[Fic reborn][1827]อดีตพ่อนกแม่ปลา (นายตัวร้ายสู่วิวาห์กำมะลอ Side story) //Part1

 

 

[Fic reborn] อดีตพ่อนกแม่ปลา (นายตัวร้ายสู่วิวาห์กำมะลอ Side story)

Paring   : 1827 (hibari x tsuna)

Rate      :  PG 13

Story     : blood_hana

 

เนื่องจากที่เด็กดีแบนถาวร..เหอๆ เลยเอามาลงในนี้ละกัน

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อดีตพ่อนกแม่ปลา 1

 

 

 

 

 

“1..2..3…”

 

 

 

แชะ!!!

 

 

แสงแฟล็ชส่องสว่างวูบหนึ่ง ก่อนดับลงไป สองสาวในชุดวัยรุ่นเข้าเทรนเข้าสมัยสีสันสดใสรีบวิ่งมาประกบข้างคนถ่าย รอให้เจ้าของกล้องโหลดภาพเมื่อครู่ขึ้นจอ

 

“ว้าว!!!เคียวโกะในชุดนี้ถ่ายรูปขึ้นมาเลยนะเนี้ย”

“ฮารุจังก็เหมือนกันนะ สึนะจังคิดว่าไง”

 

สองสาวหันมามองร่างเล็กของหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลฟูเริ่มยาวเป็นรากไทรหน่อยๆ  ใบหน้าหวานน่ารักฉีกยิ้มจนแก้มปริแล้วพูดตอบ “อืมๆ น่ารักทั้งคู่เลย ทั้งฮารุจัง เคียวโกะจัง”

สองสาวยิ้มก่อนจะจับมือนุ่มนิ่มของเจ้าของกล้องมายืนตรงหน้าศาลเจ้า ฮารุหยิบกล้องดิจิต้อลจากมือของสึนะมาตั้งกล้องโฟกัสไปยังพวกเธอทั้งสามคน “เอาล่ะเรามาถ่ายรวมกันหน่อยดีกว่าเนอะ!!!”

 

“1..2..3..ชิส!!!!”

 

 

 

แชะ!!!!!

 

 

 

 

“วันนี้สนุกจังเลย ได้เที่ยวปิดเทอมหลังทำโปรเจคเสร็จนี่มันสุดยอดจริงๆ” เด็กสาวเรือนผมสีดำสลวยตัดบ๊อบสั้นติดกิ๊ฟดอกไม้สีชมพูในเสื้อแขนตุ๊กตาสีขาวกระโปรงสั้นสีชมพูพร้อยลูกไม้ แกว่งแขนยืดเส้นยืดสาย ทำเอาสองสาวที่เดินตามด้านหลังอดยิ้มขำขันไม่ได้  “จริงด้วยฮารุจัง ได้มาเดินเที่ยวสวนดอกไม้สวยๆแบบนี้ รู้สึกปลอดโปร่งมากๆเลย”  เคียวโกะ หญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รับออกซิเจนจากต้นไม้   นัยน์ตาสีทองดุจแสงตะวันบัดนี้หลับพริ้มปล่อยให้ความรู้สึกไหลไปตามธรรมชาติ    สึนะโยชิมองเพื่อนสาวทั้งสองในกลุ่มด้วยรอยยิ้ม  เมื่อเห็นเพื่อนๆมีความสุขเจ้าตัวก็พลอยมีความสุขไปด้วย

 

 

เจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลสวยวิ่งเดินนำหน้าสองสาว ก่อนหมุนตัวกลับมาสบตาเพื่อนๆด้วยรอยยิ้มที่ใครเห็นแล้วต้องหัวใจละลายได้ในพริบตา  “นี่ก็เที่ยงแล้ว พวกเราไปหาร้านอาหารกินกันเถอะ”

“เย้ๆ ข้าวเที่ยงๆ ฮารุจะกินให้หนำใจเลย!!” ฮารุร้องเสียงดังเหมือนเด็ก  เรียกเสียงหัวเราะจากสองสาวที่เหลือออกมา  “งั้นรีบไปกันเถอะ”  สึนะออกเดินนำสองสาว…ทว่า…ร่างเล็กกลับเดินชนเขากับใครบางคนที่ตัวใหญ่กว่า หนากว่า ทำเอาสาวน้อยล้มไปกองกับพื้น

 

โครม!!!

