจริงจะได้เอาไปพูดบอกกับเอรีล  เพราะรีไวล์มักตอบแค่ใช่กับไม่ใช่แค่นั้น เหตุผลยืดยาวไม่ค่อยจะบอก หน้าที่นี้มักตกเป็นของเขาโดยปริยา

 

..ทำนองว่าชี้แจง..ไขกระจ่างในคำพูดสั้นๆให้ชัดเจนยิ่งขึ้น…

 

 

“เพราะ..หมามันสกปรก”

“…..”

“อุ๊บ!!!!” เอเลนหลุดหัวเราะพรืดออกมา พอได้สติรีบยกมือปิดปาก..หากแต่ไม่ทันเอาเสียแล้วสามีของเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้มายืนประชิดข้างๆเสียแล้ว  ดวงหน้าหวานใต้เรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่ก เมื่อเห็นหน้าดุดันขึงขังคิ้วขมวดเป็นปมกับตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดออกมาเห็นได้ชัด

“โห..ตลกมากสินะ เอเลน เยเกอร์”

“ม..ไม่ใช่นะครับ!!หวา!!! แขนแกร่งรวบกอดแบกคนตัวสูงโปร่งขึ้นบ่าแล้วพาเดินเข้าห้องนอนเพื่อลงโทษให้หนำใจโทษฐานริอาจมาหัวเราะเยาะ

 

 

.

.

.

 

 

เด็กผู้หญิงตัวน้อยวิ่งออกมาทั้งน้ำตา ขาเล็กๆขยับก้าว..วิ่ง…วิ่ง..แล้วก็วิ่งจนเหนื่อยหอบ ค่อยๆลดความเร็วลง..หยุดยืนอยู่หน้าเนินพื้นระดับนูนสูงเขียวชอุ่มไปด้วยหญ้าสีเขียวสลับกับโขดหินและทุ่งดอกไม้หลากสีสันที่มักออกมาเดินเล่นเพื่อเก็บดอกไม้ไปฝากแม่ รวมถึงปักแต่งในแจกัน บ้างก็มาทักสานเป็นมงกุฎสวมเล่น…

 

สถานที่ของเอรีล..ทุ่งดอกไม้..

 

 

สายลมอ่อนพัดผ่านเอาเกสรปลิวว่อน เรือนผมสีน้ำตาลมัดแกละพลิ้วไหวคลอแก้มใสยุ้ยนิ่ม ดวงเนตรกลมโตสีเทาเข้มเกือบดำมองลูกหมาป่าในอ้อมแขน เจ้าหมาน้อยเอียงคอกระดิกหางดิ๊กๆ ก่อนจะขยับขึ้นมาเลียใบหน้าปาดเอาน้ำตาที่รินออก 

“เช็ดน้ำตาให้ฉันเหรอ..ไอน์”  กระซิบเอ่ยชื่อเจ้าลูกหมาป่า..ชื่อที่เธอกับพี่ชายตั้งให้ตอนพบเจอระหว่างแบกฟืนกลับบ้าน ตอนแรกทั้งกลัวทั้งผวาว่าจะเป็นสัตว์ร้าย..ตอนที่ไอน์พุ่งกระโจนออกจากพงหญ้าสูงชัน  อลันล้มคร่อมบังเอรีลไว้และนั่นคือสาเหตุที่เนื้อตัวมอมแมมคลุกดิน…ก่อนที่ความหวาดกลัวจะหายไปแทนที่ด้วยเสียงเห่าเรียกพร้อมอุ้งมือเล็กๆวางตะปบลงหลังของพี่ชายฝาแฝด เอียงคอกระดิกหางและหูดั่งเช่นตอนนี้

 

“เอรีล!!” เสียงตะโกนเรียกนามของเธอจากด้านหลัง เอรีลผินกายไปมอง…พี่ชายฝาแฝดวิ่งกระหืดหอบมาก่อนจะ..ค่อยๆชะลอฝีเท้าย่างก้าวเดินมาใกล้   “เธอไม่ควรวิ่งมาแบบนี้ เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง”

“ขอโทษ..” ก้มหน้างุดสำนึกผิด ที่ถูกพี่ชายต่อว่า..ตากลมโตสั่นระริกน้ำตารื้น ตาสีเขียวเรียวนิ่งไร้อารมณ์ปริบมองน้องสาวเด็กขายผมดำแฝดพี่ถอนหายใจเดินเข้ามากอดแฝดน้องลูบหัวปลอบโยน เหมือนที่เคยแอบเห็นพ่อปลอบโยนแม่บ่อยๆ

“ชู่ว์..เลิกร้องได้แล้ว”

“ฮึกๆฮือออ..พ..พี่อลัน..เอรีล..เอรีลสงสารไอน์..”

