[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part21

 

Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Kuroko no love 21

 

 

 

 

 

‘ขมรมบาสเก็ตบอลเทย์โคว’ ได้สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการ กับการปรากฏตัวของเหล่านักบาสเก็ตบอลมากความสามารถ จนกลายเป็นที่ลือลั่นสะท้านวงการระดับเยาวชน..เด็กหนุ่มทั้ง 4 กับผู้จัดการอัจฉริยะอีก 2 คนนำพาทีมคว้าชัยชนะ 3 ปีซ้อนด้วยสถิติแต้มสูงแบบที่ไม่เคยมีเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกันทำได้

 

พวกเขาถูกขนานนามว่า ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’

 

ทว่า..กลับมีข่าวลือน่าประหลาด ว่ายังมีผู้เล่นอีกหนึ่งที่พวกเขาเหล่านั้นให้การยอมรับ..ชื่อของเขาคนนั้นคือ

 

 

“เงาลวงตา!!!!!!”

 

สมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลเซย์รินร้องเสียงดังลั่นโรงยิม ทุกสายตาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มตัวผอมบางค่อนเล็กที่ยืนนิ่งทำหน้าตายไร้อารมณ์

“ครับ..ผม คุโรโกะ เท็ตสึยะ..ที่พวกนักข่าวเรียกว่า ‘เงาลวงตา’ ครับ”  คุโรโกะขานรับยืนยันตัวตน ไอดะ ริโกะหญิงสาวเพียงหนึ่งในชมรมปริบตาสองสามที  เธอสะบัดหน้าส่ายหัวไล่ความอึ้งทึ่งงุนงงกับสิ่งที่เกิดแล้วถามกลับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

“หมายความว่านายมาจากเทย์โควและเคยแข่งร่วมกับพวกรุ่นปาฏิหาร์ยสินะ”

“ผมเป็นตัวจริงอยู่ในทีมกับพวกเขาน่ะครับ”

“โห!!!!!!”  ทุกคนในโรงยิมฮือฮากันยกใหญ่ แม้แต่เด็กปีหนึ่งที่เข้ามาสมัครในชมรมรุ่นเดียวกัน คุโรโกะคาดเดาสถานการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะต้องมีเหตุการณ์เช่นนี้

 

 

ก็ภาพลักษณ์ของเรา..ดูอ่อนแอจนไม่น่าเชื่อถือจะตายไป

 

 

คางามิ ไทกะยืนแคะขี้หูเบื่อหน่าย นัยน์ตาสีเพลิงหรี่ตามองเจ้าของเรือนผมสีฟ้าสั้นยุ่งกระดกไปมา ท่าทางผอมแกร่นๆแถมดูอ่อนแอตบทีคงปลิวลอยละลิ่ว ไหนจะส่วนสูงอันน้อยนิดไม่เหมาะกับกีฬาประเภทไหนเลยนี่อีก

 

“ว่าแต่..ไอ้รุ่นปาฏิหาร์ยนี่คืออะไร?”

 

สิ้นคำถาม..ความสนใจเบนเข็มมาที่สมาชิกใหม่อีกหนึ่งที่ตัวสูงกำยำกับดวงตาขวางโลกใต้คิ้วสองแฉกแบบนั้นอีก ทุกคนทำหน้าตาเหวอจ้องด้วยสายตาเหลือเชื่อใส่เขา

“อะไรกัน..นี่นายไม่รู้จักรุ่นปาฏิหาร์ยแห่งเทย์โควเหรอ!!ไปอยู่ส่วนไหนของโลกมา!!!!” ฮิวงะ จุนเปย์ ชายหนุ่มสวมแว่นวงรีชี้นิ้วขึ้นเสียงสูงประหลาดใจ

“พึ่งกลับจากอเมริกาเมื่อเดือนที่แล้วน่ะ “ คางามิตอบ

“รุ่นปาฏิหาร์ยก็คือกลุ่มนักกีฬาบาสรวมถึงผู้จัดการทีมตัวจริงของโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โคว ปกติโรงเรียนนี้มีชื่อเสียงทางด้านชมรมบาสเก็ตบอลมาอย่างยาวนานอยู่แล้ว แต่เด็กรุ่นปาฏิหาร์ยนั้นพิเศษออกไป พวกนั้นเก่งเกินกว่าจะเป็นเด็ก ม.ต้น เก่งจน..เหมือนสัตว์ประหลาดเลยล่ะ..อารมณ์เหมือนก๊อตซิล่าเล่นบาสไม่มีผิด”     อิซึกิอธิบายให้เด็กผู้มาไกลจากแดนตะวันตกได้เข้าใจถึงเหล่ากลุ่มคนที่ถูกสื่อวงการกีฬาจับตามองเป็นพิเศษ

 

ว่าแต่..ไอ้ก็อตซิล่านี่มันคืออะไร?

 

ร่างสูงกำยำสมาชิกใหม่ของชมรมบาสเก็ตบอลเซย์รินเกาหัวสงสัยกับชื่อประหลาดๆที่หนุ่มหน้าตี๋รุ่นพี่ชมรมกล่าวถึง  คุโรโกะจ้องเขม็งไปยังคนหนุ่มหัวสีเพลิงไหม้

“มองอะไร?” คางามิรู้ตัว หันมามองตาขวางใส่คนตัวเล็กจืดจางผอมกระหร่อง

“ผมแค่คิดว่าคางามิคุงกำลังเบื่อบาส คงคิดว่าที่ญี่ปุ่นไม่มีคนเก่งๆเท่าที่อเมริกาสินะครับ”

“!!!!!!”   คางามิหน้าเหวอ ตกใจไม่คิดว่าจะถูกคนจืดจางไร้อารมณ์นี่อ่านความคิดออก เขาสะบัดหน้าหนีดวงตากลมโตสีฟ้าอ่อนไร้อารมณ์จนคาดเดาความคิดไม่ออก ยิ่งจ้องไปนานๆยิ่งรู้สึกหลอนจิตชวนขนลุกอีกต่างหาก แล้วเลือกที่จะสบถคำรามฮึดฮัดในลำคอไม่พอใจ

 

“ยังไงก็แค่ฆ่าเวลาเท่านั้นแหละ ฉันไม่ได้หวังอะไรกับบาสที่นี่อยู่แล้ว”  คางามิตอบกลับ

“งั้นเหรอครับ..แต่ผมจะบอกไว้อย่าง..”  คุโรโกะเว้นวรรคไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ

 

 

“คุณในตอนนี้สู้  ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’ ไม่ได้หรอกครับ”

 

 

“ว่าไงนะ!!!?”  ความโกรธแล่นริ้วขึ้นทั่วใบหน้าคมคายดุดัน เสียงทุ้มกรรโชกบ่งบอกแน่ชัดว่าเด็กนอกผู้นี้ไม่พึงพอใจกับวาจาดูถูกหน้าตายของคนตัวเล็กๆจืดจางตรงหน้า ทั้งสองคนจ้องเขม็งอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยนักเรียนสาวเรือนผมสีน้ำตาลซอยสั้น ริโกะตบมือเสียงดัง เข้ามายืนเท้าสะเอวแทรกกลางระหว่างคนทั้งสอง

 

“พวกเด็กปีหนึ่งอย่ามาแตกคอกันแบบนี้สิ..เดี๋ยวแม่ก็ฆ่าให้ตายหรอก!!!”  รังสีอำมหิตแผ่กระจายจากสาวรุ่นพี่ ตามด้วยมือเล็กตะปบจับไหล่ของทั้งสองคนบีบแน่นทั้งสองสะดุ้งเฮือก พอเหลียวมองใบหน้าของหญิงสาวที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มสวนทางกับดวงตาสีน้ำตาลกลมโตวาวโรจน์จนชนลุกเกรียวไปทั่วทั้งร่าง  บรรยากาศในโรงยิมหนาวเย็นฉับพลัน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมาจากเด็กสาวผมน้ำตาลติดกิ๊ฟแอปเปิ้ลในชุดนักเรียนเซย์ริน พวกรุ่นพี่ปีสองหน้าซีดยืนขาสั่นพับๆ คางามิ ไทกะที่ถือดีตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าโรงเรียนยังต้องยอมสยบให้กับสีหน้าและแรงบีบบนไหล่สุดสยองของอีกฝ่าย ตัวคุโรโกะเองก็เช่นกัน

 

 

ผู้หญิงอะไรน่ากลัวชะมัด!!!

 

 

“แล้วก็นะ..คางามิพูดจากับรุ่นพี่ช่วยมีหางเสียงด้วยเข้าใจไหมจ้ะ..” ริโกะสั่งสอนกริยามารยาทให้แก่คนหัวสีแดงอมน้ำตาลไหม้

“ขอโทษ!!ค..ครับ//ขอโทษครับ”  ทั้งสองก้มหัวขอโทษเสียงอ่อย และนั่นทำให้ไอดะ ริโกะยอมวางมือจากเด็กใหม่ทั้งสอง เธอกวาดสายไปโดยรอบโรงยิมดูเหมือนจะไม่มีใครกังขาอะไรแล้ว จึงตบมือเสียงดังอีกรอบเรียกรวมพลให้ทุกคนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานอีกครั้ง

“ว..ว่าแต่..โค้ชอยู่ไหนเหรอครับ?”  เด็กหนุ่มปีหนึ่งตัวเล็กเรือนผมสีน้ำตาลยุ่งยกมือถามด้วยน้ำเสียงสั่นรัว กล้าๆกลัวๆ คุโรโกะเหลือบตามองเพื่อนร่วมรุ่นคนนี้ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อ ฟุริฮาดะ โคคิ

“โค้ชน่ะเหรอ..ก็อยู่ตรงหน้านี้แล้วไง” ฮิวงะชี้นิ้วโป้งไปยังหญิงสาวข้างตัว ทุกสายตาของเด็กปีหนึ่งหันขวับไปยัง..ไอดะ ริโกะ เจ้าของรังสีอำมหิตเมื่อครู่ผิดกับขนาดตัวเล็กๆแบบาง.

