[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part19

 

Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

Kuroko no love 19

 

 

ฝนตกกระหน่ำเป็นสาย กระจกหน้าต่างพร่ามัวจนมองไม่เห็นทิวทัศน์ด้านนอก ท้องฟ้าสีอึกครึมบดบังแสงอาทิตย์ในเที่ยงเศษด้วยเมฆหมอกสีควันบุหรี่ อากาศโรยตัวด้วยความหนาวเย็นและชื้นแฉะ สายลมพัดพาเอาละอองน้ำเข้าในห้องโถงกลางตึกเรียนอาคาร 1 ของโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โคว

 

 

ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก..

 

 

เข็มนาฬิกาข้อมือลายกบน่าพิลึก ลัคกี้ไอเทมของวันนี้ที่ประดับบนข้อมือมิโดริมะ ชินทาโร่  เดินบอกเวลาว่าเข้าสู่ช่วงพักเที่ยงของวัน ชายหนุ่มตัวสูงเรือนผมสีเขียวดันแว่นตาทรงเหลี่ยมขึ้นพลางทอดมองสายฝนโหมกระหน่ำผ่านทางนอกหน้าต่าง..ทั้งที่เวลานี้บรรยากาศด้านนอกเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนชายหญิงจับกลุ่มกันหาโลเคชั่นดีๆนั่งล้อมวงกินข้าวกล่องกันสนุกสนาน  แต่ตอนนี้กลับเจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนชื้นแฉะทั่วทุกหนทุกแห่ง ห้องเรียนที่ควรจะโล่งเตียนกลับกลายเป็นหนาแน่น ผู้คนยกโต๊ะมาต่อกันนั่งจับกลุ่มคุยไปกินไปแทน

 

“นี่ก็สามวันแล้วสินะ..ที่คุโรโกะไม่มาโรงเรียน”  มิโดริมะเอ่ยถึงเด็กสาวตัวเล็กบางจำแลงกายมาเป็นเด็กหนุ่มเข้าเป็นส่วนหนึ่งในตัวจริงทีมบาสเก็ตบอล..ตั้งแต่แข่งขันรอบชิงชนะเลิศกับโรงเรียนโคเมย์ พวกเขาทั้งรุ่นปาฏิหาร์ยก็ไม่ได้พบเจออีกฝ่ายเลย

 

 

การลาหยุดที่จงใจ..ทำให้อดนึกถึงเหตุการณ์ที่คุโรโกะแกล้งป่วยการเมืองในวันตรวจสุขภาพประจำปี

 

“อาคาชิ..นายไม่ไปเยี่ยมคุโรโกะหน่อยเหรอ”  นัยน์ตาสีเขียวคมเลื่อนมายังชายหนุ่มเรือนผมสีแดงที่ต่อโต๊ะนั่งกินข้าวอยู่ตรงหน้า

“การไปเยี่ยมเท็ตสึยะในตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ที่สำคัญผมไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระที่ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อชัยชนะ”  อาคาชิ เซย์จูโร่ตอบปัดด้วยน้ำเสียงเย็นชา นัยน์ตาสีแดงทับทิมกับสีทองอำพันน่าฉงนไม่ได้มีความสำนึกผิดเจือปนในนั้นแม้แต่นิด รองกัปตันชมรมบาสเก็ตบอลกลั้นหายใจยามที่ต้องสบตาคู่คมของคนตรงหน้า..ยิ่งได้มองก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงเผด็จการ เยือกเย็น โหดเหี้ยมอันทะเยอทะยาน

 

ดุร้ายประหนึ่งพายุฝน ดำมืดดั่งท้องนภาอับแสง

นี่คือ ‘อาคาชิอีกคน’ ที่เขาเคยจับสัมผัสได้มาซักระยะนึง 

 

 

“นั่นสินะ..สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนายคือ ‘ชัยชนะ’ นี่นะ”

 

 

ตะวันทอแสงเจิดจ้าบนนภาสีสดใส..หายไป..ถูกเมฆฝนบดบังจนหมดสิ้น

‘อาคาชิคนเดิม’  ไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว

 

 

.

.

 

ก๊อกๆๆ

 

“เท็ตสึยะ..แม่เข้าไปนะลูก”  ไม่มีเสียงตอบกลับจากลูกสาว คุณนายคุโรโกะถอนหายใจ วิสาสะบิดกลอนประตูเปิดเข้าไปในห้องนอนสีเหลี่ยมที่ยังคงปิดไฟมืดสนิท ทั้งที่เวลานี้เป็นตอนเช้าแต่พายุฝนด้านนอกทำให้ท้องฟ้าอมืดหม่นราวกับเวลาเข้าสู่รัตติกาล

“แม่ทำข้าวต้มไว้ให้ ถ้าหิวก็ลุกขึ้นมากินนะ”  มารดาวางถาดอาหารลงกับหัวโต๊ะ  ใบหน้าของคนเป็นแม่เศร้าหมองลงยามมองไปยังร่างของลูกสาวเอาแต่นอนตะแคงหันหลังกอดตุ๊กตากระต่ายเมโลดี้มาสามวันแล้ว เธอเดินเข้าไปโน้มตัวลงจุมพิตบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีฟ้าสั้นชี้ยุ่งกระดกไปมาทิ้งท้าย

 

 

ปัง!!!

 

ประตูห้องนอนปิดสนิท..เจ้าของห้องขยับตัวยุกยิกซุกร่างลงเข้าไปในผ้าห่ม ร่างบอบบางบนเตียงสั่นไหวตามด้วยเสียงสะอื้นอีกครั้ง

 

“ขอโทษนะ..โอกิวาระคุง ฉัน..ฉันทำพังหมด..ฉ..ฉันขอโทษ”  เสียงหวานสั่นเครือ โทรศัพท์มือถือเปิดหน้าจอทิ้งเอาไว้บนเตียง ข้อความนับสิบที่คุโรโกะส่งหาไปยังเพื่อนสมัยเด็ก ไร้ซึ่งการตอบกลับ..นับตั้งแต่การแข่งขันบาสเก็ตบอลเยาวชนรอบชิงชนะเลิศ

 

 

เพื่อนรักที่สำคัญ..สัญญาที่ให้ไว้ว่าจะเป็นแมตท์ที่แสนสนุกคู่ความทรงจำ ถูกทำลายไม่มีชิ้นดี

 

 

น้ำตาไหลรินหยดแล้วหยดเล่ากระทบลงบนตุ๊กตากระต่ายสีขาวอันเป็นสายใยความทรงจำในงานนิทรรศการ ยิ่งกอดตุ๊กตาตัวนี้เท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ คิดโมโหตัวเองที่ไม่รู้อะไรเลย..ไม่รู้อะไรซักอย่าง

 

 

ทำไมถึงไม่เอะใจ..ทำไมเราถึงได้โง่ขนาดนี้..

‘เจ้าชาย’ ยืนรอ..รอที่สนามบาสนั่นมาตลอด

 

 

 

“อาคาชิคุง…”

 

เราทำลายทุกอย่าง..สะบั้นสัญญาทุกสิ่ง เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของเราเอง

 

“ฉัน..ฮึก..ขอโทษ..ข..ขอโทษ”

 

 

.

.

.

