[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part14 +สรุปเรื่องรวมเล่ม

 

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Kuroko no Love 14

 

 

 

 

 

1. ถูกชะตาอย่างแรง  
เคยไหม ขณะที่เขากำลังมองอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แค่เห็นหน้าครั้งแรกก็เกิดถูกชะตาอย่างแรง รู้สึกเหมือนเคยรู้จักกันมาสัก 10 ปี ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็รู้สึกคุ้นหน้าและดูดีไปหมด จนแอบคิดไปคนเดียวว่า “นี่เราเคยเจอกันมาก่อนไหม?”

2. อยากมีภาระ
อยากเข้าไปดูแล อยากให้เธอปลอดภัย อยากให้เธอมีความสุข อยากเข้าไปอำนวยความสะดวก เห็นเธอนั่งรถเมล์มาเรียนหรือมาทำงาน ก็อยากอาสาเข้าไปขับรถรับ-ส่งให้ถึงบ้าน… อะไรๆ ทำนองนั้น

3. คิดถึงบ่อยๆ
กินข้าว อาบน้ำ ดูทีวี ขับรถ ฟังเพลง อ่านหนังสือพิมพ์ คิดงาน ฯลฯ ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะมีเธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเสมอ จะลบออกไปก็ทำไม่ได้ จิตใจสับสน กระสับกระส่าย ไม่วายที่จะคอยนึกถึง

4. อยากเจออีกบ่อยๆ
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เพิ่งจะเจอกันไปเมื่อตะกี๊นี้ แต่ในใจมันดันอยากเจออีกเร็วๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เดินผ่านไปแถวที่เธออยู่ซะที

5. เห็นหน้าแล้วอารมณ์ดี
แม้เธอจะไม่ใช่โน้ต อุดม หรือว่าตุ๊กกี้ แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าแล้วคุณจะรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างประหลาด โลกนี้ช่างดูสวยงาม มองอะไรก็สดใสไปหมดเลยล่ะ

6. กลายเป็นคนพูดเพราะ
ถ้าปกติคุณชอบมึงมาพาโว้ย เฮ้ยไอ้นั่น โว้ยไอ้นี่ พอมีเธอเข้ามาในชีวิต คุณจะเปลี่ยนเป็นคนพูดจาไพเราะเสนาะติ่งขึ้นมาทันที กิริยานุ่มนวลราวเป็นคนละคน เรียกว่าถ้านั่งพับเพียบร้อยมาลัยได้คงทำไปแล้ว

7. แต่งตัวมากขึ้น
จากเดิมในวันธรรมดาชอบใส่กางเกงยีนส์  เดินลากรองเท้าแตะเข้าห้าง แถมยังถือถุงกาแฟดูดจ๊วบๆ ไปตลอดทาง แต่เมื่อเธอเข้ามาในชีวิตปุ๊บ คุณก็นึกอยากจะถอยรองเท้าคู่ใหม่ อยากช็อปปิ้งออนไลน์เสื้อผ้าสวยๆ มาใส่ไม่ซ้ำวัน

8. กลายเป็นคนรักษาภาพลักษณ์
แต่เดิมใครจะว่ายังไงข้าไม่สน ข้าติสต์ ข้าจะเป็นของข้าแบบนี้ แต่มาตอนี้กลับกลายเป็นคนแคร์สายตาคนอื่น กลัวว่าเขาจะมองเราว่าเป็นไอ้กร๊วกหรือสะก๊อยกระจอกงอกง่อย ไม่เป็นที่น่าเคารพของคนทั่วไป แถมยังลุกขึ้นมาวางมาดให้ดูภูมิฐานอีกตะหาก

9. อยู่ต่อหน้าเธอแล้วเสียเซลฟ์
เวลาเราแอบชอบใคร เราจะรู้สึกว่าตัวเราหดเล็กลงเหลือขนาดเท่ามด นั่นเพราะเขามีพลังอำนาจเหนือเรา ยิ่งเวลาได้อยู่ต่อหน้า คุณจะเกร็งจนทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว

10. เห็นเธอคุยกับคนอื่นแล้วเคือง
ชิชะ เอ็งเป็นใคร ริอาจมายืนคุยกับคนอย่างเธอ เออ..แต่จะว่าไป เราเองก็ไม่มีสิทธิ์จะไปคิดหึงหวงแบบนั้นนี่หว่า เอ๊ะ มาคิดอีกที เดินไปแกล้งทำเป็นเดินไปขัดขาเล่นๆ ให้ล้มหน้าทิ่มซะดีมั้ง  คิดได้แต่ทำไม่ได้นี่อึดอัดใจจัง

 

 

หากคุณมีครบ 10 ข้อนั่นแปลว่าคุณกำลัง ‘ตกหลุมรัก’ แล้วล่ะ

 

“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยย”  อาโอมิเนะ ไดกิ ตะโกนเสียงดังโวยวายเป็นรอบที่ล้านแปดของวัน จนคุณแม่สุดเซ็กซี่หน้าอกใหญ่อึ๋มผิวสีแทนต้องกระทืบเท้าขึ้นมาเปิดเลื่อนบานประตูห้องนอนปาตะหลิวฝ่ากลางหน้าผากลูกชายทูนหัวเพียงคนเดียวที่ตอนนี้น่ากระทืบจมดินนัก

“แหกปากน่ารำคาญอยู่ได้ ไดกิ!!!อายชาวบ้านบ้างสิ!!!!”  คุณนายอาโอมิเนะแยกคิ้วใส่ ถลึงตาจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มลูกชายที่ถอดแบบมาทั้งสีผมทั้งสีผิว เว้นเสียแต่ดวงตาคู่คมสีไพลินที่เหมือนสามีของเธอ อาโอมิเนะสะดุ้งผวาพยักหน้าหงึกหงักสาบานว่าจะไม่แหกปากอีก มารดาชี้นิ้วย้ำส่งรังสีทะมึนขู่ทิ้งท้ายกระแทกประตูปิดเดินลงไปทำกับข้าวต่อ

 

 

เด็กหนุ่มวัย 14 ย่าง 15 อาโอมิเนะ ไดกิกำลังสับสนปัญหาชีวิต

 

 

“นี่เรา..หลงรักเท็ตสึเหรอ..บ้าไปแล้วจะเป็นไปได้ไงกัน!!!”

 

วัยรุ่นกลัดมันบ้าบาสเข้าเส้น..สมองมีแต่บาสแล้วก็บาส..ตอนนี้เขาแทบจะไม่แลลูกบาสที่ปล่อยทิ้งให้เหงาหงอยบนพื้น จดจ่อกับคอลัมภ์นิตยสารแฟชั่นหวานแหววที่โมโมอิเพื่อนสมัยเด็กทิ้งเอาไว้ในบ้านเมื่อวาน ตอนมาหาเพื่อเอาเค้กวานิลลานรกผุดฟองปุ๊ดๆสีม่วงคล้ำอย่างกะยาพิษมาให้ชิมลางด้วยเหตุผลที่ว่า ‘จะทำไปให้เท็ตสึคุงกิน’ แน่นอนว่า..มันคือประตูนรกดีๆชัดๆ

 

เหมือนจะโชคช่วยเป็นพระคุณอย่างสูงนักที่มุราซากิบาระมาที่บ้าน ตามที่นัดกันไว้ว่าจะมาเล่นเกมส์ในวันหยุดพักผ่อน คนกระเพาะหลุมดำอย่างชายตัวสูงใหญ่ผมสีม่วงจึงสอยเค้กนรกแตกนั่นเข้าไปแบบชิลๆ โดยไม่ท้องเสียใดๆ

 

นี่ถ้าไปแข็งรายการไอ้หนุ่มกระเพาะเหล็ก..คงได้ที่ 1 อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

กลับมาเข้าเรื่องของวันอาทิตย์แสนเบื่อหน่ายวันนี้ต่อ..โมโมอิลืมนิตยสารทิ้งไว้ เขาก็แค่สนใจหน้าปกที่ดันถ่ายรูปบทสัมภาษณ์ไมจัง ดาราชุดว่ายน้ำนมใหญ่สุดเซ็กซี่ เลยหยิบมาเปิดอ่าน  ส่วนหน้าถัดไปรูปถ่ายของ คิเสะ เรียวตะ ยัยลูกหมาง้องแง่งในชุดเสื้อแขนกุดแฟชั่น เข้าคู่กางเกงยีนส์ ยืนโพสท่าเท้าสะเอวจับหมวกปีกกว้าง ขยิบตายิ้มให้กล้อง..หน้าตาสวยก็จริง แต่อกคัพ B ไม่น่าสนใจ…เลยเปิดข้ามๆไม่คิดจะชายตาอ่านไอ้บทสัมภาษณ์ของยัยนางแบบผมทองดัดลอนนั่น

 

จนมาถึงคอลัมภ์พิเศษ  ’10 อาการที่บอกว่าคุณตกหลุมรัก’  

อาโอมิเนะคิดว่ามันคงไร้สาระเกือบจะผ่านเลยไป หากแต่ไปสะดุดกับข้อแรก…ถูกชะตาอย่างแรงกล้า..