 

อลันหรี่ตากระชับกอดน้องสาวแน่น หลุบตาสีเขียวคมมองเจ้าลูกหมาป่าขนปุยสีเทาน่ารักในอ้อมแขน…ลูกหมาป่าที่พลัดพรากจากแม่ของมันวิ่งมาอย่างโดดเดี่ยวจนพบเจอพวกเราสองคน…

“ไม่ต้องห่วง..เอรีล..เลิกร้องได้แล้ว” เด็กชายปล่อยอ้อมกอดจากน้องสาวฝาแฝด ใช้นิ้วปาดน้ำใสที่ไหลรินจากดวงเนตรสีดำเข้มกลมโตสวย “ฉันจะลองคุยกับพ่อเอง..”

“ต..แต่ว่า..คุณพ่อ..”

“ฉันจะทำให้พ่อยอมให้เลี้ยงไอน์ให้ได้..ฉันสัญญา”  สัญญาลูกผู้ชายหนักแน่น..จะไม่ยอมให้น้องสาวต้องหลั่งน้ำตานิ้วก้อยถูกยกขึ้นมาตรงหน้าเด็กหญิงเรือนผมสีน้ำตาลมักแกละต่ำ เอรีลพยักหน้าแล้วยกมือเล็กเกี่ยวก้อยเป็นสัญญากับพี่ชาย

 

 

.

.

.

 

 

เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายสาม ดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนคล้อยลงใกล้ขอบฟ้า สภาสีส้มแดงสาดส่องฉายฉาบทุกแห่งหนดูสวยงามเรืองรอง..แสงอาทิตย์ยามเย็นฉายฉาบผ่านหน้าต่างในห้องนอนเปิดแง้มให้ลมอ่อนๆเล็ดลอดเข้ามาพลิ้วไหวผ้าม่านสีขาว..ลมยามเย็นบาดผิวขาวเนียนนุ่มตีตราร่องรอยสีกุหลาบให้สั่นสะท้านขนลุกซู่  เอเลนนอนคว่ำใต้ผ้าห่มสีขาวซุกใบหน้าหวานเหม่อลอยเหนื่อยหอบลงกับหมอน นอนนิ่ง..ปล่อยให้บุรุษผมสีดำสั้นที่นั่งเปลือยท่อนบนพิงหลังกับหัวเตียวเกี่ยวนิ้ววนเล่นเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่สบายกระจายทั่วฟูกเตียง

 

การลงโทษ..ที่สมเป็นรีไวล์..ลากยาวไปเกือบ 3 ชั่วโมงไม่มีหยุดพัก..

 

 

“รีไวล์..ผมว่าเรื่องเอรีล..”

“แกอยากโดนดีอีกใช่ไหม” คำขู่ทำเอาร่างสูงโปร่งกลืนคำต่างๆลงคอทันที หน้าหวานซีดเผือด..แค่วันนี้ก็ทั้งปวดสะโพก เหนื่อยแทบขาดใจตายแล้ว เอเลนส่ายหน้ารัวๆปฏิเสธทันควัน   ดูเหมือนรีไวล์จะพอใจที่อีกฝ่ายไม่เอ่ยปากช่วยพูดขอเลี้ยงลูกหมาป่า     ความเงียบปกคลุมอีกครา..ตาสีเขียวสะท้อนแสงอาทิตย์สีส้มแดงจ้องมองใบหน้าครึ่งซีกที่เอาแต่สนใจเล่นเส้นผมยาวนุ่มดุจไหมของเขา ปากอิ่มบวมขึ้นสีแดงช้ำจากการถูกกระหนำจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเริ่มเปิดบทสนทนาอีกครั้ง

“อลันไปตามเอรีลนานแล้วนะครับ”

“อ่า” ครางตอบสั้นๆ หน้านิ่งเรียบ..ราวกับไร้ความรู้สึก

 

ทว่า..เอเลนรู้ดีว่าอีกฝ่ายก็ห่วงลูกไม่แพ้ตัน..เพียงแต่เป็นคนไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์เท่าไหร่นัก…

 

รีไวล์เหลือบตามองนาฬิกาที่ฝาผนังนานครู่หนึ่ง..นานจนเด็กหนุ่มผู้แปลงร่างเป็นไททันสังเกตุได้และรู้ว่าอีกฝ่ายคอยดูเวลาว่าลูกๆฝาแฝดชายหญิงสองคนจะกลับมาเมื่อไหร่…

 

 

แอ๊ด!!!!

