[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part9

 

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Bloody Complex 9

 

 

 

 

“ฮึกๆ ฮือๆๆ”

ที่เป็นอีกคืนที่ห้องนอนกว้างใหญ่เต็มไปด้วยเสียงสะอึกสะอื้น วันนี้ดวงจันทราอับแสงมีเพียงเงามืดมิดของรัตติกาล ซ่อนเร้นเรื่องราวฉาวโฉ่เกินกว่าจะรับได้ไว้หลังม่านหน้าต่างสีขาวโปร่ง อาคาชิ เซย์จูโร่นอนก่ายหน้าผาก เหลือบมองคนข้างตัวที่เอาแต่นอนหันหลังให้ ร้องห่มร้องไห้คดจนตัวงอเป็นกุ้งใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมร่างกายเปลือยเปล่าของสองพี่น้อง

 

 

ครอบคลุม..แม้กระทั่งน้ำกามแห่งราคะของทั้งสองที่เปรอะเปื้อนบนเตียง

 

 

“คุโรโกะคุง เลิกร้องไห้ซักทีจะได้ไหม มันน่ารำคาญ”  อาคาชิเรียกนามสกุลน้องสาวต่างแม่ด้วยเสียงเจือหงุดหงิด  หลังบุกเข้ามาย่ำยีอีกฝ่ายจนสาแก่ใจ   ดูท่าเจ้าตัวจะดื้อรั้นไม่ยอมทำตามคำสั่งของเขา สร้างความขุ่นมัวให้แก่คนที่เหนื่อยเมื่อยไปทั้งตัวจากการทำกิจกรรมใต้ร่มผ้าจนอยากจะปิดตานอนเต็มแก่  เลยต้องตัดสินใจก้าวเท้าลงจากเตียงพาร่างเปลือยเต็มไปด้วยมัดกล้ามพองามในแบบหนุ่มนักกีฬาวัยรุ่นเดินหอบเสื้อผ้าที่กองตระกับพื้นของตนมาสวมใส่ลวกๆ กะไปงีบเอาแรงที่ห้องนอนตัวเองทั้งๆที่ตอนนี้ก็ปาไปเกือบตีสามกว่าแล้ว

 

จังหวะที่กำลังจะก้าวเท้าออกไปจากห้องนอน..ดวงเนตรคู่คมสังเกตเห็นพื้นห้องนอนที่มีซากโทรศัพท์มือถือสีฟ้าแบบฝาพับแตกกระจายคาอยู่แบบนั้น..

 

 

 

โทรศัพท์ของลูกเมียน้อยนับตั้งแต่เกิดเรื่องราวผิดศีลธรรมจนบัดนี้ยังไม่ได้เก็บกวาดไปทิ้ง

 

 

คนเป็นพี่ชายต่างแม่หรี่ตามองกองซากมือถือนั่น..เศษกระจกหน้าจอแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ฝาพับกับตัวเครื่องหักเป็นสองท่อนวันนั้นตกสภาพยังไงก็ยังคงอยู่สภาพนั้น ทว่า..ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก เพราะนับจากเกิดเรื่องไม่มีคืนไหนที่เขาปล่อยให้อีกฝ่ายได้นอนหลับอย่างสงบสุขซักวัน

 

 

 

“ฉันขอโทษ..ฉันสัญญาจะไม่บอกคุณพ่อ เรื่องของเรา ฉันจะไม่บอกใคร”

“มันเป็นความผิดพลาดของวัยรุ่น ฉันเข้าใจ..เพราะงั้น พอได้แล้วค่ะ..

 

 

คำพูดทั้งเสียงสั่นเครือในน้ำเสียงที่ยังคงนิ่งเย็น..คำพูดหมายปลอบโยนเขาทั้งๆที่ตัวเองก็กลัวใจจะขาด หมายเกลี่ยกล่อมให้หยุดการกระทำดั่งเช่นคืนนี้และหลายๆคืนก่อนหน้านี้  ปากอาจจะบอกว่าได้ละทิ้งความผิดชอบชั่วดีที่มีคือความสะใจ แต่แท้จริงแล้ว..ลึกๆอาคาชิรู้ดีแก่ใจว่าเขาเอง..ก็รู้สึก ‘ผิด’ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น  แต่พอคิดถึงสิ่งที่ต้องประสบพบเจอตลอดเวลาตั้งแต่เล็กจนโต ความรักของบิดาที่ควรจะมอบให้เขา กลับเทไปให้น้องสาวต่างแม่ ที่เกิดกับผู้หญิงด้อยค่าไร้สกุลรุนชาติ

 

 

ในขณะที่ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ ต้องทำทุกอย่างตามที่บิดาปรารถนาเพื่อให้สมกับเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปกลับไม่เคยได้คำชมใดๆจากบิดา   ส่วน ‘ คุโรโกะ เท็ตสึยะ ‘ ไม่ทำอะไรเลย ก็ได้รับความอ่อนโยนจากบิดา..ก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้วนี่..

 

“ถ้าผิดก็ผิดที่เธอ คุโรโกะคุง”

 

ใช่..ถ้าตอนนั้น คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยอมใจเย็นฟังเหตุผลของเขาซักนิด  ถ้าเจ้าตัวยอมวางมือถือไม่คิดโทรฟ้องพ่อ..เขาก็ไม่ต้องใช้กำลังต่อสู้กับน้องสาวต่างแม่จนทำให้เรื่องบานปลาย

 

 

เรื่องทั้งหมดก็จะไม่เกิด..

เราไม่ผิด..เราถูกต้องเสมอและก็เป็นเช่นนั้นมาตลอด

 

 

“คนที่ชนะ..คือคนที่ถูกต้องเสมอ”  คนหนุ่มผมแดงเดินออกไปจากห้องนอนอีกฝ่าย  พึมพำประโยคเดิมๆซ้ำไปมา..ประโยคที่ อาคาชิ เซย์นัน บิดาผู้เย็นชาพูดจากรอกหูทุกวันมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต

 

 

.

.

.

 

 

 

1 อาทิตย์ผ่านไปแล้ว..เหลืออีกแค่สัปดาห์หน้า อาคาชิ เซย์นัน กับเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านที่ออกเดินทางไปต่างประเทศก็จะกลับมา จนกว่าจะถึงตอนนั้น..คุโรโกะ เท็ตสึยะยังต้องทนอยู่กับสิ่งที่เหมือนกับตกนรกทั้งเป็น นี่เป็นครั้งที่ 4 ที่เธอกำลังถูกพี่ชายต่างแม่ล่วงละเมิดทางเพศในห้องประธานนักเรียน  หญิงสาวแหงนหน้าเหม่อมองเพดานห้องสูงประดับโคมไฟทำจากหลอดไฟนีออนสีขาวยาว..ทุกอย่างดูเจิดจ้าและพร่ามัวไปด้วยคราบน้ำตาที่เจิ่งนองใบหน้า แรงอัดกระทุ้งหลายครั้งซ้ำไปมาตรงระหว่างขาทำให้กายของเธอไหวโอนไปมากับโต๊ะทำงาน ผมสีฟ้ายาวประบ่าสยายยุ่งเหยิงท่ามกลางกองเอกสารงานที่ร่วงหล่นกระจัดกระจายอยู่กับพื้น

 

“อึก!!!”  ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วทั้งร่างบอบบาง นี่คือความสุขกระสันยามได้ลิ้มรสราคะของเพศ ทว่า..อีกใจหนึ่งที่ถูกเส้นแห่งศีลธรรมเร่งเร้าตอกย้ำให้รู้สึกแขยงเนื้อหนังมังสาของตัวเองที่กำลังถูกคนหนุ่มเบื้องบนครอบครอง บดขยี้ จนไม่เหลือพื้นที่ใดๆ

“อ้า…”  เสียงทุ้มแหบพร่าครางเบาๆ กิจกรรมสิ้นสุดลงพร้อมสายน้ำแห่งบุรุษเข้าทะลักสู่ดอกไม้งามที่เบ่งบานจนกลีบช้ำไปหมด อาคาชิ เซย์จูโร่ถอนกายออกแล้วหันมาจัดเนคไทกับเสื้อสูทนอกสีขาวของเครื่องแบบชายเทย์โควให้เรียบร้อย ส่วนน้องสาวต่างแม่ยังคงนอนแน่นิ่งท่าเดิม ร้องไห้จนตาบวม..ร้องจนไม่เจ็บลูกตาไปหมด

 

 

 

“จริงสิ..ฉันลืมไปอย่าง”

จู่ๆ อาคาชิก็พูดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาเดินไปยังกระเป๋านักเรียนที่แขวนไว้บนฝาผนังห้องล้วงหยิบเอาบางสิ่งออกมาแล้วยื่นให้ คุโรโกะสะดุ้งตกใจกลัวจะเป็นของประหลาดที่จะเอามาแกล้งเธอ จึงรีบเด้งตัวลุกจากโต๊ะถอยหลังกรูเกือบหงายหลัง

 

 

..สิ่งที่อยู่บนมือแกร่งคือโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสีดำ..

