[Fic KnB][Akakuro]The Satan//Part1

 

 

 

[Fic  Kuroko no Basket] The Satan

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    :  Nc-17 , Horror , thriller 

Story   : blood_hana

 

จากฟิคสดเมื่อคืนเอามาเป็นฟิคยาวแล้วค่ะ แรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง The last exocism มี 2 ภาคจบน่อ

แล้วจะรู้ว่า ปิศาจนี่คุกคามโคตรรรรรรรรรรร

 

 

10492585_245367122253792_7279546247622869038_n

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

Chapter 1 

 

 

 

 

 

 

ค่ำคืนเดือนมืดไร้ซึ่งแสงจันทรา แม้แต่ดวงดาราบนฝากฟ้า..ความมืดของรัตติกาลปกคลุมทุกหนทุกแห่ง ทว่า..ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ..ปิดหน้าต่างมิดชิดไม่มีสิ่งใดจะย่างกรายเข้ามาได้กลับส่องสว่างด้วยเปลวเทียนบนเทียนไขรอบ 5 ทิศ..ไฟดวงเล็กๆกลับทำให้ห้องๆนี้สลัวมัวๆ ..จุดประกายเล็กๆพร่ามัวนี่สร้างความร้อนรุ่มในหัวใจ ราวกับกรอกน้ำกรดลงปากไหลลงคอหอย ปวดแสบปวดร้อนจนกระเพาะบิดเกร็ง มือเล็กๆกุมท้องแน่น..แน่นจนเล็บจิกเนื้อ..จิกแรงจนเกิดแผลเลือดซึมเปรอะชุดนอนกระโปรงยาวสีขาว

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

 

เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูดังลั่นไปทั่วทุกหนทุกแห่ง  เสียงหวีดร้อง..เปล่งออกมาจากริมฝีปากเปียกชื้นด้วยโลหิตรสคาวเฝื่อน รสชาติที่หอมหวานจนสะอิดสะเอียน

 

พอที…ได้โปรด…เจ็บ..เจ็บเหลือเกิน!!!

ออกไปจากตัวฉัน!!!

 

 

“หลวงพ่อท่านจะทำอะไรเท็ตสึยะ!!!คุณปล่อยฉันสิ!!!นั่นลูกสาวเรานะ!!!!!!”

 

ชายเรือนผมสีเทาวัยกลางคนก้มหน้าหลบดวงเนตรสีฟ้าอ่อนของภรรยาผู้เป็นที่รักยิ่ง  ริมฝีปากหนาที่พร่ำบอกว่า ‘รัก’ อันแสนบริสุทธิ์ที่หาได้เทียบชายใดจะเทียบเคียงเม้มแน่นจำยอมกับภาพทารุณกรรมเบื้องหน้าที่เกิดขึ้นกลางห้องเล็กๆนี่ วงแขนกอดรัดคนรักของตนเองเอาไว้แน่นจากด้านหลัง แม้ว่าเธอจะดิ้นสลัด ทุบตี จิกเขาเท่าไหร่..ก็มีแต่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนรับฟังคำด่าทอหาว่าเป็นสัตว์เดียรัจฉานจากภรรยาผู้เป็นต้นเค้าของลูกสาวเพียงหนึ่งเดียวในบ้าน ‘คุโรโกะ’

“อย่าไปมองเทนชิ..อย่าไปมอง..ขอร้องล่ะ..นี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยลูกเราได้..”  เขาวอนขอทั้งเสียงแหบพร่ามือปิดตาภรรยาแน่นที่กำลังดิ้นพล่านตัวสั่น แผดเสียงกรีดร้องขาดใจ..ยิ่งกว่าตายทั้งเป็นต้องทนเห็นลูกสาวคนเดียวต้องเจอกับชะตากรรมที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใดบนเตียงนอน

 

 

กลิ่นคาวเลือดคลุ้งคลั่กมากขึ้นเรื่อยๆ จนหัวหน้าครอบครัวอยากจะสำรอกต้องหลับตาปี๋แน่น ปฏิเสธการมองเห็น ปฏิเสธเสียงหวีดร้องทรมานของดวงใจเพียงหนึ่ง  โลหิตสีแดงเจิ่งนองกระจายตัวเป็นวงกว้างออกจากเรียวขาขาวเพรียวที่ถูกบังคับให้ตั้งหยันอ้ากว้าง กระโปรงชุดนอนถลกเลิกขึ้นไปเผยหน้าท้องแบนราบถูกหยดด้วยน้ำตาลเทียนเขียนลากเป็นวงเวทย์ไม้กางเขน

เสียงบทสวดงึมงำดังก้องในห้องนอนของลูกสาว ..การภาวนาอ้อนวอนต้อพระผู้เป็นเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายกลับทำให้เด็กสาวเจ้าของเสียงหวีดร้องกลัวจับหัวใจ ใบหน้าหวานซีดโชกชุ่มเหงื่อจนโคนเส้นผมสีฟ้ายาวสลายยุ่งแห้งกรังคราบเลือดเปียกชื้น ตากลมโตเบิกกว้างสุดขีดจนเจ็บลูกตาไปหมด..เลื่อนกวาดมองไปรอบๆเช่นคนเสียสติ จะดิ้นก็ไม่ได้..ข้อมือทั้งสองถูกผูกตรึงมัดด้วยผ้าสีขาวกับหัวเตียง

 

 

 

สติสุดท้ายกำลังจะขาดผึ่งกลอกไปมาล่อกแล่กทั่วห้องนอนของตัวเองที่เคยเป็นที่พักพิง พักใจ ส่วนตัวในโลกของเธอ กลับกลายเป็นสถานที่สุดอันตรายชวนคลื่นไส้ จนต้องสำรอกอาเจียน..รสขมปนเปกับรสคาวของเลือกทะลักออกจากปากไหลเยิ้มเปื้อนแก้ม  มุมห้องนอนเป็นเงามืดจุดอับแสงที่เปลวเทียนไม่อาจส่องสว่างไปถึง..ดวงเนตรกลมโตสีฟ้าสะดุดเข้ากับเงานั่น..ร่างกายหยุดหายใจในทันที..เงามืดนั่นมีบางสิ่งกำลังคืบคลานออกมาในรูปของเงา..มันไม่ปกติและเธอจำมันได้ดี

 

เงามือประดับเล็บยาวแหลมคมยื่นมาอย่างช้าๆ เธอสะบัดตัวหวีดร้องสุดเสียง พยายามดีดดิ้นแอ่นตัวลุกหนีจากเตียงเดี่ยวชุ่มเลือด เงามือ..ตรงมายังเงาร่างของบาทหลวงคิโยชิที่ฉายฉาบบนกำแพง!!!!!!!!

 

 

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

 

“เฮ้ย!!!เท็ตสึ!!!เป็นอะไรไป!!!!”  อาโอมิเนะ ไดกิ สะดุ้งตื่นเอี่ยวตัวไปเปิดโคมไฟ สาวผิวแทนต้องกระโดดลงจากเตียงนอนเดินวิ่งเข้ามาหาหญิงสาวรูมเมทที่นอนอยู่เตียงข้างๆ ดิ้นพล่านมือขาสะเปะสะปะหวีดร้องราวกับคนบ้า  ประตูห้องนอนเปิดโพล่งพร้อมกับหมอหนุ่มเรือนผมสีเขียวในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มเดินตรงมาช่วยสาวผิวแทนจับคุโรโกะล็อกแขนขากดเอาไว้กับเตียง

 

“คุโรโกะ!!ตั้งสติไว้!!!คุโรโกะ!!!!”

“ออกไป!!!!อย่าเข้ามา!!!อย่าเข้ามา!!!!แกต้องการอะไรจากฉันอาคาชิ!!!!!!!!!!!”

