[Fic Attack on titan][Rivaille x Eren]นางไททัน//บทส่งท้าย(END)

[Fic Attack on titan] นางไททัน

Paring : Rivaille x Eren

Rate    : PG-13 , รั่ว , ดราม่า(?)

Story   : blood_hana

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทส่งท้าย

 

 

 

เหมันต์ที่กัดกินเวลายาวนานเกือบ 4 เดือน บัดนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาล…เสียงผู้คนจอแจในตลาดริมแม่น้ำเจ้าพระยายังคงแน่นขนัดไปด้วยผู้คนเหมือนเฉกเช่นทุกที ชาวบ้านชาววังและเหล่าชนชั้นสูงทั้งหลายที่มาจับจ่ายใช้สอยสินค้าเลิกสวมผ้าแพรคลุมไหลห่มร่างกายให้อบอุ่น  แสงแดดกับท้องผ้าปลอดโปร่งยามเช้าสายๆทำให้ร่างกายอุ่นพอ

 

 

ช่วงเวลาผันเปลี่ยน..กำลังเข้าสู่ฤดูร้อน.

นั่นคือนับเริ่มปีใหม่…กับประเพณีสงกรานต์ที่ใกล้มาถึงในอีกไม่ช้า

 

 

คุณหญิงฮันซี่กับทาสชราคนสนิทยายสร้อยถือกระจาดใส่ผลไม้ทั้งกล้วยไข่ ชมพู่สีเขียวลูกใหญ่ที่พึ่งเดินตลาดซื้อแลกด้วยเงินเบี้ยมาระหว่างทาง

“ไม่น่าเชื่อ..เผลอแป๊บเดียวก็ใกล้เดือนเมษาเสียแล้ว..ใกล้จะขึ้นปีใหม่แล้วรึเนี่ย”

“นั่นสิเจ้าค่ะคุณหญิง..เพลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก” ยายสร้อยตอบทั้งเสียงนอบน้อม ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลยิ้มตอบนายหญิง สตรีร่างสูงโปร่งผมสีน้ำตาลมัดรวบปักปิ่นทองคำคลี่ยิ้มตื่นเต้นอีกไม่นานก็จะมีการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ถึงตอนนั้นคงมีเรื่องสนุกสนานให้ทำมิใช่น้อย   ปลายทางมาถึงร้านหนังสือฝรั่งที่นำเข้าผ่านจากเรือสำเภา..สถานที่ประจำที่คุณหญิงฮันซี่จะแวะเวียนเข้าไปทุกครั้งก่อนกลับเรือนเพื่อเลือกหนังสือดีๆซักเล่มมาอ่าน

“อ้าว…ท่านหมอมิเกะ?” เมื่อร่างสูงโปร่งสวมแว่นตาค่อมตัวผ่านซุ้มประตูเข้าไปในร้านไม้ทำจากเพิงเตี้ยๆ ก็พบกับบุรุษผมสีอ่อนตัวสูงใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาหันมาสบตาหญิงสาวผู้รักการอ่าน ในมือของเขาถือหนังสือปกหนาสองสามเล่มซ้อนกันหันมาส่งยิ้มอบอุ่นด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก

“โอ้…คุณหญิง มาซื้อหนังสืออีกแล้วสินะขอรับ” ท่านหมอโค้งสวัสดีให้แก่พี่สาวของหลวงรีไวล์ผู้เลื่องชื่อด้านความหฤโหด

“พอดีที่บ้านข้าอ่านหมดแล้ว..ก็เลยว่าจักมาหาเรื่องใหม่อ่านอยู่”  ฮันซี่ตอบทั้งรอยยิ้ม  ยายสร้อยลอบมองผู้สูงศักดิ์ อนึ่งคือหมอหลวงมิเกะผู้แสนหล่อเหลาและยังอ่อนโยนฉลาดเฉลียว..อนึ่งคือคุณหญิงฮันซี่นายหญิงของเธอสาวงามแต่ติดที่มีลูกบ้ากับรสนิยมไม่เหมือนสตรีอื่นๆเลยทำให้ชายหลายคนถอยห่างเสียแบบนั้น

สายตาคนแก่มากประสบการณ์เห็นสายตาของหนุ่มสาวเบื้องหน้า ประกายแววตาที่ต่างฝ่ายต่างสบตอบรอยยิ้มจางๆกับริ้วสีแดงบนแก้มของทั้งคู่ ทำเอาทาสชรานางสร้อยผู้นี้อดยิ้มปลื้มปิติเสียไม่ได้

 

ช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก..ท่านหมอมิเกะกับคุณหญิงฮันซี่

 

“คุณหญิงกำลังหาหนังสืออ่าน..เช่นนั้นลองเล่มนี้ไหมขอรับ” หมอมิเกะหยิบหนังสือเล่มนึงจากกองหนังสือในมือยื่นให้ ฮันซี่รับหนังสือปกแข็งห่อผ้ากำมะหยี่สีเขียวเข้มขอบลายสีทองสวยสดหน้าปกเขียนชื่อเรื่องไว้ว่า..

“Alice in wonderland ?” สาวผมสีน้ำตาลอ่านชื่อปก ก่อนจะช้อนตามองหมอหนุ่มยิ้มแย้มอารมณ์ดี

“ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กสาวที่หลุดไปผจญภัยในโลกแปลกใหม่ สำนวนกับจินตนาการคนเขียนยอดเยี่ยมมากถึงนางจะถูกหาว่าเป็นเด็กเพี้ยน..”  หมอมิเกะเว้นวรรคครู่หนึ่ง ..จ้องมองเข้าไปในแววตาสีน้ำตาลประกายความตื่นเต้นหลังแว่นตา

 

“แต่ข้ารู้สึกว่า..นางมีเสน่ห์มากกว่าใคร”

 

คำกล่าวเหล่านั้น..ทำเอาคุณหญิงฮันซี่หน้าขึ้นสีแดงเข้มอมยิ้มขวยเขินยกหนังสือมาปิดหน้าตัวเอง…เจ้าของร้านชาวฝรั่งเศสในชุดเสื้อตัวยาวฟูฟ่องกับวิกลอนใหญ่ยาวถึงบ่ามองลูกค้าหนุ่มสาวพลางอมยิ้ม..ดูท่าบรรยากาศในร้านหนังสือของเขาวันนี้คงอบอวลไปด้วยบรรยากาศสีชมพูทั้งวัน

 

 

.

.

.

