[Fic reborn][1827]อดีตพ่อนกแม่ปลา (นายตัวร้ายสู่วิวาห์กำมะลอ Side story) //Part4

 

 

[Fic reborn] อดีตพ่อนกแม่ปลา (นายตัวร้ายสู่วิวาห์กำมะลอ Side story)

Paring   : 1827 (hibari x tsuna)

Rate      :  PG 13

Story     : blood_hana

 

เนื่องจากที่เด็กดีแบนถาวร..เหอๆ เลยเอามาลงในนี้ละกัน

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

อดีตพ่อนกแม่ปลา  4

 

 

 

 

ภายในคฤหาสน์ฮิบาริ   สเปลบี สควอลโล่  สาวสวยร่างสะโอดสะองในชุดหนังสีดำเข้ารูปปั้นหน้าไม่ถูกยามเห็นของแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด อย่างช่อดอกกล้วยไม้สีขาวในแจกันสีครีมบนโต๊ะทำงานของบอสใหญ่แห่งกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองนามิโมริ

 

 

แหงล่ะ..ไอ้บอสนกเคยมีอารมณ์มาสนใจของหยุมหยิมแบบนี้นะเหรอ!!

อีกไม่นานโลกคงแตกแน่ๆ!!

 

 

เจ้าของห้องผู้แสนเย็นชาสังเกตเห็นว่า มือขวาของเขา หาได้สนใจการประชุมถึงแผนดำเนินการกวาดล้างพวกสัตว์กินพืชชั้นต่ำที่บังอาจมาชูคอแข็งข้อกับพวกเขา   จึงส่งสายตาบอกเป็นนัยแก่มือซ้ายผู้บ้าคลั่งการวิวาทซึ่งยืนยืนกอดอกอยู่ไม่ห่างไกลจากสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้อง

 

 

โป๊ก!!!!

 

เรือนผมสีเงินยาวสลวยถูกมือหนาจับลงไปกระแทกกับโต๊ะทำงานของฮิบาริ  เมื่อบุรุษผู้เต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์ปล่อมมือออกจากเรือนผมสีเงิน  ร่างโปร่งบางของสตรีในชุดหนังสั่นกระตุก ก่อนจะลุกขึ้นมาแหกปากตะโกนเสียงดังหลายเดซิเบลใส่

 

“ไอ้คุณบอสเส็งเคร็ง !!ทำบ้าอะไรของแกห่ะ!! หัวฉันแตกแล้วเห็นไหมไอ้งี่เง่า!!”

“ผิดที่แกทำตัวไร้สาระต่างหาก ไอ้ฉลามสวะ” แซนซัสตอบ ดวงเนตรสีแดงก่ำมองตรงไปยังฮิบาริ เคียวยะ หาได้สนใจถึงดวงหน้าสวยที่เลือดไหลย้อยมาจากกลางหน้าผากซักนิด

 

 

คุซาคาบะเลขาคนสนิทซึ่งยืนฟังการประชุมอย่างเงียบๆลอบมองกับคู่รักSM  คู่รักระหว่างมือขวาและมือซ้ายของฮิบาริ เคียวยะ ที่มักแสดงออกอย่างแปลกๆและรุนแรงจนคนที่ไม่เคยเห็นอาจคิดโทษคนตัวสูงใหญ่ผมดำ ว่าเป็นคนทารุณศรีภรรยา   ทว่า..สำหรับคนที่อยู่ด้วยกันจนสนิทอย่างเขากับคุณเคียวแล้ว  ทั้งสองคนรักกันดียิ่งกว่าคู่รักอื่นๆที่คอยหยอดคำหวานตลอดเวลาเสียอีก

 

 

 

เพราะสนิทจึงเข้าใจ…คุณเคียวเองก็เหมือนกัน..

