[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part6

 

 

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

Bloody Complex 6

 

 

 

“เซย์จูโร่”   เสียงทุ้มเข้มเรียกลูกชายผู้ที่จะเป็นผู้สืบทอดตระกูลลำดับที่ 10  นัยน์ตาสีแดงเรียวคมกริบหากแต่ขุ่นมัวด้วยวัยที่ล่วงเลยมาจนอายุ 45  ปี จดจ้องมองเด็กหนุ่มที่ถอดแบบมาจากเขาทุกอย่าง ไร้ซึ่งเค้าของภรรยาหลวงที่เสียชีวิตไปเมื่อ 10 ปีก่อน  อาคาชิ เซย์จูโร่ เดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าฉงนสนเท่ห์ทันทีที่พบว่าบิดาแสนเย็นชากำลังยืนกอดอกรอเขาอยู่

 

 

ประสบการณ์ที่เคยพบเจอครั้งนั้นที่หลอกให้เขาหลงดีใจ

ตามด้วยบทลงโทษ ‘ตบ’ หน้าลูกชายเพียงคนเดียวด้วยเหตุผลที่ว่า ‘รังแกลูกเมียน้อย’

 

 

“พ่อมีเรื่องเกี่ยวกับคุโรโกะคุงจะคุยกับผมเหรอครับ”  อาคาชิเดาวัตถุประสงค์อีกฝ่าย ทั้งที่ลึกๆในหัวใจปรารถนาว่าซักวันนึงที่พ่อแท้ๆผู้กอบกุมอำนาจล้นฟ้าจะหันมาสนใจ เอ็นดู มอบความรักให้เขาเหมือนลูกคนอื่นๆบ้างก็ตามที

 

 

ความปรารถนาอันริบหรี่..

 

 

“ฉลาดดีนี่จะได้ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา” เซย์นันกระตุกยิ้มพอใจ ในขณะที่อาคาชิ เซย์จูโร่ ยังคงยืนหน้านิ่งเก็บซ่อนความขมขื่นผิดหวังเอาไว้ใต้เกราะเยือกเย็น ร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนเทย์โควเดินตามหลังบิดานำทางเขาไปยังห้องรับแขกของคฤหาสน์อาคาชิ มือแกร่งหยาบมีรอยเหี่ยวย่นประปรายตามวัยแหวกม่านมูลี่ร้อยลูกคริสตัลสลับลูกปัดแวววาว  ก้าวเดินเข้าไปในตัวห้องสี่เหลี่ยมหรูหราปูพรมสีแดงเช่นเดียวกับผ้าม่านกำมะหยี่ปิดหน้าต่างบานใหญู่สูงเพียวชิดเพดานเรียงต่อกัน กระดานโชงิที่ตั้งใจกลางห้อง..สถานที่ๆทายาทลำดับที่ 10 มักเข้ามาเล่นแข่งกับตัวเองฆ่าเวลาไปพลางๆ พร้อมทั้งฝึกฝนคิดการเดินตาหมากเตรียมเข้าแข่งขันโชงิระดับเยาวชน

 

ผู้เป็นพ่อนั่งลงยังเบาะสีเข้มในทิศตรงข้ามฝั่งกระดานโชงิ ดวงเนตรคู่คมปราดมองเป็นเชิงสั่งให้บุตรชายนั่งประจำที่นั่ง คนหนุ่มผมแดงก้าวเข้ามาทรุดนั่งลงบนเบาะ แล้วเริ่มเรียงหมากกระดานของตนเป็นแถวบนตาราง 9×9 ช่องเช่นเดียวกันกับบิดา

 

 

“รอบคัดเลือกผ่านสินะ”  ตัวหมากกระทบกระดาน..ซ้ำแล้วซ้ำเล่าสลับไปมาในแต่ละตาเดิน

“ครับ..”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ขานรับความสำเร็จขั้นแรก..เป้าหมายคือการรักษาแชมป์การแข่งโชงิระดับเยาวชน  การสนทนาระหว่างพ่อลูกที่มีแต่เรื่องเข้มงวดกวดขันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับว่าที่ผู้สืบทอดตระกูล การสนทนาที่มีเพียงแค่ ‘ชนะ’ เป็นประกาศิต

 

แป๊ะ!!!!

 

ตัวหมากตาเดินของผู้เป็นบิดากินตัวเบี้ยของอาคาชิ เซย์จูโร่ นั่นยังไม่ใช่ที่น่าตกใจเท่าไหร่นัก.. คนหนุ่มกวาดตามองการวางแผนของบิดาที่รายล้อมบนกระดาน มือจับคางครุ่นคิดจนคิ้วขมวดเป็นปม..เข็มนาฬิกาไขลานขยับเดินทุกๆวินาที..ทุกเวลาในความเงียบสงัด กดดันให้ต้องเลือกตัดสินใจหยิบเอาเดินเรือออกจากช่องตาราง ทั้งที่คิดว่าดีแล้วกลับกลายเป็นว่าเปิดทางให้เซย์นันใช้เงินเข้าแทรกแซงในพื้นที่ตอดกินไปเฉยชิบ

 

คนเป็นลูกตาโตตกใจ..ทั้งที่เขาคิดมารอบคอบ ไม่คิดเลยว่าบิดาจะซ้อนแผนรอถึงสองชั้น..รอให้เขาหลงระเริงใจจนนึกว่าเป็นแค่การแลกตัวหมากกันธรรมดา สถานการณ์เลวร้ายเมื่อขุนกำลังถูกรุกขนาบทั้งซ้ายและขวา

 

“หน้าที่ของนักเล่นโชงิที่ดี..คือการปกป้องขุน ไม่ใช่เอาแต่รุกโจมตีฝ่ายศัตรู”  เซย์นันเอ่ยทั้งเสียงเย็น บิดาผู้เก่งกาจเลื่อนม้าเข้ามาทางฝั่งซ้าย ดักเล่นงานลูกชายที่กำลังรอคอยหมากในอีกสองตาต่อจากนี้ในการกู้สถานการณ์  อาคาชิกัดฟันแน่นเม้มปากเป็นแนวเส้น ความตึงเครียดของตาหมากที่กำลังเดินเข้าไปสู่การพ่ายแพ้..เขาเกลียดคำว่า ‘แพ้’ นี่คือสิ่งที่บิดาปลูกฝัง แล้วยัดคำว่า ‘ชนะ’ เข้าไปในสมอง

 

 

กระนั้น..ลูกชายก็ไม่เคยเอาชนะบิดาได้ซักครา

 

 

“รุกฆาต”

 

ขุนของคนหนุ่มผมแดงเพลิงโดนปิดล้อมไร้ซึ่งหนทางหนี..จบเกมส์แล้ว..เขากำหมัดแน่นเจ็บใจ กำเอาขากางเกงสีดำยับยู่ นัยน์ตาเรียวคมจดจ้องหมากโชงิที่ประกาศผลแพ้ชนะไปหยกๆ ก่อนจะช้อนมองสบตาเย็นชาของบิดา