 

 

ขณะเดียวกัน…อีกฝากฝั่งหนึ่งพระยาเอลวินในชุดราชปะแตนสีขาวกำลังนั่งอยู่บนรถเกวียนลากผ่านท้องถนนดินแดง ล้อครูดลากกับพื้นแห้ง..จนฝุ่นสีแดงคลุ้งคลั่กโดยรอบ พระยาหนุ่มผมสีทองสั้นสว่างล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาซับเหงื่อไคลที่ไหลย้อย

 

 

ชุดราชปะแตนกับสายตาชาวบ้าน…คือเครื่องแบบที่แสดงถึงความเป็นชายชาตรีมีอำนาจน่าชื่นชม

แต่มันต้องไม่ใช่ฤดูกาลนี้!!!!!!!!!!!!!!

 

 

“โอ้ย…ข้าล่ะ..อยากถอดเสื้อแล้วกระโดดลงแม่น้ำยิ่งนัก” ดวงตาสีฟ้าคมมองแม่น้ำสายใหญ่ของกรุงรัตนโกสินทร์เขตแดนกั้นฝั่งกับเมืองหลวงเก่ากรุงธนบุรี…แสงระยิบระยับราวกับประกายอัญมณีเลอของผิวน้ำยามสะท้อนแสงอาทิตย์เจียนเที่ยงวัน…ยิ่งทองพระยาเอลวินถึงกับกลืนน้ำลายลงคอกระหายอยากจะทำตามดั่งที่ความคิดใฝ่ฝันนัก

 

“ขโมย!!!!ขโมยเจ้าค่า!!!!!!!!”

 

 

ปัง!!!!!ปัง!!!!!ปัง!!!!!

เสียงปืนดังสนั่นทำเอาชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้ารอบๆแตกตื่น ผู้คนวิ่งหนีอุดตะหลุดชนกระจาดที่วางสินค้าใต้ขนาบถนนซ้ายความหกกระจายไม่เป็นท่า  ยิ่งเสียงปืนยิงไล่จากด้านหลังสนั่นลั่นนัดต่อนัด ทำเอาพระยาเอลวินสะดุ้งเป็นระลอกต้องเอามืออุดรูหู

“เฮ้ย!!ไอ้เกรียงเกิดอะไรขึ้น!!!”

“ท่านพระยาขอรับ..ดูเหมือนโจรสลัดจะบุกขึ้นฝั่งขอรับ!!!!” ทาสหนุ่มรับใช้ในรั้วเรือนทำหน้าที่ลากเกวียนคุกเข่ากล่าวรายงานที่ตัวเองสังเกตด้วยสีหน้าลกล่นหน้าถอดสีจนซีดเมื่อกระสุนปืน..อาวุธร้ายของพวกชาวฝรั่งดังเป็นระยะๆ   พระยาเอลวินชะโงกหน้าโผล่จากหน้าต่างในเกวียนหันไปมองต้นเสียงกร้าวกราดราวกับสายฟ้าฝาด

 

“Get Away!!!This’s our place!!!

 

 

หัวหน้าโจรสลัดเหยียบหัวเรือร้อยประดับหัวกะโหลกนับ 10 หัว ผิวสีขาวสวมเสื้อตัวยาวทำจากหนังผ้าหนาและรองเท้าหนังยาวขึ้นมาถึงหน้าแข้งที่เรียกกันว่า Boots ใบหน้าหนวดดกเฟิ้มสีดำแผดเสียงตวาดลั่นด้วยภาษาฝรั่ง..มีเพียงเหล่าชนชั้นสูงเจ้าขุนมูลนายที่ร่ำเรียนศึกษามาถึงจะฟังออก ยิ่งมันแกว่งดาบโค้งยาวแหกปากสบถคำหยาบซึ่งพระยาเอลวินไม่อยากจะแปลความหมายเพราะมันกระดากปาก เขาก็ยิ่งไม่พอใจที่ริอาจมาทำกร่างบนที่ดินบ้านเกิดเมืองนอนเช่นนี้

 

 

จะเสียดินแดนให้พวกสารเลวเช่นนี้ไม่ได้เป็นอันขาด!!!!

 

 

“ท่านพระยาขอรับ!!!พวกนั้นมีปืนนะขอรับ!!!!!” ดูเหมือนไอ้เกรียงห้ามปรามนายเหนือหัวไม่ทันแล้ว ทหารหนุ่มยศสูงโดดลงจากรถเกวียนควงดาบคู่กายที่ไม่ได้ชักออกจากฟักมานาน

“ไอ้พวกนี่ข้าจะสั่งสอนมัน!!!”  น้ำเสียงที่มักทุ้มนุ่มอ่อนโยน กลับนิ่งเรียบเต็มไปความเย็นชา

พื้นที่ตลาดที่เคยครึกครื้นเละไม่เป็นท่า พวกลูกน้องโจรสลัดนับราว 40 คน เริ่มทยอยลงจากเรือใหญ่มาขึ้นฝั่ง หัวหน้าของมันสูบยาสูบพ่นปล่อยควันออกช้าๆ แสยะยิ้มชั่วร้าย มือข้างหนึ่งที่เป็นตะขอเท้าคางเต็มไปด้วยเครารุงรังปราดมองทหารหนุ่มผมสีทองสั้นตัวสูงใหญ่เบื้องล่าง   หลังจากนั้นไม่นานทหารทั้งหลายเริ่มวิ่งเข้ามาสมทบยืนอยู่ด้านหลังบุรุษผู้เฉียบชาดวางแผนการรบที่สุดแห่งแดนสยาม จำนวนทหารของแดนสยามที่พร้อมจะต่อกรกับโจรสลัดแต่จำนวนนั้นก็ยังเป็นรองพวกโจรเบื้องหน้า ไหนจะอาวุธเป็นปืนสั้นในมือของพวกมันอีก

 

สถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นอยากรวดเร็ว..จนพระยาเอลวินเองก็ยังอดวิตกกังวลไม่ได้

 

 

“What the fuck!!!!Ahhhhhhhh” เสียงกรีดร้องของพวกลูกโจรสลัดแผดดังลั่น  บางสิ่งบางอย่างที่เคลื่อนไหวมาอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงเงาดำๆ..ตามด้วยเสียงตวัดดาบฟาดลงบนร่างไล่ปลิดชีพฝรั่งชั้นเลวคนแล้วคนเล่า

“นั่นอะไร?”