 

วันรุ่งขึ้นมาถึง..ไม่มีใครหนีได้ตลอดไป คุโรโกะ เท็ตสึยะ เองก็เช่นกัน หัวใจของเด็กสาวยังไม่แข็งแรงพร้อมเผชิญเรื่องราวต่างๆที่โรงเรียน  แต่กฎย่อมเป็นกฎการศึกษาเองก็มีเวลาขาดเรียนที่จำกัด และด้วยเหตุผลนั้นพ่อกับแม่รวมถึงย่าคงไม่ยอมให้ตัวเธอจมปลักกับความทุกข์อยุ่แบบนี้จนหมดสิทธิ์เลื่อนชั้นเรียน  หญิงสาวยังคงแต่งกายในชุดนักเรียนชายเช่นเคย มาโรงเรียนในสภาพเลื่อนลอยไม่อยากพูดคุยหรือสุงสิงกับใครหน้าไหนทั้งนั้น

 

“แมตท์รอบชิงโรงเรียนเราที่สุดยอดจริงๆ เห็นหนังสือกีฬาพาดหัวตัวโตๆเลยนะว่า ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’ อาจได้ไปถึงระดับโลก”

“พวกนั้นอัจฉริยะชัดๆ แถมยังมีผู้จัดการที่ฉลาดเก่งกาจเข้าไปอีก เรียกว่าที่รวมคนผิดปกติดีกว่า”

 

ข่าวซุบซิบการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศยังเป็นที่ฮือฮา แม้จะผ่านมาสามวันเต็มแล้ว คุโรโกะเม้มปากแน่นนั่งเอามือปิดหูกับโต๊ะเรียนไม่อยากรับรู้ไม่อยากรับฟังใดๆที่เกี่ยวกับเรื่องการแข่งในวันนั้น นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนคลอเบ้าวาววับด้วยน้ำตายิ่งนึกถึงสีหน้าของโอกิวาระในทีวี เธอก็ยิ่งช้ำใจจนอยากปล่อยโฮออกมาตรงนี้

 

“เฮ้ย!!จะพูดกันอีกนานไหม”  เสียงทุ้มห้วนดุดันดังขึ้นกลางวงสนทนาชายหญิงกลุ่มนั้น พวกเขาเงยหน้าไปมองต้นเสียงก็พบกับชายหนุ่มตัวสูงผิวสีแทนเข้มยืนล้วงกระเป๋าชักสีหน้าหงุดหงิด

“อะไรกันอาโอมิเนะ นี่เรื่องทีมแกชนะเลิศเลยนะเว้ย ของแบบนี้ต้องพูดกันนานๆสิความสำเร็จของแกน่ะ ฉันยังจำได้ดีเลยนะ ตอนที่แกชู้ตลูกแบบปาส่งๆแล้วลงห่วงอีกฝ่ายสองรวดติดพลางแคะหูชิวๆน่ะ โคตรจะเท่ห์…”

 

 

 ผัว!!!!โครม!!!!!

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดด”

 

นักเรียนในห้องร้องเสียงหลงตกตะลึงเมื่อจู่ๆ เอซเทย์โควมอบกำปั้นเข้าไปที่หน้าของเพื่อนชายร่วมห้องจนล้มตกจากเก้าอี้  คนบาดเจ็บกำลังจะดันตัวลุกขึ้นมาก็ถูกอาโอมิเนะกระชากคอเสื้อเข้ามาใกล้

 

“อย่าให้ฉันได้ยินแกพูดถึงเรื่องนี้อีก ไม่งั้นคราวนี้มันจะไม่จบแค่หมัดเดียว!!”  นัยน์ตาสีไพลินวาวโรจน์ดุดันประหนึ่งเสือดำตัวร้ายจ้องขย้ำเหยื่อ ชายคนดังกล่าวหน้าซีดเผือดปากบวมเป่งจนเป็นสีแดงม่วงช้ำสั่น พยักหน้าตอบรับรัวๆ  อาโอมิเนะ ไดกิ เห็นว่าอีกฝ่ายกลัวจนขี้หดตดหายแล้ว จึงเหวี่ยงปล่อยมือจากคอเสื้อแล้วกวาดสายตาดุดันไปรอบห้องเรียน

“พวกแกทุกคนก็ด้วย!!! ถ้าฉันได้ยินใครพูดถึงเรื่องนี้อีก ต่อให้เป็นผู้หญิงฉันก็ไม่สน!!”  คำประกาศกร้าวดังกล่าว ทำเอาต่างคนต่างกระจายตัวหนีให้ห่างรัศมีคนผิวสีแทนที่จู่ๆก็อารมณ์เดือดดาลไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ สะดุ้งตกใจเมื่ออาโอมิเนะเดินฉับๆเข้ามาใกล้เธอจ้องมองด้วยสีหน้านิ่งเรียบ

 

“ขอคุยด้วยหน่อย”

 

คำขอสั้น..ไม่สิ..บังคับกันเสียมากกว่า เป็นการสนทนาครั้งแรกกับอาโอมิเนะตั้งแต่วันที่เธอรู้ความจริงว่าอีกฝ่ายโกหกอ้างตัวเป็นรักแรกสมัยเด็ก พอพูดจบก็เดินล้วงกระเป๋าออกไปจากห้องไม่รีรอให้อีกฝ่ายทักถามอะไร เธอจึงต้องจำใจเดินตามหลังอีกฝ่ายออกไป

 

 

 

 

ฝนตกตลอดทั้งวันตั้งแต่เมื่อวานส่งผลให้พื้นดาดฟ้าของโรงเรียนเต็มไปด้วยแอ่งน้ำเฉอะแฉะ เท้าเล็กๆสวมรองเท้าลำลองสีขาวก้าวผ่านบานประตูเหล็กเขรอะสนิมย่ำเหยียบลงบนแอ่งน้ำเจิ่งนองเหล่านั้น น้ำสกปรกขังกระเด็นเปรอะชายขากางเกงแสลตสีดำ  กลิ่นดินชื้นจากเบื้องล่างลอยขึ้นมาถึงด้านบน คุโรโกะสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกช้าๆโดยที่เธอยังคงจ้องมองแผ่นหลังกว้างแกร่งของบุรุษผู้เป็นแสงสว่างของทีมที่ยืนรอ

 

 

..คู่หูเคียงข้างเงาลวงตา..

 

 

ไม่บ่อยนักที่อาโอมิเนะจะเงียบขรึม..ชายผิวสีแทนเปลี่ยนไปตั้งแต่วันที่เธอจับได้ว่าอีกฝ่ายโกหก ไม่สิ..ต้องบอกว่าเขาเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่งานนิทรรศการประจำปีตอนสมัยปีสอง ใบหน้าไร้อารมณ์ของหญิงสาวผู้ปลอมตัวเป็นชายก้มหน้าลงเล็กน้อยรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

“เท็ตสึ เราเลิกกันเถอะ”

 

 

อาโอมิเนะหันหลังกลับมาสบตาสีฟ้ากลมโตที่ตวัดช้อนมองขึ้น ใบหน้าคมกร้านกับเส้นผมสีน้ำเงินเข้มสั้นหรี่ตามองคนที่เขาหลงรัก..รักมากยิ่งกว่าอะไร..ต้องการครอบครองจนทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ ‘การโป้ปด’

สายลมพริ้วไหวระลอก..ผ่านคนทั้งสองไป เส้นผมสีฟ้าอ่อนยุ่งพริ้วไหวคลอเคลียดวงหน้าขาวซีด..ดวงหน้าจืดจางยังคงนิ่งเรียบไม่แสดงสีหน้าใดๆ ยิ่งจ้องมองเท่าไหร่ อกซ้ายของคนหนุ่มผิวสีแทนก็ยิ่งปวดหนึบมากเท่านั้น

 

“หึ..ไม่คิดจะร้องไห้เสียใจอะไรเลยสินะ”  คนผมสีน้ำเงินเข้มเค้นยิ้มสมเพชตัวเอง  อีกฝ่ายยังคงไร้ซึ่งคำตอบ..มือแกร่งกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ามือ ความเจ็บแปล๊บบนฝ่ามือแล่นริ้วก็ยังไม่เท่าหัวใจดวงนี้ เขาสูดลมหายใจลึกทั่วปอดเก็บความเสียใจจนเจียนหลั่งน้ำตาเอาไว้