“หมากโชงิก็เหมือนกับชื่อเสียง เหมือนยศศักดิ์ เหมือนความสัมพันธ์ เหมือนกับวงศ์ตระกูล หากไม่อาจปกป้องขุนได้ทุกสิ่งที่ทำมาก็พังพินาศ”  เซย์นันพูดเปรยออกมาโดยที่ยังคงนั่งคุกเข่ากอดอกหน้านิ่ง ความเยือกเย็นสุขุมของชายวัยกลางคนกับวาจาคล้ายกับจะสอนสั่งนั่นทำให้ผู้เป็นลูกเลิกคิ้วสูงงุนงง แววตาเต็มไปด้วยคำถามต้องการไขข้อข้องใจในคำพูดแปลกๆนั่น

 

 

“แกรู้รึเปล่าว่ามีผู้ชายมาติดพันเท็ตสึยะ”  ในที่สุดก็เข้าสู่เรื่องที่เป็นประเด็นหลักเสียที  อาคาชิถอนใจพยักหน้าตอบรับทั้งสีหน้าเฉยชาที่เก็บซ่อนความเบื่อหน่ายที่ต้องมาคอยตอบคำถามของน้องสาวต่างแม่ที่ป่านนี้คงขึ้นไปนอนหลับฝันดีในห้องนอนหรูๆบนชั้นสอง

“ถ้าหมายถึง อาโอมิเนะ ไดกิ หมอนั่นเป็นเอซของชมรมบาสเก็ตบอล การเรียนไม่ค่อยเอาอ่าวแต่มีพรสวรรค์ด้านกีฬาสูงโดยเฉพาะบาสครับ ”  อาคาชิไขข้อสงสัยแก่อีกฝ่าย

 

“เหอะ..ในหัวมีแต่เรื่องกีฬา ท่าทางไร้สมอง ผู้ชายประเภทคิดดีแต่เรื่องหื่นๆ”  เซย์นันพ่นลมหายใจแรงวิพากย์วิจารณ์ถึงชายหนุ่มผิวสีร่างสูงกำยำที่เข้ามาล้อมรอบชีวิตของลูกสาวกับภรรยาคนที่สองที่จากไปด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งการกล่าวหาดังกล่าวตรงทุกอย่างจนลูกชายเถียงไม่ออกได้แต่นั่งฟังเงียบๆ

 

“ฉันต้องการให้แกกันไอ้ดำนั่นจากเท็ตสึยะ”

“หมายความว่าไงครับ?”  คำสั่งจากบิดาสร้างความรู้สึกฉงนสงสัยในใจแก่บุรุษร่างสูงผมแดงเพลิงชี้ยุ่ง

“ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ”  บิดาไม่ตอบคำถาม แต่ใช้น้ำเสียงที่เปี่ยมอำนาจบังคับลูกชายเพียงคนเดียวของตน เซย์นันลุกจากเบาะเดินผ่านลูกชายที่ยังนั่งนิ่งจ้องมองหมากกระดานโชงิที่ตนพ่ายแพ้บิดาด้วยความประมาทเพียงครู่ยาม ฝ่ามือแกร่งหยาบวางลงบนไหล่กว้างของว่าที่ผู้นำตระกูลคนที่สิบ  อาคาชิ เซย์จูโร่ สะดุ้งไม่อาจเก็บซ่อนสีหน้าและแววตาประหลาดใจ มือของชายผู้เป็นพ่ออบอุ่นแผ่ซ่านจากหัวไหล่แล่นตรงมายังหัวใจที่ด้านชา ชโลมความตื้นตันชวนโหยหาที่เขารังแต่ก่นด่าตัวเองว่า ไม่มีวันที่ชายผู้นี้จะแสดงความรักเหมือนพ่อลูกบ้านอื่นๆ

 

“ฉันไว้ใจแกเซย์จูโร่ เพราะแกคือลูกชายของฉัน”

 

ทิ้งท้ายสั้นๆก่อนจากไป ในห้องรับแขกหรูหราเหลือเพียงบุตรชายผู้เป็นทายาทคนสำคัญนั่งตัวแข็งทื่อตกตะลึงกับคำพูดของบิดาเมื่อครู่   ปากหนาขยับยิ้ม..ยิ้มดีใจออกมาจนน้ำตาคลอ ก่อนจะรีบแหงนหน้ามองดวงไฟที่ส่องสว่างเบื้องจากโคมแขวนคริสตัล ไม่ให้น้ำตาปิติยินดีไหลรินออกมา

 

 

ที่แท้..พ่อก็รักเราเหมือนลูกคนนึง

 

พอคิดแบบนี้ก็อดใจเต้นไม่ได้ความรู้สึกนี้คิดแล้วก็น่าอายนัก ถึงอย่างงั้น..

 

สุขใจเหลือเกิน

 

 

 

ในเงามืดที่ด้านนอกกำแพงห้องรับแขก พ่อบ้านมาซากิยืนกอดอกซ่อนตัวอยู่เงียบๆ เปลือกตาขยับเปิดช้าๆ นึกถึงถ้อยคำสนทนาระหว่างพ่อลูก โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายนั่นทำให้คนอายุสูงวัยถอนใจเวทนาออกมา

 

“นายน้อยเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำสินะ”

 

 

ต่อให้ฉลาดแค่ไหน..เด็กก็ไม่มีทางตามเหลี่ยมผู้ใหญ่ทัน

 

 

.

.

.

 

 

หลังจากวันนั้นนี่เป็นเวลา 5 วันแล้วที่ คุโรโกะ เท็ตสึยะ แทบไม่ได้คุยกับอาโอมิเนะ ไดกิ เลย ถึงจะเรียนอยู่ห้องเดียวกันก็ตาม พอเลิกคลาสอีกฝ่ายก็ต้องโดนตามตัวไปซ้อมบาสกะทันหันจึงไม่อาจกลับบ้านด้วยกันได้ พอเข้าพักเที่ยง..

 

ครืด!!!!

 

“คุโรโกะคุงไปกินข้าวด้วยกันเถอะ”  เสียงทุ้มนุ่มสุขุมชวนละลายหัวใจสาวดังขึ้นพร้อมประตูห้องเปิดออก ร่างของคนหนุ่มเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งรับเข้าใบหน้าหล่อเหลา ดวงเนตรสีแดงคมกริบทอประกายอ่อนโยนยามพิศส่งมองตรงมายังเด็กสาวผมฟ้าจืดจางที่นั่งอยู่หลังห้อง..คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายต่างแม่กำลังชักชวนคุโรโกะไปทานข้าวด้วยกันติดต่อกันหลายวันแล้ว

 

“อาคาชิซามะนี่นา”

“กรี๊ดดดดดด”

 

เหล่าสาวๆผู้คลั่งไคล้ในตัวชายหนุ่มเริ่มออกอาการจริตจก้านเคลิบเคลิ้มประธานนักเรียนควบกัปตันชมรมบาสเก็ตบอล สาวจืดจางพยักหน้าตอบนิ่งๆแล้วลุกจากเก้าอี้เดินตามหลังพี่ชายต่างแม่ของเธอ ท่ามกลางสายตาริษยาของเหล่าสาวๆแฟนคลับอาคาชิ รวมถึงพวกที่ดักรุมตบเธอในโรงยิมเทนนิสรกร้างด้วย

 

 

ถาดอาหารถูกวางลงบนโต๊ะกินข้าวที่จับจองไว้ อาคาชิ เซย์จูโร่ นั่งอยู่ตรงข้ามกับคุโรโกะ คนหนุ่มจับตะเกียบคีบข้าวกำลังจะป้อนเข้าปาก..ทว่า..สายตาไร้อารมณ์สีฟ้ากลมโตจ้องมองตรงมา ทำให้เจ้าตัวชะงักมือจะกินก็รู้สึกลำบากใจจึงวางตะเกียบลงแล้วนั่งเท้าคางส่งยิ้มให้น้องสาวต่างแม่ตรงหน้า

 

“คุโรโกะคุงมีอะไรหรือเปล่า?”

