[Fic Attack on titan][Levi x Eren] Darkness Love//Part6

 

 

Fic  Attack on titan] Darkness Love

Paring : Levi x Eren 

Rate    : PG-15 , Angst , Drama , Romantic
Story   : blood_hana
+++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

“พ่อคะ..ทำไมต้องเป็นหนู..” เอเลน เยเกอร์ เด็กสาววัย  12 ปีเอ่ยถาม ทั้งๆที่ร่างกายถูกพันผ้าพันแผลทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า กลิ่นยาฆ่าเชื้อฉุนกึกติดจมูกจนเคยชิน กระทั่งรู้ตัวอีกที ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆล้อมกระจกใสบานนี้ แสงไฟที่ส่องกราดและเข็มฉีดยาทิ่มแทงผิวเนื้อทุกวัน

 

 

มันคือชีวิตประจำที่ต้องพบเจอ

 

 

 

อดัม เยเกอร์ ละสายตาจากแล็ปท็อปที่บันทึกโครงสร้างเชิงโมเลกุลของสารเคมีที่มีผลต่อปฏิกิริยาของเซลล์ในทางชิวภาพ จากการทดลองครั้งที่ 23 ที่เกิดความผิดพลาดจนสร้างความเสียหายไปถึงกล้ามเนื้อในตัวเด็กหญิง

เขาสบตาลูกสาว..ดวงเนตรสีเขียวกลมโตลึกโบ๋เลื่อนลอยเจิงนองไปด้วยน้ำตาจนแดงก่ำ..มันคือดวงตาคู่งามที่สุดที่ยังหลงเหลือบนร่างกายที่ย่อยยับใต้ผ้าพันแผลสีขาวในเวลานี้   มือแกร่งเอื้อมจับมือน้อยๆของบุตรสาว เพียงแค่แตะเบาๆเลือดก็ซึมออกมาเปื้อนผ้าพันแผล..เนื้อยุบบุ๋มลงไปตามแรงกดทั้งที่แผ่วเบาอย่างทะนุถนอมเท่านั้น

 

“นั่นเพราะ..ลูกคือบุตรของพระเจ้าที่ถูกเลือก”

 

 

พระเจ้า…คือมนุษย์..มนุษย์เช่นพวกเรา

 

 

 

“พระเจ้า..”  ปากแห้งผากจนซีดขยับพูดทวนคำบิดาทั้งเสียงแผ่วเบา..หลังจากนั้นเธอก็หลับตาลงไม่ได้สนทนาอะไรอีก

 

 

โกหก..โกหกทั้งเพ

หากพระเจ้ามีจริง…ก็คงเป็นโลกนี้ที่แสนโสมนนัก

ถ้าเช่นนั้นแล้ว…ฉันจึงตัดสินใจ

 

 

ฉันจะเป็นพระเจ้าเสียเอง’

 

 

 

 

Darkness love6

 

 

 

 

รีไวล์ตื่นขึ้นมารับแสงแดดยามเช้าเหมือนเช่นทุกวัน คนหนุ่มเรือนผมสีดำสั้นไถเกรียนหลังยุ่งเหยิงจ้องมองใบหน้าอิดโรยในกระจก..หนวดเคราเริ่มขึ้นประปรายบ้างแล้ว ดวงตาก็คล้ำลึกลงมากกว่าทุกที

 

การจากไปของเอเลนร่างโคลนผู้เป็นที่รัก ส่งผลต่อสภาวะจิตใจของเขามากมายกว่าที่คิดนัก

 

มือแกร่งกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็ยังไม่เท่ากับดวงใจที่รวดร้าวยิ่งกว่าอะไร นัยน์ตาสีเทาเข้มเสมือนขี้เก้าจดจ้องไปยังใบมีดที่ตั้งพิงไว้กับผนัง..แสงแดดส่องกระทบลงมายังตัวโลหะบางส่องประกายเงาวาบจับตา

 

ความอันตรายของมันมีเพื่อสังหารไททัน…เพื่อปกป้องมนุษยชาติจากสิ่งมีชีวิตโหดร้าย

 

ทว่า..คำรายงานที่ค้นพบจากกองสำรวจฮันซี่ที่กลับมาพร้อมกับอุปกรณ์บันทึกภาพการเคลื่อนไหวจากเทคโนโลยีโบราณทำให้พวกเขาตระหนักถึงบาปมหันต์

 

แท้จริงแล้ว…มันเป็นผลกรรมของมนุษย์ที่คิดละโมบหมายเอาชนะพระเจ้า

 

 

