[Fic reborn][1827]อดีตพ่อนกแม่ปลา (นายตัวร้ายสู่วิวาห์กำมะลอ Side story) //Part2

[Fic reborn] อดีตพ่อนกแม่ปลา (นายตัวร้ายสู่วิวาห์กำมะลอ Side story)

Paring   : 1827 (hibari x tsuna)

Rate      :  PG 13

Story     : blood_hana

 

เนื่องจากที่เด็กดีแบนถาวร..เหอๆ เลยเอามาลงในนี้ละกัน

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

อดีตพ่อนกแม่ปลา 2

 

 

 

 

“อืม…” ร่างเล็กร้องครางในลำคอเสียงเบาๆ  เปลือกตาบางหนักอึ้งฝืนเปิดออกมา  ดวงตาลมโตมองภาพเบื้องหน้าพร่ามัวอยู่ครู่หนึ่ง จนตาปรับสภาพโฟกัสได้ชัดแล้วพร้อมกับสติของร่างบาง เจ้าตัวเด้งลุกขึ้นมานั่งพบว่าตนกำลังนอนหลับบนเตียงขนาดไซส์คิงใหญ่หรูหราในห้องนอนกว้างขวาง ข้าวของเครื่องใช้รวมถึงฟอนิเจอร์ราคาแพงชนิดที่เธอไม่มีทางได้ซื้อมาประดับห้องแน่ๆ   “ที่นี่..ที่ไหน?” สึนะเอ่ยเสียงสั่น พลางหยิบผ้าห่มผืนใหญ่สีขาวครีมขึ้นกอด  ในหัวเริ่มปะติประต่อเหตุการณ์ในกลางดึกเมื่อคืน….

 

เธอถูกใครบางคนจับเป็นตัวประกัน จนเสียงปืนดังขึ้นจากนั้นก็สลบไป…ไม่ได้สติ…

 

 

 

แอ๊ด!!!

 

 

ประตูห้องทำจากไม้สักราคางามเปิดออก ทำให้หญิงสาวเรือนผมน้ำตาลสะดุ้งโหยงตัวสั่นแสดงอาการหวาดกลัวออกมา  บานไม้แง้มกว้างขึ้นเรื่อยๆพอๆกับใจดวงน้อยเต้นแรงจวนเจียนทะลุอกซ้ายออกมา

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เสียงแหบพร่าของหญิงวัยกลางคนในชุดยูกาตะเรียบง่ายดังขึ้น ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยยิ้มสุภาพและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันให้ร่างบนเตียงทำให้สึนะลดความผวาลง

 

“คุณ?”

“อิฉันเป็นแม่บ้านประจำของตระกูลฮิบาริ ชื่อทาโนะเจ้าค่ะ” หญิงชราโค้งตัวเล็กน้อยกล่าวแนะนำตัวเอง

เด็กสาวรีบโค้งตอบด้วยท่าทีลกลนเพราะไม่อยากให้คนอายุมากกว่าแสดงความเคารพเธอ

 

“ว่าแต่…ตระกูลฮิบาริ?คือใครเหรอคะ?” สึนะกล่าวถามพลางเอียงคอเล็กน้อยตามนิสัย

“อะ..เออ…”

 

“ฉันก็แค่ขับรถผ่านไปเห็นเธอนอนอืดอยู่ริมถนน ก็เลยเก็บมาแค่นั้น” ยังไม่ทันที่แม่บ้านชราได้พูดต่อ เสียงทุ้มเรียบและแสนเย็นชาพาเอาบรรยากาศรอบๆตัวเหมือนอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือ   ทั้งสองหันไปมองต้นเสียงเป็นชายหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีดำสนิทเช่นเดียวกับสีดวงตาคมกริบ ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

“คุณชาย!!มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” ทาโนะอุทานทั้งสีหน้าตกใจ

 

