[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part7

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

Bloody Complex  7

 

 

 

พ่อบ้านมาซากิตรวจตราความเรียบร้อยในตัวคฤหาสน์ทั้งประตูหน้าต่างรวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยจนเป็นที่แน่ใจว่าปลอดภัยไร้กังวล  ประตูรั้วหลังบ้านเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะเช็คได้ทำการลงกลอนด้วยแม่กุญแจเป็นที่เรียบร้อย เขาเดินกลับเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลอาคาชิ ไฟฉายในมือสาดส่องในตัวบ้านโออ่าให้ความสว่างแก่ดวงตาฝ้าฝาง นาฬิกาโบราณในห้องโถงใหญ่ทางเข้าบ้านตีบอกเวลาตีสองกว่าแล้ว ทุกคนในบ้านล้วนหลับสนิท…หลงเหลือเพียงความเงียบงันดั่งป่าช้า

 

ทั้งที่ 5 ชั่วโมงก่อนหน้านั้นอุตลุตวุ่นวายด้วยเรื่องไม่คาดฝันของว่าที่ผู้นำตระกูลรุ่นที่ 10

 

มาซากิมุ่นคิ้วด้วยความเคร่งเครียดเดินตรงไปยังโทรศัพท์บ้านแบบโบราณสีดำ หมุนวนต่อตรงไปยังเบอร์ๆหนึ่ง

 

 

 

ตรู๊ด…ตรู๊ด…ตรู๊ด…กริ๊ก!!!!

 

‘โทรมาดึกแบบนี้หวังว่าจะมีคำอธิบายที่ดีนะมาซากิ’

ปลายเสียงแหบขุ่นเจือหงุดหงิดที่ถูกปลุกกลางดึก เขารู้ดีว่าไม่ควรทำให้ ‘อาคาชิ เซย์นัน’ หัวเสีย..ชายผู้ทรงอิทธิพลผู้นี้กุมอำนาจเกือบทั้งหมดของญี่ปุ่นเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังของทุกสิ่งก็ว่าได้ ตามที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่นกันช้านาน หากใครทำให้เขาโกรธเคืองหรือไม่พอใจอย่างถึงที่สุด อาจจะหายไปจากโลกนี้โดยไม่มีศพ

“ขออภัยขอรับ..เพียงแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนที่สำคัญมาก..”  มาซากิเม้มปากแน่นจนเป็นแนวเส้น นัยน์ตาสีเทาขุ่นตามวัยที่มากขึ้นกวาดมองไปรอบๆบ้านจนแน่ใจว่าไม่มีใครเข้ามารับรู้การสนทนาลับนี้ มือเหี่ยวย่นปกปิดด้วยถุงมือสีขาวสะอาดกำหูโทรศัพท์แน่น ในขณะที่อีกมือหนึ่งกำสิ่งที่ทำให้เขาท้องไส้ปั่นป่วน..กำแน่นยิ่งกว่าหูโทรศัพท์

 

“กรรไกรขอรับ..นายท่าน..”

 

สิ้นเสียงกระซิบแผ่วเบาในความมืด…เซย์นันกลับเงียบกริบ..ไม่พูดไม่จา…นิ่งเงียบอยู่นานมากเสียจนเม็ดเหงื่อไหลหยดย้อยตรงขมับของพ่อบ้านคนเก่าคนแก่ ชายวัยกลางคนในชุดพ่อบ้านสีดำชักไม่แน่ใจว่าคู่สนทนายังอยู่ในสายหรือไม่..แต่เสียงลมหายใจเข้าออกถี่เบาเป็นตัวยืนยันได้ดีว่าอีกฝ่ายถือมือถือคาเอาไว้

 

‘ฉันจะบินต่อไปทำธุระที่เยอรมัน กว่าจะกลับก็คงราวๆ 2 อาทิตย์ ส่วนนายทำตามหน้าที่ของนายไป’

 

สั่งเสร็จสรรพก็ตัดสายไปเสียดื้อๆ มาซากิวางหูโทรศัพท์บ้านลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ หยิบเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อไคล

 

 

.

.

.

 

 

“พ่อ…ทำไมไม่ไปงานศพแม่..”  ร่างเล็กๆของเด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อเชิ้ตติดกระดุมเรียบร้อยกับหูกระต่ายสีดำเข้ากับกางเกงสายเอี่ยมก้าวเดินเข้ามาไปหาบิดาที่นั่งกุมขมับก้มหน้านิ่งบนโต๊ะในห้องทำงาน

“ใครๆก็บอกว่าพ่อไม่รักแม่ผม..พวกเขาโกหกใช่ไหมฮะ..”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ถามด้วยแววตาที่คาดหวัง..หวังคำตอบจากบิดาที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบ ความสูงอันน้อยนิดทำให้ต้องแหงนหน้าขึ้นมาพยายามที่จะมองสีหน้าของชายหนุ่มเรือนผมสีแดงเสยเรียบตลอดเวลาเริ่มมีปอยลงมาปรกใบหน้าเล็กน้อย เท้าเล็กๆขยับเดินเข้าไปใกล้..ใกล้บิดามือป้อมๆเกาะกางเกงแสลตสีเทาราคางามเข้ากับสูทราคาแพง

 

“พ่อพูดอะไรบ้างสิ..พ่อ..บอกผมที..พ่อรัก…”

 

 

 

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!!!!!!

 

 

.

.

.

 

 

“ห่ะ!!!!!!!!!!!”

 

นัยน์ตาสีทับทิมเบิกโพลง..ร่างสูงโปร่งหายใจหอบโยนจนอกกระเพื่อมขึ้นลง เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก..ตั้งสติที่เตลิดให้กลับมา..แสงแดดยามเช้ากับเสียงนกร้องขับขานด้านนอกหน้าต่างที่ถูกปิดด้วยม่านสีขาวโปร่งทำให้การมองเห็นปรับตัวอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองเพดานห้องคุ้นตาแล้วกลอกไปซ้ายทีขวาทีจนเป็นที่แน่ใจ

 

..ห้องนอนของเรา..

 

“หนักหัวไปหมด”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ยันกายขึ้นมานั่งบีบนวดขมับไปมา เขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าลำคอลงไปทั่วทั้งร่างกาย ปวดเมื่อยไปหมดแถมยังหัวอื้อจนน่าหงุดหงิด..ยิ่งพอนึกถึงความฝันนั่น คนหนุ่มขยี้เกาผมสีแดงจนยุ่งกว่าเก่า

 

 

ฝันถึงอดีตอันน่าข่มขื่น..หลังจากฝังศพแม่

คำถามที่ต้องการคำตอบจากปากพ่อมายืนยันว่า สิ่งที่แขกผู้เข้าร่วมงานพวกนั้นพูดกล่าวหาเป็นแค่เรื่องโกหก

แต่ ‘อาคาชิ เซย์นัน’  ตวาดขับไสไล่ส่งเขาที่เป็นลูกในไส้ราวกับหมูกับหมา…แค่คิดก็เจ็บแปล๊บที่หัวใจ

 

 

อาการปวดหัวตุบๆยิ่งปะทุขึ้นไปกว่าเก่า..อาคาชิรู้สึกเห่อร้อนไปทั่วทั้งร่างกาย พอจะเดาได้ว่าตัวเองเป็นอะไรแต่ก็กัดฟันไม่ยอมแพ้ ฝืนกายลงจากเตียง

 

 

 

โครม!!!!!!

 

“อาคาชิคุง!!!”   ประตูห้องนอนเปิดอ้าออกพร้อมกับร่างบอบบางของเด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าวิ่งเข้ามาประคองพี่ชายต่างแม่ที่ล้มลงไปนอนกองกับพื้นให้ลุกขึ้นมา ทว่า..อีกฝ่ายกลับผลักไสปัดมือเล็กๆปฏิเสธความหวังดีนั่นด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด

“อย่ามายุ่ง!!!”

คุโรโกะ เท็ตสึยะ ขมวดคิ้วไม่พอใจกับน้ำเสียงห้วนเจือขุ่นเคืองแบบนั้น ยิ่งมาทำเหวี่ยงใส่เธอ..ถึงจะรู้อยู่แก่ใจดีว่าพี่ชายต่างแม่ไม่ชอบขี้หน้าเธอ พอๆกับที่เธอเองก็ไม่ชอบขี้หน้าเขา พอไม่สบายอะไรๆที่เก็บซ่อนก็ไม่ได้อยู่ในการควบคุมใต้หน้ากากเสแสร้งเจ้าชายแสนดี

 

กระนั้น..การปล่อยเห็นคนอื่นกำลังลำบากแล้วปล่อยปละละเลยไปมันเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

 

อาคาชิมุ่งมั่นอยู่กับเอาชนะพิษไข้พยายามจะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองอย่างดื้อรั้น แต่ก็..ล้มลงไปนอนกองกับพื้นตามเคย  ในเมื่อดื้อนักเธอก็ยินดีที่จะยืนนิ่งๆจ้องมองความดื้อด้านเหล่านั้นไปเฉยๆ ยอมรับว่าลึกๆแอบสะใจไม่น้อยที่เห็นคนหนุ่มผมสีแดงยุ่งเหยิงกระดกกว่าปกติเพราะพึ่งตื่นนอน ล้มแล้วลุกกับที่อยู่แบบนั้น..สามเที่ยวและก็มีครั้งที่สี่ครั้งที่ห้าต่อๆไป จนในครั้งที่หก..อาคาชิคงหมดสภาพะยอมแพ้สังขารร่างกายตัวเองนอนหายใจหอบหนักหน้าแดงก่ำแทบกลืนกับเส้นผมชื้นเหงื่อ   คุโรโกะถอนหายใจแล้วเดินมายืนอยู่ตรงหน้าพี่ชายต่างแม่ย่อตัวเล็กน้อยพร้อมยื่นมือออกไป  ใบหน้าหล่อเหลาโชกเหงื่อร้อนรุ่มพิษไข้เงยหน้าช้าๆมองมือเล็กๆตรงหน้า เขาเม้มปากแน่นจนเป็นแนวเส้นด้วยทิฐิก่อนจะเฉตาแสร้งทำเป็นมองประตูห้องนอนตัวเอง

“คนอื่นๆไปไหนกันหมด?”

“มาซากิซังกับคนอื่นๆออกไปช่วยงานคุณพ่อที่เยอรมัน เห็นว่าจะกลับอาทิตย์ถัดไปค่ะ” เสียงหวานเรียบนิ่งให้คำตอบ..ในเมื่อตัวเลือกสุดท้ายไม่เหลือ..นั่นแปลว่าอาคาชิ เซย์จูโร่ จำต้องยอมรับการช่วยเหลือจากน้องสาวต่างแม่ที่เหม็นขี้หน้าชวนหงุดหงิดหัวใจคนนี้  ร่างเล็กๆบอบบางนั่นช้อนรักแร้ดึงแขนแกร่งที่มีกล้ามมัดพองามพาดไหล่แล้วพยุงร่างพี่ชายให้ลุกขึ้น จังหวะนั้น..เจ้าตัวคงไม่ทันระวังว่าช่วงที่คนผมแดงกำลังยันขาลุกจากพื้น ร่างทั้งร่างเซลงแล้ว..สีข้างของคนหนุ่มชนกับหน้าอกนูนอิ่มใต้เสื้อยืดสีขาวเรียบๆ

 

 

สัมผัสนุ่มนิ่ม..ทำเอาอาคาชิหน้าร้อนกว่าเก่า

อารมณ์บางอย่างก่อปะทุข้างใน จึงรีบเสตาหลบเลี่ยงที่จะมองหญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่ารังสีจืดจางผู้นี้

 

 

ดูเหมือน คุโรโกะ เท็ตสึยะ ไม่คิดอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น..เธอพาพี่ชายมานอนบนเตียงได้สำเร็จ แล้วก็หายออกไปจากห้องก่อนกลับมาด้วยกะละมังใส่น้ำกับผ้าขนหนูสะอาดสีขาวผืนหนึ่งวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง  อาคาชิจำยอมรับความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ปล่อยให้น้องสาวต่างแม่ปลดกระดุมเสื้อนอนสีเทาผ้าลื่นโชกเหงื่อออก..จะว่าไปเมื่อคืนเขาไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้?

