[Fic attack on titan][Levi x Eren] Obligation // Part5

[Fic attack on titan] Obligation

Paring   : Levi x Eren

Rate     :  Nc-17  

Story    : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Obligation 5

 

 

 

ทหารสาวโรมันร่างสูงโปร่งสวมแว่นตาทรงกลมก้าวเดินผ่านเขตประตูใหญ่ในรั้วราชวังใจกลางกรุงโรมอันยิ่งใหญ่ โดยมีท่านหญิงเอเลน บุตรีของนักปราชญ์เยเกอร์และสาวใช้จากดินแดนกรีกเดินตามหลังมาติดๆ   ดวงเนตรสีเขียวสวยกลมโตสว่างสดใสของสาวแรกรุ่นประกายความสงสัยเมื่อเห็นทหารหนุ่มตัวสูงโปร่งวิ่งกระหืดหอบเข้ามาหน้าตาตื่น

“มีเรื่องอันใดกันพลทหารกุนเธอร์ ถึงได้หน้าตาตื่นเช่นนี้”  ฮันซี่เอ่ยถาม

“หัวหน้าหมู่ฮันซี่เกิดเรื่องแล้วครับ..องค์ชาย..องค์ชายรีไวล์ได้รับบาดเจ็บจากสังเวียนโคลอสเซียมเมื่อเช้า” สิ้นคำรายงานหัวหน้าหมู่ทหารทัพแนวหน้าใต้กองกำลังของเจ้าชายแห่งกรุงโรมตาโตใจหายวาบ รีบวิ่งตามหลังลูกน้องใต้สังกัดของเธอโดยพลัน  เอเลนบุตรีเยเกอร์เบิกตากว้างกับข่าวร้ายที่ได้ยินเข้าหูเมื่อครู่

 

 

ชายป่าเถื่อนนั่น…บาดเจ็บ…

 

 

ดวงเนตรสีเขียวสั่นไหวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์บนสังเวียนต่อสู้โคลอสเซียมเมื่อเช้าของวัน..กีฬาหฤหรรษ์ป่าเถื่อนนั่นกลับแฝงไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ทดสอบเกียรติภูมิความกล้าหาญชาญชัย บทลงโทษอันหลาบจำของผู้คนที่ทำผิดร้ายกาจแม้จะโหดร้ายแต่สมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นกระทำ

 

 

“ข้าอยากให้ท่านหญิงได้เห็นกับตาว่าพวกเราเองก็มีเหตุและผลในทุกการกระทำ พวกเราไม่ได้ต่างอะไรจากชาวกรีกแม้แต่เล็กน้อย..องค์ชายรีไวล์เองก็เช่นกันการสังหารโจรร้ายนั้นก็เพื่อรักษากฎนี้ให้คงอยู่ เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของโคลอสเซียมแม้จะเป็นการหักหน้าทำร้ายจิตใจท่านหญิงเอเลนก็ตามที” 

 

 

โลหิตของชายชั่วนั่นที่เธอเกือบปล่อยลอยนวล..สาดกระเซนเปียกเสื้อชาวกรีกสีขาวจนเปียกชุ่ม ศีรษะที่ลอยตกพื้น กลิ่นคาวเจิ่งนองสังเวียน ด้วยคมดาบของบุรุษผมสีดำสั้นในชุดทหารยศสูงที่ยิ่งใหญ่กว่าแม่ทัพทั่วไปด้วยตำแหน่งเจ้าชายผู้เป็นทายาทสืบทอดบังลังค์แห่งราชา  ภาพเหล่านั้นยังติดตาเอเลน เยเกอร์ไม่หายไปไหน

 

 

นอกจากนี้…ถ้าเขาไม่เข้ามา

เราก็คง…

 

 

“ท่านหญิงเจ้าคะ?ท่านหญิง?”  เสียงเรียกของสาวใช้ที่ตามมาจากกรุงเอเธนส์ดึงสติให้สาวน้อยผมสีน้ำตาลยาวสลวยสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด   “ไม่สบายหรือเปล่าเจ้าคะ..หน้าท่านหญิงดูแดงๆนะเจ้าคะ”

ใบหน้าสวยชักสีหน้าตื่นตระหนกยกมือทาบแก้มนิ่มทั้งสอง..ความคิดชั่ววูบนั่นทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว…อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  แต่ก็ไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่าคือสิ่งใด

“อ..อากาศยามบ่ายคงร้อน ไปหลบที่สวนกันเถอะ”  ตอบเสียงตะกุกตะกัก ปากอิ่มสีชมพูคลี่ยิ้มให้คนใช้ของเธอคลายสีหน้ากังวลใจสงสัยว่าเธอไม่สบายหรือมีเรื่องหนักใจอันใดหรือไม่  มือเรียวกระชับหมวกฮูทสีน้ำตาลให้ปิดบังใบหน้าสะสวยราวกับเทพธิดาบนรูปแกะสลักก้าวเดินนำไปยังสวนดอกไม้ในตัวเรือนพระราชวังที่ไม่ไกลจากประตูทางเข้ามากนัก..เก็บซ่อนความรู้สึกที่ก่อกุมในใจเหล่านั้น

 

 

.