“ดาบนั่น สมควรแล้วที่จะใช้มันแน่เหรอ” รีไวล์เอ่ยถามตัวเองในห้องสี่เหลี่ยมอันเงียบงัน นัยน์ตาเรียวคมดุดันจ้องมองอาวุธร้ายกับเครื่องสามมิติ เคลื่อนไหวบินไปมาสะบัดใบมีดฟันหลังคอไททันตัวแล้วตัวเล่า…เขาไม่เคยนับจำนวนเพราะมันมากมายนับไม่ถ้วนจนได้สมญานามว่า วีรบุรุษที่แข็งแกร่งที่สุด

 

 

นั่นแปลว่า…รีไวล์ผู้นี้ได้สังหารคนมามากมายด้วยเช่นกัน

 

 

มือเปื้อนเลือดไททันแท้จริงแล้วคือมนุษย์อย่างเราๆที่ถูกกลายร่างให้กลายเป็นปิศาจร้ายที่หิวโหยกระหายเลือด..มันอาจจะต้องการเติมเต็มชีวิตมนุษย์ให้กลับมาอีกครั้ง..ทวงสิทธิ์ในการมีชีวิตเพื่อที่จะอยู่ในโลกใบนี้ที่แสนโหดร้ายก็เป็นได้

“เอเลน..” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยนามเด็กหนุ่มใจบุ่มบ่ามคนนั้น..ร่างสูงโปร่งบอบบางแต่ก็แข็งแรงในแบบเด็กวัยรุ่นผู้ชายทั่วไป ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีน้ำตาลสั้นดั่งไม่มะเกลือ ผิวขาวตัดกับแก้มอมชมพูยามเขินอายและร้อนจนเหงื่อออก นัยน์ตาสีมรกตสดใสจ้องมองมาที่เขาอย่างเคารพ นับถือ..และรักใคร่พร้อมกับริมฝีปากบางขยับเอ่ยเอื้อนนามของเขา

 

หัวหน้ารีไวล์’ 

 

“เอเลน..ฉันควรทำยังไงดี”   ถามกับบุคคลที่ไม่อยู่ในโลกนี้อีกแล้ว เหลือเพียงร่างกายที่ไร้วิญญาณ..ร่างกายของเด็กหนุ่มที่เกิดมาได้ถูกกำหนดชะตากรรมอันแสนโหดร้ายเอาไว้แล้ว  เวลานี่หัวหน้าทหารหนุ่มผู้เข้มแข็งซุกหน้าลงกับฝ่ามือ

เขาช่างอ่อนแอเหลือเกิน ความอ่อนแอที่ไม่อาจให้ใครพบเห็นได้..มันเป็นสัญญาณที่จะทำให้ทหารอื่นๆเสียขวัญ..ต้องไร้หัวใจ ต้องเหี้ยมให้ถึงที่สุด

 

ไททัน..คือฝ่ายผิดแน่หรือ?

 

เจ้านกน้อยบินมาเกาะริมหน้าต่าง นกพิราบสีขาวหุบปีกลงใช้จงอยปากเคาะบานกระจกเสียงดัง รีไวล์ดึงสติกลับมาจากความสับสนมองนกตัวนั้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  แล้วลุกขึ้นไปที่โต๊ะเอกสารเลื่อนเปิดลิ้นชักหยิบถุงเมล็ดข้าวเปลือกแห้งเทลงหยิบมือ ก่อนเดินไปเปิดหน้าต่างยืนฝ่ามือให้นกพิราบสิขาวกระโดดเข้ามาจิกกิน

 

หัวหน้าใจดีกับสัตว์เล็กๆจังนะครับ ผมเองก็อยากลองให้อาหารนกแบบนี้บ้าง’

 

 

“อย่างนายต้องทำได้แน่..เอเลน”  รีไวล์เอ่ยกระซิบกับสายลมที่พัดผ่านจนเส้นผมสีดำพลิ้วไหว นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองเจ้านกพิราบเงยหน้าขึ้นเอียงคอราวกับว่ามันงุนงงกับรอยยิ้มจางๆบนหน้าเขา   มันหันหัวละสายตาจากคนให้อาหารกระพือปีกบินออกไปทิ้งไว้เพียงขนนกสีขาวร่วงหล่น ดวงหน้าคมคายเย็นชาไร้อารมณ์มองไปตามทิศทางนกน้อยตัวนั้น..พลันก็สังเกตเห็นร่างบอบบางเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยสยายกร่อมพื้น..นั่งอยู่กับผืนหญ้าเขียวขจีที่ชุกชุมไปด้วยดอกไม้สีแดงสวยแปลกตาใต้ต้นแอปเปิ้ลสูงใหญ่

 

เอเลน  เยเกอร์ ร่างต้นแบบผู้เป็นมารดาแห่งไททันกำลังทำอะไร?

