[Fic KnB][Akakuro]ดวงใจเจ้านาง(side storyนางไททัน)//บทก่อนกาล1

[Fic Kuroko no Basket ft. attack on titan] ดวงใจเจ้านาง

Paring  : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

บทก่อนกาล 1

 

 

 

ท้องฟ้าสีครามอึกครึมไปด้วยหมอกหนาจับ  หญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลสั้นพ่นลมหายใจออกเป็นไอควันสีขาว นางกระชับผ้าแพรผืนใหญ่ห่มร่างกายมอบความอบอุ่นให้แก่กายามายิ่งขึ้น  พลางลูบต้นแขนที่ขนลุกชันไปทั่วทั้งร่าง

 

 

..เข้าสู่ฤดูกาลเหมันต์..

 

 

 

ผ่านมา 2 ปีแล้วที่นางทาส ‘อีเอเลน’ ได้กลายมาเป็น ‘คุณหญิงเอเลน’   สตรีเคียงข้างกายทหารผู้เก่งกล้าสามารถจนได้สมญานามว่า ‘แข็งแกร่งที่สุดแห่งสยาม’ เพียงแค่เอ่ยนามทำให้เด็กน้อยร้องจ้ายิ่งเสียกว่าภูตผีร้ายตนใด

 

 

หมับ!!!!!

 

 

อดีตนางทาสสาวสะดุ้งโหยงตกใจ เมื่อมีมือสอดเข้ามาที่เอวแล้วรวบดึงเข้ามากอดแนบชิดสนิทเนื้อ ลมหายใจร้อนอุ่นรดใบหูเรียกพวงแก้มใสขึ้นสีแดงริ้วจางๆ แผ่นหลังชนเบาๆกับแผงอกแกร่งหลังเสื้อราชปะแตนสีขาวสะอาดไร้ตำหนิสมนิสัยรักความสะอาดเข้าเส้น..แผงอกที่คุ้นชิน..อ้อมแขนอบอุ่นที่โหยหาหมายพักพิงยิ่งกว่าสิ่งใด

 

“เอ็งทำอันใดเอเลน”

“น้องหมายจักทำความสะอาดห้องหนังสือของท่านพี่น่ะจ้ะ “

 

 

เอเลนตอบคำถาม ‘คุณหลวงรีไวล์ ‘ สามีผู้สูงศักดิ์ เธอหันมายิ้มใสซื่อ แม้กาลเวลาจะผ่านไป ผ่านการมีลูกด้วยกัน 1 คนเป็นบุตรสาวแสนน่ารักน่าชังซึ่งตอนนี้กำลังออกไปเดินเล่นในสวนหลังเรือนกับยายเอี่ยม   ใบหน้าคมสันเจ้าของเรือนผมสีดำสั้นมีสีหน้าเรียบเฉย ดวงเนตรสีเข้มหลุบมองมือน้อยๆที่สากกระด้างจากการตากตรำทำงานบ้านงานเรือนมาตลอดก่อนจะได้มาเป็นภรรยาของเขากำลังถือผ้าขี้ริ้วเปียกน้ำหมาดๆ

 

“ข้าบอกเอ็งกี่ครั้งกี่หนแล้วว่างานเช่นนี้มิใช่กงการอะไรที่เอ็งต้องทำ” เสียงทุ้มดุใส่ภรรยาอายุน้อยกว่าร่วม 14 ปี

“ต..แต่ว่า..น้องก็แค่..”  ถึงจะอยู่กันจนคุ้นเคยแล้ว..กระนั้นทาสสาวก็ยังคงนิสัยเจียมตัวและยังเกรงกลัวหลวงรีไวล์ ถึงจะลดลงจากครั้นสมัยเป็นเพียงชนชั้นทาส ก็ยังตัวสั่นยามเขาอารมณ์ไม่ดีหรือชักสีหน้าขึ้นมา   ดวงหน้าล้อมเส้นผมสีน้ำตาลมะเกลือสั้นเริ่มส่งเสียงสะอื้น..ดวงเนตรสีเขียวคู่งามคลอเบ้า หัวใจของชายผู้แสนเย็นชาโหดเหี้ยมอ่อนยวบลงทันตา

 

 

 

ความอ่อนโยน..อ่อนข้อ..เปิดกว้างที่จักรับฟังความเห็นผู้อื่น..ตัวตนที่เปลี่ยนไปของทหารยศหลวง มาจากสตรีไร้ศักดินาผู้นี้

 

 

 

คนผมสีเข้มถอนหายใจแล้วเดินผ่านร่างคู่ชีวิตตรงไปยังโต๊ะไม้ที่วางม้วนสารต่างๆกองพะเนินจนดูรกหูรกตาอยู่ไม่ใช่น้อย  คิ้วเรียวขมวดเป็นปมหงุดหงิด เนื่องจากงานที่เข้ามาไม่หยุดหย่อนมากมายแถมพอพวกบ่าวไพร่เข้ามาจัด กลับทำให้หาเอกสารได้ยากยิ่งขึ้น ไหนจะเรื่องงานลาดตระเวนในกรุงรัตนโกสินทร์นี่อีก มือแกร่งรวบม้วนเอกสารขึ้นมาเคาะให้เข้าทีแล้วเก็บวางให้เป็นที่เป็นทาง เสียงเคาะม้วนกระดาษทำให้เด็กสาววัย 17 ปีผินกายหันมามองแผ่นหลังสามีที่ยืนง่วนหน้าโต๊ะทำงาน

 

“เอ็งไปเช็ดพวกตู้หนังสือนั่นเสีย โต๊ะทำงานนี่ข้าจักจัดการเอง”

 

สิ้นคำตอบของอีกฝ่าย คุณหญิงเอเลนยิ้มแป้นจนแก้มปริเดิน..รอยยิ้มแสนสดใสแสนซื่อตรง เพียงแค่ชายหนุ่มเหลือบมองด้วยหางตาทำเอาอกซ้ายเต้นส่ำไม่เป็นจังหวะจนต้องเสหน้าหนีกลับมาจดจ่อกับการเก็บโต๊ะทำงานของตน เพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าของตนที่ร้อนวาบไปหมด

 

 

.

.

.