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ เสียสติไปแล้ว..มิโดริมะกัดฟันแน่น หยิบเอาเข็มฉีดยาดูดแวเลี่ยมฉีดเข้าเส้นเลือดเด็กสาวเรือนผมสีฟ้าอ่อนยาวยุ่ง คนไข้คนล่าสุดค่อยๆสงบลงปรือตาปิดสนิทหลับใหลต่อทั้งที่คราบน้ำตาเจิ่งนอง

“เฮ้อ….”  หมอหนุ่มสวมแว่นถอนหายใจเฮือกใหญ่

“นี่หมอมิโดริมะ อาคาชินี่มันใครกัน?ทำไมเท็ตสึถึงได้กลัวขนาดนี้..” อาโอมิเนะยืนเท้าสะเอวเอียงคอถามหมอเจ้าของสถานบำบัดจิตเยาวชนหญิง

“ทุกคนที่นี่ล้วนผ่านเรื่องร้ายๆที่ไม่อยากพูดถึงมาทั้งนั้น เธออย่าไปรู้เลยจะดีกว่า..แล้วก็แต่งตัวให้มันดีๆหน่อยอาโอมิเนะ”  หมอหนุ่มหันหน้าหนีจากเด็กสาวที่แต่งกายวาบหวิว ในชุดนอนเสื้อสายเดี่ยวสีดำรัดรูปจนเห็นทรวดทรง หน้าอกหน้าใจใหญ่นูนอิ่มเจียนทะลักออกมาจากคอเสื้อ แทบไม่ใส่บราจนเห็นหัวนมโผล่มาตามเนื้อผ้า แถมยังใส่กางเกงในสีขาวตัวเดียว เสียจนเขาหายใจไม่ทั่วท้อง

 

 

ทว่า..สาวผมสีน้ำเงินเข้มสั้นทำเพียงเลิกคิ้วสูงก่อนจะคลี่ยิ้มเย้า ชะโงนหน้าเอี่ยวมามองหน้าคมคายของอีกฝ่ายพร้อมหลิ่วตาให้ก่อนจะใช้มือทั้งสองประคองหน้าอกคัพใหญ่ขยำไปมาต่อหน้าต่อตาจิตแพทย์

“เห…ก็ที่นี่มันหอผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ฉันจะแต่งโป้แค่ไหนก็ไม่เห็นเป็นไรนี่นา คุณหมอต่างหากที่มาผิดที่ผิดทาง”

“ก็นี่มันที่ทำงานในโครงการของฉัน!!!ยังไงก็แล้วแต่ขอสั่งห้ามแต่งตัวแบบนี้อีก!!!เข้าใจไหม!!!” ชายผมเขียวหน้าขึ้นสีแดงเข้มทั้งโกรธทั้งอายเดินหนีคนไข้ที่มาแกล้งหยอกเขาออกไปจากห้องเหวี่ยงปิดประตูแรงจนเสียงดัง  ทิ้งให้สาวผิวสีแทนขำจนตัวงอ

 

 

รุ่งเช้า..อาโอมิเนะ ไดกิ สวมเสื้อสีดำรัดเกาะอกโชว์หน้าท้องแบนราบกับกางเกงวอร์มสีเทาวิ่งออกกำลังในสวนหลังสถานบำบัดจิตรายล้อมไปด้วยต้นเมเปิ้ลเปลี่ยนสีเป็นสีส้มแดงสวยเหมือนดั่งทุกๆวัน  หญิงสาวหยุดลงนั่งกับพื้นโล่งเตียนกว้างสร้าเป็นสนามบาสในสถานบำบัดจิตเยาวชน  เหยียดขาเพรียวสวยยาวทั้งสองแยกออกจากกันก่อนโน้มตัวยืดแขนไปแตะสลับปลายเท้าไปมาวอร์มร่างกายให้พร้อมก่อนเล่นบาสเก็ตบอลกีฬาเพียงหนึ่งที่เธอถนัด

 

เด็กสาวตัวสูงโปร่งรู้สึกว่ากำลังถูกใครบางคนจับจ้องอยู่จึงเหลือบตาไปมองก็พบกับ..เด็กสาวหน้าใหม่ที่ย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้านหลังนี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วในชุดเสื้อแขนยาวกระโปรงสีครีมหมองคล้ำเก่ายาวถึงหัวเข่า

“อรุณสวัสดิ์เท็ตสึ พอเลยๆ ถ้าจะมาขอโทษฉันเหมือนวันก่อนๆ บอกเลยว่าฉันฟังจนเบื่อแล้ว”  อาโอมิเนะตัดบท ทำให้ริมฝีปากอิ่มเล็กของเด็กสาวจืดจางเรือนผมสีฟ้ายาวถึงสะโพกยุ่งชี้กระดกที่กำลังจะเปิดพูดต้องเม้มปากแน่น นัยน์ตากลมโตไร้อารมณ์หม่นหมองหลุบต่ำก้มมองพื้นอย่างสำนึกผิด

 

 

ทุกคืน..คุโรโกะมักจะฝันร้ายแล้วก็กรีดร้อง

และในตอนเช้าของวันถัดไป คุโรโกะ เท็ตสึยะ ก็จะเดินมาหาอาโอมิเนะเพื่อกล่าวคำขอโทษที่รบกวนการนอน

เป็นเช่นนี้มาตลอด 1 อาทิตย์ จนสาวทึ่มที่ค่อนข้างไร้สมองอย่างเธอจำทุกคำพูดของอีกฝ่ายได้ขึ้นใจ

 

 

 

“ฉันกลัวว่า..อาโอมิเนะคุงจะรำคาญนี่คะ…”

“ที่นี่ไม่มีใครรำคาญกันหรอกน่า บอกแล้วไงทุกคนเข้าใจกันดี ฉันเองก็เคยผ่านเรื่องร้ายๆมาเหมือนกัน” สาวผิวสีลุกขึ้นยืนหยิบเอาลูกบาสมาถือ ดวงตาเรียวสวยสีไพลินจ้องมองเด็กสาวผมสีฟ้ายุ่งยังยืนก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาเธอ  ร่างสูงโปร่งถอนหายใจดูเหมือนว่าคนๆนี้จะดื้อเงียบ ไม่ยอมปล่อยวางเอาง่ายๆ แถมคิดมากกว่าที่คิด

 

 

เอาเถอะ..ก็เด็กเรียบร้อยเก็บกดนี่นะ..

ตอนเรามาใหม่ๆก็ราวๆนี้เหมือนกัน

 

 

“นี่เท็ตสึ เคยเล่นบาสรึเปล่า”  คำถามนั่น..ได้รับคำตอบเป็นเพียงการส่ายหน้าจากอีกฝ่าย

“ถ้างั้นฉันจะสอนให้เธอเอง..แล้วพอเธอเก่ง จะได้มาเล่นเป็นเพื่อนฉัน” อาโอมิเนะ ไดกิ ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลงหรือปฏิเสธ วิสาสะจับข้อมือลากหญิงสาวเข้ามาในสนามลานโล่งกว้าง..ก่อนจะหยุดลงที่กึ่งกลางพื้นที่ใบหน้าหวานจืดชืดเงยหน้าช้าๆมองแป้นสูงตะหง่าติดห่วงที่มีเชือกสานห้อยลงมาเหมือนตะกร้า

 

“ที่ต้องทำก็แค่ชู้ตไป อย่างงี้” อาโอมิเนะตั้งท่าแล้วก็โยนลูกบาสขึ้นฟ้า..เคลื่อนไปตามวิถีโค้งก่อนจะเข้าห่วงไปอย่างง่ายดาย สาวจืดจางตาโตเป็นประกายเหมือนเด็กได้เห็นอะไรแปลกใหม่

“ได้ยินมาว่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านลึกของป่าอิสึโมะใช่ไหม คงไม่ค่อยได้เล่นอะไรแบบนี้สินะ”  อาโอมิเนะเดินมาเก็บลูกบอลพูดในสิ่งที่คาดเดาจากสถานะภาพของรูมเมทที่ผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมายเฉกเช่นเดียวกับทุกๆคนที่ต้องมาร่วมอาศัยในบ้านชั่วคราวหลังนี้  ดวงตาเรียวสวยสีเข้มมองใบหน้าล้อมเส้นผมสีฟ้าพยักหน้าช้าๆ    สาวผิวสีแทนสวยขยับยิ้มแล้วโยนลูกบาสใส่คนตัวเล็ก คุโรโกะสะดุ้งยื่นมือไปรับอย่างเก้งๆก้างๆ ลูกบอลเด้งไปมาจะหลุดจากมือ แต่ก็รวบคว้าเอาไว้ได้ในอ้อมแขน  เงยหน้ามามองใบหน้าสวยโฉบที่ตัดผมสั้นเกรียนเหมือนผู้ชายตรงหน้า

 

“งั้นมาเล่นกันเถอะ รับรองต้องสนุกแน่ๆ”  รอยยิ้มสดใสส่งมอบให้แก่เด็กสาวผู้ผ่านเรื่องร้ายๆมามากมายนับไม่ถ้วน คุโรโกะตาโตมองรอยยิ้มสว่างสดใส  แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบร่างอีกฝ่ายจนดูเจิดจ้าเหลือเกิน

ก่อนจะได้ตอบอะไรอาโอมิเนะก็ลากเธอไปยังแป้นบาสและเริ่มบรรยายสอนวิธีเล่นต่างๆนาๆให้คนจืดจางฟัง  ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของจิตแพทย์หนุ่มมิโดริมะ ชินทาโร่ ผ่านหน้าต่างห้องทำงานชั้นสอง เขาขยับยิ้มพอใจเมื่อเห็นรอยยิ้มของคนไข้คนล่าสุด..แม้จะเป็นเพียงการเริ่มขยับริมฝีปากยิ้มเขินๆ และเริ่มขยับตัววิ่งไล่ตามรับลูกบาสจากสาวผิวสีแทนตัวสูงร่างสะโอดสะอง