 

 

“จะว่าไปตอนเราเจอกับเท็ตสึ..เราก็รู้สึกถูกคอเรื่องบาสนี่นะ”  พอคิดถึงหญิงสาวหน้าตายปลอมเป็นชาย พลัน!!!ดวงหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงก่ำ..นึกย้อนไปเหตุการณ์สองวันก่อนหน้านั้น ที่เขาได้อีกฝ่ายเตือนสติให้กลับมาเข้าซ้อมเหมือนเดิม

 

“ไม่ๆ จะเป็นไปได้ไง เท็ตสึ ไม่ได้ตรงเสป็กเลยซักนิด ไข่ดาวยิ่งกว่ายัยลูกหมาอีก”  ปลอบใจตัวเองทั้งเสียงแผ่วเบาหัวเราะร่าเสียงดังแล้วอ่านทวนข้อต่อไป อยากมีภาระดูแล…อืม…ก็จริงพักหลังๆนี่เขาก็ใส่ใจคู่หูเงาเป็นพิเศษจนถูกเพื่อนแซวว่า  คู่สามีภรรยาเทย์โค’

 

“เฮ้ย!!!แค่ดูแลแบบเพื่อนรู้ใจม้างงงง”  ปลอบอีกรอบนึงแล้วก็อีกหลายๆรอบ…ไล่อ่านวนซ้ำๆไปหลายๆรอบจนครบ 10 ข้อ  แหกปากไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งตอกไม่อยากจะเชื่อความรู้สึกของตัวเอง..ที่มีต่อสาวจืดจางคู่หู

 

หากคุณมีครบ 10 ข้อนั่นแปลว่าคุณกำลัง ‘ตกหลุมรัก’ แล้วล่ะ

 

 

 

“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ไม่จริงงงงงงงงงงงง”

“ไดกิ!!!!!บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเสียงดัง!!!!!!!!!!!!!!!แม่พูดไม่เข้าใจรึไงห่ะ!!!!!!!”

“จ๊ากกกกกกกกกกกกกกก”

และแล้วลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวทายาทสกุลอาโอมิเนะก็ถูกรุมสะกรำโดยพระมารดาอกสะบึ้มผิวสีเละไม่มีชิ้นดี จนบ้านแตกสนั่นหวั่นไหว เสียงอึกทึกครึกโครมดังลั่นทั่วซอยจนข้างบ้านต้องชะโงกหน้ามาดูพลางกลืนน้ำลายสยดสยอง

 

.

.

.

 

รุ่งเช้าที่แสนสดใส..คุโรโกะ เท็ตสึยะในชุดนักเรียนชายเทย์โควเดินลอยชายอ่านหนังสือนิยายในมือ ทอดน่องไปตามทางเท้าจนผ่านเข้ารั้วโรงเรียนเทย์โคว ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนกลมโตรู้สึกเห็นเงาร่างคุ้นตาตรงหน้า จึงละสายตาจากหนังสือมา

 

“อาโอมิเนะคุง อรุณสวั…”  ยังไม่ทันได้ทักทาย คนผิวสีที่เดินโงนเงนอยู่ด้านหน้าสะดุ้งโหยง เพียงช่วงสั้นๆคุโรโกะทันเห็นว่าใบหูของคนหนุ่มแดงก่ำทั้งสองข้าง แล้วก็วิ่งหนีไปเฉยชิบทิ้งไว้แต่ฝุ่นควัน

“…..”  หญิงสาวจืดจางกระพริบตาปริบๆ อึ้งกับการกระทำของอีกฝ่าย สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นพอจะไล่ตามเสียงทักจากด้านหลัง ทำให้เธอต้องหันหลังกลับมาสนใจสตรีร่างสูงโปร่งเรือนผมสีทองสว่างดัดลอนยาวสลวยเดินโบกมือส่งยิ้มกว้างสดใส  ท่ามกลางสายตาหยาดเยิ้มของเหล่าหนุ่มๆในรั้วโรงเรียน

 

“อรุณสวัสดิ์ คุโรโกจจิ”

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคิเสะคุง”  หญิงสาวหน้าจืดจางทักตอบทั้งเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ คิเสะ เรียวตะ  เหลียวมองผ่านหลังเด็กสาวโยกตัวซ้ายทีขวาทีก่อนกลับมาสบตาสีฟ้าอ่อนกลมโต

“เมื่อกี้..เหมือนเห็นอาโอมิเนจจินะ?”

“ค่ะ..แต่ไม่รู้ทำไมพอฉันจะเข้าไปทักก็วิ่งหนีไปซะงั้น”  คุโรโกะจับคางครุ่นคิด..เธอกลอกตานึกติดใจสงสัยท่าทีดังกล่าว  โดยไม่ทันสังเกตดวงเนตรสีอำพันที่แอบมองมาด้วยสายตาบางอย่าง

 

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงง

 

ออดโรงเรียนดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนต้องหยุดชะงักการสนทนากลางคัน  ต่างฝ่ายต่างเดินเข้าอาคารเรียนเพื่อร่ำเรียนวิชาในคาบแรกของวัน พอมาถึงตัวชั้นเรียนของเด็กปีสามต่างฝ่ายต่างโบกมือล่ำลาแยกย้ายไปในห้องเรียนของตัวเอง  คุโรโกะเปิดประตูเข้ามาจากด้านหลังนัยน์ตาสีอ่อนเหลือบมองคนผิวสีตัวสูงคู่หูแสงเงาในทีมบาสและยังเป็นเพื่อนสนิทเรียนห้องเดียวกันนั่งอยู่หน้าโต๊ะของเธอ  อาโอมิเนะหันมาสบตาสั้นๆก็ทำหน้าตื่นๆชอบกลแล้วรีบหันหน้าหนีหลบสายตาไปคุยเรื่องลามกจกเปรตกับเพื่อนแก๊งค์ผู้ชายที่กำลังวิจารณ์นางแบบชุดว่ายน้ำในนิตยสาร FHM

 

 

อาโอมิเนะคุง..หลบหน้าเรา?

 

 

คุโรโกะเลิกคิ้วสับสนไปกว่าเก่า…หรือว่าจะคิดมากไป..ว่าแล้วก็เดินไปวางกระเป๋าบนที่นั่งประจำของตัวเองหลังห้องติดหน้าต่างอย่างจืดจางไม่แตะตาใคร  ไม่นานนักอาจารย์วิชาคณิตศาสตร์คาบแรกของวันก็เข้ามาทุกคนจึงแยกย้ายกลับเข้าที่นั่งของตนเตรียมตัวร่ำเรียน เว้นเสียแต่คนตัวสูงผมสีเข้มเปิดรับวิชาแรกโดยการอ้าปากหาวหวอดๆ หนังตาหย่อนจวนเจียนหลับตาโต๊ะในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้

 

.

.

 

ปึง!!!ปึง!!!ปึง!!!

 

ลูกบาสกระทบพื้น เดาะไปมาใต้การควบคุมของคนหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ไม่บ่อยหนักจะเข้ามาฝึกซ้อม เว้นเสียแต่ยืนคุมเกมส์อยู่นอกสนาม เขายืนหยัดอยู่กลางหัวกะโหลกหน้าแป้นบาส นัยน์ตาเรียวคมสีแดงทับทิมตวัดมองไปยังกลุ่มทีมของตน ลูกทีมพยักหน้าอย่างแล้วใจแล้ววิ่งมาทางซ้าย

 

ปึก!!!!

 

ลูกบาสถูกส่งไปถึงมืออย่างพอดิบพอดี ในจุดบอดที่ทีมฝ่ายตรงข้ามคาดไม่ถึง และไล่ตามสกัดกั้นไม่ทัน

 

 

ปึง!!!!

 

“4:2”  โมโมอิ ซัทสึกิ ประกาศคะแนนพร้อมผลิกแผ่นป้ายกระดาษข้างตัวเมื่อลูกชู้ตลงห่วง ผู้จัดการสาวเรือนผมสีชมพูจับสังเกตข้อมูลของลูกทีมแต่ละคนจดลงบนกระดาษที่เหน็บไว้บนแผ่นรองเขียนพลาสติก ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังอีกฝั่งสนามทีเป็นการซ้อมของอาโอมิเนะและคนที่เธอปักใจรักแม้จะรู้ว่าแท้จริงคือเด็กสาวคุโรโกะ โดยทางนั้นมี คิเสะ เรียวตะ รับหน้าที่เป็นผู้จัดการคุมตารางการซ้อมให้

 

ปึง!!!!!!

 

บอลที่ถูกพาสส่งจากมือของคนจืดจางตรงไปยังเอซเทย์โคว..ทว่า..คนผิวสีกลับรับพลาดหลุดมือกระเด็นออกไปนอกสนาม มิโดริมะ ชินทาโร่ ขมวดคิ้วไม่พอใจเดินฉับๆเข้าไปหาชายตัวสูงเรือนผมสีเข้ม ชักสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใจออกมา “อาโอมิเนะ นายเป็นบ้าอะไร วันนี้พลาดหลายรอบแล้วนะ!!!”

“ฉ..ฉันขอโทษที..เหม่อไปหน่อย”  ชายผมสีเข้มเกาหัวแกร่กๆ ก้มหน้าสำนึกผิด เมื่อหลายวันก่อนที่ชู้ตเอาๆเป็นเสต็ปเทพ วันนี้เหยาะแหยะรับลูกพลาด แถมโดนแย่งลูกบ่อยจนผิดวิสัย

“ตั้งใจซ้อมหน่อย เดือนหน้าจะเข้าแข่งรอบคัดเลือกเยาวชนฤดูร้อนแล้ว”  มิโดริมะ ชินทาโร่ ถอนหายใจเอือมระอาที่จะจู้จี้บ่นใส่คนที่ไม่เคยคิดจะสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆไร้สมองของอีกฝ่าย มือชู้ตสามแต้มเดินกลับไปประจำที่สวนทางกับมือส่งเงาลวงตาที่เดินเข้ามาหาคู่หูอย่างเรือนลางจนคนผิวสีไม่ทันสังเกตเห็น

 

“อาโอมิเนะคุง”

“ห่ะ!!!!!ท..เท็ตสึ..ต..ตกใจหมด..”  เอซเทย์โควร้องลั่นสุดเสียง ถอยผวาเมื่อพบว่าหญิงสาวจำแลงเป็นชายยืนอยู่ตรงหน้าเขาระยะประชิด..พลัน!!!ใบหน้าคมร้อนผ่าวแดงก่ำลามไปถึงใบหู ยิ่งได้สบสายตากลมโตไร้อารมณ์ จดจ้องริมฝีปากแบบางนุ่มนิ่มขยับถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย “ไม่สบายหรือเปล่าครับ?”