 

 

 

เพลาผ่านไปเกือบๆ 3 ชั่วยามห้องทำงานกลับมาสะอาดเอี่ยมเป็นที่เรียบร้อยเช่นดั่งเดิม คุณหญิงเอเลนเก็บหนังสือต่างๆของบุรุษเรือนผมสีดำสั้นออกมาปัดเช็ดฝุ่นแล้ววางคืนในชั้น จังหวะที่กำลังหมายจักหยิบหนังสือเล่มสุดท้ายที่กองบนพื้นมาปัดฝุ่น..น่าแปลกนักที่ฝุ่นจับเล่มนี้หนาเป็นพิเศษ พอเอามือตบๆละอองฝุ่นฟุ้งกระจายจนสำลักไอแล้วเผลอปล่อยหนังสือตกหล่นสู่พื้น

 

สตรีสาววัยแรกรุ่นผ่านการมีลูกมาแล้วหนึ่งคนรีบก้มลงไปเก็บหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา..กลับมีบางสิ่งหลุดออกมาจากเล่มหนังสือ

 

 

“เอ๋?”  ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องมองรูปวาดด้วยถ่ายลงบนกระดาษที่กรอบเก่าจนเป็นสีน้ำตาลไหม้ นิ้วเรียวหยิบจับขึ้นมาอย่างระมัดระวังพิศมองดูภาพเหมือนดังกล่าว…รูปของบุรุษรูปร่างสูงในระดับผู้ชายทั่วๆไปสวมชุดคอปกสูงแขนขาวสีเข้มกับโจงกระเบนตามด้วยผ้าผูกคาดเอวใบหน้าคมเข้มกับแววตาดุดันช่างคับคล้ายคับคลาใครบางคนที่ทำเอาเอเลนรู้สึกเย็นสันหลังวาบแม้นบุรุษผู้นี้จะมีรูปโฉมหล่อเหลาเอาการณ์ไม่แพ้คุณหลวงรีไวล์ก็ตามที  จังหวะที่กำลังจะเก็บรูปสอดคืนในหนังสือกลับถูกรั้งข้อมือเอาไว้โดยมือของสามีที่เดินเข้ามาใกล้แบบไม่ทันให้รู้ตัว

 

“ท่านพี่?” เอเลนเงยหน้าช้อนมองใบหน้าครึ่งซีกของสามี หลวงรีไวล์จ้องมองรูปวาดเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นทุกครา

 

หากเป็นคนอื่นคงคิดเช่นนั้น แต่กับคุณหญิงของเรือนหาเป็นเช่นนั้นไม่ นางมองเห็นความเหงาที่แอบซ่อนในสายตาเย็นชาต่อทุกสิ่ง ดุกร้าวต่อทุกอย่าง  จึงยกมือขึ้นมาวางลงบนหลังมือแกร่งแล้วมอบรอยยิ้มปลอบโยน ความอ่อนโยนแสนไร้เดียงสาส่งต่อมาเยียวยาหัวใจที่ปวดหนึบเมื่อครู่ให้หายเป็นปลิดทิ้ง

 

“นี่คือรูปของท่านพ่อกับท่านแม่ของข้า”  หลวงรีไวล์เล่าให้ฟัง..เอเลนตาโตรีบหันกลับมาจ้องมองรูปวาดในมืออีกที เธออ้าปากค้างตกตะลึงที่ได้เห็นภาพวาดเหมือนของชายผู้ให้กำเนิดคุณหญิงฮันซี่กับคุณหลวงรีไวล์ แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า..ตอนที่เห็นรูปคราแรก คุณหญิงเอเลนน่าแปลกที่มิทันเห็นรูปวาดของสตรีหน้าตาไม่สวยมากจนต้องสะดุดแต่ก็ไม่น่าชังจนต้องมองด้วยความเวทนา ผมยาวชี้ยุ่งกระดกยุ่งของนางจับรวบมวยสูงในชุดแขนยาวกับผ้าถุงลายแนวนอนปักลายเรียงร้อยด้วยเส้นไหมงดงามวิจิตร ดวงตากลมโตของสตรีผู้นั้นดูนิ่งสงบ ไร้อารมณ์ แฝงไปด้วยความอ่อนโยนผิดจากชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง

 

“ท่านพ่อนับว่าเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งความสามารถและเก่งกล้าที่สุดแห่งยุคคนหนึ่งและก็เป็นคนที่สอนวิชาดาบให้กับข้า ”

 

 

หญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลรับฟังพลางแอบกระตุกยิ้มแห้งๆ เลื่อนสายตามองไปยังชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบราชการสมัยก่อนกาล..สมัยนั้นยังไม่มีเครื่องแบบราชปะแตน จึงสวมใส่เพียงเสื้อแขนยาวกับโจงกระเบนสีสุภาพเข้าประจำการ

 

 

ผู้สอนวิชาทหารให้แก่คุณหลวงจนกลายเป็นผู้มีความสามารถปานนี้..ฝีมือรบย่อมไม่ธรรมดา

เผลอๆอุปนิสัยก็คงจะไม่ธรรมดาเช่นกัน…

 

 

“แล้วท่านแม่ของท่านพี่ล่ะจ้ะ?”   เอเลนเอียงคอถาม

“…….”   รีไวล์ไม่ตอบ..เงียบ..เงียบนานจนคุณหญิงของทหารหนุ่มผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งแดนสยามใจคอไม่ดี ก้มหน้างุดหวั่นใจกลัวว่าตัวเองเซ้าซี้สร้างความขุ่นเคืองใจแก่สามี

 

“น..น้องขออภัยที่ละลาบละล้วงท่านพี่..น้องขอ..”

“เอ็งอยากฟังรึ?”

หลังจากที่ไม่ตอบคำถามภรรยามานานจนบรรยากาศในห้องทำงาอึดอัดกดดันราวกับป่าช้า เจ้าตัวกลับเปิดปากพูดด้วยเสียงทุ้มเรียบ น้ำเสียงที่ดูห้วนดุดันหากหากแต่ซ่อนความอ่อนโยนเอาไว้ซึ่งมีให้เพียงแค่คุณหญิงของเขาเพียงคนเดียว

 

สตรีตัวน้อยวัยสาวแรกรุ่นสะดุ้งโหยงเงยหน้าสบตาสีเข้ม..ด้วยความกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นริ้วสีแดงเข้มเมื่อริมฝีปากหนาประกบแนบลงกับริมฝีปากของนาง ดูดดื่มตักตวงจนเอเลนหายใจแทบไม่ออก   เมื่อปากน้อยๆถูกปล่อยเป็นอิสระ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลสั้นยกมือปิดปากที่บวมเป่งพูดปรามทั้งเสียงสั่น พร้อมสอดสายตาล่อกแล่กไปทั่ว ในเพลากลางวันแสกๆเยี่ยงนี้ขืนใครมาเห็นเข้าจะไม่งามแม้ว่าจะเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ตาม แต่คนอย่างหลวงรีไวล์ไม่เคยคิดสนหัวใคร หากเขาต้องการจักทำอะไรก็ขัดขวางไม่ได้ ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มมุมปากพิศมองคุณหญิงตัวน้อยๆในอ้อมแขนทั้งอายทั้งเขินแถมยังท่าทีลกลนนี่อีก..ช่างไร้เดียงสาและซื่อตรงจริงๆ

 

 

ที่ทำขึงขังเมื่อครู่ไปเพียงเพราะอยากจะหยอกภรรยาตัวน้อยให้น้ำตาคลอเล่นๆ

 

 

