[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part18

 

Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Kuroko no Love 18

 

 

 

 

“นี่!!รู้รึเปล่า..ข่าวลือที่ว่าอาคาชิซังกำลังตามจีบคิเสะน่ะ”

“จะว่าไปพักนี้เห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกันบ่อยๆด้วยนะ!!!”

“อะไรกันคิเสะจังโดนอาคาชิสอยไปแล้วเหรอ..โธ่!!นางฟ้าของพวกเรา!!!”

 

 

ประเด็นข่าวร้อนซุบซิบอันดับหนึ่งตลอดทั้งสัปดาห์นี้ไม่ใช่เรื่องใดเลยนอกจาก..พฤติกรรมไปมาหาสู่กันและกันระหว่างนางแบบนิตยสารวัยรุ่นชื่อดังกับทายาทตระกูลร่ำรวยเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พ่วงอีกหลายธุรกิจยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นแถมยังเพอร์เฟคไปเสียทุกอย่างจนใครๆต่างให้การยกย่องจนได้เป็นประธานนักเรียนพ่วงตำแหน่งกัปตันชมรมบาสเก็ตบอล 

 

“นั่นไงๆมากันแล้ว!!!”  เหล่านักเรียนเทย์โควทั้งชายหญิงหันหน้าไปมองรถลีมูซีนขับจอดเทียบหน้าทางเข้าโรงเรียน ประตูหลังเปิดออกโดยคนขับรถวัยกลางคน ร่างสูงของคนหนุ่มผมสีแดงชี้ยุ่งหน่อยๆในเครื่องแบบนักเรียนชายเรียบร้อยก้าวลงจากรถ แล้วยื่นมือที่ประตู   รอจนกระทั่งมือเรียวเล็กของใครบางคนที่ไม่น่าจะร่วมโดยสารบนรถคันหรูวางตอบ   อาคาชิ เซย์จูโร่ ขยับยิ้มละมุนจูงมือหญิงสาวลงจากรถ..สตรีร่างเพรียวบางเรือนผมสีทองดัดลอนยาวสลวยหันไปสบตาต่างสีพร้อมยิ้มหวานตอบรับอีกฝ่าย

 

 

“กรี๊ดดดดด เหมาะสมกันสุดๆเลยอ่ะ!!!”

“กิ่งทองใบหยกชัดๆ ถึงขนาดไปรับไปส่งแบบนี้ฉันว่าใช่แล้วล่ะ!!!!”

 

 

เสียงวี๊ดว๊ายกรี๊ดกร๊าดดังรวมกันจนแซ่ซ้องไปตลอดทางเข้าอาคารเรียน..โดยที่ทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่าในกลุ่มฝูงชนที่แห่แหนกันมาดูคู่รักคู่ใหม่ซึ่งเป็นที่จับตามองในหมู่ชายหญิง มีดวงตาสีอ่อนกลมโตเยือกเย็นจับจ้องอย่างเงียบๆ

ข่าวลือนั่นไม่ใช่ความเท็จ..ถึงจะยังไม่เป็นที่แน่ชัด  แต่ตลอดระยะเวลา 4 วันที่ผ่านๆมากัปตันของทีมตัวจริงบาสเก็ตบอลเข้าหาผู้จัดการแสนสวยที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบบ่อยครั้ง ทั้งในเวลาฝึกซ้อมหรือแม้แต่ชวนกินข้าวเที่ยง..พอมาวันนี้ก็ไปรับส่งอีกฝ่าย…

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ มองดูภาพเหล่านั้น…กัปตันชมรมกับผู้จัดการสาวผู้มากความสามารถที่ไม่ได้มีดีแต่หน้า  หันหลังเดินกลับเข้าไปในตึก มือกระชับสายกระเป๋านักเรียนเอาไว้กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ   เก็บงำความขุ่นเคืองที่เธอรู้ตัวดีว่าคืออะไรเอาไว้ในใจ

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ได้เปลี่ยนไปเหมือนไม่ใช่คนเดิมแล้ว..

การฝึกซ้อมเป็นทีมเปลี่ยนวิธีการเป็นต่างคนต่างฝึกซ้อมในแบบของตน 

คำว่า ‘ทีม’ หายไป…ความสัมพันธ์แต่ละคนเริ่มเหินห่างเรื่อยๆ

 

 

 

 

ข่าวซุบซิบยังตามมากระทั่งคาบพักเที่ยงของวัน อาจารย์วิชาสังคมศาสตร์เก็บม้วนแผนที่กับหนังสือภูมิศาสตร์เล่มหนาออกไปจากห้อง ทันทีที่ประตูปิดลงข่าวสารก็เริ่มกระจายกันปากต่อปาก ทั้งในหมู่ชายและหมู่ผู้หญิง จนร่างบอบบางในชุดนักเรียนชายทนไม่ไหว มือเล็กๆปิดหนังสือนิยายเล่มขนาดพกพาเบาๆลงเก็บในกระเป๋าแล้วลุกเดินจากเก้าอี้ ออกไปทางหลังห้องอย่างจืดจางจนไม่มีใครสังเกตเห็น 

 

 

ครืด!!!!!!!

 

มือกำลังจะจับประตู จังหวะนั้นประตูกลับเลื่อนเปิดเอง นัยน์ตาสีอ่อนไร้อารมณ์ช้อนมองก็สบตาเข้ากับดวงเนตรสีอำพันสวยใต้ขนตาแพยาว ใบหน้างดงามรับกับเส้นผมสีทองดัดลอนยาวสลวยระยิบระยับจับตากำลังยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันขาว

 

“คุโรโกจจิ!!ไปกินข้าวด้วยกันนะ!!!”  คิเสะ เรียวตะ ปรากฏตัวกะทันหัน ทำเอาเรื่องเม้าท์มอยในห้องเรียนของอีกฝ่ายเงียบปาก ทุกสายตาเพ่งตรงมาที่ร่างเพรียวบอบบาง..และด้วยความโดดเด่นของนางแบบสาวจึงทำให้ทุกคนมองเห็นเด็กหนุ่มจำแลงเพศที่รังสีจืดสนิทไปด้วย

“ด..เดี๋ยวสิ!!รอฉันด้วยสิคุโรโกจจิ!!!” 

เสียงใสกังวานไล่ตามหลังคนตัวเล็ก คุโรโกะเมินสายตาเหลอหลาในอัญมณสีอำพันแวววาว เดินแทรกผ่านช่องประตูไปตามทางเดินทอดยาวในอาคาร เสียงฝีเท้าที่วิ่งกวดไล่เหยาะๆด้านหลังทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังตามตื้อเธออยู่

 

 

กึก!!!!

 

เท้าทั้งคู่หยุดเดินลง ..คิเสะก็หยุดด้วยเช่นกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาคงราวๆช่วงแขนเห็นจะได้ คุโรโกะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสาวเจ้าของเส้นผมสีทองสวยที่ยืนทำหน้ายิ้มกว้างจนไม่เข้าใจว่าจะดีใจอะไรนักหนา

 

“มาตามฉันทำไมคะคิเสะคุง”

“อ..เอ๋..ก็แบบว่า..อยากกินข้าวกับคุโรโกจจินี่..”

“เห็นทุกทีอาคาชิคุงมาชวนไปกินข้าวไม่ใช่เหรอคะ”   น้ำเสียงเรียบดูห้วนขึ้นในช่วงท้ายประโยค คิเสะสัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดในคำพูดของมือส่งไร้เงา จริงอยู่ที่คุโรโกะ เท็ตสึยะ ชอบทำตัวเย็นชาไร้ความรู้สึก..หากแต่ในดวงตาไร้ความรู้สึกจนดูหลอนนั่นมักมีความอ่อนโยนแฝงอยู่เสมอ

 

 

คราวนี้..ดูแข็งกร้าวเย็นชาเฉกเช่นแมตท์แข่งขันกับโรงเรียนอาราชิ

 

 

“ก..ก็ใช่อยู่..แต่ว่าฉันเกรงใจอาคาชิจจิ แถมดันมีข่าวลือแบบนี้อีก คือ..ยังไงดีล่ะ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้ตกลงคบอะไรแบบนั้นด้วย ถึงแม้ว่าอาคาชิจจิจะขอคบฉันก็เถอะ”  คิเสะเกาแก้มแก้เก้อ นัยน์ตาสีอำพันล่อกแล่กฉายแววลำบากใจ ก่อนจะหันมาสบตาสีอ่อนนิ่งเรียบกลมโตตรงหน้า  คุโรโกะรับฟังน้ำเสียงตะกุกตะกักเหล่านั้นเงียบๆ..เงียบนานจนลืมไปเลยว่ายังมีนักเรียนหลายชั้นปีที่เดินสวนกันไปมาบนทางเดิน ความเงียบไม่ต่อปากต่อคำทำเอานางแบบสาวรู้สึกใจสั่นไม่มั่นใจในตัวเองและเริ่มกังวลกับการจ้องมองของอีกฝ่าย

 

 

“คิเสะคุงมาหาฉันเพราะจะอวดว่าอาคาชิคุงขอคบเป็นแฟนงั้นเหรอคะ?” 

 

 

สิ้นคำถามที่ฟังดูเย็นเยียบกว่าเก่าในน้ำเสียงไร้อารมณ์   คิเสะชะงักอึ้ง มองดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อนตัดสั้นชี้ยุ่งด้วยความฉงนสนเท่ห์ว่าเหตุใดถึงได้คิดเห็นเป็นเช่นนี้ พอจะอ้าปากพูดแย้งข้อกล่าวหากลับถูกคนจืดจางแทรกขึ้นมา

 

 

“ฉันเบื่อและก็รำคาญคิเสะคุงเต็มทนแล้ว ตามติดเป็นลูกหมาอยู่ได้ พอซักทีเถอะค่ะ”  คุโรโกะเคยว่านางแบบสาวว่า ‘รำคาญ’ อยู่บ่อยครั้ง..สาวผมทองรู้ดีว่านั่นแค่การล้อเล่นหน้าตาย  แต่ตอนนี้กลับต่างออกไป …

 

 

วาจาเยือกเย็นเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธ..เกลียด..ชิงชัง..ทำไมล่ะ? เพราะอะไรกัน?

 

 

 

“ฉันก็แค่..อยากจะอยู่ใกล้กับคุโรโกจจิ..”

“แต่ฉันไม่อยากอยู่ใกล้คิเสะคุง” 

 

ไม่อยากต่อคำยาวสาวคำยืดให้หงุดหงิดรำคาญใจมากกว่าเดิม สาวผมสีฟ้าอ่อนเลือกที่จะตัดรอนเสียดื้อๆ คิเสะช็อกยืนตัวแข็งทื่อหัวสมองสับสนกับคำพูดคำจาของอีกฝ่ายไปกว่าเก่า ดวงเนตรสีอำพันสั้นคลอนสะท้อนความรู้สึกปวดร้าวในใจ

“ท..ทำไมล่ะ? คุโรโกจจิไม่พอใจฉันเรื่องอะไร? ฉันทำอะไรไม่ดีบอกฉันก็ได้ ฉันจะได้ปรับปรุงตัว”  คิเสะถามทั้งเสียงสั่นเครือ 

 

 

นั่นสินะ..เราไม่พอใจอะไรกัน?  ก็แค่อาคาชิคุงเลือกคิเสะคุง

 

 

มือที่ใช้พาสลูกบาสให้กับทีมกำหมัดแน่น..แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงหน้าล้อมเส้นผมสีฟ้าชี้ยุ่งเบือนหนีสายตาเต็มไปด้วยความเศร้าและเค้นถาม..ดวงตาสีอำพันแสนสวยระยิบระยับเช่นเดียวกับเรือนผมสีทองงดงาม ที่ตรงข้ามกับบุคลิกของคุโรโกะ เท็ตสึยะทุกอย่าง

 

“มันไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้นค่ะ” คุโรโกะตอบกลับด้วยเสียงที่นิ่งเรียบไร้อารมณ์เช่นเคย 

 

คิเสะยืนเงียบอยู่แบบนั้น สาวในร่างจำแลงเป็นเด็กหนุ่มยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนเช่นกัน เธอไม่คิดจะปลอบแล้วไม่คิดจะมองสีหน้าอีกฝ่ายว่าเป็นเช่นไรด้วย แค่เห็นก็นึกถึงภาพของคนหนุ่มผมแดงเคียงคู่กับสาวผมทอง ยิ่งการมาโรงเรียนของทั้งสองในเช้าวันนี้ก็ยิ่งชัดเจนบาดลึกยิ่งกว่าสิ่งไหน

 

“ฉันเข้าใจแล้ว…ฉันมันน่ารำคาญมากสินะ อาโอมิเนจจิเองก็ยังไม่แลฉัน  คุโรโกจจิเองก็ด้วย..”  

นางแบบสาวสะอึกสะอื้น น้ำตาคลอเบ้า..ก่อนจะไหลรวมเม็ดร่วงพล่อยๆหยดแล้วหยดเล่า คุโรโกะตั้งสติกลับมาได้ว่ากำลังทำไม่ถูกไม่ควรเมื่อเห็นน้ำตาของเพื่อนสาว มือกำลังจะเอื้อมไปแตะปาดเช็ดน้ำตาบนพวงแก้มใส  ทว่า…คิเสะกลับถอยหลังออกไป

“ฉันผิดเอง..ผิดที่นึกว่าคุโรโกจจิจะต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่เอาแต่ว่าฉัน ขอโทษนะ..ที่สร้างเรื่องลำบากใจ”

 

ผู้จัดการสาววิ่งออกไป ทิ้งให้มือส่งไร้เงายื่นมือค้างอยู่แบบนั้น คุโรโกะอ้าปากหมายตะโกนรั้งเรียกเพื่อกล่าวคำขอโทษ ทว่า..ลำคอกลับตีบตันความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องกดดันให้เธอปิดปากสนิท ค่อยๆลดมือลงทิ้งข้างลำตัว เก็บซ่อนความรู้สึกผิดเอาไว้

 

 

ผิดที่ไปลงกับ คิเสะ เรียวตะ..ผิดที่ ‘ หึง’ หน้ามืดตามัวจนทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย  

‘ หึง’ ทั้งๆที่ไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ!!!

 

 

 

“คิเสะคุงพูดถูก..”  เธอสูดลมหายใจลึก ลืมภาพของอีกฝ่ายที่ยืนมองด้วยสายตาเจ็บปวดรวดร้าวเหล่านั้น ทิ้งเรื่องเหล่านี้ออกไปจากสมอง 

 

 

ท้ายที่สุด…ตัวเราเองก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงพวกนั้น  ยังคงอิจฉาคิเสะคุงอยู่ตลอดเวลา

 

 

เกลียดตัวเองเหลือเกินที่รู้สึกแบบนี้..ทั้งที่เคยเปิดใจคุยกันแล้วในห้องพยาบาล ความรู้สึกน่าคลื่นไส้เหม็นเน่าของผู้หญิง ด้านมืดอันสกปรกที่ซ่อนใต้ผิวน้ำลึกก็ยังถูกกวนขุ่น  เพียงแค่รู้ว่าอาโอมิเนะไม่ใช่เจ้าชายที่เธอตามหา..และเจ้าชายคนนั้นอยู่ในรุ่นปาฏิหาร์ยที่เหลืออีก 3 คน 

 

 

เป็นใครก็ไม่รู้..แต่ที่รู้แน่ชัดในตอนนี้..

 

 

มือกุมอกซ้ายแน่น..จิกเล็บจนเข้าเนื้อ ความเจ็บแล่นริ้วขึ้นสมองก็ยังไม่เท่าหัวใจที่ปวดหนึบ

 

 

เราหลงรักอาคาชิคุงเข้าแล้วจริงๆ

 

 

 

.

.

.