 

“ขอบใจที่อย่างน้อยเธอก็เปิดโอกาสให้ฉันเป็นคนพูดบอกเลิก อย่างน้อยๆก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมานิดนึง”

“……”

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ ไม่รู้ควรจะหาคำพูดอะไรมาสนทนา..เพราะทุกสิ่งที่อาโอมิเนะกล่าวมาคือความจริง เอาแต่ยืนนิ่งปล่อยให้คนหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามาใกล้สวนผ่านร่างของเธอออกไปจากดาดฟ้าพร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายที่ทำเอาหัวใจหญิงสาวกระตุกวาบ

 

 

 

“เท็ตสึ..เธอมันผู้หญิงเลือดเย็น”

 

 

 

 

คำพูดทิ้งท้ายยังวนเวียนในหัวของร่างเล็ก คุโรโกะเดินตัวลอยลงจากบันไดทีละก้าวทีละก้าว พร้อมกับความรู้สึกเจ็บช้ำที่ต้องสูญเสียเพื่อนแสนสำคัญไป..เพื่อนที่เข้าใจทุกเรื่องที่เป็นบาส..คู่หูที่คอยเคียงข้างให้กำลังใจและเป็นแรงบันดาลใจ ไม่ให้ย่อท้อต่ออุปสรรค

 

 

เราทำลายฟางเส้นสุดท้าย

ทำลายความหวังในรอยยิ้มสดใสกับบาสแสนสนุกของ อาโอมิเนะ ไดกิ

 

 

เท้าทั้งคู่เหยียบมาถึงชั้นทางเดินในตัวอาคารของระดับปี 3  เธอเลี้ยวตรงหัวมุมเดินต่อไปหมายกลับเข้าไปพักผ่อนคนเดียวเงียบๆกินข้าวกลางวันตามลำพังเงียบๆ ไม่อยากสุงสิงกับใครในช่วงเวลาพักกลางวัน

 

 

กึก!!!

 

เลือดในกายเย็นจับเป็นน้ำแข็งฉับพลัน ดวงหน้าที่แสร้งเฉยชาไม่อาจเก็บซ่อนอารมณ์อ่อนไหวเอาไว้ได้ ทันทีที่เห็นร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งพองามในชุดนักเรียนเทย์โควเรียบร้อยยืนล้วงกระเป๋าพิงกำแพงอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าคมคายหลับตาลงปิดสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆลืมตาช้าๆแล้วเลื่อนดวงเนตรต่างสีชวนประหลาดมาที่เธอ

 

ตึกตัก!!!!!

 

 

นัยน์ตาสีทับทิมแดงที่หลงเหลือไว้อยู่ที่ตาขวา ในขณะที่ตาซ้ายแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอำพัน ดวงเนตรที่ฉายแววอ่อนโยนนั่นกลายเป็นความเย็นชาหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ คุโรโกะสบตาต่างสีคู่นั้นก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือไม้สั่นไปหมด..ก่อนที่ทุกอย่างร้อนวาบไปทั่วทั้งหน้าเมื่อสีหน้าเย็นชาของชายหนุ่มกำลังส่งยิ้มบางๆมาให้

 

“อาคาชิคุง..”

 

 

..เจ้าชาย..

 

 

“อาคาชิจจิ!!!!!!!!!!”  เสียงใสกังวานตะโกนก้องไล่ตามจากด้านหลัง..คุโรโกะตัวแข็งทื่อมือที่กำลังจะยกขึ้นจากข้างตัวเพื่อโบกมือทักทายรีบลดลงอย่างรวดเร็ว ปลายหางตาเห็นเส้นผมสีทองสว่างดัดลอนพลิ้วสยายผ่านร่างด้านข้างของเธอไป ก่อนที่ความเจ็บปวดแทงเข้าที่ดวงใจอย่างจัง เมื่อพบว่า..ดวงตาต่างสีไม่เข้าคู่นั้นเลื่อนไปสบตาสีอำพันของหญิงสาวแสนสวยผู้มีดีกรีเป็นถึงนางแบบ

 

 

“ขอโทษนะอาจารย์คุมิปล่อยเลทน่ะ รอนานไหม”

“ไม่นานหรอก ผมรอเรียวตะได้”

 

 

อาคาชิมองคิเสะ..อาคาชิส่งยิ้มให้คิเสะ

 

 

“ถ้างั้นไปกันเถอะ ถ้าไม่รีบล่ะก็มีหวังโรงอาหารเต็มแน่”  คิเสะ เรียวตะยิ้มร่าเริงจนแก้มปริ อาคาชิยิ้มตอบก่อนที่คนทั้งสองจะเดินเคียงคู่กันไป ท่ามกลางสายตาปลาบปลื้มระคนอิจฉาของเหล่านักเรียนเทย์โควที่เดินสวนผ่านไปมาทั้งหลาย

 

“คู่นี้เหมาะสมกันจริงๆ”

“หล่อรวยกับสวยสง่า เหมือนเจ้าชายกับเจ้าหญิงไม่มีผิดเพี้ยน”

 

คำซุบซิบกระแทกเข้าโสตประสาทของคนไร้ตัวตน คุโรโกะยืนเผยอริมฝีปาก ยืนน้ำตาคลอมองแผ่นหลังของคนทั้งสอง..ที่กำลังถูกกล่าวขานว่า ‘เจ้าชาย’ กับ ‘เจ้าหญิง’  เมื่อรวมกันช่างดูเจิดจ้าจนไม่มีที่ยืนใดๆให้เงามืดหม่นได้เข้าแทรกแซง  ร่างเล็กๆเรือนผมสีฟ้านั่นอาจไม่เป็นที่สังเกตของคนอื่นๆ แต่กลับเป็นที่มองเห็นของสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลตัวจริงอีกสองคนที่ยืนสังเกตุการณ์จากในห้องเรียนที่คิเสะพึ่งออกไปเมื่อซักครู่

 

 

“พวกเราไม่ไปปลอบคุโรจินหน่อยเหรอ”  มุราซากิบาระดึงลูกอมรสมะนาวออกจากปาก นัยน์ตาสีอเมทิสต์ละสายตาจากหญิงสาวจำแลงกายในคราบหนุ่มน้อยจืดจาง มายังคนหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเขียวข้างกาย

“ปล่อยไปเถอะ ถึงพวกเราจะเข้าไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ว่าแต่นายมีโรงเรียนเข้ามาทาบทามแล้วสินะ?”  มิโดริมะดันแว่นขึ้น เปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“ก็ใช่..รู้สึกจะชื่อ โยเซน เห็นว่าที่นั้นโรงอาหารมีร้านขนมฝรั่งเศสอร่อยมาก ก็เลยตอบตกลงไป”

“นายนี่มันจริงๆเลย..มีใครเลือกโรงเรียนจากของกินกัน”  เสียงทุ้มเข้มต่อว่าไม่พอใจกับการตัดสินใจไร้ตรรกะสุดจะอินดี้ของอีกฝ่าย  มือชู้ตของทีมเทย์โควส่ายหน้าระอาใจกับชายหนุ่มตัวสูงโย่งผมสีม่วงทำเอาแต่ก้มหน้าก้มตาพยายามฉีกถุงขนมมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ ก่อนจะหลุบตาอ่านข้อความในมือถือที่ส่งมาหลังจากจบการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับเยาวชน

 

‘ขอเชิญมิโดริมะ ชินทาโร่ เข้าศึกษาต่อให้ระดับ ม.ปลาย ที่โรงเรียน ชูโตคุ เพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมบาสเก็ตบอลของเรา หากสนใจโทรติดต่อมาที่ 091-xxx-yyyy เพื่อเข้ารับโค้วต้านักกีฬา’

 

ชายหนุ่มสวมแว่นตาพ่นลมหายใจแรงอย่างหมิ่นเหม่ ปลายนิ้วโป้งไล่กดตัวเลขตามเบอร์แล้วกดโทรออก

 

 

.

