[Fic Attack on Titan]Brother//Part2

[Fic  Attack on titan] Brother

Paring : Levi x Eren 

Rate    : NC-17 , incest , Yandere , Guro , Angst 

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++

 

 

Brother 2

 

 

“อ้าว!!รีไวล์กลับมาแล้วเหรอ!!” เสียงทุ้มพึ่งแตกหนุ่มแว่วหวานดังทักทายโบกมือต้อนรับการกลับมาบ้านคอนโดของน้องชาย…รีไวล์ในเสื้อ T-Shirt สีดำกับกางเกงขาสั้นสีเทาเขรอะดินบางส่วนสะพายเป้บรรจุเทอร์โมมิเตอร์สามอันและแฟ้มรายงานกลุ่มการเจริญเติบโตของถั่วงอกที่ต้องสละเวลาวันหยุดไปตรวจเช็คผลกับยัยแว่นฮันซี่เพื่อนร่วมชั้นจอมเพี้ยนบ้าวิทย์เข้าเส้น เด็กชายยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง…ดวงตาสีเทาคมเรียวของเด็กวัย 8 ขวบหรี่มอง..ห้องรับแขก…ที่เต็มไปด้วยเสียงเฮฮาแซ่ซ่องของเหล่าเพื่อนฝูงของพี่ชาย..

 

“นี่มันอะไรเอเลน” ถามเสียงนิ่งเรียบ..ในใจกำลังขุ่นมัว..ไม่พอใจอย่างแรงกล้าที่พี่ชายตัวดีพาคนนอกเข้าบ้านโดยไม่บอกกล่าวซักคำ!!!

“อ๋อ!!วันนี้สอบเสร็จก็เลยมาฉลองกันนะ ฮะๆ โทษทีๆนะที่ไม่ได้บอก” เอเลนยกมือไหว้ขอโทษขอโพย ฉีกยิ้มแหยๆ ส่งสายตาออดอ้อน…ทำเอาเด็กผมดำสั้นไถเกรียนอดใจอ่อนเสียไม่ได้

 

“เฮ้ย!!เอเลนใครมาวะ!!ต่อไปตาแกนะเว้ยย”

“เออๆ รู้แล้วๆเดี๋ยวไปแล้วไอ้แจน” เอเลนตะโกนตอบเพื่อนที่กำลังจับวงเล่นไพ่ สนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะ  รีไวล์หรี่ตามองอาหารบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาวางระเกะระกะเลอะเทอะ น่าหงุดหงิดสายตาสำหรับคนขี้รักสะอาดเยี่ยงชีวิต แต่ที่ไม่พอใจกว่า…

 

 

 

หมับ!!!

 

 

“เอ๋!!อะไรเหรอรีไวล์?” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลหันกลับมา…มองมือเล็กคว้าจับชายเสื้อ ใบหน้าอ่อนเยาว์แต่ดวงตามักฉายแววกร้านโลกอยู่เสมอๆทำตัวเฉกเช่นผู้ใหญ่ทั้งนิสัยใจคอนั่นเขม็งมองพี่ชาย

“พวกนาย..ดื่มเหล้ากัน?” ชักสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

 

“ม..ไม่เป็นไรหรอกน่า..นิดๆหน่อยๆเอง” เอเลนยิ้มแหยๆ เกาแก้มราวกับถูกผู้ใหญ่จับผิด

“แต่นายยังไม่บรรลุนิติภาวะ”

“แต่ใครๆเขาก็…”

“ฉันไม่ให้นายกิน!!ถ้านายแตะเหล้าเข้าปากแม้แต่นิดเดียวฉันจะโทรบอกพ่อกับแม่แน่!!!” เสียงใสๆของเด็กแข็งกร้าว..กลับดูมีอำนาจขึ้นมาทำเอาเอเลนสะดุ้งโหยง..ชั่วขณะที่พี่ชายกลับรู้สึก..หวั่นกลัวน้องชายของตน แต่คนเป็นพี่จะมาแสดงท่าทีอ่อนแอไม่ได้ไม่งั้นคงได้เสียการปกครองกันพอดิบพอดี ขณะเดียวกันเขาก็ไม่อยากทะเลาะผิดใจกับรีไวล์ด้วย

 

 

“ก็ได้ๆ ไม่กินก็ได้”เอเลนถอนหายใจเกาต้นคอเอ่ยทั้งสีหน้าเหนื่อยหน่ายยอมแพ้ แล้วเดินไหล่ห่อกลับไปนั่งเล่นไพ่ต่อ แจน..เพื่อนหนุ่มร่วมห้องร่วมวงเหลือบตามองเด็กชายวัย8ขวบที่ยืนเกาะขอบประตูจ้องมองตามหลังเอเลนมา..สายตาสีเทาคมนั่นอดไม่ได้ที่เพื่อนผมสีอ่อนจะเขยิบเข้าไปแซะข้างๆเจ้าของคอนโด

“เฮ้ย…เอเลน..นั่นน้องมึงเหรอ”

“เอ่อ..ชื่อรีไวล์น่ะ” เอเลนตอบแล้วหยิบไพ่ที่วางคว่ำไว้ขึ้นมา

แจน กิลชูไตน์ เหลือบมอง..น้องชายของเอเลน..เด็กผมสีดำสั้นไถเกรียนนั่น..ดวงตาโตใสแบบเด็กๆแต่กลับให้ความรู้สึกลึกลับเหมือนผู้ใหญ่

 

“!!!!!”

 

คนหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนตัดสั้นสะดุ้งโหยงเมื่อเด็กนั่นตวัดสายตามองตอบอย่างนกรู้ ว่าเขากำลังจ้อง..ทั้งๆที่อายุมากกว่าตั้ง 7 ปี น้องเอเลนก็แค่เด็กประถมธรรมดาแต่แจนกลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ยิ่งเห็นแววตาเย็นชานิ่งจนเดาความคิดไม่ออกนั่นอีก..เลยรีบกลับมาจดจ่อไพ่ในมือแทนแล้วกลบเกลื่อนไปโวยวายใส่โคนี่เพื่อนสนิทที่นั่งเกาหัวแกรกๆไม่ยอมวางไพ่เสียที..

 

ภาพความสนุกสนานเหล่านั้น เอเลนหัวเราะร่าเริง…กลับเพื่อนในกลุ่มที่โรงเรียนมัธยม..ที่ดูจะเพิ่มพูนมาอีกสอง..คนผมสีอ่อนตัวสูงนั่นได้ยินว่าเอเลนเรียกชื่อว่า..แจน…ส่วนอีกคนหัวเกรียนๆนั่นชื่อโคนี่  ที่เหลือก็เป็นอาร์มินกับมิคาสะ..เพื่อนน่ารำคาญของเอเลนตั้งแต่ประถม..

 

โดยเฉพาะสองคนหลัง..น่ารำคาญยิ่งกว่าใคร..

 

 

เด็กชายเดินกลับห้องนอนกำหมัดแน่นเหวี่ยงกระเป๋าใส่ชุดทดลอง ข้อมูลรายงานปลูกถั่วงอกของวิชาวิทยาศาสตร์กระแทกเตียงไม่ใยดี…มือเล็กๆเหวี่ยงต่อยกำแพงจนรู้สึกร้าวไปถึงกระดูกแต่นั่นยังไม่เท่าความโมโหเกรี้ยวกราดในหัวใจ…

 

รอยยิ้มของเอเลน..รอยยิ้มแสนสดใสนั่น…

มีให้คนอื่นนอกจากเขา!!!!

 

 

“ชิ!!!!” สบถคำรามต่ำ..ในห้องที่มืดสนิทปิดผ้าม่านไว้….

 

 

.

.

 

“เอเลนไม่กินจริงๆเหรอ กูอุตส่าห์ขอให้ลุงฮาเนสไปซื้อให้เชียวนะ” แจน กิลชูไตน์หลานชายแท้ๆของฮาเนสยามเฝ้าโรงเรียนมัธยมวอลล์มาเรียที่พวกเขาร่ำเรียนกันอยู่ กระแทกยื่นขวดเบียร์แนบแก้มใสๆของเอเลนถูไถหยอกล้อไปมา

“ไม่ล่ะ..สัญญากับรีไวล์ไว้แล้ว” เอเลนถอนหายใจ..มองเบียร์กระป๋องในถุงพลาสติก..อยากลิ้มลองตามประสาวัยรุ่นมองเพื่อนๆที่ดกเบียร์กันตาละห้อย

“อะไรวะ!!กลัวน้องเหรอ!!!”

“ไม่ได้กลัวโว้ยย!!!” เอเลนพองแก้มโวยวาย ปัดมือไล่คนที่แกล้งหยอกเอากระป๋องเบียร์มาแนบแก้มเขาเล่นสนุกสนาน  “แค่..ไม่อยากให้รีไวล์ลำบากใจ..”

“เหยดดด พี่ชายแสนดี” โคนี่หยอกเย้าหัวเราะร่าเสียงดังจนตัวงอ มือกระดกเบียร์กระป๋องลิ้มรสขมเฝื่อนร้อนคอเข้าปาก…ความร้อนทำให้เพื่อนร่วมวงทยอยหน้าแดงก่ำไปทีละคนทีละคน ยิ่งเมาก็ยิ่งลามปามเริ่มแตะเนื้อต้องตัวกันมากขึ้นตามประสาคนขาดสติทุกทีๆ ชายหนุ่มหัวเกรียนสบตาเป็นนัยยะกับแจนแล้ว..

 

 

“เฮ้ย!!!ทำอะไรนะ!!!อื้อ!!!!”  เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลร้องเสียงหลงเมื่อถูกวงแขนแกร่งของเพื่อนร่วมก๊วนตัวสูงกว่าจับล็อคคอไว้ ขณะเดียวกันกระป๋องเบียร์ในมือโคนี่ยัดปากกรอกน้ำเมาเข้าริมฝีปากอิ่ม  มิคาสะที่นั่งดื่มโค้กอยู่ชักสีหน้าไม่พอใจออกมาเธอกระแทกแก้วลงกับโต๊ะแล้วเดินไปจับแยกเพื่อนทั้งสองให้ถอยห่างจากเอเลน  ดูเหมือนว่า..แจนและโคนี่นั่นเมามายจนไม่รู้สึกรู้สากับการถูก..เพื่อนสาวถีบก้นกลิ้งไปนอนกับพื้นแถมยังหัวเราะร่าอีกต่างหาก จังหวะเดียวกันนั้นอาร์มินก็รีบมาประคองร่างสูงโปร่งที่ไอสำลักค่อกแค่ก

“เอเลนเป็นไงบ้าง?” ถามด้วยความเป็นห่วง..เช่นเดียวกับสตรีผมสีดำสวยนัยน์ตาของทั้งคู่มอง..เอเลนที่เงยหน้าขึ้นมานั่งหายใจหอบหนัก..ใบหน้าของเด็กหนุ่มเค้าค่อนหวานจนดูสวยและหล่อในเวลาเดียวกันขึ้นสีแดงระเรื่อ ปากอิ่มเยิ้มไปด้วยน้ำลายและน้ำเบียร์สีเหลืองเปรอะฟองสีขาว

“อาร์มิน..,มิ..คาสะ..อื้อออ” การอัดเบียร์รวดเดียวยกกระป๋องสำหรับคนขาดประสบการณ์ไหนจะสำลักนี่อีกทำให้กลิ่นแอลกอฮอล์แล่นริ้วขึ้นสมองรวดเร็ว…เอเลนเมาเสียแล้ว…ท่าทางเย้ายวนนั้นทำเอาเพื่อนทั้งสองหน้าร้อนผ่าว

 

น…น่ารัก…น่ารักเกินไปแล้ววววว

 

 

เอเลนเมาแล้วไปนัวเนียเล่นดื่มกับแจนและโคนี่…ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับน้องชาย…

ทว่า…ไม่มีเรื่องอะไรของเอเลนที่รีไวล์ไม่รู้…

 

ตาสีเทา…ของเด็ก 8 ขวบลอดมองผ่านช่องประตูห้องรับแขกที่เปิดแง้มไว้..ดวงเนตรที่เก็บซ่อนหลังบานประตูในเงามืดเบิกโพลงจับจ้องร่างบอบบางที่กำลังถูกจับมือถือแขน กอดลูบคลำ..โดยบรรดาเพื่อนโสโครกนั่น!!!!

 

 

.

.

 

 

วงเหล้า..การสังสรรค์จบลงพร้อมกับบรรดาเพื่อนพ้องนอนก่ายทับกันหมดสภาพ จะเหลือก็เพียงแต่อาร์มินและมิคาสะที่ต้องมาคอยดูแลเช็ดอ้วกเก็บกวาดทำความสะอาดให้

 

 

..ในฐานะคนไม่เมาคือผู้แพ้…ที่ต้องมาเก็บตกทุกอย่างน่าเหนื่อยใจ

 

 

ร่างของแจนกับโคนี่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้แบบนั้นในห้องรับแขก..อาร์มินพยุงดึงร่างของเพื่อนหนุ่มผมสีน้ำตาลล้อมใบหน้าแดงเรื่อจากสุราอีกข้างหนึ่งถูกรั้งโดยวงแขนของเด็กสาวผมสีดำยาวประบ่าพากลับไปยังห้องนอนของอีกฝ่าย

 

“เดี๋ยวผมไปดูพวกแจนกัยโคนี่ก่อนนะ” เด็กหนุ่มผมทองโบกมือส่งต่อหน้าที่ดูแลเอเลนให้แก่มิคาสะ พลางขยิบตาให้..รู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนสาวรู้สึกเช่นไร…มิคาสะเป็นคนสวยเป็นที่หลงใหลของชายหนุ่มในโรงเรียน..แต่ใครจะรู้ว่าหัวใจของเธอได้มอบให้เพื่อนสนิทหนุ่มที่หลับใหลบนเตียงเสียแล้ว..

 

มิคาสะหน้าขึ้นสีแดงก่ำแล่นริ้วบนพวงแก้ม แต่เธอยังคงตีหน้านิ่งคุมความสุขุมไว้เช่นเคย

 

ดวงเนตรเรียวสวยใต้ขนตาแพยาวละสายตาจากร่างสูงโปร่งของอาร์มิน..ออกไปจากห้องนอนของเอเลนประตูปิดลงสนิท..เธอจึงหันมามองใบหน้ายามหลับใหลของเอเลน…

“เอเลน” คลี่ยิ้มเป็นสุขใจที่ได้เห็นหน้ายามหลับของคนที่แอบรัก นิ้วเรียวเกลี่ยบนริมฝีปากไล่ตามหยักปากบนอย่างทะนุถนอม…ควรค่าแก่การปกป้อง มิคาสะเคลื่อนโน้มกายเข้าหาผู้หลับใหลมือทัดเส้นผมสีดำไว้หลังหู..ใกล้จนริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของเธอ…

 

 

เพล้ง!!!!!!!!

 

“เกิดอะไรขึ้นมิคาสะ!!?” อาร์มินเปิดประตูโพลงเข้ามาตกใจกับเสียงแตกร้าวดังสนั่นนั้น

 

..สิ่งที่เห็น…คือกระจกหน้าต่างแตก!!!

 

กระจกหน้าต่างตำแหน่งอยู่ติดกับเตียงของเอเลน…เศษกระจกแหลมคมเหล่านั้นพุ่งตำร่างเพรียวบางในชุดนักเรียน..ผิวกายขาวเนียนถูกคมแก้วบาดจนเป็นแผลลึกหลายแห่งโลหิตสีแดงชุ่มชุดนักเรียน

 

อาร์มินรีบเข้าไปประคองร่างของมิคาสะที่เจียนลมลงบนเตียงของเอเลน..เจ้าของห้องรู้ๆกันอยู่ว่าเป็นคนหลับลึกกว่าคนทั่วไป ยิ่งเมาแล้ว..คงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดเรื่องน่าสะพรึงในห้องนอน

“มิคาสะทำใจดีๆไว้นะ!!” เสียงโทนทุ้มเจียนแตกหนุ่มร้องตกใจ โอบอุ้มร่างหญิงผมสีดำไว้ในอ้อมแขนปัดเศษกระจกที่ติดบนเรือนผมสีดำสวยออก รวมถึงตามเนื้อตัวเท่าที่จะทำได้..สำรวจมองร่างคนเจ็บแล้วแผลแล้วโชคยังดีที่ไม่บาดลึกไปโดยจุดสำคัญ..แต่ก็ใช่ว่าจะวางใจจึงรีบช้อนอุ้มพาหญิงสาวออกไปส่งโรงพยาบาลทันที…

 

 

รีบร้อนจนไม่ทันสังเกตเห็น..ลูกเบสบอลกลิ้งกระเด้งกระดอนท่ามกลางเศษกระจกนั่นบนพื้น…

 

 

.

.

 

ในคอนโดเงียบสงัด..เงียบจนยินเสียงประตูที่พึ่งปิดสนิทแง้มเปิดขึ้นอีกครั้ง…ฝีเท้าเบาบางก้าวเดินเข้ามาในห้องมือเล็กๆก้มลงเก็บลูกเบสบอลนั่นเข้ากระเป๋ากางเกงชุดนอนผ้าลื่นสีขาวสะอาด..

รีไวล์เด็กชายวัยเพียงแปดขวบยิ้มกระหย่องพออกพอใจเมื่อเห็นกองเลือดหยดดวงบนพื้น…จากตำแหน่งห้องนอนของเขากับเอเลนถึงจะฝั่งตรงข้ามแต่ก็มีระเบียงที่ยื่นออกให้ออกด้านนอก..ตำแหน่งนั้นตรงกับตำแหน่งของหน้าต่างห้องนอนของอีกฝ่าย…

 

 

คิดจะมาแตะต้องของๆฉันยังเร็วไปยัยผู้หญิงโรคจิต!!!

 

มือเล็กหยิบเอาไม้กวาด..กวาดโกยเก็บเศษกระจกหน้าต่างออกใส่ที่โกยขี้ผง..เก็บกวาดกระทั่งหยดเลือดของผู้หญิงโสโครกนั่นจนหมดไม่เหลือร่องรอยอะไร เด็กผมสีดำสั้นไถเกรียนขึ้นสูงสะบัดเปลี่ยนผ้าห่มรวมถึงเก็บกวาดเศษกระจกที่ตกลงบนเตียงบางส่วนของเอเลน…

 

เด็กชายทรุดนั่งลงบนขอบเตียง..จดจ้องมองใบหน้าแสนไร้เดียงสาของพี่ชายร่วมสายเลือด…มือเล็กๆเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลชื้นเหงื่อจากอุณหภูมิในร่างกายที่ร้อนผ่าวส่งผลให้ผิวขาวผ่องเปล่งปลั่งสีชมพูระเรื่อน่าขยำขยี้ “บอกแล้วใช่ไหม..ว่าอย่าดื่ม..”

 

เสียงกระซิบใสกังวาน..ช่างดูทุ้มต่ำหนักแน่น…นิ้วมือลูบไล้ริมฝีปากอิ่มที่เกือบถูกคนอื่นแนบประทับนอกจากเขา…คิดแล้วก็แค้นใจนัก..ยัยผู้หญิงนั่นมันควรจะโดนดีมากกว่าเศษกระจกตำ

“นายเป็นของฉัน..เอเลน..ใครก็ตามที่คิดมาแตะต้อง..ฉันจะกำจัดให้หมด” เปลื้องผ้าชุ่มเหงื่อ..ของพี่ชายออก..รีไวล์ขึ้นคร่อมแล้วโน้มใบหน้าลงกดจูบขบเม้มริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อย..สอดลิ้นเข้าไปพัวพัน

ใบหน้ากลมของเด็กน้อยนิ่วหน้า..กับรสขมในโพรงปากนั่น..รสสุราที่ปนเปกับรสชาติหอมหวานเย้ายวนในโพรงปากอิ่ม..

 

 

น่าหงุดหงิด..ไม่ชอบเอาเสียเลย..แต่เวลานี้อะไรก็ฉุดไม่อยู่

 

 

มือดึงกางเกงนักเรียนของอีกฝ่ายออกเรียวขาเพรียวยาวแนบแน่นด้วยกล้ามเนื้อแบบผู้ชายแบบวัยรุ่นทั่วไปที่เล่นกีฬาบ้างพอเป็นกระสัย ลูบไล้ผิวนุ่มลื่นชวนสัมผัสนั่นแล้วโน้มใบหน้าขบกัดเม้มดูด

“อือ…” เสียงแว่วหวานครางเบาๆ เอเลนมุ่นคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่มีท่าทีว่าจะตื่น..ปล่อยให้คนเป็นน้องได้พรมจูบต้นขาขาวนวลนั่นแสดงความเป็นเจ้าของลากขึ้นไปยังกายท่อนบนแบนราบมีกล้ามเล็กน้อย ละวนจูบหัวนมสีชมพูหวานทั้งสองข้าง โลมเลียขบเม้มเสียงดังจ๊วบๆชัดเจนในห้องแสงมืดมิด…

 

แสงจากดวงจันทราครึ่งเสี้ยวที่ลอดผ่านกระจกแตกร้าวนั่นฉายลงให้เห็นร่างกายเย้ายวนหอมหวานยิ่งกว่าสิ่งใดบนเตียงเดี่ยว ยิ่งกระตุ้นอารมณ์หยาบโลนให้พุ่งพล่านเด็กชายวัยแปดขวบถอดกางเกงของตนมองท่อนกายของตนที่เหยียดตั้งตรงเต็มแทรกสอดเข้าช่องทางคับแน่นที่ล่วงเกินมาหลายต่อหลายครั้งพร้อมขยับสะโพกกระเด้าใส่รัวๆ

 

ปึกปึกปึกปึกปึกปึกปึกปึกปึก

 

“อา..เอเลน..” พร่ำเรียกกระซิบ..เอ่ยนามพี่ชายด้านใต้..พิศมองดวงหน้าหวานที่มุ่นคิ้วเผยอปากครางไม่เป็นศัพท์ไร้สติ..พิศกับร่างกายที่ตอบสนองอยู่ตามสัญชาติญาณ ผู้เป็นน้องขย่มกระแทกใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าชักเข้าชักออกราวกับฝักดาบของหนังซามูไรโบราณ..ขย่มแรง..จนเสียงเตียงดังเอี๊ยดอ๊าดชัดเจน

อารมณ์พุ่งสู่จุดสูงสุด…น้ำกามปล่อยลงในช่องทางเหล่านั้น..ช่องทางสีหวานกลีบน้อยๆเบ่งบานเพื่อรีไวล์เพียงคนเดียว..เด็กชายอายุ 8 ขวบแต่ความคิดและการกระทำล้ำลึกเกินวัย ความสัมพันธ์ความรู้สึกอันวิปลาสในสายตาใครต่อใครหากได้รับรู้นี่..ยังคงเก็บงำไว้ในยามราตรี..

 

ทว่า..ถึงรู้เขาก็ไม่สน..ในเมื่อเอเลนเป็นของๆเขา…

ของๆเขาแต่เพียงผู้เดียว

 

 

.

.

 

 

รุ่งเช้าของวันเสาร์..ทุกอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..เอเลนบิดกายขี้เกียจเดินออกมาจากห้องนอนในชุดเสื้อกล้ามสีดำกางเกงบอลสีน้ำเงินสั้น..โชว์ขาเพรียวยาวสวย..ชุดอยู่บ้านแบบปกติเหมือนที่ผู้ชายทั่วไปใส่กันเด็กหนุ่มมือจับผ้าเช็ดตัวพาดคอขยี้เช็ดเรือนผมสีน้ำตาลเปียกน้ำหมาดๆขยี้จนละอองน้ำกระเด็นไปทั่ว เดินหน้ามึนมายังห้องครัวมืออีกข้างจับสะโพกที่ปวดระบมจนอดนิ่วหน้าเสียไม่ได้..

 

“ฮัดชิ้ว!!!” จามเสียงดังจนต้องรีบหยิบทิชชู่ในห้องครัวมาเช็ดประจวบเหมาะกับที่รีไวล์เดินเข้ามาในครัว..ในชุดนอนสีขาวแขนยาวขายาวกำลังอ้าปากหาวหวอดๆ..ดวงเนตรสีเทาเรียวโตใสแบบเด็กๆมองพี่ชายที่หยิบเอาผ้ากันเปื้อนสีเขียวมาสวมใส่เริ่มตั้งเตาเตรียมทำอาหาร..ทำให้คนเป็นน้องตื่นเต็มตา

 

..แสงอาทิตย์ที่สาดส่อบนร่างกายขาวผ่องนั่น..เอเลนในชุดผ้ากันเปื้อน…น่ารักชวนมองยิ่งกว่าตอนไหนๆ ประกอบกับรอยตีตราของเขาเหล่านั้น…เมื่อคืนคงเผลอปล่อยอารมณ์มากไปหน่อย

 

..รอยมันชัดมาก…มากเสียจนเอเลนมุ่นคิ้วสงสัยยามก้มมองตัวเอง…

 

 

ทว่า..ความสงสัยนั้นถูกขัดไปกับเสียงเคาะขอบประตู..ดวงเนตรสีเขียวกลมโตสวยหันไปมองน้องชายที่ยืนหน้าตายไร้อารมณ์ผมสีดำที่มักหวี่เรียบร้อยชี้ยุ่งจากการพึ่งตื่น

“ฉันหิวแล้ว..”

“อ..อืม..แป๊บนะรีไวล์..วันนี้เอาเป็นอะไรดีล่ะ” เอเลนเดินไปเปิดตู้เย็น..ทุกย่างก้าวเจ้าตัวมุ่นคิ้วเม้มปากแน่นจนเป็นเส้น..คนหน้าหวานล้อมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลเปลือกไม้พยายามอย่างยิ่ง ฝืนสีหน้าไม่แสดงอาการเจ็บปวด..ไม่อยากแสดงความอ่อนแอต่อหน้าน้องชายเพียงคนเดียว เพราะวาดหวังจะเป็นเสาหลักเป็นที่พึ่งพิงให้อีกฝ่าย

“โคร็อกเกะ” บอกเมนูให้แก่พี่ชายแสนดี..แสนน่ารักซื่อบื้อ..จนเผลอใจล้ำเส้นศีลธรรม เอเลนยิ้มขานรับแล้วเริ่มหาวัตถุดิบในตู้เย็น ส่วนน้องชายเดินออกไปจากห้องครัวนั่งรอ..มื้อเช้าแสนอร่อยฝีมือของพี่ชาย

 

 

.

.

 

 

อาหารในจานถูกจัดการหมดเหลือเพียงเศษคราบอาหาร..รีไวล์วางตะเกียบไว้บนชามข้าว โดยไม่ลืมดื่มนมที่อีกฝ่ายบรรจงรินให้ในฝั่งตรงข้ามจนหมดแก้ว ใบหน้ากลมของเด็กที่ยังไม่เจริญเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นมอง..คนที่นั่งในฝั่งตรงข้าม

“ทำไมไม่กินล่ะ”  อาหารในสำรับของเอเลนลดลงไปนิดเดียว เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งเงยหน้าขึ้นมามือที่ยกขึ้นมาเท้าหัว คลี่ยิ้มบางๆให้น้องชาย “รู้สึก..มึนๆยังไงไม่รู้ กินแล้วพะอืดพะอมชอบกล”

“แฮงค์น่ะสิ…บอกว่าอย่าดื่มแล้วก็ไม่ฟัง”  ต่อว่ากล่าวพลางรินนมในขวดใส่แก้วมาดื่มอีกระลอก เมินเฉยต่อท่าทางพองแก้มไม่พอใจของอีกฝ่าย..เอเลนมุ่นคิ้วถอนหายใจพลางใช้มือตบๆหน้าผากรัวๆที่ปวดตุบๆ

 

 

“ก็…ไอ้แจนกับไอ้โคนี่มันแกล้งพี่นี่นา..” บ่นอุบอิบ..ในใจเริ่มพะวงว่าน้องจะโกรธหรือเปล่าที่ไม่รักษาสัญญา ยิ่งรีไวล์เป็นเด็กที่เงียบนิ่ง..จนอ่านความคิดความรู้สึกรวมถึงสีหน้าไม่ค่อยออก ไหนจะความคิดความอ่านโตเกินวัยอีก..เลยลอบมองใบหน้าไร้อารมณ์ที่ดื่มนมจนหมดแก้ววางลงบนที่รองแก้ว พลางดึงทิชชู่เช็ดปากจนสะอาด

“ครั้งนี้ครั้งเดียวฉันให้อภัย..แต่ครั้งหน้าฉันบอกพ่อแม่แน่”

“รู้แล้วน่า..” โล่งใจที่น้องไม่ติดใจถือโทษโกรธ..ร่างโปร่งบางคลี่ยิ้มร่าเริงจนเห็นฟันขาว..โล่งอกเสียจนรีไวล์อดหมั่นไส้เสียไม่ได้ ..รู้งี้น่าจะโกรธต่อให้นานหน่อย  บอกตามตรงว่าเมือคืนโกรธไอ้พี่ชายงี่เง่ามาก ทั้งผิดสัญญาร่วมวงเหล้า พาคนอื่นเข้าบ้านโดยไม่บอก ยอมให้คนอื่นแตะเนื้อต้องตัว ไหนจะ..เกือบถูกยัยผู้หญิงมืดหม่นนั่นขโมยจูบอีก

 

 

..แต่ก็เจ๊ากับเซ็กส์เมื่อคืนล่ะกัน..

 

 

“เออ..นี่..เมื่อเช้าตื่นมากระจกหน้าต่างแตก เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นเหรอ” เอเลนนึกสงสัยมาแต่เช้าแล้ว…ตอนกึ่งหลับกึ่งตื่นก็ว่าทำไมแสงแดดมันร้อนแยงตากว่าทุกวัน..พอลืมตาขึ้นก็เงิบ..กระจกหน้าต่างริมเตียงแตกละเอียดที่น่าประหลาดใจกว่าคืนเศษกระจกไม่เหลือบนพื้น

 

จึงเดาได้..ว่าน้องชายต้องเป็นคนทำความสะอาดแน่…

 

“ไม่รู้สิ..มาถึงก็แตกอย่างงั้นแล้ว”  โกหกหน้านิ่ง..โกหกเนียนไร้ที่ติจนยากจับผิด ไม่สิ..ต้องบอกว่ารีไวล์เตรียมคำตอบไว้สำหรับคำถามเหล่านี้อยู่แล้ว

และก็เป็นไปอย่างคาด..คนไม่คิดมากอะไรอย่างเอเลหลงเชื่อในทันที  “อืม..บางทีพี่คงเมาแล้วอาละวาดมั้ง ฮะๆ..นี่คงยุงกัดแหงๆ นั่งคิดตั้งนานว่าแมลงอะไร”

 

 

ไร้เดียงสา ซื่อบื้อ โง่งี่เง่าเกินไปแล้ว!!!  รีไวล์ตะโกนในใจ

ช่างใสจนไม่น่าเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นกำลังโตอายุ 15 ปีเสียด้วยซ้ำเพราะแบบนี้ถึงได้ทำตัวไม่สมคำว่า ‘พี่’   แต่ว่า..แบบนี้แหละ..น้องชายเช่นเขาถึงได้หลงรักพี่ชายตัวเองจนถอนตัวไม่ขึ้น

 

 

ถลำลึก..จนเกินกว่า DNA หรือแม้แต่ศีลธรรมจะมาขวางกั้น!!!

 

 

“ฮ้าวววว ไงเอเลน!!เช้านี้มีไรกินบ้างวะ?” เสียงทุ้มแหบห้าวดังขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้ามากกว่า 1 คู่ ย่ำก้าวเข้ามาในห้องทานข้าวที่ถูกทำฉากเตี้ยกั้นไว้กับห้องครัว รีไวล์ตวัดสายตามอง..

 

ลืมไปเสียสนิท…ว่านอกจากไอ้ตุ๊ดหัวทองอาร์มินกับยัยสาวมืดหม่นมิคาสะ..

ไอ้เพื่อนชายที่ริอาจล่อลวงชวนเอเลนของเขาให้กินเหล้า  เมาหลับนอนแผ่หลาบนพื้นในห้องรับแขก

 

“มึงทำโคร็อกเกะเป็นด้วยเหรอวะสุดยอดเลยเอเลน” โคนี่เดินเกาหัวแกรกๆสะลึมสะลือถึงกับตื่นเต็มเมื่อเห็นมันฝรั่งทอดด้วยแป้งเกล็ดขนมปังหอมกรุ่น..ชายหัวเกรียนวิ่งเข้ามาฉวยหยิบเอาตะเกียบของเอเลนจิ้มมันฝรั่งทอดยื้อแย่งกับแจนหนุ่มร่างสูงผมสีอ่อนสั้นไถเกรียนหลัง ซึ่งหิวจนไส้กิ่วพอกัน

รีไวล์มองความวุ่นวายอดหัวเสียรำคาญเสียไม่ได้..เลยลุกเก็บจานชามของตัวเองไปล้างทิ้งให้พี่ชายรับมือเสียงตะโกนโหวกเหวกนั่น

 

 

“คราวหน้ามาที่บ้านกูมี PS3 ด้วยคอนโดมึงใหญ่ก็จริงแต่แม่งมีแต่หนังสือวิทยาศาสตร์ทั้งนั้นเลยว่ะ”โคนี่ชมก่อนตบหัวเจ้าของบ้าน..เอเลนปารองเท้าแตะอีกข้างของหนุ่มผมเกรียนเพื่อนสนิทร่วมชั้นแสกหน้า

“เออ..ก็พ่อแม่กูเป็นนักวิทยาศาสตร์นี่หว่า ของเล่นแบบนั้นไม่ซื้อให้หรอก” เอเลนหน้างอหงิก

โคนี่หัวเราะสนุกสนานที่ได้แซวกึ่งถากถางเพื่อนตามประสาเพื่อนผู้ชายทั่วๆไป..ก่อนที่สองหนุ่มจะรู้สึก..ว่าเพื่อนอีกคนเอาแต่ยืนเงียบนิ่งผิดปกติ…ทั้งสองหันไปมองคนหนุ่มตัวสูงกว่าใครผมสีอ่อนที่หน้านิ่วคิ้วขมวดไหนจะสีหน้าอ้ำอึ้งๆนั่นอีก…โคนี่สังเกตว่าดวงเนตรสีฟ้าครามใต้เรือนผมสีอ่อนจ้องมองที่..เอเลน..

 

“เฮ้ย!!แจนมึงเป็นไรวะ” เสียงทุ้มพึ่งแตกหนุ่มดังจากปากเจ้าของคอนโด ดึงสติของอีกฝ่ายกลับมา..แจนหน้าเลิ่กลั่กมือเกาหัวแกรกๆ ปากหนากำลังเผยอจะพูดอะไรบางอย่าง..แต่ก็หุบไป..

 

“มึงมีอะไรจะพูดกับเอเลนป่าวเนี่ย?” คนหัวเกรียนแทงศอกใส่สีข้างเพื่อน

“คือ..กู…จะบอกว่า..เอ่อ..” แจนกลืนน้ำลายลงคอยากลำบาก ปากหนาเม้มแน่นจนเห็นเป็นแนวเส้นครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจพูดต่อ “..เมื่อคืนมึง..มีอะไรกับมิคาสะเหรอ”

 

“ไอ้ห่า!!!พูดบ้าอะไรของมึงเนี้ย!!!!” สิ้นคำถาม เอเลนตบกะโหลกเพื่อนหนุ่มผมสีอ่อนอย่างจัง แจนหัวอื้ออึงเจ็บระบมจนต้องแยกเขี้ยวใส่เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลสั้นหน้าขึ้นสีแดงช้ำเข้มไปถึงใบหู..สบนัยน์ตาสีเขียวขุ่นเคือง

 

“พูดบ้าที่ไหน!!รอยแดงๆนั่นน่ะ..มันรอยจูบชัดๆอย่ามาบอกนะว่ามึงโดนยุงกัดกูไม่เชื่ออ่ะ”

“ไอ้เชี่ยแจน!!มึงแดกเหล้าจนสมองกลับเรอะ!!กูไม่เคยทำแล้วก็ไม่คิดจะทำด้วย!!”

“โหยย ไอ้เชี่ย!!!น่าเชื่อมากนะมึง อึบก็อึบสิวะ!!!มึงจะมาเหนียมอายทำไม!!!”

“เฮ้ยๆพอๆทั้งสองคน!!นี่คอนโดนะเว้ย!!เดี๋ยวห้องข้างๆก็มาด่าหรอก” โคนี่ดึงแขนแจนที่เริ่มเสียงดังมีปากเสียงตามเอเลนให้ถอยห่าง…จากที่ไอ้หนุ่มผมสีอ่อนตัวสูงแค่ถามเฉยๆ ไปๆมาๆ เริ่มเข้าเค้าทะเลาะวิวาทจนมีปากเสียง หน้าหล่อเหลาชักสีหน้าโกรธเคืองไม่พอใจไม่แพ้กับเอเลน..

 

“กูสาบานได้ไอ้แจน..กูไม่เคยคิดอะไรกับมิคาสะ..กูไม่ทรยศมึงหรอก” เอเลนชี้แจ้งความบริสุทธิ์ใจ รู้ดี..ว่าคนหนุ่มผมสีอ่อนแอบหลงรักเพื่อนสาวผมสีดำยาวประบ่า..ไอ้เรื่องแย่งแฟนเพื่อนหักหลังเพื่อนมันไม่ใช่วิสัยของคนที่ชื่อว่าเอเลน เยเกอร์..ข้อนี้โคนี่รู้ดีแก่ใจ

“เอ่อ..กูเชื่อก็ได้..ขอโทษด้วยล่ะกัน” แจนยอมเป็นฝ่ายล่าถอยไป..เดินออกไปพร้อมกับโคนี่ที่ถอนหายใจโล่ง นึกว่าจะเกิดมวยหน้าห้องของเอเลนเสียแล้ว  เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลเหวี่ยงประตูปิดเดินกะโผลกกะเผลกกับความเจ็บระบมที่สะโพกนี่อีกจนอดสบถคำหยาบทั้งหัวเสียไม่ได้

 

“อะไรนักหนาเนี่ย..นอนผิดท่าหรือไงวะ!!”  เดิน..จนมาถึงห้องรับแขก..ถูกเก็บกวาดจนสะอาดด้วยฝีมือของรีไวล์..เด็กชายผมสีดำสั้นดึงผ้าปิดปากออกสำรวจมองความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหันกลับไปมองพี่ชายที่เดินหัวเสียทรุดนั่งเอกเขนกบนโซฟาตัวยาว..ยกขาขึ้นชันจนกางเกงบอลสีน้ำเงินถกขึ้นเห็นขาอ่อนที่ประปรายรอยจูบ

 

“มีเรื่องอะไร?”  รีไวล์ถามหลังจากที่ได้ยินเสียงโวยวายหน้าห้อง

“ไอ้แจนมันหาว่าพี่มีเซ็กส์..พูดบ้าๆเคยที่ไหน” บ่นหัวเสียหน้าหงิกหงอ..หารู้ไม่ว่าทำเอาเด็กชายใจเต้นเป็นกลองรัว..หวั่นใจกลัวอีกฝ่ายรู้แต่อีกใจนึงก็ตื่นเต้นระรัวที่ร่องรอยนั้นได้แสดงความเป็นเจ้าของๆเขาต่อสายตาคนอื่น

 

จะได้รู้กันไป..ว่า เอเลน เยเกอร์ มีเจ้าของแล้ว

 

 

ร่างสูงโปร่งนอนเอกเขนกหยิบเอาหนังสือการ์ตูนเรื่อง Attack on Titan เล่ม 3 มาอ่าน..หนังสือการ์ตูนของเขาที่โคนี่รื้อมาอ่านกองทิ้งไว้บนโต๊ะรับแขกเมื่อวานพลางบ่นว่าของเล่นบ้านมึงมีแค่การ์ตูนเรื่องนี้เรื่องเดียวเนี่ยนะ!!?ได้ถูกจัดเรียงเล่มเรียบร้อยในชั้นวางโดยน้องชายผู้รักความสะอาดและความเป็นระเบียบ

สัมผัส..เกลี่ยหมุนวนบนเส้นผมจับลูบตรงท้ายทอยทำให้ใบหน้าหวานเค้าเหมือนมารดาละสายตาจากหนังสือการ์ตูนมายัง..มือเล็กๆของน้องชายที่ทรุดนั่งอยู่บนขอบโซฟาข้างๆเขา

 

“เอเลน..นายผมยาวขึ้น”

“เอ๋!? จริงด้วยแหะ..ไม่เห็นรู้ตัวเลย” เด็กหนุ่มอายุ 15 ปีอุทาน..พลางยกมือขึ้นจับปอยผม..สัมผัสความยาวที่เริ่มมาคลอเคลียต้นคอระหงขาวน่าฝังคมเขี้ยวขบกัดผิวนุ่มนิ่มนั่น

 

“จะตัดหรือเปล่า” รีไวล์เอ่ยถาม เอเลนตาโตก่อนจะหัวเราะร่าเสียงดังโบกไม้โบกมือบอกปัดปฏิเสธ

“เฮ้ย!!อย่าเลย!!เดี๋ยวแหว่ง”

“ไม่แหว่งหรอก..ไม่มีใครรู้เรื่องของเอเลนดีเท่าฉัน”

 

เอเลนสดับฟังคำพูดของน้องชาย..สีหน้าจริงจังนั่นทำเอาใบหน้าหวานอดยิ้มเสียไม่ได้ รู้สึกขำและก็ปลื้มใจที่น้องชายรักและเป็นหวงแสดงความมั่นอกมั่นใจทั้งๆที่อายุเพียงแค่ 8 ขวบ ถึงจะฉลาดเกินวัยแค่ไหนก็ยังเป็นเด็กประถมอยู่ดี..มือเรียวยาวขยี้ผมสีดำสั้นอย่างหมั่นเขี้ยวหยอกล้อ

“ฮ่าๆ ขอบใจๆพ่อคนเก่ง..เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะแวะไปตัดล่ะกัน”

 

รีไวล์ชักสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใจที่อีกฝ่ายเห็นคำพูดของเขาเป็นเรื่องตลก..พี่ชายคงไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าเหล่านั้นบนหน้าน้องชายเพราะทันทีที่แซวจบก็หันไปสนใจหนังสือการ์ตูนต่อ  เด็กชายผมสีดำพ่นลมหายใจแรง..แล้วลุกจากโซฟาดึงผ้าปิดปากขึ้นมาสวมปิดจมูกคว้าหยิบไม้ขนไก่ที่วางไว้บนโต๊ะรับแขกเดินออกไปไล่ปัดกวาดทำความสะอาดในส่วนของห้องครัวต่อ

ระหว่างนั้น..เอเลนได้โทรศัพท์จากอาร์มินแจ้งมาว่ามิคาสะเข้าโรงพยาบาล ประจวบเหมาะกับที่รีไวล์โทรแจ้งให้ช่างมาซ่อมหน้าต่างห้องนอนเอเลนด้วยโทรศัพท์บ้าน

“เอเลนจะออกไปไหน?” รีไวล์วางหูเสร็จพอดิบพอดีที่พี่ชายตัวสูงโปร่งแต่หุ่นแบบางเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์วิ่งพรวดพราดไปหน้าบ้าน หยิบเอารองเท้าคอนเวิรส์สีดำบนชั้นวางรองเท้ามาสวมใส่

 

“อาร์มินโทรมาบอกว่ามิคาสะเข้าโรงพยาบาล พี่ออกไปก่อนนะเฝ้าบ้านดีๆล่ะ” กล่าวอย่างเร่งรีบวิ่งออกไปจากห้อง..ทิ้งน้องชายที่ยืนมองตามหลัง..กระทั่งประตูหน้าห้องคอนโดปิดตัวลง…

 

กร๊อบ!!!!!

 

หูโทรศัพท์บ้านหักเป็นสองท่อนขามือเล็กๆ รีไวล์กัดฟันแน่นจนได้ยินเสียงกรอดๆ ตาสีเทาวาวโรจน์ดุจปิศาจร้าย..นึกเคียดแค้นในใจ

 

เป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้เลยเหรอ..เอเลน..

 

“โห..งั้นสินะ..ก็เป็นผู้หญิงนี่นะ”  เด็กชายอายุ 8 ขวบเดินโซเซไปยังประตูไม้ห้องหนึ่งที่ถูกปิดมานานตั้งแต่คิชาและคลาร่าย้ายไปทำงานที่ NASA   มือล้วงหยิบเอากุญแจไขกลอนลูกปิด

 

 

กริ๊ก!!

 

ประตูเปิดออก..ก้าวเท้าเปลือยเปล่าเข้าไปในห้องมืดอับแสงกลิ่นดวงตาสีเทากวาดมองเหล่าอุปกรณ์ทดลอง..เครื่องแก้วต่างๆ ห้องทำงานที่ใช้สำหรับงานวิจัยของบิดาและมารดาถูกเก็บเอาไว้ในนี้จัดเรียงรายเป็นหมวดหมู่ไม่ว่าจะขวดชมพู่หลายขนาด บีกเกอร์  Volumetric flask หลายมิลลิลิตร บนชั้นวางเหล็ก..ข้างๆเป็นตู้ห้องกระจก..ที่บรรจุสารเคมีต่างๆนาๆที่เก็บรักษาไว้สำหรับงานวิจัยต่างๆ

 

“เธอผิดเอง..มิคาสะ แอคเคอร์แมน”

 

 

TBC

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

รีไวล์เริ่มส่อแววเด็กนรกแล้วค่ะ 555

 

[Fic Attack on titan][Rivaille x Eren]นางไททัน//บทที่14

 

 

[Fic Attack on titan] นางไททัน

Paring : Levi x Eren

Rate    : PG-13 , รั่ว , ดราม่า(?)

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

บทที่ 14

 

 

เวลาผ่านไปอาทิตย์กว่าแล้วนับตั้งแต่การจากไปของหม่อมเจ้าเพทร่า…สตรีผมสีทองผู้เลอโฉมแห่งแดนสยามยิ่งกว่าใคร..ขี้เถ้าของนางได้ถูกปล่อยลอยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา..สายลมหนาวแห่งฤดูเหมันต์พัดผ่านพาเอาละอองเถ้าสีขาวปลิวว่อนไป…

ตาสีดำคมเข้มกับใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มประหนึ่งดาบแข็งกล้า…จับจ้องเถ้ากระดูกของรักแรก..สัจธรรมอันไม่เที่ยงแท้ของโลก เกิด แก่ เจ็บ ตาย…ต่อให้เกิดมาสูงใหญ่เล็กดำขาวขี้เหร่งดงามแค่ไหนเมื่อถึงคราวต้องจากลากลับเหลือเพียงเถ้ากระดูกและทิ้งความห่วงหาอาลัยอาวรณ์แก่ผู้มีชีวิตอยู่ไว้เบื้องหลัง

 

“ราตรีสวัสดิ์ลูกรักของพ่อ”  หม่อมเจ้าพิคซิสกำเถ้ากระดูกหยิบมือส่วนสุดท้ายในห่อผ้าขาวบนพานทองเหลืองที่บ่าวไพร่สตรีของเขานั่งคุกเข่าถือยกเหนือหัวอย่างนอบน้อม  มือเหี่ยวย่นค่อยๆคลายมือสายลมพัดพา…เถ้ากระดูกของเพทร่าไปทีละเล็กละน้อย…

 

จนในที่สุด…ไม่เหลืออะไรในมือของผู้เป็นพ่อ…

 

 

บิดาคงจะเสียใจที่สุด..คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมร่ำไห้กับการจากไปของบุตรยิ่งกว่าใคร..ชายชราผู้มีเชื้อพระวงศ์ห่างๆชั้นหันกลับมายิ้มอบอุ่นแก่บุรุษผมสีดำสั้นไถเกรียนหลังในชุดราชปะแตนสีขาวสะอาดกับโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้ม

“ข้าขอขอบใจคุณหลวงมาก..ที่มาร่วมโปรยเถ้ากระดูกของเพทร่า”

“หามิได้ขอรับ..นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรกระทำ หม่อมเจ้าพิคซิส” หลวงรีไวล์โค้งตอบรับคำขอบคุณเหล่านั้นจากผู้สูงศักดิ์กว่าอย่างนอบน้อม…การมาร่วมงานโปรยเถ้ากระดูกนี้เป็นเพียงพิธีการสุดท้ายแสนเรียบง่ายที่จะมีเพียงญาติของผู้ตายเข้าร่วมหรือคนสนิทที่อยากคิดจะมาเท่านั้น…

 

 

ทว่า…ญาติของหม่อมเจ้าก็เป็นเหล่าราชวงศ์ที่มีพระราชกรณียกิจล้นมือจึงไม่มีเวลามาร่วม..

จะเหลือก็เพียงแค่บิดา..เหล่าบ่าวไพร่คนสนิทบางส่วนและ…หลวงรีไวล์เท่านั้น…

 

 

“ลมหนาวครานี้..ช่างหนาวเหน็บกว่าที่คิดนัก” ชายชราเอ่ยทั้งน้ำเสียงแหบพร่าอ่อนแรง มองดูท้องฟ้าที่ยังคงสลัวมืดเป็นสีครามเข้มทั้งที่เพลาล่วงเข้าเช้าตรู่แล้ว

“ขอรับหม่อมเจ้า”  หลวงรีไวล์ขานตอบ..,มองขอบท้องฟ้าไร้วี่แววดวงตะวัน…เคลื่อนคล้อยเชื่องช้า..จนในที่สุดก็โผล่ริ้วแสงสีทองสว่างขึ้นจากผืนดิน…

 

 

 

เหมันต์…เดินทางมาเยือนแล้ว…

พร้อมตะวันยอแสงใหม่รับฤดูกาล

 

 

 

 

 

 

เรือนไม้ใหญ่ค่อนข้าวกว้างขวาง..บนพื้นที่หลายตารางวาเสียงดาบปะทะกันดังก้องชัดจากหลังเรือน..ในลานสวนกว้างที่ใช้สำหรับซ้อมฝึกปรือดาบเหล่าทหารหน้าใหม่ทั้งหลายใต้สังกัด แม้อากาศจะหนาวเย็นชวนนอนซุกใต้ผ้าห่มผืนหนา ทว่า..ชายชาติทหารจะมาทำเช่นนั้นไม่ได้ เช้าสายๆเช่นนี้พวกเขาเปลือยกายท่อนบนมัดกล้ามขยับไหวทุกย่างก้าว

ทุกการรุกรับคมดาบในมือ อดทนต่อความหนาวตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก ทั้งหมดนี้สะท้อนอยู่ในสายตาคมเต็มไปด้วยแววตาเฉลียวฉลาดของพระยาเอลวิน ผู้เลื่องชื่อลือชาความสามารถด้านแผนการรบ หลักแหลมยิ่งกว่าใคร  ชายหนุ่มผมสีทองสั้นยศพระยายิ้มพออกพอใจผ่านทางหน้าต่างจากระเบียงไม้ที่ยื่นต่อออกจากเรือนใหญ่

 

“พวกเขาขยันขันแข็งนัก..อีกหน่อยคงได้เป็นกำลังรบที่สำคัญของสยามเป็นแน่แท้”

“ท่านก็ชมเกินไป ท่านหมอมิเกะ..เพลานี้ยังห่างชั้นกับทหารฝีมือยอดเยี่ยมอย่างขุนมิคาสะหรือหลวงรีไวล์อีกเยอะ” พระยาเอลวินละสายตาจากทหารหน้าใหม่เบื้องล่างไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ หมอหนุ่มในชุดราชปะแตนสีขาวถือกระดานชนวนไว้ในแขนจดสูตรยาต่างๆไว้  ชายตัวสูงคลี่ยิ้มละมุมขำขัน

 

“โธ่…ท่านพระยา..อย่านับสองคนนั้นเลยท่าน…นั่นเรียกว่าแข็งแกร่งเกินคนปกติ”

“ฮ่าๆ ก็จริงอย่างที่ท่านหมอว่านั่นแล”

 

เสียงหัวเราะของทั้งสองหยุดลงเมื่อบ่าวทาสสาววัยกลางคนรีบเดินมาหมอบคลานกราบอย่างนอบน้อม

“ท่านพระยาเจ้าคะ…คุณหลวงรีไวล์มาขอพบเจ้าค่ะ”  สิ้นคำกล่าวรายงาน บุรุษทั้งสองมองตากันแล้วหัวเราะ…ให้ตายสิ..ไม่ทันไรแค่เอ่ยถึงก็มาหาเสียแล้ว  ฝีเท้าที่ย่างก้าวขึ้นบันไดมาทั้งบุรุษผู้ถือยศศักดิ์ทั้งสองเข้ากลับมายังลายโถงกว้างสำหรับรับแขก..พระยาเอลวินทรุดนั่งบนเก้าอี้ประจำของตน ตามด้วยหมอมิเกะนั่งบนเก้าอี้ฝั่งซ้ายส่วนฝั่งขวากลายเป็นที่นั่งของหลวงรีไวล์…ทหารแกร่งจนเป็นที่เลื่องชื่อทั้งในแง่ความสามารถเกินใครและความโหดร้ายเป็นทุนเลิกคิ้วฉงนมองหมอหนุ่มที่พึ่งพบพานกันไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อนในวันตายของหม่อมเจ้าเพทร่า

 

“สวัสดียามเช้าขอรับคุณหลวง” ท่านหมอมิเกะโค้งทักทายอีกฝ่ายอย่างสุภาพนอบน้อมแก่คนที่ยศสูงกว่า ซึ่งอีกฝ่ายพยักหน้าตอบเล็กน้อยรับคำทักทาย

“ท่านหมอมาตรวจหลังให้ข้า” เอลวินชี้แจ้งไขข้อสงสัยที่อ่านได้จากสีหน้าไร้อารมณ์ของบุรุษร่างเล็ก

“ที่เอ็งตกต้นมะยมล่าสุดนั่นนะหรือ”

“อ..เอ่อ…ตามนั้นแหละ” การถูกรีไวล์ย้ำความผิดพลาดเรียกสีแดงเรื่อบนหน้าหล่อเหลาล้อมเรือนผมสีทองตัดสั้น  เนื่องด้วยความดื้อดึงไม่ยอมใช้บ่าวไพร่อยากปีนไปเก็บมะยมมากิน..ไม่ได้ดูสังขารและกำลังกายของตนว่าวัยล่วงเลยมาเท่าไหร่แล้ว..ประกอบกับช่วงหลังๆไม่ค่อยได้ออกกำลังกายฝึกดาบเท่าที่ควรเน้นไปทางวางแผนรบมากกว่าเลยพลาดท่าลื่นตกมาดีที่หลังไม่เดาะเหมือนครั้นตกต้นมะพร้าว  แต่ก็ระบมไปหลายวันพอตัว..

