[S.Fic reborn] Sing a Song , My angle[10069][yaoi]

ตกลงเธอจะร้องเพลงให้ฉันฟังไหม?”  

ถ้าคุณตาย ผมจะร้องให้ฟังก็ได้..”   

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

[Fic reborn]  Sing  a Song , My angle

Paring   : 10069 (Byakuran x Mukuro)

Rate      :  PG 13

Story     : blood_hana 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 ซ่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!    

 

 

 

มุคุโร่…” ท่ามกลางสายฝนเทลงกระหน่ำ  สาดซัดเข้าร่างเพรียวในชุดสีหนังดำ ผมสีน้ำเงินยาวสลวยเปียกปอนจนลู่มาแนบเนื้อและใบหน้างามเยี่ยงอิสตรี ปะปนกับกลิ่นเลือดคาวคลุ้งล่องลอยพอๆกับที่ไหลออกมาเจือปนกับน้ำนองบนพื้น

ท่านมุคุโร่ค่ะ ได้โปรด…” สาวผมสีไวโอเลตร้องไห้ พร่ำเรียกชื่อชายผู้เทิดทูน

 

คึหึหึหึ ไม่เป็นไรหรอกครับ ทิ้งผมไว้นี้เถอะเขายังรอผมอยู่นี้ครับ” เสียงทุ้มหวานเอ่ยดังขึ้น ดวงหน้าสวยเปรอะเปื้อนเลือดและน้ำฝนกำลังส่งยิ้มจอมปลอม

 

 

นัยน์ตาคู่งาม ใบหน้าลึกลับ แม้นจะเสแสร้ง  

หากแท้จริงแล้ว มันช่างน่าเศร้าใจนัก…..      

 

 

 

โคลมสะกดกลั้นเสียงร้องเอาไว้เบื้องหลังก่อนจะหมุนตัวไปซบอกหนุ่มหน้าบากผมสีทองชี้ตั้งบัดนี้กลับลู่ตกลงมาไม่แพ้ผู้คนในบริเวณนี้เท่าไหร่

 

ร่างเล็กบางผมสีน้ำตาลฟูเปียกปอนสายฝนเดินเข้ามาใกล้ๆสายหมอกที่ยังคงยืนยันทรุดนั่งอยู่กับที่โดยโอบกอดร่างไร้วิญญาณไว้แนบสนิทไม่ต่าง มุคุโร่..พอเถอะมันจบแล้ว…”

  

ตาสองสีคู่งามสบตาอีกฝ่ายไม่วางเว้น จนสึนะต้องสะอึก รังสีอำมหิตของสายหมอกแห่งวองโกเล่แผ่กระจายออกมาพร้อมจะปลิดชีพดับลมหายใจคนได้ทุกเมื่อ ทำให้มือบางมีอันต้องสั่นระริก ก่อนจะถูกมือหนาของเมฆาเข้ามากอบกุมช่วยให้หัวใจนั่นอบอุ่นและปลอดภัยมากขึ้น

  

นัยน์ตาสีนิลปรายมองเจ้าของดวงเนตรสองสีที่หลุบต่ำกลับไปยังร่างบนตัก พร้อมเสียงร้องเพลงไพเราะราวกับตุ๊กตา

 

    

ตุ๊กตาที่หัวใจสลาย….     

 

 

 

 

 

กลับกันเถอะ ซาวาดะเจ้านั่นไม่มีสติหลงเหลืออีกแล้ว..” เสียงเย็นพอๆกับหยาดฝนแสนหนาวเหน็บดังขึ้น

เรือนผมสีน้ำตาลพยักหน้าอย่างเชื่องช้า  ครับคุณฮิบาริ…”

    

 

 

เสียงฝีเท้าของผู้คนในบริเวณนั่นค่อยๆทยอยห่างออกไป

 

เรื่อยๆ เรื่อยๆ และ….เรื่อยๆ

จนในที่สุด

 

เหลือเพียงพิรุณและลมหายใจของผู้ที่ยังคงอยู่       

 

 

 

 

 

คึหึหึหึ เหลือเราสองคนแล้วนะครับ  คุณชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ  ปากแดงเอ่ยกระซิบเสียงหวานล้ำ มือบางค่อยๆลูบไล้ใบหน้าคมคาย ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆผ่านรอยสักใต้ตาข้างซ้าย ก่อนจะหยุดลงที่เปลือกตาปิดสนิท

ตื่นซิครับ คุณเบียคุรัน  คุณนะไม่ใช่คนขี้เซาไม่ใช่เหรอ…” 

 

 

 

ไร้ซึ่งสุรเสียงใดๆตอบ 

หากเหลือเพียงแค่หยาดฝนกระทบพื้นเป็นทำนอง 

แห่งบทเพลงแสนเศร้าสร้อย          

 

 

 

 

 

 

 

มุคุโร่คุง ร้องเพลงให้ฉันฟังหน่อยซิ ชายผมขาวเอ่ยกระซิบข้างหู  วงแขนแกร่งโอบกอดเอวบางอย่างหลวมๆนัยน์ตาสองสีไม่เคยหลับใหลปรือลืมขึ้นมาปรายหางตามอง  ร่างสูงที่มามุกแปลก ก่อนจะขยับรอยยิ้มเย้ยหยั่นให้คึหึหึหึ  ผมร้องเพลงไม่เก่งหรอกนะครับ และก็ไม่ชอบร้องด้วย”  ร่างบางหันกลับมานอนตะแคงสบตาคู่คมสีอเมทริซ์ หากแต่นั่นกลับทำให้ใจของมุคุโร่ต้องสั่น     