 

 

การเป็นคนของสังคม การเป็นที่จับตาของทุกคน..ชื่อเสียงอันโด่งดัง ความงดงามสดใสที่ได้รับมาแต่กำเนิด ด้วยใบหน้าที่งดงาม เส้นผมสีทองสลวยระยิบระยับประหนึ่งไหมทองคำสะท้อนแสงตะวัน ดวงตาเรียวสวยใต้ขนตาแพยาวที่ไม่ว่าจะทำสายตาเช่นไรก็ดึงดูดใจผู้คนร่ำไป..กระทั่งทุกสายตาทุกสีหน้าทุกท่วงท่าได้ขึ้นปกนิตยสารชื่อดังฉบับแล้วฉบับเล่า 

คิเสะ เรียวตะ คือ นางแบบสาว..บุคคลสาธารณะ บางคนก็เยินยอสรรเสริญว่าเธอคือนางฟ้าจากสวรรค์ บางคนก็ชื่นชมว่าเธอคือเจ้าหญิงน้อยผู้เลอโฉม   คำชื่นชมเหล่านั้นไม่ว่าใครต่างก็รู้สึกดีที่ได้รับ..เมื่อมีชื่อเสียงเมื่อเป็นที่สนใจ

 

ใครเล่าจะรู้ว่า..ทุกอย่างที่ได้มานั้นยิ่งมีคนชื่นชมเท่าไหร่..ก็ยิ่งถูกก่นด่าลับหลังเท่านั้น

 

 

“นั่นไง..นางยิ้มให้ผู้ชายอีกแล้ว อ่อยซะไม่มี”

“คิดว่าสวยก็เลยทำหยิ่งสินะ น่าหมั่นไส้ชะมัด”

“คิเสะ เรียวตะ!!ฉันไม่น่าคบกับเธอเลย..เธอมันมารยาแย่งแฟนฉันไป!!”

 

 

เหล่าเด็กสาวเพื่อนร่วมชั้นจากโรงเรียนเก่าสมัยก่อนย้ายมาเทย์โคว..คำนินทาครหาต่างๆนาๆ จนทำให้ในที่สุดเธอก็ไม่มีเพื่อนผู้หญิงซักคน..หนำซ้ำ..ด้วยความสวยที่มีทำให้ผู้ชายเลือกที่จะเข้ามาจีบ และนั่น..เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิดใจกับเพื่อนผู้หญิงทั้งที่แอบชอบผู้ชายคนนั้นหรือเป็นแฟนกับผู้ชายคนนั้น จนเกิดการตบตีวิวาท

แม้จะไม่ตอบโต้..แล้วเรื่องราวก็จบลงด้วยดี..แต่ผู้จัดการส่วนตัวกับครอบครัว ตัดสินใจย้ายเธอออกจากโรงเรียน รวมถึงย้ายบ้านมาในโตเกียวแทน เริ่มต้นชีวิตใหม่ในเทย์โคว

 

 

“ฮึกๆ ทั้ง..ที่..ได้เริ่มต้นใหม่แล้ว..”  คิเสะหนีมานั่งร้องไห้คนเดียวในห้องดนตรีตรงอาคาร 2 ตอนนี้ทุกคนเดินลงไปกินข้าวที่โรงอาหารกันหมด บางส่วนก็เลือกจะจับกลุ่มกันในสวนหลังโรงเรียน หรือแม้แต่ดาดฟ้า ห้องสี่เหลี่ยมปูพื้นพรมผ้ากำมะหยีสีแดง มืดสนิทด้วยผ้าม่านสีเดียวกันปิดหน้าต่างบดบังแสงอาทิตย์  เด็กสาวผมทองดัดลอนนั่งซุกกอดเข่าคุดคู้ใต้เปียโนสีดำตัวใหญ่ ก้มหน้าซุกลงกับเข่าร้องไห้จนถุงน่องสีดำรัดรูปเปียกไปหมด

 

“คุโรโกจจิ..”

 

ทั้งที่ได้เจอ ‘เพื่อน’ ที่แสนสำคัญ..กับชมรมบาสเก็ตบอลที่ทำให้รู้ว่าชีวิตของการเป็นนักเรียนเป็นเช่นไร

 

“อาโอมิเนจจิ..”

 

ได้เจอกับ ‘รักแรก’ ที่ไม่ได้มองว่าเธอคือเจ้าหญิงหรือนางฟ้า 

เป็นแค่ลูกหมาติ๊งต๊อง..มองตัวตนที่แท้จริง หาใช่ที่เสแสร้งบนเส้นทางบันเทิง

 

 

 

“ฉัน..ฮึก..ทำอะไรผิด..ทำไมกัน..เจ็บเหลือเกิน..”   ทั้งที่เป็นแบบนั้น..ก็ยอมตัดใจให้เพื่อนรักกับคนรักได้เคียงคู่..เพราะว่ารักทั้งสองคนมาก เพราะว่าเป็นคนสำคัญถึงได้ยอมเจ็บคนเดียว เพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันสามคนตลอดไป

 

 

เหตุใดค่าตอบแทนของคุณความดีที่กระทำ..จึงเป็นเช่นนี้?

 

 

 

“หนีมาร้องไห้คนเดียวอีกแล้วนะ เรียวตะ” 

เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ ทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหยง ใบหน้าสวยแดงก่ำเปรอะเปื้อนน้ำตาเงยหน้าขึ้นจากเข่า พลัน!!ผ้าเช็ดหน้าสีดำตรงเข้ามาซับเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มใส ดวงเนตรสีอำพันแดงก่ำสะท้อนใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่ถูกเงามืดในห้องบดบังจนมองไม่ชัดเจน..หากแต่แสงที่เล็ดรอดผ่านมาตามช่องผ้าม่านเหล่านั้น ทำให้เธอเห็นเค้าโครงหน้าขยับยิ้มบางๆมาให้

“ต่อให้คิดโทษตัวเองแค่ไหน สุดท้ายคนที่รักก็ไม่มีวันหันกลับมา..”  อาคาชิ เซย์จูโร่ กล่าวด้วยเสียงที่เรียบนิ่ง มือหนาประคองใบหน้าสวยแสนเศร้า ฝ่ามือแกร่งทาบทับแก้ม..มันช่างเย็นจนน่าใจหาย..กระนั้นกลับทำให้ดวงใจบอบช้ำรู้สึกด้านชาทีละนิดทีละนิด   “ผมเข้าใจดี..เข้าใจดีกว่าใคร..”

“อาคา..ชิจจิ..”  ริมฝีปากแบบางขยับเอ่ยนามคนหนุ่มผมแดงเบาๆ ก่อนที่เจ้าของดวงเนตรต่างสี..ต่างสีจนน่าประหลาดใจ..วินาทีนั้นความนุ่มนวลเบาบางกดแนบสัมผัสลงบนริมฝีปากอิ่ม..เป็นครั้งที่สอง..

 

 

ครั้งนี้..หาได้มีการตกใจหรือคิดจะผลักไส

 

 

คิเสะปรือตาลงปิดตาสนิทยอมรับจูบจากใจ..หัวใจของเธออ่อนแอเกินจะทนแบกรับไว้เพียงลำพังแล้ว สาวผมทองสว่างจูบตอบ..ตอบรับอีกฝ่าย ลิ้นอุ่นเริ่มแทรกเข้ามาในโพรงปาก คิเสะขมวดมุ่นตกใจไม่น้อยที่อาคาชิรุกเร้าได้เพียงนี้แต่เธอก็ยังเปิดริมฝีปากรับรสจูบของคนหนุ่มผมแดงเข้ามา

 

 

หลับตาลง..แล้วคิดเพียงแค่คนตรงหน้าคือ อาโอมิเนะ ไดกิ

อีกฝ่ายก็คงจะคิดเห็น คุโรโกะ เท็ตสึยะ ซ้อนทับอยู่บนตัวเรา

 

 

เสียงดูดเม้มดังชัดในห้องที่เงียบสงัดสลับกับเสียงลมหายใจหอบถี่ ต่างฝ่ายต่างคิดว่านี่คงจะเพียงพอแล้วสำหรับการปลอบโยนกันและกัน..อาคาชิค่อยๆถอนจูบจากคิเสะช้าๆ นัยน์ตาสีทับทิมข้างขวาทองอำพันข้างซ้ายสบตาสีสวยสุกสกาว..ในแววตาที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยความหม่นหมอง…แปรเปลี่ยนไป..

 

 

“ฉัน..จะเป็นจิ้งจอกอย่างที่อาคาชิจจิต้องการ..”

 

 

“นี่คือคำตอบของเธอสินะ”  ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มแล้วใช้นิ้วโป้งปาดน้ำลายบนริมฝีปากบวมแดงจากการจูบดูดดื่มเมื่อครู่ อาคาชิรู้สึกพอใจ..ในที่สุดสิ่งที่เขาต้องการก็เป็นไปตามอย่างที่หวัง มือแกร่งกอบกุมมือเล็กๆที่ทิ้งข้างลำตัวมากอบกุมไว้

 

หมดเวลากับการจมปลักอมทุกข์..จะไม่กล้ำกลืนฝืนทนอีกต่อไป

 

 

 

.

.

.

 

 

 

หยาดหยดเหงื่อร่วงหล่นกระทบพื้นสนามบาสเก็ตบอลขัดเงา แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องกราดไปทั่ว ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตพร่ามัวเล็กๆน้อย เสียงฝีเท้าย่ำเหยียบลื่นไถลจนเสียดสีพื้น กับลูกบาสที่กระเด้งกระดอนลำเลียงไปมาของฝ่ายคู่ต่อสู้  ผู้เข้าแข่งขันในชุดฟอร์มเทย์โควเบอร์ 15 ตวัดตามองลูกบาสแล้วพุ่งเข้าไปด้วยมิสไดเรกชั่น

 

ผัวะ!!!!

 

ลูกถูกส่งไปยังมือของคนหนุ่มผิวสีที่วิ่งเข้ามารับได้พอดิบพอดี ก่อนเจ้าตัวจะพุ่งเข้าไปแล้วกระโดดขึ้นปาลูกบาสเก็ตบอลสีส้มกระแทกเข้าห่วงไปในวินาทีสุดท้าย  ผลคะแนนออกมาพร้อมกับเสียงนกหวีดประกาศหมดเวลา เทย์โควเป็นฝ่ายกุมชัยชนะไปในที่สุด  ทีมฝ่ายตรงข้ามทรุดหวบนั่งกองกับพื้นรับผลแห่งความพ่ายแพ้ ในขณะที่ผู้ชนะยังคงยืนหยัดเดินกลับไปรวมตัวที่ม้านั่งข้างสนาม

 

 

ไม่มีการกอดคอร้องโห่ดีใจเหมือนดั่งเคย..ต่างคนต่างเดินไม่พูดไม่จา

ชัยชนะอันไร้ซึ่งความยินดี..

 

 

“ 124 : 30  ผลคะแนนนี่มันบ้าเกินกว่าจะเป็นเด็ก ม.ต้น แล้ว!!!”  ทั้งโพเดี้ยมฮือฮากับการเล่นของทีมเทย์โควตัวจริง การเคลื่อนไหว ทักษะ พรสวรรค์ของสมาชิกแต่ละคนได้ถูกขับเคลื่อนไปด้วยลูกบาสเก็ตบอลเพียงหนึ่งลูก เหนือชั้นจนไม่อยากจะเชื่อว่านี่หรือ..คือฝีมือของเด็กวัยรุ่นที่อายุเพียงแค่ 14 ย่าง 15  นับตั้งแต่เปิดสนามแข่งรอบตัดเชือก 8 ทีมสุดท้าย.. เทย์โควได้ทำคะแนนทิ้งห่างลิบลิ่วไปอย่างสบายๆ

 

“พวกนั้นมันรุ่นปาฏิหาร์ยสมชื่อชัดๆ ไม่สิ..เรียกว่า ‘ปิศาจ’ ดีกว่า” 

 

รุ่นปาฏิหาร์ยกลายเป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นๆไป  นิตยสารกีฬาหลายสำนึกพิมพ์เข้ามารุมล้อมขอสัมภาษณ์ทันทีที่พวกเขาเดินออกจากประตูสนามแข่ง   อาโอมิเนะเบ้ปากเอานิ้วก้อยแคะขี้หูอย่างเบื่อหน่ายพยายามเดินหลีกเลี่ยง มิโดริมะก็ให้สัมภาษณ์แบบงุนงงด้วยการถือตุ๊กตามือรูปยีราฟลัคกี้ไอเทมให้สัมภาษณ์ ส่วนมุราซากิบาระคำพูดแรกที่ให้กับนักข่าวคือ..มีขนมอะไรให้กินไหม   จะมีก็แค่อาคาชิกับคิเสะที่ให้การสัมภาษณ์อย่างปกติและลื่นไหลเป็นธรรมชาติอย่างไม่ถือตัว

 

 

“จริงหรือเปล่าที่ว่าทั้งสองคนคบหากันแล้ว?” 

นี่เป็นคำถามที่ไม่เกี่ยวกับการกีฬาซักนิดพุ่งตรงมายังกัปตันทีมกับผู้จัดการสาวคนดังที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบ  ทุกคนในทีมตัวจริงหูผึ่ง แม้แต่อาโอมิเนะที่เกียจคร้านไปทุกสิ่ง ยังต้องเหลือบตามามอง

“จริงครับ พวกเราคบกันมาได้ซักพักนึงแล้ว” อาคาชิตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ฉวยโอกาสจับมือหญิงสาวผมทองดัดลอนมากอบกุม สร้างความฮือฮาให้เหล่านักข่าวเป็นอย่างมาก ทุกสำนักข่าวแห่แหนมารุมล้อมที่คนทั้งสองแทน ผละออกจากตัวจริงอีกสามคนที่ยืนอึ้งไม่ต่างกัน   กล้องเพนเลนส์กระหน่ำกดชัตเตอร์ไปยังทายาทตระกูลอาคาชิเพียงหนึ่งกับนางแบบสาวสุดฮอตของนิตยสารวัยรุ่น แสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วจนแสบตาคนแถวนั้นไปหมด   

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยืนแข็งทื่ออยู่ที่มุมๆหนึ่งในห้องโถงก่อนทางเข้าสนามแข่ง..ตัวตนที่จืดจางของเธอทำให้เหล่านักข่าวลืมสัมภาษณ์ตัวเธอที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของทีม   นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างมองไปยังคู่รักที่ประกาศออกต่อหน้าสื่อสาธารณะชนวันนี้..และในวันพรุ่งนี้จะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

..อาคาชิคุงคบกับคิเสะคุงแล้ว..

 

 

“ขอยุติการสัมภาษณ์เท่านี้นะครับ ทีมเรามีแข่งรอบบ่ายต่ออีก”  โค้ชซานาดะปรี่เข้ามากัดกั้นขวางทางนักข่าวทั้งหลายให้ออกห่างจากสองหนุ่มสาวที่กลายเป็นประเด็นน่าสนใจยิ่งไปกว่าด้านกีฬาแล้ว เหล่าตัวสำรองมองครูหนุ่มวัยกลางคนอย่างรู้งานรีบเดินเข้ามาล้อมหน้าหลังกั้นไม่ให้นักข่าวเข้าถึงรุ่นปาฏิหารย์ได้อีก  ทีมเทย์โควเร่งฝีเท้าก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วจนเข้าเขตห้องล็อกเกอร์ของนักกีฬา เจ้าหน้าที่สนามแข่งก็รีบเดินเข้ามากางเส้นคั้นสกัดกั้นฝูงนักข่าวที่พยายามตะโกนตั้งคำถามมากมายปนเปเสียจนจับไม่ได้ศัพท์ พร้อมแสงแฟลชกระหน่ำถ่ายเก็บภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   

 

ประตูห้องล็อกเกอร์ปิดมาได้ซักพักใหญ่หลังจากที่หนีพ้นเหล่าฝูงมหาชนนักข่าวแห่แหนเข้ามาประหนึ่งคนหิวโหยเนื้อรุมทึ่งฉีกกิน..แต่เนื้อเหล่านี้คือข่าวสารอันน่าสนใจเหมาะแก่การเอาไปตั้งพาดหัวข่าว  มิโดริมะ ชินทาโร่ ถลึงตามองไปยังนางแบบสาวผมทองดัดลอนสลับไปกัปตันชมรมที่ยังยืนกอดอกพิงตู้ล็อกเกอร์ทำทองไม่รู้ร้อน 

 

“คิดอะไรถึงได้ไปประกาศเรื่องคบกันห่ะ!!รู้ไหมว่ามันทำให้เลทเวลาพัก!!เราต้องเตรียมแข่งกับอีกทีมตอนบ่ายด้วยนะ!!!”