 

 

“หา!!!!!!!!!”

 

“ไม่ต้องตกใจไป เห็นแบบนี้ริโกะเป็นโค้ชที่เก่งอย่าบอกใครเลยนะ”  อิซึกิ ชุนหัวเราะร่าเสียงดัง ตลกกับสีหน้าตะลึงพรืดของเหล่ารุ่นน้องทั้งหลาย แม้แต่คนหน้าตายอย่างคุโรโกะยังอดเผลออ้าปากค้างปล่อยสีหน้าอารมณ์ออกมาเช่นกัน นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตปริบมองสาวเรือนผมสีน้ำตาลซอยสั้นยืนเท้าสะเอวมาดมั่น และดูแกร่งกล้าจนไม่น่าเชื่อ

 

 

บาสของที่นี่มีอะไรแปลกกว่าที่คิดนัก..

 

 

“ส่วนตาแว่นนี้ ฮิวงะ จุนเปย์ หมอนี่น่ะกัปตันของชมรม เอ้า!!ทักทายหน่อยสิ!!!”  ไอดะตบเข้ากลางหลังชายร่างสูงสวมแว่นทรงรีดังพลั่ก!!! แรงจนอีกฝ่ายเกือบพุ่งล้มหน้าคะมำพื้น ฮิวงะหันมาแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสาวผู้เป็นโค้ชของทีมด้วยความขุ่นเคืองแต่ก็ไม่ถือสา พอหันไปมองเหล่าเด็กปีหนึ่งเข้าแถวหน้ากระดานจ้องมองมาเป็นตาเดียว เจ้าตัวก็ประหม่าเขอะเขินจนต้องยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เก้อ

“อ..เออ..ฉันเป็นกัปตันของชมรมนี้ เอาเป็นว่ายินดีต้อนรับเข้าสู่ชมรมบาสเซย์รินนะ”

“ให้หนักแน่น แน่นขนัดหน่อยสิกัปตันนนน” อิซึกิแซวลากเสียงสูง พลางสอดมุกฝืดเข้าไปอีก คราวนี้เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆรุ่นปีสองด้วยกัน ทำเอาฮิวงะหน้าแดงก่ำ เขินหนักไปกว่าเก่าจนต้องหันไปวิ่งไล่กระทืบชายหน้าตี๋วุ่นวายรอบสนาม

 

“ส่วนคนเงียบๆนี่ชื่อ มิโตบะ  ริวโนสุเกะ” ไอดะ ริโกะถอนหายใจกับเพื่อนๆที่ทำตัวไม่สมเป็นรุ่นพี่ ไอ้คร้านจะเข้าไปห้ามก็ขี้เกียจเลยผายมือแนะนำคนหนุ่มตัวสูงเรือนผมสีดำคิ้วหนาตาตก ที่ยืนสงบเสงี่ยมพยักหน้าตอบเงียบๆไม่พูดไม่จาอะไร

 

“คนหน้าแมวนี่ชื่อ โคกานะ ชินจิ”

“โอ๊สสสส ยินดีที่ได้รู้จักนะทุกคนนนนน”  ชายผมน้ำตาลโบกมือ ส่งยิ้มเป็นรูปปากแมวดั่งที่ริโกะพูดไม่มีผิด

“แล้วที่มุกฝืดๆเมื่อกี้ อิซึกิ ชุน ส่วนฉันชื่อ ไอดะ ริโกะ เป็นโค้ชของพวกเธอจำเอาไว้ล่ะ มีใครสงสัยอะไรไหม”  ริโกะแนะนำตัวเองอีกครั้ง เมื่อจบการปฐมนิเทศเบื้องต้นเสร็จสิ้นก็มาถึงการดำเนินงานชั้นต่อไป ไม่มีใครยกมือถามข้อสงสัยเธอถือว่าทุกคนเข้าใจกันดีเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเดินไล่สำรวจมองสมาชิกใหม่พลางจับคางครุ่นคิดบางอย่างที่ละคน..ทีละคน..จนกระทั่งมาถึงปลายแถวสุดท้ายซึ่งเป็นคางามิ ไทกะ เธอพยักหน้าสองสามทีแล้วกลับไปยืนตำแหน่งเดิมอยู่ตรงกลางหน้าแถว

 

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว..ทุกคนถอดเสื้อผ้าออกซะ”

 

 

“!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

.

.

.

 

 

เวลาเดียวกัน..ด้านนอกโรงยิมเล็กๆของชมรมบาสเก็ตบอล ไกลออกไปยังประตูหน้ารั้วโรงเรียนที่เปิดกว้างในเวลาสี่โมงเย็น เด็กนักเรียนทุกชั้นปีของเซย์รินเริ่มทยอยแบกกระเป๋าเดินออกจากอาคารเรียนเพื่อเดินทางกลับบ้านหรือไม่ก็ไปสังสรรค์ต่อ ขณะที่เหล่านักเรียนต่างเดินจับกลุ่มคุยเรื่องราวที่พวกเขาหรือเธอสนใจ กลับมีสิ่งหนึ่งก้าวเท้าสวนทางทุกคนเข้ามาในรั้วโรงเรียนซึ่งเรียกความสนใจได้มากกว่า..สะกดทุกสายตาให้หยุดมอง

 

“นั่นใครน่ะ สวยมากๆเลย”

“หน้าคุ้นๆนะ..ใช่คนดังคนนั้นรึเปล่า”

“เฮ้ย!!!ใช่แล้วๆคนนั้นไงๆที่อยู่ปกนิตยสารน่ะ!!!”

 

เสียงกระซิบฮือฮากับการปรากฏตัวของหญิงสาวปริศนาในเครื่องแบบสีน้ำตาลแบบสูทกับกระโปรงสั้นเป็นเรื่องแสนคุ้นชินหาได้ทำให้เจ้าตัวประหม่า เรียวขาเพรียวสวมถุงน่องสีดำเข้ารูปหยุดก้าวเดิน  ยืนเท้าสะเอวข้างอีกมือหนึ่งปัดเรือนผมสีทองสว่างไสวดัดลอนไปไว้ด้านหลัง

 

“นี่น่ะเหรอ..เซย์ริน” ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้ม นัยน์ตาสีทองอำพันกวาดมองอาคารเรียนตั้งแต่ชั้นล่างขี้นไปยังชั้นบน  ก่อนเดินขวางทางนักเรียนหนุ่มคนหนึ่งที่เดินออกจากอาคารมาพร้อมเพื่อนชายอีกคน พวกเขาทั้งสองชะงักตกใจเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นใบหน้าสะสวยโดดเด่นกว่าใครตรงหน้า

 

“ขอโทษนะ โรงยิมบาสของที่นี่อยู่ไหนเหรอ?” เสียงหวานล้ำชวนสดับฟังถาม

“ด..เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายทางด้านหลัง”  ชี้ทางด้วยท่าทีเงอะงะเก้อเขินด้วยกันทั้งคู่ สตรีเรือนผมสีทองดัดลอนชะโงกหน้ามองตามเส้นทางดังกล่าว ก่อนจะแย้มยิ้มมุมปากตาคู่งามปรือลงเล็กน้อยอย่างมีเล่ห์นัย  ก่อนจะหันมาตีหน้ายิ้มหวานสดใสขอบคุณกับเด็กหนุ่มทั้งสองแห่งโรงเรียนเซย์ริน    พวกเขายืนมองตามหลังคนงามคนนั้นไปจนลับสายตา..ก่อนจะมองหน้ากันและกันด้วยความประหลาดใจ

 

“เมื่อกี้คุ้นๆหน้านะ..ใครน้า?”

“ไม่ใช่เด็กโรงเรียนเราด้วย..ฉันเองก็คุ้นเหมือน…ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นเครื่องแบบหญิง ‘ไคโจ’”

“ไคโจ..คนดัง…เฮ้ย!!!!!อย่าบอกนะว่า…”   นักเรียนชายเซย์รินทั้งคู่ร้องลั่น

 

“นั่น…คิเสะ เรียวตะ นี่นา!!!!!!!”  

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

“เป็นอะไรไปคุโรโกะ คนอื่นเขาถอดเสื้อผ้าหมดแล้ว ทำไมนายถึงไม่ยอมถอดซักที”  ไอดะ ริโกะ กอดอกขมวดคิ้วจ้องมองคนตัวเล็กเจ้าของเรือนผมสีฟ้าชี้ยุ่ง ที่เอาแต่ยืนกำชายเสื้อยืดสีขาวแน่นจนยับยู่ ดวงหน้าไร้อารมณ์โชกเหงื่อซีดเซียวลงไปกว่าเดิม ยิ่งพวกเพื่อนๆในชมรมทั้งหลายที่เปลือยกายท่อนบนให้โค้ชสาวได้ใช้สายตาประเมินสักยะภาพทางร่างกายจนครบแล้ว เพ่งมองมาที่สมาชิกคนใหม่อีกคนที่ยังยืนตัวลีบเกร็งไม่ยอมทำตามคำสั่งอีกฝ่าย

 

“ไม่ต้องอายไปหรอกน่าคุโรโกะ ผู้ชายด้วยกัน อย่างริโกะน่ะไม่ต้องนับเป็นผู้หญิงหรอ..แอ๊กกกก”  หมัดฮุกเข้าที่ท้องของกัปตันชมรมเต็มแรง ฮิวงะจุกจนทรุดหวบเกือบล้มไปนั่งกองพื้นดีที่มิโตบะพยุงร่างไว้ทัน

“เฮ้ย!!ไอ้หน้าจืด แค่ถอดเสื้อผ้าจะไปอายอะไรนักหนาวะ!!” คางามิรำคาญเต็มทนกับอาการยึกยักๆของนักกีฬาที่ได้ฉายาว่าเงาลวงตา เขาเดินเข้ามาทำหน้าตาขมวดคิ้วสองแฉกบ่งบอกความหงุดหงิดมือแกร่งกระชากจับคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วถือวิสาสะกระชากดึง

 

 

 

ผัวะ!!!!!!!!!!!!