.

.

 

 

 

“อาโอมิเนะคุง!!จะไปไหนนะ!!!โดดเรียนออกมาแบบนี้ไม่ได้นะ!!!”

 

เสียงแว้ดๆของหญิงสาวตลอดเส้นทางสร้างความรำคาญรูหูแก่ชายหนุ่มตัวสูงผิวสีแทนเข้ม อาโอมิเนะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงจ้ำอ้าวๆ ทำเมินไม่สนใจเพื่อนสมัยเด็กที่เดินตามหลังต้อยๆพยายามชักจูงให้เขากลับไปเข้าเรียน

 

“อาโอมิเนะ!!!ฟังฉันอยู่รึเปล่า!!!”

 

จู่ๆร่างสูงหยุดฝีเท้าลงเอาเสียดื้อๆ ตาสีชมพูกลมโตมองใบหน้าคมคายครึ่งซีกกำลังจับจ้องอะไรบางอย่างเธอจึงหันไปมองก็พบกับ..รั้วโรงเรียนก่อด้วยอิฐสีน้ำตาลแดง ในนั้นมีนักเรียนชายหญิงในเครื่องแบบสีดำแบบสูทเดินกวักไกว่..ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังป้ายชื่อเขียนด้วยตัวคันจิขนาดใหญ่

 

‘โรงเรียนมัธยมปลายโทโอ’

 

“เห…นั่นใช่ อาโอมิเนะคุง รึเปล่า?”  เสียงทุ้มลากยาวแถมขึ้นสูงในช่วงปลาย บ่งบอกนิสัยกวนประสาทหยอกล้อของเจ้าตัวเป็นอย่างดี  สาวน้อยผมชมพูสะดุ้งตกใจหันไปมองเจ้าของเสียงที่เข้ามาทักทาย เธอกระพริบตาปริบๆสำรวจคนที่เดินเข้ามาก่อนจะหยุดเท้าอยู่หน้ารั้วโรงเรียน

 

คนๆนี้..ถ้าจำไม่ผิด…

 

ผู้จัดการสาวตาโตเท่าไข่ห่าน..ความทรงจำในอดีตฉายย้อนไปยังกิจกรรมชมรมการแข่ง 1:1 tournament ชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวซีดกับใบหน้าแย้มยิ้มตลอดเวลาเหมือนคนอารมณ์ดี แท้จริงช่างเจ้าเล่ห์เพย์ทุบาย มากแผนการจนไม่อาจไว้วางใจได้

“ฉันจะเข้าต่อที่โทโอ”  อาโอมิเนะบอกวัตถุประสงค์การมาเยือนของตัวเองกับสมาชิกตัวจริงแห่งชมรมบาสเก็ตบอล..อิมาโยชิ โชอิจิ

“หือม์..ไม่เลวนี่ เป็นปิศาจมาเต็มตัวแล้วสินะ”  คนหน้ายิ้มยิ่งยิ้มกว้างเข้าไปใหญ่..รอยยิ้มที่ดูเหมือนแสยะทำเอาโมโมอิรู้สึกขนลุกชัน นัยน์ตาเรียวเล็กที่เก็บซ่อนเป็นวงเล็บหลังแว่นตาไร้กรอบไม่อาจมองเห็นความคิดของคนๆนี้..ไม่อาจคาดเดาความรู้สึกของคนๆนี้ ช่างเป็นอะไรที่ซ่อนเร้นจนน่าสะพรึง

 

“ตามมาสิ เดี๋ยวจะพาไปคุยกับโค้ช เธอเองจะมาด้วยกันก็ได้นะ ผู้จัดการแห่งเทย์โคว”

 

อิมาโยชิหันหลังเดินกลับเข้าไปในโรงเรียน  เด็กสาวร่างสะโอดสะองทำหน้าเหลอหลาที่อีกฝ่ายกล่าวถึงตัวเธอด้วย ยังไม่ทันได้ตัดสินใจว่าจะทำเช่นไร อาโอมิเนะก็ก้าวเท้าเดินตามหลังอีกฝ่ายไปเสียแล้ว

 

“ด..เดี๋ยวสิ! รอฉันด้วยสิอาโอมิเนะคุง!!!”

 

 

.

.

.

 

 

“นี่คือแบบสอบถามโรงเรียนที่จะเข้าต่อในระดับ ม.ปลาย 3 อันดับ ให้กรอกตามลำดับโรงเรียนที่อยากเข้ามาที่สุดแล้วลดหลั่นลงมา รวบรวมที่อาซาคุระแล้วส่งมาที่ห้องพักครูด้วยล่ะ”  อาจารย์ที่ปรึกษาประจำชั้นบอกทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้คาบโฮมรูมนี้เป็นเวลาของเด็กๆในการตัดสินใจถึงอนาคตต่อจากนี้หลังเรียนจบ หัวหน้าห้องสาวรับกระดาษแบบสอบถามอนาคตมาไล่แจกตามโต๊ะ จนมาถึงโต๊ะของคุโรโกะที่นั่งเงียบๆอยู่คนเดียวด้านหลัง เธอละสายตาจากวิวนอกหน้าต่างกลับมายังกระดาษบนโต๊ะ

 

“มีใครเห็นอาโอมิเนะบ้างไหม?”

“ไม่รู้สิ..หมอนั่นหายตัวไปตั้งแต่กลางวันแล้ว กระเป๋าก็ไม่อยู่ โดดเรียนแหงๆ ”

“เฮ้อ..โยสึเกะ นายอยู่ซอยเดียวกับอาโอมิเนะสินะ ฝากเอาแบบสอบถามไปให้หมอนั่นตอนขากลับด้วย”

“เอ๋!!!!!”

 

 

ที่นั่งตรงหน้าว่างเปล่า..เอซเทย์โควหายตัวไปหลังจากนัดเจอกันบนดาดฟ้าเพื่อบอกเลิกการเป็นคนรักกับเธอ   เช่นเดียวกับหัวสมองของคุโรโกะในตอนนี้ ทุกอย่างขาวโพลนไปหมด ความเครียดต่างเข้ามารุมเร้าจนคิดอะไรไม่ออก มือจับปากกาถือค้างอยู่แบบนั้นไม่ได้กดลงขีดเขียนในช่องแบบสอบถาม

 

 

ชีวิตต่อจากนี้ควรจะทำเช่นไร ในเมื่อไร้ซึ่งสัญญาที่มีต่อกัน

สิ่งที่รัก สิ่งที่ผูกพัน สิ่งที่นำพาให้ได้พบเจอกับรักแรก

เริ่มต้นด้วยบาสเก็ตบอล..จบลงด้วยบาสเก็ตบอล..

 

คุโรโกะกำปากกาแน่น เธอเม้มริมฝีปากจนเป็นแนวเส้นก่อนตัดสินใจเก็บปากกาลงในกระเป๋า พร้อมกับแบบสอบถามอนาคต..แล้วเนียนกลับบ้านโดยที่กระดาษยังไร้ซึ่งคำตอบ

 

 

.

.

.