“เอ็งไม่จำเป็นต้องขอโทษอันใดเอเลน..ข้ากับเอ็งเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ถ้าหากเอ็งอยากรู้เรื่องครอบครัวของข้าก็ไม่เห็นจะผิดแผกอันใด”  ทหารยศหลวงหยิบภาพเหมือนในมือของภรรยาสาวขึ้นมาดูในระยะสายตาถนัดของตนเอง..นัยน์ตาสีดำคมกริบเย็นชามองภาพของบิดามารดาที่จากจรไปนานด้วยวัยชรา ทิ้งไว้เพียงมรดกตกทอดเป็นเรือนไม้หลังใหญ่กับที่ดินกว้างขวางกับบ่าวไพร่ ณ สถานที่แห่งนี้เอาไว้  ก่อนจะเอื้อมไปหยิบหนังสือเก่าเขรอะฝุ่นจับที่เก็บซ่อนรูปดังกล่าวไว้

 

“บันทึกหรือจ้ะ?”  เอเลนถามอีกครั้ง ตัวอักษรขีดเขียนในกระดาษสมุดเก่าจนกรอบเป็นสีน้ำตาลเข้ม..คิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นปมพยายามออกปากสะกดข้อความในนั้น ก่อนหน้านี้เอเลนไม่เคยรู้ภาษาอ่านไม่ออกเขียนไม่เป็นพอได้เข้าตบแต่งเป็นคุณหญิง จึงได้รับการสอนสั่งเรื่องการหัดอ่านหนังสือภาษามาบ้างกับคุณหญิงฮันซี่ผู้เป็นพี่สาวร่วมสายเลือดกับหลวงรีไวล์ ทว่า..เรียนรู้ไม่ทันแตกฉานดีพอ เมื่อปีที่แล้วคุณหญิงฮันซี่ได้ออกเรือนกับท่านหมอมิเกะเสียก่อน

 

“ออ..อา..อา..คอ..อา..ชอช้าง..สระอิ”

 

“บันทึกของอาคาชิ..พ่อของข้า” หลวงรีไวล์อ่านตัดบท ก่อนจะปรายตามองอดีตทาสสาวที่พยายามตั้งใจหัดอ่านหนังสือภายในนั้น   สีหน้าเอาจริงเอาจังมุ่งมั่นและดื้อรั้นที่จะอ่านหนังสือให้ออกช่างดูน่าขันจนเกือบเผลอยิ้ม เจ้าตัวจึงรีบทำทีเป็นเปิดบันทึกของบิดามาอ่านเสีย

“การรู้ภาษาดียิ่งนักได้ขีดเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆเอาไว้  น้องเองก็อยากจะอ่านออกเขียนได้เข่นกัน”  เอเลนกล่าวชม

“อยากอ่านออกเขียนได้ดอกรึ?” หลวงรีไวล์พอได้สดับฟังความปรารถนาของภรรยาสาว ก็อดเลิกคิ้วสูงเสียไม่ได้

“จ้ะ..น้องคิดว่าหากสามารถช่วยท่านพี่เรื่องเอกสารได้เหมือนที่ท่านพี่ฮันซี่เคยทำบ้างก็คงจักดี”  ไม่บ่อยนักที่จะมีหญิงสาวอ่านออกเขียนได้ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่บุรุษเพศควรเรียนรู้ หาใช่กงการของสตรี  ทว่า..คำตอบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นหมายจักแบ่งเบาภาระงานการของสามี  สายตาวาววับแบบเด็กน้อยอยากเรียนอยากรู้แล้วก็ยิ่งใจอ่อนยวบไปกว่าเก่า

 

 

“ได้..ข้าจักสอนให้”  มือแกร่งส่งบันทึกในมือให้เอเลน  ตัวหญิงสาวรับมาอย่างงุนงง

“เริ่มจากฝึกอ่านบันทึกของพ่อข้า..แล้วตกดึกเอ็งมาอ่านให้ข้าฟัง”

“เอ๋!!แต่….”  ยังไม่ทันจะแย้งชี้แจง หลวงรีไวล์กลับลุกขึ้นจากพื้นหยิบเอาดาบประจำกายที่วางบนโต๊ะตรงไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท  ขาใต้โจงกระเบนสีเข้มชะงักนิ่งแล้วหันหน้ามามองภรรยาสาวที่นั่งอ้าปากเหวออยู่กับบันทึกและภาพเหมือนของพ่อแม่เขาเอง

 

 

“ข้ามิเหมือนฮันซี่ต้องมาชี้ทีละคำ นี่เป็นวิธีสอนของข้า..แต่..” ประตูเปิดออกแสงสว่างจากด้านนอกสาดส่องเข้ามากระทบร่างของทหารหนุ่มเรือนผมสีดำสั้นจนดูพร่ามัว เว้นแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาภรรยาสาวขนลุกซู่

“หากเจ้าอ่านผิดแม้แต่คำเดียว เตรียมรอรับการลงโทษจากข้าได้เลย”   คำพูดทิ้งท้ายกับบทลงโทษที่ไม่อาจคาดเดาได้ ก่อนออกเดินทางไปตรวจตราเมือง ทำเอาเด็กสาวรู้สึกพลาดเป็นอย่างมากที่ดันไปพูดพล่อยๆขอให้อีกฝ่ายสอน แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วจะหันหลังกลับอีกฝ่ายคงไม่ยอมปล่อยเป็นแน่  คุณหญิงเอเลนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจัดท่านั่งพับเพียบเรียบร้อยกับพื้นเปิดบันทึกตั้งแต่หน้าแรกออกมา …

 

 

 

“ปอ..สระอี..ปี..รอ..จุด..ศอศาลา..จุด..อื้อ..อ๋อ..ปี ร.ศ. 70 …สระเอ..ดอเด็ก..สระอือ..อออ่าง นอหนู ..เดือน..เมษา”

 

 

 

.

.

.

 

 

 

40 ปีก่อน ณ กรุงรัตนโกสินทร์ ปี ร.ศ. 70 เดือนเมษายน

 

 

 

การเปลี่ยนรัชสมัยขององค์พระเจ้าอยู่หัวองค์ใหม่   ระบบการปกครองต่างๆได้รับการจัดตั้งตำแหน่ง โยกย้ายกันไปตามที่พระองค์เห็นสมควร   สถานภาพบ้านเมืองตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงแห่งการปรับตัว ไหนจะชาวบ้านชาวเมืองยังคงอาลัยอาวรณ์ถึงองค์พระเจ้าอยู่หัวองค์ก่อนที่สิ้นพระชนม์ไป

 

 

พวกพม่ารามัญจึงหมายแทรกแซงเข้าสู่แดนสยาม…ดินแดนแรกที่พวกมันเพ่งเล็งไว้..