ทหารในชุดสีแดงพวกยศหมู่กับยศนายพากันหน้าตาตื่น สายตาของพวกเขาหรี่ลงกับแสงอาทิตย์ที่เคลื่อนขึ้นมาเหนือหัวบอกเพลาเที่ยงวันเสียแล้ว…ชายในผ้าคลุมสีตุ่นสวมหมวกใบลานปกปิดใบหน้าขยับกายคล่องแคล่วว่องไวพอที่จะอ่านเดาทิศทางกระสุนจากปืนในมือพวกโจรสลัดจนสามารถหลบและปัดป้องได้หมด  หัวหน้าโจรเริ่มใจเสียหน้าเมื่อเหล่าลูกน้องล้มตายไปที่ละคนจมกองเลือดแน่นิ่งด้วยคมดาบเหล็กกล้า

“นั่นมัน…หรือว่า!!!”  พระยาเอลวินตาโต เริ่มใจชื้นขึ้น…เขาเคยเห็นกระบวนดาบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งที่เรือน

ร่างสูงโปร่งปริศนากระโจนปีนขึ้นใช้ดาบคู่ปัดกระสุนที่พุ่งเข้ามาหาตัว วิ่งไต่บนเชือกที่พาดยาวและง้างดาบตรงหมายสะบั้นคอหนาของหัวหน้าโจรสลัดมือตะขอ

 

แคร้ง!!!!!

 

ดาบของหัวหน้ากองโจรรับได้พอดีกับดาบของบุรุษปริศนา หมวกปลิวลอยไปตามแรงลม…พัดผ่านเส้นผมสีดำยาวประบ่าให้ไหวตามใบหน้าหล่อคมเข้มประดุจดาบ กับดวงเนตรสีดำนิลเย็นชาจ้องมองเจ้าโจรสลัดร้ายที่กล้าดีมาบุกดินแดนสยามอันเป็นที่รัก

 

“ท่านขุนมิคาสะ!!!!”

“พวกเรา!!ท่านขุนมา!!ไม่ต้องไปกลัวมันแล้ว!!!!”

 

 

ทหารชักดาบโห่ร้องวิ่งกรูเข้าไปปะทะกับพวกโจรสลัดที่ไม่รักตัวกลัวตายกล้าแหยมมาเบ่งอำนาจคิดยึดเขตการค้าชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เสียงดาบสลับเสียงปืนดังสนั่นไปทั่วทุกระแหง โลหิตสีแดงสาดกระเซ็นไปทุกหย่อมหญ้า ขุนมิคาสะลงดาบฟาดฟันกับหัวหน้ากองโจรไม่มีใครยอมใคร…แต่ฝั่งของบุรุษผู้เป็นถึงทหารกล้าที่สามารถสังหารกองโจร 100 คนในป่าเมืองจันทบุรีชิงเครื่องราชบรรณาการที่ถูกปล้นไปกลับคืนมาสู่กรุงรัตนโกสินทร์ได้กลับมีท่าทีกุมชัยชนะมากกว่า

“ท่านขุนมิคาสะ!!ระวัง!!!” ทหารหมู่ตะโกนร้อง ชายหนุ่มผมสีดำเบิกตากว้างมองเสาประดงเรือสูง…มีโจรสลัดคนหนึ่งแอบซุ่มยืนเล็งปืนยาวตรงมาที่เขา

 

 

ฉึก!!!!!!!!

ดาบทะลุท้องลูกเรือคนนั้นก่อนจะถูกเหวี่ยงลงไปในแม่น้ำ…บนเสาประดงเรือปรากฏร่างของชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ในชุดราชปะแตนสีขาวผมสีทองสว่างสั้น พระยาเอลวินสะบัดดาบที่เปื้อนโลหิตออกจนหยดเลือดสีแดงกระจายเปื้อนระเบียงไม้บนเสาประดงเรือดวงตาสีฟ้าคมสบตามองนัยเนตรสีนิลคมกริบพร้อมส่งยิ้มให้  ขุนมิคาสะพยักหน้าตอบ ต่างฝ่ายต่างละสายตากันไปจดจ่อกับคู่ต่อสู้ของตน  พระยาเอลวินจัดการด้านบน ส่วนท่านขุนมิคาสะจัดการพวกท้องเรือ

 

ในที่สุด…การต่อสู้อันยาวนานพร้อมกับหัวของกัปตันโจรสลัดหลุดออดจากบ่าด้วยคมดาบของบุรุษผมสีดำยาวประบ่าเรียกชัยชนะจากเจ้าถิ่นไป  ลูกน้องโจรสลัดล้มตายเป็นจำนวนมากบางคนที่ยอมจำนนก็ถูกจับส่งเข้าคุกไปกินข้าวแดงตามระเบียบเพื่อรอการตัดสินจากศาล

พระยาเอลวินเก็บดาบเข้าฟักเดินตรงมาหาบุรุษผมสีดำผ้าคลุมสีตุ่นไว้เลือดชโลมชุ่มไปหมดจนเจ้าตัวต้องถอดออกแล้วโยนทิ้งลงแม่น้ำเพราะเหม็นกลิ่นคาวเลือด เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งกายาแข็งแรงอกผายไหล่ผึ่งในชุดราชปะแตนสีขาว

“กลับมาจากเมืองกาญจนบุรีตั้งแต่เมื่อไหร่ขุนมิคาสะ”

“เมื่อซักครู่ขอรับ..ต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งสารไปบอกท่านพระยาล่วงหน้า” ขุนมิคาสะโค้งเคารพแก่คนอาวุโส ก่อนจะยืดเต็มความสูงในใจพะวงเกรงรวมทั้งรู้สึกผิดที่นึกจะไปก็ไปนึกจะมาก็มา คนตรงหน้าเป็นผู้ใหญ่ที่คอยสั่งสอนดูแลเขามาตลอด แม้จะไม่ได้สังกัดโดยตรงกลับมีน้ำใจยิ่งกว่าใคร…ช่างเป็นคนดียิ่งนัก..

“ไม่เป็นไรดอก..ข้าเข้าใจไอ้เรื่องอกหักรักคุดข้าเป็นออกบ่อยไป” พระยาเอลวินตบบ่าคนหนุ่มแรงๆ เมื่อเห็นท่าทีไม่ถือโทษโกรธเคืองขุนมิคาสะใจชื้นเป็นกอง

 

กระแสลมแรงพัดเข้ามาทำให้ตัวเรือโคลงเอน…บุรุษร่างสูงผมทองเซถลาเสียหลักหงายหลังล้มและ..

“ท่านพระยาเอลวิน!!!”

 

 

โครม!!!!!