 

 

ดวงเนตรสีดำของเรือนผมทรงรีเจ้นท์เหลือบตามองดอกกล้วยไม้สีขาวเบ่งบานในแจกัน เห็นเช่นนั้นแล้วเขาก็อดยิ้มขำขันเสียไม่ได้  กับเหตุการณ์เมื่อราวๆสามชั่วโมงที่แล้ว    จู่ๆ  ฮิบาริ  เคียวยะ  ผู้เป็นนายสั่งให้เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านหลังจากอัดพวกกลุ่มมาเฟียที่คิดต่อต้านพวกเขาจนอ่วม    มาแวะยังร้านขายดอกไม้สไตล์อิตาลี

ซึ่งผิดแผกวิสัยเสียจนคุซาคาบะอยากจะโทรตามจิตแพทย์เร่งด่วน แต่พอเห็นคนที่ทำงานในร้านเท่านั้น คำตอบอันน่าตกตะลึงก็ปรากฏขึ้นในหัวของคนสนิทอย่างเขา

 

 

 

ความรักมาเยือนคุณเคียวเข้าให้แล้วสินะครับ

 

.

 

.

 

.
“สึนะจัง” เคียวโกะเขยิบตัวเข้าใกล้หญิงสาวผมสีน้ำตาลฟู ระหว่างฟังการบรรยายเลคเชอร์ในห้อง slope เช่นเดียวกับฮารุที่เขยิบตัวเข้ามาใกล้ในฝั่งขวา ทั้งสองมีสีหน้าล่อกแล่ก กระสับกระส่าย จนร่างบางที่อยู่ตรงกลางรู้สึกกดดันเข้าไปกว่าเก่า

 

“ผู้ชายคนนั้นจ้องมาทางพวกเราตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” ฮารุชี้นิ้วไปยังโต๊ะข้างๆถัดไปจากจุดที่เธอนั่งสองเก้าอี้

“อ่ะ..อืมม์” สึนะขานรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนิด นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเหลือบมองไปยังจุดที่ฮารุเพื่อนสาวผมสีดำชี้ ที่ตรงนั้นเป็นที่นั่งของบุรุษร่างสูงผมสีฟ้า ใบหน้าคมกับดวงตาสีทองอำพันหลังแว่นตาทรงเหลี่ยม มองมายังพวกเธอเด่นชัด พอเห็นว่าสึนะเป็นฝ่ายมอง เขาก็รีบหันหน้าหนีไปยังแผ่นฉายบนจอสไลด์หน้าห้องแทน

 

“ดูๆไปฮารุว่าเขาก็หล่อดีนะ ท่าทางเขาจะสนใจสึนะจังล่ะ” ฮารุเอ่ยแซว

“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกฮารุจัง  คงบังเอิญมากกว่า” สึนะยิ้มแหยๆ แล้วก้มหน้าก้มตาจดเลคเชอร์ลงในสมุดเล่มสีส้มลายปลานีโม่   เด็กสาวผมบ๊อบสีดำสบตากลมโตสีส้มทองของเคียวโกะ สองสาวส่ายหน้าระอาใจกับอาการรู้ตัวช้าของเพื่อนสนิทเรือนผมสีน้ำตาลฟูไว้รากไทรยาวประบ่า

 

 

-เพราะแบบนี้น่ะสิ  ผู้ชายถึงได้เดินคอตกไม่รู้จะกี่คนแล้ว-

 

 

 

 

เวลาผ่านไปสามชั่ว หมดเวลาคาบบรรยายของวิชา อาจารย์ออกปากสั่งการบ้านทิ้งท้ายก่อนเดินออกไปจากห้อง เหล่านักศึกษาค่อยๆทยอยเก็บข้าวของส่วนตัวออกจากห้อง  ระหว่างที่พวกสึนะกำลังเก็บของจำพวกสมุดและเครื่องเขียน หญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลฟูรู้สึกถึงเงาดำทาบทับหัว เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบกับร่างสูงเรือนผมสีฟ้าคนที่แอบมองพวกเธอตลอดคาบเรียนของวันนี้

 

“เอ่อ..”