.

.

 

ทหารฮันซี่ก้าวเดินฉับๆอย่างรวดเร็วจนชายผ้าคลุมสีแดงพลิ้วไหวไปจนถึงห้องบรรทมของเจ้าชายรีไวล์ หันไปเห็นเจ้าหญิงคริสต้าเดินวนไปมาหน้าห้องกุมมือร้อนรนใจ  “ฮันซี่…ข้ากลัวเหลือเกิน แผลของท่านพี่นั้น..”

“ชู่ว์…อย่าเสียงดังเพคะองค์หญิง เรื่องนี้จะแพร่งพรายไปมิได้เด็ดขาด” หญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลมัดรวบยกนิ้วแตะริมฝีปากตัวเองปรามสตรีวัยแรกรุ่นผมทองสว่าง สาวน้อยใสซื่อยกมือปิดปากอิ่มเมื่อนึกขึ้นได้

 

 

เจ้าชายรีไวล์แห่งชาวโรมัน…คือตัวแทนแห่งความแข็งแกร่ง…

 

สัญลักษณ์ที่ก่อความน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ถืออาวุธอย่างหนึ่งที่ใช้ข่มขู่บ้านใกล้เรือนเคียงเขตแดนต่างๆให้ไม่กล้าเหิมเกริมลุกฮือมาต่อต้านชาวโรมัน  ฉะนั้น…หากเรื่ององค์ชายได้รับบาดเจ็บเกิดไปถึงหูคนนอกเข้า อาจทำให้คนที่คิดการกบฏอาศัยจังหวะนี้โจมตีกรุงโรมก็เป็นได้

หลังจากที่รอคอยมานานประตูห้องได้เปิดออกพร้อมกับร่างของหมอหลวงวัยกลางคนก้าวเดินออกมา ทุกสายตาของบ่าวไพร่ที่ติดตามสาววัยแรกรุ่นผมสีทองสว่างจับจ้องไปยังบุรุษผู้เป็นหมอหลวงที่โค้งเคารพนอบน้อมแด่องค์หญิงคริสต้า

 

“องค์ชายปลอดภัยแล้วขอรับ ” หมอหลวงวัยกลางคนกล่าวรายงานทั้งน้ำเสียงสุภาพ

“โล่งอกไปที”  เจ้าหญิงคริสต้ายกมือทาบอกแย้มยิ้มออกมาทั้งน้ำตาคลอ  ฮันซี่ยกมือปาดเหงื่อถอนหายใจโล่งอกไม่แพ้กัน

“ข้าเข้าไปเยี่ยมองค์ชายได้หรือไม่ท่านหมอ”

“ได้ขอรับ”   หมอหลวงหลีกทางสตรีทั้งสองได้เดินเข้าไปในห้องบรรทมของเจ้าชายลำดับที่สองแห่งกรุงโรม

ในห้องนอนที่สะอาดเอี่ยมยิ่งกว่าห้องใดบนเตียงกว้างใหญ่ปูด้วยฟูกนิ่มและผ้าแพรชั้นดีใต้ผ้าห่มร่างของบุรุษผมสีดำสนิทตัดสั้นนอนอยู่กายเบื้องบนพันด้วยผ้าพันแผลทีขาวสะอาด โลหิตสีแดงซืมออกเป็นระยะๆ จนเห็นเป็นทางเฉียงซ้ายลงพอเดาลักษณะรอยแผลจากกรงเล็บสิงโตตัวร้ายนั่นได้อยู่

หากเทียบกับคราแรกที่เจ้าหญิงผมสีทองสว่างสวยไปพบถือว่าอาการดีขึ้นนับโข  กลิ่นยาฉุนกึกจมูกจนทหารสาวผมน้ำตาลมัดรวบอดย่นจมูกเสียไม่ได้ เธอยืนกอดอกพิงเสาทำจากไม้สลักมองเจ้าหญิงคริสต้าทรุดนั่งบนขอบเตียง จับมือพี่ชายคนรองไว้

 