 

 

“สึนะจัง!!!”เคียวโกะและฮารุรีบวิ่งไปหาเพื่อนสาว แล้วทรุดนั่งไปดูอาการเพื่อนตัวเอง  เงาดำที่ทาบลงบนร่างของสาวๆ ทำให้ทั้งสามต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

 

คู่กรณีของพวกเธอเป็นชายหนุ่มร่างสูงผมสีดำสนิท ใบหน้าคมคายนั่นดูหล่อเหลาหาที่ติไม่ได้  นัยน์ตาสีดำคู่คมนิ่งสนิทไร้แววตาและความรู้สึกใดๆ จับจ้องมองหญิงเจ้าของผมสีน้ำตาลฟูยาวรากไทรหน่อยๆเบื้องล่าง

“ขะ.ขอโทษค่ะ..” สึนะรู้สึกถึงความหนาวเย็นแผ่ออกมาจากตัวผู้ชายตรงหน้า เสียจนเธอขนลุกเกรียว  ใบหน้าหวานน่ารักก้มหน้างุดหลับตาปี๋กล่าวคำขอโทษขอโพยอีกฝ่ายทั้งเสียงสั่น

 

 

 

ฝีเท้าขยับกระทบพื้นดังขึ้นผ่านตัวเธอไปด้านข้าง  ทำให้สึนะค่อยๆลืมตาขึ้นมามองอย่างกล้าๆกลัวๆ เบื้องหน้าไร้ซึ่งวี่แววของคู่กรณี  เมื่อเธอหันกลับไปมองพบว่าเจ้าตัวคนหนุ่มผมสีดำในชุดสูทเนี๊ยบสีเดียวกับผมเดินสวนเธอออกไปไกลจนลับตาเสียแล้ว

“ให้ตายสิ!!ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้  อุตส่าห์ขอโทษ ให้อภัยสักคำก็ไม่มี ฮารุล่ะไม่ชอบเลยจริงๆ” ร่างบางผมสีดำตัดบ๊อบต่อว่าชายหนุ่มพร้อมดึงร่างของสึนะให้ลุกขึ้นยืน  “สึนะจังไม่เป็นไรนะ มีแผลถลอกตรงไหนรึเปล่า?” เคียวโกะถามด้วยความเป็นห่วงพลางใช้มือปัดฝุ่นที่เกาะตามชุดเดรสแขนกุดสีขาวยาวถึงเข่า นัยน์ตาสีทองมองเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลฟูด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรหรอกเคียวโกะจัง แค่ก้นจ้ำเบ้านิดหน่อยเอง รีบไปหาอะไรกินกันดีกว่า เดี๋ยวคนจะเต็มร้านเอา” สึนะคลี่ยิ้มสดใสออกมา ก่อนจะจูงมือเพื่อนๆสองพาเดินไปยังร้านอาหารใกล้ๆที่เธอคิดเอาไว้ในหัว

 

 

 

 

 

RRRRRR

 

 

มือถือสีดำเงาวาววับสั่น  ขายาวใต้กางเกงแสลตชะงักหยุดเดินลงใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนพอดิบพอดี  มือหนาล้วงไปหยิบมือถือใต้สาบเสื้อสูทสีดำขึ้นมากดรับสาย “ว่าไง…”  เสียงทุ้มเรียบเอ่ยดังขึ้น ก่อนจะเงียบหายไปนาน  หน้าคมคายหล่อเหลาฟังเสียงที่กรอกผ่านตามสายมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง  จนในที่สุดปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มเย็นออกมาพร้อมแววตาสนุกสนาน “หึ..ในที่สุดมันก็ติดกับจนได้  แล้วฉันจะรีบตามไป”

 

 

ปิ๊บ!!!