 

 

มิตรภาพของคนที่เข้าใจกันและกัน..คือการเยียวยาที่ดีที่สุดทางจิตใจ

 

 

หลังจากเล่นบาสจนเหนื่อย สองสาวทรุดนั่งลงกับม้านั่งสีขาวในสวนรายล้อมด้วยดอกไม้พุ่มสีน้ำเงินเล็กๆชื่อ Forget me not นี่เป็นครั้งแรกที่คุโรโกะออกกำลังจนเหงื่อออกขนาดนี้ สาวผมสีฟ้ายาวยุ่งเหยิงชี้กระดกกว่าเก่าใบหน้าขาวซีดระเรื่อเป็นสีชมพูก่ำ ร่างกายเห่อร้อนชื้นเหงื่อไคลจนชุดกระโปรงสีขาวชุ่มบริเวณแผ่นหลัง ร่างเล็กๆเอนกายพิงพนักแหงนหน้าอ้าปากหายใจหอบหนักสูดอากาศเข้าเต็มปอด ทั้งที่เวลายืดยาดไปเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น..อาโอมิเนะสาวผิวสียังนั่งสบายๆหยิบผ้าขนหนูที่เตรียมเอาไว้ซับเหงื่อบนหน้า อย่างมากก็แค่หายใจถี่แรงขึ้นเท่านั้น

“สนุกไหมเท็ตสึ”  อาโอมิเนะถาม  คุโรโกะพยักหน้าขยับยิ้มน้อยๆออกมา..รอยยิ้มที่หายไปตั้งแต่เจอเรื่องร้ายๆ..รอยยิ้มที่ไม่คิดว่าคนจิตตกรุนแรงเช่นเธอจะกลับมาอีกครั้ง  อาโอมิเนะยิงฟันขาวพอใจวางมือขยี้ผมสีฟ้าอ่อนไปมาด้วยความเอ็นดู

 

“อาโอมิเนะคุงเก่งบาสมากเลยนะคะ”  คุโรโกะทักถาม

“อ่า…ฉันเกิดมาก็มีแต่บาสนี่แหละที่ทำได้ดีที่สุด..เวลาเจอเรื่องเฮงซวยก็มีแต่เจ้าลูกบอลลูกนี้ที่ทำให้ลืมเรื่องบ้าๆแบบนั้น” นัยน์ตาสีไพลินอ่อนลงยามจ้องมองลูกบาสเก็ตบอลในมือตัวเองที่หมุนวนบนปลายนิ้ว  คุโรโกะมองลูกบาสนั่นสลับมายังหน้าครึ่งซีกหม่นหมองลง คุโรโกะก้มหน้าลงต่ำมองมือทั้งสองข้างที่กำแน่นบนตัก อาโอมิเนะหยุดหมุนลูกบาสแล้วทุ่มใส่หัวคนข้างตัวเบาๆ..ไม่แรงมากถึงกับให้เจ็บแต่ก็ทำเอาสาวเรือนผมสีฟ้ายาวถึงสะโพกกลมกลึงสะดุ้งตกใจ

 

“ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกน่า..เรื่องบ้าๆนั่นถึงเธอไม่พูดทัก ฉันก็ต้องนึกถึงมันอยู่ดี”  เสียงหวานห้วนเอ่ยทั้งรอยยิ้มสมเพชเวทนาตัวเองก่อนจะแหงนหน้ามองบ้านสูงสี่ชั้นในรั้วรอบขอบชิดที่เหล่าหญิงสาวผู้มีปมเรื่องราวต่างๆน่าสังเวชมารวมตัวกัน

“ตอนนี้ฉันดีขึ้นแล้ว เพราะหมอมิโดริมะ สถานจิตเวชนี่ก็ด้วย..ทุกคนที่นี้ล้วนได้รับการเยียวยาจนหายดี อดีตที่หลอกหลอนมันอาจจะไม่หายไป แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันโดยที่ยังก้าวต่อไปข้างหน้าได้ เท็ตสึเองและก็ตัวฉันเองก็ต้องผ่านไปได้เช่นกัน”  กำลังใจที่ส่งมอบให้..ทำเอาคุโรโกะรู้สึกใจชื้นขึ้นเป็นกอง ความอบอุ่นล้นเหลือในดวงใจชโลมความโดดเดี่ยวความเศร้า ความกลัว…ดั่งน้ำแข็งที่กำลังหลอมละลายไปทีละนิดๆ

 

“อาโอมิเนะคุง เจอเรื่องอะไรมาเหรอคะ?” คุโรโกะถามด้วยความสงสัย

“ฉัน…ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนจนท้อง..แล้วไอ้ชาติชั่วนั่นไม่อยากเสียชื่อเสียง ก็เลยลากผู้ชายอีก10คนมารุมโทรมฉันในวันที่แม่ออกไปนอกบ้าน น่าขยะแขยงที่สุด ฉันจำหน้าไม่ได้ด้วยซ้ำว่า10คนนั้นเป็นใครหน้าตาเป็นยังไง แต่ที่จำได้แม่นคือรอยยิ้มชั่วๆของพ่อเลี้ยงยืนมองไม่รู้สึกรู้สา..กระทั่งฉันโดนย่ำยีจนแท้งมันก็ยังยืนเฉย”

อาโอมิเนะเล่าทั้งเสียงเย็นเยียบ..มือกำกางเกงวอร์มแน่นจนยับยู่ ร่างกายที่แข็งแกร่งดูร่าเริงเริ่มสั่นเท้า ดวงเนตรเรียวสวยใต้ขนตาแพยาววาวโรจน์เต็มไปด้วยความเกลียดชังโกรธแค้นพ่อเลี้ยงที่ทารุณกรรมเธอทั้งร่างกายและจิตใจ  คุโรโกะตาโพลงครั้นได้ฟังเรื่องราวที่อีกฝ่ายพบเจอ..ชวนสลดใจน่ากลัวจนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเล็กยกทาบอก..ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเม้มแน่นจนเป็นแนวเส้น   รู้สึกไม่ดีเลยที่ไปถามเรื่องทุกข์ใจของอีกฝ่าย เธอกลับมากุมมือบนตักสะกิดเล็บที่หยักเป็นรอยฟันไปมาว้าวุ่นใจ

 

“ฉันพอจะเข้าใจนะคะ..เรื่องการถูกข่มขืน”  คุโรโกะพูดทั้งเสียงสั่นเครือ  อาโอมิเนะหยุดเงียบแล้วนั่งฟังต่อด้วยความอยากรู้ ปล่อยให้คนที่นั่งข้างๆได้ระบายความเจ็บช้ำของตนออกมา  “ฉันเคยตั้งท้อง และก็ถูกทำแท้ง..มันอาจจะฟังดูบ้า แต่ฉัน..ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชาย ฉันหมายถึง..ฉันไม่เคยมีแฟน..ไม่เคยเลยด้วยซ้ำ…”

 

“หา? พูดอะไรของเธอน่ะ เท็ตสึ ไม่เคยมีเซ็กส์แล้วจะไปท้องได้ไง?”  อาโอมิเนะเลิกคิ้วสูงฉงน..สับสนกับคำพูดวกไปวนมาของคุโรโกะ เด็กสาวเรือนผมยาวสีฟ้าอ่อนน้ำตาคลอเบ้าแดงก่ำ..เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า..ในที่สุดน้ำตาก็ไหลรินอาบแก้มใสเธอเริ่มสะอื้นจนต้องยกมือขาวซีดเช็ดน้ำตาลวกๆ  คุโรโกะเค้นยิ้มสมเพชชะตาชีวิตของตัวเอง..รอยยิ้มที่อาจดูเหมือนคนบ้าวิกลจริต ซึ่งหลายคนที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากเธอล้วนชี้เป้าทันทีว่าเธอนั้นคิดไปเอง บ้าบอ ไร้สาระ

 

“น..นั่นสินะ..คะ..มันฟังดูบ้ามาก..ทำไมต้องเป็นฉันด้วยก็ไม่รู้”

“ทำไม..ฮึก..ต..ต้องเป็นฉันด้วย..อาคาชิ”

 

 

 

ช่วงเวลาบ่ายของทุกๆวันจะเป็นช่วงการเข้ารับสนทนากับจิตแพทย์มิโดริมะ..คนหนุ่มเรือนผมสีเขียวสวมแว่นตาเก็บแฟ้มเอกสารของคนไข้ตัวเองในชั้นวางหนังสือที่จัดเรียงตามรายชื่อ แล้วหยิบเอาแฟ้มคนไข้รายต่อไปออกมา ประตูห้องทำจากไม้สักเปิดออกพร้อมกับคนที่ถูกนัดหมายเดินโงนเงียนเข้ามาเกร็งๆ สวนทางกับเด็กสาวคนไข้ที่พึ่งคุยเสร็จ  นัยน์ตาสีเขียวละจากประวัติคนไข้ในแฟ้มสีดำ..รูปถ่ายของหญิงสาวเรือนผมสีฟ้าเล็กๆบนเอกสาร ช้อนมองลอดแว่นตาไปยังร่างเล็กๆบอบบางในชุดกระโปรงเรียบร้อยสีหมองยืนแกะเล็บไปมา   หมอหนุ่มผายมือไปยังเก้าอี้นวมหน้าโต๊ะทำงานเธอหันไปมองตามทิศทางแล้วก็เดินไปทรุดนั่งตัวเกร็งๆเหมือนเคย