“อาคาชิคุงนอนละเมอตกน้ำเกือบตายเมื่อคืน ทุกคนวุ่นวายกันไปหมด ทำตัวเหมือนเด็กๆไม่มีผิด”   คุโรโกะจิกกัดคนนอนซมไข้ หญิงสาวอ่านสายตาคนหนุ่มออกว่า แววตาครุ่นคิดสงสัยในดวงเนตรสีแดงทับทิมหายไปเมื่อได้ยินคำตอบก่อนจะแทนที่ด้วยสายตาโกรธอาย แล้วก็แสดงปฏิกิริยาคือ..เบือนหน้าหนีเธอเสียอย่างงั้น

 

 

สัมผัสเย็นเปียกไล่ไปตามตัว..เริ่มจากแขนซ้าย ผ้าขนหนูสีขาวเปียกหมาดเช็ดระบายความร้อนในกายา จากปลายนิ้วเรียวยาวเช็ดไล่ขึ้นไปถึงหัวไหล่..เป็นวิธีการเช็ดตัวที่ถูกวิธีให้เลือดเข้าสู่หัวใจ จากนั้นก็เปลี่ยนมาที่แขนขวาและลำตัวที่มีกล้ามมัดพองามในแบบวัยรุ่นนักกีฬา..ดวงเนตรไร้อารมณ์จ้องมองพี่ชายที่เปลือยท่อนบนด้วยสายตานิ่งเฉย..เฉยจนอาคาชิเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“ดูไม่ตกใจเลยนะ เห็นผู้ชายเปลือยท่อนบน”

“แม่ของฉันเป็นนางพยาบาลค่ะ ฉันเคยช่วยคุณแม่เช็ดตัวคนไข้อยู่บ่อยๆ” คุโรโกะตอบหน้าตาย

“นางพยาบาล?” คนหนุ่มผมแดงถามคำ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องราวของผู้หญิงคนที่สองของพ่อ นัยน์ตาสีแดงเรียวคมเหลือบมองรูปถ่ายครอบครัวในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆบนโต๊ะหัวเตียง..สายตาจับจ้องไปยังสตรีผู้เลอโฉมเรือนผมสีดำขลับยาวสลวยกับนัยเนตรสีอำพันคู่งดงามเปี่ยมเสน่ห์ที่โอบอุ้มตัวเขาวัยเยาว์นั่งไว้บนตัก

“แม่ของเธอชื่ออะไร?”  เสียงทุ้มเรียบแหบลงจากการเป็นหวัดถาม

“คุโรโกะ เทนชิ ค่ะ”  หญิงสาวตอบกลับระหว่างเช็ดตัวไปพลางๆ ดูเหมือนว่าผ้าขนหนูเริ่มแห้งแล้ว เจ้าตัวจึงลุกจากขอบเตียงมาเอาผ้าชุบน้ำในกะละมังแล้วบิดหมาดๆ ช้าๆ ให้น้ำไหลออกจากผ้าขนหนูไม่เปียกชุ่มจนเกินไป

 

 

เทนชิที่แปลว่า ‘นางฟ้า’

ฮิเมะที่แปลว่า ‘เจ้าหญิง’

 

นางฟ้าผู้นี้มีดีอะไรถึงได้ทำให้พ่อผู้เย็นชาของเขาหลงใหลสนใจได้มากกว่าเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์กัน?

 

 

คุโรโกะกลับมานั่งขอบเตียงข้างๆอีกครั้งแล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดลำคออีกฝ่าย กดแนบนานจนฝ่ามือน้อยๆรับรู้ถึงไอร้อนระอุจากตัวพี่ชายต่างแม่  ดวงเนตรคู่คมสีทับทิมละสายตาจากรูปถ่ายกลับมาจดจ้องดวงหน้าเฉยชาล้อมเส้นผมสีฟ้าชี้กระดกยุ่งแถมยังตัดทรงบ็อบยาวประบ่า เส้นผมที่ไม่นุ่มสลวยเงางามเหมือนหญิงสาวในอุดมคติที่เขาชื่นชอบ ถึงจะพูดสุภาพแต่น้ำเสียงช่างเย็นชาชวนหงุดหงิดหัวใจ แสงเล็ดรอดจากช่องผ้าม่านสีขาวสาดส่องเข้ามาในตัวห้องนอนแยงตาของเขา..แต่กลับเน้นเงาดำของเตียงสี่เสาทาบทับลงบนร่างเล็กๆบอบบางคนนี้จนดูเรือนลาง

 

“เล่าเรื่องแม่ของเธอให้ฉันฟังหน่อยสิ..”  เขาอยากจะรู้จักนักว่าหญิงสาวคนนั้น..ที่ทำให้พ่อหลงหัวปักหัวปำนั่นเป็นใคร คำขอนั่นสร้างความประหลาดใจอย่างมากแก่เจ้าของเรือนผมสีอ่อน แถมยังแสดงสีหน้าแปลกใจออกมาเห็นได้ชัดก่อนกลับมาหน้านิ่งเช่นเคย

 

 

“คุณแม่เป็นนางพยาบาลประจำอยู่ที่กรมอนามัยเล็กๆในต่างจังหวัด ท่านเป็นใจดีอ่อนโยนรักษาทุกคนด้วยใจรักปรารถนาดีว่าจะหายจากโรคร้าย แต่ว่า..มันก็แค่ช่วงสั้นๆพอพวกนั้นหายป่วยเขาก็จะลืมว่าเคยมีนางพยาบาลคนนี้อยู่ดูแลรักษาตัว” คุโรโกะเล่าเรื่องราวของมารดาตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง

“ลืม..เพราะดูจืดจางสินะ”  อาคาชิยิ้มหยั่น คุโรโกะมุ่นคิ้วไม่พอใจออกมา นั่นยิ่งเรียกรอยยิ้มที่ดูจะยียวนกวนประสาทอันหาได้ยากนักบนดวงหน้าหล่อเหลาราวรูปแกะสลักเทพบุตรในวิหาร อย่างน้อยๆเรื่องเล่าเหล่านี้ทำให้เขาสรุปได้แล้วว่าแม่ลูกบุคลิกจืดชืดพอกัน..ไม่ได้เลอค่าโดดเด่นน่าสนใจอะไรเมื่อเทียบกับแม่ตัวเอง

“ถึงจะจืดจางแต่ก็ทำงานด้วยความทุ่มเท..และก็รักในอาชีพนี้ยินดีที่จะรักษา บรรเทาทุกข์ผู้คนให้หายมากกว่าเงินทองที่ได้รับ” หญิงสาวจืดจางยอมรับในส่วนที่อาคาชิกล่าวหา เธอหรี่ตามองคนผมแดงที่นอนป่วยแต่ทำตัวได้น่าหมั่นไส้น่าปล่อยให้นอนแห้งตายตรงนี้เสียเหลือเกิน..ถ้าไม่ติดที่คำฝากฝังก่อนไปของพ่อบ้านมาซากิตอนเช้าตรู่ตอนตีห้าซึ่งเป็นวันเสาร์..วันหยุดที่เธอควรจะได้นอนตื่นสายสบายๆ แท้ๆ

 

 

คุณหนูคุโรโกะ..กระผมฝากนายน้อยไปกับคุณหนู ช่วยดูแลอยู่ข้างๆเขาในช่วงที่กระผมกับพวกแม่บ้านไม่อยู่ด้วยนะขอรับ”

 

 

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแกล้งไม่ได้นี่ ว่าแล้วคุโรโกะจงใจเอาผ้าขนหนูออกไปชุ่มน้ำให้ชุ่มแล้วปะลงบนกลางหน้า อาคาชิสะดุ้งโหยงตกใจปริมาณน้ำสะอาดเปียกกระจายทั่วทั้งใบหน้าไหลลงมาเปรอะเปื้อนคอเสื้อ คุโรโกะอมยิ้มขำสะใจก่อนจะรีบตีหน้านิ่ง  เมื่อคนหนุ่มดึงผ้าขนหนูออกจากใบหน้าตวัดสายตาดุดัน

“เธอแกล้งฉัน…”

“อย่าคิดว่าทุกคนจะนิสัยเสียเหมือนอาคาชิคุงสิคะ ฉันก็แค่บิดผ้าไม่หมาดดี” คุโรโกะดึงผ้าขนหนูกลับไปบิดให้หมาดในกะละมัง ตีหน้าซื่อด้วยสีหน้าไร้อารมณ์..ในดวงตากลมโตสีฟ้าอ่านสายตายากที่จะเค้นถาม แต่เขารู้ดีและมั่นใจว่าคนที่มีความชำนาญในการเช็ดตัวคอยช่วยเหลือนางพยาบาลมาตลอดไม่มีทางพลาดอะไรง่ายๆแบบนี้แน่ ผ้าขนหนูกลับมาอีกครั้งซับน้ำเปียกชุ่มบนใบหน้าหล่อเหลามือบางๆเกลี่ยเส้นผมสีแดงเสยขึ้นไป จากนั้นก็พับผ้าขนหนูวางไว้บนหน้าผากเป็นอย่างสุดท้าย

“แล้วตอนนี้..แม่ของคุโรโกะคุงเป็นยังไงบ้าง?”

“ท่านเสียไปเมื่อเดือนที่แล้วด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว..” คุโรโกะตอบคำถามอีกฝ่ายด้วยเสียงแผ่วเบา..ตาสีฟ้าอ่อนสั่นไหวสะท้อนความเศร้าออกมา อาคาชิพูดไม่ออกบอกไม่ถูก..เขาไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าคุโรโกะเสียแม่ไปแล้วเช่นกัน

 

 

“แล้วคุณแม่ของอาคาชิคุงเป็นคนยังไงคะ?”

