[S.Fic Kuroshitsuji][ciel x sebastian]Sweet poison!!? and Do you Know XXX? //Part1

 

[S.Fic  Kuroshitsuji] Sweet poison!!? and Do you Know XXX?

Paring: cielxsebastian

Rate: NC 21

story : blood_hana

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Part 1

 

 

 

สองวันต่อมาคฤหาสน์แฟนทอมไฮฟ์ถูกจัดแต่งด้วยโคมไฟโยงรยางค์บนต้นไม้ในสวนหลากสีสัน สินค้าชิ้นใหม่ของบริษัทของผม ที่เจ้าพ่อบ้านตัวดีบอกว่าถือโอกาสเอามาโปรโมตไปในตัวใน   และความคิดของร่างเพรียวผมดำก็เป็นดั่งคาด เหล่าแขกทั้งหลายที่ได้รับบัตรเชิญมางานวันเกิดของผมต่างพากันจับจ้องสนอกสนใจในไฟหลากสีเลื้อยเกี่ยวพันไปมาตามกิ่งก้าน  โดยมีฟินี่ยิ้มร่าเริงพาแขกทั้งหลายเดินชมสวนที่ไม่ได้เป็นผลงานของตัวเองซักนิด

 

 

ผมอยู่ในชุดสูทสีขาวครีมผูกผ้าพันคอสีเดียวกันกับเสื้อประดับลูกไม้หน่อยๆตามสไตล์ของดีไซน์เนอร์ที่ตัดชุดนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบ 15 ปี    ผมยืนเท้าระเบียงชั้นสองใช้ตาที่ใช้งานได้ข้างเดียวจ้องมองเหล่าแขกหญิงสาวในชุดราตรีสวยงามไม่แพ้กัน  เช่นเดียวกับบุรุษที่มาในสูทตัดอย่างดีหล่อเนี๊ยบ   ยืนจับกลุ่มพูดคุยพลางรับประทานอาหารบุฟเฟต์   ท่ามกลางเสียงดนตรีโดยฝีมือของวงดนตรีมือฉมังขั้นเทพที่จ่ายมาในราคาสูง แต่ก็ไม่สะเทือนเงินในกระเป๋าของผมเท่าไหร่

 

 

“นายน้อยครับ..ได้เวลาแล้วครับ” เซบาสเตียนถือถาดวิสกี้นับ 10 กว่าแก้วตั้งเรียงสวยงาม เดินมาทักผมด้วยรอยยิ้ม   ผมละสายตาจากคนเบื้องล่างมาพยักหน้าตอบอีกฝ่ายเนือยๆ

 

 

เรือนผมดำโค้งตัวหน่อยๆก่อนเดินลงบันไดไปทำหน้าที่ของตน  ทำเอาสายตาของผมอดจับจ้องแผ่นหลังเล็กบางไล่ลงมาสิ้นสุดที่สะโพกงอนได้รูป…

 

 

 

อ่า…นี่ตาผมลามกขนาดนี้แล้วเหรอ!!!

 

 

 

 

 

 

 

ผมเขกหัวตัวเองแรงๆดึงสติกลับมา  เกรงว่าถ้ามีใครมาเห็นผมในสภาพนี้ อาจคิดว่าผมโรคจิตเอา …ไม่ได้ๆ ต้องรักษาภาพพจน์

 

 

 

 

“อุ๊ย!!เอิร์ลแฟนทอมไฮน์!!!” หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับผมส่งเสียงกรี๊ดกราดใหญ่  ทันที่ที่ขาของผมก้าวลงจากบันไดมาได้ระดับนึง  ผมสบตาสาวๆเหล่านั้นพร้อมแจกรอยยิ้มหวานเสียจนหน้าของเธอแดงก่ำ  บิดตัวขวยเขิน

 

 

 

แน่นอนว่าการกระทำของผมเหมือนคาสโนว่าเข้าไปทุกที…แต่ช่างมันประไร…

 

 

 

 

“ต๊ายยย ไม่เจอกันหลายปี ท่านเอิร์ลดูเป็นผู้ใหญ่รูปหล่อขึ้นผิดหูผิดตาเลยนะคะ”  สาวรุ่นใหญ่อายุราวๆ 40 กว่า เจ้าของธุรกิจร้านอาหารชื่อดังที่เปิดสาขามากมายในอังกฤษ ในชุดกระโปรงสุ่มฟู่ฟ่องสีเขียวเข้ม  โบกพัดขนนกมือแถวๆบริเวณปากสีแดงสดแย้มยิ้มหวานหยดย้อยให้    นัยน์ตาสีม่วงของเธอสำรวมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูเหมือนว่าพอมาถึงช่วงหัว เธอจะแหงนหน้าขึ้นหน่อยๆบ่งบอกว่าผมตัวสูงขึ้นผิดหูผิดตาเธอเอาเสียมาก