 

“1 อาทิตย์แล้วที่เธอมาอยู่ที่นี้ คุโรโกะมีอะไรอยากจะเล่าให้ฉันฟังไหม”  มิโดริมะเดินมานั่งบนเก้าอี้นวมของตนเอง วางแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ มือทั้งสองประสานกันและกัน พิศมองดวงหน้าขาวซีดเอาแต่ก้มหน้าก้มตาสะกิดเล็บตัวเองไปมาบนตัก

“ฉัน…”  เสียงเรียบนิ่งเว้นวรรคครู่หนึ่ง เหมือนจะอ้าปากพูด แต่แล้วก็เลือกนิ่งเงียบไม่พูดต่อ

“เกี่ยวกับอาคาชิ..ราชาปิศาจนรกนั่นใช่ไหม”  มิโดริมะ ชินทาโร่ หยิบประเด็นเล่านั้นมาคุยด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรทุ้มนุ่มลึก แม้ว่าจะสวนทางบุคลิกเย็นชาเคร่งขรึม ทว่า..นี่คือจิตวิทยาขึ้นพื้นฐานที่ต้องใช้ในการรักษา นั่นคือมอบความไว้วางใจ

 

 

“ค่ะ..ฉันยังฝันถึงมัน..ฝันถึงคืนวันนั้น พ่อกับแม่ถูกฆ่า ม..แม่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ พ่อถูกมันสะกด..บ..บังคับให้เอาปืนยิงหัว.ต..ตัวเอง  หลวงพ่อคิโยชิถูกลากจับเหวี่ยงออกไปนอกหน้าต่างชั้นสอง และก็..เลือดกับกลิ่นไหม้ที่คลุ้งคลั่ก”  คุโรโกะเล่าด้วยเสียงติดๆขัดๆ ตะกุกตะกัก ลมหายใจถี่แรงบ่งบอกถึงสภาวะเครียด ทำให้หมอหนุ่มเรือนผมสีเขียวที่นั่งฟังเงียบๆต้องดันแก้วน้ำที่รินไว้ให้คนไข้สาว นัยน์ตาสีฟ้าช้อนขึ้นมองแก้วน้ำนั่นแล้วหยิบมาทั้งๆที่มือสั่นจนน้ำกระเฉาะแล้วยกดื่ม แรงสั่นทำให้ประคองแก้วไม่ดีน้ำจึงไม่เข้าปากทั้งหมดแต่ไหลทะลักจากมุมปากหกเปื้อนคอเสื้อกระทั่งหมดแก้วจึงวางลงบนจานรองแก้ว แล้วก็ก้มหน้าหลบสายตาหมอหนุ่มเช่นเคย

 

“แล้วก็บางครั้งฉัน..ก็ฝัน..ว่าตัวเองนอนบนเตียงในบ้าน ฉันเห็นอาคาชิ…มันคร่อมตัวฉันและก็..และก็ทำกับฉันทุกคืน..เงาร่างนั่นเขาโง้งยาวกับ..ตาสองสีวาววับในเงามืด มันน่าขยะแขยง..ต..แต่มันก็..ก็..”

“รู้สึกดี?”  มิโดริมะพูดต่อ คุโรโกะพยักหน้าตอบรับทั้งสีหน้าแดงก่ำอับอายและก็..หวาดกลัวไปในคราเดียวกัน

“มันก็เป็นแค่ฝัน..ปิศาจน่ะไม่มีตัวตนจริงๆหรอก ถ้าจะมีก็เป็นคนอย่างเราๆนี่แหละ วันนี้ได้คุยกับอาโอมิเนะแล้วใช่ไหม” มิโดริมะหยิบเอาเรื่องของคนไข้สาวผิวสีแทนที่คุยปรับทุกข์ก่อนหน้าคุโรโกะสองคิว..เขาได้ทักถามเรื่องการสนทนาในสวนดอกforget me not ซึ่งได้คำตอบว่าเด็กสาวผมสีเข้มเปิดใจเล่าเรื่องอดีตตัวเองไปแล้ว  แม้ว่าจรรยาบรรณหมอห้ามเปิดเผยความลับคนไข้ แต่กรณีนี้คนไข้ได้เล่าให้อีกฝ่ายฟังด้วยความสมัครใจ เขารับรู้เนื้อหาว่าเล่าอะไรไปบ้างจึงนำข้อมูลเฉพาะในส่วนที่อาโอมิเนะเปิดใจเล่าเท่านั้นมาเป็นเรื่องชี้แนะในการรักษา

 

“เด็กนั่นถูก อิมาโยชิ โชอิจิ พ่อเลี้ยงที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นข่มขืนจนท้อง หนำซ้ำยังยกคนอีกสิบมารุมโทรมเพื่อปกปิดอีก ถ้าจะให้ฉันนิยามคำว่า ‘ปิศาจ’ ก็เป็นเรื่องจิตใจของคนที่หยาบช้าอย่างนี้แหละ”   มิโดริมะพูดมีเหตุผล คุโรโกะรู้สึกคล้อยตามเธอนึกย้อนถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น..เวลานั้นในห้องนอนก่อนเกิดเพลิงไหม้ ห้องก็มืดมากทุกอย่างดูพร่ามัวมีเพียงแสงสลัวจากเปลวเทียนดวงเล็กๆ สิ่งที่ฝังใจแน่นคือความเจ็บปวดรวดร้าว

 

 

เงานั่นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่หลอนไปเอง..กลัวที่ถูกบาทหลวงคิโยชิทำให้เจ็บ

เสียใจ..ทั้งๆที่หวีดร้องขอความช่วยเหลือแทบตาย พ่อแม่กลับทำเพียงยืนมอง..แม่พยายามเข้ามาแต่พ่อกลับรั้งแม่ไว้ไม่ให้ช่วย

 

 

 

“ตำรวจสรุปคดีไปว่าเรื่องทั้งหมดพ่อของเธอเป็นคนทำ  เรื่องที่เกิดมันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด..และก็หนักสำหรับเด็กอายุแค่ 14 บางครั้งจิตก็สั่งให้สร้างภาพ สร้างเรื่องราวขึ้นมา อาจจะเป็นตัวละครร้ายๆตัวหนึ่งเพื่อเป็นตัวแทนแบกรับความเจ็บปวด”

“คุณหมอจะบอกว่า..ฉันคิดสร้างอาคาชิ เพื่อหลอกตัวเองว่าพ่อไม่ได้ข่มขืนฉันอย่างงั้นเหรอคะ?” คุโรโกะถาม

“ก็อาจจะใช่ หรือ ไม่ใช่ก็ได้ แต่ในทางทฤษฏีมักจะเป็นอย่างนั้น”  หมอหนุ่มมิโดริมะให้คำตอบค่อนข้าง 50:50 แต่ในความรู้สึกของสาวเรือนผมสีฟ้ายาวสลวยจับเค้าได้ว่า จิตแพทย์เอนเอียงไปทางว่า ราชาแห่งปิศาจทั้งมวลอาคาชิเป็นเพียงมโนภาพ  มิโดริมะจับสังเกตมองสีหน้าสับสนของเด็กสาวร่างเล็ก นั่นเป็นสัญญาณที่ดีว่าคนไข้เริ่มเปิดใจยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นที่มีต่ออดีตอันเลวร้ายในความทรงจำ  ทว่า..จะปล่อยวางนิ่งนอนใจทีเดียวก็คงไม่ได้ จิตใจของคนไข้เป็นอะไรที่แปรปรวนได้เสมอเหมือนยืนบนเส้นเชือก อาจจะผ่านข้ามเหวหรือจมดิ่งกว่าเดิม

 

“ตอนนี้มีเพื่อนกี่คนแล้ว?” เปลี่ยนเรื่องบทสนทนาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเครียดจนเกินไป คุโรโกะเลิกก้มมองมือตัวเอง เงยหน้าขึ้นมาสบตาสีเขียวคมหลังเลนส์แว่น..นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวจืดจางสบตาหมอหนุ่มตรงๆ เธอกลอกตาไปทางขวาเป็นกริยาแสดงออกทางจิตวิทยาว่ากำลังนึกคิดอยู่แล้วก็กลับมาสบตาอีกฝ่ายพร้อมแย้มยิ้มน้อยๆที่ดูเหมือนจะแสยะ..อาจดูตลกแต่นั่นคือการหัดยิ้มหลังจากที่ใบหน้าขาวมีเพียงความว่างเปล่า ไร้อารมณ์ เหม่อลอยและหวาดผวา มาตลอด