 

 

หากคุณมีครบ 10 ข้อนั่นแปลว่าคุณกำลัง ‘ตกหลุมรัก’ แล้วล่ะ

หากคุณมีครบ 10 ข้อนั่นแปลว่าคุณกำลัง ‘ตกหลุมรัก’ แล้วล่ะ

หากคุณมีครบ 10 ข้อนั่นแปลว่าคุณกำลัง ‘ตกหลุมรัก’ แล้วล่ะ

 

 

“ป..เปล่า ฉันส..ส..สบายดี..สบายดี!!!!”  เขาพูดทั้งเสียงหอบหนักตื่นเต้นจนเหมือนดูเป็นคนโคตรโง่ ปกติก็ยอมรับว่าคนด่าว่าเขาทึ่มหัวช้า แต่ตอนนี้รู้สึกว่าพออยู่ต่อหน้าคู่หูเงา ทุกอาการทุกกริยา..ที่แสดงออกทางร่างกายโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้ตัวเองดูงี่เง่าเหลือเกินจนอับอายอยากเอาหน้าฝังลงดินเดี๋ยวนี้

“แน่ใจนะครับ”  คุโรโกะขยับตัวเข้ามาใกล้อีก….ร่างสูงผิวสีสะดุ้งโหยงสุดตัว ทันทีที่ฝ่ามือน้อยๆเอื้อมแตะหน้าผากลาดมนทาบวัดไข้ อาโอมิเนะขนลุกเกรียวไปทั่วทั้งร่าง  หน้าเห่อร้อนฉ่าจนหัวสมองอื้ออึงไปหมดตัวแข็งทื่อปากสั่นตะกุกตะกัก

 

ปึง!!!!!!

 

ลูกบาสฟาดกระแทกลงแป้นเสียงดังสนั่น ทำให้ทุกคนสะดุ้งโหยงรีบหันกลับมามองต้นเสียง…นัยน์ตาทุกคู่เบิกโพลงตกตะลึง..จ้องมองแป้นบาสสนามอีกฝั่งเอนเอียงไปมาแล้วค่อยๆเลื่อนลงมายัง..กัปตันหนุ่มเรือนผมสีแดงยุ่งก้มหน้านิ่งจนผมปรกตา ..ผู้เป็นเจ้าของลูกชู้ตดังกล่าว

“อ..อาคาจิน..ไหนนายบอกจะให้ฉันชู้ตไง..ทำไม..”  มุราซากิบาระยืนเหวอสับสนงุนงง ทั้งที่อีกฝ่ายเป็น point guard ตั้งเป้าเป็นหอสั่งการแผนแข่งก็ไปด้วยดี แต่แล้วพี่ท่านเกิดบ้าอะไรไม่รู้ ดันรุกประคองลูกฟาดใส่ห่วงแรงจนไม่น่าเชื่อว่า..ร่างกายที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนั่นจะมีแรงเยอะขนาดนี้

 

ดวงตาสีแดงทับทิบตวัดมองสบตาสีม่วงเอื่อยเฉื่อย..คนตัวสูงสะดุ้งโหยงรีบรูดซิปปากเงียบทั้งที่ใจสับสน คนอื่นๆก็ด้วยเช่นกัน

 

กัปตัน..เกิดกินรังแตนอะไรขึ้นมาล่ะนั่น!!!!!

 

“อาโอมิเนะ”  ท่ามกลางการซ้อมของโรงยิมที่ชะงักด้วยรังสีทะมึนของชายหนุ่มผมแดงเพลิง กลับเอ่ยเรียกคนผิวสีทั้งเสียงเข้มเจือห้วนจนน่าประหลาด  ชายผิวสีขานรับหน้าเหลอหลา เลิกคิ้วงุนงงมองคนในชุดเสื้อยืดสีเทากับกางเกงสามส่วนสีดำข้ามเข้ามาในสนามอีกด้าน แล้วแย่งลูกบอลในมือไปครอง

 

“ฉันรู้ว่านายเก่ง..แต่อย่ามาเหลาะแหละตอนใกล้แข่ง  ฉันไม่ชอบ” อาคาชิ เซย์จูโร่ พูดไม่ชอบ..พูดว่าไม่ชอบ!!!!นี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายดุด่าตรงๆ  ปกติแล้วการตักเตือนของกัปตันจอมโหดส่วนมากจะพูดในเชิงชี้แนะเหตุผลที่เกิดขึ้นแล้วก็ถ้าหนักก็จะลงโทษโดยการสั่งไปวิ่งรอบสนาม ไม่ก็วิดพื้นหรืออะไรก็แล้วแต่

 

นี่เป็นครั้งแรกเจ้าของฉายาลับหลัง ‘ยักษ์แดงเม็ดถั่ว’ ตอกใส่หน้าอีกฝ่าย

 

 

“ฉันขอโทษ..” อาโอมิเนะ ไดกิ ก้มหน้าสำนึกผิดอีกรอบ ใจเสียอยู่ไม่น้อยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นพูดแทงใจตรงๆแบบนี้  คุโรโกะ เท็ตสึยะ มองสีหน้าของคู่หูที่เศร้าหมองก็รู้สึกสงสารจับใจ ในขณะที่ใบหน้าคมคายหล่อเหลาของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจสูงสุดรองจากโค้ชยังคงนิ่งเรียบจนเดาความคิดไม่ออก  หากแต่เธอจับสังเกตได้ว่าในแววตาสีแดงทับทิมเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองไม่พอใจอย่างมาก

“อาคาชิคุง..ผมว่าอาโอมิเนะคุงสำนึกผิดแล้วนะครับ”  คุโรโกะพูดแทรกขึ้นมา กะให้ชายที่สูงกว่าไม่กี่เซนใจเย็นลง..ทว่า..อาคาชิกลับตวัดตามองมาที่เธอจ้องเขม็งจนร่างเล็กขนลุกซู่

 

 

แววตานั่น..น้ำเสียงนั่น…เหมือนตอนไปค่ายฤดูร้อนโอกินาว่าไม่มีผิด

นี่เราทำอะไรให้อาคาชิคุงไม่พอใจอีกแล้วงั้นเหรอ?

 

 

บรรยากาศเงียบสงัด..เงียบจนไม่มีใครกล้าพูด..ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือหายใจด้วยซ้ำ คิเสะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากจ้องมองคนทั้งสาม สองหนุ่มกับอีกหนึ่งหญิงปลอมเป็นชายกลางสนามที่เธอเป็นคนคุมตารางซ้อม สตรีผมทองดัดลอนอ้ำอึ้งอยู่นาน จังหวะที่กำลังจะขยับปากพูด เสียงทุ้มเปี่ยมอำนาจแทรกดังขึ้น

 

“อาโอมิเนะไปนั่งขอบสนาม..ฉันจะเล่นตำแหน่งเอซตรงนี้แทน”

 

“ห่ะ!!!!”  ทุกคนในโรงยิมอุทาน พิศวงกับคำสั่งประหลาดนั่น..มันดูเอาแต่ใจอินดี้เกินจนหาเหตุผลไม่ได้ แต่ใครเล่าจะกล้าขัด  มิโดริมะยืนอ้าปากค้างจ้องมองชายผมแดงชี้ยุ่งพองามยืนนิ่งยืนกรานในความคิดตัวเองไม่แคร์สื่อสายตาฉงนงุนงงเพ่งตรงมา

 

“ต..แต่ฉัน..ยังซ้อมได้นะ..”

“รับลูกพลาดมาทั้งวัน ปล่อยให้โดนแย่งมาตลอดงยังมีหน้ามาพูดอีก ไปนั่งทบทวนตัวเองนอกสนามซะ”

 

นัยน์ตาสีแดงเขม็งจ้องเข้าไปในดวงเนตรสีไพลินวาวโรจน์ไม่พอใจ..ต่างฝ่ายต่างจ้องไม่ยอมกัน จนสุดท้ายคนที่มีอำนาจเหนือกว่าย่อมเป็นผู้ชนะ อาโอมิเนะจึงต้องเดินกระทืบเท้าสบถเบาๆด้วยคำศัพท์บางอย่างที่จับฟังไม่รู้เรื่องแต่ให้เดาคงไม่พ้นคำหยาบ เดินออกไปกระแทกก้นนั่งบนม้านั่งยาวริมสนามข้างๆผู้จัดการสาวผมทอง

“คุโรโกะคุง..ส่งบอลมาให้ฉัน ทำหน้าที่ของนายไปตามปกติ” อาคาชิสั่งคนจืดจางที่ไร้ตัวตนด้วยใช้คำเรียกแบบผู้ชายในยามอยู่ต่อหน้าคนหมู่มากที่ไม่รู้ความลับสถานะเพศแท้จริงของเธอ  หญิงสาวผมฟ้าอ่อนสั้นยุ่งพยักหน้าตอบรับทั้งที่ยังงงไม่หาย และวิ่งออกไปประจำตำแหน่งตน คิเสะมองฝั่งแข่งทั้งสองที่เข้าประจำที่เรียบร้อย จึงคาบนกหวีดสีขาวแล้วเป่าแรง

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

สัญญาณเริ่มขึ้นลูกบาสลอยขึ้นสู่ฟ้า สมาชิกในทีมปัดแย่งขึ้นมาได้ เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้นสนามดังลั่นเอี๊ยดอ๊าด ลูกบอลเด้งกระทบพื้นไปมาลั่นสนาม  คุโรโกะ เท็ตสึยะ อาศัยความจืดจางที่มีวิ่งเข้าไปตัดบอลที่ส่งไปมาของฝ่ายตรงข้ามโดยที่ไม่ทันให้รู้ตัวแล้วพาสตรงไปยังด้านหลังเข้าสู่มือบุรุษผมแดงที่รอรับอยู่แล้ว

 

“เสร็จกัน!!!!”  ฝ่ายตรงข้ามร้องเสียงหลง อาคาชิครองบอลเดาะวิ่งไปด้วยความเร็วสูงหลบหลีกการสกัดกั้นของฝ่ายตรงข้ามไปได้อย่างคล่องแคล่ว..ทักษะของคนหนุ่มแม้จะไม่ไวเท่าอาโอมิเนะ แต่ก็ถือว่าเร็วกว่าคนทั่วไปประกอบกับมันสมองหอสั่งการตำแหน่ง point guard ที่เจ้าตัวเล่นประจำทำให้มองหาแผนออกว่าจะมาไม้ไหน

 

ข้อทั้งหมดนี้กลบจุดด้อยเรื่องส่วนสูงได้หมดสิ้น

 

 

 

ปึง!!!!!!

