[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part11

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

Kuroko no love 11

 

 

 

 

แป้นบาสที่อยู่สูงเหนือระดับสายตา ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้า ร่างกายเหนียวเหนอะด้วยคราบเหงื่อไคลมือเล็กๆจับลูกบอลสีน้ำตาลลวดลายเส้นตัดสีดำที่เรียกว่า ลูกบาสเก็ตบอล

 

หยาดน้ำตาร่วงหล่นกระทบลูกบอลหยดแล้วหยดเล่า..มองเป้าหมายทำคะแนนที่ห่างไกลแสนไกลเกินเอื้อมถึง

 

“ฉันสอนเธอเอง..บาสน่ะ” ฝ่ามือของใครบางคนเคลื่อนจากด้านหลังโอบกอดร่างบอบบางเล็กๆของหญิงสาวเอาไว้ มือใหญ่ที่อบอุ่นกอบกุมมือของเธอที่ประคองลูกบอลเอาไว้ อ้อมแขนแกร่งนั้นช่างโหยหา เสียงทุ้มนั่นดั่งน้ำชโลมจิตใจที่เหี่ยวแห้งด้วยความท้อแท้ให้ให้ชุ่มช่ำอีกครั้ง

 

 

ไม่อยากจากอ้อมกอดนี้เลย..ได้โปรด

..อย่าจากฉันไป..

 

“เจ้าชาย..” นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างหันหลังกลับไปอีกเพียงนิดเดียว ใบหน้าของคนๆนั้น เด็กชายผู้มีเส้นผมสีแดงกับรอยยิ้มอบอุ่นนั่นคือ…

 

 

“เท็ตสึ!!!!” เสียงทุ้มตะโกนข้างหูก้องสะท้อนไปทั่วถ้ำที่กว้างใหญ่บนโขดหิน ดึงสติหญิงสาวเรือนผมสีฟ้าสั้นเปียกน้ำหมาดๆให้สะดุ้งตื่นจากฝัน เธอสำลักไอโคลกๆรสเค็มขมปร่ากระจายทั่วปากจนคนหนุ่มผิวสีแทนเปียกชุ่มน้ำจนเสื้อกล้ามสีขาวแนบเนื้อต้องรีบประคองพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง ลูบหลังให้อีกฝ่ายคายน้ำทะเลที่เข้าในปอดออกมาให้หมด

 

“อาโอ..มิเนะคุง” เสียงเรียบแหบพร่าเอ่ยนายคนที่ช่วยชีวิตตัวเองไว้

 

เพี๊ยะ!!!!!!!!

 

ฝ่ามือที่ฝึกฝนให้รับส่งบอลในจุดพรางตา ตบฉาดบนแก้มสากของคนหนุ่ม เจ้าของตำแหน่งแนวรุกทีมบาสรุ่นปาฏิหาริย์เบิกตากว้างตกตะลึง มือยกมาจับแก้มที่เจ็บจนชาก่อนหันมาสบตาดวงหน้าจืดจาง

“ทำบ้าอะไรของอาโอมิเนะคุง!!คิดฆ่าตัวตายหรือไงครับ!!!” คุโรโกะตวาดใส่ นี่เป็นครั้งแรกที่คนไร้อารมณ์ขึ้นเสียงทำเอาคนผิวสีอ้าปากค้างสะอึกอึ้งทึ่ง ไหนจะการที่อีกฝ่ายกระชากคอเสื้อเขาเข้ามาใกล้เขย่าไปมาอีก

“ถ้าคุณตาย..ทุกคนจะรู้สึกยังไง หัดคิดอะไรบ้างสิครับว่าคนที่อยู่ข้างหลังเขาจะรู้สึกยังไง!!อย่าทำอะไรโคตรโง่แบบนี้อีก!!!ไม่งั้นคราวหน้าจะไม่ใช่แค่ตบแต่ผมจะถีบคุณ!!!”

“ข..ขอโทษ..ฉันขอโทษ..ฉันแค่” อาโอมิเนะ ไดกิก้มหน้ารู้สึกผิด ยอมรับในความคิดบ้าๆสมแล้วที่จะโดนโกรธ แต่แล้วคุโรโกะกลับน้ำตาไหลร้องไห้ออกมา เจ้าตัวก้มหน้าลงต่ำยกมือเช็ดน้ำตาลวกๆยิ่งทำให้คนผิวสีทำอะไรไม่ถูกไปใหญ่

 

“อย่าร้องสิเท็ตสึ”

“ไม่ได้ร้องครับ น้ำทะเลเข้าตาต่างหาก”

“เอ่อ..ไม่ร้องก็ไม่ร้อง ฉันขอโทษเพราะงั้นอย่าโกรธเลยนะ” สภาพอารมณ์ของคุโรโกะตอนนี้แปรปรวนเห็นได้ชัด ไอ้ครั้นจะเถียงกลับคนไม่เข้าท่า อาโอมิเนะเกาหัวแกร่กๆพยายามคิดหาวิธีปลอบให้อีกฝ่ายหัวเย็นลง สุดท้ายที่นึกออกก็คือลูบหัวชื้นเปียกขยี้ไปมาจนละอองน้ำที่เกาะพราวบนเส้นผมสีฟ้านุ่มกระเด็นไปรอบทิศทาง

 

“แต่ก็ขอบใจนะที่ช่วยฉันไว้ เอ่อ..นาย..ไม่สิ..เธอ”  คำขอบคุณนั่นทำเอาคนที่ก้มหน้าสะดุ้ง ใบหน้าขาวซีดเงยหน้าขึ้นทั้งดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยแววตาฉงนจ้องมองคนผิวสีที่เสตาหลบเกาแก้มเก้อเขิน

“ฉัน..รู้แล้วตอนผายปอด..คือขอโทษที่เลิกเสื้อผ้าดู”

“อาโอมิเนะคุง..เห็นแล้ว” คุโรโกะตาโต และยิ่งอีกฝ่ายพยักหน้า แก้มใสขึ้นสีแดงก่ำรีบยกมือขึ้นมากอดตัวเองแน่นปกปิดหน้าอกอันน้อยนิด ก้มหน้าลงมองพื้นดวงตากลมโตสั่นไหวตื่นตระหนกตกใจไม่แพ้ตอนที่คู่หูแสงรู้ความจริง

 

“ทำไมถึงปลอมตัวเป็น ‘ผู้ชาย’ล่ะ” คนผิวสีเอ่ยถาม คุโรโกะค่อยๆเงยหน้าขึ้นจ้องมองเข้าไปในดวงตาเรียวคมสีน้ำเงินเค้นถาม..ปากอิ่มเม้มแน่นมาถึงขั้นนี้โกหกอะไรก็คงไม่ได้แล้ว เธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องสัญญาที่ให้ไว้กับโอกิวาระเพื่อนสมัยเด็กให้อีกฝ่ายฟัง แต่ไม่ได้เล่าเรื่องการตามหา ‘เจ้าชาย’ ให้อีกฝ่ายฟัง

 

“แบบนี้นี่เอง..เธอนี่มันสุดยอดกล้าเสี่ยงชะมัด ถ้าถูกจับได้อาจโดนไล่ออกจากโรงเรียนเลยนะ” อาโอมิเนะโง่ก็จริงแต่ก็ไม่บื้อถึงขนาดไม่รู้กฎเกณฑ์ทางโรงเรียนว่าการปลอมแปลงข้อมูลผู้สมัครมันร้ายแรงแค่ไหน

“ฉันรู้ดีค่ะ..แต่ว่า..ฉันอยากจะเล่นบาส” อยากจะได้แข่งกับโอกิวาระอย่างสนุกสนานในรอบชิง อยากจะเล่นสนุกไปด้วยกันอีกครั้งกับรักแรกที่รอคอยมากนานแสนนาน

 

อาโอมิเนะ ไดกิ ขยับยิ้มระอาใจก่อนจะใช้มือขยี้หัวอีกฝ่ายไปมา

“งั้นฉันสัญญาว่าจะเก็บความลับนี่เอาไว้ล่ะกัน” เสียงทุ้มที่ตั้งมั่นหนักแน่นไม่คิดแปรเปลี่ยนให้ความรู้สึกมั่นใจแก่หญิงสาวตัวเล็ก หน้าหวานเงยหน้าขึ้นสบมองรอยยิ้มเจิดจ้าประหนึ่งแสงสว่างที่ชี้นำทางเคียงคู่เงาเช่นเธอ

“เราจะเล่นไปด้วยกัน..ไปจนถึงรอบชิงถึงตอนนั้นฉันจะเล่นให้สุดความสามารถเอาชนะโอกิวาระให้ได้”

“อาโอมิเนะคุง..” ตาสีฟ้ากลมโตเบิกกว้าง ก่อนจะขยับยิ้มบางๆจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกปิติยินดี

 

กลับมาแล้ว..อาโอมิเนะคุงคนนั้น..