“เอาน่า..มิโดริมัจจิ ยังไงพวกเราก็เก่งจนไม่มีใครตามทันแล้ว จะต่อเวลาพักเหนื่อยนิดๆหน่อยๆไม่เห็นเป็นไรนี่ เนอะ..อาคาชิจจิ”   คิเสะ เรียวตะยักไหล่ไม่สนใจ  อาคาชิไม่ตอบเอาแต่พยักหน้าเห็นด้วยกันแฟนสาว มือชู้ตสามแต้มทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ แต่ก็ไม่คิดโต้เถียงต่อ ในเมื่อคนที่เป็นเสาหลักของทีมยืนกรานเช่นนี้ ขืนโวยวายมากไปก็เหนื่อยเปล่าอยู่ดี คนหนุ่มสวมแว่นจึงเลือกที่จะกระแทกตัวนั่งลงกับม้านั่งแล้วหยิบเอากระติกน้ำส่วนตัวขึ้นมาดื่ม

“แต่ว่านะ..น่าตกใจจริงๆนะเนี่ย อาคาจินกับคิเสะจินคบกันจริงๆ นึกว่าจะแค่ข่าวลือซะอีก” 

มุราซากิบาระอุทาน  ประหลาดใจไม่แพ้คนอื่นๆเว้นคู่แสงเงาของทีม การทะเลาะเบาะแว้งเมื่ออาทิตย์ก่อนระหว่างเขากับกัปตัน ทำให้ทุกคนในชมรมรับรู้เป็นที่แน่ชัดว่าคนหนุ่มผมแดงชอบใคร ส่วนสาวผมทองดัดลอนนั้นแสดงออกเป็นที่แน่ชัดว่าหลงใหลใครเว้นแต่เจ้าตัวที่ถูกรักดันโง่ซื่อบื้อเกินจะรับรู้ซะงั้น

 

 

คิเสะที่ชอบอาโอมิเนะ..กับ..อาคาชิที่ชอบคุโรโกะ

นี่มันการจับคู่ประชดรักข้างเดียวหรือไง?

 

 

“พอดีเราสองคนเข้ากันได้หลายอย่าง..มันก็แค่นั้นแหละอัตสึชิ”   อาคาชิ เซย์จูโร่ ไขข้อข้องใจของชายหนุ่มตัวสูงสุดในทีมแล้วหันไปเปิดตู้ล็อกเกอร์หยิบเอาผ้าขนหนูสีดำของตัวเองมาเช็ดเหงื่อไคล 

ดวงเนตรสีอเมทิสต์ปริบตาทั้งที่ยังงุนงงในคำตอบ เหลือบมองไปยังคุโรโกะกับอาโอมิเนะที่นั่งอยู่ห่างคนละโยชน์ผิดปกติ..คนหนุ่มผิวสียึดม้านั่งตัวหนึ่งไปนอนแผ่คนเดียวกระดิกเท้าดูนิตยสารรวมภาพชุดว่ายน้ำของไมจัง  ส่วนคนจืดจางก็นิ่งเงียบตีตัวห่างจากทุกคนในทีมเสียจนน่ากลัว…ก่อนจะหันมาสบตาโมโมอิ ซัทสึกิ ผู้จัดการสาวผมสีชมพูยาวมัดหางม้าที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนใจกับมิโดริมะที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไร

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างคุโรโกะกับอาโอมิเนะกำลังมีปัญหา

ถึงทั้งสองยังคงทำหน้าที่คู่หูแสงเงาในสนามแข่งได้อย่างไร้ข้อบกพร่อง  ก็ไม่อาจลบบรรยากาศอึมครึมที่แผ่รังสีออกมาจากแสงสว่างกับเงาลวงตาได้..

 

 

“เท็ตสึคุงจะไปไหนน่ะ?”  เรือนผมสีชมพูเอ่ยถาม เด็กสาวร่างจำแลงในคราบนักกีฬาบาสชาย คุโรโกะชะงักฝีเท้าที่เดินตรงไปยังหน้าประตู 

“ฉันอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกค่ะ”   คุโรโกะเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วตอบคำถามผู้จัดการสาว จังหวะที่มือบิดลูกบิดประตูเปิดออก พลัน..เสียงทุ้มเรียบเรียกชื่อ หัวใจของเด็กสาวจืดจางกระตุกวาบทันที

 

“กลับมาให้ทันล่ะเท็ตสึยะ เธอเป็นเงาของทีมที่สำคัญต่อชัยชนะ ถ้าสายแม้แต่นิดเดียวผมจะลงโทษเธอ”

 

วาจากับดวงเนตรต่างสีประหลาดน่าพรึงพรัน  จนบัดนี้มือส่งไร้เงาก็ยังไม่กล้าที่จะสบตอบ  สายตาเย็นยะเยือกประหนึ่งน้ำแข็งในขั้วโลก บ่งบอกให้รู้ว่าค่าของคุโรโกะ เท็ตสึยะ..เป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งในกระดานเท่านั้น 

 

“….ค่ะ อาคาชิคุง”

 

 

 

 

แอ๊ด!!!!

 

ปัง!!!! 

 

 

 

ประตูล็อกเกอร์ปิดสนิท..คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยืนนิ่งเงียบพิงหน้าบานประตู ด้วยความที่เธอเป็นคนฝีเท้าเบาบางเดินเหินกับอยู่เฉยๆก็ไม่มีใครแยกออกถึงความต่าง เสียงพูดคุยสนทนาของเพื่อนร่วมทีมบาสในนั้นดังแว่วออกมาเข้าโสตประสาทการรับฟัง

 

 

“บอกตามตรงนะ..หลายวันที่ผ่านมานี่น่าเบื่อชะมัด ฉันว่านะทุกคนมาเล่นเกมส์แข่งทำแต้มกันดีกว่าไหม”

“ปัญญาอ่อนน่ะคิเสะ เรื่องไร้สาระไม่ได้เกี่ยวกับดวงชะตานั่นไม่เห็นน่าสนใจเลย”

“ฮ้าวว อยากทำอะไรก็ทำไป ยังไงก็ไม่มีใครชนะฉันอยู่แล้วนอกจากตัวฉัน”

“ผมเห็นด้วยกับเรียวตะนะ น่าสนุกดีออก ผมจะเล่นด้วยก็แล้วกัน”

“เห…ถ้าอาคาจินว่างั้น ฉันเอาด้วยดีกว่า”

“เดี๋ยวเหอะทุกคน!!นี่การแข่งขันนะจริงจังหน่อยสิ!!”

 

 

ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นแนวเส้น อดกลั้นเก็บความรู้สึกอึดอัดไว้ในอกซ้าย เดินก้าวช้าๆออกจากห้องล็อกเกอร์ทอดน่องไปตามทางเดินเชื่อมออกไปทางประตูหลังสนามแข่งกีฬาบาสเก็ตบอลระดับเยาวชน หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีครามสวยสดใสกับเมฆาลอยเอื่อย  แสงแดดเปรี๊ยงจัดยามใกล้เที่ยงสาดส่องกระทบดวงหน้าขาวซีดจนร้อนวาบไปหมด  คุโรโกะร้อนจนมึนหัว หันกลับไปก็ไม่อยากเข้าหลบเงาในสนามแข่งระดับเยาวชนที่พึ่งจากมา พอมองไปด้านหน้าก็พบว่า..กลับมีโรงยิมแข่งขนาดใหญ่อีกอันที่มีเหล่านักเรียนในชุดยูนิฟอร์มนักกีฬาบาสเก็ตบอลเข้าออกมากมายหลากหลายโรงเรียนหลากหลายสีสัน

 

 

การแข่งขันอินเตอร์ไฮน์ระดับ ม.ปลาย รอบคัดเลือก..

 

 

หญิงสาวผู้จำแลงกายเป็นนักกีฬาหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าไปหลบร้อนในนั้น แอร์ด้านในเปิดเสียเย็นช่ำจนชุ่มปอด ขาเรียวเล็กในกางเกงวอร์มขายาวเครื่องแบบเทย์โควเดินตามอุโมงค์ชั้นลอยตรงมาเรื่อยๆ แสงสปอร์ตไลท์ปลายทางส่องสว่างสาดเข้าใบหน้าจนต้องยกมือป้องตาเดินต่อไป  

ร่างเล็กๆก้าวออกมายังโพเดี้ยมชั้นสูงสุดสำหรับนั่งชมการแข่งขัน เสียงรองเท้าเสียดสีพื้น บอลกระแทกลงดังก้องชัดไปมา สนามบาสขัดเงาสาดส่องด้วยแสงสปอร์ตไลท์ทำให้เห็นผู้เล่น ณ ที่แห่งนั้นชัดเจนกว่าสิ่งใด นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้าง เธอเร่งฝีเท้าเดินเข้ามาเกาะขอบสนาม ชะโงกหน้ามองการแข่งในช่วงเวลา 20 วินาทีสุดท้าย

 

 

“ไปเลย!!!เซย์ริน!!!!”  

 

เสียงเชียร์ไม่ได้ดังมากมายเมื่อเทียบกับทีมฝ่ายตรงข้ามที่ยกพวกมาเชียร์เต็มที่นั่ง  คุโรโกะหันหน้าไปมองป้ายคะแนนของทีมทั้งสอง..การแข่งขันระหว่างทีมเซย์รินกับทีมทานาบะ คะแนนต่างกันเพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น ในช่วงเวลาสุดท้ายนี้เป็นจุดตัดสินว่าใครจะเป็นกุมชัย  ก่อนจะหันกลับมามองทีมฝั่งขวามือในเครื่องแบบสีขาวดำแทบแดง ตัวอักษรภาษาอังกฤษทีดำ SEIRIN เด่นหร่าบนเลขเบอร์นักกีฬาที่ชุ่มโชกเหงื่อจนแนบเนื้อ พวกเขาถูกทิ้งห่างแต่ก็ยังต่อสู้ไม่ย่อท้อ แล้วบุกทำแต้ม

 

“มาแล้ว!!!เกมส์เร็วของเซย์ริน!!!!”

 

ลูกถูกส่งรับไปอย่างว่องไวแสดงให้เห็นการฝึกซ้อมมาดี ทุกคนพยายามบุกเข้าไปเลี้ยงลูกบาสให้มั่น ดวงตาของพวกเขาไม่มีคำว่า ยอมแพ้ ในนั้นแม้แต่นิด และในที่สุด..ลูกชู้ตสามแต้มกับอีกหนึ่งแต้มในวินาทีสุดท้ายทำให้เซย์รินกำชัยไปอย่างสวยงาม คุโรโกะยืนเคว้งมองภาพเหล่านั้น..มองทุกคนที่วิ่งเข้ามากอดคอกันหัวเราะยิ้มร่าให้กับชัยชนะ

 

 

“ทำไมกัน..ทั้งที่เมื่อก่อนพวกเราทุกคนก็เป็นแบบนั้น”  เสียงเรียบไร้อารมณ์สั่นเครือ ดวงเนตรสีอ่อนฉายแววอ่อนล้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความโหยหา

“ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้..”  บาสที่หาได้เล่นเพื่อความสนุกสนาน..ไร้ซึ่งความตื่นเต้น..ขาดความเป็นทีม..ตัวใครตัวมัน เล่นกันด้วยความโดดเดี่ยวเดียวดายราวกับเครื่องจักรที่เดินเครื่องเพื่อเป้าหมายเพียงหนึ่งคือ ‘ชัยชนะ’

 

“นี่มัน..ไม่ใช่ที่ฉันปรารถนาจะเล่นซักนิด”

 

ไม่ใช่ที่วาดฝัน..ไม่ใช่ที่สัญญา ว่าจะเล่นกับ ‘เจ้าชาย’  ผู้เป็นที่รัก

 

 

 

 

“เท็ตสึคุง!!!”   

 

เสียงหวานตะโกนเรียกจากด้านหลัง ฝีเท้าเข้ามาใกล้ทำให้เจ้าของนามผินใบหน้าไปมอง ผู้จัดการสาวทรวดทรงโตวิ่งเข้ามาชะลอความเร็วลงเมื่อมาหยุดอยู่ที่โพเดี้ยมชั้นสูงสุดของโรงยิมการแข่งขันระดับ ม.ปลาย โมโมอิเท้ามือลงกับหัวเข่าโก่งโค้งหายใจหอบพักเหนื่อยครู่หนึ่งก่อนจะยืดตัวตามความสูง

“อาคาชิคุงให้มาตามเท็ตสึคุงกลับไป เหลืออีก 20 นาทีจะถึงการแข่งรอบต่อไปแล้ว”  

คุโรโกะพยักหน้าตอบรับทั้งสีหน้าหม่นหมอง  ทำเอาสาวผมชมพูรู้สึกลำบากใจไปกว่าเก่า นัยน์ตาสีชมพูกลมโตหลุบต่ำลงแล้วเดินเข้ามายืนเคียงคู่กับคนที่เธอหลงรักและหลงใหลมากแม้ว่าจะเพศเดียวกันก็ตาม ใบหน้าน่ารักทอดมองสนามแข่งของเหล่าเด็ก ม.ปลาย ด้านล่าง

“เท็ตสึคุง..ฉันเองก็รู้สึกไม่ดีเลย จู่ๆทุกคนก็ค่อยๆเปลี่ยนไป ทั้งอาโอมิเนะคุง..มิโดริน มุคคุง แม้แต่อาคาชิกับคีจังก็ด้วย ฉันกลัว..กลัวมากเลยล่ะ..”  โมโมอิ ซัทสึกิน้ำตาคลอ มือเกาะรั้วเหล็กกำแน่นจนขึ้นข้อความ ริมฝีปากอิ่มเล็กเม้มแน่นจนเป็นแนวเส้น พยายามคุมเสียงตนเองไม่ให้สั่นเครือไปมากกว่านี้

 

 

“เท็ตสึคุง..พวกเราทุกคนจะกลับมาเล่นบาสอย่างสนุกสนานเหมือนเมื่อก่อนใช่ไหม?”