 

“1:0 ”

 

แต้มนำไปโดยการเลย์อัพของอาคาชิ เซย์จูโร่   คนหนุ่มผมแดงไม่รีรอช้าส่งสายตาไปยังหนุ่มเรือนผมสีเขียวมือชู้ตที่ตัวสูงรองจากมุราซากิบาระ ให้วิ่งมารีบาวน์รับลูกที่ร่วงหล่น มิโดริมะ ชินทาโร่ วิ่งเดาะลูกประคองบอลไปมาอย่างรู้ทันแผนของอาคาชิ เขาหยุดฝีเท้าลงเส้นครึ่งสนามแล้วใช้ความสามารถเฉพาะตัวชู้ตลูกขึ้นฟ้า

 

“บ้าแล้ว!!!ลูกชู้ตนั่นมันอะไรกัน!!!!”

 

คนในโรงยิมฮือฮาตกใจแหงนหน้ามองลูกบาสลอยบนฟ้า ราวกับว่ามันมีปีกบินขึ้นสูงเกินกว่าใครจะกระโดดสกัดถึง ลูกบาส..ลอยผ่านสะท้อนในดวงเนตรสีไพลินเรียวคมกริบเบิกกว้างไม่คาดคิดว่าชายสวมแว่นจะมีไม้เด็ดอะไรแบบนี้ อาโอมิเนะอ้าปากค้างมองดูลูกที่เริ่มเข้าวิถีโค้งลงเข้าห่วงไปอย่างง่ายดาย  คิเสะเองก็ตกใจไม่แพ้กันยืนอึ้งค้างจนสวัสดิการต้องมาสะกิดเตือน ทำให้เธอดึงสติกลับมาจดผลการซ้อมในกระดาษ

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ ตกใจกับความสามารถเหล่านั้นของหนุ่มสวมแว่นทรงเหลี่ยม ดวงตาสีฟ้ากลมโตกระพริบจ้องมองเหล่าคนที่ถูกกล่าวขานว่ารุ่นปาฏิหาริย์ ได้ทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ณ โรงยิมซ้อมแห่งนี้

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

 

เสียงตบแย่งลูกบาสดึงสติออกมาอีกครั้ง..คุโรโกะรีบวิ่งเข้าไปหาจุดบอดสายตาคนแล้วใช้มิสไดเรกชั่นหลบเข้าไปใกล้แล้วตบลูกส่งไปยังสมาชิกในทีมคนอื่นๆ ลูกส่งถึงมือแต่ก็โดนแย่งไปอีก ทว่า..ชายที่กำลังเดาะลูกเข้ามาทำคะแนนในฝั่งกลับถูกแย่งโดย..บุรุษผมแดงเพลิง

 

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!!”

 

อาคาชิตบบอลแย่งแล้วหลบเอี่ยวผ่านไปทางซ้าย ทำหน้าที่บุกของเอซทั้งสีหน้าเรียบนิ่ง  ขายาววิ่งเข้าไปตรงหน้าแล้วก็ต้องเบรกชะงักเมื่อเจอคนตัวสูงกว่า..ราวๆ 180 กว่าๆขวางทางไว้ประกบสามหาทางออกไม่เจอว่าจะหนีไปไหนได้

“อาคาชิ!!”  มิโดริมะ ชินทาโร่ ตะโกนเรียกอีกฝ่าย ทว่า..เขาเองก็โดนทีมฝั่งตรงข้ามขวางกั้นเช่นกัน นัยน์ตาสีแดงเลื่อนมองไปรอบๆครู่หนึ่ง กวาดเพียงช่วงสั้นๆ มือแกร่งกลับกระแทกบอลไปด้านหลัง

 

 

 

หมับ!!!!

 

บอลถูกส่งมาอยู่ในมือคุโรโกะ เท็ตสึยะ..ตัวตนไร้เงาจนไม่ทันจับสังเกตนั่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  อาโอมิเนะ ไดกิตาโตตกใจ..เขามั่นใจว่าส่งรับลูกกับคุโรโกะจนจำสัมผัสได้ว่าน้ำหนักส่งบอลมาเป็นเช่นไร

 

เราสองคนเล่นเข้ากันได้ดีมาตลอดจนรู้ใจ..รู้ว่าจะรับแค่ไหนส่งแค่ไหน ไปได้ไกลแค่ไหน

ทว่า..อาคาชิกลับอ่าน คุโรโกะ ออก ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุโรโกะส่งบอลไปหาถึงอาคาชินับครั้งได้

 

 

คุโรโกะวิ่งผ่านการ์ดทั้งสามมังแต่ตะลึง จึงพลาดท่าปล่อย อาคาชิ เซย์จูโร่ ออกจากด่านปราการ  กัปตันชมรมวิ่งออกมายื่นมือรอรับลูกส่งจากสาวผมฟ้าจืดจาง  นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตเองก็คาดไม่ถึงว่าจะมีคนที่อ่านเธอออกว่าอยู่ที่แห่งใด และรู้ทันว่าจุดไหนส่งบอลให้ง่ายสุด  มือเล็กๆผลักดันบอลเข้ามือหนาแกร่งพอดิบพอดี อาคาชิกระโดดแล้วชู้ตตำแหน่งสามแต้มลงห่วงไปอย่างง่ายดาย

 

 

ทุกอย่าง..เกิดขึ้นเร็วมาก การทำแต้มต่อเนื่องไม่มีท่าทีหยุดหย่อน..

การจับคู่ของกัปตันเทย์โควกับเงาลวงตาหมายเลข 15  ประสิทธิภาพน่ากลัวจนน่าใจหาย

 

 

 

“สุดยอด!!อาคาชิจจิเล่นตำแหน่งบุกได้ดีไม่แพ้อาโอมิเนจจิเลย!!”  คิเสะ เรียวตะ ชมตาเป็นประกายวิบวับ

“สองคนนี่เข้ากันได้ดีกว่าที่คิดอีก นี่มันยิ่งกว่าอาโอมิเนะคุงอีกมั้ง”  โมโมอิ ซัทซึกิ โดดงานมาดูการซ้อมในสนามอีกฝั่งพร้อมกับมุราซากิบาระ ตอนนี้ทุกสายตาเป้าสนใจตรงไปยังการซ้อมแข่งเบื้องหน้าที่ดุเดือดจนต้องตาค้างเป็นแถวๆ

“อาคาจินกับคุโรจินไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่แท้ๆ ทำไมถึงได้รู้ใจกันขนาดนี้นะ” มุราซากิบาระพยักหน้าเห็นด้วย

 

 

 

คนที่ถูกเปรียบเทียบนั่งเงียบ..ตาสีเข้มหรี่มองการส่งลูกไปมาระหว่างชายหนุ่มผมแดงกับคู่หูเงาของเขาในสนาม ทุกคนมองด้วยความชื่นชมล้นปรี่  อาโอมิเนะรู้สึกฉุนกึกประหลาดแล่นผ่านเข้ามาในหัว มือแกร่งกำหมัดแน่นขยำผ้าลื่นกางเกงสามส่วนจนยับยู่ ก่อนจะผุดลุกจากเก้าอี้เดินก้มหน้าก้มตาออกไปจากโรงยิม โดยไม่มีใครคิดหันไปมองเพราะมัวแต่สนใจการจับคู่ครั้งแรกของ point guard กับ มือส่งลูกไร้ตัวตน

 

คิเสะรู้สึกตัวว่า..ที่นั่งบนม้านั่งโล่งไป..พอหันไปมองก็ไม่พบร่างของชายผิวสีเข้าเสียแล้ว

 

 

.

.

.