รอยยิ้มแสนสดใสของเขา..กลับมาแล้วแสงของฉัน

 

“ขอบคุณนะคะ อาโอมิเนะคุง”  ถ้อยคำหวานเสียงเรียบนิ่งใช้คำแบบผู้หญิงเช่นนั้น ทำเอาหัวใจของคนตัวสูงกระตุกวาบเขารู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนระอุแล่นริ้วไปถึงใบหู ดีที่ความมืดในโพรงถ้ำช่วยกลบสายตาการมองเห็นระหว่างกันและกัน แม้จะมีประกายแสงสายฟ้าจากเบื้องนอกแล่นลงสู่พื้นฉายฉาบให้มองเห็นเป็นระยะๆ

 

 

แม้เพียงช่วงสั้นๆ รอยยิ้มของคุโรโกะตอนนี้..บอกได้คำเดียวว่า

‘น่ารักชะมัด หมอนี่..ไม่สิ!! ยัยนี่น่ารักขนาดนี้เลยเหรอ’

 

“อาโอมิเนะคุงเป็นอะไรรึเปล่าคะ..ดูเงียบๆไป” ถามด้วยสายตาที่ทอดมองอย่างเป็นห่วงไม่พอยังจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก!!!

“ไม่!!!ไม่เป็นไร!!!ฮ่าๆๆ ฉันแข็งแรงดีเท็ตสึไม่ต้องห่วง!!!”  เจ้าตัวรีบหันหน้าหนีสายตากลมโตจืดจางสีฟ้าอ่อนนั่นโดยพลัน มือกุมอกซ้ายที่ใจเต้นเร็วแรงแทบจะทะลุหลุดจากอกได้อยู่ทุกวินาที เขาขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งหันตะแคงให้อีกฝ่ายกระแอมเสียงแล้วเงยหน้าจ้องมองปากทางถ้ำ สายฝนยังคงตกกระหน่ำไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเอาง่ายๆ

 

“คืนนี้คงต้องนอนในนี้ไปก่อนล่ะ..มือถือก็ไม่ได้เอามาด้วย”

“เพราะใครกันละคะ..ฉันถึงได้รีบจนลืมเอามือถือมา” คุโรโกะเหน็บใส่คนหนุ่มข้างตัว เธอหันไปจ้องมองสภาพอากาศอันเลวร้าย ป่านนี้ทุกคนในทีมคนวิ่งให้ว่อนตามหาเธอกับเอซของเทย์โควทั่วชายหาดแล้ว

 

“ตอนเช้าฝนน่าจะซ่าลง..ถึงตอนนั้นเราค่อยออกไปยืนหน้าถ้ำคิดว่าต้องมีเรือประมงมาแน่” อาโอมิเนะพูดปลอบในฐานะผู้ชายคนหนึ่งต้องเป็นแหล่งยืนยันหาที่มั่นให้ผู้หญิงรู้สึกดีว่ามีทางรอดแน่ และเขาเองก็เชื่อเช่นนั้นจากสัญชาติญาณพายุที่ผ่านมาเร็ว ก็มักจะจากไปเร็วเช่นกัน คุโรโกะพยักหน้าเธอเชื่อมั่นในความคิดของคู่หู

 

ทว่า…ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเร็วกว่านั้น แสงสว่างส่องกราดแว่บเข้ามาในถ้ำตามด้วยเสียงตะโกนเรียกแข่งกับเสียงฟ้าร้อง ดึงสติของหนุ่มสาวอาโอมิเนะลุกขึ้นยกมือปรามให้สาวผมฟ้านั่งรออยู่ในถ้ำแล้วขยับเท้าเดินออกไปยังปากถ้ำ พยายามเงี่ยหูฟังเสียงเหล่านั้น

 

“อาโอมิเนะ!!!คุโรโกะ!!!อยู่ไหนตอบด้วย!!!!!!!” มิโดริมะป้องปากตะโกนเรียกชื่อคนทั้งสอง

“อาโอมิเนจจิ!!!!คุโรโกจจิ!!!!!”

“คุโรจิน!มิเนะจิน!!ถ้าขานตอบจะยอมยกขนมข้าวพองที่ซ่อนในล็อกเกอร์ให้หมดเลย!!ออกมาได้แล้ว!!”

“นี่แก!!!แอบเอาของกินไปซ่อนในล็อกเกอร์โรงยิมเหรอมุราซากิบาระ!!!ก็ว่าหนูมาจากไหน!!!”  มิโดริมะหันไปว้ากใส่คนผมม่วงที่ยืนอยู่นอกเรือสวมเสื้อกันฝนพลาสติกใสเหมือนเขา ก่อนที่คิเสะจะเข้ามาห้ามปรามไม่ให้เถียงกันไม่เข้าเรื่องในสถานการณ์เช่นนี้

 

“เท็ตสึ!!พวกนั้นนั่งเรือมาตามหาพวกเรา!!เร็วเข้า!!!” คนผิวสีวิ่งเข้าไปจับมือฉุดร่างเล็กให้ลุกขึ้น แล้วพาวิ่งออกไปนอกถ้ำฝ่าห่าฝนที่ตกหนักจนเปียกปอนเนื้อตัวซ้ำอีกครั้ง

 

“นั่น!!!!!อาโอมิเนะคุงกับเท็ตสึคุง!!!” โมโมอิชี้นิ้วไปยังโขดหิน สาวผมสีชมพูในเสื้อกันฝนน้ำตาไหลพรากปะปนกับน้ำฝนที่เปียกปอนใบหน้าน่ารัก อาคาชิที่ยืนอยู่ข้างๆหันไปมองตามทิศทาง..ดวงเนตรสีแดงใต้หมวกฮูทเสื้อกันฝนสีดำจับจ้องหน้าโขดหินที่เป็นถ้ำ ร่างของคนหนุ่มตัวสูงผิวสีในชุดเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงเลสีน้ำเงินโบกมือตะโกนเรียกอ่านปากได้ว่า ‘ทางนี้..อยู่ทางนี้’ ข้างๆมีร่างเล็กๆผมสีฟ้าจืดจางโบกมือด้วยเช่นกัน

 

“ลุงครับ..พวกเขาอยู่นั่น” กัปตันชมรมเดินไปบอกเจ้าของเรือที่เป็นชาวประมง คนท้องถิ่นวัยกลางคนหันไปมองตามเสียงทักของเด็กหนุ่มผมแดง เขาพยักหน้าตอบรับแล้วหักคันบังคับเลี้ยวหัวเรือตรงไปยังถ้ำตรงโขดหินนั่น

 

“พวกนาย 2 คน!!!ทำบ้าอะไรไม่รู้จักคิดห่ะ!!!เกิดตายไปกลางทะเลจะทำยังไง!!สมองเท่าเม็ดถั่ว!!ไอ้คู่หูหน้าโง่!!ไอ้แสงเงางี่เง่า!!ไอ้..” มิโดริมะรองกัปตันชมรมด่ากราดคนทั้งสองที่นั่งคุกเข่าคอตกอยู่บนชายหาด ฝนซาลงแล้วทิ้งไว้แต่เพียงความชื้นแฉะบนพื้น พวกเขาทั้งสองสัมผัสได้ว่าในความเดือดดาลเหล่านั้นกลับมีหางเสียงสั่นเครืออยู่..จึงรู้ดีว่าชายหนุ่มสวมแว่นตาห่วงใยแค่ไหน คิดแล้วก็อดยิ้มขำไม่ได้

 

“นี่ไม่ใช่เรื่องตลก!!!อย่ามาหัวเราะ!!!”

“พอได้แล้วน่ามิโดริน..อาโอมิเนะคุงกับเท็ตสึคุงปลอดภัยก็ดีแล้วจริงไหม” โมโมอิเดินเข้ามาขวางมือลูบต้นแขนชายผมสีเขียวที่โมโหจนเลือดขึ้นหน้า ปรามอารมณ์อีกฝ่ายให้เย็นลง

“ฮือๆๆ ฮึกๆ คุโรโกจจิ..อาโอมิเนจจิ!!ฮือๆ ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอทั้งสองคนอีกแล้ว แง!!!!!!!!!!”

“คีจัง!!!อย่าร้องไห้สิ!!มุคคุงปลอบคีจังที”  โมโมอิหัวปั่นคนนึงก็โมโหด่าเช็ดตั้งแต่บนเรือ กระทั่งเรือเทียบฝั่งแล้วก็ยังด่าไม่หยุดอีกคนก็เอาแต่ร้องไห้โฮตลอดทาง ตอนนี้นั่งกอดคุโรโกะกับอาโอมิเนะแน่น น้ำตาเปียกแฉะบนไหล่คนทั้งสองปะปนน้ำทะเลน้ำฝนชุ่มเสื้อผ้าไปหมด

 

 

มุราซากิบาระที่ดูจะเดือดร้อนน้อยสุด ยืนมองนิ่งโล่งอกที่สองคนไม่เป็นอะไร ดวงเนตรสีอเมทิสต์เดินเข้าไปดึงคอเสื้อสาวผมทองให้ถอยห่างแล้วเอาคิตแคทช็อกโกแลตยัดปากอิ่มก่อนจะให้มือใหญ่ปิดปากทับกดแน่นไม่ให้คิเสะที่ดิ้นพล่านในอ้อมแขนหลุดออกมาร้องไห้อีกระลอก

 

“เงียบซะคิเสะจิน..มันน่ารำคาญนะรู้ไหม ถ้าไม่เงียบฉันจะเอาไจแอ้นท์คาบูลิโกะยัดปาก”

 

 

ขอสาบานจากใจจากนี้และตลอดไป..อย่าให้มุราซากิบาระ อัตสึชิ ปลอบเป็นอันขาด!!!

