[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part16

 

 

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

Kuroko no Love 16

 

 

 

 

 

“เอ๋!!!!!!!!!!!!!!!!! เท็ตสึคุงกับอาโอมิเนะคุง…”

 

“อ่า..ตามนั้นแหละซัทสึกิ ฉันคบกับเท็ตสึแล้ว”    คนผิวสีเข้มยืนเกาหัวแกร่กๆยิ้มร่าจนเห็นฟันขาว โดยมีหญิงสาวปลอมเป็นผู้ชายเรือนผมสีฟ้าชี้ยุ่งจืดจางยืนยิ้มเอียงอายข้างๆ  ผู้จัดการสาวทรงโตอ้าปากค้างชี้นิ้วไปมาระหว่างคนสองคน

 

“ไม่จริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง  อาโอมิเนะกล้าดียังไงมาแย่งเท็ตสึคุงจากฉันนนนน”

“โอ๊ยยยย ยัยบ้าทำอะไรของเธอ เจ็บนะ!!!!!”

 

และแล้วดาดฟ้ายามพักเที่ยงเอิกเกริกไปด้วยสาวเรือนผมสีชมพูยาวสลวยวิ่งไล่ทุบตีเพื่อนสมัยเด็ก วิ่งไปวิ่งมาชนเข้ากับหนุ่มสวมแว่นตากรอบเหลี่ยมสีดำเดินขึ้นมาสมทบพร้อมข้าวกล่องในมือ ขณะเดียวกันอีกข้างถือตุ๊กตาเซรามิกแรคคูนลัคกี้ไอเทมของวัน  แรคคูนผู้น่าสงสารตกแตกกระจายพร้อมๆกับอาหารกลางวัน มิโดริมะหัวใจแตกสลายมองซากอาหารบนเปเศษเซรามิก ร่างสูงเรือนผมสีเขียวสั่นไหวก่อนจะค่อยๆหันมาทั้งสีหน้าเกรี้ยวกราด

 

“พวกแก!!!!!!!!!!!!!!”

“ขอโทษมิโดรินนนนนนนนนนนนนนน”

“ว๊ากกกกกกกกกกก”

 

กลายเป็นว่าจากวิ่งไล่กันไปมาสองคน ดันเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่ง  มุราซากิบาระเอนเขนกเอนกายพิงกับรั้วตะแกร่งเหล็กหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ นัยน์ตาสีอเมทิสต์กวาดมองข้าวกล่องของอีกหนึ่งคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆด้วยตาละห้อย

 

“คิเสะจิน..ไม่กินไส้กรอกเหรอ”   เสียงทุ้มเอื่อยเฉื่อยถาม นางแบบสาวสะดุ้งโหยงก่อนจะหันมาเอียงคองุนงงยื่นหน้าเข้าไปหมายจะเงี่ยหูฟังอีกครั้ง แต่พอเห็นแววตาวาววับจ้องมองข้าวกล่องอาหารกลางวันของเธอที่แทบไม่หดหายไปเลยจึงเข้าใจสิ่งที่ชายร่างใหญ่ต้องการ

“ไม่แล้วล่ะ ฉันอิ่มแล้วมุราซากิบารัจจิจะเอาไปกินต่อก็ได้นะ”

“เห..งั้นไม่เกรงใจนะ”  เมื่ออีกฝ่ายยื่นมา คนกระเพาะหลุมดำก็ยินดีสนองรับข้าวกล่องนั้นมาจ้ำอ้าวกินต่อ คุโรโกะปักหลอดลงบนนมกล่องดูดขึ้นช้าๆจนได้ยินเสียงซูดเบาๆ ตาสีอ่อนกลมโตไร้อารมณ์ลอบมองใบหน้างดงามหม่นแสงนั่น….

 

หรือว่า…คิเสะคุงจะ..ยังเสียใจเรื่องเรากับอาโอมิเนะคุงอยู่?

 

“คิเสะคุง…”

 

 

 

 

ตี๊ด!!!ตี๊ด!!!

 

จังหวะที่คุโรโกะจะสนทนากับสาวเรือนผมสีทองยาวสลวยดัดลอน เสียงข้อความดังจากมือถือของอีกฝ่าย คิเสะล้วงกระเป๋ากระโปรงนักเรียนสีดำขึ้นมาสไลด์หน้าจอเปิดอ่านเมลดูครู่นึง ก่อนจะเก็บมือถือลงในที่เดิมแล้วหยัดกายลุกขึ้น

 

“อ้าว จะไปไหนของเธอน่ะยัยลูกหมา”  อาโอมิเนะที่ยังวิ่งหลบหลีกการไล่จับจากหนุ่มแว่นมือชู้ต เหลือบตาไปเห็นร่างเพรียวบางก้าวเดินออกจากกลุ่มที่ขึ้นมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันไปยังประตูดาดฟ้า คิเสะสะดุ้งไหว ดวงเนตรสีอำพันเบิกกว้างสั่นไหวยามได้ยินเสียงทุ้มห้วนเรียกชื่อเธอด้วยฉายา

 

 

…เจ็บปวดรวดร้าว…

 

 

“พอดีมีธุระด่วนน่ะ ขอตัวก่อนนะ”  คิเสะ เรียวตะหันกลับมายิ้มสดใสโบกมือบอกลาเพื่อนๆทีละคนจนครบแล้วเปิดประตูลงจากดาดฟ้าไป  เสียงบันไดดังก้องไกลการรับรู้ของโสตประสาทเรื่อยๆจนในที่สุดก็ไม่อาจได้ยินอะไรอีก  มุราซากิบาระ อัตสึชิ ปริบตามองประตูเหล็กนานสองนานก่อนก้มมามองน้ำแร่กับขนมปังไส้กรอกคาอยู่ในถุงพลาสติกที่คนผมทองทิ้งไว้

“อะไรกัน คิเสะจินแทบไม่กินอะไรเลยนี่นา ถ้างั้นฉันเหมาเลยล่ะกันนะ” คนผมม่วงพูดเองเออเอง ลากถึงอาหารของคนที่พึ่งจากไปยึดเป็นของตัวเอง หยิบกินสบายใจเชิบไม่สนโลกรอบกาย ว่าตอนนี้อาโอมิเนะโดนมิโดริมะจับได้แล้วกำลังถูกกระทืบรัวๆอยู่ด้านหลัง ส่วนโมโมอิก็เอาตัวหลบหลังคุโรโกะเป็นโล่กันเอาไว้

 

.

.

.

 

ทางเดินเชื่อมระหว่างตึกอาคารเรียนที่หนึ่งกับสองชั้นล่างมีหลังคาโดมกันแดดทอดยาวตลอดเส้นทาง ประกอบกับขนาบทางเดินซ้ายขวามีต้นซากุระปลูกเรียงแถวกันยิ่งมอบร่มเงาให้กับผู้เดินทาง คิเสะ เรียวตะ เดินหน้านิ่งสวนผ่านนักเรียนเทย์โควทั้งชายหญิงคนแล้วคนเล่า และทุกๆครั้งก็จะมีเสียงห้อมล้อมว่า ‘นั่น คิเสะจังนี่นา’ ‘สวยจังเลย’ ‘ผมสีทองระยิบระยับดีจัง’

 

คำเยินยอชื่นชมของเหล่าบุรุษเพศ..เพราะความสวยที่พร้อมสรรพตั้งแต่หัวจรดเท้า

ช่างชาชินจนไม่รู้สึกกระดากอาย

 

คิเสะหันไปมองต้นเสียงที่กำลังพูดถึงเธอ..พวกกลุ่มนักเรียนชายหน้าขึ้นสีเขอะเขิน แล้วก็ยิ่งเขินไปใหญ่เมื่อเธอส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง ก่อนจะเดินต่อ

 

“นั่นไง..โบกมือให้ผู้ชายอีกแล้ว”

“คิดว่าสวยแล้วก็เลยได้ผู้ชายห้อมล้อมรึไงนะ”

 

นี่เป็นอีกหนึ่งที่เธอต้องเผชิญ ใบหน้าที่งดงาม ทั้งที่จริงๆก็แค่ทำตามหน้าที่เป็นมิตรเพื่อไม่ให้เรตติ้งตก จริงๆก็แค่ยิ้มไปตามมารยาท ก็ถูกพวกผู้หญิงนินทาด้วยความริษยาเสียๆหายๆ

 

 

“คงคิดว่าโลกนี้อยากได้ผู้ชายคนไหนก็คงได้อย่างหวังล่ะมั้ง ก็มีดีที่หน้าตานี่นา”

 

วลีของนักเรียนสาวปีสามนินทากับเพื่อนสนุกปากออกรสออกชาติบนม้านั่งใต้ต้นซากุระ ขาเพรียวสวมถุงน่องสีดำรัดรูปชะงักหยุดเดินลงแล้วหมุนตัวกลับมายังกลุ่มผู้หญิงนั้นแล้วเดินจ้ำอ้าวตรงเข้าไปยืนเท้าสะเอวหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ทำเอาสาวๆพวกนั้นหน้าเหวอตกใจคาดไม่ถึง

“คิดว่าแค่หน้าตาดีก็จะได้อะไรไปทุกอย่างรึไงกัน!!”  คิเสะชักสีหน้าเกรี้ยวกราด เสียงใสๆแข็งกร้าวแหลมสูงผิดปกติจนนักเรียนหลายคนหันมามอง

“ค..คิเสะจัง.ฉันก็แค่..”

“ฉันไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจ!!!ฉันไม่เคยเลย!!!แต่กับคนที่ฉันอยากให้สนใจ..”

 

 

..อาโอมิเนจจิ..

 

 

“เขา..ฮึก..”

