[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part4

 

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

Bloody Complex 4

 

 

 

 

 

 

“คุโรโกะ เท็ตสึยะ..นี่หมายความว่าไง ทำไมเธอไม่ส่งการบ้านครู”  อาจารย์วิชาคณิตศาสตร์ชี้นิ้วตรงไปยังหญิงสาวเรือนผมสีฟ้าอ่อนหลังห้อง เธอยืนขึ้นตามคำเรียกของครูผงกหัวกล่าวขอโทษอีกฝ่ายทั้งสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ไม่มีเค้าความสำนึกผิดสำหรับครูบาอาจารย์แล้วกริยาเช่นนี้ถือเป็นการลองดีกับพวกเขา ในหมู่เพื่อนฝูงบางส่วนถึงกับเยินยอในความกล้ากวนประสาทหน้าตายเช่นนั้น ขณะเดียวกันก็มีเสียงกระซิบนินทาถึงความไร้มารยามของเธอ

“ไปสำนึกผิดหน้าห้องเรียนซะ!!!”  สิ้นคำสั่ง ร่างเล็กบอบบางของนักเรียนใหม่เดินออกไปจากห้องผ่านประตูหลัง ทันพ้นเขตประตูดีเสียงนินทากระซิบกระซาบดังขึ้นในหมู่เพื่อนฝูง

 

“เด็กใหม่นั่นเอาอีกแล้ว ตอนแรกวิชาอังกฤษ ต่อไปก็วิชาคณิตศาสตร์”

“อะไรกัน..เห็นเรียบร้อยที่ไหนได้ก็เด็กเกเรไร้ความรับผิดชอบ ไม่เหมาะกับเป็นน้องของอาคาชิซังเลย”

 

 

ประตูห้องเลื่อนปิดลงพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆมาจากกลุ่มเด็กสาวทั้งห้าคน ที่ดักตบตีเธอเมื่อวานพวกเธอหัวร่อสะอกสะใจในสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือเมื่ออาจารย์กระแอมเสียงเตือนสติ

 

 

คำตอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น..คุโรโกะรู้ดีมันอยู่ในถังขยะหลังโรงเรียน

 

 

ยามพักเที่ยงคาบว่างสำหรับทุกคนให้พักผ่อนหย่อนใจหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเริ่มเข้าสู่บทเรียนอีกครั้งในคาบบ่ายยาวติดๆกัน หญิงสาวเรือนผมสีฟ้าชี้ยุ่งยาวประบ่าหยุดฝีเท้าตรงหน้าถังขยะสดเปียกที่เหล่าแม่ครัวในโรงอาหารใช้กำจัดเศษอาหารต่างๆ ในนั้นมีสมุดการบ้านทั้งหมดของเธอปะปนอยู่ มือเรียวเล็กหยิบสมุดการบ้านทั้งหมดออกมาโดยไม่สนใจความเหนียวเหนอะเหม็นชวนอ้วกของน้ำขยะในนั้น  มาพลิกเปิดดู

 

 

‘ยัยหน้าจืด!!!!ยัยอัปลักษณ์!!!ยัยมืดหม่น!!!!’

 

 

คำพรุสวาทมากมายเต็มไปด้วยเนื้อหาจิกกัดเสียดสีละเลงลงบนสมุดการบ้านทุกหน้าเละเทะไม่มีชิ้นดี นี่ยังไม่รวมรูปวาดล้อเลียนตัวเธอเป็นผู้หญิงหน้าจืดแต่งตัวเป็นผีไร้ศาลลอยล่องในนั้นอีก

 

 

“อ้าว!!!เท็ตสึ!!!มาทำอะไรที่นี่?”  เสียงทักทายคุ้นหูดังขึ้น ใบหน้าหวานไร้อารมณ์ล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อนหันไปมองร่างสูงผิวสีแทนเข้มในชุดนักเรียนเทย์โควก้าวเดินเข้ามาฉีกยิ้มกว้างสดใสจนเห็นฟันขาว

“สวัสดีตอนเที่ยงค่ะ อาโอมิเนะคุง”  คุโรโกะทักทายด้วยเสียงสุภาพ

“สวัสดีอะไรกัน!!!ฉันเรียนอยู่ห้องเดียวกันเธอนะ นั่งอยู่เยื้องๆหน้าไปสามโต๊ะไง”  อาโอมิเนะประท้วง  คุโรโกะกลอกตาขึ้นนึกครู่หนึ่งก่อนเลื่อนกลับมาสบตาสีไพลินคมเข้มแล้วเอียงคอฉงนงุนงง

“อะไรกัน!!นี่ไม่สังเกตเลยรึไงเนี่ย”

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันสังเกตเห็น” ตอบตรงๆไม่คิดอ้อมค้อม แถมยอมรับทั้งหน้าตายแบบนั้น ยิ่งทำเอาอาโอมิเนะรู้สึกหน้าชาเหมือนถูกเมินก็ไม่ปาน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดจะใส่ใจอะไรมากนักที่เขาสนใจมากกว่าคือน้องสาวต่างแม่ของกัปตันชมรมบาสควบตำแหน่งประธานนักเรียนมาด้อมๆมองๆทำอะไรคนเดียวในบริเวณทิ้งขยะเหม็นอับแบบนี้  พอชะโงกหน้าดูสิ่งที่อยู่ในมือหน้าเปื้อนรอยยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึง แล้วรีบกระชากสมุดสกปรกนั่นมาไล่เปิดอ่าน

 

“นี่มันแกล้งกันแรงไปแล้ว มิน่าล่ะ..ฉันก็ว่าอยู่เด็กแบบเธอไม่น่าทำตัวเก๋าแบบนั้น”  อาโอมิเนะสบถคำรามกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่ามันเลวร้ายแบบสุดๆสำหรับเด็กใหม่ที่พึ่งเข้ามาปรับตัวไม่นาน อย่าว่าแต่เด็กใหม่เลยเด็กคนๆอื่นๆที่โดนแบบนี้ย่อมจิตตกเป็นธรรมดา

“โดนทิ้งไปกี่วิชา?”

“ทั้งหมดที่ต้องส่งวันนี้ค่ะ”  หญิงสาวผมฟ้าอ่อนยาวประบ่าตอบด้วยท่าทีไม่เดือดเนื้อร้อนใจ..ใจเย็นจนน่าประหลาดใจราวกับว่าคุโรโกะไร้ความรู้สึก เป็นเขาคงโวยวายเตะโต๊ะพังเก้าอี้ในห้องระบายความแค้น ยกพวกมารุมกระทืบให้รู้ดำรู้แดงไปแล้ว

“เธอนี่มัน..เวลาแบบนี้ยังใจเย็นได้อีกมานี่!!ฉันจะช่วยเธอเอง!!!”  มือแกร่งวิสาสะจับมือเล็กนุ่มนิ่มลากเดินออกไปจากห้องไม่สนว่าอีกฝ่ายจะตกลงหรือปฏิเสธ  ขาของคนทั้งคู่ก้าวมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องสมุดประจำโรงเรียนชั้นหนึ่ง อาโอมิเนะเปิดบานประตูเดินดุ่ยๆเข้าไปหยุดฝีเท้าลงข้างโต๊ะมุมอ่านหนังสือที่มีร่างๆหนึ่งจับจองไว้อยู่ท่ามกลางกองหนังสือตั้งเรียงสูง นัยน์ตาสีจืดจางเหลือบมองหนังสือเหล่านั้น..มีทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ของเด็ก ม.ปลาย แต่ที่น่าแปลกประหลาดคือ

 

หนังสือโหราศาสตร์ปี 20XX วิกฤติดวงดีดวงร้าย!!?