 

 

แววตาที่ผิดแผก   

 

 

 

เป็นอะไรไปครับคุณเบียคุรัน”  ชั่วพริบตานัยน์ตาที่หวาดกลัวและเศร้าสร้อยกลับแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร่า  แทนที่ด้วยความเจ้าเล่ห์เจ้าทนยากแก่การคาดเดาเช่นทุกครา   หึหึหึ ก็แค่ฝันร้ายนะว่าฉัน..จะไม่ได้เห็นเธออีก   มุคุโร่เหยียดยิ้มตอบกลับก่อนจะยันร่างขึ้นมานั่งคร่อมทับส่วนนั้นของชายหนุ่ม  มือบางลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาเบาๆ 

คนอย่างคุณ ตายยากอย่างกับแมลงสาบ  เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอเบาๆ มือหนาเอื้อมจับมือบางบนหน้าของตนยกมาจุมพิตเบาๆ สบตาต่างสีเย้ายวนและท่วงท่าน่าอภิรมย์นั่น   ตาของเธอสวยดีนะ…” ร่างบางถูกคนด้านใต้ตวัดลงให้ไปนอนกับเตียงนุ่ม เส้นผมนุ่มดุจไหมสีไพลินสยายกระจายทั่วผืนเตียง  ตามด้วยรสจูบนุ่มนวลก่อนแปรเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงและร้อน    

 

ตกลงเธอจะร้องเพลงให้ฉันฟังไหม?”

ถ้าคุณตาย ผมจะร้องให้ฟังก็ได้..”             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียว  อัญมณีสองสีกลับคลอเบ้าด้วยบางสิ่งหาได้เป็นเพียงพิรุณที่โปรยปราย

บทเพลงสุดท้ายบรรเลงจบลงพร้อมเม็ดฝนแสนเศร้าหยุดสุดท้าย

 

 

 

 

 เป๊าะเป๊าะ….เป๊าะ..     

 

เป๊าะ….    

 

 

 

 

 

อาทิตย์ยามเช้าทอแสงประกายขึ้นอีกครั้ง สาดส่องผืนป่าที่ราบเป็นหน้ากลอง  ผืนดินที่แตกระแหงจากสงครามที่สิ้นสุดลง

     

วันใหม่มาเยือน ทุกอย่างจบลงแล้ว….   

 

 

 

 

.

.

.

.

       

 

 

 

สงครามครั้งนี้ ไม่เหมือนศึกชิงแหวนหรอกนะ  รีบอร์นพูดในห้องประชุมก่อนวันตัดสินของวันพรุ่งจะมาถึง  สีหน้าของฝั่งวองโกเล่ฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด   

นั่นหมายถึงต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่มิลฟิโอเล่ก็วองโกเล่จะต้องพินาศ   

 

 

หวังว่าคงเข้าใจนะ โรคุโด มุคุโร่ ทารกต้องสาปจงใจเอ่ยพูดชื่อผู้พิทักษ์สายหมอกแห่งวองโกเล่
เรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวยเหยียดยิ้มตอบกลับยั่วยวน 
คึหึหึหึ เข้าใจครับ      

 

 

 

เพราะคิดว่าคนอย่างคุณไม่มีทางตาย   

….หากแต่เขาคิดผิด         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณเบียคุรัน…”

 

 

 

 

 

 

 

 

เทวดาจอมหลอกลวง  สุดท้ายแม้ในยามใกล้หมดลมหายใจ ก็ยังคงหลอกลวงเช่นเดิม

คราวนี้เธอคง..จะ..ร้อง..เพลงให้ฉัน..ฟังซะที เสียงทุ้มเอ่ยเอื้อนอย่างยากเย็น ทั้งๆที่เลือดที่ท้องไหลออกมาเจิงนองพื้น ทั้งที่เจ็บหนักขนาดนั้น  นัยน์เนตรสีอเมทริซ์อ่อนล้ายังคงยิ้มให้สายหมอกเร้นลับเช่นเคย    

 

สายหมอกยังคงความเป็นมายา  และยังคงเลือกเสแสร้งยิ้มตอบกลับไม่เคยเปลี่ยน คึหึหึหึ ผมบอกแล้วไง ถ้าคุณตายผมจะร้องให้ฟัง  

 

ยังคงหลอกลวง ….หลอกได้แม้กระทั้งตัวเอง…..     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปากเรียวนุ่มดุจกลีบกุหลาบประทับลงบนปากหนาได้รูปซีดเซียวเบาๆ เนิ่นนานราวกับถามหาความร้อนรุ่มและความอ่อนโยนที่เคยมีมา

 

 

 

 

….ไม่มีอีกแล้ว…..     

 

 

 

 

ผมกำลังจะไปหาคุณแล้วนะครับ”  ตุ๊กตาแสนเศร้าเอ่ยอย่างเชื่องช้า  มือบางคว้าหอกสามง่ามข้างกายตนยกขึ้นมาช้าๆ

 

และ………….

      

 

 

 

FIN

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ฟิคปีใหม่2010 ปีนี้ช่างแตกต่างจากปีที่แล้วนัก ทั้งๆที่ มันก็ 10069 เหมือนกันแท้ๆ  ไม่ได้แต่งอะไรเศร้าๆมานานแล้ว แต่งบ้างก็ดี 

~Happy New Year 2010 ~  

 10069 จงเจริญ~    

 >_<

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s