 

 

“เราต้องการให้เจ้าผูกมิตรกับบุตรสาวของผู้ครองนครเชียงตุงหนึ่งในแดนล้านนา นี่จักเป็นการดีที่สุด..เมื่อได้เกี่ยวดองกันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เหล่าพม่ารามัญจะได้ไม่กล้าเข้ามาแทรกแซงแล้วยึดเอาล้านนาเป็นฐานที่มั่นรอการยกทัพลงมาโจมตีอีก”

 

 

เสียงทุ้มนุ่มเต็มไปด้วยอำนาจประหนึ่งเทพสถิตย์บนฟ้า ผู้มากบารมีขององค์ราชันย์ผู้ประทับอยู่บนบังลังค์หลังผ้าม่านสีขาวโปร่งที่กางกั้นทำให้เห็นเพียงเค้าร่างอันสง่างามของพระองค์  การสนทนาดำเนินไปเป็นเรื่องส่วนตัวในห้องทำงานส่วนพระองค์ที่มีราชองค์รักษ์รายล้อมอยู่นอกประตูห้อง

 

“พระองค์มีความประสงค์เช่นนั้น กระหม่อมก็มิอาจขัดข้องอันใด”

 

ผู้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวในยามค่ำคืนเช่นนี้กล่าวพลางก้มหัวด้วยท่าทีนอบน้อมสุภาพ  นัยน์ตาสีแดงเรียวคมกวาดมองหมากรุกไทยบนกระดานไม้สักราคางาม เบี้ยสีดำของเขาเพลานี้กำลังเป็นต่ออยู่เพียงอีก 2 ตา มือแกร่งหยิบเรือขึ้นเดินแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าขุนสีขาวห่างไปอีกสองช่องตา

“เราโดนรุกอีกแล้วรึเนี่ย..ฝีมือการเดินหมากของเจ้าเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ พระยาอาคาชิ  หรือจะให้เรียกว่า ‘บุรุษไร้พ่ายดี’”

“หามิได้ขอรับ พระองค์กล่าวชมเกินไป”   พระยาอาคาชิพูดถ่อมตน..ทหารหนุ่มผู้เก่งกล้าสามารถและมีมันสมองอันชาญฉลาดจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีบุคคลเช่นนี้เกิดขึ้นบนโลก คนที่เก่งทั้งบุ่นและบู๊ แถมยังมีรูปโฉมหล่อเหลาเป็นที่หมายปองของสาวๆในแดนสยาม  องค์พระเจ้าอยู่หัวหัวเราะร่วนพอใจก่อน  ก่อนเหลือบตามองนาฬิกาตั้งพื้นเรียวสูงที่ได้รับเป็นเครื่องบรรณาการจากคณะทูตชาวอังกฤษในวันพระราชสมภพ เพลาที่ล่วงเลยมาเกือบสามทุ่มเศษทำให้หมากรุกต้องหยุดตาเพียงเท่านี้

 

 

“เราเชื่อใจเจ้าที่สุดพระยาอาคาชิ…เจ้าที่เป็นหลานห่างๆของเสด็จพ่อ เราหวังว่าภารกิจครั้งนี้จักสำเร็จ”

 

 

คำฝากฝังที่องค์พระเจ้าอยู่หัวทรงมอบหมาย  กษัตริย์ตรัสแล้วย่อมไม่คืนคำ ส่วนทหารที่เป็นเพียงข้าทาสบริวารจำต้องยอมสนองคำสั่งดังกล่าวเพื่อให้พอพระทัย และเรื่องราวของคืนวานจึงถูกนำมาเล่าให้แก่เหล่าสหายคนสนิทรับฟัง

 

 

 

.

.

 

 

 

“หมายความว่างานที่องค์พระเจ้าอยู่หัวมอบหมายให้ท่านพระยาคือการเกี้ยวพาราสีลูกสาวเจ้านครเชียวตุงเช่นนั้นรึขอรับ” ขุนฮายามะ นายทหารคนสนิทอุทานเสียงดังก่อนจะโดนเขกกะโหลกด้วยสันดาปฝึกซ้อมเบาๆจากพระยาหนุ่มเรือนผมสีแดงเพลิงตัดสั้นซึ่งมีส่วนสูงน้อยกว่า นัยน์ตาสีแดงเรียวคมตวัดมองดุปรามใส่ลูกน้องใต้สังกัดตนก่อนพยักเพยิดให้มองสถานการณ์โดยรอบ

 

 

..ตลาดริมแม่น้ำเจ้าพระยายามเช้า พลุกพล่านไปด้วยผู้คน..

 

 

“เรื่องบางเรื่องไม่ควรพูดกลางที่สาธารณะเช่นนี้อีก เป็นถึงยศขุนแล้วหัดทำอะไรให้มีความคิดเสียบ้าง” อาคาชิกล่าวทั้งเสียงดุดัน ส่งผลให้บุรุษผมสีอ่อนนัยน์ตาสีดำเข้มไร้แววประหนึ่งเสือป่าหน้าเสียยืนหงอเหมือนลูกแมวแทน ก่อนจะโดนไม้เบื่อไม้เมายศขุนอีกนายหนึ่งจิกกัดให้ด้วยวาจานิ่งเย็นไร้อารมณ์

 

“โง่ยิ่งนัก”

“อย่ามาแดกดันข้าให้มากนักนะ!!มายุสุมิ!!!”

 

เสียงเอะอะของขุนฮายามะดังลั่นอยู่เบื้องหลังจนน่ารำคาญใจแก่พระยาหนุ่มยิ่งนัก เขาจึงเลือกที่จะเดินนำห่างไกลๆอย่างน้อยๆก็ไม่เป็นเป้าสายตาน่าอายจนชาวบ้านจับจ้องด้วยสายตาตำหนิติเตียนทหารหนุ่มหน้าเสือนั่น ในขณะที่ขุนมายุสุมิทำเป็นเบือนหน้าหนีเมินไม่สนใจไม่ตอบโต้ไม่พูดมาก ตีหน้านิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายโวยวายเป็นบ้าเป็นหลังคนเดียว

 

 

“พระธิดาของเจ้านครเชียงตุงเช่นนั้นรึ..ขึ้นชื่อว่าสาวแดนเหนือแล้วไซร้ต้องมีรูปโฉมที่งดงามไม่แพ้สาวกรุงรัตนโกสินทร์เป็นแน่”

 

ทหารหนุ่มร่างสูงโปร่งตัวบอบบางในชุดแขนยาวสีม่วงเข้มกับโจงกระเบนสีเขียวเข้าคู่กับผ้าผูกเอวสีเดียวกันกอดอกเอานิ้วแตะคางเอียงคอกลอกดวงตาสีดำสวยใต้ขนตางอนเพ้อฝัน  ก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่มบิดตัวไปมากับจินตนาการที่เจ้าตัววางเอาไว้ ท่าทีเช่นนั้นทำให้ชาวบ้านทั้งชายหญิงเด็กคนแก่มองเป็นตาเดียวพร้อมชักสีหน้าเหย่เกแขยงออกมา

 

 

พวกเพศวิปริต!!!?

 

 

“อย่าคาดหวังอะไรให้มากนักจักดีกว่า ท่านพระยาเรโอะ”   คนผมสีแดงส่ายหัว

“แหม..คาดหวังหน่อยจักเป็นอันใดไปเล่าจ้ะ เซย์  ทำหน้ายิ้มๆหน่อย ใบหน้ายิ้มๆของคนที่กำลังจะได้มีภรรยาตบแต่ง“  พระยาเรโอะ บุรุษหน้าหวานล้อมด้วยผมสีดำขลับเงางามยาวถึงต้นคอจับไหล่กว้างของอีกฝ่ายโยกไปมา  ด้วยความที่เป็นพี่ชายบ้านใกล้เรือนเคียงสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเข้าร่วมเป็นทหารด้วยกันจึงมีเพียงชายผู้นี้คนเดียวที่เขาอนุญาตให้เรียกชื่อเล่นสมัยก่อนๆได้

 

 

แคร้ง!!!!!!!!!