 

 

“มิโดริมะ!!! ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย”  คนที่อาโอมิเนะพามาหาเป็นชายหนุ่มเรือนผมสีเขียวสวมแว่นตาทรงเหลี่ยมกรอบดำแต่งตัวเรียบร้อยผูกไทตามระเบียบสไตล์เด็กเนิรด์ชัดเจน ที่น่าแปลกไปกว่าเก่าคือ..มือทั้งสองพันสกอตเทปเอาไว้ข้างตัวมีตุ๊กตาเซรามิกลายแรคคูนตั้งอยู่

“นี่ห้องสมุดนะช่วยเบาๆหน่อยอาโอมิเนะ”  มิโดริมะดุปรามคนหนุ่มผิวสี นัยน์ตาเรียวคมเหลือบมองผ่านไปด้านหลังชายผิวสี..พึ่งสังเกตเห็นว่าไม่ได้มาคนเดียว แต่มากับหญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าชี้ยุ่งฟูหน่อยๆ กำลังจ้องมองหนังสือดูดวงของเขาที่หยิบยืมมาจากห้องสมุดอย่างสนอกสนใจ

 

“เธอ..น้องสาวอาคาชินี่..ถ้าสนใจดวงล่ะก็ฉันยินดีแนะนำเว็บให้”

“ไม่ใช่โว้ยยยยย!!!”

“ชี่!!!!”

 

คนในห้องสมุดหันมาส่งสายตาดุดันใส่คนผิวสี คนหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินสั้นหน้าขึ้นสีแดงอับอายรีบผงกหัวขอโทษทั้งรอยยิ้มแหยๆ ก่อนหันกลับมายังชายสวมแว่นตาโน้มตัวเข้าไปใกล้ป้องปากกระซิบข้างหูอีกฝ่ายอยู่นานสองนาน มิโดริมะตาโตแล้วก็รีบปรับสีหน้าเป็นนิ่งเรียบสบมองหญิงจืดจางที่ยืนนิ่งตรงหน้า

“ฉันจะช่วยแค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะ” มือแกร่งล้วงหยิบเอาสมุดเปล่าๆออกมาสามเล่มให้คุโรโกะ ก่อนจะล้วงหยิบเอาสมุดการบ้านของตัวเองออกมาตามจำนวนวิชาที่ต้องส่งในคาบบ่ายมาให้ต่อ  “รีบๆลอกซะ เหลือเวลาไม่มากแล้ว”

“ขอบคุณนะคะ มิโดริมะคุง”  คุโรโกะ เท็ตสึยะ พยักหน้าทรุดนั่งลงบนโต๊ะตรงข้ามกับมิโดริมะ ชินทาโร่ แล้วเปิดสมุดหยิบปากกาปั่นยิกๆ ทำความเร็วแข่งกับเวลาที่มีจำกัด  อาโอมิเนะ ไดกิ โล่งอกที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมห้องผู้น่าสงสารนี่ได้ จังหวะนั้นคงไม่มีใครทันสังเกตเห็นสายตาที่มิโดริมะลอบมองตรงมายังหญิงสาวตัวตนจืดจาง

 

 

หมอนั่น…เล่นแรงเกินไปแล้วนะ..

 

คนผมสีเขียวมุ่นคิ้วลงนึกถึงต้นตอสาเหตุของเรื่องดังกล่าว ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าใครเป็นหัวใหญ่ของเรื่องทั้งหมดแล้วเจ้าตัวนั่นป่านนี้คงเดินลอยชายตรวจอาคารเรียนอารมณ์ดีอยู่แน่ๆ

“คุโรโกะ” เสียงทุ้มของหนุ่มแว่นเรียกนามหญิงสาว ใบหน้าไร้อารมณ์ละสายตาจากสมุดเงยหน้าสบตาสีมรกตหลังเลนส์แว่น

“เธอเกิดวันที่เท่าไหร่”

“31 มกรา ค่ะ”  เสียงเรียบๆไร้อารมณ์ตอบกลับแล้วก้มหน้าก้มตาจดจ่อกับการลอกการบ้านต่อ คนหนุ่มเรือนผมสีเขียวพยักหน้าล้วงหยิบเอามือถือในกระเป๋ากางเกงเปิดดูดวงประจำวันไล่ไปยังราศีกุมภ์ซึ่งเป็นของเจ้าตัวคนจืดจางเบื้องหน้า

“หือ?” คิ้วเรียวเลิกสูงหลังจากอ่านดวงเสร็จ เขาอ้าปากด้วยความลังเลครู่หนึ่งเหมือนจะบอกอะไรแต่ก็เลือกตีหน้านิ่งเฉย ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเรียนต่อไป ส่วนอาโอมิเนะทรุดนั่งอยู่ข้างๆฟุบนอนกับโต๊ะไม่สนโลกอะไรอีกต่อไป สมกับที่สมองมีดีแต่เล่นบาสอย่างเดียวจริงๆ

 

 

ในที่สุด…เวลาออดเข้าเรียนมาถึง การบ้านถูกลอกเสร็จจนหมด คุโรโกะส่งคืนสมุดให้อีกฝ่ายกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

“พรุ่งนี้ฉันจะเอาสมุดมาคืนให้นะคะ”

“ไม่เป็นไร..ถือซะว่าเป็นลักกี้ไอเทมของเธอล่ะกัน”

“ลักกี้ไอเทม?”  คุโรโกะทวนคำอีกฝ่ายเอียงคอมองอย่างฉงนสนเท่ห์  ความสงสัยนั่นถูกแถลงไขโดยชายผิวสีแทนที่ตื่นขึ้นจากเสียงกริ่งโรงเรียน

“หมอนี่มันบ้าดวงเข้าเส้น ลักกี้ไอเทมก็คือของที่ทำให้โชคดีทั้งวันนั่นแหละ เหมือนตุ๊กตาแรคคูนนี่ไง”  อาโอมิเนะชี้นิ้วตรงไปยังแรคคูนเซรามิก  หญิงสาวผมฟ้ายาวประบ่าเลิกคิ้วเธอพยักหน้าเข้าใจ..ก็ว่าทำไมต้องมีของประหลาดๆตั้งอยู่ด้วย

 

“ต่อไปวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นล่ะ รีบๆกลับห้องกันเถอะ อ.โนยะ แม่งโหดบรมโคตรๆ” คนผิวสีบอกน้องสาวของกัปตันชมรมบาส แล้วเดินนำออกไปจากห้องสมุดโดยมีร่างบอบบางเด็กใหม่ของโรงเรียนเทย์โควเดินตามหลังไปติดๆ ประตูห้องสมุดปิดตัวลงมิโดริมะเก็บสมุดการบ้านของตัวเองเข้ากระเป๋า รวบเอาหนังสือที่ยืมมาอ่านลงในลังเก็บหนังสือให้เจ้าหน้าที่ห้องสมุดรับไปจัดเรียงตามหมวดหมู่ ก่อนลุกเดินออกไป