 

 

เขาเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงนสงสัยยืนมองจากตรงชั้นสี่ของปราสาท..ก็เห็นเป็นเพียงร่างเล็กๆในชุดกระโปรงสีขาวยาวเปิดเปลือยช่วงหัวไหล่ลาดมน  ท้ายที่สุดรีไวล์ไม่อาจเอาชนะความสงสัยเหล่านั้นได้ คนหนุ่มทหารวัยสามสิบจึงผละออกจากหน้าต่างเดินออกไปจากห้องนอนของตน

 

 

 

 

มือเรียวยาวเล็กเกี่ยวสะกิดปลายยอดดอกไม้สีแดงเบาๆให้สั่นไหว ก่อนเอื้อมไปประคองฐานดอกเบาๆอย่างทะนุถนอม ดวงตาสีเขียวมรกตสะท้อนเพียงทุ่งดอกไม้ที่เป็นสีแดงงดงามราวกับทับทิม

“น่าแปลกนะที่รอร์แชคจะเดินมาหาฉัน”  เธอถามโดยที่ไม่หันมามาผู้มาเยือนที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง ร่างสูงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชายชาตรีทั่วไปแต่พละกำลังร่างกายกับกล้ามเนื้อมัดแข็งแรงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ถึงตัวเล็กก็แข็งแกร่งกว่าใครก้าวเดินเข้ามายืนอยู่ข้างเด็กสาวที่ถูกจำศีลในผลึกมานานนับ 100 ปีแต่ยังคงสภาพวัย 15 ปีไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย

“ฉันแค่แปลกใจว่าคนอย่างแก มีอารมณ์ชมนกชมไม้สงบๆด้วย”  รีไวล์ตอบทั้งเสียงเจือหงุดหงิดกับชื่อแปลกๆที่อีกฝ่ายถือวิสาสะตั้งให้เขา  ดวงตาสีขี้เถ้าพิศมองใบหน้าครึ่งซีกที่ยังไม่คิดละดวงเนตรไปจากดอกไม้

 

 

เหมือนเอเลน..เหมือนเอเลนเหลือเกินราวกับเป็นคนๆเดียวกัน

แต่..ไม่ใช่ ‘เอเลน’ ของเขา

 

 

“วันนี้คุณใจเย็นกับฉัน..เพราะดูคลิปวิดีโอของพ่อฉันไปสินะ” เอเลน เยเกอร์ ร่างต้นแบบของไททันคาดเดาจากปฏิกริยาของอีกฝ่าย ไม่ใช่แค่เพียงรีไวล์ใครหลายๆคนในทีมสำรวจเองก็เช่นกัน แววตาที่จ้องมองมาด้วยความรังเกียจและหวาดกลัวได้แปรเปลี่ยนไปเป็นเพียงแววตาสังเวชใจแทน

 

“รอร์แชคคิดว่ายังไง..ยังอยากจะเชื่อมั่นและช่วยเหลือโลกนี้อีกไหม” คำถามจี้กลางใจอีกฝ่าย..กลางใจวีรบุรุษผู้สับสน

 

 

สิ่งไหนเล่าคือสิ่งถูก..มนุษย์หรือไททัน

 

 

“ฉันไม่รู้..” รีไวล์ตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา ไม่มีความหนักแน่นเหมือนดั่งเคย เอเลน เยเกอร์ขยับยิ้มโดยที่นัยน์ตาสีมรกตยังไม่ผินมองร่างของคนหนุ่มเรือนผมสีเข้มดั่งปีกอีกา มือบอบบางนั้นที่ไม่น่าเชื่อว่าจะครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่มารดาแห่งไททันน่าสะพรึงแตะกลีบดอกไม้เบาๆ สัมผัสเพียงเล็กน้อยให้กิ่งก้านขยับไหว

 

“ในโลกนี้..สันดานที่ฟอนเฟะ แม้แต่ยุคสมัยนี้ฉันก็เชื่อว่ายังมีอยู่ในตัวมนุษย์” เสียงหวานเย็นเอ่ยเว้นวรรคครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวต่อ “ทรยศ กดขี่ข่มเหง ทะเยอทะยาน ละโมบโลภมาก เพื่อความอยู่รอดของตนโดยไม่สนว่าชีวิตคนอื่นจะต้องเดิอดร้อนแค่ไหน ดูเหมือนว่าพวกรอร์แชคจะเป็นทหารปราบไททัน..แล้วเคยได้อะไรตอบแทนจากผู้คนที่อยู่ในกำแพงรึเปล่า”