“ตอนนี้…อาโอมิเนะพาไปรู้จักกับรุ่นพี่อิซึกิกับคางามิคุงค่ะ พวกเขาต้อนรับฉันดีมากๆเลย”  น้ำเสียงที่ดูสดใสขึ้น เรียกรอยยิ้มพึงพอใจบนหน้าเคร่งขรึม มือขยับดันสันแว่นทรงเหลี่ยมสีดำ ปากหนาได้รูปยิ้มบางๆอ่อนโยนให้แก่เด็กสาวแล้วก็ขีดเขียนเซนชื่อการลงตารางเข้าพบในแฟ้มเอกสารคนไข้หมายเลข 15 คุโรโกะ เท็ตสึยะ   มิโดริมะเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนังห้องเหลืออีก 10 นาทีก็จะต้องเปลี่ยนเป็นคนไข้รายต่อไปแล้ว จึงควรเข้าเรื่องที่เขาอยากจะแนะนำอีกฝ่าย

 

 

“ที่นี่สนับสนุนให้เด็กๆได้หารายได้ทำงานพิเศษด้วยนะ คุโรโกะสนใจอยากออกไปข้างนอกอีกครั้งเผชิญหน้าผู้คนไหม?”

 

แนวทางการรักษาอีกหนึ่งไม่ให้สมองคิดแต่เรื่องร้ายซ้ำๆ  จึงต้องหาเรื่องอื่นๆให้รับผิดชอบ เป็นการเบนความสนใจจากความคิดถึงเรื่องเก่าๆ   นอกจากงานอดิเรกแล้ว งานการก็สำคัญด้วยอีกหน่อยเด็กเหล่านี้พอหายแล้วก็ต้องออกจากสถานบำบัดจิตหางานทำต่อในโลกกว้าง หากไม่ฝึกเสียแต่เนิ่นๆถึงเวลาจริงอาจจะประหม่าได้ง่ายกว่าคนทั่วไป   คุโรโกะกัดริมฝีปากชั่งใจอยู่นาน..ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าตอบรับทั้งที่ยังมีแววตาโลเลอยู่

 

 

 

 

และนั่น…ทำให้ คุโรโกะ เท็ตสึยะ มีงานประจำที่ร้านเค้กเล็กๆแห่งหนึ่งริมถนนสายชินจูกุ

 

 

งานง่ายๆไม่ยากเย็นอะไรแค่พนักงานทำความสะอาดในร้าน หน้าที่กวาดพื้น เช็ดกระจก ถูโต๊ะให้เงาวิบวับ งานง่ายๆไม่ต้องเจอผู้คนมากเหมือนพนักงานเสริฟ์  เจออย่างมากก็แค่คนในร้านเท่านั้น..แล้วก็ไม่ต้องสนทนากับใครให้มากความ

 

 

..เธอทำงานได้ไม่มีขาดตกบกพร่องมา 3 อาทิตย์แล้ว..

 

 

“เดี๋ยวฉันออกไปข้างนอกหน่อยฝากร้านทีนะ”  เจ้าของร้านเดินมาบอก  หญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวยุ่งมัดรวบลวกๆไว้ด้านข้างพยักหน้ารับคำสั่งแล้วถือผ้าขี้ริ้วเดินไปยังโต๊ะกลมเล็กสีขาวเปื้อนรอยวงแก้วน้ำกับเศษขนมปัง มือขาวซีดลงมือเช็ดโต๊ะให้สะอาดเงาวับรอรับลูกค้าที่จะมาเป็นรายต่อไป

 

 

กรุ้งกริ้ง!!!

 

 

“เห…ไม่มีคนอยู่ในร้านเลยเหรอ?”

กระดิ่งดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการเข้ามาของลูกค้าคนใหม่  เสียงทุ้มสดใสฟังดูระรื่นทำให้ร่างบอบบางละมือที่เช็ดถูโต๊ะเหลียวใบหน้ามามอง..เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อยืดสีขาวทับเสื้อกั๊กสีดำพับมาถึงศอกเข้ากับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ารูปและรองเท้าบูทสีขาวดำสูงเลยตาตุ่มมานิดหน่อย  ใบหน้าเรียวยาวรูปไข่ค่อนข้างหล่อเหลาและก็ดูสวยไปในคราวเดียวล้อมเส้นผมสีทองสว่างระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์  หันหน้าซ้ายทีขวาทีมองหาร่างใครซักคนในร้านที่คุโรโกะเองก็พึ่งสังเกตเห็นว่าทั้งพนักงานเสริฟ์หายจ๋อย คงเพราะร้านไม่มีลูกค้านายก็ไม่อยู่เลยแอบไปนั่งอู้หลังร้าน  จึงจำใจต้องเดินเข้ามาใกล้ลูกค้า

“ยินดีต้อนรับสู่ร้าน cake Lovely ค่ะ”

“ห่ะ!!!!!!!!!ต..ตกใจหมดเลย!!!เธอมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”  หนุ่มผมทองสะดุ้งโหยงหวีดร้องสุดเสียง นี่ถ้าไม่สวมแว่นกันแดดสีดำคงได้เห็นดวงตานั่นเบิกกว้างฉายแววตื่นตกใจแน่ๆ  เสียงดังสนั่นร้านทำให้เหล่าพนักงานเสริฟ์รีบออกมาจากหลังร้านทำหน้าที่ต้อนรับขับสู้อีกฝ่าย

 

“เอาเค้กส้มสองชิ้นนะ และก็แยมโรลกล้วยนี่ด้วย”  ลูกค้าชี้นิ้วไปยังตู้ใสที่วางเค้กหน้าตาสวยงามเรียงราย คุโรโกะกลับไปทำความสะอาดหยิบเอาไม้ขนไก่ปัดกวาดเช็ดถูโต๊ะต่อ จังหวะนั้นเธอรู้สึกว่ากำลังถูกจับตามองพอหันกลับไปก็พบว่าชายผมทองโบกมือส่งยิ้มให้

 

“…..”    หญิงสาวร่างเล็กสะดุ้ง ดวงหน้าขาวซีดเห่อร้อนน่าประหลาด เธอก้มหน้างุดๆแล้วผงกหัวเล็กน้อยก่อนหันกลับไปปัดฝุ่นบนโต๊ะต่อ..ท่าทีเช่นนั้นทำเอาชายหนุ่มผมทองยืนตาค้างชั่วขณะก่อนเสียงเรียกเก็บเงินของพนักงานหน้าเคาท์เตอร์ดังขึ้น ทำให้เขาต้องลุกลี้ลุกลนหยิบแบงค์ในกระเป๋าสตางค์หนังสีน้ำตาลมาจ่าย  จังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากร้านเค้ก..จู่ๆคนตัวสูงก็รีบถอยห่างจากประตูร้านแล้ววิ่งเข้ามามุดหลบใต้โต๊ะที่คุโรโกะกำลังทำความสะอาดอยู่

 

“ชู่ว์!!!ขอร้องล่ะอย่าบอกนะว่าฉันอยู่นี่!!!”  สิ้นคำขอทั้งเสียงกระซิบ ประตูเปิดขึ้นอีกครั้งโดยชายหนุ่มร่างเล็กผมสีดำชี้ตั้งเดินพรวดพราดเข้ามาในร้าน   นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองไปรอบๆ คุโรโกะเห็นท่าทีสั่นเป็นลูกนกยกมือมาปิดหูแน่นของอีกฝ่ายจึงเขยิบตัวเนียนๆมาบังร่างสูงใต้โต๊ะจากสายตาคนปริศนา

 

“นี่!!เห็นคิเสะไหม?”