 

ประตูบ้านเปิดออก เอเลน เยเกอร์ ยิ้มดีใจปนโล่งอก..ขณะเดียวกันสามีของเขาเคลื่อนตัวลงจากเตียงก้มหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นมาสวมใส่ติดกระดุมเรียบร้อยเดินออกไปจากห้องนอน ทิ้งให้เอเลนที่พยายามฝืนกายที่ระบมสะโพกลุกขึ้นมานั่งคว้าหยิบเอาชุดกระโปรงยาวของผู้หญิงที่ตระกองบนพื้นไม่ห่างจากเตียงกว้างมาสวมใส่  พอขยับกาย..พวงแก้มใสขึ้นสีเข้มลามไปถึงใบหู

 

ของเหลว..ของเหลวอุ่นไหลออกจาก…

 

เอเลนรีบเลิกผ้าห่มก้มมองดูระหว่างขา..อวัยวะของสตรีเพศที่…เปรอะน้ำสีขาวขุ่นทั่ว..ยิ่งเห็นก็ยิ่งอายไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอีกฝ่ายจะปลดปล่อยมากมายจนถึงขนาดไหลทะลักออกมาข้างนอก

 

งานนี้ทำความสะอาดยาว..คงไม่ได้ออกไปเจอหน้าลูกเร็วๆนี้เป็นแน่..แน่นอนว่าคนเป็นแม่คงไม่รู้ ระหว่างที่กำลังจัดการทำความสะอาดตัวเองเพื่อไม่ให้ลูกๆทั้งสองได้เห็นอะไรน่าสงสัยเกินกว่าวัย 5 ขวบควรจะรู้..ที่ห้องกินข้าวรวบห้องครัวโถงทางเข้าบ้าน..รีไวล์ยืนกอดอกเขม็งมองลูกชายลูกสาวตรงหน้า..

“นี่หมายความว่าไง…บอกให้เอาไปปล่อยแล้วไม่ใข่เหรอ” ว่ากล่าวทั้งเสียงห้วนดุดัน ตาสีเทาเข้มเกือบดำคมปราดมองลูกหมาป่าตัวน้อยกระดิกหางในอ้อมแขนเล็กๆของเอรีล  แต่แล้วบางสิ่งบางอย่างโยนเข้ามาด้วยสัญชาติญาณที่ฝึกซ้อมมาตอนเป็นทหารจึงยกมือรับได้ทัน ..สิ่งนั้นคือดาบไม้..

“พ่อมาสู้กัน” อลันควงดาบไม้ที่มักใช้ฝึกซ้อมกับรีไวล์เสมอๆ ดวงสีเขียวฉายแววดุกร้าวไม่ต่างจากเขา มือเล็กๆชี้ดาบตรงหน้าบุรุษผมสีดำตัดสั้นผู้เป็นบิดา  “ถ้าผมชนะ..พ่อต้องยอมให้เอรีลเลี้ยงไอน์ ”

“โห..กล้าดีนี่ไอ้ลูกชาย” รีไวล์เอ่ยเสียงเรียบนิ่งเย็นชาผิดปกติ ปากหนากระตุกยิ้มเย็นในขณะที่อลันขมวดคิ้วหรี่ตามองคนตรงหน้า   

 

 

สังเวียนดาบเดือดเริ่มต้นที่หลังบ้าน…เอรีลนั่งอยู่บนทตอไม้ใหญ่ที่ถูกตัดโค่นไปในอ้อมแขนกระชับอุ้มลูกหมาป่าที่ส่งเสียงเห่า โฮ่งๆ ราวกับส่งกำลังใจไปเชียร์อย่างไงอย่างงั้น  ดวงเนตรกลมโตลูกสาวปริบมองบิดาที่ยืนสงบนิ่งกำดาบไม้ในมือ จ้องมองลูกชายที่ถือดาบไม้ตั้งท่าเตรียมสู้อยู่ฝั่งตรงข้าม   เอรีลมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าลำบากใจ…

 

เด็กชายผมดำพุ่งเข้าหาโจมตีก่อน มือเล็กๆกระชับจับดาบไม้ในมือทั้งสองแน่นแล้วตวัดเข้าเล็งที่เอวของบิดา

 

 

แกร๊ก!!!!!