“ข้าไม่เป็นไร..เลิกทำหน้างอแงเสียที” รีไวล์เอ่ยทั้งเสียงแหบพร่า วาจาคมกล่าวเชิงดุดันแต่น้ำเสียงที่ดูอ่อนลงจากพิษแผลทำให้ความน่าสะพรึงกลัวลดลงไปจนฮันซี่สัมผัสได้..สาวแว่นลอบยิ้มชายผู้แข็งแกร่งอ่อนลงเมื่ออยู่กับน้องสาว สาวตาหลังแว่นทรงกลมมององค์หญิงน้อยที่ก้มหน้างุดน้ำตายังร่วงแหมะๆหยดแล้วหยดเล่า

 

“ก็ข้า..ข้ากลัวว่าท่านพี่..ฮึก”

“ไร้สาระ..ข้าไม่เป็นอะไรไปง่ายๆเจ้าเองน่าจะรู้อยู่แก่ใจ”

 

เอื้อมมือยกขึ้นปาดน้ำตาให้น้องสาว..น้อยคนนักจะได้เห็นมุมมองอะไรแบบนี้..ฮันซี่อดไม่ได้ผิวปากเรียกสีหน้าแดงก่ำทั้งอายทั้งโกรธบนหน้าคมคายหล่อเหลาชุ่มหยาดเหงื่อนั่น ตาสีนิลตวัดถลึงมองดุดันถ้าไม่ติดที่แผลทหารสาวเพื่อนสมัยเด็กคนได้ถูกถีบออกจากห้องไปแล้ว

 

 

.

.

.

 

 

 

ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีส้มแดงยามเย็น เหล่านกน้อยเริ่มทยอยบินกลับรังข้ามผ่านดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงลับขอบฟ้ากว้างใหญ่ แสงสีส้มทองฉายลงบนร่างสตรีผู้เป็นสาวงามแห่งชาวกรีก..บุตรีแห่งเยเกอร์นั่งเหม่อมองดอกกุหลาบสีเหลืองดอกตูมแย้มบานสวยในมือที่ตัดกิ่งขึ้นมารวบช่อในมือ สาวใช้ชาวกรีกทั้งสองยืนประสานมือไว้ด้านหน้ามองนายหญิงที่นั่งอยู่ใต้ซุ้มโดมจากเสาโรมันริมสระน้ำ ทัศนียภาพในสวนยามเย็นช่างงดงามไม่แพ้สวนพฤกษาในวิหารพาร์เธน่อนประกอบกับเอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์นั่งอยู่ด้วยแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างยิ่งดูชวนจับตามองไปกว่าเก่า

 

 

“ท่านหญิงเจ้าคะ?” สาวใช้เอ่ยเรียกสตรีผมสีน้ำตาลยาวสลวยคลอสะโพกกลมกลึงใต้ชุดกระโปร่งสีขาวโปร่งบางยาวกร่อมเท้า เอเลนเงยหน้าขึ้นละสายตาจากดอกไม้หันไปมองสาวใช้ทั้งสอง

 

“พวกเจ้าไปพักกันก่อนเถิด ขอข้าอยู่ที่นี่คนเดียวซักพัก”

คำสั่งชวนฉงน ทำเอาสาวใช้มองตากับปริบๆ ทว่า..สายตาสีเขียวกลมโตสวยดุจทุ่งหญ้าฤดูใบไม้ผลิ..แววตาวอนขอกึ่งสั่งนั้นพวกนางจึงย่อตัวลงก่อนเดินจากไปทั้งที่ใจยังพะวงห่วงบุตรสาวของนักปราชญ์เยเกอร์อยู่ไม่คลาย  เอเลนมองร่างเล็กๆของสาวใช้ไกลออกไปจนลับสายตา เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกลับมามองดอกกุหลายสีเหลืองนวลสวยในมือ

 

 

 

ไม่ได้ชื่นชอบกุหลาบ…โดยเฉพาะกุหลาบสีเหลือง…

เหตุใดถึงได้เด็ดขึ้นมา…หรือจะเพราะความหมายของมัน…

 

 

คิ้วเรียวมุ่นลงสับสน..สิ่งที่รับรู้วันนี้ถาโถมประดังตีท้ายทอยจนสติปัญญาความคิดอื้ออึงไปหมด ชาวโรมันที่คิดว่าดีแต่ใช้กำลังทำเรื่องโหดร้าย เสพสุขทางอารมณ์ทุกอย่างไม่สนเหตุและผล เอาแต่ได้เข้าตัว..กลับมีกฏเกณฑ์ระเบียบในการปกครองบ้านเมือง..มีอุดมการณ์และความคิดที่ไม่ต่างอันใดจากเราชาวกรีก…

 

 

 

เพียงแต่พวกเขาเหล่านั้นใช้ความรุนแรงเป็นตัวกำหนดตัดสิน…

วัตถุประสงค์…ไม่ต่างกันเลยซักนิด…

 

 

“ข้า…ควรทำตัวเช่นไร…อาร์มิน..มิคาสะ..ท่านพ่อ”

 

 

ไร้สุรเสียงจากเพื่อนพ้องและบิดาซึ่งอยู่ในแดนไก.