 

“หึหึหึ   มาดามมากาเร็ตก็สวยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”  ผมเอ่ยปากหยอดคำหวานใส่ ทำเอาสาวหม้ายผู้นี้ยิ้มเคลิ้มไปกับเสียงแตกทุ้มออกนุ่มของผม   “แหมๆ ไม่หรอกค่ะ ฉันนะแกขึ้นทุกวัน อ๋อๆ วันนี้พาลูกสาวมาให้รู้จักด้วยค่ะ” มือเคลือบเล็บสีแดงกวักมือเรียกหญิงสาวเรือนผมน้ำตาลดัดลอนยาวสลวยที่ยินสนทนากับกลุ่มเพื่อนสาวๆของเธอ    “แมรี่ มานี่สิลูก~”  มากาเร็ตเรียกชื่อลูกสาวตัวเองด้วยเสียงหวานเยิ้ม

 

 

 

“ค่ะแม่”  แมรี่ผละจากกลุ่มเพื่อนดึงกระโปรงสุ่มสีชมพูประดับลูกไม้ขาวให้เดินมาอยู่ข้างกายแม่ตัวเอง

“นี่เอิร์ลแฟนทอมไฮน์  และนี่แมรี่ลูกสาวคนเดียวของฉันค่ะ”  มากาเร็ตผายมือมายังผม   แมรี่ละสายตากลมโตสีฟ้าสวยมาสบตาผมใบหน้ารูปไข่งดงามประดับรอยยิ้มหวานเหมือนแม่เอไม่มีผิด ก่อนจะย่อตัวลง

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ท่านเอิรล์”

 

 

 

“เช่นกันครับ แมรี่”  ผมฉีกยิ้มตอบและยกมือบางใต้ถุงมือสีขาวลูกไม้ขึ้นมาพร้อมโน้มตัวจุมพิตลงบนหลังมือด้วยความทะนุถนอม    ตามมารยาทที่ผมได้ร่ำเรียนและถูกเคี้ยวเข่นจากพ่อบ้านหน้าสวยสมัยเด็กๆ

 

 

 

ทั้งผมและแมรี่สบตากันและกันหยิบยิ้มหวานหากันไม่หลดลั่น ใช่ว่าผมจะไม่รู้ว่าแม่เธอจงใจเสนอลูกสาวให้ผมนะ..ทั้งๆที่รู้ว่าผมเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วแท้ๆ  “นายน้อยค่ะ!!”  เมดสาวสวมแว่นหนาเตอะวิ่งมาหาผมด้วยท่าทีกระลกกระลน  และด้วยความซุ่มซ่ามไม่เคยเปลี่ยนทำให้เธอสะดุดพื้นทั้งๆที่บนพื้นมันไม่มีอะไรให้สะดุด

 

 

 

 

 

 

หมับ!!!

 

 

 

ผมรีบวิ่งเข้าไปรับตัวเธอไว้ได้ทัน  รู้สึกได้ทันทีว่าคิ้วของผมมุ่นลงเบื่อหน่ายระอาใจกับความเอ๋อของสาวเมดบ้านแฟนทอมไฮฟ์  “มีอะไรมาลิน วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว”

 

 

 

“คะ…คือ…คุณเซบาสเตียน…เขา…”   มาลินทำหน้าเลิ่กลั่ก  ปากอิ่มของเธอสั่นระริกขยับเหมือนจะพูดดีไม่พูดดี  “เซบาสเตียนทำไม?”   แววตาของผมเต็มไปด้วยคำถาม  มาลินแก้มขึ้นสีแดงเข้มแสดงว่าไอ้เรื่องที่จะพูดนี่คงกระดากปากเธอน่าดู    แต่แล้วในที่สุดปากบางขยับตามด้วยคำตอบให้แก่นายน้อยของเธอ..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.ในพุ่มไม้มุมมือใต้แสงจันทราเต็มดวงกลับปรากฏร่างสองร่างขยับไหวไปมา  เสียงครางต่ำแหบพร่าบ่งบอกถึงความทรมานและสุขสมในเวลาเดียวกัน  “อา…อึก..สะ..สุดยอด…”  ชายร่างใหญ่พ่นลมหายใจแรง ใบหน้าสากแดงก่ำ นัยน์ตาสีดำเล็กจ้องร่างเพรียวบางสูทสีดำเข้ารูปปรนเปรอส่วนตื่นตัวของเขาด้วนริมฝีปากสีชมพูกลีบกุหลาบ    มือใหญ่อูมเอื้อมไปบีบขย้ำสะโพกที่ส่ายไปมา   ความนุ่มนิ่มของก้นงอนได้รูปไล่มาเอวคอดนั่นทำให้ของแข็งขืนขยายใหญ่จนปากอิ่มไม่สามารถอัดเข้าไปได้หมด “อึก…”

 

 

 

 

 

 

 

พรวด!!!!!!!