 

 

รักกับคุโรโกจจิ..และเป็นเจ้าชายของคุโรโกจจิ..รักแรกของเพื่อนรักของเรา

 

 

น้ำตาร่วงหล่นพล่อยๆ หยดแล้วหยดเล่า ร่างเล็กๆสั่นเท้าสะอึกสะอื้น ท่ามกลางสายตาฉงนงุนงงของเหล่ากลุ่มผู้หญิงที่นินทานางแบบสาวคนสวยมันส์ปาก พวกเธอทำหน้าเหลอหลาปรับตามอารมณ์อีกฝ่ายไม่ถูกเมื่อกี้ทำหน้าโมโหอย่างกะยักษ์ตอนนี้กลายเป็นลูกหมาถูกทิ้งข้างถนน คนอื่นๆที่เดินไปมาแถวนั้นเริ่มหยุดเท้าหันมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ยิ่งเป็นคนเด่นคนดังยิ่งเป็นเป้าสายตาเข้าไปใหญ่

 

“อะไรนะคิเสะร้องไห้เหรอ?”

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

 

“คิเสะ”  เสียงแซ่ซ้องเงียบสนิท ทันทีที่เสียงทุ้มเรียบสุขุมแทรกขึ้นมา  สาวผมทองยาวดัดลอนสะดุ้งค่อยหันไปมองต้นเสียง ชายหนุ่มผมสีแดงชี้ยุ่งในชุดนักเรียนชายก้าวเดินออกมาจากอาคารสองตรงมาหาแล้วฉวยจับมือเล็กบางดึงลากออกไปทันที  ท่ามกลางเสียงฮือฮายกใหญ่ของคนในโรงเรียนที่พบเห็นเหตุการณ์

 

“นั่น..ประธานนักเรียน รุ่นพี่อาคาชินี่นา!!!”

“อาคาชิคุงกับคิเสะจัง?”

“เดี๋ยวนะ!!นี่มันอะไรกัน?”

 

 

เสียงกระซิบกระซาบเต็มเปี่ยมไปด้วยคำถามใคร่รู้ดังกึกก้องอยู่นอกตัวตึก อาคาชิจูงมือคิเสะเดินไปตามทางเดินในอาคาร2 ไกลออกไปจนไม่ได้ยินเสียงนินทาครหาน่ารำคาญรูหูแล้ว  หญิงสาวตัวสูงโปร่งทำหน้าเหลอเหลาสับสนงุนงง จ้องมองแผ่นหลังกว้างแกร่งของอีกฝ่าย กระทั่ง..คนผมแดงลากเธอเข้าไปในห้องดนตรีที่เวลานี้ค่อนข้างเปลี่ยวแล้วเงียบสงัดแถมยังมืดทึบเพราะมีม่านสีแดงทึบปิดหน้าต่างเอาไว้

 

“ฉันส่งเมลไปหาเธอ เห็นชักช้าก็เลยออกมาตาม”  คนผมแดงยุ่งบอกทั้งเสียงเรียบ มือแกร่งปล่อยจากข้อมือเล็กๆแล้วล้วงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อสูทยื่นให้อีกฝ่าย

“ข..ขอบคุณนะอาคาชิจจิ”  คิเสะ เรียวตะ กล่าวขอบคุณทั้งเสียงอ้อมแอ้มสั่นเครือ ยื่นมือไปรับผ้าเช็ดหน้าสีเทามาซับน้ำตา  “อาคาชิจจิ..ใจดีจัง..ฉันนี่แย่จริงๆ ทั้งๆที่คุมอารมณ์ตัวเองได้ดีแท้ๆ แต่วันนี้กลับ..”

“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ ”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ปลอบโยนด้วยเสียงทุ้มนุ่ม ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากรอยยิ้มบางๆบนดวงหน้าหล่อเหลาทำให้นางแบบสาวใจชื้นขึ้นเป็นกอง   นัยน์ตาสีอำพันจ้องเข้าไปในเนตรสีทับทิมคมยากแก่การอ่านความคิด

 

“ขอโทษนะอาคาชิจจิ ที่เมื่อวานฉันเอาแต่ร้องไห้ ทำให้อาคาชิจจิเสียเวลากลับบ้านก็ดึกแถมยังต้องไปส่งฉันอีก…เอ่อ…”  หญิงสาวกลอกตาไปทางขวา ครุ่นคิดครู่หนึ่งลังเลใจว่าจะพูดดีหรือไม่กับคำถามที่จะเอ่ยต่อไปนี้ ปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นแนวเส้น ท่าทีเช่นนั้นทำให้อาคาชิเลิกคิ้วสูงสงสัย

 

 

“อาคาชิจจิ..ชอบคุโรโกจจิใช่ไหม”  ตัดสินใจถามในสิ่งที่ตัวเองคาดเดา

“…..”

 

บรรยากาศเงียบสงัดลง..ในห้องดนตรีที่มีเพียงแสงสว่างเล็ดรอดเพียงเล็กน้อยส่องผ่านทางช่องม่านทำให้เห็นสภาพห้องเรียนด้านใน  ดวงเนตรคู่งามใต้ขนตาแพยาวสบตาเรียวคมของคนหนุ่มเนิ่นนาน..อาคาชิยังคงไม่พูดเอาแต่กอดอกจ้องตอบหน้านิ่ง..นิ่งจนเธอรู้สึกอึดอัดในช่วงอก ลำคอเริ่มตีบตันพูดอะไรไม่ออก มือยกมาทาบอกปลอบโยนตัวเองจากอาการตื่นเกร็ง ก่อนหลบสายตาอีกฝ่าย

 

“ทำไมไม่คิดว่าฉันชอบเธอบ้างล่ะคิเสะ”  อาคาชิถาม

“ตอนที่อาคาชิจจิกอดปลอบฉัน..ฉันก็แค่รู้สึกว่า..ตอนนั้นเราสองคนน่าจะมีความรู้สึกเดียวกัน” คิเสะตอบ

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ถอนหายใจก่อนจะ..ค่อยๆคลี่ยิ้มระอาใจออกมา ดวงตาสีแดงทับทิมหลุบมองพื้นครู่หนึ่งก่อนจะช้อนขึ้นกลับมาสบตาสีอำพันที่เลื่อนมาสบตาเขาพอดี  มือแกร่งเอื้อมไปลูบหัวอีกฝ่ายขยี้ไปมาเบาๆ   คิเสะปริบตามองใบหน้าหล่อเหลาล้อมเส้นผมสีแดง รอคอยคำตอบ..แต่ก็ไม่มีคำพูดใดๆจากปากหนาได้รูป เธอจึงหลับตาลงปล่อยให้อีกฝ่ายลูบหัว..ฝ่ามือใหญ่แกร่งนี่..ช่างอบอุ่น อ่อนโยน ชโลมหัวใจที่เจ็บช้ำดวงนี้

 

 

 

หากแต่..ไม่ใช่มือของคนที่เราปรารถนา

และก็รู้ดี..ฝ่ามือนี่ก็ไม่ได้ปรารถนาในตัวเราเช่นกัน

 

 

 

“น่าขันดีเนอะอาคาชิจจิ อกหักนี่มันเจ็บหัวใจจัง”  คิเสะพึมพำเบาๆ  อาคาชิถอนมือจากศีรษะอีกฝ่ายแล้วล้วงกระเป๋าเดินนำทางออกไปจากห้องดนตรีที่ลากอีกฝ่ายเข้ามาเพื่อสงบจิตสงบใจ ประตูเลื่อนเปิดออกช้าๆ ร่างสูงผินกลับมาเหลียวตามองนางแบบสาวเรือนผมทองดัดลอนที่ยังยืนนิ่งอยู่กลางห้องดนตรีใหญ่

“ไปกินข้าวกันเถอะ”

“อื้ม!!!”  คิเสะ เรียวตะ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวตอบรับคำชวนกัปตันชมรมบาสที่ส่งเมลมาชวนตั้งแต่บนดาดฟ้า  เธอวิ่งไล่ตามหลังอีกฝ่ายกระทั่งอยู่ข้างๆกาย จึงชะลอความเร็วลงและเดินเคียงคู่ตรงไปยังโรงอาหารของโรงเรียนเทย์โคว

 

 

เป็นเพียงการเลียแผลปลอบใจกันก็เท่านั้น

 

 

.

.