จะมีก็เพียงหัวใจที่ให้คำตอบได้ดีที่สุดก็เท่านั้น

 

 

 

.

.

 

เวลาพลบค่ำแล้ว…เจ้าชายรีไวล์หยัดกายนั่งเอนพิงหมอนที่ถูกจัดวางพาดไว้กับหัวเตียงรองรับเป็นเบาะรองหัวและหลัง  ปล่อยให้เหล่านางพยาบาลและนางกำนัลทั้งหลายที่ถือน้ำอุ่นหมายเตรียมเปลี่ยนผ้าพันแผลใหม่ ทำความสะอาดป้องกันไม่ให้ติดเชื้อก่อนรับประทานอาหารเย็น

ประตูห้องเปิดออก…เรียกทุกสายตาให้หันไปจับจ้อง..

เอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์..พระชายาจากแดนไกล…นกน้อยเลอโฉมจากแดนกรีกที่ถูกจับใส่กรงทองขังไว้ในกรุงโรมเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน  นางถือช่อดอกกุหลาบสีเหลืองสวยแย้มบานสะพรั่งอ้ำอึ้งอยู่หน้าห้องเฉหลบสายตาทุกคน

 

“พวกเจ้าออกไปก่อน…เดี๋ยวข้า…ทำแผลให้องค์ชายเอง”

คำสั่งจากเสียงหวานอันแผ่วเบาทำให้เหล่านางพยาบาลและนางกำนัลชาวโรมันหันมามองเจ้าชายรีไวล์เพื่อขอคำตอบ  ใบหน้าคมปรายตามองภรรยาวัยเด็กครู่หนึ่งนิ่งเงียบไม่เอ่ยเอื้อนอะไร แล้วจึงหันมาพยักหน้าให้เหล่านางพยาบาลกับนางกำนัลทำตามคำสั่งของพระชายา

เสียงประตูเปิดและปิดอีกครั้งยังไม่น่าสนใจเท่าสตรีร่างสูงโปร่งตรงหน้า ดอกกุหลาบสีเหลืองถูกนำมาปักวางในแจกันบนโต๊ะไม้เล็กๆข้างๆกระจาดผลไม้ที่ปักมีดเล็กๆที่นางเคยเกือบใช้แทงเจ้าชายลำดับที่สองในคืนวันเข้าหอ   เอเลนเดินมาทรุดนั่งลงบนขอบเตียงข้างกายบุรุษที่เธอชิงชังนัก  ดวงเนตรสีเขียวตาโตเมื่อเห็นรอยแผลกรงเล็บตะปบข่วนลึกเป็นรอยทางยาวเฉียงลงจากซ้ายไปขวาบนลำตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามมัดแข็งแกร่ง แม้โลหิตจะหยุดไหลแล้ว..รอบแผลเริ่มบวมคล้ำเป็นสีม่วงช้ำแสดงให้เห็นถึงอาการที่สาหัสเอาการอยู่

หญิงสาวเม้มปากแน่น…ก้มหน้าก้มตาหยิบผ้าสีขาวสะอาดชุบน้ำในขันทองเหลืองบิดหมาดๆแล้ว…ค่อยๆแตะลงบนแผลกรงเล็บสิงโต

“!!!!”  ชายหนุ่มสะดุ้งไหวเล็กน้อย มุ่นคิ้วนิ่วหน้าลง..ถึงไม่มีเสียงร้องแต่เอเลนรู้…ว่าอีกฝ่ายกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้

“ข้า..ขอขอบคุณเจ้า…ขอบคุณ..ที่ช่วยข้าไว้” ทำในสิ่งที่สมควรทำ…กล่าวขอบคุณทั้งเสียงตะกุกตะกักและสำนึกผิด ละอายใจที่เผลอเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าชายรีไวล์สังหารชายบนสังเวียนเพื่อสนองความต้องการแสนสนุกสนานในความป่าเถื่อนดั่งสายเลือดนิยมเสพความรุนแรงยิ่งกว่าสิ่งใด

 

 