“……”

 

 

คำถามไร้ซึ่งคำตอบ..ไม่มีเสียงเรียบเย็นแฝงอบอุ่นอ่อนโยนปลอบโยน..นัยน์ตาสีอ่อนกลมโตเฉหลบสายตาอ้อนวอนปรารถนาที่จะได้ยินคำพูดซักคำจากคนที่เธอหลงใหลมากมาย รักมากมาย และก็เป็นความหวังสุดท้ายที่อาจจะช่วยทีมเทย์โควให้กลับมามีชีวิตชีวาไปกับกีฬาบาสเก็ตบอลดั่งเดิม  โมโมอิหน้าถอดสี..ความเงียบเนิ่นนานคือคำตอบที่ชัดเจนในตัวดี..ว่าแม้แต่มือส่งไร้เงาที่รักและอ่อนโยนในบาสกว่าใครก็ไม่อาจยืนยันความเป็นไปได้

 

 

RRRRRRRRR

 

ริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงวอร์มสีขาวแถบฟ้า เจ้าของเรือนผมสีอ่อนสั้นชี้ยุ่งล้วงหยิบขึ้นมาเปิดฝาพับดู ชื่อของ โอกิวาระ ชิเงฮิโระ ปรากฏบนหน้าจอกำลังโทรหาเธอ คุโรโกะละสายตาจากหน้าจอไปยังโมโมอิที่ยืนอยู่ข้างกาย 

“เดี๋ยวฉันตามไปนะคะคุณโมโมอิ”    

“ถ้างั้นฉันล่วงหน้าไปก่อนนะเท็ตสึคุง”  หญิงสาวผมสีชมพูฝืนยิ้มบางๆ โบกมือลาก่อนเดินหันหลังออกไปจากอุโมงค์ขาเข้ามายังโพเดี้ยมชั้นสูงสุด นัยน์ตาสีจืดจางสังเกตเห็นไหล่บอบบางของผู้จัดการสาวกำลังสั่นไหว..ไม่ต้องสืบก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเสียใจแค่ไหน    คุโรโกะกำมือถือแน่นกักเก็บฝืนทนความรู้สึกผิด..ความเสียใจไม่แพ้กันเอาไว้ข้างในแล้วกดรับสายเพื่อนสนิทวัยเยาว์

 

‘ คุโรโกะ!!!ฉันผ่านเข้ามารอบ 4 ทีมสุดท้ายแล้ว!!ฉันชนะและก็ตัดเชือกได้เข้ารอบชิงแล้วล่ะ!!!สัญญาของเราใกล้จะเป็นจริงแล้ว!!คราวนี้ล่ะทีมของฉันจะทุ่มสุดความสามารถต่อสู้กับเทย์โควในสนามอย่างเต็มที่!!พวกเธอเองก็ต้องชนะรอบบ่ายผ่านเข้ามาในรอบชิงให้ได้นะ!!’  โอกิวาระพูดอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น ในน้ำเสียงสดใสนั่นสลับเสียงหอบโยนแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวแข่งชนะเสร็จก็รีบนำข่าวดีมาบอก 

“…ค่ะ..ฉันจะพยายาม และก็ยินดีด้วยนะคะ โอกิวาระคุง..”  เด็กสาวจำแลงเป็นชายหนุ่มยิ้มบางๆ ยินดีจากใจจริงกับความสำเร็จของอีกฝ่าย..หากแต่..โอกิวาระกลับนิ่งเงียบไปพักหนึ่งจนคุโรโกะแปลกใจ

 

 

‘คุโรโกะ..เธอโอเคนะ? น้ำเสียงไม่ค่อยดีเลย’ 

 

 

คุโรโกะใจกระตุกวาบที่ปลายสายจับความคิดเธอได้ ดวงตาสีฟ้าอ่อนแดงก่ำคลอน้ำตา มือเรียวเล็กรีบยกขึ้นมาปิดปากแน่น..ปิดกลั้นไม่ให้หลุดเสียงสะอื้นออกมา 

‘คุโรโกะเกิดอะไรขึ้น?ทำไมเงียบไปล่ะ? ให้ฉันไปหาไหม? ‘  คู่สนทนาถามอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง

“ฉัน..ไม่เป็นไรค่ะ..ก็แค่กังวลนิดหน่อยแต่ก็ดีขึ้นแล้ว..อย่าลืมสิคะว่าเราสัญญากันว่าจะเจอกันที่สนาม”  หญิงสาวสูดลมหายใจลึกเสแสร้งโกหกให้อีกฝ่ายสบายใจ ไม่ให้โอกิวาระรู้ว่าสภาพจิตใจของเธอที่มีต่อบาสในตอนนี้ย่ำแย่แค่ไหน..ทรมานแค่ไหน  กระนั้นก็ยังปรารถนาที่จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้

 

 

สัญญาว่าจะแข่งขันกันอย่างสุดกำลัง…แมตท์รอบชิงชนะเลิศที่เดิมพันด้วยถ้วยรางวัลเพียงหนึ่ง

 

 

 

‘แต่…’

“ฉันจะไปเจอโอกิวาระที่รอบชิงให้ได้ ถึงตอนนั้นฉันไม่ยอมอ่อนข้อให้แน่ค่ะ” คุโรโกะ เท็ตสึยะตัดบท

‘ก็ได้..ถ้าเธอต้องการแบบนั้น ฉันจะรอเจอคุโรโกะที่สนามนะ’  

 

โอกิวาระวางสายลงไปแล้วเหลือแต่เสียงสัญญาณมือถือยังคงสงสัยก้องชัดในหูที่แนบโทรศัพท์ มือทิ้งลงข้างลำตัวโดยที่ยังกำมือถือสีฟ้าอ่อนไว้แน่นก่อนจะพับฝาลงเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง ยกมือเช็ดน้ำตาลวกๆ หมุนตัวหันหลังให้กับสนามแข่ง ม.ปลาย   หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มใจหายวาบไม่คาดคิดว่าหน้าทางออกอุโมงค์ขึ้นโพเดี้ยมจะมีคนๆหนึ่งยืนรออยู่

 

“ผมเห็นว่าเท็ตสึยะช้าก็เลยมาตาม ทั้งที่ผมส่งโมโมอิมาแล้ว ก็ยังจะอืดอาดอยู่นั่น” 

 

ร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งหน่อยๆยืนกอดอกโดยที่เปลี่ยนเสื้อกลับมาเป็นชุดนักกีฬาเบอร์ 4 พร้อมลงแข่งขัน..นัยน์ตาสีแดงทับทิมขวาในขณะที่อีกข้างกลับกลายเป็นสีทอง จ้องเขม็งที่เธอด้วยสีหน้าเรียบจนไม่อาจคาดเดาความคิดได้  คุโรโกะสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นชวนขนลุกซู่ ยิ่งสบตาต่างสีนานเท่าไหร่เหมือนหัวใจจะหยุดเต้นทุกขณะ จนต้องเป็นฝ่ายยอมหลบตาโดยสดุดี 

 

 “ขอโทษค่ะ”  มือส่งไร้เงาอันเรือนลางกล่าวขอโทษกัปตันทีมทั้งเสียงแผ่วเบา 

 

“รีบๆไปเปลี่ยนชุดซะอีก 10 นาทีเจอกันที่สนาม อย่าสายเป็นอันขาด” คนหนุ่มผมแดงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา..น้ำเสียงที่สาวจืดจางสัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองเจือปนผิดวิสัย..ถึงจะน่าฉงนแต่ตัวหญิงสาวไม่ได้อยู่ในอารมณ์อยากเสาะถามความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นๆ ดวงหน้าไร้อารมณ์ก้มหน้าเดินตามหลังอาคาชิ เซย์จูโร่ กลับเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันบาสเก็ตบอลระดับเยาวชนในรอบบ่าย 

 

 

 

 

 

ฝุ่บ!!!!!!

 

ลูกบาสถูกชู้ตครึ่งสนามทำแต้มไปรอบที่ 4 ของการแข่งขัน มิโดริมะ ชินทาโร่ ดันแว่นทรงเหลี่ยมกรอบดำขึ้นสันจมูก พ่นลมหายใจเบื่อหน่ายเดินหันหลังให้กับแป้นบาสฝ่ายคู่แข่งที่ยืนตัวแข็งทื่อ ตาเบิกกว้างตะลึงพรืดในความสามารถเหนือชั้นกว่าจนแทบไม่มีช่องว่างให้ไล่ทำแต้มตาม

 

“พวกนั้นมัน..ปิศาจเกินไปแล้ว”

“ใครจะไปสู้ ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’ ได้กัน…”

 

ไม่ว่าจะกี่แมทต์ต่อกี่แมทต์ บทสนทนาของคู่ต่อสู้ล้วนพ่นออกมาด้วยความรู้สึกท้อแท้เกินทนไหว..ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็จะได้  คุโรโกะเหม่อมองสนามบาสเก็ตบอลที่เต็มไปด้วยเหล่านักกีฬา ตัวเธอที่เป็นเพียงหญิงสาวปลอมตัวเป็นผู้เล่นชายเพื่อสัญญาที่ให้ไว้กับคนสองคน  ใบหน้าหวานอิดโรยลงหายใจหอบหนักไม่ได้มาจากการเหนื่อยหอบ แต่มาจาก..หัวใจที่อ่อนล้า

 

 

คำว่า ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’ อันสรรเสริญที่น่าชิงชังกู่ร้องทั่วทุกหนทุกแห่ง

การละเล่นที่ไร้ความรักที่มีต่อบาสเก็ตบอล…ทำไมกัน..ทำไม…

 

 

“โคสึเกะ!!!แย่งบอลมาแล้ว เร็วเข้า!!!”  นัยน์ตาสีอ่อนตวัดตามองไปยังร่างสูงในชุดกีฬาสีดำฝ่ายตรงข้ามที่พยายามเฮือกสุดท้ายแย่งบอลมาครอง เขาวิ่ง..และก็วิ่งหมายทำแต้มลงแป้นในฝั่งเทย์โคว

 

“ล้มลงไปซะ”

 

 

ตึง!!!!!!!!

 

นัยน์ตาต่างสีเรียวคมมองเหยียดหยามเพียงแค่เดินเข้ามาประจันหน้า ช่วงเวลาสั้นๆที่ก้าวเท้าเข้ามา ร่างของผู้เล่นโคสึเกะเบอร์ 7 ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น ลูกบอลกระเด้งหลุดจากมือเข้าสู่มือกัปตันผู้ดำรงตำแหน่ง point guard ไปอย่างง่ายดาย อาคาชิเดาะบอลกึ่งเดินกึ่งวิ่งแล้วชู้ตสามแต้มทำคะแนนนำไปอีก

 

“อาคาจิน..นายทำไปได้ 30 ลูกแล้วนะ แบ่งให้ฉันบ้างสิ” มุราซากิบาระงอแง วิ่งเหยาะไล่ตามหลังนักกีฬาเบอร์4 มิโดริมะพ่นลมหายใจทำหน้าหมิ่นเหม่ วิ่งตามหลังกัปตันทีมก่อนจะจิกกัดใส่คนตัวสูงใหญ่

“นายก็ทำไป 27ลูกต่างกันตรงไหน ที่สำคัญลูกชู้ตที่ 25 ของฉันซึ่งเป็นเลขลัคกี้ของวันนายอย่ามาแย่งก็แล้วกัน”

“ตอนอาคาชิจจิทำแต้มสูสีกับอาโอมิเนจจิสูงสุดในทีม ใครแพ้ต้องเลี้ยงหม้อไฟนะอย่าลืมล่ะ”  คิเสะ เรียวตะ ตะโกนบอกพร้อมชูแผ่นรองพลาสติกที่จดคะแนนสถิติการทำแต้มของแต่ละคนไว้  ขยิบตายิ้มหวานให้สมาชิกในทีม 

 

 

“พวกนั้น..คุยกันเรื่องแข่งทำแต้มงั้นเหรอ..” การพูดคุยของเหล่าสมาชิกเทย์โควสร้างกำแพงที่สูงใหญ่เหนือชั้นกว่าจนมองไม่เห็นหนทางปีนป่ายข้ามผ่าน ทีมคู่แข่งช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน ความพยายามตั้งใจละเล่นสลายหายไป อาโอมิเนะ ไดกิ เอซเทย์โควยืนเท้าสะเอวปรายมองทีมคู่ต่อสู้ที่ยืนคอตกหน้าเสียเป็นแถว ก่อนจะเมินไปอย่างไม่ใส่ใจอ้าปากหาวหวอดๆ  จังหวะนั้น..นัยน์ตาสีไพลินเหลือบไปเห็นคู่หูเงาที่ยังคงยืนค้างจ้องมองคะแนนห่างชั้น

ร่างสูงผิวสีแทนขมวดคิ้วลงเป็นปม..ปลายเท้ากำลังจะหันเข้าไปหาร่างเล็กบอบบาง หากแต่ความทรงจำอันแสนเลวร้ายท่ามกลางสายฝน การถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวเดียวดายไร้ที่พึ่ง ทำให้เขาชะงักฝีเท้าแล้วสบถคำรามเบาๆหันหลังเดินตามเข้าไปสมทบทีมของตน

 

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดด

 

สัญญาณนกหวีดดังก้องไปทั่วทั้งโรงยิมแข่งขันผ่านลำโพงขนาดใหญ่ การแข่งในควอเตอร์ที่ 2 เริ่มต้นขึ้น เปิดโดยการแย่งลูกจากฝ่ายตรงข้าม ความพยายามอันไร้ประโยชน์ของพวกเขาเหล่านั้นเหลือเพียงอีกแค่เชือกฝางเส้นสุดท้าย ดวงเนตรที่เคยเต็มไปด้วยความเร้าร้อนกำลังถูกดับมอดลงทุกขณะ..ทุกขณะ

คุโรโกะสูดลมหายใจแล้วใช้มิสไดเร็กชั่นวิ่งเข้าไปจากด้านหลังมือเล็กๆ เอื้อมตรงหมายเข้าไปตบลูกบาสเก็ตบอลแย่งส่งให้ทีมของตนเอง 

“แกนี่เองที่เป็นตัวส่งลูกให้ทีม!!!”  สมาชิกอีกหนึ่งวิ่งตะโกนเข้ามาทั้งเสียงดุดัน  นักกีฬาเบอร์ 15 ของเทย์โควสะดุ้งโหยงตกใจสุดขีด ไม่คาดคิดว่าจะมีคนเห็นตัวตนของเธอในสนามเสียแล้ว ดวงตาสีอ่อนตวัดมองไปยังนาฬิกาดิจิตอลบนป้ายคะแนน..

 

 

แย่ล่ะ..เกิน 40 นาทีแล้ว!!!

 

 

ผัวะ!!!!

โครม!!!!!!!

 

หญิงสาวตัวเล็กบอบบางในคราบเด็กหนุ่มถูกอัดเบียดกระแทกจนล้มลง กรรมการเป่านกหวีดเสียงดังลั่นสนามทำให้การแข่งขันยุติลง คุโรโกะรู้สึกปวดหัวตึบ นัยน์ตาสีอ่อนปรือมองภาพเบื้องหน้าที่เห็นเพียงเพดานโรงยิมแข่งขันสูงชัน เงาร่างของผู้คนเริ่มเข้ามารุมล้อมซึ่งอยู่ในเสื้อโปโลสีดำลายขาวสำหรับคณะกรรมการตัดสิน

 

เจ็บ..เจ็บหัวเหลือเกิน..ภาพตรงหน้าเริ่มกลายเป็นสีแดงฉานน่าประหลาด..เหมือนมีของเหลวไหลลงมาเรื่อยๆตามใบหน้าตัวเอง..กระทั่งของเหลวนั่นเข้าริมฝีปาก รสคาวเฝื่อนเค็มทำให้เธอรู้ตัวว่ามันคือ..เลือด

 

“ทีมปฐมพยาบาล!!!เร็วเข้า!!!นักกีฬาบาดเจ็บหนึ่งคน!!!” 

 

เสียงรอบกายดูอื้ออึงทุกขณะ..นี่คือเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน..และภาพสุดท้ายที่เห็น…คือแป้นบาสอันเรือนลางห่างไกลไปทุกขณะก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ

 

 

.

.

.