“คุณ!!!ที่ชนกันเมื่อตอนกลางวันนี่นา!!!” สาวผมน้ำตาลร้องเสียงหลง   ชายผมดำสนิทขมวดคิ้วจนเป็นปมตามด้วยเสียงทุ้มเข้มเย็นยะเยือกจากปากหนาได้รูป “เป็นแค่สัตว์กินพืช อย่ามาตีสนิทกับฉัน!!แล้วฉันก็ไม่เคยจำได้ด้วยว่าเคยสุงสิงกับสัตว์อ่อนแออย่างแก”

 

 

 

ใบหน้าหวานก้มหน้างุดจนเกือบติดอกโดยอัตโนมัติ หลับตาปี๋เช่นเดียวกับร่างกายที่สั่นเท้าเฉกเช่นลูกนก

 

 

-ก็เมื่อกลางวันชนกันจริงๆนี่นา!!จำไม่ได้เองง่ะ  – T[]T

 

 

“ถ้างั้น..อิฉันขอตัวก่อนนะคะ” แม่บ้านวัยชราโค้งตัวให้กับนายของเธอ ดวงเนตรสีดำเหลือบมองอีกฝ่ายแล้วพยักหน้าเล็กน้อยตอบกลับ

 

 

 

ประตูห้องนอนปิดตัวสนิท เช่นเดียวกับความเงียบในห้องกดดันจนสึนะอกแทบจะระเบิด  ดวงตากลมโตหลุบมองต่ำฉายแววกลัว วิตกกังวลออกมาเด่นชัด

รองเท้าหนังขัดมันสีดำก้าวเดินเข้ามาใกล้เตียงสี่เสาขนาดใหญ่  เสียงฝีเท้าดังชัดเข้ามาเรื่อยๆในโสตประสาทของเด็กสาวผมสีน้ำตาลฟู ยิ่งตอกย้ำความหวาดกลัวให้แก่สึนะมากขึ้นจนเธอรู้สึกได้ถึงฟันในปากกระทบขบกัน

 

 

 

 

 

ท่าทางเขาจะไม่พอใจที่เราไปทักว่าเคยเจอเขาแน่ๆเลย!!!

นี่ปลา..กำลังจะถูกฆ่าหมกห้องใช่ไหม

 

ม่ายยยยยยยยยยยยยย  T[]T

 

 

 

 

“แผล..หายดีแล้วใช่ไหม?”  คำพูดนั่น…ทำเอาดวงหน้าหวาดเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมตรงหน้าเกือบทันที เช่นเดียวกับสีหน้าเหวอ ตกตะลึง ประหลาดใจในคำถามของอีกฝ่าย  แต่พอเห็นสีหน้าหงุดหงิดของชายผมสีดำสนิท ทำให้สึนะดึงสติกลับมารีบตอบคำถามอีกฝ่าย  “กะ..ก็..ดีแล้วค่ะ..แค่แผลถลอก..แหะๆ” ปากอิ่มเล็กแสยะยิ้มแหยๆออกมา พร้อมยกแขนขวาที่แปะพาสเตอร์ไว้ขึ้นโชว์ให้คนตรงหน้าดู    หนุ่มผมดำจ้องมองแผลถลอกนั่นด้วยแววตาไม่ไหวติ่ง  ทำเอาสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลหน้าเสีย และรู้สึกว่าตัวเองอาจทำอะไรให้เขาไม่พอใจเป็นแน่ จึงก้มหน้าลงปิดปากเงียบสนิท

 

 

 

หมับ!!!

 

 

สัมผัสอุ่นบนศีรษะแผ่ซ่านไปทุกอณูรูขุมขนของร่างบาง  ใบหน้าสวยชักสีหน้าประหลาดใจ อดไม่ได้ที่จะช้อนตามองเจ้าของสัมผัสนั่น…

“ขอโทษนะ..” ชายหนุ่มกระซิบเสียงแผ่วเบา ราวกับสายลม  ร่างสูงรีบดึงมือตัวเองที่ทาบทับลงบนหัวทุ่ยๆสีน้ำตาลยุ่งของหญิงสาวกลับมาแล้วเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สึนะจะทันสังเกตสีหน้าของผู้ชายมนุษย์น้ำแข็งคนนั้น

 

 

 

ปัง!!!