 

 

กระดานรองเขียนพลาสติกในมือริโกะปาแสกกลางหน้าคนหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลแดงไหม้เข้าอย่างจัง ทำให้คางามิต้องถอยผละจากชายเสื้อที่กำลังลอยขึ้นมาจนเห็นหน้าท้องแบนราบขาวเนียน  คุโรโกะรีบดึงเสื้อลงกอดตัวเองแน่นตัวเกร็งลีบกว่าเก่า

“ทำบ้าอะไรของเธอ..แอ๊กกกกกกก”  กำปั้นซัดต่อเข้าที่ท้อง คางามิ ไทกะจุกลิ้นปี่ไม่ต่างจากฮิวงะ ลงไปนั่งกองกับพื้น

“มีสัมมาคารวะบ้างคางามิ ไทกะ..ที่สำคัญ..”  ตาสีน้ำตาลกลมโตตวัดมองไปยังคนจืดจางที่ยืนตัวสั่นเทิ้ม

 

 

 

 

“คุโรโกะ..นาย..ไม่สิ..เธอเป็นเด็กผู้หญิงสินะ..”

 

 

 

สิ้นคำดังกล่าว ทุกคนในโรงยิมฮือฮาตกใจ มองคุโรโกะ เท็ตสึยะอย่างไม่เชื่อสายตา คางามิค่อยๆเงยหน้าขึ้น ความประหลาดใจระคนสงสัยฉายฉาบในดวงเนตรสีเพลิงที่เบิกกว้างตกตะลึง

“ฮ่าๆ ริโกะเล่นมุกอะไร ฮาใช้ได้นะ แต่คุโรโกะเคยเล่นกับรุ่นปาฏิหาร์ยนะ..แล้วนั่นก็แข่งบาสชายด้วยจะเป็นผู้หญิงได้ไง”อิซึกิขำก๊ากออกมาพร้อมๆกับโคกาเนะ ก่อนที่เสียงนั้นจะแผ่วลงเรื่อยๆเมื่อเห็นว่าริโกะไม่ได้มีท่าทีเฮฮา ดวงหน้าหวานเต็มไปด้วยสีหน้าตึงเครียดออกมาเห็นได้ชัด   คุโรโกะเม้มปากแน่นกับความกดดันที่พุ่งเข้ามา เธอปิดตาลงเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยลืมตาขึ้นช้าๆสบตาโค้ชสาว

 

 

 

“ฉัน..เป็นผู้หญิงค่ะ”  คำสารภาพยิ่งทำให้ทุกคนหน้าเหวอ อ้าปากค้างเป็นแทบ

 

 

“ถึงฉันจะเป็นเด็กผู้หญิง แต่ฉันก็เล่นบาสได้เทียบเท่าผู้ชายนะคะ เพราะงั้น..ได้โปรดให้ฉันได้เล่นบาสในทีมด้วยเถอะค่ะ” คุโรโกะวอนขอ  เธอไล่สายตาอ้อนวอนไปยังรุ่นพี่ทุกคน ซึ่งสิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบงัน นิ่งเฉย และโลเล บางคนก็ถึงกับหลบสายตาเธอ คุโรโกะกำหมัดแน่นเดินเข้ามาใกล้ริโกะอย่างรวดเร็ว  โค้ชสาวตกใจถอยผงะแล้วก็ตกใจยิ่งกว่าเมื่ออีกฝ่ายคุกเข่าลงก้มหัวให้เธอ

“คุโรโกะ!!อย่าทำแบบนี้!!!”

“ได้โปรด!!ให้ฉันได้เล่นบาสด้วยเถอะค่ะ!!!ขอร้องล่ะค่ะ!!!” วอนขอทั้งน้ำตา หลั่งรินกระทบพื้นหยดแล้วหยดเล่า ได้แต่หวังว่าทุกคนในที่แห่งนี้จะเห็นใจเธอ

ริโกะทอดมองด้วยสายตาเวทนา ความใจอ่อนเริ่มเข้ามาแทนที่ความโกรธ เธอถอนใจเฮือกใหญ่แล้วทรุดนั่งลงวางมือแตะไหล่อีกฝ่ายเบาๆ คุโรโกะเงยหน้าทั้งน้ำตาขึ้นมาสบตาสีน้ำตาล

“ท่าทางจะผ่านเรื่องอะไรต่ออะไรมาเยอะสินะ เกี่ยวกับรุ่นปาฏิหาร์ยใช่ไหม”  โค้ชสาวคาดเดาสถานการณ์ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างว่าไว้ เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนพยักหน้าตอบรับ ดูท่าการตรวจประเมิณสภาพร่างกายของนักกีฬาใหม่คงต้องเลื่อนเวลาไปซักพักเพื่อรับฟังปัญหาของเด็กสาวตัวเล็กๆบอบบางที่ดูแบกภาระบางสิ่งอันหนักหน่วงเอาไว้บนบ่า

 

 

 

 

 

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงแรกหมดไปกับการรอคอยให้หญิงสาวจืดจางสงบจิตสงบใจลง  หลังจากนั้นคุโรโกะก็เริ่มเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยเทย์โควคร่าวๆ เธอเลือกที่จะเล่าเพียงแค่ว่าอุดมการณ์บาสเก็ตบอลของตัวเองขัดกับเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยจนเกิดการแตกแยก  แต่ไม่ได้เล่าถึงเรื่องสัญญาที่มอบไว้กับรักแรกที่รอคอย

 

 

 

..เจ้าชายที่กลายเป็นจักรพรรดิ..

 

 

 

“หมายความว่า 3 ปีที่ผ่านมา พวกนั้นรู้ว่าคุโรโกะเป็นเด็กผู้หญิงมาตลอด แต่ก็ให้ร่วมแข่งในฐานะตัวจริงของเทย์โคว”

 

ทุกคนตกใจกับเรื่องลับสุดยอดของเทย์โคว  ใครจะไปนึกว่าเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยจะเอาเด็กผู้หญิงมาร่วมเล่นในทีมกีฬาชาย ทั้งที่เป็นสิ่งที่เสี่ยงต่อการถูกตัดสิทธิ์ให้แพ้หากมีการจับได้

 

 

 

นอกจากพวกนั้นจะเป็นสัตว์ประหลาดแล้ว ยังมีความคิดที่ประหลาดอีก

 

 

 

 

“ฉันอยากให้พวกเขาทุกคนกลับมาเล่นบาสอย่างสนุกสนานเหมือนเดิม มีแต่วิธีนี้เท่านั้นคือฉันจะต้องเอาชนะพวกเขาด้วยบาสของฉัน.. ไม่ใช่บาสที่ทำเพื่อชัยชนะ เพราะงั้น..”  เสียงเรียบเย็นสั่นเครือเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง มือกำหมัดแน่นแล้วพูดต่อ

 

“ให้ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมเซย์รินด้วยเถอะค่ะ”

 

คำขออันหนักแน่น แววตาไร้ซึ่งความลังเล..ริโกะจ้องมองเข้าไปในดวงเนตรสีอ่อนคู่นั้น ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นปัดฝุ่นที่เกาะกระโปรงออก หันหน้าไปยังกัปตันชมรมที่ยืนเอ๋อค้างอยู่ข้างกายเพื่อขอความเห็น  คนหนุ่มสวมแว่นทรงกลมเกาศีรษะแรงปวดหัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และก็ไม่รู้ด้วยว่าหากตัดสินใจในทางใดทางหนึ่งผลกระทบที่ตามมาจะเป็นเช่นไร คุโรโกะมองเหล่ารุ่นพี่ปีสองที่เอาแต่มองหน้ากันหาทางออกกับปัญหาดังกล่าว เธอยืนขึ้นแล้วก็พูดแทรกขึ้นมาทั้งเสียงเรียบเฉย

 

“ถ้ายังไง..ให้ฉันลองลงซ้อมแข่งก่อน แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ค่ะ”  ข้อเสนอของคุโรโกะเป็นอีกหนทางที่จะชี้วัดช่วยประกอบการตัดสินใจ ริโกะจับคางครุ่นคิด..ถึงผู้เล่น เงาลวงตา จะเป็นเด็กผู้หญิงแต่คนๆนี้ก็ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ระดับเดียวกับเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยมาตลอด 3 ปี  หากจะลองทดสอบดูก็ไม่น่าเสียหายอะไร เมื่อคิดได้เช่นนั้นเธอจึงพยักหน้าตอบตกลงรับข้อเสนอของอีกฝ่าย

“ก็ได้..ฉันจะลองดู ถ้างั้นแบ่งทีมตามนี้ล่ะกัน”   ใบกระดาษถูกขีดเขียนแบ่งรายชื่อทีมสำหรับซ้อมแข่งเป็นสองสีคือ..สีแดงกับสีเหลืองในสัดส่วนทีมละ 5 คน   คางามิสวมเสื้อยืดสีดำกลับคืนแล้วรับเอาเสื้อกีฬาฝึกซ้อมสีแดงเบอร์ 10 มาสวมทับ นัยน์ตาสีเพลิงเรียวคมตวัดมองหญิงสาวผู้จำแลงกายเป็นชายยืนอยู่ข้างๆเขาที่สวมเสื้อกีฬาฝึกซ้อมสีแดงเบอร์ 11 เรียบร้อย ดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าถูกมองอยู่เลยเงยหน้าขึ้นมาสบตาตรงๆทำเอาร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนตีหน้าเคร่งขรึมหน้านิ้วคิ้วขมวดเช่นทุกครา

 

 

“อันที่จริงแค่ฉันคนเดียวก็ชนะได้แท้ๆ บาสที่ญี่ปุ่นคงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้”

“…..”

 

 

คุโรโกะมองร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูเดินอาดๆเข้าสู่สนาม นัยน์ตากลมโตสีอ่อนมองแผ่นหลังกว้างใหญ่เต็มไปด้วยพละกำลังและกล้ามเนื้อที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี สมกับที่เป็นนักกีฬาที่มีสกิลการแข่งกับชาวอเมริกัน

 

 

 

 

“เริ่มแข่งได้!!!!”