 

เข้าใจว่านี่เป็นการเปลี่ยนเรื่องเพื่อลืมเรื่องราวเศร้าๆของหญิงสาว..เมื่อถามแล้วสิ่งที่ต้องแลกมาคือข้อมูลของตนเอง คุโรโกะ เท็ตสึยะเองก็อยากจะรู้เรื่องราวของ อาคาชิ ฮิเมะ นายหญิงของตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในญี่ปุ่น สตรีที่ได้ออกสื่อเคียงบ่าเคียงไหล่บิดา เป็นที่เชิดหน้าชูตาของสังคมดั่งแสงสว่างไม่ใช่เก็บซ่อนในเงามืดเฉกเช่นแม่ของเธอ

 

“แม่ฉันแต่เดิมชื่อ ฟุจิวาระ ฮิเมะ เป็นทายาทตระกูลเก่าแก่โบราณที่เป็นเครือญาติของราชวงศ์ ถึงจะห่างกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว..และก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเท่าสมัยก่อน แต่ก็เป็นที่สนใจจับตามองของสังคมมาตั้งแต่เล็กๆ และถูกคนจากตระกูลมีชื่อเสียงในหลายๆด้านเข้ามาทาบทามไปเป็นคู่หมั้นหมายอยู่ตลอด พวกนั้นไม่ได้เข้ามาขอเพราะรักแม่..เข้ามาเพราะสายเลือด การได้อยู่ในแผงผังราชวงศ์ของญี่ปุ่นเพียงแค่นั้น อำนาจความยิ่งใหญ่ของตระกูลจะเพิ่มขยายมากมายจนใครๆก็หวั่นเกรง”

 

เสียงทุ้มดูผ่อนคลายลงเมื่อยามนึกถึงมารดา คุโรโกะมองสีหน้าบนดวงหน้าหล่อเหลานั่น..รอยยิ้มบางๆละมุนนุ่มลึก ตาสีทับทิมปรือลงอ่อนโยน ไม่ใช่การเสแสร้งแต่เป็นความจริงที่ส่งออกมาจากใจเธอรู้ดีและก็ได้เข้าใจว่าอีกฝ่ายโหยหาเทิดทูล อาคาชิ ฮิเมะ มากแค่ไหน

 

“แต่แม่ก็ไม่ยอมเป็นตุ๊กตาเฉยๆให้ชักใยเอาง่ายๆ แม่เลือกที่จะเป็นฝ่ายเลือกผู้ชายด้วยตัวเอง และในท้ายที่สุดแม่เลือกพ่อที่เป็นทายาทตระกูลอาคาชิ..ตระกูลใหญ่ที่เข้ามามีอำนาจทางธุรกิจยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นสืบทอดมายาวนาน พอทั้งคู่แต่งงานกันตระกูลอาคาชิได้เข้ามามีบทบาททางรัฐบาล..และขยายตัวขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้ทุกๆสื่อต่างให้ความสนใจเพียงแค่นามสกุล ‘อาคาชิ’ ทุกอย่างก็ดูมีค่าและน่าเกรงขามขึ้นมา”

 

คนหนุ่มเว้นวรรคเงียบ..เงียบนานจนสาวเรือนผมสีฟ้าประหลาดใจ อาคาชิ เซย์จูโร่ หลับตาลงราวกับว่ากำลังหลีกหนีความคิดบางอย่างที่เจ้าตัวไม่ต้องการ บางอย่างที่ไม่อยากจะยอมรับ ก่อนจะลืมตาช้าๆมองใบหน้าของคนที่ดูแลไข้ของเขาซึ่งนั่งฟังเงียบๆ  “แม่ฉันที่หยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนั้น..การที่เลือกพ่อแสดงว่า แม่ต้องรักพ่อมากแน่..ในขณะที่พ่อเป็นไม่เคยแสดงความรู้สึก มีแต่ความเข้มงวดและเรื่องของตระกูลเท่านั้น ฉันเคยคิดว่าคงเป็นนิสัยของพ่อ…”

 

มือหนากำหมัดแน่นแล้วพูดต่อทั้งเสียงแข็งกร้าว  “แล้วพ่อก็มีลูกกับผู้หญิงอื่น หึ..พ่อคงไม่ได้รักแม่ตั้งแต่แรกอย่างที่คนอื่นๆเขาว่ากันจริงๆ เห็นแก่ตัวจริงๆ  ฟังแล้วอยากตบสั่งสอนฉันอีกไหมล่ะคุโรโกะคุง”

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ หยุดหายใจกับคำถามเย็นชาจากปากคนป่วย..การกล่าวหาว่าร้ายบิดาที่เคารพรักสำหรับลูกเมียน้อยเป็นสิ่งที่เธอเองรับไม่ได้..ทว่า..พอได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้นฝ่ามือที่กำแน่นลงบนหน้าขา ฝ่ามือ..ที่มีความคิดชั่วขณะนึงว่าจะตบอย่างที่อีกฝ่ายเดาไว้ไม่มีผิด เปลี่ยนใจเลือกที่จะเอื้อมมือข้างนี้หยิบเอาผ้าขนหนูบนหน้าผากร้อนรุ่มมาชุบน้ำบิดหมาดๆแล้วพับวางต่อ

 

ถ้าเป็นอย่างที่อีกฝ่ายว่ามา…ชะตาชีวิตของชายผู้เป็นทายาทของตระกูลก็ผ่านเรื่องราวน่าสงสารไม่ต่างกัน

 

 

“แต่อาคาชิคุง..ก็ได้ใช้นามสกุลอย่างภาคภูมิใจ..เป็นอาคาชิ เซย์จูโร่ ในขณะที่ฉันเป็นแค่ คุโรโกะ เท็ตสึยะ..ถ้าไม่มีใครพูดก็ไม่มีใครรู้ว่าฉันคือลูกสาวของ อาคาชิ เซย์นัน..”  ริมฝีปากอิ่มขยับเอ่ยเรื่องราวเจ็บช้ำน้ำใจของตนให้อีกฝ่ายฟังบ้าง..ถึงจะสั้นๆแต่ก็ทำให้คนหนุ่มผมแดงเข้าใจสถานะภาพ ตาคู่คมเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะเฉหลบสายตานิ่งเฉยในดวงเนตรสีอ่อนกลมโต

 

“การเป็นอาคาชิ มันไม่ได้สวยหรูดีเด่นอะไรแบบนั้นหรอก..ชีวิตวัยเด็กที่ต้องแลกกับความพยายามหนักกว่าคนอื่นวัยเดียวกันหลายเท่า..ทนมองผู้ใหญ่เสแสร้งเหล่านั้นจนต้องหัดปั้นหน้าเป็นตั้งแต่อายุไม่ถึงเลขสิบด้วยซ้ำ..คิดว่ามันสนุกนักรึยังไง คนอย่างคุโรโกะคุงไม่มีวันเข้าใจ”

“ฉันก็ไม่เข้าใจอย่างที่อาคาชิคุงพูดจริงๆค่ะ ไม่มีวันเข้าใจคนที่เกิดมาก็ไม่ต้องโดนตราหน้าว่าลูกไม่มีพ่อ ไม่ต้องมีแม่ที่โดนผู้คนนินทาลับหลังหาว่าเป็นผู้หญิงใจง่ายมีอะไรกับผู้ชายคนท้องโตแล้วโดนทิ้ง”

 

การสนทนาเริ่มขัดแย้งกัน..ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับปมในใจที่มีมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย ทั้งสองสบตากัน..จ้องมองด้วยทิฐิ แข็งกร้าว ดึงดันในความคิดของตน สองพี่น้องต่างมารดาเมินหน้าหนีกันและกัน คุโรโกะในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำยกกะละมังใส่น้ำออกไปจากห้องนอนแล้วปิดประตู ทิ้งพี่ชายที่นอนซมไข้เอาไว้เพียงลำพังในนั้น

 

 

สุดท้าย..ก็ไม่มีทางพูดจากันดีๆได้ตลอดรอดฝั่ง

 

 

อาคาชิกำหมัดแน่นแล้วทุบลงบนเตียงข้างๆตัว ระบายความโกรธ..ใจอยากจะเอ่ยคำขอบคุณน่าอายที่น้องสาวต่างแม่คอยดูแลให้ ทว่า..การเถียงกันเมื่อครู่กลบความรู้สึกเหล่านั้นจนหมดสิ้น  เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง..แค่คุยกันร่างกายก็เหนื่อยหอบอ่อนล้าเต็มทนไหนจะเรื่องปวดหัวพ่วงอาการปวดจากไข้ตุบๆนี่อีก คนหนุ่มหลับตาลงปิดการมองเห็นทุกอย่างผ่อนลมหายใจช้าๆ เข้าสู่นิทราไปอีกรอบ

 

.

.

.

 

ปึก!!!!

 

“ได้ของที่ต้องการครบแล้วใช่ไหมครับคุณหนูคุโรโกะ”  คนขับรถถามไถ่..ฝ่ายคนขับรถเท่านั้นที่ไม่ได้ติดตามไปกับพวกมาซากิถึงเยอรมัน  พวกเขาจะอยู่คอยดูแลรับส่งในตอนเช้าถึงเย็นและอาศัยบ้านพักในสวนหลังคฤหาสน์ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่คนสวนจะอาศัยในนั้นเสมือนห้องเช่าเล็กๆตามอพาร์ทเมนต์เพียงแต่ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ต่างจากพวกแม่บ้านที่ได้หลับนอน ณ ชั้นใต้ดินของคฤหาสน์เช่นเดียวกับพ่อบ้านเก่าแก่มาซากิ  ลูกสาวของภรรยาคนที่สองของเซย์นันก้มหน้าลงสำรวจมองข้าวของเนื้อสดผักสดและก็วัตถุดิบทำอาหารต่างๆในถุงสะดวกซื้อจนแน่ใจว่าไม่ขาดตกบกพร่องอะไรจึงพยักหน้าตอบรับอีกฝ่าย

 

รถลีมูซีนสีดำขับเคลื่อนออกไปตามท้องถนน..ในวันหยุดย่านการค้าคึกคักมากกว่าปกติ ผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันจนถนนคนเดินหนาแน่นไปด้วยฝูงชน เธอเท้าคางมองวิวนอกกระจกรถไปเรื่อยๆ เหม่อลอยคิดถึงเรื่องราวที่คุยกันเมื่อเช้า

 

 

อาคาชิ ฮิเมะ..เป็นผู้หญิงที่เลอค่าสมชื่อ ‘เจ้าหญิง’

 

 

จังหวะที่รถกำลังจะเลี้ยวเข้าถนนหัวมุม นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างเด้งตัวลุกจากเบาะพิง แล้วตะโกนบอกให้คนขับรถจอดรถไว้ริมถนน  รถลีมูซีนสีดำทำตามคำสั่ง รถเบรกหยุดได้ทันท่วงทีหญิงสาวผมฟ้าเปิดประตูลงจากรถแล้ววิ่งเหยาะตรงไปยัง..ร้านขายดอกไม้..เพียงครู่นึงเจ้าตัวก็กลับมาพร้อมกับต้นไม้เลื่อยในกระถางทำจากไม้แท่งสานแถมยังต่อลวดไว้สำหรับแขวนใน..นอกจากใบสีเขียวสดยังมีดอกสีเหลืองเล็กๆเบ่งบานตามด้วยกลิ่นหอมหวานจางๆที่ใครๆต่างต้องคุ้นเคย

“ดอกวานิลลานี่ครับ?”

“ค่ะ..ฉันจะเอาไปไว้ที่ห้องนอน”  เธอตอบด้วยเสียงแผ่วเบา..ถึงจะอยากถามว่าทำไมถึงได้สนใจดอกไม้เลื่อยต้นนี้นัก แต่ตราบใดที่ไม่รั้นขอปลูกไว้ในสวนของบ้าน ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรคนขับรถจึงเลยใส่ใจแล้วเข้าเกียร์เดินเครื่องเลี้ยวเข้าถนนกลับสู่บ้านตระกูลอาคาชิ

 

 

.

.

.

 

 

ปึก!!!ปึก!!!ปึก!!!

 

สนามบาสเก็ตบอลในบ้าน…ก้องไปด้วยเสียงลูกบาสกลมๆมาเดาะลงกับพื้นซ้ำๆไปมาก่อนจะชู้ตลงห่วงไปอย่างง่ายดาย ช่างเป็นอะไรที่น่ายินดีนัก..อกซ้ายเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น แล้วหันกลับมามอง..สตรีร่างบอบบางในชุดกระโปรงสีแดงสวยตัดกับเส้นผมสีดำขลับเงางามยาวสลวย นั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวฉลุลวดลายสวยงาม มือถือร่มสีขาวพร้อมลูกไม้กันแดดเอาไว้ เงาของร่มซ่อนใบหน้างดงามของเธอเอาไว้จนไม่เห็นสีหน้าค่าตา

 

“แม่ดูนี่สิ!!ผมชู้ตลงได้แล้ว!!!”  ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีเหลือเกิน..เด็กชายผมแดงวิ่งตรงเข้าไปฉีกยิ้มร่าเริง รอคอยคำชมจากมารดา  ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสวย  หยดน้ำเปียกๆร่วงหล่นกระทบแก้มใส..เด็กน้อยเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงนสงสัยแล้วขยับเท้าก้าวเดินมาช้าๆเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆและเรื่อยๆ

 

อาคาชิ ฮิเมะ..กำลังร้องไห้!!!!?