 

 

“มือถือของคุโรโกะคุงพังจนซ่อมไม่ได้ ฉันเลยซื้อเครื่องใหม่ให้”

 

คุโรโกะช้อนมองด้วยสายตาระแวดระวัง..ขณะเดียวกันคนหนุ่มเรือนผมสีแดงยุ่งหน่อยๆก็ส่งสายตาแกมบังคับให้รับของสิ่งนี้ เมื่อไม่มีทางเลือกเธอจึงต้องยอมรับมือถือจากอีกฝ่ายมา  ทันใดนั้นอาคาชิฉวยโอกาสคว้าจับมือเธอแน่น หญิงสาวสะดุ้งพยายามกระชากมือตัวเองให้หลุดแต่ก็ไร้ผล ยิ่งต่อต้านเท่าไหร่อาคาชิยิ่งกลั่นแกล้งบีบแรงไม่ยอมปล่อยง่ายๆ พร้อมกับโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มเข้มอันน่ารังเกียจทวีคูณ

 

“ฉันเมมเบอร์พ่อเอาไว้ให้แล้ว..เผื่อคุโรโกะคุงคิดถึงพ่อจะได้โทรหา”  ถ้อยคำแฝงไปด้วยข้อความประชดร้ายอย่างหาที่สุดไม่ได้

อาคาชิ เซย์จูโร่ สื่อให้น้องสาวต่างแม่รู้ว่าหากคิดจะฟ้องเรื่องนี้ให้อาคาชิ เซย์นัน ผู้เป็นบิดาฟัง  เขาก็ไม่แคร์  ไม่กลัวผลกระทบที่ตามมา ไม่กลัวชื่อเสียงเกียรติยศ ไม่สนว่าหากเรื่องนี้ถึงหูพ่อหรือหูใครต่อใคร ภาพลักษณ์แสนดีเยี่ยงเทพบุตรในวิหารหรือเจ้าชายสง่างามขี่ม้าขาวจะพังทลายในพริบตา

นัยน์ตาสีอ่อนเบิกโพล่งวาวโรจน์..ทั้งเจ็บใจ..ทั้งโกรธแค้น..และหวาดผวา ช่างหลากหลายและซับซ้อนจนไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้อยู่บนดวงหน้าเฉยชาของหญิงสาวจืดชืด  อาคาชิหัวเราะในลำคอแล้วฉวยโอกาสอีกครั้งเข้ามาขโมยจูบบนริมฝีปากอิ่ม..บีบบังคับเธอให้เปิดปากยอมให้เขาสอดลิ้นเข้าไปลิ้มรสความหวานจนพอใจ ก่อนจะออกไปจากห้องประธานนักเรียน

 

 

“เก็บและเรียงเอกสารบนพื้นให้เรียบร้อยด้วยล่ะ อย่าลืมว่าตอนบ่ายเธอมีหน้าที่ผู้จัดการชมรมบาสด้วย เข้าใจนะเลขาของฉัน”

 

 

ประตูห้องปิดสนิท..คุโรโกะยกแขนเสื้อเช็ดถูปากอิ่มไปมาแรงๆจนแดงเถือก รู้สึกพะอืดพะอมเหลือเกิน แต่ไม่ว่าจะเช็ดล้างเท่าไหร่ ก็ไม่ยอมจางหายไปง่าย..โกรธตัวเองที่ต่อสู้อีกฝ่ายไม่ได้ที่ทำได้คือหลั่งน้ำตาแห่งความคั่งแค้นออกมาอาบแก้มใส เธอมองมือถือเครื่องใหม่ที่ได้รับ สไลด์หน้าจอปลดล็อกไล่ดูรายชื่อติดต่อ…มีเบอร์ของ อาคาชิ เซย์นัน อยู่ในนั้นจริง นิ้วเรียวกดโทรหาเบอร์ดังกล่าวทันที

 

 

 

 

ตรู๊ด…ตรู๊ด…กริ๊ก!!

 

 

‘นั่นใคร?’  เสียงทุ้มเย็นชาดูห่างเหินและระวังตัว แต่คุโรโกะจำได้ดีว่านี่คือเสียงของคนเป็นพ่อ

“หนูเองค่ะ..พ่อ..”  คุโรโกะบอกปลายสายด้วยเสียงแผ่วเบา

‘เท็ตสึยะเองเหรอ..โทษที..พ่อไม่รู้ว่าลูกจะเปลี่ยนเบอร์ใหม่ โทรมาหาพ่อมีอะไรหรือเปล่า?’ ความเย็นชาในน้ำเสียงหายไปเมื่อรู้ว่าคนที่โทรหาตัวเองคือลูกสาว  เด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนอยาก..อยากบอกเรืองราวเลวร้ายที่เกิดขึ้น บอก..ว่าตัวเองกำลังถูกพี่ชายร่วมสายเลือดเพียงครึ่งย่ำยีจนไม่มีชิ้นดี อยากบอกให้บิดาได้รับฟังเป็นที่สุด

 

 

“ม..ไม่..ไม่มีอะไร..ค่ะ..”

 

 

ไม่กล้า..ไม่กล้าพอบอกความอัปยศเหล่านี้ให้ผู้เป็นพ่อรับฟัง  หากท่านรู้เข้าจะช็อกแค่ไหน จะเสียใจแค่ไหน..แล้วตัวเธอเล่าจะเสื่อมเสียแค่ไหน  ทั้งที่อยากบอกใจจะขาดแต่ความกลัวต่อผลที่ตามมามันจุกแน่นในลำคอจนกลืนน้ำลายได้ยากลำบาก

 

 

‘งั้นเหรอ..เซย์จูโร่ดูแลลูกดีไหมในระหว่างที่พ่อไม่อยู่’

 

 

เซย์นันผู้ไว้ใจฝากฝังลูกสาวไว้กับลูกชาย พออีกฝ่ายถามถึงคนหนุ่มผมแดงว่าปฏิบัติตนต่อเธอเช่นไร คุโรโกะไม่อาจกลั้นเสียงสะอื้นได้หมด เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากแน่น พยายามกลั้นลมหายใจคุมร่างกายที่สั่นเท้าไปทั่วทั้งร่างเอาไว้

 

‘เท็ตสึยะ ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเงียบๆไป?’

“ม..ไม่มีอะไรค่ะ..หนู..หนูแค่สะอึก เดี๋ยวกินน้ำก็หาย อาคาชิคุงดูแลหนูดี..มากค่ะ”

 

 

..โกหกให้บิดาสบายใจ..

 

‘พ่อรู้ว่าลูกกับเซย์จูโร่ไม่ค่อยกินเส้นกัน แต่ยังไงระหว่างที่พ่อไม่อยู่ พ่ออยากให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันดีๆ อย่าทะเลาะกันล่ะยังไงเราก็ครอบครัวเดียวกัน เท็ตสึยะเข้าใจที่พ่อพูดนะ’

“…ค่ะ”

‘ถ้าไม่มีอะไรพ่อวางหูก่อน มีประชุมต่อแล้ว เสร็จงานพ่อจะรีบกลับบ้าน พ่อรักลูกนะ’

 

 

 

ตรู๊ด…ตรู๊ด…ตรู๊ด…ตรู๊ด…ตรู๊ด…ตรู๊ด…

 

 

อาคาชิ เซย์นันวางมือถือไปแล้ว..แต่คุโรโกะยังคงเปิดมือถือคาไว้แบบนั้น เสียงสัญญาณในมือถือดังก้องชัดในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆแห่งนี้ดวงเนตรกลมโตสีอ่อนเลื่อนสายตาจากจอมือถือสมาร์ทโฟนไปยังระหว่างขาของตน..กระโปรงนักเรียนสีดำถูกถลกขึ้นจนเห็นไรขนอ่อนปกคลุมเนินมีคราบน้ำสีขาวขุ่นกระเด็นเปรอะเปื้อนลามไปถึงโคนขาขาวเนียน เจ้าตัวก้มหน้าก้มตาก้มลงเก็บกางเกงในสีขาวที่ถูกถอดวางไว้บนโต๊ะทำงานข้างๆตัวมาสวมใส่ทั้งน้ำตา

 

บอกเรื่องอัปยศนี่ให้บิดาฟังยังไม่กล้า

ผลสุดท้ายของการข่มขืน แม้ฝ่ายชายจะได้รับบทลงโทษแสนสาหัส คนที่เสียหายที่สุดก็ไม่พ้นหญิงสาวอยู่ดี

 

 

 

.

.

.