 

 

ความวุ่นวายเงียบหายไปหนึ่งโดยที่ปากยังถูกบังคับยัดขนมนู้นนี้ไม่ว่างเว้น มิโดริมะ ชินทาโร่ อยากจะด่าอีกซักยกแต่เสียงครื้นๆบนท้องฟ้า เป็นสัญญาณให้รู้ว่าฝนกำลังจะตกอีกรอบจึงต้องหยุดพักไว้ก่อน จังหวะที่ทุกคนลุกขึ้นกำลังจะกลับเข้าบ้านพักตากอากาศ ทว่า..นัยน์ตาสีเขียวกลับสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง

 

 

 

หมับ!!!

 

 

มือที่พันเทปรอบนิ้วทั้งห้าในแต่ละข้างคว้าจับแขนผอมบางของคนเรือนผมสีฟ้า สร้างความฉงนงุนงงแก่ผู้ที่ถูกเหนี่ยวรั้งเอาไว้ นัยน์ตาสีฟ้าจ้องตอบด้วยแววตาไร้อารมณ์เป็นเชิงถามก่อนที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่าย

 

“คุโรโกะ…” เสียงทุ้มเว้นวรรคครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงกดต่ำเยือกเย็น

“นายซ่อนอะไรไว้จริงๆด้วยสินะ..ไม่สิ..ฉันต้องใช้คำว่า ‘เธอ’ ใช่ไหม”

 

 

อาโอมิเนะกับคิเสะอ้าปากค้าง  คุโรโกะตาโตเท่าไข่ห่านแล้วรีบก้มมองสภาพตัวเอง

 

 

เสื้อยืดสีขาวเปียกฝนและน้ำทะเลจนแนบเนื้อ..มองทะลุเห็นสัดส่วนกับยกทรง

 

 

“ฉันกะแล้วไม่ผิด..ไม่น่าไว้ใจจริงๆด้วย” คนผมเขียวกดเสียงลงต่ำกว่าเก่า ทุกสายตาจ้องมองไปที่สาวผมฟ้าสั้นที่ความแตก ขนาดคนเฉื่อยอย่างมุราซากิบาระยังต้องชักสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน

 

“อย่าไล่คุโรโกจจิออกนะ!!คุโรโกจจิก็แค่อยากจะ..”

“หุบปากคิเสะ!!!เธอรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกสินะ!!!ปลอมตัวเป็นผู้ชายมาตั้งปีกว่าเข้ามาเล่นบาสในชมรม คิดว่าเป็นเรื่องสนุกรึไง!!ถ้าเรื่องนี้แดงไปถึงอาจารย์คิดว่ามันจะจบง่ายๆเหรอ!!!”  เสียงทุ้มตวาดใส่นางแบบสาว นัยน์ตาสีเขียวคมถลึงตาใส่คิเสะที่กำลังจะเข้ามาช่วยเหลือผู้เล่นตัวจริงที่โกหกเรื่องเพศ หญิงสาวผมทองดัดลอนชะงักนิ่งไม่กล้าขยับเท้าจากจุดเดิม ดูท่าเรื่องนี้จุดเชื้อไฟแห่งความเกรี้ยวกราดในตัวของมือชู้ตสามแต้มลุกโชนมากไปกว่าเก่า

 

“มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม คุโรโกะ เท็ตสึยะ!!!” มือที่จับต้นแขนบีบแน่นจนคุโรโกะหน้าเหย่เก

“พอได้แล้วมิโดริมะ!!!เท็ตสึพึ่งรอดตายมานะ!!!” อาโอมิเนะทนดูไม่ได้ที่อีกฝ่ายโดนเค้นถามราวกับเป็นนักโทษที่กระทำความผิดอุจฉกรรจ์  ร่างสูงผิวสีเดินเข้าไปผลักดันไหล่คนผมสีเขียว พยายามแย่งหญิงสาวตัวเล็กเรือนผมสีฟ้าสั้นจากอีกฝ่ายแต่มิโดริมะใช่ว่าจะยอมยิ่งกระชากร่างเล็กของมือส่งไร้เงาเข้ามาใกล้ เพิ่มแรงบีบต้นแขนจนคุโรโกะร้องน้ำตาเล็ด

 

 

 

 

“หยุดเดี๋ยวนี้!!!!!” 

 

เสียงทุ้มตวาดลั่น..เสียงเปี่ยมอำนาจนั่นทำให้ทุกคนสะดุ้งใจกระตุกวาบ หยุดการกระทำทั้งหมดเอาไว้ ทุกสายตาหันไปจับจ้องร่างสูงแบบมาตรฐานชายทั่วไปหากแต่เทียบกับสมาชิกตัวจริงนับว่าค่อนข้างน้อย  อาคาชิ เซย์จูโร่ ในเสื้อกันฝนสีดำดึงฮูทปกปิดเส้นผมสีแดงเดินเข้ามาสมทบกลุ่มเพื่อนหลังจากที่หายไปขอบคุณชาวประมงที่ยอมให้การช่วยเหลือ

 

“ไปคุยกันในบ้านพัก” คนผมแดงออกคำสั่งสั้นๆ เดินนำลูกทีมทั้งหมดมาถึงห้องโถงกลางในบ้านพักที่เป็นที่พำนักของสมาชิกตัวจริงรุ่นปาฏิหาริย์   ดูเหมือนไฟจะดับเพราะผลพวงของพายุ  มุราซากิบาระจึงจุดเตาพิงด้วยไฟแช็กในลิ้นชักตู้โชว์ข้างทีวีจอใหญ่ มือใหญ่ละจากแท่งเหล็กที่ใช้เขี่ยฟืนเมื่อเปลวเพลิงสีแดงร้อนระอุลุกโชนติดเป็นที่เรียบร้อย แสงไฟให้ความอบอุ่นกับความสว่างในห้องที่ไฟดับ คนผมสีม่วงยืนขึ้นเต็มความสูงกวาดตามองไปรอบห้อง

 

มิโดริมะนั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้โซฟาตัวเดี่ยวฝั่งซ้าย คิเสะกลับเข้ามาในห้องถือผ้าขนหนูผืนใหญ่ห่มร่างเด็กสาวตัวเล็กเอาไว้ แล้วยื่นอีกผืนให้อาโอมิเนะต่อ ซึ่งสองคนคู่หูแสงเงาเอาแต่นั่งก้มหน้านิ่งเงียบบนโซฟาตัวยาว  อาคาชิยืนกอดอกอยู่ตรงข้าม จ้องเขม็งตรงไปยังคนเรือนผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่ง คุโรโกะสบตาคู่คมเพียงช่วงเวลาสั้นๆก็รีบก้มหน้างุดซุกผ้าขนหนูหลบสายตาทั้งรู้สึกผิดทั้งเรื่องที่พลีพลามออกไปช่วยอาโอมิเนะโดยไม่คิด

 

 

ทั้งเรื่อง..ที่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย

 

 

“คิเสะจิน แล้วซัทจินล่ะ?” มุราซากิบาระถามหาสาวผมชมพูอีกหนึ่งคนที่หายตัวไป

“เอ่อ..โมโมจจิ..อยู่ในห้องนอนน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”  นัยน์ตาสีอำพันหลบเลี่ยงแววตาเค้นถามของคนตัวสูงใหญ่  จากท่าทางของผู้จัดการสาวผมทองทุกคนในห้องโถงรับแขกเข้าใจกันดี

 

 

โมโมอิคงต้องใช้เวลาซักพักใหญ่ทำใจเรื่องคุโรโกะ

คนที่แอบรักดันเป็นเพศเดียวกัน..เป็นใครๆก็ช็อกทั้งนั้น

 

 

 

“อาคาชิ..นายรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกใช่ไหมว่าคุโรโกะเป็นผู้หญิง” คนหนุ่มสวมแว่นตาโพล่งถาม  คำถามนี้สร้างความประหลาดใจแก่ทุกคนแม้แต่ตัวสาวผมฟ้าเองก็ด้วย นัยน์ตากลมโตไร้อารมณ์ช้อนมองกัปตันทีมที่ละสายตาจากเธอไปสบตามิโดริมะ

 

 

“ใช่..ฉันรู้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนเจอกันที่โรงยิม”  คำตอบจากปากคนหนุ่มผมแดงยิ่งทำให้เหล่าตัวจริงตกตะลึงเป็นแถว  หญิงสาวผมฟ้าจ้องมองหน้าครึ่งซีกของชายผมแดงเพลิงอย่างไม่เชื่อสายตา

 

 

“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน!!!ทำไมไม่บอกพวกเรา!!เรื่องนี้อาจทำให้ชมรมถูกยุบได้เลยนะ!!”