 

 

 

 

ของเหลวสีขาวพุ่งเข้าปากคนปรนเปรอจนเอ่อล้นไหลย้อยออกมาจากมุมปาก  และกระจัดกระจายไปทั่วใบหน้าสวย  “อ่า…แย่จังครับ..ปล่อยมาแบบนี้ผมก็ลำบากนะสิ”  พ่อบ้านชุดดำแห้วใส่  ร่างบางขยับตัวถอยห่างจากคนที่หน้าตาฉ่ำเยิ้มด้วยอารมณ์ปรารถนา  มือบางใต้ถุงมือสีขาวล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าใต้เสื้อสูทนอกมาเช็ดใบหน้าจนสะอาด  “หึหึ…จะรีบเช็ดทำไมเล่า..มันยังไม่จบซักหน่อยคุณพ่อบ้าน”  วงแขนแกร่งใต้สูทสีน้ำตาลโอบกอดเอวบางดึงเข้ามาให้อีกฝ่ายนั่งบนตัก

 

 

 

“หึหึหึ  ผมต้องทำงานนะครับ…ลอร์ดแอเรียส” ปากบอกห้ามแต่สะโพกจงใจยกบดเบียดส่วนตื่นตัวที่ยังแข็งและร้อน ให้เสียดสีร่องบันท้ายไปมา พลางครางเสียงหวานพอๆกับชายไว้หนวดเคราสีน้ำตาล

“อา…สมเป็นพ่อบ้านแฟนทอมไฮฟ์จริงๆ “  มือล้วงลูบไล้ผิวกายขาวใต้เสื้ออย่างหื่นกระหาย

เสียงรูดซิปดังพร้อมการสอดแทรกเข้ากาย  ร่างทั้งสองขยับไหวรุนแรงเสียจนพุ่มไม้สั่นไหวคลอเสียงครางหวานเสนาะหูแม้กระทั้งเจ้าของคฤหาสน์ที่ยืนกอดอกแอบมองใต้ต้นไม้ใหญ่  เงาไม้บดบังร่างในเสื้อสูทสีขาวครีมมิด

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

 

หลังจากนั้นเพียงแค่ 10 นาที  ลอร์ดแอเรียสในสภาพสูทสีน้ำตาลเรียบร้อยเดินออกไปจากพุ่มไม้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

ซวบ!!!

 

 

 

 

“ตกใจเหรอ เซบาสเตียน”  ผมฉีกยิ้มให้ร่างบางเปลือยเปล่า  ผิวกายสีขาวซีดปรากฏรอยจุดสีแดงเด่นชัดและคราบสีขาวเปรอะเปื้อนทั้งตัว โดยเฉพาะบริเวณเรียวขางาม   แสงจันทร์ของรัตติกาลสดส่องฉายทาบลงบนร่างของอีกฝ่ายทำให้พ่อบ้านปิศาจตรงหน้าดูขาวผ่องยิ่งขึ้น

 

 

 

นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างสั่นระริกกับการปรากฏตัวคาดไม่ถึงของผม  อย่างไรก็ตามมันก็แค่ชั่ววูบพ่อบ้านซาตานกลับมาฉีกยิ้มยั่วยวนลึกลับอีกครั้ง ก่อนบรรจงสวมเสื้อผ้าที่กองบนพื้น

“ก็นิดหน่อยครับ..หึหึ  ว่าแต่กริยาสอดส่องคนอื่นแบบนี้ไม่เหมาะสมนะครับนายน้อย”  เซบาสเตียนแต่งตัวเสร็จแล้วยันตัวลุกขึ้นมาประจันหน้ากับผม   ผมไม่รู้ว่าสีหน้าของผมเป็นเช่นไรหรอก แต่ตอนนี้มันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วหน้า   หัวใจบีบรัดแปลกๆชอบกล   ราวกับว่าจะวายตายได้ทุกเมื่อ

 

 

“หึหึหึ  คนอื่น…นั่นสินะ…”  ผมก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว  ล้วงหยิบเอาขวดยาจิ๋วที่พกไว้ในกระเป๋าเสื้อกรอกใส่ปากบวมเบ่งนั่นทันที   เซบาสเตียนสะดุ้งสุดตัว ดูเหมือนว่าร่างงามจะตกใจกับความเร็วของผมและการกระทำของผม ที่ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้น