“อาคาชิคุงเลิกเสแสร้งซักทีเถอะค่ะ อาคาชิคุงจงใจกันฉันกับอาโอมิเนะคุงสินะคะ”

 

เสียงหวานเย็นยะเยือกพูดตรงแทงกลางใจร่างสูง อาคาชิคิ้วกระตุกโดยที่หน้าหล่อเหลายังคงไว้ด้วยรอยยิ้มสุขุมเหมือนเคย ปากหนาได้รูปขยับเอ่ยคำพูดที่กลั่นกรองเอาไว้ในสมอง..มันคือการโกหกมอบเหตุผลให้อีกฝ่าย

“พูดอะไรแบบนั้น ฉันจะไปทำแบบนั้นทำไมกัน ช่วงนี้ใกล้แข่งแล้วในฐานะที่อาโอมิเนะเป็นเอซของทีมก็เลยต้องซ้อมหนักเป็นพิเศษ”

“ซ้อมหนัก? กระทั่งตอนพักเที่ยงก็โดนเรียกไปซ้อมคนเดียวงั้นเหรอคะ มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ” คุโรโกะเริ่มขึ้นเสียงเจือขุ่น เธอชักสีหน้าไม่พอใจออกมา แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ยกถาดอาหารของตัวเองจากโต๊ะ ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้ายาวประบ่าหรี่มองพี่ชายต่างแม่ที่กัดกันมาตลอดตั้งแต่พบเจอจวบจนบัดนี้ กลั่นแกล้งเธอได้เจ็บแสบสารพัดสารเพ

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าอาคาชิคุงทำแบบนี้ไปทำไม แต่เลิกซะทีเถอะค่ะ มันทำให้ฉันขนลุก” ร่างเล็กๆสะบัดหน้าเดินจากไปทิ้งอาคาชิ เซย์จูโร่ไว้กับโต๊ะอาหารเพียงลำพัง คนหนุ่มผมแดงเลิกยิ้ม..ยิ้มที่เกิดจากหน้ากากจอมปลอม มือที่ประสานไว้ใต้คางกำแน่นจนเล็บจิกหลังมือ ดวงเนตรสีทับทิมหรี่มองแผ่นหลังเล็กๆนั่นไกลออกไปจากโรงอาหารโรงเรียนเทย์โควด้วยสายตาหมิ่นเหม่

 

“คิดว่าฉันอยากใส่ใจเธอนักรึไงกัน”  สบถเบาๆทั้งเสียงกระซิบกับตัวเอง แค่ต้องทนปั้นหน้ามาชวนทางข้าวเกาะติดน้องสาวต่างแม่ลูกเมียน้อยหน้าจืดชืดอย่างกับปลาตายทุกๆวัน ก็น่ารำคาญจะแย่อยู่แล้ว แถมยังใช้อำนาจกัปตันชมรมกันอาโอมิเนะไม่ให้มีโอกาสเข้าหาคุโรโกะอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งหัวเสียหงุดหงิดเข้าไปกว่าเก่าพาลจนท้องไส้หายหิวทันที

 

 

“ไง อาคาจินที่ตรงนี้ว่างขอฉันนั่งด้วยคนนะ”  มุราซากิบาระเดินมาพร้อมกับคิเสะ ถือถาดอาหารกันคนละอัน อาคาชิกลับลุกขึ้นยืนทันทีที่ทั้งสองนั่งลงในที่นั่งตรงกันข้าม สร้างความฉงนงุนงงแก่ตัวจริงร่วมทีมบาสเก็ตบอล

“ฉันไม่หิวแล้ว นายจะเอาไปกินต่อก็ได้นะมุราซากิบาระฉันยกให้”  กัปตันชมรมบาสดันถาดอาหารให้ร่างสูงใหญ่ผมสีม่วงผู้มีกระเพาะหลุมดำกินจุไม่อั้นแล้วเดินจากไป เมื่อเสนอมาคนเฉื่อยแฉะไม่คิดมากอย่างชายตัวใหญ่ผมม่วงน้ำลายสอยินดีรับน้ำใจจากกัปตันชมรมลากถาดอาหารชุดซุปเต้าหู้ร้อนมาเตรียมจัดการต่อจากเมนูขนมปังมายองเนสของตัวเอง

 

“อาคาชิจจิอารมณ์เสียเพราะพวกเรารึเปล่านะฦ”  คิเสะ เรียวตะ จับสัญญาณอารมณ์คนผมแดงได้ กังวลใจว่าท่าทีเหวี่ยงๆนั่นของอีกฝ่ายเกิดจากพวกเขาทั้งสองมาแจมของร่วมโต๊ะหรือเปล่า ดวงเนตรสีอำพันเหลือบไปมองคนตัวใหญ่ข้างตัวสวามปามขนมปังมายองเนสหมดเกลี้ยงแล้วโกยข้าวกับซุปเต้าหู้ต่อเป็นอย่างที่สองด้วยความเร็วติดจรวด นัยน์ตาสีม่วงเฉื่อยสบตาตอบเพื่อนร่วมห้องผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสมอาชีพนายแบบ

 

“เมื่อกี้นายพูดอะไรอ่ะ?”

“มุราซากิบารัจจิ!!หัดฟังคนอื่นเขาพูดบ้างสิ!!!!”  คิเสะโวยวาย  มุราซากิบาระทำหน้าเบื่อโลกแล้วโกยข้าวต่อจนหมด มือลูบท้องที่ยังร้องโครกครากไม่หยุดเลยวิสาสะดึงชุดเมนูแกงกะหรี่ของคนผมเหลืองมาจัดการต่อ

“นั่นมันของฉันนะมุราซากิบารัจจิ!!!!!!”

“คิเสะจินอยากช้าเองนี่นา”  คนผมม่วงไม่สนใจยังเดินหน้ากินโดยที่มืออีกข้างถือตะเกียบ อีกข้างก็ยันหัวคิเสะที่เข้ามาจะยื้อแย่งถาดอาหารคืนไว้

 

 

.

.

.