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด”

“จะต่อยตีกันรึ!!!!!?”

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!!!?”

 

 

ดาบในฝักถูกชักดึงออกมาจิ้มปลายจมูกโด่งสันได้รูปบนหน้าหล่อติดหวาน  ทหารหนุ่มยศพระยาท่าทางผิดเพศตกใจหวีดร้องกรี๊ดดังยิ่งกว่าสาวๆที่เดินสวนไปมาในตลาดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเสียอีก  ชาวบ้านเริ่มแห่แหนมามุงดูภาพขอทหารยศหนุ่มผมสีแดงสั้นกำลังถือดาบชี้หน้าทหารหนุ่มอีกนายที่หน้าติดหวานตัวสูงกว่าด้วยความหวาดผวากลัวตลาดจะวินาศสันตะโรต้องรีบวายไปก่อนเวลาอันควร

 

“อย่าพูดเรื่องนี้ให้ข้าได้ยินอีก!! ต่อให้เป็นท่านพระยาเรโอะ ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!!”

 

ดวงตาสีแดงถลึงใส่  ทำเอาสองทหารยศขุนยอมสงบศึกเงียบปากปิดสนิท เรโอะกลั้นหายใจหลุบตามองคมดาบน่ากลัวของอีกฝ่ายพร้อมกลืนน้ำลายลงคอเสียวไส้ ก่อนที่ความกดดันเหล่านั้นจะมลายหายสิ้นเมื่ออีกฝ่ายเก็บดาบลงฝักเดินนำดุ่ยๆออกไปคนเดียวจนลับสายตาโดยมีชาวบ้านคอยเขยิบหลีกทางให้ด้วยความหวาดกลัว

 

 

“เจ้าหงุดหงิดอันใดกันเซย์?”  เรโอะพึมพำเบาๆกับตัวเอง คำถามที่ไม่กล้าออกปากไปเพราะกลัวว่าจะหัวขาดเอาเสียก่อน

 

 

 

 

 

 

สามวันให้หลัง..พระยาอาคาชิในเสื้อแขนยาวสีแดงเข้มกับโจงกระเบนสีดำเรียบร้อยถักทอจากผ้าไหมราคางามประณีตกับผ้าผูกเอวดำมือกระชับดาบคู่กายอาวุธที่ผ่านเลือดเนื้อตั้งแต่พม่ารามัญยันกบฏผู้คิดต่อต้านกรุงรัตนโกสินทร์ นั่งคุกเข่าบนพื้นท้องพระโรงโอ่อ่าในแถวยศศักดิ์เจ้าพระยา..นัยน์ตาสีแดงเรียวคมกริบแน่นิ่งไม่ไหวติ่งต่อสิ่งใดจนยากแก่การคาดเดาความคิด ขุนฮายามะลอบมองแผ่นหลังของหัวหน้ายศพระยาที่ตนเข้าสังกัดก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆห้องโถงวันนี้ เต็มไปด้วยทหารชั้นแนวหน้าที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญต่อแดนสยาม

 

ทั้งหมดก็เพื่อรอรับการมาเยือนของบุตรสาวของผู้ครองนครเชียงตุง..หนึ่งในอาณาจักรล้านนาแดนเหนืออันไกลโพ้น

 

 

“เจ้านางคุโรโกะเสด็จมาถึงแล้ว”

 

เสียงปี่พากย์เป่ารับการมาเยือนของขบวนเกี้ยวที่เดินทางมาจากแดนไกลดังขึ้น ประตูท้องพระโรงเปิดออกโดยนายทวาร เหล่าทหารทั้งหลายปรับอิริยาบทกลับมานั่งตัวตรงค่อมศีรษะลงเล็กน้อยให้เกียรติอิสตรีที่เดินทางมาจากแดนไกล มียศเป็นถึงเจ้าหญิงของเมืองหนึ่งในอาณาจักรล้านนา ฝีเท้าเบาบางย่างกรายเข้ามาแล้วเหยียบย่ำลงบนพื้นพรมสีแดงกำมะหยี เท้าเล็กๆแบบางเปลือยเปล่าเยื้องย่างเข้ามาในท้องพระโรงกลิ่นดอกมะลิอ่อนๆลอยโชยเข้ามาแตะจมูก ช่างหอมหวานเย้ายวนจนเหล่าบุรุษอยากจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อเป็นบุญตาซักครั้ง แต่ก็กลัวอาญาเลยต้องอดใจก้มหน้าก้มตาต่อไป

“เดินทางมาไกลคงเหนื่อยเป็นแน่ เจ้านางคุโรโกะ”  กษัตริย์องค์ปัจจุบันแห่งแดนสยามทักทายด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตและอ่อนโยนโดยซ่อนกายไว้หลังผ้าโปร่งสีขาวบิดบังใบหน้าเหลือเพียงเค้ารูปร่างอันสง่างามของพระองค์เอาไว้

“ถึงทางจักขรุขระไปเสียบ้าง แต่เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนต่อให้ยากลำบากกว่านี้หม่อมฉันก็ย่อมทำได้”  หญิงสาวผู้มาจากแดนไกลนั่งพับเพียบลงกับพื้นแล้วก้มลงกราบเช่นเดียวกับบ่าวไพร่ของนางที่ติดตามมาจากแดนไกลอีกสองคน กริยาอ่อนช้อยงดงามกับน้ำเสียงหวานไพเราะเป็นที่ถูกใจพระราชายิ่งนัก

 

“กริยาวาจาสมแล้วที่เป็นถึงพระธิดาแห่งเชียงตุงหนึ่งในแดนล้านนา ระหว่างนี้ขอให้เจ้านางพักผ่อนให้เต็มที่ ดื่มด่ำกับกรุงรัตนโกสินทร์แห่งนี้  เราจักมอบหมายงานคุ้มครองให้พระยาอาคาชิหลานชายห่างๆของเสด็จพ่อของเรา หากมีปัญหาหรือต้องการสิ่งใดเจ้านางสามารถขอพระยาอาคาชิได้โดยตรง ชายผู้นี้เป็นทหารกล้าเก่งกาจสามารถหาได้มีใครเทียบเทียมรบ 10 ครั้งก็นำชัยชนะกลับมา 10 ครา เจ้านางน่าจะคุ้นเคยกับฉายา ‘บุรุษไร้พ่าย’ มาบ้างแล้ว”

 

ฟังดูก็รู้โดยพลัน..ว่าองค์พระเจ้าเหนือหัวกำลังเปิดโอกาสให้ทั้งสองได้ทำความรู้จักมักจี่กันตามแผนเกี่ยวดองสายเลือดที่วางเอาไว้ พระยาอาคาชิโค้งตัวรับคำสั่งเป็นก่อนจะเงยหน้าขึ้นหันไปมองพระธิดาจากแดนไกลนั่งพับเพียบอยู่ใจกลางห้องโถง

