[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part20

 

 

Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

Kuroko no love 20

 

 

 

ต้นฤดูใบไม้ผลิมาถึง สิ้นสุดฤดูกาลศึกษา ดอกซากุระโรยราไปกับสายลมโชยอ่อน สีชมพูล้อมรอบไปทุกหนทุกแห่งราวกับสรวงสวรรค์ที่โปรยปรายแสดงความยินดีแก่เหล่าบัญฑิตแห่งโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โคว หอประชุมใหญ่เปิดประตูออก เหล่าเด็กนักเรียนทยอยกันเดินออกมาพร้อมกับกระบอกสีน้ำเงินบรรจุประกาศนียบัตรรับจากพิธีจบการศึกษาระดับมัธยมต้น

บัดนี้รั้วโรงเรียนเทย์โควแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากมาย..เด็กรุ่นน้องแห่แหนเข้ามาขอบูมรอบเหล่าพี่ๆแสดงความยินดีด้วยเสียงเพลงประจำโรงเรียนอันกึกก้อง แลกกับค่าตอบแทนจากรุ่นพี่ทั้งหลายตามศรัทธรา ท่ามกลางเสียงหัวเราะและรอยยิ้มชื่นบานประดับบนใบหน้าทุกคน

 

 

“คิเสะจังขอถ่ายรูปด้วยนะครับ”

 

 

นางแบบสาวนิตยสารวัยรุ่นชื่อดังโดนเหล่าหนุ่มๆรุมตอมขอร่วมถ่ายรูปคู่ ซึ่งแน่นอนว่าระดับไอดอลเช่นเธอ ไม่คิดปฏิเสธให้เสียชื่อเสียงหรือแม้แค่รำคาญใจ รอยยิ้มโปรยเสน่ห์น่ารักสดใสขยับบนริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อตอบรับคำขอเหล่านั้น  แสงแฟลชกล้องมือถือสว่างวาบทุกวินาทีจากกล้องของพวกผู้ชายคนแล้วคนเล่า

 

ระหว่างนั้น..ใบหน้าสะสวยล้อมเส้นผมสีทองดัดลอนยาวสลวยแววาวยามต้องแสงอาทิตย์หันไปสะดุดสายตากับร่างเล็กบอบบางในชุดนักเรียนชายเทย์โควก้าวเดินออกจากหอประชุมปะปนในหมู่เพื่อนฝูง เจ้าของเรือนผมสีฟ้าชี้ยุ่งตัดสั้นรับกับดวงหน้าไร้อารมณ์ จังหวะนั้นเหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่ากำลังถูกจ้องเลยหันกลับมาสบตา

 

 

คุโรโกจจิ

 

 

ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันโดยไม่มีใครคิดเอ่ยเอื้อนสนทนาใดๆ ความเงียบที่คั้นกลางเอาด้วยสายสัมพันธ์แตกหักจากความ ‘หึงหวง’ ในตัวผู้ชาย

 

 

ปัญหาระหว่างผู้หญิง..ความคิดด้านลบอันน่าชิงชัง ตัดขาดซึ่งสายสัมพันธ์เพื่อนสนิท

 

 

คิเสะรู้สึกอึดอัดใจ เธอเม้มปากแน่น แววตาคู่งามฉายแววโลเลครู่หนึ่ง ก่อนจะประกายวาววับตัดสินใจอะไรบางอย่าง ขาเพรียวทั้งคู่กำลังจะก้าวเดินเข้าไปหา..ทว่า..พวกนักข่าวบันเทิงกลับแห่กันเข้ามาล้อมรอบขอถ่ายรูปพ่วงกับขอสัมภาษณ์เรื่องอนาคตที่เธอวางแผนจะทำต่อจากนี้ทันทีที่พวกนักเรียนชายเริ่มกระจายออกจากวงโคจรที่ล้อมรอบตัวเธอ

 

 

“จากนี้ไปคิเสะจังวางแผนจะต่อ ม.ปลาย ที่ไหนคะ?”

“ความสัมพันธ์กับ อาคาชิ เซย์จูโร่ ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ ได้ข่าวมาว่า ฝ่ายชายถูกทาบทามไปที่ราคุซัน คิเสะจังจะตามไปเรียนต่อที่นั้นใช่ไหมครับ?”

 

 

คำถามระดมยิงเข้ามาประหนึ่งกระสุนปืนจนตัวสาวผมทองดัดลอนตกใจ และอื่นๆอีกมากมายที่เหล่าผู้สื่อข่าวรัวลิ้นจนฟังไม่ได้ศัพท์ เธอชะโงกใบหน้ามองหาเพื่อนสาวจืดจางผ่านไหล่ฝูงนักข่าว

 

 

คุโรโกจจิ..ไม่อยู่แล้ว..

 

 

หากละสายตาแม้เพียงเสี้ยววินาที คุโรโกะ เท็ตสึยะ จะหายไปอย่างไร้ตัวตนสมฉายาว่าเงาลวงตา คิเสะตีสีหน้าผิดหวังครุ่นึง ก่อนกลับมาปั้นหน้ายิ้มตอบคำถามเหล่านักข่าว ทำหน้าที่คนบันเทิงมนุษยสัมพันธ์ดีต่อ

 

 

.

.

.

 

 

พิธีจบการศึกษาเทย์โควของปีนี้มีคนนอกแห่แหนเข้ามาร่วมงานมากกว่าทุกปี ส่วนหนึ่งเพราะมีคนในวงการบันเทิงอย่าง คิเสะ เรียวตะ เรียนจบในปีนี้ และอีกส่วนหนึ่งคือ..ข่าวสะเทือนวงการบาสเกตบอลระดับเยาวชน กับเหล่าเด็กหนุ่มนักกีฬาตัวจริงผู้คว้าแชมป์การแข่งขัน 3 สมัยรวด

 

“นั่นไง มิโดริมะ ชินทาโร่ มือชู้ตรุ่นปาฏิหาร์ย!!!!!”

“ตำแหน่ง center มุราซากิบาระก็อยู่ด้วย!!!”

“หมอนั่นไง..เจ้าของท่า fromless shoting อาโอมิเนะ ไดกิ”

 

เหล่ารุ่นปาฏิหาริย์ทั้ง 3 ที่เดินออกมาไม่กี่ก้าวก็โดนฝูงชนผู้สื่อข่าววิ่งพุ่งเข้าใส่ล้อมวงเข้าหาทันที จนเป็นที่ฮือฮาแก่เหล่าเด็กๆเทย์โควไม่แพ้กับกระแสความดังของนางแบบสาวผมทองดัดลอน  คุโรโกะลอบมองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนปลีกตัวหนีมาหลบความวุ่นวายหน้าหอประชุมมานั่งเงียบๆบนม้านั่งใต้ต้นซากุระขนาดใหญ่หลังโรงยิมบาสเก็ตบอล

 

 

นักข่าวลืมสัมภาษณ์ คุโรโกะ เท็ตสึยะ..ด้วยความจืดจางทำให้ลืมไปว่ามีผู้เล่นอีกคนที่อยู่ตรงนี้

ลืม…ว่าเคยร่วมลงสนามประคับประคองด้วยคำว่า ‘ทีม’ ไปด้วยกัน

 

 

 

 

 

 

“ดูเหมือนจะมีข่าวลือในหมู่วงการกีฬาว่า ‘ผู้เล่นปริศนาที่เหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยให้การยอมรับ’ ออกมา”

 

เสียงทุ้มเรียบเย็นชาดังขึ้นในความเงียบสงบ เจ้าของเรือนผมสีอ่อนสั้นสะดุ้งสุดตัว ค่อยๆผินกายหันไปอย่างเชื่องช้าจ้องมองผู้มาเยือนอย่างไม่เชื่อสายตา

 

“พวกเขาเรียกเธอว่า ‘เงาลวงตา’ เป็นฉายาที่เหมาะกับเธอดีนะ เท็ตสึยะ”

“อาคาชิคุง…”

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ยืนถือกระบอกม้วนประกาศนัยบัตร ชายหนุ่มเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งพองามพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดผ่าน คุโรโกะลุกขึ้นจากม้านั่งหินอ่อนหันไปยืนประจันหน้าสบสายตาต่างสีเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานอันดำมืดที่ซ่อนเร้นภายในหัวใจของชายผู้นี้มานานแสนนาน

 

 

มีอยู่มาตลอด จนในที่สุดก็เข้ากลืนกินตัวตนดั้งเดิมจนหมดสิ้น

‘จักรพรรดิ์’ จึงถือกำเนิด

 

 

“ผมรู้มาจาก อ.ที่ปรึกษาห้องเท็ตสึยะ ว่าเธอไม่ยอมส่งแบบสอบถามการเรียนต่อในอนาคต” อาคาชิมาที่นี่ในฐานะประธานนักเรียนที่ถูกอาจารย์ว่ายวานมาก็เท่านั้น คิดแล้วก็อดน้อยใจขึ้นมาเสียไม่ได้ กระนั้นคุโรโกะยังคงเลือกตีหน้านิ่งเข้าใส่เหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร

“ยังตัดสินใจเรื่องอนาคตไม่ได้สินะ” คนหนุ่มผมแดงถามต่อ  นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนหลุบต่ำ..การคาดเดาของอาคาชิถูกต้อง คนๆนี้เป็นคนเดียวที่เธอไม่อาจหาญสู้ได้ ไม่สามารถเข้าไปอ่านความคิดที่ซ่อนเร้นในใจ มีแต่อีกฝ่ายที่มองเธอออกเสมอ

 

 

เงาคือผู้สังเกตการณ์ ซ่อนเร้นจากทุกสิ่ง

เว้นเพียงสิ่งเดียวคือ..ดวงตะวัน..