“ขอโทษนะครับ ผมอยากจะขอยืมเลคเชอร์ของคุณหน่อยได้ไหมครับ พอดีผมจดไม่ทัน” ชายหนุ่มกล่าว พลางยกมือเกาท้ายทอยด้วยความประหม่า  นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลกระพริบตาปริบๆ แต่ก็ยินดีส่งสมุดลายปลานีโม่ให้แก่คนตัวสูง

 

“ขอบคุณครับ..คุณ..”

 

“ซาวาดะ สึนะโยชิค่ะ” สึนะตอบพร้อมรอยยิ้มหวานน่ารัก  เสียจนบุรุษผมฟ้าหน้าขึ้นสีชมพู

“คะ..ครับ ผมชื่อ โยชิมารุ ทาเคตะ เอ่อ..ขอบคุณมากนะครับ“ หนุ่มแว่นโค้งขอบคุณแล้ววิ่งหายออกไปจากห้อง  ฮารุกับเคียวโกะหัวเราะคิกคักถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของเพื่อนสาวสึนะ ที่ละลายหัวใจหนุ่มๆมานักต่อนัก

เคียวโกะสะกิดสาวน้อยผมฟูที่ยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวเก็บปากกาใส่กล่องดินสอแบบถุงผ้ารูดซิบ

 

“อะไรเหรอเคียวโกะจัง?”

“สึนะจัง ท่าทางโยชิมารุคุงเขาสนใจสึนะจังนะ” เคียวโกะเอ่ยขึ้นทั้งรอยยิ้ม

“เห็นไหมล่ะ ฮารุมองไม่เคยพลาดอยู่แล้ว” ฮารุพยักหน้าสนับสนุนเด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลอ่อนอมทอง

 

“ไม่ใช่หรอกมั้ง..เขาคงเกรงใจฉันมากกว่า ฮะๆ” สึนะยิ้มแห้งๆ  มือเรียวสะพายกระเป๋าเป้สีขาวพาดบ่า เธอหันมาฉีกยิ้มหวานน่ารักจนแก้มปริ ให้แก่สองสาวเพื่อนสนิท “รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวรุ่นพี่โมโมะจะรอนาน”

สองสาวฮารุและเคียวโกะ มองหน้ากันและกัน ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความไร้เดียงสาของสึนะ

 

 

 

 

ทางเดินไปสู่ประตูหน้ารั้วมหาวิทยาลัย  ขนาบด้วยต้นซากุระผลิดอกสีชมพูสวย บ่งบอกถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ สายลมโชยอ่อน พัดพาเอาใบเล็กๆสีชมพูลอยละล่อง

“นี่ๆจะว่าไปฮารุยังไม่เคยถามเสป็กของสึนะจังเลยนะ”   เด็กสาวผมสีดำตัดบ๊อบเปิดบทสนทนาเข้าตัวหญิงผมสีน้ำตาลฟูไว้รากไทรหน่อยๆ ระหว่างเดินผ่านเส้นทางไปหน้ามหาลัย  คนถูกพาดพิงสะดุ้งโหยงใบหน้าหวานน่ารักส่ายหน้ารัวโบกมือบอกปฏิเสธ “ไม่เอาน่าฮารุจัง ทำไมจู่ๆมาถามแบบนี้ล่ะ?เนอะ เคียวโกะจัง”

 

“จะว่าไป ฉันเองก็อยากรู้เสป็กของสึนะจังเหมือนกันนะ สึนะที่น่ารัก ใจดี อ่อนโยน จะชอบคนแบบไหนกัน?”