 

 

รีไวล์กันดาบไม้ได้อย่างสบายๆไม่ว่าอลันจะบุกโจมตีเท่าไหร่..ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อแทบไม่ขยับเท้าออกจากจุดเดิม อย่างมากก็แค่หมุนตัวกันดาบไม้ป้องกันได้ทุกการโจมตี…

 

 

ผัวะ!!!!!!!!

ดาบไม้ยาวฟาดเข้ากลางลำตัว อลันกระอักน้ำลาย จุกแน่นหงายหลังกระเด็นกลิ้งนอนคลุกดินไปกับพื้น 

 

“พี่อลัน!!!”

“โฮ่ง!!!!”

 

เด็กชายตัวเล็กค่อยๆยันกายขึ้นมาทั้ง มือกุมท้องที่ถูกสันดาปไม้ฟาดเข้าฝืนความเจ็บจนจุก เสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวเข้ามาเงาดำทาบทับร่างของเด็กน้อยแต่กลับมีแววตาแข็งกร้าวเกินวัย..แววตาสีเขียวเหมือนมารดาแต่เรียวกว่ารูปโทนไปทางพ่อสบสายตาสีดำ…นัยน์ตาของชายผู้ถูกยกย่องว่าเป็นมนุษย์ผู้แข็งแกร่งที่สุด

“ยังจะสู้อีกเหรอ..ไอ้ลูกชาย”

“เรื่องของผม” ยันกายขึ้นมายืนหยัด กัดริมฝีปากเม้มแน่นจ้องเขม็งฝ่ายตรงข้าม แล้ววาดดาบไม่ใส่กระบวนท่าเข้าจู่โจม

 

 

 

โครม!!!

ผัวะ!!!

พลั่ก!!!!

 

 

เอรีลยกมือปิดหน้าปิดตาแน่น บางทีก็แอบแง้มช่องนิ้วดู แล้วก็หลับตาปี๋แน่น…เสียงอึกทึกครึกโครมนั่นมีเพียงรีไวล์กระทำเท่านั้น อลันแทบจะกลายเป็นกระสอบทรายให้ผู้เป็นพ่ออัดซ้อมเสียมากกว่า

“พ..พอที..พอได้แล้ว” เอรีลน้ำตาไหลพรากตัวสั่น..จ้องมองพี่ชายที่โดนฝ่าเท้าอัดเตะปลิวว่อนไปกระแทกกองฟืนที่วางเรียงชั้นไว้  อลันเนื้อตัวบอบช้ำทั้งที่เป็นแบบนั้นเด็กชายใต้เรือนผมสีดำยุ่งกลับชักสีหน้าเกรี้ยวกราดไม่ยอมแพ้..

 

มือกำดาบแน่นรวบรวมแรงที่มีวิ่งกระโจนเข้าโจมตี!!!!

 

แคร้ง!!!!!!!!

 

 

ดาบไม้ในมือทั้งสองเล่มหลุดลอย..ร่วงหล่นปักพื้นดิน..อลันทรุดหวบหน้าคว่ำกับพื้นพอจะหยัดกายลุกก็ถูกฝ่าเท้าหนักเหยียบซ้ำกลางหลัง 

“คุณพ่อ!!!พอแล้ว!!!พอแล้วค่ะ!!!” เอรีลปล่อยลูกหมาป่าลงกับพื้นวิ่งถลาเข้าไปกอดขาบิดาทั้งน้ำตา ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตาบวมเบ่งจังหวะเดียวกับที่เอเลนรู้สึกได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมที่หลังบ้าน เลยวิ่งออกมาดู

“รีไวล์!!!ทำอะไรนะครับ!!!” เอเลนร้องเสียงดัง ตาสีเขียวเบิกโพลงมองลูกชายที่นอนหมดสภาพบนพื้นใต้รองเท้าหนังของชายหนุ่มผมสีดำสนิทตัดสั้น ขาข้างนั้นมีเอรีลกอดแน่นร้องไห้จ้าจนตัวสั่น