 

 

“วันนี้หนูจะกลับช้าหน่อยนะคะ..ค่ะ..ค่ะ..จะไม่กลับเกิน 2 ทุ่มค่ะ สวัสดีค่ะคุณแม่”

 

หญิงสาวกดวางสายเก็บมือถือลงในกระเป๋าสะพายลงจากประตูรถไฟ เดินออกจากสถานีเลาะไปตามเส้นถนนไม่กี่กิโลก็ถึงโรงเรียนโคเมย์   ในชุดนักเรียนหญิงของเทย์โควที่แอบไปผลัดเปลี่ยนในห้องน้ำก่อนเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้  ด้วยยูนิฟอร์มแปลกตาของเด็กต่างโรงเรียนทำให้ตัวตนของเธอโดดเด่นขึ้น แต่เจ้าของเรือนผมสีฟ้าสั้นไม่สนใจสายตาทั้งหลายของเด็กโคเมย์เพ่งมอง เพราะเป้าหมายการมาเยือนของเธอคือ โรงยิมบาสเก็ตบอลตรงหน้านี่ต่างหาก

 

 

ครืด!!!!

 

“เอ๊ะ!!เธอเป็นใคร?เอ๋..ยูนิฟอร์มนั่น..เทย์โคนี่!!?”

“ฉัน..เอ่อ..มาหาโอกิวาระคุงค่ะ”  คุโรโกะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะบอกชื่อนามสกุลตัวเองให้กับผู้ชายกับเหล่าสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลโคเมย์ที่เปิดประตูโรงยิมมาเจอหน้ากัน

 

 

สิ่งที่รุ่นปาฏิหาร์ยทำไว้ สร้างรอยแผลเจ็บช้ำแก่โคเมย์อย่างถึงที่สุด ถึงเธอไม่ได้ร่วมกระทำ แต่ก็ถือว่ามีส่วนผิดต่อเหตุการณ์ทั้งหมดเช่นกันที่ปล่อยให้เรื่องเลวร้ายเหล่านี้เกิดขึ้น

 

 

ละอายใจ..เกินกว่าจะเผยตัวตน

 

 

“เธอเป็นเพื่อนของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ที่โอกิวาระส่งเมลหากันบ่อยๆสินะ”  ดูเหมือนว่าโอกิวาระจะเล่าเรื่องสัญญาว่าจะไปแข่งกันในแมตท์รอบชิงชนะเลิศให้เพื่อนร่วมทีมฟังด้วย ใบหน้าไร้อารมณ์พยักหน้าตอบรับคำเหล่านั้นหน้าตาย เออออห่อหมกไปกับการคาดเดาของพวกเขาเหล่านั้น

“แล้วโอกิวาระคุงอยู่ไหนเหรอคะ ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเขา”  เสียงเย็นไร้อารมณ์กลับเข้าสู่ประเด็นอีกครั้ง นัยน์ตาสีอ่อนกวาดมองสีหน้าของสมาชิกชมรมบาสโคเมย์ พวกเขาเหล่านั้นมีท่าทีอ้ำๆอึ้งๆเอาแต่ก้มหน้าก้มตาหันไปมองกันเองไปมา สาวเจ้าของเส้นผมสีฟ้าเลิกคิ้วสูงสับสนกับท่าทีเหล่านั้น…

 

 

 

 

ตึก!!!!ตึก!!!ตึก!!!!

 

ฝีเท้าวิ่งกระหืดหอบมาจนถึงหลังประตูล็อกเกอร์หลังโรงยิม หญิงสาวร่างเล็กหายใจถี่แรงโก่งตัวเท้ามือกับหัวเข่าก่อนจะยืดตัวยืนเต็มความสูงทั้งใบหน้าโชกเหงื่อ จ้องเขม็งไปยัง..ชายหนุ่มตัวสูงโปร่งเรือนผมสีเข้มในชุดนักเรียนโคเมย์สีทึบตรงหน้า โอกิวาระ ชิเงฮิโระตกใจกับการปรากฏตัวของเพื่อนสมัยเด็ก มือแกร่งรีบเก็บซ่อนเป้สะพายอัดแน่นไปข้าวของเครื่องใช้ต่างๆในชมรมของตนที่เก็บกวาดจากล็อกเกอร์ไว้ด้านหลัง

 

“โอกิวาระคุง..จะลาออกจากโคเมย์เหรอคะ?”

“……”

“ทั้งหมดเป็นเพราะฉันสินะคะ..เพราะฉันรักษาสัญญาไม่ได้ โอกิวาระคุงถึง..”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก”

 

เสียงคร่ำครวญหยุดลงทันทีที่อีกฝ่ายแทรกพูดขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนสั่นไหวจวนเจียนร้องไห้..ช้อนขึ้นมองสบเข้าไปในดวงเนตรคู่คมเบื้องหน้า โอกิวาระรีบหลบสายตาเค้นถามของหญิงสาวจืดจาง

 

“ฉัน..ฉันกลัว..”  เสียงทุ้มสั่นเครือ ริมฝีปากหนาสั่นระริกทุกคำพูดที่เอ่ยเอื้อน

“การแข่งรอบชิงวันนั้น..มันเป็นสิ่งที่โหดร้ายมาก มันเจ็บปวด น่าละอายจนฉันไม่กล้าที่จะหยิบจับลูกบาสอีก” มือแกร่งยกขึ้นมาปิดหน้า..คุโรโกะตาโตตกตะลึงกับน้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้มสาก โอกิวาระ ชิเงฮิโระ ผู้แสนร่าเริง รักบาสเก็ตบอลไม่น้อยกว่าใคร สอนการเล่นและเทคนิคต่างๆให้มากมาย ใช้เวลาแสนสนุกด้วยกัน

 

“ฉัน..กลัว..กลัวจนไม่อยากจะเล่นบาสอีกแล้ว”

 

ร่างสูงสั่นสะท้าน  นึกถึงความรู้สึกหวาดกลัวการถูกเหยียดหยามประหนึ่งแมลงไร้ค่า ถูกนักล่าที่มีชื่อว่า ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’ ฉีกขย้ำทำลายศักดิ์ศรีที่มีต่อหน้าสาธารณะชน

 

“ถ้าฉันต้องกลับไปเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีก สู้ไม่เล่นบาสตั้งแต่แรกจะดีกว่า”

 

 

อับอายเกินจะทนไหว..เจ็บปวดที่สิ่งที่รักกลับย้อนเข้ามาทำร้ายอย่างแสนสาหัส

 

 

“โอกิ..วาระคุง..ฉันขอโทษ..ขอโทษ”

 

โอกิวาระสูดน้ำมูกเอาหลังมือเช็ดคราบน้ำตาลวกๆ เขารู้สึกอายมากกว่าเก่า ทั้งที่เป็นผู้ชายแท้ๆดันมาร้องไห้เรื่องแพ้การแข่งต่อหน้าเด็กผู้หญิง ปากหนาฝืนยิ้มอ่อนโยน พยายามทำให้ดูสดใสมากที่สุดเพื่อไม่ให้คุโรโกะรู้สึกหม่นหมองไปมากกว่านี้ ถึงอีกฝ่ายจะดูนิ่งเย็นแต่เขารู้จักเธอดี..ว่าเจ้าตัวก็เก็บเรื่องราวเจ็บปวดไว้ไม่น้อยไปกว่าเขา

 

“คุโรโกะไม่ผิดหรอก..ฉันรู้ดีว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้”

“แต่ถ้าวันนั้นฉันไม่บาดเจ็บ บางที..ฉันอาจจะหยุดพวกเขาได้”

 

คุโรโกะก้มหน้าลงต่ำ เธอเองก็ละอายใจเกินกว่าจะฝืนมองหน้าโอกิวาระ..ถึงโอกิวาระจะไม่ถือสาตัวเธอ แต่ก็ให้อภัยตัวเองไม่ได้อยู่ดี มือเล็กกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ กัดริมฝีปากกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังเล็ดรอดออกมา ก่อนที่ความรู้สึกปวดร้าวในอกซ้ายคลายออก เมื่อสัมผัสอบอุ่นวางลงบนศีรษะลูบไปมาอย่างอ่อนโยน