 

 

“..ฉันไม่รู้ค่ะ”   ทั้งที่พยายามแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง หากแต่น้ำเสียงของตัวเองฟังดูแล้วช่างอ่อนล้าเสียเหลือเกิน

 

 

ความเงียบโรยตัวอีกคราพร้อมกลีบดอกซากุระโปรยปราย  ต่างคนต่างไม่ยอมพูดจาอะไรเอาแต่มองกันไปมา อาคาชิจ้องอย่างตรงไปตรงมาเสียจน..คุโรโกะหวิวในอกซ้ายแล้วเป็นฝ่ายเฉตาหลบทำทีเป็นมองวิวรอบกายในสวนที่เต็มไปด้วยกองดอกซากุระสีชมพูบนพื้นสนามหญ้า

 

 

“ถ้าเท็ตสึยะไม่มีที่ไป..”

 

คนหนุ่มผมสีแดงเว้นเงียบครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ

 

“เธอจะไป ‘ราคุซัน’ กับผมไหม?”

 

 

 

 

วูบ!!!!!!!!!!!

 

ลมกรรโซกแรงขึ้น ดอกซากุระสีชมพูบานสะพรึ่งหลุดออกจากกิ่งก้านปลิวไปตามกระแส เด็กสาวผู้ปลอมตัวเป็นชายตาโตตกใจเงยหน้าขึ้นมองหน้าคมคายหล่อเหลาที่ตีหน้านิ่งเฉยเหมือนเดิม คาดไม่ถึงว่าคนที่รอคอยมาตลอดกำลังชวนเธอ..ให้ไปเรียนต่อ ณ สถานที่เดียวกัน

 

“คนที่พบความสามารถของเท็ตสึยะคือ ‘ผม’ คนที่เจอเท็ตสึยะก่อนใครคือ ‘ผม’ เธอคนเดียวเท่านั้นคือสิ่งที่ผมสร้างขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ดังนั้นผมต้องการให้เธอจะเป็นหมากที่สำคัญเพื่อให้ทีมได้ชัยชนะ”

“นี่คือจุดประสงค์ของอาคาชิคุงสินะคะ”  คุโรโกะถามด้วยเสียงนิ่งโทนเย็นกว่าปกติ ไม่มีคำตอบจากปากกัปตันชมรมบาสเก็ตบอล..ถึงอีกฝ่ายจะกลายเป็นบุคลิกด้านมืดอันน่าพรึงพรันไปแล้ว แต่ก็ยังคงนิสัยไม่ชอบพูดมากหรือพูดอะไรซ้ำซากอยู่

 

 

“ฉันขอปฏิเสธค่ะ” เธอคำตอบหนักแน่นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความไม่พอใจ

 

“บาสที่ทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะแบบนั้น ฉันเกลียดที่สุด”

 

 

 

ลมพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ นัยน์ตาสีแดงทับทิมข้างขวากับสีทองข้างซ้ายหรี่มองตรงไปยังหญิงสาวแบบางตรงหน้า จ้องเขม็งเข้าไปในดวงตากลมโต..ไร้ซึ่งความหวั่นไหว คุโรโกะมุ่นคิ้วชักสีหน้าบอกให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเธอไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขา แน่นอนว่าคนอย่างอาคาชิ เซย์จูโร่ ย่อมฉลาดพอที่อ่านสถานการณ์ออก

 

 

จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ถูกเงาลวงตาขัดใจ

 

 

“หึ.. แต่เพราะวิธีของผมพวกเราถึงได้ ‘ชนะ’ คนที่ชนะเท่านั้นถึงจะถูกยกย่องสรรเสริญ ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องน่าสมเพช เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับ โอกิวาระ ชิเงฮิโระ บาสของเธอกับหมอนั่นไร้สาระสิ้นดี!!”

 

 

หมับ!!!!!!

 

 

ฝ่ามือเรียววาดลงเกือบตบฉาดลงบนแก้มชายหนุ่ม อาคาชิไวกว่าจึงคว้าจับข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้ได้ทัน ระยะห่างระหว่างเขาและเธอห่างกันเพียงไม่กี่เซนจนรับรู้ถึงลมหายใจของแต่ละฝ่าย เขามองสีหน้าเกรี้ยวกราดน้อยนักจะเห็นจากคนหน้าตายไร้อารมณ์อย่างไม่แยแสว่าวาจาดูถูกของตนแทงใจดำอีกฝ่ายเข้าจังๆ

 

“เท็ตสึยะอยากจะเถียงซักร้อยรอบพันรอบก็เชิญ สำหรับคนที่ ‘แพ้’ ก็เป็นเพียงแค่พวกดีแต่ปาก”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้!!!”

“คนแพ้ได้แต่คุกเข่าอย่างน่าสมเพช ร้องห่มร้องไห้ก็ไม่มีใครคิดเห็นใจ” เขาออกแรงบีบมากขึ้นจนหญิงสาวจืดจางนิ่วหน้า ยิ่งออกแรงบิดข้อมือกระชากตัวเองให้หลุดจากพันธนาการ

“พอได้แล้ว!!พอที!!!”

“และสุดท้าย..คนที่ชนะคือคนที่ยืนหยัด ผมชนะ!!ผมจึงถูกต้องเสมอ!!”

 

 

 

 

โครม!!!!!

 

 

คุโรโกะดึงมือตัวเองออกจากอีกฝ่ายสำเร็จ แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆต้องให้แรงมาก ส่งผลให้เธอหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้ากระแทกพื้น เงาร่างของอาคาชิทาบทับอยู่เบื้องบน เวลานั้น..ผู้เล่นเงามายาได้เข้าใจสิ่งที่โอกิวาระประสบพบเจอ..ความกดดันประหนึ่งภูผากดทับร่างทั้งร่างเอาไว้ เหมือนถูกเหยียบคาฝ่าเท้าไม่ปล่อยให้ได้มีโอกาสลุกขึ้นมายืนหยัดอีกเป็นซ้ำสอง ดวงหน้าหวานค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆก็พบกับดวงเนตรสองสีวาวโรจน์เรืองรองดุร้ายประหนึ่งปิศาจ

 

 

ไม่ใช่ ‘เจ้าชาย’ แสนดีคนนั้นอีกแล้ว..