 

“สั่งสอนไอ้เด็กปากดี” ตอบสั้นๆโดยไม่ยอมยกเท้าออก อลันเหลือกจ้องทำตาขวางใส่..กระตุ้นต่อมโมโหแก่รีไวล์ ปากหนาสบถคำหยาบรำคาญใจแล้วกำลังจะออกแรงประทุษร้ายใส่ ทว่าเอเลนวิ่งเข้ามากอดล็อคแขนสามีแน่นขวางกั้นไว้

 

“พอได้แล้วครับ!!พอได้แล้ว!!!ถ้าคุณไม่หยุดผมจะกัดมือตัวเอง!!!”

“แก…ขู่ฉันเหรอเอเลน!!” หน้าดุดันตวัดหันมอง ถลึงตาใส่ภรรยา..สีหน้าชวนผวาที่ไม่ได้เห็นมานานนั้นทำเอาร่างบอบบางสะอึกกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ตาสีเขียวสั่นไหวพอๆกับกำลังใจห้าวหาญร่วงไปอยู่ตาตุ่ม

 

“ม..ไม่ใช่..ผม..ผมแค่ไม่อยาก..ให้รีไวล์ทำร้ายลูก..” เสียงเบาอ้อมแอ้มอธิบาย มือเรียวยาวลูบต้นแขนแกร่งมัดกล้ามเบาๆ ราวกับเอาน้ำเย็นเข้าลูบให้อีกฝ่ายใจเย็นลงเท่าที่จะทำได้ “ใจเย็นๆครับ..ค่อยๆคุยกัน…นะครับ”

ได้ผล..รีไวล์ยอมยกเท้าออกจากร่างเด็กชายผมสีดำ เอเลนทรุดนั่งคุกเข่าพยุงลูกชายที่ตัวช้ำม่วงจากการถูกซ้อมหลายต่อหลายนัดหลายดอก ดึงร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอดจัดให้ศีรษะเล็กๆพิงซุกอก  “อลัน..บอกแม่เกิดอะไรขึ้น?”

 

“ฮึก..เอรีล..เอรีลผิดเอง ..ฮือออ”  เด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลมัดแกละยืนร้องไห้จ้าสะอึกสะอื้นด้วยสีหน้าสำนึกผิด

“เอรีล..ฮึก…พ..เพราะ..เอรีลดึงดันจะ…อึก..เลี้ยงไอน์..พี่อลันก็เลย..ท..ท้าประลองดาบกับ..พ..พ่อ”

 

เอเลนสดับฟังคำพูดทั้งน้ำตาของเอรีล..ตาสีเขียวหม่นแสงลงรู้สึกเจ็บปวดที่เห็นลูกๆของเธอเสียใจ..บาดเจ็บ..ดวงหน้าสวยหลับตาลงก่อนตวัดมองค้อนใส่ชายผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวยืนกอดอกนิ่งทั้งสีหน้าเรียบเฉย

“รีไวล์ครับ!!คุณทำเกินไปแล้ว!!!”

“มันอยากมาท้าฉันเอง”

“ทำไมคุณถึงดื้อแบบนี้ครับ!!!นั่นไม่ใช่ประเด็นซักหน่อย!!!” เอเลนแผดเสียงเถียงใส่เป็นครั้งแรก ทำเอารีไวล์เลิกคิ้วสูงตาโต ปากหนาได้รูปเผยอเปิดอ้าตะลึงเล็กน้อยเพียงช่วงสั้นๆ แล้วรีบตีสีหน้ากลับมาเคร่งขรึมเช่นเคย  

 

 

“จะสั่งสอนอะไรก็มีขอบเขตบ้างสิ!!นี่ลูกเราสองคนนะ!!!”  เอรีลและอลันมองการเถียงของพ่อแม่แล้วก็สะดุ้งโหยง ลูกสาวที่ร้องไห้อยู่แล้วแหกปากร้องไห้จ้ากว่าเก่า ในขณะที่เด็กชายผมสีดำกลับนิ่งเงียบเม้มปากแน่นหลับตาพยายามข่มอารมณ์อดกลั้นเอาไว้… 

 

 