 

 

นิ้วยาวกดวางสายเก็บมือถือเข้ากระเป๋าและสาวเท้าเดินต่อไปเบื้องหน้า…

 

 

 

 

พลั่ก!!!!

 

 

กำปั้นหนักพุ่งเข้าปะทะแก้มสากของชายหนุ่มบนเก้าอี้ จนหน้าหันไปทาง  ก่อนจะค่อยๆกลับมาสบตาชายฉกรรจ์เบื้องหน้าที่ลงไม้ลงมือกับตัวเองอย่างโกรธแค้น  หากแต่พอสบตาสีแดงก่ำวาวโรจน์ ก็กลับรู้สึกใจสั่นเสียจนต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาด้วยการมองเท้าทั้งสองข้างที่ถูกจับมัดติดกับขาเก้าอี้ไม้เช่นเดียวกับมือทั้งสองถูกใส่กุญแจไผล่หลังไว้

 

 

ครืด!!!!!!!

 

 

ประตูเหล็กเลื่อนเปิดขึ้นเสียงดัง   ร่างสูงเจ้าของดวงตาสีแดง น่ากลัวพอๆกับแผลฉกรรจ์บนใบหน้าและตามตัวแสยะยิ้มเย็นเมื่อเห็นร่างของผู้มาเยือนก้าวเดินเข้ามาในโกดังเก็บของร้างแห่งนี้  “แกมาสายนะ ฮิบาริ เคียวยะ” ชายผมดำตัดสั้นเกรียนพูดขึ้นพร้อมทั้งสีหน้าเย้ยหยั่นใส่  หนุ่มร่างสูงผมดำในชุดสูทเรียบร้อยเหยียดยิ้มไม่ตอบอะไร  และเดินตรงไปยังหนุ่มอายุราวๆ 20 ต้นๆ ผมสีเทาเข้มยุ่งเหยิง มีรอยแผลฟกช้ำจากการถูกซ้อมตามตัวพองาม   เมื่ออีกฝ่ายเห็นชายเจ้าของนามฮิบาริ  ใบหน้านั่นกลับแสยะยิ้มเยาะเย้ยออกมาเด่นชัด ก่อนจะถุยน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดลงบนพื้นปูนซีเมนต์  “มาแล้วเหรอ ฮิบาริ เคียวยะ แกนี่มันหมาป่าเจ้าเล่ห์จริงๆ” คำพูดถากถางนั่นหาได้ทำให้หนุ่มผมดำรู้สึกโกรธ เจ้าตัวกลับยิ้มเย้าหยั่นออกมาแทน “แกเองก็เหมือนกัน กล้ามากที่คิดทรยศฉันแอบแฮกข้อมูลภายในออกไป คนอย่างแกถ้าให้ชื่อว่าสัตว์กินพืชลอบกัดดูจะเหมาะสมดี ”

 

 

ร่างบนเก้าอี้ตวัดตามองด้วยความโกรธ  ทว่า…ร่างกายที่กำลังมีปฏิกิริยาต่อต้านดิ้นรนกลับชะงักนิ่ง และสั่นเท้า เมื่อพบว่าตาสีนิลนั่นวาวโรจน์ดุดัน… เหมือนสัตว์กินเนื้อ!!!