 

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าอาคาชิคุงทำแบบนี้ไปทำไม แต่เลิกซะทีเถอะค่ะ มันทำให้ฉันขนลุก”

 

 

คำพูดของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ด้วยเสียงใสที่เรียบนิ่งไร้อารมณ์ หากแต่แววตาคู่นั้นกลับฉายแววขุ่นเคืองไม่พอใจ ทั้งหมดนี้ยังวนเวียนในหัวสมองของอาคาชิ เซย์จูโร่ เขาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียนสีดำก้าวเดินสวนผ่านผู้คนมากมายทั้งรุ่นน้องและเพื่อนร่วมระดับชั้น เสียงกระซิบกระซาบชื่นชมดังไปตลอดทางเดินทั้งจากปากผู้ชายและหญิงสาว ก็หาได้น่าเก็บมาใส่ใจ

เท้าทั้งคู่เดินทอดน่องไปอย่างไร้จุดหมายรู้อีกทีก็มายืนอยู่ทางเดินเชื่อมอาคารที่มีหลังคามุมต่อทอดยาวกันแดดให้ ไกลออกไปนั้นเป็นโรงยิมบาสเก็ตบอลระดับหนึ่งสำหรับตัวจริงของทีมที่เป็นแกนหลักสำหรับแข่งขัน  ที่หน้าประตูทางเข้า..ดวงเนตรสีแดงสะดุดสายตาเข้ากับร่างเล็กๆจืดจางเรือนลางจนแทบไม่สังเกตเห็นหากไม่มองดีๆ เดินเข้ามาหาคนหนุ่มผิวสีดำที่ยืนเปิดก๊อกน้ำล้างหัวดับร้อนอยู่

 

 

จากระยะห่างอาคาชิไม่รู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่จากท่าทางพอเดาได้ว่าคุโรโกะซื้อขนมปังมาให้อีกฝ่าย แล้วตัวเองก็ถือถาดสำรับอาหารกลางวันมากินด้วยกัน โดยมีพวกสมาชิกบาสเพื่อนร่วมก๊วนของอาโอมิเนะโผล่หัวออกมาจากหน้าต่างโรงยิม คงจะพูดแซวหยอกบางอย่างทำให้เอซเทย์โคววิ่งไล่เตะก้นหน้าแดงก่ำแบบนั้น

 

 

 

ไม่อยากกินข้าวกับเรา..แต่หนีมากินข้าวกับอาโอมิเนะ..

 

 

“อาคาชิ นายมาทำอะไรที่นี่?”  มิโดริมะ ชินทาโร่ ดันสันแว่นขึ้นจมูกมือที่พันเทปกันซ้นถือตุ๊กตากบลัคกี้ไอเทมของวันไว้ข้างตัวไม่ห่างหายจ้องมองเพื่อนสนิทร่วมห้องที่ยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา เขาเลิกคิ้วสูงฉงนสงสัยก่อนจะหันหน้าไปมองตามสายตาสีทับทิม

“นั่นมันอาโอมิเนะกับคุโรโกะนี่” ดวงตาสีมรกตเรียวคมหลังแว่นทรงเหลี่ยมลอบมองใบหน้าครึ่งซีกของคนหนุ่มข้างตัว ดวงหน้าหล่อเหลากลับนิ่งเฉยจนอ่านความคิดไม่ออก..ไม่พูดคุยโต้ตอบแล้วเมินคู่หนุ่มสาวหน้าโรงยิมบาสเดินหายเข้าไปในตัวอาคารเบื้องหน้าทิ้งมิโดริมะยืนเคว้งคว้างเอาไว้ตรงทางเชื่อมอาคาร มือแกร่งดันแว่นขึ้นเลื่อนสายตาไปยังน้องสาวต่างแม่ของอีกฝ่ายด้วยความสงสัยบางอย่างที่จับได้จากการสังเกตในวันนี้ แล้วเลือกที่จะเมินไม่สนใจเดินกลับเข้าโรงอาหารเพื่อซื้อมื้อกลางวันมาใส่ท้อง

 

 

 

“จะว่าไปอาโอมิเนะคุงข้าวกล่องนี่?”  คุโรโกะหลุบตาลงมองกล่องอาหารสีชมพูหวานในมือคนผิวสีแทน ใบหน้าคมคายก้มหน้ามองข้าวกล่องจัดหน้าตาสวยหรูเป็นแซนวิชใส่ปูอัดเรียงสลับชั้นกับชีสแฮม มือแกร่งหยิบขึ้นมางับกินเข้าปากแล้วกลืนลงคอก่อนตอบคำถาม

“เมื่อกี้ก่อนหน้าเท็ตสึจะมา มีผู้หญิงเอามาให้ฉันน่ะ..อร่อยดีเหมือนกันนะเห็นว่าทำเองกับมือด้วย” คำชมนั่นทำเอาคุโรโกะรู้สึกว่าตัวเองช่างไม่เป็นแม่บ้านแม่เรือนเอาเสียเลย เธอก้มมองขนมปังไส้แฮมที่ตัวเองซื้อจากโรงอาหารมาให้อีกฝ่าย เพราะกลัวว่าจะมัวแต่ซ้อมบาสจนไม่มีเวลาไปซื้อข้าวในโรงอาหารทัน สลับกับอาหารจากสาวๆที่ดูก็รู้ว่าแอบชอบอาโอมิเนะถึงได้ลงมือทำอาหารมาให้

“อาโอมิเนะคุง..ชอบผู้หญิงทำอาหารเป็นเหรอคะ”  สาวผมฟ้ายาวประบ่าถามทั้งเสียงเรียบ

“ก็ชอบล่ะนะ..นี่เป็นหน้าที่ของผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ฉันมีเพื่อนผู้หญิงสมัยเด็กคนนึงฝีมือทำอาหารนี่นรกแตกมาก คิดแล้วก็ขนลุกไม่หาย ยัยนั่นทำอาหารฆ่าคนตายได้เลยล่ะ”  คนตัวสูงเล่าไปพร้อมทำหน้าขนพองสยองเกล้า คุโรโกะขยับยิ้มน้อยๆขำขันออกมา ก่อนจะหลุบตามองอาหารของตนที่เตรียมให้อีกฝ่ายเทียบกับข้าวกล่องน่ารักๆนั่นแล้ว..

 

“ฉันเอง..ก็อยากจะทำข้าวกล่องให้อาโอมิเนะคุงบ้างเหมือนกัน”  สิ้นคำพูด คนผิวสีชะงักมือเผลอปล่อยแซนวิชร่วงหล่นตกในข้าวกล่องสีชมพูหวาน ตาสีไพลินปริบมองใบหน้าหวานครึ่งซีก ก่อนจะสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายหันมาส่งยิ้มน้อยๆให้

“จ..จริงเหรอ!!!”  คนผิวสีอุทานเสียงสั่น เขาใจเต้นแรงตื่นเต้นพอได้ฟังคำพูดที่ว่าจะหัดทำอาหารเพื่อตัวเองจากปากหญิงสาวที่แอบชอบแล้ว

 

หรือว่า..เท็ตสึจะ…

 

 

“ฉันอยากทำอาหารให้เพื่อนคนสำคัญ ตอบแทนที่อาโอมิเนะคุงคอยช่วยเหลือดูแลฉัน คอยเป็นเพื่อนคนมืดมนจืดจางอย่างฉัน” วัตถุประสงค์นั่น..ทำลายภาพในฝันของเอซเทย์โควแตกเป็นเสี่ยงๆ อาโอมิเนะสะอึกจุกแน่นในลำคอ รู้สึกหดหู่ท้อแท้พอได้ยินคำว่า ‘เพื่อน’   น้ำตาจะไหลออกมาแต่กลั้นเอาไว้ พร้อมส่งรอยยิ้มแหยๆเกาหัวแก้เก้อความคิดเพ้อเจ้อบ้าบอเข้าข้างตัวเอง

 

“น..นั่นสินะ..ฮะๆ เพื่อนกันดูแลกันนี่เนอะ ฮะๆ “  หัวเราะทั้งน้ำตาตกใน  พอเห็นใบหน้าล้อมเส้นผมสีฟ้าเปี่ยมรอยยิ้มสดใส ดวงเนตรกลมโตไร้อารมณ์หนักแน่นยินดีที่จะทำสิ่งตอบแทนเขาแบบนั้น..อาโอมิเนะ ไดกิ รู้สึกอุ่นล้นในใจ

 

แม้ตอนนี้จะเริ่มต้นแค่เพื่อน..แต่ว่าซักวันนึง..