 

 

คุโรโกะขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาไหลรินอาบแก้ม ร่วงหล่นหยดแล้วหยดเล่า สะอึกสะอื้นเผยความอ่อนแออันน่าสมเพชต่อหน้าชายที่รักยิ่งที่เดินทางเข้าสู่ความมืดมิดจนไม่รู้ว่าจะฉุดรั้งขึ้นมายังไง

“เท็ตสึยะจะไม่ไปราคุซันกับผมก็ไม่เป็นไร จะเล่นบาสต่อหรือจะเข้าเรียนในฐานะผู้หญิงก็แล้วแต่เธอจะตัดสินใจ” อาคาชิพูดต่อด้วยท่าทีนิ่งเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการที่หญิงสาวตัวเล็กบางในชุดนักเรียนชายกำลังนั่งกองกับพื้นร้องไห้จนตัวสั่นสะท้าน

 

 

พายุสงบลง..ต้นซากุระหลังโรงยิม..สถานที่พักใจอย่างสงบของเด็กสาวจืดจางเหลือเพียงกิ่งก้านที่ไร้ดอกไม้ช่องามประดับประดาบนนั้น..ความสวยงามมลายหายสิ้นไปกับสายลม เจ้าของเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งพองามจากจรไปทิ้งคำบอกกล่าวถึงการแข่งขันบาสเก็ตบอลในช่วงเวลาต่อจากนี้เอาไว้ในความทรงจำของเด็กสาว

 

 

“เราทุกคนตัดสินใจว่าจะแยกย้ายไปเรียนต่อคนละที่ เข้าร่วมแข่งบาสเพื่อหาคนที่เก่งที่สุดในรุ่นปาฏิหาร์ย  หากเท็ตสึยะอยากจะร่วมสนุกด้วย พวกเราทุกคนก็ยินดีแข่งขันกับเธอ”

 

 

คุโรโกะยังคงนั่งทรุดกองกับพื้นที่ปกคลุมด้วยกลีบดอกซากุระ กลีบดอกสีชมพูสุดท้ายร่วงหล่นลงมาติดบนเส้นผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่ง ดวงเนตรกลมโตเบิกโพลงจนเจ็บเบ้าตา..เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือดสะกดเสียงสะอื้นเอาไว้แต่ไม่หยุดน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาได้

 

“ไม่ใช่..ฮึก..ม..มันต้อง..ไม่ใช่แบบนี้..”

 

 

สายสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อด้วยลูกบาสเก็ตบอล..เกี่ยวพันผูกมัดด้วยมิตรภาพและความรัก

 

“แบบนั้น..ไม่ใช่บาสที่ฉัน..ต้องการ..ฉันไม่ได้อยากเล่นบาสกับเจ้าชายแบบนี้..”

 

 

เหลือเพียง..เด็กหญิงตัวน้อยถูกทิ้งไว้กลางสนามบาสไร้ผู้คน..อย่างเดียวดาย

 

 

.

.

.

 

 

แอ๊ดดดดดดด

 

ประตูโรงยิมยามเย็นเปิดออกเงาร่างสูงโปร่งในระดับมาตรฐานชายทั่วไปก้าวเดินเข้ามา นัยน์ตาสองสีไม่เข้าคู่มองกลุ่มคนทั้ง 4 ที่รวมตัวกันหน้าแป้นบาสเก็ตบอลสูงชะลูก ซ่อนเร้นกายใต้เงามืดอย่างเงียบเชียบ ทุกคนหันมามองที่ผู้มาเยือนคนสุดท้าย..รอ..จนกระทั่งอีกฝ่ายเดินเข้ามาร่วมสมทบในวงล้อมสนทนา

“ช้าจริงๆอาคาจิน มัวไปทำอะไรอยู่” มุราซากิบาระ อัตสึชิ ยู่หน้าไม่พอใจพลางอ้าปากหาวหวอดๆจนน้ำตาเล็ด

“ผมแค่ปลีกตัวไปคุยกับเท็ตสึยะเรื่องการเล่นฆ่าเวลาของพวกเรา” สิ้นคำตอบทำเอาทุกคนมองควับด้วยสีหน้าตกตะลึงอ้าปากค้างเป็นแถวๆ  อาโอมิเนะ ไดกิ ปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติแล้วหรี่ตามองใบหน้าหล่อเหลาครึ่งซีกที่ยังคงตีหน้านิ่งจนเดาความคิดไม่ออก

“เท็ตสึว่าไง?”

“ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด แต่ผมรู้ดีว่าเท็ตสึยะจะต้องเข้าร่วมศึกครั้งนี้ด้วยแน่” ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มมุมปาก..รอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำเอาบรรยากาศในโรงยิมระดับหนึ่งกดดันมากไปกว่าเดิมหลายเท่าตัว

 

“เพราะผมรู้จักเท็ตสึยะดีกว่าใคร”

 

ความมั่นใจไร้ซึ่งการโลเล..บุรุษผู้กุมชัยชนะมาตลอดตั้งแต่เกิดถือการตัดสินใจของตนถูกต้องเสมอ..เมื่อปรารถนาสิ่งใดย่อมสำเร็จอย่างไม่มีเงื่อนไข..พวกเขาทุกคนในรุ่นปาฏิหาร์ยต่างรู้ดีว่า หาก ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ คิดจะทำสิ่งไหนย่อมทำได้เสมอ

“เหอะ!!!”  เอซเทย์โควเค้นเสียงเหอะด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ตัวกัปตัน แสดงท่าทีไม่สบอารมณ์ออกมาผ่านทางแววตาสีเข้มคมขุ่นมัว..ท่าทางเช่นนั้นอยู่ในการสังเกตของสตรีเพียงหนึ่งที่ยืนอยู่ ณ ตรงนี้

 

 

อาโอมิเนจจิ..ไม่พอใจที่อาคาชิจจิคุยกับคุโรโกจจิ..

 

 

คิเสะ เรียวตะ ลอบมองชายหนุ่มตัวสูงผิวสีแทนด้วย เธอก้มหน้าลงต่ำซ่อนสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวเอาไว้ ไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหน อาโอมิเนะ ไดกิ ยังคงเฝ้ามองเพียงแต่เงาลวงตา คุโรโกะ เท็ตสึยะ..ไม่มีที่ให้ลูกหมาเช่นเธอเข้าไปแทรกแซงได้เลย

 

ไม่สิ..เราไม่ใช่..ลูกหมางองแง่งน่ารำคาญอีกแล้ว

 

“อาคาชิ..ทำไมยัยลูกหมาถึงมาอยู่ที่นี้ด้วย?” อาโอมิเนะแคะขี้หูด้วยนิ้วก้อยระหว่างเปลี่ยนบทสนทนาถามถึงผู้จัดการสาวเรือนผมสีทองสว่างดัดลอนยาวสลวย ซึ่งเขาเองพึ่งฉุดใจสงสัยเมื่อซักครู่

“เรียวตะจะเข้าร่วมแข่งขันบาสกับพวกเราด้วย เธอจะไปเป็นผู้จัดการทีมของโรงเรียนไคโจ” อาคาชิอธิบาย

“ก็อย่างที่อาคาชิจจิพูดนั่นแหละ..อันที่จริงอาคาชิจจิก็ชวนไปราคุซันอยู่หรอก แต่ถ้าทำแบบนั้นคงไม่สนุกเท่าไหร่ ถ้าฉันไปเป็นผู้จัดการที่ไคโจแล้วก็ใช้ความสามารถ copy perfect กับทีมมาแข่งกับทุกคน แบบนั้นน่าสนุกกว่ากันเยอะ”  คิเสะยักไหล่แสดงกลบเกลื่อนความเศร้าหมองด้วยรอยยิ้มทะเล้น สดใสร่าเริงจนแก้มปริ

 

 

หลากหลายหน้ากากลวงหลอก..ลอกเลียนแบบได้ทุกสิ่งตามใจปรารถนา

เพราะเราคือ ‘ จิ้งจอก ’

 

 

“ถึงยังไงยัยนี่คงแพ้ตั้งแต่แรกแน่ๆ”  เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินเข้มเหน็บแนมอย่างดูถูกดูแคลน

“แม้ตอนนี้ฉันจะแพ้อาโอมิเนจจิ!!แต่คราวหน้าเจอกันที่สนาม ฉันจะเก่งจนอาโอมิเนจจิต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยคอยดู!!!” นางแบบสาวโต้กลับ พองแก้มไม่พอใจ

“ให้มันจริงเหอะ..แต่คงไม่มีวันเพราะคนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ฉันเท่านั้น”

“ฮ้าววว หิวแล้วอ่ะ รีบๆซักทีสิ..จะกลับไปกินข้าวบ้านแล้ว” มุราซากิบาระงอแง

“ไร้สาระจริง วันๆเอาแต่หาของกินแบบนี้!!”  มิโดริมะ ชินทาโร่ ดันแว่น พูดจาต่อว่าคนตัวโตสุดในทีมที่ยืนคอตกกุมท้องไส้บิดด้านในส่งเสียงโครกครากออกมา

 

“คุยกันจบหรือยัง?”

ทุกคนยอมสงบปากสงบคำลงเมื่ออาคาชิกระแอมเสียงในลำคอ แม้ว่าหลังจากวันนี้ทุกคนจะไม่ใช่เด็กในรั้วโรงเรียนแห่งนี้และไม่ใช่ทีมบาสเทย์โคว แต่อำนาจของกัปตันทีมกับความดุดันและน่าเกรงขามยังคงตามมาหลอกหลอนสมาชิกทุกคนจนต้องน้อมรับฟังคำสั่งอยู่ดี  แสงอาทิตย์ยามเย็นสีแดงส่องผ่านระแนงหน้าต่างฉายฉาบบนพื้นไม้ขัดเงาสะอาด ร่างของคนทั้ง 5 ยืนล้อมเป็นวงกลมจ้องหน้ากันและกันด้วยสายตาเรียบนิ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกท้าทายแฝงอันตราย

 

 

..แววตาของศัตรู..