 

 

ขายาวขยับวิ่งด้วยความเร็วเท่าที่มีไปตามทางเดินในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งไม่ห่างไกลจากโรงยิมที่จัดการแข่งขันกีฬาบาสเก็ตบอลระดับเยาวชน ชายหนุ่มเรือนผมสีดำเข้มหายใจถี่ หัวใจเต้นส่ำเร็วขึ้นเรื่อยๆจากอาการเหนื่อยหอบ ในที่สุด..เท้าของเขาก็มาถึงห้องพักหมายเลข 102 ที่ถามไถ่ด้วยเสียงร้อนรนกับนางพยาบาลหน้าเคาท์เตอร์  

‘คุโรโกะ เท็ตสึยะ’   ป้ายชื่อคนไข้เจ้าของห้องเป็นทีแน่ชัด..เขาสูดลมหายใจลึกทั่วปอดเอาอากาศเข้าไปให้มากที่สุด ยืนพักเหนื่อยครู่หนึ่งแล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิด

 

 

“นายเป็นใคร มีธุระอะไรกับเท็ตสึยะ”

 

เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นจากอีกปลายฝั่งทางเดินในตัวโรงพยาบาล มือแกร่งชะงักค้างยังไม่ทันบิดลูกบิดประตู ร่างสูงผินกายมายังอีกบุคคลที่เข้ามาทักทาย นัยน์ตาสีอ่อนเรียวคมหรี่มองบุรุษร่างสูงในระดับมาตรฐานผู้ชายทั่วไป  ซึ่งค่อนข้างเตี้ยกว่าราวๆ 2-3 เซน  เส้นผมสีแดงชี้ยุ่งกับดวงตาต่างสีเรียวคมน่าแปลกใจทันทีที่เห็น ก่อนที่จะได้ถามอะไรเขาสังเกตเห็นเครื่องแบบที่เจ้าตัวสวมใส่..เสื้อยูนิฟอร์มแขนยาวสีขาวฟ้าและตัวอักษรคันจิบนอกซ้าย ‘เทย์โคว’

 

“นายคือ..ถ้าจำไม่ผิด อาคาชิ เซย์จูโร่ กัปตันทีมเทย์โควใช่ไหม”  เขาเค้นความทรงจำที่คุ้นชินใบหน้าของอีกฝ่ายจากทางนิตยสารกีฬารวมทั้งข่าวสารบนหนังสือพิมพ์และทางทีวีเองก็ด้วย

“หรือว่า..นายคือโอกิวาระ ชิเงฮิโระ?”  อาคาชิเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงชั่งใจ   โอกิวาระหน้าเหลอหลาคาดไม่ถึงว่าคนๆนี่จะรู้จักชื่อของเขาด้วย ดูเหมือนตาต่างสีจะอ่านความคิดออกเลยไขข้อข้องใจให้ทันที

“ผมเคยฟังเรื่องของนายจากปากเท็ตสึยะ นายอยู่ทีมโคเมย์ที่เข้ารอบชิงสินะ..”  กัปตันทีมเทย์โควหลุบตามองชื่อโรงเรียนที่ปักบนอกเสื้อยูนิฟอร์มแขนยาวของอีกฝ่าย โอกิวาระพยักหน้าตอบรับแสดงว่าเป็นที่แน่ชัดว่าในสนามรอบชิงที่จะถึงในวันพรุ่งนี้..พวกเขาเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยจะต้องต่อสู้กับเพื่อนสนิทสมัยเด็กของมือส่งไร้เงา

 

 

“อาการของคุโรโกะเป็นยังไงบ้าง?”

“ศีรษะกระแทกพื้น หัวแตกต้องเย็บ 4 เข็ม ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วแต่ยังไม่ฟื้น”

“ถ้างั้น..”

“ผมว่านายกลับไปดีกว่า..ตอนนี้เท็ตสึยะต้องการพักผ่อนให้มากที่สุด ผมไม่อยากให้เธอคนนั้นเสียเวลาฟื้นฟูร่างกาย เท็ตสึยะยังเป็นหมากที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันรอบชิงพรุ่งนี้”

 

คนหนุ่มผมสีแดงให้การปฏิเสธไม่อนุญาตให้อีกฝ่ายได้เข้าเยี่ยมเด็กสาวจืดจาง..โอกิวาระพอจะรู้เรื่องคร่าวๆผ่านทางเมลบ้างแล้วว่า ความลับที่ปลอมตัวเข้าร่วมทีมแตกแล้วจึงไม่แปลกใจนักที่อาคาชิใช้สรรพนามแทนตัวมือส่งไร้เงาแบบหญิงสาว  แต่มีอยู่เรื่องนึง..ที่เขาอดรู้สึกตะขิดตะขวงใจในคำพูดเหล่านั้น

 

“หมากที่จำเป็น? ”

“มนุษย์ทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นหมากในกระดานการแข่งขัน..ขอแค่ใช้การได้ ตราบใดที่ทำให้ชนะก็ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น”  อาคาชิตอบ

“นายจะบอกว่าเพื่อนๆในทีมเป็นแค่หมากในกระดาน…ฉันว่าแบบนั้นมันไม่ถูกต้อง”  โอกิวาระส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับคำพูดแบบนั้น   พลัน..บรรยากาศดูเงียบสงัดลงทันตา การสนทนาของทั้งสองไม่มีต่อยอดใดๆ อาคาชิ เซย์จูโร่ ยืนนิ่งจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีอ่อนเรียวคมฉายแววมุ่งมั่นซื่อตรง อยู่นานหลายนาทีก่อนจะขยับริมฝีปากโต้ตอบกลับไป

 

“หมายความว่าไง?”

“บาสเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมด้วยมิตรภาพ..การที่เห็นคนเป็นแค่เครื่องมือเพื่อชัยชนะแบบนั้นมันไม่ใช่กีฬาบาสเก็ตบอล..พวกเราเล่นบาสเพื่อความสนุกที่ได้สู้กับผู้เล่นอย่างเต็มความสามารถ ได้กอดคอกับเพื่อนๆในทีม เรื่องหมากเบี้ยในกระดานแบบนั้นมันไม่ใช่บาสเก็ตบอลอย่างที่ใครๆคาดหวังหรอก”

 

“แม้ว่าทีมจะทำให้แพ้..ก็ไม่เป็นไรงั้นเหรอ?”  คนหนุ่มผมแดงหรี่ตามองสีหน้าจริงจังจนน่าขันของโอกิวาระแล้วพูดต่อ  “ทุกสิ่งมีชีวิตเกิดมาก็ดิ้นรนต่อสู้เพื่อชัยชนะอยู่ทุกสมัย..นายกล้าปฏิเสธเหรอว่า มิตรภาพ จะอยู่ยั่งยืนได้ตลอดไป ซักวันนึงเพื่อนที่อยู่ข้างตัวก็อาจจะกลายเป็นคู่แข่ง พยายามทำทุกทางเพื่อชนะ เพื่อที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ เพื่อทุกสิ่งที่ยืนยันตัวตนที่เหนือกว่าใครในสังคม”

 

 

คนหนุ่มตัวสูงผมสีดำเข้มอึกอึกเถียงไม่ออก..เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่กัปตันเทย์โควพูดถูกต้องทุกประการ ใบหน้าคมคายก้มลงต่ำหลุบมองพื้นขัดเงาทำจากหินแกรนิตสีขาวอ่อนของโรงพยาบาล อาคาชิกระตุกยิ้มพอใจที่กำชัยในการโต้เถียงเรื่องทัศนคติ แนวคิดของเขาที่ถูกที่สุด..ไม่มีใครย้อนแย้งได้   เจ้าของเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องคนไข้ มือแกร่งจับลูกบิดจังหวะที่กำลังหมุนเปิด แต่แล้วเสียงทุ้มของนักกีฬาโคเมย์กลับดังขึ้นมาอีกครั้งทำให้เขาต้องชะงักมือ

 

“จริงอยู่ที่ชัยชนะคือสิ่งที่สำคัญ..แต่การเอาชนะโดยใช้ทุกคนเป็นเครื่องมือ..”  โอกิวาระสูดลมหายใจลึกแล้วพูดต่อด้วยเสียงหนักแน่น

 

“บาสแบบนั้น..คุโรโกะไม่มีวันดีใจด้วยหรอก” 

 

 

คนหนุ่มสมาชิกทีมโคเมย์เงยหน้าขึ้น สบตาต่างสีที่ทำเพียงปรายมองตอบกลับด้วยหางตาเท่านั้น  ยืนยันในสิ่งที่ตัวเองคิดเห็นเช่นกัน   

“ฝากบอกคุโรโกะด้วย ฉันจะรอที่สนามรอบชิง..ฉันจะเล่นอย่างสุดความสามารถเพื่อสัญญาของเรา”

 

 

อาคาชิมองเพื่อนสมัยเด็กของคุโรโกะเดินจากไปพร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายที่ยังก้องชัดเจนในหัวสมอง  ดวงหน้าหล่อเหลาก้มต่ำจนเส้นผมสีแดงปรกลงมาปิดบังสีหน้า มือแกร่งที่ทิ้งลงข้างลำตัวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อก่อนจะคลายออกแล้วยกขึ้นจับลูกบิดเปิดประตูเข้าไปห้องพักด้านใน..ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆสีขาวกลิ่นยาฆ่าเชื้อฉุนกึกลอยเตะจมูก ร่างของหญิงสาวบอบบางในชุดคนไข้เครื่องแบบของผู้ชายที่ตัวกัปตันทีมใช้อำนาจเส้นสายทางตระกูลสั่งให้โรงพยาบาลปิดข้อมูลเรื่องเพศเอาไว้เป็นความลับ เธอกำลังนอนหลับพริ้มบนเตียง

 

“อื้อ..”   นักกีฬามือส่งไร้เงาค่อยๆลืมตาขึ้น..ดวงตาสีอ่อนปรือมองสิ่งแรกที่เห็นคือเพดานห้องสีขาวไม่คุ้นชิน ก่อนที่เสียงฝีเท้าขยับเดินเข้ามาข้างเตียงทำให้ เจ้าตัวต้องหันหน้าไปมอง

“อาคา..ชิคุง?” เธอเรียกนามของคนหนุ่มที่เดินเข้ามานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเงียบๆ คุโรโกะสบตาต่างสีเรียวคมจนยากแก่การคาดเดา ก่อนกวาดสายตาไปรอบกายด้วยสีหน้างุนงง

“เท็ตสึยะได้รับบาดเจ็บระหว่างแข่ง มีแค่หัวแตกสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไร” อาคาชิอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คุโรโกะยกมือแตะขมับเบาๆ..สัมผัสสากนุ่มนี่คือผ้าพันแผลที่พันรอบกับแผ่นสำลีที่ปิดเอาไว้ตรงบาดแผลซึ่งพอลองแตะนิ้วเบาๆ อาการปวดหนึบก็กำเริบทันที

“ผลการแข่งล่ะคะ?”  คนจืดจางถาม

“พวกเราชนะเข้ารอบชิงชนะเลิศ พรุ่งนี้จะมีการแข่งรอบชิงกับทีมโคเมย์” อาคาชิตอบด้วยเสียงทุ้มเรียบ ใบหน้าหวานเบิกตากว้าง..ในแววตาไร้อารมณ์อ่อนล้าจากการบาดเจ็บแสดงความรู้สึกโล่งอกดีใจออกมา ขณะเดียวก็รู้สึกผิดไปในตัว 

 

“ผมมาคิดๆดูแล้ว สภาพร่างกายของเท็ตสึยะคงไม่พร้อมทันสำหรับการแข่งพรุ่งนี้ ดันทุรังไปก็จะท่วงทีมเปล่าๆ”  สัญญาที่มีกับเพื่อนสมัยเด็กที่ร่วมเล่นบาส สอนสั่งหลายๆเรื่องที่หญิงสาวไม่รู้ ดับวูบลงต่อหน้าต่อตากับคำสั่งที่สมเหตุผลจากปากกัปตันทีมผู้เคร่งขรึม  คุโรโกะรู้ตัวดีว่าหากดื้อดึงต่อไปก็ไร้ประโยชน์ หญิงสาวเม้มปากซีดจากการพักรักษาตัวจนเป็นแนวเส้น  นาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลา 6 โมงเย็นแล้ว อีกไม่นานจะถึงเวลาที่หมอกับนางพยาบาลเข้ามาตรวจ เจ้าของเรือนผมสีแดงจึงตัดสินใจลุกจากเก้าอี้หมายเดินออกไปจากห้องพัก

 

“อาคาชิคุง!!!”  เสียงเรียบไร้อารมณ์ตะโกนเรียกรั้งชายหนุ่มเอาไว้ ขายาวสวมรองเท้าพละชะงักหยุดนิ่งแล้วผินกายหันไปมองดวงหน้าขาวซีดล้อมด้วยเส้นผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่งกระดกไปมา

 

“ฉันขอร้องล่ะค่ะ..ช่วยเล่นอย่างเต็มความสามารถกับโอกิวาระคุงด้วยนะคะ”

“แม้ว่านั่นจะทำให้พวกนั้นต้องแพ้ย่อยยับน่ะเหรอ”  อาคาชิถามกลับ

“ฉันรู้ค่ะ..แต่ว่า..โอกิวาระคุงเป็นคนที่รักบาสมากๆ ถ้าเกิดว่าเขารู้ว่าพวกเราอ่อนข้อเขาจะต้องเสียใจมากแน่ เพราะงั้น…ช่วยเอาจริงกับพวกเขา..สัญญาได้ไหมคะ” คุโรโกะขอร้องทั้งสีหน้าคาดหวัง..คำขอร้องที่เธอพูดออกมาจากหัวใจเพื่อคำสัญญาที่ไม่อาจลงมือทำได้ด้วยตนเอง มีทางเดียวคือฝากฝังคำสัญญานี้แก่บุรุษผมแดงที่เธอเคารพเชื่อถือกว่าใคร..ไว้วางใจกว่าใคร..

 

 

..ความเชื่อใจสุดท้ายที่เหลือเพียงหนึ่งกับรุ่นปาฏิหาร์ย..

 

 

ห้องพักฟื้นคนไข้เงียบสงัดดั่งป่าช้า คุโรโกะจับจ้องสีหน้านิ่งเรียบจนไม่อาจคาดเดาได้ กระทั่งนัยน์ตาต่างสีชวนพรึงพรันก็ไม่ส่อแววใดๆให้รับรู้ความคิด เงียบ..จนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเองเข้าออกสม่ำเสมอเช่นเดียวกับลมหายใจของอีกฝ่ายที่ยังบอกให้รู้ว่า ณ เวลานี้ อาคาชิ เซย์จูโร่ ยังคงยืนอยู่ในห้องนี้

 

“ได้สิ ผมสัญญา”  อาคาชิตอบรับคำขอนั่น

 

“ขอบคุณนะคะ อาคาชิคุง”  คุโรโกะยิ้มบางๆ มองตามแผ่นหลังกว้างใหญ่กับเสื้อยูนิฟอร์มนักกีฬาที่ปักตัวอักษรว่า TEIKO เด่นชัดเดินออกไปจากห้องพร้อมประตูที่ปิดตัวลง  หญิงสาวหลับตาลงวางใจเรื่องสัญญาที่มีต่อโอกิวาระคุงได้…กับคนหนุ่มผมแดงที่ยืนยันรับคำสัญญาเหล่านั้นเอาไว้สานต่อในวันพรุ่งนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

“อย่าลืมกินยาแก้ปวดหลังอาหารด้วยนะคะ”

 

นางพยาบาลสาวส่งรอยยิ้มอ่อนโยนทิ้งท้ายก่อนเดินถือถาดอาหารที่ว่างเปล่าเหลือเพียงเศษข้าวต้มติดขอบในจานโลหะเล็กน้อยออกไปจากห้อง บัดนี้คุโรโกะอยู่เพียงลำพังอีกครั้ง เธอหยิบเอาเม็ดยาในถ้วยโลหะขนาดเล็กใส่ปากแล้วตามด้วยน้ำเปล่าข้างหัวเตียง ก่อนจะเงยหน้ามองนาฬิกาบนฝาผนัง

 

 

การแข่งขันจะเริ่มตอนบ่ายสองในวันนี้…อีก 2 ชั่วโมงต่อจากนี้จะเริ่มถ่ายทอดสดการแข่งขัน

 

 

หญิงสาวผมฟ้าสั้นเอื้อมมือไปหยิบมือถือบนโต๊ะข้างตัวแล้วเปิดหน้าจอเมล กดแป้นพิมพ์รัวๆ ตัวอักษรแล่นขึ้นบนหน้าจอต่อยอดกลายเป็นคำเรียบเรียงเป็นประโยคที่หมายมั่นจะส่งไปให้ปลายทาง

 

 

‘โอกิวาระคุง ขอโทษนะคะที่สภาพร่างกายของฉันในตอนนี้ไม่พร้อมที่จะลงสนามตามที่สัญญากันไว้ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ อาคาชิคุงให้สัญญากับฉันแล้วว่า พวกเราทีมเทย์โควจะแข่งกับโคเมย์อย่างสุดความสามารถ  ฉันเองจะเป็นกำลังใจให้ทั้งโอกิวาระคุงกับทีมและก็ทีมเทย์โคว ขอให้แมตท์นี้เป็นแมตท์ที่สนุกสนานที่สุดและน่าจดจำนะคะ

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

นิ้วโป้งกดส่งเมลไปยังปลายทาง..เพียงแค่เวลาสั้นๆ เมลตอบกลับก็วิ่งเข้ามาขึ้นปรากฏบนจอ เธอกดเปิดอ่านเนื้อหาในนั้นที่ทำเอาหุบยิ้มลงเสียไม่ได้

 

 

‘มาให้กำลังใจฉันแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย คุโรโกะต้องให้กำลังใจเทย์โควอย่างเดียวสิ 5555

ไม่ต้องห่วงนะ พวกเราเองก็จะไม่ย่อท้อ สู้สุดกำลังที่มี ถึงจะรู้ว่าเทย์โควน่ะเก่งมาก แต่ก็อย่าได้ประมาทเชียวล่ะ5555  เธอเองก็หายไวๆนะ รักษาตัวดีๆ จะได้กลับมาเล่นบาสด้วยกันอีกครั้ง

 

ขอบใจสำหรับคำอวยพรนะ

โอกิวาระ ชิเงฮิโระ

 

 

หญิงสาวผมฟ้าสั้นพับฝามือถือลงวางบนโต๊ะข้างหัวเตียงเหมือนเคย แล้วเอนกายลงกับเตียง ดูเหมือนยาแก้ปวดจะมีฤทธิ์ยานอนหลับด้วยไปในตัว หนังตาเริ่มหนักอึ้งหย่อนลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เข้าสู่นิทราไป

 

 

.