 

 

“ฉันจะรอข้าวกล่องจากเธอนะ เท็ตสึ”  กำปั้นชูตรงมา คุโรโกะเลิกคิ้วสูงจ้องมองมือแกร่งตรงหน้า ก่อนเลื่อนสายตาช้อนมองรอยยิ้มกว้างยิงฟันขาวเรียงสวยบนหน้าคมเข้มตัดผมสั้นเกรียนสีน้ำเงินเข้ม ริมฝีปากอิ่มสีดอกซากุระแย้มยิ้มแล้วชกกำปั้นเบาๆตอบรับคำสัญญา

 

 

สายสัมพันธ์เริ่มต้นเพียงจุดเล็กๆ

ขมวดปมด้ายเข้าหากันทีละนิด พัฒนาค่อยเป็นค่อยไป

ฉันจะทำให้เธอรักฉันให้ได้เท็ตสึ’

 

 

.

.

.

 

 

หนาว..ทำไมอากาศถึงหนาวแบบนี้

 

 

นัยน์ตาสีทับทิมปรือขึ้นเชื่องช้า..เหม่อมองรอบกายที่โคลงเคลงไปมาน่าพิศวง รอบกายที่มืดสนิทกระนั้นยังคงมีแสงสีนวลจากเบื้องบนสาดส่องลงมาฉายฉาบให้เห็นทุกสิ่ง เท้าเหยียบย่ำพื้นที่นุ่มยวบสัมผัสความสากเรียวเล็กๆให้ความรู้สึกจั๊กกะจี๊และคันไปในเวลาเดียวกัน

 

สนามหญ้า..ที่นี่มันสวนในบ้านเรา?

 

 

 

อาคาชิรำพึงนึกคิด..ตอนนี้เขาเดินผ่านลัดเลาะมาจนถึงสถานที่เต็มเปี่ยมความทรงจำครั้นเยาว์วัย..กลิ่นหอมอ่อนๆเจือจางจนไม่อาจรับรู้ หากแต่ช่างตราตรึงจนไม่อาจลืมเลือนไปได้..รอบกายเต็มไปด้วยพุ่มสวนดอกกุหลาบสีขาวเบ่งบานงดงามสะท้อนแสงสีนวลเหล่านั้น พอเงยหน้าขึ้นก็พบกับ..ดวงจันทราเสี้ยวรายล้อมด้วยนภาสีดำและดวงดารา

 

 

จริงสิ..เรากลับมาบ้านอาบน้ำแต่งตัวก็เข้านอน..ไม่ยอมกินข้าวเย็น หงุดหงิดเรื่องของลูกเมียน้อยนั่นไปกินข้าวกับอาโอมิเนะ

ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น?

 

 

อาคาชิพยายามตั้งสติเอาไว้ ทว่า..ร่างกายกลับไปยอมหยุดเคลื่อนไหว ขายังคงขยับก้าวเดิน..เดินไปอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง..ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงออกมาเดินเตร็ดเตร่กลางค่ำกลางคืนแบบนี้

 

 

 

เราควรจะนอนบนเตียง..หรือว่าจะเป็นเพียงความฝัน?

 

 

กลิ่นหอมดอกกุหลาบแรงขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นหอมหวานรัญจวนใจชวนคะนึงนิจลอยล่องเตะจมูก แจ่มชัดทุกความคิดทุกอิริยาบถย่างก้าว กลิ่นหอมเหล่านั้นที่ช่างแจ่มชัดจนน้ำตาไหลรินอาบแก้มหาสาเหตุไม่ได้

 

เคยพบเจอมาก่อน กลิ่นหอมชวนโหยหา

กลิ่นของ…แม่

 

 

“เซย์จูโร่”

 

เสียงหวานนุ่มนวลชวนสะกดใจดังขึ้น อาคาชิก้มลงมามองต้นเสียงเรียกขาน..กระซิบที่แผ่วเบา ร่างของสตรีสูงโปร่งในชุดกระโปรงยาวสีแดงสวยยืนอยู่ เส้นผมสีดำพลิ้วไหวยามต้องกระแสลมที่พัดผ่าน ใบหน้างดงามประหนึ่งรูปแกะสลักของเหล่าเทพธิดาในวิหารส่งยิ้ม ดวงเนตรสีอำพันคู่งามใต้ขนตาแพยาวจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาอ่อนโยนยิ่งกว่าใคร

 

“แม่..”   อาคาชิ เซย์จูโร่ รู้ตัวว่าปากของตนขยับพูดเรียกอีกฝ่าย ลำคอตีบตันจนเจ็บไปหมด..ขาขยับก้าวตรงไปหาหญิงสาวเบื้องหน้า อาคาชิ ฮิเมะ มารดาผู้เลอโฉมดุจเจ้าหญิงสมชื่อยื่นแขนมาหา

 

ภาพทุกอย่างพร่ามัวเหลือเกิน..พร่ามัวด้วยน้ำตาหลั่งริน

 

 

“เซย์จูโร่”

 

“แม่ครับ..”  มือทั้งสองยกขึ้นหมายจะไขว่คว้าร่างของหญิงสาวผมดำยาวสลวยที่ลอยห่างออกไปเรื่อยๆ

“แม่..อย่าไป..”  อีกนิดเดียว ขอแค่ปลายนิ้วก็ยังดีขอแค่ได้สัมผัสร่างกายของมารดาอีกครั้ง ชีวิตนี้ก็ไม่หวังอะไรอีกแล้ว

 

 

ตูม!!!!!

 

 

“อาคาชิคุง!!!!!”

 

หญิงสาวจืดจางเรือนผมสีฟ้าหวีดร้องเสียงดังลั่น ตากลมโตเบิกกว้างตื่นตระหนกเมื่อร่างของพี่ชายต่างแม่ร่วงหล่นตกลงไปในสระน้ำ  เธอรีบสาวเท้าวิ่ง..วิ่งให้เร็วที่สุดโดยไม่สนว่าหนามกุหลาบจะเกี่ยวชายกระโปรงชุดนอนขาดหรือไม่ จนมาถึงสระน้ำริมศาลาแล้วกระโดดลงไป

เวลากลางคืนทำให้อุณหภูมิของน้ำเย็นเชียบกว่าเก่า จนรู้สึกราวกับว่าสัมผัสหนักอึ้งของสายน้ำบาดผิวลึกไปถึงกระดูกทั่วทั้งร่าง คุโรโกะรีบสอดสายตาหา จนเจอร่างของคนหนุ่มผมแดงที่ทิ้งตัวลงดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ    เธอไม่รอช้ารีบแหวกว่ายไล่ตามให้ทันอีกฝ่ายมือน้อยๆเอื้อมแล้วรีบคว้าจับเข้าข้อมือแกร่งได้ทัน ก่อนจะพยุงบุรุษผู้นี้ขึ้นสู่ผิวน้ำว่ายต่อไปจนลากขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย

 

 

“อาคาชิคุง..อาคาชิคุง” น้องสาวต่างแม่เขย่าร่างคนหนุ่มแรงๆ อีกฝ่ายยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติ่ง สาวผมฟ้าเปียกโชกทั้งเนื้อตัวจนชุดนอนกระโปรงสีขาวแนบกายเอานิ้วมืออังรูจมูกตรวจสอบ

“ไม่หายใจ..”  หน้าหวานซีดเซียวเข้าไปกว่าเดิม อกซ้ายตื่นตระหนกหวั่นกลัวว่าคนๆนี่จะตาย จะวิ่งกลับไปบอกพ่อบ้านแม่บ้านให้รีบมาช่วยก็กลัวว่าจะไม่ทันการ คุโรโกะมือสั่นไปหมดพยายามหลับตาตั้งสตินึกหาวิธีช่วยเหลืออีกฝ่ายจากที่เคยเรียนรู้ว่า ถ้าจำไม่ผิดคนจมน้ำต้อง

 

 

ผายปอด..