 

 

“พวกเราชิงชังนักเวลาที่ใครๆมาเรียกว่า ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’ พวกที่อยู่ข้างนอกนั่นก็แค่พวกชนชั้นต่ำที่ไม่มีวันข้ามประตูมาถึงพวกเรา บาสเก็ตบอลสำหรับพวกเราช่างน่าเบื่อหน่ายเกินทน” เสียงทุ้มของชายหนุ่มผมสีแดงเงียบไปอึดใจแล้วพูดต่อด้วยเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม

 

 

“เรียวตะกับไคโจ ไดกิกับโทโอ ชินทาโร่กับชูโตคุ อัตสึชิกับโยเซน และผมกับราคุซัน เราจะหาคนที่เก่งที่สุดในหมู่พวกเรากับการแข่งขันที่จะมาถึงในระดับ ม.ปลาย ต่อจากนี้..ความสนุกแก้เบื่อได้เริ่มขึ้นแล้ว”

 

 

บังลังก์แห่งราชันย์..จักรพรรดิ์ผู้ไร้พ่าย 

กระดานหมากแห่งสนามบาสเก็ตบอลพนันเพียงสิ่งสำคัญคือ ‘ชัยชนะ’

ดวงอาทิตย์ถูกกลืนกิน..คือสุริยคราสอันน่าพรึงพรันอีกนัยยะคือเงามืดที่ซ่อนเร้น

 

‘บาสเก็ตบอลแห่งจักรพรรดิ์’

 

 

.

.

.

 

“กลับมาแล้วค่ะ”

“กลับมาแล้วเหรอเท็ตสึยะจัง” คุณย่าเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นัยน์ตาสีฝ้าฝางพิศมองหลานสาวตัวน้อยในชุดนักเรียนเทย์โควเครื่องแบบหญิงสาว..วันสุดท้ายที่จะได้แต่งเครื่องแบบ ม.ต้น คุโรโกะถอดรองเท้าคัทชูสีดำเก็บในตู้ เธอรู้สึกว่ากำลังถูกหญิงชราจ้องมองนานผิดปกติจึงหันมาสบตาอีกฝ่ายเอียงคองุนงง

 

“เท็ตสึยะจัง..เล่น 3 ปีที่ผ่านมา เล่นบาสสนุกไหม?”

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะไม่อาจปรับสีหน้าเรียบเฉยได้อีกต่อไป ตาสีอ่อนเบิกโพลงตกใจ เธอชอบเล่นบาสคนในครอบครัวรู้ก็จริง แต่ไม่เคยเล่าว่าไปเข้าชมรมบาสหรือมีการละเล่นกีฬานี้ที่โรงเรียนเลยซักครั้ง

 

 

“พ่อกับแม่รู้มาตั้งนานแล้วล่ะ เรื่องที่ลูกปลอมเป็นผู้ชายไปเรียนหนังสือ” บิดาผู้มีบุคลิกเฉยชาเหมือนเธอเดินออกมาพร้อมกับภรรยาสาว คุณนายคุโรโกะเดินเข้ามาใกล้แล้วกุมมือลูกสาวที่เหงื่อโชกจนเหนียวไปหมดด้วยความรู้สึกตื่นกลัวที่ปกปิดความลับเอาไว้

“ดูเหมือนจะไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่สินะ..มีอะไรก็เล่าให้แม่ ให้พ่อ ให้คุณย่าฟังก็ได้นะลูก เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่และย่าไม่อยากให้ลูกเก็บความทุกข์ไว้อยู่คนเดียว” ทันทีที่ฝ่ามือแสนอบอุ่นของมารดาลูบศีรษะหน้ากากเยือกเย็นแตกร้าวไม่มีชิ้นดี น้ำตาไหลรินอาบแก้มใสปลดปล่อยความโศกเศร้าที่กักเก็บในหัวใจ ไม่อาจระบายออกมาให้ใครเห็น คุโรโกะทิ้งกระเป๋าและใบประกาศนียบัตรลงพื้นโผกอดมารดาแน่น

 

 

ครอบครัวคือสิ่งค้ำจุน..คือสังคมที่ยินดีต้อนรับไม่ว่าจะผ่านเรื่องเลวร้ายมาแค่ไหนก็ตาม

 

 

 

 

ผ่านไป 3 ชั่วโมงกว่า..เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเข้าปีหนึ่งจนจบการศึกษา ทั้งเรื่องการปลอมตัว การแข่งขันบาส ความสนุกสนาน มิตรภาพ และความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทุกอย่าง..บอกให้ครอบครัวฟัง ณ ห้องรับแขกจนหมด ไม่มีใครต่อว่าในการกระทำของคุโรโกะ แต่ทุกคนเลือกที่จะรับฟังเงียบๆแล้วปลอบโยนให้กำลังใจ

 

“สรุปว่า..ตอนนี้ลูกยังไม่รู้จะเรียนต่อที่ไหนสินะ” นายคุโรโกะถาม

“หนู..ไม่รู้ว่าจะเล่นบาสต่อในฐานะผู้ชายหรือจะเรียนต่อในฐานะผู้หญิงธรรมดา” ลูกสาวพยักหน้าช้าๆดวงตากลมโตยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง  คุณนายคุโรโกะลูบเธอเบาๆขยี้เส้นผมสีฟ้าชี้ยุ่งกระดกตัดสั้นไปมาอย่างอ่อนโยน

“ลูกไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ค่อยๆคิดไป เราทุกคนเคารพการตัดสินใจของลูกเสมอ” ริมฝีปากบางส่งยิ้มละมุน..หัวใจบอบช้ำของเธอได้รับการเยียวยาขึ้นมาครึ่งนึงจากความเจ็บที่มี คุโรโกะ เท็ตสึยะเริ่มยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยจากก้นบึ้งหัวใจและความรู้สึกบิดาเขยิบตัวเข้ามาใกล้แล้วลูบหลังปลอบไปด้วยเช่นกัน โดยมีคุณย่ายิ้มให้กำลังใจอยู่บนโซฟาเดี่ยวในฝั่งตรงข้าม

“เท็ตสึยะจังไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วมากินมื้อเย็นกันดีกว่า วันนี้ย่าทำขนมโมจิเองกับมือเป็นของว่างด้วยนะ”

“ค่ะ” คุโรโกะขานรับด้วยรอยยิ้มจางๆ แล้วปลีกตัวออกจากห้องรับแขกเพื่อเตรียมชุดนอนมาผัดเปลี่ยนหลังอาบน้ำเสร็จ ฝีเท้าย่ำห่างตามด้วยเสียงประตูห้องนอนจากชั้นสองเปิดแล้วปิดสนิทจนแน่ใจ พวกเขาทั้งสามจึงหันมาสนทนาปัญหาของลูกสาวหลานสาวเพียงคนเดียวของครอบครัว

 

“อยากเห็นหน้าไอ้หนุ่มนั่นนัก..อาคาชิ..อะไรนี่สินะ” ไม่บ่อยนักที่นายคุโรโกะจะโมโห..ดวงตาคู่คมที่มักอ่อนโยนเสมอๆขุ่นมัวไม่น้อย คิ้วเรียวขมวดมุ่นเป็นปม

“ไม่เอาน่าคุณ รักแรกของลูกสาวเรานะ..อีกอย่างฟังจากรูปการเด็กคนนั้นก็ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว ออกจะน่าสงสารด้วยซ้ำ” คุณนายคุโรโกะลูบต้นแขนสามีให้สงบจิตสงบใจลง พลางมองหัวหน้าครอบครัวที่เค้นเสียงเหอะไม่สบอารมณ์ออกมา ก่อนหันมาอมยิ้มขำขันกับแม่สามีกับท่าทีของอีกฝ่าย

 

 

หงุดหงิดเพราะ ‘หวง’ ลูกสาวล่ะสิไม่ว่า

 

 

“ความรักเป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลมอบทั้งความสุขและความทุกข์เสมอ ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย เพราะความรักทำให้บุรุษต้องยอมทิ้งเหตุผล เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมานับต่อนับ ประสาอะไรกับหญิงสาวกัน” คนแก่คนเฒ่ากล่าวเป็นสำบัดสำนวนแบบคนโบราณ สายตาของหญิงชรามองเห็นโลกมามากมาย มือเหี่ยวย่นประคองถ้วยกระเบื้องยกจิบชาเขียวร้อนให้ชื่นใจแล้วพูดต่อ

 

“คนเราเกิดมาเพื่อที่จะรัก โทษความรู้สึกกันไม่ได้หรอก”

 

 

.