 

 

ถัดมาหลังจากคาบพักกลางวันก็เข้าสู่เวลาเรียนต่ออีกสองชั่วโมงกระทั่งเวลาเดินมาถึง บ่ายสองครึ่งคือช่วงเวลาที่ให้เหล่านักเรียนทั้งหลายแยกย้ายกันไปเข้าชมรมที่ตัวเองสังกัด ที่โรงยิมบาสเก็ตบอลแห่งนี้ก็เช่นกัน ในโรงยิมของเหล่าตัวจริงระดับหนึ่งในชุดเสื้อยืดลำลองกับกางเกงสามส่วนผ้าลื่นสำหรับออกกำลังกายยืนเข้าแถวเรียงเป็นหน้ากระดานแถวล่ะ 10 คนทั้งหมด 5 แถว    กัปตันชมรมผู้ปราดเปรื่องยืนกอดอกหยุดอยู่หน้าแถวเดินในชุดเสื้อวอร์มสีขาว ยูนิฟอร์มของตัวจริงทีมบาสเก็ตบอล โดยมีผู้จัดการสาวทั้งสองยืนอยู่ข้างกาย แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษไม่พ้น…ชายวัยกลางคนเรือยผมสีดอกเลาร่างผอมสูง ใบหน้าเคร่งขรัดสวมแว่นตาไร้กรอบในชุดสูทสีเทา

 

ชายผู้นี้คือ โค้ชซานาดะ…คนที่เรียกคุโรโกะเข้าไปคุยให้ตัดใจจากชมรม

 

 

“อย่างที่รู้กันอาทิตย์หน้าจะเข้าสู่การแข่งรอบคัดเลือกระดับเยาวชนภาคฤดูร้อน..ถึงจะเป็นแค่รอบคัดเลือกแต่เราเทย์โควก็จะประมาทไม่ได้ จำไว้ว่าคติของพวกเราคือ ‘ชัยชนะคือทุกสิ่ง’ ฉันหวังว่าการเป็นสุดยอดแชมป์หลายสมัยกับทีมตัวจริงที่ได้ชื่อว่า รุ่นปาฏิหาร์ย จะคว้าแชมป์ในปีนี้ด้วยเช่นกัน” โค้ชหนุ่มประกาศทั้งเสียงเฉียบขาดหนักแน่น กดดันเหล่าสมาชิกตัวจริงได้มาก กระนั้นพวกเขาก็ยังมีแววตาลุกโชนพร้อมที่จะต่อสู้

“ปีนี้ฉันกับเท็ตสึจะเป็นสุดยอดคู่หูอีกปีให้ดู”  อาโอมิเนะ ไดกิ ยิ้มยิงฟันขาวตื่นเต้น..หันไปมองหญิงสาวร่างเล็กบอบบางปลอมเป็นผู้ชาย คุโรโกะพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนที่มือทั้งสองคนจะเคลื่อนเข้ามากุมประสานกันและกัน

 

คู่หูแสงเงา..คู่หูที่เป็นรักแรก..เล่นบทสนามกับเจ้าชายที่รอคอยมานานแสนนาน

 

 

“อะแฮ่ม!!!”  แต่ก็เพียงแค่ช่วงสั้นๆ คนทั้งสองถูกขัดจังหวะโดยเสียงกระแอมเตือนจากมิโดริมะที่ยืนอยู่แถวข้างๆ  ต่างฝ่ายต่างรีบปล่อยมือกันและกัน มองไปคนละทิศละทาง

 

 

เกือบลืมไปสนิทเลยว่าสถานภาพคุโรโกะตอนนี้คือ ‘ผู้ชาย’  ไม่ใช่ ‘ผู้หญิง’

 

 

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วเริ่มซ้อมได้”  อาคาชิสั่งปิดการปฐมนิเทศระหว่างนักกีฬากับโค้ช ต่างฝ่ายขานรับเสียงดังแล้วแยกย้ายไปหยิบลูกบาสในตะกร้า ฝึกซ้อมตามตารางที่โมโมอิกับคิเสะช่วยกันจัดเอาไว้  กัปตันชมรมเหลือบตามองอาโอมิเนะกับคุโรโกะที่วิ่งไปสมทบทีมบาสที่มิโดริมะกับมุราซากิบาระยืนอยู่เพื่อเข้าร่วมซ้อมจำลองการแข่ง  เขาเองก็ต้องเข้าไปร่วมซ้อมด้วยเช่นกัน

จังหวะนั้น..ปลายหางตาหันไปสังเกตเห็นหญิงสาวเรือนผมสีทองสว่างดัดลอนที่นั่งอยู่บนม้านั่งยาว..มือถือไม้กระดานพลาสติกแนบอกจ้องมองอะไรบางอย่างในสนามบาส  ด้วยความสงสัยจึงมองตามสายตาก็พบว่า..นางแบบสาวเอาแต่จ้องมองเอซเทย์โควิ่งเลี้ยงลูกหลบหลีกไปมาแต่การ์ดหน้าเกินจึงส่งบอลพาสไปยัง..ร่างเล็กๆจืดจางตัวตนเรือนรางไม่ทันสังเกต คุโรโกะปัดลูกส่งอย่างรู้งานไปยังมุราซากิบาระที่รอคอยอยู่ คนผมสีม่วงยาวซอยคลอเคลียต้นคอรับลูกมา แล้วกระเด้งส่งลูกให้คนที่รออยู่ด้านหลัง

“ซวยแล้ว!!!อาโอมิเนะได้ลูกไปแล้ว!!!”  ทีมฝ่ายตรงข้ามหน้าตาตื่น  คนผิวสีแสยะยิ้มร่าเดาะบอลหลบเลี่ยงการ์ดที่พยายามขวางกั้นแล้วกระโดดพุ่งเข้าดังก์ลูกลงแป้นบาสด้วยมือเดียว

 

“1:0”

 

โมโมอิประกาศคะแนน ทีมของรุ่นปาฏิหาร์ยวิ่งกลับออกมา อาโอมิเนะวิ่งเหยาะมาเคียงคู่กับคุโรโกะต่างฝ่ายต่างมองตากันและกันก่อนจะชนมือมิตรภาพ แล้ววิ่งพุ่งเข้าไปหมายแย่งบอลเพื่อทำคะแนนต่อเนื่อง

 

“คุโรโกจจินี่ดีจัง..ได้เล่นบาสกับทุกคนอย่างสนุกสนานแบบนั้น ถ้าฉันปลอมตัวเป็นผู้ชายแล้วไปเล่นบาสแบบนั้นบ้าง..จะเป็นยังไงบ้างนะ..จะทำให้อาโอมิเนจจิยิ้มแบบนั้นรึเปล่า”  คิเสะ เรียวตะ พึมพำทั้งเสียงแผ่วเบา

 

อาคาชิถอนหายใจแล้วเดินกลับมาทรุดนั่งข้างๆ ร่างบอบบาง สร้างความฉงนสนเท่ห์แก่อีกฝ่ายพอจะอ้าปากถามว่าทำไมถึงไม่ไปซ้อม..กัปตันก็ชิงตอบก่อนอย่างรู้ทักความคิด

“ขืนทิ้งไว้ตอนนี้เธอก็จะร้องไห้อีกใช่ไหมล่ะ”

“…อาคาชิจจิ..รู้ทันตลอดเลยนะ”  คิเสะแซวหยอกอีกฝ่าย หัวเราะร่วนทั้งรอยยิ้มที่ใครต่อใครอาจดูไม่ออกว่ามันเป็นการเสแสร้ง ทว่า..นั่นไม่ใช่บุรุษที่นั่งอยู่ข้างกาย อาคาชิลอบมองใบหน้าสะสวยเริ่มฉายแววเศร้าหม่นหมองออกมาทีละนิด..ทีละนิด  คนหนุ่มหลับตาลงแล้วลุกขึ้นยืนแล้วผินกายมาทางร่างเพรียวบางที่นั่งอยู่บนม้านั่ง

 

“ตามมาด้วยกันหน่อย”  สั่งทั้งเสียงเรียบก่อนจะเดินนำออกไป คิเสะเลิกคิ้วสูงงุนงง จะถามว่าเรื่องอะไรแต่คิดว่าอาคาชิคงไม่ยอมตอบ เธอจึงถือกระดานแผ่นรองพลาสติกแนบตารางซ้อมเดินตามหลังชายผมแดงยุ่งไป  ท่ามกลางสายตาคนในโรงยิมที่เริ่มเพ่งสังเกตเห็น ละเลยการฝึกจับจ้องไปยังหนุ่มสาวที่เดินออกไปจากประตูโรงยิมระดับหนึ่ง

 

“กัปตันกับคิเสะจัง จะออกไปไหน แล้วกัปตันไม่คิดจะซ้อมเหรอ?”

“จะว่าไปฉันได้ข่าวแปลกๆสดๆร้อนๆด้วยนะ ว่าตอนพักเที่ยง อาคาชิจับมือคิเสะเดินหายเข้าไปในอาคาร2”

“เฮ้ยย จริงดิ!!!อย่าบอกนะว่า..คิเสะจังของพวกเราเสร็จอาคาชิไปแล้ว”

 

 

ข่าวลือเริ่มหนาหู กลายเป็นว่าการซ้อมหาได้เป็นที่น่าสนใจอีกต่อไป ลอยดังไปถึงหูของทีมรุ่นปาฏิหาร์ย อาโอมิเนะเลิกคิ้วสูง หยุดเล่นบาสเมื่อฝ่ายตรงข้ามหันไปจับเข่าคุยกันแทนเสียแล้ว แล้วเลื่อนสายตาไปยังประตูโรงยิมที่มีร่างของคนผมแดงเดินนำสาวผมทองดัดลอนยาวสลวยออกไปที่ไหนซักแห่ง

“ฉันก็ได้ยินจากเพื่อนๆอยู่นะ  อย่าบอกนะว่านอกจากคู่ของอาโอมิเนะกับเท็ตสึคุง อาคาชิกับคีจังก็เหมือนกัน” โมโมอิจับคางครุ่นคิดสนอกสนใจ นัยน์ตากลมโตสีชมพูเปล่งประกายระยิบระยับอยากรู้อยากเห็นตามนิสัยหญิงสาวทั่วๆไป เธอยกมือมาประสานแนบอกนูนอิ่มขนาดใหญ่ กลอกตามองเพดานเพ้อฝัน

“อาคาชิเป็นทั้งคุณชาย บ้านรวย เรียนเก่ง กีฬาเริ่ด ดนตรีก็เด่น เพอร์เฟคไปทุกอย่างแถมรูปหล่อ กับคีจังที่ทั้งสวยน่ารัก แถมยังดูมั่นอีก ถ้าคู่นี้คบกันละก็ต้องดังระเบิดแน่ๆ ไม่เหมือนคนบางคน..”