 

 

‘ดวงราศีกุมภ์วันนี้จะมีเรื่องร้ายๆรุมเร้าเข้ามา แต่คุณก็จะผ่านพ้นต่อสู้มันไปได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีรอดตลอดฝั่งไปจนหมด เพราะนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น’

‘สีโชคร้าย : สีแดง  ลักกี้ไอเทม : ไม่มี ‘

 

 

“ดวงของคุโรโกะ..ไม่มีทางช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาเลยสินะ”  มิโดริมะถอนหายใจ..พูดให้ถูกจะว่าดวงเลวร้ายก็ไม่เชิง ลักษณะแบบนี้คือต้องพยายามด้วยตัวเองทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าจะรอดไปได้ซักกี่น้ำ

 

 

ไหนจะเรื่องสิ่งกระตุ้นพาดวงซวยนั่นคือ ‘สีแดง’ นี่อีก

นามสกุล ‘อาคาชิ’ มีคำว่า ‘Aka = สีแดง ‘   

 

 

“นั่นแปลว่า..เรื่องร้ายๆที่กำลังจะเกิด อาคาชิ..นายจะเป็นคนทำมันทั้งหมดรึเปล่า”

 

 

.

.

.

 

ในอีกสามวิชาที่เหลือคุโรโกะรอดผ่านพ้นไปด้วยดี แถมพอตรวจการบ้านออกมากลับถูกหมดทุกข้ออีกต่างหากจึงทำให้ได้รับคำชมจากครูบาอาจารย์และนักเรียนบางส่วน จะมีก็แต่กลุ่มสาวทั้ง 5 ที่คุโรโกะรู้ว่าเป็นฝีมือของคนเหล่านั้น ทั้งเรื่องดักตบ เรื่องกลั่นแกล้งสารพัดเหล่านี้ด้วย

 

ทว่า..การหาญกล้าทำเรื่องเช่นนี้แล้วรอดตัวไปได้ทุกครั้ง เป็นเพราะเจ้าแผนการทั้งหมดคือ ‘พี่ชายต่างแม่’

หลังเลิกเรียนชมรมบาสมีซ้อมดึกกว่าทุกวันหญิงสาวเดินออกมาเคียงคู่กับอาโอมิเนะ ไดกิ ชายหนุ่มผิวสีอาสาว่าจะออกมาส่งหน้ารั้วโรงเรียนก่อนกลับเข้าไปร่วมซ้อมในชมรม คนหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินเกาหัวแรงๆนัยน์ตาสีไพลินกลอกไปมาครุ่นคิดหาเรื่องเปิดบทสนทนากับคนไร้อารมณ์ข้างตัว

 

“อาโอมิเนะคุง”  แต่แล้วจู่ๆ คนที่เอาแต่เงียบมาตลอดระหว่างทางเดินในอาคารจนออกมายังประตูใหญ่กลับเอ่ยพูดขึ้น

“วันนี้ฉันต้องขอบคุณอาโอมิเนะคุงมากๆค่ะ ถ้าไม่ได้อาโอมิเนะคุงฉันต้องแย่แน่ๆ”  คุโรโกะผินใบหน้าสบตาสีไพลินเรียวคม ปากน้อยๆขยับยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาได้ยากจากหญิงสาวผมฟ้าอ่อนยาวประบ่า..ร่างสูงหน้าร้อนวาบรีบเกาหัวแรงหันหน้าหนีสายตาไร้อารมณ์กลมโตสีฟ้าเหล่านั้น ก่อนตอบรับด้วยน้ำเสียงกระตุกกระตัก

 

“ม..ไม่เป็นไร..ฉ..ฉันเต็มใจช่วย” คนหนุ่มผิวสียิ้มยิงฟันขาวก่อนจะวางมือขยี้ผมอีกฝ่ายไปมา

“ถ้าเธอไม่มีใครล่ะก็ ฉันยินดีจะเป็นเพื่อนเธอนะ เท็ตสึ ”  เสียงทุ้มสดใสนั้นก้องกังวานยิ่งกว่าใคร  คุโรโกะตาโตคาดไม่ถึงกับคำพูดเหล่านั้นเธอยืนจ้องมองอาโอมิเนะนาน..นานจนเอซแห่งชมรมบาสชักประหม่า หวั่นใจว่าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า

 

“เอ่อ..ถ้าเธอไม่สบายใจ..ฉัน..”

“ไม่หรอกค่ะ ฉันแค่ตกใจ..ไม่เคยคิดว่าคนไร้ตัวตนอย่างฉันจะมีคนขอเป็นเพื่อน” เสียงไร้อารมณ์เงียบไปอึดใจหนึ่ง แล้วพูดต่อ

“จนถึงวันนี้..ฉันมีเพื่อนน้อยคนนับได้ ฉันที่ดูมืดมนแบบนี้..คงไม่มีใครอยากเข้าหาด้วยแท้ๆ”

“ขอบคุณนะคะ อาโอมิเนะคุง”  สายลมพัดผ่านเบาๆเส้นผมสีฟ้านุ่มพลิ้วไหวคลอเคลียดวงหน้าหวานจืดจางไม่โดดเด่น นัยน์ตากลมโตสีอ่อนฉายแววอ่อนโยน กับริมฝีปากอิ่มสีชมพูดุจกุหลาบแรกแย้มขยับยิ้มเป็นเส้นโค้ง  ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของอาโอมิเนะ เด็กหนุ่มร่างสูงผิวสีแทนเข้มหน้าร้อนผ่าวเสียจนน่าประหลาด ใจเต้นรัวจวนเจียนหลุดออกจากอกซ้าย

 

 

“รถมาแล้ว ฉันกลับก่อนนะคะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่ะอาโอมิเนะคุง”  คุโรโกะโบกมือล่ำลาอีกฝ่าย กึ่งเดินกึ่งวิ่งเร่งฝีเท้าไปยังรถลีมูซีนเบื้องหน้าที่ขับมารับตัวลูกสาวผู้นำตระกูลก่อน แล้วถึงค่อยขับมาอีกรอบเพื่อรับนายน้อยของบ้านที่เลิกดึกในวันนี้ นัยน์ตาเรียวคมสีไพลินยังคงมองร่างเล็กๆบอบบางนั่นหายเข้าไปในตัวรถคันหรู กระทั่งรถขับออกไปไกลจากสายตา

 

 

“มิเนะจินทำอะไรอยู่อ่ะ ได้เวลาซ้อมแล้วนะ”  มุราซากิบาระเดินคู่มากับคิเสะโบกมือทักทายเอซเทย์โคว ชายผิวสีสะดุ้งดึงสติกลับมาพยักหน้ารัวๆ แล้วรีบวิ่งนำผู้เล่นตัวจริงทั้งสองตรงไปยังโรงยิมระดับหนึ่ง

“มิเนะจินท่าทางตื่นเต้นแปลกๆเนอะ”  คนผมสีม่วงตัวใหญ่พูดในสิ่งที่สังเกตเห็นทั้งปากยังเคี้ยวขนมตุ้ยๆ

“นั่นสิ..อาการแบบนี้น่ะ..”  คนหนุ่มเรือนผมสีทองสว่างประดับต่างหูสีเงินข้างซ้ายพยักหน้าเห็นด้วย เขาเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาไม่แน่นอน แต่จับจากสัญชาติญาณที่สังเกตเห็นมาได้

 

 

“เหมือนคนกำลังมีความรักเลยล่ะ”

 

 

.