.

.

 

 

 

“ฉันขอฝากของชิ้นนี้กับคุโรโกะ ถ้าวันใดคุโรโกะตัดสินใจกลับมาเล่นบาสช่วยใส่สายรัดข้อมือนี้ลงแข่งด้วยนะ”

 

ดวงเนตรสีฟ้าจ้องมองสายรัดข้อมือสีดำ..สิ่งที่โอกิวาระใส่ติดตัวเสมอตอนเล่นบาสตั้งแต่เล็กจนโต ของสำคัญของอีกฝ่ายถูกส่งมอบให้เด็กสาวตัวเล็กๆคนนี้..คนที่เป็นเงาซ่อนเร้นเบื้องหลังความสำเร็จอีกหนึ่งของทีมปาฏิหาร์ยสรรพนายเยินยอกลายเป็นคำน่าชัง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมอง..ลูกบาสเก็ตบอลเก่าๆสีดำหม่นหมอง

 

คุโรโกะกำสายรัดแน่นแล้ววางลงกับเตียง หย่อนเท้าลงกับพื้นก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้าหยุดอยู่หน้าลูกบาสเก่าๆที่มีความหมายกับเธอที่สุด

 

 

..ความรักของเราเริ่มต้นด้วยสิ่งนี้..

“ฉันไม่เคยสนุกแบบนี้มานานแล้ว ขอบใจเธอมากนะ”

 

 

รอยยิ้มของเด็กชายผมแดงคนนั้นแจ่มชัด..เธอจำภาพเรื่องราวทั้งหมดได้ขึ้นใจแล้วทั้งสีหน้าแววตา สัมผัสบนฝ่ามือที่เกี่ยวก้อยสัญญากัน..ปลายจมูกที่เผลอชนกันด้วยอย่างไม่ได้ตั้งใจทั้งตอนเด็กและพบเจอกันอีกครั้งที่เทย์โคว คุโรโกะยกมือแตะปลายจมูกเบาๆ..ยังอบอุ่นเสมอ

 

“อาคาชิคุง..”

 

 

รอยยิ้มของรักแรกในความทรงจำ

เต็มเปี่ยมสนุกสนาน..ดวงตะวันแห่งความหวังของทุกสิ่ง

 

 

คุโรโกะหลับตานึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอรักยิ่ง..รอยยิ้มของเขา ความห่วงใยของเขา ความอ่อนโยนที่มอบให้กันและกัน แม้จะเพียงช่วงสั้นๆ แต่ทุกครั้งตราตรึงใจเสมอ..แม้ว่าตอนนั้นจะยังไม่รู้ว่า อาคาชิ เซย์จูโร่ คือ ‘เจ้าชาย’ ที่ตามหา

 

 

เราตกหลุมรักอีกฝ่ายอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

 

 

เปลือกตาลืมอย่างช้าๆ แววตาแน่วแน่ปรากฏในดวงเนตรสีฟ้าอ่อนเธอก้มลงเก็บลูกบาสขึ้นมากอดแนบอก เดินตรงไปยังโต๊ะทำการบ้านหยิบปากกาขึ้นมาลงมือขีดเขียนคำตอบลงในแบบสอบถามเรียนต่อในอนาคต

 

 

.

.

.

 

 

ฤดูกาลเปิดภาคการศึกษาใหม่เริ่มต้นขึ้น เหล่าเด็กใหม่มากหน้าหลายตาแห่แหนเข้ามาในรั้วโรงเรียนระดับมัธยมปลายทั่วประเทศ หนึ่งในนั้น…โรงเรียนมัธยมปลายธรรมดาไม่โด่ดเด่นเองก็ไม่ยอมน้อยหน้าทำป้ายสีสันตกแต่งด้วยริบบิ้นดอกกุหลาบประดับป้ายชื่อโรงเรียนหน้ารั้วไว้เด่นหร่าว่า

 

‘เซย์ริน’

 

 

“ชมรมบาสเก็ตบอลเปิดรับสมัครแล้วค่ะ!!เร่เข้ามาทางนี้เลยจ้าน้องใหม่ทั้งหลาย!!!”  หญิงสาวผมสั้นตัวเล็กบางท่าทางทะมัดทะแมงในชุดนักเรียน ม.ปลายปีสองถือโทรโข่งป่าวประกาศหาสมาชิกเพิ่มในชมรมแข่งขันกับชมรมอื่นๆ ถึงตัวจะเล็กแต่กระบอกเสียงไม่น้อยกว่าใครจนคนนั่งรับสมัครรายชื่อต้องเอามืออุดรูหูเป็นระยะ

 

“ริวโกะ..เธอตะโกนดังไปแล้ว เบาๆหน่อยสิ” คนหนุ่มสวมแว่นตาทรงรีเอ็ดใส่

“จะบ้าเหรอฮิวงะ!!ทำแบบนั้นเขาเรียกว่าประกาศที่ไหนเล่า!!” ริวโกะหันกลับมาแว้ดใส่ ประเด็นคือถือโทรโข่งกรอกหูด้วย หูดับกันไปตามๆกัน

“หูวิ้ง..วิ้งวับ!!!” อีกหนึ่งหนุ่มทุบมือลงกับฝ่ามือ แล้วหยิบเอาสมุดพกเล่มเล็กมาจดอะไรบางอย่างก่อนจะโดนริวโกะยึดสมุดไปเก็บในกระเป๋ากระโปรงนักเรียนเฉยชิบ

“อิซึกิ..นายน่ะเก็บสมุดมุกฝืดไปเลย เดี๋ยวใครมาเห็นไม่กล้าเข้าชมรมกันพอดี” ริวโกะบุ้ยหน้าไม่พอใจ หันเมินไปประกาศหาสมาชิกชมรมต่อไม่สนใจคนหนุ่มหน้าตี๋ผมดำผิวขาวหยกที่กำลังเอื้อมมือวอนขอสมุดทั้งน้ำตาไหลพราก

 

“โฮ่ย!!ที่นี่ชมรมบาสใช่ไหม?” เสียงทุ้มห้วนดังขึ้นทำให้การโต้เถียงไร้สาระต้องหยุดลง สาวน้อยผมสีน้ำตาลซอยรู้สึกถึง..เงาดำทาบทับบนร่างพอเงยหน้าขึ้นไปทุกคนในชมรมถึงกับอ้าปากค้างตกตะลึง

 

 

..สูงโคตร!!นี่คือเด็กปีหนึ่งจริงเหรอ!!!

 

 

เด็กหนุ่มร่างสูงตัวใหญ่หนา ถึงแม้ว่าสวมเสื้อนักเรียนสีดำคอปกสูงแทบฟ้าตามเครื่องแบบเซย์รินริวโกะประเมิณสายตาคร่าวก็เห็นได้ว่าอีกฝ่ายมีกล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีแค่ไหน ชายหนุ่มน้องใหม่คนนี้มีเส้นผมสีน้ำตาลแดงไหม้ชี้ยุ่ง คิ้วสองแฉกขมวดมุ่นหงุดหงิดกับแววตาก้าวร้าวสีเพลิงทำให้เธอรู้ตัวว่าควรหลีกทางให้เจ้าตัวได้ลงมือกรอกใบสมัครไป  เด็กคนนั้น..เดินกลับเข้าอาคารเรียนไปแล้วโดยที่เหล่ารุ่นพี่มองตามไปจนลับสายตาก่อนหันกลับมามองใบสมัคร

 

“อะไรเนี่ย!!!ลายมือห่วยแตกชะมัด!!!”

“อย่างกับเด็กอนุบาลหัดเขียน!!!”