ท้องฟ้ามืดลง…อาทิตย์ตกดินโดยที่ลูกๆยังคงอยู่ในภวังค์แห่งความเศร้า…รีไวล์ไม่ยอมพูดอะไรอีกนอกจากหันหลังเดินเข้าบ้าน ปล่อยให้เอเลนปลอบโยนลูกน้อยทั้งสองจนหลับใหลในห้องนอนของพวกเขา

คนเป็นแม่มองใบหน้าหลับพริ้มของอลันและเอรีลบนเตียงเกว้าง พี่น้องฝาแฝดนอนอิงแอบหัวชนกันลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอทำให้รู้ว่าเด็กหลับเป็นที่แน่ชัด มือเรียววางบนหัวของเอรีลลูบเส้นผมสีน้ำตาลยาวประบ่าเบาๆก่อนจะเลื่อนไปปาดคราบน้ำตาชื้นบนแก้มใสยุ้ย  นึกย้อนถึงข้อตกลงที่คุยกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงในห้องนอนของเด็กๆ

 

 

“เอรีล..จะปล่อยไอน์ไป”

“ไม่อยาก..ฮึก..ไม่อยากเห็นคุณพ่อกับพี่อลัน..ท..ทะเลาะกันอีก..ฮือ..ไม่อยากให้คุณพ่อกับคุณแม่..ท..ทะเลาะกัน”

 

 

“เฮ้อ…”  ถอนหายใจเฮือกใหญ่..สุดท้ายแล้วคนหัวดื้อก็ยังหัวดื้อ..ดื้อด้านเอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยน..ยังคงความเป็นหัวหน้ารีไวล์จอมดุดันผู้นั้นขนาดมีลูกแล้ว..เคยคิดว่าน่าจะอ่อนโยนขึ้นแล้วแต่ก็เปล่า…แถมเรื่องเลี้ยงหมาสาเหตุมันขี้ประติ๋วมากจริงๆดันกลายเป็นเรื่องใหญ่บรรยากาศในบ้านอึกครึมเสียอย่างนั้น

 

 

ที่สำคัญ..วันนี้เรา..ต่อว่ารีไวล์อย่างจัง..

 

“เฮ้อ…” เอเลนถอนหายใจอีกระลอก..บอกตามตรงคืนนี้ไม่อยากกลับเข้าห้องนอนตัวเองเลย ไม่รู้กลับไปจะเจออะไร ยิ่งอีกฝ่ายมาแนวนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาด้วยแล้วยิ่งเดาความคิดไม่ออกเข้าไปใหญ่..

นึกย้อนอดหนาวสั่นขนลุกชันเสียไม่ได้…วันนี้ปากกล้ามากนักถึงสมควรแล้วที่จะเดือดดาลไปเพราะเรื่องลูกก็เถอะ..ไม่อยากคิดชะตาชีวิตตัวเองเลยว่าจะโดนประเคนตีนเหมือนครั้นสมัยเป็นทหารใต้สังกัดทีมสำรวจหรือไม่..ว่าแล้วเอเลนลุกจากเก้าอี้ เขยิบขึ้นบนเตียงแทรกนอนข้างๆอลันโอบกอดลูกชายและลูกสาวตัวเองไว้ก่อนหลับตาเข้าสู่นิทราไปตามๆกัน

 

 

.

.

.

 

 

เจ้านกน้อยเกาะกิ่งต้นไม้ใหญ่ส่งเสียงร้องจิ๊บๆ แสงอาทิตย์ร้อนระอุสาดส่องลงบนร่างทั้งสามที่หลับใหลบนเตียงกว้าง

เอเลนปริบตาเล็กน้อย ก่อนที่ขนตาแพยาวจะค่อยๆเลื่อนขึ้น..ลืมตาปรือมองวิวนอกหน้าต่างในห้องนอน..ท้องฟ้าสีสดใสกับเมฆสีขาวปุยนุ่ม 

“เช้าแล้วเหรอ..” ค่อยๆยันตัวขึ้นมานั่งขยี้ตาให้หายสร่างเมา ก่อนจะยกมือเกาศีรษะจนผมสีน้ำตาลยาวถึงสะโพกยุ่งเหยิงไปกว่าเก่าจากการตื่นนอน ดวงเนตรสีเขียวหลุบมองฝาแฝดชายหญิงนอนหลับพริ้มไม่มีท่าทีว่าจะตื่น… จึงปล่อยให้ลูกๆนอนกันต่อส่วนตัวเองลงจากเตียงเดินออกไปจากห้องเตรียมเข้าครัวทำอาหารเช้า..