“เอ๋?..คิเสะ?..เดี๋ยวนะ!!คุณคือผู้จัดการคาซามัตสึนี่!!!?คิเสะที่ว่าคือ นายแบบ..คิเสะ เรียวตะเหรอคะ?”  เหล่าสาวเสริฟ์อ้าปากค้างเหวอชี้นิ้วไปยังชายที่ชักสีหน้าหงุดหงิดจนแทบจะแปลงร่างเป็นยักษ์มาร

“ก็ใช่นะสิ!!!ไอ้หมานั่นมันโดดงานถ่ายแบบหายหัวไปไหนไม่รู้ แต่เมื่อกี้ฉันเห็นหลังมันไวๆ มันน่าจะอยู่ในนี้”  ผู้จัดการคาซามัตสึพ่นลมหายใจแรงฮืดฮาดโมโหจนเลือดขึ้นหน้าที่ไอ้นายแบบชาลาล่าบอยดันหนีหายหัวไป ทิ้งไว้แต่โน้ตว่า ‘รุ่นพี่ผมขี้เกียจถ่ายแบบวันนี้อ่ะขอโดดนะฮะ’  ไอ้เวรคิเสะ..ไอ้หล่องี่เง่า..ไอ้บ้าสมองกลวงงงง

 

“เมื่อกี้เขามาซื้อเค้กแล้วก็ไปทางนั้นค่ะ”  คุโรโกะโกหกหน้าตายชี้นิ้วไปยังซ้ายมือถนนนอกร้าน ผู้จัดการหนุ่มหลงเชื่อไม่ทันคิดเพราะหน้าตายไร้อารมณ์ของสาวผมฟ้า แล้วก็รีบสับเท้าวิ่งออกไปจากร้านทิ้งไว้เพียงฝุ่นควัน  เหล่าพนักงานเสริฟ์ยังช็อกไม่หายก่อนจะค่อยๆหันมามองคนหนุ่มผมทองที่สวมแว่นกันแดดสีดำปิดบังใบหน้าหน้าและ…

 

“กรี๊ดดดดด คิเสะตัวจริงเหรอคะ!!!” เหล่าสาวๆไม่เป็นอันทำงานวิ่งแห่เข้ามาล้อมชายตัวสูงโปร่งส่งสายตาปิ๊งๆให้  นายแบบหนุ่มยืนเกาหัวเก้อเขินส่งยิ้มหวานตอบพวกเธอทีละคน ก่อนที่ทุกอย่างเข้าสู่ความสงบลงเมื่อเจ้าของร้านกลับมาพร้อมลูกค้าอีกสองคน ทำให้พนักงานทั้งหลายต้องรีบวิ่งแจ้นกลับไปประจำหน้าที่ตัวเอง

 

“ขอบใจเธอมากนะที่ช่วยฉันไว้”  คิเสะหันมาขอบคุณสาวน้อยตัวเล็กจืดจาง คุโรโกะกระพริบตาปริบๆเฉมองไปทางอื่นพยักหน้าตอบรับทั้งที่แก้มใสแดงระเรื่อเล็กน้อย ก่อนหันกลับไปเช็ดโต๊ะต่อ คิเสะปริบตางุนงงน่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้ไม่มีท่าทีหลงใหลตื่นเต้นที่เขาปรากฏตัว..ดูรู้ว่าเขินแต่ลักษณะน่าจะเป็นเพราะเขินที่ต้องคุยกับคนแปลกหน้ามากกว่า

“นี่ๆเธอชื่ออะไรเหรอ”  คิเสะชะโงกหน้าโน้มตัวเข้ามาถามชื่อแซ่

คุโรโกะตกใจอยู่ไม่น้อยที่ถูกชายหนุ่มรุกเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน เธอถอยผงะหน้าตื่น..ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเข้าใกล้ชายอื่นนอกจากพ่อขนาดนี้มาก่อน นัยน์ตากลมโตหลุบต่ำมองพื้นมือกำผ้าขี้ริ้วแน่นบิดไปมาด้วยความประหม่า ปากอิ่มเม้มแน่นเป็นแนวเส้นก่อนจะขยับบอกชื่อตัวเอง

 

“ค..คุโรโกะ..คุโรโกะ เท็ตสึยะ”

 

“อ๋อ!!งั้นขอเรียกว่า คุโรโกจจิ นะ เธอมีบุญคุณกับฉัน..ดังนั้นฉันจะเติม ‘จิ’ ต่อท้ายชื่อให้”  พูดเองเออเอง แถมเรียกชื่อคุโรโกะเสียแปลกๆจนหญิงสาวมุ่นคิ้วกับชื่อพิลึกเหล่านั้น แต่ก็ไม่ถือสาอะไร

 

“คุโรโกะ!!ทำงานสิ!!มัวแต่คุยอยู่ได้!!!” เจ้าของร้านสาววัยกลางคนดุพนักงานทำความสะอาด หญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายุ่งยาวมัดรวบตกใจรีบโค้งตัวขอโทษอีกฝ่าย ก่อนจะโดนดุไปมากกว่านี้..แต่แล้ว..ชายผมสีทองกลับเอาตัวเข้ามาขวางกั้นแล้วส่งยิ้มละมุนให้เจ้าของร้านพร้อมถอดดึงแว่นกันแดดออก ดวงเนตรของชายคนนั้นเป็นสีอำพันสวยคมระยิบระยับส่งสายตาออดอ้อนราวกับลูกสุนัขกับเจ้าของร้าน

 

“ผมขอโทษแทนคุโรโกจจิด้วยนะฮะ พี่สาวแสนสวยอย่าว่าอะไรเธอเลย เธอเป็นเพื่อนของผมที่นานๆจะเจอกันครั้ง”

“อุ้ยตายยยย คิเสะคุงนี่น่า!!!เดี๋ยวนะ..คุโรโกะเป็นเพื่อนคิเสะคุงเหรอ!!?”

“ฮะ!!!”  สกิลตอแหลหน้ายิ้มฝึกฝนจากวงการบันเทิงใช้ได้ผลดียิ่งกับสาวๆ ตั้งแต่เด็กยันวัยคุณป้า สำหรับสตรีคนนี้ก็เช่นกันพอถูกอ้อนเข้าหน่อย โปรยเสน่ห์เข้าไปก็หลงใหลได้ปลื้มกับอีกฝ่ายจนเคลิ้มและยอมล่าถอยจากการเอ็ดตะโรใส่เด็กสาวผมสีจืดจาง  คิเสะถอนหายใจก่อนหันมายิ้มเฉ่งกับคุโรโกะที่ยืนอึ้งค้าง

 

“คุณโกหก?”

“เอาน่า..นิดหน่อยๆเอง ไหนๆก็แล้วคุโรโกจจินั่งเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ ตอนนี้ออกไปข้างนอกมีหวังโดนรุ่นพี่ลากไส้แน่ อีกอย่างกินเค้กคนเดียวมันก็ไม่อร่อยอ่ะ”  นายแบบหนุ่มวิสาสะจับมือนุ่มนิ่มดึงมานั่งบนเก้าอี้ แล้วตัวเองเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามวางกล่องเค้กที่แพ็คเอาไว้เรียบร้อยในถึงออกมาแกะออก ก่อนจะคีบเค้กรสส้มให้

“เค้กส้มร้านนี้ฉันชอบมากเลย คุโรโกจจิน่าจะเคยกินแล้วใช่ม้า”

“ม..ไม่เคยค่ะ..ฉันทำแต่งาน ไม่เคยซื้อขนมในร้านกิน”  หญิงสาวนั่งตัวเกร็งลีบมือกุมแน่นอยู่ใต้โต๊ะสะกิดเล็บไปมา ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าสบตาสีอำพันที่ฉายแววมั่นใจล้นเหลือจนสว่างไสว..สว่างยิ่งกว่ารอยยิ้มของอาโอมิเนะหรือแม้แต่ความอ่อนโยนที่ซ่อนใต้ท่าทีเย็นชาของหมอมิโดริมะอีก  มันเป็นออร่าบางอย่างที่ชวนดึงดูดเข้าหาให้หันมามอง

 

“อ้าวเหรอ..งั้นก็กินสิ อร่อยน้า”  คิเสะใช้ช้อนพลาสติกตักเนื้อเค้กยื่นจรดริมฝีปากสีชมพูนุ่ม..คุโรโกะตาโตถอยผงะจากก้อนเค้กนิ่มสีส้มนั่น ดวงตาสีฟ้าอ่อนจดจ้องเค้กในช้อน แล้วค่อยๆเลื่อนมองใบหน้าคมที่หยักยิ้มรอคอยให้เธออ้าปาก  สาวผมฟ้ายิ่งเกรงใจเข้าไปใหญ่แต่ก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง..เธอปฏิเสธใครไม่เป็นจึงเผยอริมฝีปากยอมให้อีกฝ่ายป้อนเค้กให้เธอ

 

 

 

รสเปรี้ยวผสมหวานละลายบนลิ้น..กลิ่นหอมของเปลือกส้มขึ้นจมูก

 

 

 

“อร่อย…”  คุโรโกะตาเป็นประกายเหมือนเด็กไร้เดียงสาตัวน้อยๆที่ไม่เคยลิ้มรสขนมหวานตรงหน้า ..เธอรับช้อนพลาสติกจากอีกฝ่ายมาตักเนื้อเค้กเข้าไปกินอย่างเอร็ดอร่อยจนลืมตัวที่จะเขินอายคนแปลกหน้า..คิเสะลอบมองท่าทีของหญิงสาวผมฟ้าจืดจางที่ไม่มีปฏิกิริยาเหมือนหญิงอื่นๆ

“น่าแปลกจัง..คุโรโกจจิดูเฉยชากับฉันมากเลย”

“ทำไมฉันต้องไม่อยู่เฉยล่ะคะ?”  คุโรโกะถามทั้งที่ยังเคี้ยวแก้มตุ่ย

“ก็…ฉันเป็นนายแบบนี่นา เป็นคนดังนี่นา”

“นายแบบคืออะไรเหรอคะ?”  คุโรโกะเอียงคองุนงง  ชายผมสีเหลืองตาโตเท่าไข่ห่านกระพริบตาปริบๆ อ้าปากค้างรู้สึกตกใจไม่คาดคิดว่าคนตรงหน้าจะไม่รู้จักอาชีพนี้..ไม่สิ..ถ้าไม่รู้จักนายแบบก็แปลว่า..