 

 

อาโอมิเนะเดินหนีออกมานอนหงายบนดาดฟ้าของโรงเรียน  ดวงเนตรสีเข้มมองท้องฟ้าสีครามสดใส ก้อนเมฆสีขาวลอยเอื่อยๆไปตามกระแสลมเบาๆ บดบังดวงอาทิตย์สว่างจ้าให้เกิดร่มเงาไม่ร้อนจนเกินไป  มือแกร่งยกขึ้นมาอยู่ตรงหน้า จ้องมองฝ่ามือหยาบกร้านของตัวเอง..นึกถึงสัมผัสอัดกระแทกของลูกบาสที่ถูกส่งโดยคุโรโกะ นึกถึงผิวหยาบปุ่มเล็กๆบนลูกเกาะหนึบนั่น

“สองคนนี่เข้ากันได้ดีกว่าที่คิดอีก นี่มันยิ่งกว่าอาโอมิเนะคุงอีกมั้ง”

“อาคาจินกับคุโรจินไม่ค่อยคุยกันเท่าไหร่แท้ๆ ทำไมถึงได้รู้ใจกันขนาดนี้นะ”

 

 

อกซ้ายเจ็บแปล๊บนึกถึงข้อเปรียบเทียบชื่นชมจากเพื่อนสนิทวัยเด็กสมทบด้วยชายผมม่วงตัวสูงโย่งใหญ่บ้าขนม ยิ่งคิดก็ยิ่งเคืองอารมณ์พอนึกถึงภาพในสนามแข่ง..ไม่ว่าจะที่ไหน ร่างเล็กบอบบางของเรือนผมสีฟ้าสั้นในชุดเสื้อกีฬาเบอร์ 15 ยืนวิ่งในสนาม เขาที่ควรจะยืนเคียงข้างเหมือนทุกครั้ง..กลับถูกบุรุษเรือนผมสีแดงเบอร์ 4 วิ่งตัดหน้าเคียงข้างอีกฝ่ายแทน

 

“ชิ!!!ไม่มีทาง!!!”  เสียงทุ้มเข้มคำราม กำหมัดแน่น..หมัดที่ใช้ชนมือทุกครั้งกับเด็กสาว

 

 

ใครมันจะยอมยกให้กัน!!!!

 

 

“หลบมาอยู่นี่อีกแล้วนะอาโอมิเนจจิ”  เสียงใสกังวานดังขึ้นเหนือหัว..อาโอมิเนะช้อนนัยน์ตาขึ้นไปมองก็สบเข้ากับดวงตาสีอำพันใต้ขนตาแพยาวกระพริบมองแป๋วเหมือนลูกสุนัขตัวน้อย เส้นผมสีทองดัดลอนยาวปรกมาคลอเคลียใบหน้าของเขา  คิเสะนั่งยองๆจดจ้องหน้าชายหนุ่มส่งยิ้มน่ารักเหมือนทุกวันๆดั่งเห็นบนปกนิตยสาร

“คิเสะ!!!!”  ร่างสูงตกใจเด้งลุกขึ้นมานั่ง

“เธอมาที่นี่ทำไม..เดี๋ยวก็โดนอาคาชิดุเอาหรอก”

“ไม่เป็นไรหรอก..ฉันฝากโมโมจจิไว้แล้ว สบายบรื๋อหายห่วง” พูดเสร็จก็ชูสองนิ้วขยิบตายิ้มกริ่มน่าหมั่นไส้

อาโอมิเนะเองก็เบื่อที่จะต่อปากต่อคำให้มากนักเขากำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์ไม่ดีด้วย  ใบหน้าคมคายถอนหายใจแรงก่อนจะเอนหลังพิงรั้วลวดตะแกรงทิ้งน้ำหนักลงเหม่อมองท้องฟ้าสีสดใส

 

ก้อนเมฆสีขาวปุยนุ่ม..กลุ่มไอน้ำก่อตัวจางหายไป..

จืดจางเหมือนร่างเล็กๆนั่นไม่มีผิด

 

 

“นี่..อาโอมิเนจจิ ฉัน..ถามอะไรหน่อยได้ไหม?” คิเสะลุกมานั่งข้างๆชายหนุ่มตัวสูง  ดวงตาสีอำพันแหงนหน้ามองวิวบนท้องฟ้าด้วยเช่นกัน..นัยน์ตาสีอำพันสวยสะท้อนจับจ้องเพียงสีของนภากว้างใหญ่

 

 

สีฟ้าอันแสนงดงาม..สูงส่ง…ยิ่งใหญ่..ไม่มีทางเอื้อมถึง..

ไม่มีทางที่ลูกหมาจะได้เคียงข้างบนนั้น

 

 

“มีอะไรก็ว่ามา?”  เสียงทุ้มห้วนเจือหงุดหงิดขานรับ

 

 

“อาโอมิเนจจิรักคุโรโกจจิใช่ไหม?”

 

สิ้นคำถาม..คนผิวสีเข้มหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู..ร่างกายร้อนระอุ ใจเต้นแรงหล่นวูบไปยังท้องน้อย หน้าคมเต็มไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาสีไพลินล่อกแล่กสอดส่ายมองไปรอบๆทั้งๆที่บนดาดฟ้าไม่มีอะไรให้น่ามองเลยค่อนข้างโล่งเตียนด้วยซ้ำจะมีก็แค่แป้นบาสเก่าๆปล่อยทิ้งจนสนิทเกาะกับแท็งค์น้ำโรงเรียน

 

“ฉัน..”

“……”

“ฉัน..ก็ไม่แน่ใจ..พักหลังๆฉันรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเวลาอยู่กับเท็ตสึ มันประหม่าไปหมด..บางทันคงจะหลงรักเท็ตสึไปแล้วก็ได้”

 

 

คิเสะเผยอริมฝีปากเปิดกว้างเล็กน้อย..นัยน์ตาสีอำพันสั่นไหวฉายแววปวดร้าว ยามลอบมองใบหน้าครึ่งซีกเอาแต่จดจ้องมองมือแกร่งของตัวเอง

 

 

ดวงตาสีไพลิน…ไม่คิดหันมามองหน้าเธอเลย..ไม่มีแม้แต่ชายตาแล

 

 

คิเสะ เรียวตะ กลืนน้ำลายตัวเองลงคออย่างยากลำบาก เธอก้มหน้าลงต่ำก่อนจะฝืนยิ้มกว้าง เสแสร้งเล่นละครที่มักใช้เวลาอยู่หน้ากล้อง..ขยับส่งยิ้มสดใสยามถ่ายแบบ ตบบ่ากว้างแกร่งของชายหนุ่มข้างตัวแรงๆ

 

“อย่างงี้นี่เอง..ถ้างั้นฉันสนับสนุนเต็มที่เลยนะ”

“เมื่อกี้เธอว่าไงนะ?”  อาโอมิเนะทวนคำทั้งสีหน้างุนงง

“ก็..อาโอมิเนจจิชอบคุโรโกจจิใช่ไหมล่ะ..ถ้างั้นฉันก็ยินดีช่วยเหลืออาโอมิเนจจิ คนดีๆน่ารักแบบคุโรโกจจิหาไม่ได้ง่ายๆนะ”  คิเสะ เรียวตะ ชี้นิ้วจิ้มปลายจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่ายแรงๆ จนอาโอมิเนะถอยผงะเล็กน้อย

“เธอจะช่วยฉัน..”   อาโอมิเนะถามกลับให้แน่ใจ  คิเสะพยักหน้าหงึกหงัก ลุกขึ้นยืนเดินตรงมาเบื้องหน้าคนหนุ่มร่างสูงเท้าสะเอวมั่นใจ สายลมพัดผ่านเส้นผมสีทองสว่างสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับนั่นงดงามจับตา ยื่นมือตรงมาหาเอซเทย์โคว

 

“ช่วยสิ..ก็อาโอมิเนจจิกับคุโรโกจจิเป็นคนสำคัญของฉันนี่นา”

 

เป็นคนที่สำคัญมากมาย..ไม่มีใครด้อยไปกว่ากัน..

พวกเขาเหมาะสมกัน..เหมาะจนไม่มีทางใดจะเข้าไปแทรกกลาง

 

“เธอนี่มัน..ทำตัวเป็นประโยชน์กว่าที่คิดอีกแหะ ยัยลูกหมา” อาโอมิเนะ ไดกิส่งมือตอบ..สัมผัสอุ่นวางลงบนมือเรียวบางฉุดดึงให้คนตัวสูงลุกขึ้นยืน มือที่ได้แค่กุมเพื่อสัญญา..ไม่มีวันได้กุมเคียงคู่ในฐานะคนรัก

“ใจร้าย!!พูดจาแบบนี้ได้ไงกัน!!!แต่ว่า..ถ้าทำคุโรโกจจิเสียใจฉันไม่ให้อภัยแน่!!!”

“ไม่มีวันซะหรอก!!!ฉันจะไม่ทำให้เท็ตสึเสียใจเด็ดขาด!!!”  คำสัญญามั่น แสงอาทิตย์ส่องดาดฟ้า ฉายลงร่างของอาโอมิเนะ ไดกิ..สว่างจนพร่ามัว..สว่างไสวเจิดจ้าจนสาวเรือนผมทองต้องยกมือป้องตา

 

หลงใหลและหลงรัก..ทั้งๆที่ไม่มีวันเป็นจริง

 

 

.

.

 

 

ออดสุดท้ายของวันดังขึ้นเป็นสัญญาณเลิกเรียนคาบสุดท้าย..ในที่นี้เป็นคาบชมรมที่เหล่านักเรียนต้องเข้าสังกัด อาโอมิเนะ ไดกิ ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงกำแพงประตูข้างโรงยิมอยู่ด้วยใจที่เต้นโครมคราม ตื่นเต้นจนเท้าอยู่ไม่สุขต้องกระทืบลงเป็นจังหวะรัวๆ ล้วงหยิบเอาตั๋วบัตรลดวานิลลาเชค 50% สองใบที่ได้จากคิเสะ

 

“ก่อนอื่นก็ต้องชวนไปเดทก่อนด้วยนี่เลย!!!”

“บัตรลดวานิลลาเชคเนี่ยนะ!!!?”