“เคยได้รับคำสรรเสริญว่ากล้าหาญบ้างรึเปล่า แม้แต่ทหารที่อยู่แต่ภายในกำแพงเหล่านี้ก็ยังยินดีปรีดาที่ได้เห็นว่าพวกรอร์แชคออกไปต่อสู้กับสิ่งอันตราย โดยไม่ต้องลงมือตัวทำอะไร”

 

“แล้วแบบนี้..ยังอยากจะปกป้องมนุษย์อีกเหรอ”  วาจาหวานล้ำนั่นเป็นเหมือนยาพิษที่แฝงไปด้วยความจริงที่น่าเจ็บปวด ท้ายสุดแล้วจะมีใครยินดีกับสิ่งที่ทีมสำรวจทำจากใจจริงบ้างหรือไม่ ความเห็นแก่ตัวคือสัจธรรมของโลกที่น่าอดสูแต่ต้องยอมรับมัน   รีไวล์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงเนื้อเขาเถียงไม่ออก..พยายามคิดแล้วคิดเล่าก็ไม่รู้จะหาคำพูดใดมาโต้แย้ง

 

“เธอชิงชังโลกนี้มากรึไง?”  เขาเอ่ยถามความเห็นจากหญิงสาวผู้มีชีวิตมายาวนานนับร้อยปีในผลึกห้องใต้ดิน

“ฉันชิงชังโลกนี่ยิ่งกว่าใคร” เอเลนตอบกลับด้วยเสียงเรียบ “แต่ว่า..ก็ไม่หมดเสียทีเดียว”

 

คำพูดของหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลแมกไม้เรียกสีหน้างุนงงจากชายหนุ่มเย็นชา ดวงเนตรคู่คมสีเทาหลุบมองมวลหมู่บุปผาที่รายล้อมรอบตัว ทุ่งดอกไม้สีแดงชูช่อแซมใบไม้สีเขียวเรียวแหลม นัยน์ตาของเอเลนจับจ้องที่ดอกไม้เหล่านั้นเนิ่นนานด้วยท่าทีที่สงบนิ่งผิดวิสัย ในยามปกติเธอต้องคอยมาปั่นหัวเขาแล้วก็กระทำการเอาแต่ใจ ทำร้ายผู้คนเป็นผักปลาให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ

“ฉันรักดอกไม้ เพราะพวกมันไม่เคยทรยศ”  ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อขยับพูดพลางสะกิดดอกไม้สีสวยงามเบาๆอย่างทะนุถนอม “พวกมันทำเพียงแค่อยู่นิ่งๆปกป้องตัวเองเป็นบางครั้งจากสัตว์ร้าย แล้วก็ตายจากไปอย่างสงบ”

 

รีไวล์ตาโต..คำพูดของหญิงสาวอาจจะฟังดูไร้แก่นสาร แต่หากตีความเขาก็เข้าใจในทันที

 

 

มารดาแห่งไททันเองก็เข่นฆ่าเพื่อปกป้องตัวเองจากมนุษย์เช่นกัน

บางที..การที่ไททันกินมนุษย์เป็นอาหารคือการป้องกันตัวเองอย่างหนึ่ง

 

 

หลังจากนั้นเขาก็ทำเพียงยืนเฝ้ามองเอเลนที่นั่งฟุบชมดอกไม้อย่างเงียบๆ ไม่เอ่ยบทสนทนาใดๆกับหญิงสาว ผิดกับความรู้สึกที่ก่อเค้าบางอย่างเกาะกุมในจิตใจ

 

 

.

.

.

 

 

ฮันซี่ โซเอ  พยายามแกะข้อมูลที่ได้จากห้องใต้ดินชิกันชิน่า แฟ้มเอกสารเก่าจนกระดาษกรอบเป็นสีน้ำตาล ตัวอักษรก็เรือนลางแถมยังเป็นภาษาโบราณของคนสมัยนั้นยิ่งเป็นชนวนปวดหัวชวนกุมขมับมากกว่าเก่า ดูเหมือนหนทางการตามหาวิธีคืนชีวิตให้เอเลนยังคงมืดหม่น

ทว่า..ในด้านความคืบหน้าเรื่องต้นต่อแหล่งกำเนิดไททันกลับเดินเรื่องไปได้ไกลกว่า ในอีกฝากฝั่งถัดจากโต๊ะของสตรีผมสีน้ำตาลมัดรวบเป็นที่นั่งของอาร์มิน อัลเรลโต้ในเวลานี้  ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีทองตัดบ๊อบละสายตาจากกองหนังสือเหล่านั้นเอนแผ่นหลังพิงเก้าอี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

 

“คุณฮันซี่..ผมพอจะแกะข้อมูลเรื่องส่วนประกอบของยา TITAN203 ออกมาได้บ้างแล้ว”  ข้อความที่แกะออกมาเป็นภาษาในปัจจุบันกับบันทึกจากอดัม เยเกอร์ เมื่อนำมาประกอบกันฮันซี่ถึงได้รู้ว่า…