 

 

ไม่รู้จักเราด้วยเช่นกันว่ามีชื่อเสียงในวงการบันเทิง

 

 

“ข..ขอโทษค่ะ..ฉันโตที่หมู่บ้านในป่า เรื่องภายนอกไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลยค่ะ” คุโรโกะหลุบตาลงก้มมองเค้กส้มในจาน พอได้มาอยู่โลกภายนอกแล้วก็พบว่ามีอะไรหลายอย่างในโลกนี้ที่เธอยังต้องเรียนรู้อีกมากมายนัก..ขนาดรุ่นพี่อิซึกิกับคางามิยังบอกเลยว่าขืนไม่หัดรู้จักโลกให้ทัน จะโดนหลอกเอาไปขายง่ายๆแน่  อะไรทำนองนี้อยู่บ่อยๆ อาโอมิเนะก็พูดอยู่เช่นกันว่าเธอน่ะใสซื่อไม่เคยทันอะไร  ยิ่งได้มาเจอชายผมทองผู้นี้จ้องมองด้วยสายตาประหลาดใจ..ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกแยกไปกว่าเก่า

 

“อ่า..งั้นเหรอ..แล้วที่ช่วยฉันจากรุ่นพี่ล่ะ?”  หนุ่มผมทองถาม

“ฉันเห็นคุณกลัวเขา ก็เคยคิดว่าผู้ชายคนนั้นต้องมาตามหาคุณก็เลยหลอกๆเขาไปนะค่ะ”  คุโรโกะตอบทั้งเสียงแผ่วเบา คิเสะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน..นัยน์ตาสีอำพันลอบมองร่างเล็กๆที่ฟาดเค้กเขาหมดไปแล้วหนึ่งชิ้น..ดูเหมือนว่าเจ้าตัวอยากจะกินอีก ตากลมโตจ้องมองเค้กส้มอีกอันในกล่องยกใหญ่

“กินสิ..เดี๋ยวฉันซื้อใหม่ก็ได้ ถือซะว่าฉันเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยฉันล่ะกัน”  คิเสะสละเค้กส้มชิ้นสุดท้ายให้อีกฝ่าย

“ข..ขอบคุณค่ะ คิเสะคุง”  เด็กสาวเรือนผมฟ้ายาวมัดรวบกล่าวทั้งเสียงอ้อมแอ้ม ปากอิ่มเล็กยกยิ้มน้อยๆขวยเขินแล้วกินต่อ เสียงใสกังวานนั่นจับจิตจับใจนายแบบหนุ่มเหลือเกิน..รอยยิ้มแสนใสซื่อบริสุทธิ์ ขี้อาย ดวงตาสีอ่อนเจือจางไร้แววดูหม่นแสงเปราะบางราวกับว่าผ่านเจอเรื่องอะไรบางอย่างมา

 

 

ปรารถนาจะดูแล..อยากจะคอยเคียงข้าง

 

 

ความรู้สึกที่หายไปนานในหัวใจเต้นแรงขึ้น..คิเสะตาโตจับฟังเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นอยู่..มันพองโตอุ่นล้นยามได้พิศมองสาวน้อยผมฟ้ายาวยุ่งตรงหน้า

 

 

..เขารู้สึกสนใจเธอผู้เปราะบางราวกับแก้วเลอค่า..

 

“นี่…คุโรโกจจิ..ถ้าฉัน..เอ่อ..ขอเป็นเพื่อนกับคุโรโกจจิจริงจังเลยได้ไหม”  คิเสะ เรียวตะ กลืนน้ำลายลงคอออกปากขอดูแลแทคแคร์สาวน้อยไร้ตัวตนจืดชืดไม่ได้สวยไม่ได้น่ารักโดดเด่น เรียบง่ายไม่สะดุดตา ทั้งหัวใจเต้นแรงตื่นเต้นเสียจนน้ำเสียงที่เคยมาดมั่นกลับสั่นเล็กๆ    คุโรโกะชะงักมือที่ถือช้อน ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อนยุ่งค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆสบตาสีอำพันเรียวคม

 

 

ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นเข้ามาในจิตใจ

อบอุ่น..ซาบซ่าน…ผูกมัดให้ถวิลหาระหว่างชายหนุ่มและหญิงสาว

 

 

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ..ทำเอา คิเสะ เรียวตะ ดีใจเป็นที่สุด

 

.

.

.

 

“เห..วันนี้อารมณ์ดีเชียวนะเท็ตสึ ยิ้มมากกว่าปกติอีก วันนี้ไปเจออะไรดีๆมาเหรอ”  อาโอมิเนะ ไดกิแซวหยอกขณะที่นอนโยนบอลขึ้นรับไปมากับเตียง  ลูกบอลร่วงหล่นสู่ฝ่ามือเรียวสวยของหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งหุ่นสะโอดสะอก เธอเด้งตัวขึ้นมานั่งกอดลูกบาสแน่นเอาอกเกยจนหน้าอกใหญ่ใต้เสื้อกล้ามสีขาวรัดรูปคอลึกดันขึ้นมาเป็นเห็นร่องชัดเจนกว่าเดิม เท้าคามองสาวจืดจางที่เอาแต่นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง..พอเผลอๆก็ยิ้มขวยเขินขึ้นเสียอย่างงั้น

“เปล่าค่ะ..ฉันแค่รู้สึกว่างานที่ร้านวันนี้สนุกดี”  คุโรโกะตอบทั้งเสียงอ้อมแอ้ม  อาโอมิเนะเลิกคิ้วสูงฉงนสงสัย แต่ด้วยเวลาที่ล่วงเลยมาจนเกือบเที่ยงคืนแล้ว พรุ่งนี้เธอเองก็มีงานมีการข้างนอกเป็นพนักงานเสริฟ์ในร้านพิซซ่ากับคางามิอีก จึงต้องตัดสินใจเลิกใส่ใจสาวผมฟ้าจืดจางแล้วล้มนอนกับเตียงอีกครั้ง เก็บลูกบาสไว้ใต้เตียงก่อนจะเอื้อมมือปิดโคมไฟบนโต๊ะหัวเตียง

 

 

ความมืดมาเยือนอีกครั้ง..คุโรโกะยังคงนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง ดวงตาสีอำพันเหม่อมองไปยังท้องฟ้ายามรัตติกาลเบื้องนอกหน้าต่างห้อง..ดวงดาราระยิบระยับจับตางดงามยิ่งกว่าคืนไหนๆ เธอรู้สึกเช่นนั้น..มันทำให้นึกถึงเส้นผมสีทองนั่น

มือทาบอกซ้ายที่เต้นแรงยามนึกถึงรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา..มันเป็นความรู้สึกแปลกๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต  ถึงอย่างนั้นกลับหาได้น่ารังเกียจจนอยากจะหนี..กลับยิ่งอยากเข้าหาไปเจอหน้า พูดคุยกันมากและมากๆขึ้นไปด้วยซ้ำ

 

 

 จะเรียกว่า ‘คิดถึง’ ได้รึเปล่านะ?