 

 

ปากอิ่มเม้มแน่น..โลเลใจครู่นึง พอคิดว่าคนๆนี้อาจจะตายโดยที่เธอไม่อาจช่วยชีวิตได้ ต่อให้ไม่ชอบขี้หน้ากันแค่ไหนสำนึกรักผิดชอบชั่วดีร้องเตือนให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง มือเล็กๆประคองใบหน้าคนหนุ่มให้แหงนขึ้นเล็กน้อย ใช้นิ้วล้วงเข้าไปในโพรงปากกวาดเอาสิ่งที่ติดค้างด้านในออกจำพวกทรายเล็กๆที่ลอยปะปนในสระน้ำออกจนแน่ใจแล้ว จึงโน้มหน้าลงประทับริมฝีปากแล้วเป่าลมเข้าด้านใน สลับกับถอนปากออกกดปั๊มหน้าอกสามครั้ง

 

“ฟื้นสิอาคาชิคุง”  คุโรโกะเรียกอีกฝ่ายทั้งเสียงสั่นเครือ..เธอโน้มลงจูบพี่ชายต่างแม่ผายปอดต่อเนื่องสลับปั๊มหัวใจเช่นนี้ไปมา

 

 

 

 

“แค่กๆ”

 

ในที่สุดคนผมแดงสำลักน้ำไอโคลกออกมา ร่างสูงสะดุ้งไหวเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวที่กำลังจะโน้มลงประทับริมฝีปากผายปอดอีกรอบชะงักแล้วถอยห่างออกมา ขณะเดียวกันเสียงเอะอะมะเทิ่งตามด้วยฝีเท้าจำนวนมากวิ่งกรูเข้ามาในสวนทำให้คุโรโกะลุกขึ้นหลีกทางให้พวกแม่บ้านที่พึ่งรู้ตัวว่าเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติเข้ามา

“นายน้อย!!!นายน้อยทำใจดีๆไว้นะคะ!!!”สาวใช้ทั้งหลายวิ่งเข้ามาพยุงร่างทายาทคนที่ 10 ของตระกูลขึ้นมานั่งให้สำรอกไอเอาน้ำที่เข้าไปออกมาให้หมด ล้อมหน้าล้อมหลังจนคุโรโกะไม่อาจเห็นร่างของพี่ชายต่างแม่..และอีกฝ่ายก็มองไม่เห็นเธอด้วยเช่นกัน

“พานายน้อยกลับเข้าบ้านเร็วเข้า”  พ่อบ้านมาซากิวิ่งมาสมทบเป็นคนสุดท้าย ออกคำสั่งเหล่าแม่บ้านคนใช้ทั้งหลาย พวกเธอในชุดนอนพยักหน้าแล้วรีบพยุงโอบร่างอีกฝ่ายที่ยังไม่ได้สติเดินออกไปจากสวนดอกกุหลาบสีขาว

 

 

 

แคร้ง!!!

 

บางสิ่งบางอย่างร่วงหล่นจากมือแกร่งของของเด็กหนุ่มผู้สลบไสลตกลงบนพื้นหญ้า นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตเหลือบมองไปเห็นพอดี เธอก้าวเดินเข้าไปใกล้แล้วหยิบวัตถุที่แวววาวโลหะสะท้อนแสงจันทร์ขึ้นมาดู

 

“กรรไกร?”

 

สิ้นคำพูด เหล่าแม่บ้านทั้งหลายชะงักฝีเท้ารีบหันขวับมายังเธอ ทุกสายตาจ้องมองไปยังกรรไกรด้ามจับสีดำในมือของคุโรโกะ เหล่าคนใช้หน้าซีดเผือดเม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วไปหน้า ตัวสั่นเท้าแล้วเริ่มหวีดร้องเสียสติ

 

 

 

“ก..กรรไกร..กรรไกรนั่น..”

“ไม่จริง!!!!ไม่เอาแล้ว!!!!ฉันจะลาออกจากที่นี้!!!!”

“พอกันที!!นี่มันเรื่องบ้าไปใหญ่แล้ว!!!!”

 

 

“เงียบซะ!!!!”  พ่อบ้านวัยกลางคนตวาดเสียงดังลั่น ทำเอาทุกคนในที่แห่งนี้สะดุ้งโหยงสุดตัว พวกแม่บ้านรีบหุบปากสงบนิ่งเงียบทั้งที่หน้าตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดผวาจนเห็นได้ชัด คุโรโกะมองสีหน้าแม่บ้านทุกคนด้วยความประหลาดใจและตกใจกับเสียงตะคอกกร้าวที่ไม่คาดคิดว่าจะพบเห็นจากปากพ่อบ้านแสนสุขุมคนเก่าคนแก่ของคฤหาสน์หลังนี้ นัยน์ตาไร้อารมณ์เหลือบมองไปยังหัวหน้าคนใช้..ยังคงความสุขุมเยือกเย็นเอาไว้ผิดกับดวงตาสีฝ้าฝางสั่นไหวออกมา

“พานายน้อยเข้าบ้านเดี๋ยวนี้!!”  พ่อบ้านย้ำคำสั่งอีกครั้ง ทำให้พวกแม่บ้านที่พากันกลัวจนหัวหดพยักหน้ารัวๆรีบพยุงร่างสลบไสลไร้สติออกไปจากสวนกุหลาบงดงามแห่งนี้จนลับสายตา

 

 

“มาซากิซัง เกิดอะไรขึ้นคะ?”  คุโรโกะเอ่ยถาม  พ่อบ้านหนุ่มถอนหายใจก่อนหันมาคลี่ยิ้มสุภาพกับคุณหนูลูกของภรรยาคนที่สองของผู้นำตระกูลอาคาชิส่ายหน้าตอบพร้อมกับยกมือทาบอกซ้ายโค้งรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น

“ไม่มีอะไรหรอกขอรับคุณหนูคุโรโกะ พวกแม่บ้านแค่ใจเสียที่นายน้อยเดินละเมอตกน้ำน่ะขอรับ ต้องขอบคุณคุณหนูคุโรโกะมากจริงๆที่ช่วยชีวิตนายน้อยเอาไว้”  ขอบคุณแล้วก็โค้งเคารพให้