.

.

 

 

ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก..

 

เข็มวินาทีบนหน้าปัดนาฬิกาฝาผนังดังก้องชัดในห้องพักคนไข้ เสียงเคาะประตูทำให้เจ้าของห้องตื่นงัวเงียขึ้นมา ร่างเล็กลืมตาเชื่องช้าปรือมองประตูห้องที่เปิดออกพร้อมกับร่างสะโอดสะองของหญิงสาวเรือนผมสีชมพูยาวสลวยเดินเข้ามาตามด้วยกระเช้าผลไม้นานาชนิด

“เท็ตสึคุง ขอโทษที่ทำให้ตื่นนะ นี่ของเยี่ยมจากฉันเอง” โมโมอิ ซัทสิกิยิ้มหวาน วางกระเช้าลงบนโต๊ะแล้วทรุดนั่งลงบนเก้าอี้  คุโรโกะผงกหัวขอบคุณน้ำใจจากอีกฝ่าย นัยน์ตาสีอ่อนกระพริบปริบๆไล่อาการง่วงนอนออกไป สมองเริ่มประมวลผลจ้องเขม็งมายังดวงหน้าหวานน่ารักของอีกฝ่าย..จ้องนานจนโมโมอิใจเต้นแรงขวยเขินรีบยกมือขึ้นมาทาบแก้มบิดตัวไปมา

“เท็ตสึคุง…จ้องแบบนี้ฉันเขินนะ..” คุโรโกะสัมผัสได้ว่าห้องคนไข้กำลังล้อมรอบไปด้วยดอกลิลลี่เบ่งบานจากตัวสาวน้อยผมสีชมพู ทำเอาเธอรู้สึกใจหายวาบขนลุกขึ้นมานิดๆ แต่ก็ยังตีหน้านิ่งไร้อารมณ์เช่นเคย

“คุณโมโมอิ..ทำไมถึงออกมาเยี่ยมฉันได้ล่ะคะ แล้วการแข่ง..” คำถามนั่นถูกไขข้อสงสัย เหมือนตาสีฟ้าอ่อนเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนฝาผนังตีบอกเวลาห้าโมงเย็นเข้าไปแล้ว!!!!

 

 

เผลอหลับไปจนลืมดูถ่ายทอดสด!!!!

 

 

“อ๋อ..ทีมพวกเราชนะน่ะ..” โมโมอิตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ สวนทางกับแววตาหม่นแสงลำบากใจจนน่าสงสัย

“คุณโมโมอิเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” คุโรโกะถามเอียงคองุนงง

“เท็ตสึคุงกินผลไม้ดีกว่านะเดี๋ยวฉันปลอกให้”  ผู้จัดการสาวเปลี่ยนเรื่องเฉยชิบ..หยิบเอาแอปเปิ้ลสองลูกในตะกร้าเข้าไปล้างในห้องน้ำ เสียงก๊อกหมุนตามด้วยเสียงน้ำเทกระทบอ่างล้างมือดังชัดในห้องพยาบาลเล็กๆที่มีห้องน้ำในตัว 

 

 

ถ้าจำไม่ผิด..มีเทปบันทึกย้อนหลังตอน 6 โมงเย็นนี่นา..

 

 

 “เท็ตสึคุง กินแบบปลอกเปลือกหรือไม่ปลอกดี?”  สาวผมชมพูตะโกนถามจากในห้องน้ำ..ไม่มีเสียงตอบรับ โมโมอิฉงนสงสัยจึงชะโงกหน้าออกไปจากประตูห้องน้ำ   “เท็ตสึคุง?”

 

 

..บนเตียงว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่างของเงาลวงตา…

 

 

 

 

 

ขาเพรียวสวมกางเกงเครื่องแบบชุดของคนไข้ชายก้าวเท้าเล็กๆสวมสลิปเปอร์สีฟ้าออกมาจากลิฟท์สู่ชั้นหนึ่งของโรงพยาบาล เด็กสาวจำแลงในคราบชายหนุ่มตัวเล็กเดินเร่งความเร็วเท่าที่มีโดยไม่กระเทือนระบมแผลบนศรีษะตรงไปยังห้องโถงกลางซึ่งติดตั้งทีวีจอแบนขนาดใหญ่ไว้ด้านบน

 

 

[ปึง!!!!!]

[เอาล่ะครับตอนนี้..ทีมเทย์โควยังคงเป็นฝ่ายนำแต้มอยู่นะครับ การชู้ตของหมายเลข 8 มิโดริมะ ชินทาโร่ครึ่งสนามอันน่าสะพรึงยังไงคงทำแต้มได้เสมอๆ แล้วแบบนี้โคเมย์จะเอาชนะยังไง เหลืออีกแค่ 20 นาทีสุดท้ายแล้ว]

 

[ปึง!!!!!!!]

[อะไรกันเนี่ย!!! Center ที่ถูกยกย่องให้เก่งที่สุดในระดับ ม.ต้น มุราซากิบาระ อัตสึชิ นึกทำตัวแปลกอีกแล้ว นี่เป็นการชู้ตลงแป้นตัวเองเป็นครั้งที่ 4 ของวันนี้แล้วนะครับ คิดอะไรอยู่กันแน่!!!]

 

 

 

 

“อัจฉริยะกับคนบ้าใกล้เคียงกันสินะ นึกชู้ตลงแป้นตัวเองแบบนั้น”

“พวกเทย์โควพิลึกคนจริงๆ”

 

เสียงวิพาษย์วิจารณ์หัวร่อของผู้คนในโรงพยาบาลที่เข้ามาดูเทปบันทึกการแข่งย้อนหลังของเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ คุโรโกะยืนตัวแข็งทื่อมองการแข่งขันผ่านหน้าจอทีวี กล้องเพนจับไปที่สมาชิกในทีมเทย์โควทุกคนที่ยังคงวิ่งส่งรับลูกภายใต้คำสั่งของกัปตันชมรมเรือนผมสีแดงที่เป็น point guard

 

 

“ไม่ใช่..นี่มัน..”  นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนเบิกกว้าง สั่นไหว…ดวงใจร่วงหล่นตกวูบไปถึงท้องน้อย ยิ่งมองเกมส์การแข่งเธอก็ยิ่งเข้าใจการกระทำของเพื่อนร่วมทีม

 

 

[หมดเวลาแล้วครับ!!!ผลคะแนนเทย์โควเป็นฝ่ายชนะ!!!!]

 

 

 

กล้องเพนซูมไปยังหน้าจอคะแนนที่ขึ้นฉายเด่นหร่า..ตัวเลขใต้ชื่อโรงเรียนเทย์โคว : โคเมย์ แสดงตัวเลขดิจิตอลหลังจบการแข่งขันเป็น 111 : 11

 

 

นี่ไม่ใช่ความบ้า แต่เป็นการเล่นสนุกหยอกล้อโคเมย์จงใจให้เลขคะแนนออกมาเป็นเช่นนี้

หลักสิบแค่ 11 แต้มคิดจะมาสู้หลักร้อย 111 แต้ม 

 

 

 

กดขี่เหยียบย่ำจิตใจคู่ต่อสู้จนแทบจมผืนดิน  การชู้ตเข้าแป้นตัวเอง..ก็แค่ทำเพื่อต่อให้อีกฝ่ายเรียงคะแนนเป็นดั่งที่เทย์โคต้องการ  เด็กสาวทรุดหวบนั่งกองกับพื้นไม่แคร์สายตารอบกาย น้ำตาไหลพรากพร้อมกับหัวใจถูกบีบรัดแตกเป็นเสี่ยงๆ ยิ่งจอโทรทัศน์ซูมไปยังสีหน้าของเหล่าทีมโคเมย์ กัปตันทีมโอกิวาระ..ไม่มีแล้วซึ่งรอยยิ้มสดใส..ไม่มีแล้วซึ่งความสนุกสนานในดวงตาเรียวคมสีอ่อน ก็ยิ่งรู้สึกปวดร้าวมากไปกว่าเดิม

 

 

“เท็ตสึคุง!!!”  โมโมอิวิ่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  เจ้าของเรือนผมสีฟ้ารู้สึกว่าต้นแขนของตัวเองกำลังถูกอีกฝ่ายดึงลากให้ลุกขึ้น ทว่า..ขาทั้งสองกลับอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงอ่อนพับอยู่เช่นนี้  ผู้จัดการสาวสะอึกสะอื้นทรุดลงมานั่งข้างกายดึงร่างของเงาลวงตาเข้ามากอดแน่น

“ข..ขอโทษเท็ตสึคุง..ฉ..ฉันขอโทษที่ห้ามทุกคนไม่ได้..ฮึก..” โมโมอิซุกหน้าลงกับบ่าอีกฝ่ายพร่ำขอโทษทั้งน้ำตาซ้ำไปซ้ำมา..คุโรโกะเหม่อมองหน้าจอโทรทัศน์ถ้วยรางวัลสีทองคำที่ได้มาจนคุ้นชินตลอดสองปี..นี่เป็นปีที่สามที่เทย์โควรักษาแชมป์ได้ อาคาชิ เซย์จูโร่ขึ้นเวทีไปรับถ้วยรางวัลมาถือไว้เหมือนเช่นเคย

 

 

 

ถ้วยรางวัลที่ใครต่อใครอยากจับจอง  หาได้สร้างความตื้นตันใจ

นี่คือชัยชนะที่เต็มไปด้วยน้ำตาของเงาซ่อนเร้น

 

 

 

 

 

แอ๊ด….

 

ประตูเปิดออก แสงไฟด้านนอกห้องจากทางเดินในตัวอาคาร ส่องกราดเข้ามาเป็นช่องแสงฉายยาวไปยังผู้ป่วยที่นั่งซุกหน้ากอดเข่าชิดหัวเตียงเก็บตัวเงียบในห้องพยาบาลปิดไฟมืดๆ  คนปริศนาปิดประตูลงช้าๆจนสนิท รอบกายกลับมามืดมิดอีกครั้ง ฝีเท้าที่ย่างก้าวเข้ามาใกล้..ใกล้คนจืดจางเรื่อยๆ

 

“อาคาชิคุง..ทำไมทำกับฉันแบบนี้..” 

 

เจ้าตัวพูดทั้งเสียงสั่นเครือโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง..ฝีเท้าชะงักนิ่ง..หยุดยืนอยู่ข้างเตียง..ลมหายใจเข้าออกของอีกฝ่ายทำเอาคุโรโกะรู้สึกขยะแขยง..

 

 

หัวใจดวงนี้เจ็บปวดที่ถูกทรยศหักหลังประหนึ่งถูกมีดแหลมคมแทงทะลุ

เจ็บ..จนไม่อยากจะเห็นหน้าคนๆนี้  

 

 

“ทั้งที่สัญญากับฉัน..ว่าจะสู้อย่างเต็มความสามารถ..”  ริมฝีปากแห้งผากขยับถาม..ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย คุโรโกะกำหมัดแน่นขยำผ้าห่มที่คลุมหัวเข่าจนยับยู่  ความอดกลั้นกำลังจะหมดลงในไม่ช้า 

“ทำไม..ต้องทำลายสัญญาของฉันกับโอกิวาระคุง..ทำลายป่นปี้ไม่มีชิ้นดี..ทำไม..ทำไม!!!”  

คุโรโกะแผดเสียงดังลั่นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด กริยาก้าวร้าวที่แสดงออกมาผิดวิสัยแล้วในดวงตาไร้อารมณ์แฝงไปด้วยคำถามต่อการกระทำอันย่ำยีความเชื่อใจของเธอ นัยเนตรสีอ่อนวาวโรจน์ถลึงตาใส่ร่างสูงเรือนผมสีแดง..สบตาต่างสีไม่เข้าคู่วาววับเด่นชัดในห้องมืดสนิท

 

 

 

“สัญญากับคนอื่นสำคัญมากสินะ..สำคัญจนลืมผม..”  เสียงทุ้มกดต่ำลงดูห้วนในท้ายประโยค ตาสองสีน่าพรึงพรันหรี่มองลงเขม็งเกลียวสบตาเด็กสาวผมสีอ่อน  

“อาคาชิคุงพูดเรื่องอะไร?”  คุโรโกะขมวดคิ้วงุนงง   เสียงลมหายใจของอาคาชิชะงักหยุดไปชั่วครู่..หญิงสาวจำแลงเป็นชายเลิกคิ้วสูงงุนงง เธอจ้องเข้าไปในดวงตาคู่คมพยายามเพ่งมองความนึกคิดของอีกฝ่าย

 

 

“ที่สตรีทบาส..ตอนนั้นพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน  วันนั้นอาจารย์สอนขี่ม้าป่วยเลยต้องเลื่อนวันสอน..นั่นเป็นวันแรกที่ผมมีอิสระออกมาเดินเล่นนอกบ้านเหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั้งๆที่เย็นมากแล้วและก็ไม่น่ามีคนแต่กลับมีเสียงลูกบาสเดาะไปมา..”   อาคาชิเริ่มเล่าเรื่องบางอย่าง..บางอย่างที่คุโรโกะไม่เข้าใจ น่าแปลกที่ยิ่งกัปตันทีมเปิดปากเล่ามากเท่าใด แววตาต่างสีก็ยิ่งสั่นคลอนเรื่อยๆ

 

 

“เธอน่ะ..ชอบเล่นบาสเหรอ”

 

 

“ผมเจอเด็กผู้หญิงคนนึง น่าแปลกมากที่ผมเกือบไม่ทันมองเห็น เธอดูจืดจางแทบกลืนกับสภาพแวดล้อม นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกสนใจในตัวผู้คน  ผมยืนมองดูเด็กคนนั้นพยายามที่จะชู้ตบาสลงห่วงแต่ก็ไม่สำเร็จ…จนกระทั่งเธอคนนั้นร้องไห้ออกมา นั่นทำให้ผมรู้ว่าเธอกำลังท้อแท้..ก็เลยเข้าไปสอนชู้ตลูก” 

 

 

“ฉันสอนให้เอาไหม” 

 

 

 

ดวงเนตรสีอ่อนเบิกกว้าง..กว้างขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่อีกฝ่ายเล่ามาเริ่มซ้อนทับในความทรงจำครั้นเยาว์วัย..ภาพฉายวนชัดเข้ามาในสมอง

 

 

สนามสตรีทบาส..สถานที่แห่งความทรงจำ..ลูกบาสที่กระเด้งกระดอน

เสียงรองเท้าเสียดสีพื้นและเสียงหัวเราะในวันวานจวบจนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ

 

 

“ผมดีใจมากนะที่เธอชวนผมเล่นบาสด้วยกัน วันนั้นสนุกมากจริงๆ เด็กคนนั้นเป็นคนแรกที่ทำให้ผมได้รู้ว่าบาสเก็ตบอลสนุกได้มากมายขนาดนี้..” อาคาชิหลับตาลง..ก้มหน้าลงต่ำจนเงาผมปรกปิดใบหน้า คุโรโกะคลายมือที่กำผ้าปูออก อ้าปากเหวอเล็กน้อย ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก

 

 

ฉันไม่เคยสนุกแบบนี้มานานแล้ว ขอบใจเธอมากนะ

 

 

“ผมได้ทำตามสัญญาเข้าที่เทย์โคว..และเมื่อได้พบเท็ตสึยะที่โรงยิมตอนนั้น..ผมดีใจมากที่เธอจำสัญญาของเราได้..”  เสียงทุ้มเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วพูดต่อ   

“แต่เท็ตสึยะกลับจำผมไม่ได้..ที่แท้ก็ทำเพื่อสัญญากับคนอื่น..มันก็แค่เรื่องตลกของเด็ก 5 ขวบคนนึงเท่านั้น”

 

 

นัยน์ตาคู่คมลืมเชื่องช้า.. ดวงเนตรสีแดงทับทิมที่เหลือเพียงหนึ่งข้างหลั่งน้ำตา   คุโรโกะช็อกตาค้าง ตกตะลึงที่เห็นกัปตันทีมผู้เงียบขรึม สุขุมเป็นผู้ใหญ่กว่าใคร มองการณ์ไกลกว่าใคร

 

 

“ฉันน่ะ..ชอบบาสมากเพราะงั้นก็เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะเข้าโรงเรียนเทย์โคว”

“ถ้าเธอชอบบาสล่ะก็..เราอาจจะได้เจอกันอีกที่นั้นก็เป็นได้” 

 

 

 

 

“อาคาชิ..คุง…”  

 

อาคาชิยกมือขึ้นมาแตะแก้มข้างขวาเบาๆ ก่อนจะดึงมือออก หลุบตามองหยดน้ำใสบนปลายนิ้วด้วยสีหน้าเฉยชา..ปากหนาได้รูปขยับพึมพำเบาๆด้วยเสียงเหยียดหยามต่อว่าตัวเอง

“อ่อนแอแบบนี้ ถึงต้องให้ ‘ผม’ ออกมา..น่าสมเพชจริงๆ”  ร่างสูงปาดน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาสีแดงทับทิมออกจนหมดแล้วเดินหันหลังจากไป

 

 

 

หมับ!!!!