 

“โฮ่ง!!!!” ลูกหมาป่ายังคงส่งเสียงเห่า..มันถูกล่ามเชือกไม้กับเสาไม้ที่ตั้งค่ำหลังคากันสาดต้นหนึ่ง เอเลนรู้สึกสลดใจกับในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าทันทีที่อลันกับเอรีลตื่นเจ้าลูกหมาป่าจะถูกนำไปปล่อยกลางป่าในที่ๆมันจากมา…

 

..คงได้เห็นน้ำตาของเอรีลกับสีหน้าเศร้าๆของอลันอีก…

 

“โฮ่ง!!!โฮ่ง!!!” เสียงเห่านั้นมันอาจจะหิว…เอเลนคิด..ว่าแล้วก็มองหาอาหารหลงเหลือจากเมื่อวาน  กระดูกเป็ดที่กองทิ้งไว้ในกะละมังสำหรับเศษอาหารดีที่ไม่ได้เอาไปทิ้งหาถ้วยชามที่ไม่ใช้แล้วโกยเศษอาหารใส่..ประตูบ้านเปิดและปิดโดยหนุ่มตัวสูงโปร่งผมสีน้ำตาลยาวสลวย..พอหันกลับมาเอเลนชักสีหน้าตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น..

 

บ้านไม้…บ้านไม้หลังเล็กๆถูกสร้างขึ้นไว้หน้าบ้านของพวกเรา..เสียงฝีเท้าที่ย่ำก้าวดึงสติของเด็กหนุ่มวัย 20 ปีให้ตื่นจากภวังค์ ตาสีเขียวสะท้อนบุรุษผมสีดำสั้นรวมเก็บค้อนและกล่องใส่ตะปูข้างๆบ้านไม้เล็กๆนั่นขึ้นมา..ดูเหมือนว่ารีไวล์จะรู้ว่าถูกมองจึงหันมาสบตาอีกฝ่าย  จังหวะนั้นเสียงฝีเท้าเล็กๆเดินกุกกัก เด็กฝาแฝดชายหญิงคนละฝาในชุดนอนเดินงังเงียขี้ตามายืนอยู่ตรงประตูบ้านข้างๆมารดาของพวกเขา..

 

“อ๊ะ!!!!!” เอรีลและอลันตาโตเมื่อเห็นบ้านไม้เล็กๆ..เด็กหญิงผมสีน้ำตาลปล่อยยาวประบ่าฉีกยิ้มกว้างวิ่งออกไปยืนก้มๆเงยๆเดินวนดูรอบบ้านไม่นั่น อลันเดินตามหลังน้องสาวแล้วหยุดยืนดูบ้านไม้หลังนั้น…บ้านสุนัข..

“คุณพ่อ..ขอบคุณค่ะ..เอรีลดีใจเหลือเกิน”  เงยหน้าคลี่ยิ้มหวานให้บิดา รีไวล์ก้มหน้ามองรอยยิ้มดีใจของลูกสาว..ยิ้มแป้นจนแก้มยุ้ย ..คนหนุ่มไม่พูดอะไรแต่วางมือขยี้เรือนผมสีน้ำตาลจนยุ่ง

 

“อย่าให้มันมาทำบ้านสกปรกล่ะ”

“ค่ะ!!!” เอรีลขานรับทั้งรอยยิ้ม..ยิ้มจนตาหยี   ชายผมสีดำสั้นมองลูกชายที่ยืนล้วงกระเป๋านิ่งเงียบ..ร่องรอยฟกช้ำม่วงแดงตามแขนขา รวมถึงแผลถลอก..บางแห่งก็ประปรายเล็กๆบนหน้า..ตาสีเขียวขวางโลกสบตาสีดำคมกริบต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไร

จนกระทั่ง..รีไวล์เป็นฝ่ายเดินเข้ามาวางมาลงบนศีรษะปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำขลับเบาๆ..ฝ่ามือหยาบใหญ่..ความรู้สึกอบอุ่นถ่ายทอดลงมา แล้วเดินผ่านสวนทางไปยังโกดังเก็บของเพื่อเก็บอุปกรณ์งานช่าง อลันเบิกตากว้างสั่นไหว..แล้วรีบปรับสีหน้าเรียบนิ่งตามด้วยรอยยิ้มมุมปาก