 

 

“แม่!!!ร้องไห้ทำไมครับ?”  เด็กน้อยวิ่งเข้าไปจับมือมารดาที่เย็นเยียบ..เย็นจนน่าฉงนสงสัย..นัยเนตรสีอำพันงดงามเจิ่งนองน้ำตาไหลอาบแก้มจนไม่เหลือเค้าความหยิ่งทระนง งดงามดุจองค์หญิงผู้สง่างามอีกต่อไป มือเรียวสวยค่อยๆแกะมือเล็กๆของลูกชายที่เกาะกุมออกแล้วยกขึ้นช้าๆชี้นิ้วตรงไปด้านหลัง

 

เด็กชายผมแดงค่อยๆหันไปมองตามทิศทางนั้นก็พบกับ..กระจกหน้าต่างชั้นล่างบานใหญ่ของคฤหาสน์…

เงาสะท้อนในนั้นคือแม่ของเขากับตัวเขาเอง  เด็กชายผมแดงชักสีหน้าตะลึง เมื่อพบว่าในเงานั้น อาคาชิ ฮิเมะ กำลังกุมมือน้อยๆเล็กป้อมของเขา…มือเล็กๆที่ถือกรรไกรตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้!!!

 

 

 

“!!!!!!!!!!!”

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ สะดุ้งตื่นเป็นครั้งที่สองในรอบวัน จมูกโด่งได้รูปฟุดฟิดกับกลิ่นบางอย่างที่คลุ้งเข้ามาในห้องนอนจนไม่อาจทนฝืนหลับตาลงนอนได้อีก  เขาหยัดกายช้าๆ กุมขมับ ดูเหมือนไข้จะลดลงแล้ว อาการปวดหัวตุบๆทุเลาลงเห็นได้ชัด คิ้วเรียวขมวดมุ่นพยายามคิดหาต้นตอกลิ่นเหล่านั้น..

 

กลิ่นนี้มัน..กลิ่นไหม้!!!!!!!!

 

ชายหนุ่มผมแดงตกตะลึง ควันสีเทาเล็ดรอดลอยทะลักเข้ามาตามช่องประตูห้องนอน อาคาชิฝืนตัวเด้งลงจากเตียงวิ่งพลุนพลั่นไปเปิดประตู ควันไหม้พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้าหล่อเหลาจนแสบหูแสบตาไปหมด ไอสำลักโคลกๆ เขารีบใช้มือปัดไล่ควันเหล่านั้นแล้วยกคือเสื้อปิดจมูกป้องกันไม่ให้สูดดมคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปมากกว่านี้ แล้ววิ่งลงบันไดด้วยความเร็วเท่าที่มี

 

ต้นตออยู่ที่ห้องครัว!!!!!

 

 

โครม!!!!!

 

ประตูห้องครัวเปิดออกแรงจนเสียงดัง ตาสีแดงเพ่งมองในม่านเขม่าควันสีเทา..

 

“คุโรโกะคุง..เธอ..ทำอะไร?”

“สปาเก็ตตี้ค่ะ”

“…..”

 

 

ว่าที่ผู้สืบทอดตระกูลอาคาชิรุ่นที่ 10 ยืนนิ่งเงียบ..จ้องมองน้องสาวต่างแม่ในชุดอยู่บ้านเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำ ตอนนี้เสื้อสีขาวหมองลงเป็นสีเทาแล้วจากเขม่าควันสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินยืนอยู่ตรงหน้ากระทะเทปลอนสีดำกับก้อนอะไรซักอย่างไหม้เกรียมในนั้นแถมมีกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ว…อาคาชิไม่พูดไม่จาและเดินตรงไปยังสวิสต์บนผนังห้องครัวกดปุ่มเปิดเครื่องดูดควันเหนือเตาแก๊ส ก่อนจะเดินเข้าไปดันร่างเล็กๆบอบบางให้ถอยห่างจากกระทะใส่วัตถุปริศนาที่เกือบรมควันเขาตายคาบ้านตัวเอง

“อาคาชิคุง..ฉัน..ขอโทษ” เสียงหวานเรียบดูสั่นประหม่า..นัยน์ตากลมโตหลุบมองลงกับพื้นด้วยแววตาสำนึกผิด คนผมแดงไม่ตอบรับอะไรแล้วเดินไปยังตู้เย็นขนาดใหญ่เปิดออก ไอเย็นๆลอยคลุ้งเข้าปะทะที่พึ่งฟื้นตัวจากพิษไข้มาได้ระดับนึง เขากวาดตามองรอบในนั้นแล้วหยิบเอามะเขือเทศสด หอมใหญ่ เนื้อหมู เส้นสปาเก็ตตี้ในห่อพลาสติกที่ยังไม่ได้เอาออกมาใช้การมาวางเรียงบนเคาทเตอร์

 

“อาคาชิคุง..ฉัน..”

“ออกไปรอข้างนอก แล้วก็เปิดหน้าต่างประตูทุกบานไล่ควันออกไปให้หมด”

 

เขาสั่งสั้นๆ ด้วยเสียงเจือหงุดหงิด..อาการปวดหัวตุบๆเริ่มกลับมาอีกครั้ง คาดว่าไม่ใช่เพราะหวัดแต่เพราะไอ้การเข้าครัวสุดพิสดารที่เข้าขั้นห่วย!!!ของลูกเมียน้อย   ไม่อยากจะเหวี่ยงมากนักแค่นี้ก็มึนหัวจะแย่แล้ว คุโรโกะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงหัวเสียไม่น้อยที่ถูกปลุกแถมยังพบว่าบ้านเกือบโดนไฟไหม้เพราะสปาเก็ตตี้ที่กลายเป็นวัตถุดำปริศนานี่อีก คราวนี้เธอผิด..จึงต้องยอมก้มหน้าก้มตารับคำสั่ง ถอดผ้ากันเปื้อนออกไปจากครัวแต่โดยดี

 

 

เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงกว่า ควันเขม่าไหม้ถูกถ่ายออกไปจากคฤหาสน์อาคาชิหมดสิ้น คุโรโกะที่ได้แต่นั่งว้าวุ่นใจอยู่บนโซฟาห้องรับแขก..นี่ก็ปาไปหกโมงเย็นแล้ว..ท้องไส้ร้องโครกครากจนเจ้าตัวต้องเอามือกดท้องแน่น นิยายบนโต๊ะไม่ได้ช่วยเรียกเบนความสนใจได้เลย

 

..กลิ่นหอมๆนี่มัน..

 

ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อนหลับตาลงรับกลิ่นหอมๆที่ลอยคละคลุ้งเข้ามาถึงห้องรับแขก หญิงสาวลืมตาช้าๆแล้วลุกจากโซฟาเดินตามกลิ่นหอมๆนั่น..หอมจนน้ำลายสอกระทั่งเท้าทั้งคู่มาหยุดอยู่หน้าห้องครัว พลัน!!!ประตูห้องครัวเปิดออกพร้อมกับร่างของคนหนุ่มเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งหน่อยๆในสภาพสวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินที่เธอถอดวางทิ้งไว้

ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันด้วยระยะห่างเพียงแค่คืบ..คุโรโกะหน้าร้อนผ่าวไม่คาดคิดว่าอาคาชิจะยังอยู่ในครัวแถมโผล่มาในระยะใกล้ขนาดนี้ เธอเป็นฝ่ายถอยหลังก่อนจังหวะนั้นกลิ่นหอมๆปะทะชัดเจนทำให้ต้องก้มมองสิ่งที่อยู่ในมือ

 

 

สปาเกตตี้ราดซอสมะเขือเทศ 2 จาน

 

 

“อันนี้ของคุโรโกะคุง”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ยื่นจานสปาเก็ตตี้ส่งให้น้องสาวต่างแม่ คุโรโกะปริบตามองพี่ชายผมแดงสลับกับจานสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศหอมกรุ่นหน้าตาเป็นผู้เป็นคนในมือแกร่งด้วยความงุนงง ก่อนจะยื่นมือไปรับจานอาหาร ทั้งสองไม่พูดอะไรกันอีกต่างเดินเข้าไปในห้องอาหารแล้วลงมือรับประทานมื้อดึกของวันนี้เงียบๆ รสชาติของซอสมะเขือเทศสับจนเป็นเนื้อละเอียดเช่นเดียวกับหอมหัวใหญ่เปรี้ยวอมหวานกลมกล่อมซึมเข้าไปในเนื้อหมูชิ้นพอคำกับเส้นสปาเกตตี้ที่ลวกจนได้ความเหนียวนุ่มพอดี  รู้ตัวอีกทีอาหารในจานก็หมดลงไปเสียแล้ว…

 

อาคาชิรู้สึกตัวว่ากำลังถูกเพ่งมอง เขาละสายตาจากมือที่กำลังถือแก้วน้ำมาดื่มไปยัง..เด็กสาวตัวเล็กบอบบางที่นั่งเช็ดปากด้วยทิชชู่อยู่ตรงข้าม

“คุโรโกะคุงไม่ต้องแปลกใจเรื่องที่ฉันทำอาหารเป็นหรอก นอกจากเรียนหนักกับกิจกรรมยามว่างเพื่อชื่อเสียงแล้ว การเรียนทำอาหารก็เป็นส่วนหนึ่งที่พ่อบังคับให้ฉันต้องเรียนรู้” อธิบายในสิ่งที่คาดเดาภายในความคิดของน้องสาวต่างแม่ พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออายที่ถูกอ่านใจ..นัยน์ตาไร้อารมณ์จนดูหลอนมืดหม่นเฉหลบใบหน้าที่กำลังยกยิ้มมุมปาก

“ขอบคุณนะคะ สำหรับมื้อค่ำ”  เสียงหวานดังอ้อมแอ้ม ขอบคุณทั้งทีก็ยังไม่คิดมองหน้า..ช่างเป็นกริยาที่ไม่น่ารักเอาซะเลย อาคาชิ เซย์จูโร่ รู้สึกไม่พอใจหน่อยๆ แต่ก็เลือกที่จะเมินเรื่องเล็กน้อยส่วนนั้นแล้วดื่มน้ำต่อจนหมดแก้ว

“ทำไมไม่โทรสั่งล่ะ เบอร์ก็มีอยู่ตรงหน้าห้องครัว” อาคาชิเสนออีกแนวทางที่คุโรโกะควรจะทำ อันที่จริงเด็กสาวควรจะรู้สถานะความสามารถตัวเองว่า การทำอาหารมันค่อนข้างเลวร้ายสุดขั้วแบบนี้ ยิ่งไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากคนสวนกับคนขับรถซึ่งก็ทำอาหารไม่เป็นแถมยังอยู่ในสวนที่ห่างไกลจากตัวคฤหาสน์อีก ถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นมาเขากับอีกฝ่ายไม่ได้ตายคาที่พร้อมกันรึไง

 

 

“ฉัน..ฉันอยากจะฝึกเอาไว้น่ะค่ะ อยากจะทำให้อาโอมิเนะคุง”  สิ้นคำตอบ..อาคาชิชะงักเหยือกน้ำที่กำลังเทรินลงในแก้วไว้

 

 