 

แรงกระตุกเจ้าของเส้นผมสีแดงชี้ยุ่งเอาไว้ อาคาชิปรายตาหลุบมองข้อมือที่ถูกคว้าจับโดยมือเล็กขาวซีด เกาะแน่นไม่ยอมไปไหน  

“อย่าไป..ได้โปรด..”  วอนขอทั้งน้ำตา อาคาชิขยับแรงดึงมือตัวเองออก..คุโรโกะก็ยิ่งออกแรงบีบจับอีกฝ่ายเอาไว้แน่น เรี่ยวแรงของผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนัก เธอจึงต้องอาศัยอีกมือหนึ่งรวบข้อมืออีกฝ่ายยึดเอาไว้ ร่างบอบบางคลานบนเตียงเข้ามาซบหน้าลงบนหลังมือคนหนุ่ม

 

“ฉันขอโทษ.. อาคาชิคุง..ฮึก..อย่าไปนะ ‘เจ้าชาย’ “

 

คำเอ่ยเรียกชื่อแทนตัวของอีกฝ่ายมาตลอดด้วยเสียงครวญสะอื้น  หยดน้ำตาร่วงกระทบหลังมือ..หยดแล้วหยดเล่าจนเปียกแฉะ  อาคาชิยืนนิ่งเงียบ..ยอมอยู่เฉยให้หญิงสาวเหนี่ยวรั้งเอาไว้  ดวงหน้าไร้อารมณ์เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยรู้สึกผิดเต็มอกเงยหน้าช้าๆ

 

 

‘เจ้าชาย’ ไม่มีอีกแล้ว ผมคือ ‘จักรพรรดิ’  ไม่จำเป็นต้องการใครเคียงข้างอีก!!”

 

 

มือแกร่งออกแรงสะบัดจนหลุด ดวงหน้าหวานฉายแววตกตะลึง นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตเบิกโพล่งสั่นไหวเต็มไปด้วยความปวดร้าวลึกลงไปในหัวใจ  ประตูเปิดกว้างแสงไฟด้านนอกสาดเข้าตาจนแสบไปหมด เงาร่างของคนที่รอคอยมาทั้งชีวิตตีตัวห่างจากไปแล้ว…

 

 

“อาคาชิคุง!!!!!อย่าไป!!!!!!!!”

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ หวีดร้อง..ปรารถนารั้งชายหนุ่ม  ดังลั่นออกไปถึงนอกห้อง สร้างความเดือดร้อนไปทั่วทั้งชั้นจนนางพยาบาลที่เข้าเวรต้องวิ่งสวนทางเข้ามาจับร่างของเด็กสาวผมสีฟ้าสั้นยุ่งเหยิงถลาลงจากเตียงหมายจะไล่ตามคนหนุ่มออกไปกดลงกลับไปที่เดิม 

 

 

 

ปัง!!!!

 

กัปตันทีมบาสเก็ตบอลเทย์โควยืนพิงประตูห้องพยาบาล ก้มหน้านิ่งเงียบนานไม่พูดไม่จา ยืนรอ..กระทั่งเสียงร่ำไห้ของคนด้านในสงบเงียบลงไป เดาได้ไม่ยากว่านางพยาบาลคงเลือกฉีดยาระงับประสาท เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ สบตาของสมาชิกเหล่าตัวจริงในชมรมที่ยืนตะลึงพรืดอ้าปากค้างเป็นแถวรออยู่มาตลอดตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปหามือส่งไร้เงาผู้บาดเจ็บ

 

“ที่แท้..เป็นนายนี่เอง” อาโอมิเนะ ไดกิ หรี่ตามองหัวหน้าทีมตำแหน่ง point guard นัยน์ตาต่างสีตวัดขึ้นสบตาสีไพลินเรียวคมตรงหน้า  คนผมแดงเป็นคนฉลาดพอเพียงแค่ฟังน้ำเสียงประหม่าของอีกฝ่ายก็เดาได้ในทันทีว่าเจ้าตัวใช่วิธีอะไรมัดใจคุโรโกะมาเป็นแฟนได้  การสนทนาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทุกคนในรุ่นปาฏิหาร์ยต่างรับรู้กันถ้วนหน้า..สาเหตุแท้จริงอันสำคัญยิ่งกว่าคำมั่นสัญญาที่ให้กับโอกิวาระ คือ อาคาชิ เซย์จูโร่

 

 

คิเสะ เรียวตะ หน้าเหวอทำอะไรไม่ถูก..นัยน์ตาสีอำพันมองใบหน้าหล่อเหลาครึ่งซีกของแฟนหนุ่มสลับไปประตูห้องพักรักษาตัวของสมาชิกอีกหนึ่งในทีมตัวจริง เธอก้มหน้ากัดริมฝีปากแน่นด้วยความลำบากใจ

 

 

นี่ก็เท่ากับเราคบกับรักแรกของคุโรโกจจิ..คบกับเจ้าชายที่คุโรโกจจิรอคอย…

 

 

“ถ้าไดกิอยากได้เท็ตสึยะ ผมยกให้ ”  อาคาชิ เซย์จูโร่ กล่าวกระแทกกลางใจเอซแห่งเทย์โคว อาโอมิเนะชักสีหน้าเกรี้ยวกราดขบฟันจนกรามขึ้นสัน ในขณะที่คนผมแดงชี้ยุ่งกลับกระตุกยิ้มเย็นชา นัยน์ตาต่างสีเต็มไปด้วยการเย้ยหยั่นแสดงความเหนือชั้นใส่

 

 

เงาลวงตาที่เลือกมองเพียงสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือดวงอาทิตย์อันทรงพลัง

แสงสว่างที่พ่ายแพ้ให้กับ ‘เจ้าชาย’ ผู้ขึ้นครองบังลังก์เป็น ‘จักรพรรดิ’

 

 

 

โครม!!!!!!

 

“อาโอมิเนะคุง!!!จะไปไหนนะ!!!”   

ผู้จัดการโมโมอิร้องห้ามปรามเพื่อนสมัยเด็ก คนหนุ่มผิวสีแทนเตะถังขยะหน้าห้องล้มระเนระนาด เศษขยะหกกระจายทั่วพื้น เดินล้วงกระเป๋ากางเกงวอร์มขายาวจากไป โมโมอิมองอาโอมิเนะสลับกับอาคาชิ ก่อนเลื่อนสายตาไปไล่สบมองมิโดริมะ คิเสะ และมุราซากิบาระตามลำดับ เธอถอนใจเฮือกใหญ่แล้วเลือกที่จะไล่ตามเอซเทย์โควพร้อมตะโกนเรียกรั้งให้กลับมาตลอดเส้นทาง  

 

“เรียวตะ กลับ”  อาคาชิหมุนตัวเดินออกทิ้งท้ายคำสั่งสั้นๆกับผู้จัดการสาวเรือนผมสีทองดัดลอน คิเสะสะดุ้งโหยงมองแผ่นหลังของกัปตันทีมสลับห้องพักผู้ป่วยของมือส่งไร้เงาไปมาด้วยท่าทีโลเล ก่อนจะตัดสินใจเลือกที่เดินตามหลังแฟนหนุ่ม เคียงข้างไปกับชายผมสีแดงผู้เป็นรักแรกของเงาลวงตา

 

 

“ช่วยไม่ได้..วันนี้พวกเราแยกย้ายกันกลับก่อนก็แล้วกันนี่ก็ดึกมากแล้วด้วย ”

บุรุษเรือนผมสีเขียวดันแว่นทรงเหลี่ยมกรอบดำขึ้นสัน ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความสัมพันธ์อันซับซ้อนจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต มุราซากิบาระพยักหน้าเห็นด้วย ตัวเองก็ไม่อยากทนอยู่ในบรรยากาศหนักอึ้งหดหู่หัวใจเหล่านี้เท่าไหร่

 

 

เด็กน้อยผู้เฝ้ารอกับลูกบาสเก็ตบอลเพียงหนึ่ง

ร่วงหล่น..ร่วงหล่น..และร่วงหล่น..มืออ่อนเปลี้ยปล่อยลูกบาสกลิ้งเกลือกกับพื้นสนามบาสรกร้าง..

ไร้ซึ่งร่างของคนที่รอคอย..จากไปไกลเกินเอื้อมเสียแล้ว

 

 

 

“เจ้าชาย…”

 

 

..คำสัญญาถูกสะบั้นขาดหมดสิ้น…

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนนี้ยาวยวดยิ่ง สามวันถึงจะแต่งเสร็จ ฮา

คราวหน้าหนีไปอัพ Satan แล้ว พอดีฟิลมาฟิคนี้มากกว่าก็เลยอัพก่อน ลัดคิว 5555

อีก 2 ตอนจะจบภาค ม.ต้น แล้วค่ะ ตอนนี้เฉลยฟิลลิ่งของ อาคาชิ แล้ว 

เตรียมนับถอยหลังเข้าสู่ ภาค ม.ปลายค่ะ โอกิวาระคุงอุตส่าห์มีบทแล้ว หลังจากออกมาแค่เสียงคุยทางโทรศัพท์กับเมลโต้ตอบไปมาเท่านั้น  ฮาาาา

 

 

แอบแปะปก kuroko no love ภาคม.ต้น บางส่วน ตัวละครเยอะ วาดเองดีกว่า ฮะๆ

10375130_251392584984579_3023354741555123376_n

เปิดจองเมื่อไหร่จะมาบอกทางเพจกับทวิตนะ

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

15 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part18

  1. ผ่าง!! อ่านแล้วเหมือนถูกอะไรตีเข้าที่หัว เฮ้ย มันไม่เป็นตามที่คิดอ่ะค่ะ! แบบว่ามันแอบพลิกล็อกสวนความคิด ไม่คิดว่าจะให้รู้กันโต้งๆแบบนี้ ทั้งที่นายน้อยรู้มาตลอดว่าน้องเป็นใครอ่ะทำไมทำแบบนี้เล่าาา เดาเนื้อเนื้อเรื่องในภาค ม.ปลายไม่ออกเลยมันจะเป็นไงต่อล่ะเนี่ย น้องจะต้องเจ็บปวดไปอีกนานแสนนานเลยสิเนี่ย ท่านก็ใจไม้ไส้ระกำมาก โทษค่ะโทษนายน้อยคนเดียวเลย แต่อ่านแล้วหน่วง + อึดอัดจริงๆ นับจากนี้เราจะเข้าข้างน้องแล้วนะ T^T

    • อาคาชิอารมณ์คนไม่พูดมากอ่ะ อีกอย่างก็คิดว่าน้องคงจำตัวเองได้บ้างไม่มากก็น้อย กลายเป็นจำไม่ได้ซะงั้น แล้วก็แน่ชัดในตอนนี้ว่าน้องจำ อคช ไม่ได้จริงๆว่าคือคนที่เล่นบาสมาตลอด ท่านเลยพูดออกมาแบบ น้องต้องทนไปอีกนาน อคช ไม่ใช่คนแสนดีเหมือนเดิมแล้วด้วย 555 ตอนนี้หน่วงสุดในด้านคู่พระนางแล้ว ม ปลายนี่อีก2ไม่นานเกินรอแล้ว

  2. อ่านตอนนี้แล้ว คิเสะน่าสงสารที่สุดโดนครกเหวี่ยงใส่ (เป็นตัวละครที่อยู่เฉยๆก็โดนทำร้ายบ่อยสุดแหละ =__= )
    รองมาก็หนูครกโดนมิเนะหลอกไม่พอ ตอนท้ายเฉลยว่าใครเป็นเจ้าชาย..
    แต่เจ้าชายดันกลายเป็นจักรพรรดิโดยสมบูรณ์..
    อคชดาร์กโหมดนี่เหมือนทั้งรักทั้งแค้นครกยังไงไม่รู้ รักครกมาก
    แต่ก็เจ็บที่ครกไปคบกับมิเนะ เจ็บที่ครกสนใจคำสัญญาคนอื่นมากกว่าตัวเอง
    (แต่ครกก็ไม่รู้นะเฮ้ยยว่า อคชเป็นเจ้าชาย..คนไม่รู้ไม่ผิด!! แก้ตัวแทนน้อง TT^TT
    จะมาให้ครกรู้ด้วยตัวเองก็ใช่ที่ ก็รุ่นปาฏิหารย์ตอนเด็กมันหัวแดงหมดนี่ฟ่าาา
    มิเนะ…เอ็งนี่ตัวการสำคัญเลย ทำทุกอย่างพังครืนนนนนหมดดดด บักเกรียนเอ้ยยย
    ตอนบอกความจริง อคชโหมดอ่อนโยนก็ออกมาหลั่งน้ำตา…เจ็บมาก เจ็บจริง
    แค้นมาก อยากเอาชนะครกมาก..อดทนอดกลั้นมานาน ระเบิดลงตู้มเลยทีเดียว)
    พอไปโหมดดาร์ก ยึดติดในชัยชนะมาก ทำเป็นไม่สนใจครก
    ถึงเฉลยความจริง ถึงจะรู้เลาๆว่าครกโดนมิเนะหลอก ..ก็จะเอาชนะครก เอาชนะมิเนะ
    เธอทำผมเจ็บ…เธอต้องเจ็บยิ่งกว่า..

    “ถ้าไดกิอยากได้เท็ตสึยะ ผมยกให้ ”
    …ประโยคนี่เจ็บมากกก โคตรสงสารครกเลย..
    อารมณ์แบบผมไม่สนใจเธอแล้ว เธอไม่มีค่าอะไรให้ผมสนใจอีก
    อยากได้นัก มิเนะเชิญเอาไปเลย ผมชนะ.. =0=”””
    (แต่แอบคิดว่า อคชฝืนใจตัวเองนะ ทำเป็นเหมือนไม่เจ็บ ไม่แคร์…แต่จริงๆเจ็บมากกกก ทำเป็นเหมือนไม่สนใจครก..แต่คิดว่าอคชนั่นแหละคิดถึงครกยิ่งกว่าใครๆ ยิ่งภาคม.ปลาย น้องไปอยู่กับน้องเสือ..จะขนาดไหน..
    ภาคม.ปลาย น้องเสือเป็นผู้หญฺิงหรือผู้ชายคะ ?)