 

“มองงั้นหมายความว่าไงห่ะ!!!ฉันกับเท็ตสึน่ะเราเข้ากันได้ดีจะตาย!!”  อาโอมิเนะแยกเขี้ยวโวยวายเถียงกับเพื่อนสาวสมัยเด็กที่หรี่ตามองเหยียดมาทางคนผิวสีที่บังอาจมาแย่งคนที่เธอแอบรักไปหน้าตาเฉยไม่บอกไม่กล่าวซักคำ เห็นแล้วก็หมั่นไส้จนอดเหน็บแนมใส่เสียไม่ได้

 

 

“คุโรจิน”  มุราซากิบาระเรียกทั้งลากคางยาว  ตามด้วยมือใหญ่ที่โบกไปมาตรงหน้า ดึงสติคนตัวเล็กเรือนผมสีฟ้าอ่อนยุ่งสะดุ้งตื่น ใบหน้าหวานไร้อารมณ์ละสายตาจากประตูโรงยิมที่ตอนนี้ไร้วี่แววของคนทั้งสอง เงยหน้าไปสบตาสีอเมทิสต์เอื่อยเฉื่อยที่ก้มลงมาจ้องตาปริบๆ  “คุโรจินเป็นอะไรไป หน้าเครียดเชียว?”

 

“เท็ตสึเป็นอะไรงั้นเหรอ ไม่สบายรึเปล่า!!!บอกฉันได้นะ!!!”  คนผิวสีแทนวิ่งแจ้นเข้ามาถามไถ่แฟนสาวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย  โมโมอิหมั่นไส้เพื่อนสมัยเด็กจึงเดินเข้าไปเบียดกระแทกคนตัวสูงแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนหน้าตายพร้อมฉวยจับมือเล็กๆบอบบางขึ้นมากอบกุมแน่น

“เท็ตสึคุงคงรังเกียจอาโอมิเนะคุงสินะ ทนไม่ได้กับนิสัยป่าเถื่อนนี่ใช่ไหม ถ้างั้นมาคบกับฉันดีกว่า”

“ไม่มีวัน!!ฉันไม่ยกเท็ตสึให้เธอหรอกยัยซัทสึกิ!!!”

 

“เอ่อ..ไม่มีอะไรหรอกค่ะ..ฉันแค่เผลอเหม่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตอนนี้ดีขึ้นแล้วค่ะ”  คุโรโกะขยับยิ้มน้อยๆปรามหนุ่มสาวข้างบ้านต่างฝ่ายต่างแยกเขี้ยวใส่กัน เขม็งมองจนตาแทบจะกระเด็นออกจากเบ้า  หากแต่..สงครามชิงนางที่กำลังเกิดขึ้นมีอันต้องหยุดมือฝ่ามือแกร่งตะปบวางบนไหล่ของคนทั้งสอง พอหันไปมองก็พบกับสีหน้าดุดันถมึงเกรียวของบุรุษสวมแว่นตาทรงเหลี่ยมรองกัปตันชมรม

 

 

“เลิกไร้สาระแล้วไปซ้อมเดี๋ยวนี้!!!!!”

 

คำตวาดดังกึกก้องโรงยิม ดึงสติทุกคนให้กลับมารีบวิ่งแจ้นไปหยิบเอาลูกบาสมาเล่นต่อ ถึงมิโดริมะจะไม่โหดเท่าอาคาชิ แต่ถ้าโมโหขึ้นมาก็ตัวใครตัวมันเหมือนกัน พ่วงด้วยนิสัยจู้จี้จุกจิกยิ่งกว่ามนุษย์ผู้หญิง เลยทำเอาผู้ชายขยาดเลือกที่จะทำตามคำสั่งดีกว่าโดนจ้ำจี้จำไชให้เมื่อยหู   โมโมอิรีบเผ่นเอาตัวรอดหยิบตารางซ้อมหนีไปอีกสนามนึง ส่วนอาโอมิเนะรีบแจ้นกลับเข้าประจำตำแหน่งเช่นเดียวกับมุราซากิบาระ คุโรโกะเองก็เช่นกันวิ่งไปยืนประจำที่ของตน

 

นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนชำเลืองมองบานประตูโรงยิมที่ไร้ร่างคนทั้งสองคนที่หายออกไป..โสตประสาทการรับรู้หลุดหายไปจากความสนใจบนสนามบาสเก็ตบอลที่กำลังจะเริ่มนับแข่งซ้อมใหม่อีกครั้งในไม่ช้า

 

 

 

ตึกตัก..

 

 

หัวใจเต้น..เป็นจังหวะในอกซ้าย..น่าแปลก..ทั้งๆที่มันอยู่ในอก ตอนเห็นอาคาชิกับคิเสะเดินเคียงคู่กัน   เหมือนกับว่าก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจหายวาบไปจากร่างกาย..หายไปเหมือนถูกบีบดึงออกช้าๆ

 

รู้สึก..เจ็บ..

 

คุโรโกะเม้มปากแน่น..เธอไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้คืออะไร มันเป็นความรู้สึกเดียวในตอนที่กังวลใจว่าทีมตัวจริงในรุ่นปาฏิหาร์ย์ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าใครคือ ‘เจ้าชาย’ อาจจะกำลังหลงเสน่ห์คิเสะหรือแม้แต่สาวๆในชมรมบาสฝ่ายสวัสดิการ

 

 

นี่กำลังเราหึงหวงอาคาชิคุงเหรอ?

 

 

“เท็ตสึ!!!!”

 

อาโอมิเนะตะโกน คุโรโกะตื่นจากภวังค์ความคิด ลูกบาสพุ่งเข้ามา เธอรีบตั้งสติสอดสายตามองหาจุดบอดในการส่งแล้วปัดลูกพาสตรงไปยังสมาชิกในทีมแข่ง หญิงสาวจำแลงเป็นชายถอนหายใจโล่งอกที่ไม่เกิดความผิดพลาดอะไร แล้วขยับเท้าวิ่งตั้งสติกับการฝึกซ้อม   เธอรู้สึกว่ามีคนวิ่งประกบข้างๆพอหันไปก็พบร่างสูงผิวสีแทน ใบหน้าคมคายล้อมเส้นผมสีน้ำเงินเข้มหันมาส่งยิ้มสดใสให้ คุโรโกะจ้องมองรอยยิ้มสว่างพร่ามัวดั่งแสงสว่างของทีมที่เจิดจ้ายิ่งกว่าใคร

 

 

..เจ้าชายของฉันอยู่ตรงนี้ แล้วเขาก็รักฉัน..

 

 

“อาโอมิเนะคุง..ฉันรักคุณนะคะ”  บอกรักทั้งรอยยิ้มหวาน ทำเอาคนตัวสูงหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึง จนต้องรีบตั้งสติกลับมาเกาแก้มเก้อเขิน ก่อนจะขยี้หัวอีกฝ่ายแรงๆ

“มาบอกอะไรตอนนี้เล่า!!!เท็ตสึ!!!”

“อยากจะบอกนี่คะ”  คุโรโกะยิ้มขำแล้ววิ่งนำหน้าไป ตัดเอาลูกบาสส่งให้มิโดริมะชู้ตทำแต้ม

 

 

สายสัมพันธ์ของบอลที่กระเด้งกระดอนไปในวันนั้น..วันนี้ฉันได้เจอกับเขาแล้ว

อยู่เคียงข้างกัน..เป็นแสงและเงากันและกัน

 

เราจะไม่ทรยศ ‘เจ้าชาย’ เป็นอันขาด

 

 

.

.

 

 

“อาคาชิจจิ..”

“หือม์..”

“ที่นี่มัน..โรงยิมระดับสอง”

“อืม”

“แล้วพวกเรามาที่นี้ทำไมเหรอ?”

 

คิเสะ เรียวตะยืนตาปริบๆมองสมาชิกในโรงยิมระดับสองที่เลิกเล่นบาสวิ่งมาล้อมหน้าหลังมุงดูเธออย่างสนอกสนใจ

 

“คิเสะจังมาหาพวกเราด้วยล่ะ!!!”

“อิจฉาพวกตัวจริงจังเลย มีผู้จัดการน่ารักแบบโมโมอิจังแล้ว ยังมีสาวสวยอย่างคิเสะจังอีก”

 

เธอยิ้มแห้งๆโบกมือตอบรับทุกคนอย่างเป็นกันเองและเป็นมิตรตามแบบที่ถูกฝึกไว้ในตลอดเส้นทางวงการบันเทิง   ก่อนที่จะไม่เป็นอันฝึกไปมากกว่านี้ อาคาชิต้องตบมือเสียงดังเรียกสติสมาชิกในชมรมระดับสองกลับมา ทุกคนหยุดรุมล้อมคิเสะแล้วหันมายืนรอรับคำสั่งจากกัปตันชมรมที่นานๆทีจะโผล่หัวมาเยี่ยมเยียนระดับสองกับสามบ้าง

“สามวันต่อจากนี้ฉันจะให้คิเสะมาเป็นผู้จัดการที่นี่ซักระยะ ฉันเองก็จะมาฝึกที่นี่ด้วย”  คำสั่งนั่นสร้างความฮือฮาแก่สมาชิกระดับสองทุกคน สีหน้าจ้องมองหนุ่มสาวทั้งสองสลับไปมาทั้งตื่นเต้นและงุนงงไปในคราวเดียวกัน  คิเสะเองก็เช่นกันเธอหันขวับมามองดวงหน้าหล่อเหลาครึ่งซีกที่ยังยืนกอดอกนิ่งอ่านสีหน้าไม่ออกว่าวางแผนอะไร

 

“ถ้าไม่มีอะไรไปประจำตำแหน่ง ฉันจะเข้าเล่น point guard  คุมทีมสีน้ำเงิน ส่วนคิเสะจะคุมทีมสีดำ”

“ห่ะ!!!เดี๋ยวนะ!!!อาคาชิจจิบอกให้ฉันเป็นผู้จัดการไม่ใช่เหรอ!!?”  สาวผมทองอุทานเสียงสูง งงเป็นไก่ตาแตกเข้าไปใหญ่ ดวงเนตรสีแดงปรายมองสบตาสีอำพันสวยก่อนกระตุกยิ้มมุมปากมีเล่ห์นัย

“คิเสะ..ที่ฉันให้เธอมาเป็นผู้จัดการ ไม่ใช่แค่มาช่วยโมโมอิกับกระตุ้นการซ้อมของสมาชิกหรอกนะ”

“งั้นทำไม?”