 

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าแกทำงานให้ใคร แต่คนที่คิดตลบหลังฉันมันต้องไม่ตายดี!!” พลองเหล็กหยิบออกมาจากใต้แขนเสื้อทั้งสองข้าง  “หึ..ไอ้สวะ แกไม่รอดแน่” หนุ่มผมดำร่างสูงกำยำเจ้าของรอยแผลเป็นบนใบหน้าแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา ก่อนจะเขยิบเดินถอยออกไปยืนกอดอกพิงกำแพง มองดูการละเลงเลือดแสนหฤหรรษที่กำลังเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยฝีมือของฮิบาริ เคียวยะ  ผู้นำกลุ่มอันธพาลที่มีอิทธิพลที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

 

 

ฮิบาริ เคียวยะ  ผู้ถูกขนานนามว่า  ปิศาจแห่งนามิโมริ

 

 

 

“หึ..แกคิดจะหวดทอนฟาใส่ฉัน ในสภาพถูกมัดมือมัดเท้าอย่างนี้นะเหรอ” ชายผมเทาเข้มพูดแทรกขึ้นในจังหวะที่พลองเหล็กที่ถูกเรียกว่าทอนฟาในมือหนากำลังจะหวดเข้ากระทบในหน้าฝกช้ำห้อเลือด  ฮิบาริชะงักมือลงและหยุดฟังคำพูดของบุรุษตรงหน้า

“อย่าไปฟังไอ้สวะมัน กระทืบมันซะสิ!!” ชายผมดำโวยวายออกมา  เขารู้ดีว่าคนบนเก้าอี้กำลังต่อรองให้อีกฝ่ายทิ้งอาวุธและปลดพันธนาการ ดวลกัน หนึ่งต่อหนึ่งอย่างสูสี

 

 

“ทำไมล่ะ หรือแกไม่กล้า อันที่จริงไอ้ฉายาปีศาจอะไรนั้นคงเป็นแค่ของเก๊สินะ” ชายหนุ่มผมเทาพูดเย้ยหยั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวดูไม่จืดชักสีหน้าเหยียดหยามคนหนุ่มตรงหน้า  ฮิบาริมุ่นคิ้วเล็กน้อยและ…

 

“แซนซัส แก้มัดมันซะ!!”

“แต่!!!”

“ฉันสั่ง ไม่ได้ยินรึไง!!!”

 

 

คำสั่งของหัวหน้ากลุ่มถือเป็นคำขาด แซนซัสสบถคำรามไม่พอใจแล้วเดินไปปลดกุญแจมือ เชือกบนขอเท้าทั้งสองข้าง โดยไม่ทะนุถนอมหรือกลัวว่าคนถูกมัดจะเจ็บสักนิด

เมื่อพันธนาการหลุดออก ชายร่างสูงผมสีเทาเข้มค่อยๆลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายครู่หนึ่ง หน้าตาแหลมโหนกเจ้าเล่ห์แสยะยิ้มพึงพอใจออกมา พร้อมปรายตาไปมองเจ้าของดวงตาสีแดงด้วยสีหน้าเยาะเย้ย ก่อนกลับมามองยังบุรุษผมสีดำสนิท

 

 

 

หนุ่มผมเทาเข้มพุ่งเข้าใส่บุคคลตรงหน้าทันที มือผอมกำหมัดแน่นหมายเข้าต่อยหน้าหล่อเหลานั่นเต็มเหนี่ยว ถึงกำปั้นจะดูเล็กแต่จากเสียงลมและท่าทางหวดมาแล้ว  หมัดหนักใช่ย่อย…

 

 

ร่างสูงเบี่ยงตัวพลิ้วหลบได้ในทันที  เจ้าของเรือนผมเทาชะงักร่างและหันมาสวนหมัดเป็นชุดเข้าใส่  หนุ่มผมดำหลบหมัดชุดนั่นได้หมด ก่อนกระโดดถอยหลังออกมาและตวัดขาเข้าเตะท้องของร่างสูงผอมเต็มแรง!!!

 

 

 

โครม!!!!