.

.

 

 

“วันนี้พอแค่นี้ แยกย้ายกลับได้”  คำสั่งประกาศิตของผู้มีอำนาจสูงสุดรองจากโค้ช กัปตันชมรมบาสเก็ตบอลอาคาชิ เซย์จูโร่ ดังกร้าวโรงยิม เหล่าสมาชิกขานรับคำสั่งแล้วช่วยกันเก็บลูกบอลสีส้มแดงอิฐเข้าตะกร้าเหล็กข้างสนาม บางส่วนที่เป็นเวรทำความสะอาดเดินตรงไปห้องเก็บอุปกรณ์เล็กๆลากเอาไม้ม็อบกับกะละมังบรรจุน้ำออกมาวางเตรียมถูขัดทำความสะอาดให้เงาวับ บุรุษผมสีแดงส่วนสูงน้อยกว่าใครเมื่อเทียบกับสมาชิกตัวจริงในทีมเดินพาดผ้าขนหนูสีดำซับเหงื่อไคลชุ่มหน้าและไรผม เดินกลับเข้าไปในห้องล็อกเกอร์นั่งลงบนเก้าอี้ม้านั่งยาวหยิบเอาขวดน้ำแร่มายกดื่มดับกระหายจนเหลือเพียงครึ่งขวด เจ้าตัวยกเทรดศีรษะดับร้อนเย็นหัวได้ที่หมดขวด จึงบิดขวดพลาสติกเปล่าๆนั่นโยนลงถังขยะที่ตั้งอยู่มุมห้อง

 

RRRRRRR

 

เสียงริงโทนดังขึ้นในตู้ล็อกเกอร์ของเขา มือแกร่งเสยผมสีแดงเปียกน้ำขึ้นลุกเดินไปเปิดตู้ล็อกเกอร์ล้วงหยิบเอามือถือในกระเป๋ามาเปิดดูรายชื่อที่ติดต่อเข้ามา

“พ่อ?”  คนหนุ่มเลิกคิ้วสูงฉงนสงสัย ก่อนเปิดฝากดรับสาย

 

‘ซ้อมเสร็จแล้วใช่ไหม’ เสียงทุ้มเย็นชาในปลายสายถาม  อาคาชิขานรับคำตอบอีกฝ่ายแล้วรอคอยรับฟังสิ่งที่ชายวัยกลางคนผู้เข้มงวดต่อทุกสิ่งเพื่อตระกูลที่จะพูดต่อไปนี้

‘ดี..เข้าเรื่องกันเลย ฉันจะบินไปดูงานที่อังกฤษหนึ่งอาทิตย์ ระหว่างที่ฉันไม่อยู่หวังว่าแกที่เป็นทายาทคนที่ 10 จะดูแลบ้านกับธุรกิจของตระกูลที่ญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี’

 

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมรับรองได้” อาคาชิ เซย์จูโร่ขานรับทั้งเสียงเรียบไร้อารมณ์ รู้อยู่แก่ใจว่าคนแบบ อาคาชิ เซย์นัน ถ้าจะโทรหาเขาก็คงไม่พ้นเรื่องงาน เรื่องการแข่งขันอะไรเทือกนั้น ไม่มีทางไถ่ถามเข้าโอ๋ปลอบเหมือนที่ทำกับลูกเมียน้อยหน้าตายนั่นแน่  คำตอบรับคำสั่งเป็นที่น่าพอใจของอีกฝ่าย

 

 

ก่อนจะวางหูนั้นบิดากลับแทรกพูดมาอีกเรื่องหนึ่ง

 

‘มีอีกเรื่อง..แกรู้รึเปล่าว่าเท็ตสึยะโดนกลั่นแกล้งเอาสมุดการบ้านทั้งหมดทิ้งลงถังขยะ’

เรื่องของคุโรโกะดังออกจากปากบิดา อาคาชิตัวเย็นเยียบ มือกำโทรศัพท์แน่นจนสั่น ขบฟันข่มอารมณ์ขุ่นเคืองใจระคนตื่นตระหนกที่อีกฝ่ายดันรู้เรื่องนี้เข้า  ร่างสูงสูดลมหายใจลึกสงบจิตใจให้นิ่ง สนทนาตอบบิดาด้วยเสียงเรียบสุขุมแบบปกติ

 

“ผมไม่ทราบครับ”

 

‘ถ้างั้นแกก็ควรรู้เรื่องซะ!!เป็นพี่ประสาอะไรไม่สนใจดูแลน้อง!!!ถ้าน้องมีปัญหาแกต้องเข้าไปแก้ไขไม่ใช่ยืนหัวโด่ให้น้องสาวตัวเองโดนรังแกแบบนี้!!!อย่าให้ฉันรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเท็ตสึยะอีก..ตำแหน่งประธานนักเรียนของแกมีถ้าดูแลน้องยังทำไม่ได้จะไปดูแลคนอื่นได้ยังไง!!อีกหน่อยจะให้ฉันไว้ใจว่าจะฝากอำนาจทั้งหมดส่งต่อให้แกได้ยังไง!!เซย์จูโร่!!!’

ดูเหมือนว่า อาคาชิ เซย์นัน จะไม่รู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น..เป็นฝีมือของพี่ชายต่างแม่เช่นเขา ทั้งที่เป็นแบบนั้น..เซย์นันกลับโทรมาต่อว่า ลงเรื่องทั้งหมดที่เขาเพียงคนเดียวราวกับว่าเรื่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้ อาคาชิ เซย์จูโร่ เป็นคนก่อขึ้นทั้งหมด

 

 

 

โดนโยนสมุดการบ้านทิ้งแล้วไง..แกเป็นถึงอาคาชิ ก็เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาเองซะ ควรจะรู้ว่าเจอปัญหาแบบนี้ควรทำยังไงไม่ใช่วิ่งมาฟ้องฉันแบบนี้”

 

 

เหตุการณ์เดียวกัน สถานการณ์เหมือนกัน เพียงแต่ต่างเวลา..ครั้นเด็กๆหนุ่มผมแดงเคยมีประสบการณ์โดนกลั่นแกล้งจากเพื่อนในรั้วโรงเรียนประถม เนื่องจากอาจารย์เยินยอชื่นชมเขาที่เป็นเด็กเรียนดีมารยาทงามไร้ที่ติ แต่คำตอบของบิดาคือการให้การต่อว่าซ้ำเติม..และนั่นก็ทำร้ายจิตใจสำหรับเด็กอายุแค่ 7 ขวบ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เลือกที่จะไม่ปรึกษาหารือใดๆกับเซย์นันอีก

 

 

กลับลูกเมียน้อย..น้องสาวต่างแม่นี่

กลายเป็นว่าเขาต้องมาแอ่นอกปกป้อง!!?