“อะไรกัน..นี่ใช้เลือดของเอเลน เยเกอร์ งั้นเหรอ”

“ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เลือด..มีทั้งเนื้อเยื่อต่างๆทั้งเซลล์ผิวหนัง เซลล์กล้ามเนื้อ..ไม่สิ..พูดให้ถูกใช้ร่างกายที่หลุดเสียหายของเอเลนในแต่ละครั้งการทดลองมาเป็นส่วนประกอบแกนหลัก”  อาร์มินพูดไปก็กลืนน้ำลายลงคอไป เขานึกย้อนไปถึงจำนวนขวดยาที่เก็บซ่อนไว้หลังผนังห้องใต้ดินลับนั่น ชั้นวางเกือบๆ 20 อันแต่ละอันสูง 5 ชั้นมีขวดยาวางเรียงชิดแน่นไร้ช่องว่างเกือบๆร้อยกว่าขวด

 

“เด็กนั่น…ทรมานแค่ไหนกันนะ”  สาวแว่นเอ่ยทั้งเสียงอ่อนแรง แม้แต่เธอเองก็ยังทำใจรับไม่ได้กับสิ่งที่อดัม เยเกอร์ กระทำเรื่องโหดเหี้ยมไร้ความเป็นคนกับลูกสาว..นี่มันยิ่งกว่าตายทั้งเป็นนรกชัดๆ

 

 

เด็กหญิงไร้เดียงสาต้องอยู่ในห้องทดลองที่เปรียบเสมือนนรกมาตลอดชีวิต

 

 

 

“ฉันไม่สนว่ายัยนั่นจะทรมานแค่ไหนหรือผ่านอะไรมา” มิคาสะ แอคเคอร์แมน โพล่งขึ้นท่ามกลางบรรยากาศหดหู่ชวนเวทนา สาวผมดำสีเข้มรัตติกาลยืนพิงกำแพงห้องทำงานของหัวหน้าหมู่ฝ่ายวิจัยทีมสำรวจ มือเรียวกระชับผ้าพันคอสีแดงสิ่งเดียวที่เอเลนของเธอมอบให้ในยามท้อแท้สิ้นหวัง

 

 

 

“ฉันจะผูกผ้าพันคอให้เธอ จากนี้และตลอดไป!!!!

 

 

แม้ในตอนสิ้นหวัง..เอเลนก็ยังยืนหยัดต่อสู้ไม่คิดท้อถอย ยังยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งปกป้องเธอ  มิคาสะสาบานกับตัวเองไว้เมื่อ 6 ปีก่อนแล้วว่าจะปกป้องชายคนนั้นแม้ชีวิตจะหาไม่ จะดูแลเคียงข้างเขาด้วยความรักที่มากมาย

“แต่ยัยนั่นทำให้เอเลนต้อง‘จาก’ พวกเราไป ฉันจะไม่มีวันให้อภัย”  เธอกำผ้าพันคอสีแดงแน่นจนยับยู่ ดวงตาสีดำสวยใต้ขนตาแพยาววาวโรจน์ไปด้วยความแค้นที่คับคั่งในหัวใจ

 

 

“ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ ฉันจะฆ่ามัน”

 

 

 

.

.

.

 

 

ฝนเทลงมาอย่างกะทันหันทำให้หนุ่มวัยสามสิบกับหญิงสาวผู้เป็นมารดาไททันต้องรีบเข้าไปหลบในเคหะสถาน ใต้ร่มเงาของคอกม้าที่ใกล้ที่สุดเหมาะเป็นจุดหลบฝน  ลมแรงกรรโชกยิ่งทำให้ขนแขนของคนทั้งสองลุกชัน

รีไวล์เหลือบตามองสตรีเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยนั่งกอดเข่าตัวเปียกปอนจนผมลู่ ชุดกระโปรงยาวถึงข้อเท้าสีขาวแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าไปหมด    กระทั่ง..ยอดอกสีชมพูหวานที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านั้นมาแล้วครั้นผลึกแก้วถูกทำลายเพื่อปลุกเธอผู้นิทราให้ตื่นจากการหลับใหล  เอเลนรู้ตัวว่ากำลังถูกมองนัยน์ตาสีมรกตปรายมองสบตาคนหนุ่มผมสีดำเข้มสั้นที่นั่งข้างตัว ก่อนจะหยักยิ้มหยอกเย้าอีกฝ่าย

 

“มีอารมณ์หรือ รอร์แชค”

“ไร้สาระ!!!”