 

 

ชายร่างผอมผมสีเทากระเด็นไปกระแทกกับกล่องลังเปล่าๆวางต่อกันสูงเหยียดเพดาน  กล่องลังจึงล้มลงมาทับร่างหนุ่มผมสีเทาเข้มจนฝุ่นตลบ

“หึ..เจ้าสัตว์กินพืช คิดจะมาประลองกับฉัน ไม่รู้จักเจียมตัว” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้น หน้าคมคายหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มเย้ยออกมา

 

ร่างที่น่าจะสลบไปแล้วกลับเด้งตัวลุกขึ้นยืนจนกล่องกระจัดกระจายระเนระนาด  ชายผมเทาวิ่งสุดกำลังตรงไปยังประตูบานเลื่อนที่เปิดค้างไว้  “หยุดนะ ไอ้สวะ!!” แซนซัสคำรามเสียงดัง ปืนกระบอกคู่หยิบขึ้นมาจากที่เหน็บด้านข้างยิงกราดสกัดอีกฝ่าย แต่เจ้าผู้หลบหนีกลับรู้ทันจังใช้มือขว้างกล่องลังใกล้ตัวใส่หนุ่มผมดำหน้าบาก ทำให้ความแม่นในการเล็งและวิถีกระสุนไม่เป็นไปดั่งใจตัวเอง  ฮิบาริจิ๊ปากไม่พอใจที่เหยื่อหนีไปได้ มือหนากดโทรศัพท์หาลูกน้องของตัวเองทันที  “คุซะ!!สกัดมันไว้ จับมันกลับมาให้ได้ ฉันจะขย้ำมัน!!!”

 

 

 

.

.

 

 

“ไปก่อนนะ  สึนะจัง แล้วพรุ่งนี้เจอกัน” ฮารุกับเคียวโกะโบกมือลาเพื่อนสาวผมสีน้ำตาลฟูยาวรากไทรมาคลอเคลียคอระหง  สึนะโบกมือตอบ นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลสวยมองแผ่นหลังของเพื่อนสาวทั้งสองเดินขึ้นรถประจำทางไป    จนในที่สุดรถเมล์ขับออกไปจนลับสายตา ร่างเล็กจึงเดินกลับบ้านที่อยู่ห่างออกไปอีกสามช่วงตึก

 

 

“อืมม์ น่ากลัวเหมือนกันนะเนี้ย มืดๆแบบนี้”  สึนะบ่น ใบหน้าหวานน่ารักและอ่อนเยาว์ราวกับเด็กมัธยมต้นมองบรรยากาศรอบๆ  แม้ว่าริมถนนทางเท้าจะติดไฟไว้เป็นระยะให้ความสว่าง แต่ในเวลาท้องฟ้าสีดำของยามราตรีแบบนี้ ไม่มีสาวๆคนไหนอยากมาเดินนักหรอก นอกจากเป็นเวลาของมิจฉาชีพแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกผีหลอกยิ่งนัก!!  “อี๋~อย่าโผล่มาให้เห็นเลย”  มือเรียวบางยกขึ้นมาพนมขึ้นสูงเหนือหัว ร้องเสียงสั่นๆ

 

 

สิ้นเสียงหวาน มีร่างสูงของใครบางคนวิ่งตรงมาจากทางเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูง  ทำเอาคนกลัวผีขึ้นสมองยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ !!!!

“แอร๊ยยย  ผะ..ผีหลอกแน่ๆ ใครจะมาวิ่งดึกๆแบบนี้!!!” สึนะแทบจะกรี๊ดออกมา และเมื่อร่างนั้นเข้าใกล้  ไม่ทันดวงตาสีน้ำตาลได้พินิจมองหรือตั้งสติ  แขนผอมยาวโอบรัดลำคอขาวเนียนแน่นเข้ามาชิดอกที่ชื้นเหงื่อและชุ่มเลือด  ร่างบางสะดุ้งโหยงประกอบกับความรู้สึกบางเฉียบและเย็นๆแนบกับผิวคอ  ทำให้ตากลมโตต้องเหลือบลงมามองพบว่า…สิ่งที่อยู่ในมือผอมนั่นคือมีดพก!!กำลังจ่อคอหอยเธออยู่!!!!