 

“คุโรโกะใจดีเสมอเลยนะ..ขอบใจที่เป็นห่วงฉันจนตามมาถึงที่นี่” โอกิวาระยิ้มละมุน ก่อนจะชักมือกลับ

“โอกิวาระคุง…”

“พวกรุ่นปาฏิหาริย์ในตอนนั้นทุกคนมีสายตาที่เย็นชาและโดดเดี่ยวนัก ฉันคิดว่าพวกเขาน่าสงสาร แต่ฉันเองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยพวกเขาได้ แต่ว่า..ถ้าเป็นคุโรโกะล่ะก็..”  โอกิวาระเว้นวรรคครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ

“ฉันเชื่อว่าความอ่อนโยนและความรักที่มีต่อบาสของคุโรโกะจะสามารถละลายหัวใจที่เต็มไปด้วยกำแพงน้ำแข็งของพวกนั้นได้แน่”

“แต่ฉัน..ไม่รู้ว่าจะเล่นบาสต่อดีไหม” คุโรโกะหลบสายตาอีกฝ่ายอีกครั้ง มองมือทั้งสองที่คอยส่งลูกให้กับทีม มือที่จับลูกกลมสีส้มสากๆผลักดันให้สมาชิกรับเพื่อทำแต้มแต่ละครั้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อทีม

 

 

อนาคตเคว้งคว้างไร้ซึ่งหนทาง…รักและชิงชังบาสเก็ตบอลในเวลาเดียวกัน

 

 

“อย่าเลิกเล่นเลยนะ..สัญญากับฉันสิ..”   มือแกร่งบีบจับหัวไหล่บอบบางทั้งสองไว้แน่น..แน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าเจ็บ  ดวงตาคู่คมสั่นไหวมองมาด้วยสายตาวอนขอ คำขอในสัญญานั่นคุโรโกะไม่หาญกล้าพอที่จะตอบตกลง เธอจึงเลือกที่จะเบือนหน้าหนีหลบหน้าอีกฝ่ายไป  โอกิวาระตาโต..เขาค่อยๆคลายแรงจับปล่อยมือจากร่างเล็ก   ต่างคนต่างเงียบกันอยู่นาน ไม่ยอมขยับฝีเท้าเดินไปไหนจนคุโรโกะทนความอึดอัดเหล่านี้ไม่ไหว ริมฝีปากกำลังจะขยับกล่าวคำขอโทษ ทว่า..กลับมีสิ่งหนึ่งโยนเข้ามาใกล้เธอจึงยื่นมือรับตามสัญชาติญาณ

 

 

“สายรัดข้อมือ?”  ตากลมโตปริบมองของในมือก่อนจะเงยหน้าไปสบตาสีเข้มของคนหนุ่มตัวสูง

 

“ฉันขอฝากของชิ้นนี้กับคุโรโกะ ถ้าวันใดคุโรโกะตัดสินใจกลับมาเล่นบาสช่วยใส่สายรัดข้อมือนี้ลงแข่งด้วยนะ” โอกิวาระกล่าวทั้งรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะตบไหล่อีกฝ่ายแรงๆจนคุโรโกะตัวโคลงเคลง  หญิงสาวรู้ดีว่าปฏิเสธไปก็คงถูกอีกฝ่ายยัดเยียดให้เอาจนได้ เธอจึงโค้งตัวขอบคุณแล้วเก็บสายรัดข้อมือสีดำไว้ในกระเป๋าสะพาย

 

 

“จะว่าไป..เจ้าชายของเธออยู่ในรุ่นปาฏิหาร์ยจริงๆสินะ..สรุปเป็นใครงั้นเหรอ?”

 

คำสัญญาในวัยเยาว์..คำสัญญาที่เป็นทุกสิ่ง จุดเริ่มต้นทุกอย่างของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ทำให้เธอต่อสู้ อดทน ไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรค ฝึกฝนเล่นบาสจนมาถึงทุกวันนี้..มาวันนี้แทนที่จะสามารถกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่าเจอแล้วซึ่งรักแรกที่รอคอย

 

 

กลับกลายเป็นความขมขื่น

 

 

“…อาคาชิคุง”   คุโรโกะเอ่ยนามของกัปตันชมรม ริมฝีปากอิ่มสั่นระริก ดวงเนตรสั่นไหวเจ็บร้าวและร้อนผ่าวจนต้องรับเงยหน้ากลอกตาขึ้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

 

“อาคาชิคุง..คือ..เจ้าชาย..”

 

โอกิวาระ ชิเงฮิโระ หน้าซีดลงทันตาเห็น หน้าคมคายโชกชุ่มเหงื่อดวงตาคู่คมเบิกกว้างสุดขีด ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดผวาจนคุโรโกะเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ

 

“ง..งั้นเหรอ..กัปตันทีมเทย์โควงั้นเหรอ..”

“โอกิวาระคุง..ทำไมจู่ๆก็..”

“หมอนั่นน่ะ..น่ากลัวที่สุดในรุ่นปาฏิหาร์ย สายตาของหมอนั่นเย็นชาที่สุด ถ้าทุกคนในรุ่นปาฏิหาร์ยคือปิศาจ อาคาชิ เซย์จูโร่ ก็คงเป็นจักรพรรดิปิศาจ ” โอกิวาระกล่าวทั้งสีหน้าเคร่งเครียด

 

 

“ฉัน..รู้ค่ะ..เมื่อก่อนอาคาชิคุงไม่ใช่คนแบบนี้ เขาเป็นคนที่อ่อนโยน สุขุม ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่จริงๆแล้วเก็บซ่อนเรื่องราวต่างๆเอาไว้มากมาย”

 

 

ยิ่งพูดก็ยิ่งเจ็บใจ..ยิ่งพูดก็ยิ่งเสียใจ

 

 

“ไม่ยอมพูดออกมา..ไม่เลยซักครั้ง ทั้งที่เหงามากแท้ๆ ทั้งที่อยากใช้ชีวิตสนุกเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปแท้ๆ ทั้งที่รู้ว่าโดนสวมรอยก็เอาแต่เงียบไว้ ฉัน..ฉันมันบ้าจริงๆ ทั้งๆที่เขาเองก็พยายามบอกฉันอยู่หลายครั้ง”

 

ความทรงจำในอดีตวันวาน..กรอกลับไปมาเหมือนกรอเทป

ทุกการกระทำของอาคาชิ ทุกความห่วงใย

 

 

“แต่อาคาชิคุงคนนั้นไม่อยู่อีกแล้ว..เขาหายไปแล้ว..เจ้าชายที่ฉันรอไม่มีอีกแล้ว..”

 

 

.

.

.

 

 

ท้ายที่สุดก็ไม่อาจฉุดรั้งโอกิวาระให้กลับมาเล่นบาสได้…อีกฝ่ายติดต่อญาติทางฝั่งแม่ที่อาศัยในฮอกไกโดรวมถึงติดต่อขอย้ายโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะหนีความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเจ้าตัวจึงเลือกที่จะไปตั้งต้นชีวิตใหม่ในโรงเรียน ม.ปลายที่แห่งนั้น  คุโรโกะเดินกลับบ้านด้วยใจท้อแท้หมดแรงและสิ้นหวัง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน จากท้องฟ้าสีสดใสกลับกลายเป็นสีส้มแดงเรืองรองจากตะวันตกดิน ริ้วท้องฟ้าบนสุดแปรเปลี่ยนเป็นครามเข้มไล่เฉดลงมาเรื่อยๆตามกาล

 

ปึก!!!ปึก!!!