 

 

ลูกบาสเก็ตบอลลอยขึ้นสูง ฮิวงะกัปตันชมรมสวมเสื้อซ้อมแข่งสีเหลือเบอร์ 10 กระโดดหมายตบลูก ทว่า..นัยน์ตาสีดำกลับต้องตกตะลึง กลับมีร่างสูงใหญ่กว่ากระโดดลอยตัวเหนือกว่าเขาชิงบอลตัดหน้าไปเสียก่อน!!!

“บ้าชิบ!!ไอ้เด็กใหม่นั่นสูงชะมัด!!!”   ฮิวงะร้องตกใจ คางามิ ไทกะ เป็นผู้ครอบครองบอลไปได้ก่อน คนหนุ่มเดาะลูกกระแทกกับพื้นวิ่งฝ่าด่านสีเหลืองคนแล้วคนเล่า มิโตบะพยายามเข้าสกัดขวางเอาไว้ แต่เขาก็เดาะลูกเคลื่อนไหวถอยหลังออกมาหลอกล่อให้อีกฝ่ายไขว่เขว ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นดันทุรังด้วยพละกำลังที่มีพุ่งตรงทะลุการ์ดของอีกฝ่ายจนไปอยู่ตรงหน้าแป้นฝ่ายศัตรูและ…

 

 

ปึง!!!!!!!!!

 

 

 

“ 1 : 0 ”

 

ริโกะปล่อยนกหวีดจากปาก ประกาศคะแนนขณะเดียวกันฟุริฮาดะ เด็กใหม่ขี้ตื่นกลัวได้รับหน้าที่พลิกป้ายคะแนน  การแข่งขันดำเนินไปเรื่อยๆ มาเกือบร่วม 20 นาทีแล้ว จบครึ่งแรกทีมฝ่ายสีแดงทำคะแนนนำไปอยู่ 20 : 13 เธอเป่านกหวีดบอกให้พักการแข่งขัน เหล่าผู้เล่นทั้งหลายกลับมานั่งพักนอกสนามรับน้ำดื่มที่เตรียมไว้ในกระบะน้ำแข็งเย็นมาหมุนเปิดดื่ม ผ่อนคลาย เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย

 

 

“คางามิ ไทกะ สมรรถภาพทางกายยอดเยี่ยมจริงๆ ทั้งความเร็วและพละกำลังเทียบกันไม่ติดจริงๆ”  ริโกะประเมินผลการแข่งขันโดยที่เธอนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้เหล็กจับคางมองตัวเลขพละกำลังของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของสมาชิกในทีม ก่อนเงยหน้าขึ้นไปมองเหล่านักกีฬา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ได้รับน้องใหม่มากความสามารถเข้ามาอยู่ในทีม

 

 

“คางามิ นายควรจะหัดส่งลูกให้คนอื่นบ้างนะ”  ฮิวงะ จุนเปย์ตักเตือนรุ่นน้อง นัยน์ตาสีเพลิงมองขวางใส่อีกฝ่ายระหว่างกระดกน้ำดื่มจนหมดขวดแล้วโยนลงทิ้งถังขยะ เขากวาดสายตามองสมาชิกในทีมสีแดง โดยเฉพาะคนจืดจางตัวเล็กๆที่อ้างตัวว่าเคยเข้าร่วมทีมบาทเก็ตบอลเทย์โคว

“ไม่จำเป็น แค่ฉันคนเดียวก็ชนะได้แล้ว โดยเฉพาะ…”  นิ้วยาวชี้ไปยังเด็กสาวเรือนผมสีฟ้าอ่อน  คุโรโกะละปากจากขวดน้ำเงยหน้ามองร่างสูงกำยำที่ชักสีหน้าใส่เธอเห็นได้ชัด  “ยัยนี่ไม่เห็นทำประโยชน์อะไรได้เลย ชู้ตก็ไม่ลง วิ่งก็ช้า เอาเข้าจริงพวกรุ่นปาฏิหาร์ยก็คงไม่เท่าไหร่”

“คางามิ!!”  กัปตันชมรมขึ้นเสียงดุ แต่ก็หาได้ทำให้อีกฝ่ายกลัวแถมยังเดินเมินไปวอร์มอัพห่างไกลกลุ่มเฉยชิบ

 

 

“จะว่าหมอนั่นก็ไม่ได้..คุโรโกะยังไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แถมคางามิเองก็เก่งสุดยอดอีก กระโดดดังก์หน้าตาเฉย” อิซึกิอุทานตาโต ชายหนุ่มหน้าตี๋ที่อยู่ทีมสีเหลืองยกผ้าขนหนูซับเหงื่อไคลมองแผ่นหลังของรุ่นน้องที่ตนกำลังพูดถึงก่อนหันมามองเพื่อนร่วมทีมที่นั่งเกาหัวแกรกๆถอดถอนใจ

“ก็สมกับที่เล่นบาสมาจากอเมริกา เทียบไม่ติดเลย..แต่พวกเราเซย์รินที่เข้าไปถึงรอบสุดท้ายในอินเตอร์ไฮน์ไม่ใช่แค่โชคหรอก”  ใบหน้าคมคายประดับแว่นทรงรีกระตุกยิ้มมุมปาก อิซึกิอ่านสายตาสีเข้มหลังเลนส์ออก เขายิ้มตอบรับความตึงเครียดที่มีผ่อนคลายลงแล้วเงยหน้ามองแป้นบาสของทีมฝ่ายสีแดง

 

“เข้าใจแล้วฮิวงะ ดูเหมือนรุ่นพี่อย่างพวกเราต้องโชว์ของดีหน่อยแล้ว”

 

 

 

 

 

 

ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

 

 

นกหวีดเป็นสัญญาณการแข่งขันเริ่มขึ้นอีกครั้งในรอบหลัง..คางามิ ไทกะ ยังคงฉายเดี่ยวไม่หยุดหย่อน เขาแย่งลูกบาสประคับประคองเดาะไปตามสนาม  นัยน์ตาสีเพลิงจ้องมองเส้นทางตรงหน้า..สนามค่อนข้างเผยช่องโหว่เยอะกว่าครั้งที่แล้ว

“แบบนี้ก็ง่ายนะสิ”  ร่างสูงกำยำแสยะยิ้มหยัน ถีบตัววิ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูง ทว่า มิโตบะ ริวโนสุเกะกลับเข้ามาขวางทางเอาไว้อีกครั้งชายหนุ่มผู้เงียบขรึมพยายามสกัดกั้นเอาตัวเข้าเบียดขวางทางไม่ให้คางามิขยับเท้าไปไหน

 

 

 

 

ทำไมการ์ดเหนียวกว่าเดิม

 

 

เด็กหนุ่มผมสีแดงน้ำตาลไหม้สบถคำรามต่ำ ใจร้อนรนพยายามหลุดจากชายเรือนผมสีดำซอยละต้นคอตัวสูงตรงหน้า พอขยับซ้ายอีกฝ่ายก็เคลื่อนเบียดเข้ามากั้น พอขยับขวาอีกฝ่ายก็เบียดมากั้นอีก ยิ่งทำให้เขาหัวเสียเข้าไปใหญ่

 

 

 

ผัวะ!!!!!!!!!

 

ลูกบอลถูกตบแย่งจากมือ  ใบหน้าคมชักสีหน้าตะลึงพรืดจ้องมองลูกบาสย้ายเปลี่ยนไปอยู่ในมือของรุ่นพี่อิซึกิแทน !!

 

“ฮิวงะ!!!”  หนุ่มหน้าตี๋กวาดสายตาส่งลูกไปยังร่างสูงสวมแว่นทรงรี เขาทั้งสองวิ่งบุกเข้ามาพลัดกันส่งลูกกันและกันในสมาชิกทีมสีเหลืองอย่างเป็นจังหวะและรวดเร็ว จนในที่สุดลูกชู้ตสามแต้มถูกทำคะแนนโดยกัปตันชมรมไปอย่างสบายๆ

 

 

“20 : 16 “

 

คะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมา..และไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนตอนนี้กลายเป็นว่าทีมสีเหลืองนำอยู่ 10 แต้ม คางามิ ไทกะ โก่งตัวเท้าเข่าหายใจหอบหนัก เหงื่ออาบท่วมตัวจนชุ่มเสื้อยืดสีดำ มือแกร่งยกขึ้นเช็ดหน้าลวกๆมองคะแนนทิ้งช่วงห่างเห็นได้ชัด

“อะไรกัน..ทำไมเป็นแบบนี้”

“กลยุทธ์เกมส์เร็วไงล่ะ..คิดว่าพวกเราผ่านไปถึงอินเตอร์ไฮน์รอบสุดท้ายโดยไม่มีอะไรเลยเหรอไงกานน” รุ่นพี่หน้าแมวเท้าโม้เล่าความยาวสาวความยืดชื่นชมให้เด็กหน้าใหม่ ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในทีมสีแดงแท้ๆยังจะไปชื่นชมฝ่ายตรงข้ามเสียอย่างงั้น

 

 

“คางามิคุง”

“ว๊ากกกก!!ตกใจหมดเลย!!!”