 

พระยาเอลวินล่วงหล่นตกแม่น้ำเจ้าพระยา ..มือแกร่งของขุนมิคาสะคว้าจับไม่ทันจึงรีบวิ่งไปเกาะระเบียงไม้รอบตัวเรือที่หักโค่นจากการต่อสู้เมื่อครู่…ร่างสูงโผล่หัวจากน้ำหายใจหอบสำลักน้ำหูน้ำตาไหล

 

และแล้ว…ก็ได้ตกน้ำสมพรปากอย่างที่พูดไว้…

 

.

.

 

“ข้าต้องขอขอบใจขุนมิคาสะมากนักสำหรับเสื้อผ้าพลัดเปลี่ยน”  ขุนมิคาสะนั่งรถเกวียนของบุรุษผมสีทองสั้น โชคดีนักที่เรือนของเขาไม่ห่างไกลจากตลาดมากนักจึงพาไปพลัดเปลี่ยนเสื้อก่อน ยิ่งอากาศร้อนๆเช่นนี้ปล่อยให้เนื้อตัวเปียกน้ำเดินโทงๆไปตามท้องถนน ร่างกายอาจเป็นไข้ได้โดยง่าย

“ขออภัยด้วยขอรับ..ขนาดเสื้อผ้าของข้าหาได้พอดีกับตัวท่าน”

“โหย…ไม่เป็นไรดอกท่านขุน…เรือนท่านไม่ใช่เรือนข้าจักไปมีเสื้อผ้าขนาดเท่าตัวข้าได้เยี่ยงไร” พระยาหนุ่มวัย 30 พูดกลั้วเสียงหัวเราะ…สภาพของชายตัวใหญ่ในชุดที่ขนาดเล็กกว่า..ทั้งเสื้อผ้าฝ้ายสีเทาอ่อนที่เล็กจนคับปริต้องปลดกระดุมบนออกให้เห็นแผ่นอกกล้ามมัดกับโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้มสั้นเหนือเข่า…ทำให้เหมือนเด็กโข่งที่เอาเสื้อเด็กเล็กมาสวมชอบกล

 

 

หลังจากเดินทางพาไปเปลี่ยนเสื้อที่เรือนขุนมิคาสะ แต่เจ้าตัวพระยาเอลวินรบเร้าอยากให้มาร่วมรับประทานอาการกลางวันที่เรือนของตนอีก ด้วยความที่บุรุษผมดำเกรงใจผู้อาวุโส..ยิ่งเป็นคนดีควรค่าแก่การเคารพก็ยิ่งเกรงใจเป็นพิเศษจึงตอบตกลงคำเชิญอย่างนอบน้อม  ในที่สุด..ก็มาถึงเรือนของพระยาเอลวิน

“ผ่านไปเกือบ 4 เดือน เรือนของท่านพระยายังใหญ่โตและร่มรื่นเช่นเคย” ขุนมิคาสะกวาดตามองเรือนไม้ขนาดใหญ่ตรงหน้ากับสวนรอบๆ ไหนจะด้านหลังเรือนที่ทำเป็นลานกว้างใช้สำหรับเป็นค่ายฝึกทหารใต้สังกัดหน้าใหม่ทั้งหลาย

 

สถานที่ๆเขาได้ประลองดาบกับหลวงรีไวล์…บุรุษผู้ได้ครองนางในดวงใจของเขา

 

 

พอคิดถึงใบหน้าหวานสะสวยกับเรือนผมสีน้ำตาลสั้นล้อมกรอบ ดวงเนตรสีมรกตงดงามไร้เดียงสา ท่าทางทะโมนชอบเล่นโลดโผนห้าวหาญไม่เหมือนสตรีทั่วไป..กับการลงไปแหวกว่ายเก็บบัวในคลองให้…ภาพในวันวานผุดขึ้นมาทั้งสุขล้นและเจ็บปวด…อกหักจนต้องหนีไปขอประจำการที่เมืองกาญจนบุรี

 

 

อยากลืม…เพราะนึกถึงก็มีแต่ทุกข์ใจ

หากแต่หัวใจกลับยิ่งจำฝังแน่น…ถึงทาสสาวผู้ครอบครองหัวใจทั้งดวงไปจนหมดสิ้น

 

 

“ท่านพระยาเอลวิน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกนามชายยศสูงกว่า บุรุษที่ก้าวเดินลงจากเกวียนหันหลังกลับมามองคนหนุ่มเก่งกล้าสามารถเบื้องหลังเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน

“เอเลน..สบายดีหรือไม่ขอรับ”  ขุนมิคาสะถามทั้งเสียงแผ่วเบา

“อืม..นางสบายดีตอนนี้ตบแต่งเป็นคุณหญิงของหลวงรีไวล์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว งานแต่งเอิกเกริกพอตัวเชียวล่ะ” พระยาเอลวินเล่าทั้งรอยยิ้ม ตาสีฟ้าคมมองใบหน้าหล่อเหลาของเด็กหนุ่มรู้ดีว่าคงสะเทือนใจไม่น้อย ตาสีนิลคมไหววูบครู่หนึ่งก่อนที่เจ้าตัว..จะแย้มยิ้มบางๆ น้อยนักที่จะเห็นบนหน้านิ่งสุขุมของอีกฝ่าย

 

 

โล่งอก…ที่เธอผู้เป็นดวงใจอยู่ดีมีสุขไม่ทุกข์ร้อน

 

 

ฝีเท้าเบาบางย่างก้าวลงมาจากบันไดหน้าทางขึ้นประตูใหญ่ของเรือนไม้ เรียกทุกสายตาให้ขึ้นไปจับจ้อง..ดวงตาสีนิลเบิกกว้างเล็กน้อยทั้งงุนงงและตะลึงในความงามของสตรีร่างอรชรอ้อนแอ้นร่างเล็ก เรือนผมสีทองสว่างปอยผมปรกตาขวาท่าทางผมของนางจะยาวพอควรจึงได้มัดรวบมวยหลวมๆไว้ด้านหลัง ในชุดผ้าสไบสีฟ้าอ่อนกับผ้าถุงสีแดงเลือดหมูลายทางขับผิวขาวให้ผ่องอำพันยิ่งขึ้น..การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชั้นดีไหนจะเครื่องประดับเป็นสร้อยคอเส้นเล็กสีทองอีกทำให้นางดูสง่างามเลอค่าไปกว่าเก่า

 