 

 

“ข่าวไส้ศึกในเมืองเชียงใหม่ที่เอ็งให้ข้าไปสืบ” หลวงรีไวล์ยื่นม้วนสารเล็กๆให้อีกฝ่าย เอลวินรับมาแล้วเปิดอ่านในความสำคัญเหล่านั้น ปากหนากระตุกยิ้มเย็น..รอยยิ้มอันยากจะมีผู้ใดได้พบเห็นนอกจากคนสนิทเฉกเช่นหลวงรีไวล์และหมอมิเกะ ที่รู้จักมักจี่ไว้เนื้อเชื่อใจราวกับพี่น้องร่วมสาบาน

 

รอยยิ้มของท่านพระยา…ตาสีฟ้าอบอุ่นอ่อนโยนนั่นพราวระริกเจ้าเล่ห์มากแผนการณ์..

 

“เห็นที..เรื่องนี้คงต้องตัดไปแต่ต้นลม” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ย..น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหนาวเหน็บชวนผวาพอๆกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนหน้าคมหล่อเหลาใต้เรือนผมสีดำสนิทดุจท้องฟ้ายามราตรี

 

“ถ้าเช่นนั้นกระผมคงต้องขอตัวก่อนขอรับ พอดีมีตรวจครรภ์แม่โคนี่ต่อ” ท่านหมอมิเกะมองดูท้องฟ้าเวลาที่ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว ประจวบเหมาะกับเป็นเรื่องงานทางการทหารที่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะอยู่ต่อก็เกรงว่าจะเป็นตัวถ่วงเสียเปล่าๆ บุรุษร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนโค้งลาเจ้าบ้านและเพื่อนสนิทที่มาเยือน

“น่าอิจฉาจหมื่นคีธนัก…กลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ไปเสียแล้ว ทิ้งให้ข้าไร้คู่ไปคนเดียวเสียได้..” คนผมทองเอ่ยระคนอิจฉา..พระยาหนุ่มยังหาเมียไม่ได้ถอดถอนใจ..วัยก็ล่วงเลยเลขสามขึ้นแล้วขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงได้โดนเพื่อนรุ่นเดียวกันแซงหมดแน่ๆ

“อย่าว่าแต่จหมื่นคีธเลยขอรับ คุณหลวงเองก็เช่น..ได้เป็นพ่อคนเสียแล้ว” คำเอ่ยแซวนั่น สร้างความฉงนงุนงงแก่หลวงรีไวล์และพระยาเอลวินยิ่งนัก ใบหน้านิ่งเฉยชามุ่นคิ้วฉงนสนเท่ห์กับคำกล่าวของหมอหลวง

“พ่อคน?ข้านะหรือ?”

“ขอรับ..ก็เมียบ่าวของท่าน..แม่เอเลนตั้งท้องได้ร่วมเดือนกว่าแล้ว” ตาคู่คมแสนสุขุมใต้เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนกล่าวทั้งเสียงทุ้มนุ่มลึกพร้อมรอยยิ้ม…พระยาเอลวินอ้าปากเหวอตกตะลึงตาค้างกับข่าวร้อนระอุเช่นนี้ บุรุษร่างสูงเลิกคิ้วสูงมองชายยศพระยาสลับกับยศหลวงไปมา..สีหน้าตะลึงพรืดตาโตเท่าไข่ห่านหาได้ยากยิ่งบนหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมเย็นชาที่สุดแห่งแดนสยามนั่น…

 

“คุณหลวง..คุณหญิงฮันซี่ไม่ได้บอกท่านดอกรึ?”

 

พรวด!!!!

 

“รีไวล์!!เดี๋ยว!!!รีไวล์!!!!” พระยาเอลวินตะโกนร้องเรียกเพื่อนสนิทที่ลุกพรวดพรวดเดินลงจากเรือนไปขึ้นรถเกวียนลากขับเคลื่อนออกไป…ชายตัวสูงผมสีทองยกมือขึ้นตบหน้าผากเต็มแรง ไอ้งานเดินช้าไม่เท่าไหร่ หากแต่..สภาพบ้านแตกที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาข้างหน้า…มันน่าหวั่นวิตกยิ่งเสียกว่าไส้ศึกในเมืองเชียวใหม่เป็นไหนๆ

 

.

.

 

สายลมหนาวพัดโชยมา..ความเย็นสะท้านต้องผิวของสาวแว่นผมสีน้ำตาลที่ครองตัวโสดต้องกระชับผ้าคลุมไหล่สีฟ้าอ่อนลื่นให้มั่นพลางจิบน้ำชาอุ่นๆที่ยายสร้อยรินให้ ดวงเนตรหลังแว่นตาทรงกลมจับจ้องตัวหนังสือในนิยายฝรั่งแสนโรแมนติก

 

 

“สงบสุข..ดีจัง”

 

 

ผัวะ!!!!!!

 

 

“ตาเถร!!!คุณหญิงเจ้าค่ะ!!!!!” ทาสชราที่กำลังบีบนวดแขนร้องกรี๊ดไม่เป็นภาษาตกใจอุทานเมื่อคุณหญิงของเธอซึ่งกำลังเอ่ยบทสนทนาแสนผ่อนคลายกลับถูกลูกมะม่วงปาตีแสกหน้าเข้าอย่างจังจนแว่นกระเด็นหลุดไปกลิ้งกับพื้น ฮันซี่ล้มโครมเก้าอี้หงายหลังดีที่ใส่โจงกระเบนมิเช่นนั้นคงได้เห็นอะไรต่อมิอะไรอล่างฉ่าง

 

นางสร้อยหันไปมองคนที่กล้าปา…มะม่วง..มะม่วง!!!!เธอรู้ในทันทีคนๆเดียวที่สามารถแตะต้องผลมะม่วงอกร่องจากต้นมะม่วงเพียงหนึ่งในสวนหลังเรือนจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก…

 

“ค..คุณหลวง!!!”  ทาสชราอุทานทั้งเสียงแหบแห้งยิ่งเห็นหน้าดุดันเกรี้ยวกราดของหลวงรีไวล์..เดินก้าวฉับๆเข้ามากระชากแขนพี่สาวตัวเองที่เอาแต่คลานคลำหาแว่นตาให้ลุกขึ้นยืน ดึงให้ลดระดับความสูงลงมาสบตาระยะประชิดใกล้ๆ

 

“เหตุใดถึงไม่บอกข้า!!ฮันซี่!!!”

 

“ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะคุณหลวง!!คุณหญิงท่านเจ็บนะเจ้าคะ” ยายสร้อยพยายามเกาะขานายเหนือหัวบุรุษอ้อนวอนขอความเห็นใจ ไม่อยากให้พี่น้องตีกันกลางเรือนจนเรื่องราวใหญ่โต..ดูเหมือนว่าคำพูดเหล่านั้นหาได้เข้าหูของคุณหลวง..รีไวล์โกรธจนเลือดขึ้นหน้าบีบต้นแขนพี่สาวแน่นจนฮันซี่ร้องครวญถามทั้งน้ำตาเล็ดงุนงงกับอารมณ์ร้ายของน้องชาย

 

“ร..รีไวล์..ข้าเจ็บ!!เจ้าเป็นอะไรของเจ้าเนี่ย!!!!”

“โห…ถามว่าเป็นอะไร!!!เจ้าน่าจะรู้อยู่แก่ใจดี!!เจ้าปิดบังข้าเรื่อง..นางทาสนั่น..”  รีไวล์กดเสียงลดต่ำลง..ฮันซี่เบิกตากว้างจ้องมองใบหน้าหล่อคมของน้องชาย “นี่เจ้า…รู้แล้วรึ”

ชายผมสีดำกัดปากกรอด กำหมัดแน่นแล้วเหวี่ยงโยนร่างพี่สาวแท้ๆลงไปนอนกลิ้งกับพื้น..ชนกับแว่นตาที่ตกอยู่สาวผมสีน้ำตาลมัดรวบปักปิ่นทองหยิบแว่นขึ้นมาสวมใส่..สายตาสั้นถูกปรับภาพพร่ามัวให้ชัดเจนจึงได้เห็น…สายตาวาวโรจน์ทั้งโกรธทั้งอายในเวลาเดียวกัน

 

“พวกเจ้าปิดบังข้า!!เห็นข้าเป็นตัวตลกหรือไร!!!เหตุใดไม่มีใครบอกข้าว่าเอเลนท้อง!!!”  บัดนี้หลวงรีไวล์รู้สึกถูกฉีกหน้าแหก..ระหว่างที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรคนในบ้านทั้งพี่สาวยันบ่าวไพร่ต่างก็รู้ แต่ปิดปากเงียบ..คงหัวเราะสนุกสนานทั้งๆที่หลวงรีไวล์ผู้นี้ยืนหัวโด่..ว่าโง่หาได้รู้ว่าเมียบ่าวกำลังให้กำเนิดทายาท

 

“ข้าจะลงโทษพวกเอ็งให้หมด!!เตรียมล้างคอรอได้เลย!!!” บทลงโทษแสนสะพรึง..ทำเอาข้าทาสบริวารขาสั่นเข่าอ่อน ยายสร้อยหญิงชรากราบแทบเท้าหน้าซีดเผือดขอความเห็นใจจากนายเหนือหัว..ไม่เพียงแค่เธอเท่านั้นหลวงรีไวล์กล่าวรวมเหมาทาสในรั้วเรือนหมดทุกคนไม่มีข้อละเว้น  คุณหญิงฮันซี่เห็นท่าไม่ดีเสียแล้วหากปล่อยให้น้องชายไหววูบตามอารมณ์เดือดคงได้งานยุ่งแน่ๆ

 

“หยุด!!พอได้แล้วรีไวล์!!!ไม่ใช่ความผิดของพวกเขา!!!ข้าเป็นคนสั่งไม่ให้บอกเจ้าเอง!!!” ออกปากโต้รับแทน ลุกขึ้นยืนหยัดสู้หน้าอีกฝ่าย ขึ้นเสียงใส่น้องชายของตนอย่างสุดจะทน

 

“ที่ข้าสั่งก็เพราะเอเลนวอนขอไม่ให้บอก เจ้าควรจักรู้ถึงหัวอกนางเสียบ้าง!!นางช้ำใจเพียงใดที่เห็นเจ้าเอาแต่สนใจหม่อมเจ้าเพทร่าฝ่ายเดียว เลยน้อยใจคิดว่าเจ้าเห็นนางเป็นเพียงตัวแทน!!”  ฮันซี่กล่าวอธิบายแทนทาสสาว..ทาสตัวน้อยไร้ซึ่งปากเสียงเจียมตัวเจียมหัวใจ  “ข้ารู้ว่าเจ้ารักเอเลน..รักมากเสียด้วยซ้ำ..รู้ว่าที่เลือกดูแลให้ความสำคัญให้เวลาแก่หม่อมเจ้าเพทร่าก็เพราะนางมีชีวิตได้ไม่นานถึงได้เลือกมอบความสุขให้มากกว่า แต่เอเลนยังเด็กนัก..ไม่มีทางเข้าใจดอกว่าสิ่งที่เจ้าทำนั้นเพราะเหตุใด”

 

“แต่คืนนั้นนางปฏิเสธข้า!!!ขอให้ข้าปล่อยลงจากเรือน!!นางทาสไม่รักดีนั่นก็แค่เอาเหตุผลมาอ้างอยากจะตีตัวออกจากข้าล่ะสิไม่ว่า!!!”  เสียงตวาดแผดดังลั่นชวนผวาดังลงไปถึงข้างล่าง เหล่าบ่าวไพร่อกสั่นขวัญแขวนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็จริง แต่อีกใจก็กลัวเกินจะสอดรู้สอดเห็นเรื่องของนายยิ่งตอนนี้คุณหลวงกำลังโมโหเอาเสียมากด้วย ถึงกับขั้นมีปากเสียงกันกับคุณหญิงฮันซี่คงไม่ธรรมดาเป็นแน่!!!!

สตรีผมสีน้ำตาลโมโหเหลืออดเกินทนกับน้องชายทิฐิปากหนักยิ่งนัก!!เธอคว้าหนังสือปาแสกหน้าผากเต็มเหนี่ยวจนใบหน้าคมนั่นขึ้นรอยแดงสันหนังสือกลางหน้าผาก!!!

“ข้าไม่ไหวกับเจ้าแล้ว!!เหตุใดถึงได้ปากแข็งปากหนักทิฐิแรงนัก!!เด็กนั่นทำลังอุ้มลูกของเจ้าอยู่นะ!!!”

“เจ้ากล้าดียังไงมาทำกริยาเช่นนี้ใส่หลวงรีไวล์ผู้นี้!!!” มือแกร่งคว้าชักดึงดาบข้างเอวย่างก้าวเข้ามาแต่เหล่าทาสบุรุษที่เห็นค่าท่าทางสถานการณ์ไม่ค่อยจะดีจึงรีบวิ่งขึ้นมาเสี่ยงคมดาบนั่นจับขาอีกฝ่ายรั้งเอาไว้ ขณะเดียวกับที่ยายสร้อยรีบถลาเข้ากอดนายหญิงกางแขนกันเอาไว้  ยอมเสี่ยงสละชีวิตอันต้อยต่ำไม่ให้เกิดการนองเลือดในบ้าน

 

“อย่าขอรับคุณหลวง!!นั่นคุณหญิงฮันซี่พี่สาวของคุณหลวงนะขอรับ!!!”

“คุณหลวงเจ้าคะ..บ่าวขอร้อง..เป็นพี่เป็นน้องกันอย่าให้ต้องเสียเลือดเนื้อกันเลยหากท่านพระยาที่อยู่บนสวรรค์มาเห็นเข้าจักรู้สึกเช่นไรเจ้าคะ..ฮึกๆ” ทาสชราทรุดกราบเท้าขอร้องชายหนุ่มอารมณ์เดือดทั้งน้ำตาสะอึกสะอื้นเสียอกเสียใจ..คำกล่าวอ้างถึงบิดาผู้จากจรดึงสติรีไวล์ให้กลับมา..เขาใจสงบลงและสะบัดขาหลุดจากการจับกุมของเหล่าทาสบุรุษ

 

“ชิ!!!” สบถคำรามต่ำไม่พอใจเดินกระแทกเท้าเข้าห้องนอนตัวเอง มือเหวี่ยงบานประตูปิดเต็มแรงดังสนั่นจนสายตาที่ลอบมองต่างก็เกรงกลัวว่าประตูจะพังเสียก่อน…

 

 

 

คุณหญิงฮันซี่ทรุดนั่งกับเก้าอี้มือก่ายหน้าผากเหนื่อยใจ..เหนื่อยใจกับทิฐิของน้องชายเหนื่อยใจกับความดื้อรั้นของอีเอเลน  ยายสร้อยคลานไปเก็บหนังสือนิยายฝรั่งปกแข็งที่ตกบนพื้นมาส่งคืนให้นายหญิง…นิยายกลายเป็นอาวุธบันดาลโทสะปาใส่หน้าคุณหลวงรีไวล์เมื่อครู่

“ขอบใจยายสร้อย” เธอยิ้มบางๆรับหนังสือมาวางลงบนตักถอนถอนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหม่อมองท้องฟ้าสีคราม…ตะวันนั่นถูกเก็บซ่อนในม่านหมอกฤดูหนาว..หมอกที่เหมือนกับใจคนความรู้สึกต่างๆอุปสรรคนาๆที่คอยขวางกันไม่ให้เห็นดวงอาทิตย์อันเปรียบเสมือนความรักที่ทั้งสองมีให้กัน

 

 

..ความรู้สึกแท้จริงที่ถูกเก็บซ่อนไว้…

 

“หลังจากนี้..จะเป็นเช่นไร..ข้าไม่อาจเดาได้จริงๆ” ถอดถอนใจ..ปรารถนาให้ทั้งสองได้กลับมาเคียงคู่กันอีกครั้ง หลวงรีไวล์กับอีเอเลน…นายกับเมียบ่าว..ถึงจะมีสายใยสัมพันธ์รักเป็นลูกน้อยในท้องของทาสสาวแรกรุ่นแล้ว..หรือนี่จะยังไม่เพียงพอที่เส้นทางรักจะบรรจบได้

 

 

จนกว่ารอยร้าวในใจนี่จะจางหายไป..ต้องรออีกนานแค่ไหน?

หรือความรักนี้จะไม่มีวันเป็นจริง

 

TBC

++++++++++++++++++++++++

 

 

ว่าจะมาวันที่ 3 แต่…วันนี้เครียดจริงค่ะ สอบแบบจำไปแล้วนะ แต่คนอื่นเขาจำเขาเขียนมากกว่าบลัดมาก
แบบ..มันเขียนเยอะยิ่งดีอ่ะ กลัวมากๆอ่ะ ขอให้ผ่านๆเถอะนะ ขอระบายผ่านฟิค
ฤดูหนาวก็เปรียบเปรยไ้ด้หลายอย่าง…ตามเรื่อง
บอกแล้วตอนนี้คุณหลวงบทเยอะ 555 แต่อีเอเลนหาย มีบทอีกทีก็ตอนหน้า..
ตอนนี้พยายามยัดจุดฮาพอสมควรนะ ไม่รู้จะฮากันไหม ฮะๆ
เหลืออีก 2 ตอน + บทส่งท้าย  ฮาาา
ลัดคิวฟิคที่วางแผนไว้บ่อยไปแล้วอ่ะ ฮะๆ  =v=;
เมื่อสองวันก่อนโรลคุณหลวงเล่น…โดนยับเลย กร๊ากกก เจ็บแค้นเคืองโกรธอัลไลกันขนาดเน้ ฮาาา
ถ้าใครตามที่โรลในทวิตจะรู้ว่า โคนี่ตั้งท้องกับจหมื่นคีธแล้ว วรั้ยยย

 

[Fic attack on titan][Rivaille x Eren]นางไททัน//บท13

 

[Fic Attack on titan] นางไททัน

Paring : Levi x Eren

Rate    : PG-13 , รั่ว , ดราม่า(?)

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

บทที่ 13

 

 

เกวียนรถเคลื่อนจอดลงหน้าเรือนใหญ่ เจ้าของรถก้าวลงเดินขึ้นบันไดไม้สักสูงหน้าทางประตูใหญ่ทางเข้าของเรือนด้วยความเร่งรีบ..ผ่านเหล่าบ่าวไพร่ในรั้วเรือนหม่อมเจ้าพิคซิสที่พากันมารวมตัวกันร่ำไห้สะอึกสะอื้น ชะเง้อหน้ามองบนเรือนใหญ่ด้วยสายตาภาวนาขอพรพลางประนมมือสวดมนต์ขอต่อบุญให้แก่บุตรสาวเพียงคนเดียวของนายเหนือหัว…

 

หลวงรีไวล์เดินขึ้นมาถึงโถงกว้างกลางเรือนไม้…บนนั้นเต็มไปด้วยเหล่าทาสที่ถูกเรียกขึ้นมารับใช้ประจำบนเรือน ที่ลานนั่งด้านนอกมีหม่อมเจ้าพิคซิสในชุดผ้าฝ้ายสีม่วงอ่อนกับโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้ม ยืนกุมขมับแววตาสีขุ่นตามวัยชราที่ร่วงโรยแดงก่ำกักกั้นความโศกเศร้าเอาไว้ในฐานะลูกผู้ชาย

“หม่อมเจ้าพิคซิส” เสียงทุ้มดึงสติผู้เป็นบิดาของหม่อมเจ้าเพทร่า ชายวัยชรามากยศศักดิ์เงยหน้าขึ้นพยักหน้ารับการค่อมหัวเคารพของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นทหารที่แข็งแกร่ง กล้าหาญชาญชัยยิ่งกว่าใคร…

 

 

รวมถึงรักเพียงหนึ่งเดียวในดวงใจของลูกสาว

 

“อาการของหม่อมเจ้าเพทร่าเป็นเช่นไรบ้างขอรับ”

“ทรุดหนักตั้งแต่เมื่อคืนวาน..ตอนนี้หมอหลวงตรวจอาการอยู่ไม่รู้จักเป็นตายร้ายดีอย่างไร”

หม่อมเจ้าพิคซิสกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงอ่อนแรง ผิดวิสัยที่มักเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนเสมอๆ ความอ่อนแอที่เก็บซ่อนไม่ให้บุตรสาวที่ป่วยด้วยโรคร้ายภายใต้หน้ากากร่าเริง เสียงหัวเราะของผู้เป็นพ่อถึงเพลาแตกหักลง..รีไวล์มองผู้ใหญ่ที่ตนเคารพด้วยสายตาเห็นใจนัก…

 

ประตูไม้ห้องนอนของหม่อมเจ้าเพทร่าเปิดออกพร้อมกับร่างของหมอหลวงหนุ่มมิเกะ ชายร่างสูงสวมชุดราชปะแตนสบตาบุรุษยศศักดิ์สูงส่งทั้งสองคน..ใบหน้าหล่อเหลาสุขุมประปรายไรหนวดอ่อนๆเหนือริมฝีปากส่ายหน้าด้วยสายตาอ่อนล้าสงสารเวทนา

“หม่อมเจ้าเพทร่า…อาการทรุดหนักมากกว่าที่ข้าคิด..อาจจะอยู่ได้ไม่พ้นตะวันของพรุ่งนี้” คำตอบของหมอหลวงทำเอาพิคซิสเบิกตากว้าง มือเหี่ยวย่นสั่นเท้าแต่พยายามข่มไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมชายวัยชรากลั้นลมหายใจสูดเข้าปอดข่มอารมณ์โศกาเอาไว้

“ข้าขอเข้าไปหาลูกสาวของข้าได้หรือไม่”

“ตามสบายขอรับหม่อมเจ้า” หมอมิเกะโค้งเขยิบตัวหลีกทางให้ชายชราผู้เป็นบิดา ดวงเนตรคมอ่อนโยนใต้ผมปรกสีอ่อนมองใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาของชายยศขุนหลวงผู้มากชื่อเสียง

 

“หม่อมเจ้าเพทร่าต้องการพบคุณหลวงขอรับ” หมอหนุ่มผมสีอ่อนกล่าว ชายผมสีดำตัดสั้นไถเกรียนด้านหลังพยักหน้าแล้วเดินสวนทางคนตัวสูงกว่านับโขข้ามผ่านบานธรณี..ดวงตาสีดำคมกริบนิ่งเฉยเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้…ในห้องนอนของสตรีผู้เป็นรักแรกหอมอวลด้วยกลิ่นสดชื่นของดอกจำปีสีขาวที่วางใส่ในกระทงใบตองสีเขียงบนโต๊ะไม้หัวเตียง..พื้นไม้รอบเตียงเต็มไปด้วยข้าทาสบริวารคนสนิทที่รับใช้หม่อมเจ้ามานานนั่งพับเพียบร้องไห้สะอึกสะอื้น…หม่อมเจ้าพิคซิสผู้เป็นบิดานั่งอยู่ขอบเตียงลูบศีรษะผมสีทองส้มสว่างด้วยความอ่อนโยนทั้งการกระทำ สายตา และความรู้สึก…ส่งต่อไปถึงบุตรสาวผู้งดงาม…

 

หม่อมเจ้าเพทร่านอนอยู่บนเตียงใบหน้าอิดโรยเห็นได้ชัดริมฝีปากชมพูเล็กซีดแห้งผาก แก้มตอบลงเล็กน้อยนัยน์ตาสีส้มทองสดใสฉายแววอ่อนล้าลงเห็นได้ชัด..ว่านางพยายามฝืนเปลือกตาจดจ้องมองโลกใบนี้ที่กำลังจะจากจรไปในอีกไม่กี่เพลาข้างหน้า

“พ..พี่รีไวล์” เสียงแว่วหวานแหบพร่าเอ่ยนาม..แม้ในยามป่วยยังคงแย้มยิ้มให้ผู้มาเยือน ชายชราผู้เป็นบิดามองลูกสาวสลับกับบุรุษยศหลวงที่เห็นมาแต่เล็กแต่น้อยครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงไปหาอีกฝ่ายวางมือเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยอำนาจวาสนาลงบนบ่ากว้างแข็งแรงสมชายชาติทหาร

“ฝากเพทร่าด้วย” ทิ้งท้ายก่อนออกไปจากห้องพร้อมบ่าวไพร่ในนั้น ฝากชีวิตที่เหลือ..มอบช่วงเวลาสุดท้ายของลูกสาวให้แก่บุรุษที่นางพึงปรารถนาอยากจะอยู่ด้วยมากที่สุด…

ประตูไม้ปิดตัวลง..บัดนี้ในห้องนอนของสตรีผู้งามล้ำทั้งกายวาจาใจ..สตรีที่เลอค่ายิ่งกว่าใครในแดนสยามเหลือเพียงเจ้าของห้องกับชายผู้เป็นที่รัก หลวงรีไวล์ก้าวเท้ามาใกล้ทรุดนั่งลงขอบเตียงมือแกร่งหยาบกระด้างจับดาบฆ่าฟันศัตรูมากมาย กำลังวางลงบนมือเล็กๆนุ่มนิ่มชื้นเหงื่อบนเตียง

 

…บอบบาง,,,อ่อนแรงจนสัมผัสได้บนฝ่ามือ…

 

“เจ้ามือเย็นกว่าที่ข้าคิดนัก” เสียงทุ้มนิ่งเรียบเอ่ย เรียกเสียงกลั้วหัวเราะขำขันจากผู้ป่วยที่นอนบนเตียง

“คิกๆ คงเพราะ..แค่กๆ…น้องมิได้นอนห่มผ้านั้นแล” วาจาติดตลกกับรอยยิ้มแสนสดใสติดๆขัดๆ

สลับไอค่อกแค่กเรียกรอยยิ้มบางๆบนหน้าคมเข้มอันหาได้ยากยิ่งสำหรับชายผู้มีนามว่ารีไวล์..ทหารผู้ขึ้นชื่อความโหดร้ายทารุณไร้ความปราณี

 

“น้องขอโทษนะจ้ะ”

“เรื่องอันใดหรือ”

“ที่น้อง..ไม่สา..มารถทำขนมตาล..แค่กๆ..ตามสัญญา”

“เพลานี้เจ้ายังมาคิดเรื่องเช่นนี้อีกหรือเพทร่า” รีไวล์เอ็ดใส่นิ่วหน้าขมวดคิ้ว …หากเป็นคนอื่นเพียงแค่เห็นหัวคิ้วเริ่มขมวดปมคงกลัวหัวหด ทว่า..หญิงสาวเรือนผมสีส้มทองยาวประบ่ากลับขำขัน..ขำขันท่าทีเข้มงวดไม่เคยเปลี่ยนของอีกฝ่าย นัยน์ตากลมโตแสนเหนื่อยล้าปรือมองใบหน้าชายหนุ่มผู้อยู่เคียงข้างเธอ

“เวลา..แห่งความสุข..สั้นยิ่งนัก” คำพูดของนางแสนอ่อนแรง..ชายหนุ่มตาโตเล็กน้อยปากหนาเม้มปากแน่นความหมายในถ้อยคำเหล่านั้น มือแกร่งบีบมือเล็กนั่นอย่างเผลอตัวแต่พยายามคุมสติให้ไม่บีบแรงจนเกินไป…

 

 

บีบรัดหน่วงหนักในหัวใจ…ความรักครั้งแรกที่ไม่มีวันเป็นจริง…

 

 

“น้อง…รักพี่รีไวล์..แค่กๆ..มาตลอด” สารภาพรักจากหญิงสาว รีไวล์หลับตาลงข่มอารมณ์เจ็บปวดเอาไว้ตีสีหน้านิ่งเรียบเหมือนเช่นทุกครา “คำพูดนั่น..ข้าเป็นบุรุษต้องเอ่ยก่อนต่างหากเล่า”

เพทร่ายิ้มบางๆหยาดน้ำตาลปริ่มขอบไหลรินอาบแก้มใสซีดเซียวเห็นได้ชัด รอบดวงตาที่คล้ำช้ำเห็นได้ชัดถึงอย่างนั้นยังคงงดงาม..แม้ว่าใครจะมองว่าทรุดโทรมในสายตาของหลวงรีไวล์เธอยังคงงดงามเสมอไม่เคยเปลี่ยนมือล้วงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวชุบน้ำหมาดๆพาดขันเงินบนหัวเตียงเช็ดหน้าซับเหงื่อไคลให้อีกฝ่าย

 

..การกระทำแสนอ่อนโยน..คงไม่คาดคิดว่าคนอย่างหลวงรีไวล์ชีวิตนี้จะสามารถทำอะไรเช่นนี้ได้

 

“พี่รีไวล์ยังจำ..ต้นมะม่วงต้นนั้นได้..หรือไม่” เพทร่าเอ่ยระลึกความหลังต้นมะม่วงอกร่องในสวนของเรือน…ต้นมะม่วงสูงใหญ่ที่เขาและเพทร่าร่วมกันปลูกเมื่อครั้นเยาว์วัย…ความรักหวงแหน..ความทรงจำเติบใหญ่ตามกาลเวลาเช่นเดียวกับกิ่งก้านสาขาแผ่ขยายให้ความร่มเย็นยามใครต้องการขอพึ่งเงาพักพิง

“น้องอยากจะ..เคียงข้างพี่รีไวล์คอยเป็นร่มเงาดั่งต้นมะม่วงนั้นเหลือ..เกิน” เพทร่าเอ่ยทั้งน้ำตา นางไม่อาจกลั้นเก็บความเสียใจในเรื่องที่ผ่านๆมา…ทั้งความรักที่ไม่สมหวัง…ซ้ำร้ายยังป่วยเป็นโรคร้ายทางสายเลือดเหมือนมารดาของเธอทำให้ทุกอย่างพังทลาย…แม้จะได้กลับมาใช้เวลาร่วมกับคนที่รักสุดหัวใจ…

 

 

เวลา…ช่างแสนสั้นนัก…

 

“ข้า..หากเป็นไปได้…เจ้าคือคนที่จักมาเป็นคุณหญิงของข้า” รีไวล์เอ่ยก้มหน้าลงต่ำจนผมสีดำปรกสายตาคมเข้มที่ปิดบังสายตาสั่นไหว บอกในสิ่งในใจปรารถนา..ความฝันที่ครั้งหนึ่งในชีวิตวาดหวังเอาไว้ มือเล็กๆฝืนขยับยกขึ้นอย่างเชื่องช้าทาบทับลงบนแก้มสากของบุรุษ…ฝ่ามือเย็นเยียบแต่อุ่นล้นเข้าไปในดวงใจของบุรุษผู้แสนเย็นชา

 

“อย่า…เสียใจ..อย่า..แค่กๆ..ร้องไห้” ปลอบบุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดทั้งเสียงแว่วกระซิบแสนอ่อนโยน…ใบหน้างามคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา

 

“ขอโทษ..น้องขอโทษ…ที่ทำให้พี่รีไวล์ต้องลำบาก”

“เรื่องของเจ้า..ข้าไม่เคยคิดถือว่าเป็นเรื่องลำบาก” เสียงทุ้มกล่าวตอบ

“แต่น้อง..ทำให้ท่านพี่..ต้องผิดใจกับเมียบ่าวผู้นั้น” คำขอโทษทั้งน้ำตา…คำกล่าวนั้นทำเอาหลวงรีไวล์ตะลึงไม่คาดคิดว่าเจ้าของเรือนผมสีส้มทองจะล่วงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ..เมียทาสอายุน้อยกว่านับสิบกว่าปี  ตาสีส้มทองสั่นระริกพอได้เห็นสีหน้าบนดวงหน้าคมคาย..ตาคู่คมสั่นไหวนั่น…นางจึงได้รู้..แม้ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตความรู้สึกเจ็บปวดหนักหน่วงในหัวใจ…

 

 

พี่รีไวล์…มีหญิงอื่นที่รักยิ่งกว่าน้องเสียแล้ว..

 

 

“เจ้าไม่ควรพูดถึงคนอื่น” ผู้มียศหลวงปรามทั้งเสียงแหบพร่า…เบาบางไร้ความหนักแน่น

“นางมิใช่คนอื่น..สำหรับพี่รีไวล์…” เพทร่ากล่าวแล้วหยุดเงียบ เว้นวรรคครู่หนึ่งแล้วจึงพูดต่อสูดลมหายใจเอ่ยสิ่งที่เธอได้รับรู้…ตั้งแต่การพบกันอีกคราใต้ต้นมะม่วงในสวนหลังเรือนของอีกฝ่าย…เด็กสาวผู้นั้นเรือนผมสีน้ำตาลสั้นใบหน้าหวานสวยแรกรุ่นดวงเนตรสีเขียวกลมโตสั่นไหวเจ็บปวด จึงเดาได้ว่านางมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุรุษผมสีดำสั้น..

 

 

เพียงแต่…ความเห็นแก่ตัวอันแสนน่ารังเกียจ…แม้ช่วงสุดท้ายชีวิต…

กลับวอนขอให้อีกฝ่ายอยู่เคียงข้าง….

 

 

“น้องช่างน่ารังเกียจนัก..”

“เจ้าไม่ผิดเพทร่า…หากจะผิดก็เป็นข้า” รีไวล์เอ่ยบอก…มือหนาลูบศีรษะสางเส้นผมสีส้มทองดุจแสงตะวันนุ่มไปมา…สีทองสว่างราวกับความหวังของชีวิตที่คอยเป็นที่ยึดเหนี่ยวเป็นเป้าหมายเป็นความมุ่งมั่นผลักดันให้ต่อสู้เข้าเป็นทหาร  “อย่าโทษตัวเอง”

 

“ต้นมะม่วง..ต้นนั้น..บางที..เกิดขึ้นมาเพื่อการพบพานของรักแท้ก็เป็นได้” เพทร่าเอ่ยขึ้น..การพบพานงั้นหรือหลวงรีไวล์ขมวดคิ้วงงกับนัยยะบางอย่างที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ  สีหน้างุนงงเช่นนั้นทำเอาหญิงสาวยิ้มระอาใจ

 

..เปลือกตาเริ่มหนักขึ้นทุกที…นัยน์ตากลมโตเริ่มมืดมัวลงทุกขณะภาพใบหน้าของคนรักเริ่มจางไปทุกขณะ

 

“ข้า…มีความสุขเหลือเกิน..พ..พี่รีไวล์…แม้จะช่วงสั้นๆ”

 

มืดลง…มืดลง…ทุกที..

 

“พี่รีไวล์..ข้า…ง่วง..เหลือเกิน” เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาราวกับสายลม..อ่อนแรงเหนื่อยล้าถึงขีดสุดจะฝืนทน รีไวล์เบิกตากว้างใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม..ใบหน้าคมก้มหน้าลงต่ำสบถคำรามต่ำในสิ่งที่ไม่ว่าอะไรในโลกก็มิอาจเอาชนะได้…ที่ทำได้คือ…

 

เงยหน้าขึ้นสบตาคู่งามตรงหน้าคลี่ยิ้มบางๆ…รอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้คนที่รักกุมประสานมือแสนอ่อนแรงไว้แน่นถ่ายทอดไออุ่นจากร่างกายไปยังฝ่ามือเล็กๆแบบางเย็นลงทุกขณะ

“ไม่เป็นไร..ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว” กระซิบเสียงทุ้มแผ่วเบา…

“ข้ารักเจ้า..เพทร่า”

 

 

 

รักแรก…อีกหนึ่งดวงใจ..ที่ไม่อาจสมหวัง…

ผ่านมาแล้วจากไปเช่นสายลม..แปรปรวนไม่แน่นอน…

ความทรงจำหนึ่งในช่วงเวลาอันแสนสุข..จักตราตรึงตราบนานเท่านาน

 

.

.

 

 

 

เหล่าทาสบริวารของหม่อมเจ้าพิคซิส รวมถึงเจ้าของเรือนนั่งรออยู่ด้านนอกในส่วนห้องโถง เช่นเดียวกับท่านหมอมิเกะที่นั่งรอ…รอให้อีกหนึ่งบุคคลในห้องนอนของหม่อมเจ้าเพทร่าออกมา..

 

แอ๊ดดดด

 

ประตูไม้เปิดออกพร้อมกับร่างของบุรุษผมสีดำตัดสั้น ใบหน้าเรียบสนิทนิ่งเฉยนั่นเงยหน้าขึ้นสบตาชายชรา..เพียงแค่มองตากันก็สื่อความหมายเข้าใจผู้เป็นบิดาหลับตาแน่นเงยหน้าขึ้นกลอกสายตามองเพดานกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา บ่าวไพร่เริ่มเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกอดคอกันร้องไห้ระงมสะอึกสะอื้นยิ่งกว่าเก่า ทาสผู้หญิงบางนางที่คอยดูแลเลี้ยงดูนายหญิงตัวน้อยมาแต่เล็กถึงกับปล่อยโฮทำใจไม่ได้กับสิ่งทีเกิดขึ้น..

 

เสียงร้องไห้แห่งความเศร้าดังก้องชัดในเรือนไม้หลังใหญ่…หมอมิเกะเดินเข้ามาใกล้หลวงรีไวล์ที่นิ่งเฉยแลดูไร้ความรู้สึก..สายตาของหมอหนุ่มรู้ดีว่าอีกฝ่ายโศกเศร้าไม่แพ้ใคร ร่างสูงเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนปรกดวงเนตรโค้งขออนุญาติอีกฝ่ายเข้าไปตรวจหม่อมเจ้าเพทร่าเป็นครั้งสุดท้าย สวนทางกับหลวงรีไวล์ที่เดินลงจากเรือนหม่อมเจ้าพิคซิสด้วยดวงใจแสนปวดร้าว…

 

 

.

.

 

 

ในวันรุ่งสาง..ข่าวการเสียชีวิตของหม่อมเจ้าเพทร่าแพร่สะพัดไปทั่วทุกแห่งหน…ด้วยความที่นางคือสาวงามและเกือบได้เป็นพระชายาเคียงคู่กับพระโอรสนั่นไม่แปลกที่เรื่องเช่นนี้จักโด่งดังไปทั่ว..

 

งานศพถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่สมยศศักดิ์…ร่างของหญิงสาวผมสีทองนอนหลับตาสนิทในโรงศพทำจากไม้แกะสลักสีขาวทาชุบทองลายกนกถูกแห่รอบกรุงรัตนโกสินทร์อันแสนยิ่งใหญ่โดยขบวนทหารจากในรั้ววังเหล่าบุคคลที่รู้จักเกี่ยวข้องทั้งกับหม่อมเจ้าพิคซิสและหม่อมเจ้าเพทร่าเข้าร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของสาวผู้งดงามทั้งกายใจในชุดสีดำชวนหม่นหมอง

 

“พระโอรสออลโอ้เสด็จ!!!!!” ป่าวประกาศจากทหารผู้ส่งสารในวัง เหล่าทหารข้าราชบริพารทั้งหลายทรุดนั่งคุกเข่าก้มหน้าสองขนาบข้างทาง ขบวนเกี้ยวที่ลากเคลื่อนมา..พร้อมกับชายผู้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้บิดาแม้จะมีข่าวลือเรื่องความเพี้ยนบ้าง แต่โชคยังดีที่ว่ามีฝีมือดาบและความสามารถทางการรบการวางแผนได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้องค์พระเจ้าเหนือหัว  ขบวนเกี้ยวเดินผ่านหน้าหลวงรีไวล์..ชายหนุ่มผมสีดำสั้นในชุดสีดำรับรู้ได้ถึงสายตาที่เพ่งมองมายังตนจึงเงยหน้าขึ้น…สบพระเนตรสีอ่อนเล็กหลังผ้าม่านสีขาว…

 

 

สายตาที่บุตรแห่งกษัตริย์มอง..ไม่ใช่ความเหยียดหยามดูถูก…

 

…ขอบใจ…ที่ดูแลนางแทนข้า

 

นี่..คือสิ่งที่พระโอรสทรงสื่อความก่อนจะจากไป…สายตาเล็กนั่นทำให้ชายผมสีดำสั้นเข้าใจว่าพระโอรสนั้นมีใจให้หม่อมเจ้าเพทร่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตน…

 

 

ความรัก..ปรารถนาจักเคียงข้าง…

แต่ด้วยความเป็นราชวงศ์…จึงต้องจำยอมฟังเสียงเหล่าขุนนางนึกถึงอนาคตของสายเลือด…

ไม่อาจทำตามหัวใจได้..แม้ว่าใจจักอยากค้านเพียงใด

 

 

ช่างเป็นผู้ชายที่ยิ่งใหญ่นัก…หลวงรีไวล์คิดในใจยอมรับความเด็ดเดี่ยวแน่นิ่ง ฝืนทนความสุขของตนเพื่อบ้านเมือง…แม้ว่า…

 

“จ้ากกกกก”

 

พระโอรสออลโอลงจากขบวนเกี้ยว…เท้าโดดลงเหยียบแรงไปหน่อยประจวบเหมาะกับคมฟันเข้ากัดลิ้นตัวเองอย่างจัง..พระโลหิตไหลออกทางปากเสียงโอดครวญของชายผู้เป็นถึงว่าที่กษัตริย์พยายามกลั้นเสียงร้องตัวเองข่มไม่ให้โหยหวนไปมากกว่านี้…เหล่าทหารขุนนางทั้งหลายต้องก้มหน้าก้มตากลั้นเสียงหัวเราะขำขันเอาไว้ให้นิ่ง..

 

 

..มิเช่นนั้นหัวได้หลุดจากบ่าเป็นแน่…

 

 

พระโอรสออลโอวางดอกไม้จันช่อใหญ่สำหรับราชวงศ์ชนชั้นสูงบนร่างไร้วิญญาณของเพทร่าเป็นคนแรก…นัยน์ตาเล็กสีดำทอดมองหญิงสาวผมสีส้มทองประบ่าหลับตาพริ้ม…งดงามราวกับว่าเธอเพียงแค่หลับใหลมองนิ่งครู่หนึ่งโดยไม่กล่าวอะไร…

 

 

อันบุรุษเพศยากนักที่จะเอ่ยบอกความรู้สึกแก่ใครซักคน

ถูกสั่งสอนให้เข้มแข็ง..อดทน..เพื่อเกิดมาสมชายชาตรีเป็นผู้นำ

ดูเหมือนไร้ความรู้สึก…ไร้หัวใจ…

 

 

 

 

เหล่าแขกผู้มาร่วมงานไว้อาลัยเข้าแถวกันหยิบดอกไม้จันที่วางจัดเรียงไว้บนพานทองเหลืองวางลงบนร่างของหม่อมเจ้าเพทร่า..เสียงบทสวดพระดังกึกก้องรอบเมรุสวดส่งดวงวิญญาณแสนบริสุทธิ์ของหญิงสาวให้ไปเกิดสวรรค์ภูมิ หลวงรีไวล์หยิบดอกไม้จันวางลงบนผ่ามือที่ประสานวางไว้บนหน้าอก..จ้องมองใบหน้าของรักแรกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะล้วงหยิบเอา…ดอกจำปาดอกเล็กสีขาววางทัดหูผู้หลับใหลไปตลอดกาล

 

“ลาก่อนเพทร่า”  จากลาด้วยดอกจำปาที่เจ้าชื่นชอบ…ดอกไม้ดอกสุดท้ายที่ข้ามอบให้เจ้า…

 

 

 

ควันสีเทาดำลอยละล่องเขม่าออกจากปล่องสูงของเมรุขึ้นสู่ฟากฟ้า…สีครามสดใส..แสงอาทิตย์สว่างไสวสาดส่องเล็ดลอดผ่านเมฆสีขาวฉายลงบนร่างในโรงศพที่ถูกเผา…ราวกับบันไดสวรรค์รอรับวิญญาณไร้กายที่กลายเป็นธุลี  ดวงเนตรสีฟ้าคมจ้องมองปล่องควันเหล่านั้นก่อนเบือนมายังเพื่อนสนิทที่น่าจะเจ็บปวดที่สุดยืนกอดอกนิ่งสงบ..

 

“เสียใจด้วย..รีไวล์”

“ข้าทำใจแต่เนิ่นๆแล้ว..เอลวิน”  คุณหลวงรีไวล์ตอบด้วยเสียงนิ่งราบเรียบ..ใครที่ไม่รู้จักดีเห็นแล้วมิแคล้วติฉินนินทาอย่างที่เล็ดลอดเข้าหูว่า ‘คณหลวงรีไวล์ช่างเย็นชานัก’  บ้างล่ะ ‘ไร้ความรู้สึก’ บ้างล่ะ..ฟังแล้วอยากเข้าไปเถียงแทนเหลือเกิน พระยาเอลวินคิดโมโหในใจติดก็แต่สายตาปรามของคนถูกกระทบโดยตรง

“ไปจากที่นี่เถอะ..มีงานราชการต้องสะสางในวันพรุ่งมิใช่หรือ”  เอลวินมองเห็นอกเห็นใจเพื่อนสนิทที่เรียนทหารรุ่นเดียวกันมาแข็งแกร่งด้านการรบฝีมือดาบยากใครทัดเทียม

 

…อย่างว่ารักแรกยากนักจักลืม..คงต้องใช้เวลาซักระยะเพื่อทำใจ…

 

 

ทั้งสองหนุ่มหนึ่งยศหลวงหนึ่งยศพระยาก้าวเท้าเดินกำลังเดินออกพ้นเขตประตูวัด…เสียงทุ้มห้าวตะโกนเรียกดังไล่หลังทำให้ทหารทั้งสองหยุดฝีเท้าลงหันกลับไปมอง

 

“หลวงรีไวล์!!!!”

 

 

ผัวะ!!!!!!!

 

กำปั้นต่อยเข้าหน้าชายผู้ขึ้นชื่อหฤโหดในหมู่ทหาร ซัดเต็มเหนี่ยวจนคนที่ไม่ทันตั้งตัวจะด้วยจากความเสียใจส่วนหนึ่งหงายหลังไปนอนกองกับพื้น…

เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งแข็งแกร่งเรือนผมสีดำประบ่าในชุดไว้ทุกข์สีดำเช่นเดียวกับเรือนผมย่างสามขุมเข้ามากระชากคอเสื้อทหารยศใหญ่กว่าขึ้นมากระชากให้เข้ามาใกล้ สบตาสีนิลดุดันวาวโรจน์

 

“เดี๋ยวๆขุนมิคาสะใจเย็นเกิดเรื่องอันใดขึ้น!!!” พระยาเอลวินร้องเสียงหลงตกใจหงายเงิบกับการพุ่งเข้ามาชกต่อยของคนหนุ่มทหารผมสีดำยาวประบ่า สีหน้าดุดันราวกับเสือโคร่งหมายจักขย้ำศัตรูให้ตายคาคมเขี้ยวนั่นอีก…ชวนหวาดหวั่นจนคนยศพระยาอดกลืนน้ำลายลงคอเสียไม่ได้

“เจ้ากล้าดียังไง…เจ้าทิ้งขว้างแม่เอเลน!!ต้องให้นางเสียใจร่ำไห้เท่าไหร่ถึงจะสาแก่ใจ!!!”

“ไอ้เด็กปากดี!!!” นัยน์ตาคู่คมถลึงดุดันปัดมืออีกฝ่ายที่จับคอเสื้อจนหลุดแล้วต่อยคืนเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มดุจดาบนั่นเต็มแรง

 

ผัวะ!!!!!

พลั่ก!!!!!

 

“เฮ้ยๆเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น”

“มาดูเร็ววว คนตีกัน!!คนตีกัน!!!”

“คุณหลวงรีไวล์กับท่านขุนมิคาสะนี่!!!!”

“เกิดอะไรขึ้น!!?”

 

แขกผู้มาร่วมงานศพของหม่อมเจ้าเพทร่าที่กำลังทยอยกลับเริ่มทำตัวเป็นไทยมุงเดินล้อมรอบชายผู้แข็งแกร่งทั้งสอยวางมวยต่อยกันไปมาจนหน้าช้ำม่วงเขียว โดยมีบุรุษผมสีทองสั้นพยายามห้ามปรามการวิวาทของคนทั้งสอง ไม่ว่าจะพยายามพูดเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง..คนยศพระยาสุดจะทนแล้ว!!!!

 

 

“พวกเจ้าทั้งสองข้าบอกให้พอ!!!!!”  เสียงตะคอกหาได้ยากยิ่งทำเอาผู้คนแถวนั้นสะดุ้งอ้าปากค้าง..ตะลึงพรืดกับสีหน้าดุดันของชายผู้มีชื่อในด้านสุขุมใจดีใจเย็นเอื้ออารี ทหารทั้งสองหยุดการต่อสู้วางมวยแยกถอยห่าง…พระยาเอลวินจ้ำอ้าวเข้ามาผลักดันอกทหารผู้แข็งแกร่งทั้งสองให้ถอยห่างกันไปไกลๆกว่าเดิม โดยไม่วายส่งสายตาคาดโทษไปที่คนทั้งสองสลับไปมา

“อยากถูกจับเข้าขังคุกคุมความประพฤติเป็นเวลาสามวันสามคืนหรือไร!!นี่เป็นวัดวาอารามงามศพของหม่อมเจ้าเพทร่าให้เกียรติกันหน่อย!!!”  เตือนสติให้รู้ว่าอารมณ์เดือดดาลชั่ววูบจะส่งผลอย่างไร..โดนขังคุกนอกจากเสียประวัติแล้วอาจโดนลดขั้นลดตำแหน่ง ร้ายสุด..อาจโดนถอดยศปลดประจำการทหารก็เป็นได้แน่นอนว่าพระยาเอลวินจะไม่ยอมเสียคนฝีมือดีไปทั้งสองคนแน่ๆ

 

“ชิ!!” หลวงรีไวล์สบถเช็ดเลือดที่มุมปากด้วยหลังมือลวกๆ ส่งสายตามาดร้ายไปยังคนหนุ่มที่หน้าม่วงช้ำดำเขียวมองตอบไม่ยอมแพ้   บุรุษเจ้าของเรือนผมสีดำยาวประบ่าชี้หน้าชายผู้มีอายุมากกว่าหลายสิบปีตาสีนิลเขม็งมอง

 

“จำไว้หลวงรีไวล์..ท่านเป็นคนทิ้งนาง..ข้านี่แหละจะดึงนางขึ้นมา!!”

“ถึงตอนนั้นข้าจะไม่มีวันปล่อยแม่เอเลนให้ท่านอีก!!จำเอาไว้!!!”

 

คำประกาศกร้าวต่อหน้าต่อตาสาธารณะชน ตาต่อตาฟันต่อฟัน  กริยาสามหาวลามปามไม่เห็นหัวผู้ใหญ่กันอีกต่อไป หลวงรีไวล์เลือดขึ้นหน้ากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ!!!

“ไอ้เด็กปากดีเมื่อวานซืน!!ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนี่!!!” ทหารร่างเล็กแต่แข็งแกร่งกำยำเดินเข้าไปจะอัดกับขุนมิคาสะอีกรอบ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตั้งท่าจะเอาด้วยเหมือนกัน พระยาเอลวินต้องรีบปรี่กางแขนห้ามทัพโดยพลัน

 

“พอได้แล้ว!!!พวกเจ้าทุกคน!!พอ!!!!รีไวล์เอ็งกลับเรือนไปสงบสติอารมณ์ของเอ็งไป!!!ส่วนขุนมิคาสะมากับข้าไปเขียนเรื่องรายงานตรวจตราเมืองธนบุรีของเจ้าเสีย!!!”  ทั้งไล่ทั้งแจกงาน…ดูเหมือนว่าจะทำให้ต่างฝ่ายต่างยอมล่าถอยด้วยเหตุผลมี่สมควรเหมาะ แต่ก็ไม่สายส่งสายตาอาฆาตทิ้งท้ายกัน…

 

 

เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้จริงๆอย่างที่คาดคิด…

ทั้งๆที่สองคนนี้ทำงานร่วมกันก็พอจักเข้าขากันได้ดีระดับหนึ่งแท้ๆ

 

 

พระยาเอลวินถอนหายใจเฮือกใหญ่หนักอกหนักใจเสียเหลือเกิน ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นพยายามดึงตัว

ขุนมิคาสะมาร่วมงานกับเพื่อนสนิทหวังว่าจะปรองดองกันได้..แม้เรื่องส่วนตัวไม่กินเส้นเพราะนิยมเนื้อชิ้นเดียวกันแต่ก็แยกเรื่องงานได้ออกดี..