 

 

“ผม..จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ผมสัญญา”  อาคาชิก้มหน้าลงต่ำเงามืดในห้องล็อกเกอร์ยามโพล้เพล้ไม่อาจทำให้เห็นว่าหน้าหล่อเหลามีสีหน้าเช่นไร มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ คนเป็นพ่อตัดสายทิ้งไปแล้วโดยไม่มีแม้แต่คำบอกลา

 

ตรู๊ด ตรู๊ด ตรู๊ด

 

เสียงสัญญาณในโทรศัพท์ดังเล็ดรอดออกมาจากมือถือสีแดงในมือหยาบ บุรุษผมแดงเสยผมสีแดงที่เริ่มตกปรกหน้าผากขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเหวี่ยงหมัดชกบานประตูล็อกเกอร์เปลี่ยนเสื้อแรงจนตู้สั่นไหว

 

ปึง!!!!!

 

“ยัยเด็กขี้ฟ้อง”  เขาสบถคำรามต่ำ ก่อนจะเดินก้มหน้าเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าออกไปจากโรงยิมทั้งอย่างนั้นไม่พลัดเปลี่ยนกลับมาเป็นชุดนักเรียน สวนทางกับพวกตัวจริงที่เดินเข้ามาหลังเก็บกวาดโรงยิมเสร็จสิ้น

 

“อาคาชิจจิเป็นอะไรไปน่ะ”  นายแบบหนุ่มผมทองมองตามแผ่นหลังคนผมแดงที่เดินก้มหน้าก้มตาออกไปจากห้องเปลี่ยนเสื้อ เขาโบกมือทักทายก็ไม่ตอบรับแม้แต่ยิ้มก็ไม่มีด้วยซ้ำ

“ช่างหมอนั่นเถอะ รีบๆเปลี่ยนเสื้อซะ จะได้รีบๆปิดโรงยิมแล้วก็กลับบ้านซักที” มิโดริมะ ชินทาโร่รองกัปตันตัดบทขี้สงสัยของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีมรกตหลังแว่นทรงเหลี่ยมเหลียวมองไปยัง..ประตูตู้ล็อกเกอร์ของอาคาชิที่มีรองบุ๋มใหม่ๆปรากฏบนนั้น

 

นี่คงเป็นสาเหตุของท่าทีแปลกๆนั่น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่คงหัวเสียน่าดู

 

 

 

.

.

.

 

รถลีมูซีนจอดลงสนิทหน้าคฤหาสน์ใหญ่โตอีกครั้ง ประตูหลังรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งผมสีแดงชี้ยุ่งหน่อยๆก้าวลงจากรถเบาะหลัง เดินฉับๆเข้าไปในตัวบ้านผ่านเหล่าคนใช้สาวที่ยืนเข้าแถวเรียงโค้งเคารพต้อนรับการกลับมา มือส่งกระเป๋านักเรียนให้พ่อบ้านมาซากิที่ยืนรอรับทุกวันตามปกติแล้วเดินตรงขึ้นไปยังบันได

“นายน้อยขอรับ..ไม่รับประทานข้าวก่อนรึขอรับ”

“ฉันไม่หิว” คนหนุ่มผมแดงตอบกลับทั้งเสียงห้วนเจือหงุดหงิด ทำเอาคนใช้ทั้งหลายสะดุ้ง..ยืนตาค้างมองร่างของทายาทคนที่ 10 ของตระกูลยิ่งใหญ่เดินขึ้นบันไดหายไปจากสายตา

 

“เกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยกันนะ?”  พวกแม่บ้านกระซิบกระซาบทั้งเสียงแผ่วเบา อาการพิลึกพิลั่นเหล่านี้ยากนักที่คนใจเย็นอย่างอาคาชิจะแสดงออกมา แต่ไหนแต่ไรนายน้อยของตระกูลเป็นคนที่มีบุคลิกสุขุม ใจเย็น มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ท่าทีดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยนั้นทั้งที่บิดาเข้มงวดกวดขันแค่ไหน ก็ไม่เคยแสดงอาการต่อต้านเหมือนเด็กคนอื่นๆ

 

 

ทุกอย่างดูจะแปลกไปเมื่อ คุโรโกะ เท็ตสึยะ ลูกภรรยาน้อยของนายท่านก้าวเข้ามาร่วมชายคาหลังเดียวกัน

 

 

“เลิกนินทาแล้วกลับไปทำงานของตัวเองได้แล้ว”  พ่อบ้านเก่าแก่มาซากิตบมือดึงสติสาวใช้ พวกแม่บ้านในชุดเมดรีบขยับขาแยกย้ายไปทำหน้าที่ที่ค้างคาของตน ชายร่างสูงโปร่งในสูทดำส่ายหน้าระอาใจไม่ว่ายังไงมนุษย์ก็มีนิสัยซอกแซ่กขี้สงสัยวันยังค่ำ  หลังออกคำสั่งเสร็จตัวพ่อบ้านเองเดินกลับมายังอาหารเย็นจัดวางรออยู่บนโต๊ะไม้ยาวในห้องอาหาร ทั้งไก่อบซอสราดน้ำแดง เสต็กเนื้อวัวสันในเคียงคู่สลัดผักสดราดครีมเหล่านี้คงต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

 

ประตูห้องนอนของลูกชายเจ้าของบ้านเปิดโพล่งแล้วปิดตัวแรงกระแทกเสียงดังลั่น คนหนุ่มทิ้งตัวลงกับเตียงใหญ่กว้างสี่เสานอนก่ายหน้าผาก วันนี้ต้องซ้อมหนักเพื่อเตรียมแข่งอินเตอร์ไฮน์จนเมื่อยตัวไปหมด ยังต้องมาเจอเรื่องเฮงซวยผ่านทางโทรศัพท์อีกยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหจนอยากอาละวาด  มือกำหมัดแน่น..แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

 

 

ถ้าได้อาละวาดซักครั้งก็คงดี..ถ้าได้ระบายอารมณ์เกรี้ยวกราดเหล่านี้ออกไป

 

 

ร่างสูงผมแดงยันกายลุกขึ้นนั่งเอื้อมมือเปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบเอาบางสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมา..แสงจันทราจากนอกหน้าต่างสาดส่องทะลุม่านสีขาวโปร่งฉายลงบนกรรไกรเรียวยาวด้ามจับสีดำเข้ม..กรรไกรนี่ที่ ‘อาคาชิ ฮิเมะ’ ใช้ตัดแต่งกิ่งก้านดอกกุหลาบในสวนหลังบ้านเสมอๆ เป็นสิ่งเดียวที่บิดาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า..หลังจากงานศพทุกอย่างที่บ่งบอกถึงตัวตนของคุณหญิงอาคาชิถูกนำออกไปบริจาคบ้าง คืนให้ตระกูลญาติฝั่งแม่บ้าง

 

 

สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรอีกเลย..ราวกับจงใจลบหญิงสาวที่มีชื่อว่า ‘ฮิเมะ’ ออกไป

 

 

อาคาชิจดจ้องมองกรรไกรในมือนั่นอยู่นาน..บางอย่างเอ่อล้นพุ่งพล่านในใจ..บางอย่างกำลังก่อเค้าในหัว แค่จ้องมองใบมีดคมกริบแหลมเรียวนั่น..เขาก็นึกถึงกลิ่นของบางสิ่งที่คาวคลุ้งติดจมูกเหมือนฝันร้ายชวนสะพรึงเมื่อหลายคืนก่อน

 

RRRRRRRR

 

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ดึงสติอาคาชิกลับมา คนหนุ่มตาโตสะดุ้งโหยงรีบเก็บกรรไกรของแม่กลับเข้าลิ้นชักแล้วหยิบเอามือถือในกางเกงวอร์มขึ้นมาเปิดฝาดูรายชื่อคนที่โทรหาก่อนกดรับสาย