 

ลูกบาสกระเด้งกระดอนกระแทกเดาะลงสู่พื้น รองเท้าเสียดสีดังเอี๊ยดอ๊าดชวนคิดถึง ทำให้เท้าทั้งสองชะงักนิ่งใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีอ่อนผินมองผ่านลูกกรงเหล็กสูง ด้านในเป็นสตรีทบาสพื้นสีเขียวทาเส้นแทบสีขาวด้วยสีโปสเตอร์ง่ายๆ ดวงตาสีฟ้ามองดูเหล่าเด็กหนุ่มอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังลำเลียงลูกบาสแข่งขันจำนวนคน 3:3

 

“ส่งมาๆ”

“เสร็จฉันล่ะ!!!!”

 

 

โครม!!!!!

 

ลูกบาสดังก์กระแทกแป้นบาสเสียงดัง  ท่ามกลางเสียงร้องดีอกดีใจของเพื่อนฝูงทันทีที่ชายคนนั้นหย่อยเท้าลงเหยียบพื้น สมาชิกร่วมทีมสองคนโผเข้ามากอดคอขยี้หัวกันยกใหญ่

 

ทั้งที่เมื่อก่อน..เราเคยเล่นบาสอย่างสนุกสนานแบบนั้นแท้ๆ..

 

มือเกาะลูกกรงแน่น..กำจนขึ้นข้อขาว นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนสั่นไหว ภาพตรงหน้าพร่ามัวลงทุกขณะ ความเย็นไหลอาบแก้มใสสองข้าง ไม่อาจกลั้นได้อีกแล้วกับน้ำตาแห่งความเสียใจ..

 

 

โอกิวาระคุง..มิโดริมะคุง..มุราซากิบาระคุง..คิเสะคุง..โมโมอิซัง..อาโอมิเนะคุง..

 

“ฮึก….”

 

…อาคาชิคุง…ทุกคน..ไม่เหลือแล้ว..

 

 

 

“เอ๋!!?”

 

ชายตัวสูงผิวสีเข้มกร้านแดดจากการถูกเผาพองามเงยหน้าจากคอเสื้อที่หยิบขึ้นมาเช็ดเหงื่อไคล ใบหน้าคมคายล้อมเส้นผมสีแดงน้ำตาลไหม้ชี้แหลมหันไปมองกำแพงลูกกรงกั้นสตรีทบาสด้านนอก

 

“มองอะไรวะคางามิ?”

“เมื่อกี้..ฉันรู้สึกเหมือนมีคนยืนมองพวกเราจากตรงนั้น..” ชายหนุ่มเจ้าของลูกชู้ตดังก์ล่าสุดชี้นิ้วไปตามทิศทางดังกล่าว พวกเพื่อนๆร่วมเล่นบาสชะโงกใบหน้าสอดสายตามองหาเค้าร่างคน

“ไม่เห็นมีเลย คิดไปเองล่ะมั้ง? นี่ก็เย็นมากแล้วคงไม่มีใครมาเล่นบาสเพิ่มแล้วล่ะ”

“เฮ้ย..หรือว่า..จะเป็นผี?”

“ผีบ้าอะไร!!!ม..ไม่มีจริงซักหน่อย!!!เล่นต่อดีกว่า!!!” คางามิโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนโรคกลัวผีขึ้นสมองของตน แล้วตะปบแย่งลูกบาสในมือเพื่อนร่วมแก๊งค์เดาะบอลกลับเข้าสนาม ท่ามกลางเสียงหัวเราะขำขันของเพื่อนๆ

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

ขออภัยที่ดีเลย์มานาน  พอดีว่าตอนนี้บลัดเรียนต่อ ป โท แล้ว และก็มีงานเยอะพอสมควร อะไรๆคงเร็วเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้

แต่จะพยายามอัพอาทิตย์นึง เรื่องนึง นะคะ

 

ฟิคนี้ตอนหน้าจะจบภาค ม ต้นแล้วค่ะ และจะเริ่มภาค ม ปลายต่อในตอนที่ 21 น่อ ฉะนั้นตอนรวมเล่มฟิคนี่ 2 เล่มจบค่ะคือภาค ม.ต้น กับภาค ม.ปลาย

อาทิตย์หน้าหรืออาจยาวกว่านั้นต้องขอดองฟิคก่อนนะคะ เนื่องจากว่าจะสอบมิดเทอมแล้ว ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย เหอๆ

 

จะกลับมาอีกครั้งหลังสอบเสร็จค่ะ

บายจ้า

13 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part19

  1. บากะกามิโผล่แล้วววว (โดนบอลลึกลับอัดหน้า)

    น้องครก.ของเราน่าสงสารจริงๆแต่ก็พยายามเข้านะ พี่เอาใจช่วยเสมอ (กอดน้องครก. #กรรไกรลึกลับบินมาปักหัว)

    PS.สู้ๆเข้านะคะพี่บลัด หนูเอาใจช่วยน๊าาา

    • ตัวละครใหม่ที่จะมาโดดเด่นในภาค ม ปลาย 555 ตอนนี้น้อง ครก ช้ำแล้วช้ำอีก เพื่อนก็ตีจาก คนแอบรักก็ดันเมินเฉยชิบ ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ

  2. อา…ถ้าเป็นน้องคงปวดใจน่าดู ทุกอย่างที่มีมันพังทลายลงไปในพริบตา ทั้งความรัก,มิตรภาพ,ความฝัน เเละความสนุกในการเล่นบาส ถ้าขาดของเหล่านี้ไปน้องคงเเบบไม่ไหวเเล้ว…เเต่น้องเสือ!!! น้องเสือโผล่มาเเบ้ววว เเม้จะโผล่มาไกด์น้อง เเละเล่นมุกอีกนิดหน่อย เเต่โผล่มาเเบบน่ารักอ่ะ หนุ่มน้อยอาบเเสง555
    มิโดรินที่น่าสงสาร อึดอัดเเทน…ต้องมาอยู่ในวงเครียด มีเเต่เรื่องของคนอื่นทั้งน้านนน หวังว่าม.ปลาย นายจะไม่ต้องเครียดขนาดนี้เเล้วนะ เเละได้เจอคู่หูที่จะคอยอยู่ข้างๆนายนะ มิโดริน
    ปล.เรื่องเรียนก็พยายามเข้านะคะ เเต่อย่าหักโหมนะคะ o>_<o~สู้ๆค่ะ

    • สภาพแบบทนอยู่เรียนๆไปให้จบการศึกษา อึดอัดไปหมด น้องเองก็จะแตกสลายอยู่มะรอมมะร่อ ส่วนน้องเสือโผล่มาเป็นทางไปสู่ภาค ม ปลาย ออกมาเล่นมุกเพื่อไม่ให้ตึงเครียดเกินไป ตอนนี้เราเองแต่งต้องใส่ฟิลลิ่งน้อง มันอึดอัดสุดๆ ส่วนมิโดรินก็อึดอัดนะ เพราะเพื่อนๆดันทะเลาะกัน ส่วนมุคคุงเองก็ไม่ได้ทะเลาะกับใคร แต่ไม่ค่อยแคร์นอกจากของกิน ไม่สนหัวใครเลยไม่ค่อยอะไร 55 ขอบคุณมากค่ะสำหรับเรื่องเรียน