 

ทว่า…หากปล่อยให้ทะเลาะบานปลายต่อไป…

อย่าว่าแต่ร่วมงานเลยเจอหน้ากันมีหวังได้วางดาบเป็นแน่

 

 

“โชคดียิ่งนักที่งานศพไม่อนุญาตให้พกอาวุธติดตัว”  บุรุษผมทองสั้นหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในช่องกระเป๋าขึ้นมาซับเหงื่อไคลที่ไหลย้อยตรงขมับ พลางเดินปลีกตัวแหวกฝูงชนไปหาขุนมิคาสะยืนกอดอกรอรับคำสั่งด้วยท่าทีหัวเสียเห็นได้ชัด ณ ใต้ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ผูกผ้าแพรเจ็ดสี…

 

.

.

.

 

 

ผ่านไป 5 วันหลังจากพิธีงานศพของหม่อมเจ้าเพทร่านับอีกฝั่งหนึ่ง ณ เรือนทาสในรั้วเรือนของหลวงรีไวล์ ทาสสินไถ่อาร์มินยกกองตะกร้าใส่ผ้าแห้งสนิทกลับมาจากลานตากผ้า เดินมายังเรือนอาศัยของตนกับเพื่อนสนิท..ที่ใต้ถุนยกสูงวางแคร่ไม้ไผ่ไว้สำหรับนั่งเล่นรวมถึงกินอาหารกับข้าวกับปลา บนนั้น..อีเอเลนกำลังนั่งกินมะยมในกระจาดที่ลุงฮาเนสเก็บมาให้จากที่เต็มๆหมดไปเกือบครึ่งในเวลาอันสั้นไหนจะมะเหม่าที่หมดพวงเหลือแต่กิ่งก้างเปล่าทิ้งไว้อีก…

 

เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้..ปกติทาสสาวเรือนผมสีน้ำตาลไม่ได้ชื่นชอบกินของเปรี้ยวเข็ดฟันมากนัก แต่ก็ไม่ถึงกับรังเกียจ อาการอยากของเปรี้ยวเช่นนี้พอถามยายเอี่ยมเจ้าตัวก็หัวเราะร่วนจนเห็นฟันเคลือบหมากสีดำ

 

“โธ่เอ๊ย!!!อีเอเลนมันแพ้ท้อง ไม่มีอะไรต้องกังวลดอกอีอาร์มิน”

 

อีอาร์มินส่ายหน้าระอาใจ ก่อนจะเดินมาทรุดนั่งข้างวางตะกร้าไว้บนแคร่ข้างๆลอบมองเพื่อนสาวที่หันมายิ้มหวานทั้งที่ยังเคี้ยวมะยมตุ้ยๆในปาก

 

“กินมากระวังจักท้องเสียเอา”

“ก็…ข้าอยากนี่นาอาร์มิน” เอเลนพองแก้มขึ้นสีแดงกระดากอาย กล่าวอย่างน้อยอกน้อยใจกับคำเตือนทั้งน้ำตาคลอ   นี่ก็เป็นอีกอาการที่ผิดแปลกยายเอี่ยมบอกว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวนง่าย…ในกรณีอีเอเลนคงขี้น้อยใจกว่าปกติ  ทาสสาวผมทองประบ่ารีบโบกมือส่ายหัวรัวๆบอกปัดปฏิเสธ

“ข..ข้าไม่ได้ว่าเจ้า..ข้าแค่เป็นห่วงเจ้าต่างหาก”

 

ใบหน้าหวานหงิกงอค่อยๆคลายสีหน้ากลับมายิ้มปกติแล้วหยิบเอามะยมมากินต่อ..แปรปรวนอย่างที่คิดจริงๆ เห็นแล้วอีอาร์มินแอบเหนื่อยใจ ปรับตามอารมณ์ของอีกฝ่ายไม่ทันเอาเสียเลยบางทีแค่บอกว่าไม่ต้องทำงานเดี๋ยวทำให้เพราะเห็นว่าท้องไส้ไม่อยากให้ออกแรง…รู้อีกทีอีเอเลนหนีไปร้องห่มร้องไห้น้อยอกน้อยใจคิดว่า..ถูกมองเป็นตัวถ่วงเสียอย่างนั้นแถมยังงอนจนต้องมาคอยง้ออยู่นานโข

 

“จักว่าไป..ไอ้แจนถามหาเจ้าอยู่ ช่วงนี้มิค่อยได้เจอกันดอกหรือ” คำถามนั่นเอาอีอาร์มินสะอึก ตาสีฟ้ากลมโตเฉหลบตาสีเขียวกลมโตเอียงคอถามสงสัย..

“พ..พอดีข้ายุ่งๆเจ้าก็เห็นมิใช่หรือ..พอพวกพี่เรียมไม่อยู่ก็ขาดคน..งานครัวตอนนี้วุ่นวายจะตายไป”

“เช่นนั้นดอกรึ..ข้าโล่งใจนักนึกว่าเจ้าทั้งสองทะเลาะเรื่องอะไรกันเสียอีก” สาวผมสีน้ำตาลเปลือกไม้สดยิ้มร่าสดใสถอนหายใจโล่งอก อีอาร์มินแสร้งยิ้มตอบพอหลุดสายตาสีเขียวมรกตสวยที่เพ่งมองใบหน้าหวานน่ารักคลอเคลียเรือนผมสีทองสว่างฉายฉาบด้วยสีหน้าหม่นหมอง…

 

 

ข้าขอโทษ…เอเลน…ขอโทษที่ต้องโกหกเจ้า…

แต่ข้า..ทำใจเผชิญหน้าไอ้แจนไม่ได้จริงๆ

 

งานในเรือนครัวยุ่งเป็นเรื่องจริง.. การแก้ต่างอ้างความจริงเสริมให้สมเหตุสมผล แต่พอไอ้แจนก็มาที่เรือนครัวหรือแม้แต่ในทุกที่ราวกับนกรู้ว่าเธอไปทำงานในส่วนไหน ทว่า..อีอาร์มินไหวตัวทันหลบเลี่ยงหนีไปทำงานอื่นแทนก่อนที่อีกฝ่ายจะมาเจอตัวเป็นเช่นนี้ทุกครั้งๆร่ำไป

 

 

หากต้องสบตาคู่คมนั่นที่เต็มที่ยังคงจ้องมองเพียงเอเลน…ข้าอาจจำหลั่งรินน้ำตา…

ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราสามคนสั่นคลอน

 

 

“นี่ก็จักเย็นแล้วไปที่เรือนครัวกันเถิด จักได้หาข้าวหาปลากินกัน”

“อืม” เอเลนขานรับคำชวน นางลุกขึ้นเดินไปพร้อมกับเพื่อนทาสสาวสนิทเฉกเช่นพี่น้อง

 

 

บนแคร่ไม้ที่นั่งรวมของทาสสาวในเรือนครัว…นั่งจับกลุ่มกันชันเข่าเท้าแขนไว้ขาวใช้มือจกข้าวสวยร้อนๆในกะลามะพร้าวกินเคียงคู่กับผัดผักคะน้าใส่หมู ปลาทูทอดและผักสดจิ้มน้ำพริกกะปิหอมเย้ายวนใจ…อาหารง่ายๆยามเย็นของเหล่าทาสหลังจากสะสางงานเตรียมสำรับอาหารให้นายเหนือหัวบนเรือนใหญ่เสร็จสิ้น

อีเอเลนกับอีอาร์มินค่อนข้างเจียมตัวเกรงใจที่จะร่วมวงกับทาสรุ่นใหญ่ เป็นเช่นนี้มาตลอดหากอีกฝ่ายไม่ชวนก็จะไม่เข้าร่วมด้วยจึงนั่งแยกมายังแคร่ไม้ไผ่ห่างๆใต้กันสาดไม่ไกลมากนัก

 

“นี่ๆเอ็งรู้ข่าวหรือยังเรื่องหม่อมเจ้าเพทร่า” ทาสวัยกลางคนนางหนึ่งเปิดประเด็นบทสนทนา..นามของรักแรกของคุณหลวงลอยดังเข้าหูทาสสาวนามเอเลน สตรีผมสีน้ำตาลสั้นสะดุ้งโหยงมือชะงักข้าวสวยที่กำลังจะหยิบเข้าปากหันไปมองกลุ่มทาสสาววัยกลางทั้งสี่คนเคี้ยวกับข้าวไปคุยไป

“ได้ยินมาจากเรือนใหญ่เหมือนกัน…เรื่องที่หม่อมเจ้าท่านเสียแล้วเป็นเรื่องจริงหรือ”

“จริงเสียยิ่งกว่าจริง..คุณหลวงพักนี้กลับเรือนตามเพลาเดิมแล้วแต่ดูท่าทางหม่นหมองชอบกล”

“น่าสงสารคุณหลวงยิ่งนัก..เฮ้อ…ทำใจลำบากแท้ๆ อุตส่าห์ได้มีวาสนามาพบเจอกันอีกครั้งแล้วแท้ๆ”

“อย่างว่ารักกันแล้วยากนักจะลืมเลือน”

 

คำพูดแสดงความเห็นอกเห็นใจบุรุษนายเหนือหัวลอยกระทบหูอีอาร์มินเช่นกัน นางฉลาดพอจะเดาอารมณ์ของอีเอเลนเพื่อนสนิทที่นั่งในฟังตรงข้ามได้ ตาสีฟ้ากลมโตเลื่อนมองร่างบอบบางในชุดกระโจมอกสีเลือดหมูกับโจงกระเบนสีม่วงหม่นเก่า  ตาสีเขียวที่สุกสกาวสดใสหม่นแสงลงเห็นได้ชัด..สั่นไหว..รื้นน้ำตา

“เอเล..”

“ข้า…ไม่ค่อยหิว..ขอตัวก่อนนะ”  อีเอเลนก้มหน้าลงต่ำจนผมสีน้ำตาลปรกหน้าตา วางกะลาใส่ข้าวบนแคร่แล้วเดินดุ่ยออกๆไปไม่ฟังเสียงร้องเรียกตามหลังของทาสสาวเรือนผมสีทอง..เดิน…เดินมาเรื่อยๆจนหยดที่ท่าเรือ…สถานที่ประจำที่มักใช้ระบายความทุกข์โศกเศร้าเสียใจ ตั้งแต่ครั้นเยาว์วัยจนเติบโตเป็นสาว

 

อีเอเลนค่อยๆนั่งลงกับพื้นไม้เก่ายื่นต่อไปในลำคลองหย่อนเท้าลงแช่น้ำ…ปล่อยให้สายน้ำเย็นชุ่มช่ำกับสายลมอ่อนๆยามพลบค่ำพัดผ่านร่างเปราะบาง แม้จะหนาวสั่นเพียงใดก็หาได้เท่าความเจ็บจนชาไปทั่งดวงใจ

เหม่อมองผิวน้ำใสสะอาดเห็นตัวปลา…ผิวน้ำสะท้อนท้องฟ้าสีครามเข้มจวนมืดค่ำ…สายน้ำที่ชอบแหวกว่ายเล่นเป็นประจำแม้ว่าตอนนี้ถูกบังคับห้ามไม่ให้ลงเล่นน้ำแล้วก็ตาม…

 

“สุดท้าย..บ่าวก็เป็นได้เพียงตัวสำรองเท่านั้นหรือเจ้าคะ?” กระซิบถามทั้งน้ำตาที่ไหลริน..ร่วงหล่นหยดแล้วหยดเล่าเป็นดวงด่างบนโจงกระเบน มือเรียววางทาบทับลงบนท้องน้อย..ในนี้ที่ยังหลงเหลือสายใยระหว่างคุณหลวงผู้สูงศักดิ์กับทาสชั้นต่ำเช่นเธอ…

 

 

ลูก…ของเรากับคุณหลวง…

 

ถามอยู่เสมอในใจ…หากคุณหลวงรีไวล์รู้เข้าจักรู้สึกเช่นไร..รังเกียจ? ดีใจ? เสียใจ? หรือผิดหวัง? แต่ทุกครั้งที่ความกังวลนั่นมลายหายไปเมื่อภาวนากับสิ่งศักดิสิทธิ์ขอให้อีกฝ่ายรักและเอ็นดูลูกน้อยที่กำลังจะลืมตามาดูโลก แม้ว่า…พ่อของเด็กจะคิดกับแม่เป็นเพียงตัวแทนของใครบางคนที่ไม่อาจเทียบเทียมได้

 

สายน้ำกระเพื่อนกระทบข้อเท้า..ลูกคลื่นที่ขยับแรงทำให้ทาสสาวแรกรุ่นรู้ตัวว่ามีเรือกำลังพายเข้ามาใกล้ตะเกียงไฟริบหรี่ไกลๆนั่นกับเรือไม้ยาว…

“ไอ้แจน?” คาดเดาว่าจะเป็นหนุ่มร่างสูง เพื่อนสนิททาสหนุ่มปากไม่ตรงกับใจขี้โวยวาย…เรือนั้นเข้ามาใกล้ฝั่งเรื่อยๆกระทั่ง…แสงในตะเกียงนั้นสว่างพอจะเห็นเค้าหน้าของคนพายเรือและ…บุรุษที่นั่งอยู่บนนั้น…

 

“ท..ท่านขุน!!!”

“ไม่ได้พบเจอกันเสียนานแม่เอเลน” ขุนมิคาสะในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีเทาอ่อนกับโจงกระเบนสีน้ำตาล…ชุดอยู่บ้านสบายๆนั่นแปลกตาจนอีเอเลนเลิกคิ้วสูงฉงนสนเท่ห์อีกฝ่าย

“ข้าขอขึ้นท่าของเจ้าซักครู่จักได้ไหม” ชายผมสีดำยาวประบ่าเอ่ยขอ ดวงเนตรสีนิลคมเข้มสบตาสีเขียวมรกตแสนรักเบื้องหน้า..สำรวจมองแล้วเสื้อผ้าที่เก่าสีหม่นเช่นนี้เป็นที่แน่ชัดอย่างที่ชาวบ้านร่ำลือกันจริงๆว่าหลวงรีไวล์ทอดทิ้งเมียบ่าวคนปัจจุบันเสียแล้ว

 

ทาสสาวผมสีน้ำตาลมองใบหน้านิ่งสงบสุขุมเยือกเย็นในดวงตาเรียวคมกลับ…เต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน..ไหนจะคำบอกรักในตลาดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นนั้นอีก ทำเอาทาสสาวหน้าร้อนผ่าวจนต้องก้มหน้างุดหลบสายตาลุกขึ้นยืนเขยิบหลีกทางให้อีกฝ่ายขึ้นฝั่ง

“ขอบใจเจ้ามาก”

“ห..หามิได้ดอกท่านขุน..ข้าเป็นแค่ทาสเท่านั้น”  เจียมเนื้อเจียมตัว ก้มหน้าเก็บซ่อนสีหน้าแดงระเรื่อยามนึกถึงเหตุการณ์คราก่อนๆ การแอบให้อีกฝ่ายขึ้นท่าเรือนั้นหากรู้ถึงหูคุณหลวง คงไม่แคล้วเกิดเรื่องยกใหญ่เป็นแน่…พอจะเดาได้อยู่ว่าทั้งสองไม่ค่อยจักกินเส้นกัน

 

ทาสสาวน้อยผมสีน้ำตาลสั้นรอคอยให้ชายหนุ่มทหารยศขุนสั่งให้ทาสหนุ่มวัยกลางคนนามว่ากล้านั่งเฝ้าเรือยาวไว้ อีกฝ่าย..ยืนนิ่งเงียบอยู่นานจนอีเอเลนรู้สึกประหม่าในใจ..พอเงยหน้าก็สบตาเข้ากับดวงเนตรสีนิลคมเข้มเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาดุจคมดาบไม่แพ้คุณหลวงรีไวล์นายเหนือหัว  ก็ยิ่งประหม่าไปใหญ่จนต้องก้มหน้างุดคางติดอก

“อ…เอ่อ…ท่านขุนมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”  รวบรวมความกล้าเปิดบทสนทนาถาม

“ข้า..มาที่นี้ก็ด้วยเรื่องของเจ้า”

“เรื่อง…ของบ่าวหรือเจ้าคะ?”  อีเอเลนเอียงคอฉงน..แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย..กริยาแสนซื่อไร้เดียงสาเหล่านี้ซื่อตรงต่อความรู้สึกนึกคิด..ที่ทำให้เขาหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น..ตาสีนิลหลุบมองข้อมือซ้าย..ไร้ซึ่งกำไลเงินที่เขาซื้อให้…ข้อมือนั่น…มีร่องรอยแผลเกี่ยวบาดตกสะเก็ดจางๆจึงเดาได้ไม่ยากว่าคงถูกทหารเตี้ยนั่นกระชากจนขาด…

 

 

คิดแล้วแค้นใจ..จนเผลอกำหมัดแน่น..

ช่างเป็นผู้ชายที่โอหังนัก!!!

 

 

“ข้า…มาที่นี้เพื่อที่จะวอนขอเจ้า”  ขุนมิคาสะกล่าวทั้งน้ำเสียงหนักแน่น เขาสูดลมหายใจเต็มปอดรวบรวมความกล้า..คุมตัวเองไม่ให้ประหม่ากับคำขอที่จะกล่าว…รวมถึงคำตอบของอีกฝ่าย…

 

“แม่เอเลน..ข้าอยากให้เจ้าไปอยู่ที่เรือนของข้า”

“หากเจ้าตกลง..พรุ่งนี้ข้าจะมาไถ่ตัวเจ้าออกมาจากหลวงรีไวล์”

 

 

ไถ่ตัว…คืออิสรภาพสิ่งที่ทาสทุกคนพึงปรารถนา…

หลุดพ้นจากตราบาปที่ถูกตีตรา…หลุดพ้นจากชีวิตที่ต้องถูกกดขี่ข่มเหง…

 

 

เอเลนตะลึงกับสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าว…มือหนาแกร่งกร้านจับมือเล็กๆที่ประสานกุมหน้าตักขึ้นมา ขุนมิคาสะก้าวเดินเข้ามาใกล้ประชิด…ใกล้จนเห็นใบหน้าหล่อเหลาชัดเจน..เห็นดวงตาสีนิลเรียวคมแสนสุขุมในแววตาคู่นั้น..สะท้อนเพียงแค่เธอ

 

 

ไม่มีใครอื่น…ในดวงใจ…

ความรักที่มากมายมอบให้ทาสสาวผู้ต้อยต่ำ

 

 

“ท่านขุนมิคาสะ…”  เสียงหวานกระซิบแผ่วเบา…ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่แสงไฟในตะเกียงบนเรือไม้ยังคงสว่างไสวฉายฉาบให้เห็นสีหน้าแววตาความรู้สึกของหนุ่มสาวต่างชนชั้นทั้งสอง ในวัยเพียง 15 ปีเท่ากัน

 

มือเล็กๆนั้นแกะออกจากมือแกร่ง…ที่อ่อนโยนยิ่งกว่าใคร..อ่อนโยนจนทำให้ใจดวงน้อยสั่นไหว อีเอเลนถอยห่างยกมือขึ้นประสานกอบกุมบนเนินอกอิ่มหลังกระโจมอกสีเลือดหมู ตาสีมรกตสั่นไหวฉายแววลังเลหลุบมองกอดอกบัวที่หุบกลีบลงยามค่ำคืนข้างๆท่าเรือ…

 

 

ดอกบัว..คือสิ่งที่ทำให้เราสองได้พบเจอ..

ดอกบัว..คือดอกไม้ที่ทำให้ข้าได้รู้จักความรัก

 

 

“ท่านขุน..ท่านช่างมีเมตตานัก..บ่าวดีใจเหลือเกิน”

“ถ้าเช่นนั้น…”

“บ่าว…ไปกับท่านขุนไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ”

 

คำปฏิเสธทั้งเสียงแผ่วเบา..ทำเอาความคาดหวังของชายหนุ่มผมสีดำยาวประบ่าดับวูบ ตาสีนิลเบิกกว้างมองร่างบอบบางอย่างไม่เข้าใจ “เหตุใดกัน..แม่เอเลน..ชายผู้นั้นดีแต่ทำให้เจ้าเสียน้ำตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า..”

“เพราะว่า..บ่าว..” ดวงหน้าสวยค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตาสีนิลคมที่เต็มไปด้วยคำถาม ดวงตาที่มองมาเพียงเธอผู้เดียว..มือเรียวทั้งสองวางทาบบนท้องน้อยทะนุถนอมหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด

 

“บ่าวท้อง..กับคุณหลวงเจ้าค่ะ”

 

ร่างสูงโปร่งตกตะลึง…นัยน์ตาเรียวคมเบิกกว้างหลุบต่ำมองท้องที่เริ่มนูนเล็กน้อยพอได้สังเกตดีๆ หลังฝ่ามือหยาบจากการทำงานบ้านงานเรือนมานาน…ความจริงอันน่าตกใจยิ่งเสียกว่าอะไรทั้งหมด ราวกับถูกไม้หน้าสามตีเข้าหลังท้ายทอยอย่างจัง ขุนมิคาสะก้มหน้าหลงต่ำจนผมปรกตาสะกดกลั้นความคับแค้นใจระบายออกโดยการกำหมัดแน่น

 

 

ชายผู้นั้น…เหตุใดกัน…

เหตุใด…ถึงได้อะไรไปเสียทุกอย่าง…

 

 

“ข้า…ขอถามเจ้าอีกข้อเป็นอย่างสุดท้ายได้หรือไม่” คำขอทั้งเสียงแหบพร่า..แผ่วเบา…ไร้น้ำหนักเข้มแข็งเหมือนก่อนๆ อีเอเลนพยักหน้าเชื่องช้าตอบ  ใบหน้าหล่อเหลาเงยหน้าขึ้นสบดวงเนตรสีมรกตงดงามกลมโตใต้ขนตาแพยาว..มองดวงตาที่เป็นประตูของดวงใจ

 

“เจ้าเคยคิดที่จะรักข้าบ้างไหม?”

 

คำถาม…กลั่นจากหัวใจสิ่งที่อยากรู้มากที่สุด..อีเอเลนอ้าปากค้างเหวอ ดวงตาสีเขียวเฉหลุบตาสีหน้าลำบากใจเช่นนั้นเป็นคำตอบทีแน่ชัด…

“เป็นเช่นนั้นหรือ..แม่เอเลน” รู้คำตอบแล้ว…รู้แล้ว..

“บ่าว..ขออภัยเจ้าค่ะ” น้ำตาร่วงหล่นรู้สึกผิด..ต่อคนที่ดีแสนดีมากมาย ขุนมิคาสะนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรแต่ก้าวเดินเข้ามาใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาที่ไหลรินจากดวงเนตรคู่งาม..เกลี่ยผ่านแผ่วเบาราวกับขนนก

“ข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ…ข้าบีบเจ้าจนผิดสัญญา..ว่าจะไม่มีวันทำให้น้ำตาเจ้าต้องร่วงหล่นกระทบพื้น” เอ่ยเอื้อนด้วยเสียงอ่อนโยนยิ่งทำให้อีเอเลนสะอื้นไปใหญ่ ขุนมิคาสะโน้มใบหน้าเข้าใกล้ประทับจูบบนเปลือกตาเบาๆ การกระทำนั่น..อ่อนโยนจนทาสสาวตัวแข็งทื่อตกใจ…

 

“อย่าร้อง…”  กระซิบปลอบพลางเกลี่ยนิ้วปาดน้ำตาบนพวงแก้มใส “อย่าร้องไห้แม่เอเลน”

 

 

ปรารถนา..จะเป็นคนปาดน้ำตาเธอผู้เป็นที่รักยิ่ง…

น่าเศร้านัก..ที่มิอาจเป็นไปดั่งที่หวัง…

 

 

ฝ่ามือแกร่งปล่อยห่างจากพวงแก้มใสนิ่ม ร่างสูงขยับเท้าก้าวถอยห่างจากอิสตรีเดินหันหลังไปตามระเบียงท่าเรือที่ยืนออกหมายจะลงเรือของตน…อีเอเลนมองส่งอีกฝ่ายพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นน้ำตา..เสียใจที่ทำร้ายจิตใจคนที่รักเธอลงไป  ขายาวใต้โจงกระเบนสีน้ำตาลชะงักนิ่งหยุดแล้วผินร่างหันกลับมาเมื่อยืนอยู่ปลายท่าเรือ

 

“รู้อะไรไม่..ต่อให้เด็กในท้องจักไม่ใช่ลูกของข้า..เพียงแค่เจ้ารักข้า..ข้าก็ยินดีที่จะเป็นพ่อเด็ก”  สิ่งสุดท้ายที่ขุนมิคาสะอยากจะบอก…ต่อให้หญิงสาวไม่บริสุทธิ์มีลูกแล้วเขาก็ยังรักและยินดีจะเลี้ยงเด็กคนนั้นเหมือนลูกของตน  เอเลนเบิกตากว้างรู้สึกผิดเข้าไปกว่าเก่าในความเมตตา…ความรักของอีกฝ่าย เธอเลือกที่จะกลั้นความรู้สึกที่จวนเจียนร่ำไห้แล้วคลี่ยิ้มให้อีกฝ่าย…

 

“ท่านขุนเป็นคนดียิ่งนัก..ยังมีสตรีอีกมากมายที่ดีกว่าบ่าว..บ่าวเชื่อว่าซักวันหนึ่งท่านขุนจักต้องได้เจอคนที่ดีและพร้อมที่จะใช้ชีวิตอยู่กับท่านขุนเจ้าค่ะ”

“คำอวยพรนั่น..ข้าขอรับจากใจจริง” ขุนมิคาสะยิ้มมุมปาก…รอยยิ้มฝืนทั้งที่หัวใจเจ็บแปล้บ

 

 

จากกันด้วยรอยยิ้ม…ดีกว่าจากกันด้วยน้ำตา…

…กับเธอผู้เป็นที่รัก…

 

 

อีเอเลนยืนส่งชายหนุ่มยศขุนลงเรือไม้..ตาสีเขียวมรกตมองส่งเรือยาวที่ค่อยๆพายเคลื่อนตัวออกไปตามลำคลองไกลออกไปจนลับสายตา…เงยหน้ามองท้องนภาที่เต็มไปด้วยดวงดาราส่องสว่างเต็มผืนฟ้า..คืนนี้ไร้ดวงจันทรา..คืนเดือนมืดอันแสนหนาวเหน็บแห่งการลาจาก..

 

 

ฤดูฝนผ่านพ้นไม่…เข้าเยือนสู่ฤดูหนาวในวันพรุ่ง

 

 

TBC

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

ผลพวงจากฟิคสดชัดๆ ทวิภาพไททัน เอาเรื่องนางไททัน x obligation

ฟินยาวจนขอลัดคิวมาอัพนางไททันค่ะ

 

ทำไมต้องทิ้งท้ายเข้าสู่ฤดูหนาว เพราะถ้าย้อนๆอ่านจำไ้ด้ไหม

หม่อมเจ้าเพทร่าอยู่ได้ไม่เกินสิ้นฤดูฝน…

บลัดเปรียบๆช่วงเวลาเป็นดั่งฤดูด้วยแหละ..ฝนชุ่มช่ำ แต่ก็เหมือนหยาดน้ำตาค่ะ

พอมาหน้าหนาว…ก็จะบอกว่า

 

เรื่องนี้อีกราวๆ 3 ตอนจะจบแล้วค่ะ รวมบทส่งท้ายด้วย

ได้เวลาถอยหลังปิดไหดองอีกเรื่องแล้ว 5555

 

 

เจอกันอีกทีหลัง 3 ตุลาค่ะ คิดว่าน่าจะเป็น obligation สาวกรีกนักตบ กร๊ากกกกกก

 

ปล. ตอนนี้ท่านขุนพระเอกเกินนนนนน

ปล2. ตอนหน้าคุณหลวงบทน่าจะเยอะแล้วนะ

 

 

 

[Fic Attack on titan][Levi x Eren]Darkness Love//Part4

 

 

[Fic  Attack on titan] Darkness Love

 Paring : Levi x Eren 
Rate    : PG-15 , Angst , Drama , Romantic
Story   : blood_hana
+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ประตูบานเลื่อนเปิดออกพร้อมฝีเท้าของเหล่าชายหญิงในชุดกราวน์วิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ จนมาหยุดอยู่ประตูบานสุดท้ายทำจากเหล็กหนาไททาเนียมแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ หัวหน้าทีมวิจัยดอกเตอร์อดัม เยเกอร์ รีบคีย์รหัสไอดีตัวเองงพร้องแสกนม่านตา จนกระทั่งข้อความสีเขียวปรากฏขึ้นบนจอ

 

‘ACCESS’

 

 

บานประตูเลื่อนเปิดออก สิ่งที่เห็นทำเอานักวิจัยทั้งหลายตกตะลึง…ในห้องกระจกแข็งสี่เหลี่ยมเปื้อนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว..อวัยวะภายในจำพวกลำไส้ ตับฉีกกระชากกระจายทั่วทั้งห้องกระจกสำหรับทดลอง..ศพของนักวิจัยผู้คุมงานอยู่ในห้องกระจกนั้นสภาพขาดเป็นชิ้นส่วนไม่มีเค้าเดิม…หนึ่งร่างที่ยืนตระหง่า…

 

เอเลน  เยเกอร์ เด็กสาวผู้เป็นร่างทดลองอายุเพียง 10 ขวบในชุดผู้ป่วยสีขาว..ตอนนี้โชกชุ่มเลือดสีแดงผมสีน้ำตาลปล่อยให้ยาวถึงกลางหลังเปียกโลหิต ตาสีเขียวกลมโตมองซากศพนักวิจัยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะค่อยๆหันมามอง…ตาสีเขียวที่เหมือนเด็กน้อย…ตาของบิดา..

“คุณพ่อคะ?” เอเลนน้ำตาคลอ…เธอตัวสั่นเท้ามือเล็กๆนั้นอ่อนเปลี้ยจนปล่อย….สิ่งที่กำเอาไว้..ลูกตาของนักวิจัยร่วงหล่นกลิ้งไถลกับพื้นสีขาว…เจิ่งนองเลือด   เด็กหญิงทรุดฮวบอนอนสลบกับพื้น  อดัมรีมวิ่งไปหน้าจอคอมป้อนรหัสเปิดประตูห้องกระจกนั่นวิ่งเข้าไปโอบอุ้มลูกสาวขึ้นมากอดในอ้อมแขน..

 

“เอเลน..เอ…” ต้นแขนตรงข้อศอก…บวมเบ่งด้วยแผลเข็มฉีกยาขนาดใหญ่เขียวม่วงคล้ำ…มันกำลังฟื้นฟู!!!?

“ฮ..ฮะๆ…ฮ่าๆๆๆ”  อดัม เยเกอร์หัวเราะบ้าคลั่งสิ่งที่เห็น…แผลบนกายของร่างทดลอง…ร่างของบุตรสาวกำลังคืนสภาพละอองควันไอน้ำลอยออกมาจากแผล…จนในที่สุดแผลฉีดยาขนาดใหญ่สมานเสร็จเนียนนุ่มไร้ร่องรอย..

 

“งานวิจัยของฉัน…งานวิจัยของฉันสำเร็จแล้ว รายการทดลองมีอีกเพียบเลยแค่คิดก็หยุดตื่นเต้นไม่ได้แล้ว!!” บิดาผู้เป็นหัวหน้าทีมวิจัยฉีกยิ้มตาเบิกโพล่งมองลูกสาวเปื้อนเลือดในอ้อมแขนด้วยสายตารักใคร่ยิ่งกว่าสมบัติราคาแพงล้นใดๆ นักวิทยาศาสตร์คนอื่นมองความบ้าวิปริตยอมขายชีวิตลูกในไส้ให้กับงานวิจัยเพื่อชื่อเสียง..และความรู้ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดด้วยสายตาสมเพชเวทนา บ้างก็ปิดปากทนเบือนหน้าหนี ทนมองไม่ได้กับชะตากรรมแสนโหดร้ายของเด็กหญิงแสนใสซื่อที่ต้องมากลายเป็นหนูทดลองไม่ต่างอะไรจากสัตว์เลี้ยงในกรง

 

“ลูกสาวที่น่ารักของพ่อ…เอเลนพ่อรักลูก…รักเหลือเกิน…”

 

 

 

 

Darkness  4

 

 

“ย..อย่าทำอะไรฉันเลย…ฮึก..”  ชายวัยกลางคนวิ่งกระหืดหอบ หน้าตาตื่นผวา…รองเท้าบูทหนังสีดำหม่นย่ำดินชื้นแฉะจากฝนที่ตกพร่ำจากฟากฟ้าเบื้องบน เหล่าสายฝนโปรบปรายเปียกปอนหนาวเย็นจนขนลุกซู่แต่ก็ยังไม่เท่าสิ่งที่กำลังไล่ตามเขามาจากเบื้องหลัง

 

“ไม่..ไม่นะ!!!”  เบื้องหน้าเป็นทางตัน…กำแพงปูนก่อสูงสุดซอย ชายผู้นั้นเกาะกำแพงเหล่านั้น ร่างสูงสั่นเทิ้ม..ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำเหยียบย่างกรายเข้ามาใกล้ในเงามืด..

 

ตึก…ตึก…ตึก…ตึก

 

 

เขาค่อยๆหันกลับไปมองอย่างเชื่องช้า ขาทั้งสองข้างสั่นพับๆจนไถลลื่นไปนั่งกองกับพื้นด้วยความอ่อนแรง..จ้องมองสตรีร่างเพรียวบางในเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเดียวที่เปื้อนเลือดย้อมจนเป็นสีแดงฉาน..กลิ่นคาวโลหิตคลุ้งคลักเตะจมูกชวนสะอิดสะเอียน

“ด..ได้โปรดไว้..ช..ชีวิตฉันด้วย” วอนขอทั้งน้ำตาไหลพราก หญิงสาวหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าชายวัยกลางคนที่ก้มหัวลงคุกเข่าให้เธอ เอเลนเอียงคอมองร่างของมนุษย์…สั่นเป็นเจ้าเข้าทั้งๆที่ก่อนหน้านั่นเต็มไปด้วยความมั่นใจยโสโอหังแท้ๆ

“พวกนายบอกจะเล่นกับฉัน..จะทำให้ฉันสนุกสนานไม่ใช่เหรอ” ตาสีเขียวนิ่งเฉยไร้ความรู้สึก..ริมฝีปากบางเปื้อนโลหิตสดๆของชายฉกรรจ์ที่กลายเป็นของเล่นแสนสนุกสำราญอันโหยหามานานนับ 100 ปีขยับแสยะยิ้ม

 

“แล้วทำไมมาปฏิเสธแบบนี้ล่ะ..ฉันไม่ยอมหรอกนะ”

 

กร๊อบ!!!กร๊อบ!!!!!ตูม!!!!!

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก”  แขนขวาบิดเป็นเกลียวเสียงหักกระดูกข้างในดังชัดเจน บิดๆๆๆๆๆๆๆจนแหลกละเอียด…แล้วระเบิดโลหิตสีแดงสาดกระจายทั่วพื้นที่ ชายคนนั้นหวีดร้องทั้งน้ำตากุมแขนขวาที่หายไป ทรุดล้มลงนอนกองกับพื้นทุรนทุรายราวกับปลาสดดีดดิ้นบนเขียง…รอเชือด…

ตาสีเขียวมรกตสว่างวาววับแจ่มชัดในเงามืด สายฝนโปรยปรายเริ่มชะล้างร่างเปื้อนเลือด..โลหิตสีแดงไหลลาด..ไปกองกับพื้นน้ำขังที่เจิ่งนองน้ำ ร่างบอบบางมองเห็นสายตาที่หวาดผวาของมนุษย์ยามจ้องมองมาที่เธอไม่เคยเปลี่ยนไปแม้จะผ่านมานานแค่ไหน….

 

“นี่…มาเล่นต่อสิ..อย่าให้ฉันต้องเบื่อ”  เอเลนร่างต้นมารดาแห่งไททันกระซิบเสียงเย็นชวนขนหัวลุก ตาสีเขียวเบิกกว้างรอยยิ้มที่แสยะฉีกจนเห็นฟันขาวใบหน้าสวยงามเปื้อนเลือดสดๆ ยิ่งทำให้เธอดูหลอนราวกับ..

“ป..ปิศาจ!!!ปิศาจ!!!!”  เสียงร้องของมนุษย์..ร้องกลัวพยายามตะกายร่างคลานหนีสุดชีวิต ทว่าก็ไม่อาจทำได้เมื่อสตรีผมสีน้ำตาลยาวสลวยถึงพื้นกระทืบเท้าลงเหยียบกลางหลังชายผู้เคราะห์ร้าย..เหยียบ..กดฝ่าเท้าแน่นจน..

 

กร๊อบ!!!!!

 

“อ๊า!!!!!!!!!!!!!!!!”

กระดูกสันหลังหัก…เลือดทะลักออกทางปากและจมูกเอเลนเอียงคอมองร่างกระตุกใต้ฝ่าเท้าด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

“พังแล้วเหรอ…น่าเบื่อ..”  ดวงเนตรสีเขียวเริ่มเรืองรองแปรเปลี่ยนสี…กลายเป็นสีอำพันสว่างเรืองรองชายผู้ที่บาดเจ็บกลอกตาอ่อนล้า..สบดวงเนตรงามเย็นชาเบื้องบนของหญิงสาว

 

 

“ยังไม่อยากตายใช่ไหม”

“…..”

“กลัว…ที่จะตายเหมือนหนูทดลองใช่ไหม”

“…..”

“ฉันช่วยให้เอาไหม”

 

เอเลนแสยะยิ้ม…ขอเสนอบางอย่างปริศนาที่เธอกำลังหยิบยื่น..รอยยิ้มบนปากกลีบกุหลาบสีชมพูนั่นแย้มยิ้มราวกับนางฟ้าชั่วพริบตาเห็น ชายที่กำลังบาดเจ็บส่ายหน้าอย่างช้าๆ…สายตาที่ทอดมองนั้นประจักษ์แน่ชัดว่าไม่อยากทิ้งชีวิตไว้ที่นี้อย่างโดดเดี่ยว

 

เอเลนแสยะยิ้มนัยน์ตาสีอำพันของเธอวาวชัดเจนในเงามืด ชายหนุ่มกระตุกวาบใจเต้นรัว…เต้นจนแทบจะหลุดออกมาจากอกซ้าย  อะไร? เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรา!!!!!

“อ้า!!!!!!!!!!!!”  ผิวหนังลอกร่อน…กล้ามเนื้อปริแตกออกมาร่างกายของชายผู้หายใจรัวรินกำลังขยายใหญ่ขึ้น…ใหญ่ขึ้น!!

 

 

ฉัวะ!!!!!!!!!!!

 

คมดาบตวัดฟันหลังท้ายทอยได้ทันก่อนที่ร่างนั้นจะขยายใหญ่ เอเลนชักสีหน้าตะลึงกับสิ่งที่ขัดจังหวะความสำราญของเธอดวงตาสีเหลืองอำพันกลับคืนเป็นสีเขียวดุจมรกตเม็ดงามจ้องมองร่างยักษ์ที่กำลังโตสลายกลายเป็นไอน้ำเหลือเพียงซากกระดูกโครงขนาดใหญ่กองทิ้งตรงหน้า…เบื้องบนโครงกระดูกนั่น…คือบุรุษร่างเล็กผมสีดำในชุดทหารมอมแมมสกปรกผิดวิสัยในมือถือดาบสองเล่มเปื้อนโลหิตกำลังระเหยไปเช่นเดียวกับซากศพ

 

“คิก…มาแล้วเหรอรอร์แชค”

“แก…ทำอะไรลงไป” รีไวล์เอ่ยทั้งเสียงดุดัน ตาคู่คมถลึงมองมารดาไททันที่ยืนนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไร สิ่งที่เขาเห็นขณะกำลังขี่ม้าไล่ตามหาอีกฝ่าย..ประจวบเหมาะนักได้เห็นร่างของคนที่กำลังตายกลายร่างเป็น…ไททัน…

 

ดีที่ใช้เครื่องสามมิติพุ่งมากำจัดได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงได้วุ่นวายเพราะมีไททันโผล่มาใจกลางเมืองเช่นนี้

 

“ก็รอร์แชคอยากหนีฉัน..ฉันเบื่อก็มาหาอะไรสนุกๆ” ตอบทั้งรอยยิ้มไม่รู้สึกรู้สา!!! รีไวล์กระโดดลงเหยียบพื้นเดินฉับๆเข้าไปแล้ว…

 

 

ผัวะ!!!!!

 

 

กำปั้นต่อยเข้าที่หน้าของเอเลนจนเธอล้มลงไปนอนคลุกดินโคลนเฉอะแฉะ เอเลนเบิกตากว้างค่อยๆยันตัวขึ้นมา…มองเงาสะท้อนในแอ่งน้ำ..แก้มที่บวมเบ่งขึ้นสีแดงช้ำมุมปากแตกจนได้โลหิต…

 

 

ถูกต่อย….ตั้งแต่เกิดมาชีวิตนี้ไม่เคยมีใครกล้าทำอะไรกับเธอเช่นนี้มาก่อน…

 

 

ร่างบอบบางถูกกระชากคอเสื้อจนกระดุมหลุดสองเม็ก คอเสื้อแหวกเปิกให้เห็นหน้าอกนูนอิ่มกับยอดอกสีชมพูราวกับดอกไม้แรกแย้มชวนขบเม้ม ทว่า…อารมณ์ของรีไวล์ในขณะนี้ไม่พร้อมจะสนใจเรื่องเพศ…

 

“เห็นชีวิตคนเป็นเรื่องสนุกเหรอ!!!”

“มนุษย์อ่อนแอก็ต้องเป็นของเล่นของฉันอยู่แล้ว..ผิดกฎธรรมชาติตรงไหนกัน”

“แก!!!!”

 

รีไวล์กำหมัดแน่นคำรามต่ำ  ยกมือขึ้นง้างจะต่อยหน้าหญิงสาวไม่สนเรื่องเพศอีกต่อไป ใบหน้าสะสวยฟื้นสภาพเสร็จแสยะยิ้มท้าทายเธอไม่แม้แต่เกรงกลัวความเดือดดาลของบุรุษผมดำ…ตรงกันข้ามกลับแผดเสียงหัวเราะสนุกสนาน

“รีไวล์!!!อย่า!!!”  หัวหน้าหน่วยทีมสำรวจเอลวิน สมิธ ตะโกนห้ามปรามเสียงฝีเท้าม้าหลายตัวควบเข้ามาใกล้ที่เกิดเหตุ..ทหารทีมสำรวจมองโครงกระดูกไททันที่น่าจะสูงราวๆ 3 เมตร…ไม่สิจากโครงสร้างกระดูกบิดๆเบี้ยวๆและผิดเพี้ยนบางชิ้นเล็กบางชิ้นใหญ่ไม่พอเป็นสัดส่วนนั่นชวนฉงนปนทึ่งในเวลาเดียวกัน

 

 

ไททัน….ไททันมาได้ยังไง?

 

 

ชายผมสีดำสั้นสบถปล่อยมือตามคำสั่ง เพราะตาสีฟ้าคมนั่นบังคับให้เห็นแน่ชัดว่ากำลังใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าอยู่..เพื่อกฎทหารจึงจำยอมเลี่ยงไม่ได้  ร่างสูงใหญ่ผมสีทองลงจากม้าเดินเข้าไปมองซากศพไททันบนพื้นขมวดคิ้วเป็นปมแล้วหันไปมอง…เอเลน  เยเกอร์ ร่างต้นที่ยืนสวมเสื้อหลุดลุ่ยโชกเลือดจนแนบเนื้อโค้งเว้าเห็นไปทุกสัดส่วน เอลวินรีบหันสายตากลับมาจดจ่อที่โครงกระดูกไททันตรงหน้าสะบัดไล่ความรู้สึกคุกกรุ่นในอกออกไป มองสิ่งน่าพิศวงตรงหน้า

 

“ฝีมือเธอ?” เขาถาม

“ถ้าใช่…แล้วทำไม”  คำตอบนั่นทำเอาหัวหน้าหน่วยทหารสำรวจคุมสีหน้าให้สงบเยือกเย็นอย่างยากลำบาก …ตามตรรกะที่คาดเดา…สิ่งที่กลัวที่สุดเกิดเป็นจริง…

 

ความหมายของมารดาไททัน…คือกำเนิดไททันได้..

แปรเปลี่ยนคนให้กลายเป็นไททัน…ผู้หญิงคนนี้อันตรายกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก!!

 

 

เขาถอดเสื้อคลุมทีมสำรวจสีเขียวยื่นให้หญิงสาวโดยไม่หันมอง…แต่เอเลนกลับเมินเดินออกไป การกระทำเช่นนั้นทำเอาร่างสูงผมทองหน้าชาวาบอาย..ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยตามหลังชายร่างเล็กปั้นหน้าหงิก..หัวเสียกำลังจะปีนขึ้นม้าสีดำของตัวเอง

“อะไร?”  รีไวล์หันไปขึ้นเสียงห้วนใส่ เอเลนยิ้มสนุกสนานกับท่าทีโมโหกริ้วโกรธของอีกฝ่าย

“พาฉันขึ้นม้า”

“แล้วถ้าฉันไม่ให้..แกจะทำไม” ชายผมสีดำจ้องมองประจันหน้าหญิงสาว..ใบหน้าเหมือนเอเลนไม่มีผิดเพี้ยนแต่ไม่ใช่เอเลนที่เขารัก…ไม่ใช่ซักนิด  เอเลนเหลือบตามองทหารทีมสำรวจนายหนึ่งที่กำลังเก็บโครงกระดูกของมนุษย์ที่กำลังกลายร่างเป็นไททัน…

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกก”  แขนของทหารทีมสำรวจนั่นบิดงอเป็นกุ้ง  เสียงกระดูกหักดังกร๊อบๆ ชัด ทหารในหน่วยทั้งหลายรีบวิ่งกรูเข้าไปพยายามช่วยเพื่อนตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

“อะไรนะ!!”

“ไม่นะ!!โทมัสเกิดอะไรขึ้นกับแขนแก!!!”

“แขน…แขนฉัน!!!!!”

 

 

 

รีไวล์หน้าตาตื่นกับสิ่งทีเกิด มือแกร่งกระชากแขนหญิงสาวเข้ามาใกล้บีบแรงจนเอเลนนิ่วหน้าเจ็บ ตาสีเทาคมกริบดุดันวาวโรจน์ตะคอกเสียงดังใส่  “หยุดเดี๋ยวนี้!!!!”

“ไม่…จนกว่าคุณจะยอมทำตามคำสั่งฉัน” เอเลนคลี่ยิ้มเยาะเชิดหน้าเหยียดมองท้าทาย

 

เสียงหวีดร้องของทหารคนนั้นก้องชัด รีไวล์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเป็นแผล…เกลียดการถูกหยามตกเป็นรองอย่างถึงที่สุด ทิฐิที่มีก่อกุมในใจ รังเกียจสันดานวิปริตเอาชนะของสตรีผมสีน้ำตาลยาวถึงพื้น…

ทว่า…ชีวิตของลูกน้องสำคัญกว่า จึงต้องยอมทำตามอีกฝ่ายกระชากให้ขึ้นหลังม้าซ้อนท้ายเขา เอเลนจึงหยุดพลังของมารดาไททัน…แขนที่บิดงอนั่นหยุดลงเอลวินสั่งทหารคนอื่นๆให้พาทหารนายนี้ไปรักษาตัว โดยไม่วายแอบมองมารดาไททันที่นั่งยิ้มกระหย่องพออกพอใจเมื่อได้สิ่งที่เธอปรารถนา…คือการเอาชนะรีไวล์…

 

ม้าทีมสำรวจควบกลับฐานปราสาทเมื่อเก็บกวาดซากศพทำลายหลักฐานที่เอเลนก่อเอาไว้จนเกลี่ยงเกลา..ศพของบุรุษที่เอเลนสังหารดูเหมือนจะเป็นพวกจิ๊กโก๋ในตรอกซอย..ดูย้อนสืบไปพบว่าต้องโทษคดีปล้นชิงทรัพย์ข่มขืนมาหลายต่อหลายครั้ง ถูกปล่อยตัวพ้นโทษก็ไม่สำนึก…

 

 

 

 

ถึงจะเป็นผลพลอยได้ที่ดี…แต่สิ่งที่เอเลนทำไม่ได้อยู่ในสามัญสำนึกดีชั่ว..

เป็นเพียงความสนุกสนานของสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์..

 

 

.

.

 

 

 

“ฉันรักแก…”

“ฉันจะไม่พูดซ้ำสอง…เข้าใจไหมไอ้หนู”

 

 

เสียงนั่น…อีกแล้ว…

 

เปลือกตาบางค่อยๆปริบขึ้นขนตาแพยาวพราวน้ำลืมขึ้น..เผยดวงเนตรสีมรกตอ่อนล้าจ้องมองหน้าท้องที่ถูกคมหอกพุ่งแทงยังคงตรึงร่างของเขาไม่ไปไหน…ทั้งโซ่ทั้งกุญแจที่ล่ามไว้อีก..

 

 

ลูกกรงเหล็กขึ้นสนิทสีดำกับแอ่งน้ำสีแดงเจิ่งนองกว้างสุดลูกหูลูกตารายล้อมกรงเหล็กสี่เหลี่ยมที่กักขังร่างสูงโปร่งเอาไว้..ใบหน้าหวานก้มลงมองแอ่งน้ำสีแดงกลิ่นคาวคลุ้งติดจมูกชวนสงสัยว่าคือสิ่งใด ดวงตาสีเขียวมองเงาสะท้อนบนพื้นผิวน้ำแดง…

 

 

ผม…สีน้ำตาลสั้น…ตาสีเขียวมรกตในชุดเครื่องแบบแปลกตา…

เสื้อนอกสีน้ำตาล..ประดับตราปีกนกสีขาวดำวางซ้อนกัน…

ตราปีกนก? แห่ง…อิสรภาพ?

 

 

“อึก!!!”  หัวสมองที่โล่งเตียนมานานกลับผุดภาพบางอย่างในหัว…เด็กหนุ่มครางเจ็บปวด…ปวดหัวจนแทบระเบิด

 

 

“ผมจะกำจัดไททันให้หมด!!!

“ไม่เลวนี่…แกได้รับเข้าทีมสำรวจแล้ว”

 

 

อะไรกัน…นี่มัน..ตัวเรา..ตัวเรากับใคร?

 

“เลือกซะเอเลน..จะเชื่อในพลังตัวเองหรือเชื่อในทีมและฉัน”

“ผมเสียใจ..ถ้าตอนนั้นผมแปลงเป็นไททันล่ะก็..”

“ฉันบอกแล้วไงผลลัพธ์ในอนาคตไม่มีใครรู้ได้..แกไม่ผิดอย่าโทษตัวเอง”

 

 

น้ำตาไหลริน…ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ชายอายุมากกว่าเขาน่าจะ..ราวๆ 30 ปี ตัวเล็กส่วนสูงน้อยกว่าบุรุษทั่วๆไปแต่กลับมีร่างกายแข็งแรงกำยำ…แข็งแกร่งกว่าใคร…

 

ใบหน้าของเขาช่างดุดันเต็มไปด้วยอุดมการณ์และความมุ่งมั่น…ชวนศรัทธา..

ผมของเขามีสีดำขลับเหมือนปีกอีกา…ตาสีเทาคมกริบขวางโลก ไม่ก็เบื่อหน่ายตลอดเวลา…บางครั้งก็ดูน่ากลัวจนใจสั่น..และบางครั้ง…ก็มองมาด้วยสายตาที่อ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ…

 

 

“ผมรักคุณ…” ร่างของบุรุษนั่นคร่อมกายไว้..ใบหน้านั้นชัดเจนใกล้กระทั่งรับรู้ลมหายใจในค่ำคืนมืดมิด..ใต้แสงจันทร์สาดส่องกระทบร่างคนทั้งสองบนเตียงกว้างในห้องนอนของชายตัวเล็ก…พวกเขาทั้งคู่เปลือยเปล่ากอดกัน..มอบความอบอุ่นถ่ายทอดความรักอุ่นล้นในใจจน…ร่ำไห้

 

 

 

ใบหน้านั่นโน้มลง..เข้ามาใกล้…จนกระทั้งแนบชิด…สัมผัสร้อนอุ่นทาบปาก..จนร่างผู้ถูกจองจำในกรงเหล็กน้ำตาไหลพรากความอุ่นแผ่ซ่านขึ้นชาวาบบนริมฝีปากแห้งผากราวกับว่ายังอยู่ในความทรงจำไม่เคยลืม..