“อ…แอนนี่!!เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อใด”  พระยาเอลวินอุทานเสียงสูงตาโตเท่าไข่ห่าน แม่หญิงผู้นั้นไม่ตอบเธอเดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้าของพระยาเอลวินยื่นให้หนุ่มตัวสูงใหญ่ที่ตะลึงพรืดอ้าปากค้าง

“เปลี่ยนเสีย..เห็นแล้วอุจาดตา”  วาจาของนางช่างเย็นเยียบหา สงบนิ่งราวกับผิวน้ำราบเรียบไหลเอื่อยดวงเนตรสีฟ้าสวยใต้ขนตาแพยาวนั่นเย็นชายิ่งกว่าอะไร….ทำให้นางดูงดงามในแบบเยือกเย็น    พระยาเอลวินยิ้มแหยๆแล้วรับเสื้อจากอีกฝ่ายคนหนุ่มผมทองสั้นนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนที่อยู่ที่นี่จึงผายมือแนะนำต่างฝ่ายต่างคนให้รู้จักกัน

“อ๋อ..นี่แอนนี่น้องสาวของข้า..นางเป็นนางในของวังหลวง ส่วนนี่ขุนมิคาสะ..ทหารกล้าปราบโจร 100 ในป่าเมืองจัน”

 

 

แม่หญิงแอนนี่เลื่อนสายตาสีฟ้าสวยมองคนหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน…ตาสีฟ้านั่นจับจ้องนานจนมิคาสะมุ่นคิ้วลงรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลยเพราะสายตาของสตรีตรงหน้าช่างเยือกเย็นจนอ่านความคิดไม่ออก ตรงข้ามกับพระยาเอลวินที่ดูร่าเริงเป็นมิตรมากกว่า

“แอนนี่!!!เดี๋ยว!!!” จู่ๆ นางในผมสีทองสวยมัดมวยกลับเดินหันหลังขึ้นเรือนไปเสียฉิบ  ไม่ฟังคำเรียกร้องตะโกนของพี่ชายแท้ๆซักนิด

“ข้าต้องขอโทษแทนน้องช้าด้วย..นางเป็นแบบนี้เสมอ ค่อนข้างเงียบไม่ค่อยพูดค่อยจาไม่ชอบคบค้าสมาคมกับใครเสียเท่าไหร่  ข้าเองก็ไม่รู้จักแก้ไขเช่นไร”  พระยาเอลวินถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับความไร้มนุษย์สัมพันธ์ของน้องสาว รู้สึกละอายใจยิ่งนักที่แอนนี่แสดงกริยาไม่เหมาะสมต่อคนที่พึ่งเจอหน้ากันครั้งแรก

“ไม่เป็นไรขอรับ..ข้าไม่ถือสา” ขุนมิคาสะตอบอย่างสุภาพ..เขาเองก็ไม่ติดใจหรือคิดโกรธนางอยู่แล้ว ตาสีนิลช้อนมองหน้าต่างทางฝั่งขวาของเรือนซึ่งมักปิดตายเสมอบัดนี้เปิดกว้าง..แสดงว่านั่นคงเป็นห้องนอนของน้องสาวท่านพระยาเอลวิน เจ้าของบ้านเลิกคิ้วสูงมองตามสายตาของขุนมิคาสะ..ก็รู้ว่าคนหนุ่มผมดำกำลังจ้องมองสิ่งใด

 

หมับ!!!!

ฝ่ามือหนาตะปบไหล่กว้างของคนหนุ่มยศท่านขุนจนเจ้าตัวสะดุ้ง ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่ามือแกร่งนี่บีบแรงกว่าปกติที่ผ่านๆมา มิคาสะหันกลับมาสบมองใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเสมอของพระยาเอลวิน…

 

รู้สึกเหมือน…สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม?

 

“ขึ้นเรือนกันเถิด ป่านนี้สำรับคงเย็นชืดหมดแล้วเดี๋ยวจักไม่อร่อย” เสียงทุ้มอ่อนโยนและอบอุ่นเอ่ยติดตลกเหมือนทุกครา ทำให้ความคิดติดใจสงสัยในท่าทีหายไปจากใจบุรุษผมดำยาวประบ่า พระยาเอลวินปล่อยวงแขนจากบ่ากว้างของทหารกล้าเดินนำพาอีกฝ่ายขึ้นเรือนไป

 

 

.

.

.

 

 

สายลมฤดูร้อน..เสียงจิ้งหรีดขับขานดังก้องกังวานเป็นสัญญาณฤดูกาลใหม่

 

เอเลนหลับตาพริ้มใต้แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะยม เงาไม้ร่มรื่นกิ่งก้านแผ่สาขาทำให้เธอไม่รู้สึกร้อนซักนิดแม้เวลานี่จะบ่ายกว่าก็ตาม  ดวงตาปิดสนิทขนตาแพยาวพริ้มมีความสุขพิงลำต้นมะยมลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกถึงความสบายอกสบายใจ

แต่แล้วสัมผัสนุ่มร้อนบนริมฝีปาก..ทาบทับเบาบางแฝงไปด้วยความอ่อนโยน  ทำให้คิ้วเรียวสีน้ำตาลมุ่นลงก่อนจะค่อยๆปรือตาขึ้นลืมตาตื่นอย่างเชื่องช้า

 

 

“ค…ค…คุณหลวง!!”  เอเลนร้องตกใจเสียงหลงหน้าร้อนวาบรีบกระโจนถอยผละจนศีรษะหลังเขกกับลำต้นมะยมเสียงดัง ผลมะยมร่วงกราวตกพื้นซ้ำร้ายยังตกใส่หัวปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลลูกแล้วลูกเล่า

“เอ็งเป็นกระต่ายหรือไร..ตื่นตูมเหลือเกิน”  ชายผมสีดำสั้นในชุดผ้าฝ้ายสีขาวกับโจงกระเบนสีน้ำตาลเอ็ดใส่แต่ในน้ำเสียงนั้นหาได้เจือความหงุดหงิดต่อเมียบ่าว..ไม่สิ..ต้องบอกว่าเพลานี้เป็นคุณหญิงของคุณหลวงรีไวล์ผู้นี้แล้วต่างหาก   เอเลนก้มหน้างุดและยิ่งก้มเข้าไปใหญ่เมื่อมือแกร่งเอื้อมตรงมาปัดลูกมะยมกับกิ่งก้านเล็กๆที่ติดบนเส้นผมสีน้ำตาลออกให้

 

มืออบอุ่น..จับต้องอย่างทะนุถนอม

 

 