รอยยิ้มสว่างไสวดุจแสงตะวันของ ซาซากาวะ เคียวโกะ  ประกอบกับดวงตากลมโตส่องประกายอยากรู้ไม่ต่างจากฮารุผู้เปิดเรื่อง ทำเอาเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลใจอ่อน

 

“เฮ้อ..อันที่จริงก็ไม่เคยคิดเสป็กจริงๆจังๆเลยนะ แต่ถ้าให้เลือก..” เสียงใสกังวานหยุดพูดพักหนึ่ง นิ้วเรียวแตะริมฝีปากอิ่มเล็กเบาๆ ตากลมโตสีน้ำตาลกลอกขึ้นนึกคิดถึงชายในฝันที่เพื่อนสนิทเอ่ยถาม

“คงจะเป็นคนที่อบอุ่น  อ่อนโยน และก็ปกป้องฉันได้ล่ะมั้ง ”

 

 

“ถ้าเจอก็ดีสินะ” เคียวโกะยิ้ม  ตากลมโตสีส้มทองแสนมองร่างบางอย่างอ่อนโยน

“อื้ม!!”สึนะพยักหน้า ริมฝีปากอิ่มเล็กสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มตอบพร้อมยกไหล่ขึ้นเล็กน้อย ช่างดูน่ารักน่ากอดราวกับนางฟ้าตัวน้อยเสียจริง

 

 

 

ขาเรียวสวยขาวเนียนของทั้งสามชะงักหยุด เมื่อรถเบนซ์สีดำสนิทคันงามชะลอจอดขวางทางประตูทางออกของมหาวิทยาลัย   ด้วยความหรูหราของรถที่ว่า ดึงดูดสายตาเหล่านักศึกษาบริเวณนั้นให้หันมามองเป็นตาเดียว ต่างคิดสงสัยว่าใครเป็นเจ้าของรถราคาแพงมากกว่าหลักล้านต้นๆคันนี้     ประตูรถด้านคนขับเปิดออกโดยร่างสูงผมสีดำสนิท นัยน์ตาสีนิลคมกริบเย็นชา ในชุดสูทตัดประณีตสีเดียวกับเรือนผม  ด้วยบุคลิกที่สง่างามเย็นชาทำให้สาวๆมองเคลิ้มราวกับเห็นเจ้าชายน้ำแข็งเดินมาโปรดถึงที่

“คะ..คุณฮิบาริ!!!” สึนะร้องเสียงหลง ตากลมโตโตขึ้นไปกว่าเก่า  สร้างความประหลาดใจแก่เพื่อนสาวทั้งสอง

“สึนะจัง คนนั้น!!ที่เดินชนสึนะจังไม่ใช่เหรอ ฮารุจำได้!!!” สาวผมสีดำตัดบ๊อบอุทาน

 

ฮิบาริ เคียวยะ ปราดมองตรงมายังร่างเล็กบางผมสีน้ำตาลฟูไว้รากไทรเล็กน้อย ขายาวใต้กางเกงแสลตสีดำเดินตรงมาที่กลุ่มสามสาวโดยไม่สนใจเสียงวิพากย์วิจารณ์ของบรรดานักศึกษารวมถึงครูอาจารย์แถวนั้น

“จะไปทำงานไม่ใช่เหรอขึ้นรถสิ” เสียงทุ้มเย็นกล่าวด้วยใบหน้าเฉยชา  สึนะเลิกคิ้วประหลาดใจพลางเอียงคอแสดงความงุนงงกับการกระทำและคำพูดของบุรุษตรงหน้า

 

“อะ..เอ๋!?”

“ฉันไม่ชอบพูดซ้ำซาก จะขึ้นไม่ขึ้น” ฮิบาริขมวดคิ้ว น้ำเสียงเริ่มเจือปนความหงุดหงิด ยิ่งเขาเห็นพวกฝูงสัตว์กินพืชยืนจับกลุ่มสุมหัวกระซิบกระซาบให้เห็นในสายตา  สร้างความรำคาญใจแก่เขาเสียจนอยากออกอาละวาดด้วยทอนฟาอาวุธคู่ใจเสียที่นี่

 