นัยน์ตาสีแดงคมมองอิสตรีร่างแบบางในชุดแต่งกายประจำแดนเป็นผ้าถุงยาวกร่อมข้อเท้าสีน้ำเงินเข้มลายแทบฟ้าอ่อนกับเสื้อไหมสีขาวแขนยาวทับกับสไบสีใบตอง ผิวขาวละเอียดแบบคนเหนือตัดกับเส้นผมสีดำขลับตัดสั้นถึงติ่งหู นัยน์ตาสีดำเรียวเล็กเป็นเส้นโค้งทุกครั้งที่ริมฝีปากแดงยกยิ้ม  ดูเหมือนนางจะรู้ตัวว่ากำลังถูกมอง  สาวจากแดนเหนือฐานันดรสูงส่งหันมาสบตามองตอบตามด้วยรอยยิ้มหวานน่ารักเป็นกันเอง ซึ่งเขาก็ยิ้มตอบพร้อมค่อมหัวให้เกียรติอย่างสุภาพชน

 

 

 

.

.

.

 

 

 

ประตูท้องพระโรงเปิดออกเหล่าทหารกล้าทุกระดับชั้นทยอยเดินออกจากรั้วพระราชวังตรงไปยังเกวียนที่จอดรออยู่ริมรั้วด้านนอกโดยมีบ่าวไพร่ของแต่ละคนเฝ้ายามไว้ไม่ห่างหาย  เจ้านางคุโรโกะก้าวเดินออกมาด้วยท่าทีสง่างามอ่อนช้อย เท้าเปลือยเปล่าใต้ผ้าถุงหยุดชะงักลงเมื่อเห็นว่าเจ้าของสมญานามบุรุษไร้พ่ายกำลังยืนกอดอกรอคู่กับทหารยศพระยาเรือนผมสีดำยาวคลอเคลียต้นคออยู่ใต้ร่มเงาต้นสักสูงใหญ่ในรั้ววัง   พระยาหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้นเดินเข้ามาส่งยิ้มบางๆแล้วหยุดเว้นระยะห่างจากหญิงสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาไม่ให้ใกล้มากจนเกินงาม

“ข้าขอแนะนำตัวอีกครั้ง ข้าพระยาอาคาชิ เป็นทหารประจำอยู่ที่กรุงรัตนโกสินทร์ หากมีสิ่งใดที่ต้องการโปรดบอกข้ามาอย่าได้เกรงใจ”

“ส่วนข้ามีนามว่าเรโอะ เป็นทหารยศพระยาเช่นกันจ้ะ มีอันใดก็เรียกใช้ข้าได้เช่นกันจ้ะ”  เรโอะยิ้มหวานใส่

“อ..เอ่อ..เอ่อ..”  เจ้านางทำหน้าอึกอัก ตาสีดำสอดส่ายล่อกแล่กไปมาน่าสงสัยจนพระยาเรโอะที่อยู่รอเป็นเพื่อนน้องชายข้างบ้านเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน ก่อนที่จะได้อ้าปากถามว่าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า..เสียงเรียบเย็นนิ่งไร้อารมณ์กลับดังแทรกขึ้นมา

 

“เจ้านางน้อยรู้สึกเหนื่อยล้าจากเดินทางการขอตัวก่อนนะเจ้า”

 

อาคาชิเลิกคิ้วสูงประหลาดใจไม่ต่างอะไรจากเรโอะ พวกเขาทั้งสองอ้าปากเหวอค้างตกใจ

 

 

ไม่ทันสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายมีบ่าวไพร่ติดตามมาอีกหนึ่ง

 

 

“เช่นนั้นรึ..ขออภัยเจ้านางคุโรโกะจริงๆที่ทำให้พวกท่านเสียเวลาจ้ะ”  พระยาเรโอะโค้งขอโทษอีกฝ่าย  พระธิดาจากเชียงตุงหน้าซีดเซียวลง นัยน์ตาสีดำหยีเล็กเบิกกว้างพอถูกอีกฝ่ายค่อมตัวให้กริยาท่าทางของนางเหมือนจะเอื้อมมือเข้าไปแตะชายหนุ่ม ทว่า..กลับถูกมือเรียวเล็กขาวซีดรั้งจับเอาไว้  แล้วประคับประคองเดินจากไป..จังหวะที่กำลังเดินสวนผ่าน นัยน์ตาสีแดงเรียวคมจ้องมองสบเข้าไปยังดวงเนตรของคนรับใช้ของเจ้านางคุโรโกะ

 

 

นัยเนตรสีฟ้าอ่อนกลมโตไร้อารมณ์กับเส้นผมสีฟ้าชี้ยุ่งถูกมวยรวบเอาไว้ใต้ผ้าโพกสีดำแบบเครื่องแต่งกายชาวล้านนา

 

 

ทั้งสองสบตากันเพียงครู่ยามก็ผละสายตากันและกัน..พระยาเรโอะยืดตัวเต็มความสูงเหลียวหลังกลับไปมองสตรีร่างบอบบางทั้งสองจากแดนไกล แล้วยกมือมาประสานเอียงคอยิ้มหวานเยิ้ม

“เซย์เห็นอย่างที่ข้าเห็นหรือไม่ เจ้านางคุโรโกะน่ารักอย่างที่ข้าคิดไม่มีผิดเพี้ยน  แถมยังดูขี้เขินอีกยิ่งมองก็ยิ่งน่าทะนุถนอมยิ่งนัก โดยรวมแล้วก็เป็นสตรีที่เหมาะสมกับเซย์มากเลยนะจ้ะ”  พระยาเรโอะชมเชยพระธิดาเชียงตุงด้วยแววตาวิบวับปลาบปลื้ม

“……..”  ไม่มีคำตอบใดๆจากปากคนหนุ่มผมสีแดงสั้น..เขายืนเงียบเนิ่นนานจนเรโอะผิดสังเกต ถึงปกติพระยาอาคาชิจะพูดน้อย นิยมใช้ความคิดมากกว่า แต่ก็ไม่เคยเงียบนานอะไรขนาดนี้

“เซย์?”