หลับตาปี๋แน่นปล่อยให้อีกฝ่ายปัดสิ่งที่ติดบนหัวออกให้หมด หากได้เห็นหน้าตัวเองคงต้องตกใจว่ามันแดงเถือกไปถึงไหนๆ ถึงจะแต่งงานกันประกาศให้รู้ว่าเป็นสามีภรรยา..อีเอเลนผู้นี้เป็นคุณหญิงเอเลนเมียของหลวงรีไวล์แล้ว เวลาก็ผ่านมาเกือบ 4  เดือนกว่าเธอก็ยังขวยเขินชายคนรักอยู่ดี

 

 

หลวงรีไวล์ยังคงเงียบนิ่งเฉย…พูดน้อยนับคำได้เหมือนเดิมและก็ยังคงความหฤโหดใครต่อใครต้องผวา

ทว่าหากเทียบกับเมื่อก่อน…กลับดูอ่อนโยน  ดูรับฟังเรื่องราวของผู้อื่นบ้าง ลดทิฐิอำนาจบาตรใหญ่ความเอาแต่ใจลง…เพียง…เล็กน้อย…

 

 

คุณหญิงฮันซี่เคยแซวว่า ‘คุณหลวงกลายเป็นตาแก่ตามใจเมีย’ แน่นอนว่าสิ้นคำพูดคุณหญิงวิ่งหนีตีนน้องชายอุตลุดทั่วเรือน  ส่วนเอเลนเมียสาววัย 15 ได้แต่มองเหตุการณ์ทั้งรอยยิ้มแหยๆ เห็นสีหน้าแล้วท่าทางคนเป็นพี่สาวมีความสุขหัวเราะเสียงดังเมื่อได้เห็นหน้ากริ้วโกรธแดงช้ำไปถึงหูของน้องชาย โชคช่วยที่หมอมิเกะมาหาแล้วชวนคุณหญิงฮันซี่ไปดูหนังสือใหม่ที่ตลาดเจ้าพระยาแทน เรื่องเลยจบลงแบบไม่ต้องเห็นใครโดนกระทืบคาตีน

“นอนตากลมเดี๋ยวก็ไม่สบาย” คุณหลวงปัดผลมะยมลูกสุดท้ายออกเสร็จดึงมือมาวางบนตัก ตาสีดำคมกริบเย็นชาแต่แฝงความอ่อนโยนห่วงใยที่มีเพียงหญิงสาวผมสีน้ำตาลสั้นผู้นี้เท่านั้นที่ได้เห็น..สบตาสีเขียวกลมโตแสนซื่อของภรรยา

“ไม่เป็นไรดอกเจ้าค่ะ เห็นแบบนี้บ่าวเคยลงคลองว่ายน้ำกลางฤดูหนาวมาแล้วนะเจ้าค่ะ”  เวลาที่อยู่กินมานานเกือบจะปีที่ผ่านเรื่องราวต่างๆมากมาย…ทำให้หญิงสาวกล้าที่จะพูดคุยกับอีกฝ่ายมากขึ้น น้ำเสียงที่มักสั่นเครือค่อยๆหายไป มีปรากฏประปรายบ้างเวลาที่หลวงรีไวล์หน้านิ่งก่อเค้าขมุกขมัวอารมณ์ไม่ดี…แต่คนเป็นสามีไม่เคยลงกับภรรยาซักครั้ง

คำตอบพร้อมรอยยิ้มแสนซื่อตาสีเขียวที่ประกายความมั่นใจ…เริ่มหายไปเมื่อสามีนั่งจ้องหน้านิ่งจนอ่านหรือจับเค้าความคิดอีกฝ่ายไม่ออก..คุณหญิงเอเลนเริ่มเกร็งจนต้องก้มหน้าก้มตา และแล้ว..สัมผัสอุ่นๆฝ่ามือคุ้นเคยขยี้ลงบนศีรษะแรงๆจนเส้นผมสีน้ำตาลยุ่ง

“ท้องอยู่ยังคิดซนอีก”  คนหนุ่มวัย 31 ปีเอ่ยระอาใจกับนิสัยขี้เล่นเหมือนเด็กผู้ชายไม่ระวังเนื้อระวังตัว ตาสีดำคมหลุบมองท้องที่เคยแบนราบบัดนี้นูนป่องออกมาใหญ่ชัดแล้ว ในนั้นมีสายใยแห่งความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเอเลนทาสในเรือนเบี้ยที่ตอนนี้ถูกยกชั้นขึ้นมาเป็นคุณหญิง

“ขออภัยเจ้าค่ะ” สาวน้อยผมสีน้ำตาลสั้นยิ้มแหยๆ ใบหน้าหวานก้มมองมือแกร่งหยาบจากการจับดาบลูบท้องนูนใหญ่เบาๆ ถึงรีไวล์จะยังหน้านิ่งแต่สัมผัสอันแสนอบอุ่นนี่…ช่างอ่อนโยนจนคุณหญิงสาวแรกรุ่นอดยิ้มปลื้มดีใจเสียไม่ได้…

 

 

ดีใจเหลือเกิน…ที่ได้พบเจอคุณหลวง…ชายที่รักยิ่ง

 

 

คุณหลวงรีไวล์ลุกขึ้นยืนมองร่างบอบบางมีน้ำมีนวลอวบอิ่มขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ ยื่นมือมายังภรรยาสาว คุณหญิงเอเลนมองฝ่ามือตรงหน้าตาปริบๆงุนงง แต่ก็ส่งมือวางตอบให้สามีประคองพยุงร่างให้ลุกขึ้น

 

 

บางครั้งเอเลนก็หาได้เข้าใจการกระทำของคุณหลวงรีไวล์

แต่ก็เชื่อใจ..ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรนับจากนี้เป็นต้นไป

ข้าจะไม่มีวันทำให้เอ็งต้องเสียน้ำตาอีก’

นั่นคือคำสัญญาในคืนหลังพิธีแต่งงาน..และเขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่าทำจริง

 

 

 

ทั้งสองเดินจับมือจูงกันเดินไปในสวนไม้หลังเรือนใหญ่…เสียงจิ้งหรีดระงมคลอเสียงนกกระจาบและนกขมิ้นตัวน้อยกระโจนจากต้นโมกต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง กลิ่นอายของฤดูร้อนรอบกายแต่ด้วยร่มไม้ทำให้ไม่ร้อนเสียเท่าไหร่

เอเลนลอบมองใบหน้าครึ่งซึกของสามีอย่างสงสัย…เส้นทางที่พาเดินไม่ใช่กลับไปทางเรือนแต่กำลัง..มุ่งไปที่ใดที่หนึ่งในสวนร่มรื่นแห่งนี้    และแล้ว..เท้าทั้งคู่ของบุรุษผมดำสั้นไถเกรียนหลังหยุดลงทำให้สาวแรกรุ่นตั้งท้อง 4 เดือนหยุดตาม

 

พื้นที่ว่างรอบต้นมะม่วงที่เคยโล่งเตียนกลับก่อสร้างรั้วระแนงไม้ไผ่สูง  5 ระแนวเรียงแถวไว้สำหรับเป็นที่ยึดเกาะปลูกไม้เลื้อย…ตอนนี้ถูกเกี่ยวพันด้วยต้นไม้พุ่มสีเขียวกำลังเบ่งบานดอกไม้ดอกเล็กๆสีม่วงอมน้ำเงินมากมายชวนชื่นตาชื่นใจ

 

“ดอกอัญชัน?”