“ข..ขึ้นค่ะ ขึ้นก็ได้” สึนะกล่าวกะลกกะลน นัยน์ตากลมโตหลับปี๋ กลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายดุเข้า   อีกอย่างเธอไม่ชอบที่จะทำให้คนอื่นต้องลำบากใจ ยิ่งอีกฝ่ายเคยช่วยชีวิตตอนถูกโจรร้ายเอามีดจี้คอหอยไว้เสียด้วย   ยิ่งห้ามปฏิเสธความหวังดีของเขาเด็ดขาด  ท่าทีแบบเช่นนั้น ในสายตาคู่คม ร่างแบบางดูเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยๆ

 

 

 

สัตว์กินพืชอ่อนแอ..ที่สนใจเตะตาเขาจนมิอาจสลัดภาพให้หลุดออกไปจากหัวแม้เสี้ยววินาที

ให้ตายสิ..

 

 

 

สามสาวเข้ามานั่งบนเบาะหลังรถ พวกเธอกล่าวสวัสดีทักทายอย่างสุภาพแก่คนขับรถ  โดยสึนะจำแม่นว่าชื่อ คุซาคาบะ  ซึ่งอีกฝ่ายแสดงความเป็นมิตรด้วยรอยยิ้มพร้อมผงกหัวรับคำทักทายเหล่านั้น

ในขณะที่รถขับเคลื่อนตัวไปตามท้องถนน บรรยากาศภายในรถเบนซ์คันงามเงียบสงัด ไร้ซึ่งการสนทนาเอ่ยเอื้อนใดๆ  เคียวโกะ สึนะและสึนะนั่งตัวเกร็ง มือบิดไปมาบนตัก บ่งบอกถึงความตึงเครียดในอารมณ์      แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าพวกเธอรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้มานั่งรถหรูหราเช่นนี้

 

ในที่สุดรถได้จอดสนิทลงหน้าร้านดอกไม้ คุซาคาบะลงจากรถอย่างรู้งาน มาเปิดประตูหลังให้สามสาวได้ลงจากรถอย่างสะดวก   “ขอบคุณนะคะ คุณคุซาคาบะ ” สามสาวโค้งตัวของคุณบุรุษไว้ผมทรงรีเจ้นท์   หลังจากนั้นเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลผูไว้รากไทรยาวประบ่า เดินมายังที่นั่งด้านข้างคนขับ  ตากลมโตสบตาสีนิลของอีกฝ่าย แววตาเย็นชายากแก่การคาดเดาว่าคนๆนี้คิดเห็นอะไรอยู่  หากแต่..สึนะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของบุรุษร่างสูง

 

 

บางที…เขาอาจจะใจดีกว่าที่คิดก็เป็นได้

 

 

 

“คุณฮิบาริ ขอบคุณมากนะคะ ฉัน..” สึนะกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ไม่รู้ทำไม จู่ๆก็รู้สึกร้อนผ่าวที่บริเวณใบหน้า ยิ่งมองหน้าคมคายหล่อเหลาของอีกฝ่ายนานเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้ว่าหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกซ้าย และต้องเป็นฝ่ายหลบตาไปเสียก่อน

 

 

 

อะไรกัน..ความรู้สึกนี้คืออะไร?

 

 

“คุซะ กลับ” เจ้าของรถออกคำสั่ง คนสนิทได้ยินดังแล้วจึงโค้งนักศึกษาสาวทั้งสาม ก่อนเดินไปขึ้นรถยังที่นั่งบริเวณคนขับ  ประตูรถปิดลงพร้อมกับล้อทั้งสี่เริ่มขับเคลื่อนออกไปไกลจนลับสายตาในที่สุด

 

 

“สึนะจัง”

หญิงผมสีดำตัดบ๊อบกระซิบเรียกเด็กสาว  ดวงหน้าหวานน่ารักหันมาสบตาขี้สงสัยของฮารุเพื่อนสนิท  ขานตอบด้วยเสียงแผ่วเบา  “อะไรเหรอฮารุจัง?”