 

 

“ผมรักคุณ…หัวหน้ารีไวล์”

 

 

 

“รีไวล์….”  ตาสีเขียวเบิกกว้าง…ดวงเนตรที่ไร้แววชีวิตค่อยๆกลับคืนพราวประกายสีมรกตสั่นไหว…

 

 

 

“รู้อะไรไหมพ่อดีใจแค่ไหน..ที่วันนี้ได้มาถึง”

“อย่าโกรธเลยนะเอเลน..ไม่สิ..เดิมทีก็แค่ร่างโคลนของเอเลนคนที่ 104”

 

 

“เราคือ…เอเลน…”  เอเลน  เยเกอร์ ตาโต ร่างสูงโปร่งสะดุ้งสุดตัวมองรอบกายด้วยสติที่กลับคืน…ข้อมือเล็กๆขยับพยายามออกแรงกระชากสั่นให้กุญแจมือหลุดทว่า…ช่างไร้ผล…เอเลนดึงตัวออกหอกแหลมที่แทงท้อง…หลับตากัดฟันแน่นจับด้ามหอกนั่นแล้วออกแรงดึงโลหิตสีแดงไหลทะลักอาบกางเกงทหารสีขาว เจ็บปวดจนแทบขาดใจแต่จะไม่ยอมแพ้!!

 

ฉัวะ!!!!!!

 

 

หอกดึงออกสำเร็จร่างบอบบางขว้างหอกโยนไปไกลๆ มือกุมแผลที่ท้องเป็นรูโหว่ค่อยๆสมานตัวช้าๆไอน้ำร้อนระเหยออกจากบาดแผล ร่างบอบบางทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นหายใจหอบหนักต่อสู้กับความเจ็บปวดเหล่านี้

 

แคร้ง..แคร้ง…

 

โซ่ตรวนดังชัดทุกครั้งที่ขยับแขนขา..โซ่ตรวรที่ไม่ว่าจะพยายามจะตัดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมขาด…

 

 

 

“ในที่สุด…ก็จำได้แล้วเหรอ 104 “  เสียงนั่น…เสียงแว่วหวานที่ได้ยินมาตลอดในช่วงไร้สติ เอเลนเงยหน้าขึ้น…หน้าลูกกรงเหล็กสีดำร่างของสตรีผมสีน้ำตาลยาวสลวยถึงพื้นในชุดกระโปรงสีขาวเปื้อนเลือดชโลมหัวจรดเท้ายืนนิ่ง…

 

 

…ใบหน้านั่น…ดวงตานั่น…ทำไม?

 

 

อึก!!!!!!!!”  เอเลนทรุดไปนั่งคุกเข่ากับพื้น..เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับจิกทึ่งเส้นผมตาสีเขียวมรกตกลมโตเบิกกว้างสุดขีด..บางอย่างไหลทะลักเข้าในหัว..เจ็บปวดฉีกกระชาก..ราวกับกรงเล็บจิกดึงเนื้อสมองในกะโหลกเป็นชิ้นๆ

 

 

“พวกเรากำลังร่วมใช้สมองเดียวกัน..ความทรงจำเดียวกัน..ฉะนั้นเธอเองก็จะได้เห็นความทรงจำของฉันเมื่อ 100 ปีก่อน”

เอเลนหญิงสาวผู้เป็นร่างต้นปรายตามอง..เอเลนร่างโคลน104โก่งตัวอาเจียน จนตัวสั่นเท้ามือกอดร่างกายบีบต้นแขนแน่นจนเล็บจิกหยิกแขนให้รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น…สิ่งที่เห็น..สิ่งที่เป็น…ความทรงจำโหดร้ายนั่นไม่ใช่เรื่องจริง

 

“ฉัน…ตายแล้ว..”

 

เอเลน104ครวญร่ำไห้หน้าซีด ผิดกับสตรีผมสีน้ำตาลยาวสลวยใบหน้าพิมพ์เดียวกันนั้นมองด้วยสายตาราบเรียบ  ทว่า…เธอกลับมีรอยยิ้มแสยะพึงพอใจ

“โลกนี่มันโหดร้ายฟอนเฟะกว่าที่คิด 104”

“หน้าที่ของร่างโคลนก็คือคืนชีวิตให้ฉัน…อันที่จริง..ถ้านายไม่ตื่นขึ้นมา นายคงสบายใจกว่านี้แท้ๆ”

เธอกระซิบแผ่วเบา เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ลูกกรง มือเรียววางจับซี่เหล็กยื่นใบหน้าเข้าใบสบตาสีเขียวสีเดียวกัน..สีตาของร่างโคลนนิ่งที่เป็นเพียงของเลียนแบบ “ไม่ต้องห่วงฉันจะใช้ชีวิตในส่วนของ 104 เอง…”

 

…รอยยิ้มชั่วร้ายดุจปิศาจ..กระหายเลือดสนุกสนานไร้ความรู้สึกสำนึกชั่วดี..

 

“ฉันจะดูแลรอร์แชค…ไม่สิ…หัวหน้ารีไวล์ต่อให้เอง”

 

 

 

เย้ยหยันในเงามืด….ซอกหลืบแห่งดินแดนความทรงจำ…   

 

 

TBC

[Fic Attack on titan][Levi x Eren] Brother //Part1

 

[Fic  Attack on titan] Brother

Paring : Levi x Eren 

Rate    : NC-17 , incest , Yandere , Guro , Angst 

Story   : blood_hana

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

Brother 1

 

 

 

DNA…คือรหัสพันธุกรรมตีตราบอกสายเลือดที่ไหลเวียนในตัว..

เกลียวคู่ที่ขดบิดเบี้ยวเป็นเกลียววนเชื่อมต่อด้วยเบสทั้ง 4 ตัว  A T C G

…รหัส..ที่บอกว่าโลหิตสีแดงสูบไหลเวียนในร่างกาย…มีความเป็นมาเช่นไร..

เพียงแค่รหัสพันธุกรรม…ก่อเรียงตัวเป็นโครโมโซม 46 โครโมโซม…22 คู่…ทำให้เกิดคำว่าศีลธรรมสำหรับสายเลือดเดียวกัน

 

 

 

มือเล็กๆปิดหนังสือชีววิทยาสำหรับ ม.ปลาย เล่มหนา..ดวงเนตรสีเทาคมจดจ้องหน้าปก..รูปรหัสพันธุกรรมจากงานกราฟฟิก3 มิติ เรียงคู่บิดเป็นเกลียวใส่สีสันสวยงาม มือเล็กๆลูบหน้าปกก่อนจะจิกเล็บลงขีดข่วนไปมา..

 

 

แล้วมันสำคัญตรงไหน…กะอีแค่สิ่งเล็กๆที่ก่อกำเนิดจนเป็นกายเนื้อ…

 

 

“รีไวล์คุง..มาอยู่นี่เองเหรอ” คุณครูประจำชั้นประถมห้อง 4-A  เอลวิน สมิท เดินมาหาเด็กชายวัย 8 ขวบหนึ่งในลูกศิษย์ห้องเขาที่ค่อนข้างเงียบ..สุขุมเกินวัย แถมยังฉลาดอัจฉริยะเรียนรู้ได้เร็ว ตาสีฟ้าจ้องมองหนังสือบนโต๊ะ..

 

“โหย…อ่านชีวะรู้เรื่องด้วยเหรอรีไวล์คุง” เอลวินกล่าวทึ่งระคนประหลาดใจกว่าเขาจะผ่านวิชานี้มาแทบตาย ก็คาบเส้นทุกครั้งที่สอบ รีไวล์ยกหนังเก็บเข้าชั้นวางแล้วคว้ากระเป๋าสะพายสีดำเงยหน้ามองใบหน้าอารีอ่อนโยนของบุรุษผู้เป็นครูประจำชั้น

“ก็พอเข้าใจ..โครงสร้างพันธุกรรมมาบ้าง” เด็กชายตอบ…ด้วยศัพท์ที่ดูโตเกินวัยขนาดเอลวินยังอดทึ่งไม่ได้ทุกครั้งที่คุยกับเด็กในปกครองคนนี้ยิ่งคุยยิ่งเจ้าตัวเอ่ยถาม..เขายิ่งรู้สึกเหมือนถูกเด็กลองภูมิยังไงก็ไม่รู้ไม่แปลกเลยที่เหล่าครูส่วนใหญ่เลือกที่จะหลีกเลี่ยงสนทนากับเด็กชายวัย 8 ขวบตรงหน้า…

 

 

ดวงเนตรของเด็กชาย…สายตาเหยียดมอง…

 

 

“นี่..ไม่เป็นเล่นกันเพื่อนๆหน่อยเหรอ…ที่สนามเบสบอลดูเหมือนว่ากุนเธอร์คุงต้องการคนอยู่นะ”

ใบหน้ากลมของเด็กชายเงยหน้ามองครูประจำชั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย สบตาสีฟ้าคมที่มองลงมา..ภายในแววตาอ่อนโยนนั้นมองเห็นได้ถึงความปรารถนาของผู้ใหญ่แกมบังคับต้องการให้คนที่ด้อยกว่าอยู่ใต้โอวาทเชื่อฟังคำสั่ง..สันดานครูอาจารย์ลึกๆแล้วก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก..

“ครับ” รีไวล์ขานตอบ เรียกรอยยิ้มพึงพอใจของบุรุษร่างสูงผมสีทองสว่าง…ครูน่ารำคาญที่พยายามโยงกิจกรรมต่างๆให้เขาได้มีส่วนรวมกับเพื่อนๆในโรงเรียน ทั้งที่พวกเด็กๆนั่นมีแต่หัวลูกโป่งน่ารำคาญดีแต่เล่นสนุกไร้สาระไปวันๆ

 

 

.

.

 

 

ท้องฟ้าลงสีส้มแดงยามเย็นโฮมรันลูกสุดท้ายนำชัยชนะด้วยการหวดไม้ของเด็กผมสีดำสั้นหน้านิ่งไร้อารมณ์ เหล่าเพื่อนพ้องทีมกุนเธอร์ระโดดโลดเต้นดีอกดีใจยกใหญ่  แถมยังเข้ามาโยนตัวเขาขึ้นสูง…ตาสีเทานิ่งมองท้องฟ้าสีแดงยามที่สะท้อนในแววตา…

 

 

เมื่อไหร่จะได้กลับบ้านซักที..น่าเบื่อ….

 

“รีไวล์สนใจเข้าชมรมเบสบอลไหม เป็นนายล่ะก็เราต้องไปถึงแชมป์รุ่นจูเนียร์แน่ๆ” กุนเธอร์เด็กชายในชุดเบสบอลสีขาวตราเลข 10 เด่นชัดมือพาดไม้เบสบอลแขวนถุงมือเขรอะดิน..หัวหน้าทีมเบสบอลประจำโรงเรียนเอ่ยชวนเด็กชายอัจฉริยะที่พร้อมทุกอย่างทั้งความสุขุมจนเด็กผู้หญิงทั้งหลายพากันปลื้ม สมองชาญฉลาด ไหนจะกีฬาเลิศอีก ติดแค่ความไม่ชอบสุงสิงกับใครเท่านั้น..

 

“ไม่ล่ะ” รีไวล์ปฏิเสธไร้เยื่อใย คืนถุงมือไม้เบสบอลที่ยืมมาจากทางโรงเรียนวางในโรงยิมสะพายเป้นักเรียนเดินจากไป..ไม่สนใจสายตาเสียดายระคนไม่พอใจของเหล่าลูกทีมที่มองปราดมาว่าเขาหยิ่งทระนง…

 

แล้วไง..สายตาของพวกหัวลูกโป่งจะไปสำคัญอะไร…

 

 

 

 

กริ๊งๆ 

 

เท้าทั้งคู่ใต้รองเท้าพละสีขาวเดินมาหยุดหน้ารั้วโรงเรียน เสียงกระดิ่งรถจักรยานนั้นทำให้หัวใจที่เย็นชาของเด็กชายพองโต

“รีไวล์..พี่มารับแล้ว”  ร่างสูงโปร่งเพรียวบางผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ ใบหน้าของเด็กหนุ่มเค้าหวานค่อนไปทางมารดา..ดวงเนตรสีเขียวสวยสดกับริมฝีปากบางแย้มยิ้มอ่อนโยนมาให้นั่น…เอเลน   เยเกอร์…พี่ชายร่วมสายเลือดแก่กว่าเขานับ 7 ปี

 

 

พี่ชายจอมซื่อบื้อ…ที่ไม่เคยทำให้โลกนี้น่าเบื่อหน่าย…

 

 

แผ่นหลังของพี่ชายกว้างใหญ่..ในสายตาของเด็กประถม ทว่าเมื่อเทียบไซส์กับชายหนุ่มรุ่น 15 ปีด้วยกันแล้วช่างเล็กบาง วงแขนเล็กๆโอบกอดเอวของเอเลนไว้เอนใบหน้าซบลงกับหลังพี่ชาย สายลมที่พัดผ่านใบหน้าจนผมสีดำปลิวลู่สวนทางกับทิศทางขี่จักรยานไปตามท้องถนนในตรอกซอยหมู่บ้าน

 

กลิ่น…กลิ่นหอมอ่อนๆของแชมพูยังไม่จางหายไปทั้งที่เวลาล่วงเลยมาจวบเย็น…

 

“วันนี้กินอะไรกันดีรีไวล์” เอเลนถามพลางผินหน้ามามองน้องชายที่ซ้อนท้ายด้านหลัง

“อะไรก็แล้วแล้วแต่เอเลน” ตอบกลับเสียงห้วน เอเลนหน้ามุ่ยมุ่นคิ้วเล็กน้อยแก้มขาวๆอมชมพูจากอาการเหนื่อยเล็กน้อยที่ต้องปั่นจักรยานพองขึ้น  “บอกให้เรียกพี่ไง..เมื่อก่อนยังเรียกพี่ชายๆอยู่เลย”

 

“ก็นายอยากทำตัวไม่เหมาะเป็นพี่เอง”

 

เอเลนถึงกับเหนื่อย..ถอดถอนใจกับมารยาทของรีไวล์น้องชายเพียงคนเดียวของตน เขาจึงหันกลับไปมองทางแล้วเลิกสนใจเด็กวัย 8 ขวบด้านหลังที่ลอบช้อนตามองใบหน้าหวานของพี่ชาย..เรือนผมสีน้ำตาลลู่ลมคลอแก้มใส…

 

 

เราทั้งสองคือพี่น้องร่วมสายเลือด…มี DNA ร่วมกันจากบิดามารดาไหลเวียนในร่างกาย…

 

 

วงแขนกระชับกอดแรงขึ้นจนเอเลนเลิกคิ้วด้วยความฉงนตาสีเขียวหลุบมองมือเล็กๆที่โอบรอบเอวไว้ เจ้าตัวคลี่ยิ้มขำ..สงสัยน้องชายจะอ้อนแต่จะทักก็คงเจอคำเถียงกลับหน้านิ่งเย็นชาแบบนั้น  หากแต่…ความคิดของคนเป็นน้องไม่ใช่แบบนั้น

 

 

 

รัก…หึงหวงเกินกว่าคำว่า..พี่น้อง…

 

 

 

.

.

 

 

พี่น้องทั้งสองอาศัยอยู่ในคอนโดชั้นที่ 10 ที่พ่อแม่ซื้อทิ้งไว้ในเมืองก่อนจะย้ายไปทำงานต่างประเทศด้วยกันทั้งคู่ปีนึงกลับมาครั้งหนึ่งในช่วงคริสต์มาสซึ่งตรงกับวันเกิดของรีไวล์..บิดามารดาทำงานวิจัยทางด้านดาราศาสตร์ให้กับองค์กร NASA งานท่องอวกาศและหาแหล่งทรัพยากรใหม่ๆจากนอกโลก…ความเป็นนักวิทยาศาสตร์..เงินตรา..ชื่อเสียง ทำให้ต้องยอมสละเวลาครอบครัวทิ้งให้เอเลนวัยเพียง 9 ขวบคอยเลี้ยงดูรีไวล์มาตั้งแต่นั้นมา

 

 

รีไวล์นั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำมองโคร็อกเกะฝีมือเอเลนบนโต๊ะทานข้าว..มือเล็กๆจับตะเกียบคีบอาหารขึ้นมากินกับข้าวสวยร้อนในถ้วยพลางมองพี่ชายในผ้ากันเปื้อนสีเขียวซึ่งนั่งในฝั่งตรงข้าม ดวงเนตรกลมโตจ้องมองน้องชายด้วยแววตาลุ้นระทึก

 

“ไม่เลวนี่..” เสียงเล็กๆนั่นตอบกลับ..เรียกรอยยิ้มโล่งใจ เอเลนฉีกยิ้มร่าเริงดีอกดีใจที่น้องชายชอบเมนูใหม่ที่เขาลองเปิดตำราทำขึ้นมาสดๆร้อนๆ

“โล่งอกนึกว่าจะไม่เป็นสับปะรดแล้ว ตอนแรกกลัวไหม้แทบตาย” เอเลนเล่าประสบการณ์ทำอาหารเมื่อซักครู่ให้น้องชายฟัง รีไวล์เงยหน้าคีบโคร็อกเกะเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆมองใบหน้าหวานกับเรือนผมสีน้ำตาลสวยเหมือนบิดาในคณะที่เขานั้นกลับได้ผมสีดำจากแม่มา…ท่าทางไร้เดียงสาซื่อตรงกับความรู้สึก นึกจะโมโห นึกจะเสียใจ นึกจะโวยวาย หรือแม้แต่เขินอายจนหน้าแดงไปถึงใบหู…

 

 

งี่เง่า…แต่..ก็น่ารักล่ะนะ…

 

 

 

หลังจากกินข้าวเสร็จเวรล้างจานวันนี้เป็นของเด็กชายผมดำ..มือเล็กๆวางชามใบสุดท้ายในตู้แล้วกระโดดลงจากเก้าอี้ไม้ที่ลากมาต่อ  เท้าเล็กก้าวเดินไปตามระเบียงทางเดิน..ก่อนจะหยุดลงหน้าประตูห้องน้ำหมายว่าจะเข้าไปล้างมือด้วยเจลสบู่อนามัยที่เขาชื่นชอบ

 

 

 

ครืด!!!!

 

 

“หวา!!!!”

 

รีไวล์ตาโตตกใจ..ดวงเนตรสีเทาคมจ้องมองร่างโปร่งบางเปลือยเปล่าแช่กายในน้ำที่ขึ้นฟอง ไอน้ำอุ่นลอยคลุ้งชวนพร่ามัว..แต่ก็ยังพอเค้าลางให้เห็นผิวกายขาวเนียนอมชมพูระเรื่อดั่งกลีบกุหลาบแรกแย้มจากน้ำร้อนในอ่างอาบน้ำ..เอเลนร้องตกอกตกใจมองเด็กชายตัวเล็กวัย 8 ขวบยืนแข็งนิ่งหน้าประตู

 

“ทีหลังหัดล็อกประตูบ้างสิ”  รีไวล์กลับมาตีสีหน้าเรียบเฉย…ทั้งที่ใจเต้นตูมตามกับภาพเมื่อครู่

 

“อา..โทษทีๆ”   ขอโทษขอโพยทั้งรอยยิ้มแหยๆ  ตาสีเขียวมองเด็กชายผมสีดำที่เดินมาเอาโต๊ะเตี้ยข้างๆอ่างล้างมือมาวางแล้วขึ้นเหยียบกดเจลสีเขียวถูมือจนเกิดฟองแล้วล้างด้วยน้ำจากก๊อก  ชายหนุ่มผู้เป็นพี่ลอบมองน้องชายแสนสุขุมขี้รักสะอาดจนบางทีก็..เกินไป…รีไวล์รู้สึกว่ากำลังถูกมองเลยเหลือบสายตาสบเข้ากับเนตรสีเขียวสวย

 

“อะไร?”

“นี่…เราสองคนไม่ได้อาบน้ำด้วยกันนานแล้วนะ..อาบด้วยกันไหม” เอเลนเอ่ยชวน..คำชวนนั่น..ช่างไม่ระวังตัวเอาเสียเลยเด็กวัย 8 ขวบหน้าขึ้นสีแดงโชคดีที่ไอน้ำร้อนอุ่นในห้องน้ำกลั่นเป็นหมอกควันช่วยเก็บซ่อน..

เด็กชายหันไปมองพี่ชายที่ส่งรอยยิ้มกว้างครู่หนึ่ง..ร่างเล็กๆลงเหยียบพื้นเก็บโต๊ะเตี้ยไว้ที่เดิมแล้วถอดเสื้อผ้าออกโยนลงในตะกร้าข้างๆที่กองเสื้อของพี่ชายเอาไว้ก้าวลงอ่าง..เอเลนเขยิบให้น้องชายได้เข้าแทรกอ่าง..แม้ว่าจะทำให้อ่างแคบเบียดลงทว่าเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเปียกลู่น้ำกลับยิ้มดีอกดีใจ…ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารักนัก

 

“ไม่ได้อาบด้วยกันมาก็..เกือบ 3 ปีแล้วแหะ จู่ๆรีไวล์ก็แยกไปซะอย่างงั้น”

“อืม” เด็กชายผมดำครางตอบในลำคอ ไม่พูดไม่จาอะไรปล่อยให้พี่ชายเอ่ยพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยๆ…น้ำที่อุ่นนั้นกับฟองสบู่หอมนั้นคลุ้งอบอวลไปทั่วทั้งห้อง..เด็กชายจ้องมองเรือนกายเปลือยของพี่ชายที่แจ่มชัดกว่าเมื่อครู่…

 

ผิวขาวนั่น..ยอดอกสีชมพูบนอกแบนราบสะโพกที่ไหลลื่นใต้น้ำ…กับเรียวขายาวที่ต้องชันขึ้นให้เขาแทรกมาลงอ่าง..อ่างน้ำขนาดกลางทำให้พี่น้องสองคนต้องยอมลดพื้นที่ของตน..รีไวล์กลืนน้ำลายลงคอความรู้สึกบางอย่างตีวนในท้องน้อยนั่นกลับมาอีกครั้ง..ความรู้สึกนี้ที่ทำให้เขายอมแยกตัวไปอาบน้ำคนเดียวมาเกือบ 3 ปี ปะทุขึ้นอีกครั้ง…

 

 

ตอนนั้นนึกว่าประหลาด..แต่พอได้อ่านหนังสือในตำรา

อินเตอร์เน็ตที่ใช้หาข้อมูลถึงอาการผิดแปลกจึงรู้ว่าคือสิ่งใด

 

 

เรียวขาสวยๆนั่นขยับแยกเล็กน้อย..ตามความรู้สึกสบายอารมณ์ของพี่ชายที่ไม่รู้เลยว่ากำลังก่อความพลุ่งพล่านในใจน้องชายที่อายุเพียง 8 ขวบ!!!

 

 

พรวด!!!!

 

“อ้าว!!เดี๋ยวรีไวล์!!จะไปไหนนะยังไม่ได้ถูสบู่เลยนะ”

รีไวล์ขึ้นจากอ่างเดินคว้าผ้าขนหนูพันท่อนล่างกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วไม่สนใจฟังเสียงร้องฉงนตะโกนตามไล่หลัง เขาก้าวเข้ามาในห้องปิดประตูล็อคแล้วเดินไปนั่งบนเตียงเดี่ยว เด็กชายก้มหน้าลงมองผ้าเช็ดตัว..ที่นูนโป่งออกมาระหว่างขา  มือเล็กๆต้องรีบจัดการไม่เช่นนั้นไม่มีทางสงบใจได้…

 

 

 

แฟ้บแฟ้บแฟ้บแฟ้บแฟ้บแฟ้บแฟ้บแฟ้บ

 

เสียวมือรูดหยาบโลนดันชัดในห้องนอนเงียบสงัดมืดมิด เด็กชายโก่งตัวหายใจหอบถี่จนไหล่กระตุกวาบ..ตาสีเทามองหว่างขาของตนที่กำลังขยายตั้งจินตนาการถึงเรือนกายขาวขึ้นสีชมพูระเรื่อ..ยอดอกแรกแย้มสีชมพูกับเรียวขาสวยยามขยับอ้านั่น….

“!!!!!”  สงบลงแล้ว…รีไวล์หายใจหอบสบถจิ๊ปากหยิบเอาทิชชู่บนหัวเตียงมาเช็ดคราบขาวขุ่น…เป็นเช่นนี้ทุกครั้ง..เกือบจะทุกวันด้วยซ้ำที่เด็กชายช่วยตัวเอง..เพียงแค่เห็นหน้าพี่ชายร่วมสายเลือด…

เขาโยนทิชชู่เปียกๆนั่นลงถังขยะ..เสียงประตูห้องน้ำเลื่อนเปิดพร้อมเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินบนระเบียงทางเดินเรื่อยๆประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิดออกพร้อมปิดตัวลง…เอเลนได้อาบน้ำเสร็จแล้ว…

 

 

 

 

 

ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก…

 

 

 

 

ตีหนึ่งครึ่ง…เข็มนาฬิกาตีบอกเวลาของนาฬิกาปลุกข้างหัวเตียง..เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลในเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงบอกเซอร์ลายทางสีฟ้าอ่อนขยับกายพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้กับ…เด็กชายผมสีดำสั้นในชุดนอนแขนยาวสีขาวกับกางเกงตัวยาวยืนนิ่งจ้องมองอยู่ข้างเตียง…

 

 

 

หลับลึก…ไม่รู้เรื่องรู้ราวเช่นนี้ทุกคืน…

ไม่รู้ว่าน้องชายแอบย่องเข้าห้องกี่ครั้งแล้ว…

 

 

เด็กผมดำย่างก้าวขึ้นเตียง..ยวบยุบ…คลานเข้าไปใกล้พี่ชายเอื้อมมือสัมผัสเส้นผมสีน้ำตาลสั้น..เปียกชื้นเล็กน้อยนุ่มนิ่มกับกลิ่นหอมอ่อนๆจากแชมพูยามโน้มใบหน้าสูดดม  รีไวล์ชอบผมของเอเลน…เส้นผมสีสวยนุ่มนิ่มนั่นตราตรึงใจไม่แพ้ส่วนอื่นๆ  มือเริ่มจับไหล่กลมมนนั้นลากไล้ลูบไล้ต้นแขนผอมบางแต่ดูยาวใหญ่ในสายตาน้องชายที่ตัวเล็กกว่าโข

 

“เอเลน” กระซิบเรียกชื่อพี่ชายแล้วหอมแก้ม กดแนบจมูกลงกับแก้มใสนุ่มนิ่มนั่น…กลิ่นหอมๆนั่นเย้ายวนชัดเจนทุกครั้งหลังอาบน้ำ  เขาเริ่มขยับเข้าใกล้มือสอดใต้เสื้อกล้ามถลกขึ้นจนติดคอคนหลับใหล…อกแบบางขยับกระเพื่อมตามลมหายใจสม่ำเสมอ..นัยน์ตาสีเทามองยอดอกสีหวานชมพู…ลูบไล้สะกิดจนชูชัน..พยายามดึงพลิกคนหลับให้นอนหงายแล้วโน้มใบหน้าลงไปโลมเลียยอดอกทั้งสองวนไปมา…

 

“อื้อ…” เอเลนครางงึมงำในลำคอ..แต่ไม่มีท่าทีจะตื่นจากนิทราร่างกายตอบสนอง คิ้วเรียวขยับมุ่นลง  รีไวล์มองสีหน้าเว้าวอนที่แสดงตามสัญชาตญาณการตอบสนองของกายเรียกรอยยิ้มมุมปากหาได้ยากจากเด็กชายวัย 8 ขวบ มือล้วงเลื่อนามายังกางเกงบ็อกเซอร์ดึงลง….เห็นท่อนล่างเปลือย…ลากไล่ลงมาลูบไล้ขาเพรียวเนียนสวยยาวกดจมูกสูดขบเม้มขาอ่อนนุ่มนิ่มนั่นแล้วกัดเบาๆ

 

 

ตีตรา…ตามผิวกายขาวนั่นซ้ำไปมาหลายๆจุด..

อารมณ์อันพลุ่งพล่านกลับมาอีกครั้ง เด็กชายก้มมองใต้กางเกงนอนของตนที่โป่งนูน…ถึงเวลาแล้ว…

 

 

ดึงกางเกงลงไปหัวเข่า มือเล็กจับขายาวแยกออกกว้างมองช่องทางนั่นก่อนจะขยับกายเข้าไปแล้วแทรกกาย…ฟิต..โพรงด้านในฟิต!!! เอเลนเริ่มขมวดคิ้วงึมงำเสียงคราง..เด็กชายชะงักเล็กน้อยมองให้แน่ใจว่าพี่ชายไม่ตื่น…ไม่ตื่นแน่ชัดจึงเริ่มขยับ

 

 

 

ปึกปึกปึกปึกปึกปึกปึกปึก

 

เนื้อกระทบกันหยาบโลน…เตียงสั่นไหวขย่มผสมกับเสียงหายใจหอบของเด็กชายผมสีดำสั้น รีไวล์กัดริมฝีปากแน่นกับความผนังโพรงด้านในบีบรัดเขา..กระสันไปทั่วร่าง..เม้มปากซี้ดเบาๆแล้วขยับต่อ ด้านใต้ร่างหลับใหลขยับปากครางไม่เป็นศัพท์ชัดราวกับละเมอ  มือเล็กๆตะปบจับอกแบนบางบีบขยำยอดอกสีชมพูไม่แรงมากและก็ไม่เบาจนเกินไประบายความเสียวซ่านหฤหรรษ์

 

 

พรวด!!!!

 

ทะลัก..น้ำกามทะลักอัดแน่นช่องทางนั้น..ปลดปล่อยความเป็นเจ้าของในกายสวยงามของพี่ชาย  รีไวล์ค่อยๆถอนหายหายใจหอบ..เด็กชายสูดลมหายใจลึกจนสงบแล้วหยิบเอาทิชชู่บนหัวเตียงของอีกฝ่ายมาเช็ดทำความสะอาดช่องทางด้านในให้เกลี้ยงเพื่อไม่เป็นที่สงสัย…  แล้วดึงบ็อกเซอร์สวมใส่คืนให้จัดเสื้อผ้าให้เหมือนเดิมพร้อมห่มผ้าให้

 

 

รีไวล์เคลื่อนตัวมานั่งข้างๆพี่ชายที่หลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว…ไม่รู้ว่าได้กลายเป็นของเขามากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง…กี่ค่ำคืนแล้ว…นิ้วเรียวๆลูบปากนิ่มกลีบบางสวยไปมาอย่างทะนุถนอม “เอเลน..ฉันรักนาย”

 

จุมพิต…แนบริมฝืปากลงบนกลีบปากสวย..นิ่มอุ่นทะลักซาบซ่านไปถึงหัวใจ

 

 

“นายคือของๆฉัน…ทั้งเส้นผม..ดวงตา…ผิวกาย…เลือดเนื้อ..ทุกสิ่งทุกอย่าง”  ทิ้งท้ายก่อนออกจากห้องเสียงกระซิบแผ่วเบาดังชัดในห้องนอนของพี่ชายอันแสนเงียบสงัด..มืดมิด…ยามค่ำคืน  มือค่อยๆดึงบานประตูปิดลง โดยที่ดวงเนตรสีเทาคู่คมยังคงจ้องมองร่างบนเตียงกระทั่ง..ช่องแง้มบานประตูปิดสนิท

 

 

 

แค่สายเลือดเดียวกันงั้นหรือ…แค่ DNA นั่นนะหรือจะมาขวางกั้นความรักของเขาได้

…ศีลธรรมนั่นก็แค่..สะบั้นทิ้ง!!!!

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++++++++

โปรยค่ะ จากฟิคสดในทวิต รีไวล์ยันเดเระ รีไวล์เด็กนรกส่งมาเกิดชัดๆ

เอามาขยายเรื่องค่ะ ฟิคยาวจะละเอียดมากขึ้นค่ะ ใส่อะไรหลายๆอย่างจากในทวิต

ในเรื่องรีไวล์ 8 ขวบ มีพี่ชายคือ เอเลนอายุ 15ปี

 

เรื่องนี้รีไวล์ค่อนข้างจะ..โรคจิตพอตัวนะ ฮาา incest ด้วยแต่ไม่แรงเท่า NTR แม่เอเลน

แต่เรื่องนี้รีไวล์ยันแตกกว่า NTR แม่ นะ..น่าจะมากด้วยล่ะ

 

 

[Fic สด Attack on titan] รีไวล์ 13 ขวบ NRT แม่เอเลน

 

[Fic สด  Attack on titan] รีไวล์ 13 ขวบ NRT แม่เอเลน

Paring : Levi x Eren 

Rate    : NC-17 , ดราม่า , incest , Yandere , Guro , Angst 

Story   : blood_hana

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

ภาค 1 

รีไวล์อายุ 13 ปีแล้วขึ้น ม.ต้นปีแรกในชุดนักเรียน..ประตูเปิดออกโดยเอเลน แม่ยังสาวของเขา รีไวล์..ข้าวเสร็จแล้วนะ รีไวล์พยักหน้า

รีไวล์นั่งลงที่ประจำ..ตรงข้าม…คือเอลวิน..พ่อของเขาที่มักส่งรอยยิ้มอบอุ่นเสมอ..เอเลนส่งสามีและลูก เด๋วรีไวเน็คไทเบี้ยว มือจัดเน็คไทให้ลูกชาย รีไวล์ใจเต้น..สัมผัสขอแม่..มือของแม่..ผมสีน้ำตาลตาสีเขียวเขารัก..รักแบบ ผญ คนนึงแอบรักมาตั้งแต่8ขวบ ขอบคุณเอเลน

บอกให้เรียกแม่ไง เอเลนบ่น แต่เอลวินหัวเราะโอบเอเลนแล้วหอมแก้ม เอาน่า..ลูกชอบแบบนี้นี่..เอเลนถอนหายใจก่อนถูกสามีจูบ เอลวิน!รีไวอยู่!! ///

เอลวินหัวเราะ ทั้งสองคงไม่รู้..ว่ารีไวล์แอบแค้นในใจ..เขาเกลียดพ่อ..เกลียด..แต่ก็เก็บเอาไว้พ่อแม่ก็ไม่รู้เพราะปกติเขาเป้นคนพูดน้อยเลยไม่สงสัย

 

คืนนั้น..รีไวล์ออกมาหาน้ำดื่ม..เขาได้ยินเสียง…จากห้องนอนของเอเลน..ประตูแง้มเปิด..รีไวล์ตาโตเจ็บ..เห็นเอเลนแม่ของเขาใต้ร่างพ่อ เอเลนคราง

เอเลนบิดเร้า..สีหน้าของแม่ที่รีไวล์ไม่เคยเห็นมาก่อน..ได้ปลุก..บางอย่าง คนหนุ่มฉลาดพอรู้ว่าคืออะไรเดินโซเซเข้าห้องนอนตัวเองมือล้วงในกางเกง

ช่วยตัวเอง..อย่างที่วิชาเพศศึกษาสอน..รีไวล์ปล่อยน้ำออกมา ตาสีเทามอง..มือ..แล้วคิดว่าพ่อ..เอลวินปล่อยของนี้ในเอเลน กัดปากแค้นริษยาบิดา

รุ่งเช้าทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นวันนี้ รร. หยุดเอลวินออกไปทำงาน ในบ้านเหลือรีไวล์กับเอเลน 2คน รีไวล์..เป็นอะไรหรือเปล่าดูเงียบๆนะ

รีไวล์ :ปกตินี่ เอเลนมองเป็นห่วงลูกชายเอาแต่ดูTVเลยปิดTVแล้วมานั่งจ้องตรงๆ ใบหน้าสวยริมฝีปากกลิ่นแชมพูหอมเตะจมูกรีไวล์ใกล้ๆจนหน้าแดง

มือของแม่ทาบหน้าผากรีไวล์เทียบตัวเอง ตัวก็ไม่ร้อน? ท่าทางน่ารักนั่นทำเอารีไวล์ใจเต้น เอเลน : มีอะไรคุยกับแม่ได้นะ รีไวล์ : เอเลนรักฉันไหม

เอเลน : บอกให้เรียกแม่ไง..เฮ้อ..รักสิก็รีไวล์เป็นลูกแม่นี่ รีไวล์กำหมัดแน่น..เขาเป็นได้แค่ลูกสินะ!!ตาไปเห็นรอยจูบในคอเสื้อแม่ ยิ่งแค้น

เอลวินถูกเรียกไปพรีเซนงานโอกาสเลื่อนขั้นมาแล้ว!!ปั่นงานเสร็จแต่รุ่งเช้า..พอไปถึงเอกสารหายว่างเปล่า!!กลับมาเครียด เอเลนปลอบ  รีไวแอบมองยิ้มเด็กหนุ่มวัย 13 ปีเดินถือเอกสารในมือที่แอบเอาออกมาแล้วโยนลงถึงขยะในห้องครัว รีไวจะทำทุกอย่างทำลายชีวิตของพ่อให้เอเลนเลิกสนใจ

เอลวินยังมีโอกาสได้ไปคุยกับลูกค้าต่าง ปท. เอเลนมาส่งจูบให้กำลังใจสามี รีไวล์มองสบถแล้วขี่จักรยานไปเรียน เอลวินขับรถออกไป..

รถยางระเบิด!!! รถเสียหลักชนเสา เอลวินรอดแต่ไปไม่ทันเลยโดนไล่ออก..เขากินเหล้ากลับมาเมามาก เอเลนและรีไวที่รออยู่ตกใจ : เอลวิน!!ทำไมเมามา?

เอลวินเหวี่ยงใส่เอเลนแล้วผลักเอเลนล้มแก้วบาดมือ รีไวล์เลยเข้าไปปกป้องแม่ เอลวินจะลากเอเลนเข้าห้องนอนให้ได้แต่รีไวล์ แกปล่อยมือจากเอเลนซะ!!

เอลวินกระชากรีไวล์ : แกเรียกพ่อแบบนี้เหรอ!! จะตบหน้าลูกชายเอเลนมาขวางเลยโดนแทน ผัวะ!!! เอลวินรู้สึกผิดแต่ไม่ขอโทษเข้าห้องนอนไป

รีไวล์พาแม่เข้าห้องนั่งเงียบๆมอง : เอเลนอย่าร้อง ปลอบแม่ในใจยิ้มหย่อง..การเจาะยางได้ผลกว่าที่คิดนักน่าจะรถชนตายด้วย เสียดาย

เอลวินทำตัวเหลวแหลก ไม่กลับบ้าน เอเลนพยายามทำทุกอย่างทั้งยืมเงินทั้งหางานทำ แต่ก็ถูกเอาไปใช้ค่าเหล้า รีไวล์เห็นแม่ร้องไห้ทุกคืน

คืนนั้น..พ่อก็ไม่กลับ..รีไวล์เปิดประตูเข้าไปในห้อง..เอเลนนอนบนเตียงเหนื่อยจนหลับ หนุ่มวัย 13 เดินไปใกล้สัมผัสเส้นผมสีน้ำตาลเบาๆ

เอเลน รีไวล์กระซิบเบาๆ แล้วหอมแก้มแม่เริ่มไล่มาคอระหง..กลิ่นสบู่หอมแนบเนื้อนุ่มยามกดฝัง มือเลื่อนจับหน้าอกมารดาบีบไปมา

อ..อื้อ..อ้า.. เอเลนคราง รีไวล์ได้เห็นสีหน้าที่เหมือนตอนนั้น..ตอนที่ถูกไอ้ผู้ชายที่เป็นพ่อกกกอดใต้ร่าง รีไวล์รู้สึกว่าตนกำลังพุ่งพล่าน

รีไวล์ถอดกางเกงในใต้ชุดกระโปรงลูกไม้ของมารดา..เอเลนกำลังรอ..รีไวล์ทนไม่ไหวเขาถอดกางเกงแล้ว..สอดใส่ กระแทกในกายแม่ของตน

เอเลนรู้สึกเสียว…ปรือตาตื่น เอลวิน? พอเห็นว่าใครก็ตกใจ รีไวล์!!ทำอะไร!!!? รีไวล์โดนมารดาผลักถอย ตาสีเขียวมองร่างเปลือย..ของเธอกับลูกชาย

เอเลนเธอรักฉันไม่ใช่เหรอ รีไวล์เอื้อมมือเข้ามา เอเลนถอยห่าง รีไวล์!!ลูกบ้าไปแล้วเหรอ!!ไม่ใช่แบบนี้นะ!! รีไวล์เงียบกำหมัดแน่น โห..งั้นเหรอ

จะบอกว่าฉันสู้ไอ้ผู้ชายไร้น้ำยานั่นไม่ได้งั้นสินะ เอเลนไม่เข้าใจแต่ลูกชายกระชากเธอกดลงเตียงแล้วเอาเชือดมัดมือไว้ รีไวล์ ย..อย่า!!

รีไวล์ขืนใจแม่ตัวเองกระแทกกระทันรุนแรง…บีบขยำขบเม้มพึงพอใจ เอเลนร้องทั้งน้ำตากตกใจกลัวแขยง..แต่..ไม่นานเธอก็ครางออกมาลูกชายวัย13ยิ้มพอใจ

ปึกปึกปึก เสียงเนื้อกระทบหยาบโลน สติของทั้งสองหลุดไม่เหลื้อเส้นศีลธรรม รีไวล์ครางต่ำปล่อยน้ำกามในร่างกายของแม่ เอเลนสลบทั้งน้ำตา

เอเลนตื่นมาคิดว่าเป็น ความฝัน..วิปริตผิดปกติ..แต่พอเห็นตัวเองในกระจก…รอยจูบ!! ประตูห้องน้ำเปิดออก..รีไวล์เดินออกมา : ไง เอเลนตื่นแล้วเหรอ

ความสัมพันธ์ที่ต้องเก็บซ่อน…เอลวินเริ่มกลับตัวเมื่อถูกเพื่อนเตือนสติขอโทษเอเลนและเริ่มหางานอีกครั้ง กินข้าวร่วมโต๊ะเอเลนไม่กล้ามองลูกชาย

พอเอลวินหอมแก้ม..เห็นหน้ารีไวล์ที่มองมา..ก็ใจหายกลัวไม่ได้..เอเลนเครียดไม่สบายใจไปล้างจาน..เอลวินมาสวมกอดเล้าโลม..กำลังจะ…เพล้ง!!!!

ชามแตก..วิ่งไปดูรีไวล์ทำชามแตกสามใบ : โทษที เอลวินจะว่าลูกชายแต่เอเลนห้ามไว้ เอลวินขอไปอาบน้ำก่อนทิ้งรีไวล์ไว้กัยเอเลนสองแม่ลูก

เด็ก 13 ปีแต่ความคิดไม่ใช่ เอเลนก้มหน้าไม่พูดแล้วหยิบไม้กวาดจะกวาดเศษจานแต่รีไวล์กระชากแม่เหวี่ยงลงกับเคาเตอร์ เมื่อกี้..จะกกกันตรงนี้สินะ

ย..อย่ารีไวล์..แม่ขอล่ะ เอเลนตาคลอห้องครัวกับห้องน้ำติดกัน..รีไวล์โมโหนี่กลัวไอ้ห่านั่นเห็นเหรอเลยกระชากกางเกงในแม่ออกแล้วสอดใส่ !!!!

เอเลนกลั้นเสียงตัวเอง..ใจก็กลควเอลวินออกมาเห็น จะหนีรีไวล์ก็คงไม่สนหน้าเอลวินแน่นอน..จึงได้แต่ยอมลูกชายตัวเอง

รีไวล์ปล่อยน้ำกามออกมาจังหวะนั้นเอลวินอาบน้ำเสร็จและ..ครืด!! ประตูเปิดออก..เอเลนกวาดเศษจาน ส่วนรีไวล์ยืนกอดอกกระตุกยิ้มอารมณ์ดีเข้าห้องน้ำ

เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดีที่เอเลนผลักรีไวล์ออกไปหวุดหวิด เอเลน เอลวินเดินมาแล้วชี้คอ : ยุ่งกัดเหรอ เอเลนจับคอหน้าแดงนึกย้อนรีไวเม้มก่อนจาก

เอเลนพยักหน้าแสร้งเกา…หลังๆเอลวินรู้สึกเอเลนไม่ค่อยมีอะไรด้วย(รีไวล์มาแอบดูในเงามืดมองขู่) พอจะเคลิ้มๆรีไวล์ก็มาขัดตลอด เลยเริ่มทะเลาะกัน

คืนหนึ่งเอลวินปล้ำเอเลนและได้เห็น…รอยจูบ เอเลนเธอทำแบบนี้ มีชู้งั้นเหรอ!!! เสียงโวยวายดังจนรีไวล์เข้ามา เห็นเอลวินกำลังผลักแม่ตบแม่

เอลวินเสียใจมาก แค้น โกรธบีบคอเอเลนแน่น และ… ฉึก!!!! มีดแทงทะลุหลังรีไวล์แทงพ่อตัวเองแล้วกระซวกไม่ยั้ง แกทำร้ายเอเลนได้ยังไง!!!ไอ้เฮงซวย

เอเลนมองช็อก…รีไวล์กระซวกความเกลียดชัง ไอ้เอลวินกกแม่สอดไอ้จ้อนในตัวแม่!! เอลวินหายใจรัวรินตกใจเมื่อรีไวล์ถลกกางเกงพ่อแล้ว ฉัวะ ไอ้จ้อนขาดเลือดกระฉูดเจิ่งนองพื้น เปื้อนเด็กหนุ่มผมดำวัย 13ปี เอลวินชักกระตุก..นิ่ง…หันกลับมาหาเอเลน

 

อย่าเข้ามา!!อย่าเข้ามา!!!! เอเลนหวีดร้อง

 

รีไวล์ไม่เข้าใจเราช่วยแม่นะ..ช่วยจาก ผช สารเลวนั่น รีไวล์ลุกขึ้นไปหยิบถุงดำโกยศพพ่อทำลายหลักฐานให้หมด ไม่สนใจเอเลนสะอื้นตัวสั่น

รีไวล์กระชากเอเลนมัดมือเท้าไว้ : อยู่นี่ ฉันจะทิ้งศพข้างนอก

เอเลน : ร..รีไวล์ นั่นพ่อนะ..ทำไมลูกทำแบบนี้..ร้องไห้เสียใจเธอเลี้ยงลูกผิดตรงไหน?

รีไวล์ : พ่อ..ก็แค่ ผช ที่กกแม่ หน้าที่แค่นั้น..ไม่เห็นมีอะไรต้องซาบซึ้ง ก็แค่การผสมพันธ์ขยายเผ่า เอเลนมองลูกชายพูด..หน้านิ่งไร้สำนึกโหดร้าย

รีไวล์ : แต่ฉันรักเธอฉันอยู่ในตัวเธอมาตั้งแต่เกิดสิทธิ์ในตัวเธอต้องเป็นของฉันไม่ใช่ ผช ที่ชื่อพ่อ เอเลน :.ไม่จริงลูกชายฉันไม่ใช่คนแบบนี้..

คำว่าแม่จากปากรีไวล์…น่าสะพรึงนัก..ลูกชายเข้าใจความสัมพันธ์บิดเบี้ยว..นี่คือสาเหตุที่รีไวล์ไม่ยอมเอ่ยเรียกเอเลนว่าแม่..

รุ่งขึ้นตำรวจเจอศพเอลวินทิ้งกลางป่า มาสอบปากคำเอเลนว่าครั้งสุดท้ายที่ไหน เอเลนสะดุ้งสั่นเหมือนกลัวตำรวจสงสัย..กลับมาแล้วรีไวล์เดินเข้าบ้าน

เอเลนมองรีไวล์ที่ทำหน้านิ่งแสร้งงุนงง..เอเลน : ขอโทษนะคะ ฉันเองก็ไม่ทราบ..เขากลับมาแล้วก็ออกไป *น้ำตาไหลนายตำรวจเห็นใจสงสาร

ก่อนตำรวจจะกลับไป เขามองรีไวล์ที่เดินไปนั่งข้างมารดาบนโซฟา จับมือเอเลนไว้.. เอ่อ..ขอโทษนะ..ไอ้หนูขอคุยด้วยหน่อย

รีไวล์เดินมาคุยกับตำรวจนอกบ้าน มีอะไรจะคุยครับ ? ตำรวจมองรีไวล์นาน..ครู่หนึ่ง…..ดูแลแม่ดีๆล่ะแกเป็นลูกชายเป็นคนนำครอบครัวแล้ว ตบบ่าแรงๆ

รีไวล์พยักหน้าโล่งอกในใจ..เขาสังเกตนายตำรวจแอบมองเอเลนสายตาพราว..จึงเดินมาขวางบังสายตา : หมดธุระยัง..เอเลนเสียใจอยากอยู่เงียบๆกับครอยครัว

นายตำรวจสะดุ้งตกใจกับสายตาดุของรีไวล์ แต่ก็ไม่ติดใจคิดว่าคงเสียใจเรื่องพ่อจากไปและคงห่วงแม่ให้พ่อตามประสา อ่า..ฝากลาคุณเอเลนด้วย

ตำรวจไปหมดแล้ว เอเลนนั่งซบหน้าลงกับมือร้องไห้..โกหกปกป้องลูกชาย ถึงยังไงเธอก็รักลูกตัดใจไม่ได้อยู่ดีรีไวล์เดินเข้ามานั่งข้างๆโอบให้แม่เอนหัว

ซบกับอก เอเลน..ดีมาก..ฉันรักเธอ… ลูกชายกระซิบแล้วปลดกระดุมเสื้อมารดาปลดตะขอยกทรงแล้วกดร่างบางลงกับโซฟาไซร้คอหญิงสาวที่ครวญร้องไห้ตัวโยน

รีไวล์ : ฉันรักเธอเอเลน..ฉันต่างหากที่คู่ควรกับเธอ *กระแทกกายเข้า เอเลนสะอื้นยกมือปิดปากหลับตาแน่น..กับสิ่งที่เกิดได้แต่ถามในใจแม่ทำผิดอะไร

ในบ้านที่มืดมิด..เพียงสองแม่ลูก เก็บงำความลับอันซ้อนเร้น..วิปลาศ เอเลนหลับตาหนีความจริงที่รีไวล์กำลังกระทำกับเธอจากนี้และ..ต่อไป..