“ถ้าอยากรู้ก็ลองแข่งกับฉัน โดยที่เธอนั่งอยู่นอกสนามนั่น”  อาคาชิ เซย์จูโร่ สั่งจบก็ถอดเสื้อวอร์มแขนยาวตัวนอกออกวางทิ้งลงบนม้านั่งเดินเข้าไปร่วมทีมสีน้ำเงินยืนประจำตำแหน่งของตน ทิ้งให้คิเสะยืนเอ๋อ สมองสับสนกับแผนการของอีกฝ่ายจนหัวหมุนไปหมด  นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองจำนวนทีมสีดำที่เธอต้องคุมสมาชิกก็ครบ 5 คนแล้ว

 

 

ถ้างั้น..จะให้เธอแข่งอะไร?

ต่อให้ฝึกซ้อมเล่นในทีม..ก็ลงแข่งขันรอบคัดเลือกไม่ได้เพราะเป็นผู้หญิง

ไม่ได้ปลอมตัวเป็นชายแบบ คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

 

ระหว่างที่กำลังสับสน..เสียงนกหวีดจากสวัสดิการสาวดังขึ้น บอลถูกลอยขึ้นฟ้าและตบแย่งโดยตำแหน่ง forward  นัยน์ตาสีอำพันไล่ตามจ้องมองบอลที่ถูกลำเลียงเลี้ยงไปมา หลบหลีกโดยเอซของทีมสีน้ำเงิน ทั้งสปีดตัวทั้งการบล็อกของระดับสอง เห็นได้ชัดถึงความต่างกับระดับหนึ่ง

 

ช้า..ช้า..ทุกอย่างดูช้าไปหมด

 

คิเสะ เรียวตะนั่งไขว่ห้างเท้าคางถอนใจเบื่อหน่าย ดวงตาคู่งามจ้องมองทีมสีดำตัวเองที่เล่นเข้าขาได้ดีพอตัว แต่ฝีมือก็ไม่โดดเด่นอะไร..เทียบกับทีมตัวจริงไม่ติดเลย ยิ่งมองก็ยิ่งง่วงจนอ้าปากหาวหวอดๆ  ลูกบอลส่งไปยังอาคาชิ เซย์จูโร่ แล้ว คราวนี้ผู้จัดการสาวเริ่มตื่นเต้นขึ้นบ้าง คนผมแดงครองบอลเดาะหมุนตัวหลบบล็อกสองคนไปอย่างคล่องแคล้วว่องไว นัยน์ตาสีแดงเหลือบมองสมาชิกอีกสองปีกขวาขยับจะส่งบอล

 

“เฮ้ย!!!เฟค!!!!!”

 

อาคาชิส่งบอลไปยังฝั่งซ้ายแทน ซึ่งมีคนวิ่งมารอรับ..ทว่า..ความเร็วของระดับสองไปไม่ทัน บอลจึงเด้งออกจากสนามไปอย่างน่าเสียดาย

“ผมขอโทษครับกัปตัน”

“ช่างเถอะ ไว้เอาใหม่ตาหน้า”  อาคาชิตอบรับคำขอโทษจากสมาชิกที่พลาดท่าด้วยรอยยิ้มบางๆ แล้ววิ่งกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเองต่อ  ทั้งที่เสียลูกแต่ดูเหมือนว่า…ทำเอาฝ่ายสีดำเสียกำลังใจอยู่มาก การที่ต้องมาปะทะกับคนในรุ่นปาฏิหาร์ย

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

การแข่งรอบต่อไปนับเริ่มอีกครั้ง บอลถูกส่งมาทางอาคาชิ คนหนุ่มผมแดงกวาดตามองสนามโดยรอบ เขาหย่อนความสามารถตัวเองลงขั้นนึงแล้วชะลอความเร็วในการส่งบอลไปยังทางขวา คนที่เคยพลาดวิ่งมารับได้พอดิบพอดี เดาะบอลตรงไปเบื้องหน้า แต่กลับถูกทีมสีดำสกัดกั้นเอาไว้

 

“ไม่ปล่อยให้ไปง่ายๆหรอก!!”

 

ทว่า..ชายคนนั้นกลับเด้งบอลไปด้านหลังลอดหว่างขา ส่งให้สมาชิกอีกหนึ่งที่วิ่งมาครองบอลรอรับ บุกเข้าไปใจกลางวงจะถึงแป้นบาสทีมสีดำ เขาตั้งท่าชู้ตขึ้นสู่ฟ้าและ..

 

ปึง!!!!

 

 

บอลกระทบโดนขอบห่วงเด้งออกมา จังหวะนั้นคนหนุ่มผมแดงยุ่งวิ่งเข้ามารอรับลูกแล้วเลย์อัพขึ้นลงทำแต้มไปอย่างสบายๆ

 

“ 0 : 1 ”

 

ทีมสีน้ำเงินนำไปหนึ่งแต้ม  และเริ่มทำแต้มนำไปเรื่อยๆโดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำคะแนนได้เลย คิเสะนั่งเงียบอึมครึมอยู่นานหรี่ตาจ้องมองการแข่งขันตรงหน้า จนในที่สุดนกหวีดดังขึ้นพร้อมกับเวลาที่หมดควอเตอร์แรก  ทีมสีน้ำเงินเดินกลับมาตรงม้านั่งห้อมล้อมชื่นชมกัปตันชมรมที่ยังคงเดินหน้านิ่งเหงื่อแทบไม่ออกตรงข้ามกับลูกทีมระดับสอง ผลมาจากสมถรรภาพทางร่างกายที่ระดับหนึ่งซ้อมมาหนักกว่า  อาคาชิกวักมือเรียกคนในทีมให้นั่งเรียงแถวบนม้านั่งแล้วเริ่มอธิบายแผนการรุกต่อไป ขณะที่ฝั่งสีดำเดินคอตกละห้อยละเหี่ยใจมาทรุดนั่งบนม้านั่งอีกฝั่งสนาม

 

“ตัวจริงเก่งขนาดนี้จะไปสู้ได้ไงกัน”

“ฝีมือต่างชั้นเกิดไปแล้ว”

“คงแพ้แล้วล่ะ”

 

พวกเขาเริ่มท้อแท้หมดกำลังใน ไม่มีไฟการต่อสู้อีกต่อไปแล้ว คิเสะที่นั่งดูเงียบๆอยู่นานกำหมัดแน่นแล้วเด้งตัวพรวดลุกจากเก้าอี้ มายืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้าลูกทีมสีดำที่อาคาชิให้รับผิดชอบ

“เดี๋ยวสิ!!จะมาแพ้แบบนี้ไม่ได้นะ”

“คิเสะจังคิดว่าเราเอาชนะกัปตันได้เหรอ..อาคาชิเป็นคนที่เก่ง ว่องไว แถมสมองการคุมเกมส์ดีจนเทียบไม่ติด”

คิเสะ เรียวตะพูดไม่ออก..เธอเบนหน้าหนีสายตาหมดหวังของสมาชิกในทีมชุดสีดำ ยิ่งไม่กล้าบอกเข้าไปกว่าเก่าว่าที่เห็นว่าเก่งๆนั่นอาคาชิลดระดับความสามารถตัวเองลงมาครึ่งทางแล้วด้วยซ้ำ ของจริงโหดกว่านี้อีกหลายเท่าดูจากปริมาณเหงื่อก็รู้

 

 

ถึงอย่างงั้น..มันต้องมีวิธีสิ..

 

 

“ถ้าฉันได้ลงเล่นล่ะก็..เอ๊ะ!!”  พลัน..นัยน์ตาคู่งามเบิกกว้าง..เธอหันกลับไปจ้องสนามกว้างใหญ่ของระดับสอง

“ใช่แล้ว..ถ้าแบบนั้นล่ะก็…อาจจะทำได้ก็ได้”  เสียงหวานใสกังวานพึมพำเบาๆ ก่อนหมุนตัวหันมายืนเท้าสะเอวกระตุกมั่นใจเต็มเปี่ยมส่งให้เหล่าลูกทีมสีดำทั้ง 5 บนม้านั่ง

 

“ฉันพอมีทางออกแล้วล่ะ แต่ว่า..ขอเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงต่อจากนี้ พยายามอย่าให้พวกนั้นทำคะแนนก็พอ”

 

“เอ๋!!!”  คนในทีมมองตากันงุนงง แล้วเงยหน้าไปสบตาสีอำพันพราวระริกเจ้าเล่ห์จนน่าใจหาย อาคาชิเหลือบตามองดวงหน้างดงามล้อมเส้นผมสีทองยาวดัดลอนที่เริ่มขยับปากพูดแผนการณ์บางอย่างกับลูกทีม คนผมแดงกระตุกยิ้มพอใจก่อนหันกลับมาอธิบายแผนของตัวเองต่อ

 

 

 

 