 

จู่ๆคนจืดจางก็เข้ามาปรากฏตัวยืนอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  คางามิกับโคฮาเนะยกมือทาบอกใจหายใจคว่ำนึกว่าผีสางนางไม้ที่ไหนเสียอีก คุโรโกะปริบตามองชายหนุ่มทั้งสองคนสลับกัน ดวงตากลมโตสีอ่อนไร้อารมณ์จดจ้องไปที่ดวงหน้าคมล้อมเส้นผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้..จ้องนานจนคางามิรู้สึกประหม่า ในตอนแรกที่นึกว่าเป็นผู้ชายทำเอาเขาขนลุกขนพองระคนรำคาญ พอตอนนี้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กสาวตัวเล็กๆ ถึงจะตัดผมสั้นแถมรูปร่างก็แบนราบไม่มีส่วนไหนบอกได้เลยว่าเป็นเพศหญิง ทว่า..กลับทำเอาเขาประหม่าไม่น้อย รู้สึกเกร็งที่ถูกผู้หญิงมองนานจนเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปชั่ววูบว่าอีกฝ่ายสนใจ

 

“อ..อะไร..จ้องแบบนั้นมันขนลุกนะเฟ้ย” คางามิทำเสียงตึงตังกลบเกลื่อนความไม่มั่นใจ

“ฉันอยากให้คางามิคุงเปิดใจเล่นเป็นทีมค่ะ ที่พวกรุ่นพี่ทำแต้มนำพวกเราได้เพราะความเป็นทีมที่ฝึกฝนกันมาจนรู้ใจกัน” คุโรโกะอธิบายหน้าตาย ดวงหน้าหวานผินมองแผ่นหลังของทีมฝ่ายสีเหลืองทิ่วิ่งเหยาะส่งยิ้มชูนิ้วโป้งให้กันและกัน ก่อนหันกลับมาสบตาสีเพลิงที่กำลังมุ่นคิ้วสองแฉกจนเกิดรอยย่นกลางหน้าผาก

“ถ้าคางามิคุงอยากชนะ..ให้ฉันได้เป็นเงาของคางามิคุงด้วยนะคะ”

“ห..หา?” คางามิเลิกคิ้วสูงงุนงง พอจะถามอีกฝ่ายกลับส่งยิ้มน้อยๆแล้ววิ่งกลับไปประจำตำแหน่งเดิมเสียอย่างงั้น เสียงฝีเท้าเสียดสีพื้นกับลูกบาสกระแทกดังเป็นจังหวะ ดึงสติชายหนุ่มร่างสูงให้กลับมาอยู่กับการแข่งซ้อมในปัจจุบัน

 

“คางามิ!!!”  โคกาเนะตะโกนเรียกอีกฝ่ายให้มารับบอล  แต่มิโตบะรู้ทันและพุ่งเข้าสกัดกลั้นเอาไว้ นัยน์ตาสีน้ำตาลเล็กกวาดมองหาจุดส่งทว่า..กลับถูกป้องกันไว้หมดโดยทีมฝ่ายตรงข้าม จังหวะนั้น..หางตาทางซ้ายมือเห็นเงาร่างเรือนลางของหญิงสาวจำแลงกายยืนรออยู่

 

 

ไม่มีทางเลือก!!!โคกาเนะตัดสินใจส่งบอลตรงไปยังหญิงสาว คุโรโกะรับบอลแล้วตบพาสไปยัง..

 

 

 

“เฮ้ย!!ลูกมาตั้งแต่เมื่อไหร่!!”

“ตอนนี้ล่ะ!!!ไปเลยคางามิ!!!”  สมาชิกร่วมทีมสีแดงตะโกนลั่น  คางามิดึงสติกลับมารีบเดาะบอลประคองแล้วชู้ตสามแต้มทำคะแนนไปได้อย่างงงๆ  ดวงเนตรสีเพลิงก้มลงมองมือหนาของตัวเองก่อนผินสายตาไปยัง..เด็กสาวตัวเล็กๆวิ่งเหยาะๆในสนาม

 

 

ลูกส่งเมื่อกี้..ฝีมือยัยนั่นเหรอ..

 

 

สัมผัสลูกบอลเข้าที่มือพอดิบพอดี ไม่แรงมากไปไม่น้อยไป มาได้ถูกจังหวะ คางามิเริ่มตระหนักเห็นค่าของอีกฝ่าย หัวใจที่เคยเฉยชาแสนเบื่อหน่ายบาสในประเทศบ้านเกิดแห่งนี้  เริ่มเต้นรัวดั่งกลอง ตื่นเต้นต่อทุกสิ่งที่อยู่บนสนามทั้งลูกบาส ทั้งสนาม ทั้งเสียงรองเท้าเสียดสี

 

 

 

เชื้อไฟติดขึ้นมาแล้ว

 

 

 

 

 

ไอดะ ริโกะ นั่งจับสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกอ้าปากค้างตะลึงกับสิ่งที่เห็น ดวงตาสีน้ำตาลจดจ้องมองลูกบาสเก็ตบอลที่เริ่มเคลื่อนไหวเข้าสู่มือทีมฝ่ายสีแดงครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างพอดิบพอดี ในทุกๆจุดบอสของทีมฝ่ายสีเหลือง ตอนนี้คะแนนถูกตีตื้นมาจนห่างกันเพียงแค่แต้มเดียวแล้ว

“เมื่อกี้มัน..อะไรกัน?”  บังเอิญ..ไม่สิ..ไม่ใช่ ลูกบาสนั่นเป็นการส่งลูกอย่างจงใจ เธอพยายามเพ่งสายตาอีกรอบก็พบต้นตอของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด..ร่างเล็กๆของหญิงสาวจำแลงกาย อาศัยตัวตนที่ดูจืดจางจนไม่เป็นที่จับสังเกตเข้าไปยังจุดบอดของสนามแล้วส่งลูกไปอย่างรวดเร็วให้กับสมาชิกในทีม

 

 

เข้าใจแล้ว..ความหมายของฉายา ‘เงาลวงตา’   

เป็นแบบนี้ล่ะก็..บางทีการเอาชนะรุ่นปาฏิหาร์ยก็อาจจะเป็นไปได้

 

 

“แย่แล้ว!!ลูกบาสหลุดมือ!!!” โคฮาเนะเหนื่อยล้าจากการแข่งติดต่อกันนานทำให้ประสิทธืภาพลดลง บอลที่ส่งมาจากคางามิพุ่งกระเด็นออกไปนอกสนามตรงมายังหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลซอยสั้นติดกิ๊ฟแอปเปิ้ล!!!ริโกะตาโตจะหลบก็ไม่แล้ว!!!

 

 

 

 

ผัวะ!!!!!

 

 

ไอดะ ริโกะ หลับตาปี๋แน่น…ไม่เจ็บ..ไม่เจ็บอะไรบนหน้า ไม่มีบอลอัดหน้า  หญิงสาวค่อยๆลืมตาอย่างงุนงง ดวงเนตรสีน้ำตาลกลมโตกระพริบปริบๆสะท้อนฝ่ามือเรียวบางของใครบางคนที่ยื่นเข้ามารับบอลได้ทันฉิวเฉียด โค้ชสาวเงยหน้าขึ้นมองคนปริศนาที่ช่วยเธอเอาไว้..ร่างสูงโปร่งเพรียวบางในชุดเครื่องแบบสีน้ำตาลอ่อนของนักเรียกหญิง เส้นผมสีทองยาวสลวยดัดลอนต้องแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างให้ดูระยิบระยับงามตา

 

“มิสไดเร็กชั่นของคุโรโกจจิ ยังทำงานได้ดีเหมือนเดิมเลยนะ”  ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มหวานน่ารัก ส่งผลให้ดวงหน้าสะสวยล้อมเส้นผมสีสว่างดูงดงามน่าหลงใหลกว่าเก่า เหล่านักกีฬาชายหนุ่มบนสนามยืนตาค้างจ้องมองเด็กสาวหน้าตาสวยโดดเด่นเสียจนกลบริโกะเสียมิด

 

 

สวยเป็นบ้าเลย!!!!

 

 

 

“…มาทำอะไรที่นี้คะ..คิเสะคุง”  คุโรโกะยืนประจันหน้าสบตาสีอำพันคู่งามใต้ขนตาแพงอน

“อะไรกันท่าทางเย็นชาแบบนั้น..ทั้งๆที่ตอนเทย์โควเราออกจะสนิทด้วยกันแท้ๆ”  เจ้าตัวพองแก้มน้อยใจที่คนจืดจางทำท่าทีนิ่งเฉยไร้อารมณ์

 

“เดี๋ยวนะ..อย่าบอกนะว่า..เธอคือ คิเสะ เรียวตะ นางแบบนิตยสารวัยรุ่นคนดังนั่น!!!แถมยังว่ากันว่ามีความสามารถในการลอกเลียนแบบเอามาใช้ให้ดีกว่าเดิมน่ะเหรอ!!!”   โคฮาเนะอุทานเสียงดังลั่น รีบล้วงหยิบเอามือถือเปิดเน็ตเซิร์ดพิมพ์ชื่อของอีกฝ่ายลงในกูเกิ้ล ชั่วพริบตารูปหญิงสาวผมทองดัดลอนในชุดแฟชั่นเสื้อยีนส์เย็บเป็นเดรสกับหมวกคาวบอยปีกกว้างปรากฏขึ้นบนหน้าจอ และอีกหลายๆภาพอีกมากมายในเว็บไซด์ต่างๆ คนหนุ่มมองรูปในมือถือสลับกับหญิงสาวผมทองที่ผินหน้ามามอง

 

“ใช่..ฉันนี่แหละคิเสะ เรียวตะ และก็..เคยเป็นอดีตผู้จัดการชมรมบาสในเทย์โคว  ช่วยปิดรูปเซทนั้นด้วย ฉันเกลียดรูปเซทนั้นที่สุด” คิเสะพูดด้วยเสียงเจือหงุดหงิด โคฮาเนะสัมผัสได้ถึงความขุ่นมัวในนั้นเจ้าตัวขนลุกเกรียวรีบพับมือถือเก็บลงทันที  สาวเรือนผมสีทองสว่างในชุดเครื่องแบบต่างโรงเรียนวิสาสะถือลูกบาสก้าวเดินเข้ามาในสนามไม่สนเสียงห้ามปรามของริโกะที่ร้องโวยวายให้ถอยออกมาเนื่องจากกำลังแข่งขันอยู่ ดวงหน้างดงามกวาดสายตาสำรวจมองโรงยิมบาสเพียงหนึ่งในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้ ก่อนจะถอนหายใจหมิ่นเหม่

 