“มีอะไรรึเปล่ามิโดริมะ”

‘ฉันแค่จะบอกว่า นายลืมกุญแจล็อกเกอร์ไว้’  สิ้นคำตอบ นัยน์ตาสีแดงตาโตเลิกคิ้วสูงมือล้วงสำรวจตามกระเป๋ากางเกงตัวเองจนเป็นที่แน่ใจว่าไม่ได้เอาติดกลับมาจริงๆ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ยกนิ้วขึ้นนวดบีบระหว่างหัวคิ้วไปมา

“โทษที..ฉันฝากนายเก็บให้หน่อยล่ะกัน”

‘ไม่มีปัญหา..ว่าแต่..อาคาชิ..นายโอเคนะ’  คนผมสีเขียวถามด้วยน้ำเสียงเจือห่วงใยออกมา ไม่บ่อยนักที่คนหนุ่มสวมแว่นจะเผยความรู้สึกนึกคิดออกมาตรงๆ นั่นทำให้อาคาชิ เซย์จูโร่ ประหลาดใจก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ ตอบคำถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มสบายๆเช่นเคย

“ฉันสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แค่หัวเสียนิดหน่อยตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ขอบใจนายมากมิโดริมะ”

‘ไม่ต้องขอบใจฉันหรอก แค่รำคาญไอ้หมาคิเสะถามเซ้าซี้อยู่ได้ก็เท่านั้นแหละ’ มิโดริมะโพล่งเสียงดังกลับมา นั่นทำเอาคนผมแดงชี้ยุ่งอดหัวเราะขำขันเสียไม่ได้ ดูก็รู้ว่าเป็นห่วงเขาชัดๆ ยังจะทำนิสัยปากไม่ตรงกับใจอยู่อีก

พวกเขาสองคนบอกลาสั้นๆ และต่างฝ่ายต่างวางสายลง ความเงียบมาเยือนอีกครั้ง..ความเงียบสงัดเป็นอะไรที่อาคาชิ เซย์จูโร่ชื่นชอบ ทว่า..สิ่งนี้ก็เป็นเหมือนดาบสองคมอาจทำให้ความคิดฟุ้งซ่านได้  และเขาก็เกือบจะเป็นเช่นนั้นใบหน้าหล่อเหลาสะบัดหัวแรงไล่ความคิดประหลาดชวนใจเต้นเหล่านั้นออกไป พอมานึกย้อนอีกทีตอนมองกรรไกรเงียบๆนั่น

 

 

ความรู้สึกหนาวเย็นชวนขนลุกขยะแขยงนี่มันอะไรกัน

 

 

 

“เฮ้อ…”  ถอนหายใจแรงเหนื่อยหน่าย ร่างสูงลุกจากเตียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบคว้าผ้าเช็ดตัวเดินออกไปจากห้องเดินไปตามทางเท้าตรงไปยังห้องน้ำหรูขนาดใหญ่สำหรับผู้อาศัยชั้นบนที่มีไว้ใช้อาบชำระล้างร่างกาย

“เอ๋?” เท้าทั้งคู่หยุดอยู่ตรงหน้าประตูไม้เคลือบแลคเกอร์เบื้องหน้า เสียงน้ำจากฟักบัวกระทบพื้นดังก้องชัดออกมาจนน่าฉงนสงสัย..ขายาวก้าวเท้าเดินขยับเข้าไปใกล้จนประชิดหน้าประตู นัยน์ตาสีแดงเหลือบสังเกตเห็นบางสิ่ง

 

 

บานประตูเปิดแง้มเอาไว้?

 

 

หรือว่าไม่มีคนอาบอยู่ก่อนหน้านั้น..จะบอกว่าน้องสาวต่างแม่อาบน้ำเสร็จแล้วลืมปิดน้ำงั้นเหรอ คิดแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมา..ถึงบ้านจะรวยแต่ก็ไม่เคยถูกสั่งสอนให้ทำอะไรปล่อยปละละเลยอย่างนี้ คิดแล้วมือแกร่งก็จับลูกบิดเปิดแง้มช้าๆ

 

ทว่า..เขาก็ต้องชะงักมือลงนิ่ง เลือดในกายเย็นเยียบจนขนลุกซู่ทั่วร่าง ดวงเนตรสีแดงเรียวคมเบิกกว้างตกตะลึงสะท้อนร่างที่อยู่ในห้องอาบน้ำทั้งๆที่คิดว่าไม่น่ามีคนอยู่..กลับมีเรือนร่างขาวผ่องดุจหิมะในฤดูเหมันต์ยืนอยู่ใต้ฟักบัว สายน้ำเล็กๆชำระล้างฟองสบู่บนผิวกายโค้งเว้าเหล่านั้นไหลรินลงไปตามสัดส่วนของร่างกาย หน้าอกที่ภายนอกดูแบนราบยามสวมชุดนักเรียนกลับเต่งตึงไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปกับยอดอกสีชมพูหวาน สะโพกกลมกลึงเกาะพราวไปด้วยฟองสบู่และหยดน้ำ เส้นผมสีฟ้าอ่อนเปียกปอนจนตกลู่แก้มใส เปลือกตาบางหลับพริ้มกับเสียงครางแว่วหวานเบาๆสุขใจ

 

นี่เป็นครั้งแรก..ที่อาคาชิ เซย์จูโร่ ได้เห็นผู้หญิงเปลือยต่อหน้าต่อตาเป็นๆ ไม่ใช่จากรูปในนิตยสารอย่างว่าที่อาโอมิเนะชอบแอบเอามาดูซ่อนเต็มล็อกเกอร์โรงยิม คนหนุ่มผมแดงชี้ยุ่งสะดุ้งโหยงมือเด็กสาวผมฟ้าจืดจางบิดฟักบัวลงแล้ว เขารีบปิดประตูห้องน้ำให้เบามือที่สุดวิ่งถอยออกมากลับเข้าห้องนอนตัวเอง  ร่างสูงถอยพิงหลังบานประตูห้องนอนทรุดหายใจหอบหนัก มือกุมอกซ้ายที่เต้นส่ำไม่เป็นจังหวะจนได้ยินเสียงตึกตักก้องหัว

 

 

ร่างสูงเรือนผมสีแดงทรุดไถลลงไปนั่งชันเข่ากองกับพื้น มือลูบหน้าดึงสติของตัวเองกลับมาแต่ก็ไม่อาจหยุดร่างกายที่ร้อนผ่าวอบอ้าวยิ่งกว่าตอนซ้อมกีฬาหนักๆในโรงยิมเสียอีก

“บ้าชิบ..” เสียงทุ้มสบถคำหยาบ..ไม่บ่อยหนักที่เขาจะพรุสวาท แม้แต่อยู่คนเดียวลำพังก็ตาม..สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดดันเกิดขึ้น..เป้ากางเกงวอร์มกลับนูนตุงขึ้นมา มือหนาเอื้อมลงไปตรงขอบกางเกงอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจกำหมัดแน่นถอยออกมาทิ้งข้างลำตัว

 

 

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตัวเองเกิดอารมณ์กับน้องสาวต่างแม่

 