ควอเตอร์ที่สองเริ่มขึ้น การป้องกันของทีมสีดำหนักหน่วงกว่าครั้งก่อนๆ กระบวนรูปแบบเปลี่ยนมาเน้นรับมากกว่ารุก การ์ดที่เหนียวขึ้นทำให้การส่งบอลลำบากยิ่งกว่าเดิม สมาชิกทุกคนในฝั่งทีมสีน้ำเงินของอาคาชิพยายามโยกย้ายตัวเองหลบหลีกส่งบอลกลับไปยังคนผมแดงยุ่งที่วิ่งเข้ามารอรับอยู่ ชายหนุ่มกวาดตามองสนามแล้วส่งสัญญาณไปยังสมาชิกปีกซ้าย เขาเดาะบอลสองสามทีขยับตัวหลบหลักแล้วส่งพาสไปยังเป้าหมายให้ทำแต้ม จังหวะที่กำลังจะชู้ตลงห่วงก็ถูก center ทีมสีดำตบแย่งมาได้หวุดหวิด

 

“ทีมสีดำขอเวลานอก!!!”  สวัสดิการสาวที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการชั่วคราวประกาศทางโทรโข่ง คิเสะยกมือส่งสัญญาณเรียกทีมสีดำกลับมาล้อมหน้าหลังสุ่มหัวกันซักระยะ

 

“พวกนั้นจะชนะเหรอ..ทีมเรามีอาคาชิเป็นคนวางแผนขนาดนี้”  ทีมสีน้ำเงินลำพองใจมองแต้มคะแนนที่ห่างกับตั้ง 20 แต้ม

“อย่าประมาทไป..นี่มันแค่เริ่มต้น ของจริงต่อจากนี้ต่างหาก”  อาคาชิ เซย์จูโร่ เตือนสติลูกทีมด้วยเสียงดุดัน และนั่นทำให้ทุกคนเงียบปากไม่กล้าทำตัวหยิ่งผยองในคะแนนที่นำลิ่วของพวกเขา    ตอนนี้ทีมสีดำกลับเข้าสนามแล้วประจำตำแหน่งเช่นเดียวกับทีมสีน้ำเงิน อาคาชิกวาดตามองไปในทีมฝั่งตรงข้ามโดยรอบ

“หึ..”  เขากระตุกยิ้มมีเล่ห์นัย แล้วยืนรอในจุดของ point guard รอเสียงนกหวัดส่งสัญญาณ

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดด

 

 

ผัวะ!!!!!

 

บอลหลุดไปแล้ว!!! ทีมสีดำตะปบแย่งบอลคืนมาได้แนวรุกเดาะบอลวิ่งตรงเข้ามาหลบเลี่ยงการสกัดของทีมสีน้ำเงิน  ชายผู้นั้นกระตุกยิ้มมองบอลที่อยู่ในมือก่อนจะ พุ่งเข้าไปในจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ

“เสร็จฉันล่ะ!!!”

 

ตึง!!!!! 

 

ลูกบาสกลับชู้ตโยนสูงเสียอย่างงั้น!!ให้กับสมาชิกอีกคนที่พุ่งเข้ารอรับแล้วส่งบอลกันไปมาซิกแซก   ก่อนจะถึงมือคนสุดท้ายแล้วกระโดดดังก์ลงกระแทกลูกใส่ห่วงจนแป้นโงนเงน  และในเวลาถัดไปเรื่อยๆทีมสีดำกลับทำคะแนนต่อเนื่องไม่มีหยุด จนคนทีมสีน้ำเงินเหนื่อยหอบโยน  พวกเขาใจเสียเงยหน้ามองแผ่นป้ายคะแนนของตัวเองเทียบกับอีกฝั่ง

 

“45:50”

 

“บ้าจริง!!!นี่มันอะไรกัน!!ทำไมพวกนั้นถึงอ่านเกมส์พวกเราออก!!!”

“ไม่ว่าฉันจะหลบยังไง หลอกยังไง ทำไมพวกนั้นถึงดูออกได้ล่ะครับกัปตัน!!!”

เหล่าทีมสีน้ำเงินเริ่มใจคอไม่ดี หายใจหอบโยนแล้วหันกลับไปมองหัวหน้าทีมที่มาจากตัวจริงระดับหนึ่ง อาคาชิ เซย์จูโร่ ยังคงยืนนิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร  ดวงเนตรสีแดงทับทิมเหลือบมองคิเสะ เรียวตะที่ยืนอธิบายบางอย่างให้กับสมาชิกในทีมสีดำ

 

 

“พวกนั้นตัวเลียนแบบที่ดีไงล่ะ..นั่นก็คือ คิเสะ”  อาคาชิ เซย์จูโร่กระตุกยิ้มพอใจกับผลงานที่เขารังสรรค์สิ่งที่เขาปลุกสร้างขึ้นมาในตัวหญิงสาวเรือนผมสีทองสว่างได้ตื่นขึ้นมา ความสามารถพิเศษในการเรียนรู้เพื่อลอกเลียนแบบแล้วนำไปใช้ในทางที่ดีกว่า

“เบอร์ 5 ชอบขยับเท้าขวาก่อน ท่านั้นน่ะฉันคิดว่าน่าจะทำประมาณนี้”  คิเสะขยับท่าทางให้ลูกทีมดู

“แล้วตาของเขาจะมองไปทางซ้าย นี่เป็นการเฟคของเบอร์ 5 ส่วนเบอร์ 11 การชู้ตนั่นจะเป็นการตบแรงและก็นิยมดังก์ เพราะงั้นถ้าเราไม่ให้เขาไปถึงแป้นก็พอ และถ้าถึงก็รีบรีบาวน์แย่งคืนมา การกระโดดจะย่อขาซ้ายก่อน จังหวะย่อตัวช้า ให้อาศัยตอนนั้นแหละ”  คิเสะอธิบายสิ่งที่เธอเรียนรู้..การลอกเลียนแบบทำได้ต่อเมื่อหากได้มองเห็นครั้งนึง นั่นคือพรสวรรค์ที่เธอมี แต่ในเมื่อใช้ในสนามไม่ได้

 

 

ก็ต้องหาจุดอ่อนของท่าที่ลอกเลียนแบบออก

 

 

ใบหน้าสะสวยรู้สึกว่ากำลังถูกมอง จึงหันไปก็พบกับดวงเนตรสีแดงทับทิม อาคาชิขยับยิ้มบางๆก่อนละสายตาจากเธอไปจดจ่อกับการคุมทีมของตน  คิเสะยิ้มน้อยๆแล้วกลับมายังทีมของเธอต่อ

 

 

นี่คือผลลัพธ์แท้จริงที่ อาคาชิ เซย์จูโร่ ต้องการจาก คิเสะ เรียวตะ

‘Copy Perfect’

 

 

 

ผลการแข่งสุดท้าย..จบลงไปโดยที่ทีมสีน้ำเงินเป็นฝ่ายได้ชัยขนะด้วยคะแนนทิ้งห่างเพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น หากนับการกู้คืนสถานการณ์แล้ว เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย แค่การเรียนรู้ท่าของคนอื่นแล้วมาหาช่องโหว่ในเวลาสั้นๆของควอเตอร์สอง ซึ่งถ้าคิเสะไหวตัวเร็วกว่านี้..คะแนนคงสูสียิ่งกว่านี้ เผลอๆอาจจะเสมอกัน

คนหนุ่มเรือนผมสีแดงสวมเสื้อวอร์มสีขาวเดินออกจากโรงยิมระดับสองพร้อมกับผู้จัดการสาวผมทองดัดลอนสว่างไสว  เสียงฮัมเพลงสบายอารมณ์สดใสกังวานดังจากในลำคอระหงของหญิงสาว..อารมณ์ดีจนอาคาชิอดหยอกใส่ไม่ได้

 

“รู้สึกดีขึ้นแล้วสินะ”

“อื้ม!!!แน่นอนอยู่แล้ว!!!ในที่สุดฉันก็รู้ว่าตัวเองมีประโยชน์กับทีมได้ซักที!!!”  คิเสะ เรียวตะ หันมาคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียวสวย นัยน์ตาสีอำพันปรือมองหน้าคมคายหล่อเหลาล้อมเส้นผมสีแดงแสนสุขุมดูเป็นผู้ใหญ่แถมมองอะไรไกลกว่าคนอื่นๆทั่วไป

 

ไกล..จนคาดไม่ถึง

 

 

“อาคาชิจจินี่เก่งจริงๆ รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ดึงความสามารถของคนออกมาได้หมด เหมือนที่แนะแนวทางมิสไดเร็กชั่นให้คุโรโกจจิสินะ”  คิเสะ เรียวตะ ชื่นชมอีกฝ่าย อาคาชิหยุดฝีเท้าลงทำให้เธอหยุดตาม คิเสะนึกขึ้นได้ว่าเผลอไปแทงใจดำอีกฝ่ายเข้า ดวงหน้าสะสวยตื่นตระหนกระคนรู้สึกผิด เธอกวาดตาล่อกแล่กไปมาจังหวะนั้น..