 

 

 

ภาึค 2

 

ผ่านมาสามปีแล้ว..รีไวล์ไปเรียนปกติขี่จักรยานไปเรียน ม ปลายตอนนี้เขาอายุ 16 ปีแสนสุขที่อยู่กินกับเอเลนแม่เขา รีไวล์ยังคงเงียบไม่ค่อยคบใคร แต่ด้วยความที่เรียนเก่ง รูปหล่อ สุขุม กีฬาเก่งใครๆก็พากันรุมล้อมจดหมายรักมาเป็นกองพะเนินแต่เขาไม่สนใจ

รีไวล์กลับมาบ้านที่เงียบเหงา เพื่อนข้างบ้านทักทาย เอเลนไม่ออกมาเลยนะรีไวล์ ฝากขนมเค้กส้มมาให้หวังว่าเอเลนจะหายเศร้ารีไวล์พยักหน้า

กลับมาในบ้านที่เงียบสงัด เสียงน้ำในห้องครัวเปิด..เด็กหนุ่ม ม ปลายวัย 15 เดินไปเจอแม่ของตนกำลังล้างจานเขาเดินไปสวมกอดเอเลนสะดุ้ง

เอเลน..ฉันกลับมาแล้ว สูดดมกลิ่นหอมหวาน ขบเม้นคอระหงที่เต็มไปด้วยรอยตีตรานับร้อยใต้เสื้อผ้า เอเลนตาคลอเบ้าเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้น

เอเลนถูกจับกดลงโต๊ะกินข้าว ถูกลูกชายขึ้นคร่อมไว้ ใบหน้าสวยหันหน้าหนีน้ำตาคลอเบ้าไหลอาบแก้มก่อนจะถูกรีไวล์เลียน้ำตาเช็ดออกจนหมด

ข้างบ้างฝากเค้กมาให้ รีไวล์หยิบเค้กมาแล้วจ่อปากมารดา เอเลนหันหน้าหนีแต่ถูกรีไวล์จับบังคับใ้ห้หันมา!!!แล้วยัดเค้กเข้าปาก อื้อ!! ลูกชายจูบทับ

จูบปิดไม่ให้คายออกมาเอเลนจำต้องเคี้ยวแล้วกลืน กระโปรงเลิกขึ้นกางเกงในถูกดึงออก ร..รีไวล์..ไม่..วันนี้ไม่ทำได้ไหม รีไวล์มองแม่ที่มองทั้งน้ำตา

รีไวล์มองหน้านิ่ง..ปลดกางเกงแล้วสอดใส่ ขืนใจมารดาที่ได้แต่กรีดร้องหลายครั้งที่เอเลนทำท่าเหมือนจะต่อต้านจิกข่วนแต่ก็ชะงักมือด้วยสติว่าคือลูก

น้ำกามปลดปล่อยไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ เอเลนก็ต้องกินยาคุมตลอดเวลาป้องกันไว้..หญิงสาวมองร่างกายที่ถูกรีไวล์ย่ำยีหน้ากระจกร้องไห้สะอื้น

มองรูปครอบครัวสามคน เอลวินเธอที่อุ้มรีไวลตอนทารก..เอเลนจับรูปนั้นมามอง เอลวิน..ฉันควรทำยังไงดี แอ๊ดดประตูเปิดออกเอเลนสะดุ้งรีไวล์ยืนหน้านิ่ง

ดวงตาสีเทาคมดุดันจนเอเลนตัวสั่น เด็กชายผมดำ16ปีเดินมากระชากรูปแล้วปาลงกับพ้ื้นแตกละเอียด รีไวล์!!อย่านะ!! ฉีกรูปเอลวินทิ้งเหลือแต่เขากับแม่

เอเลนทรุดเศษรูปเอลวินทั้งน้ำตา พอจะเอื้อมไปหยิบรีไวล์ก็เอาเท้าเหยียบขยี้ก่อนมือเอเลนถึง รีไวล์!!ทำไมทำแบบนี้!!แม่แผดเสียงแต่ถูกลูกชายกดเตียง

รีไวล์มองหน้าดุดันเรียบนิ่งจนคนเป็นแม่ขนลุก บอกแล้วใช่ไหมเอ่ยชื่อมันจะเป็นยังไง ฉีกกระชากเสื้อขาดแล้วหยิบเอาเข็มขัดรัดมือเอเลนไว้

รีไวล์ฉีกเสื้อเอเลนผิวกายนุ่มผ่องเต็มไปด้วยรอยของเขา แล้วขืนใจทางประตูหลัง อ๊า!!!!! เอเลนร้องเจ็บจุก รีไวล์ ม..แม่เจ็บ.อึก

นิ้วทั้งสียัดเข้าช่องทางของเอเลน เอเลนได้แต่ร้องร่ำไห้ทนกัดปากแน่นไม่อยากให้ใครรู้ว่าลูกชายเํธอทำแบบนี้อนาคตของรีไวที่เธอยังปกป้องในฐานะแม่

การลงโทษของรีไวล์จบเอเลนสะอื้นบนเตียง รีไวล์ดึงร่างบางมากอดจูบน้าผาก ฉันรักเอเลน คำสารภาพรักที่วิปริตดังข้างหู เอเลน:แต่แม่รักแค่แม่ลูก

รีไวล์ผลักแม่ลงกับเตียงแล้วขึ้นคร่อมอีกรอบ เอเลนฉันเป็นผัวเธอแล้ว!! เอเลนสะอึกคำพูดของลูกชายแต่เธอยังยืนยัน : ถึงยังไงรีไวล์ก็ลูกแม่พอเถอะนะ

รีไวล์กัดฟันกรอดมองหน้าสวยที่มองด้วยความคาดหวัง..สายตาของคนเป็นแม่ชายหนุ่มลุกออกไป เอเลนนอนสะอื้นมองน้ำกามที่ไหลทะลักออกจากด้านหลัง

รีไวล์หัวเสียไป รร. ระหว่างนั้นเขาถูกสาวมาดักสารภาพรัก เพทร่า : รุ่นพี่รีไวล์คะ..ได้โปรดรับรักฉันด้วยนะ รีไวล์มองจดหมายรัก..ได้สิ..

รีไวล์กลับมาบ้านเอเลนที่ทำกับข้าวอยู่ได้ยินเสียงประตูเปิด..แต่..เหมือนเธอจะได้ยินเสียงคนอื่น คนเป็นแม่สงสัยเลยออกมาดูก็เจอเด็กสาวผมทองน่ารัก

สวัสดีค่ะคุณแม่ หนูเพทร่า รัลค่ะ เอเลนก็ยิ้มรับดีใจที่รีไวล์พาเพื่อนมาถึงจะแปลกใจก็เหอะ รีไวล์ : เอเลน..นี่เพทร่าแฟนฉัน

รีไวล์ติวหนังสือให้เพทร่าอยู่ในห้องนอน เสียงหัวเราะของเด็กสาวคุกคิกสดใสน่ารักมาถึงชั้นล่างเอเลนที่ต้มซุปอยู่รู้สึก..โหวงแปลกๆเมื่อนึกย้อน

ทำไมถึงรู้สึกขุ่นมัวในอกแปลกๆ คิดแล้วเอเลนก็ถอนใจเด็กคนนั้นก็น่ารักน่าจะดีแล้วนี่รีไวล์มีแฟนซักทีจะได้เลิกยุ่งกับ..เธอ…ทำไมน้ำตาไหล?

เอเลนนำว่างขึ้นชั้นบนอยู่หน้าห้องรีไวล์..มือกำลังจะเคาะ… พ..พี๋ร..รีไวล์..เพทร่า อ๊ะ อื้อ เอเลนตัวแข็งเสียง.เตียงขย่มดังกับเสียงคราง

เอเลนทรุดลงหน้าห้องลูกชายนั่งกองกับพื้นวางถาดอาหารแล้วเดินลงบันไดไปจัดการอาหารเย็นต่อ..ทำไมกัน..ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนนี้ทำไมน้ำตาถึงไหลล่ะ

เอเลนโดนน้ำร้อนลวกมืออีกด้วยความเหม่อลอยเผลอทำกาตกพื้น เธอจึงต้องเช็ดถูยิ่งเจ็บก็ยิ่งร้องไห้ปวดหน่วงในใจพอคิดว่ารีไวล์กับเพทร่ากำลังมีอะไร

เอเลนรีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเวลาผ่านไปเกือบ 2 ชม ทั้งสองลงมาจากห้องเพทร่าดูเขินอายเข้ามาช่วยเอเลนจัดโต๊ะ เอเลนยิ้ม..ให้คนที่ลูกชายเลือก

เพทร่ากลับบ้านไปโดยที่รีไวล์ไปส่ง…หน้าบ้านเอเลนก็เดินมาส่งตามมารยาทที่ดี..ไปก่อนนะคะรุ่นพี่ เพทร่าโบกมือลาแต่..รีไวล์ดึงมาจูบต่อหน้าแม่

เพทร่าหน้าแดงเขินอาย อายเอเลนที่ยืนดูอยู่ด้วยเธอรีบโค้งตัวลาแล้วขี่จักรยานไป เอเลนเข้าบ้านไปล้างจาน..วงแขนลูกชายสวมกอด ไงเอเลน..ดูเงียบๆไปนะ

คนเป็นแม่ไม่ตอบ..รีไวล์เริ่มลูบสะโพกปลุกเร้าขยำอกใต้เสื้อพรมจูบคอระหงลากมาไหล่ เอเลนตัวสั่นน้ำตาคลอ รีไวล์ :เอเลนเธอหึงฉันใช่ไหม เอเลนสะดุ้ง

เอเลน : พูดอะไร..ฉันเป็นแม่รีไวล์นะ รีไวล์หัวเสียกระชากเอเลนให้กลับมาประจันหน้า รีไวล์ : ถ้างั้นมองตาฉันแล้วพูดแบบเมื่อกี้สิ เอเลนหลบตา

มองหน้าฉันเอเลน!!ถ้าเธอไม่หึงก็มองฉัน เอเลนตารื้นสั่นไหวเริ่มตัวสั่นพยายามดื้นหนีแต่รีไวล์รวบกดกับกำแพงคร่อมปิดทางหมด เอเลน..กระซิบข้างหู

เอเลนหลับตาลงกลั้นหายใจแล้ว…หันไปมองตาลูกชายที่คมกริบเค้นหาคำตอบจ้องมองหน้าหล่อเหลาที่คมขึ้นกว่าเดิม แม่ไม่ได้หึงรีไวล์…

รีไวล์เบิกตาพยายามมองดวงตาสีเขียวแสนรักของมารดา..โกหก..เธอโกหก!!! รีไวล์ปัดข้าวของบนเคาเตอร์ระเนระนาดเสียงดังเอเลนสะดุ้งแต่โกหกตัวเองไว้

โกหก..ว่าหัวใจกระตุกวาบกับคำพูดของลูกชาย..หึงหวง..เอเลนต้องกลั้นความรู้สึกที่กำลังผิดเพี้ยนไปของตนให้กลับมาเพื่อรีไวล์จะได้ปกติมีชีวิตที่ดี

รีไวล์โดนมีดบาดมือจากการเหวี่ยงแขนเอเลนรีบเข้ามาจะทำแผลให้แต่ ลูกชายผลักแม่ลงไปนั่งกองกับพื้น!!! รีไวออกจากบ้านไปทิ้งเอเลนให้ร้องไห้

ถ้าคิดจะมาเป็นแม่ฉัน..ฉันไม่ต้องการ!!! รีไวล์เอ่ยทั้งเสียงเย็นชาตาสีเทามองเหยียดเอเลนก่อนออกไปจากบ้านนั้นทำเอาเอเลนเจ็บจนจุกยิ่งกว่าอะไร

เอเลนเก็บข้าวของเสร็จมาพันมือทำแผลน้ำร้อนลวกให้ตัวเองกลับไปนอนบนเตียง..บ้านที่เงียบเหงา.แม้แต่รูปของเอลวินสามีเธอรูปสุดท้ายรีไวล์ก็ทำลายทิ้ง

บอกใครไม่ได้ ปรึกษาใครก็ไม่ได้ เธอเป็นห่วงรีไวล์แต่โทรไปก็ไม่รับมือถือ..โทรหาจากเบอร์เพื่อนๆก็ไม่มี..เลยโทรหา..เพทร่า..

เพทร่าจัง..รีไว… เสียงครางนั่นดังผ่านมาจากมือถือ..เสียงครางของเพทร่าชัดกับ..เสียงของรีไวล์ที่เธอจำได้ติดหูเอเลนมืออ่อนยวบมือถือร่วงอื้ออึง

เอเลนยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น เจ็บปวดหัวใจ..น้ำตาไหลพรากเธอรู้ตัวแล้วว่า..กำลังทำผิดในสิ่งที่คนมีสำนึกไม่ควรรู้สึกเช่นนั้นแต่นี่ลูกชายนะ

รีไวล์กลับมาบ้านในวันรุ่งขึ้น..เดินขึ้นไปหาแม่ในห้องนอน. เอเลน!!!!!! ชายหนุ่มวัย16 รีบเข้าไปดึงร่างของมารดาที่แขวนคอ!!

 

 

รีไวล์โอบกอดร่างแม่ไว้..ลองจับชีพจร..ยังเต้นอยู่..รีบเอาเชือกออกแล้วผายปอดจน..เแค่กๆ เอเลนฟื้นเธอมองเห็นน้ำตา..ของรีไวเป็นครั้งแรก  เอเลนเหม่อมองรีไวล์ที่ร้องไห้..มือที่อ่อนแรงยกขึ้นมาแล้วดันพยายามผลักลูกชายออกที่ทำได้เพียงเซเล็กน้อย ช่วยแม่..ทำไม

ฮึก..ปล่อยแม่ไปตาย..มาช่วย..ฮึก..ทำไม เอเลนพยายามขืนตัวดื้นจากแขนของรีไวล์ ร่างที่อ่อนแรงได้แต่คลานหนีทว่ากลับถูกลูกชายจับพลิกหงายขึ้นคร่อม

รีไวล์จูบเอเลน..จูบ…นุิ่มนวลอบอุ่นเหมือนทุกครั้งที่มีเซ็กส์แม้ว่าเอเลนไ่ม่เคยเต็มใจรับเลย..ตอนนี้ทำไมถึงจูบตอบและก็ฉุกคิดได้ว่าไม่ควร!!!

เอเลน : อย่า..ไม่ได้..รีไวล์ รีไวล์ไม่สนพรมจูบคอขบเม้นยอดอกสีหวานซุกลงมือปลดเสื้อแม่ตัวเอง ฉันไม่ยอมให้เธอตายแบบนี้ เสียงทุ้มสั่นพร่า

เธอจะทิ้งฉันไปหา ผช คนนั้น ฉันไม่ยอม..ฉันไม่ดีตรงไหนตอบสิเอเลน!! รีไวล์ตะคอกใส่เอเลนสะอื้น เม้มปากแน่นแต่ก็โดนลูกชายบีบต้นแขนจนเจ็บเค้นถาม

ฉันไม่สมควร..ฮึก..เป็นแม่คน..มันผิดมันต้อง ม..ไม่ใช่..แบบนี้ เอเลนสะอื้นร้องไห้ รีไวล์คิดว่าเอเลนรังเกียจเขาลูกชายกัดฟันแน่น ถอยห่างจากแม่

มือถือของรีไวล์ดังขึ้นโชว์เบอร์เพทร่า..ตาคู่คมเผลอเห็นสีหน้าของเอเลน…สีหน้านั้น..เขาเหวี่ยงมือถือทิ้งแล้วดึงแม่มานั่งตักเอเลนมองหน้าฉัน

รีไวล์กอดแม่แน่นซุกหน้าลงกับบ่า เอเลน..เธอรักฉันใช่ไหม.. เอเลนยังไม่ตอบกลั้นเสียงร้องไห้ใหญ่เขาเลยกอดแน่นกว่าเดิม พูดความจริงจากใจเธอได้ไหม

ประคองหน้าให้สบตาลูกชายวัย16ปี บ..มันผิด..ศีลธ.. รีไวล์ : ฉันไม่สนศีลธรรมนี่นฉันจะฉีกมันต่อให้ย้อนเวลากลับไปฉันก็จะเอาเธอมาเป็นของฉัน!!

จูบ..ลงมาเอเลนอ่อนแอเหลือเกิน เธอไม่มีสบบัติพอเป็นแม่คนสินะ เป็นครั้งแรกที่แม่ยอมลูกชายให้เสพสังวาสรีไวล์หายใจหอบโอบกอดเกี่ยวรัดกระแทกใส่

ครั้งแรกที่เอเลนยอมโดยไม่ร้องไห้เสียใจ สะอื้น มือบางนิ่มกอดตอบลูกชาย..ปลอบเหมือนทั้งมารดา..และคนรักในเวลาเดียวกัน

ทุกการสอดใส่เอเลนรู้จิตสำนึกเตือน..เธอกำลังมีใจร่วมกับลูกชาย ทว่า..รีไวล์กลับรั้งหน้าให้สบตา : เธอคือผู้หญิงของฉัน..บนนี้ตอนนี้..เวลานี้

แคร๊ง!!!! เสียงของตกกระทบพื้น..ทำให้สองแ่ม่ลูกสะดุ้งประตูหน้าห้อง..เททร่าทำมือถือร่วงหล่นยืนตะลึงค้างมองสิ่งที่เห็น เอเลนตกใจ : เพทร่าจัง!!

เพทร่าสงสัยเป็นห่วงทำไมรีไวล์ไม่รับสายประตูบ้านไม่ล็อกเข้ามาพบกับ วิปริต!!!วิปริตที่สุด!! เพทร่าร้องเห็นลูกชายมีอะไรกับแม่ตัวเอง ผิดมนุษย์!!

เอเลนพยายามจะลุกเข้าไปหาแต่เพทร่าเธอชี้หน้าด่าทั้งสองคน เห็นแล้วจะอ้วกอาเจียนวิตถารขนลุกเกินกว่าจะรับได้ เอเลนจุกอกกับพูดนั้น

เพทร่าจังฟังแม่ก่อน เพทร่า ไม่!!!รุ่นพี่ทำแบบนี้ ได้ไง..รุ่นพี่ได้ฉันไป..แต่ทำเรื่องแบบนี้กับแม่ตัวเองเหมือนสัตว์เดรัชฉาน!!!เพทร่าวิ่งออกไป

เพทร่าวิ่งออกไป เรื่องน่าอัปยศต้องบอกคนอื่นให้….รีไวล์คว้าคอหญิงสาวแล้วกระชากเหวี่ยงลงไปพื้นเพทร่ากระแทกพื้นอึนหัวพอจะลุกก็ถูกเตะท้อง

เพทร่าจุกแน่นรีไวล์เดินไปหยิบปังตอในครัวมาแล้ว… เอเลนสวมเสื้อลวกๆวิ่งมาห้าม อย่านะรีไวล์!!!! ฉับ!!!!!! อ๊ากกกกกกกกก

เอเลนทรุดหวบมองลูกชายตัวเองที่สับร่างของเด็กสาว มือหนาปิดปากเพทร่าแน่นกดไม่สนว่าเพทร่าจะกัดมือจนเลือดออกปิดเสียงไว้

เอเลนตัวสั่นมองรีไวล์ที่ฆ่าผู้หญิงอย่างเลือดเย็น..ชิ้นส่วนกระจายเธออาเจียนอ้วกออกมา ลูกชายเดินมาแล้วกอดแม่ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเํธอไป

เอเลนได้เห็น..ในมือของเพทร่า..เธอกดโทรศัพท์ทิ้งไว้..โทรหาพ่อของเธอ..รีไวล์ยกหูมือถือแนบฟังเขามันใจบ้านทางนั้นรู้แล้วเสียงหวอรถตำรวจดังขึ้น

เอเลนเดินเข้าไปจับมือลูกชาย น้ำตาไหลพรากรีไวล์หันมาปาดน้ำตาให้แม่..ไม่เป็นไรอย่าร้องไห้ เอเลน : ไม่นะ..รีไวล์..หนีไปสิ อาจจะทันก็ได้นะ..

รีไวล์ : บอกความรู้สึกให้ฉันก่อนได้ไหม เอเลนมองลูกชายตำรวจเริ่มประกาศโทรโข่ง หวอรถสาดเข้ามาในบ้าน เอเลน : ฮึก..ฉ.ฉันรักรีไวล์ รีไวล์ยิ้มบางๆ

 

 

 

True ending>>

รีไวล์ออกไปมอบตัวกับตำรวจ..เรื่องราวถูกปิดแค่รีไวล์สติทะเลาะมีปากเสียงกับเพทร่าแล้วบันดาลโทสะเท่านั้นตำรวจสรุปว่าเป็นวัยรุ่นคึกคะนอง  เอเลนเริ่มออกมานอกบ้านพบป่ะผู้คนหลายคนคิดสงสารหม้ายสาวสวย..เอเลนออกไปคุกเยาวชนเพื่อเยี่ยมรีไวล์ รีไวล์แม่มาเยี่ยมนะทำคุกกี้มาด้วยล่ะ

รีไวล์รับคุกกี้มาทั้งสองคุยสัพเพเหระไป เป็นไงบ้าง.. รีไวล์ถามเอเลนบอกก็เรื่อยๆสบายดีเงียบเหงาอยู่บ้าง รีไวล์บ่นเรื่องความสะอาดคุก

ใกล้หมดเวลาเยี่ยมทุกที..เอเลนกำลังจะไป..แต่รีไวล์รั้งเขย่ากรงขังกรงที่ขวางกั้นระหว่างแม่กับลูกชาย :เอเลนฉันอยากสัมผัสเธอ เอเลนหน้าขึ้นสี

เอเลนวางมือลงบนลูกกรง..สัมผัสได้เพียงปลายนิ้วเล็กๆที่ลอดมาจากช่องตะแกรงขวางกั้นไว้ซึ่งอิสรภาพรีไวล์ตลอดชีวิตตามคำสั่งศาล แม่ก็อยากกอดลูก

ปลอบโยนให้กำลังใจ.. เอเลนกล่าว เสียงผู้คุมเร่งเร้าแล้วแต่รีไวล์ยังไม่ยอมลูกกรงกั้นหนาแน่นแม้แต่จับมือยังไม่ได้ บอกรักฉันได้ไหมกระซิบต่ำวอนขอ

เอเลนจะร้องไห้แต่กลั้นไว้แล้วฝืนยิ้มโน้มเข้าใกล้ห่างจากหน้าลูกชายเพียงคืบมีกรงกั้น กระซิบตอบฉันรักคุณ ความลับที่เก็บซ่อนแลกกับอิสระรีไวล์

ความเสียสละที่รีไวล์อยากทำในฐานะ ผู้ชายคนหนึ่งที่อยากปกป้องคนรักและแม่..เอเลนไม่ต้องการซักนิดเธอยอมที่จะติดคุกแทนรีไวล์เสียด้วยซ้ำ

แต่รีไวล์ไม่ยอม..เธอควรจะภูิมิใจที่ลูกชายมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่กระทำผิด แล้วพรุ่งนี้แม่จะมาใหม่นะเอเลนบอกรีไวล์ยิ้มบางๆรอยยิ้มที่หาได้ยาก

เอเลนมองท้องฟ้าสีครามออกจากคุก เรื่องราวที่ผ่านมาเหมือนสายลมสิ่งที่รีไวล์ทำสิ่งที่เธอพบเจอ สิ่งที่ครอบครัวต้องถูกเก็บซ่อนไว้ราวกับไม่มีอะไร

ความรักต้องห้ามนี้..จะถูกเก็บไว้จนวันที่เอเลนสิ้นลมหายใจเช่นกัน #จบTrueEnd

 

 

good ending >>

5 ปีต่อมา..รีไวล์ออกจากคุกเพราะได้รับการพิจารณาคดีอีกครั้ง ตอนนี้เขาอายุ 20 แล้วชายหนุ่มเดินออกมาจากคุกโบกรถแท็กซี่

รถแทกซี่ขับออกไปจากลัดเลี้ยวมองริมถนนที่เปลี่ยนไปมาก ตาสีเทาคมขยับยิ้มวันนี้แม่ไม่ได้มารับเขาเห็นว่าไปงานเลี้ยงรุ่น ถึงจะน่าน้อยใจก็เหอะ

แต่รีไวล์ก็โตพอใจเย็น อยู่ในคุกเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่สำคัญแม่เขาก็ไม่ไปไหนแล้วรถจอดหน้าบ้านจะไขกุญแจที่เอเลนเอามาให้เมื่อวานประตูไม่ล็อก

รีไวล์งุนงงเปิดประตูเข้าไปบ้านมืดสนิท..คิ้วมุ่นลงเหตุใด..ประตูถึงไม่ล็อค…ได้ยินเสียงฝีเท้าพอหันไปพบกับ…ปุ๊!!! รีไวล์ยินดีต้อนรับกลับมานะ

เอเลนยิ้มร่า..คุณแม่ในชุดซานต้าคลอสดึงสายรุ้งออกมาคลี่ยิ้มน่ารักรีไวล์มองหน้านิ่ง ทำอะไรของเธอนะ? เอเลนเลิกคิ้วฉงน เอ๋..ก็วันนี้วันคริสมาสต์

รีไวล์มองปฏิทินวันนี้วันที่ 25 ธันวาคม … เอเลนยื่นกล้องของขวัญให้ ที่สำคัญวันนี้วันเกิดรีไวล์ด้วย สุขสันต์วันเกิดนะลูกชายแกะกล่องของขวัญ

รีไวล์มองตุ๊กตาแครอท…สำหรับใส่มือถือดูก็รู้ว่าทักเองด้วย..ถึงจะแบ๊วไปหน่อย ขอบใจ รีไวล์ถอนหายใจหน่ายๆแล้วดึงแม่เ้ข้ามากอด คิดถึงจัง เอเลน

เอเลนหน้าแดงหน่อยๆรีไวล์สูงขึ้น..จนมากกว่าเธอแล้วเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว เอเลนยิ้มภูมิใจ อืม..คิดถึงเหมือนกันรีไวล์ แต่แล้วจู่ๆลูกชายกับอุ้ม

รีไวล์ :ก็เอาของขวัญไงใช่ไหมซานต้า เอเลนเห็นรอยยิ้มของลูกชายสาบานคือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์น่ากลัวมาก ต..แต่เค้ก จะเบี่ยงประเด็นแต่.เด๋วค่อยมากิน

รีไวล์ตัดบทแล้วอุ้มแม่..คนรักขึ้นบนห้องท่ามกลางคืนคริสมาสต์ใต้หิมะที่โปรบปราย #จบGoodEnd

 

 

 

 

[S.Fic Attack on titan][Levi x Eren][Levi x Petra]The Reluctant Hero

 

[S.Fic Attack on titan] The Reluctant Hero

Paring : Levi x Eren , Levi x Petra

Rate    : NC-17 , ดราม่า

Story   : blood_hana

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

The Reluctant Hero

 

 

 

“พ่อบอกว่า..ไม่อยากให้ดิฉันทำงานเสี่ยงอันตรายแบบทีมสำรวจ” เสียงหวานเอ่ยเอื้อนสั่นเครือ..จากเก้าอี้ไม้ในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยไฟสลัวจากคบเพลิงบนฝาผนังสะท้อนใบหน้าสะสวยของสตรีผมสีน้ำตาลส้มทองสวยยาวประบ่า ดวงเนตรกลมโตคู่งามก้มมองมือทั้งสองข้างที่จับดาบสังหารเหล่าไททัน..สิ่งมีชีวิตน่าพรึงพรันมากมายนับไม่ถ้วน…

 

ต่อให้แข็งแกร่งจนเป็นหนึ่งในทีมรีไวล์…ทว่ายังไงเสีย..สำหรับ..เพทร่า รัล..

เธอก็เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีความกลัว ความเศร้า และความฝันไม่ต่างหญิงอื่นๆ

 

 

ดวงเนตรช้อนมองบุรุษผมสีดำตัดสั้นนั่งเคร่งขรึมรับฟังเธออยู่ที่หัวโต๊ะ..บุรุษที่ตัวเล็กกว่าชายทั่วไปแต่แข็งแรงกำยำกว่าใครจนเป็นความหวังของมนุษยชาติ..ลุกขึ้นแล้วก้าวเดินตรงมา…วางฝ่ามือหยาบลงบนศีรษะของหญิงสาว

“ฉัน..อยากจะติดตามหัวหน้า…อยากจะ..เคียงข้างหัวหน้า..” เธอสะอื้นน้ำตาไหลริน..ก่อนจะถูกเช็ดด้วยปลายนิ้วยาวตามด้วย..ใบหน้าคมหล่อเหลาที่โน้มลงมาใกล้…ความอบอุ่นทีแล่นผ่านแนบสัมผัสลงบนริมฝีปากอ่อนโยน..อ่อนโยนผิดกับตัวตนแข็งกร้าวยามอยู่ในชุดทหารเสียเหลือเกิน

 

“ไม่เป็นไร..ฉันจะคุยกับพ่อของเธอ…” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา  ตามด้วยคำพูดที่ทำให้พวงแก้มใสของเพทร่าขึ้นสีเข้ม ตาสีอำพันสวยเบิกกว้างสั่นไหวคลอเบ้าจนต้องยกมือขึ้นมาปิดริมฝีปากแน่นกลั้นเสียงสะอื้นไว้

“จบงานนี้..ฉันจะแต่งงานกับเธอ..”

 

“ฉันให้สัญญา”

 

.

.

.

 

 

 

ศพ..ศพของทหารเก่งกล้าถูกวางเรียงบนผืนหญ้านอกเขตกำแพงมาเรียอันไกลโพ้น…ผ้าคลุมสีหม่นสกปรกวางปิดทับใบหน้าของทหารที่รีไวล์ตั้งชื่อให้พวกเขาคนแล้วคนเล่า…จนถึง..สตรีเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม

 

ใบหน้าสะสวยเต็มไปด้วยคราบเลือดกายบอบางหักงอบิดเบี้ยวจนไม่เหลือเค้าเดิม ตอนที่ทหารแบกร่างของเพทร่ามาวางเรียงขากับสะโพกอ่อนยวบราวกับของเหลวก็ไม่ปาน…

 

ทหารผู้เป็นมนุษย์สุดแกร่งมองเหล่าลูกน้องที่ไว้ใจ เชื่อมั่น…เลือกเฟ้นกับมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่งสนิทจนไม่อาจอ่านความคิดได้ ดวงเนตรสีเทาคมกริบช่างเฉยชาไร้อารมณ์…ราวกับ…ไร้หัวใจ..

“เอาศพกลับไปไม่ได้เข้าใจใช่ไหม รีไวล์..” ฮันซี่เดินเข้ามา วางมือบีบไหล่คนหนุ่มแน่น บ่ากว้างที่ทั้งแข็งแรงมั่นคง แบกรับทุกความหวังของผู้คนไว้…แบกรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย..หญิงสาวผมสีน้ำตาลมัดรวบมองใบหน้าครึ่งซีกที่ไม่กล่าวคำพูดใดออกมา…ด้วยสายตาเห็นใจสงสารเวทนา..

 

 

รู้..ว่าต้องทนเก็บความเศร้าไว้แค่ไหน..

รู้..ว่าการสูญเสียครานี้สาหัสกว่าที่คิดนัก…

เพราะหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือดวงใจ…ที่แหลกสลายด้วยน้ำมือของไททันตัวเมีย

 

 

ศพทีมรีไวล์ถูกทอดทิ้งไว้กลางป่า…ไม่มีใครสนใจ…ไม่มีใครรับรู้นอกจากพวกทหาร…ไม่มีใครเห็นว่าตายอย่างทุกข์ทรมานเพียงใด…หวาดกลัวและผวาเพียงใด…ตอนตายเจ็บปวดแค่ไหน..และได้ทันนึกถึงบุคคลที่รักของพวกเขาหรือไม่

 

 

ถูกทิ้งเป็นซากเน่าเปื่อย..ให้ย่อยสลายไปตามกาลเวลา..

ช่างน่าเวทนาสงสารนั้น…ชะตากรรมของทหารกล้าผู้เลือกทางเดินทีมสำรวจ…

 

 

 

.

.

 

 

 

ประตูมาเรียเปิดขึ้นพร้อมกับหองทหารในผ้าคลุมสีเขียวตราปีกเสรีภาพซ้อนทับกันเด่นสง่า…บัดนี้ขบวนทีมสำรวจกลับมาด้วยจำนวนที่ลดลงอย่างมากเสียจนน่าใจหาย..เหล่าทหารที่รอดก้มหน้าก้มตาเดินไม่สนใจ..ไม่มองเหล่าชาวบ้านที่มายืนล้อมขนาบซ้ายขวารอดูความสำเร็จของแผนการสำรวจครั้งที่ 57 โดยมี..ความหวังของมนุษย์มาอีกหนึ่ง

 

 

เด็กหนุ่มผู้กลายร่างเป็นไททันได้…อีกหนึ่งความหวังที่ฝากไว้ในพลังปิศาจ

 

 

“เอเลน..ฟื้นแล้วเหรอ?” เสียงม้าควบ..เสียงแซซ่องของผู้คนรอบข้างเข้าโสตประสาทผู้หลับใหล..นัยน์ตาสีมรกตลืมตาขึ้นมองเห็นอย่างแรงคือท้องฟ้าสีคราม..ดูหม่นแสงด้วยอาทิตย์ยามเย็นเขาค่อยๆหันหน้ามามองเด็กสาวผมสีดำสวยข้างๆ

“มิคาสะ..ฉัน..ถูกเธอช่วยไว้..อีกแล้วเหรอ?” ถามพลางมองเสื้อคลุมทีมสำรวจที่ไม่รู้ว่าของใครห่มร่างตัวเองไว้ มิคาสะ แอคเคอร์แมนไม่ตอบเธอชักสีหน้าลำบากใจแล้วกระชับจับผ้าพันคอสีแดงที่เอเลนมอบให้ครั้นยามเด็ก  นัยน์ตาสีดำนิลหม่นแสงลงชวนฉงนน่าสงสัย

“แผนล่ะ?”

“ล้มเหลวไปแล้ว..” คำตอบสั้นๆ ทำเอาเอเลน เยเกอร์ ความหวังอีกหนึ่งที่จุดประกายด้วยพลังแห่งปิศาจตะลึงพรืด เมื่อสติเริ่มกลับมาทุกอย่างรอบกายก็ประดังเข้ามา..กับความเป็นจริงที่ไม่อยากยอมรับ

 

“พวกทีมสำรวจ..เอาอีกแล้วล่ะ”

“ทั้งที่รู้ว่าออกไปตายเพื่อเป็นอาหารไททันแท้ๆ”

“สุดท้ายก็ผลาญภาษีพวกเราไปวันๆจริงสินะ”

 

 

เอเลนขบฟันจนขึ้นกรามสันด้วยความแค้นพยายามที่จะยันตัวขึ้นมา ฟื้นร่างกายที่อ่อนล้าถลึงจ้องมองเหล่าชาวบ้านที่เอาแต่เสพสำราจอยู่ในกำแพงราวกับกรงสัตว์เลี้ยง..อยู่ดีกินดีนั่งแช่นอนแช่สบายใจเฉิบโดยที่ไม่รู้อะไรเลยแท้ๆ

 

“หัวหน้ารีไวล์ผมเป็นพ่อของเพทร่าครับ..คือ..ผมเห็นว่านางเองก็โตเป็นสาวควรจะออกเรือนแล้ว..เอ่อ..ตอนนี้อยู่ที่ไหนเหรอครับ?”

“หัวหน้าเอลวินรู้สึกอย่างไรกับการสูญเสียอันเปล่าประโยชน์นี้ไหมครับ!!!รู้สึกอย่างไรบ้างกับแผนที่ล้มเหลวที่ทำได้แค่เพียงพาคนไปตายเท่านั้น!!!”

“ตอบอะไรบ้างสิครับ!!!”

“เฮ้ย!!!!พวกแกมีดีแค่ผลาญเงินทองพวกเราสินะ!!!”

 

 

น้ำตาไหลริน..อาบแก้มใส..ได้แต่นอนสะอื้นยกมือขึ้นกดแน่นปิดริมฝีปาก…กลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ให้มากที่สุดไม่ให้เล็ดลอดแสดงหลับตาลงอยากที่จะหนี ปิดหูปิดตากับความจริงอันแสนเลวร้าย..

 

 

โลกนี้…ช่างโหดร้ายนัก…

 

 

 

.

.

 

 

ห้องนอนหนึ่งในปราสาทเก่าที่ใช้เก็บซ่อน เอเลน เยเกอร์…ห้องนอนของบุรุษผู้เป็นความหวังของมนุษยชาติดวงเนตรคู่คมสีเทานั่งอยู่ปลายเตียงนอนปูฟูกสีขาวในมือถือจดหมายที่พ่อของ เพทร่า รัล ยื่นมอบให้ทั้งน้ำตาเมื่อรู้ความจริง…

 

 

เสียงคร่ำครวญของบิดายามรู้ว่าตนได้สูญเสียลูกสาวเพียงคนเดียวไป..

ร่ำไห้เจียนตายทรุดฮวบนั่งกองกับพื้น..ดวงใจแตกสลายยากจะยอมรับความจริง…

 

 

รีไวล์เปิดอ่านจดหมายนั่นซ้ำไปมานับสิบรอบทั้งสีหน้าเรียบนิ่ง..ลายมือหวัดสวยของเพทร่าที่เขียนส่งให้บิดาก่อนออกรบในการสำรวจครั้งที่ 57…ที่ได้พรากชีวิตไปจากเธอ…

 

 

คุณพ่อคะ..เรื่องที่พ่อบอกว่าจะให้หนูออกจากทีมสำรวจน่ะ..หนูจะยอมก็ได้ค่ะหากเป็นความสบายใจของพ่อ

แต่ว่า..หนูเองก็มีคนที่รักและเขาเองก็รักหนูตอบแล้ว…ฉะนั้นหนูจะยอมทำตามที่พ่อบอกหากพ่อยอมให้หนูได้แต่งงานกับคนๆนั้น  หนูรู้ว่าพ่อคงสงสัยคงคิดมากไปต่างๆนาๆว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนดีพร้อมมูลไหม ไม่ต้องห่วงค่ะ..หนูรับรองได้ว่าพ่อจะต้องเห็นด้วยและยินดีกับเขาเช่นเดียวกัน

ไม่ต้องห่วงนะคะการสำรวจครั้งที่ 57 นี้มีความหวังของมนุษยชาติ..ความหวังของเด็กหนุ่มผู้แปลงร่างเป็นไททันได้ไปด้วย

เราจะร่วมมือ รวมพลังกันกับพลังไททันนั่นนำชัยชนะกลับมาให้ได้ค่ะ

 

ฉะนั้นคุณพ่อแต่งตัวหล่อๆรอหนูกลับมานะคะ..แล้วหนูจะพาผู้ชายคนนั้นมาให้คุณพ่อได้รู้จักค่ะ

 

   รักและคิดถึงเสมอ 

                                                                                                                      เพทร่า   รัล

 

 

 

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นดึงสติของบุรุษเจ้าของห้องให้กลับมา ดวงเนตรคู่คมปรายมองบานประตูไม้ที่มีบุคคลหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง  “หัวหน้าครับ..ผมเอเลน เยเกอร์..เอ่อ..เข้าไปได้ไหมครับ”

เสียงทุ้มแตกหนุ่มไม่ทันดีเอ่ยสั่นเครือระคนประหม่าขออนุญาตเขา รีไวล์ลุกขึ้นจากขอบเตียงเดินตรงมาเปิดลูกกลอนเปิดประตู  ดวงตาคู่คมนิ่งเฉย..ขวางจนดูดุดันตามวิสัยที่มีมาแต่ก่อนจ้องมองเด็กหนุ่มตัวสูงโปร่งผอมบางในชุดลำลองสีน้ำตาลหม่นแขนยาวยืนกอดผ้าคลุมทีมสำรวจสีเขียวที่ซักจนสะอาดส่งกลิ่นหอม

“อ..เอ่อ..คือ..ผมรู้จากมิคาสะมาว่าหัวหน้ามาช่วยผม..แล้วก็..ผ้าคลุมนี่ขอบคุณมากนะครับ” เอเลนยื่นผ้าคลุมสีเขียวให้อีกฝ่าย รีไวล์ก้มลงมองผ้าคลุมของเขาในมือของเด็กหนุ่มครู่หนึ่ง..แล้วรับไปโดยไม่พูดไม่จาอะไร..เอเลนเห็นหัวหน้าที่เคารพเอาแต่เงียบทั้งที่ๆก่อนหน้านั้นสนทนาเพื่อพยายามให้เขาคลายความกังวลเลิกโทษตัวเองกับการตัดสินใจที่ผิดพลาด

 

 

บรรยากาศ…กดดันอึดอัดชอบกล…

ที่สำคัญ…เอเลนทำจมูกฝุดฟิดได้กลิ่นเหม็นฉุนโชยจากตัวหัวหน้าทหาร..กลิ่นเดียวกับที่ผู้ใหญ่ทั้งหลายชอบสังสรรค์กันหลังเลิกงาน..กลิ่นของสุรา…

 

 

 

“ผม..ขอตัวไปนอนดีกว่า..ฝันดีครับหัวหน้า” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลคลี่ยิ้มแหยๆ กำลังหันเท้าเดินจากไป

“จะเข้ามาก่อนไหมล่ะ”

เสียงทุ้มหนักเอ่ยขึ้น เอเลนชะงักฝีเท้าหันหน้าไปสบตาสีเข้มนิ่งไม่ไหวติ่ง..กระพริบตาสองสามทีด้วยความฉงน…รู้ตัวอีกทีก็ทำตามคำเชิญของชายผู้มีอายุมากกว่านับ 10 กว่าปีเดินเข้ามาในห้องนอนของหัวหน้าเสียแล้ว  เด็กหนุ่มผู้มีพลังของไททันกวาดสายตาสำรวจมองห้องนอนของหัวหน้ารีไวล์..ทุกอย่างจัดเรียงเป็นระเบียบไม่ว่าจะชั้นหนังสือในตู้ไม้ เอกสารบนโต๊ะทำงาน แม้แต่ฝุ่นก็ไม่มีให้เห็น

“สะอาดมากเลยครับ..สมแล้วที่เป็นห้องของหัวหน้า”  กล่าวชมพร้อมรอยยิ้มหวานจากใจจริง..ให้เทียบกับห้องใต้ดินที่เขานอนอยู่พอรีไวล์ไม่เดินมาเช็คความสะอาดก็ถูกปล่อยทิ้งๆไว้ตามประสาห้องผู้ชายทั่วไป ขนาดห้องนอนของมิคาสะยังสะอาดเรียบร้อยสู้ชายร่างเล็กผู้นี้ไม่ได้  คนถูกชมไม่ตอบอะไรเดินไปทรุดนั่งลงบนขอบเตียง..เอเลนชะงักฝีเท้าที่เดินตามเข้ามายืนนิ่งใจกลางห้องนอนอีกฝ่ายดวงเนตรสีเขียวกวาดมองหาที่นั่งก็พบเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตั้งอยู่ข้างๆเตียงจึงเดินไปลากเก้าอี้นั่นแล้วทรุดนั่งเผชิญหน้ากับเจ้าของห้องโดยตรง  รีไวล์โน้มตัวลงควานหาอะไรบางอย่างในลังกระดาษบนพื้นข้างเตียง จังหวะนั้นหน้าหวานของเด็กหนุ่มหันไปสังเกตเห็นจดหมายที่กางเปิดไว้บนเตียง…

 

…จดหมายของ…

 

 

“ไอ้หนู..แกเคยดื่มเหล้าไหม”  ยังไม่ทันได้อ่านข้อความในจดหมายเสียงทุ้มห้วนดังขึ้นทำให้ร่างผอมสะดุ้งโหยง รีบขานตอบก่อนที่ชายผมสีดำสั้นจะโมโหหรือขุ่นเคืองใจ  “ผมเคยดื่มครั้งนึงครับ ผบ.พิคซิส ให้ลองก่อนแผนการกู้กำแพงมาเรีย”

รีไวล์พยักหน้า เขาเงยตัวขึ้นมาพร้อมกับขวดสุราในมือออกจากลังกระดาษนั่นตั้งวางบนโต๊ะทำงานข้างเตียงที่วางตะเกียงจุดไฟไว้ ความสว่างจากเปลวเพลิงฉาบลงบนหน้าหล่อเหลาคมเข้มครึ่งซีกเช่นเดียวกับที่ฉายสะท้อนบนดวงหน้าหวานติดโทนไปทางผู้หญิงนิดๆของเอเลน

 

“หัวหน้า..”

“ผบ. เคยชวนแกแล้ว..ฉันชวนแกอีกคงไม่เป็นไรสินะ” เอ่ยแกมบังคับกันเห็นๆ

เอเลนพยักหน้าตอบแล้วรับแก้วน้ำที่รินสุราส่งกลิ่นฉุนกึกอย่างที่ ผบ. พิคซิส เคยมอบให้เขาลองชิมดู  นัยน์ตาสีเขียวแอบชำเลืองมองบุรุษสูงวัยกว่ายกเหล้าในแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหน้าตาเฉย ไม่มีอาการเหม็นสะทกสะท้านรสขมเฝื่อนในปาก  ว่าแล้วก็ก้มลงมองของเหลวใสเหมือนน้ำเปล่าแต่ต่างกันทั้งรสชาติและผลกระทบของมันเขากลั้นใจแล้วยกเหล้าดกเข้าดื่มรวดเดียว

 

 

ขม…หนักแน่น…แสบร้อนทั่วทั้งปาก

กลิ่นฉุนกึกขึ้นจมูกชวนสำลัก..พอได้กลั้นใจกลืนไปแล้ว..ความร้อนนั่นวาบนุ่มลึกทั่วทั้งคอ

…นี่หรือคือรสชาติชีวิตของผู้ใหญ่…

 

 

.

.

 

แก้วใสถูกรินสุราเติมครั้งแล้วครั้งเล่า แสงไฟในตะเกียงฉายให้เห็นใบหน้าที่แดงก่ำของคนหนุ่มทั้งสอง ในห้องสนทนาพูดคุยกันทั้งเสียงหัวเราะขำขัน ในเรื่องอดีตที่ผ่านๆมาของพวกเขา  เอเลนเริ่มรู้สึกมึนหัวนิดๆแต่ยังพอมีสติอยู่เขาพยายามทีเพียงที่จะจิบเพียงเล็กน้อยหลังจากที่ดื่มรวดแล้วสำลักแทบเป็นแทบตาย..ทำเอาหูอื้ออึงไปชั่วขณะ

 

แต่สำหรับหัวหน้ารีไวล์…คงเมาเข้าที่แล้ว

 

 

“ตอนแรกฉันเห็นแก..ฉันยังคิดเลยไอ้เด็กเหลือขอผอมกะหร่องขาดสารอาหารนี่นะเหรอแปลงเป็นไททันได้..แม่งตลกร้ายชัดๆ”  หน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงก่ำเห็นได้ชัดไหนจะเสียงหัวเราะร่าดังผิดปกติอีก..เอเลนหัวเราะแห้งๆความทัศนคติที่อีกฝ่ายมีต่อตน..ไม่อยากเชื่อเลยว่ามนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดมีความคิดเห็นเช่นนี้พูดแล้วก็น่าอายตัวเองนัก…ที่บอบบางฝึกปรือแทบตายกล้ามท้องก็ไม่ค่อยขึ้นเทียบกับมิคาสะเป็นผู้หญิงแท้ๆกล้ามมัดแข็งแรงชัดเจน

 

 

“แกคงไม่รู้สินะ..ฉันคิดเสมอว่าหากฉันเป็นอะไรไปหัวหน้าหน่วยรีไวล์ก็คงไม่พ้น..กุนเธอร์..”

“…..”

“เจ้านั้นหากเทียบแล้วใจเย็นกว่า..หนักแน่นตัดสินใจได้เฉียบบางทีก็มากกว่าฉันด้วยซ้ำ..ส่วนเอ็ดถึงจะเงียบๆแต่เดินเครื่องสามมิติได้ยอดเยี่ยมกว่าใคร”

“……”

“ออลโอ..ไอ้นั่นชอบเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเพทร่าอยู่เรื่อย..ฉันไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นซักหน่อยแต่ถ้ามันอยากเลียนแบบผิดๆก็ปล่อยไป ขืนไปห้ามจะทำลายน้ำใจกันเปล่าๆ”

“……”

“ส่วนเพทร่า…”

 

 

 

“หัวหน้าครับ..ผมว่าหัวหน้าเมามากแล้ว..พอเถอะครับ” เอเลนตัดสินใจวางแก้วเหล้าของตนลง เอื้อมมือจะดึงเหล้าในมืออีกฝ่าย..ทว่าคนหนุ่มกลับชักมือหนีแล้วยกดื่มต่อ

“หัวหน้าพอเถอะครับ!!!”

“ฉันหัวหน้าแก!!!มีสิทธิ์สั่งฉันหรือไงไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!!” รีไวล์ตวาดเสียงดังพาลเหวี่ยงใส่เห็นได้ชัด..เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเม้มปากแน่นกำหมัดรวบรวมความกล้าตัดสินใจ..ทำสิ่งที่ทหารทั้งหมดไม่มีใครกล้าทำกับมนุษย์สุดแกร่งคือเดินเข้าไปกระชากแย่งแก้วจากมืออีกฝ่ายเทลงกับพื้นต่อหน้าต่อตา…

 

“พอเถอะครับหัวหน้า..กินไป..พวกคุณเพทร่าก็ไม่กลับมาหรอกครับ!!” ตวาดขึ้นเสียงใส่ชายผมสีดำสั้น รีไวล์ชะงักนิ่งก้มหน้าลงต่ำมองสุราที่เจิ่งนองบนพื้น…นิ่งจนไม่อาจเดาความคิดได้…

“พวกเขาตายแล้วครับ..มันไม่ใช่ความผิดของหัวหน้า..หัวหน้าบอกผมเองไม่ใช่เหรอครับว่าอย่าโทษตัวเองแล้วทำไม..”

“ทำไมหัวหน้าถึงทำแบบนี้ล่ะครับ..ทำไม..” น้ำตาร่วงหล่น…เอเลนรู้สึกผิดก่อกุมในใจเมื่อได้รู้ความจริงว่านอกจากเขาแล้ว หัวหน้ารีไวล์เองก็เจ็บปวดเสียใจไม่ต่างอะไรจากตนเลย..ต้องทนทุกข์ทรมานเก็บความรู้สึกผิดความรู้สึกโศกเศร้ากับการสูญเสียเพียงไร…

“เอเลน..” เสียงทุ้มกล่าวเรียกชื่อ เอเลนค่อยๆเงยหน้าที่เปื้อนน้ำตาขึ้นสบตาอีกฝ่าย

 

 

 

โครม!!!!!!!!!!!!

 

ร่างผอมบางถูกกระชากดึงลงกระแทกกับเตียงจนยวบยุบ เด็กหนุ่มครางต่ำกัดฟันแน่นยกมือกุมหลังหัวที่เจ็บระบมจนอื้ออึง..พอจะหยัดกายลุกกลับถูกมือแกร่งกดบีบรวมข้อมือทั้งสองไว้เหนือหัว

“กล้าดีนี่เอเลน..แกพูดเหมือนแกเก่งกาจผ่านอะไรมาเยอะสินะ”  ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มเย็น…รอยยิ้มหายากยิ่งบนหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย

 

 

รอยยิ้ม..ชวนสะพรึงกลัว….

 

“ม..ไม่ใช่นะครั…อื้อ!!!!!”  กำลังจะเถียงโต้แย้งความเข้าใจผิด ปากเล็กๆอิ่มถูกครอบโดยอีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงบดจูบขยี้หนำใจ..หนุ่มผมสีน้ำตาลสะดุ้งสุดตัวตกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย..จูบแรก..ที่ถูกขโมยไปโดยหัวหน้ารีไวล์ที่เคารพซึ่งกำลังคร่อมทับร่างของเขาอยู่ เอเลนเม้มริมฝีปากแน่นไม่ยอมง่ายๆและ..

 

 

 

กึก!!!!

กัดเข้าเต็มๆจนรีไวล์ต้องผละออกปากหนาปรากฏรอยคมฟันลึกจนได้เลือดไหลซิบ  ตาคู่คมสีเทาเบิกกว้างมองร่างด้านใต้ตัวสั่นเท้าสะอื้นร้องไห้หวาดกลัว ปากเล็กๆบวมเบ่งขึ้นสีแดงช้ำชัดเจนสั่นระริกเสียจนได้ยินเสียงฟันขบกระทบกันชัดในห้องนอนเงียบสงัด

 

“โห…แกมันไททันนี่นะ..คิดจะพยศฉัน”

 

 

ผัวะ!!!!

 

กำปั้นหนักต่อยฮุกเข้าที่ท้องแบบางเต็มแรง เอเลนกระอักน้ำลายเจ็บจนจุกงอ….ไม่ทันร่างกายทั้งหมดรับรู้ความเจ็บปวดนั้นหมัดที่สองสามและสี่ต่อยเข้าที่ท้องจุดเดิมซ้ำไปมา

 

ผัวะ!!ผัวะ!!!ผัวะ!!!

 

“อั่ก!!!!!!”  เด็กหนุ่มกระอักน้ำลายเปรอะฟูกเตียงกว้าง นอนจุกงอเป็นกุ้งตัวสั่นสะท้านกับความเจ็บจนหายใจแทบไม่ออก ร่างกายที่พยายามดิ้นต่อตอนอ่อนเปลี้ยลงจนขยับแขนขาไม่ได้ ที่ทำได้มีเพียงดวงตาสีเขียวอ่อนล้าเหลือบมองชายที่เคารพเป็นผู้นำและศรัทธราเชื่อมั่นยิ่งกว่าใครเบื้องบน…ด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม

 

 

หัวหน้า…หัวหน้าทำแบบนี้กับผมทำไม?

 

ผ้าพันคอถูกปลดออกตามด้วยกระดุมเสื้อ…เผยร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นได้สัดส่วยสมบุรุษเพศ..กับรอยแผลเป็นผ่านสนามรบกับไททันมากมายนับไม่ถ้วน มือแกร่งวางทาบทับบนหน้าอกแบนราบของคนด้านใต้ลูบไล้เลื่อนขึ้นมายังไหล่กลมมนที่แย้มหลุดออกมาจากคอเสื้อ..เป็นครั้งแรกที่เอเลนรู้สึกแขยงสัมผัสอีกฝ่าย…

 

 

สัมผัส..หยาบโลน…

 

“ม..ไม่…ย..อย่า”  ขอร้องอ้อนวอนทั้งน้ำตา พยายามเค้นคำพูดออกมาด้วยลำคอแห้งผาก..ฝืนความเจ็บระบมท้องทุกคำ..ทุกเสียงพูดที่เอ่ยเอื้อนออกจากปาก  ทว่า..อีกฝ่ายก็หาได้เห็นใจ…

 

 

แคว้ก!!!!!!!!!