 

“ช่วยด้วยยย!!!”

“หุบปากซะนังนี่!!!!” ชายผมเทากระเซิงตวาดใส่   เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามมาทำให้ชายร่างผอมร่างกระตุกเกร็งกว่าเก่าพร้อมออกแรงใช้มีดกดลงบนคอขาวเนียนของสึนะ จนร่างบางรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก และเจ็บแปล๊บบริเวณที่โดนมีด  “ฟูกะ!!วางมีดลงซะ!!!เด็กนั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้!!!” คนที่วิ่งตามมาหยุดเท้าลงเกือบจะทันทีเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในสูทสีดำ ผมทรงรีเจ้นท์เอกลักษณ์นั่นชวนให้คิดถึงนักเลงสมัยเก่าๆหรือนักร้องตะวันตกชื่อดังในอดีตซัก 50 ปีที่แล้ว

 

“ปล่อยให้โง่สิ!! ถ้าฉันทำตามที่แกพูดฉันก็โดดพวกแกลากกลับไปซ้อมใครจะไปยอม!!!” ฟูกะตวาดเสียงดัง ใบหน้าแหลมของเขาบิดเบี้ยวแสดงให้เห็นชัดว่าเขาขาดสติสัมปชัญญะเสียแล้ว   หนุ่มร่างหนาเม้มปากแน่นไม่รู้จะทำยังไงดีได้แต่ยืนนิ่งมองคนตรงหน้าไม่วางตา หวังว่าเด็กสาวผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่จะไม่ได้รับอันตรายด้วยเท่านั้น  “ทิ้งปืนซะ!!แล้วยกมือขึ้น”  ชายร่างสูงผอมออกคำสั่ง   หนุ่มผมรีเจ้นท์หลับตาแน่นทำใจค่อยๆวางปืนในมืออย่างช้าๆและยันตัวลุกขึ้นมายืนยกมือตามออีกฝ่าย   “หึ..ดีมาก…”

 

 

 

เปรี๊ยง!!!!!!!

 

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด”

“อ๊ากกกกกกกกกกกก”

 

 

กระสุนปืนพุ่งเข้าโดนมีดในมือของฟูกะทันที  มีดพกขนาดเล็กแต่มีพิษสงฆ่าคนให้ตายได้กระเด็นไปหมุนกลิ้งกับพื้น พร้อมเจ้าของมันที่ทรุดหวบไปนั่งกุมมือที่โดนลูกปืนเจาะจนเลือดอาบ ส่วนสาวที่จับเป็นตัวประกันนั้นสลบไปทันที่ที่เห็นเลือดและเสียงปืน   “บ้าจริง!!!” ชายผมเทาสบถออกมา  ทิ้งตัวประกันไว้อย่างไม่ใยดีเนื่องจากบัดนี้ได้กลายเป็นตัวถ่วงในการหลบหนีไปเสียแล้ว  ร่างสูงวิ่งหนีตาลีตาเหลือกเอาชีวิตให้รอด

 

 

 

เปรี๊ยงๆๆ

 

 

กระสุนดังขึ้นอีกสองนัด พร้อมร่างแน่นิ่งไปของชายหนุ่มผมเทา หนุ่มผมรีเจ้นท์ดึงสติกลับมาเก็บปืนตัวเองเข้ากระเป๋าแล้วรีบวิ่งไปดูอาการร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลฟูยาวคลอลำคอระหง

“หึ…ไอ้สวะ พอหนีไม่รอดก็หาตัวประกัน ทำอะไรได้ทุเรศสิ้นดี” แซนซัสเดินออกจากเงามือในซอกมุมตึก มือหนาถือปืนกระบอกคู่ใจที่ปรากฏควันไหม้สีดำลอยคลุ้งออกมาเล็กน้อยจากปากกระบอกรวมถึงกลิ่นเหม็นไม้ของดินปืน แสดงให้เห็นว่ากระสุนสามนัดที่เกิดขึ้นนั่น เกิดจากชายหน้าบากผู้นี้