 

ตาสีมรกตมองสวนดอกอัญชันตรงหน้าตาเป็นประกาย…ปากอิ่มอ้าปากค้างก่อนจะผินใบหน้ามองสามีที่เอาแต่หันหน้าหลบสายตาเธอเสียดื้อๆ …แต่ไม่อาจเก็บซ่อนใบหูแดงระเรื่อได้ เอเลนยิ้มด้วยความตื้นตันใจแสดงว่าช่วงเวลาเกือบสองสามอาทิตย์ที่ผ่านๆมากั้นขวางไม่ให้เธอเข้าสวนคงเพราะเรื่องนี้สินะ

“บ่าวขอบพระคุณคุณหลวงมากเจ้าค่ะ” เอเลนยิ้มมองอีกฝ่ายด้วยสายตารักใคร่ ชายผมสีดำเหลือบตามองสบดวงเนตรสีมรกตหวานช่ำตรงหน้าเขารู้สึกว่าหน้าตัวเองกำลังร้อนผ่าวเลยรีบหลบสายตาแล้วเดินหนีไปยืนอยู่หน้าต้นมะม่วงปล่อยให้เมียสาวเพลิดเพลินไปสวนดอกอัญชันสีน้ำเงินครึม

 

 

อันดอกอัญชัน…ดอกไม้ไร้กลิ่นหอม..

สายตาที่มองช่างไร้ค่าไม่น่าสนใจ…เมื่อได้ลองมาจัดแต่งก็พบเข้ากับความงามที่ซ่อนอยู่ภายใน

…งดงามไม่แพ้บุษบาชนิดใด..  

 

 

สายลมกระพือพัดเบาๆผ่านร่างของบุรุษผมสีดำสั้นยืดกอดอกพิงหลังกับลำต้นมะม่วงแข็งแรง นัยน์ตาสีดำคมเบิกกว้างเขารู้สึกเหมือนได้ยืนเสียงแว่วหวานกระซิบข้างหู…เบาบาง…แผ่วเบา…แต่ไม่มีวันลืมเลือนไปจากความทรงจำ

 

“ต้นมะม่วง..ต้นนั้น..บางที..เกิดขึ้นมาเพื่อการพบพานของรักแท้ก็เป็นได้”

 

คำพูดของหม่อมเจ้าเพทร่าในวันนั้นลอยลมเข้ามาอีกครั้ง…คำพูดที่นางผู้เป็นรักแรกได้กล่าวไว้ก่อนสิ้นใจที่เขาได้แต่งุนงง..หน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมเงยหน้าขึ้นมองกิ่งก้านแผ่ขยายมอบร่มเงาอันแสนร่มเย็นบัดนี้ลูกมะม่วงหมดต้นแล้ว…กำลังขึ้นดอกเล็กๆเป็นกลุ่มบนกิ่งก้านน้อยๆ เตรียมเติบใหญ่เป็นผลมะม่วงอกร้องสีเขียวอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

 

 

มะม่วงต้นที่ข้ากับเจ้าปลูก…ทำให้ข้าได้พบกับเอเลน

 

ชายผมสีดำสั้นละสายตามองไปยังสตรีสาวแรกรุ่นผมสีน้ำตาลตั้งครรภ์กำลังเก็บดอกอัญชันในสวนดอกไม้ที่เขาสั่งให้บ่าวไพร่เก็บเป็นความลับปลูกเพื่อมอบให้อีกฝ่าย  รอยยิ้มร่าเริงสดใสไร้เดียงสา นัยน์ตาสีเขียวกลมโตสั่นพราวสนุกสนานยามจดจ้องดอกไม้สีน้ำเงินดอกเล็กในมือน้อยๆ

สายลมพัดไหวอีกราวกับกำลังยินดี…ในที่สุดรีไวล์ก็เข้าใจคำพูดสุดท้ายนั่น  ปากหนาขยับยิ้มมุมปากรอยยิ้มบางๆ รู้สึกสุขล้นในหัวใจ

 

“เอเลน”

คราแรกที่ร่วงหล่นจากต้นมะม่วง…เด็กผู้หญิง 8 ขวบเนื้อตัวมอมแมมผมสั้นสีน้ำตาลชี้ยุ่งไม่มีเค้าเด็กผู้หญิงที่เขาต้องยื่นแขนไปอุ้มรับไว้…ไม่รู้เลย..ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของพรหมลิขิต

 

“เจ้าคะ?”

คราสอง…พบอีกเมื่ออีกฝ่ายสาวสะพรั่งแม้จะวัย 15 แต่กริยาท่าทางกับความงามช่างต้องตาต้องใจ จากที่เลิกสนใจเข้าหาหญิงใดนับตั้งแต่อกหักจากเพทร่า…นางคือคนที่สอง..หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นราวกับมีความรู้สึก

 

ชายร่างเล็กแต่แข็งแกร่งกำยำเดินตรงเข้ามาแล้วดึงภรรยาสาวเข้ามากอดแนบอก…ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงเข้มไปถึงใบหู..ตอนนี้กำลังถูกฝ่ามือแกร่งกดหัวให้แนบแผงอกกว้างคุ้นชินอิงแอบทุกค่ำคืน เสียงหัวใจเต้น…ของคุณหลวงดังก้องชัดเช่นเดียวกับหัวใจของเธอตอนนี้

 

 

ทาสสาวต้อยต่ำ…กลับมีบางอย่างดึงดูด

ไม่ใช่ความสวยโดดเด่นจนต้องเหลียวมอง

ไม่ใช่กริยางดงามเยี่ยงอิสตรี

แต่เป็น…ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา…ชนะหัวใจหลวงรีไวล์ผู้นี้หมดสิ้น