“ฉันคิดว่าบาสกับความสามารถไม่ควรจะจำกัดเพียงเพราะเรื่องเพศ”

คำโต้เถียงเสียงดังลั่นห้องระหว่างกัปตันและรองกัปตันทำเอาทุกคนสะดุ้งตกใจ  มิโดริมะเด้งตัวลุกจากเก้าอี้เดินอาดๆเข้ามาประชันหน้าบุรุษผมแดงเพื่อนสนิทที่สูงน้อยกว่า คนสวมแว่นกัดฟันกรอดโมโหจนหน้าแดงในขณะเจ้าของดวงเนตรสีแดงยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น

 

 

ราวกับไม่เดือดร้อนในสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงปัญหายุ่งยากที่อาจตามมาภายภาคหน้า

 

 

“มิโดริมะจะไม่ยอมรับคุโรโกะเพียงเพราะเป็นผู้หญิงแค่นั่นเหรอ” อาคาชิ เซย์จูโร่ เงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วพูดต่อ

“นายชู้ตได้ครึ่งสนามกี่ครั้งต่อกี่ครั้งไม่เคยพลาด แต่ก่อนหน้าที่จะได้ลูกมาถือ เพราะคุโรโกะคุงคอยส่งบอลให้ตลอดไม่ใช่รึไง”  เหตุผลของอาคาชิทำเอามิโดริมะสะอึกเถียงไม่ออก  หนุ่มแว่นยืนเงียบไปนานพักใหญ่ๆ ก่อนจะขยับนัยน์ตาสีเขียวมรกตไล่กวาดมองสมาชิกตัวจริงอีกสองคนที่ยังคงนิ่งเงียบ

 

“อาโอมิเนะ นายว่าไง”  รองกัปตันถามความเห็นจากเอซแห่งเทย์โคต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

“เอ๋!!ฉันเหรอ..”  คนหนุ่มผิวสีแทนสะดุ้งโหยงทันทีที่สบตาคมกริบดุดันหลังเลนส์แว่นตาทรงเหลี่ยม เขาผินหน้ามองหญิงสาวตัวเล็กข้างตัวนั่งชันเข่าหนาวสั่นไปทั้งร่าง ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าขนหนูผืนใหญ่โผล่มาเพียงดวงหน้าหวานขาวซีดเซียวปากอิ่มเล็กสั่นระริกขบฟันจนได้ยินเสียงชัด

 

 

บอบบาง..แต่ก็เข้มแข็งยิ่งกว่าใคร

 

 

“ฉันอยากจะเล่นบาสกับเท็ตสึ ”  อาโอมิเนะขยี้ผมสีฟ้าอ่อนไปมา  ส่งยิ้มให้สตรีเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนจืดจางไร้อารมณ์ “ไม่มีใครเข้าขากับฉันได้ดีเท่าเท็ตสึอีกแล้ว เราสองคนเป็นคู่หูแสงและเงา จะเป็นตลอดไปในสนามบาสไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม”

“อาโอมิเนะคุง”

“ฉันยังไงก็ได้..ยังไงก็เล่นกับคุโรจินมาตั้งปีกว่าแล้ว” มุราซากิบาระพูดทั้งที่ยังเคี้ยวเยลลี้ปีโป้หนึบหนับคาปาก

“มุราซากิบาระคุง” คุโรโกะตาโตมองใบหน้าของคนหนุ่มทั้งสองสลับไปมา ก่อนจะถูกอ้อมกอดแน่นอันคุ้นเคยดั่งลูกหมาของคิเสะ เรียวตะ ดวงตาสีอำพันสบตาสั่นไหวจนคลอเบ้าแล้วหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อเช็ดหยดน้ำที่หางตาเบาๆ

“ถ้าไม่มีคุโรโกจจิ มันก็ไม่ใช่บาสที่ฉันอยากจะมาเป็นผู้จัดการซิ”  นางแบบสาวเอียงคอคลี่ยิ้มอ่อนโยน งดงามและสดใสกว่าใคร คุโรโกะหันไปมองยังรองกัปตันชมรมบาสเก็ตบอลที่ยืนมองเธอด้วยสายตาเย็นชาไม่ว่าจะเมื่อไหร่..มิโดริมะ ชินทาโร่ ก็ไม่เคยคิดญาติดีกับคุโรโกะ

 

 

ตอนนี้คงพาลเหม็นขี้หน้ากว่าเก่า

 

 

“มิโดริมัจจิ!!!!”  คิเสะร้องเรียกชื่อคนที่เดินพรวดพราดออกไปจากห้อง

“ปล่อยมิโดริมะไป หมอนั่นคงอยากอยู่คนเดียวซักพัก” คนผมแดงห้ามปรามและนั่นทำให้ผู้จัดการแสนสวยต้องยอมหยุดฝีเท้าที่จะไล่ตามไปโดยดี

 

“เรื่องของคุโรโกะคุงพวกเราทุกคน ณ ที่นี้จะเก็บเป็นความลับเอาไว้ พรุ่งนี้ทำตัวให้เหมือนปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วถ้าความลับแพร่งพรายไป หากฉันจับได้ว่าใครมันจะไม่จบแค่ไล่ออกจากชมรม ถ้าไม่มีอะไรก็แยกย้ายกลับไปพักได้แล้วพรุ่งนี้มีฝึกแต่เช้า”   อาคาชิออกคำสั่งทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบชวนขนหัวลุกซู่มากกว่าปกติ..ทั้งที่ชายหนุ่มผมแดงถึงจะดูมีอำนาจแต่ก็ไม่ได้น่าหวาดกลัวเท่าตอนนี้ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาล้อมเส้นผมสีแดงเปียกชื้นฝนหน่อยๆหันหลังเดินออกไปจากห้องโดยไม่ชายตาแลไปยังรูมเมทที่โกหกคำโตนั่งหนาวตัวสั่นบนโซฟา

 

ห้องโถงกลางเหลือเพียงสมาชิกเหล่าตัวจริงแค่สองคนผู้เป็นคู่หูแสงเงากับอีกหนึ่งผู้จัดการสาวผมทองดัดลอน คิเสะทรุดนั่งข้างๆคุโรโกะช่วยเอาผ้าขนหนูที่ห่มร่างเช็ดผมสีฟ้าให้แห้ง  คนผิวสีแทนเข้มเกาศีรษะเปียกปอนน้ำจนน้ำทะเลปะปนน้ำฝนกระเด็นหยดดวงเปรอะโซฟาไปทั่ว บางส่วนโดนหน้าของสาวจืดจางด้วย

“อึดอัดชะมัด บรรยากาศเมื่อกี้” อาโอมิเนะถอนหายใจแรง

“ขอโทษนะคะ อาโอมิเนะคุง คิเสะคุงด้วย..เพราะฉันเลยต้องโดนมิโดริมะคุงตำหนิ ทำให้ทุกคนต้องมาทะเลาะกัน” คุโรโกะพูดทั้งแววตาสำนึกผิด  คิเสะส่ายหน้ากอดรอบคอเธอดึงเข้ามาแนบอกนุ่มนิ่มหลังชุดนอนกระโปรงยาวสีครีมสายเดี่ยว

“อย่าโทษตัวเองแบบนั้นสิ คุโรโกจจิ ฉันต่างหากล่ะที่ผิด รักษาสัญญาปิดความลับให้คุโรโกจจิไม่ได้”

“ไร้สาระน่าเท็ตสึ ทุกคนก็แค่ช็อคเท่านั้นแหละ พรุ่งนี้พอกลับมาเล่นบาส ทุกคนก็กลับมาเหมือนเดิมแล้ว”

มือใหญ่หยาบตบหลังอีกฝ่ายแรงตามนิสัยเดิมที่เคยชิน..ถึงจะรู้แล้วว่าเป็นผู้หญิงก็ไม่ได้คิดผ่อนแรง ร่างเล็กบอบบางโคลงตัวตามแรงกระแทกนั่น ความเจ็บจนชาหลังกลับทำให้รู้สึกใจชื้น  คุโรโกะมองหน้าคนทั้งสองสลับไปมาแย้มยิ้มน้อยๆตอบรับกำลังใจจากคนทั้งสอง

 

“ขอบคุณนะคะ คิเสะคุง..อาโอมิเนะคุง”

 

ตึกตัก!!!!!

 

อกซ้ายของคนหนุ่มผิวสีเต้นส่ำแรงไม่เป็นจังหวะ ครั้นได้สบตาสีฟ้ากลมโตมองมาที่เขาด้วยแววตาปิติยินดี ริมฝีปากสีชมพูคลี่ยิ้มเหล่านั้น..ริมฝีปากนั่นที่เขาโน้มประทับลงผายปอด สัมผัสนุ่มนิ่มในตอนนั้นตราตรึงบนปากจนเจ้าตัวต้องรีบเสหน้าหลบสายตายกมือขึ้นมากุมปากตัวเอง

“อ..เอ่อ..ฉันขอตัวกลับไปนอนก่อนนะ เดี๋ยวเจ้ามุราซากิบาระล็อกห้องขึ้นมาฉันจะแย่เอา” อาโอมิเนะลุกพรวดพราดวิ่งออกไปจากห้องโถง คุโรโกะพยักหน้ารับโบกมือล่ำลาโดยไม่คิดอะไร แต่นั่นไม่ใช่คิเสะ..นัยน์ตาสีอำพันจับสังเกตเห็นใบหูของคนหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มสั้นแดงระเรื่อในช่วงเวลาสั้นๆ

 

 

อาโอมิเนจจิ..คงไม่..