 

 

“นี่เหรอน้องสาวต่างแม่ของกัปตัน”

“ตอนแรกก็ว่าจืดๆนะ แต่พอมองไปมองมาก็น่ารักดีเหมือนกัน”

 

 

มิโดริมะ ชินทาโร่ยกมือรับลูกบาสที่รีบาวน์จากแป้น นัยน์ตาหลังแว่นทรงเหลี่ยมกรอบดำละสายตาจากสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลที่ปลีกตัวไปนั่งพักริมสนามกำลังพูดถึง..เด็กสาวเรือนผมสีฟ้าตัดบ็อบยาวประบ่า เด็กสาวรังสีจืดจางที่มีศักดิ์เป็นถึงน้องสาวต่างแม่ของกัปตันชมรมคนเด่นคนดังในเทย์โคว  เขาเหลือบมองคนที่กำลังตกเป็นบทสนทนาซึ่งกำลังยืนนิ่งๆริมสนามคาบนกหวีดจับเวลาเหล่านักกีฬาฝึกวิ่งเลี้ยงลูกผ่านกรวย 4 จุดกลับไปมา

“มีซัทจินก็ว่ากระชุ่มกระชวยแล้วนะ พอคุโรจินมาทุกคนดูคึกคักเป็นกอง” มุราซากิบาระ อัตสึชิ หนึ่งในสมาชิกตัวจริงของทีมเดินลากขามายืนข้างๆรองกัปตัน พลางแกะขนมข้าวพองมากินเคี้ยวกรุบกรับหน้าตาเฉย

“มุราซากิบาระ!!อย่าเอาของกินมาในโรงยิม!!เดี๋ยวอาคาชิมาเห็นก็โดนทำโทษหรอก!!!” มิโดริมะต่อว่าเสียงเขียว คนตัวสูงใหญ่เบ้ปากไม่พอใจ แสดงท่าทางดื้อดึงต่อต้านเป็นเด็กมีปัญหาทั้งที่อายุก็ปาไป 15 ปีแล้วแท้ๆ หนุ่มแว่นกุมขมับปวดกบาลกับนิสัยของอีกฝ่าย ไอ้ครั้นจะด่าก็เมื่อยปากอีกฝ่ายฟังใครที่ไหนกัน เว้นแต่…หนุ่มผมแดงที่ตอนนี้ยังวุ่นอยู่กับงานประธานนักเรียน

 

“มุราซากิบาระคุง ห้ามเอาขนมมากินในโรงยิมนะคะ”  เสียงหวานเย็นเรียบดังกระซิบข้างๆคนทั้งสอง คนหนุ่มผมม่วงและผมสีเขียวร้องตกใจ เมื่อพบว่า คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยืนอยู่ในระยะประชิดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้..แถมสาวน้อยผู้จัดการคนใหม่ถือถุงขนมชูในมือ ทำให้มุราซากิบาระตาโตเข้าไปกว่าเก่าหันขวับไปมองมือซ้ายตัวเอง..ถุงขนมถูกแย่งชิงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“ง่า…เอาคืนมานะคุโรจิน”

“ไม่ได้ค่ะ กฎยังไงก็คือกฎ” คุโรโกะยืนยันหนักแน่น ทำเอาคนตัวใหญ่ใจเด็ก ทำตัวงอแงเป็นเด็กโข่งตาละห้อยมองถุงขนมถุงใหญ่ที่แอบโดดซ้อมไปซื้อข้างนอก ท่าทีแบบนั้นทำเอาสาวผมสีฟ้ากระดกยุ่งใจอ่อนเธอถอนหายใจเหนื่อยหน่ายแล้วยื่นถุงขนมคืนให้ซะอย่างงั้น

 

“ถ้าจะกินก็ต้องไม่ใช่เวลาซ้อม จะเอาไปซ่อนที่ไหนก็รีบๆทำก่อนอาคาชิคุงจะมาเห็น”

“คุโรจิน..ใจดีจังเลย”

“รีบๆให้เร็วเลยค่ะ ถ้าอาคาชิคุงมาเห็น เกิดอะไรขึ้นฉันไม่รู้ด้วย”

 

มุราซากิบาระยิ้มกว้างใสซื่อเหมือนเด็กได้ของเล่นรับถุงขนมวิ่งออกไปจากโรงยิมเพื่อหาที่ซ่อน มิโดริมะชำเลืองมองสาวตัวเล็กบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสามส่วนสีน้ำเงินเรียบๆ คุโรโกะหันกลับไปทำงานของตนที่ค้างคาต่อ

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องต่างแม่..ภายนอกดูเหมือนไม่มีอะไร

รู้ดีว่าเบื้องหลังเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แล้วทำไม..จู่ๆ อาคาชิถึงเอาคนที่เหม็นขี้หน้ายิ่งกว่าอะไรดีมาไว้ข้างตัวแบบนี้?

 

 

 

“เท็ตสึ!!ขอน้ำเปล่าหน่อย!!” อาโอมิเนะ ไดกิ เอซแห่งเทย์โคววิ่งกระหืดหอบเหงื่อโชกตัวออกมานอกสนามหลังจากเอาชนะการซ้อมแข่งของคนในทีมเดียวกันเองเสร็จตามใบเมนูที่ โมโมอิ ซัทสึกิ วางเอาไว้  คุโรโกะวางมือจากตารางซ้อมเลี้ยงลูกของสมาชิกตัวสำรองไปหยิบเอาน้ำแร่เย็นเจี๊ยบในกระติกน้ำแข็งส่งให้ มือแกร่งหยาบรับขวดน้ำมาเปิดฝาดื่มอึกใหญ่ด้วยความกระหายจนหมดขวดก่อนจะโยนขวดพลาสติกเปล่าลงถังขยะไม่พลาดเป้า พร้อมกับรับผ้าขนหนูจากสวัสดิการสาวๆมาเช็ดเหงื่อไคลหยดย้อยบนใบหน้าคมและลำคอหนา

 

 

“เท็ตสึ…เอ่อ…ฉันถามอะไรหน่อย?” จู่ๆ ชายหนุ่มผิวสีเข้มเกรียมแดดตั้งคำถามขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ตาสีเข้มเรียวคมเฉหลบสายตาหญิงสาวจืดจางด้วยความโลเลและเกรงอกเกรงใจออกมา เจ้าตัวเกาหลังคอแก้เก้อแล้วถามต่อ

“ช่วงนี้ฉันเห็นเธอดูเงียบๆผิดปกติ ไม่รู้สิ..คือ..ปกติเธอก็เป็นคนเงียบๆนะแต่ไม่ได้เงียบๆและก็เหม่อบ่อยแบบนี้ ฉันอาจจะพูดจาดูงงๆ แต่แบบ..ฉันรู้สึกว่าเหมือนเธอมีเรื่องไม่สบายใจตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้จัดการชมรม”  อาโอมิเนะอาจจะเป็นคนบื้อและความรู้สึกช้า แต่กับคนที่เขาสนใจหาได้เป็นเช่นนั้น หนุ่มผิวสีมีสัญชาติญาณที่ดีหากได้สนอกสนใจสิ่งใดเหมือนกันที่สนใจบาสเก็ตบอล ดังนั้นคำพูดทุกคำจึงมาจากความรู้สึกล้วนๆทำให้เรียบเรียงออกมาค่อนข้างตะกุกตะกักวกไปวนมา คุโรโกะเบิกตากว้างตกใจกับการเดาทางของอีกฝ่าย เธอหลุบตาลงมองพื้นไม้ขัดเงาเรียบกับรองเท้าพละสีขาวของตัวเอง แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เอซเทย์โควสัมผัสได้เป็นเรื่องจริง

 

“เธอมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า? บอกฉันได้นะ..หรือว่าใครรังแกเธอ ฉันจะได้หาทางช่วยได้”

 

คนหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินเข้มออกปากอาสาให้ความช่วยเหลือ เขาไม่ชอบเลยที่เห็นคุโรโกะดูแปลกไปแบบนี้..ดูหม่นหมอง ดูอึดอัดกดดัน แม้จะทำตัวดูเฉยชาแต่พอเผลอๆก็เหม่อลอย สะดุ้งตกใจบ่อยทั้งที่ปกติเป็นคนไม่ค่อยร้องวี๊ดว๊ายเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆจนออกจะตายด้านแท้ๆ

 

 

อยากช่วยหญิงผู้เป็นที่รัก..อยากปกป้องดูแล..และเป็นที่พักพิงใจให้

 

 

“อาโอมิเนะคุง..”

 

เสียงหวานสั่นเครือ..ความอัดอั้นจุกขึ้นมาที่ลำคอ ทั้งที่อยากจะระบาย..อยากจะบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ใครซักคนฟัง  มือบอบบางบิดชายเสื้อยืดจนยับยู่..หญิงสาวยังไม่กล้าแม้กระทั่งเงยหน้ามองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเพื่อนหนุ่ม ยิ่งมองกึ่งกลางของกางเกงสามส่วน..สถานที่เร้นลับของหญิงสาวที่ถูกล่วงละเมิดบดขยี้จนแหลกเหลว

 

 

ใครจะกล้าพูดว่าตัวเองถูกพี่ชายต่างแม่ ‘ข่มขืน’

เรื่องบัดสีผิดศีลธรรมน่าละอายเช่นนี้..ใครเล่าจะรับได้  ขนาดคดีข่มขืนทั่วไป สังคมยังรับกันไม่ค่อยจะรับได้เลยด้วยซ้ำ!!

 

 

 

“เท็ตสึ ? สีหน้าเธอไม่ดีเลย..ไปห้องพยาบาลไหม”  ใบหน้าของหญิงสาวจืดจางซีดเซียวขาวราวกับกระดาษ ยิ่งทำให้อาโอมิเนะว้าวุ่นใจเป็นห่วงมากขึ้นไปกว่าเก่า มือแกร่งวิสาสะทาบลงบนหน้าผากลาดมนอังวัดอุณหภูมิ

 

“ตัวเย็นมากเลยนะ!!เดี๋ยวฉันพา..”

 

“ตรงนั้นคุยอะไรกัน”

 

“!!!!!!!!!!”