 

 

อาภรณ์ถูกฉีกกระชากไม่มีชิ้นดี…ผิวขาวผ่องอำพันคล้ำกร้านแดดเล็กน้อยจากฝึกทหารร่างผอมบางยังพอมีกล้ามมัดให้เห็นจนไม่น่าเกลียดแสดงเพศบุรุษ…ยิ่งถูกแสงตะเกียงบนโต๊ะส่องกระทบ…ร่างกายงดงามแบบางไหนจะหน้าหวานชุ่มหยาดเหงื่อเหนื่อยล้าหอบโยน ชักสีหน้าเหย่เกนั่นอีก…

 

 

เอเลนสะดุ้งหน้าแดงช้ำ…บั้นท้ายของเขาสัมผัสได้ในสิ่งที่บุรุษพึ่งเกิดยามมีแรงปรารถนา…

 

ปากอยากตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ…ลำคอกลับตีบตันเมื่ออีกฝ่ายกดมือลงปิดปากแน่น..แน่น…แน่นขึ้นเรื่อยๆจนหายใจแทบไม่ออกรู้สึกเจ็บหน้า..เสียงที่ส่งคงมีแต่เสียงอู้อี้ไม่ได้ศัพท์แผ่วเบาอยู่แล้ว..แผ่วเบากว่าเก่า  กางเกงถูกกระชากออกไปเอเลนเบิกตากว้าง…ตื่นกลัวเมื่อพบว่าร่างกายตนได้เปลือยเปล่าเสียแล้ว

 

 

ไม่นะ..ไม่นะ..ไม่นะ..ไม่นะ

 

 

ปึก!!!!!!!!!

 

กรีดร้องสุดเสียงเมื่อรีไวล์ขยับกาย…ร่างบอบบางกระตุกสะดุ้งเฮือกแล้วเฮือกเล่า..แรงถาโถมกระหนำเฉกเช่นพายุไม่มีหยุดหย่อน  พยายามขืนตัวดิ้นหนีแต่อุปสรรคที่ท้อง..ปวดระบมนั่นทำได้แค่เพียงออกแรงขยับกายเล็กน้อย เรียวขาเพรียวถูกจับฉีกกว้างน่าละอาย

 

 

…ถูกล่วงละเมิดโดยบุรุษที่ศรัทรา…เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในชีวิตมืดหม่นชวนเศร้า

…ถูกหยามศักดิ์ศรีความเป็นชาย…ฉีกขาดพรหมจรรย์อย่างโหดร้ายทารุณ…

 

 

 

 

ปึกปึกปึกปึกปึกปึก!!!

 

เนื้อกระทบกันหยาบโลนซ้ำแล้วซ้ำเล่า..ของเหลวไหลทะลักไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ใคร..ของเหลวร้อนอุ่นอยู่ในกายบอบช้ำม่วงคล้ำดำเขียวรอยฝ่ามือบีบขย้ำ กดพรมจูบจนสาแก่ใจ….เตียงกว้างเปียกชื้นด้วยหยาดเหงื่อของคนทั้งคู่เปียกชื้นด้วยของเหลวสีขาวขุ่นประปรายด้วยโลหิตสีแดง…จากช่องทางลับที่ไม่เคยถูกผู้ใดล่วงล้ำมาก่อน…

 

 

…ถูกสะบั้น…ความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจเหล่านั้นจนหมดสิ้น…

 

 

 

พรวด!!!!

 

หัวหน้าทหารครางต่ำเมื่อตนได้ปล่อยความปรารถนาออกมา ลมหายใจร้อนอุ่นรดกระทบใบหน้าหวานเอาแต่ตะแคงหน้าหนีอีกฝ่าย..น้ำตาไหลรินอาบแก้ม..ร่วงหล่นตาดวงเนตรสีมรกตหยดแล้ว..หยดเล่า…จนแสบตาไปหมดสะอึกสะอื้นจนหายใจไม่ออกจุกระบมท้องทุกครั้งที่คนเบื้องบนกระทำชำเราขืนใจ..

 

“เพทร่า…”

 

เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยนามสาวผมสีส้มทองสว่างผู้จากจร…เอเลนเบิกตากว้าง…สั่นระริก..หลั่งน้ำตาออกมาอีกครา

 

..น้ำตา…ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

 

 

“ฮึก..ฮึก…” สะอื้นฮักใหญ่คำพูดต่างๆจุกแน่นในลำคอ ตีบตันทุกข์ทรมานกับหัวใจถูกบีบตัวรัดฉับพลัน..ร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงสั่นเท้า โดยที่เขา…ยังคงไหวตัวโยนทุกครั้งที่คนเบื้องบนไม่หยุดหย่อนกระทำต่ำทราม..

“เพทร่า..เพทร่า…”  รีไวล์ครางหายใจหอบกระซิบข้างหูคนด้ายใต้ระหว่างขยับกายกระแทกเข้าสอดใส่ระบายความใคร่กับเด็กหนุ่มแสนไร้เดียงสาทีได้แต่นอนน้ำตานองไม่อาจตอบโต้อะไรได้ทั้งสิ้นทั้งปวง

 

 

..นี่คือ…คำตอบสินะครับ…

..นี่คือ…บทลงโทษของผมสำหรับการตัดสินใจที่ผิดพลาด…

…นี่คือ…น้ำตาของหัวหน้ารีไวล์….น้ำตาที่ผม..ต้องชดใช้ด้วยร่างกาย..

 

 

เอเลนหลับตาแน่นปล่อยให้กายถูกขืนใจ..ปิดตาแน่นหลีกหนีความจริงอันแสนโหดร้ายว่าตัวเองถูกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจถูกใช้เป็นเพียงตัวแทนใครบางคนที่ไม่มีวันเอื้อมถึงด้วยความใคร่…ที่ไม่รู้ว่าจะจบลงแค่คืนนี้หรือมีต่อในคืนต่อไปไม่รู้ว่าสิ่งโสมนที่เกิดจากความเศร้า..ความสูญเสียนี้จะจบลงที่ตรงไหน…

 

 

 

มันคือ…สันดานดิบของมนุษย์

มันคือ…สรวงสวรรค์ที่ร่วงหล่น

ลืมตาตื่นพบกับ..โลกแห่งความเป็นจริงที่แสนโหดร้าย

 

…ฮีโร่…ไม่มีอยู่จริง…

 

 

FIN

 

 

++++++++++++++++++++++++++

 

จริงๆยังไม่ได้ดูอนิเมไททันตอนที่ 22 นะ

แต่พอเห็นในทีแอลแสปมรัว…มันสะเทือนใจ ดราม่ามากอ่ะ

ว่าจะหายตัวไปอ่านหนังสือสอบ..ขอแปะฟิคสั้นดราม่าหน่อยละกันค่ะฟิลมันคลุ้งมากตอนนี้

สงสารเหล่าทีมรีไวล์อ่ะและีทีมสำรวจมาก

ทำไมเอาชื่อเพลงเปิดตัวรีไวล์มาเป็นชื่อเรื่อง..เพราะเราจะตีความชื่อเพลงนี้อีกมุมหนึ่งแหละ

 

ทิ้งฟิคปวดตับจะหายตัวไปอ่านหนังสือสอบจริงจังแล้วค่ะ  บายจ้าเจอหลัง 1 ตุลา

[Fic attack on titan][Rivaille x Eren]นางไททัน//บท12

[Fic Attack on titan] นางไททัน

Paring : Levi x Eren

Rate    : PG-13 , รั่ว , ดราม่า(?)

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

บทที่ 12

 

 

“ข้าชอบเอ็ง..อีเอเลน”

 

สิ้นคำสารภาพรัก…ผ่านสตรีวัยแรกรุ่นเบื้องหน้าชะงักนิ่งตาสีเขียวโพลงโตสบมองใบหน้าหล่อเหลาของทาสหนุ่มเรือนผมสีอ่อน..ดวงเนตรสีฟ้าคมจ้องมองตรงมาที่เธอ..แน่วแน่รอคอยคำตอบของหญิงสาว

 

 

“อุ๊บ!!ฮ่าๆๆ มุกของเจ้าตลกใช้ได้เลยนี่ไอ้แจน”  อีเอเลนขำพรืดตลกจนน้ำตาเล็ด  ทำเอาไอ้แจนเสียความมั่นใจอับอายจนอยากกระโดดลงน้ำหนีให้รู้แล้วรู้รอด!!! ทาสหนุ่มเคืองสาวน้อยผมสีน้ำตาลสั้นที่เอาแต่กุมท้องหัวเราะไร้เดียงสา..ซื่อบื้อจนน่าเขกกะโหลก

“ข้าพูดเรื่องจริงนะ!!!”  แจนโพล่งเสียงดัง…หนักแน่นมั่นคง..เอเลนสะดุ้งโหยงหยุดหัวเราะเธอเงยหน้ามองสบตาจริงจังตรงหน้า ชายร่างสูงโปร่งกำไม้พายแน่นจนเหงื่อเต็มฝ่ามือเหนียวเหนอะ…ประหม่าจนเผลอเม้มปากแน่นเป็นเส้น..ยิ่งอีกฝ่ายเงียบไปเสียอย่างนั้นบรรยากาศในเรือที่ลอยล่องในลำคลองชวนอึดอัด..ร้อนขึ้นทันตา ทั้งๆที่สายลมเย็นพัดพาเอาไอน้ำยามค่ำคืนพัดผ่านชวนสดชื่นระคนหนาวสั่น…

 

“ไอ้แจน…”  อีเอเลนเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หญิงสาวหลุบตาลงต่ำมองดอกอัญชันมากมายในมือทั้งสองข้างที่กอบกุมถือไว้บนตัก  “ข้า..ขอโทษ..แต่ข้าไม่ได้คิดกับเจ้าเช่นนั้น”

เงียบ…เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของเธอและเพื่อนหนุ่ม…ใต้นภาสีดำกว้างสุดลูกหูลูกตาประดับไว้ด้วยดวงดาราระยิบระยับนับล้านดวงสะท้อนผิวน้ำในคลองใสสะอาด  อีเอเลนเม้มปากแน่นลำบากใจยามได้รู้ความลับที่เก็บซ่อนในใจเพื่อนสนิทเติบโตมาแต่เล็กแต่น้อย..

 

“หึ…” ไอ้แจนพ่นลมหายใจ หัวเราะในลำคอ…ดวงหน้าสวยหวานเงยขึ้นมองทาสหนุ่มในเรือนเบี้ยตรงหน้า..งุนงงสงสัยกับรอยยิ้มกว้างท่าทีโล่งใจเช่นนั้น?

“ข้าก็คิดไว้แล้วว่าคงถูกเอ็งปฏิเสธ..แต่ก็ดีแล้วล่ะข้ารู้สึกโล่งใจนัก”

“โล่งใจ?”  อีเอเลนขมวดคิ้วงุนงง

“ข้าจักได้ตัดใจจากเอ็งได้เสียที…บางที..ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเอ็งอาจเปลี่ยนไปตั้งแต่เอ็งถูกเรียกตัวขึ้นเรือนใหญ่สักพักใหญ่แล้วก็เป็นได้”   ไอ้แจนยิ้มบางๆ ถอนหายใจโล่งอก..ปลอดโปร่งในช่วงตลอดระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา..ความรู้สึกสับสนในใจความรู้สึกรักที่มีต่อเพื่อนสาวทั้งสองบัดนี้คำตอบได้ถูกคลี่คลายลงแล้ว…

 

 

รักแรกของข้าจะอยู่ในความทรงจำนั่นคือเอ็ง..อีเอเลน..

แต่คนที่ข้ารัก…อยากใช้ชีวิตร่วมกันต่อจากนี้และตลอดไป…จนแก่เฒ่าคือ…

 

 

มือเริ่มขยับไม้พายอีกครั้งใบหน้าคมผินมองต้นไม้พุ่มเตี้ยขึ้นริมตลิ่งข้างๆดงพุ่มต้นดอกอัญชัน.. ดอกมะลิสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ดอกเล็กๆแย้มบานส่งกลิ่นหอมจางๆเช่นเดียวกับกลิ่น..ที่หอมโชยจากเส้นผมสีทองสว่างและกลิ่นกายยามต้องสายลม…อีเอเลนมองตามสายตาเพื่อนสนิทอีกหนึ่ง…ไหนจักยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อีก…

“เจ้า..หลงรักอาร์มิน?” เอเลนลองหยั่งเชิงถาม พลัน!!!แก้มสากขึ้นสีแดงแจ่มชัดโวยวายเสียงดัง

“ม…ไม่..ข้าไม่ได้ชอบยัยขี้แงนั่น!!!!”

“เจ้าหน้าแดงไปถึงหูแล้วน้า..ไอ้แจน~” เอเลนหรี่ตายิ้มมีเลศนัย เอ่ยหยอกเย้าอีกฝ่ายเสียงลากยาวยียวนกวนประสาท ทาสหนุ่มรีบเฉตาหลบสายตาพราวระริกสนุกสนานยามได้กลั่นแกล้งเขา ปากหนาสบถจิ๊จ๊ะทำทีเป็นหงุดหงิดหัวเสียดูก็รู้ว่ากลบเกลื่อนกันอยู่ชัดๆ

 

 

เรือไม้เคลื่อนจอดเทียบริมฝั่งท่าเรือบุรุษตัวสูงโปร่งเหยียบขึ้นฝั่ง แล้วยืนมือส่งให้อีเอเลนจับตอบช่วยดึงทาสเด็กสาวผมสีน้ำตาลสั้นขึ้นฝั่ง ก่อนจะก้มตัวนั่งยองๆผูกเรือไว้กับเสาไม้ข้างๆ โดยมีอีเอเลนคอยยืนถือตะเกียงช่วยส่องไฟให้ความสว่างข้างๆจนเสร็จสิ้น   ทั้งคู่ก้าวเดินเข้ารั้วเรือน..ก็พบกับ…เหล่าทาสสาวรุ่นพี่กลุ่มของอีเรียม

“สายันต์สวัสดิ์อีคางคกขึ้นวอ..สุดท้ายก็ถูกเขี่ยทิ้งถีบตกเรือนลงมา!!!” อีเรียมยกยิ้มเยาะ กอดอกเชิดมองเหยียดหยามทาสสาวแรกรุ่นด้วยสายตาปรามาสว่าชั้นต่ำ เสียงหัวเราะของพวกทาสลิ่วล้อแผดสนับสนุนวาจาร้ายกาจ ยิ่งตอกย้ำแผลใจของอีเอเลนให้ชอกช้ำ..ตะกอนความเศร้าที่นอนก้นถูกกวนให้ขุ่นขึ้นอีกครา

อีเอเลนน้ำตาริ้น..ทั้งที่อุตส่าห์อดกลั้นเอาไว้มาได้สามวันสามคืนแล้ว..เจ็บจนจุกอกกับความจริงที่ถูกสามีผู้มียศศักดิ์ขุนหลวงทอดทิ้ง เธอก้มหน้าก้มตาลงต่ำพยายามข่มความเสียใจเลือกที่จะเดินหนี..ทว่าเหล่านางทาสเหล่านั้นมารุมล้อมหน้าหลังไว้ อีเรียมกระชากแขนอรชรเต็มแรงบีบข้อมือเล็กด้วยความหมั่นไส้เต็มประดาไม่สนใจเสียงร้องครวญของอีกฝ่าย

“อีเอเลน!!พวกเอ็งปล่อยอีเอเลนเดี๋ยวนี้!!!” แจนพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วย ทว่า..กลับถูกเหล่าทาสสาวลูกไล่อีเรียมยืนกั้นเอาไว้ในมือของพวกนางถือไม้ท่อนใหญ่เท่าแขนเป็นอาวุธชี้หน้าขู่..ต่อให้เป็นบุรุษก็ตามโดนเข้าไปจังๆก็สลบคาที่ได้

 

“จะหนีไปไหนอีเอเลน!!!กะแล้วไม่มีผิดเพี้ยน..สุดท้ายผู้หญิงไม่เจียมกะลาหัวเช่นเอ็งก็ต้องถูกคุณหลวงทอดทิ้ง!!”

“น่าขันนัก!!น้ำหน้าอย่างเอ็งเป็นแค่อีทาสชั้นต่ำจักไปสู้อะไรกับหม่อมเจ้าเพทร่าได้!!!”

“คนอย่างเอ็งมันก็ได้แค่นอนอ้าขายั่วยวนเท่านั้นแล..อีเอเลน!!!”

 

รุมประณามด่าทอจนเอเลนไม่อาจทนอดกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป เด็กสาวน้ำตาไหลรินอาบแก้มใสตัวสั่นเท้าพยายามดึงข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมก็ไร้ผล อีเรียมยิ่งได้ใจออกแรงบีบกระชากเข้ามาถือโอกาสจิกเส้นผมสีน้ำตาลสั้นแล้วตบหน้าอีกฝ่ายจนร่างบอบบางล้มไปนอนคลุกดินกองกับพื้น  พอทำท่าจะตะกายลุกหนีก็ถูกนางทาสคนอื่นๆจับแขนทั้งสองฉุดดึงให้ยืนประจันหน้ากับอีเรียม ทาสสาวรุ่นพี่ผมสีดำสลวยเดินถูมือตื่นเต้นความรู้สึกเกลียดชังอีทาสเด็กที่ได้ดิบได้ดีไปลอยหน้าลอยตาบนเรือนใหญ่!!

“หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเอ็งคงมีความสุขมาก..มีชีวิตอิงแอบแนบกายกับคุณหลวงบนเตียง..เตียงที่ข้าเองก็เคยขึ้นไปรับใช้คุณหลวงถึงที่ ข้าควรจักได้เป็นคุณหญิงของท่านแต่อีเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเอ็งก็มาแย่งข้า!!!”

“ฮึก…ฮึก…”

สะอื้นเจ็บช้ำทั้งกายทั้งใจ..เจ็บช้ำกับการถูกรังแกเหยียดหยามว่าเป็นผู้หญิงไร้ค่า..เจ็บชาที่แก้มขวาก็ยังไม่เท่าหัวใจที่เจ็บ…ราวกับโดยคมดาบแหลมเสียบแทงทะลุบีบขย้ำเจียนแหลกคามือ

“หยุดนะ!!พวกเอ็งข้าบอกให้หยุด!!!” ไอ้แจนวิ่งถลาเข้าไปก็ถูกไม้หน้าสามฟาดเข้าที่ข้อพับจนล้ม  ก่อนจะถูกพวกทาสสาวรุ่นพี่ใจริษยาสกปรกฟาดเข้ากลางหลังจนล้มไปนอนกองกับพื้น  ตาคู่คมเบิกโพลงใจหายวูบไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเห็นวัตถุสีเงินวาวสะท้อนแสงในมืออีเรียม…มีดทำครัว…กดแนบเข้าข้างแก้มใสแดงช้ำกด..จนบาดเนื้อเลือดไหลซิบ

“ข้าจักสั่งสอนให้รู้ อีเด็กไม่เจียมกะลาหัวจักต้องเจอบทเรียนเช่นไร!!”

“หยุดเดี๋ยวนี้!!!!!!”  เสียงตะคอกเต็มไปด้วยอำนาจดังสนั่น เหล่านางทาสรุ่นพี่ทั้งหลายสะดุ้งโหยง เมื่อแสงไฟจากคบเพลิงที่เหล่าทาสบุรุษชายฉกรรจ์ทั้งหลายถือส่องรายล้อมรอบพวกนาง ไอ้แจนเงยหน้ามอมแมมเปื้อนดินหันไปมองต้นแสงไฟสีส้มทองก็พบเข้ากับ..ทาสชราผมสีขาวเทาแซมขาวมัดมวยต่ำรวบผู้มากอำนาจที่สุดยืนนำหน้าเหล่าทาสผู้ชายทั้งหลาย ตาเนตรดำขุ่นตามวัยมากโขจ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาดุดันวาวโรจน์

 

เหล่าทาสรุ่นพี่ทั้งหลายรีบปล่อยมือจากทาสสาวผมสีน้ำตาลสั้นยุ่งเหยิง ทิ้งให้ร่างบอบช้ำนั่นทรุดล้มไปนอนคว่ำคลานกับพื้นสะอึกสะอื้นจนตัวสั่นเท้าทั่วทั้งร่าง

“เอเลน!!!” อีอาร์มินวิ่งเข้าทรุดนั่งข้างๆเพื่อนสนิทพยุงร่างบอบช้ำเอาแต่ตัวสั่นกลัวร้องห่มร้องไห้ไม่ได้สติขึ้นมากอดแน่นลูบหัวปลอบโยน   ไอ้แจนลุกขึ้นฝืนความเจ็บระบมกลางหลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าสมทบจับไหล่กลมมนแน่นฝ่ามือหยาบหนาสัมผัสได้ถึงร่างที่สั่นสะท้านก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ไม่อาจปกป้องเพื่อนรักเปรียบเสมือนพี่น้อง

ไม่รู้เลยว่านัยเนตรสีฟ้ากลมโตได้แอบมอง ใบหน้าหล่อเหลา..สีหน้าเป็นห่วงเป็นใยเพียงแค่ฉันท์เพื่อน..แต่ในสายตาเธอกลับคิดเห็นเป็นสาวตาห่วงหาอาทรเช่นคนรัก…ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกปวดร้าวในใจแก่ทาสสาวสินไถ่

 

ไอ้แจน…รักเอเลนมากมายจนไม่อาจตัดใจได้…

 

 

“ย..ยายเอี่ยม!!!” อีเรียมปากสั่น..รีบเก็บซ่อนมีดทำครัวไว้ด้านหลัง แต่ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้วแสงไฟจากคบเพลิงสว่างไสวจนเห็นทุกการกระทำหยาบช้าต่ำทรามของพวกเธอหมดสิ้น..ความเงียบปกคลุมกดดัน…กดดันยิ่งขึ้นไปกว่าเก่ากับเสียงฝีเท้าที่ย่ำเดินมา…โดยเหล่าทาสหนุ่มทั้งหลายต่างพากันก้มโค้งตัวหลักทางให้แก่อีกหนึ่งผู้มาเยือนอย่างนอบน้อม

 

 

…กึก…

“คุณหญิงฮันซี่!!!” นางทาสรุ่นพี่ทั้งหลังทรุดหวบลงไปนั่งพับเพียบกองกับพื้น ค่อมหมอบนอบน้อมตัวสั่นเท้า หลบตาสีน้ำตาลกลมโตหลังแว่นทรงกลม..ทั้งที่มักร่าเริงขี้เล่นแลอ่อนโยน บัดนี้กลับหลุบมองด้วยสายตาเย็นชาผิดวิสัย..เย็นชาจนน่าใจหาย…

 

 

“อีเรียมข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจักมีจิตใจสกปรกริษยาขี้อิจฉาถึงเพียงนี้”

“ค..คุณหญิงฮันซี่เจ้าคะ..บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ..อ..อภัยให้บ่าวด้วยนะเจ้าคะ” อีเรียมผงกหัวยกมือไหว้กราบแทบเท้าพี่สาวของหลวงรีไวล์โดยมียายเอี่ยมกับยายสร้อยยืนตามหลังขนาบซ้ายขวาจ้องมองพวกเธอด้วยสายตาเย็นชาไม่ต่างกัน  ไม่มีใครเอ่ยเอื้อนอะไร..กดดันจนอีเรียมตัดสินใจทำสิ่งที่หน้าด้านหยาบช้าที่สุด..ที่เรียกว่า..ทรยศ..

 

“พวกมันบังคับบ่าวเจ้าค่ะคุณหญิง!!!อีเรียมผู้ต้อยต่ำมิได้ตั้งใจนะเจ้าคะ!!!”

“อีเรียม!!แก!!!พูดเช่นนี้หมายความเยี่ยงไร!!!”

“อีตอแหล!!คิดจักเอาตัวรอดคนเดียวรึ!!!!”

 

เหล่าทาสสาวรุ่นพี่ที่เหลือร้องโวยเสียงดัง พากันจ้องมองหัวโจกกลุ่มที่เป็นตัวตั้งตัวตีในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดกลับทอดทิ้งเพื่อน โยนความผิดเอาตัวรอดหน้าด้านๆ  พวกนางเริ่มทะเลาะตีกันเองเถียงกันเสียงดัง

 

“พวกเอ็งทั้งหมดหยุดเถียงกันได้แล้ว!!!!!” ยายเอี่ยมขึ้นเสียงตวาด  เหล่าทาสพวกนั้นจึงยอมสงบปากสงบคำไม่วายส่งสายตาโกรธแค้นรุมไปยังทาสสาวผมดำที่เอาตัวรอดด้วยคำพูด  คุณหญิงฮันซี่พ่นลมหายใจแรงนางขยับเท้าก้าวเดินเข้ามาใกล้เหล่าทาสสาว..หยุดยืนนิ่งอยู่หน้าอีเรียมอดีตเมียบ่าวน้องชายเธอตาสีน้ำตาลใต้ขนตาแพยาวหลุบมองใบหน้าสะสวยกับเรือนผมสีดำยาวสลวย….งดงามในหมู่นางทาสไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร

 

“อีเรียม..สิ่งที่เจ้าได้ทำวันนี้ข้าถึงได้ประจักษ์ถึงจิตใจแสนโสมนสกปรกของเจ้า..ไม่แปลกใจเลยที่คุณหลวงถีบเจ้าตกเรือน”วาจาต่อว่าแทงใจดำทาสสาวผมสีดำเธอเบิกตากว้างโกรธแค้นแต่เก็บซ่อนไว้ใต้เรือนผมสีดำที่ปรกลงมาปิดหน้าปิดตา ก้มหน้าหมอบต่ำนอบน้อม..กัดฟันแน่นสดับฟังสิ่งที่คุณหญิงฮันซี่พูด

“พวกเจ้าทุกคน..เก็บข้าวของแล้วออกไปจากรั้วเรือนข้าเสีย..แล้วอย่ากลับมาให้ข้าเห็นอีก”  บทลงโทษดังฟ้าผ่ากลางศีรษะเหล่านางทาสพวกนั้น อีเรียมเด้งตัวเงยหน้าขึ้นมองสตรีผมสีน้ำตาลมัดรวบครองตัวเป็นโสดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก อีเรียมรีบคลานกอดขาฮันซี่แน่นบีบน้ำตาชวนสงสารเวทนาจิต  “ไม่นะเจ้าคะคุณหญิง!!!บ่าวไม่มีไหนนอกจากที่แห่งนี้!!!ได้โปรด”

 

“ข้าไม่ต้องการคนใจหยาบช้าเช่นนี้อาศัยใต้ชายคาเรือนข้า!!หรือเจ้าอยากให้เรื่องนี้ถึงหูคุณหลวงรีไวล์…ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าจักได้โดนลงโทษจากคุณหลวงโดยตรงแน่”  พอได้ยิน..คำขู่เหล่านั้นพวกทาสทั้งหลายถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอหวาดเสียว บางคนถึงกับตัวสั่นผวาหน้าซีด…นับว่าโชคดีแล้วที่คุณหลวงรีไวล์ยังไม่กลับถึงเรือนเรื่องนี้จึงถึงหูแค่พี่สาว

รู้ๆกันอยู่…คุณหลวงรีไวล์ตอนโมโหสุดขีดน่ากลัวอย่าบอกใครบทลงโทษก็เช่นกัน..จะเด็กเล็ก ชายหญิง คนแก่  ไม่ได้จบแค่เอาไม้เฆี่ยนโบยเหมือนเจ้านายเรือนอื่นๆ คงได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มไปร่วมหลายเดือนถึงจะกลับมาปกติ  ถ้าหากเรื่องนี้ถึงหูคุณหลวงมั่นใจได้ว่าคงได้มีควันออกหูแน่…อีเอเลนคือผู้หญิงที่คุณหลวงรีไวล์มีใจรักใคร่…จากสายตาคนเฒ่าคนแก่มองปราดเดียวก็รู้

 

ความรักที่มอบให้เทียบเท่าหม่อมเจ้าเพทร่า..หรือบางที…อาจจะมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ…

 

“เลือกเอา…จะยอมเก็บของออกไปเสียตอนนี้หรือรอให้เรื่องถึงหูคุณหลวง”   ฮันซี่เอ่ยเสียงเรียบนิ่ง..ตาสีน้ำตาลกวาดมองเหล่านางทาสพวกอีเรียมเลือกลุกขึ้นวิ่งกลับขึ้นเรือนไปเก็บของจ้าละหวั่นราวกับหมาขี้ขลาด  เธอถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขาเพรียวใต้ผ้าถุงยาวสีเขียวเข้มก้าวเดินเข้าไปหาอีเอเลนที่นั่งทรุดตัวสั่นระริก ลูบศีรษะปกคลุมเส้นผมสีน้ำตาลเปื้อนฝุ่นดินยุ่งเหยิงจากการถูกจิกทึ่ง ตาสีเขียวแดงบวมร้องไห้ไม่หยุดหย่อน พวงแก้มขึ้นรอยฝ่ามือแดงไหนจะรอยคมมีดบาดเล็กๆบนแก้มอีก

 

“เอเลน…เจ้าไม่เป็นไรแล้วนะ” กล่าวอย่างอ่อนโยน..ยิ่งทำให้เอเลนสะอื้นร้องห่มร้องไห้ไปกว่าเก่า..ฮันซี่มองอย่างเข้าใจความอ่อนแอที่เก็บซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังแสร้งเป็นร่าเริง พังทลายเสียแล้ว..น้ำตานี่คงเกิดจากความกลัว..ความเจ็บทางกาย..และทางใจที่เกิดจากพวกนางทาสขี้อิจฉาและ…หลวงรีไวล์น้องชายของเธอเอง…

“คุณหญิงข้าให้นายมั่นเตรียมเรือพร้อมส่งพวกอีเรียมแล้วเจ้าค่ะ” นางสร้อยเดินมาค่อมตัวกล่าวรายงานอย่างนอบน้อม คุณหญิงฮันซี่พยักหน้าตอบรับ แล้วหันไปมองทาสสาวผมทองยาวประบ่ากับทาสหนุ่มผมสีอ่อนค่อยลุกขึ้นช่วยกันพยุงร่างบอบบางทั้งกายใจลุกขึ้นยืน

 

 

ฝุ่บ!!!!

 

“อีเอเลน!!! / เอเลน!!!”  ทุกคนร้องเสียงหลงเมื่อเด็กสาวผมน้ำตาลสั้นทรุดหวบเป็นลมล้มพับไปนอนกับพื้น ยังดีที่ไอ้แจนช้อนตัวรับไว้ได้ทัน คนหนุ่มเขย่าร่างในอ้อมแขนแกร่งตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำไปมาเช่นเดียวกับอีอาร์มิน

“อีเอเลน!!!อีเอเลน” ยายเอี่ยมวิ่งกระหืดหอบเข้ามาตบหน้าทาสสาวเบาๆ ไม่มีการโต้ตอบ..แน่นิ่งเช่นนี้ใจร่วงวูบไปอยู่ตาตุ่มเช่นเดียวกับสตรีสวมแว่นตา

 

“ไอ้แจนเอ็งพาอีเอเลนขึ้นเรือนเร็วเข้า!!อีอาร์มินไปเตรียมยาดมมา”  ทาสชราผู้เป็นหัวหน้าใหญ่คุมเหล่าทาสทั้งหมดออกคำสั่งกับทาสหนุ่มสาวทั้งสอง  ไอ้แจนพยักหน้าช้อนอุ้มทาสสาวผมสีน้ำตาลที่เป็นลมหมดสติไปเสียดื้อๆวิ่งออกไปพร้อมอีอาร์มินที่นำทางไปยังเรือนทาสเล็กๆในส่วนของสตรี

“นางสร้อยไปตามหมอมาเร็วเข้า!!!”

“เจ้าค่ะคุณหญิง!!!”  นางสร้อยวิ่งกระหืดหอบออกไปจากเรือนรับคำสั่งจากนายหญิง  คุณหญิงฮันซี่วิ่งตามหลังทาสหนุ่มสาวทั้งสองไปพร้อมยายเอี่ยมด้วยใจกังวลเป็นห่วงในตัวอีเอเลนไม่แพ้กัน….

 

 

 

.

.

.

 

 

“จะหนีไปไหนอีเอเลน!!!กะแล้วไม่มีผิดเพี้ยน..สุดท้ายผู้หญิงไม่เจียมกะลาหัวเช่นเอ็งก็ต้องถูกคุณหลวงทอดทิ้ง!!”

“น่าขันนัก!!น้ำหน้าอย่างเอ็งเป็นแค่อีทาสชั้นต่ำจักไปสู้อะไรกับหม่อมเจ้าเพทร่าได้!!!”

“คนอย่างเอ็งมันก็ได้แค่นอนอ้าขายั่วยวนเท่านั้นแล..อีเอเลน!!!” 

 

ข้าไม่ได้อยากเป็นเช่นนี้…ฮึก..ไม่อยากเลย…แต่จักให้ทำเช่นไรได้ในเมื่อความเป็นจริงแล้ว..

 

“..ไม่ว่าอย่างไรข้าจะมอบความรักให้เพทร่าอย่างถึงที่สุด..นางคือรักแรกของข้าที่มิอาจสมหวัง” 

 

คุณหลวงไม่เคยรัก..ไม่เคยเลย…เป็นแค่บ่าวกลับคิดเอื้อมรักในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็ต้องทนทุกข์ใจไปเท่านั้น….

…ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้…ถ้าหากไม่พบเจอเสียแต่แรก

…ก็คงจักดี…

 

 

“เอเลน!!!เจ้าฟื้นแล้ว!!!!”

นัยน์ตากลมโตสีมรกตปรือขึ้นมอง…เพดานทำจากไม้ตีโครงง่ายๆคุ้นชินตามาตั้งแต่สมัยเด็กจนโตเป็นสาว..เลื่อนสายตามองเจ้าของเสียงใสร้องเรียกดีใจปนเสียงสะอื้นสั่นเครือ แสงตะวันปริ่มขอบฟ้ายามเช้ามืดสาดส่องจากช่องหน้าต่างให้เห็นดวงหน้าหวานน่ารักกับเรือนผมสีทองสว่างนั่งคุกเข่าอยู่ข้างกาย..ตาสีฟ้าคลอเบ้าแฝงไปด้วยความปีติยินดีโล่งอกโล่งใจ

“อาร์..มิน?”  เสียงหวานแหบแห้งเอ่ยกระซิบเรียกชื่อเพื่อนสนิท เสียงฝีเท้าวิ่งดังตึงตังเข้ามาพร้อมกับการทรุดลงข้าง ยืนใบหน้าหล่อเหลาคมยิ้มร่าเริงดีอกดีใจไม่ต่างจากทาสสาว  “อีเอเลน..เอ็งไม่เป็นไรแล้วนะ”

“ไอ้แจน..นี่ข้า?”

“เมื่อคืนเอ็งเป็นลมล้มพับไป ไอ้แจนกับอีอาร์มินช่วยกันพาเจ้ามาปฐมพยาบาลที่เรือน” ยายเอี่ยมเดินเข้าผ่านประตูอธิบายก่อนจะค่อมตัวหลีกทางให้อีกหนึ่งบุคคลผู้มาเยือน  ทาสวัยหนุ่มสาวทั้งสามเมื่อได้เห็นก็รีบหันมานั่งหมอบกราบสวัสดีทักทายสตรีผมสีน้ำตาลมัดรวบปักปื่นทองคำเล็กๆเดินมาพร้อมกับยายสร้อย  อีเอเลนพยายามยันกายขึ้นมา ทว่า..คุณหญิงฮันซี่รีบก้าวเดินไปทรุดนั่งข้างๆรั้งไหล่กลมมนของหญิงสาวไว้

 

“พึ่งฟื้นมาอย่าพึ่งขยับเลยเอเลน..นอนพักผ่อนเถิด”

“จ..เจ้าค่ะ…บ่าวขอบพระคุณคุณหญิงมากเจ้าค่ะ” เอเลนยกมือขึ้นไหว้ตัวเกร็งลีบ ยิ่งอีกฝ่ายเป็นถึงนายหญิงเป็นถึงพี่สาวของหลวงรีไวล์กลับมาตบหมอนจัดที่นอนวางท่าให้เธออีกก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจขึ้นไปกว่าเก่า

 

สายตาสีน้ำตาลกลมโตทอดมองเธออย่างเอ็นดูรักใคร่เหมือนครั้นอยู่บนเรือนใหญ่..ไม่เปลี่ยนแปลงแม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้อยู่ในฐานะเมียบ่าวของคุณหลวงแล้วก็ตาม ความเมตตามาพร้อมกับฝ่ามือที่ลูบหน้าผากลาดมนสัมผัสความอบอุ่นเบาๆก็ยิ่งส่งผลให้ตาสีเขียวสวยคลอเบ้ารื้นชื้นขึ้นมาด้วยความตื้นตันเสียไม่ได้…ฮันซี่โบกไม้โบกมือไม่ให้ทาสหนุ่มนามว่าแจนและทาสสาวหน้าหวานน่ารักนามอาร์มินต้องมากพิธี ทั้งสองจึงยันกายขึ้นมานั่งโดยที่ยังคงค่อมตัวเล็กน้อยก้มหน้าให้ความเคารพสตรีผู้เป็นนายหญิงตรงหน้า..

 

 

ทาสสินไถ่จับพิรุธบางอย่างได้ระหว่างคุณหญิงฮันซี่ ยายเอี่ยม และยายสร้อย..ดูเหมือนทั้งสามจักมีเรื่องลับลมคมในบางอย่างถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใยสุขใจมากผิดวิสัย…พอลองแอบสังเกตก็รู้ว่ารอยยิ้มนั่นส่งทอดมายังเพื่อนสนิทที่นอนอยู่บนเสื่อ…

 

อะไร..มีเรื่องอะไรเช่นนั้นหรือ?

 

มุ่นคิ้วฉงนสงสัย กระทั่ง..เสียงฝีเท้าย่ำก้าวขึ้นบันไดมาพร้อมกับบุรุษในชุดราชปะแตนกับโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้มในมือถือหอบผ้าสีน้ำตาลเอาไว้ เดินมาทรุดนั่งข้างคุณหญิงฮันซี่

“นี่คือท่านหมอมิเกะ..ข้าเรียกตัวให้มาดูอาการเจ้าเมื่อคืน” สตรีผมสีน้ำตาลมัดรวบเอ่ยแนะนำตัวชายร่างสูงผมสีน้ำตาลอ่อนปรกดวงตาเรียวนิ่งแต่ดูสุขุมนุ่มลึกแลดูอ่อนโยน ปากหนาใต้หนวดบางๆคลี่ยิ้มรับไหว้จากเหล่าบ่าวไพร่ของหลวงรีไวล์

“แม่เอเลน..ยื่นแขนให้ข้าตรวจอาการเสียหน่อย” คำกล่าวสุภาพเช่นนั้นทำเอาเอเลนประหม่า..คนมียศมีศักดิ์เป็นถึงหมอกลับมาเอ่ยเรียกด้วยสรรพนามที่ไม่สมควรค่าแก่นางทาส

“ท่านหมอเจ้าค่ะ..บ่าวเป็นแค่ทา..”

“เจ้าเป็นเมียบ่าวของหลวงรีไวล์ไม่ใช่ดอกหรือ” หมอหลวงมิเกะเอ่ยขึ้น..ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะยังไม่รู้ว่าอีเอเลนถูกไล่ลงจากเรือนใหญ่เสียแล้ว ประกอบกับสีหน้าพยักเพยิดให้ตามน้ำของยายเอี่ยมที่ส่งมา เด็กสาวผมน้ำตาลสั้นจึงเงียบปากแล้วส่งแขนให้อีกฝ่ายวัดชีพจรตรวจดูอยู่นานสองนาน

 

“เป็นเช่นไรบ้างท่านหมอ?” คุณหญิงโน้มตัวถาม ดวงเนตรสีน้ำตาลหลังแว่นตาทรงกลมพราวระริกตื่นเต้นจนน่าสงสัยอย่างที่อีอาร์มินสังเกตไว้ไม่มีผิดเพี้ยน   หมอหนุ่มวางมือเอเลนลงบนเสื่ออย่างนุ่มนวลคลี่ยิ้มกว้างแล้วพูดตอบ

“เป็นอย่างที่คิดขอรับคุณหญิงฮันซี่..แม่เอเลนตั้งท้องได้เดือนกว่าแล้ว..ยินดีด้วยขอรับ”

 

ยายเอี่ยมกับยายสร้อยยิ้มดีอกดีใจหน้าบานเป็นจานเชิงไม่ต่างอะไรกับพี่สาวของหลวงรีไวล์ ที่กำลังจะเป็นป้ามีหลานให้อุ้มในไม่ช้า..ไอ้แจนกับอีอาร์มินอ้าปากค้างตะลึงพรืดแล้วหันไปมองผู้ที่นอนบนเสื่อ..ตาสีเขียวเบิกกว้างกับสิ่งที่รับรู้

 

..เราท้อง…กับคุณหลวง…

 

 

“ข้าเตรียมหยูกยาให้แม่เอเลนแล้ว ยาบำรุงครรภ์ต่างๆก็อยู่ในนี้..หากไม่มีอันใดแล้วข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”  ท่านหมอมิเกะโค้งตัวลาคุณหญิงฮันซี่วางห่อผ้าที่บรรจุยาต่างๆที่ล้วนแต่ต้องจ่ายราคาสูงไว้ข้างหัวนอนอีเอเลน แล้วจะเดินจากไป…

“เอเลนข้าดีใจยิ่งนัก…ข่าวดีเช่นนี้ต้องแจ้งให้คุณหลวงได้รับรู้”  ฮันซี่ยิ้มกว้างกล่าวทั้งน้ำเสียงตื่นเต้น ยายสร้อยกราบรับคำสั่งรีบคลานลุกเตรียมวิ่งหมายจะนำเรื่องดังกล่าวไปบอกบุรุษผมสีดำสั้นที่น่าแต่งตัวเตรียมออกราชการแต่หัววันอยู่บนเรือนใหญ่

 

หมับ!!!!

 

มือเล็กคว้าจับแขนอรชรของคุณหญิงอย่างลืมตัว ฮันซี่หันกลับมามองก็ต้องตกใจกับทาสสาวน้อยผมสีน้ำตาลที่ยันกายลุกนั่งกอดแขนเธอแน่นตัวสั่น  “อย่าเจ้าค่ะ!!อย่าบอกเรื่องนี้กับคุณหลวงเลยเจ้าค่ะ”

“ทำไมเล่าเอเลน!!?เจ้ากำลังมีทายาทให้รีไวล์เชียวนะ” ฮันซี่เลิกคิ้วสูงงุนงง  ยายสร้อยพอได้ยินเสียงหวานที่โพล่งดังออกมาจึงชะงักฝีเท้ายืนเกาะประตูเรือนทาสรอคำสั่งที่ชัดเจน  อีเอเลนเกาะแขนคุณหญิงแน่นเธอก้มหน้างุดต่ำจนคางติดเนินอกหลังกระโจมอกสีน้ำตาลเข้ม

 

“บ่าว..บ่าวยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคุณหลวง..บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ..บ่าว..ฮึก..” น้ำตาไหลรินร่วงหล่นกระทบพื้นหยดแล้วหยดเล่า อีเอเลนค่อยๆปล่อยมือจากแขนอีกฝ่าย ยกขึ้นปิดหน้าปิดตาเก็บซ่อนใบหน้าแสนเศร้าเอาไว้

“บ่าว…อึก..เป็นแค่ทาสแต่กลับมีใจหึงหวงในตัว..ค..คุณหลวง..กับหม่อมเจ้าเพทร่า..ใฝ่สูงตัดพ้อน้อยใจ..บ..บ่าวปฏิเสธคุณหลวง..ฮึก”

“เอเลน!!ฟังข้า!!คุณหลวงรักเจ้าข้ายืนยันได้!!” ฮันซี่รู้โดยพลันเข้าใจทุกสิ่ง..ดูเหมือนว่าทาสสาวตรงหน้าจะล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างหลวงรีไวล์กับหม่อมเจ้าเพทร่าเข้าเสียแล้ว..อาจจะเผลอได้ยินตอนที่เธอสนทนาเรื่องนี้กับน้องชายด้วยก็เป็นได้..ทาสสาววัย15กำลังเข้าใจผิดอย่างหนัก..

 

 

..เข้าใจผิดคิดว่าหลวงรีไวล์หาได้มีใจให้

 

 

อีเอเลนกลับก้มหน้านิ่งไม่ตอบโต้ไม่เอ่ยพูดอะไรเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ สะอื้นจนตัวโยนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่สนใจฟังคำของคุณหญิงฮันซี่..  นางปักใจเชื่อในสิ่งที่รับรู้…ความคิดนี้ประดังเข้าทำร้ายเด็กสาวตรงหน้ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งกัน?

 

..ทั้งๆที่อยู่ใกล้คนทั้งสองกลับไม่รู้อะไรเอาเสียเลย..

…เอเลนยังเด็กนัก..ยังใสซื่อทั้งกายและใจยากนักที่จะมาเข้าใจเหตุผลของผู้ใหญ่..

 

 

สภาพจิตใจของเอเลนที่เห็นในวันนี้ทำให้คุณหญิงฮันซี่ยอมสัญญาที่จะไม่บอกน้องชายของเธอ..สาวผู้ครองตนเป็นโสดเดินออกจากเขตเรือนทาสข้ามผ่านรั้วต้นโมกลัดเลาะสวน ถอนหายใจนึกสงสารทาสสาวน้อยผมสีน้ำตาลอ่อนไหวเสียใจดูเปราะบางราวกับจะแตกสลายเข้าไปทุกที

 

“คุณหญิงเจ้าคะ..จักไม่บอกคุณหลวงจริงๆหรือเจ้าคะ” ยายสร้อยเอ่ยถาม  ใบหน้าประดับแว่นทรงกลมพยักหน้าตอบอย่างไม่เต็มใจนัก บอกตามตรง..เธอรู้สึกดีใจมากที่เอเลนเป็นคนให้กำเนิดเลือดเนื้อเชื้อไขแก่วงศ์ตระกูล..ยิ่งรู้จักก็ยิ่งแน่ใจว่าหากเป็นทาสผู้นี้..ที่ได้ครองตำแหน่งคุณหญิงของหลวงรีไวล์แล้วก็คงจักเป็นเรื่องน่ายินดีแท้ๆ

 

 

“เอเลน..เจ้าจักปิดไปได้นานเท่าไหร่กันเชียว..ลูกในท้องมีแต่จักโตวันโตคืนซักวันหนึ่งคุณหลวงก็ต้องรู้อยู่ดี”

“ถึงตอนนั้น…บ่าวจักมอบลูกให้คุณหลวงเจ้าค่ะ..คุณหญิงอย่าได้กังวลไปเลย”

“แล้วเจ้า..”

“บ่าวจะไม่กลับไปที่เรือนใหญ่อีก..จะอยู่ที่เรือนทาสแห่งนี้..ที่แห่งนี้เหมาะสมกับคนต้อยต่ำเช่นบ่าว..ดินโคลนกลิ่นสาปนี่คือสิ่งที่บ่าวควรคู่…มาตลอด..”

 

 

“ช่างเป็นนางทาสที่หัวดื้อนัก..” ฮันซี่พึมพำ ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ก็รังแต่เหนื่อยใจเปล่าๆ ขาเพรียวใต้ผ้าถุงเนื้อดีผ่านเขตแดนสวน ดวงเนตรสีน้ำตาลสะท้อนร่างของบุรุษอายุระนามมากกว่าทาสสาวน้อยนั่นนับสิบกว่าปีอยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินเข้มกังโจงกระเบนสีเขียวแก่ผูกผ้าคาดเอวสีเดียวกับโจงกระเบนเดินลงจากบันไดหน้าเรือนใหญ่หมายจะขึ้นรถเกวียนลากที่จอดรออยู่

 

“รีไวล์..วันนี้ไม่ไปราชการหรือ?” ฮันซี่เอ่ยถาม

“ไม่ล่ะ..บ่าวของไอ้เอลวินพึ่งมาแจ้งข่าวว่ามีการเปลี่ยนแปลงแผนตรวจตราใหม่” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยอำนาจจนเป็นวิสัยตอบพี่สาวเพียงคนเดียวของตน ฮันซี่หรี่ตามองคุณหลวงรีไวล์ผู้เคร่งขรึมเย็นชากำลังจะเดินขึ้นเกวียนลากทั้งๆที่วันนี้ว่างงานแล้วแท้ๆยังจะไปหาหม่อมเจ้าเพทร่าถึงจะเข้าใจเหตุผลว่าหม่อมเจ้ามีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน..ถึงอย่างนั้น..กับอีเอเลนออกไปจากเรือนใหญ่ร่วมอาทิตย์กลับไม่ปริปากพูดถึงซักคำ!!

 

 

รายนี้ก็อีกคน..ปากหนักทิฐิแรงจนน่าเอาชะแลงงัดยิ่งนัก..

 

 

“รีไวล์…ข้าว่า..”

“ถ้าเจ้าเอ่ยนามนางทาสไม่รักดีนั่นแม้แต่คำเดียว ข้าจะเตะปากเจ้า!!”  คำขู่ตามด้วยสายตาดุดันถลึงมองร้ายกาจ ทำเอาฮันซี่หุบปากโดยฉับพลัน..ยืนมองหลวงรีไวล์ที่อ่านทันความคิดเธอแถมยังสงสายตาวาวโรจน์ชัดเจนว่าทำจริงแน่ๆ พี่น้องทั้งสองต่างคนต่างไม่มีใครเอ่ยอะไรต่ออีก..ความกดดันที่แผ่กระจายจากตัวชายหนุ่มร่างเล็กผมสีดำตัดสั้นทำเอาเหล่าบ่าวไพร่แถวนั้นหน้าซีดเผือด ….

 

“คุณหลวง!!!คุณหลวงรีไวล์ขอรับ!!!!” เสียงตะโกนเรียกดังจากประตูรั้วเรือนใหญ่  เด็กหนุ่มร่างสูงกำยำลั่นในชุดทหารสีแดงวิ่งกระหืดหอบเข้ามาโดยไม่เอ่ยขออนุญาติจากเจ้าของเรือนซักคำ ใบหน้าหล่อเหลาคมกริบผินมาปรายตามองทหารใต้สังกัดของเขา

“มีเรื่องอะไรหมู่ไรเนอร์? ”

“ห…หม่อม..หม่อมเจ้าเพทร่า..อ.อาการทรุดหนักขอรับ!!หม่อมพิคซิสให้ข้ารีบมาแจ้…คุณหลวง!!?รอกระผมด้วยขอรับ!!” หมู่ไรเนอร์ไม่ทันกล่าวรายงานจบ หลวงรีไวล์เบิกตากว้างตกใจกับข่าวดังกล่าวแล้วรีบขึ้นรถเกวียนออกไปจากเรือนโดยเร็วที่สุดทิ้งให้ผู้ส่งสารวิ่งไล่ตามอย่างไม่แยแส  ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของคุณหญิงฮันซี่กับยายสร้อย

 

 

 

..เรื่องร้ายๆประดังเข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักจบจักสิ้น…

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++++++++++
มาต่อแล้วค่ะ..ตอนนี้…ขุนมิคาสะก็ยังไม่มีบทเช่นเคย
แต่!!ตอนหน้าไ้ด้เจอแล้วค่ะ
คุณหลวงก็บทน้อยมาก…ตอนหน้าพี่แกบทเยอะแล้ว
ตอนนี้คุณหญิงฮันซี่เป็นพระเอก 5555555555+
ขออนุญาติลัดคิวฟิคอื่นนะคะ อยากอัพต่อเนื่องจริงๆ
และก็จากนี้ไปคงขอดองซักระยะกลับมาน่าจะหลังเดือนตุลา..
จะสอบแล้วค่ะยังไม่ได้อ่านซักอย่างเลยอ่ะ เหอๆ
ไปก่อนนะคะ บายค่ะ

 

[Fic attack on titan][Rivaille x Eren]นางไททัน//บท11

 

[Fic Attack on titan] นางไททัน

Paring : Levi x Eren

Rate    : PG-13 , รั่ว , ดราม่า(?)

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

บทที่ 11

 

 

อากาศร้อนระอุยามสายๆหลังเพลาเที่ยงเรียกเหงื่อไคลจนแสบแผ่นหลัง ทาสวัยกลางนามฮาเนสแบกถุงกระสอบบรรจุปลาสดที่ทอดแหมาได้เข้าไปเก็บในโกดังเสบียงหลังเรือนครัว..อีกมือหนึ่งถือกระจาดใส่มะเหม้าผลไม้ป่าลูกกลมเล็กสีแดงสดออกเป็นช่อพวงนับหลายสิบช่อซึ่งเก็บได้ระหว่างล่องเรือ  ใบหน้ากร้านมีริ้วรอยเหลือบสังเกต..ใต้กันสาดหลังเรือนครัวที่แค่ไม้ไผ่..ทาสสาวแรกรุ่นที่รู้จักมักจี่มาตั้งแต่อ้อนแต่ออดหัวไวฉลาดยิ่งกว่าใครอย่างอีอาร์มินกำลังขูดมะพร้าวด้วยกระต่าย โดยที่ข้างๆมีคนหนุ่มคอยใช้มีดอีโต้ปลอกลูกมะพร้าวข้างๆ

 

“ไอ้แจน!!มาอยู่ที่แห่งนี้เองดอกหรือ..ปล่อยให้ข้าลงเรือหาปลาฝ่ายเดียวที่แท้ก็มาช่วยอีอาร์มินปลอกมะพร้าว” ลุงฮาเนสเดินเข้าไปแซวลูกชายวัยหนุ่ม

“ข..ข้า..ข้าเห็นอีอาร์มินถูกใช้ให้ขูดมะพร้าวคนเดียว..จักทิ้งก็กระไรอยู่!!” ไอ้แจนหน้าขึ้นสีแดงเข้มโวยวายเสียงดังใส่บิดา

 

ชายผมสีอ่อนผู้เป็นบิดาหัวเราะร่าเหลือบตาแอบมองทาสสาวผมสีทองสว่างยาวประบ่าเอาแต่เงียบก้มหน้างุดๆขูดมะพร้าวพยายามเก็บซ่อนแก้มใสที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อจางๆ

 

 

เห…ไอ้อาการเช่นนี้…

 

 

ตาสีฟ้าขุ่นตามวัยพราวขำขันมองทาสหนุ่มสาวสองคนอย่างหยอกเย้า..ปากหนาไว้ไรหนวดหรอมแหร่มยกยิ้มขึ้นพร้อมยักไหล่ทำเป็นไม่ใส่ใจกับลูกชายเพียงคนเดียวของตนที่โพล่งเสียงดังกลบเกลื่อนความปากไม่ตรงกับใจ..