 

 

“คิเสะคุงเป็นอะไรไปคะ”  เสียงเรียกของคุโรโกะดึงสติของนางแบบสาวกลับมา เธอรีบตีหน้ายิ้มระรื่นส่ายหน้าตอบแล้วกลับมาเช็ดผมสีฟ้าสั้นต่อ

“จะว่าไป..คุโรโกจจิต้องกลับไปนอนห้องเดียวกับอาคาชิจจิสินะ” ประเด็นเรื่องนี้ทำเอาร่างเล็กแบบางสะดุ้งโหยง ดวงตาสีฟ้ากลมโตสั่นไหวมือเล็กๆจิกต้นแขนแน่นกำผ้าเช็ดตัวที่ห่มร่างให้ความอบอุ่นจนยับยู่

 

 

“ถ้าวันนึง..เป็นฉันบ้าง…”

“นายจะเป็นห่วงเป็นใยแบบนี้บ้างไหม?”

 

 

คุโรโกะเม้มปากแน่นจนเป็นแนวเส้น นึกถึงความกลัวที่แล่นริ้วผ่านร่างกายจนมิอาจหยุดสั่น สายตาคู่คมสีแดงทับทิบในช่วงสั้นๆเธอเห็น..ว่าตาข้างซ้ายกลางเป็นสีทองวาววับที่ให้ความรู้สึกหนาวเย็นจับใจ  อาคาชิเป็นคนลึกลับ ดวงตาเรียวคมนั่นที่ดูมั่นคงเด็ดเดี่ยวและบางครั้งก็สุขุมอ่อนโยนเป็นหน้าต่างของหัวใจที่เธอไม่สามารถมองทะลุเข้าไปเห็นสิ่งที่ซ่อนเร้นภายใน

 

 

จะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่..สองวันมานี้ อาคาชิ เซย์จูโร่ ดูผิดปกติ ทั้งเรื่องอารมณ์และดวงตาข้างซ้ายนั่น

 

ราวกับว่า..เป็นอาคาชิอีกคน

 

 

“คุโรโกจจิไปนอนห้องฉันไหม ยังไงก็เป็นผู้หญิงอีกอย่าง อาคาชิจจิก็ดูไม่ปกติด้วยเหมือนอารมณ์เสียมากๆเลยเมื่อกี้นี้”  คิเสะเสนอความคิดให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันทั้งน้ำเสียงและสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะอยู่ห้องเดียวกับอาคาชิคุง”

“แต่…”

“ตอนนี้คุณโมโมอิคงต้องเสียใจมากแน่ๆ ถ้าฉันเข้าไปจะทำให้คุณโมโมอิยิ่งลำบากใจ ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าอาคาชิคุงคิดทำเรื่องไม่ดีจริงๆ เขาที่รู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงตั้งแต่แรก คงทำตั้งแต่คืนแรกที่เรานอนห้องเดียวกันแล้วค่ะ” หญิงสาวผมฟ้าปฏิเสธคำเชิญชวนอีกฝ่าย เธอขยับยิ้มน้อยๆส่งแววตามั่นอกมั่นใจ เชื่อมั่นในตัวกัปตันหนุ่มผมแดงแม้ว่าลึกๆแล้วหัวใจยังคงหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย

 

“ฉันเชื่อมั่นในตัวอาคาชิคุง บางที..การที่เขาให้ฉันย้ายห้องมาอยู่กับเขา เพราะช่วยปกปิดความลับเรื่องที่ฉันเป็นผู้หญิงแน่ๆ อีกอย่างถ้าฉันไปนอนกับคิเสะคุงกับโมโมอิซัง คนอื่นๆก็จะสงสัยเอาเปล่าๆ”  เหตุผลที่หญิงสาวหน้าจืดกล่าวมา ทำให้คิเสะอับจนหนทางจะเหนี่ยวรั้งสาวผมทองเท้าสะเอวเก็บผ้าเช็ดตัวมาพับไว้ มองคนผมฟูยุ่งชวนขำแต่เวลานี้เธอกลับขำไม่ออก ยิ่งมองสายตาแน่วแน่แบบนั้นก็คงได้แต่ยอมรับการตัดสินใจของคุโรโกะ

 

“ถ้าคุโรโกจจิแน่ใจ ฉันก็คงห้ามอะไรไม่ได้”  คิเสะยิ้มระอาใจถือผ้าเช็ดตัวกลับเข้าห้องนอนตัวเองไป หญิงสาวผมฟ้าสั้นสภาพเนื้อตัวเปียกชื้นอยู่เดินไปปิดไฟในห้องโถง ขาผอมเล็กก้าวเดินไปตามทางเดินในบ้านพักตากอากาศที่มืดสลัวจนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนของกัปตันชมรมบาส

 

มือกำแน่นยกค้างด้วยความชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเคาะประตูเรียกคนด้านใน

 

 

แอ๊ด!!!!!

 

ยังไม่ทันเคาะมือลง ประตูเปิดขึ้นโดยชายผมแดงตัวสูงกว่าเพียง 2-3 เซนโดยประมาณ นัยน์ตาคู่คมสีแดงจ้องมองดวงหน้าจืดไร้อารมณ์ในแววตากลมโตคู่นั้นฉายแววตกใจอยู่ไม่น้อย  คุโรโกะรู้สึกใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มยิ่งอีกฝ่ายเอาแต่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จา ยิ่งทำให้ร่างบางอยากย้อนเวลากลับไปตอบรับคำชวนของผู้จัดการสาวย้ายห้องนอนเสียแต่แรก

 

ทว่า..อาคาชิหันหลังกลับเข้าห้องโดยทิ้งบานประตูเปิดอ้าไว้แบบนั้น..คุโรโกะ เท็ตสึยะ กระพริบตาปริบๆยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าช่องประตูที่แง้มเปิด แสงไฟจากทางเดินด้านนอกจากโคมไฟสลัวสีส้มส่องเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยม กัปตันเดินไปยังเตียงตัวเองแล้วลงนอนตะแคงหันหลังให้เตียงของเธอ

หญิงสาวผมฟ้าสูดลมหายใจลึกก้าวเท้าเข้าไปในห้องช้าๆจนพ้นขอบบานประตู แล้วดึงประตูปิดลงสนิทโดยไม่ลืมล็อกห้องกันขโมยเข้ามา ห้องนอนมืดสนิทเพราะอาคาชิไม่คิดเปิดไฟและคุโรโกะเองก็ไม่กล้ากดสวิสต์ไฟด้วยเกรงว่าจะไปรบกวนอีกฝ่ายเข้า เธอจึงเดินคลำทางหาตู้เสื้อผ้าเป็นอย่างแรง จะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่แทน

 

 

 

โครม!!!!!

 

ไฟในห้องสว่างขึ้นจากโคมไฟข้างหัวเตียงโดยอาคาชิ คนหนุ่มที่เด้งตัวจากเตียงลุกขึ้นมานั่งมองหญิงสาวตัวเล็กล้มหน้าคว่ำ ลูกบาสกลิ้งหลุนๆอยู่ข้างตัว เดาได้ไม่ยากว่าคงเดินสะดุดเหยียบลูกบอลเข้า  คุโรโกะพยายามยันตัวลุกขึ้นมายืนแต่ก็ต้องทรุดลงไปอีกรอบความเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้าข้างซ้ายทำให้เจ้าตัวต้องก้มหน้าลงกุมข้อเท้าแน่น      หญิงสาวรู้สึกถึงเงาร่างทาบทับบนตัวเธอพอเงยหน้าขึ้นก็พบว่ารูมเมทร่วมห้องคงทนดูไม่ได้จึงต้องลงจากเตียงเดินมาแล้วนั่งย่องๆย่อตัวลง ดวงตาสีแดงจ้องมองข้อเท้าด้านซ้ายก่อนจะใช้มือจับ

 

“!!!!!!”  ดวงหน้าขาวมุ่นคิ้วกับความเจ็บแปล๊บจนเผลอชักเท้ากลับ หากแต่มือแกร่งของอีกฝ่ายไม่ปล่อยเขาจับขาหญิงสาวแน่นแล้วใช้มืออีกข้างที่จับข้อเท้านั้นลดแรงกดลง

“แค่ขาแผลง พรุ่งนี้ไม่ต้องซ้อมล่ะกัน” ในที่สุดคนที่เงียบมานานเปิดปากพูด ชายหนุ่มลุกไปหยิบน้ำแข็งก้อนในช่องแช่แข็งในตู้เย็นห่อด้วยผ้าขนหนูสีขาว แล้วเดินกลับมาประคบข้อเท้าที่เริ่มบวมแดง

 

 

“……”

“……”