 

 

ประตูปิดสนิท ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวห่างไปเรื่อยๆ จนไม่ได้ยินเสียงในที่สุด   สึนะกระพริบตาปริบๆครู่หนึ่ง มือเรียวยกขึ้นลูบหัวบริเวณที่ชายผมดำวางมือเบาๆเมื่อครู่

 

 

ขอโทษนะ..”

 

 

“อะไรของเขานะ?แปลกคนจัง” หญิงสาวรำพึงกับตัวทั้งสีหน้าฉงน ใบหน้าน่ารักเอียงคอเล็กน้อยกับท่าทีแปลกๆของผู้จากไป

 

ระหว่างทางเดินในตัวคฤหาสน์หลังใหญ่  ฮิบาริ  เคียวยะ  หรี่ตามองร่างสูงของชายผมดำตัดเกรียนที่ยืนล้วงกระเป๋าพิงกำแพงหน้าห้องทำงานของเขา   ขายาวใต้กางเกงแสลตชะลอความเร็วในการเดินลง จนหยุดนิ่งอยู่ในระยะห่างพอสมควรกับคนมารอโดยมิได้นัดหมาย

 

“มีอะไรแซนซัส” ฮิบาริถาม

แซนซัสหันหน้ามามองตาหัวหน้าแก๊งค์  นัยน์ตาสีแดงทับทิมแข็งกร้าวและดุดันสบตาคู่คมสีรัตติกาล

“แกเก็บไอ้สวะปลาเน่านั่นมา..คิดจะทำอะไรของแก” ร่างสูงผมดำตัดเกรียนเอ่ยถามทั้งเสียงทุ้มแตกห้าวฟังแล้วอาจทำให้ใครหลายคนกลัวจนหัวหดและทนความกดดันจากชายหน้าบากไม่ได้  เว้นเสียแต่ฮิบาริ  ร่างสูงผมสีดำในชุดสูทเรียบร้อยยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยไม่รู้สึกหวั่นเกรงต่ออีกฝ่าย

 

 

“มันก็แค่ความรับผิดชอบของฉัน..ถ้าฉันไม่เผลอตัวทำตามคำยียวนของไอ้สัตว์กินพืชทรยศนั่น ไอ้สัตว์กินพืชชั้นต่ำนี่ก็คงไม่โดนลูกหลง” ร่างสูงผมดำตอบคำถามอีกฝ่าย ก่อนจะเดินผ่านชายหน้าบากเข้าห้องทำงานของตัวเองไป

หลังจากประตูห้องทำงานปิดตัวลง และไม่มีท่าทีว่าจะเปิดอีกนาน  เจ้าของดวงเนตรสีแดงก่ำหรี่ตามองประตูไม่ยอมขยับกายไปไหนนานสองนาน จนคนๆหนึ่งที่บังเอิญเดินผ่านมาอดใจไม่ไหวจึงเข้าไปถาม

“ไอ้คุณบอส!!เป็นห่าอะไรฟร่ะ ถึงมายืนทำท่าเสร่อหน้าห้องไอ้คุณบอสนก!!” คำทักถามแสนกวนตีนที่ไม่น่าออกมาจากปากของหญิงสาวที่สวยระดับดาราอย่างสคอลโล่    แซนซัสถลึงตามองร่างสะโอดสะองในชุดสูทดำเข้ารูป หงุดหงิดกับเสียงดังหลายเดซิเบลจนอดเอานิ้วแคะรูหูเสียไม่ได้  “เรื่องของฉัน!!อย่ามาสะเออะไอ้ฉลามหัวเน่า!!!”

 

 

“ห่ะ!!!!!!!” สคอลโล่ไม่ทันด่ากลับ ร่างงามถูกร่างสูงหน้าบากแบกขึ้นป่าพาเข้าห้องนอนด้วยวิธีสุดแสนป่าเถื่อน “ปล่อยยยยยยยยยย อะไรของแกว่ะไอ้คุณบอส เฮ้!!!!”