 

 

 

 

 

“แค่กๆ”  เรือนผมดำสำลักของเหลวสีม่วง  ผมใช้นิ้วยาวอุดปากอีกฝ่ายแน่น และใช้มืออีกข้างจิกทึ้งหัวอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้น   เมื่อแน่ใจว่าของเหลวนั่นผ่านลำคอระหงลงไปเรียบร้อยจึงปล่อยอีกฝ่ายจากพันธนาการอ้อมแขน

 

 

“นายน้อย?”

“นายว่าฉันเป็นคนอื่นใช่ไหม…” ผมแสยะยิ้มเย็นออกมา  สบมองแววตางุนงงคู่งามตรงหน้า

ท้ายที่สุดผมเงียบ…เงียบไม่พูดอะไรต่อ ก่อนเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ทิ้งให้คนที่มีกลิ่นสาปราคะเหม็นชวนอ้วกไว้นอกสวนเพียงลำพัง

 

 

 

 

 

ภายในงานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป ด้วยหน้ากากแห่งรอยยิ้มของผมปั้นเสแสร้งกับทุกคน…

ทว่า…งานเลี้ยงทุกอย่างมีเริ่มก็มีวันล่ำลา…หลายคนทำหน้าเสียดายที่เวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก

 

 

 

แต่ใครจะรู้ว่าผมนับถอยหลังรอเวลานี้มานานแสนนาน…หลังจากคนใช้ในบ้านเก็บกวาดคฤหาสน์จนเสร็จสิ้นสะอาดเอี่ยมอ่องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อหลายชั่วโมงที่ผ่านมา   ทุกคนพากันอ้าปากหาวหวอดๆกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง    จึงมิได้สงสัยถึงการหายไปของใครบางคนในบ้านแฟนทอมไฮฟ์…

 

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

 

ติ๊ก….ติ๊ก…ตี๊ก…

 

 

 

นาฬิกาโบราณในห้องรับรองแขกขยับเข็มสีทองเดินสม่ำเสมอ   ผมตอนนี้อยู่ในชุดนอนเสื้อเชิ้ตกางเกงสีฟ้าลายทางสลับสีขาวนั่งบนโซฟาสีแดงเลือดหมู  กางหนังสืออ่านไปมาสบายใจเชิบ…

“หืมม์..5 ทุ่มแล้วเหรอ..”  นัยน์ตาสีฟ้าของผมจับจ้องเวลาตีบอกบนหน้าปัดนาฬิการาคาแพง   ผมปิดหนังสือเก็บเข้าชั้นวางเรียบร้อย   ปากของผมกระตุกยิ้มเย็น..พอๆกับความสนุกสนานหลังจากนี้ที่ผมจงใจใช้เวลารอคอยให้ของเล่นของผมสุกงอม….

 

 

 

 

 

 

ของเล่นหฤหรรษ์…ฉลองครบ 15 ปี

 

 

 

 

 

 

 

เท้าของผมก้าวเดินตามทางมืดสลัว แม้จะมีไฟจากเทียนติดตั้งตามฝาผนังช่วยให้ความสว่างก็ตามที

 

 

 

 

 

กึก…    

 

 

 

ขายาวของผมหยุดลงหน้าห้องๆหนึ่ง  ผมรู้สึกได้ทันทีว่ามุมปากผมกระตุกขึ้น..กระตุกด้วยความตื่นเต้น…ตาของผมคงจะลุกวาววับน่าดู   ผมค่อยๆบิดกลอนประตูช้าๆ และเคลื่อนเปิดออก…

 

 

 

 

 

แอ๊ดดดด

 

 

 

 

 

ภายในห้องมืดมิดน่ากลัว ข้างของเครื่องใช้เป็นแบบเรียบง่ายไม่มีอะไรมากมายนัก…หน้าต่างห้องบดบังแสงจันทร์ด้วยม่านสีแดง แต่แสงที่เล็ดรอดออกมาตามแนวแหวกของม่าย ฉายทาบลงบนร่างๆหนึ่งบนเตียงเดี่ยวสีขาว

ร่าง…ที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ…

 

 

 