 

ไม่มีใครพูดอะไรกันอีก..ความเงียบปกคลุมห้องนอนแห่งนี้จนหญิงสาวผมฟ้าอึดอัดใจ นัยน์ตากลมโตหลุบมองข้อเท้าข้างซ้ายตัวเองที่กำลังได้รับการปฐมพยาบาลโดยกัปตันชมรมที่ล่วงรู้ตัวตนของเธอมาตั้งแต่แรกแล้ว ใบหน้าหล่อคมจดจ้องเพียงข้อเท้าไม่คิดจะเงยหน้ากลับมาสบตากันซักนิด

“อาคาชิคุง..ฉัน..ขอโทษ”  คุโรโกะตัดสินใจเปิดปากพูด คนหนุ่มผมแดงก็ยังคงเอาแต่นั่งเงียบไม่โต้ตอบ

“ฉันขอโทษที่ไม่คิดหน้าคิดหลังผลุนผลันออกไปช่วยอาโอมิเนะคุง..และฉันเองก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นฉันทำอะไรให้อาคาชิคุงไม่พอใจ..ฉะนั้นถ้าฉันทำอะไรผิดไป ฉันขอโทษจริงๆ”

 

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น..พอจะเดาได้แล้วว่าสาเหตุมาจากเรา

 

 

“ขาหายเจ็บเมื่อไหร่ ไปวิ่งรอบสนาม 10 รอบซะ!!”  บทลงโทษดังจากปากคนหนุ่มเรือนผมสีแดงยุ่ง คุโรโกะตาโตสะดุ้งไหวเมื่อถูกนิ้วเรียวดีดเข้ากลางหน้าผากแรงเจ็บจนต้องหลับตาปี๋ เจ้าตัวยกมือขึ้นมากุมหน้าผากแดงโร่ลืมตาขึ้นพอจะมองหน้าอีกฝ่ายกลับถูกเจ้าตัวดึงราบเข้าไปกอดแน่น

 

“!!!!!!!!!!!”  ความร้อนแล่นริ้วไปทั่วทั้งหน้า พอได้สติจะดิ้นกลับยิ่งถูกรัดแน่นมากกว่าเก่า มือแกร่งกดหัวให้หน้าของเธอแนบกดกับแผงอกแกร่งหลังเสื้อยืดสีดำ..กลิ่นกายของอีกฝ่ายคลอเคล้าสบู่หอมสะอาดกับสัมผัสอบอุ่นแผ่ซ่านจนร้อนผ่าวไปหมดทั้งร่าง

 

“อย่าทำอะไรไม่คิดแบบนี้อีก…ถ้าเธอตายขึ้นมาจะทำยังไง”

“ฉันขอโทษค่ะ”

“คราวหน้าถ้ามีแบบนี้อีก ฉันจะลงโทษเธอมากกว่าวิ่งรอบสนาม 10 รอบ อย่าให้เห็นทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้อีกเป็นอันขาด” คำสั่งเฉียบขาดทำเอาคุโรโกะไม่กล้าปฏิเสธ หญิงสาวตาโตสังเกตเห็นวงแขนแกร่งที่โอบรัดเธอกำลังสั่นไหว

 

 

อาคาชิคุง..กำลังกลัว?

 

 

พอจะเงยหน้ากลับถูกกดหัวให้ซุกลงกับอกมากกว่าเก่า.. เสี้ยวหน้าคมคายที่ปกปิดใต้เส้นผมสีแดงปรกหน้านั่นคงจะเป็นสีหน้าหวาดหวั่น คนๆนี้ไม่อยากให้เธอเห็นด้านอ่อนแอของเขา ของชายหนุ่มผู้เป็นกัปตันทีมรุ่นปาฏิหาริย์ที่ใครๆต่างเยินยอสรรเสริญในความแข็งแกร่ง เฉียบขาด ชาญฉลาดเหนือใคร

“ฉันสัญญาจะไม่ทำแบบนี้อีก” เสียงหวานเรียบตอบรับคำสั่งเหล่านั้น เธอทิ้งเปลือกตาลงปิดสนิท..รวมถึงร่างกายที่เหนื่อยล้าเต็มทีทั้งจากการฝึกซ้อมและวิ่งตาตื่นลงทะเลไปช่วยอาโอมิเนะ ผ่านความเป็นความตายฝ่าพายุฝนมีชีวิตรอดกลับมา   ความเหนื่อยล้าเหล่านั้นทิ้งลงในอ้อมแขนของชายหนุ่มผมแดง..คนที่เธอหวาดกลัวกระทั่งก้าวเท้าเข้ามาในห้องอีกครั้ง

 

 

 

เวลานี้หาได้เป็นเช่นนั้น กลับรู้สึกวางในในอ้อมแขนแสนอบอุ่นนี่เหลือเกิน

 

 

 

.

.

 

เข็มนาฬิกาตรงหัวเตียงขยับเดินทุกวินาทีดังชัดในห้องนอนสี่เหลี่ยมมืดมิด..ร่างบอบบางถูกช้อนอุ้มมาวางนอนบนเตียงของเธอ อาคาชิห่มผ้าให้อีกฝ่ายทรุดลงนั่งลงขอบเตียง มือเกลี่ยเส้นผมสีฟ้ายุ่งออกจากแก้มใสสัมผัสความนุ่มนวลเหล่านั้นลากลงมายังริมฝีปากอิ่มเผยอหน่อยๆ

“สบายใจไปแล้วนะ คุโรโกะคุง” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ยิ้มระอาใจ..ทั้งที่เจอเรื่องร้ายๆมาแท้ๆ กลับนอนหลับปุ๋ยเป็นเด็กน้อยชัดๆ   แต่แล้วคิ้วเรียวกลับขมวดมุ่นลงนึกถึงคำขอโทษของหญิงสาวที่ยังก้องชัดในหัว

 

 

“ฉันขอโทษที่ไม่คิดหน้าคิดหลังผลุนผลันออกไปช่วยอาโอมิเนะคุง..และฉันเองก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นฉันทำอะไรให้อาคาชิคุงไม่พอใจ..ฉะนั้นถ้าฉันทำอะไรผิดไป ฉันขอโทษจริงๆ”

 

 

 

คนหนุ่มหันหน้าออกจากร่างที่หลับใหล มือทั้งสองยกขึ้นมาลูบใบหน้าตัวเอง หลับตาแน่นก่อนจะลืมขึ้นเผยดวงเนตรสีแดงทั้งสองผ่านช่องนิ้ว..แสงไฟสลัวจากหัวเตียงสะท้อนตาข้างซ้ายจนดูสีอ่อนลงเมื่อเทียบกับสีแดงทับทิมข้างขวา

“เรื่องหน้าอายแบบนั้นจะพูดไปได้ไงกัน”  เสียงทุ้มเอ่ยอย่างสั่นเครือเบาๆไม่อาจคุมให้นิ่งเหมือนปกติเต็มไปด้วยความรู้สึกประหม่าขาดความมั่นใจ  เขาไม่อยากมองหน้าตัวเองตอนนี้ยิ่งกว่าอะไรความร้อนวาบแล่นริ้วไปทั่วใบหน้าที่ซ่อนเก็บไว้หลังมือแต่ก็คงไม่อาจซ่อนใบหูที่แดงก่ำจนแทบกลืนกับเส้นผมชี้ยุ่งหน่อยๆ

 

 

ความรู้สึกนั่น…คือความหึงหวงแน่ๆ

 

 

“จะให้ใครรู้เรื่องน่าเกลียดแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด”

 

 

.

.

 

ชายหาดยามเช้าถูกเหยียบย่ำด้วยรอยเท้าจากรองเท้าพละย่ำลงบนผืนทรายแห้งสนิทจนไม่อยากจะเชื่อว่าเมื่อคืนเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง

 

เช่นเดียวกับความลับของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ที่ไม่มีใครล่วงรู้นอกจากรุ่นปาฏิหาริย์กับผู้จัดการสาวอีกสองคน

 

“มุราซากิบาระ เลิกอู้ได้แล้วลุกขึ้นมา” อาคาชิชี้นิ้วสั่งคนผมม่วงที่ทิ้งตัวนั่งแช่พื้นเอนหลังหายใจหอบหนัก หน้าคมปรกเส้นผมสีม่วงยาวประบ่าชุ่มเหงื่อเงยหน้าสบตาเฉียบคมสีแดงทับทิมที่ยืนเหนืออยู่

“ฉันหิวแล้วนี่อาคาจิน..ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าแล้วนะ” มุราซากิบาระโยเยเหมือนเด็ก

“ช่วยไม่ได้เพราะนายอยากตื่นสายไม่ทันมื้อเช้าเอง รีบๆลุกมาซะ ถ้าชักช้าฉันจะไม่ให้นายกินข้าวเที่ยง”

“โหดร้ายไปแล้วอาคาจินนนนน”

 