“ฉันก็แค่นอนไม่หลับจะออกมาหาที่นั่งชมวิวอ่านหนังสือเท่านั้น แล้วก็บังเอิญไปเห็น..อาคาชิคุงเดินตกลงไปในสระ” พวงแก้มใสขึ้นสีแดง ประหม่าที่อีกฝ่ายแม้จะสถานะเป็นพ่อบ้านเป็นคนใช้ แต่ก็คอยดูแลอายุมากกว่าเทียบเท่าพ่อของเธอมาแสดงความเคารพแบบนี้ ประกอบกับชีวิตที่ผ่านๆมาไม่เคยถูกปรนนิบัติรับใช้ ชีวิตอยู่กับแม่สองคนเหมือนคนทั่วๆไปไม่ได้มีฐานะเป็นลูกคนใหญ่คนโตร่ำรวยอะไรจึงอดแปลกๆในใจเสียไม่ได้ เลยรีบโค้งตอบรับคำขอบคุณเหล่านั้นด้วยเช่นกัน

 

 

“จะว่าไป..อาคาชิคุงนอกจากฝันร้ายแล้วยังนอนละเมอด้วยเหรอคะ?”  หญิงสาวถามไถ่ถึงพี่ชายต่างแม่..ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนหนุ่มที่ดูดีไปเสียทุกอย่าง อยู่ในแสงสว่างจับตาในฐานะว่าที่ผู้นำตระกูลอาคาชิคนต่อไปจะมีบางสิ่งที่แปลกประหลาดซ่อนเร้นอยู่เช่นนี้ด้วย

“ตั้งแต่คุณผู้หญิงเสียไปนั่นแหละขอรับ..นายน้อยก็เริ่มฝันร้ายบ้าง..นอนละเมอบ้าง จะเกิดขึ้นหนักๆถ้ามีภาวะเครียด” พ่อบ้านมาซากิอธิบายให้คำตอบแก่หญิงสาวแล้วเดินเข้ามาใกล้ยื่นมือตรงมาที่เธอ สร้างความงุนงงแก่เด็กสาวเจ้าของเส้นผมสีฟ้าอ่อนจืดจาง

 

 

“คุณหนูคุโรโกะ กระผมขอสิ่งนั้นคืนจะได้ไหมขอรับ”

 

 

คุโรโกะปริบตาก่อนก้มหน้าลงมอง…กรรไกร..ที่อยู่ในมือ เธอพยักหน้าตอบรับแล้วยอมคืนให้อีกฝ่ายไป

 

 

“น่าแปลกนะคะที่อาคาชิคุงนอนละเมอถือกรรไกรแบบนั้น”  หญิงสาวผมฟ้าเปียกปอนไปทั้งตัวตั้งประเด็นสงสัยใคร่รู้..หากแต่เธอต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นสีหน้าหวาดผวาจนน่ากลัว ปรากฏบนใบหน้าของพ่อบ้านมาซากิ ดูเหมือนเขาจะรู้ตัวว่าเผลอปล่อยตัวแสดงอารมณ์ออกมาก็รีบกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มละมุนอ่อนโยน

 

“นี่ก็อากาศเย็นมากแล้วคุณหนูคุโรโกะรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะขอรับเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา เดี๋ยวผมจะชงนมอุ่นๆไว้รอนะขอรับ”  พ่อบ้านมาซากิเปลี่ยนเรื่องสนทนาฉับพลัน ทำเอาร่างเล็กบางไปไม่ถูก ทั้งที่สงสัยในสิ่งที่เกิดแล้วต้องการคำตอบ  พอเห็นรอยยิ้มที่ส่งมาพร้อมกับแววตาอ่อนโยนกึ่งบังคับเหล่านั้น  คุโรโกะรู้สึกว่ากำลังถูกสั่งไม่ให้ซอกแซกเรื่องเหล่านี้ประกอบกับบิดาที่ออกเดินทางไปฮอกไกโดยังไม่กลับมาจึงเหมือนกับว่าสถานที่แห่งนี้เธอคนเดียวโด่เด่ไร้พวก

 

 

 

เลยเลือกที่จะเงียบปากพยักหน้ารับคำแนะนำเดินกลับเข้าสู่คฤหาสน์อาคาชิ

 

 

 

TBC

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ตอนนี้ไม่เรท แต่ตอนหน้า..เรทของจริงกันแล้วค่ะ กร๊ากกกกกกกกกกกก

ตอนหน้าไม่ใช่ฝันแล้ว ค้ำคอร์กันจริงๆเลยล่ะ ว่ะฮ่าๆๆๆๆ

 

แฟนอาร์ตโดย Platinum’s Gallery  ค่ะ ขอบคุณมากจ้าาา น้องออนท็อปได้แบบ เอิ้กกก ปากเลือดดด

 

10394558_297058040465241_8076047933861466965_n

 

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้าาา

20 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part6

  1. โอวคุณพ่อส่งนายน้อยไปเป็นไม้กันหมาตามคาดเลย จุดประสงค์คืออะไรกันหนอ? ดีใจที่พ่อเห็นว่าเป็นลูกชายน้ำตาซึมเลยรึดูเป็นเด็กขาดความรักอารมณ์ประมาณว่าชีวิตนี้พ่อไม่เคยบอกรักไรงี้เลย >~< ไอ้ที่หงุดหงิดหึงแน่นอนเบยยย เครียดจัดจนนอนละเมอกันเลยทีเดียว~ ว่าแต่คุณแม่จะลากนายน้อยไปอยู่ด้วยเรอะฝันเห็นตายลางไม่ดีนะเนี่ยยย!! O_O
    ปล.ถึงตอนนี้จะไม่เรทแต่อย่างน้อยก็ได้จูบ(ทางอ้อม-3-)มาละเนอะ ตั้งตารอคอยตอนเรทต่อปายยยย 5555 (เม้นซะยาวเลย…ขอโทดค่าาา TwT)

    • จุดประสงค์คุณพ่อนี่ล้ำลึกอยู่ ส่วนคำพูดของคุณพ่อนั้นแค่บอกว่าเป็นลูกชาย สำหรับ อคช ที่พ่อเข้มงวดมากๆถือว่าเป็นเหมือนครั้งแรกที่พ่อเหลียวแล เลยดีใจมากๆ แต่..อย่าฟิคเรื่องนี้เสนอผ่านมุมมองวัยรุ่นและอย่าไว้ใจผู้ใหญ่มากนัก คุณแม่นี่จะฝัน หรือผี หรืออะไร ทำไมนอนละเมอ มีสาเหตุมากกว่าเครียดอีกนะ ตอนนี้บอกได้แค่ว่าพ่อบ้านพูดความจริงแค่ 50% เท่านั้น ถึงจะผายปอดแต่ก็เป็นสัญญาณนัยๆว่า ครก ก็มีน้ำใจช่วยเหลือคนที่ทำไม่ดีกับตัว อันนี้เป็นการพัฒนาระดับความรู้สึกที่น้องมีต่อ อคช ในขณะที่ อคช พัฒนาในเชิงอิโรติกจากตอนที่ผ่านๆมา 555 เม้นยาวไม่เป็นไรจ้า เราชอบอ่านนะ