 

 

หันไปเห็น..โรงยิมระดับหนึ่ง อาโอมิเนะกับคุโรโกะเดินเคียงคู่กันออกมา

 

 

 

“ขอโทษนะอาคาชิจจิ..ขอโทษ..”  เสียงหวานสั่นเครือ พร่ำขอโทษอีกฝ่ายทั้งน้ำตาคลอ..น้ำตาที่เกิดจากความเจ็บปวดในหัวใจตัวเองรวมทั้งเห็นใจคนหนุ่มกัปตันชมรมข้างกายด้วย   อาคาชิส่ายหน้าช้าๆไม่ถือสา

 

“ฉันก็แค่เห็นอะไรที่น่าจะนำพาไปสู่ชัยชนะกับทีมได้ ก็เลยเลือกที่จะแนะนำไป”  อาคาชิตอบทั้งเสียงทุ้มเรียบ  เงยหน้าจ้องมองท้องฟ้าที่กลายเป็นสีส้มแดงยามเย็น สายลมเบาบางพัดผ่านร่างคนทั้งสองจนเส้นผมพริ้วไหว

 

“แต่ฉันว่าอาคาชิจจิชอบสอนชอบแนะนำคนนะ..ใจดีกว่าที่คิดอีก”  คิเสะ เรียวตะหันมามองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม

 

 

อาคาชิก้มหน้าลงมาผินหน้าหันมาสบตาสีอำพันสวยใต้ขนตาแพยาว ดวงหน้าสะสวยล้อมเส้นผมสีทองยาวดัดลอนต้องแสงอาทิตย์ยามเย็นดูแวววาวระยิบระยิบดั่งไหมทองคำ  ก่อนจะเค้นยิ้มสมเพชตัวเองออกมา

 

“คงเพราะตอนเด็กๆฉันดันไปสอนบาสเด็กผู้หญิงคนนึง ก็เลยติดเป็นนิสัย แต่ก็ไม่บ่อยหรอกที่ฉันจะสอนใคร”   มือแกร่งวางลงบนศีรษะหญิงสาวลูบเส้นผมสีทองสวยไปมาเบาๆ ทะนุถนอมอ่อนโยน สัมผัสเบาบางอบอุ่นทำเอาคนหน้าสวยร้อนผ่าวเสียไม่ได้

“คิเสะ เรียวตะ เธอคือคนที่สองที่ฉันสอน..”  อาคาชิเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วพูดต่อ คิเสะตาโตตกใจ..ไม่รู้ว่าตาฝาดไปเองหรือเปล่า..เสี้ยววูบใบหน้าของอาคาชิฝั่งซ้าย นัยเนตรที่ควรจะเป็นสีแดงกลับดูเรืองรองเป็นสีทองอำพัน พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะหยั่งถึงความคิด..รอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำเอาสาวร่างเพรียวบางผมสีทองยาวสลวยขนลุกชันไปทั่วทั้งร่าง

 

 

“เธอไม่ใช่ ‘ลูกหมา’ หรอกคิเสะ แต่เธอคือ ‘จิ้งจอก ‘ ต่างหาก”

 

 

จิ้งจอกเจ้าเล่ห์..ที่พร้อมจะเลียนแบบทุกสิ่งตามที่ใจปรารถนา

 

 

TBC

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

อาคาชิบทเยอะนะตอนนี้ สวนทาง ครก กับ มิเนะ

ตอนนี้พรสวรรค์เริ่มไล่เกิดทีละคนแล้ว

 

อาโอมิเนะ มิโดริมะ คิเสะ เหลืออีก สองคน เท่านั้น

 

ฟิคนี้เราบอกว่าใส คือ..ไม่มีฉากอย่างว่านะ 5555

แต่ทางอารมณ์ไม่ใส เพราะเสนอเรื่องความรัก มีทั้งมุมสว่างและมืด

ตอนแรกๆรักก็สว่างไสวสดใสทั้งนั้น แล้วเราก็ค่อยๆแทงด้านมืดมาเรื่อยๆ

 

เรื่องนี้ยาวถึงวัย ม ปลายนะ มาแค่ครึ่งทางเองยังอีกยาวไกลลลลลล

 

อคข จะเบิกเนตรในตอนที่ 17-18 นี่แหละ เตรียมโบกผ้าเช็ดหน้าลานายน้อยแสนดีคนนี้ได้แล้ว//ประหนึ่งส่งไปสนามรบเรอะะะ

 

ไปก้อนนะคะ บายจ้าาา

18 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part16

  1. หมั่นไส้อาโฮ่อ่ะ โกหกคาบน้องไปเนียนๆแล้วยังภูมิใจอีก ถึงจะรักจริง แคร์น้องแค่ไหนก็ยีังน่าหมั่นไส้อยู่ดีอ่ะ คีจังก็ยังคงน่าสงสารต่อไป แต่ก็ได้นายน้อยช่วยให้ดีขึั้นหละนะ นายน้อยก็เริ่มหลุดเรื่องในตอนที่เจอน้องครั้งแรกออกมาแล้ว คีจังจะรู้ไหมนะ ว่าน้องโดนคนดำโกหกเนียนคาบไปก่อนนายน้อยอ่ะ อยากให้คีจึังรู้แล้วไปบอกความจริงกับน้องจัง รอสมน้ำหน้าอาโฮ่ หึหึ แต่นี่ขนาดน้องยังไม่รู่้ว่านายน้อยคือเจ้าชายตัวจริงแต่ก็ยังชอบนายน้อยเลย สัญชาตญานดีจริงๆเลย นี่สินะทีาเค้าว่าคู่กันแล้ว ย่อมไม่แคล้วกันหนะ อยากใก้น้องรู้ความจริงเร็วๆจัง แต่น้องจะได้รู้ความจริงไหมน้อที่ว่านายน้อยต่างหากที่เป็นเจ้าชายตัวจริงหนะ

    ป.ล.รอตอนต่อไป แล้วก็รออ่านบลัดดี้ คอมเพล็กต่อนะค่ะ ^^

    เม้นยาวไปไหมเนี่ยเราแถมเหมือนจะมีแต่น้ำล้วนๆอีกตะหาก ถ้าทำให้งง รึเบื่อก็ต้องขอโทษ บลัดด้วยนะคะ ^^”

    • มิเนะตัดขาดความสำนึกผิดเรื่องนี้เพราะความรักไปแล้ว ส่วนคิเสะคือคนที่น่าสงสารสุดในเรื่อง แต่พอมาตอนนี้เราสื่อมุม อคช บ้างแล้ว เห็นได้เลยว่าเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย แต่ไม่ค่อยแสดงออกมากมาย ผช เก็บอารมณ์ อคช หลุดเล่าเรื่องมาบ้างแล้ว แตต่คิเสะจะรู้ไหม ตอนนี้ยังไม่เอะใจอะไร แล้ว ครก ถึงไม่รู้ว่าจริงๆเจ้าชาย คือ อาคาชิ แต่ก็ตกหลุมรักไปโดยไม่รุ้ตัวแล้ว เอิ้กกก จริงๆตลอดเวลา อคช บทน้อยๆ เขาก็จีบ ครกอยู่นะ จีบแบบสไตล์เขา ไม่พูดมากแบบ ผู้ใหญ่ขรึมๆสุขุม. เม้นยาวเราชอบนะเอิ้กกก ยินดีอ่านจ้าา ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ ค้ำคอร์จะอัพเร็วๆนี้แหละน่อ

    • ฟิคนี้ยังแดงดำนะ แต่อาจมีการสลับคู่บ้าง เราต้องดำเนินเรื่องไปตามความรู้สึกตัวละคร อ่ะค่ะ นายน้อยก็อยากแย่ง แต่ ครก เล่นคบไปแล้ว ท่านก็มารยาทผู้ดี พอรู้เขาเลือกไปแล้ว ถ้าไม่อยากเจ็บก็ถอยออกมา 555

  2. สงสารคีจังงง มิเนะบากะะะะะ โฮรววววววว นายน้อยแสนดีเทนชิคนนี้กำลังจะจากไปแล้วหรอคะ ฮือออ ตอนนี้สงสารนายน้อยด้วยอ่ะท่านเท่มากกก ท่านจำได้ไม่เคยลืมเลยใช่มั้ยคะ โอ๊ยยยท่านแงงขอกอดปลอบ ครกเมื่อไหร่เธอจะรู้ความจริงอ่ะ นายน้อยคือตัวจริงนะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆ\(//∇//)\(≧∇≦)

    • ท่านจำได้ว่าเคยสอนเด็ก ผญ เล่นบาส แต่จะรู้ว่าเป็นน้องรึเปล่านั้น…ยังไม่อาจตอบได้ ฮาา เพราะเราเสนอมุม ครก มีตอนนี้ตอนเดียวเสนอมุมคิเสะให้เห็นด้านของ อคช บ้าง และก็จะเข้าใจตัวตน อคช มากขึ้น เหมือนคนอกหักเจออกหักด้วยกัน เลยคุยบอกความรู้สึกมากขึ้น ถึงแม้ท่านจะพูดนิดเดียวก็ตาม. น้องจะรู้เมื่อไหร่ รอลุ้นจ้าาา ดีใจที่ชอบฟิคนี้นะคะ

  3. อ๊ากกกก รู้สึกอ่านเเล้วเเอบเศร้า
    ถ้าครกรู้ความจริงจะเป็นไงเนี่ย ตอนเเรก
    ยังโอเคกับมิเนะนะ เเต่ตอนนี้หมั่นไส้เเปลกๆเเฮะ
    อยากรู้ว่านายน้อยจำว่าเป็นครกได้หรือเปล่าอะ
    อีกไม่กี่ตอนก็เบิกเนตรอยากรู้ว่าจะเป็นไงอะ
    ปล.ชอบฟิคนี้มากค่ะสนุก อยากอ่านต่อไวๆ 55

    • ตอนรู้ความจริงนี่แหละ เอิ้กกก ดราม่ากระจุยเลย มิเนะตอนนี้ทำตัวน่าหมั่นไส้จริงๆ 555 เดี๋ยวยิ่งน่าหมั่นไส้อีกเยอะ ความรักทำให้คนเปลี่ยนไป ส่วนอคช จำ ครก ได้ไหม ยังตอบไม่ได้ค่ะ 555 รอลุ้นเฉลยดีกว่า นายน้อยเบิกเนตรเป็นไงอีกไม่นานจัได้เห็น ลืมภาพคุณชายแสนดีไว้ตรงนี้เลย ขอบคุณที่ชอบฟิคเรามากจ้าา