ร่างใหญ่ฝืนกระเพาะหลุมดำร้องครวญครางบิดจนไส้กิ่วลุกขึ้นมาวิ่งไล่ตามสมาชิกชมรมนักกีฬาบาสเทย์โคว ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาสีฟ้าจืดจางของคุโรโกะ เท็ตสึยะ เด็กสาวที่ยังปกปิดตัวตนในฐานะผู้ชายต่อไปตามการตัดสินใจของกัปตันทีม เธอนั่งอยู่ใต้ร่มบังแดดอันใหญ่ที่ปักบนชายหาด สวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สามส่วนและรองเท้าแตะธรรมดาโดยที่ข้อเท้าซ้ายถูกผ้ายืดพันเอาไว้

“แย่เลยเนอะคุโรโกจจิ ดันมาขาแผลงแบบนี้ซะได้” คิเสะ เรียวตะทรุดนั่งข้างคนจืดจาง ในมือถือแผ่นกระดานรองเขียนที่เหน็บตารางซ้อมเอาไว้ ใบหน้าสะสวยผมสีทองสว่างวันนี้ปล่อยยาวสยายต้องแสงอาทิตย์แวววาวสว่างไสวดูงดงามนุ่มสลวยน่าจับ  คุโรโกะทำเพียงพยักหน้าตอบรับการสนทนาของอีกฝ่ายเงียบๆ

“ทุกคนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย โชคดีจริงๆ”

“ค่ะ”  คุโรโกะขานรับเสียงเรียบ หญิงสาวบุคลิกเยือกเย็นไร้อารมณ์ คิเสะมองออกว่าโล่งใจเพียงใด เธอเองก็โล่งใจไปด้วยเช่นกัน

 

“ดีจังที่ทีมบาสของพวกเรายังเหมือนเดิม..ฉันดีใจแทนคุโรโกจจิที่ยังเล่นบาสไปกับรักแรกของคุโรโกจจิได้อยู่”

“แต่จนถึงตอนนี้..ฉันเองก็ยังไม่รู้เลยว่าใครคือ ’เจ้าชาย’ “ ดวงหน้าจืดจางหลุบต่ำละสายตาจากเหล่าหนุ่มๆที่ยังวิ่งรอบชายหาดเบื้องหน้า นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตสั่นไหวยามจดจ้องลูกบาสที่เหลือมาให้เธอเดาะเล่นพลางๆซึ่งได้รับมาจากอาโอมิเนะเอาไว้แก้เซ็ง

 

 

ลูกบาสที่ยังกระเด้งกระดอนไปตามโชคชะตา

จนได้พบเจอกับทุกคนในรุ่นปาฏิหาริย์..หนึ่งในนั้นคือคนที่รอคอยมานานแสนนาน

 

 

“แต่ว่า..ฉันจะไม่ท้อแท้ที่จะตามหาเขา เพราะว่า ‘ฉันรักเขา’ นี่คะ” ริมฝีปากเล็กบางคลี่ยิ้ม  คิเสะมองรอยยิ้มบนหน้าไร้อารมณ์เวลานี้กลับอ่อนโยนเหมือนสาวน้อยคนหนึ่งที่ยึดมั่นใจความรักแสนบริสุทธิ์อย่างสุดหัวใจ

“คุโรโกจจินี่เท่ห์สุดๆไปเลย เพราะแบบนี้ฉันถึงได้ชอบคุโรโกจจิ” คิเสะยิ้มกว้าง ดวงตาสีทองฉายแววปลื้มปิติความมั่นคงของเด็กสาวผมจืดจางสั้นตรงหน้า ครั้นจะโถมร่างเข้ากอดก็โดนอีกฝ่ายเอาลูกบาสมาขวางกั้นกระแทกหน้าสวยๆของนางแบบสาวอย่างจัง

 

“อย่าเข้ามาแบบนี้คิเสะคุง ตอนนี้ฉันเป็นผู้ชายนะคะ”

“คุโรโกจจิเย็นชาชะมัดเลยอ่า!!!!”

 

แต่แล้วกลับมีร่างๆหนึ่งพุ่งเข้ากอดจากด้านหน้า เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนสาวร่างเล็กผมฟ้าอ่อนหงายหลังโครมไปนอนกับเสื่อที่ปูวางไว้ใต้ร่ม นัยน์ตากลมโตปริบมองคนที่คร่อมอยู่เบื้องบนสาวน้อยผมสีชมพูมัดรวบในชุดว่ายน้ำบิกินี่สีขาวเน้นทรวดทรงองค์เอวได้รูปโดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจใหญ่ตูม ทับด้วยเสื้อแขนขาวสีเขียวมีฮูทส่งยิ้มแก้มปริมาให้

“คุณโมโมอิ..”

“ขอโทษนะเท็ตสึคุงที่เมื่อวานฉัน..ตกใจจนไม่ได้ดูแลเท็ตสึคุงเลย” โมโมอิพูดด้วยสีหน้าสำนึกผิด คุโรโกะส่ายหน้าไม่ถือสาก่อนลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ

“ไม่เป็นไรค่ะคุณโมโมอิ ฉันเข้าใจดี ถ้าเป็นฉันเองก็คงเสียใจอยู่เช่นกัน”  สิ้นคำกล่าวโมโมอิหน้าแดงเรื่อ นัยน์ตาสีชมพูกลมโตคลอน้ำตาก่อนจะโถมร่างลงไปกอดคุโรโกะแนบแน่นทั้งที่เจ้าตัวนอนหงายอยู่กับพื้น

 

“ค..คุณโมโมอิ!!!”

“เท็ตสึคุงงง ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะรักเท็ตสึคุงตลอดไป ไม่ว่าจะเท็ตสึคุงจะเป็นผู้หญิง ฉันก็จะไม่เปลี่ยนใจ”

คำสารภาพรักนั่นทำเอาคิเสะหน้าเหวอ นี่ยังไม่ต้องนับคนที่ถูกบอกรักได้แต่นอนหงายเงิบ นางแบบสาวขนลุกเกรียวมองเห็นทุ่งดอกลิลลี่บานสะพรั่งรอบชายหาดก็ไม่ปาน

 

“โมโมอิ..อาโอมิเนะเรียกหาเธออยู่” มิโดริมะโผล่มาได้ถูกจังหวะพอดิบพอดี ทำให้ชายหาดที่เกือบกลายเป็นทุ่งลิลลี่ชะงักการไว้เพียงเท่านี้ สาวผมชมพูพองแก้มเซ็งอารมณ์ไม่น้อยเธอยอมปล่อยอ้อมแขนจากเด็กสาวผมฟ้า แต่ก็ไม่วายโน้มใบหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มนุ่มของหญิงสาว ทำเอาทั้งคิเสะทั้งมิโดริมะสะดุ้งโหยง

“ไปก่อนนะจ้ะเท็ตสึคุง”

“ยัยนั่น ทำอะไรไม่อายฟ้าดินชะมัด” มิโดริมะดันแว่นขึ้นสันจมูก ต่อว่าสาวทรงโตผมชมพูที่วิ่งเข้าไปหาคนผิวสีเปลือยท่อนบนสวมกางเกงเลสีดำยืนรออยู่ริมทะเล คิเสะเหลือบตามองเวลาในตารางงาน ดูเหมือนว่าจะถึงเวรที่เธอต้องเข้าไปแจงรายการซ้อมอีกรอบให้กลุ่มระดับสามต่อ  ฉะนั้นในร่มเงาของจุดพักพิงริมชายหาดเหลือเพียงมือชู้ตสามแต้มกับมือส่งเงามายาที่นั่งขาเจ็บบนเสื่อ

 

 

นัยน์ตาสีมรกตเหลือบปรายตามองคนจืดจางที่นั่งกอดเข่าอยู่ ใบหน้าหวานน่ารักล้อมเส้นผมสีฟ้ายุ่งเงยหน้าสบตาเรียวคมหลังแว่นตาอย่างรู้ทัน ทำเอารองกัปตันสะดุ้งโหยงแต่ยังคงตีหน้าเคร่งครึมเหมือนเดิมเสมอ

“เอ๋!!?”  คุโรโกะอุทานเมื่อพวงกุญแจร้อยด้วยเปลือกหอยทับทิมสีขาวเล็กๆห้อยลงติดกับรูปปั้นเซรามิกเป็นลูกหมาตัวสีขาวตาสีฟ้ายื่นส่งมาตรงหน้า เธอหันไปมองคนหนุ่มสลับพวงกุญแจก่อนจะยื่นมือรับมาอย่างฉงนงุนงง

 

“นี่เป็นเครื่องรางคุ้มครองของราศีกุมภ์ จะช่วยปกปิดความลับต่างๆไม่ให้แพร่งพรายไปไหน” มิโดริมะอธิบายทั้งเสียงห้วนใส่โดยที่ไม่คิดมองคู่สนทนา นัยน์ตาสีฟ้าถือพวงกุญแจนั่นมองดูด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่พูดไม่จาจนคนให้ของชักหวั่นใจ จังหวะนั้นเสียงตะโกนของลูกทีมทำให้เขาต้องวิ่งกลับเข้าไปร่วมซ้อมต่อ

 