 

 

 

 

 

ปัง!!!!!!!

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

หลังจากได้รับการตรวจร่างกายอีกทีจากหมอซึ่งถูกเรียกตัวมาโดยเจ้าของบ้านหลังใหญ่  ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจคือ ไม่ได้บาดเจ็บหรือบอบช้ำมากนัก สึนะจึงสามารถกลับบ้านได้ และตอนนี้เธอกำลังเดินตามหลังแม่บ้านชรา นามว่าทาโนะ

 

“คุณทาโนะ..เออ..ผู้ชายคนนั้น..เขาทำงานอะไรเหรอคะ?”  เรือนผมน้ำตาลฟูถามด้วยความสงสัยกับฐานะร่ำรวยของชายหนุ่มเจ้าของนามสกุลฮิบาริ แต่ยังไม่ทราบนามแท้จริง   ทาโนะสะดุ้งไหวตัว หน้าเหี่ยวย่นซีดลงชั่วขณะรีบตียิ้มกลบเกลื่อนด้วยความเร็วก่อนสึนะสังเกตเห็น  “ธุรกิจทั่วๆไปค่ะ อ๊ะ!!รถมาแล้วค่ะคุณสึนะ” รถเบนซ์สีดำสนิทจอดเทียบลงข้างทางเข้าหน้าบ้าน  ประตูคนขับเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของชายผมดำทรงรีเจนท์เด่นสง่า

 

 

“สวัสดีครับ ผมคุซาคาบะ “ ชายคนนั้นกล่าวทักทายหญิงสาวพร้อมโค้งตัว  นัยน์ตากลมโตพิศมองใบหน้าของบุรุษร่างใหญ่ที่เธอรู้สึกคับคล้ายคับคาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน  “อะ..อา..ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันซาวาดะ สึนะโยชิ”เด็กสาวโค้งสวัสดีตอบกลับทันที  รวมถึงเลิกใส่ใจกับสิ่งที่เธอรู้สึกคุ้นๆหน้าคนๆนี้

“ถ้างั้นเชิญครับ ผมจะพาคุณซาวาดะไปส่งที่บ้าน” คุซาคาบะเปิดประตูหลังให้หญิงสาว พร้อมผายมืออย่างสุภาพเสียจนใบหน้าน่ารักขึ้นสี รู้สึกประหม่าเสียไม่ได้   “ขะ..ขอบคุณนะคะ” เรือนผมสีน้ำตาลโค้งลาทาโนะและขอบคุณคุซาคาบะด้วยท่าทีกะลกกะลนเรียกรอยยิ้มขำขันและเอ็นดูจากแม่บ้านชราผู้รับใช้ตระกูลฮิบาริมานานแสนนาน

 

ดวงตาฝ้าฟางของหญิงวัย 60 กว่ามองส่งรถคันสีดำหรูจนลับสายตา ปากเล็กยิ้มบางๆ

“ช่างเป็นเด็กที่น่ารักเสียจริง”

 

 

 

 

 

เวลาล่วงเลยมายังยามราตรี ภายในห้องประชุมใหญ่ของคฤหาสน์ฮิบาริเต็มไปด้วยคนสนิทที่ไว้วางใจได้

คุซาคาบะที่กลับมาจากส่งเด็กสาวเสร็จกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก ตาสีดำสบตาแซนซัส สคอลโล่ที่นั่งกุมสะโพกร้องโอดครวญพลางสบถถ้อยคำบางอย่างที่เขาฟังไม่ศัพท์ ก่อนจะหยุดลงที่นายเหนือหัวของเขา

 

ฮิบาริ   เคียวยะ

 

 

“ได้เรื่องอะไรเกี่ยวกับฟูกะบ้าง” ฮิบาริถามเสียงเรียบ  ร่างใหญ่ผมรีเจนท์ยื่นเอกสารในซองสีน้ำตาลให้อีกฝ่ายด้วยท่าทีนอบน้อม ก่อนกลับมายื่น ณ จุดเดิมของตน