 

 

 

ตึก…ตึก…ตึก…

 

ฝีเท้าย่างกรายเข้ามาในโรงยิมอันคุ้นหู เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจทำให้สมาชิกในทีมรีบวิ่งกลับเข้ามาในสนามฝึกซ้อมต่ออย่างแข็งขัน  คุโรโกะค่อยๆหันมามองต้นเสียงที่เอ่ยเรียกเธอ ดวงเนตรไร้อารมณ์เบิกกว้างสุดขีดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรีบเฉหลบสายตาเรียวคมสีแดงทับทิมคู่คมที่ปราดตรงมา กำชายเสื้อแน่นยิ่งไปกว่าเก่าจนมือสั่น

“ท่าทางเท็ตสึดูไม่ดี ฉันว่าจะพาไปห้องพยาบาล” ร่างสูงผิวสีเข้มบอกกัปตันชมรมที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อมาอยู่ในชุดฝึกซ้อมสีแดงเลือดหมูกับกางเกงสามส่วนสีดำ อาคาชิ เซย์จูโร่ ตวัดสายตามองไปยังดวงหน้าครึ่งซึกของน้องสาวต่างแม่ คุโรโกะยังคงเอาแต่ยืนก้มหน้าก้มตาปากสั่นระริกไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาอย่างถือดีกับเขาเหมือนแต่ก่อน

“ไม่จำเป็น นายไปกลับไปฝึกซ้อมซะ”  น่าแปลกที่คำสั่งของอาคาชิวันนี้ดูห้วนและดุดันกว่าปกติ เอซแห่งเทย์โควหน้าเหลอหลางุนงงแต่ก็ยอมถอยจากสาวจืดจาง โดยไม่วายมองส่งคุโรโกะด้วยความเป็นห่วง คนหนุ่มเรือนผมสีแดงกอดอกนิ่งมองร่างสูงผิวสีแทนวิ่งกลับเข้าสนามก่อนตวัดสายตามายังผู้จัดการสาวคนใหม่ที่เขาเป็นคนใช้อภิสิทธิ์ในการเป็นกัปตันและประธานนักเรียนพาเธอเข้ามาอยู่ ณ ที่แห่งนี้

 

“ส่วนเธอ ตามฉันมาที่ล็อกเกอร์”  อาคาชิออกคำสั่งสั้นๆในบทบาทของกัปตันชมรมแล้วเดินนำออกไปยังห้องล็อกเกอร์เปลี่ยนเสื้อผ้าที่อยู่หลังโรงยิม หญิงสาวหน้าซีดเผือด เหงื่อซึมมือจนเหนียวเหนอะ เธอกวาดมองสมาชิกในชมรมร่วมสามสิบชีวิตที่โรงยิมระดับหนึ่งด้วยสายตาล่อกแล่ก ก่อนจะตัดสินใจรวบรวมความกล้าหันหลังให้กับทิศทางการนำพาของอาคาชิพุ่งตรงไปยังคนที่น่าจะช่วยเหลือมากที่สุดอย่างกลุ่มนักกีฬาที่ยืนซ้อมรับส่งลูกไม่ไกลนัก

 

 

 

หมับ!!!!!

 

 

อาคาชิทันความคิดของเธอ..มือแกร่งคว้าข้อมือเล็กๆบีบแน่น จนเจ้าตัวนิ่วหน้ากับความเจ็บแปล๊บไปถึงกระดูก

 

 

“คุโรโกะ เท็ตสึยะ”

 

ย้ำด้วยชื่อและนามสกุลทั้งเสียงกดต่ำ..บอกให้รู้ว่าเขาไม่พอใจที่คิดต่อต้านและไม่มีสิทธิ์ให้รอดพ้น คุโรโกะออกแรงต่อต้านพยายามบิดแขนให้หลุดจากการจับกุม โชคดีที่ขนาดตัวของอาคาชิค่อนข้างหนาและซ่อนรูปที่เต็มไปด้วยกล้ามมัดแบบผู้ชายแม้ว่าส่วนสูงจะต่างจากหญิงสาวไม่กี่เซน ก็พอบดบังสายตาคนอื่นๆได้ว่าเขาใช้กำลังบีบบังคับอีกฝ่าย

 

 

 

สุดท้ายก็ต้องจำยอมให้พี่ชายต่างแม่พาตัวมายังห้องล็อกเกอร์ไร้ผู้คน

 

 

 

 

ปึกๆๆๆๆๆๆ

 

 

“อ..อ้า…ห..ห่ะ!!!จ..เจ็บ!!!”  อาคาชิจ้องมองแผ่นหลังเล็กบอบบางชุ่มเหงื่อจนเสื้อยืดสีขาวแนบกาย กางเกงสามส่วนถูกถอดร่นไปอยู่ตรงหัวเข่า สะโพกกลมกลึงขาวโชกเหงื่อปนเปน้ำกามสีขาวพุ่งทะลักเปรอะเปื้อนไหลย้อยลงตามโคนขาเพรียวสวย มือแกร่งบีบขย้ำก้อนเนื้อนูนอิ่มเต่งตึงทั้งสองที่กระเด้งกระดอนไปมาทุกครั้งที่เขากระแทกสอดใส่เข้าช่องทางสีหวาน

 

“ม..ไม่..ไม่เอา..ฮึก..พ..พอที”

 

 

ปึกๆๆๆๆๆๆ

 

อาคาชิกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน เขาขมวดคิ้วจนเกิดรอยย่น ยิ่งอีกฝ่ายวอนขอเขาให้หยุดการกระทำต่ำทรามเหล่านี้ทั้งเสียงสั่นเท้า ขาเพรียวสั่นระริกจนแทบทรงตัวไม่อยู่ทำให้เขาต้องโอบรัดประคองสะโพกงอนงามเอาไว้ แล้วสอดใส่ถี่รัวสุดอัน

“อ..อาคาชิคุง..ได้โปรด..”

“หุบปาก!!”  เสียงทุ้มสบถด่าทออย่างอารมณ์เสีย..ใช่..เขาหงุดหงิด..หงุดหงิดมากอย่างไร้สาเหตุ และก็ไม่ชอบความรู้สึกเหล่านี้เอาเสียเลย

 

 

ภาพคุโรโกะ เท็ตสึยะยืนสนทนากับอาโอมิเนะ ไดกิ รวมถึงกลายสนใจของผู้ชายในชมรม

 

 

“อ๊ะ!!!!!อ๊า!!!!!”

 

 

เป็นแค่คนชั้นต่ำที่เหมือนแม่ของมันที่ไร้สกุลรุนชาติ!!!ก็แค่พ่อให้ความสนใจมากกว่า!!!

อย่ามาคิดจองหองอวดดีเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น!!

 

 

“ลูกเมียน้อยอย่างเธอคิดสำคัญตัวผิดไปแล้ว!!”

 

 

น่าโมโห!!!

 

 

คนหนุ่มผมสีแดงชี้ยุ่งพองาม จิกเส้นผมสีฟ้าอ่อนกระชากให้เชิดหน้าขึ้นมาสบตา..เขาอยากจะ..อยากจะขยี้ดวงหน้าไร้อารมณ์ให้เจิ่งนองน้ำตาให้มากกว่านี้ ให้แด้ดิ้นใต้ร่างกายของเขามากกว่านี้ มืออีกข้างตะปบลำคอระหงบีบแน่น..แน่น..แน่นขึ้นเรื่อยๆระหว่างทำการร่วมรักรุนแรงกับดอกไม้แห่งสตรีเพศจนโลหิตไหลออกมาปะปนน้ำกามหยดลงพื้น

 

“อ..อาคาชิ..ค..คุง..ห..หายใจไม่ออก..” เด็กสาวดิ้นพล่านสะเปะสะบะแขนตบตีวงแขนแกร่งแรง ดิ้นสุดชีวิตเพื่อขืนตัวออกจากพี่ชายต่างมา

“คนอย่างเธอ..เป็นแค่เบี้ยของฉัน!!แค่ความสะใจของฉัน!!”  ชายหนุ่มแนบกระซิบข้างหูแดงก่ำของหญิงสาว ระบายความกดดันที่เขาได้รับ..ชีวิตที่ต้องทนอยู่อย่างเดียวดาย ถูกพ่อเมินเฉย ถูกบีบบังคับให้ทำทุกอย่างให้สมกับว่าทีผู้สืบทอดตระกูลอาคาชิ ใส่คนที่ไม่เคยทำอะไรซักอย่างแต่กลับได้รับการยอมรับจากพ่อ

 

 

น่า ‘ฆ่า’ ให้ตาย!!!!

 

 

 

 

RRRRRRRRRR

 

โทรศัพท์มือถือในล็อกเกอร์ในกระเป๋านักเรียนของใครซักคนดังขึ้นในตู้ ดึงสติของบุรุษเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งให้กลับมา นัยน์ตาคู่คมหลุบมองร่างบอบบางในอ้อมแขนที่หน้าม่วงคล้ำดำเขียว น้ำตานองหน้าอ้าปากสำลักน้ำลาย เขาตกใจรีบถอยออกจากกายหญิงสาวทิ้งให้คุโรโกะทรุดหวบล้มพับนอนกองกับพื้น

“แค่กๆ” น้องสาวต่างแม่ยังไม่ถึงกับขาดอากาศหายใจตาย..แต่สภาพร่างกายอ่อนแอไม่ต่างกัน หญิงสาวเรือนผมสีฟ้าพยายามยันกายขึ้นมาแต่แขนขาอ่อนแรงจนล้มลงไปนอนกับพื้นกระเบื้อง อ้าปากหายใจหอบหนักสูดเอาอากาศเข้าให้มากถึงมากที่สุด

 

 

ดวงตาคู่คมสีแดงสั่นไหวหลุบมองมือที่บีบคออีกฝ่ายเมื่อครู่ก่อนเลื่อนสายตาไปยังรอยแดงเป็นรูปนิ้วมือทั้งห้านิ้วชัดเจนบนคอของหญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่า

 

 

เราทำอะไรลงไป!!?