  2. สำหรับเรื่องนี้ ความคิดเด่นๆในหัวคือ ไม่เข้าใจคุณพ่อของนายน้อยมาก
    ต้องการอะไร อ่านครั้งก่อนนี่แบบท่านต้องการให้ลูกสองคนค้ำคอร์กันเหรอ (ทางนี้ก็รอค้ำคอร์อยู่นะคะ -…-)
    หรือยังไง? หรือเห็นว่าอย่างลูกชายคนนี้ต้องมีน้องคอยอยู่เคียงข้างรึเปล่า?
    เพราะน้องมีความอบอุ่นอย่างที่ว่า? ความอยากอ่านตอนต่อไปผุดขึ้นมาปานน้ำเดือดเลยค่ะ
    ตอนหน้าจะมีฉาก NC แล้ว อยากจะกรีดร้องให้สมกับที่รอคอย
    ตอนนี้ได้จูบไปแล้ว แต่อบสงสัยว่าเรื่องนี้นายน้อยจะได้เปลี่ยนบุคลิกไปเป็นอีกคนมั้ย
    เห็นเรื่องอื่นบุคลิกเปลี่ยนน่ะค่ะ

    • เราจงใจให้เดาความคิดคุณพ่อไม่ออกค่ะ555 ตอนหลังเราจะเฉลย แต่ถ้าอ่านจับจุดดีๆเราก็ใบ้อยู่นะว่าพ่อคิดอะไรอยู่ จะทำอะไร วางแผนอะไร เซย์นันแสดงออกมามีนัยยะแฝงเสมอ อาจมีจริงจากใจบ้างและอาจไม่ได้มาจากใจเลยก็มี เป็นคาแรกลึกลับ รมณ์ว่าเด็กๆวัยรุ่นไม่เข้าใจความคิดของผู้ใหญ่ เปลี่ยนบุคลิกไหมรอลุ้นดีกว่าค่ะ

  3. รอนานนน ได้อ่านเเล้วเย้!!!
    อ่านเเล้วอยากรู้จริงๆว่าพ่อจะทำอะไร
    เเล้วเรื่องที่ทุกคนกลัวนี่สิปริศนาเต็มไปหมดเลย

  4. เราชอบเรื่องนี้มากๆเลยนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เม้น (ซุ่มมานาน) จริงๆเราอ่านทุกเรื่องของ bloodhana ที่เป็น akakuro เพราะมันหาอ่านยากมากเลย TT ขอบคุณที่เขียนเรื่องสนุกออกมาเยอะๆ รอตอนต่อไปอยู่นะคะ >< เดาไม่เคยได้เลยเรื่องนี้พลิกล็อกตลอดชอบสุดๆ

    • ขอบคุณมากจ้า เม้นได้ไม่ต้องกลัวน่อ ขอบคุณที่ชอบฟิคเรานะ คู่แดงดำนี่ก็เยอะอยู่นะ แต่ไทยเราไม่ค่อยแต่งฟิคอ่ะ ที่ญี่ปุ่นเองก็กระแสแรงอยู่ ประมาณไม่ค่อยมีสายผลิตราวๆนั้น ฮะๆ
      เรื่องนี้ปมปัญหาเยอะ ซับซ้อนพอสมควรมั้ง แหะๆ ดีใจที่ชอบนะคะ ตอนหน้าจะเรทแล้วเตรียมทิชชู่ซับเลือดด้วยเด้อ

    • เราตีความคุณพ่อออกชิมิ กร๊ากกกกกกก
      เรื่องนี้มีปมเยอะพอตัว ปมครอบครัว ปมในอดีต ทุกคนในบ้านนี้มีปมทั้งนั้น

      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

  5. ชอบบบ นายน้อยดูเป็นเด็กน้อย?ดี
    เรื่องนี้มันมีปม เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นแปลกๆ
    ถึงคุณบลัด อย่าให้นายน้อยรุนแรงกับน้องมากเกินนะ =.,=
    ติดตามชมตอนต่อไป เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ =)

    • มุมมอฃด้านอ่อนแอของ อคช 55 ตีความดูว่าเจอพ่อที่เข้มงวดขนาดนั้นเป็นยังไง เป็นเด็กมีปัญหาขาดความอบอุ่น แต่ก็แสดงออกในด้านดี กระทั่งน้อง ครก มานี่แหละ จี้ปมกลางใจ พ่อไม่สนตัวเองก็ว่าแย่ นี่แอบไปไข่แถมรักเอ็นดูอีก อิจฉา เกรงว่า วัยรุ่นนั่นพอหื่นได้ลองยา จะติดใจจนคุมไม่อยู่อ่ะดิ 5555

  6. บางทีก็รุ้สึกว่าคำพูดและการกระทำของคุณพ่อนั้นลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนยิ่งกว่าปริศนาในบ้านอีกนะ
    เข้าใจยากจนลูกชายเข้าใจว่าพ่อไม่ห่วงตัวเอง
    แล้วพอคุณพ่อพูดประโยคนั้นขึ้นมาแค่นั้น
    ลูกชายถึงกับดีใจเพราะเป็นสิ่งที่รอมาตลอด

    โถ
    อาโอมิเนะเอ๊ยยยยย
    เขาคิดแค่เพื่อน
    แห้วแน่ๆงานนี้

    ตอนหน้าจะมีฉากที่ต้องใช้ทรัพยาการสินะคะ
    คิดว่าจะมีการหลั่งเลือด(กำเดา)กันเกิดขึ้น
    มีบ้านขายบ้านมีรถขายรถแล้วไปซื้อทิชชุ่รอไว้ได้เลย

    • คุณพ่อเป็นตัวละครลึกลับสุด ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะพ่อคนเดียว มิเนะน้ำตาจิไหล เตรียมกินแห้วเลย 555 ตอนหน้าต้องเปลืองกระดาษทิชขู่ ซับเลือด เข้าตามเรทเรื่องจริงจังแล้วืหลังจากที่ อคช เอาแต่มโนมาสองสามตอน

  7. อืม~ขอเดานะค่ะ คุณพ่อต้องการให้เด็กๆเขารักกันใช่ไหมค่ะ ส่วนคุณแม่ของอาคาชิซัง ตายเพราะโดนคุณพ่ออาคาชิฆ่าหรอค่ะ เพราะเค้าเห็นว่าพ่ออาคาชิไม่รักแม่อาคาชิเลยนะค่ะ งานศพยังไม่ไปเลยนิค่ะ อาคาชิซังนี้เหมือนเค้าเลยนะค่ะนานๆทีพ่อจะแสดงออกว่ารัก ถ้าปกติละก็แทบไม่คุยกันเลยละค่ะ ตอนไม่คุยกันเลยเค้ารุสึกว่าตัวเองไร้ค่าสุดๆเลยค่ะ พอเจอฟิคแบบนี้ใช่เลยค่ะ อารมณ์เดียวกันเลยค่ะ เอาใจช่วยในการแต่งนะค่ะ^^
    ป.ล.ที่คนในบ้านกลัวกรรไกรนั้นเพราะกลัวคุณแม่อาคาชิหรือค่ะ

    • เดาถูกส่วนนึงเลยนะ แต่มิบอกว่าตรงไหน หุหุ เรื่องของผู้ใหญ่จะค่อยๆเฉลยไปค่ะ ฟิคนี้เสนอมุมอาคาชิซะส่วนใหญ่ เราต้องการให้คนอ่านเข้าใจอาคาชิที่ถูกหมางเมิน เก็บกด กดดัน แต่ถึงอย่างงั้นการที่เขาทำตัวดี ตั้งใจเรียน เป็นประธานนักเรียน ก็เป็นการให้พ่อยอมรับเขาสนเขาบ้าง และทำตามคำสั่งพ่อเสมอ จะมีเคืองตรงพ่อโอ๋น้อง ครก 555 ทุกอย่างมีเหตุผลของมันอยู่นะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s