“อาโอมิเนจจิไม่รู้อะไรซะแล้ว คุโรโกจจิชอบวานิลลาเชคมากๆ ถ้าได้ไปกินทั้งราคาตั๋วพิเศษแบบนี้ต้องดีใจมากแน่นอนเชื่อคิเสะ เรียวตะได้เลย”

 

 

“มันจะได้ผลแน่เหรอ”  คนผิวสีแทนถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยตั้งแต่มาดักรอ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ทายาทสกุลอาโอมิเนะเพียงหนึ่งจะเอ่ยปากชวนสาวเดทเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก  เขารู้สึกกังวลใจยิ่งกว่าก่อนสอบแล้วไม่ได้อ่านหนังสือซะอีก..ว้าวุ่นจนลนไปหมดกลัวจะไม่ดีไม่เริ่ด ที่สำคัญถ้าไม่ประทับใจล่ะก็แย่แน่ๆ

 

“อาโอมิเนะคุง เสร็จแล้วค่ะ” คุโรโกะที่เปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วกลับมาในชุดนักเรียนชาย ซึ่งเจ้าตัวเข้าไปเปลี่ยนหลังจากเหล่าผู้ชายในโรงยิมเปลี่ยนเสื้อผ้ากันหมดแล้วเดินออกมา อาโอมิเนะสะดุ้งตัวแข็งทื่อยืนเกร็งจนเหงื่อโชกหน้า มือกำตั๋วลดแน่นสูดลมหายใจลึกหลับตาปี๋ แล้วยื่นมือตรงไปคนจำแลงเป็นชาย

 

“ท..เท็ตสึ!!!ฉ..ฉันได้ตั๋วลดวานิลลาเชคมา!!ว..วันนี้ไปกินด้วยกันไหม!!!”

 

คนผิวสีอยากจะต่อยปากตัวเองกระชากเส้นเสียงออกมาขยี้เหลือเกิน จะตะกุกตะกักหาพระแสงอะไร ไม่มาดแมนเท่ห์อย่างที่มโนไว้เลย  ไม่มีเสียงตอบรับ..เงียบจนคนผิวสีหวั่นใจ เขาค่อยๆลืมตาช้าๆเกร็งๆ และก็ต้องสะดุ้งเมื่อพบว่าหญิงสาวมองตั๋วนั่นตาเป็นประกายมีชีวิตชีวาอย่างไม่น่าเชื่อว่าคนหน้าจืดไร้อารมณ์จะมีท่าทีตื่นเต้นด้วย

 

 

“ไปกันไหม?”  อาโอมิเนะ ไดกิ ชวนอีกครั้งทั้งเสียงแผ่วเบาไม่มั่นใจ คุโรโกะพยักหน้ารัวๆแล้วรับตั๋วนั่นมาซึ่งมีอยู่สองใบ  เรียกรอยยิ้มร่าดีใจจนเห็นฟันขาว คนตัวสูงถอนหายใจโล่งอกแล้วเดินเคียงคู่เด็กสาวคู่หูที่กำลังหมายมั่นจะจีบเป็นเรื่องเป็นราวใต้การสนับสนุนของผู้จัดการสาวผมทองสวย

 

.

.

 

และแล้ว..สองหนุ่มสาวก็มาถึงร้าน Mac อย่างที่ตั้งไว้ อาโอมิเนะเลือกที่นั่งริมสุดติดหน้าต่างบานใหญ่ สำหรับเขาสั่งซื้อเบอร์เกอร์เทอริยากิกับน้ำโคล่ามา ในขณะที่คุโรโกะใช้บัตรลดซื้อวานิลลาเชคในราคาถูกลง 50% ซึ่งเป็นบัตรพิเศษที่แจกในอีเว้นท์ฉลองครบ 10 ปีของร้านผลิตมาแค่ 100 ใบเท่านั้นจนคนแห่มาเข้าคิว เว้นเสียแต่คิเสะซึ่งรับงานเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าใหม่ในร้านจึงได้บัตรลดมาเป็นของกำนัล

 

“เท็ตสึ..เธอชอบวานิลลาเชคน่าดูเลยนะ มันอร่อยเหรอ?” อาโอมิเนะ ไดกิเปิดเรื่องคุย คนที่เอาแต่นั่งดูดวานิลลาเชคละริมฝีปากจากหลอด เงยหน้ามาสบตาสีเข้มคม พลัน!!คนหนุ่มถึงกับหน้าร้อนผ่าวแต่เพื่อการเดทถึงจะเขินอายแค่ไหนก็ต้องท่องไว้…

 

“อาโอมิเนจจิ ต้องทำตัวให้ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ อย่าลกอย่าลน และที่สำคัญพยายามทำตัวสบายๆเหมือนปกติจะดีมาก คุโรโกจจิจะได้ไม่ตกใจ”

 

คำเตือนสั่งสอนของคิเสะยังก้องในหัวกรอซ้ำๆ จำไว้ให้ขึ้นใจว่า..ต้องดูเป็นธรรมชาติเข้าไว้..ธรรมชาติเข้าไว้

 

 

“ลองชิมไหมคะ”  คุโรโกะยื่นแก้ววานิลลาเชคให้ชายหนุ่มผิวสี นัยน์ตาสีไพลินเบิกกว้างมองปลายหลอดที่เปียกชื้น..ปลายหลอดที่สัมผัสริมฝีปากอิ่มสีชมพูดั่งดอกซากุระ ก่อนจะเลื่อนตาไปจ้องมองริมฝีปากแบบบาง

 

นี่มันจูบทางอ้อม!!!!

ถึงจะเคยจูบจริงมาแล้วเพราะผายปอดช่วย..แต่สถานการณ์ตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกัน!!!

 

 

“ม…ไม่ดีกว่า..เธอกินไปเถอะ”  อาโอมิเนะรีบเสหน้าทำเป็นมองวิวด้านนอก คุโรโกะปริบตาแล้วก็กลับมาก้มหน้าดูดวานิลลาเชคต่อไปทั้งสีหน้าผ่อนคลายสบายอารมณ์ที่ได้กินของโปรด   เขาพยายามลดความตึงเกร็งของตัวเองลง..ผ่อนลมหายใจช้าๆอีกครั้งแล้วหันกลับมาทั้งรอยยิ้มเปิดบทสนทนาคุยเรื่องนู้นนั่นนี่ คุโรโกะขยับยิ้มคุยโต้ตอบเหมือนดั่งเคยตามวิสัย ยิ่งสาวจืดจางตอบรับเท่าไหร่ความประหม่าก็ยิ่งมลายหายไปเท่านั้น

“อ๊ะ!!หมดซะแล้ว”  เสียงดูดน้ำหยดสุดท้ายดังขึ้น ตามด้วยเสียงอุทานหน้านิ่ง คุโรโกะหยิบดึงเอาบัตรอีกใบไปเข้าแถวซื้อวานิลลาเชคแก้วใหม่ตรงเคาทเตอร์  อาโอมิเนะ ไดกิ ถอนหายใจอีกครั้ง มือทาบอกซ้ายเต้นแรง

 

 

“แผนคิเสะนี่ใช้ได้เหมือนกันแหะ”  เขาขยับยิ้มพอใจ..ทุกอย่างเป็นไปได้สวย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป..ต้องกระซับความสัมพันธ์กับคุโรโกะได้มากขึ้นแน่ๆ คิดแล้วก็ยิ้มระรื่นดีอกดีใจพลางเคาะนิ้วลงกับโต๊ะไปมา

 

ติ๊ง!!!ติ๊ง!!!!

 

เสียงเมลเข้าทำเอาคนที่ละเมอเพ้อฝันในห้วงรักสะดุ้ง นัยน์ตาสีเข้มสอดส่ายมองหาต้นเสียงมือถือนั่นล้วงกระเป๋ากางเกงดูมือถือตัวเองก็ไม่ใช่ ถ้างั้น..ใบหน้าคมหันไปมองกระเป๋านักเรียนของหญิงสาวเปิดอ้าไว้บนโต๊ะ ร่างสูงชะโงกตัวไปมองก็พบว่า..มือถือสีฟ้าจืดจางรุ่นฝาพับขึ้นข้อความเมลเข้ามา  ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงถือวิสาสะเปิดรับมาอ่านดู

 

‘ไงคุโรโกะ นี่ใกล้แข่งคัดเลือกแล้วนะ ฝึกซ้อมหนักอยู่รึเปล่า ตอนนี้พวกเราโรงเรียนโคเมย์ซ้อมหนักกว่าเดิมอย่าบอกใครเชียว รับรองได้ว่าปีนี้ต้องผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้แน่..ฉันมั่นใจว่าสัญญาที่ให้ไว้ วันที่เราสองคนเผชิญหน้ากัน เล่นบาสอย่างสนุกสนานต้องมาถึงแน่นอน

 

ว่าแต่นี่ก็ปีสุดท้ายแล้ว..เรื่องนั้นของเธอไปได้สวยหรือเปล่า เธอได้เจอกับ ‘เจ้าชาย’ หรือยัง

ฉันหวังว่าเธอจะได้เจอกับเขานะ รอมาตั้ง 9 ปีแล้ว..ฉันหวังว่าเธอจะสมหวังอย่างที่รอคอยนะ

ก็นั่นคือรักแรกของเธอนี่นา  สุดท้ายนี้อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉันล่ะ

 

แล้วเจอกันที่การแข่งเยาวชน

                                                                                                            โอกิวาระ ชิเงฮิโระ

 

 

 

มือแกร่งกำมือถือค้างนิ่งเอาไว้..นัยน์ตาสีไพลินคมเบิกกว้างอ่านข้อความเหล่านั้นซ้ำไปมา..เมลที่ส่งเข้าจากเพื่อนสมัยเด็กที่คุโรโกะเคยเล่าให้ฟัง สัญญาว่าจะไปแข่งกันที่รอบชิงชนะเลิศนั่น อาโอมิเนะเคยรับฟังตอนติดอยู่ในถ้ำโขดหินที่ทะเลโอกินาว่าด้วยกัน   ทว่า..ในเนื้อความกลับมีอีกหนึ่งสัญญาที่คุโรโกะไม่ได้เล่า นิ้วเรียวยาวไล่กดดูประวัติเมลที่ส่งเข้าออกของหญิงสาวผมฟ้าอ่อน แล้วกดไล่อ่านย้อน

 

“อาโอมิเนะคุง ขอโทษที่ให้รอนะคะ..พอดีคิวมันยาวก็เลยช้า..”  คุโรโกะเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมวานิลลาเชคในมือ ดวงเนตรกลมโตปริบตาจ้องมองโต๊ะที่พวกเขาเลือกนั่ง..บัดนี้เหลือเพียงกระเป๋านักเรียนของเธอเพียงคนเดียว ไร้ซึ่งร่างของชายหนุ่มผิวสีแทน..