 

 

“คุโรโกะคุง..ฉัน..”  พอจะก้าวเข้าหา คุโรโกะกระถดถอยหลังกรูจนตัวชิดเป็นเนื้อเดียวกับตู้ล็อกเกอร์ ใบหน้าหล่อเหลาเหลอหลาจ้องมองร่างเล็กๆตัวสั่น..หวาดกลัวเขายิ่งกว่าอะไร   เขารู้สึกผิดขึ้นมาและอยากจะเดินเข้าไปขอโทษ

 

 

ทว่า…ทิฐิในใจกลับมีอำนาจมากกว่า

 

 

“จัดการตัวเองให้เรียบร้อยซะ และก็ตั้งแต่พรุ่งนี้ไม่ต้องมาเป็นผู้จัดการชมรมแล้ว ทำหน้าที่เลขาประธานนักเรียนก็พอ”  คนหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงออกคำสั่งทิ้งท้าย แล้วหันไปจัดการกับกางเกงกับเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยก่อนเดินออกไปจากห้องล็อกเกอร์ทำตัวนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

หลังจากเหตุการณ์นั้นพักใหญ่ รถลีมูซีนสีดำของตระกูลอาคาชิจอดสนิทหน้ารั้วโรงเรียนก่อนเวลานัด  อาคาชิ เซย์จูโร่เดาะลูกบาสกระแทกพื้นไปมาพลางชะโงกหน้ามองหน้าต่างในโรงยิม   จากที่นี่ไปหน้าทางเข้าโรงเรียนก็นับว่าไกลจนมองเห็นร่างคนเป็นเงาลางเล็กๆ   แต่เขาจำท่าทางลักษณะการเดินได้..คนๆนั้นคือ คุโรโกะ เท็ตสึยะ อยู่ในชุดนักเรียนเรียบร้อย ผมเผ้าสีฟ้าอ่อนได้รับการหวีแต่งจัดทรงให้เรียบร้อยที่สุดแม้ว่าจะยุ่งฟูตามแบบผมเส้นหนาแข็งกระด้าง น้องสาวต่างแม่คงใช้ความจืดจางปลีกตัวออกไปจากโรงยิมหลังจากสงบสติอารมณ์ดีพอที่จะสามารถปั้นหน้านิ่งเป็นปลาตายท้องกลมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

ปึง!!!!!

 

ลูกบาสชู้ตลงห่วงไปอย่างสวยงาม..ซึ่งก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรสำหรับอาคาชิ เซย์จูโร่ เขาไม่เคยทำอะไรผิดพลาดอยู่แล้ว เจ้าตัววิ่งมารับลูกที่ร่วงตกสู่พื้นมาไว้ในมือพอดิบพอดี แล้ววิ่งเดาะบอลกลับมายังหัวกะโหลกบนสนาม เตรียมตั้งท่าชู้ตลูกต่อ

“มีอะไรรึเปล่ามิโดริมะ?” กัปตันชมรมถามโดยที่สมาธิยังคงจดจ่ออยู่กับแป้นบาสตรงหน้า ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจนถึง 5 โมงเย็นกว่าๆแล้ว สมาชิกในโรงยิมตัวจริงคนอื่นๆทยอยไปพักเบรกดื่มน้ำดื่มท่า ยืดเส้นยืดสายนอกโรงยิมตามเวลาที่กำหนดไว้คือ 10 นาที  ในโรงยิมนี้จึงเหลือเพียงแค่เขากับรองกัปตันที่ยืนจ้องอยู่ด้านหลัง

 

“อาคาชิ นายกำลังคิดอะไรอยู่”

 

ปึง!!!!!!

 

ลูกลงห่วงไปอย่างไม่มีที่ติอีกเช่นเคย คราวนี้คนหนุ่มผมแดงไม่วิ่งไปรีบาวน์ลูกกลับมาจากใต้แป้น แต่ยืนนิ่งรอให้ลูกบอลกลิ้งมาหาตัวเขาเอง

“หมายความว่าไง?”

“ที่ล็อกเกอร์นั่น ตอนที่นายหายไปกับคุโรโกะ..” มิโดริมะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก..ชายหนุ่มสวมแว่นตารู้สึกอัดอั้นใจบอกไม่ถูก กระดากปากตัวเองเหลือเกินที่จะเอ่ยสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้..สิ่งที่เขาบังเอิญไปได้ยินเข้าเพราะความสงสัย

 

 

ถึงไม่เห็นกับตา..แต่ก็ได้ยินเสียงแว่วออกมา แค่นี้ก็รู้แล้วว่า เกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น’

 

 

“มิโดริมะนายรู้รึเปล่าว่าราศีกรกกฎจะโชคร้ายจากการ ‘สอดรู้สอดเห็น’”

 

 

ปึง!!!!!!

 

คนหนุ่มร่างสูงโปร่งสะดุ้งสุดตัว ลูกบาสเก็ตบอลปาเฉียดแก้มเข้าไปด้วยความเร็วสูงกระแทกเข้ากับฝาผนังเสียงดังลั่น!!! นัยน์ตาสีเขียวหลังเลนส์แว่นกรอบสีดำทรงเหลี่ยมไม่กล้าแม้แต่จะละสายตาไปไหน ร่างทั้งร่างแข็งทื่อไปหมดจะวิ่งหนียังไม่รู้ว่าจะมีแรงหรือไม่ เสียงในลำคอถูกกลืนหายลงไปในท้อง ขนแขนลุกเกรียวลามไปทั่วทั้งร่างกาย เมื่อได้สบตาชายหนุ่มทายาทตระกูลดังในสังคมญี่ปุ่น

 

 

“แต่ถึงนายจะเอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศฉันก็ไม่ว่า..ดีซะอีก ยิ่งคนรู้เยอะ คุโรโกะคุงจะได้อับอายเยอะๆ”  ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม..รอยยิ้มที่ไม่น่าเชื่อว่าจะปรากฏบนดวงหน้าหล่อเหลาประหนึ่งรูปแกะสลักของเทพบุตรในวิหาร

“อาคาชิจจิ!!มิโดริมัจจิ!!โมโมจจิซื้อเกลือแร่มาด้วยล่ะไม่รีบมาเอาเดี๋ยวจะหมดเอานะ!!!”  คิเสะ เรียวตะ ชะโงกหน้าเข้ามาทางประตูตะโกนเรียกกัปตันและรองกัปตันทำลายการสนทนาของทั้งสอง อาคาชิกลับมายิ้มบางๆพยักหน้าตอบรับหนุ่มผมทองสว่างไสวแล้วเดินออกไปสมทบกับเพื่อนๆนอกโรงยิม

 

มิโดริมะ ชินทาโร่ ยังคงยืนอยู่ที่เดิมนานพักใหญ่ก่อนจะดึงสติกลับมาได้ ร่างกายที่แข็งเกร็งคลายตัวลงแล้ว เขาก้าวเท้าเดินตรงไปยังลูกบาสอาคาชิจงใจปาเฉียดหน้าเขาเมื่อครู่ ก่อนจะก้มลงหยิบขึ้นมา

 

 

เมื่อกี้…อะไรกัน…

 

 

“มิโดริมัจจิ!!!เร็วๆเข้า!!เดี๋ยวก็…แอ๊กกกกกกกกกก”  คิเสะโผล่หน้ามาเร่งเร้าอีกรอบ คนหนุ่มผมสีเขียวชักสีหน้าหงุดหงิดปาลูกบอลอัดหน้าหล่อๆของอีกฝ่ายเต็มแรงจนคนผมทองหงายหลังล้มไปกองกับพื้น ตามด้วยเสียงร้องครางหงุงหงิงฟังไม่ได้ศัพท์

“ฮ่าๆๆ พ่อคนหล่อหน้ายับซะแล้วว่ะ ฮ่าๆๆ”

“อย่ามาหัวเราะกันนะอาโอมิเนจจิ!!!!โอ๊ยยย!!แดงโร่เลยอ่า!!!แบบนี้ไปถ่ายแบบพรุ่งนี้ไม่ได้แน่!!มิโดริมัจจิบ้าที่สุด!!!”

 

เอซแห่งเทย์โควเถียงบวกล้อเลียนใส่หนุ่มผมทองผู้เป็นนายแบบสุดฮอตชื่อดัง พ่วงด้วยเสียงหัวเราะของคนอื่นๆในชมรมยามที่เห็นหน้าหล่อๆของอีกฝ่ายแดงโร่เป็นรอยวงกลมเด่นหร่า  คนหนุ่มผมสีเขียวดันแว่นขึ้นสันจมูก  เม้มปากแน่นควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้นิ่ง เขาหลุบตามองมือของตัวเอง..ยังคงสั่นอยู่..สั่นด้วยความกลัว…

 

 

บรรยากาศรอบตัวของกัปตันชมรมกดดันจนหายใจแทบไม่ออก..ดวงเนตรคู่คมเย็นชาหาที่สุดไม่ได้

เหมือนกับ..ไม่ใช่ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ ที่เขารู้จัก

 

 

“อาคาชิ..เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่?”