“คุณฮิบารินี่..คือคนที่ช่วยสึนะจังไว้ใช่ไหม”  ฮารุถามต่อ

“อื้ม!!” สึนะพยักหน้าหงึกหงัก   เคียวโกะลอบมองใบหน้าครึ่งซีกของสึนะโยชิ  นัยเนตรสีส้มทองสังเกตเห็นบางสิ่งบางที่ผิดปกติของอีกฝ่าย  แก้มใสขึ้นสีระเรื่อ ปฏิกิริยายามสบตากันและกัน.. แม้จะเป็นเพืยงช่วงสั้นๆแต่ก็ทำให้เคียวโกะ พอเดาได้ว่าความสัมพันธ์ของผู้ชายนาม ฮิบาริ เคียวยะ กับสึนะโยชิ ไปในทิศทางใด

 

 

ทว่า..เจ้าตัวจะรู้สึกเมื่อไหร่นี่สิ..

 

 

 

ถัดไปภายในร้านดอกไม้  ร่างสูงผมสีทองสว่างในชุดผ้ากันเปื้อนสีเขียว  นั่งมองร่างเล็กบอบบางน่าทะนุถนอมของเด็กสาวผมสีน้ำตาลฟูไว้รากไทร ผ่านหน้าต่างร้าน  ก่อนละสายตากลับมามองยังดอกทิวลิปสีชมพูสดใสในมือที่หยิบออกมาจากซุ่มช่อดอกไม้ เพื่อมาตัดแต่งสำหรับงานของลูกค้า

“ไอ้หนุ่มนั่นมาจีบซือจังจริงๆด้วยสินะ” โมโมะเอ่ยขึ้นกับตัวเองเบาๆ..ดวงเนตรคู่คมหรี่ลงอย่างเคร่งเครียด

มือหนาตัดแต่งดอกไม้เสร็จแล้วจัดวางเข้าช่ออย่างงดงาม เขามองผลงานโดยรวมที่สวยจนเป็นที่น่าพึงพอใจแล้ว สีหน้าวิตกกังวลหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มแสนสุขใจยามพบดอกไม้ที่เขารัก…

 

 

ใช่แล้ว..รัก..

 

 

 

ดวงเนตรคู่คมวางช่อดอกไม้ไว้ มือหนาทั้งสองยกขึ้นมาตบแก้มตัวเองแรงๆเรียกสติ ปากหนาคลี่ยิ้มพกความมั่นใจเข้าไว้ แล้วก้าวเดินไปยังประตูหน้าร้านที่สามสาวกำลังจะเดินเข้ามา

 

“เห็นทีฉันต้องรีบทำคะแนนบ้างแล้ว”

 

 

 

 

TBC

 

 

 

 

 

8 thoughts on “[Fic reborn][1827]อดีตพ่อนกแม่ปลา (นายตัวร้ายสู่วิวาห์กำมะลอ Side story) //Part4

  1. แบบว่าบลัดซังลืมเรื่องนี้ไปแ]h;หรอยังว้า ไม่ท้วงเลยนะเนี่ย คริคริ
    กำลังฟินกะความหลังขอพ่อนกแล้วแม่ปลาเลยงิ ฮิฮิ >..<

  2. บลัดซังอ่าาาา ใจร้าย แง้ๆๆๆ เดะกะโดดงับหัวบลัดซังซะเลย แง้ๆๆๆ
    แอบไปฟ้องคุณฮิเลยว่าบลัดซังลืมบทคุณฮิ กร๊ากๆ [ก็ว่าไปนั้นเลยเรา =.= ]

  3. ถ้าจะเอายาวกกว่านี้กะรอได้ค่ะ ฮ่า ว่าแต่ถ้าแต่งจบแล้วถึงจะทำ
    รวมเล่ม 2 ออกมาใช่หรอเปล่าค่ะ จะได้แอบสะสมงบประมาณล่วงหน้าค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s