เงียบ…เงียบ…ไร้สุรเสียงตอบกลับจากบุรุษผู้เป็นเจ้าชายลำดับที่สองแห่งกรุงโรม  นิ่งเสียงจนเอเลนรู้สึกประหม่ากระดากอาย กลัวและรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่หากคนตรงหน้าไม่ยอมรับคำขอบคุณที่เธออุตส่าห์ไปคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า..จนเอาชนะทิฐิทางสายเลือดในใจออกไปได้แล้วแท้ๆ

เป็นอย่างที่ว่าไว้…ใบหน้าหล่อเหลาผินหน้าเมินภรรยาตัวเอง แต่ก็ยังปล่อยให้อีกฝ่ายทำความสะอาดเช็ดล้างแผล เอเลนหน้าหงอยลงกว่าเก่าเธอวางผ้าสีขาวที่ซึมเลือดซิบจากบาดแผลพาดกับขอบขันทองเหลือง แล้วหยิบเอายาผงสมานแผลทาลงเบาๆ  ตามด้วยผ้าพันแผลผืนใหม่เป็นอย่างสุดท้าย

 

“เจ้า..โกรธข้าหรือ” เอเลนถามเสียงสั่น..รู้สึกไม่ดีเลยยิ่งตัวเองเป็นคนผิด ยิ่งแล้วใหญ่

“….”

“ข้าขอโทษ…ข้าเข้าใจเจ้าผิดไปฉะนั้น…”

“ดอกกุหลาบกับคำขอบคุณเพียงแค่นั้น ไม่เพียงพอให้ข้าหายขุ่นเคืองในตัวเจ้า” เสียงทุ้มเอ่ยกล่าวขึ้นตัดบทอ้อนวอนของเอเลน  รีไวล์หันหน้ากลับมาสบตาสีเขียวกลมโตแสนสวยสั่นไหว นางรีบหลบสายตา…นี่เป็นครั้งแรกที่หาได้จ้องเขม็งด้วยแววตาแข็งกร้าว ดื้อรั้น กับคำพูดด้วยสีหน้าท่าทีหยิ่งทระนงตน

 

 

“ถ..ถ้าเช่นนั้น..ต้องให้ข้าทำสิ่งใดเจ้าถึงจะหายโกรธ”

 

 

คำถาม..พร้อมกับแววตาสั่นไหวช้อนมอง สูดลมหายใจรวบรวมความกล้าที่จะสบตาคนที่เป็นสามีทั้งที่เธอไม่เต็มใจนัก  องค์ชายชาวโรมันผู้เย็นชาจ้องมองใบหน้าสะสวยเต็มไปด้วยความสำนึกผิดเหมือนเด็กน้อยที่รอคำขอโทษจากผู้ใหญ่ซึ่งก็คือเขา…เอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์สัมผัสได้ว่าสายตาของเจ้าชายเริ่มเบนออกจากดวงเนตรเธอลากไล่ไปยัง…

พวงแก้มใสขึ้นสีแดงเข้มเมื่อรู้ว่า…เจ้าชายกำลังใช้สายตากวาดมองสรีระของเธอใต้เสื้อกระโปรงสีขาวยาวของชาวกรีก ปากอิ่มเม้มแน่นจนห้อเลือดรู้สึกกระดากอายระคนโกรธ รีบยกมือขึ้นปิดร่องอกอิ่มนูนที่สายตานั่นจ้องมองเป็นพิเศษผ่านคอเสื้อ การกระทำเหล่านั้นไม่ได้สอนให้องค์ชายสำนึกเรื่องสายตาโลมเลียไร้มารยาทไม่ให้เกียรติสตรีเพศ

 

“ฉลาดสมเป็นบุตรท่านนักปราชญ์ดีนี่…ข้าต้องการให้เจ้าขอบคุณแบบชาวโรมัน”  รีไวล์กล่าวทั้งเสียงเรียบเฉย มองหยั่งเชิงหญิงสาวผมสีน้ำตาลสวยที่กอดตัวเองแน่นตัวสั่นเท้าทั้งอายทั้งโกรธ

“ข..ข้า…”

“แต่ถ้าเจ้าไม่ทำ..ข้าก็ไม่บังคับ ข้ารู้ดี..เจ้าชิงชังข้า” เสียงทุ้มกล่าวตัดบท ไม่บีบบังคับเหมือนทุกครั้งอาจจะด้วยแผลที่สาหัส ทำเอาเอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์อดชักสีหน้าฉงนสนเท่ห์แปลกใจเสียไม่ได้…

 

 

 

ถ้าฟังไม่ผิด…เหมือนจะได้ยินเสียงเหมือนตัดพ้อนิดๆ

 

 

 