“ดูเหมือนว่า ฟูกะจะแอบแฮกข้อมูลของเราไปให้กลุ่มคุโรสึครับ”  สิ้นเสียงคำอธิบายคุซาคาบะ แซนซัสถึงกับเด้งตัวลุกจากเก้าอี้โซฟาสีแดงเลือดหมู ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลเป็นชักสีหน้าเกรี้ยวกราด ทำเอาคนสนิทของฮิบาริคนลุกเกรียว  “ไอ้สวะคุโรสึ!!กะแล้วเชียวว่าต้องเป็นมัน!!!”

 

“ไปถล่มมันเลย!!ชิงลงมือก่อนได้เปรียบ!!!” แซนซัสเสนอแผนการสุดบ้าระห่ำ  นัยเนตรสีฟ้าสวยของสาวผมเงินยวงเหลือบตามองบอสของเธอที่ดูเหมือนว่าเลือดลมแค้นจะสูบฉีดขึ้นหน้าเต็มพิกัด

“ใจเย็นๆก่อนแซนซัส  แกฆ่าฟูกะไปแล้ว ตอนนี้พวกสัตว์กินพืชนั่นคงหาทางป้องกันอย่างแน่นหนาแน่นอน” หนุ่มผมดำหัวหน้ากลุ่มปรามเสียงเรียบ พลางยกชาเขียวร้อนให้ถ้วยกระเบื้องขึ้นมาจิบ

 

“ฉันเห็นด้วยกับไอ้คุณบอสนก ตอนนี้จะทำอะไรต้องระวังมากขึ้น พวกสวะนั่นได้ข้อมูลเราไปพอสมควรยังไงสถานภาพแบบนี้เรายังเป็นต่ออยู่” ฉลามสาวสนับสนุนความคิดของฮิบาริ

แซนซัสคำรามเค้นเสียงต่ำไม่พอใจและกระแทกตัวลงนั่งที่เดิม  “แล้วจะเอายังไง!!จะอยู่เฉยๆรอให้มันบุกรึไง!!”

 

 

 

ใบหน้าคมคายหล่อเหลาของชายผมดำสนิทเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียม มือหนาวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงบนถาดรองแล้วหันมาแกะซองเอกสารสีน้ำตาลเปิดอ่าน “ไม่ต้องห่วง..ฉันจะไล่ต้อนมันให้เหมือนหนูติดจั่นแล้วค่อยขย้ำให้ตาย!!” ออร่าทมิฬแผ่กระจายออกมาจากตัวร่างสูงเรือนผมสีดำสนิท  บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบราวกับอยู่ในน้ำแข็งขั้วโลก ทุกคนในห้องล้วนแต่นิ่งสงบปิดปากสนิท จับจ้องมองนายเหนือหัวใหญ่ที่สุดที่ตอนนี้นั่งอ่านเอกสารข้อมูลทั้งแววตาวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าพร้อมขย้ำเหยื่อได้ทุกครา

 

“แต่ตอนนี้ไล่เก็บกวาดพวกที่มีท่าทีไปรวมกลุ่มกับเจ้าสัตว์กินพืชนั่นก่อน” คำพูดของฮิบาริ เรียกรอยยิ้มพึงพอใจกระหายเลือดของแซนซัสออกมา มือหนาทั้งสองคว้ากระบอกปืนคู่ใจจากเหน็บเอวใต้เสื้อสูทมาควงเล่น

“หึหึหึ  ถ้างั้นรออะไรอยู่ ฉันอย่างละเลงพวกสวะมดปลวกนั่นแล้ว”  ชายหน้าบากคำรามเสียงดัง  สคอลโล่เหยียดยิ้มแสยะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตนคุซาคาบะอดสงสัยเสียไม่ได้ว่าหายระบมสะโพกแล้วเหรอ?