 

 

 

.

.

.

 

 

 

“เท็ตสึยะ..ดูนี่สิลูก พี่ชายของลูกได้รับรางวัลชนะเลิศแข่งม้าระดับเยาวชนด้วยนะ เก่งจริงๆอายุแค่ 8 ขวบแท้ๆ”

 

คุโรโกะ เทนชิกางหนังสือพิมพ์กีฬาลงข่าวหน้าหนึ่งผลการแข่งขันของเด็กชายเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งไม่เป็นทรงหน่อยๆ ยืนอยู่บนแท่นรับถ้วยรางวัลชนะเลิศจากนายกสมาคมการแข่งม้าของญี่ปุ่น ทั้งที่เป็นที่หนึ่ง..ใบหน้ากลมของเด็กชายผู้นั้นหาได้มีรอยยิ้มแต่งแต้ม ลูกสาวเพียงคนเดียวละมือจากการรดน้ำต้นวานิลลาในสวนเดินกลับเข้ามานั่งข้างๆมารดาที่ริมระเบียง ชะโงกหน้ามองข่าวในหนังสือพิมพ์ก่อนเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นแม่มองรูปของลูกชายที่เกิดกับภรรยาอีกคนของพ่อ..ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนบริสุทธิ์ใจ

“ไม่เห็นจะน่าชมตรงไหนเลยนี่คะ”  เด็กหญิงวัยรุ่นราวคราวเดียวกันกับคนที่ลงข่าวพูดทั้งเสียงเรียบนิ่งหน้าตายไร้อารมณ์ก่อนหันกลับมาสนใจกับขนมโมจิที่มารดาเตรียมไว้ให้ คุโรโกะ เทนชิปริบตามองลูกสาวของตนที่หยิบขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะยิ้มขำขันแล้ววางมือลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ

 

“เราน้อยใจแม่เหรอ”

“เปล่าค่ะ”

“คิกๆๆ ไม่เอาน่า อย่างอนนะลูกสาวที่น่ารักของแม่”

 

เทนชิดึงลูกสาวเรือนผมสีอ่อนเช่นเดียวกับเธอมากอด พลางดึงแก้มยุ้ยๆไปมาเบาๆ ท่าทางคุโรโกะจะงอนเอาจริงเอาจัง ไม่ยอมสบตาหรือมองหน้าเธอเลย จนคนเป็นแม่ถอนหายใจแล้วเดินมานั่งยองๆอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย

 

“เท็ตสึยะ..แม่มีเรื่องจะขอร้อง”  น้ำเสียงของมารดายังคงอ่อนโยนเสมอต้นเสมอปลาย แต่คราวนี้ฟังดูจริงจังแฝงไปด้วยความกังวลใจผิดปกติ ลูกสาวตัวน้อยจึงยอมเงยหน้ามาสบตาสีฟ้าอ่อนใต้ขนตาแพยาวสวยบนดวงหน้าหวานแสนอ่อนโยนรับกับเส้นผมสีฟ้ายาวสลวยมัดรวบไว้ด้านข้าง

“…….”

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..อย่าได้โกรธ อย่าได้อิจฉาพี่ชายเลยนะ”

“เด็กคนนั้นเป็นเด็กที่น่าสงสาร แม่อยากให้ลูกจำคำนี้เอาไว้”  คุโรโกะ เทนชิกุมมือเล็กๆของลูกสาวที่เหนียวแป้งโมจิ..สัมผัสอ่อนโยนที่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็อบอุ่นใจเสมอ ดวงหน้ากลมแก้มยุ้ยของลูกสาวตัวน้อยเอียงคองุนงงไม่เข้าใจคำพูดของมารดาเลยซักนิด ดวงตาของอีกฝ่ายสั่นคลอนแปลกประหลาด..ในแววตานั้นเหมือนเก็บซ่อนอะไรบางอย่างที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ

 

“สัญญากับแม่นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ‘อย่าทิ้งพี่ชาย’ “  คุโรโกะ เทนชิบีบมือลูกสาวแน่นขอทั้งเสียงสั่นเครือ

 

 

“…ก็ได้ค่ะ หนูสัญญา”  สิ้นคำตอบของลูกสาว รอยยิ้มกลับมาอีกครั้งบนดวงหน้าหวานของมารดา เทนชิจูบหน้าผากลูกสาวเบาๆแล้วดึงเข้ามากอดอีกครั้ง

 

“แม่รักลูกนะ เท็ตสึยะ”

“หนูก็รักแม่เหมือนกันค่ะ”

 

 

.

.

.

 

 

อ้อมกอดของมารดาช่างอบอุ่น..บัดนี้ คุโรโกะ เทนชิ ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว  ทว่า..ทุกสัมผัสยังอยู่ในความทรงจำของร่างกายไม่จางหายไปไหน คุโรโกะ เท็ตสึยะ นอนกอดตัวเองบนเตียงตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน ไม่หิว ไม่อยากทานอะไร ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น เอาแต่นอนกอดตัวเองแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อต้นแขน

 

 

สัญญาที่ให้กับมารดาในวันวาน…จวบจนบัดนี้ก็ยังไม่อาจเข้าใจได้

 

 

“คนแบบนั้น..น่าสงสารตรงไหนกัน?”  น้ำตาไหลรินอาบแก้มครั้งแล้วครั้งเล่าจนปลอกหมอนเปียกชื้น คุโรโกะได้แต่ครุ่นคิดหาความหมายโดยนัยของมารดาซ้ำไปมาเทียบกับสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่เวลานี้..มีแต่ความเจ็บปวด..มีแต่ความทุกข์ทน

 

 

 

เกลียด..ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็กลายเป็นที่สนใจของผู้คน

เกลียด..ที่มารดาเอาแต่ชื่นชมทั้งที่ไม่เห็นจะได้ประโยชน์อะไรแท้ๆ

เกลียด..นิสัยดื้อด้านเอาชนะไปเสียทุกอย่าง

เกลียด..วาจาถากถางทั้งทางตรงและทางอ้อม

เกลียด..หน้ากากเสแสร้งว่าแสนดีทั้งที่ข้างในชั่วร้ายหาที่สุดไม่ได้

 

เกลียด..เกลียดเป็นที่สุด..ที่ทำเรื่องน่าคลื่นไส้กับเธอที่เป็นน้องสาวแท้ๆแม้จะเพียงแค่ครึ่งนึง!!!

 

 

“สกปรก..สกปรก..สกปรกที่สุด”  ทุบตีอวัยวะเพศของตนแรงๆ ทุบจนเจ็บช้ำก็ไม่อาจสลัดคืนวันเวลาอันเลวร้ายที่พบเจอมาตลอดเกือบทั้งอาทิตย์  คนที่มารดาพร่ำบอกว่าช่างน่าสงสารยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่ากลับเป็นคนที่ทำร้ายลูกสาวตัวเองอย่างแสนสาหัส  หากแม่ไม่ตายแล้วยังมีชีวิตอยู่..ตอนนี้จะยังกล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำไหมว่า อาคาชิ เซย์จูโร่ ช่างเป็นเด็กน่าเวทนา

 

 

“ฮึก.. แม่..ม..แม่ช่วยหนูด้วย..ฮือๆ”

 

 

คร่ำครวญถึงบุคคลที่รักที่จากไปไกลแสนไกล ก็ไม่มีวันได้กลับมา

.

.

.

 

 

อีกฝากฝั่งของทะเลไกลออกไป ตึกสูง 11 ชั้นใจกลางกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันได้จัดการประชุมตัวแทนนักธุรกิจยักษ์ใหญ่จากหลากหลายประเทศเพื่อหารือการลงทุนหาผลประโยชน์ร่วมกัน หลังจากที่พูดคุยกันมานานแถมยังต้องจัดสรรงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อหาจุดยืนในสังคมเป็นระยะเวลาร่วมอาทิตย์กว่าๆสิ้นสุดลงแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับ

หนึ่งในนั้นคืออาคาชิ เซย์นัน ชายวัยกลางคนดึงปมเนคไทสีดำให้คลายหลวมทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องพักชุดใหญ่ของโรงแรมหรูหราที่สุดแห่งเบอร์ลิน ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างกับโซฟาใหญ่ พ่อบ้านและเหล่าแม่บ้านทั้งหลายที่ติดตามมางานรวมถึงเป็นหนึ่งในทีมงานส่วนร่วมจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ดังกล่าวกุลีกุจอเข้ามาบริการน้ำดื่มเย็นชื่นใจให้อีกฝ่ายทันที

 

“งานสำเร็จไปได้ด้วยดีนะขอรับ”  มาซากิกล่าวกับนายเหนือหัว

“เบอร์ริน่าคอปเปอเรชั่นพูดมากน่ารำคาญก็จริง แต่พวกนั้นก็ไม่มีทางเลือกกล้าปฏิเสธฉันอยู่แล้ว ถ้าฉันอยากจะลากพวกมันมาร่วมงานซะอย่าง ฉันก็ทำได้จนสำเร็จ”