เจ้าชายรีไวล์ขยับตัวลงนอน โดยทุกครั้งที่ขยับกายเจ้าตัวจะปิดตาแน่นมุ่นคิ้วจนหัวคิ้วแทบชน ปากหน้าเม้มแน่นสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ นั่นยิ่งตอกย้ำให้เอเลนสำนึกผิด รู้สึกแย่กับสิ่งที่ตัวเองกระทำต่อว่าทำร้ายจิตใจผู้ช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้แถมยังรักษากฏหมายบ้านเมืองไว้อีก

มือที่เกาะไหล่กลมมนกอดตัวเองแน่นเริ่มคลายออก ลากไล้เลื่อนมายังแขนเสื้อกุดแล้ว…เกี่ยวดึงออกให้ไถลลงตามแขน..เจ้าชายรีไวล์ปรายตามองแผ่นหลังขาวนวลลาดลื่นกับเสื้อสีขาวที่ค่อยๆไถลลงจากกายเพรียวบาง ผิวเนื้อสีขาวอมชมพูเปล่งปลั่งค่อยๆปรากฏแก่สายตาเรื่อยๆจนในที่สุด สตรีตรงหน้าเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดๆ ยกมือปิดอกนูนอิ่มกอดตัวเองแน่นทั้งใบหน้าแดงช้ำไปถึงใบหู

 

 

อีกฝ่ายยังนิ่ง…นอนนิ่งไม่ขยับไปไหนพอเอเลนสบตาสีดำคมก็ยิ่งหน้าร้อนชาวาบเจียนเป็นพิษไข้ มิอาจทนได้ต้องเฉหลบสายตา…เขายังรอ…รอเธออยู่อย่างใจเย็นจนน่าใจหายวูบ

 

 

เรียวขายาวเพรียวสวยคลานเดินพาร่างเปลือยเปล่าอิ่มน้ำนวลไปทุกสัดส่วนชวนถวิลหา เอเลนขึ้นไปนั่งบนตักของสามีใต้ผ้าผูกสีขาวนั้น…เมื่อเธอกดสะโพกลงทับก็บดเบียดเข้ากับความเป็นชายที่ตื่นตัวขึ้นมาจนหญิงสาวสะดุ้งโหยงหน้าตาตื่น  ตาสีเขียวคลอเบ้าน้ำตาเจียนไหลรินด้วยความอายในสิ่งที่กำลังจะกระทำต่อไปนี้

 

 

เพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับชีวิตที่ถูกช่วยไว้

 

 

หญิงสาวยกสะโพกขึ้นหนีอายเกินกว่าจะทำ พอคิดจะขอเอ่ยปากถอนคำพูด…สายตาสีดำสนิทที่จ้องมองมา..สายตานั่นในยามปกติช่างดุดัน  เพลานี้…กลับสั่นไหวราวกับสะกดกลั้นอารมณ์ไว้แต่ก็ยังรอคอยเธออยู่  เอเลนก้มหน้าลงจนเส้นผมสีน้ำตาลดุจไหมกร่อมใบหน้าปรกแก้มใส เม้มปากแน่นจนเห็นเป็นแนวเส้น

มือเรียวยาวค่อยๆวางลงบนผ้าผูกสีขาวแล้วปลดดึงออกเผยให้เห็นอวัยวะความเป็นชายที่ตื่นตัวขยายขนาดใหญ่…ความเป็นผู้ชายที่แทรกกายเข้ามาในตัวเธอคืนแล้วคืนเล่าครั้งแล้วครั้งเล่า ก็หาได้เต็มใจซักครา…

 

 

ทว่า…บัดนี้…จะเป็นคืนแรกที่เธอยินยอมให้เครื่องเพศของบุรุษผู้เป็นคนแรกและคนเดียวของเธอรุกล้ำเข้ามาอย่างเต็มใจ

 

 

เอเลนยกสะโพกขึ้นตาสีเขียวจ้องมอง…ของแข็งขืนที่รออยู่เบื้องล่างเธอหลับตาปี๋กลั้นหายใจ กลั้นความรู้สึกกระดากอายแล้ว..กดสะโพกลง

“!!!!” กายาเล็กบอบบางสะดุ้งไหววูบตัวสั่น เมื่อปลายแท่งนั้นหลุบเข้าในช่องทางสีหวานของเธอก็อดขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่างเสียไม่ได้  ใหญ่และเจ็บ..แต่ยิ่งกดสะโพกลงให้ลึก…ลึก…ลึกกว่านั้นในกายเธอยิ่งตอดรัดสัมผัสเหล่านี้อย่างรู้ดี

 

 

..ตอกย้ำว่ากายของเธอเป็นของใคร…

 