“คะ….ใคร…?” เสียงหวานใต้ผ้าห่มกระซิบถามแผ่วเบา  ร่างเพรียวบางค่อยยันตัวขึ้นจากฟูกนุ่ม  ผ้าห่มสีขาวไหลลงตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าลาดเนียนมากองตรงสะโพกกลมกลึง   ผิวขาวเนียนเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อใบหนาสวยลึกลับ บัดนี้แดงระเรื่อยิ่งกว่าตอนอยู่ในพุ่มไม้  ปากบวมเบ่งนั่นเผยอราวกับเชิญชวนผู้มาเยือน   นัยน์ตาสีแดงทับทิมคู่งามรื้อชื้นหยาดน้ำตา  แสดงถึงอารมณ์คุกกรุ่นใต้ร่มผ้า และความต้องการสูงเสียจนผมเผลอตัวผิวปากนึกสนุก   “หึหึหึ   ยาของโซเซ..ได้ผลจริงๆแหะ”  ผมเลียปากตายังคงจับจ้องคนพยายามยันกายขึ้นจากเตียงแต่กลับทรุดลงไปนอน ด้วยแขนขาอ่อนเปลี้ย

 

 

 

ขายาวของผมเดินเข้ามาในห้องอย่างเนิบๆ ให้คนเจ้าของห้องทรมานเล่น    ประตูห้องเคลื่อนปิดลงช้าๆ เหลือเพียงแสงจันทร์เท่านั่นที่ให้ความสว่างในห้องนอนของพ่อบ้านคนงาม   ผมทรุดนั่งลงขอบเตียงก่อนใช้มือจับเจ้าที่ไหล่กลมมน “อ้า….”  เซบาสเตียนครางเสียงหวาน  ดวงตาคู่งามคลอเบ้าเว้าวอน   ทั้งๆที่ปลายนิ้วของผมสะกิดโดนผิวนุ่มเท่านั้น     ผมเหยียดยิ้มหื่นกระหายในอารมณ์บางอย่างปะทุในขึ้นร่าง   มือของผมแทนที่จะชะงัก ตรงกันข้ามผมกลับจาบจ้องลูบไล้ไหล่ลาดไล่ลงตามผิวเนียนนุ่มลื่นไม่สะดุด

 

 

“อะ..อ้า…นะ..นายน้อย…”  เซบาสเตียนสะท้านไปทั้งตัว  ใบหน้างามบ่งบอกว่าเสียววูบจนขนทุกเส้นในร่างลุกชัน  ส่วนผมนะเหรอ..หึหึ..ก็จ้องมองอากัปกริยาเหมือนแมวน้อยร่านสวาทไม่วางตา….

“ทำไมเหรอ..หืมม์”  ผมโน้มหน้าลงกระซิบเสียงเข้มข้างหูแดงเรือ ก่อนโลมเลียใบหูเบาๆ ทำให้ร่างบางใต้ผ้าห่มสั่นสะท้าน ครางเสียงดังกว่าเก่า  กายโค้งเว้าเฉกเช่นหญิงสาวบิดไปมาอย่างเสียวซ่าน จนสะโพกใต้ผ้าห่มสีขาวแนบเนื้อ ขยับไหวส่ายไปมา

 

 

มือของผมผละจากเอวอีกฝ่ายมาจับสะโพกของเซบาสเตียนลูบไล้ไปมาผ่านผ้าห่มลื่น  “นะ…นาย…”

 

 

 

 

 

 

พรึ่บ!!!!!!!

 

 

 

 

ผ้าห่มถูกผมดึงออก เผยท่อนขายาวสวยเพรียวบางหนีบปกปิดส่วนต้องห้ามไว้  หันแค่บั้นท้ายกลมกลึงสวยมีรอยมือช้ำของลอร์ดแอเรียสค้างไว้ไม่จางหาย  ผมเลียปากอีกครั้ง และบีบขย้ำซ้ำรอยมือหนานั่น “อ๊า!!!”

“ทรมานใช่ไหมเด็กน้อย…”  ผมยังไม่ละใบหน้าออกจากหูคนบนเตียง เอ่ยปากพูดเสียงหวานหยอกล้อซาตานอายุระนามมาก อาจจะ 100 ปี หรือ พันปีก็ไม่รู้  แต่ไอ้สรรพนามไม่เข้าวัยที่ออกมาจากปากผม..มันก็สอดคล้องดีกับสภาพยั่วยวนจิตผมของพ่อบ้านร่วมสัญญาบนเตียงมิใช่หรือ…

 

 

 

“ฉันจะช่วยปลดปล่อยให้เอาไหมล่ะ?” ผมจับคนผมสีดำให้นอนหงายและเข้าทาบทับร่างบางนั่น จงใจใช้ส่วนแข็งขืนไร้ประสบการณ์เบียดเสียดส่วนตื่นตัวด้านใต้    “อ้า!!!!”

 

 

 

 

 

 

 

TBC

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s