“นี่เหรอ ‘เซย์ริน’ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุโรโกจจิจะเลือกมาอยู่โรงเรียนที่ซอมซ่อ โนเนม แถมชมรมก็ขาดมาตรฐานแบบนี้”

“นี่เธอ!!จะมากไปแล้วนะ!!!”  ไอดะ ริโกะเลือดขึ้นหน้าลุกจากเก้าอี้จะก้าวเข้าไปสั่งสอนคนนอกที่บังอาจพูดจาดูถูกเหยียดหยามถึงที่แบบนี้  ฮิวงะกับอิซึกิรู้ทันเลยวิ่งเข้ามาล็อกแขนอีกฝ่ายเอาไว้

 

“คุโรโกจจิมีความสามารถขนาดนี้แท้ๆ มาอยู่ทีมแบบนี้เสียของเปล่า ย้ายมาอยู่กับฉันดีกว่า” คิเสะ เรียวตะ เดินเข้ามาจับมือนุ่มนิ่มที่ใช้ส่งพาสลูกในฐานะเงา เสนอหนทางที่ดีกว่าให้อีกฝ่าย พร้อมนัยน์ตาสีอำพันออดอ้อนส่งมายังหญิงสาวจำแลงร่างเล็กๆบอบบางเรือนผมสีฟ้าสั้น คุโรโกะสบตาอีกฝ่ายนานพักใหญ่แล้วขยับริมฝีปากพูด

 

“ไม่ค่ะ”  เธอปฏิเสธไร้เยื่อใย  “ฉันจะอยู่ที่นี่แล้วเอาชนะพวกคุณให้ได้”

 

 

 

หนักแน่นไร้ซึ่งความโลเล..ตั้งตนจะเป็นปฏิปักษ์ต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

เพื่อนิยามบาสเก็ตบอลที่ปรารถนาจะเล่นกับทุกคนอีกครั้ง

 

 

 

 

“เห…คุโรโกจจินี่ดื้อดึงดันจริงๆนะ”  คิเสะปล่อยมืออีกฝ่าย ตาสีทองอำพันปรือมองหยอกเย้าหญิงสาวจืดจางตรงหน้า ริมฝีปากอิ่มกระตุกยิ้มเย็น “ทั้งๆที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางเอาชนะพวกเราได้แท้ๆ”

 

 

 

ไม่มีทางเอาชนะพวกเรา ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’

 

 

 

“โฮ่ย!!บอกตามตรงฉันล่ะหงุดหงิดมาตั้งแต่เข้ามาที่โรงยิมนี่แล้ว เอะอะก็รุ่นปาฏิหาร์ยๆ จะวิเศษวิโสซักแค่ไหนเชียว”  คางามิ ไทกะ แทรกพูดขึ้นระหว่างการสนทนาเต็มไปด้วยความกดดันจากหญิงสาวทั้งสอง คิเสะปรายตามายังร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลชี้ยุ่งยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดสบถคำรามไม่สบอารมณ์

“เจ้าหมอนี่ใครกัน?”  คิเสะหรี่ตามองเหยียดหยาม

“คางามิ ไทกะ เป็นสมาชิกชมรมที่นี่ ฉันไม่สนหรอกนะว่าเธอจะเป็นผู้จัดการหรือพวกรุ่นปาฏิหาร์ยอะไร แต่ถ้าเก่งจริงอย่างว่าล่ะก็..ฉันคนนี้จะล้มพวกแกทุกคนให้ดู”  คางามิ ไทกะเชิดหน้ามองตอบหญิงสาวผมทองไม่เกรงกลัว

 

“ฮ่าๆ จะเอาชนะ..พวกเราเนี่ยนะ!!ฮ่าๆๆ ”  คิเสะขำพรืดหัวเราะเสียงดัง..ขำจนน้ำตาเล็ด เสียงของเธอค่อยๆแผ่วลงหญิงสาวเมินคุโรโกะแล้วหันมายืนประจันหน้ากับชายหนุ่มตัวสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู โยนบอลให้อีกฝ่าย

“ถ้านายผ่านฉันไปได้..ฉันจะยอมเชื่อที่นายพูดก็ได้”  นางแบบสาวยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าท้าทายเด็กหนุ่มจากแดนอเมริกา คางามิฉุนกึกทำตาขวางใส่หญิงสาวเรือนผมสีทองสว่างดัดลอน เขากระแทกลูกบาสเดาะบอลวิ่งพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว!!!

 

 

 

ผัวะ!!!!!!

 

 

บอลถูกหญิงสาวตบแย่ง!!!!เพียงชั่วพริบตาเห็น คิเสะเดาะบอลผ่านร่างชายหนุ่มเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ คางามิช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น  เจ้าตัวรีบตั้งสติเหลียวหลังก้าววิ่งเต็มกำลังไล่กวดอีกฝ่าย ทว่า..คิเสะกระโดดขึ้นและ

 

 

ปึง!!!!

 

“นั่นมัน..ลูกดังก์ของคางามิ!!!!”  สมาชิกในทีมเซย์ริมตกตะลึง ลูกชู้ตที่คางามิใช้ทำแต้มในตอนแรกและไม่มีใครทำได้ การดังก์ลูกระยะห่างจากแป้นขนาดนั้น กลับถูกลอกเลียนแบบแล้วนำไปใช้ในช่วงเวลาสั้นๆกลายเป็นท่าของคิเสะ เรียวตะ

 

 

แถมยังทำได้ดีกว่าเดิมด้วย!!!

 

 

หญิงสาวหย่อนตัวลงเหยียบพื้นสนามปล่อยให้ลูกบาสร่วงหล่นจากห่วงตกกระทบพื้นกระเด้งกระดอนไปตามทางของมัน

“ดีแต่ปากนี่นา กระจอกชะมัด” สาวผมสีทองส่ายหน้าเอือมระอา มือจับเส้นผมสีทองขึ้นไปทัดหลังหูเผยให้เห็นต่างหูสีเงินสะท้อนแสงวาววับข้างซ้าย ดวงเนตรคู่งามหรี่มองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยืนตัวแข็งทื่อตกใจกับสิ่งที่เกิด

“บอกตามตรงเลยนะ ฉันอุตส่าห์คาดหวังว่าทีมที่คุโรโกจจิเลือกจะมีดีกว่านี้แท้ๆ น่าผิดหวังจริง ถ้าเป็นแบบนี้เรื่องซ้อมแข่งไคโจของฉันคงชนะใสๆอยู่แล้ว” คำดูถูกปรามาศส่งตรงมายังคนจืดจางที่ยืนนิ่งเงียบ ดวงตาสีอ่อนฉายแววขุ่นเคืองไม่พอใจออกมาเห็นได้ชัด

 

 

“เดี๋ยวนะ..ซ้อมแข่งกับไคโจ?” ฮิวงะ จุนเปย์เลิกคิ้วสูง

 

 

“ไม่รู้หรอกเหรอ ว่าทีมเซย์รินส่งเอกสารขอให้ไคโจเป็นคู่ซ้อมแข่ง ฉันล่ะอุตส่าห์พูดซะดิบดีกับโค้ชจนยอมเซ็นตอบรับเอกสาร แบบนี้คงได้ผิดหวังกันเป็นแถว”  สตรีเรือนผมสีทองหันกลับมามองหนุ่มสวมแว่นทรงรีที่น่าจะเป็นรุ่นพี่แก่กว่าเธอซักปีสองปี ไขข้อสงสัยดังกล่าว ฮิวงะหันควับไปมองโค้ชสาวของชมรมบาส ไอดะ ริโกะ แลบลิ้นเอียงคอเอามือเคาะหัวตัวเองยิ้มแหยๆ

“โทษทีๆ ฉันกะจะเซอร์ไพรส์น่ะ”

“แล้วทำไมไม่รีบบอก!!!นี่กับไคโจเลยนะ!!!”  ชายหนุ่มเรือนผมสีเข้มสวมแว่นทรงรีหวีดร้องเสียงดังลั่น

 

 

“พอเห็นแล้วก็น่าเบื่อชะมัดที่ต้องมาแข่งกับทีมกระจอกแบบนี้..อ๋อ..นึกอะไรสนุกๆออกแล้ว!!”  คิเสะยกนิ้วแตะริมฝีปากอิ่ม ดวงเนตรอำพันแพรวพราวเต็มไปด้วยความสนุกสนาน..จากประสบการณ์คุโรโกะ อะไรที่สาวผมทองคิดว่าสนุกเมื่อนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา เหมือนกับไอเดียแข่งกับทำแต้มตอนแข่งรุ่นเยาวชนปีสุดท้ายซึ่งได้กลายมาเป็นชนวนเลวร้ายต่อทีมโคเมย์

 

 

“ถ้าเกิดไคโจชนะล่ะก็..ฉันขอคุโรโกจจิไปล่ะกันนะ”

พนันด้วยสิ่งตัวของหญิงสาวจำแลง ทุกคนในทีมเซย์ริมหันขวับไปยังคนตัวเล็กบางที่ปลอมตัวเป็นชายยืนกลางสนาม

“ฉันไม่ใช่สิ่งของที่มีไว้พนันเล่นนะคะ” เสียงหวานเรียบกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

“เห…งั้นเหรอ..”  ทว่า..สาวผู้ได้มากความสามารถลอกเลียนแบบจนได้ชื่อว่า copy perfect  ยกยิ้มมุมปาก แววตาเจ้าเล่ห์เจ้าทนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะปรากฏในดวงเนตรสีอำพันคู่งามใต้ขนตาแพงอนสบตาสีฟ้ากลมโตไร้อารมณ์ เธอกลอกตาครุ่นคิดบางอย่างครู่หนึ่งก่อนเลื่อนมาสบตาคุโรโกะอีกครั้ง

 

 

 

“น่าเสียดายนะ..ฉันกำลังคิดอยู่ว่าถ้าคุโรโกจจิเอาชนะฉันได้ ฉันจะบอกเรื่องของอาคาชิจจิให้แท้ๆ”

 

 