 

รีไวล์หันหน้าหนี เสมองไปทางอื่นแทน ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อไหล่กว้างแกร่งถูกศีรษะเล็กๆเอนหนุนพิงซบ พอจะผลักดันก็ถูกวงแขนอรชรล็อคควงแขนเอาไว้แน่น

“ฉันหนาว”  ปากอิ่มกระซิบทั้งเสียงแผ่วเบา..เธอไม่ได้โกหก..ร่างกายกำลังสั่นไหวจริงๆขนแขนลุกชันทั่วทั้งร่างไม่ต่างอะไรจากมนุษย์คนหนึ่ง  ชายหนุ่มพ่นลมหายใจแรงเขาสบถคำรามเป็นคำหยาบเบาๆก่อนจะปลดเสื้อนอกทหารสีน้ำตาลออกโยนใส่หน้าผู้หญิงที่น่าสะพรึงที่สุดในโลก

 

 

“!!!!!!”

 

เอเลนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆยกมือจับเสื้อนอกนั่นดึงลงมาให้พ้นการบดบังสายตา ดวงเนตรสีเขียวก้มมองเสื้อนอกปริบๆก่อนจะช้อนตามองใบหน้าคมคายที่หันออกไปอีกทาง

“ใส่ซะ!!ถ้าเป็นหวัดมาฉันจะเตะแก” วาจาทุ้มห้วนดุดันตามด้วยคำขู่ หาได้สร้างความกลัวแก่หญิงสาว ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยกรอมเท้าก้มลงมองเสื้อนอกสีน้ำตาลครู่หนึ่งแล้วจึงหยิบมาสวมใส่ตามคำสั่งอีกฝ่าย โดยที่เจ้าตัวยังวิสาสะเกาะแขนซบไหล่อีกฝ่ายแนบแน่น

 

 

ตึกตัก!!!

 

มือกุมอกซ้ายที่เต้นส่ำระรัว..เป็นจังหวะเร็ว ความร้อนแล่นริ้วขึ้นผ่านมาบนใบหน้าลามดวงเนตรสีเขียวสวยสั่นไหวจ้องมองสายผมที่โปรยปรายด้านนอก โหมกระหน่ำเสียจนมองไม่เห็นเส้นทางเบื้องหน้านอกคอกม้าที่มีแต่ฟางหญ้าสุ่มกองไว้

 

 

นี่หรือ…คือความรู้สึกของ 104 ที่มีต่อชายผู้นี้

ช่างเป็นอะไรที่น่าอายนัก

 

 

 

“ฉันพอจะเข้าใจแล้วล่ะ ทำไม 104 ถึงรักคุณ” เอเลน เยเกอร์กระซิบพึมพำเบาๆ ก่อนจะปล่อยวางปิดเปลือกตาลงทิ้งตัวเองให้หลับใหลอย่างสบายใจ

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้หญิงสาวผู้น่าสังเวชในโชคชะตา ได้หลับฝันดี

 

 

 

รีไวล์ใจกระตุกวาบทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงคนรักของตนที่จากจรไป..นัยน์ตาสีเทาเรียวคมเบิกกว้างสั่นไหวมือกำหมัดแน่นจิกขยำเอาฟางหญ้าแห้งที่ใช้เป็นเบาะรองนั่งของคนทั้งสอง ลมหายใจที่สม่ำเสมอของมารดาไททันขนตาแพยาว ริมฝีปากอิ่ม บนดวงหน้าขาวอมชมพูระเรื่อนั่น

 

 

การตื่นของหญิงสาวแลกด้วยกับชีวิตของเด็กหนุ่ม

 

 

มือแกร่งเคลื่อนไปยังกระเป๋าเล็กที่ยึดติดกับเข็มขัดในชุดสายรัด ล้วงหยิบเอามีดสั้นคมกริบที่เก็บซ่อนไว้ป้องกันตัว ในกรณีเกิดปัญหาในการต่อสู้กับไททันที่มีส่วนสูงเพียง 1 เมตร สำหรับเขาขนาดตัวเพียงเท่านั้นใช้มีดดาบเล่มยาวรังแต่จะเป็นอุปสรรค

 

 

ถ้าเป็นตอนนี้…ในตอนที่ยังหลับแบบนี้อยู่ อาจจะ ‘ฆ่า’ ได้

 

 

คมมีดง้างขึ้นอยู่เหนือใบหน้าของคนที่อิงซบ..ประกายสายฟ้าผ่าลงจากส่องแสงสว่างวาบกระทบลงบนอาวุธอันตรายให้ดูร้ายกาจไปกว่าเก่า ใบหน้าคมดุดันเขม็งมองร่างบอบบางเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวย เธอยังคงหลับใหล..ไม่ได้สติไม่มีท่าทีจะตื่นเสียด้วยซ้ำ

 

 

 

แคร๊ง!!!!!