 

สองหนุ่มวิพากษ์วิจารณ์ลายมือเด็กใหม่ท่าทางไม่ธรรมดาคนดังกล่าว ดูก็รู้ว่าเจนฝีมือบาสเกตบอลพอตัว

 

“ค..คางามิ ไทกะ..สินะ..อ่านถูกสินะ” ไอดะ ริวโกะ จับคางหรี่ตาอ่านข้อความเหล่านั้นแล้วพยักหน้า ก่อนจะรวบดูใบสมัครที่มีเพียงน้อยนิด..มีเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น…ในช่วงเวลาคาบบ่ายเป็นการปฐมนิเทศเข้าชมรม เหล่าสมาชิกบาสเก็ตบอลเซย์รินมารวมตัวกันด้วยสมาชิกไม่มากเท่าไหร่เนื่องจากพึ่งตั้งชมรมเมื่อปีที่แล้ว หญิงสาวผมสีน้ำตาลซอยมองเหล่าเด็กหน้าใหม่ในชุดลำลองสีขาวกับกางเกงสามส่วนสีดำผ้าลื่นเคลื่อนไหวสะดวก

 

“เอาล่ะฉันจะเรียกชื่อ พวกนายก็ขานรับมานะ” ริวโกะหยิบใบสมัครที่หนีบไว้กับแผ่นรองเขียนไล่เปิด

“คางามิ ไทกะ”

“โอ๊ส!!!”

“ฟุริฮาตะ โคคิ”

“ค..ครับ!!”

 

ริวโกะไล่อ่านชื่อไปเรื่อยๆจนครบกระทั่งถึงแผ่นสุดท้าย..เธอเลิกคิ้วสูงประหลาดใจมองใบสมัครดังกล่าวที่คาดไม่ถึงว่าจะมีด้วย ถึงจะสงสัยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันแต่ก็ขานเรียกชื่อผู้สมัตร

 

“คุโรโกะ เท็ตสึยะ!!”

 

เงียบ..มีแต่ความเงียบงัน..พวกนักบาสรุ่นพี่เริ่มสอดสายตาหาเงาหัวของสมาชิกชมรมคนสุดท้าย พวกเด็กใหม่เองเริ่มหันมองซ้ายขวาในแถวตัวเองหาบุคคลที่ว่าคือใคร

 

“คุโรโกะ เท็ตสึยะ!!”

“อยู่นี่ครับ” เสียงเรียบเย็นดังขึ้นระยะประชิด ริวโกะหันมาทางขวาเธอหวีดร้องตกใจพอๆกับทุกคนในโรงยิมเก่าๆเล็กแห่งนี้ ตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกกว้างกระพริบมอง..ร่างเล็กๆตัวบอบบางเรือนผมสีฟ้าอ่อนตัดสั้นชี้ยุ่ง ใบหน้าไร้อารมณ์กับดวงเนตรสีฟ้าอ่อนแน่นิ่งกับผิวขาวซีดในชุดลำลองสำหรับเล่นกีฬา

 

“ตกใจหมดเลยมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!!?” ฮิวงะอุทานเสียงดังเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

“มาตั้งแต่แรกแล้วครับ..” คุโรโกะ เท็ตสึยะตอบหน้าตาย กวาดตาไล่มองหน้าคนทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้

 

 

“พวกรุ่นปาฏิหาริย์ในตอนนั้นทุกคนมีสายตาที่เย็นชาและโดดเดี่ยวนัก ฉันคิดว่าพวกเขาน่าสงสาร แต่ฉันเองก็ไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยพวกเขาได้ แต่ว่า..ถ้าเป็นคุโรโกะล่ะก็..” 

“ฉันเชื่อว่าความอ่อนโยนและความรักที่มีต่อบาสของคุโรโกะจะสามารถละลายหัวใจที่เต็มไปด้วยกำแพงน้ำแข็งของพวกนั้นได้แน่”

 

 

“ผมคือ..คุโรโกะ เท็ตสึยะครับ”

“จากนี้ไปขอฝากตัวด้วยนะครับ” คุโรโกะโค้งเคารพทุกคนอย่างนอบน้อม

 

 

 

“คุณพ่อ คุณแม่ คุณย่า หนูตัดสินใจแล้วค่ะ..หนูจะเล่นบาสต่อไปที่นี่” คุโรโกะยื่นแบบสอบถามให้ครอบครัวดู

 

 

 

ด้วยลูกบาสลูกนี้..ด้วยสนามแห่งนี้..และเสียงร้องเท้ายางเสียดสีแห่งนี้

เป็นสายสัมพันธ์ที่ไม่อยากสูญเสียไป!!!

เด็กหญิงตัวน้อยจะสู้!!และไม่ยอมแพ้!!!

 

 

“หนูจะสู้..แม้ว่าต้องกระชากอาคาชิคุงลงจากบังลังค์ก็ตาม’ หญิงสาวผมฟ้ากล่าวหนักแน่น ไร้ซึ่งความลังเล

“ได้สิ..ไปตามที่ใจลูกปรารถนาเลย เท็ตสึยะ” ทุกคนส่งรอยยิ้มให้พร้อมกับมอบเครื่องแบบชายเซย์รินให้ลูกสาวหลานสาวเพียงคนเดียวของพวกเขา

 

 

เพื่อช่วย ‘เจ้าชาย’ ผู้ถูกความมืดครอบงำจนกลายเป็นจักรพรรดิ์ผู้เหี้ยมโหด

 

สายสัมพันธ์และการเดินทางด้วยลูกบาสเก็ตบอลยังคงดำเนินต่อ..

แม้จะเปลี่ยนรูปแบบไปก็ตาม

 

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

 

จบภาค ม.ต้นแล้วค่ะะะ ตอนหน้าเป็นภาค ม.ปลายแล้ว ตอนนี้ท่านบทเยอะอยู่นะ ก๊ากกก

มีคนถาม นี่ยัง akakuro ไหม ยังคู่นี้อยู่ค่ะ แต่พระเอกบทอาจจะน้อยลง//ปกติก็น้อยจะแย่แล้ว

ค่าตัวแพง บทอาคาชิในภาค ม ปลาย จะน้อยลงนิดนึงแต่ไม่หายไปซะทีเดียวค่ะ เดี๋ยวคอยดูกันไป หุหุ

 

แฟนอาร์ตน้อง ครก จาก

MM.Mixxa

 

10626742_357309911090233_3345350229296313476_n

 

 

ไปก่อนนะคะ เจอกันคราวหน้า หลังสอบมิดเทอม

บายจ้า

16 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part20

  1. ตอนเเรกตกใจค่ะ ไม่นึกว่าจะเป็นเลิฟตอนที่20 นึกว่าเป็นคิวของเรื่องอื่นก่อน 555
    ในที่สุดก็จบภาคม.ต้นเเล้ว.ความหนักหน่วงในบรรยากาศก็จางลงไปเพื่อต้อนรับภาคม.ปลาย (เหรอ) บทสรุปดีมากในหลายๆความหมายเลยค่ะ
    ตอนเเรกที่คิเสะเจอน้อง เราว่ามัรเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่มิตรภาพดีๆต้องเสียไปเพราะเรื่องผู้ชาย เเต่ก็หวังให้เธอทั้งคู่กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิมนะ
    นายน้อยเจ้าขา…เท่อ่ะ.เค้ารู้นะนายน้อยอ่ะยังมีเยื่อใยกะน้องอยู่ใช่มั้ยล่ะ อิอิ.
    ครอบครัวคุโรโกะ ดีมากค่ะ.เราว่าครอบครัวนี่ล่ะค่ะที่สำคัญที่สุด สถานที่ๆยอมรับเรา สนับสนุนความคิดของเรา (ในบางครั้ง) ทุกคนสนับสนุนในสิ่งทั่น้องต้องการก็เป็นเเรงผลักอีกอย่างหนึ่งเหมือนกันที่ทำให้น้องตัดสินใจกลับมาเล่นบาสอีกครั้ง บวกกับความเป็นน้องที่มีความมุ่งมั่น.ทำให้ตอนนี้มีพลังทีเดียวเชียวค่ะ
    เเต่ก็แอบเสียดายที่น้องไม่ได้ใส่ชุดนักเรียนหญิง ~T_T~อยากเห็น
    ในที่สุดก็มาได้ครึ่งทางเเล้วสินะ คุณบลัดสู้ๆนะคะ(๑´ㅂ`๑)♡*.+゜

    • อยากปั่นให้จบ ม ต้นอ่าคะ พอดีจะส่งให้น้องที่รู้จักตรวยภาษาเพื่อเอามารวมเล่มอะน่อ จากนี้ไปความกดดันจะน้อยลงซักพักใหญ่(?) เจอพวก ม ปลาย เหมือนเข้าสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ อะไรใหม่ๆ ตอนคิเสะกับน้อง คือต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกผิด ที่เสียเพื่อนดีๆ เพราะเรื่อง ผู้ชาย เป็นเรื่องจริงสะท้อนเรื่องการทะเลาะของเพื่อนนะ เรื่องความรักก็เป็นปัจจัย เพื่อนกันดีๆเลิกเพราะเรื่องนี้มาเยอะเหมือนกัน