“…อ๋อ..อยากหัดไว้ทำข้าวกล่องให้อาโอมิเนะว่างั้น..”  ไม่เข้าใจเลยทำไม..น้ำเสียงของตนเองถึงแข็งขึ้นมาผิดปกติ ไอ้ความรู้สึกตีบตันในลำคอจนน่ารำคาญนี่เกิดขึ้นและไม่อาจคุมได้ เป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่อีกฝ่ายหนีไปกินข้าวกลางวันกับอาโอมิเนะแทนที่จะเลือกมากินข้าวกับเขาที่เป็นพี่ชายต่างแม่ อาคาชิ เซย์จูโร่ พ่นลมหายใจแรงแล้วลุกจากเก้าอี้รวบเก็บจานชามทิ้งไว้แต่คราบอาหารมารวมกันยกออกไป ขายาวกำลังจะก้าวพ้นเขตประตู คุโรโกะกลับเรียกชื่อเขา

“อาคาชิคุงเรื่องล้างจานเดี๋ยวฉันทำเองค่ะ” หญิงสาวลุกจากเก้าอี้ ฝีเท้าเบาบางกำลังก้าวเข้ามาใกล้…

“ฉันป่วยแต่ไม่ได้เป็นหงอย อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่คุณชายที่ทำอะไรไม่เป็นซักอย่างเหมือนเธอ” ร่างสูงเดินถือจานออกไปจากห้องอาหาร โดยไม่แม้แต่ชายตาแลกลับมามองน้องสาวต่างแม่ที่โดนเหน็บแนมจิกกัดมาอย่างแสบสันต์ว่า เป็นแค่คนธรรมดาเรื่องเหล่านี้ก็ทำไม่ได้..เป็นผู้หญิงแท้ๆทำอาหารยังไม่มีปัญญา.. คุโรโกะฉุนกึกในสมองถึงจะอยากโต้กลับ ทว่า..อีกฝ่ายป่วยแถมยังสร้างเรื่องไว้มากมายเกือบหวิดไฟไหม้อีก เลยเลือกที่จะเงียบปากลงแล้วเดินขึ้นบันไดกลับเข้าห้องนอนไป

 

 

 

 

ในเช้าวันอาทิตย์ช่วงเช้า อาการไข้หวัดดูเหมือนจะดีขึ้น แต่เพื่อไม่ให้ปะทุหนักขึ้นมาอีกเขาจึงตัดสินใจให้คนขับรถพาออกไปส่งที่คลินิกใกล้ๆบ้าน ตรวจดูอาการแล้วก็รับยามากินอาการดูทุเลาลงมาจนสามารถเดินเหินทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องทนปวดหัวมึนตึบเป็นระยะๆเท่าเมื่อวาน

 

ส่วนในเรื่องระหว่างอาคาชิกับคุโรโกะ..ทั้งสองคนก็ไม่ได้คุยกันอีก ต่อให้เจอหน้ากันก็เดินสวนผ่านไปผ่านมาเหมือนธาตุอากาศทั้งที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน  ลากยาวไปเรื่อยจนถึงเวลากลางคืน ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิท..มือแกร่งดึงปรอทวัดไข้ที่บ้านมีติดตัวไว้ในตู้ยาสามัญออกจากปาก..อุณหภูมิ 37 องศา กลับมาปกติเหมือนเดิมแล้ว เขาถอนหายใจโล่งอกวางปรอทวัดไข้ลงกับโต๊ะแล้วดึงเอาสมุดการบ้านมาวางเรียงไว้..การบ้านในช่วงวันหยุดที่ยังไม่ได้แตะซักวิชามาเปิดแล้วนั่งปั่น

 

เข็มนาฬิกาปลุกเดินไปทุกวินาที..ขณะนี้เป็นเวลา 3 ทุ่มแล้ว ในที่สุดการบ้านทั้งหมดก็เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย อาคาชิปิดสมุดวิชาภาษาอังกฤษลงเก็บวางเรียงซ้อนกัน เอื้อมมือไปปิดไฟหัวโต๊ะลุกจากเก้าอี้ตรงไปยังเตียงกว้างสี่เสา

 

 

 

ก๊อกๆ

 

“อาคาชิคุง นอนหรือยังคะ” น้องสาวต่างแม่ที่ไม่คุยกันมาเกือบทั้งวัน ที่จริงก็ไม่ค่อยอยากจะสุงสิงกันเท่าไหร่อยู่แล้วกลับมาเคาะประตูเรียกถึงหน้าห้องนอน นัยน์ตาสีแดงเรียวคมกลอกมองเพดานเบื่อหน่าย อยากจะนอนใจจะขาดแล้วแต่เสียงเคาะที่ไม่คิดจะหยุดหย่อนเป็นที่แน่ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้จงใจมาถามว่าหลับหรือยัง..แต่บังคับให้ตื่นเลยต่างหาก

 

 

แอ๊ด!!!!

 

สุดท้ายทนไม่ไหวเลยต้องเดินไปเปิดประตู แล้วปั้นหน้ายิ้มบางๆให้อีกฝ่าย “ว่าไงคุโรโกะคุง”

“ฉันทำวิชาเลขไม่ได้..อาคาชิคุงช่วยหน่อยได้ไหมคะ”  อยากจะปฏิเสธและสมน้ำหน้าจริงจัง..หากแต่ทำแบบนั้นน้องสาวต่างแม่คนนี้คงแจ้นโทรไปฟ้องพ่อ ให้พ่อมาโวยวายเขาเหมือนหมูเหมือนหมาอีก คนหนุ่มผมสีแดงเก็บความรู้สึกขุ่นเคืองเหล่านั้นเอาไว้ภายใน สบตาสีฟ้ากลมโตจ้องเขม็งมาทั้งวอนขอกึ่งบังคับ ยังไงก็ไม่มีทางเลือกนอกจากพยักหน้าตอบรับ

 

 

ภายในห้องนอนของคุโรโกะเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากับห้องนอนของเขาไม่มีผิดเพี้ยนทั้งเตียงสี่เสาและตำแหน่งโต๊ะทำงาน ที่ต่างออกไปคงเป็นการตกแต่งที่โล่งเตียนแทบไม่มีอะไรเลย ความสะอาดโล่งโจ้งที่ไม่ว่าจะกวาดตากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็พบว่า..ช่างไม่โดดเด่นสะดุดตาชวนค้นหา

 

 

บ่งบอกรสนิยมจืดชืดของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

 

 

“แบบนี้ใช่ไหมคะ?”  คุโรโกะชูสมุดการบ้านให้พี่ชายต่างแม่ดู อาคาชิผินหน้ากลับมามองตัวเลขสมการในสมุดเหล่านั้น ขนาดตัวหนังสือยังจางจนแทบมองไม่เห็น..เขามุ่นคิ้วหงุดหงิดแล้วลุกจากขอบเตียงของหญิงสาวเดินตรงมาใกล้ๆแล้วยืนค่อมตัวมองตัวเลขในนั้น

“สมการตัวแปรกำลังสาม ไม่ใช่กำลังสอง แก้ไหม และนี่ก็เชิงซ้อน I ยกกำลัง 2 ได้ -1 ไม่ใช่ 1 “ อาคาชิชี้นิ้วย้ำๆตรงที่ผิดพลาดของอีกฝ่าย คุโรโกะมุ่ยหน้าลงแล้ววางสมุดหยิบเอายางลบ ลบใหม่ตั้งแต่ต้นแล้วเริ่มคำนวณตั้งสมการแยกตัวประกอบใหม่ ท่าทางจะไม่ค่อยถนัดเลข..เขาเองก็ขี้เกียจอยากจะนอนเต็มแก่แล้วเลยตัดสินใจไม่ไปไหนยืนกอดอกมองอีกฝ่ายทำการบ้านอยู่แบบนี้หลังเก้าอี้นี่แหละ   ที่ตรงจุดนี้ทายาทตระกูลอาคาชิได้กลิ่นหอมหวานอ่อนๆลอยละล่องเข้ามาแตะจมูก..กลิ่นหวานละมุนให้ความรู้สึกอ่อนโยนแบบเด็กสาวใสซื่อไร้เดียงสา..กลิ่นนี้ที่เขารู้สึกคุ้นเคยนักเหมือนเห็นมันอยู่ทุกหนทุกแห่ง หน้าคมคายหันซ้ายทีขวาทีมองหาต้นตอกลิ่นเหล่านั้นก่อนสะดุดหยุดตรงริมหน้าต่าง

“คุโรโกะคุงไปเอาต้นวานิลลามาจากไหน?”

“เมื่อวานนี้ตอนไปจ่ายตลอดฉันเห็นมันที่ร้านดอกไม้ก็เลยไปซื้อมาไว้ในห้องนอนค่ะ” คุโรโกะตอบแล้ววางดินสอกดลง อาคาชิลอบมองใบหน้าหวานครึ่งซีกละเลยสมุดการบ้านเหม่อมองดอกไม้สีเหลืองครีมอ่อนๆช่อเล็กๆเบ่งบานในกระบะไม้สานสำหรับแขวนไว้ริมหน้าต่าง ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนไหววูบเล็กน้อย ทั้งที่มักจะนิ่งเฉยจนดูเย็นชาไร้ความรู้สึกเวลานี้น้องสาวต่างแม่กลับดูอ่อนไหวเหมือนผู้หญิงมีชีวิตจิตใจคนหนึ่ง

“คุณแม่ชอบดอกวานิลลามากค่ะ..สวนที่บ้านเต็มไปด้วยต้นวานิลลาเต็มไปหมด พอออกดอกก็จะหอมคลุ้งไปทั่วโดยเฉพาะตอนเช้าๆ ตอนนี้บ้านหลังนั้นขายและก็รื้อถอนไปทำห้างสรรพสินค้า..ไม่มีสวนวานิลลาอีกแล้ว..ไม่มีสถานที่ๆทำให้นึกถึงคุณแม่อีกแล้ว…”

 

 

ดอกวานิลลา..คือดอกไม้โปรดของ คุโรโกะ เทนชิ 

 

 

อาคาชิเข้าใจทันทีว่าสาเหตุที่เจ้าตัวซื้อต้นไม้เลื้อยต้นนี้มาคงเพราะคิดถึงแม่ตัวเองที่จากไป เช่นเดียวกับเขา..สวนดอกกุหลาบขาวของ อาคาชิ ฮิเมะ ที่ยังคงได้รับการดูแลตัดแต่งรดน้ำให้ปุ๋ยเพื่อให้เหล่าดอกไม้สีขาวได้เบ่งบานเสมอๆ

 

“อย่าเหม่อ แล้วทำข้อต่อไป” มือแกร่งเคาะลงกับโต๊ะเรียนดังๆเตือนสติน้องสาวต่างแม่ คุโรโกะสะดุ้งมุ่นคิ้วลงไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ ก้มหน้าลงจดจ่อกับการบ้านที่เหลืออีกตั้ง 4 ข้อ คนหนุ่มผมแดงถอนหายใจแรงปรายมองไปยังดอกไม้สีเหลืองหอมหวานดอกเล็กนั่นก็คิดนึกย้อนถึงความทรงจำของตัวเอง

 

 

จะว่าไป..สวนดอกกุหลาบขาว แม่เป็นคนปลูกเองรึเปล่านะ?