 

 

มีดในมือตกกระทบพื้นกลิ้งหมุนก่อนจะหยุดลง มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดซบหน้าลงกับฝ่ามือก่อนจะแหงนหน้าขึ้นฟ้าเสยเส้นผมสีดำที่เปียกชื้นขึ้น

 

ฉันทำไม่ได้

 

เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน ดวงเนตรสีเทาคมกริบฉายแววหวั่นไหว..มือที่เคยกำมีดหมายเอาชีวิตในจังหวะที่ร่างบางเผลอไผลกลับอ่อนเปลี้ยจนไม่สามารถบังคับตัวเองให้ถืออาวุธได้  “บ้าชะมัด”

 

 

หัวใจเต้นส่ำ..เต้นแรง..เพียงแค่เห็นใบหน้าอ่อนหวานนั่นที่คล้ายกับ ‘เอเลนของเขา’

เหมือนกันไม่มีที่ติ เหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก..เว้นเพียงแต่เพศเท่านั้น

เพราะเหมือนกันจนเกินไป..หรือเพราะ…เห็นใจในชะตาชีวิตของเธอผู้นี้

หรือจะเป็นเพราะ…

 

 

รีไวล์ส่ายหัวแรงๆล้มเลิกความคิดสับสนดังกล่าว และเอนกางพิงหลังลงกับผนังคอกม้าปิดตาลง ทำใจให้สงบนิ่ง..ผ่อนลมหายใจออกช้าก่อนเข้าสู่นิทราไปอีกคน…

 

 

โดยที่ไม่รู้ว่า…ริมฝีปากอิ่มเล็กแสยะยิ้มเหนือชัยออกมา

รอยยิ้มที่ส่งผ่านมายังความคิดในสมอง…โลกที่อยู่เบื้องในกะโหลกที่ไม่อาจมีใครเข้ามายุ่งเกี่ยวได้

 

 

 

ท้องทะเลเจิ่งนองด้วยโลหิตสีแดงฉานกว้างสุดลูกหูลูกตา ไม่อาจหาจุดสิ้นสุดได้ว่าอยู่ที่แห่งใด หญิงสาวเรือนผมยาวสลวยกร่อมเท้าในชุดกระโปรงยาวเปื้อนเลือดคลุ้งจนชาชินจมูกยังคงฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงตัวสวย นัยน์ตาสีเขียวกลมโตหรี่มองอีกหนึ่งร่างที่ถูกกักขังในกรงเหล็กสีดำ เด็กหนุ่มผู้เป็นเพียงจิตใจจากสมองที่ถูกโอนถ่ายเพื่อมอบชีวิตให้แก่เธอในฐานะที่เป็นเพียงร่างโคลนเท่านั้น

 

“หัวหน้า..”

“ฉันบอกแล้วไง.. 104 “ เท้าเรียวเล็กย่างเยื้องเข้าไปใกล้ลูกกรง ทรุดนั่งย่องๆลงระดับเดียวกับคนที่นั่งคุกเข่าก้มหน้าลงต่ำ สอดมืดผ่านซี่กรงเหล่านั้นประคองใบหน้าที่ถอดพิมพ์เดียวหันหากแต่เป็นเพศชายและมีผมสั้นให้เงยหน้ามาสบตา

 

 

“ว่าจิตใจมนุษย์ แปรปรวนเร็วจะตาย”

 

 

“…..”   เอเลนร่างโคลนนิ่งเงียบ นัยน์ตาสีเขียวสวยดั่งอัญมณีมรกตงามค่าคลอเบ้าสบดวงเนตรสีเดียวกันหากแต่แฝงลึกไปด้วยความมืดมิดที่ก่นด่าสาปแช่งโลกใบนี้ด้วยความเคียดแค้นยิ่งกว่าใคร

“ที่นายต้องทำคือหลับตาลง” เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับปลอบโยนเอ่ยพูดช้าๆ ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้จนต่างฝ่ายต่างสัมผัสได้ถึงลมหายใจกันและกัน

 

 

“หลับตา..แล้วปล่อยวางให้ทุกอย่างเป็นของฉัน”

“หลับใหล..อยู่เพียงในห้วงความทรงจำ ณ สถานที่แห่งนี้”

“แล้วทุกอย่าง..จะดีเอง..”

 

 

คนหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลปรือตาลงเชื่องช้า..สดับฟังถ้อยคำหวานล้ำเหล่านั้น ริมฝีปากบางเผยอเล็กน้อย มือที่กำลูกกรงแน่นค่อยๆผ่อนแรงลงเลื่อนไถลไปกับท่อนเหล็ก..ทีละนิด..ทีละนิด

 

 

หมับ!!!!