      อนาคตจะกลับมาไหมต้องรอลุ้นต่อไปในภาค ม ปลายค่ะ ส่วนครอบครัวคือที่พักทางใจเสมอ เราอยากสะท้อนให้ทุกคนรู้ว่า วันที่มีปัญหา ครอบครัวมักเฝ้ามอง และรอ ให้ลูกหลานเข้ามาปรึกษานะ เราอาจจะลืมและคิดว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ แต่จริงๆเขาก็เคยเป็นเด็กมาก่อน เผลอๆเขาเข้าใจเราดีกว่าตัวเราเองอีก

      ตอนนี้คือน้องจะไฝว์กะทุกคน 55 อ่อนแอกดดันสับสนมาหลายตอน น้องบอกไม่ยอมแล้ว 555 นายน้อยโผล่มาชวนไปราคุซัน ส่วนนึงก็อยากให้เป็นหมากในการแข่งและอีกส่วนลึกๆก็..อยากได้มาใกล้ๆด้วยแหละ ฮา

  2. ตอนนายน้อยมาชวนน้องไปอยู่ราคุซันด้วยกันนี่เราก็แอบดีใจกับน้องนะ แต่พอท่านบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงเท่านั้นแหละเจ็บแทนน้องเลย แต่จริงๆแล้วก็อยากเอาไปไว้ใกล้ๆนั่นแหละเนอะท่านก็ยังมีเยื่อใยอยู่ ส่วนคิเสะกับน้องนี่เรื่องมิตรภาพจะกลับมาได้มั้ยเราอยากให้กลับมานะ แต่มันก็ยากหน่อยเพราะเรื่องผู้ชายนี่แหละว่าแต่ตอนม.ปลายก็แยกโรงเรียนกันหมด คิเสะกับท่านนี่ยังคบกันอยู่รึเปล่าคะ? ครอบครัวของน้องคือสุดยอดของความเข้าใจลูก คือตอนอยู่โรงเรียนนี่น้องโดดเดี่ยวมากไม่มีใครเข้ามาปลอบใจสักคนพอกลับมาบ้านนี่เจอผู้ใหญ่พูดปลอบใจถึงกับบ่อน้ำตาแตกเราว่าเราเข้าใจฟีลนี้นะ แต่น้องก็จะไม่โดดเดี่ยวอีกแล้วล่ะเพราะได้เข้าเซย์รินแล้ว เซย์รินอบอุ่น! พาสมาชิกทีมไปกระชากท่านลงจากบัลลังก์เลยค่ะ เราเชียร์เราเข้าข้างน้อง T^T พาเจ้าชายแสนดีคนนั้นกลับมา เอ้อ ว่าแต่ท่านบทน้อยค่าตัวแพงเนี่ยคงไม่มีฉากกุ๊กกิ๊กหวานๆให้เห็นแล้วสินะคะจนกว่าจะถึงตอนจบ ต้องแข่งบาสกันทั้งเรื่อง ._____.

    • ท่านมีเยื่อใยอยู่ ท่านก็ชอบน้องมาตั้งแต่เด็ก ระยะเวลายาวนานมากด้วย เรื่องคิเสะนี่ต้องรอดูไปเพราะคาราคาซังเรื่องผู้ชายก็ปัญหาใหญ่อยู่ ส่วนคบกับอาคาชิอยู่ไหม ตอนนี้คือคบกันอยู่ค่ะ ครอบครัวคือที่พึ่งพิงที่ดีที่สุด ถึงจะยังไงก็แล้วแต่ เขาจะอยู่ข้างเราเสมอ เซย์รินอบอุ่นมากนะ สดใสด้วย 555 มีฉากกุ๊กกิ๊กไหม จะว่ามี..ก็มีนะ ไม่ถึงกับหายหัวไปหรอก 55 รอลุ้นดีกว่า

  3. คือ ตอนแรกกะเอาไว้ว่าจะรออ่านหลังสอบมิดเทอม อีกอย่างกลัวจะเป็นฟิลเหมือนตอนที่แล้ว เลยไม่กล้ากดอ่าน 5555
    แต่อดใจรอไม่ไหว ตอนนี้ฟิลความกดดันลดลงจากตอนที่แล้วเยอะเลยค่ะ จากที่ตอนที่แล้วรู้สึกเจ็บไปกับน้องมากก
    และที่อ่านเมื่อกี้ก็แอบลุ้นนะคะ ตอนที่คิเสะตัดสินใจจะเข้าไปคุยกับน้อง แต่เฮ้อออ…นักข่าวก็มารุมคิเสะซะงั้น
    เลยไม่ได้คุยกันเลยอ้า Y_Y ก็ได้แต่หวังว่าให้ทั้งสองคนกลับมาคืนดีกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิม

    นายน้อยมาชวนน้องไปราคุซันด้วย แอบกรี๊ดในใจเบาๆ แต่พอรู้เหตุผลที่แท้จริงก็อยากจะครายยย แงงงงงงง
    นายน้อยนีใจร้ายเสมอต้นเสมอปลายจริงๆเลยนะคะตั้งแต่เบิกเนตรมาเนี๊ยะ แถมยังทำน้องเจ็บตัวไม่ขอโทษอีกต่างหาก
    คอยดูนะจะเชียร์ให้น้องไปรักน้องเสือ //โดนกรรไกรจ้วงยับ T T อีกอย่างครอบครัวน้องเป็นอะไรที่แบบสุดยอดของความเข้าใจลูกอ่าา ที่ไม่ว่ายังไงไม่ว่าเมื่อไหร่เค้าก็จะอยู่ข้างๆเราเสมอ //ฉากนี้ซึ้งมากๆเลยค่ะพี่ T_T

    น้องย้ายไปเซย์รินแบบนี้แถมไปอยู่ใกล้ชิดน้องเสืออีกจะไม่หวั่นไหวหรือคะ เพราะรักแท้แพ้ใกล้ชิด กร๊ากกก
    อีกอย่างน้องกะนายน้อยอยู่กันคนละโรงเรียน แถมความสัมพันธ์ตอนนี้ระหว่างทั้งคู่ก็ไม่ดีเอาซะเลย
    แถมมาภาคม.ปลายนายน้อยบทน้อยอีก แล้วความรักทั้งคู่จะจบลงยังไง ไหมก็ยังนึกไม่ออกเลยค่ะ TvT
    ก็ได้แต่ลุ้นต่อไป~~~

    ปล.เรื่องรวมเล่มนี่พี่บลัดจะรวมพร้อมกันสองเล่มจบเลย หรือว่ารวมทีละเล่มคะ ไหมจะได้เก็บตังค์รอค่ะ ><

    • ตอนที่แล้วคงทำเอาหลายคนขยาดน่าดู ฮา เป็นตอนที่หนักหน่วงอึดอัดสุดแล้ว ไม่ได้ดาร์กเลยนะ แต่ฟิลหม่นมากกว่า

      ตอนนี้เราซอฟลงขึ้นแล้ว ส่วนหนึ่งปิด ม ต้น ขึ้น ม ปลาย ด้วย

      คิเสะเกือบจะได้ทักน้องแล้ว แต่เซเลปสาวก็ถูกนักข่าวรุมล้อมจนได้ จะได้กลับมาคืนดีกันไหมต้องลุ้นในภาค ม ปลายค่ะ เพราะด่านแรกที่น้องต้องไฝว์กับเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ย คือ คีจังนี่แหละ แต่ในฟิค คีจังเป็นสาวพ่วงปัญหาเรื่องรักๆใคร่ๆหึงผู้ชายอีก ฮ่าๆ เป็นการไฝว์ของลูกผู้หญิงบนสนามบาส ฟฟฟฟ

      นายน้อยชวนไปเขาก็แอบอยากเอาน้องไว้ใกล้ๆนะ แต่หลักๆคือจะเอาไปใช้งานเป็นหมากในการแข่ง ตั้งแต่พี่ท่านดาร์กไซด์นี่คือ อะไรด้านลบในใจนี่ปล่อยออกมาหมด ตอนแสนดีดูเพอร์เฟคมาก จริงๆเป็นคนเก็บกดมากในทุกๆเรื่อง เหมือนคนไม่เคยโกรธ พอโมโหทีนี่คือ ตัวใครตัวมัน

      จะรักแท้แพ้ใกล้ชิดไหมนะ ก๊ากกกกกกกก อันนี้รอลุ้นดีกว่าค่ะ ส่วน อคช บทน้อยก็น้อยลงกว่าเดิมอีกหน่อย แต่ไม่ถึงกับหายไปจากเรื่องแล้วโผล่มาตัดหน้าม้าตัวเอง จะผลุบๆโผล่ๆเป็นระยะๆ