“วันนี้ข้าขอตัวกลับเรือนก่อน เรื่องสังสรรค์ข้าขอผ่านก็แล้วกัน”   เจ้าของเรือนผมสีแดงสั้นเดินขึ้นรถเกวียนของตนที่จอดอยู่ด้านนอกรั้ววังไม่รอฟังคำถามของพระยาเรโอะ เขาออกคำสั่งให้ไอ้ชุ่มทาสหนุ่มลากรถเกวียนออกไปตามท้องถนนเบื้องหน้า

 

 

 

 

ล้อรถสะดุดกับพื้นถนนที่ขรุขระประปรายตลอดทาง จนตัวรถโอนเอนสั่นไหว อาคาชินั่งเท้าคางเหม่อมองไปยังทิวทัศน์ด้านนอกขบวนเกี้ยวของเจ้านางแห่งเชียงตุงกำลังทยอยเข้าไปเก็บไว้ในโกดังของรั้ววังดังกล่าว ซึ่งได้จัดสถานที่รอรับการพำนักชั่วคร่าวของเจ้านาง  กระทั่งตัวเกวียนเดินทางพ้นเขตพระราชวังออกไปตามท้องถนนเส้นกลางของกรุงรัตนโกสินทร์

 

“นั่นพระยาอาคาชินี่”

“รูปงามอย่างที่ร่ำลือจริงๆ ฝีมือดาบก็ยากจับตัว แผนการรบก็ยอดเยี่ยมสมเป็นบุรุษไร้พ่าย”

“ถึงจักเป็นหลานห่างๆขององค์พระเจ้าเหนือหัวคนก่อน แต่ก็มีเชื้อสายเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอยู่ในสายเลือดหากได้ครองคู่เป็นคุณหญิงของท่านพระยาด้วยแล้วคงไม่แคล้วสบายไปทั้งชาติ”

 

 

ใบหน้าคมคายหล่อเหลานิ่งขรึมสบมองเหล่าสาวชาวบ้านทั้งหลายที่พากันส่งสายตาหวานเยิ้มชื่นชมมาให้..ช่างชินชาสำหรับทหารยศพระยามากชื่อเสียง ทุกสิ่งทุกอย่างหากเขาต้องการก็ย่อมได้ดั่งใจปรารถนา ไม่ว่าจะชื่อเสียง เงินทอง หญิงสาว

 

 

..ชัยชนะเป็นของตายที่อยู่ในมือแต่แรกเกิด..

 

 

“น่าหงุดหงิดนัก”  พระยาอาคาชิถอนหายใจเฮือกใหญ่ กลอกตานึกถึงคำสั่งขององค์พระเจ้าอยู่หัวแล้ว ความขุ่นเคืองใจก่อตัวขึ้นในอกซ้ายจนรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน

 

 

เกลียดการถูกบังคับฝืนใจ..จักปฏิเสธก็ไม่ได้

 

“หึ…เจ้านางเชียงตุงรึ..” อาคาชิเอนหลังพิงพนักเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามสดใส ประปรายด้วยริ้วก้อนเมฆสีขาวปุยนุ่มเรือนลางจนยากจะสังเกตและเพียงเวลาไม่นาน เมฆาก็เคลื่อนคล้อยและเปลี่ยนรูปร่างจนจำไม่ได้ว่านี่ใช่ก้อนเดียวกันที่จดจ้องก่อนหน้านี้

 

 

สีฟ้าอ่อนกับตัวตนแสนจืดชืด..เส้นผมกระดกยุ่งไปมากับท่าทางไร้อารมณ์

 

 

“หลอกกันแต่แรกพบเช่นนี้คิดว่าข้า พระยาอาคาชิโง่รึอย่างไรกัน”  เสียงทุ้มสบถคำรามต่ำเจือหงุดหงิด คิ้วเรียวขมวดมุ่นจนเกิดรอยย่นระหว่างคิ้ว ไม่ชอบการถูกหลอกแม้ว่าเขาจะจับโกหกได้ตั้งแต่แรกเห็นแล้วก็ตาม และที่สำคัญ

 

 

ข้าที่เพียบพร้อมไปทุกสิ่ง ทั้งรูปโฉม ทั้งฝีมือรบ

ทั้งมันสมองอันชาญฉลาด กลับถูกจับคลุมถุงชนกับเจ้าหญิงบ้านนอกหน้าตาจืดชืดไร้รสชาติเช่นนี้..มันน่าหงุดหงิดนัก

 

 

 

“คอยดูกันไปว่าจักทนได้ซักกี่น้ำ เจ้านางน้อย”

 

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

คลอดตามผลโหวตเมื่อคืนค่ะ ฮาา

พลอตวางไว้นานแล้วตั้งแต่เริ่มแต่ง kuroko no love แต่พึ่งเอามาปล่อย

เรียงตามทามไลน์ฟิคจะได้ตามนี้ค่ะ

 

ดวงใจเจ้านาง>นางไททันบท0 >นางไททัน > ขุนไททัน >นางไททันบทพิเศษท้ายเล่ม

 

 

ถ้าการบ้านเสร็จเร็ว อาทิตย์นี้จะปั่น kuroko no love ต่อ

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

 

14 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]ดวงใจเจ้านาง(side storyนางไททัน)//บทก่อนกาล1

  1. ตอนเห็นรูปที่เปิดมาตอนแรกก็คิดว่าแบบคุ้นๆว่าเป็นสาวเหนือรึเปล่า พอมาอ่านแล้วใช่เลยเป็นสาวเหนือจริงๆด้วย เจ้านางอีกต่างหาก ว่าแต่ท่านก็ฉลาดจับทันเจ้านางได้นะคะ แค่ได้สบตาก็รู้แล้ว ว่าแต่คนสนิทนั่นคือพี่ชุน? ไม่แคล้วคลาดกับเรโอะเน่ใช่มั้ยคะ =..= เอาเลยค่ะ เราชอบคู่นี้ แต่คิดภาพน้องในสภาพเป็นผู้หญิงแล้วเป็นสาวเหนือออกนะคะ ถึงจะไม่สวยอะไรมากมายแต่ก็จัดได้ว่าสวยอ่ะ เราว่าคนเหนือส่วนมากจะสวยๆขาวๆกัน เหมาะกับท่านเป็นที่สุดแล้วค่ะ อร๊ายย รออ่านต่อ =..=

    • ท่านจับได้แต่ยังไม่พูด แถมยังรู้สึกด้านลบเรื่องหน้าตาอีก ฮา ถึงยศจะสูงคู่ควร แต่พระยาอาคาชิคือหล่อเลือกได้ สาวๆหน้าตาดีมากมายมาชอบ จู่ๆ ต้องมาแต่งกับหญิงหน้าจืด เลยเซ็งเป็ดกว่าเดิมอีก ส่วนคนสนิทคือพี่ชุนนั่นเอง ตัวละครที่น่าสงสาร โดนลากมารับบทเจ้าหญิงกำมะลอ จะได้คู่กับพระยาเรโอะไหม ต้องรอลุ้นค่ะ คนเหนือนี้ส่วนมากจะสวยและขาว ในเรื่องนี่พี่ชุนสวยกว่าน้อง ครก อีกนะ น้องคือขาว แต่หน้าจืดสนิท 55