 

 

มือที่ดูอ่อนแรงกลับคว้าจับข้อมือของหญิงสาว บีบแน่นแรงจนเธอตกใจ..ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างสบตาดวงตาสีเดียวกันของบุรุษผู้เป็นเพียงร่างโคลนที่ 104  ใบหน้าหวานชักสีหน้าเกรี้ยวกราดดุดัน ตามด้วยแผดเสียงกร้าวตะโกนกึกก้องใส่

“อย่ามาหลอกฉันให้ยาก!!!คนอย่างแก..ฉันไม่มีวันเชื่อ!!!!!”

“ฉันเชื่อในตัวหัวหน้า..หัวหน้ารักฉันและจะไม่มีวันเปลี่ยนไป!!!” เอเลนประกาศก้อง ในแววตาคู่นั่นมุ่งมั่นไม่คิดย่อท้อ

 

 

ดวงหน้างดงามล้อมเส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยอ้าปากเหวอเล็กน้อย  มารดาแห่งไททันจ้องมองเข้าไปในดวงเนตรคู่นั่นนิ่ง..นานจนความเงียบปกคลุมชวนอึดอัด บรรยากาศรอบกายหนาวเย็นจนขนแขนลุกซู่

 

 

“คิก!!!!คิกๆๆๆๆๆ”

 

 

เธอแสยะยิ้มหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นยะเยือกชวนสะอิดสะเอียนดังก้องไปทุกหนทุกแห่งจนโสตประสาทการรับรู้ของผู้เป็นร่างโคลนรู้สึกสะอิดสะเอียน คลื่นไส้กับท่าทีของอีกฝ่าย

“งั้นก็รอดูกันไป 104 “  เอเลน เยเกอร์ร่างต้นเงียบไปอึดใจหนึ่ง แล้วจึงพูดต่อด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างท้าทายอีกฝ่าย

“รอดูว่าท้ายสุดจะเป็น ‘หัวหน้ารีไวล์’ของนาย หรือ ‘รอร์แชค’ ของฉันกันแน่”

 

 

 

 

พนันด้วยจิตใจของบุรุษผู้เป็นที่รักยิ่งของคนทั้งสอง

มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด..ผู้กุมหัวใจของชายหนุ่มและหญิงสาวที่มาพร้อมกับร่างสถิตของปิศาจ

 

ท้ายสุดแล้ว ‘เขา’ เลือกที่จะเป็นของใคร

 

 

 

 

 

TBC

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ดองมานาน ได้อัพซักที ฟิคนี้คิดว่าน่าจะจบลงในตอนที่ 15-16 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

ท่านสุดใครจะเป็นผู้ชนะ ใครจะได้รีไวล์ไปครองกันแน่ ฮาาาาา

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

13 thoughts on “[Fic Attack on titan][Levi x Eren] Darkness Love//Part6

  1. เอเลนหญิงเหมือนจะไม่ใช่เอเลนที่รู้จักแฮะตอนจบก็ให้ผสมร่วมจิตใจกันไปเลยจะได้ไม่ปวดตับรีไวรักสองถ้าร่วมกันได้ก็ควบสอง ฮาๆ

  2. เอาจริงๆก็สงสารเอเลนหญิงนะ ถูกทดลองอยู่นานตั้งแต่เด็กเพราะพ่อเห็นว่าเป็นตัวทดลองชั้นดีไรงี้ คือเอิ่มม สงสารนางมากกก แต่ก็นะ จะไม่เชียร์นางกับเฮย์โจวแน่ๆ มั่นหน้านางอย่างแรงเข้าใจว่ามีปมแต่ไม่เข้าใจว่าจะกันเอเลนจากเฮย์โจวเพื่อออ คนเค้ารักกันป้ะว้าาาา หลังจากนี้เอเลนชายก็ต้องสู้ละนะ เพราะถ้าไม่สู้ก็จะไม่ได้กลับไปหาเฮย์โจวนะเอออ
    โอเคเวิ่นเว้อเยอะไปละ เอาเป็นว่ารออยู่น้าาา เรื่องPsychosis (จิตวิปริต)ที่เป็นรวมเล่มด้วย ได้เรื่องยังไงครบ20คนรึยังอะไรประมาณนี้ช่วยมาตอบด้วยละกันเน้อะ สู้ๆนะครัชชช

  3. อย่าดองนานน้า มาต่อไวๆ นะคะพี่บลัด อยากอ่านแล้วววววว
    #ทีมเอเลน104
    #ส่วนแม่หนูเอเลนต้นไปสร้างบ้านในสวนดอกไม้สุดที่รักของหล่อนเถอะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s