“ข้าเอามะเหม้ามาฝากพวกเอ็ง งานเสร็จก็เอากินเสียล่ะ” วางกระจาดมะเหม้าไว้บนแคร่ เดินแบกกระสอบปลาเข้าโกดังหลังครัว ผิวปากฮัมเพลงหยอกล้อไอ้ลูกชายที่รังแต่จะหน้าแดงเข้มขึ้นทุกครา..ปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกัน..ตามลำพัง..

 

“เอ้า!!ได้อีกหนึ่ง!!!”  โยนมะพร้าวที่ปลอกเปลือกเสร็จพร้อมเฉาะเอาน้ำออกรองใส่ขันทองเหลืองเพื่อเก็บไปดื่มเป็นน้ำมะพร้าวหอมชื่อใจ แล้วจึงโยนลูกมะพร้าวที่เหลือแต่เนื้อสีขาวด้านในให้อีอาร์มิน..มือเล็กรับได้อย่างชำนาญ

“ขอบใจเจ้ามากไอ้แจน” อาร์มินคลี่ยิ้มหวานขอบคุณแก่ทาสหนุ่มเพื่อนสนิทมาตั้งแต่ครั้นเยาว์วัยเติบโตมาด้วยกันจนแทบเป็นครอบครัวเดียวกันเช่นเดียวกับอีเอเลนที่ได้ดิบได้ดีไปเป็นเมียบ่าวของคุณหลวงเสียแล้ว  ตาคู่คมยามได้เห็นรอยยิ้มบนดวงหน้าหวานน่ารักรับกับเส้นผมสีทองสวย พลัน!!ทาสหนุ่มรู้สึกหน้าร้อนวาบราวกับเป็นพิษไข้ใจเต้นรัวเจียนทะลุอกซ้ายจนต้องรีบหันหน้าหนีมาจดจ่อกับการปลอกมะพร้าวลูกต่อไป

 

 

อาร์มินมองเนื้อมะพร้าวที่พูนเป็นฝอยๆเต็มกระจาดเหลือเพียงแค่ขั้นเอาน้ำกะทิเพื่อทำขนมบัวลอย..ให้แก่คุณหญิงฮันซี่ที่ต้องการจักลิ้มลองขนมนี้..ไหนจะใช้ทำแกงกะทิอีก..คำนวนเวลาแล้วไม่มีทางเตรียมสำรับได้ทันก่อนมื้อเย็นเป็นแน่พวกทาสวัยกลางคนทั้งหลายก็กำลังวุ่นกับงานอื่นๆ ส่วนพวกทาสรุ่นพี่นั้นเนื่องจากอีเรียมโดนอีอาร์มินตบเข้า จึงรวมหัวกันไม่พูดไม่จาทิ้งอาร์มินให้เคว้งทำงานเพียงลำพังอย่างน่าสงสาร…

ตาสีฟ้าเหลือบมองหนุ่มตัวสูงผมสีอ่อน ผิวสีแทนกร้านแดดกับกล้ามมัดสมวัยกำลังก้มหน้าก้มตาเฉาะปลอกมะพร้าว..มองแผ่นหลังกว้างกับไหล่บ่าที่ใหญ่สมกับเป็นบุรุษเพศ…

 

 

ถ้าไม่มีไอ้แจนคอยช่วยเหลือ..งานก็คงไม่เสร็จ..

รู้สึกขอบคุณ..ดีใจ…ดีใจเหลือเกินที่ยังมีไอ้แจนคอยเคียงข้าง…

 

 

“อีอาร์มิน..ข้าว่าเจ้าขูดมะพร้าวเสร็จก็น่าจะจวนบ่ายสามแล้ว..จักทำบัวลอยทันหรือ?” ไอ้แจนโพล่งถาม ดึงสติเหม่อลอยของทาสสาวให้กลับมา อาร์มินปรับสีหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อครู่ให้เป็นปกติยามที่หน้าหล่อเหลาของทาสหนุ่มหันมาสบตาเธอ

 

“ข้า..จะพยายามทำให้ทัน..ไม่ต้องห่วงดอกไอ้แจน”

“แต่…”  ทาสในเรือนเบี้ยกัดฟันมองเนื้อกะทิที่ขูดจากกระต่าย ไหนจะมะพร้าวที่ยังปลอกเปลือกไม่เสร็จอีกคนโง่มองก็รู้แล้วว่าไม่มีทางทันเป็นแน่ ต่อให้เขามาช่วยก็ไม่มีทางคิดแล้วก็พาลโมโหพวกอีเรียมนักอายุระนามมากกว่าแท้ๆ ดีแต่ข่มเหงข่มอำนาจรังแกคนอายุน้อยกว่า..เพียงแค่คิดว่าพวกนี้ในอนาคตจะกลายมาเป็นทาสรุ่นใหญ่แทนพวกยายเอี่ยม โลกนี้คงจบสิ้นลงแล้วเป็นแน่แท้…

 

“ข้าจักช่วยเจ้าคั้นกะทิเอง”  เสียงหวานดังจากด้านหลังทำให้ทั้งสองหันไปมอง…

 

 

“อีเอเลน / เอเลน!!!!”  ไอ้แจนกับอีอาร์มินร้องเสียงหลงตกใจ…ทั้งคู่ชักสีหน้าตะลึงพรืดกับการที่เห็นทาสสาวเพื่อนสนิทที่หายไปนานนับเดือนกลับมายืนอยู่ใกล้ๆ อีเอเลนเห็นสีหน้าของสหายทาสคนสนิทก๊อกยิ้มหัวเราะขำขันกับท่าทีเหล่านั้นเสียไม่ได้เธอถือวิสาสะทรุดนั่งบนแคร่ แล้วหยิบเอากระจาดเนื้อมะพร้าวขูดมาทำการคั้นกับผ้าขาวบางที่วางเตรียมไว้

“ด…เดี๋ยว!!เอเลน!!ข้าทำเอง!!เดี๋ยวคุณหลวงมาเห็นเข้าจักไม่งาม” อีอาร์มินเอื้อมมือไปคว้าจับกระจาดเนื้อมะพร้าวไว้ทัน แต่แล้วจู่ๆใบหน้ายิ้มแย้มนั่นกลับหมองลงพอได้ยินประโยคของเพื่อนสาว..นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตสบตาคู่คมของแจนด้วยความฉงนก่อนจะหันมาสบตาสีเขียวกลมโตสั่นไหว..รื้นน้ำตา..

 

“อีเอเลน..อย่าบอกนะว่าเจ้า..”

“ข้าออกจากเรือนใหญ่แล้ว..ข้าออกมาเองพวกเจ้าไม่ต้องกังวลไปดอก” เอเลนตัดบทคำถามจากไอ้แจน ปั้นยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกปวดร้าวข้างในยามนึกถึง..พยายามฝืนให้เนียนที่สุดว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรเพื่อไม่ให้เพื่อนรักต้องกังวลใจ

“ข้ามาอยู่กับพวกเจ้าแล้ว..เราสามคนจักได้อยู่ด้วยกันเหมือนแต่เดิมไม่ดีดอกหรือ”  อีอาร์มินได้ฟังคำพูดนั้นเธอถึงกลับพูดไม่ออก เพียงแค่มองก็รู้ว่าอีเอเลนคงผ่านอะไรมามากในช่วงเวลา 1 เดือน…ทั้งความสุขความเศร้าหรือแม้แต่..ความรักแรก..มองวูบเดียวก็รู้ว่าเพื่อนทาสสาวผมสีน้ำตาลสั้นมอบใจให้นายเหนือหัวของพวกทาสชั้นต่ำเฉกเช่นพวกเราเสียแล้ว

 

 

เก็บงำความเจ็บปวดเอาไว้ลึกสุด..เพื่อจะลืมทุกสิ่งที่ผ่านมา…

 

 

“อื้อ!!ยินดีต้อนรับกลับมาเอเลน” อาร์มินเลือกที่จะยิ้มหวานต้อนรับอีกฝ่ายด้วยใจจริง..เลือกที่จะไม่ถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 

 

เลือกที่จะแกล้งโง่ไม่ติดใจสงสัย..ถ้าทำให้คนสำคัญสบายใจ

จนกว่าหัวใจน้อยๆดวงนั้นจักเข้มแข็งพร้อมจะเล่าทุกอย่างด้วยตัวเอง

 

 

.

.

 

ฮาเนสยกผ้าขาวม้าลายตารางหมากรุกสีแดงขาวซับเหงื่อไคลที่ไหลย้อยหลังจากงานการเสร็จสิ้น ขายาวใต้โจงกระเบนสีน้ำตาลหม่นก้าวเดินอาดๆไปยังริมท่าเรือพร้อมกับไหเหล้าหมายจักดื่มผ่อนคลายความเหนื่อยล้าพร้อมนั่งแกว่งขารับลมเย็นๆที่พัดพาเอาไอน้ำสดชื่นยามพลบค่ำ…ดวงตาสีขุ่นมองเห็นแผ่นหลังกว้างคุ้นตานั่งอยู่ริมท่าเรือก่อนหน้านั้นทาสวัยกลางคนเลิกคิ้วสูงฉงนสงสัย ก่อนจะเดินเท้าเข้าไปทรุดนั่งข้างๆพร้อมตบหลังอีกฝ่าย

“มานั่งทอดอารมณ์อะไรคนเดียวเช่นนี้ไอ้แจน”

“พ่อ..” แจนขานตอบหันมองบิดาที่ส่งรอยยิ้มอบอุ่นในเสมอๆ  คนหนุ่มถอนหายใจแล้วหลุบตาลงมองกระทงใบตองสองอันในมือ…

 

 

ดอกมะลิอันหนึ่ง…ดอกอัญชันอันหนึ่ง…

 

 

“ไอ้แจน…”  ทาสวัยกลางคนอ่านความคิดลูกชายออกในทันที ตาสีเดียวกับทาสหนุ่มผมสีอ่อนหลุบมองดอกไม้สองชนิดในมือบุตรชาย…เปรียบเปรยแล้วก็คือ…เพื่อนทาสสาวทั้งสองคน…

 

 

จากเพื่อนในวัยเด็ก..เติบใหญ่กลายเป็นความรัก…

 

 

“อีเอเลนกลับมาเป็นทาสเหมือนเดิมก็จริง แต่เอ็งก็น่าจะรู้นางไม่ใช่สาวบริสุทธิ์..นางเป็นของคุณหลวงแล้ว”  เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยเตือนลูกชาย..เรื่องความบริสุทธิ์ผุดผ่องของหญิงสาวเป็นเรื่องสำคัญ

 

 

..ทว่า..อันความรัก…

..ขอเพียงมีใจให้กันไม่ว่าจะผ่านอะไรมาย่อมรับได้….

 

 

“ข้ารู้..ข้าเข้าใจว่าอีเอเลนได้กลายเป็นของสูงไม่มีทางเอื้อมมือถึง…แม้ว่าจักถูกทิ้งแล้วก็ตาม”

ปวดร้าว..เกลียดชังโกรธแค้นนายเหนือหัว ทั้งๆที่เป็นแค่ทาสแต่คิดอาจต่อว่าบุรุษผู้สูงศักดิ์ ผู้มีพระคุณ..หากไม่มีชายคนนั้นที่ซุกหัวนอน อาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม..สำหรับทาสแล้วปัจจัยทั้งสี่จักไม่มีเลยหากไร้นาย…ไอ้แจนรู้สึกตัวเองช่างเนรคุณชวนขี้กากขึ้นหัวยิ่งนัก

“แต่เพลานี้ข้า..สับสน…”  ตาคู่คมสั่นไหวยิ่งได้มองดอกอัญชันสลับดอกมะลิ…ทาสรุ่นลุงนามฮาเนสถอดถอนใจมองลูกชายของตนที่กำลังประสบปัญหาความรัก มือแกร่งหยาบกร้านตบบ่ากว้างแรงให้กำลังใจ

“ค่อยๆคิดไปไอ้แจน..ตรึกตรองให้ดีและเลือกในสิ่งที่ใจเอ็งต้องการ” พูดจบก็เทเหล้าในไหรินใส่ชามกะลาขึ้นซดดื่ม กินลมชมวิวกับลูกชายของตนกระทั่งท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำยามค่ำคืน ใต้ผืนฟ้า..ที่เต็มไปด้วยดวงดารา…

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

“บ่าวทน..เป็นตัวแทนของหม่อมเจ้าเพทร่าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ”

ได้โปรด..ฮึก…บ่าวทนไม่ไหวแล้ว..อึก!!..ปล่อยบ่าวไปเถิด..เจ้าค่ะ” 

 

 

“พี่รีไวล์จ้ะ…พี่รีไวล์?”

คนหนุ่มผมสีดำสะดุ้งโหยงตื่นจากภวังค์ความคิด..นัยน์ตาสีดำคมจ้องมองเจ้าของเสียงหวานล้ำสุภาพตราตรึงใจ นั่งพับเพียบอยู่ข้างกายบนลานนั่งไม้กลางห้องโถงในเรือนใหญ่สำหรับรับแขกของหม่อมเจ้าพิคซิส บิดาของหม่อมเจ้าเพทร่า

“พี่รีไวล์ไม่สบายหรือ? หมู่นี้ดูเหม่อลอยชอบกล”  หญิงสาวผมสีทองส้มดุจแสงตะวันจ้องมองหน้าหล่อเหลาคมเข้มดุจดาบในชุดราชปะแตนนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างกาย ดวงเนตรกลมโตคู่งามใต้ขนตาแพยาวส่งสายตาเป็นห่วงกังวลใจ

“ไม่มีอะไร..แค่ช่วงนี้งานค่อนข้างชุกชุม” หลวงรีไวล์บอกปัดถึงสาเหตุที่เขามักจะเหม่อ..นึกถึงเพียงคำพูดทั้งเสียงสั่นเครือกับสีหน้าแสนเศร้าปวดร้าวของเมียบ่าวที่ห่างนับ 14 ปี…เมื่ออาทิตย์ก่อน..

 

 

ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์..ไร้วี่แววอีเอเลนคิดเปลี่ยนใจกลับเรือนใหญ่

คงปรารถนาอยากตีตัวออกจากข้า…ช่างใฝ่ต่ำนัก!!!

 

 

หม่อมเจ้าเพทร่าลอบมองคนหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทตัดสั้นยกชาที่ให้บ่าวไพร่ตระเตรียมให้ขึ้นจิบดื่มคู่กับขนมจ่ามงกุฏที่เธอลงมือเข้าครัวทำเอง  คลี่ยิ้มเห็นอกเห็นใจ  “สองวันก่อนพี่รีไวล์ก็ออกตรวจตราเรือสำเภาจากจีนร่วมกับขุนมิคาสะ..ไหนจะเวรตรวจตรายามดึกอีก..น้องเป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ”

“ขอบใจเจ้ามาก..เพทร่า” รีไวล์ยิ้มบางๆ..รอยยิ้มอ่อนโยนให้แก่รักแรกที่ไม่มีวันลืมและไม่มีวันเอื้อมถึงไปทุกขณะ…ตาคู่คมพิศมองดวงหน้าสวยที่ดูซูบลง เหนื่อยล้าเห็นได้ชัด…

 

อาการป่วยของหม่อมเจ้าเพทร่า รังแต่จะทรุดลงเรื่อยๆ

..ทั้งที่เป็นเช่นนั้นช่างเป็นผู้หญิงมีใจสู้อยากจะใช้เวลาที่เหลือให้มีความสุขอย่างถึงที่สุด..

…ช่างเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งนัก…

 

 

.

.

 

 

ท้องฟ้าเคลื่อนคล้อยตามเวลาที่ไม่เคยหยุดเดิน บัดนี้ท้องฟ้าสีครามสดใสถูกฉายฉาบด้วยอาทิตย์ยามเย็นจนเป็นสีแดง เหล่านกน้อยเริ่มบินลัดฟ้าข้ามผ่านดวงตะวันที่กำลังร่วงหล่นขอบฟ้า เพื่อกลับรังของพวกมัน..

หลวงรีไวล์เองก็เช่นกัน…เขาเดินมาหยุดอยู่ที่รถเกวียนลากของตนที่จอดรออยู่หน้าเรือนหม่อมเจ้าพิคซิส..คนหนุ่มผินกายกลับไปบอกลาหญิงผมสีส้มทองยาวประบ่าในมือถือกระทงใส่ดอกจำปีที่นางชื่นชอบเป็นที่สุดไว้ซึ่งมายืนส่งเขาหน้าเรือน

 

“ขอบใจมากสำหรับขนมวันนี้ ฝีมือทำขนมของเจ้ายังเลิศรสเช่นเคย”

“หามิได้ดอกพี่รีไวล์..จ่ามงกฎนี่ข้าเองก็พึ่งหัดทำครั้งแรก”

 

เพทร่าเดินมาส่งพร้อมบ่าวไพร่ที่หมอบอยู่ข้างๆ เธอคลี่ยิ้มเคอะเขินกับคำชมของอีกฝ่าย คำพูดถ่อมตนของสตรีผู้งดงามเลอโฉมพร้อมทั้งรูป ทรัพย์ ชาติตระกูล กริยามารยาท..จนเป็นที่น่าอิจฉาของสตรีทั้งหลาย…เป็นผู้หญิงที่ไม่เคยถือตนยกสูงข่มผู้ใดทั้งสิ้น..เหตุใดคนดีๆเช่นนางถึงได้ถูกฟ้ากลั่นแกล้งให้เป็นโรคร้าย.. ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย..

 

“พรุ่งนี้ข้าจักมาหาเจ้าใหม่”  บุรุษทหารกล้ายศขุนหลวงเอ่ย

“จ้ะ…แล้วพรุ่งนี้พี่รีไวล์อยากกินขนมอะไรเป็นพิเศษหรือ?”  คำถามของหม่อมเจ้าเพทร่า..หลวงรีไวล์กลอกตาขึ้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบทั้งรอยยิ้มบางๆ  “ข้าชอบขนมตาลของเจ้า…ขนมตาลฝีมือเจ้าไม่เคยมีผู้ใดเทียบได้”

“เห? ขนมตาลอีกแล้วหรือ คิกๆ”  หญิงสาวป้องปากหัวเราะน้อยๆ คลี่ยิ้มขำขันพยักหน้าตอบรับคำขอของอีกฝ่าย

“ได้จ้ะ…พรุ่งนี้ข้าจักทำขนมตาลให้พี่รีไวล์”

“แล้วข้าจักรอ” หลวงรีไวล์กล่าวทิ้งท้ายเป็นดั่งสัญญา ก่อนก้าวเท้าขึ้นรถเกวียนขยับลากออกไปจากเรือนใหญ่ของหม่อมเจ้าพิคซิสจนลับสายตาของหญิงสาวยศหม่อมเจ้าที่ยืนส่งด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่จักทำให้ชายหนุ่มผู้จากจรได้อบอุ่นหัวใจไปอีกนาน

 

.

.

 

 

อีกด้านหนึ่ง..ที่เขตเรือนทาสในรั้วบ้านของหลวงรีไวล์ ท่าเรือต้องแสงแดดยามเย็นสีส้มทองสาดส่องกระทบผิวน้ำจนแลดูเป็นสีทองอร่ามสวยงาม  ดวงเนตรคู่คมสีฟ้าอ่อนจ้องมองผิวน้ำที่กระเพื่อมยามต้องแรงลมที่พัดผ่าน ปลาเล็กปลาน้อยบ้างก็ดีดตัวขึ้นมาเหนือผิวน้ำใสสะอาดในลำคลอง ไอ้แจนนั่งถอดถอนใจอยู่ริมท่าเรือ..ยังไม่อาจตัดสินเรื่องหัวใจแสนสับสนของตัวเองได้ จึงไม่กล้าพบหน้าทั้งอีเอเลนอีอาร์มินร่วม 3 วันแล้ว…

 

เสร็จงานก็หลบหลีกปลีกตัวไปมา..จบลงที่นั่งทอดหุ่ยเอาขาแช่น้ำริมท่ายามเย็นทุกครา…

โดยที่ไม่รู้ว่า…

 

 

“เฮ้ย!!!!!!!!!”

 

ตูม!!!!!!!!!!!

 

คนหนุ่มร่วงตกน้ำคลอง ไอ้แจนรีบแหวกว่ายตะกายขึ้นน้ำอ้าปากหายใจหอบเกาะท่าเรือแน่น น้ำหูน้ำตาไหลพรากแสบตาจนแดงก่ำ พอได้ยินเสียงหัวเราะใสๆบนระแนงไม้ที่ต่อยื่นเป็นท่าเรือนั้นจึงเงยหน้าถลึงตาใส่

“อีเอเลน!!!!!”

“ฮ่าๆๆ ร้องเสียงดังเป็นผู้หญิงยิงเรือไปได้”  อีเอเลน..อีทาสสาวตัวแสบจอมซุกซนเหมือนบุรุษ คนที่ชอบแกล้งเล่นพิเรนทร์ให้เขาตกท่าตกน้ำตกใจมีแค่คนตรงหน้านี่แหละ..รักแรกที่ทำตัวยิ้มขำสนุกสนานกับการได้ลอบย่องเดินมาผลักเขาที่มัวแต่เหม่อไม่รู้เนื้อรู้ตัว…คิดแล้วมันน่าปีนขึ้นไปแล้วถีบให้ตกน้ำด้วยกันอีกราย

“อีเอเลนเอ็งมัน!!!”  ไม่รู้จะสรรหาคำด่าอะไรดี …พอเห็นอีเอเลนนั่งยองๆอยู่ตรงหน้ากอดเข่าเอียงคอมองด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย “ไอ้แจน…เจ้าหายหน้าหายตาไปตั้ง 3 วันมีเรื่องอันใดไม่สบายใจหรือ?”

“เปล่า..ไม่นี่..” แจนตอบปัดทั้งเสียงแผ่วเบาโดยที่ยังไม่ยอมปีนขึ้นฝั่ง ตาสีฟ้าคมเฉหลบตาสีเขียวกลมโตจ้องมองคล้ายกำลังจับผิด…อันที่จริงเรียกจับผิดและเค้นคำตอบเลยดีกว่า…

“อาร์มินเป็นห่วงเจ้ามาก..ข้าก็เป็นห่วงเจ้า..เราสามคนเป็นเพื่อนกันนะ” สาวผมสีน้ำตาลสั้นเอ่ยบอกคนหนุ่มตัวสูง..ดูท่าการหนีปัญหามาเกือบ 3 วันนั้นคงได้เวลาสิ้นสุดแล้ว..คนผมสีอ่อนลู่เปียกน้ำถอนหายใจ..เขา..หลับตาลงทบทวนสิ่งที่คิดใคร่ครวญสิ่งที่จะกระทำต่อจากนี้…

 

 

จะส่งผล..ต่อความสัมพันธ์เพื่อนรักที่มีมายาวนานตั้งแต่เยาว์วัย..ไปตลอดกาล

 

 

 

“อีเอเลน”

“หือม์ ? “  ทาสสาวผมสีน้ำตาลในชุดกระโจมอกสีน้ำตาลกับโจงกระเบนสีเขียวหม่นหันมองตามร่างกำยำของทาสบุรุษเพื่อนสนิทแหวกว่ายออกจากท่าเรือ ไปเกาะเรือไม้ลำยาวที่ใช้นั่งออกจับปลาทุกเช้ากับพ่อของตน คนหนุ่มปีนขึ้นเรืออย่างชำนาญจับไม้พายแหวกว่ายเคลื่อนให้ตัวเรือเดินมาเทียบฝั่ง

“ข้า..มีเรื่องอยากคุยกับเอ็ง ขึ้นเรือมากับข้าหน่อยได้หรือไม่”   คำขอทั้งเสียงแผ่วเบา..ไอ้แจนก้มหน้าลงต่ำสีหน้านิ่งเรียบชวนแปลกประหลาด ผิดวิสัยนั่นทำเอาอีเอเลนเลิกคิ้วงุนงง  เวลานี้ก็ค่อนข้างโพล้เพล้เสียแล้ว ดวงอาทิตย์กำลังจะตกดินอีก…รู้อยู่ว่าบุรุษกับสตริหากไม่มีใจกันไม่ควรอยู่ลำพังสองต่อสองในช่วงเวลาเช่นนี้…

 

แต่กับไอ้แจน..เพื่อนสนิทรักเหมือนพี่เหมือนน้อง..ทาสสาวจึงไม่ทันคิดคำนึงถึงจุดนี้…

 

“ได้สิ” เอเลนยิ้มร่าแล้วก้าวเท้าลงเรือ นั่งอยู่ในฝั่งตรงข้ามปล่อยให้ไอ้แจนขยับไม้พายล่องเรือออกไปตามเส้นทางลำคลอง..โดยไม่รู้เลย…ว่ามีสายตาคู่หนึ่งแอบซ่อนหลังพุ่มต้นโมกแอบมองอย่างปวดร้าวในใจ…

“ไอ้แจน..กับ..เอเลน..” อาร์มินกระซิบเสียงสั่นเครือเอ่ยนามเพื่อนสนิททั้งสอง..ตาสีฟ้ากลมโตสั่นไหวมือกุมหัวใจที่ปวดร้าวราวกับเข็มทิ่มแทงไม่มีหยุด…มือเล็กๆยกขึ้นปิดปากแน่นพยายามอดกลั้นเสียงสะอื้นสะท้อนความเสียใจเอาไว้..น้ำตาไหลรินอาบแก้มใสทั้งๆที่รู้แก่ใจรู้อยู่แล้วว่าทาสหนุ่มนั้นหลงรักเพื่อนสนิทของเธอ

 

 

ในช่วงเวลาที่เอเลนย้ายไปอยู่บนเรือนใหญ่…ความใกล้ชิด…ดูแลซึ่งกันและกัน…คอยปลอบโยนให้กำลังใจ

จากความสงสารซึ่งกันและกันที่ต้องสูญเสียคนสำคัญเปรียบเสมือนดั่งครอบครัว…แปรเปลี่ยนความรู้สึกของทาสสาวสินไถ่

…ทั้งที่รู้เราสองคนเป็นได้แค่เพื่อนสนิท…..ทว่า…กลับเผลอมีใจให้ไอ้แจนเสียแล้ว

 

 

ทนไม่ได้…ไม่อาจทนเห็นได้อีกต่อไป เธอหมุนตัวหันหลังแล้ววิ่งหนีภาพดังกล่าว…ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือชนเข้ากับร่างๆหนึ่งแรงเสียจนหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้า

“อีอาร์มิน!!รีบวิ่งเช่นนี้จักไปไหนกัน? “ ลุงฮาเนสร้องตกใจมองทาสสาวที่ทรุดนั่งกระแทกกองกับพื้นตัวสั่น ไหล่น้อยๆเหนือกระโจมอกสีฟ้าอ่อนสั่นไหว ถ้ามองไม่ผิดละก็…ทาสสาวแรกรุ่นตรงหน้ากำลังร้องไห้!!?

“อีอาร์….เดี๋ยว!!อีอาร์มิน!!!”

ไม่แม้แต่ฟังเสียงห้ามจากบิดาของไอ้แจน  หญิงสาวทาสสินไถ่กลับลุกพรวดพราดวิ่งสวนทางออกไป  ไม่สนใจที่จะปัดเศษดินเศษฝุ่นที่เปรอะเปื้อนโจงกระเบนสีน้ำตาลเข้ม ทิ้งให้ฮาเนสเกาศีรษะมองตามหลังสาวน้อยผมทองยาวประบ่าวิ่งหายไปจนลับสายตาอย่างงุนงง   “เกิดอะไรขึ้นหว่า?”

 

.

.

.

 

 

สายน้ำเย็นๆชื่นช่ำอุราเคลื่อนผ่านท้องเรือไม้จนโคลงเคลงทุกครั้งที่ไอ้แจนพายเรือด้วยไม้พายยาว ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีครามเข้มยามพลบค่ำ หมู่ดาวเริ่มปรากฏบนน่านฟ้าบ้างเป็นบางดวงสะท้อนผิวน้ำใสสะอาดของลำคลองที่เชากับสตรีตรงหน้าเติบโตเคียงคู่ด้วยกันมาแต่เล็กแต่น้อย

“จะว่าไป..ข้ากับอาร์มินไม่ได้นั่งเรือกับเจ้ามานานมาก..ตั้งแต่พวกเราอายุเข้าเลขสิบ” เอเลนเล่าทั้งรอยยิ้มสดใส..รอยยิ้มที่แสนซุกซนทโมนเสียจนเรียกรอยยิ้มบางๆบนหน้าหล่อเหลา

 

“จริงอย่างที่เอ็งว่า…ข้าเองก็ต้องเริ่มเรียนรู้ที่จักทำงานออกเรือจับปลากับพ่อ ส่วนเอ็งกับอีอาร์มินก็ต้องเข้างานครัวประจำ”

“พวกเราเคยโดดงานไปเล่นที่ไร่นาครั้งหนึ่ง จำได้ว่าอาร์มินมักเป็นคนคอยเตือนเราทั้งสองเสมอว่า อย่าทำเลยเดี๋ยวโดนผู้ใหญ่ว่า แต่สุดท้ายก็เผลอสนุกไปด้วยกัน กลับมาก็โดนยายเอี่ยมเอาไม้มะยมตีเรียงตัวเข้าให้”

“ตอนนั้นข้าจำได้เอ็งออกปากรับแทนอีอาร์มินแทนส่วนหนึ่งด้วย เพราะเป็นคนบังคับลากอีอาร์มินออกไป”

 

เรื่องราวในอดีตวัยเด็กถูกขุดคุ้ยสนุกปากท่ามกลางเสียหัวเราะตลกขำขัน..ไอ้แจนคลี่ยิ้มมองหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลสั้นตรงหน้าที่ขำจนตัวงอ..ท่าทางสดใสร่าเริงอย่างๆน้อยๆก็เป็นคลายความโศกเศร้าทุกข์ระทมที่เจ้าตัวแอบเก็บซ่อนไว้ภายใน ไม่ยอมบอกเล่าเรื่องราวและเหตุผลที่ออกจากเรือนใหญ่ด้วยตัวเอง..

ตาสีเขียวสดสวยกลมโตพราวระยิบระยับ..จ้องมองออกไปตลิ่งริมคลองไอ้แจนหันมองตามก็พบเข้ากับพุ่มดอกอัญชันจำนวนมาก..จึงรู้ว่าหญิงสาวแรกรุ่นปรารถนาอยากเด็ดดอกอัญชันมาเก็บไว้จึงชะลอความเร็วลงแล้วพายเรือบังคับหัวเรือให้เข้าเลียบริมฝั่ง

 

“ข้าเก็บให้” ออกปากอาสาชายหนุ่มก้าวเท้าเหยียบขึ้นฝั่งแล้วเด็ดดอกอัญชัน..ดอกไม้ริมทางไร้กลิ่นสีน้ำเงินดอกเล็กยื่นให้เอเลนดอกแล้วดอกเล่าจนกว่าทาสสาวจะพอใจ  จึงก้าวลงเรืออีกครั้งแล้วขยับไม้พาย…พายเรือออกไปสู่ใจกลางลำคลองยาวสุดลูกหูลูกตา..

“เจ้า..มักจะเก็บดอกอัญชันให้ข้าเสมอๆ ขอบใจเจ้ามากไอ้แจน” เสียงหวานเอ่ยทั้งรอยยิ้มจนตาหยี  มือเล็กประคองเหล่าดอกอัญชันนับสิบกว่าดอกในมือ คนหนุ่มผมสีอ่อนหน้าขึ้นสีแดงเข้มใบหน้าหล่อเหลาร้อนวาบไปถึงใบหู ตาสีฟ้าคมเฉหลุบมองผิวน้ำใสสะอาดในคลองสะท้อนท้องฟ้าที่มืดตัวลงเป็นสีดำสนิท เหลือเพียงดวงดาราระยิบระยับบนฟากฟ้างดงามราวกับว่าได้มีท้องฟ้าอีกโลกหนึ่งอยู่ใต้คลองกว้างแห่งนี้

 

 

กึก..

 

เรือไม้ยาวหยุดขยับ…ไอ้แจนก้มหน้าลงต่ำไม่ยอมขยับไม้พาย เอเลนเอียงคอมองเพื่อนทาสหนุ่มคนสนิทอย่างงุนงง

“เอเลน”

“อะไรหรือไอ้แจน?” ดวงหน้าหวานน่ารักดั่งสาวแรกรุ่นเลิกคิ้วสูงขานรับ

“ข้า..กับเอ็งแล้ว.ตลอดเวลาที่ผ่านมา…” เสียงทุ้มสั่น…พยายามคุมไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้ ประหม่าเสียจนหัวใจเต้นรัวเจียนหลุดจากอก มือทั้งสองกำด้ามไม้พายแน่นจนขึ้นข้อขาว ปากหนาเม้มจนเป็นเส้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาสีเขียวคู่งามเบื้องหน้า..อย่างแนวแน่!!!

 

“ข้าชอบเอ็ง..อีเอเลน”

 

 

TBC

++++++++++++++++

 

ตอนนี้ไอ้แจน อีอาร์มินบทเยอะจริงค่ะ

เปิดตัวฉากขูดมะพร้าวเกิดจากการคุยในทวิต ขอยัดลงทีเถอะมันเป็นโมเม้นต์ที่ชวนกร้าวมาก555+

สมัยก่อนชายหนุ่มจีบสาวเขาก็แอบมาช่วยหญิงขูดมะพร้าวอีกวิธีด้วยนะ ฮาา

เรื่องนี้อันใจชายช่างโลเลนักแล…

เนื้อหาในฟิคยาวอิงตามทามไลน์ที่โรลทวิตไว้ด้วยนะคะ จะมีจุดเชื่อมอยู่

พระเอก(?)นางเอกไม่มีบทร่วมกันค่ะ  ใครคิดถึงขุนมิคาสะรอไปก่อนนะ 55

[Fic Attack on titan][Levi x Eren]Obligation//part4

 

[Fic attack on titan] Obligation

Paring   : Levi x Eren

Rate     :  Nc-17  

Story    : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

Obligation 4

 

 

กระดาษหนังสือพลิกเปิดทีละหน้าดังเสียงกรอบแกรบชัดในห้องโถงกลมกว้างใหญ่ แสงอาทิตย์ส่องสว่างจากช่องหน้าต่างบนเพดานสูงชัน…ความสว่างยามเช้าสายๆกระทบร่างชายชราคนในชุดคลุมสีขาวตัวยาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวประจำ ดวงเนตรสีฟ้าขุ่นตามวัยที่โรยราจับจ้องตัวอักษรบนหน้ากระดาษพลางขมวดคิ้วใจจดจ่อกับเนื้อหาที่ซึมซับเข้าสมอง

“โหมงานเช่นนั้น เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอกท่านปู่” เสียงหวานตามด้วยฝีเท้าเบาบางเข้าผ่านซุ้มประตูใหญ่ขนาบด้วยเสาดอริก

“ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้หรอกอาร์มิน..การเป็นอาจารย์สั่งสอนเด็กต้องพร้อมเพรียงอยู่เสมอๆ”  ชายชรากล่าวกับหลานสาว มือเหี่ยวย่นพับปิดหนังสือเล่มหนาปึกจัดวางไว้ข้างๆ  แล้วค่อยๆลุกจากเก้าอี้ รวบรวมกองหนังสือที่ไม่ใช้ไปจัดวางในชั้นวางสูงชันรอบโต๊ะ…อาร์มินถอนหายใจพลางมองนักปราชญ์อัลเรลโต้…นักปราชญ์ขั้นสูงเช่นเดียวกับ คิชา เยเกอร์  นักปราญช์ผู้มีสติปัญญาล้ำเลิศผู้เป็นเจ้าของหอสมุดแห่งเอเธนส์ศูนย์รวมความรู้และศาสตร์ต่างๆที่เหล่านักปราชญ์บันทึกไว้รุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นหนังสือนับพันกว่าเล่มเต็มชั้นวางห้องโถง…

งานเฝ้าหอสมุดคือหน้าที่ของตระกูลอัลเรลโต้..เป็นเช่นนี้มาตลอด…

“แต่ท่านปู่ก็ทบทวนเสียทั้งคืนแล้ว..”  สาวกรีกวัยแรกแย้มผมสีทองพึมพำ ตาสีฟ้ากลมโตงดงามทอดสายตาไปยังชายชราผู้เป็นนักปราชญ์ชั้นสูงด้วยสีหน้ากังวลใจ  นักปราชญ์อัลเรลโต้เก็บหนังสือเข้าชั้นเสร็จผินหน้ามองหลานสาว..เพียงคนเดียวที่เลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อย ทั้งฉลาดเฉลียวทั้งอ่อนโยนบอบบางสมนิยามอิสตรีชาวกรีกพึงนิยม เขาก้าวเท้าเข้ามาหาหลานสาวแล้ววางมือลูบศีรษะ

“ข้าไม่เป็นอันใดไปง่ายๆหรอกอาร์มิน..และต่อให้ข้าเป็น..ข้าก็หาได้กังวลในเมื่อเจ้าคือผู้สืบทอดงานของข้า”

“แต่…”

“อาร์มิน..ทุกสิ่งในโลกล้วนไม่จีรัง นี่คือศาสตร์แห่งความไม่เที่ยง..เจ้าเองก็น่าจักเข้าใจ ฉะนั้นทำวันนี้ให้ดีที่สุดเป็นการดีออกมิใช่หรือ”  คำของนักปราชญ์..ปรัชญาแท้จริงนั่นทำให้เด็กสาวก้มหน้าลงต่ำพยักหน้าเข้าใจเราชาวกรีกเกิดมาเพื่อแสวงหาความรู้ คงอยู่ด้วยปรัชญา เหตุผล และพยายามที่จะสร้างสังคมอุดมคติที่มีแต่ความสวยงาม..

แม้หัวใจไม่อยากยอมรับนัก…ทว่า..ปรัชญาข้อนี้คือสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้..

ฝีเท้าหลายคู่ย่างกรายเข้ามาดังชัดจากประตูใหญ่หน้าหอสมุด นักปราชญ์อัลเรลโต้ผละมือจากหลานสาว เดินไปลากกระดานชนวนสีดำที่เตรียมพร้อมไว้ข้างโต๊ะ อาร์มินจีบกระโปรงขึ้นย่อตัวบอกลาปู่ของเธอก้าวเดินออกไปจากห้องโถงใหญ่ใจกลางหอสมุดเอเธนส์สวนทางกับเหล่าเด็กชายหญิงวัย 5- 10 ขวบวิ่งกรูถือกระดาษม้วนสารตามกับปากกาขนนก

นอกจากเป็นหอสมุด…สถานที่แห่งนี้คือสถาบันเตรียมสอนเหล่าเด็กที่หมายมั่นจักเป็นนักปราชญ์ในอนาคต…

ปากอิ่มคลี่ยิ้มมองเหล่าเด็กน้อยๆเหล่านั้น ภาพในอดีตวกย้อน..ช่างสะท้อนวัยเด็กของเธอ..อาร์มิน เอเลน และมิคาสะก็เป็นหนึ่งในศิษย์ของนักปราชญ์อัลเรลโต้ด้วยเช่นกัน ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง..จนบัดนี้ได้เติบใหญ่เป็นหญิงสาวต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิตการงานที่ต่างกันไป…

อาร์มิน..คือสืบทอดนักปราชญ์ผู้ถือครองหอสมุดแห่งเอเธนส์…

มิคาสะ…เป็นนักปราชญ์แนวหน้าด้านสร้างสรรค์ยุทโธปกรณ์การรบ..

ส่วนเอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์…ความสามารถอันโดดเด่นนั่นยังมิทันได้แสดงก็ต้อง…

ดวงหน้าสวยก้มลงต่ำจนเรือนผมสีทองสว่างปรกปิดสีหน้า..อันแสนเศร้าหม่นหมอง..

“เอเลน..”  กล่าวถึงเพื่อนรักผมสีน้ำตาลยาวสลวย..แม้ผลการเรียนจะไม่เลิศเลอเท่าอาร์มิน ทว่า..นางทั้งสวยสง่า..เข้มแข็ง ใจเด็ดเดี่ยวมั่นคงในความถูกต้อง..แม้จักหัวรั้นจนดูแข็งกร้าวไปบ้าง..ทว่าสิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่อาร์มินไม่มีและอยากที่จะเป็นเยี่ยงอย่างบ้าง…

“ฮึก..ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”

 

 

จากไปไกลเสียแล้ว..การเสียสละเพื่อความสงบสุขของเราชาวกรีก..

หารู้ไม่..ว่าจักต้องแลกด้วยน้ำตาของบุตรีเยเกอร์แค่ไหน..

น้ำตาไหลรินพรูพรั่งทั้งที่สัญญากับเอเลนว่าจะไม่ร้องไห้แล้วแท้ๆ  ความเสียใจที่ก่อกุมทำให้หลานสาวของนักปราชญ์อัลเรลโต้ต้องกลับไปสงบสติอารมณ์ในห้องนอนอยู่เป็นเวลานาน  แล้วจึงออกมาจากห้องก้าวเดินถือตะกร้าสานออกไปนอกหอสมุดใจกลางเมืองเอเธนส์รวมทั้งเป็นบ้านของนางด้วยชุดกระโปรงยาวสีขาวโปร่งพลิ้วสวยซึ่งตัดเย็บเอง   สวนทางเหล่าชาวบ้านที่รู้จักกันมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย ฉีกยิ้มทักทายพวกเขาเหล่านั้นแล้วเดินต่อตรงไปยังเป้าหมาย

โครงกระท่อมทำจากหินสีเทาเรียงสูงตั้งอยู่ในย่านการค้า…ความร้อนระอุจากเปลวเพลิงไอร้อนระอุพัดผ่านผิวขาวผ่องบนแขนเรียวบางจนอุ่น   ดวงตาสีฟ้าสอดส่องสายตามองเข้าไปในร้านตีเหล็ก..ร้านสร้างอาวุธที่มีอยู่ ณ เมืองเอเธนส์เพียงแค่สองร้านเท่านั้น เหล่าบุรุษชาวกรีกในที่แห่งนี้ล้วนมีรูปร่างกำยำล่ำสันแข็งแรง..และมักเป็นที่ไม่นิยมพึงชอบของสตรีชาวกรีกนัก ด้วยเหตุที่พวกเราชาวกรีกมีค่านิยมชื่นชมผู้คนที่ปัญญา

ส่วนมาก…คือเหล่าผู้คนที่ ไม่อาจเอาดีด้านการเรียนรู้

ทว่า…คนเหล่านี้…หากเทียบกับทหารโรมันแล้วนิสัยดีกว่ามากโข…

“อ้าว..ท่านหญิงอาร์มินมาหาเจ้านั่นหรอกหรือ?”  เสียงทักทายทุ้มห้วนขยับปากที่เต็มไปด้วยหนวดเคราสีดำดกยุ่งเหยิง มือใหญ่ควงค้อนที่ใช้ทุบแผ่นเหล็กบนเตาร้อนให้เป็นทรงดาบเรียว  อาร์มินหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อตาสีฟ้าสอดส่ายด้วยความขวยเขินท่าทางเหล่านั้นยิ่งเรียกเสียงหัวเราะของช่างตีเหล็กและบรรดาลูกมือทั้งหลาย

“ไอ้หมอนั่นทำงานเสร็จสิ้นแล้ว ข้อเลยปล่อยให้ไปพักผ่อนคงจะนอนงีบอยู่ที่เนินดอกทานตะวันนั่นแล”

“ข…ขอบคุณมากจ๊ะ” รีบย่อตัวลาวิ่งออกไปก่อนจะถูกเหล่าบุรุษเอ่ยแซวจนหน้าช้ำหน้าแดงเขินอายไปมากกว่านี้ อาร์มินเดินมาจนถึง…เนินทุ่งดอกทานตะวันงดงามสีทองอร่ามตาสีฟ้ากลมโตสอดส่ายมองหาบุคคลนั้นจนกระทั่ง..ในที่สุดก็ได้พบเจอ..ชายหนุ่มเปลือยกายท่อนบนเผยกล้ามมัดผิวสีแทนคล้ำแดดสะท้อนแสงอาทิตย์นอนแผ่  เอามือสอดประสานหลังท้ายทอยหลับตาพริ้ม…อาร์มินเห็นแล้วก็อดขำขันไม่ได้ว่าแล้วก็คิดแกล้งหยอกอีกฝ่ายนางย่องฝีเท้าให้เบาที่สุดเข้าใกล้..

เผี๊ยะ!!!!

“โอ๊ย!!!”  บุรุษผมสีอ่อนร้องเสียงดังเด้งกายลุกนั่งมือกุมหูที่เจ็บแปล้บ พอหันไปแยกเขี้ยว ก็พบกับหญิงสาวตัวดีที่ริอาจมาดีดหูยามเคลิ้มหลับเอาแต่นั่งคุกเข่าหัวเราะร่า สีหน้าเคืองนั่นจึงแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง

“ท่านหญิงอาร์มิน!!?มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!!ข้าตกใจหมด”

“สักครู่ยามเห็นจะได้..นานพอที่ข้าได้เห็นแจนนอนกรนเชียวล่ะ” คำหยอกล้อทั้งรอยยิ้มแย้ม  แจนช่างตีดาบถึงกับหน้าขึ้นสีอายที่ตัวเองแสดงกริยาน่าขันเหล่านั้น  อาร์มินหยุดหัวเราะเธอสังเกตเห็นเขม่าสีดำติดบนปลายจมูกบนหน้าคมหล่อเหลา..ก็ยิ่งน่าขันเสียจนอดหัวเราะอีกระลอกเสียไม่ได้

“ม..มีอะไรอีกหรือท่านหญิง?” แจนกล่าวทั้วเสียงแง่งอน เริ่มไม่มั่นใจในภาพลักษณ์ตัวเอง แต่แล้วผ้าเช็ดหน้าสีขาวบางในตะกร้าสานที่นางถือมาถูเช็ดลงบนปลายจมูกโด่งได้รูปอย่างนิ่มนวล “จมูกเจ้าเลอะ”

คำตอบทั้งเสียงอ่อนหวาน..ปากอิ่มสีชมพูระเรื่อขยับยิ้มน้อยๆ ตาสีฟ้ากลมโตจ้องมองอย่างใส่ใจทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยนเสียจนช่างตีดาบผู้ต้อยต่ำอดหน้าขึ้นสีเสียไม่ได้..

“เสร็จแล้ว เพียงเท่านี้เจ้าก็กลับมาหน้าใสเช่นเดิม” พูดติดตลกตามด้วย..รอยยิ้มเรือนผมสีทองสว่างยาวประบ่าต้องแสงอาทิตย์ยามเช้าสายๆสายลมอ่อนพัดผ่านจนพลิ้วไหวคลอเคลียพวงแก้มสีชมพูระเรื่อ..ช่างน่ารักงดงามนัก

“ข้าเอาหนังสือมาให้เจ้า” มือล้วงหยิบหนังสือปกสีแดงในตะกร้าส่งให้ชายผมสีอ่อน ดวงเนตรคมสั่นพราวตื่นเต้น

“ท่าน..ท่านหญิงข้าดีใจเหลือเกิน..แต่หนังสือเล่มนี้อักษรยากนัก..ข้าอ่านไม่ค่อยออกเสียเท่าไหร่”  ช่างตีเหล็กแจนพลิกกระดาษอย่างเบามือ มุ่นคิ้วมองตัวหนังสือเป็นพรืดในนั้นมือกุมขมับเกาหัวแกรกๆ ยกหนังสือขึ้นมาเข้าๆออกใกล้หน้าพยายามเพ่งอ่านเท่าที่จะสามารถทำได้ ปากหนาขยับออกเสียงผิดๆถูกๆทวนให้แน่ใจว่าคำที่อ่านนั้นถูกต้องหรือไม่

“ถ้าแจนอยากอ่านออก ก็ต้องเรียนภาษากับข้าเพิ่ม”  อาร์มินคว้าหยิบม้วนกระดาษพร้อมปากกาขนนกและหมึกซึมยื่นให้  แจนตาโตฉีกยิ้มร่าเริงตื่นเต้นพยักหน้ารัวๆ ขานตอบทั้งเสียงตื่นเต้นหวังใฝ่รู้

“ได้!!ข้ายินดียิ่งนัก”  มือแกร่งหยาบกร้านวางหนังสือปกแดงไว้ข้างๆแล้วหันมาจับปากกาขนนกเตรียมพร้อมรอฟังหลานสาวของนักปราชญ์อัลเรลโต้ผู้งดงามแสนอ่อนโยน…

.

.

อีกฝากฝั่งไกลออกไป…คือกรุงโรมอันแสนยิ่งใหญ่ใต้ท้องฟ้าและนภาสีครามช่างคึกครื้นยิ่งนัก..เหล่าชาวบ้านชายหนุ่มหญิงสาวอยู่ในชุดชนชาติโรมันพร้อมองค์ให้สวยหล่อที่สุด..พวกเขาขยับเท้าก้าวออกจากบ้านเรือนอุ้มลูกเด็กเล็กแดงสนทนาพูดคุยสนุกสนานทั้งสีหน้าตื่นเต้น

“ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง”

“ข้ารอเวลานี้มานานแสนนาน”

“หวังว่าครั้งนี้จักตื่นเต้นยิ่งกว่าครั้งที่แล้ว”

หญิงสาวผมสีน้ำตาลมัดรวบในชุดเครื่องแบบทหารสวมเกราะกับผ้าคลุมพลิ้วไหวสีแดง ยืนเท้าคางกับระเบียงอิฐอยู่เบื้องบนป้อมของสถานที่อันแสนศักดิ์สิทธิ์ ดวงเนตรสีน้ำตาลฉายแววพราวสนุกสะท้อนเหล่าชาวโรมันทั้งหลายแลเดินกรูกันผ่านทางเข้าออกทั้ง 80 บานประตูสู่อัฒจันทร์เตรียมดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นใจกลางอาคารทรงกลมด้วยสถาปัตยกรรมงดงาม

“คึกคักเช่นเคย” ฮันซี่ผิวปากเคาะนิ้วกับกำแพงแล้วยืดตัวยืนเต็มความสูง   ก่อนจะปรายตาไปยังที่นั่งชั้นบนสุดที่ชัดวางไว้หรูหราถึง 4 ที่นั่งไล่เรียงตามลำดับความสำคัญซึ่งยังคงว่างเปล่าไม่มีใคร

“ชาวบ้านมาจนครบแล้วขอรับหัวหน้าฮันซี่” ทหารชั้นผู้น้อยก้าวเดินมาหยุดตรงหน้า ยกมือจรดหัวคิ้วทำความเคารพกล่าวรายงาน ทหารสาวผู้แข็งแกร่งไม่แพ้บุรุษพยักหน้าแล้วเดินไปหาแม่ทัพมิเกะที่รอดูสถานการณ์อยู่ในเงาใต้ป้อมเล็กๆ  ทหารผมสีอ่อนปรกตาพยักหน้าแล้วเดินออกไปเพื่อไปตามบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้ให้มาเปิดงานศักดิ์สิทธิ์ประจำกรุงโรมแห่งนี้

“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน!!ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลายในที่สุดวันนี้ก็มาถึง..วันที่มรสุมแห่งความกล้าหาญและความแข็งแกร่งจักถูกทดสอบในสนามประลอง..สถานที่อันทรงเกียรติ  ‘ โคลอสเซียม’แห่งนี้!!!!

พิธีกรกล่าวเปิดงานด้วยเสียงตะโกนดังกึกก้อง น้ำเสียงที่ไหลรื่นน่าตื่นเต้นสนใจฟังดูฮึกเหิมชวนเรียกเสียงร้องเฮลั่นพร้อมเพรียงการปรบมือเกรียวกราดทั้งสนาม

“ถึงเวลาแล้วดังนั้นข้าพเจ้าขอเชิญพวกท่านทั้งหลายพบกับบุรุษผู้เปี่ยมเมตตาและความหาญกล้าปรีชาสามารถทรงไว้ด้วยเกียรติยศแห่งเราเหล่าชาวโรมันสายเลือดนักสู้ยิ่งใหญ่ กษัตริย์เอลวิน!!!”  