  3. ไม่เห็นด้วยกับคำพูดโฮ่ที่บอกว่าน้องเป็นผู้หญิงเลือดเย็นนะ เลือดเย็นตรงไหนอ่ะโฮ่ น้องน่าสงสารเรื่องมันยุ่งก็เพราะแกอ่ะแหละ(โทษๆ) นายน้อยก็แบบนะ .. เหมือนจะเย้ยน้องแล้วประชดใส่เต็มที่อ่ะ ฉากที่ยิ้มให้คิเสะแล้วมองผ่านน้องนี่แบบ .. โคตรเจ็บปวดแทน เห้อ .. น้องน่าสงสาร จนแอบอยากให้คุณบลัดเปลี่ยนคาแรกเตอร์ทำให้น้องเข้มแข็งขึ้นแล้วประชดใส่ท่านบ้าง เอาแบบสะใจๆไปเลย (ว่าไปนั่นเพราะอารมณ์ขุ่นเคืองแทนนางเอก 55555) ส่วนบากะงามิก็มาแล้ว มาดูกันว่าบากะงามิจะช่วยเหลืออะไรน้อง ฮึ่มม

    • อาโฮ่พูดรมณ์ผู้ชายประชด ทั้งรักทั้งโมโหทั้งเสีย ที่ว่าเย็นชาคือ เอาแต่มองอาคาชิ ไม่เคยมองคนอื่นเลย พอรู้ว่าไม่ใช่เจ้าชาย เรื่องราวดีๆตอนคบกันก็ไร้ความหมาย เป็นมุมมองความคิดของมิเนะ ส่วนอาคาชิจะมองว่าเย้ยก็ได้ มองว่าไม่สนใจก็ได้ เพราะจนถึงตอนนี้ อาคาชิยังเป็นคนที่มองยากและก็ลึกลับอยู่ในด้านความคิดความอ่าน น้องจะทำอะไรต่อไป คาแรกจะเปลี่ยนไหมต้องรอลุ้นค่ะ

  4. ตอนนี้มันเจ็บปวดสุดๆๆเลยค่ะ พี่แต่งได้แบบหน่วงมาก T_____T รู้สึกเจ็บปวดไปพร้อมๆกับน้องคุโรโกะเลย
    อาจเป็นเพราะตัวเองก็เคยโดนเมินแบบนี้เหมือนกัน เป็นอะไรที่เจ็บปวดมากกกกค่ะ (แอบตรงกะชีวิต 5555)
    น้องน่าสงสารมากจริงๆนะคะ นายน้อยช่างทำกับน้องได้ Y Y ไประริกระรี้กับคิเสะ แต่แอบรู้สึกเหมือนนายน้อยทำไปเพราะประชดน้องเลยแฮะ = =

    และที่ทุกอย่างพังทลายในพริบตาเพราะอาโฮ่คนเดียวเลยย ถ้านายไม่สวมรอยทุกอย่างก็ไม่เป็นแบบเน้~~~ ต้นเหตุมันมาจากนายเลย //โดนลูกบาสกระแทกหัว

    กรี๊ดดด คางามินมาแล้วว พี่เสือของเรา เย้!! เปิดตัวได้ฮามากเลย น้องจะได้ไปอยู่รร เดียวกับพี่เสือสินะคะ ว่าแต่พี่เสือจะรู้ไหมเนี่ยว่าน้องเป็น ผญ อ่าค่ะ = =??

    ปล.พี่แต่งได้สุดยอดมากเลยค่ะ แต่งได้อารมณ์มาก เวลาที่อ่านมันรู้สึกจุกและแน่นในอกเหมือนจะหายใจไม่ออกเเลย สารภาพว่าแอบมีน้ำตาคลอเบาๆตอนที่นายน้อยเมินน้องง TT_____TT อย่าให้ถึงคราวน้องบ้างนะ เอาคืนให้แสบๆๆเลย //โดนกรรไกรปริศนาแทงดับ T^T

    ปล2. เรื่องเรียนก็สู้ๆน้าคร้าา เป็นกำลังใจให้สอบได้ค่ะ ^^V //เม้นยาวมากกเลย ขอโทษนะคะ T T

    • ขอบคุณมากค่ะสำหรับคำชม เขินนน 55 สารภาพว่าตอนแต่ง เราเองก็อึดอัดเหมือนกัน ฟิลลิ่งใส่ความกดดันมาพอตัว เราก็เคยมีประสบการณ์โดนเมินเหมือนกัน แบบจู่ๆเพื่อนก็ไม่คุยด้วยอะไรไม่รู้เคว้งหนักมากจริงๆ ก็เลยใส่ฟิลไปได้เต็มที่ 55
      นายน้อยนั้นจะตีความว่าประชดก็ได้ หรือ ไม่สนใจน้องอีกแล้วก็ได้ เพราะเดิมทีก็เป็นคนเดาใจยาก อถมตอนนี้บุคลิกเปลี่ยนไม่ใช่คนเดิมแล้วด้วย

      ปัญหาทั้งหมดตะไม่เกิดเพราะความเห็นแก่ตัวของอาโฮ่ ถ้าอาโฮ่ไม่โกหก ก็คงไม่เป็นแบบนี้ แต่ถ้าไม่ทำน้องก็ไม่หันมามองเลยนะ. คางามินเปิดตัวแล้วว ปูทางสู่ ม ปลาย น้องจะไปอยู่เซย์รินนั่นแหละ แต่ในฐานะอะไรนี่สิ 555 ขอบคุณสำหรับกำลังใจเรื่องสอบค่ะ เม้นยาวไม่เป็นไรจ้า เราชอบนะ 555

  5. หน่วงมากค่ะ สงสารน้อง ครก มากอ่ะตอนนี้ เพราะสูญเสีย ทั้งความรัก เพื่อน ทีม คือแบบว่าที่ใฝ่ฝันมามันต่างและพังทลายลงมาแบบไม่เป็นท่า ยิ่งฉาก อคช กะ คิเสะ เดินไปด้วยกัน อ่านแล้วน้ำตาจะไหลตามคือฟิลมันได้มากอ่ะ โดนเมินอย่างช่วยไม่ได้ ก็เข้าใจว่าน้อง ครก เรา จืดชืด แต่ก็คงยังอยู่ในสาย อคช แน่นอน ตอนนี้บากะ ก็มาแล้ว จะรอตอนต่อไปค่ะ สนุกมากเลย #สู้ๆเรื่องเรียนนะค่ะ อย่าหักโหมจนเกินไปนะคะ

    • อาคาชิกับคิเสะ บาดใจสุดแล้ว ส่วนจะยังอยู่ในสายตา อคช ไหม ให้เดากันดีกว่า ตอนนี้ อาคาชิคนเดิมไม่อยู่แล้ว กลายเป็นอีกบุคลิก ตอนนี้เราแต่งเราก็หน่วงเหมือนกัน ใส่ความกดดันเต็มๆ คางามิจะมีบทบาทในภาค ม ปลาย

  6. อาาน้องตกอยู่ในโคม่า(ทางใจ!!)ไปแล้วเรียบร้อย…(คนอ่านด้วยT^T)
    สงสารน้องอ่าอ่านแล้วอินรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน ชักจะหมั่นไส้อาคาชิล่ะเมินน้องงี้ได้ไง!!
    เรื่องนี้ยัง AkaKuro แน่เหรอเนี่ย ชักอยากเชียร์ให้น้องคู่กับคนอื่นแทนซะแล้วอ่ะฮือออT3T
    เรื่องสอบก็พยายามเข้านะคะ >w<

    • Akakuro แน่นอนค่ะ ตอนนี้ทุกอย่างคือเฟล ทุกคนจากไปหมด ตอนอาคาชิพบว่าน้องคบมิเนะ ก็เจ็บไม่แพ้กัน แต่ไม่แสดงออก ทั้งที่บ้าน ทั้งเพื่อน แถม ครก จำตัวเองไม่ได้อีก

  7. เหอะๆๆ เหมือนผมเลย ทุกอย่างหายไปหมด ไม่เหลือชิ้นดี เพื่อนหาย แฟนหาย คนในทีมบาสก็เมิน จะเล่นทีมกับเค้ารึก็เกรงใจ เหมือนไร้ตัวตนเลย…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s