“มิโดริมะคุง”  ขายาวชะงักก้าวเดิน เหลียวหน้าไปมองคนที่หลบแดดขาเจ็บใต้ร่ม

“ขอบคุณมากนะคะ”  คุโรโกะส่งยิ้มบางๆ ให้อีกฝ่ายที่มอบลัคกี้ไอเทมให้เธอ  ชายผมสีเขียวใจกระตุกวาบหน้าแดงระเรื่อก่อนจะรีบหันหน้าหนีวิ่งออกไปสมทบเหล่านักกีฬาบาส

 

 

 

สายลมพัดผ่านร่างเล็กๆ เส้นผมสีฟ้าสั้นพลิ้วไหวคลอเคลียแก้ม ดวงเนตรกลมโตจืดจางเต็มไปด้วยแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกสุขใจ ทอดมองท้องทะเลสีครามต้องแสงระยิบระยับจับตาราวกับอัญมณีเลอค่า  เธอหยิบเอาลูกบาสมาโยนขึ้นรับไปมาในมือเล่นไปพลางๆ ระหว่างนั้นสายตาจับจ้องไปยังเหล่าหนุ่มๆรุ่นปาฏิหาริย์ ยืนรวมตัวกันริมทะเล ทั้งมิโดริมะ อาโอมิเนะ มุราซากิบาระ และอาคาชิ

 

 

ทั้งสี่คน..ที่แสนสำคัญทำให้เกิดคำว่า ‘ทีม’

 

 

 

แม้จะไม่รู้ว่ารักแรกที่ตามหาคือใครในนั้น   กระนั้นแล้ว..ทั้งเสียงหัวเราะ  ปิติยินดียามรับส่งลูก ร่วมลุ้นทุกครั้งที่ทำแต้มได้ในสนามที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ของผู้คน ทุกสายตาที่จดจ้อง หยาดเหงื่อแรงกายจากการลงแรงร่วมกันพยายามต่อสู้ไปด้วยกันเพื่อชัยชนะ

 

 

คือความสุขที่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับ..หากไม่ได้พบเจอ ‘เจ้าชาย’

ที่มอบแสงแห่งความหวังกับคำสัญญาให้ในวันนั้น

 

 

“ขอบคุณนะคะ เจ้าชาย ที่ทำให้ฉันได้สนุกไปกับบาสเก็ตบอลอย่างที่วาดฝัน”

“ขอบคุณจริงๆ”

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

มาอัพแล้วค่ะ สารภาพอัพเรื่องนี้เร็วเพราะคอมเม้นซะส่วนใหญ่

 

เม้นมีอิทธิพลต่อการอัพจริงๆ ฮาาา พอเห็นมีคอมเม้นก็มีฟิลอยากอัพซะงั้น

 

ล่าสุดคลอดฟิคแดงดำเรื่องใหม่มาแล้วค่ะ เป็นฟิคยาวที่เอาฟิคสดที่เคยแต่งในทวิตมารีไรท์ขยาย

แนวค้ำคอร์ ดาร์ก และค่อนข้างหดหู่พอตัว แทบจะเป็นฟิคคู่ขนานกับเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ ใครสนใจตามอ่านได้ที่

ชื่อเรื่อง Bloody Complex หรือในฟิคสดชื่อ พี่น้องต่างแม่

 

 

WP> https://bloodhana1.wordpress.com/2014/05/28/fic-knbakakurobloody-complexpart1/

dekd> http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1171830

exteen > http://blood-hana1.exteen.com/20140529/fic-knb-akakuro-bloody-complex-part1

 

ออกมา 2 ตอนแล้วค่ะ เนื้อหาช่วงหลังๆจะ…นะ ฉะนั้นตอนที่ …เราจะไปลงใน WP กับ Exteen นะคะ

 

ไปก่อนละน่อ บายจ้า

8 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part11

  1. รู้กันหมดแล้วสินะ ฟฟฟฟฟฟฟ มิโดริมะซึนอีกแล้วอะะ //-\\ น่ารัก ตอนอ่านช่วงโมโมอิสารภาพรักนี่ตกใจ ทุ่งลิลลี่นี่บานกันเลยทีเดียว ใครๆก็รักคุโรโกะเนอะ ถถถถถถถถถ นางเอกของเรื่องนี่นะ
    ปล.ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านค่ะ รอลุ้นต่อนะคะว่าเรื่องจะเป็นยังไงต่อไปป

    • โมโมอิเป็นตัวละครหญิงที่เราชอบเหมือนกันนะ ดูสดใสน่ารัก แต่ก็มีมุมดาร์กๆนิดๆตอนวางแผนทีมบาส
      แม้ว่า ครก จะเป็นสาวความรักซะอย่างเรื่องเพศมันเป็นเรื่องรอง ฮาาาาาาา

      ขอบคุณที่ชอบเรื่องนี้นะคะ นางเอกของเรื่องจืดจางแต่ใครๆก็รักทั้งนั้นนนน

  2. กรี๊ดดด น่ารักมากค่ะ นายน้อย มีหึงน้องดำ แถมยังคงหึงโหดเหมือนเดิม 555

    มิโดริมะก็น่ารัก แม้จะชอบจ้องจับผิดคุโรโกะตลอด แต่สุดท้ายก็จีบน้องเหมือนกันนินา เหอๆ แบบนี้ ต่อจากนี้ไปจะกลายเป็น allดำ ไปเลยไหมค่ะ // ชูป้ายอวย allดำ 555

    แต่แดงดำที่ 1 ค่ะ รอตอนต่อค่าบลัด

    • กร๊ากกกกกกกกกกก ก่อนเบิกเนตรคุณชายแค่ไหน แต่ลึกๆนายน้อยก็นายน้อย หึงโหดอยู่พอตัวนะ มิโดริมะตอนนี้โชว์ความซึนออกมาเต็มตัว ก๊ากกกก

      หลังจากนี้เนื้อหาจะกึ่งๆ allดำ นะ แต่ยืนยันแพร์ริ่งจั่วไว้ แดงดำอยู่เหมือนเดิมค่ะ เพราะพระเอกเรือ่งนี้ค่าตัวแพง ฮาาาาา

  3. นายน้อยหึง กรี๊ดดดดดดดดดดดดด โอ๊ยยชอบบบ แอบมีโมเม้นฟ้าดำแต่พอนายน้อยหึงนี่แย่งซีนเลย55555 มิโดซึน ชอบเรื่องนี้มากๆค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ^^

    • ดีใจที่ชอบค่ะะะ เขินเลยยยยย นายน้อยตอนนี้ดาเมจตรงหึงนี่แหละ เป็นตอนแรกที่เผยมุมมองนายน้อยออกมาว่ารู้สึกยังไงลึกๆที่ซ่อนอยู่
      ฟ้าดำนี่จงใจให้มีเพราะตอนหลังจะเป็นชนวนสำคัญของเรื่องเลยล่ะ แว่นคุงซึนตอนนี้เห็นได้ชัด แรกๆก็เคืองนะ แต่ที่หายไปอยู่คนเดียวน่ะทำใจคิดคำนึงอยู่ว่าจะเอายังไงกับ ครก ดี จะยอมรับดีไหม ฮ่าๆ

  4. อ่านตอนนี้แล้ว เหมือนจะแอบจุกเหมือนคีจังเบาๆ ;ㅈ;
    ที่พี่โฮ่มีปฏิกิริยาแบบนั้นกับน้อง แล้วคือคีจังก็มองอยู่ตลอด ทั้งๆที่ตัวเองก็แอบชอบพี่โฮ่อยู่ จุกง่า สงสารคีจัง TT ส่วนน้องซึน ก็ยังคงเป็นน้องซึน ฮ่าๆ อยากเห็นวันซึนแตกจัง xD #โดนยัน

    ชอบฉากที่เซย์จังดีดหน้าผากน้อง มันดาเมจแปลกๆ (เอ๊ะ ยังไง) คือ ยังไงดี? เหมือนจะดุ จะไม่พอใจ หึงโหดบ้างอะไรบ้าง แต่ก็โมเมนต์ดีดหน้าผากนั้น มโนภาพตามแล้วมันละมุนดีจัง ><

    • ตัวละครที่น่าสงสารสุดในเรื่องก็ไม่พ้น คีจัง เลยล่ะ ฟิลจุกไม่น้อยเลยล่ะ คนที่แอบชอบดันจะชอบเพื่อนสนิทตัวเอง มันร้าวรานมากๆเลยล่ะ ส่วนพี่เขียวนี่…ซึนตอนนี้คือ แทนที่จะบอกตรงๆว่า ฉันยอมรับเธอเข้าทีม กลับเอาของนำโชคมาให้แทนเป็นนัยๆ 555555

      ดีดหน้าผากเป็นอะไรที่แบบ เราชอบนะ ผช ดีดหน้าผากอ่ะ มันดูสั่งสอนแบบน่ารักดี เอ็นดู คือเหมือนโมโหแต่จะต้องหาทางลงโทษที่เบาสุด ไม่รู้ทำไง เลยดีดหน้าผากใส่แม่มเลย ฮา ฟิลดูเป็นผู้ใหญ่กว่าด้วยแหละ อคช เป็นคนที่ดูเป็นการเป็นงาน เป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์มากในฟิคนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s