“นั่นน้องสาวต่างแม่..ลูกของพ่อกับผู้หญิงอื่น อย่าไปคิดถึงมันเซย์จูโร่” เขาพูดตอกย้ำซ้ำๆ เตือนใจตัวเองไม่ให้เตลิดไปมากกว่านี้ ข่มตาปิดสนิทพยายามนึกถึงเรื่องอื่นๆที่พอจะหลบเลี่ยงจากภาพร่างเปลือยเปล่าของน้องสาวหน้าจืดๆไร้รสชาติแบบนั้น จนเผลอหลับไปในที่สุดคาที่อยู่แบบนั้น

 

 

 

 

รุ่งเช้ามาเยือนอีกครั้ง..คนผมแดงอาบน้ำนานกว่าปกติเนื่องจากเมื่อคืนไม่ได้ชำระร่างกาย พอตื่นมาก็เหนียวเหงื่อไปทั้งตัวจนทนไม่ไหว หลังจากนั้นก็แต่งตัวเสร็จอยู่ในชุดนักเรียนชายเทย์โควเรียบร้อยเดินลงมาจากโรงเรียนรับกระเป๋าจากพ่อบ้านมาซากิตรงไปยังห้องอาหารที่รองรับไว้ด้วยมื้อเช้าอย่างง่ายๆเช่นทุกวัน นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างเมื่อที่นั่งตรงหัวมุมของวันนี้ไม่น่าจะมีคนอยู่..อาคาชิ เซย์นัน กลับปรากฏตัวอยู่ซะอย่างงั้น

“พ่อไม่ได้ไปอังกฤษหรอกเหรอ”  ทายาทรุ่นที่ 10 ถามด้วยความฉงนสนเท่ห์

“ทางนั้นขอเลื่อนกำหนดการ หึ..คงเกิดนึกปอดแหกกะทันหันไม่กล้าเสี่ยงทำธุรกิจกับตระกูลเรามากกว่า” อาคาชิ เซย์นันเอ่ยถึงคู่ค้าด้วยน้ำเสียงหมิ่นเหม่ ก่อนจะพับหนังสือพิมพ์ลงส่งคือให้แม่บ้านที่ยืนรอรับใช้อยู่ข้างๆโต๊ะ คนหนุ่มก้าวมาทรุดนั่งลงบนที่นั่งประจำของตนเขาเงยหน้าสบตาสีฟ้าจืดจางกลมโตเบื้องหน้า พลัน!!เลือดในกายสูบฉีด..ร่างเปลือยเปล่าในห้องน้ำที่พบเห็นโดยไม่ได้ตั้งใจแว่บขึ้นในสมองจนต้องรีบเสตาหลบทำทีเป็นเท้าคางมองวิวนอกหน้าต่าง

 

 

มื้อเช้าดำเนินการไปอย่างช้าๆไม่เร่งรีบอะไรกับเวลาที่เหลือเฝือมากพอ คนหนุ่มผมสีแดงชี้ยุ่งหยิบขนมปังปิ้งขึ้นมากำลังจะกัดกิน..จังหวะนั้นดวงตาเรียวคมเผลอจดจ้องมองร่างบอบบางเล็กๆในชุดนักเรียนเทย์โควกำลังตักซุปเห็ดสีขาวขุ่นเข้าปากอิ่มด้วยท่าทีสงบนิ่ง..ริมฝีปากของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ที่กล้ายอกย้อนต่อปากต่อคำกับเขาผู้เป็นพี่ชายต่างแม่

 

 

พึ่งสังเกตเห็นว่าเล็กอิ่มมีสีชมพูระเรื่อเหมือนกลีบกุหลาบ

หน้าอกก็..ทั้งที่ดูภายนอกน่าจะเล็กแท้ๆ กลับใหญ่กว่าที่คาดคิด

 

 

“จะถือขนมปังค้างอีกนานไหมเซย์จูโร่”  เสียงทุ้มดุดันของบิดาดึงสติคนหนุ่มผมแดงกลับมา อาคาชิ เซย์จูโร่ สะดุ้งโหยงแล้วกัดขนมปังปิ้งเข้าปากเคี้ยวกลืนลงคอ ก้มหน้าจดจ่อกับมื้อเช้าในจานแทนที่จะหันไปสนใจเด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าชี้กระดกยุ่งตรงหน้า

 

 

ไม่ว่าจะยังไงก็ตามแต่..สิ่งที่เห็นเมื่อคืนเขาจะต้องลืมให้เร็วที่สุด

แม้ว่า…ร่างเปลือยไร้อาภรณ์จะน่าจดจำแค่ไหนก็ตาม

 

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++++

 

 

อคช เริ่ม กระเหี้ยนกระหือรือแล้วตอนนี้ //โดนกรรไกรแทง

ถ้าไม่พลาดอะไร ตอนหน้าน่าจะได้เวลาเรทแล้วล่ะ ฮาาาาาา

 

 

 

ลงรูปวาดประกอบจ้า นี่คือหน้าตาของแม่อาคาชิ และแม่น้องครก ในฟิคที่มโนไว้
ฟิคเราตั้งชื่อแม่ อคช ว่า ‘ฮิเมะ(เจ้าหญิง)’

ส่วนแม่น้อง ครก ชื่อ ‘เทนชิ(นางฟ้า)’

พ่อของ อคช เราตั้งชื่อว่า ‘เซย์นัน’ นันมาจากคำว่า นานะ ที่แปลว่า 9 น่อ

รูปขี้เกียจระบายสีในโฟโต้ช็อป ระบายสีไม้เอาลวกๆล่ะกัน 5555

ไปก่อนนะคะบายค่ะ

8 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part4

  1. อคช. ใจร้าย
    ส่งแก๊งบาร์บี้มารุมน้อง แถมยังก่ออีเว้นท์ทิ้งสมุดการบ้านอีก
    แค่คิดก็สยองแล้ว
    สมุดการบ้านในถังขยะที่มีแต่เศษอาหาร
    น้อง ครก. ก็ยังอุตส่าไปดูเนอะ
    แล้วอาโฮ่
    แหม ทำมาดดีมาช่วย พอลากน้องไปหามิโดริมะได้เท่านั้น หลับเฉย กร๊ากกกก
    อะแฮ่มๆๆๆ
    กัปตันคะ
    ร่างเปลือยของน้อง ครก. ทำท่านหวั่นไหวแล้วสินะคะ

    • อคช ได้ทีเอาใหญ่ ฮ่าๆ ความเกลียดมันเพิ่มพูน ยิ่งพ่อโอ๋น้องเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะกิดปมในใจมากเท่านั้น

      อาโฮ่เป็นพระเอกมากๆตอนนี้ ถ้าไม่โผล่มาช่วยน้องก็โดนครูลงโทษทั้งวัน พี่แกเรียนไม่เก่งเป็นได้แค่สื่อกลางช่วยให้ไปเจอกับมิโดริมะแทน

      ส่วนร่างเปลือยนั้นไซร้ ท่านหวั่นไหวตราตรึงเลยล่ะ ประกอบกับวัยกำลังโต กำลังเป็นหนุ่มด้วยนะ เอิ้กกกก