 

 

ขอโทษ..ได้สมเป็นพ่อ…

 

 

เอเลนมองภาพตรงหน้าแย้มยิ้มบางๆ..ความสงบสุขกลับมาอีกครั้งเหมือนหัวหน้าครอบครัวหัวรั้นจะยอมลดผ่อนปรนให้ลูกๆ เอรีลแก้เงื่อนเชือกปล่อยลูกหมาป่าตัวน้อยนามว่าไอน์…เจ้าลูกหมาป่าขนสีเทาปุกปุยกระโดดวิ่งเล่นไล่ตามฝาแฝดชายหญิงส่งเสียงเห่ากระดิกหาง โฮ่งๆ  ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเอรีล กับรอยยิ้มบางๆของอลัน   

 

.

.

 

 

รีไวล์นั่งคุกเช่าเก็บวางกล่องใส่ตะปูไว้ในชั้นวางไม้ด้านล่างสุดในโกดังเก็บของหลังบ้าน สัมผัสได้ถึงเงาดำยืนค้าหัวทาบทับ หันไปมองก็พบกับผ้าขนหนูสีขาวพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนบนดวงหน้าหวานของคนรัก…

 

“เหนื่อยไหมครับ” เอเลนกล่าว รีไวล์ไม่ตอบ ยืนขึ้นแล้วรับผ้าขนหนูสะอาดนั่นมาซับเหงื่อไคล 

“บ้านหมานั่น…ทำทั้งคืนเลยสินะครับ” เอเลนพูดต่อ คนหนุ่มผมสีดำตัดสั้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสบตาสีเขียวกลมโตคู่งามแสนรักตรงหน้า ปากอิ่มสีชมพูแย้มยิ้มกว้างดีอกดีใจออกนอกหน้า

 

“ยิ้มมากไปแล้วเอเลน”

“ฮะๆขอโทษครับ..” หัวเราะร่วนกับการต่อว่าเบาๆของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ว่ายังไงเขาก็อดหุบยิ้มไม่ได้จริงๆที่อีกฝ่ายยอมเข้าใจลูกๆทั้งสอง

 

 

..ลูกๆของเราสองคน…

 

 

ปัง!!!

 

ประตูโกดังปิดสนิท..เสียงบานประตูกระทบ ทำให้ร่างโปร่งบางสะดุ้งโหยงหมุนตัวหันไปมองอดีตทหารผู้เก่งกล้า บัดนี้ยืนลงกลอนล็อคต่อ…

“รีไวล์?ทำอะไรนะ?” ถามพร้อมเลิกคิ้วฉงนงวยงง..ก่อนที่คนหนุ่มผู้มีสองเพศในร่างเดียวกันจับสัมผัสได้ถึงไอเย็นแผ่กระจายออกจากตัวคนรัก..รีไวล์ค่อยหมุนตัวหันกลับมามองดวงหน้าหวานซีดเผือก จนเหงื่อแตกพลั่กทั้งๆที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนแท้ๆ

 

“เรื่องหมาชักยอมให้..แต่เรื่องที่แกตวาดขึ้นเสียงใส่ฉัน..” ย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เอเลนขยับเท้าถอยหลังมองหาทางหนีก็ไร้ประโยชน์ในเมื่ออีกฝ่ายยืนขวางทางประตูไว้!!!

 

“อย่าคิดว่าจะรอด เอเลน!!!”

“ด..เดี๋ยวครับ!!ฟังผมก่อ..อื้อ!!!!!!!” 

 

และแล้วสองสามีภรรยาก็ใช้เวลาอยู่ในโกดังเก็บของไปเกือบทั้งวันทั้งคืน…

 

 

FIN(or TBC)

 
 
 
++++++++++++++++++++++
 
 
ในที่สุดก็ได้เขียนลูกฝาแฝดชายหญิง อลันกับเอรีล ออกมาโลดแล่นในซีรีย์ ปะป๋ารีไวล์ & มะหม้าเอเลน
 
หลังจากที่ได้มีบทไปในฟิคสดครอบครัวรีเอ ฟิคคู่ขนานซีรีย์นี้
 
 
 
 
เขียนแล้วเขิน 5555+
 
 
 
ไปก่อนนะคะบายค่ะ
About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s