 

 

จู่ๆในอาการปวดหัวกำเริบอีกครั้ง ราวกับมีอะไรมาขัดขวางการนึกคิดถึงเรื่องในอดีต  ความทรงจำสมัยเยาว์วัยบางอย่าง..อะไรบางอย่างที่รู้สึกว่ามันสำคัญ แต่กลับนึกไม่ออก

 

 

 

เหมือนฟันเฟืองที่ขบกันค้างไว้แบบนั้นพอจะฝืนขยับทุกอย่างก็รวนไปหมด

 

 

 

สายตาเริ่มพร่ามัวนิ้วมือยกขึ้นมาบีบนวดระหว่างคิ้ว  นัยน์ตาสีแดงเรียวคมหันกลับไปมองเจ้าของห้องที่ยังคงตั้งสมาธิกับการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ เส้นผมสีฟ้าตัดบ๊อบยาวประบ่า..เส้นผมแห้งหมาดเห็นร่องรอยผ้ายังเปียกชื้นเล็กน้อยจากการพึ่งสระ ในระยะยืนที่ใกล้กลิ่นหอมของวานิลลาว่าหวาน..แต่กลิ่นหอมของสบู่และแชมพูสระผมถึงจะใช้ยี่ห้อเดียวกัน กลับดึงดูดน่าสนใจกว่า อาคาชิไล่มองจากปลายผมคลอเคลียแก้มใสผิวขาวซีดลงมายัง..คอระหงบอบบางขณะที่กำลังก้มหน้ากระดูกสันหลังนูนขึ้นมาตามแบบคนตัวผอมบางแต่ก็ไม่ได้ปูดโปนจนน่าเกลียด เสื้อนอนของหญิงสาวเป็นแบบเสื้อยืดแขนยาวคอกว้างตัวใหญ่สีครีมกับกางเกงขาสั้นสีเดียวกันขับผิวขาวๆให้ดูผ่องมากยิ่งขึ้น

 

ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอ ริมฝีปากแห้งผาก มือแกร่งจับคอตัวเองรู้สึกเหมือนกระหายน้ำถึงมา..ยิ่งพิศมองคอระหงนั่นก็ยิ่งปะทุความอยากที่คุกกรุ่นในใจ เก็บกดเอาไว้มานานตั้งแต่วันที่แอบมองคุโรโกะอาบน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะหนักขึ้นเมื่อพบอีกฝ่ายในผ้าขนหนูกระโจมอกในห้องเปลี่ยนล็อกเกอร์ของสระว่ายน้ำในโรงเรียน

 

“!!!!!!!!!”  ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว สัมผัสเปียกชื้นกดแนบลงที่หลังคอ..นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตเบิกกว้างสุดขีด

“อ..อาคาชิคุง?” คุโรโกะเรียกชื่ออีกฝ่ายทั้งเสียงสั่น เธอตัวแข็งทื่อไม่กล้าหันกลับไปมอง..แววตาสีอ่อนสับสุนกับการกระทำของพี่ชายต่างแม่ ลมหายใจร้อนรดต้นคอสม่ำเสมอริมฝีปากของคนหนุ่มยังคงกดแนบหลังคอและเริ่มลากไล้ไปด้านข้าง มือที่จับดินสอกดสั่นเท้า

 

โครม!!!!!

 

ทนไม่ไหวแล้วคนเป็นน้องสาวรีบสะบัดตัวลุกถอยห่างจากชายหนุ่มผมแดง ส่งผลให้เก้าอี้ล้มกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ปฏิกิริยาเช่นนั้นดึงสติอาคาชิ เซย์จูโร่ให้กลับมา เขารู้ตัวแล้วว่าทำอะไรลงไปใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด จ้องมองไปที่ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าที่ซีดลงไม่ต่างกัน

 

“คุโรโกะคุงฉัน..ขอโทษ..ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“อย่าเข้ามานะ!!!”  เธอตวาดเสียงดังลั่น..นี่เป็นครั้งแรกที่อาคาชิ เซย์จูโร่ ได้ยินเสียงนิ่งๆเจือไปด้วยความหวาดผวา คุโรโกะถอยหลังทุกก้าวที่อาคาชิเดินเข้ามาหมายจะอธิบายคำแก้ตัวต่อการกระทำหยาบโลนเมื่อครู่ ทว่า..เด็กสาวกลับเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือแล้วกดเบอร์ลง

 

 

คิดจะโทรหาให้คนอื่นมาช่วย!!! อาจจะตำรวจ คนขับรถ คนสวน..มาซากิ

หรืออาจจะเป็นพ่อของพวกเขาทั้งสอง!!!!

จะปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นไม่ได้!!!!

 

 

ร่างสูงผมแดงพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วจนหญิงสาวไม่ทันตั้งตัว ทั้งสองยื้อแย่งมือถือสีฟ้ากันอยู่นาน จนในที่สุดแรงของผู้ชายก็เอาชนะหญิงสาว มือถือถูกปัดกระเด็นไปหน้าจอโชว์เบอร์ที่กำลังโทร..คือเบอร์ของอาคาชิ เซย์นัน อีกนิดเดียวสายก็จะติดแล้ว ทว่า..แรงกระแทกตกลงพื้นอย่างแรงทำให้มือถือหักเป็นสองท่อนหน้าจอแตกร้าว แสงไฟหน้าจอดับวูบเช่นเดียวกับหนทางหนีของน้องสาวต่างแม่

 

 

ตึง!!!!!

 

หญิงสาวเรือนผมสีฟ้าถูกเหวี่ยงลงไปกระแทกกับเตียงโดยมีพี่ชายคร่อมอยู่เบื้องบน..ร่างเล็กๆยังไม่ยอมแพ้ดีดดิ้นด้วยกำลังเท่าที่มี เหวี่ยงแขนสะเปะสะปะเริ่มส่งเสียงหวีดร้องแสบแก้วหู จนอาคาชิหัวเสียต้องรวบข้อมือเล็กๆนั่นกดลงกับเตียงบีบแน่นจนหญิงสาวร้องเจ็บ ส่วนอีกมือกดปิดปากแน่นจนคุโรโกะหน้าแดงก่ำหายใจไม่ออก

“เงียบนะ!!!”  เขาคำรามเสียงดุดัน..หายใจหอบหนักจากการต่อสู้เมื่อครู่ นัยน์ตาสีอ่อนกลมโตเบิกกว้างสั่นไหว..แววตาของเธอสะท้อนใบหน้าของเขาด้านในนั้น

 

 

นี่ไม่ใช่ฝันวาบหวาน..สถานการณ์ตอนนี้คือความจริง

อยู่บนร่างกายของน้องสาวต่างแม่..แสดงอำนาจของเพศกดดันเธอไว้เบื้องล่าง

 

 

อาการกระหายปะทุหนักขึ้นเรื่อยๆจนกลืนน้ำลายลงคอเสียไม่ได้ ดวงตาสีแดงทับทิมไล่มองคอเสื้อกว้างหลุดร่นลงมาแย้มไหล่กลมมนไหปลาร้ายาว..ลึกลงไปเห็นร่องอกเล็กๆกำลังขึ้นลงหายใจหอบถี่ ตัวของเธอกำลังสั่น..เขาสัมผัสได้ผ่านฝ่ามือที่บีบบังคับให้นอนนิ่งๆอยู่กับฟูกเตียง  ดวงเนตรกลมโตนั่นกำลังส่งสายตาบางอย่างที่เขา

 

อะไรกัน..แววตาสีฟ้าคลอเบ้านี่คืออะไรกัน

ขอร้องให้หยุด..กลัว..เสียใจ..หรือ..ปรารถนาจะร่วมรัก

 

ตัณหาของมนุษย์ครอบงำคนได้เสมอ แม้แต่นักปราญช์หรือผู้นำทางศาสนาก็เช่นกัน พื้นฐานจิตใจของคนก่อเกิดจากบาปทั้งสี่แม้ฉลาดแค่ไหน อาคาชิ เซย์จูโร่ ก็เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง..

 

รู้สึกดีน่าประหลาดที่ได้คร่อมอยู่บนร่างของลูกเมียน้อย

 

“อย่า!!!ไม่นะ!!!อย่า!!!”  คุโรโกะหวีดร้องหวาดกลัว เธอตัวสั่นเหมือนกับลูกนกน้อยที่ถูกคนจับมาบีบเคล้นในอุ้งมือใหญ่ มือแกร่งลาบล้วงสอดเข้าไปในเสื้อนอนสีครีม ลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ร่องสะดือบุ๋มลึกลง..ขึ้นไปจนถึงเนิ่นอกนูนสองเต้าที่เห็นในห้องน้ำ  เคยจินตนาการเอาไว้หากบีบเคล้นจักเป็นเช่นไร…ยิ่งทำให้รู้สึกกระหายน้ำไปกว่าเก่า

 

 

บางทีการกระหายนี่คงเป็นความใคร่อยากรู้อยากลอง

 

 

มือตะปบอกนิ่มๆ บีบขยำไปมาเกี่ยวลูบเคล้นคลึงผ่านยอดอกที่เริ่มแข็งไตสู้ฝ่ามือ ยิ่งทำน้องสาวต่างแม่ยิ่งดิ้นเข้าไปใหญ่ ขาเพรียวยาวใส่กางเกงขาสั้นพยายามดีดตัวขึ้นมาป่ายปัดหมายจะถีบ อาคาชิรู้ทันจึงเสือกกายเข้าแทรกระหว่างกลางแล้วบดเบียดกดทับเอาไว้…และด้วยท่าล็อกนี้อวัยวะของเขาจึงได้แนบชิดกับจุดกลางตัวอันลึกลับทรงเสน่ห์ของหญิงสาวยิ่งกว่าหน้าอกหน้าใจ  ใบหน้าคมรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด..ราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านจากสิ่งที่อยู่ระหว่างขาขึ้นมากระแทกกลางใจ

 

 

ยิ่งบดเบียดก็ยิ่งร้อนรุ่มไปทั่วทั้งร่าง..มันคือความกำหนัด

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ คิดว่าตัวเองเหมือนตาแก่โรคจิตหื่นกามก็ไม่ปาน..อาการหายใจถี่แรงของเขาเหมือนพวกดาราชายในหนังโป้ที่อาโอมิเนะชอบเอามาแอบดูในมือถือหลังซ้อมบาสเสร็จในห้องล็อกเกอร์เปลี่ยนเสื้อ แต่มันก็ไม่ต่างกันนักจากตอนที่พวกผู้ชายวัยรุ่นในวัยนี้เลือกโลกสวยด้วยมือเราไปก่อนจะมีเซ็กส์ก่อนวัยอันควร

“อาคาชิคุงอย่าทำแบบนี้..ย..อย่า!!!” เธอวอนขอ..ที่แท้สายตานั่นคือการข้อร้องดีๆนี่เอง ทว่า..อาคาชิไม่คิดจะสนใจ

 

 

มาถึงขั้นนี้แล้วเขาอยากจะ..ทำ..

 

ใบหน้าคมซุกไซร้ลงคอระหงออกแรงกดบีบบังคับให้หญิงสาวไม่อาจดิ้นหลุดได้  ปากขบเม้นลำคอระหงแนบจมูกสูดดมกลิ่นกายหอมสบู่อ่อนๆกับแชมพูสระผมจากเรือนผมสีฟ้าที่ป่ายปัดโดนใบหน้าเขายามคนใต้ร่างดิ้นพล่านเหมือนหนูติดจั่น ไล่จูบดูดเม้มจนเกิดรอยแดงลงไปมาถึงไหปลาร้ายิ่งแนบใบหน้าลง..ก็พบว่ามีอีกกลิ่นที่แอบซ่อนใต้กลิ่นหอมสะอาดของสบู่

 

 

กลิ่นดอกวานิลลา..หรือจะเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของหญิงสาวจืดชืดคนนี้..

 

 

เสื้อนอนถูกกระชากดึงแรงจนฉีกขาด อกอิ่มเต่งตึงนูนเด้งปรากฏต่อสายตา..ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป..คัพ B กำลังเหมาะมือ เม็ดติ่งไตบนนั้นทั้งสองแข็งไตจากการถูกปลุกเร้า มีสีชมพูอ่อนๆราวกับผลเชอรี่ เขาไม่รีรอครอบริมฝีปากลงแล้วดูดเม้มยอดอกจนได้ยินเสียงดูดชัดในห้องนอนน้องสาว

 

“อาคาชิคุง!!!ทำแบบนี้..ไม่ได้!!!”