บุรุษผมสีทองสว่างตัดสั้นสวมมงกุฎรวงข้าวทองคำแห่งราชาในฉลองพระองค์สีขาวทับด้วยเสื้อคลุมสีน้ำเงินชั้นดีเดินตรงมายังเก้าอี้ไม้ตัวสูงคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงขลิบทองคำพร้อมโบกไม้โบกมือทักทายเหล่าประชาชนทั้งหลาย  ข้างกายเป็นองค์หญิงคริสต้าผู้เลอโฉมน่ารักดั่งนางฟ้าเรือนผมสีทองยาวสลวยประบ่า  ดวงเนตรสีฟ้าสดใสอ่อนโยนไม่แพ้องค์ราชาผู้เป็นพี่คนโต ช่างตรงกันข้ามกับองค์ชายลำดับที่สองแห่งกรุงโรมผู้มีเรือนผมสีดำเข้มดุจอีกา ดวงเนตรคมกริบทำเพียงชายตามองประชาชนของพวกเขา…ไม่เอ่ยเอื้อนไม่โบกมือทักทาย ข้างกายเป็นภรรยาผู้มาจากแดนกรีก

…เอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์..ในชุดกระโปรงสีขาวยาวกร่อมเท้าตัวบางเปิดหลังลาดเนียนกับมงกุฏดอกส้มบนเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวย ใบหน้าของนางเอาแต่ก้มหน้าก้มตาดวงเนตรสีเขียวหลุบมองพื้นสั่นไหว…

 

อึดอัด…เมื่ออยู่ในดงเหล่าชาวโรมัน..

วันนี้..ยิ่งอึดอัดกว่าทุกครานัก….

ข้อมือขาวเรียวที่ถูกปิดบังสายตาผู้คนด้วยตำแหน่งการเดินขององค์ชายรีไวล์..ถูกมือแกร่งจับกุมไว้กึ่งลากให้เดินทั้งที่ขาทั้งสองไม่อยากก้าวเดินมาสถานที่แห่งนี้ซักนิด..นึกย้อนเหตุการณ์เมื่อวานแล้วก็กัดริมฝีปากแน่นแค้นเคืองใจ

.

.

.

“ข้าไม่ไป!!ข้าไม่อยากไปไหนทั้งนั้น!!!”

“ต..แต่ว่านี่เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์..ท่านหญิงเป็นถึงพระชายาขององค์ชายรีไวล์นะเจ้าคะ”  นางกำนัลสาวในรั้วแดนโรมันเข้ามาเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ลูกสาวนักปราชญ์แห่งยุคยอมเข้าร่วมงานในโคลอสเซียมที่กำลังจะจัดขึ้น…เอเลนสะบัดหน้าชักสีหน้ารังเกียจใส่ชาวโรมันดินแดนคนป่าเมืองเถื่อน เหตุใดกันเธอเป็นชาวกรีก…เหตุใดถึงต้องเข้าร่วมเสวนาพิธีกรรมอะไรนั่นด้วย

“เจ้าต้องไปนี่เป็นคำสั่ง”

เสียงทุ้มเย็นชาดังจากบานประตู..เสียงนั่นเอเลนสะดุ้งโหยงหันไปมองก็พบเข้ากับ..บุรุษผมสีดำหน้านิ่งไร้อารมณ์คิ้วเรียวมุ่นขมวดจ้องตาเขม็งใส่หญิงสาวผู้เป็นพระชายาในฐานะตัวประกันชาวกรีกเพื่อสัญญาสงบศึก

“อ..องค์ชาย!!!”  นางกำนัลชาวโรมันเสียงสั่นรีบเขยิบหลีกทางให้ผู้เป็นถึงเจ้าชายลำดับที่สอง..ผู้มีสิทธิ์สืบทอดบังลังค์ต่อจากพระราชาเอลวิน  สาวใช้คนสนิทชาวกรีกทั้งสองเองในคราแรกจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาชักสีหน้าต่อต้านคล้ายจักปกป้องนายหญิงที่พยายามคุมตัวเองไม่ให้สั่นเท้า

ทว่า..พอได้สบตาสีเข้มดุดันก็ขาแข็งไม่อาจขยับก้าวเข้ามาขวางกั้นเอเลน..รู้ตัวอีกทีเจ้าชายรีไวล์ประชิดถึงตัวภรรยาเสียแล้ว  นางกำนัลโรมันมองอย่างรู้ทันพวกเธอย่อตัวบอกลาเหล่าชนชั้นสูงทั้งสองแล้วก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องโดยดี

“บอกให้พวกนางออกไป”    เอเลนตวัดตามองค้อนเสียจนเขียวปั๊ดที่ริอาจมาสั่งให้ออกปากไล่บ่าวรับใช้ของเธอ..ทว่าสายตาที่ดุดันนั่น..เพียงแค่สบมองก็อ่านความคิดได้หากชักช้าอาจมีการทำร้ายบ่าวไพร่ของเธอ

ไม่ยอม…ไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น

จะไม่ยอมให้มาใช้กำลังกับคนของเธอ!!

“พวกเจ้า..ออกไป”

“ต..แต่ท่านหญิง!!!”

“ออกไปนี่เป็นคำสั่ง”  เอเลนกล่าวทั้งเสียงเรียบ ฝืนแสร้งเข้มแข็งทั้งที่ใจสั่น…ฝีเท้าที่ก้าวออกไปตามด้วยเสียงปิดประตูยิ่งตอกย้ำความอึดอัดชวนทรมานใจเข้าไปกว่าเก่า..ในความเงียบสงัดเอเลนไม่แม้แต่จะเปิดบทสนทนาก่อน..ไม่คิดที่จะเปิดปากพูดกับผู้ชายหยาบช้าสกปรก…สกปรกทั้งกายทั้งใจ ทั้งสายเลือดโรมันและสิ่งที่ทำกับเธอในค่ำคืนนั้น!!!

“ต่อให้เจ้าปฏิเสธ..ข้าก็จะลากเจ้าไป คนฉลาดเช่นเจ้าน่าจะรู้อยู่แก่ใจ” รีไวล์ขมขู่..ขมขู่เสียจนมือเรียวบางกำหมัดแน่นความเจ็บปวดที่รู้สึกได้ในฝ่ามือยามเล็บจิกเข้าเนื้อ ยังไม่อาจเทียบเท่าหัวใจที่ถูกหยามเกียรติยศและศักดิ์ศรีจนเธอต้องหลั่งน้ำตาต่อหน้าบุรุษผู้นี้อย่างน่าละอาย

“!!!!!!”  มือแกร่งกระชากเส้นผมสีน้ำตาลดึงให้เข้ามาใกล้ บีบบังคับให้เงยหน้าสบตา…ดวงเนตรสีเขียวกลมโตวาวโรจน์เขามองเห็นความโกรธแค้นเหมือนวันแรกที่พบเจอ..ความโกรธที่เป็นทิฐิหยิ่งทระนง..ทว่าครานี้แฝงไปด้วยความสั่นไหว

เก็บซ่อน..ความผวาไว้..นับตั้งแต่คืนนั้น…

เช่นเดียวกับวาจาเหยียดหยามชาวโรมัน…

“หากเจ้าคิดจะต่อต้านข้าโดยการเอาแต่ปิดปากเงียบไม่ยอมเอ่ยเอื้อนอะไรก็สุดแล้วแต่เจ้า..แต่จำไว้..” จูบเร้าร้อนจาบจ้วงครอบครองบนริมฝีปากอิ่มเล็ก ตักตวงอย่างไม่มีวันเบื่อหน่ายแม้จะต้องทนการทุบอกระรัว คมเล็บที่จิกแน่นบนบ่า การดีดดิ้นไร้ประโยชน์ให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่ง

“เจ้าเป็นของข้า..เอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์ นั่นคือความจริง!!”

.

.

เอเลน เยเกอร์นั่งลงบนเก้าอี้ข้างองค์ชายรีไวล์ ดวงเนตรสีเขียวสั่นไหวร้อนผ่าวเจียนหลั่งน้ำตาแห่งความแค้น..ยิ่งนึกถึงอดีตแสนชอกช้ำก็ยิ่งเจ็บปวดมากไปเท่านั้น..นิ้วเรียวยกขึ้นรีบเช็ดปาดหยดน้ำตาให้ทันก่อนไหลรินดวงเนตรสีเขียวช้อนมองสนามใจกลางสถานที่อันมีชื่อว่าโคลอสเซียม…สิ่งปลูกสร้างสำคัญแห่งหนึ่งของจักรวรรดิโรมัน

“เอเลน”  เสียงหวานใสกังวานขององค์หญิงคริสต้าทำให้เธอสะดุ้งโหยงตื่นจากความคิดความรู้สึกเจ็บแค้นสามีแสนโหดร้ายทั้งกายทั้งใจนั่น แทนที่ด้วยสีหน้าตระหนกหันมาสบตาสีฟ้ากลมโตใต้ขนตาแพยาว

“เจ้ารู้เรื่องราวโคลอสเซียมมาบ้างหรือยัง?”

“ไม่ค่ะ..ดิฉันไม่ได้สนใจเรื่องนี้เท่าที่ควรนัก ต้องขออภัยจริงๆ”  กล่าวตอบสุภาพสำหรับเจ้าหญิงที่อ่อนโยนใสซื่อทั้งกายและใจจนไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหญิงตรงหน้าจะมีเลือดโรมันในกาย ..คำตอบแฝงนัยยะแดกดันแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าไม่เคยคิดให้ความสำคัญในความเป็นมาในชนชาติฝ่ายตรงข้าม  สำหรับเจ้าหญิงผมทองนางใสซื่อเกินไปจึงไม่ทันคิดผิดกับพระราชาเอลวิน เสนาธิการพิคซิสที่ยืนอยู่ข้างองค์ราชาถึงกับมุ่นคิ้วเล็กน้อยแสดงสีหน้าไม่พอใจ ก่อนปรับสีหน้าเป็นปกติ เมื่อบุรุษผมดำเอื้อมจับหน้าขาอ่อนใต้กระโปรงสีขาว..

เอเลนสะดุ้งอีกรอบตวัดสายตามองสามีที่แสนรังเกียจ..สบตาสีดำนิลถลึงมองปราบปราม..ตาสีเขียวจ้องสู้ตอบหากแต่ฝ่ามือหนานั้นเลื่อนขึ้นสูง หน้าสะสวยซีดเผือดรีบก้มหน้ายอมหลบสายตาแต่โดยดี

ขู่ว่าสามารถทำเรื่องหน้าอายตรงนี้ได้หากเอ่ยวาจาว่ากล่าวโรมัน!!!

“เช่นนั้นหรือ..ไม่เป็นไรเจ้าชมด้วยตาของเจ้าเองก็แล้วกัน”  ปากชมพูคลี่ยิ้มน่ารักสดใส เอเลนแสร้งยิ้มตอบเท่าที่จะทำได้เนียนพอหลอกคริสต้า แต่ไม่เนียนสำหรับสายตาคนอื่นๆมองปราดเดียวก็รู้ว่าฝืนกันชัดเจน

“ว่าแล้วก็เชิญพบกับ..สมรภูมิสุดหฤหรรษ์ได้ ณ บัดนี้!!!

พิธีกรตะโกนเริ่มงานเทศกาลตามด้วยเสียงปรบมือคลอเสียงร้องเฮลั่น  นัยน์ตาสีเขียวกลมโตเลื่อนมองใจกลางสนามโคลอสเซียม..เธอรู้สึกโล่งอกเมื่อเจ้าชายรีไวล์ปล่อยมือจากขาอ่อนสตรีร่างสูงโปร่งเพรียวบางนั่งประสานมือไว้บนหน้าตักตามแบบกุลสตรีพึงควรสงวนท่าทีสง่างามไว้ มองบานประตูเหล็กเลื่อนขึ้นเปิดอย่างเชื่องช้า..เงาตะคุมสีดำก้าวเดินออกมา…ชายร่างสูงผอมวัยกลางคนผมสีดำล้านหย่อมกลางหลังหัวเนื้อตัวมอมแมมในชุดเกราะเหล็กราคาถูกถือจับดาบไว้ในมือเขรอะดินจนติดซอกเล็บ…

ตัวสั่น? ทำไมชายผู้นั้นถึงได้แสดงท่าทีผวา?

เอเลนคิดสงสัยกับสิ่งที่เห็น..เธอแอบชำเลืองสังเกตสีหน้าของชาวโรมันทั้งหลายพวกเขาต่างโห่ร้อง ตะโกนเสียงร้องเฮลั่นบางคนถึงกับยืนป้องปากส่งเสียงร้องที่ฟังแล้ว…ราวกับตื่นเต้นที่ได้ซ้ำเติมชายมอมแมมผู้น่าสงสาร.. พอหันไปมองเหล่าราชวงศ์พากันนั่งเอนกายพิงเก้าสำราญกับอาหารเลิศรสที่ถูกจัดวางบนโต๊ะไม้ด้านหน้าเพื่อชูรสชาติให้การเฝ้ามองเกมส์กีฬาประหลาดเหล่านี้ตรงหน้า

ไม่ติดใจสงสัยเลยหรือ?

ไม่สิ..ไม่คิดสนใจเสียมากกว่า

ทดสอบเกียรติยศความกล้าหาญ…โคลอสเซียมคือสิ่งใดกัน?

 

 

ครืดดดดดด 

ประตูใหญ่กลางสนามโคลอสเซียมเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เสียงร้องเชียร์จากชาวบ้านดังเสียกว่าแต่ก่อน…นัยน์ตาสีเขียวเบิกโพลง..เผลอกลั้นลมหายใจเมื่อสิ่งที่ก้าวเดินออกมาจากบานประตูนั่น…คือสิงโต!!!!

สัตว์ป่ากินเนื้อผู้เป็นราชาแห่งพงไพร!!!

เอเลนยกมือปิดปากแน่นตัวสั่นเมื่อสิงโตตัวร้ายนั่นแยกเขี้ยวกางกงเล็บวิ่งเข้าไล่ขย้ำบุรุษบนสังเวียน!!!ชายผู้นั้นหน้าซีดผวาตัวสั่นวิ่งหนี..ในมือกำดาบแน่นพยายามจะแกว่งกวัดไล่สิงโตดุร้ายให้ถอยห่าง

“เฮ้ย!!อย่าเอาแต่หนีสิวะ!!!”

“โห่!!!!!!!!!!!”

ชาวบ้านส่งเสียงโห่ไล่เมื่อเห็นบุรุษตัวผอมท่าทางอ่อนแอนั่น..เจ้าสิงโตตัวร้ายนั่นตะปบมือเข้าแขนของชายหัวล้านเป็นหย่อม คมเล็บข่วนบาดลึกจนแขนได้เลือดเสียงกรีดร้องของชายบนสังเวียนถูกกลบโดยเสียงสะใจของเหล่าผู้คนรายล้อมบนอัฒจันทร์  แม้แต่เหล่าทหารเองก็พากันหัวเราะสนุกสนานตาของพวกเขาเปล่งประกายเมื่อเห็นหยดเลือดสดๆไหลอาบแขน

“โหดร้าย..โหดร้ายเกินไปแล้ว” เอเลนเสียงสั่นเธอ ตากลมโตสีเขียวดั่งทุ่งหญ้าสั่นไหวมองสีหน้าตื่นเต้นกับเสียงกู่ร้องสนั่นก้องทั่วโคลอสเซียม  พวกชนชั้นเช่นสูงกษัตริย์เอลวินใบหน้าที่แลอ่อนโยนยกดื่มไวน์ในถ้วยทองเหลืองแกะสลักลวดลายจ้องดูเกมส์กีฬาที่เอาชีวิตคนมาเล่นสนุกหน้าตาเฉย คริสต้ามีที่ท่าใจหายวาบอยู่บ้างแต่ก็ดูเฉยเมยต่อสิ่งที่เห็น…

องค์ชายรีไวล์…กระตุกยิ้มมุมปาก…

เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้งครานี้เป็นเสียงปรบมือ ใบหน้าสวยสะบัดหันกลับไปมอง ชายผมดำล้านหย่อมผู้นั้นดาบตวัดฟันหน้าสิงโตบาดลึกผ่านตาซ้ายมันคำรามกรรโชกอย่างเจ็บปวด  เจ้าสัตว์ขนฟูเป็นแผงรอบลำคอหนาขยับอุ้งเท้าล่าถอยชายหนุ่มผู้ถือดาบแสยะยิ้มหัวเราะบ้าคลั่งฮึกเหิมเมื่อเห็นแววเค้าชนะรำไร จึงวิ่งปราดตรงเข้ามาง้างดาบหมายจะฆ่าสิงโตคู่ต่อสู้…

สัตว์ร้ายกระโจนไหวตัวทันหมับขยับตัวหลบคมดาบไปอย่างหวุดหวิดแล้วขย้ำกระชากแขนจนขาด!!!!!!!

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

“เฮ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

แขนถูกเหวี่ยงกระเด็นไปกองกับพื้นโลหิตสีแดงเปรอะเปื้อนทั่วสังเวียนเดือดกลางโคลอสเซียม  ชายผู้นั้นทรุดหวบนอนกุมไหล่ที่บัดนี้ไร้แขน…ดาบอาวุธเพียงหนึ่งก็อยู่ในมือของแขนข้างนั้น ตาสีดำเบิกกว้างน้ำตาไหลอาบแก้มตัวสั่นเท้าหน้าซีดเซียวนอนอาบเลือดสดๆอุ่นๆกระจายทั่ว  มองสิงโตเปรอะเปื้อนโลหิตเต็มปากอาบคมเขี้ยวสีขาวแหลม ย่างสามขุมเข้ามา

“พอได้แล้ว!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงเชียร์เฮลั่นเงียบสงัด…ผู้คนในโคลอสเซียมเบิกตากว้างประหลาดใจ…องค์ราชาเอลวินถึงกับสะดุ้งตาสีฟ้าคมปราดมองสนามประลองเบื้องหน้าอ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างอะไรจากองค์หญิงและเสนาธิการพิคซิสข้างกาย

ชายผู้อิดโรยตาปรือมอง…ร่างสูงโปร่งต้องแสงอาทิตย์ยามเช้าในชุดกระโปรงสีขาวยาวพลิ้วเรือนผมสีน้ำตาลแมกไม้สดยาวสลวยคลอสะโพกยืนขวางกั้นเขาไว้จากสิงโต

“พวกเจ้าจักโหดร้ายไปถึงไหน!!ชีวิตของผู้คนไม่ใช่เรื่องสนุกที่เอามาใช้เพื่อการละเล่นเช่นนี้!!!!”

เอเลน  เยเกอร์แผดเสียงตะโกนด่าดังก้องต่อว่าชาวโรมันทั้งหลาย  แม้จะอยู่ในบ้านเมืองของคนป่าเมืองเถื่อนทว่า..นางหาได้หวั่นเกรงต่อสายตาสบประณามเหล่านั้นว่าเป็นคนแปลก  สิ่งที่เห็น…มันเกินจะทนไหวไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป

“พวกเจ้าจิตใจทำด้วยสิ่งใด เหตุใดถึงได้หยาบช้าเช่นนี้!!!!พวกเจ้ายังมีจิตวิญญาณความเป็นคนอยู่หรือ!!!!”

หัวหน้าทหารแนวหน้าฮันซี่ยืนอ้าปากค้างตะลึงพรืดไม่คิดว่าบุตรีแห่งเยเกอร์จะหาญกล้าวิ่งเข้าไปกลางดงสนามประลองไหนจะต่อว่าชาติภูมิของพวกเราอีก ทหารสาวดึงสติมาโดยพลัน…เมื่อเห็นสิงโตร้ายนั่นแยกเขี้ยวตัวโก่งขู่คำราม…

 

 

สิงโตเตรียมกระโจนขย้ำ!!!!!

“ทหารลงสนามโคลอสเซียมเร็วเข้า!!! ชักดาบปกป้องท่านหญิง!!!”  ออกคำสั่งเสียตวาดเสียงดัง เธอกระโดดลงจากป้อมประการเฝ้าสังเกตุการณ์เบื้องบนวิ่งลงตามบันไดลาดชันพร้อมทหารใต้สังกัด มือจับดาบข้างเอวเตรียมชักออกจากฝัก  หญิงสาวผมสีน้ำตาลมัดรวมเบิกตากว้างเมื่อสิงโตตัวนั้นกระโจนอ้าปากแยกเขี้ยวเข้าหาหญิงสาวชาวกรีกเสียแล้ว!!!

ไม่ทัน!!!!!!แย่แล้ว!!!!!!!!!!!!!

 

ฉึก!!!!!!!!!!

คมดาบฟันแทงเข้าสีข้างซ้ายของสิงโตทะลุปอดมันร้องคำรามอย่างเจ็บปวด  ชายผ้าคลุมสีแดงสะบัดพลิ้วไหวเบื้องหน้าเธอ…บุรุษเรือนผมสีดำสั้นสะบัดดาบเล่มคมในมือที่เปื้อนเลือดสิงโตกระเซ็นหยดดวงบนพื้นสนามประลองขนาดใหญ่

“รีไวล์…”  เผลอตัวเอ่ยเรียกนามนั้น…เจ้าชายแห่งกรุงโรมไม่หันมาตอบไม่แม้แต่ชายตามองพระชายาเบื้องหลัง มือแกร่งจับด้ามดาบในมือไว้มั่นตาสีนิลดำเขม็งสบตาสีเหลืองวาวโรจน์ของสัตว์ป่าผู้เป็นราชาพงไพร มันกัดปากกรอดแยกเขี้ยวหมายกระโจนเข้าขย้ำชายหนุ่มตรงหน้า  บุรุษผมสีดำสั้นวิ่งเข้าหาถลึงตาดุดันตวัดดาบเต็มแรง

ฉัวะ!!!!!!!!!!!!!!!

คอแผงขนฟูหนาถูกตัดออก…หัวสิงโตกระเด็นกลิ้งหลุนๆบนพื้นคอนกรีตทำจากทรายศิลาแลง เลือดสีแดงสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนร่างกำยำของบุรุษผู้เป็นเจ้าชายควบแม่ทัพสุดแกร่งแห่งจักรวรรดิโรมัน  เสียงร้องเชียร์ดังสนั่นทั่วสนามประลองบ้าคลั่งตื้นเต้นดีอกดีใจ

“ทรงพระปรีชายิ่งนัก!!”

“องค์ชายรีไวล์!!องค์ชายรีไวล์!!!”

ฮันซี่และเหล่าทหารวิ่งมาถึงตัวสนามประลองพอดี เธอถอนหายใจโล่งอกที่เอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์ไม่เป็นอะไรเช่นเดียวกับองค์ชายลำดับที่สองแห่งกรุงโรม…เอเลน เยเกอร์ยืนตัวแข็งทื่อร่างกายที่สั่นไหวร่วงไปถึงตาตุ่ม…เมื่อครู่นึกว่าตัวเองจะถูกสิงโตนั่นขย้ำฉีกเป็นชิ้นๆกินเข้าเสียแล้ว…

ถ้าไม่ได้ผู้ชายตรงหน้า…เธอเองก็คง…

ไม่อยากยอมรับเอาเสียเลยว่าติดหนี้บุญคุณชีวิตบุรุษผู้แสนโหดร้ายเบื้องหน้า  นัยน์ตาสีเขียวหลุบต่ำมองพื้นที่เปื้อนหยดเลือดกระเซ็นเม้มปากแน่น

“ท่าน..หญิง..เอเลน..ขอบคุ..ณ”  เสียงแหบพร่าดึงสติสตรีผมสีน้ำตาลให้กลับมา เอเลนนึกขึ้นได้ว่าความบ้าบิ่นที่ลงมากลางสนาทประลองอันตรายแห่งนี้ก็คือมาห้ามปรามกีฬาไร้มนุษยธรรมดังกล่าว บุรุษผู้เป็นคู่ต่อสู้ของสิงโตตัวร้ายนอนบาดเจ็บอยู่หลังเธอ  หญิงสาวหมุนตัวหันกลับไปแล้วคลี่ยิ้มอ่อนโยน

“ไม่ต้องห่วง..เจ้าไม่เป็นไรแล้..”

ฉึก!!!!!!!!!!!!!!!

ถ้อยคำเสียงหวานกลืนหายไปในลำคอ ของเหลวอุ่นกลิ่นคาวพุ่งกระเซ็นเปรอะเปื้อนเนื้อตัวเพรียวบาง…สีแดงฉานเข้มเปื้อนชุดกระโปรงตัวยาวสวยของชาวกรีกและใบหน้าสะสวยครึ่งซีก ตาสีเขียวเบิกกว้างสั่นผวา…

คมดาบที่ใช้ปราบสิ่งโตแทงทะลุคอหอยแล้วสะบัดดาบออกด้านข้างตัดคอบุรุษตัวผอมหัวล้านนั้นขาดสะบั้น!!!ใบหน้าของชายวัยกลางคนเบิกตากว้างตระหนก..กลัวความตายแม้กระทั่งสิ้นลมหายใจไปแล้ว  เอเลน เยเกอร์ยืนตัวแข็งทื่อมองร่างไร้หัวล้มลงจมกองเลือดอยู่ใต้ฝ่าเท้าองค์ชายรีไวล์…เสียงร้องเชียร์โบกธงโปรยปรายดอกไม้จากสาวๆชาวโรมันก้องชัดในสนามทว่า…หาได้เข้าโสตประสาทของลูกสาวนักปราชญ์

“เจ้า…”

“ทำไมกัน..เจ้า..ฆ่าเขาทำไม”  เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยถาม องค์ชายรีไวล์ตวัดสายตามองสบดวงเนตรสีเขียวเบิกกว้างจ้องมองมาอย่างไม่เข้าใจ

“ตอบข้า!!!!เจ้าทำเช่นนี้เพื่ออะไร!!!ทั้งๆที่เขารอดพ้นแล้วเจ้าฆ่าเขาทำไม!!!”  เอเลนแผดเสียงดังลั่นตวาดใส่องค์ชายผู้โหดเหี้ยมสวามีที่ไม่พึงปรารถนาตรงหน้า  ดีที่เสียงร้องเชียร์ของทหารกับชาวบ้านดังกลบ คำด่าทอจากปากพระชายาผู้มาไกลจากแดนกรีกจึงดังชัดเจนเพียงเฉพาะบุคคลที่อยู่บนสังเวียนประลอง  ทหารใต้สังกัดฮันซี่หน้าซีดเผือดไม่คาดคิดเลยว่าจะมีผู้ใดกล้าโต้เถียงการกระทำของชายหนุ่มผู้โหดเหี้ยม เฉียบขาดที่สุด  รีไวล์ไม่ตอบก้าวเท้าเดินเข้ามาหมายคว้าจับแขนอรชรเปื้อนเลือดหากแต่เธอกลับปฏิเสธปัดมือทิ้งถอยห่างจ้องมองด้วยสีหน้ารังเกียจ

“อย่ามาแตะต้องตัวข้าเจ้าคนใจหยาบช้า!!!”  ตะโกนด่าทอกระตุ้นต่อมโมโหแก่คนหนุ่มผมสีดำสนิทแก่กว่านับสิบกว่าปี เจ้าชายรีไวล์ชักสีหน้าเกรี้ยวกราดออกมาชัดเจน ตาสีดำคมกริบจ้องมองสตรีตรงหน้ากล้ามาขึ้นเสียงต่อหน้าเหล่าทหารทั้งหลาย เขาเดินตรงมาอย่างรวดเร็วจะกระชากลากพระชายามาสั่งสอน!!!

“เดี๋ยว!!องค์ชายใจเย็นๆ”  หัวหน้าทหารฮันซี่ปราดวิ่งมาขวางไว้

“ถอยไป!!!!”

“ท่านหญิงกำลังเสียขวัญ หากท่านยิ่งแสดงทีท่าเช่นนี้คงโดนเกลียดกว่าเก่า พระองค์ว่าคุ้มหรือ” เอาน้ำเย็นเข้าลูบปลอบพร้อมชี้แจงเหตุผล “ให้ข้าได้คุยกับท่านหญิงข้าจะพยายามปรับความเข้าใจให้..ไม่ต้องห่วงยังไงข้าก็ผู้หญิงด้วยกัน”

เจ้าชายรีไวล์กัดริมฝีปากกรอดแต่ยอมหยุดเท้าโดยดีดวงเนตรคู่คมจ้องมองสบตาสีน้ำตาลกลมโตของสหายสนิทในวัยเด็กจนถึงปัจจุบัน เติบโตมาด้วยกันและร่วมรบมาด้วยกัน … มือแกร่งเก็บดาบของตนเข้าฝักพ่นลมหายใจสบถคำหยาบตามอารมณ์เกรี้ยวกราดยอมถอยกลับ  ทหารสาวผู้แข็งแกร่งถอนหายใจมือเท้าสะเอวหันกลับมามองสตรีวัยแรกรุ่นยืนกอดตัวเองแน่นทั้งเนื้อตัวเปื้อนเลือด พยายามอย่างยิ่งที่จะคุมร่างกายไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้

“ท่านหญิงรีบออกจากที่แห่งนี้เถิด..อีกเดี๋ยวจะมีการประลองเกิดขึ้นอีก”  ไร้เสียงตอบกลับจากสาวชาวกรีก ทหารสาวจึงถือวิสาสะโอบไหล่เล็กๆบางสั่นสะท้านนั่นพยุงพาเดินออกไปจากประตูโคลอสเซียม..สังเวียนกีฬาแห่งเกียรติยศ

เอเลนกลับมายังห้องบรรทมขององค์ชายลำดับที่สองชำระล้างร่างกายจนเสร็จสิ้นอยู่ในเสื้อผ้าตัวใหม่เอี่ยม  นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเอาแต่นิ่งเงียบโดยมีสาวใช้ที่ติดตามจากกรีกทั้งสองยืนมองด้วยสีหน้าสลดใจ ส่วนทหารสาวฮันซี่ในชุดเกราะยืดกอดอกพิงกำแพงเธอยกมือเกาศีรษะแรงๆ ท่าทางที่เงียบจนอึกครึมมานานกว่าครึ่งชั่วโมงหากปล่อยไปเช่นนี้มิได้สนทนากันแน่นอน จึงผละจากกำแพงเดินตรงเข้ามายืนข้างๆ สาวเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวย คลี่ยิ้มเป็นมิตรแล้วโค้งตัวสุภาพทักทาย  “ข้าลืมแนะนำตัวไป…ข้าหัวหน้าทหารฮันซี่ โซเอ  ขออภัยที่อยู่ในชุดเกราะเลยมิอาจย่อตัวดั่งอิสตรีทักทายท่านหญิงได้”

“ไม่ต้องมากพิธี..ช่างมันเถอะ” เอเลนคลี่ยิ้มบางๆตอบเป็นมารยาท หลังจากนั้นนางก็ก้มหน้าก้มตามองมือที่วางประสานไว้บนตักสีหน้าหม่นหมองลงอีกเช่นเคย  ฮันซี่อ่านสีหน้าท่าทางของเด็กสาวแรกรุ่นออกจึงเอ่ยพูดปลอบ

“ท่านหญิง..ท่านไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับชีวิตของบุรุษผู้นั้นหรอก”

“เจ้า!!เหตุใดถึงได้พูดจาเช่นนั้น!!!”  เสียงหวานแว้ดกลับมา ดวงหน้าสะสวยหันมาทหารสาวรวบผมสีน้ำตาลมองคาดโทษ สายตาสีเขียวดื้อรั้นไม่พอใจส่งทอออกมาเด่นชัด..ทำเอาหญิงสาวผงะตกใจ

“พวกเจ้าเห็นชีวิตคนเป็นสิ่งของหรืออย่างไร..ชีวิต..ไม่ใช่สิ่งล้อเล่น!!!เพราะเหตุนี้ข้าถึงได้รังเกียจพวกเจ้านัก!!พวกคนใจคอโหดเหี้ยม!!!” ต่อว่าเป็นชุดรัวๆ ฮันซี่อ้าปากค้างพอจะเข้าใจแล้วเหตุใดหนอ..องค์ชายรีไวล์ถึงได้สั่งสอนลงโทษถึงเพียงนี้ ดื้อรั้นมั่นคงและทิฐิ…จิตใจของลูกสาวนักปราชญ์แห่งยุคคงมีแต่ชิงชังเหล่าชาวโรมันจนเข้าสายเลือด

“ท่านหญิง..เฮ้อ…”  มือยกขึ้นเกาศีรษะระอาใจ แต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าบอกไปก็ไร้ประโยชน์..ฉะนั้น

“ท่านหญิงเอเลน..ข้ามีอะไรอยากให้ท่านดู จักเป็นอะไรไหมหากท่านจะออกนอกวังไปกับข้าซักครู่ยาม”  ทหารสาวส่งมือมาตรงหน้ารอคอยการตอบรับจากสาวชาวกรีก ดวงหน้าสวยค่อยๆคลายสีหน้าเกรี้ยวกราดแทนที่ด้วยความฉงนสนเท่ห์

“เจ้า..จักพาข้าไปที่แห่งใด?”

“ข้าจะพาท่านหญิงไปพบคำตอบในสิ่งที่องค์ชายกระทำ”  พอได้ยินว่าเป็นเรื่องของเจ้าชายรีไวล์ ท่าทีต่อต้านแสดงออกมาเด่นชัด  ทหารสาวนึกหัวเราะแห้งๆในใจ..นี่คงรังเกียจเจ้าชายแห่งกรุงโรมน่าดูชม…

“ท่านหญิงเอเลน.. ข้าได้ยินมาว่าชาวกรีกถือค่านิยมเปิดใจรับฟังเหตุและผลมิใช่หรอกหรือ..ท่านที่เป็นถึงลูกสาวของท่านนักปราชญ์เยเกอร์ผู้นั้นคงต้องมีใจรักเหตุและผลมากกว่าเป็นแน่ใช่หรือไม่”

หว่านล้อมด้วยวาจาที่ใจเย็นเป็นขนัดหยิบยกเอาเรื่องความเป็นลูกสาวของนักปราชญ์แห่งยุค…ได้ผล!!!ร่างบอบบางวางมือตอบโดยพลันพอเป็นเรื่องชาติกำเนิดของตนเกี่ยวพันถึงศักดิ์ศรียอมให้โอกาสรับฟังการชี้แจงเหตุผลของทหารสาวตรงหน้า ฮันซี่ยิ้มพอใจแล้วดึงเชิญให้พระชายาขององค์ชายรีไวล์ลุกขึ้นยืน นำพาออกไปนอกสถานที่โดยมีสาวใช้จากแดนกรีกติดตามคอยดูแลปรนนิบัติสองนาง

.

.

ขาเพรียวสวยใต้กระโปรงสีขาวพลิ้วไหวยามขยับก้าวเดิน ใบหน้าสะสวยของสาวกรีกแรกรุ่นถูกเก็บซ่อนในเสื้อคลุมตัวยาวสีแดงเข้มเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจกับการแอบมาเดินท่องเมืองของพระชายาแห่งเจ้าชายโรมันผู้ยิ่งใหญ่  ดวงเนตรสีเขียวมรกตมองแผ่นหลังของทหารสาวฮันซี่ในชุดเกราะเดินลัดเลาะผ่านถนนตรอกซอยเล็กๆขนาบด้วยชุมชนแออัดสกปรกชวนน่าใจหาย…เท้าทั้งคู่ของทหารสาวหยุดลงหน้าบ้านทำไม้ผุพังหลังหนึ่ง

ก๊อกๆ

“ใครหรือ!!โอ้!!หัวหน้าฮันซี่!!!เชิญๆเข้ามาก่อนขอรับ” ชายชรารูปร่างท่วมในชุดผ้าคลุมพาดไหล่ซ้ายสีฟ้าหม่นสกปรกขาดวิ่นอยู่บ้างโค้งผงกหัวเคารพทหารกล้าหนึ่งในแนวหน้าทัพของเจ้าชายรีไวล์… ฮันซี่ยิ้มตอบรับการต้อนรับของอีกฝ่าย เจ้าของบ้านมองผ่านไหล่ของทหารสาวหรี่มองอีกสามสตรีร่างบอบบางที่ซ่อนใบหน้าใต้ผ้าคลุมสีแดงหม่นอย่างสงสัย

“ทั้งสามเป็นขุนนางใหม่ในวัง..ข้าพามาตรวจดูความเป็นอยู่ของประชาชนน่ะ” ฮันซี่แถลงชี้แจ้งคลายข้อสงสัยแม้จะเป็นการโกหกก็ตามที  ชายชราพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วฉีกยิ้มไมตรีให้แก่สาวๆทั้งสาม

“ขอบพระคุณมากขอรับ ที่ใส่ใจชาวบ้านยากจนเช่นข้า”

เอเลนผงะตัวเล็กน้อย ก่อนจะโดนสาวใช้ที่มาจากแดนกรีกซึ่งซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมด้วยเหตุที่เสื้อผ้าของพวกนางเป็นของชาวกรีกที่อาจบอกได้ถึงสถานะของนายหญิง สะกิดให้เนียนโค้งตัวตอบรับ  ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านจะหายสงสัยเป็นปลิดทิ้งทั้งสี่สาวหนึ่งโรมันสามชาวกรีกจึงเข้ามาในบ้านแออัดเล็กๆหลังนี้ได้  แขกทั้งสี่คนถูกจัดเชิญให้นั่งบนเก้าอี้โทรมๆทำจากลังไม้เรียงต่อกัน รอบโต๊ะกลมสีหม่นถ้วยแก้วทองเหลืองขึ้นคราบดำเล็กๆรินน้ำเสิรฟ์วางให้แก่แขกผู้มาเยือน เอเลนผงะตกใจเล็กน้อยกับความสกปรกของมันทว่า..พอเห็นสีหน้าคาดหวังจากเจ้าของบ้านเมื่อหันไปมองหัวหน้าทหารที่ยกแก้วขึ้นมาดื่มน้ำไม่รู้สึกสะอิดสะเอียนนั่น เธอจึงกลั้นใจดื่มตามจนหมด

“ลิซซี่เป็นเช่นไรบ้าง?” หัวหน้าทหารฮันซี่ถาม สีหน้าร่าเริงของชายชราหม่นหมองลงทันตาเห็นเขาตีหน้าเศร้าตาแดงก่ำตัวสั่น “น..นาง..ฮึก..นางยังแข็งแรงขอรับ..เพียงแต่..ขออภัยขอรับหัวหน้าฮันซี่ต้องการไปเยี่ยมนางหรือไม่”

น้ำตาไหลพรากเขาสะอื้นฮักใหญ่  ฮันซี่มองอย่างเห็นใจตบบ่าให้กำลังใจบุรุษเจ้าของบ้านที่พยายามจะไม่ร้องไห้เสียใจ เอเลนมุ่นคิ้วมองด้วยความฉงนก่อนจะลุกขึ้นเดินตามหลังทหารสาวไปยังผ้าม่านสีเทาหม่นติดขั้นซุ้มประตูสี่เหลี่ยม เมื่อเธอแหวกผ้าม่านเดินเข้าไปในนั้น ตาสีเขียวที่เก็บซ่อนใต้หมวกฮูทสีแดงเบิกกว้าง…

ร่างของสตรีวัยสาวอายุระนามใกล้เคียงกับเธอ..น่าจะ 15 -16 ปีด้วยซ้ำ อยู่ในชุดนอนกระโปรงสีขาวตัวยาวนอนราบกับฟูกเตียง..ผมสีทองสว่างหลุดร่วงไปครึ่งหัว..จากสภาพหนังศีรษะที่ห้อเลือดช้ำเดาได้ไม่ยากว่าสาเหตุการหายไปของเส้นผมเกิดจากการกระชากอย่างรุนแรง…เบื้องล่าง…ขาเพรียวสวยมีเลือดไหลออกมาตลอดเป็นระยะๆจนชายชราต้องลุกลี้ลุกลนเข้าไปเช็ดล้างทำความสะอาด…

“ลิซซี่ลูกพ่อ..หัวหน้าฮันซี่มาเยี่ยมเยียนเจ้า”  กระซิบอ่อนโยนฝ่ามือหยาบลูบหัวปลอบโยน..ทว่า..ลูกสาวของเขาไม่ฟื้นตื่นขึ้นมาทั้งที่หน้าอกยังกระเพื่อมขยับอยู่แสดงถึงการมีชีวิต    เอเลนจึงได้รู้ว่าลูกสาวของชายผู้นี้กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา..

“เจ้า..ฮึก..ตื่นขึ้นมาต้อน..ร..รับพวกเข้าหน่อย..ฮึก”

ชายชราซบหน้าลงกับฝ่ามือขาวซีดไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง  ทหารสาวเดินตรงมาวางมือลงบนบ่ากว้างของคนตัวอ้วนท้วมบีบให้กำลังใจ นัยเนตรสีน้ำตาลมองสองพ่อลูกอย่างสลดหดหู่ไม่แพ้ เอเลน เยเกอร์และเหล่าสาวใช้ทั้งสอง

ตลอดระยะเวลาที่ใช้ไปกับการเยี่ยมเยียนชาวบ้านชาวโรมันที่ไม่ทราบกระทั่งชื่อจวบจนบัดนี้ที่พวกเขาทั้งสี่เดินออกมาจากบ้านโทรมๆเล็กๆเหล่านั้น  ตลอดเส้นทางเอเลนไม่เอ่ยพูดถึงสิ่งใด..สิ่งที่เห็นคือความเลวร้ายน่าเศร้าสลดหดหู่สะเทือนใจ หญิงสาวก้มหน้าลงต่ำมือจับฮูทแน่นดึงให้คลุมหัวป้องแสงแดดยามบ่ายเศษๆแรงจ้าจากบนฟ้าสดใสสีครามไร้ก้อนเมฆ  ปากอิ่มเม้มแน่นสงสัยใคร่รู้..ไม่เข้าใจในสิ่งที่ฮันซี่พาไปดูจนในที่สุดทางเดินที่ต้องลอดผ่านใต้สะพานโค้ง..ร่างของทหารสาวก้าวผ่านเข้าไปในเงามืดนั้น..

“ฮันซี่..”

ผู้ถูกเรียกหยุดฝีเท้าหันกลับมามอง..พระชายาของเจ้าชายรีไวล์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์..ดวงตะวันสาดส่องให้ร่างเพรียวบางดูสว่างพร่ามัว..เปรียบเสมือนหัวใจที่บริสุทธิ์ของเด็กสาวมองโลกนี้แต่เพียงสีขาวและสีดำ…

“สิ่งที่เจ้าพาข้าไปดู..เจ้าต้องการสื่อถึงอะไร?เด็กสาวผู้นั้น..”  ปากอิ่มเม้มแน่น กลั้นใจกับความคาดเดาของตน

“ถูกข่มขืน..จนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา”

“ใช่แล้วท่านหญิง..ลิซซี่ถูกขืนใจอย่างโหดร้ายทารุณ…โดยผู้ชายที่ท่านหญิงลงไปปกป้องบนสังเวียนโคลอสเซียมเมื่อเช้าวันนี้” คำตอบ…ทำให้เอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์ช็อก  ปากอิ่มเผลอเผยออ้าค้างตาสีเขียวเบิกกว้างสุดขีด  ฮันซี่หันกายมาประจันหน้าสบตาหญิงสาวโลกสวยเพียงอุดมคติและปรัชญาอย่างที่ชาวกรีกพึงกระทำ กล่าวต่อในเงามืด

“สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่การเล่นสนุกอย่างที่ท่านหญิงคิดเพียงอย่างเดียว..พวกเราจับคนร้ายได้และให้โอกาสอันเท่าเทียมให้คนร้ายได้เลือกว่าจะยอมถูกแขวนคอหรือจะยอมเสี่ยงชีวิตซักครั้งเพื่อต่อสู้กับสัตว์ร้ายอย่างกล้าหาญสมเกียรติยศ”

“พวกเราอาจจะโหดร้ายป่าเถื่อนนิยมความรุนแรงอย่างที่ท่านหญิงกล่าวหา..แต่ก็ใช่ว่าจักใช้ความรุนแรงไปเสียหมด กฎยังคงมีกฎขอบเขตยังคงมีอยู่..และในเรื่องนี้พวกเราถือว่าคนที่กระทำผิดสมควรที่จะรับบทลงโทษที่รุนแรง..การสั่งสอนเช่นนั้นจะทำให้พวกเขาหลาบจำเมื่อผ่านความเป็นความตายมาได้”

เอเลนสดับฟังทั้งดวงเนตรสั่นไหว เมื่อสิ่งที่ประจักษ์แจ้ง..ความเมตตาของเธอเกือบทำให้คนร้ายต่ำทรามเยี่ยงนั้นลอยนวลไป..ซึ่งก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะกลับตัวกลับใจหรือไม่  รู้สึกเหมือนดังก้อนหินขนาดใหญ่กระแทกกลางหัวทั้งเจ็บทั้งมึน สับสนงวยงงในสิ่งที่เชื่อ..สิ่งที่เห็น…สิ่งที่เคยคิด…

“ข้าอยากให้ท่านหญิงได้เห็นกับตาว่าพวกเราเองก็มีเหตุและผลในทุกการกระทำ พวกเราไม่ได้ต่างอะไรจากชาวกรีกแม้แต่เล็กน้อย..องค์ชายรีไวล์เองก็เช่นกันการสังหารโจรร้ายนั้นก็เพื่อรักษากฎนี้ให้คงอยู่ เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของโคลอสเซียมแม้จะเป็นการหักหน้าทำร้ายจิตใจท่านหญิงเอเลนก็ตามที”  ฮันซี่ชี้แจ้งต่ออธิบายให้เห็นอีกมุมหนึ่งที่ของพวกเราชาวโรมัน..อีกมุมที่บุตรีแห่งเยเกอร์ไม่เคยมองเห็นด้วยทิฐิแห่งสายเลือดกรีกบังตา..ร่างสูงโปร่งเรือนผมสีน้ำตาลไม่แม้แต่ตอบกลับเอาแต่ยืนก้มหน้านิ่งเงียบจนไม่อาจเดาได้ว่ายอมรับฟังหรือเปล่า  ทหารสาวถอนหายใจ..อย่างว่าสำหรับคนที่มองโลกนี่เป็นเพียงสีขาวกับสีดำเพียงอย่างเดียวคงอยากที่จะทำใจยอมรับ

 

..หากเปรียบเปรย..ก็เหมือนมองหาจุดสีขาวในพื้นที่สีดำมืดมิด..

“ข้าได้พูดในสิ่งที่ข้าอยากจักเอ่ยแล้ว..ข้าหวังว่าท่านหญิงเอเลนจะเปิดใจยอมมองพวกเราใหม่เสียบ้างแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี..เพราะตอนนี้ท่านหญิงเป็นคนในครอบครัวของพวกเราชาวโรมันแล้ว…ใช่หรือไม่..พระชายาขององค์ชาย”

ทหารหญิงร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลมัดรวบคลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตรทิ้งท้าย ก่อนหมุนตัวกลับไปเดินต่อ…โดยมีเอเลนและสาวใช้อีกสองเดินคล้ายตามมาด้านหลัง..พวกเขาไม่เอ่ยเอื้อนบทสนทนาอันใดอีกเลยตลอดเส้นทาง

.

.

เจ้าหญิงคริสต้าในชุดกระโปรงยาวทับด้วยผ้าสีชมพูอ่อนประดับมงกุฎดอกกุหลาบสีชมพูติดชายกับผ้าคลุมหัวสีขาวโปร่งยาวถึงกลางหลัง  ฉลองพระองค์เดียวกับที่ใส่ไปงานโคลอสเซียมกำลังก้าวเดินผ่านเส้นทางที่ทำจากคอนกรีตทรายศิลาแลงในตัวพระราชวัง พร้อมด้วยเหล่านางกำนัลถือสำรับอาหารว่างเดินตามหลังอย่างสุภาพ

“ท่านพี่รีไวล์เงียบหายไปเช่นนี้..น่าเป็นห่วงนัก”  ห่วง..เพราะมองจากมุมไกลๆแล้วเหมือนจะมีปากเสียงกับบุตรสาวของนักปราชญ์เยเกอร์..ก็พอรู้อยู่บ้างว่าจวบจนวันนี้ล่วงเลยมาเกือบ 3 อาทิตย์นับตั้งแต่พิธีต้อนรับรวบอภิเษกสมรส เอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์ยังคงแสดงท่าทีต่อต้านกับพี่ชายคนรองอยู่เป็นประจำ

เพราะรู้ว่าเจ้าชายรีไวล์…นั่นรักลูกสาวของนักปราชญ์เยเกอร์เป็นที่แน่ชัด..

ทว่า…ฝ่ายหญิงยังคงรังเกียจเดียดฉันท์…

ไม่อยากให้ทั้งสองทะเลาะกันเลย…ทั้งที่เหมาะสมกันดีออกแท้ๆ

 

องค์หญิงตัวน้อยแห่งกรุงโรมหยุดอยู่หน้าห้องหนังสือเล็กๆสำหรับทำงานขององค์ชายรอง ไว้สำหรับตรวจเอกสารบ้างในบางครั้ง นอกเหนือจากปกติที่มักเดินนำทัพจับดาบทำสงครามเสียมากกว่า  เธอถอนหายใจแล้วเคาะประตู

“ท่านพี่รีไวล์ นี่คริสต้าเอง”

ไร้เสียงตอบ…จึงลองผลักประตู..พบว่าไม่ได้ลงกลอน!!?

“ท่า…ท่านพี่!!!!”  สตรีตัวน้อยผมสีทองสว่างยาวประบ่าร้องเสียงดังวิ่งถลาเข้าไปในห้องพยุงร่างของบุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดซึ่งล้มลงนอนคว่ำกลางห้องทำงานสะอาดเนี๊ยบ..ใบหน้าหล่อเหลามุ่นคิ้วกัดฟันแน่นหน้าซีดเซียวเหงื่อแตกพลั่กชวนน่าใจหาย..ฝ่ามือเล็กๆสัมผัส..ได้ถึงบางสิ่งทีเปียกชุ่มยามสอดมือเข้าใต้ร่างพี่ชายคนรองของตนแล้วพยุงให้ลุกขึ้นมาโดยมีเหล่านางกำนัลมาช่วยจับแขนไหล่กว้างแกร่งพยุง

“เลือด?”   โลหิตสีแดงเปื้อนฝ่ามือน้อยๆ ถ้าเดาไม่ผิด..จึงถือวิสาสะถอดผ้าคลุมสีแดงกับเสื้อสีดำที่ใส่ทับไว้…แผงอกแกร่งกล้ามมัดปรากฏรอยคมเล็บขนาดใหญ่ขวนขวดลึกจนเนื้อเหวอะ..โลหิตสีแดงไหลไม่หยุดหย่อนแถมแผลก็บวมเป่งคล้ายว่าจะติดเชื้อ

“หรือว่าจะเป็น..ตอนสู้กับสิงโตเพคะ” นางกำนัลที่ช่วยพยุงเอ่ยหน้าซีด..รอยแผลนั่นดูก็รู้ว่ามาจากสัตว์ร้ายแน่นอน

เจ้าหญิงคริสต้าตาโตตกตะลึง..ทั้งที่อยู่กันเต็มสนามแข่งทั้งที่เธอกับราชาเอลวินก็เห็น..แต่องค์ชายรีไวล์ไม่แม้แต่แสดงท่าทางเจ็บปวดออกมาไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าโดนสิงโตเข้าทำร้ายด้วยเช่นกัน..แถมยังเดินกลับวังมาคนเดียวอีก..

ต้องทนเจ็บ..เพื่อไม่ให้แสดงความอ่อนแอต่อหน้าชาวโรมัน…

ด้วยเหตุที่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง..เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจของผู้คนต้องทนถึงเพียงนี้…

“ไปตามหมอหลวงมา!!เร็วเข้า!!!” องค์หญิงน้อยออกคำสั่งเสียงดัง นางกำนัลโค้งรับแล้ววิ่งกระหืดหอบออกไป  วงแขนเล็กโอบกอดพี่ชายคนรองผู้ดุดันเอาไว้..นิ่งเงียบเย็นชาถึงไม่ได้เป็นราชาก็ยังแบกรับทุกอย่างแสนหนักหน่วงไว้กับตนไม่ต่างอะไรจากพี่ชายคนโต  เธอร่ำไห้หวาดหวั่นใจหยดดวงน้ำตาร่วงหล่นหยดแล้วหยดเล่ากระทบใบหน้าแกร่งที่ชักสีหน้าเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากพิษบาดแผล

“ท่านพี่รีไวล์อย่าเป็นอะไรไปนะ!!ท่านพี่รีไวล์!!!”

TBC

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาต่อแล้วจ้าตามผลโหวต ในที่สุดก็ได้เขียนโคลอสเซียม
ได้กลับไปเมืองเอเธนส์บ้างอะไรบ้าง 555
ตัวละครใหม่ แจน โผล่มาแล้วและก็จะมีบทบาทสำคัญต่อๆไป
ในเด็กดีเรื่องนี้กับนางไททันโดนแบนถาวรแล้ว แต่ไม่เป็นไหร่บลัดยังอัพอยู่ในเอ็กทีนกับ wordpress ค่ะ