  2. นายน้อยเริ่มหื่น เอ้ย เริ่มสนใจน้องจืดแล้วสินะ เพราะภาพร่างเปลือยของน้องช่างตราตรึง หึหึ
    อาโฮ่พระเอกมาก เริ่มสนใจน้องจืดแล้ว
    อีกหน่อย นายน้อยไม่ยิ่งโหดร้ายกับน้องดำมากขึ้น เพราะอารมณ์หึงเหรอคะเนี่ย หุหุ ท่าทางว่าจากนี้ต่อไปน้องครก.คงโดนนายน้อยแกล้งจนอ่วมแน่ๆเลย

    ป.ล.ตอนหน้าอาจจะเริ่มเรท!!! // ตั้งหน้ารอฉากเรทนะคะ อิอิ #อินี่หื่นนนน – -“

    • ถ้าได้มาครอบครองแล้ว จะมีปล่อยให้หลุดมือหรือ เอิ้กกกกกกกกก
      ตัวละครทุกคนมีปมน่าสงสารทุกคนนะ เว้น เหล่าๆ คิเซกิ คนอื่นๆนอกจาก อคช
      หนุ่มกำลังโต วัยกำลังเจริญพันธุ์ มาเห็นอะไรแบบนี้อีก ซูซ่าเข้าไปใหญ่ ฮาาา

  3. น้องครกโดนรังแกอีกแล้วน่าสงสารจังเลย😦
    อาโฮ่ตอนนี้เป็นพระเอกขี่ม้าขาวพาไปหามิโดริมะแต่ตัวเองดันหลับซะงั้น 555
    ปล. อคช เริ่มจะหวั่นไหวกับครกแล้ว ตั้งหน้าตั้งตารอตอนเรทหุหุ (หื่นนน~) >_<

    • หวั่นไหวเพราะเจอร่างเปลือยของน้องเข้าไป ฮอร์โมนพุ่งพล่านเลยตอนนี้ ท่านหวั่นไหวตอนนี้คือ อารมณ์ทางเพศล้วนๆ แต่อาโฮ่นี่พระเอกชอบจากใจจริงๆ
      อาโฮ่เรียนไม่เก่งอะน่อ ไปห้องสมุดเหมือนสถานที่น่านอน ไม่รู้จะทำอะไรด้วย ฮ่าๆ

  4. ตั้งแต่อ่านเรื่องนี้มา ยังไม่สัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใยที่คุณพ่อมีให้เซย์จังเลยซักนิด = =” มีแต่เรื่องให้เจ็บช้ำใจตลอดเลย ไม่รู้ซิ เราว่าเหมือนดูจงใจเลยอ่า จงใจให้รู้ว่า ฉันรักลูกคนนี้มากกว่าเธอ อะไรประมาณนี้อ่า มันเลยกลายเป็นการปลูกฝังความเกลียดที่เซย์จังมีต่อน้องให้มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วน้องก็ดันมีนิสัยที่ร้ายๆอยู่พอตัว อะไรๆก็ดูท่าจะกู่ไม่กลับเลย แต่ก็คง……ไม่มั้ง รออ่านต่ออีกนิดละกันนะคะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    เรื่องโดนแกล้งในโรงเรียน ไม่ว่าจะเพราะด้วยสาเหตุอะไร สำหรับเราแล้ว การแกล้งกันในโรงเรียนที่ญี่ปุ่นนั้นน่ากลัวมาก หรือไม่รู้ว่า เพราะเคยอ่านเรื่อง Life มาก่อนแล้วติดภาพพวกนั้นมาหรือเปล่านะคะ แต่เรื่องนี้ก็ดูเหมือนไม่แรงนะ แต่ไอ้เรื่องเอาการบ้านทิ้งถังขยะนี่ เจอน้ำขยะเข้าไป เป็นเรา เราไม่ใจกล้าไปคุ้ยหรอกนะ ๕๕๕๕๕๕๕ มันเกินจะทนจริงๆ ขนาดว่าเราเรียนอะไรที่เกี่ยวข้องกับทางนี้มา จนบัดนี้ก็ไม่ชินกับมันซะที ๕๕๕๕๕๕ ยอมรับว่าน้องครกใจกล้าจริงๆนะคะ ;w;

    อ้อ เรื่องนี้พอดูออกว่าพี่โฮ่นะชอบน้องครกแน่นอนเลย แต่เราไม่ค่อยมั่นใจความรู้สึกชินจังเลยแฮะ xD มีลางสังหรณ์บางอย่าง ๕๕๕๕๕๕ (ปรากฏว่าชินจังคิดไม่ซื่อกับเซย์จังซะเอง #ไม่นะ)

    เซย์จังเกิดอารมณ์กับร่างเปลือยของคนต่างเพศ เราก็ว่าไม่แปลกนะ ถึงต่อให้เกิดกับน้องครกที่เซย์จังคอยย้ำๆในสมองว่า นั้นน้องต่างแม่นะ ก็ว่าไม่แปลกอยู่ดีอ่า เซย์จังก็เด็กผู้ชายคนนึงละเน้อ แถมวัยนี้ด้วย วัยกำลังโตด้วย มันน่าแปลกมากกว่าด้วยซ้ำมั๊ย? ที่เซย์จังไม่ค่อยเกิดอารมณ์อ่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    อ่า ส่วนเรื่องของคุณพ่อ หวังว่า จะไม่กลายเป็นเคสที่ กว่าคุณพ่อจะบอกว่า รักเซย์จังและภูมิใจในตัวเขามากแค่ไหน เซย์จังก็ไม่ได้อยู่ฟังซะแล้วนะคะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ – -”

    • เรื่องความสัมพันธ์ของพ่อกับอาคาชิต้องรอดูกันไปค่ะ เขามีเหตุผลบางอย่างของเขาอยู่นะ เราคงยังบอกความรู้สึกของเซย์นันไม่ได้ เพราะเป็นตัวละครที่คิดอะไรไม่มีใครรู้ อ่านเดาความคิดไม่ออก เรื่องนี้เสนอมุมมอง อคช เป็นหลักด้วยล่ะ สิ่งที่คนอ่านรู้สึกว่าพ่อลำเอียงจงใจ นี่ล่ะ คือสิ่งที่เราสื่อฟิลของ อคช ที่มีต่อพ่อล่ะ

      แกล้งของญี่ปุ่นแรงจริงๆ การโดนทิ้งขยะมันอาจจะไม่แรงนัก แต่คนโดนก็ร้าวรานไม่น้อยนะ ถึงน้องจะนิ่งแค่ไหนลึกๆๆๆน้องก็โกรธอยู่ แต่ก็รู้โต้ตอบไปโดนตีกลับมาหลายเท่าตัวตามที่ อคช ขู่ไว้เป็นนัยที่ห้องพยาบาล

      ชินจังนี่เป็นตัวละครบทน้อยแต่ค่อนข้างสำคัญตัวนึงเลยล่ะ สำคัญยังไงเดี๋ยวตอนหลังๆจะเห็น

      ส่วน อคช นั้น วัยเ่ช่นนี้ถ้าไม่มีอารมณ์เลยนี่ ตายด้านฝุดๆ 5555 ต่อให้น้องต่างแม่ แต่อยู่เป็นลูกคนเดียวมาตลอดทั้งชีวิต จู่ๆมีสาวที่ไหนไม่รู้มาเป็นน้องสาว ต้องมีรมณ์บ้างล่ะ หุหุ //กรรไกรแทงดับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s