 

คำห้ามปรามของคุโรโกะกับแรงทุบดันแผงอกจนเจ็บมีหรือจะดึงชายวัยรุ่นที่กำลังจะมีเซ็กส์ครั้งแรกในชีวิตให้ตื่นจากความใคร่ทางอารมณ์ได้.. ร่างบอบบางเพรียวโค้งเว้าได้สัดส่วนถูกกระชากกางเกงนอนออกไปโยนกองกับพื้น มือใหญ่กร้านจากการเล่นบาสลูบไล้ขาเพรียวขาวเนียนที่กำลังสั่นระริก ป่านปัดด้วยความพยศเช่นม้าสาวที่พึ่งถูกจับขี่ครั้งแรกในชีวิต  เขาลากไล้ลูบขึ้นไปจนถึงจุดกลางลำตัวระหว่างขากลีบเนื้อชื้นแฉะ..ถึงจะร้องปฏิเสธแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธอารมณ์ทางกายาได้

 

 

 

..บุปผาช่อตูมที่รอคอยการเบ่งบาน..

 

 

เจ้าของเส้นผมสีแดงเลียริมฝีปากหื่นกระหาย มือรีบปลดกางเกงของตน คุโรโกะหน้าซีดขาวราวกับกระดาษเมื่อเห็น..แท่งยาวเหยียดตรงขนาดใหญ่นั่น เธอรู้ดีว่าคืออะไรแม้จะเห็นแค่ในตำราวิชาสุขศึกษาแต่ก็เป็นแค่ภาพวาดเหมือนเท่านั้น

 

 

“อย่า!!อ๊า!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

อาคาชิกัดฟันแน่น..นิ่วหน้ากับช่องทางแคบที่ดันเข้าไปได้แค่ปลายหัว..เขาบีบกดหัวไหล่เล็กๆของน้องสาวที่เริ่มดิ้นพล่านเป็นบ้าเป็นหลังยิ่งกว่าเดิมจนผ้าปูที่นอนเละเทะไม่เป็นท่า นัยน์ตาสีแดงหรี่ลงมองอวัยวะเพศของตนที่กำลังชูผงาดเหมือนประสบการณ์ตื่นเต้นที่ได้ขี่ม้าครั้งแรกของเขาครั้นอายุ 10 ขวบ ม้าตัวแรกเป็นม้าสีขาวบริสุทธิ์ตัวเมียชื่อยูกิเทรุ ม้าโตเป็นสาวแรกรุ่นและไม่เคยผ่านมือผู้ใดมาก่อน นั่นเป็นของขวัญของเขาสำหรับการเรียนขี่ม้าครั้งแรกในชีวิต

 

 

มันดื้อดึง..ทั้งที่ปกติมักสงบ..ถึงอย่างนั้นเขาก็ควบขี่มันได้ดั่งใจ

ตอนนี้ก็เช่นกัน

 

 

แท่งร้อนกดลึก..ลึกแทรกเข้าไปฝืนช่องทางอ่อนนุ่มรัดแน่นจนเจ็บไปหมด..คุโรโกะหวีดร้อง..ร้องจนเสียงแหบแห้งหน้าแดงก่ำไม่ใช่เพราะความเขินอายหรือร้อนรุ่มแต่เป็นการร่ำไห้สะอึกสะอื้น หวานกลัวที่สุดในชีวิตของเธอ ในที่สุดอาคาชิก็เข้าไปในกายน้องสาวได้สุดอัน เสียงเนื้อกระทบกันหยาบโลนดังขึ้นครั้งแรกในห้องนอนมืดมิด ปากหนาได้รูปแสยะยิ้มทั้งที่ยังหายใจแรงพออกพอใจ เขาปล่อยให้ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามความต้องการ

 

“อย่า!!!จะ..เจ็บ!!เจ็บ!!!ไม่เอา!!!!”

 

เอี๊ยด!!!เอี๊ยด!!เอี๊ยด!!!

 

 

“ใครก็ได้..ช่วยด้วยค่ะ!!!ช่วยด้วย!!!อ๊า!!!!!!!!!”

 

เอี๊ยด!!!เอี๊ยด!!เอี๊ยด!!!เอี๊ยด!!!เอี๊ยด!!เอี๊ยด!!!

 

“พ่อคะ!!!ฮือๆ พ่อคะ!!!ช่วยหนูด้วย!!!แม่..แม่!!”

 

 

มันช่างเป็นการร้องขอความช่วยเหลือที่ไร้ประโยชน์ ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตที่มีคนอาศัยกันเพียงสองพี่น้องต่างมารดา และกำลังทำเรื่องชั่วช้าผิดศีลธรรม อาคาชิ เซย์จูโร่ รู้ดีแก่ใจว่ากำลังทำอะไร ตอนนี้เขากำลังทำสิ่งที่เรียกว่า ‘ข่มขืน’ น้องสาวต่างแม่ ที่มีสายเลือดอีกครึ่งที่เหมือนกันคือเลือดของ อาคาชิ เซย์นัน  เสียงเนื้อกระทบกันหยาบโลนดังถี่เรื่อยๆตามความปรารถนาต้องการของเขาเอง..อยากจะแรงย่ำยีแค่ไหนก็ทำได้ตามหัวใจต้องการ  นัยน์ตาสีแดงเรียวคมเปี่ยมตัณหาทอดมองร่างเล็กๆสะอื้นน้ำตานองหน้า

 

 

อ่อนแอ และพ่ายแพ้หมดรูป ไหวโยนกายตามการกระแทกสะโพกของตัวเขาเอง..รู้สึกดีชะมัด

 

“อา…” เสียงทุ้มแหบพร่าครางในลำคอพอใจกับความเสียวซ่านแสนสุขสันต์  มือจับสะโพกกลมกลึงบีบเค้นให้มั่นแล้วกระแทกใส่รัวๆ  เสียงน้ำชื้นแชะโดนย่ำเหมือนน้ำเจิ่งนองของจากฝนตกบนพื้นถนนที่ถูกคนฝูงใหญ่ย่ำเหยียบดังชัดเจนก้องคลอเสียงหวีดร้องจนแหบแห้งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

 

พรวด!!!!!!!!!!!!!!

 

ร่างบอบบางกระตุกเฮือกเช่นเดียวกับตัวเขา…คนผมแดงเนื้อตัวชุ่มโชกเหงื่อยิ่งกว่าออกกำลังกายจากการเล่นบาส เนื้อตัวขาวผ่องของน้องสาวกลายเป็นสีชมพูระเรื่อดั่งกลีบดอกซากุระ ร่างสูงผ่อนลมหายใจช้าๆถอนหายกายออกมาจากช่องทางสีหวานที่แดงก่ำกลีบน้อยๆปริออก ของเหลวคาวขุ่นเป็นสายเหนียวยาวยืดจากปลายหัวหยดลงตกสู่พื้นเตียงปนเปกับโลหิตสีแดงสดใหม่ที่ทะลักออกมาล้นขอบอวัยวะเพศหญิงสาว

 

 

..บุปผางามเบ่งบานเป็นที่เรียบร้อย…

 

 

TBC

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

หลังจากนี้เรื่องนี้เราว่าจะลงแค่ใน WP แล้วล่ะ เพราะเนื้อหาแรงแล้วเข้าสู่ความแรงอย่างจริงจัง

 

 

และแล้วก็ ตามเรทที่จั่วไว้จนได้ค่ะ

 

ตอนนี้ยาวกว่าตอนอื่นๆด้วยล่ะมั้ง 55555 หลังจากนี้เตรียมทิชชู่รัวๆ เลยค่ะะะะ

เป็นตอนที่ทั้งสองพี่น้องเริ่มเปิดใจคุยเรื่องตัวเองมากขึ้น รวมถึงรู้ประวัติของแม่แต่ละคนมากขึ้น

 

และที่สำคัญคือ อคช ก็หื่นสติแตกไปแล้ว กร๊ากกกกก //กรรไกรแทงดับ

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

 

 

 

20 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part7

  1. กรีดร้อง ซับเลือดแทบไม่ทัน
    นายน้อยหื่นเอาเรื่องเลยนะเจ้าคะ /หลบกรรไกร
    สองคนนี้มีปมคล้ายๆกันเราว่า
    ติดตามชมตอนต่อไป พร้อมทิชชู
    เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ

    • นายน้อยอดทนมา2ตอนแล้ว ถึงขนาดเก็บไปฝันจนโลกสวยด้วยมือเรา ตอนนี้ไม่ต้องใช้มือกันแล้ว ฟฟฟฟ สองคนมีปมไม่เชิงคล้ายทีเดียว อคช คือพ่อเย็นชา กดดันอิสระ แถมแม่ก็ตายจากไปตั้งแต่ยังเด็ก ในขณะที่ ครก มีปมว่าถูกคนกล่าวหาว่าลูกไม่มีพ่อ แม่ใจง่าย แม้ตอนหลังพ่อจะเข้ามาให้ความรักความเอาใจใส่ดูแลแต่ก็ไม่สามารถเอามาเปิดเผยสังคมได้ว่านี่คือลูกสาว ต่างคนต่างอิจฉากันและกัน อคช อิจฉา ครก ที่ได้ความรักจากพ่อ ส่วนน้อง ครก อิจฉาที่ อคช เป็นลูกที่ได้เชิดหน้าชูตาสังคม

  2. ขอบอกว่ากำเดาไหลของจริงเลยล่ะค่ะพี่บลัด 55555
    (แบบว่าอ่านอยู่ๆนึกว่าอะไรไหล พอปาดดู อ้อ กำเดานี่เอง 5555)
    รอตอนต่อไปค่ะ! >///////////<

    • อคช หื่นกามมากกกก ฟฟฟ ขนาดทำยังรู้ตัวนะว่สเหมือนคนหื่น แต่อารมณ์เกิดมาขั้นนี้ ยิ่งวัยรุ่นด้วย แถมเคยเห็น ครก โป้กับชุดว่ายน้ำจนเก็บไปฝัน กลายเป็นโกโก้ครันซ์ทันใด

  3. เลือดจากจมูกช้านน .. /เอาทิชชู่ซับเลือดไม่หยุด
    ฟินค่ะ ท่านหื่นจนข่มขื่นน้องสาวไปแล้ว ข่มขื่นให้มากกว่านี้อีกสิคะ ฉันฟิน #ธาตุแท้กำเริบ
    มาอ่านยามดึกแบบนี้ตื่นเลย 5555 ว่าแต่ปมของแม่ท่านนี่ยิ่งน่าสงสัย
    แอบคิดว่าท่านเป็นคนฆ่าแม่เองรึเปล่าฟะ แต่ฟิคเรื่องนี้คงไม่มืดขนาดนั้นม้างง(?)
    ปริศนากรรไกรยังรอให้เคลียร์ต่อไป
    เอ้อ แล้วสองพี่น้องจะมองหน้ากันติดมั้ยเนี่ย นับจากนี้ท่านคงขืนใจน้องเป็นว่าเล่นสินะคะ เอาเลยย
    ความรู้สึกคือการกระทำแบบนี้มันคงเข้าแผนคุณพ่อ แต่เหตุผลล่ะเหตุผล โอ้ยอยากรู้
    ปรศนาเยอะมากกก

    • ท่านอดทนมานานแล้ว หื่นแตก มีครั้งแรกย่อมมีครั้งต่อๆไปค่ะ 55555 ปมของแม่นั่นเราคิดไว้นานแล้วล่ะ ตอนฟิคสดไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักพอเป็นฟิคยาว เลยใส่รายละเอียดมากขึ้น เราวางพลอตหมดแล้วล่ะรอลุ้นต่อไปจ้า หุหุ แผนของคุณพ่อบังเอิญหรือจงใจ เพราะอะไร เดี๋ยวได้เฉลยค่ะ