      รวมเล่มนี่ยังไม่รู้เลยจะออกเล่ม 1 ก่อนหรือ ออกพร้อมกันควบสอง เดี๋ยวเราทำแบบสอบถามล่ะกันเนอะ รอติดตามทางเพจ ทวิต และเด็กดีค่ะ

  4. ในที่สุดก็จบภาคมอต้นแล้วเย้จุดพลุๆ 555
    สรุปครกตัดสินใจมาอยู่เซย์รินแถมปลอมเป็นชายตามคาดแฮะ…
    นี่ถ้าอิงตามเนื้อเรื่องในต้นฉบับกว่าอาคาชิจะโผล่ก็นานโข่เลยนะคะเนี่ย?
    อ่านแล้วแอบเศร้าเลยอยากให้คิเสะกับครกกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมง่ะ TwT
    เดี๊ยวรอดูภาคมอปลายว่าใครจะรู้ว่าครกเป็นผู้หญิงก่อนคนแรก 5555
    ปล.รวมเล่มจะออกพร้อมกับภาคมอปลายเลยมั้ยคะ ถ้ารวมเล่มออกแล้วอย่าลืมแจ้งน้า >_<

    • อาคาชิบทน้อยลงกว่าเดิม แต่ไม่ถึงกับนานเท่าตามต้นฉบับ 55 จะโผล่เป็นระยะน่อ ในเรื่องของคิเสะนี่จัเป็นด่านแรกที่น้องไฝว์ตามต้นฉบับเลยล่ะ รวมเล่มนี่ยังไม่รู้ว่าจะออกพร้อมกันดีหรือแยกกันออก เดี๋ยวหลังเคลียร์ จิตวิปริต จะตั้งแบบสอบถามนะคะว่าอยากให้ขายแบบไหน รอตามข่าวทางเพจ ทวิต และก็เด็กดีนะคะ

  5. ริโกะมั้งคะ ไม่ใช่ริวโกะ ริโกะที่แปลว่าแอปเปิ้ล /พ้องกับโมโมที่แปลว่าลูกพีชนั้นแหละค่ะ//
    ชอบนะคะตอนนี้ สรุปได้ค่อนข้างดีเลย แสดงความแตกแยกชัดเจนดี 55555
    ความบาดหมางของผญ.นี่พูดยากเน๊อะ การที่คีจังกล้าเผชิญหน้านี่ก็เก่งแล้ว แต่ก็นั้นแหละ….ได้แค่นี้ละนะ

    ต่อไปจะรอดูการผลักมงกุฎราชาแต่ละคน แต่ละคน จนถึงคิวผลักจักรพรรดิตกจากบังลังก์ละคะ ^_^
    ผลการแข่งรู้ๆอยู่แล้ว ตอนนี้ปูเสื่อรอดราม่าข้างสนามของไรเตอร์นะคะ 5555+
    ปล. หมั่นไส้อาโฮ่ที่สุด!!! -*- อยากให้สำนึกผิด เสียใจที่ทำร้ายคีจังชะมัด ฮึ่มมมมม อยากดูฉากเทาเหลืองด้วย 555555+ #คิเสะกินกับอะไรก็อร่อยค่ะ >////<

    • แสดงว่าเราเข้าใจผิด เดี๋ยวแก้เป็นริโกะ ขอบใจมากจ้า ตอนนี้คือแต่ละคนก็แยกย้ายไปตามทางของตัวเอง เรื่องผู้หญิงนี่คาราคาซัง ปัญหาเยอะนะ ใช่ว่าต่อยกันแบบผู้ชายแล้วจบง่ายๆ น้องจะเริ่มไฝว์ไล่บ้องหัวเรียงตัว โดยเฉพาะ..คนสุดท้ายนี่ต้องตบแรงจนตกบังลังค์ ก๊ากกก //กรรไกรจ้วง

      โฮ่ก๋โฮ่อยู่ดี จบ ม ต้น ยังไม่รู้ตัวเลยนะว่าคิเสะแอบชอบอ่ะ 5555

      • อาโฮ่จนน่าหงุดหงิดจนน่าหมั่นไส้จริงๆค่ะ!!! -*-
        ดราม่าของผญ.มันวุ่นวายกว่าผช.เยอะ หวังว่าจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้นะคะ เพราะจะว่าแตกก็ไม่แตก จะว่าโกรธก็ไม่โกรธ อึนๆมึนๆเข้าใจยากชะมัด 5555555

        เรื่องชื่อถ้าลองสังเกตุดจะเห็นว่าตัวละครหลัก อ.แกทำชื่อให้พิเศษเสมอ คิเซกิโนะเซไดก็จะมีชื่อเป็นสี คนสำคัญๆชื่อก็จะพ้องกับคู่อริ อย่างคิโยชิชื่อคู่กับฮานะมิยะ (คิ=ต้นไม้, ฮานะ=ดอกไม้) ริโกะคู่กับโมโมอิ (ริโกะ=แอปเปิ้ล, โมโม=ลูกพีช) หรือคางามิ ไทกะ กับฮิมุโระ เท็ตสึยะ (คะ=ไฟ+ไทกะ=ไทเกอร์-เสือ ,ฮิ=น้ำแข็ง+ ทัตสึ=มังกร)

        ได้ข่าวว่าจะรวมเล่ม พยายามเข้านะคะ เรานี้เราชอบมากเลย อยากเก็บจังเลยค่ะ ^_^

        ปล. จริงๆคีจังมาดจิ้งจอกแอบอยากจะให้ เซ็กซี่ เย้ายวนกว่านี้อีกนิดก็นั้นแหละ 555 แต่เด็กม.ต้นคงได้เท่านี้แหละot
        ม.ปลายคงผลิบานได้งดงามกว่านี้ละนะ อิอิ

      • คิเสะแสดงออกขนาดนี้ ยังไม่รู้ตัว 555 ชีวิตมีแต่บาส นม ผญ ผู้หญิงแบบเปิดใจกันไปก็ไม่เคลียร์แบบใจๆด้วยนะ แบบคิดมาก ติดๆข้างในอีก เว้นแต่จะแฟร์ๆกันจริง อึนๆมึนๆอย่างที่ว่าเลย

        ดีใจที่ชอบฟิคนี้นะคะ เดี๋ยวใกล้ๆจะอะไรยังไง เรื่องรวมเล่มจะแจ้งผ่านเพจ ทวิต และก็เด็กดีนะ

        คีจังแค่ ม ต้น เองงงงง เดี๋ยวรอดู ม ปลาย ฮา

  6. ไม่ได้เม้นซะหลายตอน ขอตอนนี้นะค่ะ อยากจะบอกว่าสงสารน้อง ครก มากอ่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ อคช พอรู้ว่าจะชวนไปอยู่ราคุซันด้วยกันเพราะเหตุผลของการอยากมีชัยชนะ รู้สึกเจ็บแปลบๆในหัวใจเลย ทำไมใจร้ายแบบนี้ คิเสะเองที่จริงก็รู้ตัวดีว่าต้นตอเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากความมผิดพลาดของทุกคน และอยากจะกลับไปคืนดีกับคุโรโกะใช่ม้า ผู้ ญ
    สู้ๆนะคะ จะรอตอนต่อไปอย่างจดจ่อ อิอิ

    • คิเสะเป็นตัวละครที่ซวยซ้ำซ้อน เอะอะก็โดนเหวี่ยงตลอด จริงๆก็ไม่ได้โกรธคุโรโกะเลยนะ แค่แบบเสียใจและก็งงว่าทำอะไรผิด พอมารู้ว่า อคช เป็นคนรักของน้อง พอเจอหน้าก็รู้สึกผิดว่าไปคบกับเจ้าชาย แม้ว่าคบไปเพราะความไม่รู้ แล้วทุกอย่างเกิดจากความเข้าใจผิด จริงๆอยากจะเป็นเพื่อนกับน้องต่อไป ส่วนอาคาชินั้นตอนนี้ทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะเท่านั้น กลายเป็นราชาเลือดเย็นไปแล้ว แต่ลึกๆก็อยากให้น้องมาใกล้ๆนะ แต่ก็แค่นิดเดียว วัตถุประสงค์หลักคือ เอามาเป็นหมากมากกว่า ตอนหน้าเป็นวัย ม ปลายแล้วล่ะะ บรรยากาศมืดๆจะจางหายไปบ้างแล้ว สลับกับดราม่าเป็นระยะๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s