ฮิบาริวางเอกสารที่บันทึกรายชื่อกลุ่มทรยศนามิโมริแก๊ง ร่างสูงลุกจากเก้าอี้เป็นคนสุดท้าย ในมือหนาปรากฏทอนฟาพลองเหล็กคู่ใจ อาบเลือดคนมานับไม่ถ้วนหน้าคมคายหล่อเหลาแสยะยิ้มเย็น นัยเนตรสีดำฉายแววสนุกสนานกับการถล่มที่กำลังจะเกิดต่อจากนี้  “ได้เวลาขย้ำแล้ว”

 

 

 

 

 

.

.

.

 

 

“ซือจัง!!มาทานข้าวได้แล้วลูก”

“ค่ะแม่” เสียงใสกังวานดังขึ้นจากชั้นบนของบ้านเล็กๆเรียบง่าย  ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลเปียกลู่น้ำจากการสระผมในชุดนอนกระโปรงแขนยาวพร้อยลูกไม้พองามเดินลงจากบันไดไม้มายังห้องอาหารที่ถูกจัดสำรับไว้เรียบร้อย

เด็กสาวนั่งในที่ประจำของเธอ โดยฝั่งตรงข้ามเป็นคุณพ่อที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ส่วนแม่ของเธอกำลังง้วนกับการตักน้ำซุปในหม้อเป็นอย่างสุดท้าย แล้วนำมาเสริฟ์วางมนตำแหน่งอาหารของแต่ละคน

 

“ซือจัง..ผมสอบมหาลัยออกรึยังจ๊ะ?” ซาวาดะ นานะ คุณแม่ยังสาวเอ่ยถามทั้งรอยยิ้มพร้อมทรุดนั่งข้างๆสามีของเธอ  สึนะที่กำลังคีบปลาย่างมากินถึงกับเผลอทำตะเกียบร่วงตกพื้น ใบหน้าหวานน่ารักซีดเผือกเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อก่อนเจ้าตัวจะยิ้มแหยๆตอบแม่ตัวเอง “อะ…เออ..คือ..”

ท่าทีของลูกสาวเพียงคนเดียวรู้ทันในสายตาผู้เป็นแม่ และซาวาดะ อิเอมิสึพ่อของเธอที่แอบลอบมองผ่านหนังสอพิมพ์  “เฮ้อ…อีหรอบเดิมสินะ ช่างเถอะ อย่าติด F ก็แล้วกัน” นานะบ่นปลงๆ ถึงแม้จะเขี้ยวเค็ญเท่าไหร่ลูกสาวของเธอก็หาได้หัวดีขึ้นมาเลยซักนิดเดียว  อิเอมิสึเห็นบรรยากาศไม่ค่อยดีนัก จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย

“เปิดทีวีดูดีกว่าแม่ วันนี้มีข่าวอะไรบ้างน้า~”

 

 

ปิ๊บ!!!

 

 

[รายงานสดจากที่เหตุวันนี้เมื่อเวลา 20.15 นาที เกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงในผับชิชิกิ ย่านเมืองนามิโมริ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 40 ราย บาดเจ็บเป็นร้อย ตำรวจคาดการณ์ว่าเป็นการทะเลาะของแก๊งนักเลงคู่อริค่ะ]

 

ภาพในทีวีตัดไปยังฉากนักข่าวสัมภาษณ์ตำรวจนายหนึ่งในเครื่องแบบดูขึงขัง  จากยศน่าจะเป็นสารวัตรที่ประจำในเมืองนามิโมรินั่นเอง  ถ้อยความที่กล่าวมาก็เป็นการยืนยันให้ประกันว่าตำรวจต้องจับคนร้ายให้ได้ตามเคย

 

 

อิเอมิสึเท้าคางดูข่าวพลางทำหน้าเบ้พูดกับภรรยาตัวเอง “นี่แม่..ตำรวจสมัยนี้ดีแต่ปากชัดๆดูก็รู้ว่าไม่ใช่แค่วิวาทธรรมดาชัดๆ “

นานะพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่  “คงจะจริงแหละพ่อ แม่ว่านะต้องเป็นฝีมือของปิศาจแห่งนามิโมริแน่ๆ ข่าวลือหนาหูนั่นคงจะจริงสินะ”

สึนะละจากการคีบข้าวเข้าปากมาสนใจประเด็นถกเถียงเรื่องข่าวเด่นเย็นนี้  ใบหน้านั่กเอียงคองุนงงพร้อมเอ่ยถาม

“ปีศาจนามิโมริ ที่หมาลัยเขาก็พูดอยู่เหมือนกันนะคะ ที่ว่าเป็นกลุ่มนักเลงขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงสามเดือนที่แล้วจนตอนนี้ว่ากันว่าคุมประเทศญี่ปุ่นแล้วใช่ไหมคะ”

 

 

“ใช่แล้วซือจัง แต่มันก็แค่ข่าวลือนั่นแหละ แต่แม่มีความรู้สึกว่าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาพวกแก๊งนักเลงดังๆโดนกวาดเรียบ หรือไม่ก็ไม่กล้าออกมาทำซ่าส์เลยนะ เหมือนฮีโร่เลย” ในดวงตาของนานะเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัด ดูท่าว่าคุณแม่ยังสาวผู้นี้จะอยู่ฝ่ายปิศาจนามิโมริเสียละมั้ง  อิเอมิสึหัวเราะแห้งๆกับคำยกยอของภรรยาตัวเองที่มีต่อนักเลงมากอิทธิพลกลุ่มนี้   สึนะมุ่นคิ้วเล็กน้อยพลางตักอาหารเข้าปาก นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองภาพในทีวีที่ฉายสภาพผับที่เละเป็นโจ๊ก   “ฮีโร่งั้นเหรอ…” เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานชักสีหน้าขุ่นเคืองแล้วหันกลับมาจัดการกับอาหารในสำรับของตัวเองโดยไม่สนใจข่าวสารในทีวีอีกเลย

 

 

 

ก็ไม่ต่างจากพวกใช้กำลังซักนิด

..น่าเกลียดที่สุด..

 

 

TBC

+++++++++++++++++++++++++++++

เอาละสิ หนูซือของเราเกลียดพวกใช้ความรุนแรง แล้วมันจะบรรจบกันยังไงน้า(ฮา)
รอลุ้นกันต่อไปนะคะ โหะๆ ขออภัยจริงๆที่ดองไปนาน แบบว่ามันคึก punish มากเกินไป
อีกอย่าง punish คนเม้นเยอะคะช่วงนี้ เลยไปทาง punish มากกว่า

ยังไงบลัดจะพยายามเจียดเวลาไปกับไหดองเรื่องอื่นๆที่ทับบลัดอยู่นะคะ ^_^
อย่าลืมคอมเม้นนะตัวเอง เม้นเยอะๆ บลัดจะอัพเร็ว(ฮา)

แต่ถ้าเม้นสั่วๆ ก็…ไม่ไหวจะเคลียร์นะคะ เหอๆๆ

ก่อนจากขอฝากนิยายออริเรื่องนี้ด้วยค่ะ

ใครชอบเหล่าชินเซ็น แฟนตาซีผสมกลิ่นอายญี่ปุ่นโบราณไม่ควรพลาดค่ะ โหะๆ บลัดลองแต่งแนวย้อนยุคยุ่นครั้งที่สองแล้ว ไม่รู้จะออกมาดีรึเปล่าเหอๆ ยังไงฝากติดตามด้วยนะคะ

ไปแล้วค่ะบาย

One thought on “[Fic reborn][1827]อดีตพ่อนกแม่ปลา (นายตัวร้ายสู่วิวาห์กำมะลอ Side story) //Part2

  1. อ๊ายยยย~น่ารักมากเลยคู่ ทั้ง2คู่เลยค่ะ อ๊ายยย~~~ฟิน~~แล้วมาต่ออีกนะค่ะ(เค้าอ่านตอนนี้เป็นตอนแรกค่ะ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s