  4. สงสารนายน้อยอ่ะ คือแบบมาตอนนี้คงเจ็บปวดมาก
    คีจังก็น่าสงสาร นายน้อยไม่ลองเล่าเรื่องเด็กผู้หญิงให้คิเสะฟังมั่ง
    แต่มันคงไม่ใช่แนวของท่าน
    แต่ยังเคืองอาโฮ่ไม่หายนะคะ ผลพวงจากการเคืองของตอนที่แล้วค่ะ
    ส่วนน้องนี่ก็แอบเคืองนิดๆแบบมันขัดใจอ่ะ แต่ก็ทำให้ชื้นใจตรงที่แอบหึงนายน้อยละ
    เดี๋ยวต่อไปท่านคงเบิกเนตร เอาล่ะสิ นายน้อยผู้แสนใจดีกำลังจิหายไป T__T
    รออ่านตอนต่อไป รวมทั้งเรื่องอื่นด้วยนะคะ

    • ใช่แล้ว อคช เราว่าเป็นคนไม่ค่อยพูดเรื่องตัวเอง พอๆกับ ครก นะ และก็เก็บความรู้สึกเก่ง เหมือนผุ้ใหญ่ขรึมๆ ไม่ถึงกับเย็นชา ท่านรับฟังแต่คิเสะ สังเกตได้เลย นี่เป็นวิธีระบายความเศร้าอย่างนึงของเขา พอได้ฟังเรื่องอกหัก ก็เหมือนรู้สึกว่า ก็ไม่ใช่แค่เราที่เจ็บ น้องนี่เพราะไม่รู้ประกอบกับปักใจเชื่อเพราะมิเนะเล่นอ้างตัวเนียนขนาดนั้น แม้ว่าใจเริ่มรู้สึกแล้วว่า จริงๆตัวเองรัก อคช แต่ก็ค้ำคอในใจว่า มิเนะคือเจ้าชายนะ เลยพยายามตัดใจลืมๆไป

  5. ตอนนี้อีพิคมากคะ ชอบมากๆเลย
    ตัวละครก็กลมดี มีมิติ ไม่มีใครดีกินหรือเลวเกินไปซะหมด เรียกว่าสนุกมากเลยละคะ /ชูนิ้วโป้งให้เลย//

    • เห็นด้านมืดด้านสว่างของคนเลยล่ะ ขึ้นกับปัจจัยและเหตุการณ์ที่เข้ามาเกี่ยว และการรับมือปัญหาแต่ละคน ดีใจที่ชอบค่ะ ตอนนี้อีพิคแล้ว หลังๆจะมีอีก ช่วงนี้เป็นพีคของเรื่อง 555

  6. โฮ่คะ หมั่นไส้โฮ่มากค่ะ…เเต่ก็เข้าใจนะว่าถ้าโฮ่ไม่ทำแบบนี้ โฮ่ก็ไม่มีทางได้รับการเหลียวเเลจากน้องเลย เพราะน้องมีเเต่เจ้าชายอยู่เต็มหัวใจ ก็นะ…อกหักตั้งเเต่ยังไม่สารภาพรักเลยอ่ะ เเต่ถ้าน้องรู้ความจริงก็คงเจ็บปวดมากทั้งโฮ่ทั้งน้องเลย
    คีจังน่าสงสารมากอ่ะ ทั้งๆอย่างนั้นนางก็ยังสนับสนุนทั้งคนที่นางรักกับเพื่อนรัก เป็นคนที่เข้มเเข็งมากจริงๆนะคะในสายตาของเราอ่ะ ยิ้มทั้งน้ำตาเลยทีเดียว
    นายน้อยเศร้าหลบใน…เเต่ก็เข้ากับบุคลิกของนายน้อยอ่ะนะคะ จะให้ออกมาโวยวายก็ไม่ใช้สไตล์ เเต่ก็อยากเห็นนายน้อยเเก้เกมอ่ะนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนายน้อยโอเรชิ หรือนายน้อยโบคุชิก็ตาม
    ช่วงนี้เรื่องดำเนินไปได้เเบบปวดจิตปวดใจมาก เเต่ในวังวนนี้อยากเห็นคีจังมีความสุขมาก…เเละได้เเต่เลื่อนไปดูเเพร์ริ่งข้างบนว่า เฮ้ย…ยังเเดงดำอยู่นะ555 เเต่ก็นะคะความรักมันไม่ได้มีเเต่ความสวยงามอย่างเดียว เเต่การจะเรียนรู้ความรักก็ต้องรู้จักทั้ง 2 ด้าน เเต่เราว่าคีจังสุดยอดที่สุดเเล้วอ่ะค่ะ ได้รู้จักทั้ง 2 ด้าน เเล้วยังไม่ขี้โกงเพื่อให้ได้ความรักมาด้วย (เปล่ากระทบนะคะโฮ่…เปล่านะ ฮี่ๆๆๆ)
    ขอบคุณมากนะคะที่เสกสรรปั้นเเต่งฟิคเรื่องนี้มาให้อ่านกัน เเล้วก็ยังรอค้ำคอร์กับท่านซาตานนะคะ (มาเนียนทวงอีก555)

    • น้องมีแต่เจ้าชายเต็มใจ ถ้าไม่ทำแบบนี้โฮ่ก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย ถ้ารู้ความจริงนี่…กรรมใดใครก่อเลยอ่ะ. คิเสะเป็นคนที่น่าสงสารมาก คือคนที่ทนเสแสร้งได้ขนาดนี้ เข้มแข็งจนไม่รู้จะยังไงแล้ว อาคาชิรู้ถึงได้เมลมานัดไปกินข้าวต่างหาก อคช เองก็ร้าวอยู่ข้างใน บุคลิกนายน้อยจะมาแบบ โวยวายแสดงความรู้สึกมันไม่น่าใช่อ่ะ ส่วนนายน้อยจะแก้เกมส์อะไรยังไงรอดูไปเรื่อยๆ ตอนนี้ อคช รู้แค่ ครก เลือกมิเนะ แต่ไม่รู้ว่า มิเนะใช้วิธีเนียนแย่งน้องไปนะ คิเสะถ้าเทียบความแฟร์ดีกว่ามิเนะหลายเท่านะ 5555 มิเนะถึงจะดูร่าเริง เราว่าลึกๆก็ชอบเอาชนะอยู่ไม่น้อย และชอบการแข่ง ถ้ารู้จะแพ้ทั้งที่ไม่ได้ลองแข่ง มันคงเป็นอะไรที่เฟลเลยเลือกโกหกเนียน อย่างน้อยๆก็ได้น้อง ครก มาในมือแล้ว ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและดีใจที่ชอบฟิคเรานะคะ อีก2เรื่องจะทยอยๆอัพเร็วๆนี้ล่ะ

  7. จะกลับคู่เดิมประมาณตอนที่เท่าไหร่หรอคะ T-T
    /ฮืออออ..อออ อยากอ่านแดงดำ ฟ้าเหลือง
    คีจังน่าจะสะกิดใจนิดนึงนะคะ .__. เรื่องที่อคช. บอกว่าเคยสอนบาสเด็กสาวน่ะ..
    (*=////v////=*) รอตอนต่อไปนะคะ ~~

    • เราอยากให้ลุ้นดีกว่าค่ะ บทสรุปของเรื่องและก็คู่ ลุ้นไปกับความสัมพันธ์ อารมณ์ตัวละคร. คีจังไม่สะกิดใจอ่ะจิ 555 ตอนนี้ยังไม่เอะใจอะไร

  8. ขออนุญาติเบลอใส่พี่โฮ่ด้วยความหมั่นไส้ค่ะ =_=

    ทำไมเรารู้สึกว่า เหมือนตีจังเป็นคนรู้เรื่องอะไรเยอะแยะกว่าคนอื่นเลยนะ ทั้งเรื่องรักแรกของน้องครก ความรู้สึกพี่โฮ่ เรื่องในอดีตของเซย์จัง แต่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวนะคะว่าจะสะกิดใจแล้วเอาเรื่องมาต่อกันได้มั๊ย? แต่ถ้าอิงตามเรื่องหลักแล้ว ความทึบของคีจังก็มีเยอะอยู่ เรียกว่าเป็นพวกไม่ค่อยคิดอะไรเล็กน้อย (ไม่คิดเลยมากกว่า ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕) ก็คงไม่ได้เอะใจอะไรมั้ง คงประมาณว่า ตัวเองกำลังเศร้าอยู่ อีกคนก็กำลังเศร้า เลยเผลอพูดเรื่องที่มีความสุขในอดีตออกมาแค่นั้นก็ได้มั้ง

    ดูเหมือนน้องครก.จะแอบมีปฏิกิริยาแปลกๆให้คีจังอีกแล้วมั๊ย? ;w; หึงเซย์จังก็บอกมาเถอะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    ส่วนเซย์จังนั้นก็คงจะคุมเกมส์ทั้งเรื่องเลยมั้งนิ เดาค่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

    • คีจังอ่ะ ซื่อบื้อ 5555 ไม่ทันคิดอะไรหรอก ตอนนี้ในหัวมีแต่ช้ำจิตช้ำใจ ตอนนี้ อคช กับ คิเสะ เหมือนปลอบกันและกัน เลียแผลใจกันเอง ส่วนน้อง ครก เริ่มรู้สึกหึงหวง ตอนหลังๆจะมีแอฟเฟคชัดเรื่อยๆ 5555

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s