  2. แวะมาเจิมค่ะพี่บลัด ฮาาา
    แอบมาส่องดูความรักของเจ้านางน้อยและท่านพระยา ว่าจะดำเนินไปเช่นไร -..-
    พบหน้ากันครั้งแรก ความรู้สึกของท่านพระยาก็ติดลบเลยแหะ ก็เจ้านางเล่นไปโกหกเค้านี่นา แล้วท่านพระยาก็ดันฉลาดจับได้อีก ว่าแต่นายน้อยรู้ได้ไงหว่า ว่าน้องคือเจ้านางไม่ใช่คนติดตาม – -???
    อีกอย่างไหมรู้สึกว่าท่านพระยานี่จิหลงตัวเองมากเหลือเกินนะคะ – -* แหมมมม ว่าเจ้านางว่าเป็นเจ้าหญิงบ้านนอกหน้าตาจืดชืดอีก ท่านพระยานี่ช่างปากคอเราะร้ายจริงๆค่ะ อีกอย่าง ไปว่าเค้าแบบนั้นแล้วตัวเองอย่าไปหลงรักเจ้านางทีหลังนะคะ – -+++

    ปล.แอบไปสมัคร wordpress มาเพื่อมาเม้นให้พี่บลัดโดยเฉพาะเลยค่ะ ฮาาาาา
    ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่พี่แต่งฟิคสนุกๆมาให้ได้ฟินกันแบบนี้ ^_^

    • เจ้านางโกหกก็มีเหตุผลของนางอยู่นะ ตอนหน้าจะเฉลย ท่านพระยารู้ได้ไง เรียกว่าฉลาดสังเกตุมากกว่า เป็นพวกมองคนออก จับพฤติกรรมคน แล้วก็ดูท่าทีพี่ชุนแล้ว ดูเลิกลักแปลกๆ กับท่าทีน้องเลยรู้ว่าน่าจะปลอมตัว ส่วนถามว่าหลงตัวเองไหม อาคาชิเรื่องนี้คือชนะมาตลอดชีพ อะไรๆก็ดี ก็เลยหลงระเริงตนอยู่ไม่น้อยเลยนะ โคตรหลงตัวเองเลยดีกว่าแต่ไม่แสดงโอ้อวด ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและก็ดีใจที่ชื่นชอบผลงานเราจ้า เราจำชื่อได้ เห็นบ่อยในเฟส

  3. คุณหลวงกลับมาแล้วเจ้าค่าา
    มาพร้อมกับนายน้อยลุคใหม่ มาดพระยา ><
    ท่าทางท่านพระยากับเจ้านางดูราวกับคู่กัดเลย
    เจ้านางมาเพื่อปราบท่านโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ

  4. เจ้านางน้อยยยยยย” ทำเอานึกถึงละครเรื่องหนึ่ง
    ท่ติดยศพระยาเร็วมากอ่ะ
    บ่งบอกถึงชาติกำเนิดอันไม่ธรรมดาและความสามารถสุดๆ
    และเพราะชัยชนะเป็นของตายมาแต่แรก
    การโดนเจ้านางน้อยท้าทายด้วยการปลอมตัวจึงรู้สึกกริ้วสินะคะท่าน
    ไหนจะค้องคอยพิชิตใจเจ้านางน้อยอีก
    มันส์ล่ะค่ะงานนี้
    เริ่มคิดแล้วว่าเอเลนจะมิสชั่นเฟล
    เพราะศัพท์ยากเยอะสำหรับคนเพิ่งหัดอ่านหนังสือ
    คุณหลวงช่างร้ายกาจ//หลบมะม่วง

    • ท่านเป็นคนเก่งไม่ธรรมดาคนนึงเลยล่ะ ไหนจะมีแบคอัพเป็นชาติกำเนิดอีก เราขอเปลี่ยนอายุของ อคช กับน้อง ครก เป็น 25 กับ 23 น่อ แรงบันดาลใจก็มาจากละครเรื่องนั้นแล แต่อันนั้นดราม่า อันนี้เน้นฮา กัดไปมา มากกว่า ถามว่าโกรธไหม ออกแนวเคืองๆมากกว่า และก็เคืองมาตั้งแต่ถูกบังคับกลายๆให้มาคลุมถุงชนแล้วด้วย พอจับได้ว่าเล่นปลอมตัว แถมหน้าตาก็จืดสนิทอีก อารมณ์แบบ ไม่เสป็คอ่ะ เซ็ง นอยด์ 5555 ส่วนคุณหลวงนั้น ร้ายกาจ มีแต่ได้กับได้ อยากแกล้งเมีย 5555 //มะม่วงอุดปาก

  5. เนื้อเรื่องน่าตามติดมากค่ะ!! บ๊ะๆรอบนี้พี่บลัดมาเหนือวุ้ย 555 เอเลนน่ารักจังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยแอร๊ยยย(??)
    สรุปคือเจ้านางครกปลอมตัวเป็นผู้ติดตามเหรอคะ?ท่านอคชก็เก่งเหลือเกินดูออก+ชมตัวเองอีกต่างหาก 555
    ครกปลอมตัวเพื่ออะไรหนอ?
    รอติดตามต่อไป… ^w^

    • 555 เรื่องนี้ใสๆจริงแระ ไม่ดัดหลังแบบ kuroko no love เอเลนเป็นคุณหญิง ก็โดนคุณหลวงแกล้งอยู่ดี อยากน่ารักน่าแกล้ง ฟฟฟ ส่วนเจ้านางก็คือน้อง ครก จ้า ปลอมตัวทำไมนั้น ตอนหน้าจะรู้แล้วแหละ ส่วนพระยาอาคาชิสังเกตจากท่าทาง แถมฉลาดเลยรู้ทัน และก็พี่แกคิดว่าตัวเองเรื่ดเลอ หลงตัวเองเงียบๆ 555

  6. อ่านไปตั้งนาน เพิ่งมีโอกาสมาเม้นในตอนนี้ จะบอกว่าเรื่องนี้อยากอ่านมากค่ะ รออยู่เสมอนะคะ
    ชอบเนื้อเรื่องแบบนี้มากนะค่ะ เจ้านางน้อยยยปลอมตัวมา อ๊ายยย ฟินๆๆๆๆ ส่วนท่าน อคช ก็สายตาว่องไวยิ่งนัก ยังไม่ทันเปิดตัวก็รู้ซะแล้วว่า ใครคือเจ้านางน้อย ตัวจริง ขอร้องละค่ะท่านอย่าทำอะไรน้องแรงมากน้า สงสารผู้หญิงตัวเล็กๆที่มาต่างถิ่นต่างเมือง

    แหมๆท่านเรโอะ แอบเหลียวมองเจ้านางน้อย(คนที่คุณก็รู้ว่าใคร) สนใจนาง เดี๋ยวท่านก็ได้…เอ๊ะ? เดี๋ยวก็ได้รู้จักชิดเชื้อมากกว่านี้จ้าาา

    • ดีใจที่ชอบค่ะะ เรื่องนี้แดงดำใสๆ ไม่มีหลอกแบบทknl ด้วย พระยาท่านฉลาดสังเกต แต่ไม่พูดเงียบไว้ๆ ส่วนพระยาเรโอะอารมณ์ผู้ชายเจ้าสำอางค์อัธยาศัยดี แต่ใครๆคิดว่ากระเทย 555

      • ค่ะ จะรอติดตามนะคะ พระยาเรโอะ แบบ…นึกภาพออกเลยอ่าถ้าเทียบในสมัยนั้น – –

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s