 

อาคาชิ เซย์นันไม่รู้สึกตื่นเต้นดีใจใดๆกับผลตอบรับที่เป็นไปตามเป้า..เขารู้อยู่แล้วว่าเบอร์ริน่ากำลังขาดทุน บริษัทนี้มีโกดังจัดเก็บที่ใหญ่แถมยังมีวิศวกรมากคุณภาพการเข้าไปช้อนซื้อถึงจะเสียเงินแพงนิดหน่อยผลกำไรตอบกลับทวีคูณคืนทุนในอีกสองปีข้างหน้าแน่นอน

 

 

ที่สำคัญ..คนอย่างอาคาชิ เซย์นัน ไม่เคยทำอะไรพลาด

เขาคือ ‘อาคาชิ’ และเขาคือ ‘ผู้ชนะ’ เสมอ

 

 

“งานเสร็จไปด้วยดีแถมเร็วกว่ากำหนดการที่วางไว้..นายท่านจะกลับญี่ปุ่นเลยไหมขอรับ” มาซากิถาม

คนหนุ่มผมแดงหวีเสยเรียบเลื่อนสายตาไปยังปฏิทินบนฝาผนัง ตามแผนการที่วางเอาไว้คือสองอาทิตย์..แต่ตอนนี้เสร็จก่อนกำหนดตั้ง 4 วัน เขาเงียบอยู่นานอึดใจหนึ่งก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงเนตรคู่คมสีแดงพราวมากเล่ห์กลจนเหล่าแม่บ้านขนลุกเกรียว พวกเธอมองหน้ากันเลิ่กลั่กแปลกประหลาดใจ

 

 

ไม่บ่อยที่นายเหนือหัวจะยิ้มออกมา

 

 

“ถ้างั้นฝากนายด้วยล่ะกัน” อาคาชิ เซย์นันออกคำสั่งพร้อมลุกขึ้นจากโซฟาเดินหายเข้าไปในห้องนอน ปล่อยให้พ่อบ้านคนเก่าคนแก่มาซากิจัดการตระเตรียมทุกอย่างเอาไว้สำหรับการเดินทางในวันพรุ่ง

 

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ตอนนี้ยังคงเรทเสมอต้นเสมอปลาย ได้ทีเอาใหญ่เลยคุณพี่ชายยยยย ก๊ากกกก

ตอนนี้ก็จะเห็นมุมมองของน้องคุโรโกะบ้างว่าคิดเห็นเช่นไร

 

แฟนอาร์ตจากผู้อ่านจ้าาา

 

kohaku_blank

 

10574146_252089798248191_3935154312241626939_n

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้าาา

 

ปล.เปลี่ยนธีมแล้ว เอาให้เข้าบรรยากาศซักนิด ฮาาา

 

16 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part9

  1. ปั่นทีสิสอยู่แต่แอบอู้มาอ่าน

    โอ้ยยยยย ท่านรังแกน้องไม่พอ บีบบคอน้องจะฆ่าน้องรึยะะะะ เกินไปแล้ว
    น้องไม่ได้รสนิยมเซ็ก ออโต้อีโรติกนะะะะะ (มีเซ็กซ์แบบขาดอากาศหายใจค่ะ พวกนี้จะถึงจุดสุดยอดเมื่อถูกรัดคอ)

    สงสารน้อง ทนเป็นศรีทนได้ โดนท่านจัดหนักทั้งที่บ้านทั้งโรงเรียน
    ถึงชอบฉากเรท แต่สงสารน้องแล้วนะ TT.TT โดนบีบคอ จิกผมโหดร้ายสำหรับผู้หญิง
    ท่านแอบหึงน้องกับมิเนะ แต่ไม่ยอมรับ มิโดริมะรู้เรื่องอีก..บอกใครก็ไม่ได้ ผู้หญฺิงมีแต่เสียกับเสีย

    ท่านพ่อวางแผนอะไรอีกเนี่ย กลับไปตบหน้าอาคาชิสักฉาดก็ดีนะ

    • เซ็กส์แบบเสี่ยงตายแล้วโกโก้ครันซ์นี่ทำคนตายมาจริงๆหลายคนแล้ว ท่านรังแก ท่านบีบคอ เพราะท่าน..กำลังอยู่ในอารมณ์มาคุ น้องก็ไม่อยากทนอยากหนีแต่หนีไม่พ้น อาคาชิเล่นคุกคามตลอดแถมภาพลักษณ์พี่แกคือดีมว๊ากกก บอกไปคนไม่ค่อยเชื่อ ที่สำคัญนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ผิดของหญิงที่ถูกขืนใจ คือ อายแล้วเก็บ ท่านแอบหึงไหม น่าจะหวงของ กลัวคนที่ตัวเองกดจนชนะหนีไปมากกว่า แต่ก็มีหึงปนนิดๆอยู่ด้วย เรียกไงดี..ความรู้สึกของอาคาชิยังไม่ได้รักน้องเลยนะ พี่ทำคือระบายอารมณ์เก็บกดล้วนๆลูกเดียว น้องนี่คือไม่รักเลยซักนิดเดียว จากเหม็นขี้หน้าทะลุไปเกลียดและกลัวแทน

      จะให้ท่านพ่อตบอาคาชิอีกแล้วเหรอ555 นี่โดนตบไปรอบนึงแล้ว โดนอีกท่านเจ็บใจอีก ฮาา

  2. ท่านพ่อดูมีลับลมคมในยังไงก็ไม่รู้แหะ
    ว่าแต่ นายน้อยเริ่มหึงน้องแล้วใช่ปะหล่ะ
    ตอนนี้รู้สึกสงสารน้องสุดๆเลย
    ปูเสื่อรอตอนต่อไปค่าพี่บลัด

    • ท่านพ่อเดี๋ยวได้รู้แน่นอนน่อ อีกไม่นานแล้วล่ะ ส่วนนายน้อยหึงนิดๆแต่หวงของมากกว่า ที่ทำมานี่ยังไม่รักเลย มีแต่เรื่องกำหนัดล้วนๆ น้องช้ำแล้วช้ำอีก กลายเป็นที่ระบายอารมณ์พี่ชาย

  3. นายน้อยเป็นผู้ชายที่พูดเเล้วไม่คืนคำจริงๆค่ะ…จะสนุกเเบบทุกที่ทุกเวลา…เป็นผู้ชายที่เเน่วเเน่มากกก เเน่วเเน่เกินอ่ะ//ร้องไห้น้ำตาตกใน
    ตอนนี้สงสารน้องเเล้วนะคะ…ท่านจะเริ่มทำเกินไปและ ยิ่งทำยิ่งได้ใจ ยิ่งกดไว้เเทบเท้ายิ่งสะใจ พอน้องได้คุยกะมิเนะหน่อยเดียวมาทำเป็นหวง ชริ…อย่าให้ถึงวันนึงน้องลุกขึ้นมาได้นะคะ จะเเอบหัวเราะให้สะใจเลย,,o(`ω´*)o
    เเล้วตอนที่นายน้อยเอาโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้น้องนี่เจ็บจี๊ดจริงค่ะ เหมือนจะดูห่วงใย เเลดูมีออร่าอบอุ่น…เปล๊า สะใจล้วนๆ น้องก็เเบบ…พูดไม่ออก…เป็นใครเจอเรื่องเเบบนี้ก็พูดไม่ออก เเล้วยิ่งพ่อพูดแบบ นายน้อยดูเเลดีมั้ย จุกเถอะค่ะ…ถามเเบบนี้ต่อยหน้ากันเลยดีกว่า,,o(╥﹏╥)o
    มิโดรินของคุณบลัด น่าสงสารอ่ะ ในฟิคทุกเรื่องเลย รู้นะเเต่ทำอะไรไม่ได้ เเต่เรื่องนี้นายน้อยดูคุกคามมิโดรินสุดละ เเละคิคุงที่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าโดนบอลอัดหน้าเลย เป็นโมเมนต์เดียวในตอนจริงๆค่ะ ที่เรื่องเบาสบาย เพราะคีคุงเเท้ๆ555//หน้าของโมเดรุ
    ท่านพ่อจะกลับมาเเล้วสินะๆๆๆ จะดีกว่าเดิม หรือจะเเย่กว่าเดิมกันนะคะ 555

    • ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำค่ะ มั่นคงในสัญญา //เหมือนจะดีเนอะ ฮาาา
      ท่านเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งได้ทียิ่งเอาใหญ่ ท่านเองก็ไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว ตอนเอามือถือให้เหมือนจะดูแคร์ไถ่โทษทำของเสีย แต่ก็..ตามนั้นเลย กัดแผลเก่าแทงให้ลึก เพราะรู้ว่าน้องแคร์พ่อมาก รักพ่อมาก เทิดทูน เคารพมาก เลยยิ่งพูดไม่ออกใหญ่ มิโดริมะนับในทีมเป็นคนฉลาดทันอาคาชิอยู่คนเดียวเลยล่ะมั้ง น้องก็ทันนะแต่ก็ไม่เข้าขั้นมิโดริน คิเสะเรื่องนี้ตัวตบมุก+ปล่อยมุกเลยล่ะ 55 ไม่งั้นจะเครียดเกินไป