 

 

“อึก!!!!!” เข้าไปจนสุดแล้วเอเลนกอดตัวเองแน่น คุมร่างไม่ให้สั่นเท้า…ไม่รู้จะทำตัวเช่นไรต่อไปในเมื่อให้เขาเข้ามาแล้ว และเธอก็รัดเขาแน่นไม่ปล่อยไปไหน…แม้ปกติชายจะอยู่เบื้องบนเรื่องเซ็กส์ บุรุษจะเป็นคนนำพาเสมอ…

 

 

แต่สำหรับชาวโรมันจะหญิงชายใครบนล่าง ใครเริ่มก่อนหลังก็เป็นสิทธิเสรีที่เท่าเทียม…

ขอแค่มีความสุขไปกับเซ็กส์แห่งอารมณ์เพื่อความสุขสันต์ก็พอ

 

 

 

“หึ…ขยับสิ”  รีไวล์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์…รอคอยทั้งเอาคืนทั้งอยากเห็นค่าตอบแทนแบบชาวโรมันจากสาวกรีก  พยายามจะทำตามแต่คนศักดิ์ศรีทิฐิเยอะจะทำตัวเช่นไร…เอเลนน้ำตาคลอยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วเริ่มขยับ..ขึ้นลง…รีไวล์ยันกายฝืนความเจ็บขึ้นมานั่งพิงหมอนจนระดับสายตาอยู่ระดับเดียวกับใบหน้าหญิงสาว มือแกร่งทั้งสองดึงมือของอีกฝ่ายออกเผยให้เห็นใบหน้าสะสวยขึ้นสีแดงชื้นเหงื่อ นัยน์ตาสีมรกตหวานเยิ้มด้วยอารมณ์ปรารถนา จนอดไม่ได้ที่จะเชยคางมนดึงให้เข้ามาจูบขมับปลอบโยน

“แบบนั้นแหละ…เด็กดี” กระซิบเสียงทุ้มแผ่วเบาข้างหู เอเลนขนคอหลังลุกชันเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่างกายยกสะโพกขึ้นแล้วกดสะโพกลงขยับตามแรงปรารถนาของตนเสียงเนื้อกระทบกันหยาบโลนนักชัดเจน…เสียงที่เกิดจะบั้นท้ายของเธอกระทบร่างกายอันแข็งแกร่งของอีกฝ่าย

 

“อ…อ้า…อึก…”

ซุกหน้าลงกับบ่าแกร่ง เล็บจิกไหล่ของบุรุษเอาไว้ระบายความเสียงซ่าน  ชายผมสีดำรวบแขนกอดรัดร่างนิ่มเข้ามาจนทรวงอกอิ่มเบียดแผงอกแกร่งที่ถูกพันผ้าพันแผลเอาไว้ ยอดอกสีหวานแข็งเป็นไตนั่นบอกเป็นที่แน่ชัดถึงแรงปรารถนาในตัวหญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่รังแต่จะเพิ่มพูนเรื่อยๆ

“อึก..ฮ..ฮึก..อ๊ะ!!!”  ครางกระเซ้าขยับสะโพกเร็วขึ้น ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงชมพูระเรื่อไปทั่วทั้งกายาขาวผ่องเปล่งปลั่ง หยาดเหงื่อชื้นผุดพรายบนผิวเอเลนแอ่นกายบิดเร้าทรมานอ้าปากหายใจหอบ ลมหายใจร้อนรดต้นคอหนาของชายหนุ่มจนรับรู้ถึงแรงอารมณ์เหล่านั้น เจ้าชาย รีไวล์ซุกหน้าลงกับคอระหงพรมจูบปลุกเร้าอีกฝ่ายพลางลูบไล้บีบขยำสะโพกกลมกลึงน่าหมั่นเขี้ยวไปมา

“เอเลน..เอเลน..”   เสียงทุ้มกระซิบต่ำแหบพร่าเอ่ยนามของหญิงสาวซ้ำไปมาข้างหู พาเอาขนคอหลังลุกชันเอเลนปรือตาสีมรกตคลอเบ้าหยาดเยิ้มอารมณ์เล็บจิกแน่นกดลึก…จนขีดข่วนบ่ากว้างลากเป็นทางทำเอารีไวล์นิ่วหน้ากัดปากแน่นสะกดความเจ็บแปล๊บที่เอเลนบุตรีแห่งเยเกอร์ระบายออกมา ความเป็นชายของเขาแทรกกายขยายใหญ่ผนังรอบตอดรัดจนบุรุษผู้เป็นถึงเจ้าชายแห่งชาวโรมันแทบเจียนคลั่ง

 

ยิ่งได้เห็นความเย้ายวนของสตรีสีหน้าแสนสวยดื้อรั้นหยิ่งทระนงในสายเลือดชาวกรีก ร่ำร้องด้วยแรงปรารถนาบนตัวเขา

 

 

“!!!!!!!!”