 

 

คำถามนั่นยังคงอยู่ในใจ..จวบจนกระทั่งเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราไป

 

 

 

ว่ากันว่าความบริสุทธิ์ของหญิงสาวคือสิ่งดึงดูดใจบุรุษ

ยิ่งบริสุทธิ์เท่าใด..ก็ยิ่งดึงดูดมากเท่านั้นไม่เว้นกระทั่ง…

 

เงาร่างของคุโรโกะที่ฉายฉาบบนผนังในห้องนอน..เคลื่อนไหวออกจากเงาไหลไปตามทางลาดผนังที่หัวเตียงแนบชิด  ร่างนั้นแยกออกช้าๆ เป็นเค้าร่างทอดยาวไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเงาก็ได้ไปหยุดอยู่ที่บนเพดานเหนือเตียงหญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวสลวยในชุดนอนกระโปรงยาวหลับพริ้ม เป็นเค้าเป็นรูปร่างของบุรุษเรือนลางมีเขาสองอันยาวออกจากหัว กลายเป็นกลุ่มเค้าร่างของคนหนุ่มในชุดคลุมสีดำทั้งตัวใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มล้อมด้วยเส้นผมสีแดงสั้น เปลือกตาขยับลืมอย่างเชื่องช้าเผยดวงเนตรสองสีคมกริบเยือกเย็นดั่งอสรพิษเบิกกว้างวาววับถูกใจ  ริมฝีปากแสยะยิ้มจนเห็นเคี้ยวแหลมคมกริบ ยืนลอยหลังชิดเพดานกอดอกพิศมองเด็กสาวบนเตียงใต้ร่างเขา

 

 

‘ ปิศาจ’

 

 

“เจอตัวแล้ว  เท็ต-สึ-ยะ”

 

 

 

 

 

TBC

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

ยังยืนยันเหมือนเดิม ท่านอาคาชิ บทน้อย กร๊ากกกกกกกกกก

แต่บอกแล้วว่าออกมาในรูปลักษณ์ที่แบบ…นะ…หุหุ

 

 

ตอนนี้เหมือนจะเหลิองดำเลยล่ะ เอิ้กกกก  ที่สำคัญ อาโอมิเนะเปลืองตัว เป็นสาวเซะซี่มาคลายเครียด ฮาาา

 

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

14 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]The Satan//Part1

  1. สนุกกกอะะ ในที่สุดนายน้อยก็ออกเเล้ว
    ตอนเเรกนึกว่าจะนานกว่านี้ซะอีก
    ชอบตอนคิเสะออกมาดูน่ารักดี เเต่สงสัยว่าคิเสะ
    จะโดนนายน้อยทำร้ายหรือเปล่าเนี่ยเเหละ 😨😨
    ปล.เเอบเงิบตอนที่คางามิเป็นผู้หญิงด้วยนึกภาพไม่ออก 555

    • นายน้อยไม่ปล่อยน้องง่ายๆหรอก555 คีจังพระเอกแนวโชโจเลย สดใสร่าเริง มาช่วยนางเอกที่หม่นหมองเศร้าๆ ส่วนจะโดน อคช ทำร้ายไหม ต้องรอลุ้นนน. คางามิเป็นสาวแต่บทก็ไม่เยอะมากเท่าอาโอมิเนะ

  2. อาโอมิเนะนี่เซ็กซี่และก๋ากั่นในเวลาเดียวกันจริงๆ
    ดูแต่งตัวเข้า
    แล้วยังไปยั่วหมออีก
    สงสารคุณหมอจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

    คิเสะน่ารักมากกกกกกกกกกกกก
    คงเป็นการอู้งานที่ผู้จัดการปวดหัวน่าดู

    และนั่น
    อาคาชิซามะมาแล้ว
    มาเป็นเงาแล้วค่อยกลับสู่ร่างจริง
    แถมยังลอยอยู่เหนือเตียงนอนคุโรโกะ
    คือหลอนได้อีก

    ปล คิดว่าที่ออกน้อยคงเป็นเพราะท่านใช่้เวลาแต่งตัวนานเลยไม่มีเวลาซ้อมกับกับคนอื่นก่อนเข้าฉาก//โดนกรรไกรแทง

    • แต่งตัวตอนนอนคือปล่อยตัวมาก อีกนิดจะแก้ผ้าแล้ว5555 หมอมิโดริมะต้องมาทนกับการโดนหยอกของอีกฝ่ายอีก ในเรื่องมิโดริมะอายุราวๆ 27 ส่วนเด็กสาวในสถานนี่มีตั้งแต่เล็กๆจนไปถึง18ปี คาซามัตสึปวดกบาลเลย คิเสะโดดงานแบบงี่เง่ามาก555. ส่วนท่านโผล่มาแบบไม่ปกติ และจะมาไม่ปกติอีกเยอะ. ลืมรูปแบบ อคช เป็นผู้เป็นคนได้เลย.

      ปล นั่น อาจจะเป็นไปได้คอสตูมเยอะ 5555//โดนแทงดับไปตามๆกัน

  3. ทำไมอ่านตอนนี้แล้วเผลอมโนเขียวฟ้าแว่บเข้ามาในหัวหว่า อาโฮ่ชุดนอนเธอปล่อยต้ัวมากกก

    คิเสะนายสนใจสาว่ิผิดคนแล้วไปยุ่งไม่ระวัง เดี๋ยวจะมิได้ตายดีนา พ่อโกลเด้นรีทีฟเวอร์

    ส่วนนายน้อย…ไม่มีคำบรรยายใดๆสักคำให้ลึกซึ้ง คือท่านปรากฏตัวได้แลดูคุกคามและหลอนนนมากเลยค่า ท่านราชาปีศาจ(รึเปล่าหว่า) น้องไม่รอดแน่นอน หึกึ
    แม้จะหลอน แต่ก็ชอบมากเลยค่ะ สนุกดีรออ่านตอนต่อไปค่ะ

    • อาโฮ่นี่แต่งยั่วยวนใจหลายๆ แถมหุ่นเซะซี่อีก คิเสะนี่หารู้ไม่ความไปยุ่งกับของที่ไม่ควรยุ่ง น้องน่ารักแถมดูบริสุทธิ์ ตามเรื่องคือ น้องมีจิตใจดี จิตใจงาม ถือเป็นดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ เลยดึงดูด ผช ได้และลามไปดึงดูดปิศาจ แล้วปิศาจดันเป็นถึงราชาอีก ซวยฝุดๆ. นายน้อยเรื่องนี้มาน้อย แต่มาที ไม่เคยปกติซักครั้ง 555

  4. อัพบล้อกตัวเองเพลิน ลืมมองเลยว่าเรื่องมาต่อแล้ว =w=”

    น้องครกนี่คล้ายๆว่าถูกปีศาจข่มขืนจนท้องหรือเปล่าคะ? ดูท่าคุณหมอมิโดริจะต้องมีเรื่องน่าปวดหัวไปอีกนานซะแล้วละ มาเจอเคสแปลกๆเข้า -0-

    คิเสะออกมาน่ารักเสมอเลย ชอบบบบบบบบบบบบ >< หวังว่าจะมาช่วยเบรกความดาร์กจากท่านผู้นั้นได้พอสมควรนะคะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    • ตามนั้นเลยจ้าาา มิโดริมะปวดหัวเจอเคสแปลก แต่ในมุมวิทยาศาสตร์คิดเป็นว่า ถูกพ่อขืนใจ แล้วจิตรับสภาพความทรงจำนี้ไม่ได้ เลยสร้างมโนภาพมาหลอกตัวเองเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในใจ คิเสะเป็นตัวละครลดความตึงเครียดในเรื่องเลยล่ะ 555 เรื่องนี้มันดารฺก หดหู่เยอะพอตัว

  5. อาคาชิซามะ จะทำอะไรคุโรโกะจังหรือป่าวค่ะ จะเอาไปยุด้วยใช่ไหมค่ะ คิเสะคุงน่าสงสารมากค่ะ รักคนที่มีเจ้าของแล้ว คุณคนแต่งค่ะ ขอบทให้คิเสะคุงแฮปปี้หน่อยนะค่ะ^^//กรรไกรเฉียดหน้า//โทษค่ะ อาคาชิซามะ ฉันแค่สงสารเฉยๆนะค่ะ ไม่ได้ต้องการให้คิเสะคุงเป็นพระเอกแทนซะหน่อยนะค่ะ^^”” สนุกมากค่ะเรื่องนี้ มาแต่งต่ออีกนะค่ะ สู้ๆนะค่ะคนแต่ง

    • อคช ทำบางอย่างกับ ครก ค่ะ ตอนหลังๆจะเฉลย ส่วนคิเสะมาผิดที่ผิดเวลาผิดคน มาหลงหญิงของราชาปิศาจเขียวนะ จะแฮปปี้ไหม ชะตากรรมคิเสะนั้น รอลุ้นดีกว่าจ้า

  6. อคช นี่ค่าตัวแพงจริงๆ ออกมาในบทท่แบบ…น้อยเกิ๊นนนนน
    เป็นถึงราชาเชียวนะ 555
    ต้องคอยให้ลูกสมุนจับตาน้อง ครก เราไว้
    เพราะน้อง ครก เราบริสุทธิ์มาก ก็ยิ่งดึงดูดมากยิ่งหวงมาก
    ฟินคะ
    ถึงจะคาร์กแต่เราก็ฟินค่ะ
    รอรอติดตามนะคะ
    สนุกมาก

    • บทน้อยๆ แต่ไม่ซ้ำแบบ ฟฟฟฟ น้อง ครก มีควาทบริสุทธิ์ทางวิญญาณสูง ประมาณว่า โลกสวย ใสซื่อ เหมือนผ้าขาวที่ไม่เคยแปดเปื้อนอะไร ความบริสุทธิ์ทางจิตใจ อคช ก็หลงใหลแบบปิศาจ หลงจนกลายเป็นรัก แต่แสดงออกแบบยันเดเระ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s