 

คุโรโกะสอดสายตามองไปรอบๆร้าน ไร้เงาร่างเอซเทย์โคว เธอเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงนสงสัย  ก่อนจะนั่งลงดูดวานิลลาเชครอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นเงาร่างอีกฝ่าย..กระทั่งประตูร้าน Mac เปิดอีกครั้งโดยชายหนุ่มร่างสูงคุ้นตาเรือนผมสีเขียวสวมแว่นตาทรงเหลี่ยมถือตัวฉีดน้ำยาเช็ดกระจกเข้ามาในร้าน จนคนทั้งหลายต้องมองด้วยสายตาอึ้งประหลาดใจว่าไอ้เด็กหนุ่มนี้เพี้ยนรึเปล่า?   เขาเดินตรงมาสั่งชุดข้าวหน้าไก่กรอบมาพร้อมน้ำเปล่าเดินถือถาดหาที่นั่ง คุโรโกะหันไปเห็นพอดีเลยเอ่ยเรียกอีกฝ่าย

 

“มิโดริมะคุง”

“ห่ะ!!!เธอนี่เอง..”  รองกัปตันชมรมบาสสะดุ้งตกใจคาดไม่ถึงว่าเจอกันในนี้ แต่แสร้งทำเป็นขรึมดันนิ้วเดินถือถาดอาหารมาวางลงที่นั่งตรงข้าม ดวงเนตรคมหลังเลนส์แว่นสังเกตเห็นถาดอาหารวางก่อนหน้านั้น..เบอรเกอร์ไก่เทอริยากิยังกัดไม่ถึงครึ่งเลยถูกวางทิ้งไว้

“ตรงนี้มีคนนั่งรึเปล่า?”

“อาโอมิเนะคุงค่ะ..แต่ไม่รู้หายไปไหนแล้ว” คุโรโกะตอบหน้าตาย  เจ้าของเรือนผมเขียวเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ

“อาโอมิเนะ? หมอนั่นเนี่ยนะ..เมื่อกี้ฉันพึ่งเดินสวนกับมันหยกๆ”    คำบอกเล่าของมือชู้ตสามแต้มทำเอาคุโรโกะชักสีหน้าฉงนสนเท่ห์..จะว่าไปกระเป๋านักเรียนก็เอาไปด้วย มิโดริมะ ชินทาโร่ เองก็สับสนเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นไฉนแล้วเอซเทย์โควถึงนึกออกไปจากร้านโดยที่ทิ้งเพื่อนเอาไว้ให้นั่งรอเก้อแบบนี้

 

“ช่างเถอะ..หมอนั่นคงมีธุระด่วน  ช่วยไม่ได้..ถึงดวงจะไม่ถูกกัน แต่ก็คงไม่ร้ายแรงนักราศีของฉันวันนี้ดวงดีและก็มีลัคกี้ไอเทม กินเสร็จจะไปส่งที่บ้านให้ก็แล้วกัน”  คนหนุ่มสวมวานทรุดนั่งลงกันเก้าอี้แล้วลงมือรับประทานอาหาร  ไม่พูดอะไรต่ออีกเลย..ทิ้งให้คุโรโกะนั่งดูดวานิลลาเชคหน้านิ่งหรี่ตามองเหงื่อตกมองคนผมเขียวพร้อมกับคำถามในใจว่า ‘ไม่ได้ขอให้ไปส่งซักคำ’

 

 

.

.

.

 

 

ท้องถนนเริ่มเงียบเหงายามท้องฟ้ากลายเป็นสีครามเข้มยามพลบค่ำ อาโอมิเนะ ไดกิ เดินล้วงกระเป๋ากางเกงใจลอยไม่รู้ว่าเดินชนใครบ้าง  ล่าสุดเหมือนจะชนป้าแก่ๆคนหนึ่งที่แซงคิวซื้อตู้น้ำอัดลม เหมือนป้าจะโวยวายอะไรซักอย่างใส่เขาที่เดินชนจนกระป๋องน้ำหกกระจายพื้น แต่คำด่านั่นหาได้อยู่ในโสตประสาท

 

“เอ่อ..พวกคุณทั้งสามคน..ตอนเด็กๆเคยผมแดงกันเหรอครับ?”

“แล้ว..เคยเล่นบาสที่นี่”

 

คำพูดประหลาดของคุโรโกะ เท็ตสึยะ สมัยเข้าเรียนเทย์โควใหม่ๆตอนปี 1  ตอนที่เดินกลับบ้านด้วยกันครั้งแรกฉลองการเป็นตัวจริงของคนจืดจางที่แท้จริงเป็นสาวน้อยตัวเล็กๆปลอมตัวเข้าชมรมเล่นบาสเก็ตบอล ในตอนนั้นเขายังมองเธอเป็นเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง ตอนนี้..กลับหาได้เป็นเช่นนั้น

 

‘โอกิวาระคุง..วันนี้ขากลับฉันเดินกลับพร้อมกับอาโอมิเนะคุง มุราซากิบาระคุง มิโดริมะคุง เว้นแต่อาคาชิคุงที่ไม่ได้มาร่วมวงด้วย เราทั้งหมดซื้อไอติมที่ร้านสะดวกซื้อแวะกินระหว่างทาง ไอติมหลังซ้อมบาสเหนื่อยๆอร่อยอย่าบอกใครเลยล่ะ 

อ๋อ..มีอีกเรื่อง..ฉันผ่านสตรีทบาสในสวนสาธารณะเก่าด้วยล่ะ ตอนนี้มันปล่อยว่างรกร้างจนหญ้ารก แถมสีก็เลือน..ที่แห่งนั้นที่ฉันได้เจอกับเจ้าชาย ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าเขามีผมสีแดง

 

แต่ว่าทุกคนในตัวจริงปีหนึ่งผ่านวัยเด็กมีผมสีแดงหมด..ฉันไม่รู้เลยว่าเป็นใคร แต่ถึงยังไงก็จะไม่ยอมแพ้ค่ะ

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

 

 

ขายาวก้าวหยุดลงกับที่หน้าคมคายผินหันไปมองสวนสาธารณะเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งไว้มานานหลายปี หลังหญ้ารกชันที่ถูกกั้นด้วยรั้วตะแกรงเหล็กสูงเก่าขึ้นสนิม..ใจกลางสวนนั่นมีสนามบาสเก่าๆถูกทิ้งเอาไว้ แป้นก็ผุผังไปตามกาลไม่มีใครดูแลรักษาขึ้นสนิมอีกต่างหาก  มือแกร่งจับลูกกรงแน่นกำตะแกรงลวดเหล็กจนขึ้นข้อขาว

“ที่แท้…ก็ปลอมตัวมาเพราะสิ่งนี้นี่เอง”  อาโอมิเนะซบหน้าลงกับรั้วเหล็ก หลับตาแน่นก้มหน้าลงต่ำ

“เท็ตสึตามหา..รักแรกที่ไม่ใช่ฉัน..”  เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบแหบแห้ง..ร่างกายอ่อนล้าไปหมด ความเจ็บลึกลงไปกลางหัวใจที่ยังเต้นตุบๆบอกว่ามีชีวิต..เจ็บที่รู้ว่าคนที่ตัวเองหลงรักมีใครบางคนในหัวใจ

 

 

นี่ฉันจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มแข่ง..

ฉัน..อาโอมิเนะ ไดกิ จะแพ้ให้กับ ‘เจ้าชาย’ นั่น!!!

 

 

คนหนุ่มกัดฟันแน่น..ขบจนกรามขึ้นสัน ใบหน้าคมเงยหน้าเชื่องช้าจ้องมองสนามบาสกลางแจ้งด้วยแววตาบางอย่างท่ามกลางความรู้สึกเจ็บรวดร้าว..ใต้ท้องฟ้าสีดำมืดสนิทไร้ซึ่งดวงดารา

 

 

อนึ่งคือหญิงสาวผู้เฝ้ารอคอยรักแรกในคำมั่นสัญญา

อนึ่งคือบุรุษผู้ตกหลุมรักหญิงสาว..ทั้งที่รู้ว่าหัวใจเธอหาได้มีที่ว่าง

 

เรื่องราวของความรักซับซ้อน  ไม่มีทางรู้ว่าสุดท้าย..จุดจบจะเป็นเช่นไร

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++

 

10 ข้อตกหลุมรักนี่เอามาจากนิตยสาร FHM ออนไลน์ ฮาา

 

 

 

ดราม่าเริ่มมาเยือนแล้วล่ะ  คนที่น่าสงสารที่สุดคือใครกันแน่?