  4. อ่านจบตั้งแต่ตอนเรียนพิเศษเมื่อเช้า คือแว่บมาเข้าห้องน้ำแล้วเช็ค อื้อหือ อ่านไปเรียนไปเลยทีเดียวค่ะ #นี่มันแย่มากนะเฟรม

    ตอนนี้ท่านก็ยังคงย่ำยีน้องเช่นเดิม T T นี่ท่านคิดจะประทุษทำร้ายลูกสาว(?)ฉันไปถึงไหนคะ ?!
    ทั้งข่มขืนกระทำชำเรา ทั้งทำร้ายร่างกายและจิตใจ บีบคอน้องจนเกือบหายใจไม่ออกตาย ทำไมท่านโหดร้ายแบบนี้คะ รู้สึกสงสารน้องมากตอนที่น้องโทรไปหาท่านพ่อแล้วไม่กล้าพูด ยิ่งท่านพ่อถามว่านายน้อยดูแลดีไหม ตอบไม่ถูกเลย มันจุกในคำพูดมาก T ^ T

    มิโดรินนี่ก็ใช่ย่อย น่าสงสารเหมือนกัน ดันไปรุ้อะไรที่ไม่ควรรู้ซะได้ …. ดวงราศีกรกฏมีโชคร้ายเพราะสอดรู้สอดเห็น นี่ขู่สินะคะ อีกอย่างท่านมีดีกรีซะขนาดนั้นพูดไปยังไงน้องก็เสียหายฝ่ายเดียวนี่ค่ะ T ^ T

    ชีช้ำกะหล่ำปลีเหลือเกินตอนนี้ คาดว่าตอนหน้านี้น้ำตาตกกันแน่ๆ ใช่ไหมคะ หวังว่าท่านคงจะไม่โหดร้ายกับน้องไปมากกว่านี้แล้วนะคะ สงสารน้องมากเลยค่ะ T_____T

    • ท่านบอกทำจนกว่าจะหายสะใจ //เมื่อไหร่ล่ะนั้น 555. ทำแรงขึ้นเรื่อยๆคุกคามขึ้น แถมยังเกือบฆ่าน้องด้วย อาคาชิเป็นเด็กเก็บกดมากคนนึงเลยนะ ต้องทำตามพ่อแต่ก็ไม่เคยได้รับคำชม พ่อไม่เคยแสดงความรักใดๆเลย ก็เลยใส่น้องยกใหญ่ ตอนพ่อถามนี้ปวดใจมากจริงๆ พูดไม่ออก แถมน้องรักเคารพเทิดทูนพ่อมาก ไม่อยากให้พ่อผิดหวัง

      มิโดรินเอะใจสงสัยมาพักนึง เลยแอบฟังแจ๊กพ๊อตเลย ตอนที่ท่านพูดดวง คือ ท่านขู่ 555 ตอนหน้าน้ำตาตกในกันต่อไป แต่ใกล้ไคลแมกซ์เรื่องแล้วล่ะ เริ่มจะมาครึ่งทางแล้ว

  5. เลิกเครียดเพราะคิเสะจริงๆ 555555 แต่ปริศนายังไม่ทำการเฉลย น้องยังคงถูกย่ำยีกันต่อไป แต่มันน่าสงสัยอ่ะทำไมแม่ของน้องถึงได้เห็นใจนายน้อยขนาดนั้น? ก็เข้าใจว่าสภาพแวดล้อมมันกดดันให้ได้ดั่งใจพ่อแต่มันจะมีแค่นั้นจริงเหรอ? มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆอ่ะค่ะ (หรือเราคิดไปเองหว่า) อีกอย่างพ่อท่านก็จะกลับมาแล้วด้วย ถ้ากลับมาเจอฉากที่ลูกชายกำลังข่มขืนลูกสาวอยู่ล่ะก็ .. ตึงโปะ! แล้วเราก็คิดว่าว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะพ่อท่านรึเปล่า หรือว่าคิดไปเองอีกแล้ว จุดประสงค์คืออะไรหรือ? อยากอ่านต่อเร็วๆแล้วอ่า

    • คิเสะเป็นตัวตบมุกของเรื่องเลย ฮาาา น้องยังชีช้ำต่อ ปริศนาใกล้รู้แล้วล่ะนี่เริ่มมาครึ่งทางแล้ว ส่วนเรื่องแม่น้องเห็นใจอาคาชิ มีที่มาที่ไปค่ะ เป็นความลับที่รอการเฉลย พ่อมาเห็นฉากแบบนั้น…ตึงโปะ!!! หรือ จะไม่เห็นไม่รู้อะไรเลย รอลุ้นจ้า

  6. เรื่องนี้นายน้อยมีแต่กำไรและกำไรอ่ะ
    ตั้งแต่เริ่มตอนยันท้ายตอน(ทิชชู่หมดไปแยะ)
    สภาพของน้อง ครก. ตอนนี้คิดว่าคงไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือของนายน้อยอ่ะ
    จะบีบก็ตายจะคลาย(ซึ่งคิดว่านายน้อยคงไม่ทำ)ก็รอด
    กลัวแต่ไม่รู้จะหนียังไง
    ไหนจะสัญญาที่ให้ไว้กับแม่อีก
    คือจนตรอกสุดๆ และไม่มีใครกล้าช่วยด้วย
    เพราะนายน้อยน่ากลัวมากกกกกกกกก
    ขนาดมิโดริมะยังเจอลูกบาสถากหน้าเลยอ่ะ

    • กำไรสุดๆอย่างหาที่สุดมิได้เลย สภาพน้องคือแย่ลงทุกวัน จนตรอกทุกที อยากจะหนีแต่ อาคาชิก็รู้ทันความคิดอีก คนที่รู้เห็นไม่กล้า ขนาดแค่บอกว่ารู้ว่าทำอะไรยังเจอลูกบาสมหาประลัย อาคาชิก็ยังใจดีไม่ปาอัดใส่หน้านะ แต่แค่เฉี่ยวก็ขู่จนน่าขนหัวลุกแล้ว

  7. โอ้ย น้อง ครก ของช้าน ช้ำแล้วช้ำอีก บอกก็บอกไม่ได้ พูดก็พูดไม่ได้ ทำไมถึงต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับน้อง ครก แต่เกิดดีกว่าเน๊อะ เอ๊ะ! อคช ท่านก็โหดตลอดเกือบจะฆ่าน้องแล้วนะ ด้านมืดแกนี่รุนแรงจริงๆ แล้วทำไมแม่น้อง ครก ต้องบอกให้รักและอย่าทิ้งพี่ชายสุดเล่า เพราะอะไรกันน้า นี่ก็คงเป็นปมของน้อง ครก เหมือนกันที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบขี้หน้า อคช สักเท่าไหร่ ก็นะแม่ดันไปบอกไปชมไอ้คนขี้เก๊กและหยิ่งยโส 555
    สนุกมากเลยค่ะ จะรอตอนต่อไปนะคะ

    • น้องเลยมีอคติกับอาคาชิอยู่นิดๆ ถึงจะทำเฉย เว้นร้ายมาร้ายตอบ โดยอาศัยทางพ่อไปจัดการ ฟฟ แต่ตอนนี้คืออาคาชิวินเพราะเล่นในสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับหญิง ด้านมืดของท่านคือสิ่งที่เก็บกดในใจมาตลอดชีวิตแต่เล็กจนโต ตอนแรกก็ไม่ได้แสดงมาก แต่พอรู้ว่าพ่อเอ็นดูน้อง ก็เลยเกิดเป็นความอิจฉาขึ้นมา แถมโกรธที่พ่อมีเมียน้อยด้วยแหละ แม่น้องมีเหตุผลอยู่นะ ต้องรอลุ้นจ้า

  8. โนววววสงสารน้องครก ช้ำทั้งกายและจายยยย
    ยิ่งตอนท่านพ่อถามว่าพี่ดูแลดีมั้ย…เอื้อก!ถ้าเรานะจะฟ้องให้หมดเปลือกเลย! แต่ครกก็ไม่พูดอะไรคงกลัวพ่อจะเสียใจ? นายน้อยนี่ก็ช่างน่ากลัวเจงๆ(หึงโหด?) มิโดริมะก็….น่าสงสารโดนนายน้อยขู่ฟ่อไปหนึ่งดอก 555 พ่อกลับมาเร็วกว่าปกติ! มีลุ้นล่ะขอให้กลับมาให้เห็นฉากค้ำคอร์เจ๊าะๆพรึ่มๆพอดีเป๊ะด้วยเต๊อะเพี้ยงๆ
    รอติดตามต่อปายค่าาาา :3

    • น้องกลัวพ่อผิดหวัง เป็นจุดอ่อนของน้องเลย ไม่อยากให้คนที่แคร์รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นายน้อยเรียกหึงก็ไม่เชิงทีเดียวนะ แค่หมั่นไส้ อุตส่าห์กดลงต่ำ กลัวจะกลับไปชูคอ เหมือนที่ตัวเองชนะอาจกลับมาแพ้ด้วย ออกแนวหวงๆ ปนๆ ในนั้น ส่วนพ่อกลับมาจะเจอของดีไหม รอลุ้นจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s