  4. พรวด!!!! เลือดกำเดาพุ่งหมดตัวตาย ฟินค่าา นายน้อยหื่นมาก หลังจากนี้ท่านคงมีการกระทำเยี่ยงนี้มาอีกเนืองๆสินะคะ 555

    เรื่องในอดีตของคุณแม่ทั้ง 2 เริ่มปรากฎแล้ว ต่างคนต่างอิจฉากัน แต่ก็มีปมคล้ายๆกันมันเลยดึงดูดกันสินะคะ แต่ทำไมรู้สึกว่านายน้อยก็แค่วัยรุ่นกำลังโตคนนึงที่ไม่ได้รักน้องนะ แต่อยากได้น้องเพื่อความสะใจเท่านั้นเองยังไงพิกล

    ถ้าเรื่องที่นายน้อยทำกับน้องถึงหูพ่อจะเป็นยังไงหนอ แล้วปริศนาเรื่องกรรไกรอีกหละ โอ้ว ลุ้นค่ะลุ้น สนุกยิ่งขึ้นแน่ๆ หึหึ

    รอตอนต่อไปนะค่ะบลัด ^^

    • ทำอีกเรื่อยๆ ได้คืบเอาศอกเลย 555 ต่างคนต่างอิจฉาในสิ่งที่อีกฝ่ายมี นอกจากเป็นคนมีปมแล้ว เรื่องอารมณ์ทางเพศก็ดึงดูดด้วย อคช เห็นน้องในห้องน้ำ ฝันเปียก ช่วยตัวเอง พอได้คร่อมมันเลยเตลิด ตอนนี้เป็นเรื่องของความกำหนัดล้วนๆ ไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องเลย ที่อยากมีอะไรกับน้อง มันคือความอยากมี sex หื่นกามล้วนๆเลยค่ะ แล้วด้วยพื้นฐานสัตว์ทุกสปีชีส์รวมถึงคนคืออยากเหนือกว่าคนอื่นเสมอ การที่ อคช ได้คร่อมได้ล่วงเกินมันทำให้รู้สึกว่าเราเหนือกว่า ก่อนหน้านี้ฟัดเหวี่ยงกันไปมาไม่ยอมกัน ตอนนี้ อคช เลยรู้สึกชนะน้องขาดลอย ยิ่งสะใจไปใหญ่

  5. กรี้ดดดดดดดด
    กำเดาเริ่มไหลออกมาทางจมูกแล้วววว
    นายน้อยน่าจะทำมากกว่านี้
    แต่เสียงพรวดนี้เสียงอะไรค่ะ//-///
    น้ำแตกเหรอค่ะ//ผิด
    จะรอตอนต่อไปค่ะ //ได้ข่าวว่ารอทุกเรื่อง

    • พรวดนี่คือ น้ำแตกจริงๆค่ะ ข้างในด้วย กร๊ากกก เรื่องไม่จบแค่นี้แน่นอนค่ะ อคช คนโลภ ได้คืบเอาศอกแน่นอน น้องชีช้ำกันอีกเยอะจนจบฟิค

  6. เปิดตอนมาก็แอบรอลุ้นฉากเรทเลยค่ะ.≧﹏≦

    เเต่พอได้อ่านจริงๆเเล้วสงสารน้องมากๆเลยค่ะ อารมณ์เเบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เเล้วก็ไว้ใจนายน้อยมาก เเม้นายน้อยกับน้องจะไม่ค่อยกินเส้นกันก็ตามที เเถมพ่อยังรับรองความปลอดภัยมาขนาดนั้น เเต่ด้วยความที่นายน้อยยังวัยรุ่นอยากรู้อยากลอง เเละมีน้อง(ที่ไม่รู้เลยว่านายน้อยมีอะไรในหัว ด้วยภาพลักษณ์ของนายน้อนที่ดูจริงจัง ใครจะนึกว่าจะหื่นขนาดนั้น)เป็นตัวกระตุ้นชั้นดีอีก …เสร็จเลยน้องครก.

    เเล้วยิ่งความที่ไม่กินเส้นกัน เลยคิดว่าสิ่งที่ทำมันไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับอีกฝ่าย เพราะคิดว่าก็คนที่เกลียดกันน่ะโดนเเค่นี้ก็ไม่เป็นอะไรหรอก…ตรงนี้เราอาจคิดมากไปเองน่ะค่ะ555

    เเต่เราก็ยังเเอบหวังนะคะว่าสิ่งที่ขับดันสิ่งที่นายน้อยทำจะพอมีความรักเจือๆอยู่บ้างในนั้น เเต่ความใคร่บังตาอยู่…หวังว่าอะนะคะ

    รอลุ้นตอนต่อไปนะคะ

    • น้องไว้ใจ อคช มากนะ ถึงจะไม่ถูกขี้หน้ากัน ไม่มีใครคิดว่าคนใกล้ชิดเป็นถึงพี่ชายแม้ต่างแม่ จะกล้าทำอะไรหรือคิดอะไรแบบนี้กับตัวเอง พ่อก็บอกอีกว่า อคช เชื่อใจได้ น้องก็เลยพลาดแบบที่คาดไม่ถึง เป็นอะไรที่ช็อกที่สุด อคช คิดแค่หื่นลูกเดียวตอนนี้ อดทนมานานแล้ว พอได้เห็น ครก ร้องไห้ ขอร้อง ก็ยิ่งรู้สึกว่าเหนือกว่าคนที่ไม่ถูกกัน เรียกว่าสะใจเหมือนชนะขาด เลย โซโลรัวๆ ตอนนี้ไม่มีความรักในการกระทำของ อคช มีเพียงกำหนัด อยากเท่านั้น ฉากเรทฉากนี้เป็นการสื่อที่โหดร้ายสำหรับ ผญ มากๆเลยนะ เพราะมันคือการข่มขืนเพราะหื่น ไม่ใช่เพราะรักเลย อนาคต อคช จะมีใจรักน้องบ้างไหมอันนี้ต้องลุ้นต่อไปค่ะ

  7. ไม่รู้ว่ารู้สีกไปเองรึเปล่า
    ว่าพ่อของทั้งสองคน จงใจให้เกิดขึ้น!!!!!!!!!!!!!!!
    แค่สงสัยนะจ๊ะ ให้เดาเองก็เดาไม่ค่อยถูก
    ตั้งแต่ปมกรรไกรละ ยังจะมาพ่อทำตัวลับๆล่อๆ บอกให้น้อง ครก ไว้ใจพี่ชายตัวเอง
    ทั้งๆที่ก็รู้ว่าไม่ถูกกัน เอ๊ะ?ยังไง

    แต่ว่าตอนนี้น้อง ครก เราก็กลายเป็นของ อคช แล้วนะ
    อยากให้ ครก ตีตัวออกห่าง จน อคช ทนไม่ได้
    และต้องซมซานมาหาน้องครกเรา คือแบบฟิลนั้นมันใช่อ่ะ
    จะรอให้ อคช กะ ครก รักกันจริงๆนะ

    • 55555 ที่เดาจะใช่หรือเปล่ารอลุ้นค่ะ ยังไงคนสายเลือดเดียวกันก็ไว้ใจกันได้มากสุดนะ ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนในครอบครัวจะทำร้ายกันได้ลงคอ ต่อให้ไม่ถูกกันก็เถอะ

      และแล้วน้อง ครก ก็กลายเป็นของ อคช ด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือของ อคช

      นึกถึงละครหลังข่าวเลย 5555 อคช ซมซานมาหาน้อง ครก หรือ. ตอนนี้ทั้งสองคนยังไม่ได้รักกันเลยนะ
      ที่เกิดเรื่องเพราะ อคช หื่นอยากทำแท้ๆ กำหนัดล้วนๆ

      จะรักกันไหม รอลุ้นจ้าาา

  8. แต่ละองค์ๆ
    อุตส่าห์ได้เปิดใจคุยเรื่องแม่ของตัวเอง
    สุดท้ายก็ไปไม่รอด
    ทิฐิแรงพอกัน
    อย่างว่าแหละ
    แม่ใคร ใครก็รัก

    ชอบตอนที่ ครก.ดูแล อคช. นะ
    คือดูน่ารักเและมีเป็นพี่น้องที่รักกันดี
    ต้องดูแลกันและกัน
    แต่หลังจากนั้น….นายน้อยก็ตบะแตก//ปาดเลือด
    สงสารน้องมากตอนนี้
    หนึ่งคือความไว้ใจ
    และสองคือเรื่องทิฐิ
    เสียทั้งตัวและใจเลยงานนี้

    มีคำผิดด้วยค่ะ
    “หงอย” แก้เป็น “ง่อย” ค่ะ

    • อัยยะ ผิดอีกแล้ว ฮ่ะๆ เครๆ ขอบใจจ้าาาา
      ตอนนี้เฉลยเรื่องแม่ของคนสองคนให้รู้จักมากขึ้น แต่แม่ใครใครก็รัก หยามไม่ได้ ว่าไม่ได้
      แถมปมอิจฉากันและกันนี่อีก

      ตอนน้อง ครก ดูแล อคช เป็นอะไรที่เราใส่ความมุ้งมิ้งพอเหมาะ ไม่เชิงคนรัก แต่เชิงพี่น้องดูแลกันมากกว่า
      ัถึง ครก จะไมุ่ชอบ อคช แต่เธอที่ได้รับการปลูกฝังสั่งสอนจากแม่มาดี เลยเห็นคนลำบากไม่ได้ ก็ช่วยไป ถึงจะดูปากร้ายหน้าตายเย็นชาไปบ้าง น้องถือเป็นคนที่อ่อนโยนคนนึงเลยนะ และก็ได้รับความรักจากแม่จากพ่อมาเยอะ เลยโตเป็นผู้ใหญ่ทางด้านอารมณ์ มากกว่า อคช อคชภาพลักษณ์เหมือนจะดูสุขุม จริงๆซ่อนนิสัยเก็บกดเอาไว้และก็เอาแต่ใจไม่น้อย ตอนหลังๆจะได้เห็นชัดมากขึ้น

      ตอนนี้น้องเจ็บปวดอย่างที่พูดเลย เสียตัวไม่พอ เสียความไว้ใจ เสียความรู้สึกอีก
      แถมไม่จบแค่นี้ด้วยนะ หุหุหุหหุ

  9. อีตาพ่อนี่ตั้งใจทำให้คนในบ้านไม่อยู่รึไงเนี่ย (วางแผนไว้ใช่มั้ยหืออ=[]=)
    กร๊ากกก!! อาคาชิหื่นแตกสติหลุดไปแล้ว โอ้วโนววว นึกว่าพี่น้องคู่นี่จะลงเอยกันดีๆหน่อย สุดท้ายก็…นะ
    ขอให้ตอนหลังทั้งสองได้รักกันจริงๆด้วยเต๊อะ ไม่งั้นมันจะDarkปายยย TwT

    • 555555 อคช สติหลุดหน้ามืด จัดหนักไม่ยั้ง ตอนแรกเริ่มเปิดคุยดีๆ แต่สุดท้ายก็จบไม่สวยอยู่ดี จะได้รักไหม อันนี้ยังตอบไม่ได้ ให้ลุ้นดีกว่า แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ทั้ง2คนรักกันไหม ตอบคือ ยังค่ะ อคช นี่กำหนัดล้วนๆเอาลูกเดียว น้องก็คิดแค่พี่ชายต่างแม่ ญาติห่างๆแค่นั้น

  10. …อาคาชิ..นี่นาย เอาตรงอ่านแล้วเราหดหู่มากๆ
    คิดเลยว่าอาคาชิมัน เ(ติ๊ด)ย ขนาดไหน เรารับไม่ได้

    แต่…แหมๆสู้ๆนะคะไรท์ขา >3< ชอบผลงานของ
    boold hana มากๆ สนุกทุกเรื่องเลย [อาคาชิจิตมาก]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s