สิ้นเสียงหวานล้ำเอ่ยนามถึง..ชายหนุ่มเรือนผมสีแดง..คุโรโกะใจกระตุกวาบหน้าเปลี่ยนสี หน้ากากเย็นชาเฉยเมยไม่อาจเก็บเอาไว้ได้อีกต่อไป คิเสะ เรียวตะหัวเราะในลำคอกอดอกยกนิ้วแตะคางยิ้มเหนือชัย

 

 

 

 

จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ลอกเลียนแบบได้ดั่งใจ

ช่นเดียวกับการชักจูงด้วยแผนการอันร้ายกาจเช่นกัน

 

 

 

“ไม่อยากรู้เรื่องของอาคาชิจจิหน่อยเหรอคุโรโกจจิ..ว่าตอนนี้อาคาชิจจิมีความเป็นอยู่ยังไง สบายดีไหม ทำอะไรอยู่และตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่”

 

 

 

หยอกเย้าโดยการดึงคนสำคัญเข้ามาหลอกล่อ

 

 

 

“ฉันตกลง”   คุโรโกะก้มหน้านิ่งเงียบ..เงียบอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีอำพัน แววตาไร้อารมณ์เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และนี่คือคำตอบอันน่าพึงพอใจ ผู้ได้ฉายาเงาลวงตาตอบตกลงเดิมพันเป็นที่เรียบร้อย

“เฮ้ย!!คุโรโกะ!!!”  สมาชิกในทีมเซย์รินร้องเสียงหลง ในขณะที่ไอดะ ริโกะ ไม่พูดไม่จาอะไรเอาแต่ยืนมองสองสาวอดีตนักเรียนเทย์โควในรุ่นปาฏิหาร์ยยืนประจันหน้ากันและกันอย่างเงียบๆ

“ถ้างั้นสามวันต่อจากนี้ ฉันและไคโจจะรอเจอคุโรโกจจิกับเซย์รินที่โรงยิมของพวกเรานะ”  คิเสะ เรียวตะปัดเส้นผมสีทองสว่างดัดลอนเดินออกไปจากโรงยิมเล็กๆ ห่างไกลไปจนลับสายตา ทิ้งให้เจ้าของถิ่นอึ้งค้างต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหันแบบไม่ทันตั้งตัวใดๆ   เด็กสาวจำแลงกายเรือนผมสีฟ้าอ่อนรู้สึกถึงแรงสะกิดที่ไหล่ เธอหันไปมองก็พบกับฮิวงะ จุนเปย์และอิซึกิ ชุน พร้อมใจกันมองมาที่เธอด้วยแววตาเค้นถาม

 

 

“อาคาชิจจินี่คือใครกัน?”

 

 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”  เงาลวงตาเลือกที่จะหลีกเลี่ยงตอบคำถามอีกฝ่าย ไม่อยากเล่าให้ต่อความยาวสาวความยืด เดินหนีไป ไอ้ครั้นจะรั้งตัวถามอีกรอบ กลับถูกมือเล็กๆของโค้ชสาวคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของชายหนุ่มทั้งสอง

“อย่าไปสนใจเลย เรื่องส่วนตัวของคนสองคนนั่นแหละ ไปซ้อมส่งรับลูกได้แล้ว การซ้อมแข่งเมื่อกี้พักไว้ก่อนก็แล้วกัน” ริโกะตัดบทแล้วผลักดันให้คนอื่นๆกลับไปซ้อมต่อ คนที่ยังสงสัยก็ถูกกระตุ้นโดยการเป่านกหวีดเสียงดังลั่น ชักสีหน้าขึงขังเรียกความกลัวให้เข้ามาก่อกุมจนต้องรีบกุลีกุจอนซักซ้อมบาสและทิ้งความสงสัยเกี่ยวกับบุคคลปริศนาที่ คิเสะ เรียวตะ กล่าวถึง

 

 

 

เซนส์ของผู้หญิงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างคิเสะกับคุโรโกะ

 

 

 

“เป็นฉัน..ฉันก็คงทำเหมือนคุโรโกะล่ะนะ”  สาวเรือนผมสีน้ำตาลมองแผ่นหลังของกัปตันทีม เธอยกยิ้มบางๆ ส่ายหัวระอาใจแล้วคาบนกหวีดเป่าเร่งจังหวะการซ้อมส่งรับลูกบาสต่อ

 

 

 

 

เด็กสาวปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่มหยิบลูกบาสโยนให้คางามิที่ยืนช็อกอยู่ หากแต่..สัญชาติญาณของอีกฝ่ายที่มีต่อบาสยังคงทำงานดีรู้สึกตัวทัน ยกมือรับลูกบอลพอดิบพอดี

“คางามิคุงไม่เป็นไรนะคะ” คุโรโกะถามไถ่

“อ่า..ไม่หรอก..ฉันน่ะ..”  คางามิเว้นเงียบไปนาน..นานจนคุโรโกะใจเสียกลัวอีกฝ่ายจะท้อแท้เหมือนที่คนอื่นๆที่ได้ประสบเจอกับรุ่นปาฏิหาร์ย   มือแกร่งกำหมัดแน่นเงยหน้าขึ้นแสยะยิ้มกว้างจนเห้นฟันขาว ดวงตาคู่คมลุกโชนไฟเสมือนเปลวเพลิงอันร้อนระอุ สร้างความประหลาดใจแก่คนจืดจาง

 

 

 

“ไม่ได้ตื่นเต้นแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่กลับมาญี่ปุ่น!!นี่น่ะเหรอรุ่นปาฏิหาร์ย!!!น่าสนุกดีนี่!!ฉันจะเอาชนะพวกนั้นให้หมด..คอยดูก็แล้วกัน ”

 

 

น่าแปลกที่คนๆนี้ไม่คิดท้อแท้ แต่กลับตื่นเต้นเสียขึ้นมาอย่างงั้น  คุโรโกะเบิกตากว้างฉงนสนเท่ห์กับท่าทีของอีกฝ่ายผิดจากที่คาดเอาไว้มากโข..ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มบางๆมองใบหน้าคมคายครึ่งซีก ก่อนหันไปมองแป้นบาสสูงเบื้องหน้า

 

 

 

ชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนดั่งไฟ..มีบางสิ่งที่แตกต่างจากผู้อื่น

บางที..เขาอาจจะเป็นแสงแห่งความหวังที่ปัดเป่าความมืดมิดในจิตใจของพวกเขาเหล่านั้น

 

 

 

 

“คางามิคุง..”  คุโรโกะเรียกชื่ออีกฝ่าย คางามิหันมามอง เขาเลิกคิ้วฉงนมองกำปั้นน้อยๆชูมาตรงหน้า

 

“ฉันเองจะเอาชนะพวกเขาให้ได้เหมือนกัน ฉะนั้นจากนี้ไปให้ฉันได้เป็นเงาของคางามิคุงด้วยนะคะ” คำขอกับรอยยิ้มน้อยๆ ส่งผ่านมายังชายหนุ่มร่างสูง คางามิปริบตามองอีกฝ่ายเขาประเมินสิ่งที่เกิดขึ้น ความสนุกสนานที่เกิดขึ้นและเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยที่เก่งกาจ ในสถานที่ที่เรียกว่า ญีปุ่น แห่งนี้มีอะไรน่าสนใจกว่าที่เห็น

 

“หึ!!ชักตื่นเต้นขึ้นมาแล้วสิ!!ถ้าเธอเป็นเงา ฉันจะเป็นแสงให้เธอเอง คุโรโกะ” กำปั้นชกตอบรับคำสัญญา

 

 

บาสที่เดิมพันด้วยชัยชนะเพียงหนึ่งของจักรพรรดิหรือบาสที่เปี่ยมไปด้วยความสนุกสนาน

สิ่งใดเล่าคือสิ่งที่ถูกต้อง คำตอบนั้นมีเพียงหนึ่งเดียวคือผู้ที่ยืดหยัดคนสุดท้าย

และนั่นทำให้เด็กหญิงได้พบเพื่อนพ้องใหม่ที่จะร่วมอุดมการณ์เข้าต่อสู้

 

 

“ฉันจะถล่มพวกนายให้ราบเลยคอยดู ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’ ”

 

 

ไฟแห่งแข่งขันบาสเก็ตบอลได้ลุกโชนขึ้นมาแล้ว!!!!

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

เปิดภาค ม ปลาย แล้วจ้าาา  คางามิมีบทบาทเยอะแล้วตอนนี้ เริ่มเข้าสู่คู่หูแสงเงาเซย์รินแล้ววว

พระเอกของเรื่องยังคงไร้บทอยู่ แต่ไม่หายไปไหน จะโผล่มาเป็นระยะๆ ค่าตัวแพง พอเป็นราชา ค่าตัวยิ่งแพง ฟฟฟฟ

 

ตามเนื้อเรื่องหลัก คนแรกที่เจอคือ คีจัง ส่วนใครที่สงสัยว่าคิโยชิหายไปไหน คิโยชิจะกลับมาในตอนวินเทอร์คัพตามทามไลน์ในเรื่องหลักค่ะ

 

 

ไปก่อนนะคะบายจ้าาา

18 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part21

  1. คิเสะโผล่มาน่าหมั่นไส้มาก

    แต่อ่านแล้วรู้สึกร้ายไปงั้น ใจจริงอยากคืนดีกับคุโรโกะ
    (กับคนอื่น ทำตัวเป็นจิ้งจอก กับคุโรโกะนี่ลูกหมา)
    เลยหาทำตัวร้ายๆน่าหมั่นไส้เพื่อหลอกล่อ

    เอาชื่ออาคาชิมาล่อ ฮีจะรู้มั้ยเนี่ยแฟนตัวเองไปหาน้อง ครก

    • เปิดมาให้หมั่นไส้เลยล่ะ 5555 คีจังเองก็ผ่านอะไรๆมาเยอะ เจ็บมาเยอะ แถมการเป็นจิ้งจอกทำให้เธอมาถึงจุดๆนี้ด้วย เหมือนมีประโยชน์เพราะแบบนี้ ประกอบกับโตเป็นสาวขึ้นมาอีกนิดนึงด้วย อีกอย่างเป็นแฟนกับอาคาชิ ต้องมีนิสัยอะไรติดมาบ้างไรบ้าง55 ใจจริงก็อยากคืนดีนะ แต่น้องดื้อแถมทำห่างเหิน เลยต้องงัดเจ้าชายผู้บทน้อยมาล่อเรียกร้องความสนใจ //โดนกรรไกรปักคอ