 

 

“เอ็งเป็นของข้าเพียงผู้เดียว..เอเลน” วาจาห้วน…ไร้ความหวานซึ้งหนักแน่นมั่นคง..ออกจะกักขังหน่วงเหนี่ยวเอาแต่ใจกลับทำเอาคุณหญิงเอเลนแทบละลายเป็นขี้ผึ้งในอ้อมแขน..กายบอบบางตั้งท้อง 4 เดือนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่างด้วยความขวยเขินในประโยคนั้นจนมือไม้สั่นกำดอกอัญชันแน่นทำตัวไม่ถูก

 

 

แน่ใจแล้วว่ารักทาสผู้นี้…รักจนเทียบเท่าหรืออาจมากกว่ารักแรกพบ

ได้ตัดสินใจบอกรัก..จะเอ่ยเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

คำที่ไม่ควรใช้พร่ำเพื่อจนกว่าจะมั่นใจ

คำที่ตั้งมั่นหากได้เอ่ยเอื้อนออกไปนั่นคือคำสัญญาว่าจะดูแลปกป้องไปตลอดชีวิต

แม้นตายแทนก็ยอมได้

 

 

“คุณหลวง…”  เอเลนกระซิบเสียงแผ่วเบาดังอู้อี้เมื่อแนบกับแผงอก…หน้าหล่อเหลาจูบขมับของอีกฝ่ายสูดดมกลิ่นหอมสาวแรกรุ่นปะปนกลิ่นดอกมะลิและน้ำอบหอมอ่อนๆ ที่ไม่ว่าจะจูบ สัมผัส โอบกอดเท่าใดรังแต่จะหลงรักมากขึ้น

 

 

ยามเมื่อนางจากจรไป…จึงได้รู้

ยามเมื่อได้สัมผัสนางอีกครั้ง..ถึงเข้าใจ

ขาดไม่ได้…ชีวิตไม่อาจขาดเมียบ่าวผู้นี้ได้

หลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น…รักมากจนไม่อาจเทียบรักแรกได้

 

 

“บ่าวเอง..จักเป็นของคุณหลวงรีไวล์ตลอดไปเจ้าค่ะ” เธอหลับตาลงคลี่ยิ้มสุขใจวงแขนอรชรกอดตอบอีกฝ่ายพร้อมถ้อยคำที่ทำให้หัวใจของคนหนุ่มยศสูงศักดิ์พองโต  หลวงรีไวล์ยิ้มบางๆรอยยิ้มหาได้ยากน้อยคนจะได้เห็นเขากระชับกอดคุณหญิงของเขาแนบแน่นถ่ายทอดความรู้สึก ไออุ่นรัก…ที่จะมีให้ผู้หญิงในอ้อมแขนคนนี้

 

 

 

ก้อนดินไม่อาจเทียบดวงดารา…พื้นดินไม่มีวันแตะเอื้อมถึงนภา…บ่าวไม่มีวันเข้าไปหานาย

แต่ทั้งสอง…ต้องมีอยู่ซึ่งกันและกันเสมอ..

 

..ขอสัญญาจะมีเพียงเธอผู้เดียว..จากนี้และตลอดไป

..จะครองรักจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง…

 

 

 

FIN

 

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

จบไปแ้ล้วค่ะ และแล้วก็ปิดไหได้อีก 1

ท่านขุนมิคาสะโผล่มาหลังจากหายไปดามใจที่เมืองกาญจนบุรีเกือบ 4 เดือนเต็ม

ตำนานมหากาพย์มะม่วงก็จบแล้ว…บอกตรงแอบโหวงๆนะ คือ คิดถึงฟิคนี้มากอ่ะ

คิดถึงบรรยากาศไทยๆ รู้สึกเหมือนโลกนางไททันมันกว้างกว่าที่คิดมาก

จบไปด้วยดีแล้วเรื่องนึง 55555

กำลังคิดอยู่จะมี SS 2 ดีไหม เห็นคนเชียร์เยอะจุง แต่ใจอยาก side story ท่านขุนมิคาสะมาก

พระเอกตัวจริงบทพระเอกยิ่งกว่าคุณหลวงอีก //โดนปามะม่วง

เผื่อใครไม่รู้อีก ประกาศตรงนี้ล่ะกันน่อ

ฟิคนางไททัน จะรวมเล่มขายนะคะ คาดว่าทางไปรอย่างเดียว

จะเปิดให้จองช่วงเดือนมกราคมค่ะ  เนื่องจากคงลงงาน ATK only ไม่ทันแล้ว

(ประกอบกับอาจติดโปรเจ็ก)

รวมเล่มก็…มีตอนพิเศษของคู่หลัก คุณหลวงกับอีเอเลนแถมให้ค่ะ

และอาจมีรูปภาพประกอบที่ไม่เคยลงเน็ต(อันนี้ไม่ชัวร์นะขอดู จำนวนหน้า)

บลัดสมัครเพจแล้วนะคะ อีกช่องทางติดต่อ

https://www.facebook.com/pages/Blood-Hana/216190041838167

ลงแฟนอาร์ตค่ะ ขอบคุณทุกๆคนมากน่อ

@aim_kingyo  เอเลนยิ้มได้ซักที ขอบคุณมากค่ะ รอยยิ้มเอเลนมีความสุขจริงๆ ชอบมากๆเลย

อีเอเลนงามมากกก  ปล.หุ่นอีเอเลนนี่มันเช้งได้ใจจริงๆ *0*

BWzFOVRCIAEi-r9

@Miyaneko  น่ารักโคตรรรรร ถือมะม่วงด้วย

BWymlR-CQAA9dQR

@Fernjung Narak  ผ….แผงอกคุณหลวงงงง อร๊างงงง สายตาตอนมองกัน..เขิน

1375651_785977884761598_1186870410_n

@อารยา ประสมบุญ อันนี้คือ…ฉากจบของเรื่องได้เลยนะเนี้ย

1382976_521581981260523_734545138_n

ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามฟิึคนี้มาตลอดนะคะ บลัดยอมรับว่าตัวเองจอมแหวกกระแสชาวบ้านเขา

ตอนแรกคิดว่า จะมีคนอ่านเหรอ พิลึกขนาดนี้ ไม่คิดว่ามีคนอ่านเยอะขนาดนี้อ่ะปลื้มมาก

ต้องขอตัวก่อนล่ะ บายจ้า