“คุณแซนซัส เด็กผู้หญิงคนนี้เอาไงดีครับ”  ตาสีแดงเหลือบมองร่างสลบไสลไม่ได้สติของผู้เคราะห์ร้าย ก่อนจะเดินข้ามผ่านร่างเล็กบางนั้นอย่างไม่ยี่หระ “ปล่อยทิ้งไว้อย่างงั้น เดี๋ยวก็มีสวะอื่นๆมาเก็บเอง”  คำตอบไร้เยื่อใยและน้ำจิตน้ำใจขั้นรุนแรง ทำเอาคุซาคาบะช็อก ตาสีดำมองใบหน้าหวานน่ารักหลับพริ้มทั้งสีหน้าทุกข์ทรมานสลับกับนายเหนือหัวอีกคนที่กำลังใช้เท้าเขี่ยร่างไร้วิญญาณของฟูกะไปมา

 

 

 

RRRRR

 

 

โทรศัพท์ของชายผมรีเจ้นท์ดังขึ้น  มือหนาล้วงไปหยิบและรีบกดรับสายทันทีที่เห็นชื่อ

[จับมันกลับมาได้ไหม]

 

“ขออภัยครับคุณเคียว คุณ..แซนซัสเชือดทิ้งไปแล้วครับ”  คุซาคาบะตอบเสียงสั่นเครือ ยิ่งปลายสายนิ่งเงียบยิ่งสร้างความกดดันให้เขาได้มากกว่าบรรยากาศหนาวเย็นยามค่ำคืนของวันเสียอีก

“คะ..คือฟูกะมันจับเด็กผู้หญิงเป็นตัวประกันครับ คุณแซนซัสเลยยิ่งช่วยเด็กไว้” ชายร่างสูงใหญ่อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้นายเหนือหัวโดยตรงของตัวเองฟัง

 

[ตัวประกัน?]

 

“ครับ..ตอนนี้เธอปลอดภัยดี แต่ไม่ได้สติ คงจะช็อกน่ะครับ เอาไงดีครับคุณเคียว”  คำถามของคุซาคาบะทำเอา

ฮิบารินิ่งเงียบไปนานกว่าครั้งก่อนๆอีก  จนหนุ่มร่างใหญ่อดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเสียไม่ได้ เสียวว่ากลับไปงานนี้อาจโดนลงโทษขอหาปฏิบัติงานไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ แถมยังลากคนไม่รู้เรื่องมาเอี่ยวอีก

 

[เอาตัวเด็กนั่นกลับมา]

 

“อะ..เอางั้นเลยเหรอครับ!!แต่คุณแซนซัส…”

 

 

[มันเป็นความผิดของฉัน เพราะฉะนั้นฉันต้องรับผิดชอบเจ้าสัตว์กินพืชนั่น]  ปลายสายพูดเสียงเรียบแล้วตัดสายทิ้ง  ให้คู่สนทนาอย่างคุซาคาบะถือโทรศัพท์ค้างด้วยความตกตะลึง  “เฮ้อ..ถึงคุณเคียวจะโหด แต่ก็ใจดีกว่าคุณแซนซัสเป็นไหนๆ”  เสียงทุ้มเข้มดุที่ทำเอาใครหลายคนกลัวจนขวัญหนีตีฟ่อตั้งแต่ได้ยินเสียงหรือแม้แต่เห็นหน้าครั้งแรกพึมพำเบาๆกับตัวเอง วงแขนแกร่งช้อนร่างบางขึ้นมาอุ้ม  ปล่อยให้แซนซัสจัดการเก็บกวาดซากศพของคนทรยศต่อแก๊งค์นามิโมริ

 

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s