  2. เอาชื่อท่านมาล่อเลย คิเสะร้ายกาจ 5555555555555 คางามินี่ก็ใจร้อนตามสไตล์เน้อ แล้วแบบแค่ตอนแรกก็ประหม่ากับน้องซะแล้ว นี่จะกลายเป็นบุคคลผู้หลงรักน้องไปอีกคนรึเปล่าคะเนี่ย อาจจะเกิดดราม่า ถ้าท่านไม่มาระวังน้องจะตัดใจไปหาคนอื่นนะคะ ภาคนี้จะมีความหวานของท่านกับน้องตอนไหน จะมีมั้ย เราหวังมาก 5555555 เพราะภาคแรกตอนที่ท่านจีบมันคลุมเครือเลยดูไม่ค่อยหวานเน้นเจ็บปวดซะมากกว่า แต่บางทีก็อยากให้น้องดัดแกล้งดัดหลังท่านสักหน่อย เขาว่าจักรพรรดิกลัวเมียก็มีเยอะแยะ 5555555

    • จุดอ่อนของน้องมีแค่อย่างเดียวคือ อาคาชินี่แหละ แต่ชื่อยังหวั่นไหวขนาดนี้เลยนะ ฮาาา คางามิเขินน้องนิดๆ อารมณ์เหมือนผู้ชายถูกสาวๆมองก็ประหม่า คล้ายๆกับผู้หญิงถูกผู้ชายจ้อง ก็อดเขินๆงงๆ ไม่ได้ จะหลงรักหรือแค่คู่หู อันนี้ต้องลุ้นจ้า. อาคาชิมาแน่ค่ะ ไม่หายไปนาน แต่อาจจะโผล่มาสั้นๆ แว่บๆ ให้ใจกระตุกเล่นๆ ความหวานระหว่างพระนาง..ในภาคนี้ มีนะ แต่ไม่รู้ว่าจะหวานสำหรับคนอ่านไหม เพราะอาคาชิสไตล์เป็นออกแนวผู้ใหญ่ไม่พูดมากเหมือนเคย แถมตอนนี้เป็นโบคุชิด้วยนี่สิ จักรพรรดิกลัวเมียหรือ..เรียกเกรงใจเมียดีกว่า//เอ๊ะ!?

  3. ทำไมตอนที่คีคุงโผล่มาถึงอยากให้น้องไปคู่กับคีคุงให้รู้เเล้วรู้รอดไปนะ.T_T.ถ้านายน้อยยังใจเย็นอยู่เค้าจะเปลี่ยนคู่เเล้วนะ5555 คีคุงออกฉากทีคากามินจื๊ดจืด….
    เจ๊ริโกะก็เซนส์ดีเชียว…รู้สึกดีใจนะคะที่ทีมเซย์รินรู้ว่าน้องเป็นผญ. ไม่งั้นการอยู่ร่วมในทีมคงลำบากน่าดู.เเต่น้องก็คงไม่คิดว่าความจะเเตกเร็วขนาดนี้.ต้องขอบคุณเจ๊ริโกะที่ออกคำสั่งเปลื้องผ้า5555
    ป.ล.ถ้านายน้อยยังไม่โผล่ออกจากหลังฉากเค้าจะเปลี่ยนคู่จริงๆนะ555

    • 55555 ยูริบานสะพรั่งเลบ คีจังมาเพื่อแย่งซีนทุกคนจริงๆ เปิดตัวแบบเซเลป นางแบบสาวมาดร้ายหน่อยๆ(?) แถมสนเฉพาะคนที่เคารพเท่านั้น ความแตกเพราะริโกะเลย คำสั่งเปลืองผ้านั่น น้องเองก็คาดไม่ถึง หงายเงิบ อาคาชิจะโผล่มาอีกครั้งตอนที่. 23 แต่ก็ยังมาไม่เต็มองค์

  4. คิเสะมาทีเดียว ทุกอย่างเงียบสงัด และกลบริโกะกะครกเราไปเลย เข้าใจว่าคิเสะเป็นจิ้งจอกแต่ก็ยังรัก ครกใช่ม่ะ? รักแบบเพื่อนสาวอ่ะน้าค้า แต่เอาชื่อ อคช มาอ้างเนี่ยไม่ดีเลยน้าคิเสะจัง แถมน้องครกเราก็ตอบตกลงซะงั้น ก็เข้าใจว่ารักร้า แต่ถ้าอยากดัดนิสัยของ อคช ก็ต้องเชิดๆหยิ่งบ้าง แต่อย่าเยอะมากเกินไป เพราะ อคช ก็เงียบและไม่ค่อเข้าหาใครง่ายๆเหมือนกัน

    ฮั่นแน่? ไทกะ แอบมีหวั่นๆ น้องก็น่ารักใช่ไหมล่ะ

    ขอให้ครกกะ อคช ได้เจอกันบ้าง ไวๆ แบบสบายๆไม่ตึงเครียดด้วยเถิดดดดดดดดดดด
    555555555555555555555555

    • มาดนางจิ้งจอกแถมเป็นคนดัง เปิดตัวกลบรัศมีทุกคนจริงๆ 55555 จริงๆก็ยังห่วงใยน้องนะ ตอนนั้นถ้าไม่ติดนักข่าวก็เข้าไปเคลียร์กับน้องแล้ว ส่วนเอา อคช มาอ้างเพราะตัวอยากได้น้องมาร่วมทีมเล่นบาสด้วยกัน แต่น้องดื้อเลยต้องใช้ไม้นี้. น้องรัก อคช รอมาตั้งทั้งชีวิตืเรื่องนี้หยามมิได้ ของใครๆก็ห่วง ฮาาา น้องจะเชิดใส่ไหม ต้องรอดูกันยาว แต่ อคช ก็ไม่ค่อยเข้าหาใครก่อน มีน้องนี่แหละคนแรกเลยเพราะชอบ สนใจ แคร์ แต่ก็วางมาดแบบผู้ใหญ่ พอกลายเป็นราชายิ่งไม่เข้าหาใครใหญ่เว้นแต่มีประโยชน์ต่อชัยชนะ

  5. ความแตกเร็วแท้ งืออคิเสะโผล่มาร้ายกาจจริงๆเลยเอาชื่ออาคาชิมาอ้างซะด้วยจิ้งจอกมากครัช 5555 อยากให้คืนดีกับน้องครกไวๆจังเลย(จะดีกันมั้ยหนอ-3-) คางามิรู้สึกจะมีแอบหวั่นไหวนะ
    ยังไงน้องก็ผู้หญิงนี่เนอะขึ้นภาคมอปลายแล้วนายน้อยคงบทน้อยลงน่าดู(โผล่ท้ายเรื่อง?)
    อยากให้มีฉากสวีตของน้องกับนายน้อยโผล่มาบ้างจัง(ดราม่าเยอะแล้ว555)
    ปล.ไม่ได้เข้ามาดูในwordpressของพี่บลัดนานอยู่เปลี่ยนไปเยอะเลยสวยดีค่ะหุหุ ^^

    • คิเสะเองก็ร้ายขึ้น สมกับที่เลือกเป็นนางจิ้งจอก 555 จะคืนดีไหมต้องรอลุ้นครัชชช คางามิมีใจเต้นกะน้องนิดๆ โดนสาวจ้องเลยเขินๆ ส่วนฉากสวีทนั้นมีแน่นอนน่อ แต่จะหวานโดนใจคนอ่านไหมนี่สิ อาคาชิไม่ใช่คนประเภทหวาน หรือมา ตรงๆด้วย

      ดีใจที่ชอบธีมนี้น่ออ นานๆเปลี่ยนธีม

  6. แววพระเอกยังคงไร้เงาอยู่นะเนี่ย ตกลงนี้จะอัพค่าตัวแพง
    ไปไหนเนี่ยท่านราชา ไม่ไหวๆๆ ยิ่งอ่านยิ่งสงสารน้องครก.
    จริงๆๆ จะสู้กะพวกนี้แต่ละคนไม่ธรรมดา ยิ่งเข้าสู่ ม ปลาย ยิ่ง
    lv อัพ กว่าจะเจอด่านสุดท้ายน้องจะรอดก่อนไหม เปิดศึกหมาก
    กระดานต่อไป เจอกับพ่อเทพชูต 3 แต้ม แถมพวกด้วยนายท้าย
    ปั่นซาเล้งทาคาโอะสินะ น้องงานเข้าแง่มๆๆ จะหลบฮอคอายรอด
    ไหมเนี่ย แล้วจริงๆส่งบทคางามิมาเหมือนจะเด่น แต่สุดท้ายได้เป็น
    พระรองแบบว่ากลัวโดนท่านราชาจับไปเชือดหรออย่างไรบลัดซัง กร๊ากๆ
    แล้วจะรอตอนต่อไปนะเออ ขยันๆๆเข้านะจ้า อิอิ >o<

    • ค่าตัวแพงกว่าเดิมอีกในภาค ม ปลาย 555 แต่ท่านจะมาเป็นระยะๆแหละ จนกว่าจะเปิดตัวอลังการด้วยฉากในตำนาน ตอนนี้ทุกคนเลเวลอัพกันมากกว่าเดิมอีก ต่อไปนี่โหดของจริง น้องปะทะเหยี่ยวทาคาโอะกับปืนใหญ่มิโดริน คางามิใสสุดๆนะเห็นโวยวายแบบนั้น ฮาาาาาาาา อีกอย่างในเรื่องคิเสะเป็นคนสวยมาก ใครก็เคลิ้มทั้งนั้น ฮาาา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s