คนบาดเจ็บจับหญิงสาวพลิกกดลงเตียง เอเลนตาโตตกใจกับการเปลี่ยนท่าทีฉับพลันของอีกฝ่าย ใบหน้าคมหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ในระยะประชิด สายตาสีเขียวสั่นไหวนี่เป็นคราแรกที่เธอพิศมองอีกฝ่ายด้วยสองตาด้วยหัวใจ…ใบหน้าร้อนผ่าวราวเป็นพิษไข้อย่างหาสาเหตุไม่ได้..อยากจะหลบสายตาแต่กลับเหมือนถูกสะกดด้วยดวงเนตรคู่คมที่ทอดมองมา…

 

 

ใยผู้ชายโหดร้ายตรงหน้า จึงทอดมองเราด้วยสายตาเช่นนั้น…

 

 

“เจ้า…” เสียงหวานถูกตัดบท..คำถามถูกกลืนลงคอด้วยริมฝีปากหนาที่ลงปิดทับ

 

..ไม่ใช่จูบแรก..จูบที่เร้าร้อนเอาแต่ใจสมนิสัยขององค์ชายแห่งชาวโรมัน ทว่า…นี่เป็นครั้งแรกที่แอบแฝงความละมุนอบอุ่นชวนประหลาด..ครั้งแรกที่เอเลนรู้สึกถึงรสจูบชวนเผลอไผลจนเธอหลับตาพริ้มรับด้วยความเต็มใจอย่างน่าพิศวง วงแขนอรชรโอบล้อมรั้งคออีกฝ่ายดึงให้เขาเข้าหาเธอยิ่งขึ้น

 

 

ภายในดวงตาสีดำที่สะท้อนเพียงเรา…รู้สึกได้ถึงความนุ่มลึกอ่อนโยนที่ส่งมา..

 

 

 

รู้สึกร้อนวาบทั่วทั้งกาย ร้อนวูบในอกซ้ายบีบรัดหัวใจจนบุตรีแห่งเยเกอร์ได้แต่ฉงนสงสัย..ความรู้สึกเหล่านี้ ความโหดร้ายทารุณของเขาที่กระทำต่อเธอ ทั้งที่ควรตอกย้ำว่าคนเบื้องบนเป็นใครสายเลือดในกายบุรุษทำร้ายบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเราแค่ไหน

 

 

แล้วทำไม..หัวใจถึงลืมไปเสียหมดสิ้น..อยู่กับสัมผัสที่โอบกอด

 

 

“อ้า!!!” เจ้าชายเริ่มขยับร่าง เขาชะงักเล็กน้อยนิ่วหน้าเจ็บแผลที่ระบมตรงลำตัวด้านหน้า แต่ก็ยัง…ขยับเดินหน้าต่อเร็วขึ้น..เร็วขึ้น…และ….ของเหลวอุ่นทะลักในช่องทางสีหวานหอมกรุ่นเอเลนสะดุ้งกระตุกตัวสั่น เสียวซ่านจนเกร็งไปหมด ใบหน้าสวยถูกมือแกร่งประคองให้สบตาและรับจูบเบาๆบนหน้าผากไล่มายังเปลือกตา…หยุดที่ริมฝีปากเล็กอิ่มบางหอมหวาน

 

ขยับเคลื่อนอีกก้าวแห่งความสัมพันธ์…จะเรียกเช่นนั้นได้หรือเปล่า?

 

 

 

TBC

 

++++++++++++++++++++++++++++

หลังจากเบี้ยวมาหลายเที่ยวแล้ว ได้อัพเสียที

ตอนนี้น่าจะชื่อตอน OT กันมันส์มากกว่า ไม่มีอะไรนอกจากเนื้อหาการตอบแทนของเอเลน 5555555

กุหลาบเหลืองนอกจากใช้บอกรักได้ ยังนิยมใช้เยี่ยมผู้ป่วยด้วยนะแปลว่า ขอให้หายไวๆ

เอ็กทีนเน่าสลัดผัก ตกลงจะไม่ทำอะไรให้ดีขึ้นเลยใช่ไหมเนี่ยเหอๆ เฮ้อ…

ลงแฟนอาร์ตค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ

@creamcake1100

BVqCkMKCMAAg7dQ

@earn2505

 

BT8DMrHCIAAZvN-

 

 

@otaku43432

 

113964845