    รู้สึกว่าปัญหาต่างๆมันเกิดขึ้น เพราะความไม่เข้าใจกันลูกเดียว
    ต่างฝ่ายต่างคาดหวัง…แล้วก็ไม่เป็นดั่งหวังสักคน

    โองิคุงอุตส่าห์มีบทออกตัวเต็มกะเค้าสักที…โดน อคช จัดหนักซะ =__=

    คิเสะมารู้ตัวแล้วว่าไปคบกับเจ้าชาย…จะทำไงต่อดีหว่า..
    คงทำอะไรไม่ถูก…อิหลักอิเหลื่อตัวเองน่าดู..แต่ก็เลือกตามติด อคช นี่เนอะ…
    โดนท่านจักรวรรดิเรียกตัวแล้ว ขัดไม่ได้

    รอติดตามค่าาาาาาา…รอภาคม.ปลายยยย

    • คีจังเป็นคนที่น่าสงสาร ซวยที่สุดจริงๆ รักก็ผิดหวัง แถมดันกลายเป็นโดน ครก เหวี่ยงแบบงงๆ ตัวเองก็ยอมถอยยอมห่างให้ ครก กับ มิเนะคู่กัน ยอมเจ็บคนเดียวยังมาโดนแบบนี้อีก เหมือนทำคุณบูชาโทษ น้อง ครก ตอนแรกเหมือนไม่ค่อยน่าสงสารนักแต่ค่อยๆเจ็บเรื่อยๆแล้วระเบิดตรง อคช แต่ละคนมีเรื่องมีปมหมดนะ ถ้าถามว่าความยุ่งเหยิงเริ่มต้นที่ใคร ก็เพราะ มิเนะนั่นแล 55555

      อคช อารมณ์รักมากก็เจ็บมาก ตอนโอเรชิคือพยายามทำใจ เข้าใจว่า ครก เลือกมิเนะ และก็วาดหวังอยู่ว่าน้องจะจำตัวเองได้ แล้วตอนนี้คำพูดน้อง ครก ทำให้ อคช ชัดเจนว่า น้องจำตัวเองไม่ได้ ประกอบกับหมั่นไส้โอกิ ถ้าลองอ่านย้อนตอนนิทรรศการอีกรอบ จะรู้ว่า อคช เริ่มนอยด์ๆตั้งแต่ืครก เล่าสัญญากับโอกิแล้วนะ แต่เลือกที่จะยิ้มรับเก็บความไม่พอใจน้อยใจเอาไว้ลึกๆ แล้วมาตอนนี้เวอร์ชั่นโบคุชิ คือตามใจตัวเองสุดขั้ว มันเลยตู้มมม ออกมาเป็นแบบนี่ ตอนนี้ท่านทำอะไรคือ จะชนะลูกเดียว ชนะแล้วเจ็บน้อยสุด ดูเหนือชัย แถมยังมาทับถมอาโอมิเนะอีก ก๊ากกกกด

      ส่วนน้องเสือเป็นผู้ชายค่ะ กร๊ากกกกก ภาค ม ปลายเสือบทเยอะพอตัวเลยล่ะ

      อย่างที่เม้นเป๊ะเลย เกิดจากความไม่เข้าใจ ไม่ตามคาดเดา อาคาชิใช่ว่าไม่จีบไม่บอกไม่หยอดนะ ทำแล้ว แต่ทำเนียนๆแบบผู้ใหญ่ไม่พูดมาก น้องครกตามไม่ทันเอง ส่วนคิเสะจะทำไงต่อ เมื่อรู้ว่าคนที่คบดันเป็นรักแรกตัวจริง ไม่ใช่อาโอมิเนะที่ยอมตัดใจเพราะนึกว่าเป็นเจ้าชาย ต้องรอลุ้นค่ะ

  3. ปวดตับ เป็นคำเเรกที่ลอยขึ้นมาหลังจากที่อ่านตอนนี้จบ บรรยากาศตอนนี้ช่างอึมครึม เเละหนักหน่วงมาก เหมือนจะกดทับกันให้หายใจไม่ออกกันไปข้างเลยค่ะ

    คีจัง ซวยอีกเเล้วค่ะ อารมณ์เเบบ…อะไรฟระ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยโดนเหวี่ยงอีกและ คนที่รักก็ไปรักเพื่อน…ถอยให้ก็เเล้ว…เเล้วจะยังไงอีก…น้องครกก็แบบมามีสติตอนท้าย แต่ ณ จุดนั้นจะขอโทษไปมันก็เหมือนสายเกินไปแล้ว คงต้องรอให้บรรยากาศมันเบาบางลงกว่านี้หน่อยละมั้งคะ

    นายน้อยเจ้าขา เค้าแอบเห็นนะว่าตัวเองแอบโมโหตอนน้องคุยโทรศัพท์น่ะ อิอิ….เราเชื่อนะคะว่ายังไงซะนายน้อย ไม่ว่าจะโอเรชิหรือโบคุชิ ต่างก็รักน้องทั้งคู่ เพียงเเค่การเเสดงออกเเละบุคลิกของทั้งสองคนเเตกต่างกัน เเต่ถึงยังไงทั้งสองคนก็คือ อาคาชิ เซย์จูโร่ อยู่ดี ไม่ว่าจะเเบ่งบุคลิกกันยังไง เราก็ยังเชื่อค่ะว่าหัวใจเค้ามีเเค่ดวงเดียวเท่านั้น และตอนที่นายน้อยและมาเฉลยเรื่องราวทั้งหมดเนี่ย อึ้งไปเลยค่ะ…ไม่นึกว่าตัวเป้งจะออกมาบอกเองซะงั้น สำหรับเรามันเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายอ่ะค่ะ ว่าถ้าน้องสะกิดใจบ้างหรืออะไรบ้างโอเรชิเองก็อาจจะให้โอกาสน้องอีกครั้ง…เเต่ก็ไม่…(เอาเข้าจริงๆนะคะนายน้อย หลายปีที่ไม่เจอกันเนี่ย เป็นบ่าวก็จำไม่ได้หรอกค่ะ …ไม่นับรวมคนหัวดีเเบบนายน้อยนะคะ)

    อีกอย่างนะคะ…ทุกคนเค้ารู้กันหมดว่านายน้อยชอบใครคีจังชอบใคร เเต่เจ้าตัวเป้าหมายก็ทึ่มกันเหลือเกิน…เหนื่อยใจเเทนคนรอบข้างโดยเฉพาะมิโดรินเเละโมโมอิ ╯﹏╰

    • ตอนนี้ปวดตับสุดในภาค ม ต้น แล้วล่ะ เพราะเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายของแต่ละคนแล้ว. คีจังเป็นคนที่ซวยน่าสงสารมาก อารมณ์ตามเม้นเลย คือทำอะไรก็ผิด น้อง ครก เองก็ใช่ว่าเป็นคนดี 100% มีหึงหวงมีอิจฉา เคืองโกรธ ส่วนปมสองคนนี้จะได้แก้ไหมต้องรอดูกันต่อไป

      ถูกต้องตามที่เดาเลย อคช เคืองตั้งแต่ตอนโทรคุยล่ะ 5555 ต่อให้2บุคลิก ยังไงก็คือ อคช คนเดียวกันค่ะ แต่แสดงออกไม่เหมือนกันตามนั้นเลย โบคุชิคือด้านมืดในใจ อคช ที่เก็บซ่อน เป็นสิ่งที่ อคช อยากทำ แต่ก็ไม่กล้าเพราะความถูกต้องในใจ ราวๆนั้น

  4. นายน้อยยยยยยยยยยยยยยยยย กลับมาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    ฮึก ฮึก ฮึก !! นายน้อยทำไมไม่เข้าใจน้องงง
    ก็ไอพวกทีมปฏิหาริย์ตอนเด็กมันหัวแดงเหมือนท่านทุกคนนี้นาาาาาา
    นายน้อยโหดร้ายยยยย น้องนะรักท่านมากกว่าใครแท้ ๆ แล้วทำไมนายน้อยไม่เข้าใจจจจจจจ
    ท่านนะเป็นพวกยันแตกแถมซึนด้วยสินะ
    ท่านนะเป็นพวกไม่เข้าใจหัวอกน้องสินะ ทั้ง ๆที่ท่านนะออกจะรักน้องมากขนาดนั้นแท้ ๆ
    น้องนะเห็นคนอื่นสำคัญกว่าตัวเองนะ นายน้อยต้องห่วงน้องมากกว่าเซ้
    เค้าไม่ยอมมมมมม // ตบนายน้อยสักช็อต // โดนกรรไกรสวน

    ขอถามนิสนุงง
    คีจังนี้ย้ายไปราคุซันด้วยเหยออออ ?
    ;-;;;

    • 555555 ก็จริงนะ ทุกคนวัยเด็กเล่นทำผมแดงทุกคน นายน้อยก็น้อยใจเป็นนะ ไม่ใช่ไม่เข้าใจ อารมณ์นอยด์สะสมเก็บมาตลอดตั้งนานแล้ว พอเจอเรื่องบาสเรื่องมุคคุงลามปามอีก เลยตบะแตกเลย คิเสะย้ายไปราคุซัน? อันนี้ไม่บอกรอลุ้นกันจ้า

  5. อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก
    สงสารคิเสะคุงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    เป็นตัวละครที่โคตรงงกับตัวเองมากที่สุด
    หลบให้ก็โดนเหวี่ยง ยอมให้ก็โดน ไม่ว่าจะยังไงนางก็โดน
    ปวดขั้วหัวใจแทนที่ต้องเสียเพื่อนที่รักและไว้ใจอย่างน้องครกไป
    แต่ครกเองก็เสียใจไม่แพ้กันนิใช่มะ เพิ่งจะโดนอาโอหักหลังมาแปลบๆ แถมยังต้องมาเจอกับภาพบาดตาบาดใจที่เห็นคีจังกะอคช มีโมเม้นสวีทหวานแหวว (ทั้งๆที่ตอนแรกก็รู้ว่าไม่มีสิทธิ์)
    แต่ก็เจ็บจริงๆเน้อที่มารู้ตัวตอนสุดท้ายว่าหลงรักไปแล้ว
    คือแบบก็เข้าใจอารมณ์ทุกคนละนะ ทั้งคิเสะ ครก อคช อาโอ ว่าเป็นยังไงกัน

    จะว่า ครก ผิดมั้ยที่จำ อคช ไม่ได้ เราว่าก็ไม่ผิดนะ มันนานพอสมควรนะที่ทั้งคู่แทบจะไม่ได้เจอกันเพราะครั้งแรกที่เจอก็แค่ช่วงเวลาสั้นๆ แล้วถ้ามองกลับกันทำไม อคช จำได้ละ ก็เพราะเจ้าชายท่านเก่ง สมองดีกว่าใคร ฉากตอนจบเองก็แอบเห็นท่านเหวี่ยงนางเอกเราหลายรอบนะ เพราะไม่พอใจใช่ม้า แอบ ‘หึง’ เบาๆ แต่ก็ไม่แสดงออก เพราะ อคช เป็นคนไม่ค่อยแสดงอารมณ์อยู่แล้ว ที่จริงแล้วสุดแล้วในขั้วหัวใจยังไง อคช ก็ยังห่วงและรักน้อง ครก อยู่ แต่แค่ตอนนี้หัวใจมันเกนจะเยี่ยวยารักษาได้ จนต้องให้ อคช อีกคนออกมา แต่ถึงแม้จะยังไงทั้งคู่ก็คือ อาคาชิ เซย์จูโร่ ที่รัก คุโรโกะ เท็ตสึยะ ไม่ว่ายังไงก็ยังคงรักเสมอ

    แล้วจะรอต่อไปนะคะ เม้นซะยาวเลย แบบว่ามันเข้าฟิลลิ่งไปนิดเลยยาวแบบนี้
    สนุกมากคะ จะติดตามคะ
    ตีพิมพ์เป็นเล่มเมื่อไหร่บอกนะคะ ว่าจะซื้อไว้อ่าน เพราะมันสนุกมากอ่ะคะ

    • คีจังเป็นเหมือนกระสอบทราย โดนตลอด ฟฟฟฟฟฟฟฟ น้องครก อารมณ์ตามนั้นเลยโดนหลอกแถมมารู้ตัวว่าชอบ อคช แถมพอรู้อีกว่า อคช คือ เจ้าชาย ยิ่งร้าวกว่าเก่า จริงๆน้องก็ไม่ผิดนะ ระยะเวลากับทุกคนตอนเด็กทำผมแดงหมดเลยไม่รู้ ส่วนถามว่าทำไม อคช จำได้นั้น เราจะไปเฉลยในมุมมอง อคช ซึ่งจะเป็นตอนพิเศษแถมในรวมเล่มภาค ม.ต้น ท่านแสดงออกมาชัดนะว่าหึง ตอนนี้ยิ่งชัดเจนเพราะเป็นโบคุชิแล้ว เป็นด้านมืดของ อคช ที่พยายามเก็บเอาไว้ในใจ ถ้าถามว่ารักไหม ก็ยังรักนะ แต่ อคช ก็เจ็บไม่น้อย เหมือนทั้งรักทั้งผิดหวัง แถมน้องก็ชัดเจนว่าจำตัวเองไม่ได้ ยิ่งร้าวใหญ่ เรื่องรวมเล่ม เราจะแจ้งทางเพจกะทวิตนะ

  6. โฮกกกก รอบนี้มาแบบเหนือเมฆมากค่ะ ครกกะอคชทำร้ายกันไปมาอย่างงี้ ดราม่ามากก T_T
    อย่างงี้มันต้องออกจากชมรมโลดดดด!! >_<
    ดีใจจังเบยที่โอกิวาระมีบทเป็นตัวเป็นตนกับเขาซะที 5555
    ่น่าเสียดายที่ไม่ได้เจอหน้ากับน้องครกตรงๆเลย… (น่าจะมาแนวเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อน่อ555)
    อีกไม่กี่ตอนก็จบภาคมอต้นละ สู้ๆนะคะ ส่วนมอปลายก็แยกเป็นเล่มต่อสินะคะ? *0*
    น้องครกไปเซย์รินไปหาคากามิเป็นไม้ดามดีมั้ยจ๊ะ ฮุฮุ (อ๊ะ..ไม่ได้สิเรื่องนี้ครกXอคชนี่เนอะ -3-)
    พอลองเดาๆภาคมอปลายนี่… คากามิเป็นผู้ชายชิมิๆ? (ถ้าผู้หญิงก็อดเล่นบาสจิ -0-)
    ส่วนคิเสะก็น่าจะไปราคุซันตามระเบียบ?
    ส่วนครกนี่…เดาไม่ออกอ่ะ!! ไม่รู้ว่าครกจะเล่นบาสต่อที่เซย์รินมั้ย?
    (เพราะไม่คิดว่าน่าจะมีแรงจูงใจให้เล่นบาสแรงกล้าอย่างตอนที่สัญญากับโอกิวาระนะ?) หรือว่าจะเป็นผู้จัดการทีม!?

    • โอกิวาระมีบทก็โดนซะยับเลย ข้อหาไปแทงใจดำ อคช เถียงใส่อีก โอกิรู้สึกกับน้องแค่เพื่อนสนิทอ่ะ ไม่คิดอะไรกับน้องเป็นเพื่อนที่ปรึกษาวางใจราวๆนั้น. ม ปลายแยกเป็นอีกเล่มค่ะ คิดว่าตอนเปิดจอง คงเปิดให้จองเป็นเซทรวม ภาค ม ต้น+ ม ปลาย ตอนนี้ปก ม ปลายเสร็จแระ วาดเอง 555. คากามิเป็นชายจ้าาา ส่วนน้อง ครก กับ คิเสะ จะทำยังไงต่อไป รอลุ้นจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s