สรุปจากแบบสอบถามรวมเล่มฟิคยอดไลค์ 84 คน

 

ฉะนั้นเราจะรวมเล่มฟิคเรื่องนี้นะคะ //จุดพลุ

 

แต่คงต้องหลังรีเอเรื่องสั้น จิตวิปริต และที่สำคัญ ฟิคนี้ยาวมากไม่ใช้แค่ 20 ตอนจบชัวร์ๆแล้ว

ยังไงใกล้ๆจะมาแจ้งรายละเอียดให้ทราบกันอีกทีนะคะ  ขอบคุณที่สนใจฟิคเรื่องนี้มากค่ะ //โค้ง

 

 

6 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part14 +สรุปเรื่องรวมเล่ม

  1. อาเข้าโหมดดราม่าแล้ว คิเสะน่าสงสารจังเลยโถ ลูกหมาน้อยที่น่ารัก มาสบอกเรามา อาโอมิเนะ ซื้อบื้อจัง กว่าจะแนั่ใจว่ารักน้องจืดใช้เวลาพอดู 555
    ตอนที่อาโฮ่รู้ว่าน้องตามหารักแรกที่ไม่ใช่ตัวเองแล้วช็อก เราแอบสะใจแหะ เจ็บสะบ้างมาทำลูกหมาน้อยเสียใจแม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม หึหึ แต่คิดว่าอาโฮ่คงไม่ยอมแพ้เรื่องน้องดำง่ายๆหรอกมั้ง
    นายน้อยเท่มาก แต่น่ากลัวจัง หึงโหดมากถึงโหดที่สุด เหอๆ เหมือนนายน้อยจะจงใจให้อาโฮ่รู้สึกว่านายน้อยเหนือกว่ายังไงยังงั้น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับน้องครก.อ่ะ 555

    รอเสพตอนต้่อไปค่า รวมทั้งรอการรวมเล่มอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งเรื่องนัี้ และ รีเอ จิตวิปริตเลยค่ะ อิอิ

    • มิเนะซื่อบื้อมากๆถึงมากที่สุด5555 กว่าจะรู้ว่าชอบ ครก ก็ช้า ยิ่งคิเสะแอบชอบยิ่งไม่รู้ตัวหนักกว่าอีก ทั้งๆที่คนอื่นใครๆก็มองออก แสดงออกขนาดนี้ มิเนะทึ่ม//โดนบาสอัดหน้า
      ตีความถูกด้วย อาคาชิจงใจข่มมิเนะเรื่อง ครก ล่ะ 555 ผ่านทางบาส นายน้อยในฟิคนี้ และทุกๆคน เราจะตีความผ่าน ครก บางครั้งถึงจะมีมุมของคนอื่นบ้าง ตอนนี้จะมีก็ มุมคิเสะ มุมมิเนะ และด้วยบุคลิก อคช ที่ลึกลับเข้าถึงยาก ต้องจับสังเกตตีความดีๆ คิดอะไร ยังไง อาโฮ่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แถมเป็นตัวแปรสำคัญด้วย

  2. หย๋าาา กลิ่นดราม่าลอยมาแต่ไกล O_O คีจังก็อย่าเพิ่งตัดใจง่ายๆเซ่แถมดันไปอาสาว่าจะช่วยอีก..(เจ็บแทนT_T)
    พอรู้ความจริงที่ว่าครกมาตามหาเจ้าชาย อาโฮ่ถึงกับเงิบเลย (ไม่คิดว่าเป็นตัวเองหน่อยเรอะ!?)

    • คิเสะรักมิเนะมากถึงได้ช่วย ไม่อยากให้เสียใจ และก็รู้ว่ามิเนะไม่ได้ชอบเธอ ยิ่งเจ็บร้าวใหญ่. ที่โฮ่รู้ว่าไม่ใช่ตัวเองเพราะข้อความในนั้นมีอธิบายอีกหลายเมลซึ่งจักล่าวต่อไปในตอนหน้า สมัยเด็กมิเนะเคยเล่นบาสที่นี่จริง แต่เขาไม่เคยเจอกับ ครก เลยรู้ว่าไม่ใช่ตัวเองอะจ้า

  3. ขออนุญาตเม้นเรื่องนี้ก่อนค้ำคอร์นะคะ ;w; ยังไม่ได้ไปอ่านจริงจัง แต่เห็นว่าอัพแล้วแหละ

    เรื่องอารมณ์หึงของเซย์จัง แลดูคล้ายๆสึนามิมั๊ยคะ? เงียบๆ ไร้สัญญาณเตือนล่วงหน้า แต่รุนแรง แต่ที่เซย์จังหลุดขนาดนั้นก็แปลว่า คงไม่ชอบใจเรื่องที่อาโฮ่เหม่อเพราะเรื่องน้องครก.(เราว่าเซย์จังมองออกว่า อาโฮ่กำลังคิดอะไรอยู่น่ะนะ) เซย์จังก็ขนาดยังไม่เบิกเนตร พอหึงแล้ว เราว่า เขาก็แอบนิสัยเสียอยู่นะ มันเหมือนกับการทำตัวให้ดูสูงกว่า เหนือกว่าอีกฝั่ง ให้อีกฝั่งรู้ตัวว่า เขาเพียบพร้อมและคู่ควรในสิ่งที่อีกฝ่ายก็ปราถนาอยู่เช่นกันแบบนี้อ่ะคะ ;w;

    ส่วนเรื่องคีจังให้ฟีลเพลง ที่ปรึกษา ของ พดด้วง เลยค่ะ ;w; เคยฟังมั๊ย? ๕๕๕๕๕๕๕ แต่มันก็ไม่เหมือนทั้งหมดหรอกนะ แต่ที่แน่ๆนี่คีจังเป็นเด็กที่จิตใจดีมากนะคะเนี่ย ฉันไม่สมหวังก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง อยากให้คนที่ชอบมีความสุขก็พร้อมจะช่วยเสมอ แต่เราว่าอาโฮ่นี่บื้อสุดกู่เลยนะ คือ คีจังออกปกติออกจะเป็นคนคิดอะไรก็แสดงสีหน้าออกมาหมด ใครๆก็ดูออก แต่ทำไมพี่โฮ่แกดูไม่ออก? หรือนอกจากเรื่องบาส(และหน้าอกผู้หญิงตู้มๆ)แล้ว พี่แกก็ไม่สนอะไรเลยกันนะ?

    ไม่รู้ว่าไรต์เตอร์จะลากยาวเรื่องนี้ไปถึง ช่วง ม.ปลายมั๊ย? ถ้าลากยาวไปถึงก็แอบเชียร์ให้คีจังไปคบกับรุ่นพี่คาซามัสสึ ให้พี่โฮ่เจ็บช้ำเล่นบ้างก็ไม่เลวนะคะ xD #ข้ามย่อหน้านี้ไป-w-;;

    และพี่โฮ่มารยาทไม่ดีนะคะ แอบเปิดมือถือคนอื่นแบบนี้น่ะ เลยเจอแจ๊กพอตเข้าให้เต็มๆเลย ถ้าไม่แอบเปิดเดทนี้ก็คงไปได้สวยแล้วแท้ๆเน้อ ดูซิ ชินจังมาเสียบแบนไปเฉยเลย ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    • อาคาชิมองออกจริงๆแหละว่าอาโอมิเนะคิดไม่ซื่อกับน้อง ก็เลยหึง แต่วิธีแสดงของท่านตอนนี้ถึงจะดูนิสัยไม่ดี แต่ก็เป็นเรื่องจริงๆของคนเราๆนะ ถ้าไม่ทำอะไรเลย ไม่ข่มกันบ้าง น้องก็อาจโดนมิเนะชิงไป ความคิดของอาคาชิก็เป็นการข่มต่อสู้แย่งผู้หญิงอย่างนึง ซึ่งท่านประมาณคนไม่พูดมาก เน้นกระทำมากกว่า อีกอย่าง อคช ก็ยังไม่ได้เป็นแฟนสถานะแอบชอบทั้งคู่ ก็ยังไม่มีสิทธิ์ไปชักสีหน้าชี้นีิ้วบอกว่า อย่ามายุ่งของๆฉัน ด้วย

      เลยต้องแสดงอาการข่มโดยวิธีนี้

      และที่สำคัญ อาคาชิ ก็รู้อยู่ว่า ไม่เคยแพ้ใครด้วยนี่ล่ะ ฮาาา

      ตอนเราแต่งฟิลคิเสะเรานึกถึงเพลง คำยินดี ของ klear พดด้วงไม่แน่ใจว่าเคยฟังเพลงนี้ไหม เราจำชื่อเพลงไม่ค่อยแม่น อาจจะเคยฟังแล้วแต่ลืม แหะๆ คีจังนี่ดีมากจริงๆนะ อยากให้มิเนะมีความสุข เป็นตัวละครที่น่าสงสารในเรื่องความรักสุดแล้ว ฟิลลูกหมาทีได้แต่เดินกระดิกหางตามต้อยๆ นึกถึงแมทช์ฟ้าเหลืองแล้ว สงสารคิเสะมาก อารมณ์หลงใหลมิเนะมากจริงๆ แล้วมิเนะก็ไม่ได้สนอะไรเท่าที่ควรด้วยนะ เอาแต่แกล้งเขาอยู่นั้น ฮาาา

      ในที่สุดก็มีคนถามว่าพลอตลากไปถึงไหน..ตอบเลยว่า ถึง ม ปลายเลยค่ะ ฮาาาา เลยไม่สามารถจบแค่ 20 ตอนได้

      ตอนแรกเรากะว่า 20 ตอนน่าจะจบ ม ปลาย พอแต่งมาเรื่อยๆ ท่าทางจะไม่ใช่แล้ว คงจะยาวอยู่พอตัวเลยล่ะ
      คิเสะจะมีโมเม้นให้มิเนะหึงไหม ฮาาาา อันนี้อุบไว้ก่อน อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ เพราะมันเป็นความรักแถมยังช่วงวัยรุ่นอีก

      มิเนะก็มารยาทไม่ดีจริงๆอ่ะ ฮาาาา ฟิลประมาณสนิทด้วยล่ะ เพื่อนกันเลยคิดว่าเปิดดูได้อะไรงี้ เพราะสไตล์มิเนะเป็นคนไม่ค่อยคิด(ไม่คิดเลยมากกว่า ฮ่าาาาาา)

      ชินจังมาสั้นๆ แต่เนียนไปอย่างวินๆ กร๊ากกกกกกกกกกกกก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s