[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part10

 

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Bloody Complex 10

 

 

 

คฤหาสน์อาคาชิกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากเงียบสงบไปนานเกือบอาทิตย์กว่าๆ ทายาทแห่งตระกูลทั้งสองแม้ว่าจะต่างสายเลือดเพียงครึ่งเนื่องจากคนละมารดาอยู่ในชุดนักเรียนเทย์โคสำหรับฤดูร้อนเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศนั่งรับประทานอาหารฝีมือเหล่าแม่ครัวอีกครั้งหลังจากที่เหล่าคนใช้ภายใต้การนำของพ่อบ้านมาซากิต้องออกเดินทางร่วมสายการบินไปกับผู้นำตระกูลอาคาชิ เซย์นัน เพื่อช่วยเหลืองานต่างๆของบริษัทในประเทศเยอรมณี

 

 

..บรรยากาศเดิมๆกลับมาอีกครั้ง..แต่ที่ต่างออกไปคงมีเพียงสองพี่น้องที่รู้ซึ่งกันและกัน..

 

 

 

แคร๊ง!!

 

ส้อมและมีดรวบวางคู่กันบนจานเสต็กที่ทิ้งเพียงคราบอาหารดังจากหัวโต๊ะ อันเป็นที่นั่งของบุคคลผู้มีอำนาจมากที่สุดและน่าเกรงขามที่สุดในบ้าน รวมถึงในวงการธุรกิจต่างๆนาๆ และอิทธิพลเรื่องความมั่นคงของประเทศญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ำ นัยน์ตาสีแดงคมกริบที่เหมือนลูกชายทุกประการแต่ขุ่นมัวตามสภาพวัยที่โรยราเหลือบมองลูกสาวและลูกชายของตนที่นั่งอยู่ที่ประจำฝายตรงข้ามกินอาหารเช้าอย่างเงียบๆ

“เท็ตสึยะ อาหารไม่พร่องเลยนะ ไม่ถูกปากลูกเหรอ” บิดาถามไถ่ลูกสาวที่เกิดกับภรรยาน้อยหลังจากสังเกตเห็นว่าเนื้อสเต็กแกะชั้นเลิศที่พวกเขาได้รับเป็นของกำนันในการเจรจาธุรกิจกับชาวเยอรมันถูกเฉือนตัดเข้าปากอิ่มเล็กๆนั่นเพียงแค่เศษเสี้ยว

“ป..เปล่าค่ะ..หนูแค่ไม่ค่อยรู้สึกหิว” คุโรโกะตอบทั้งเสียงแผ่วเบา ใบหน้าไร้อารมณ์ขาวซัดเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นเวลานี้ดูซีดเซียวลงไปกว่าเดิมจนน่าฉงน ดวงเนตรกลมโตสีฟ้าอ่อนสบตาสีแดงของบิดา..ดวงตาของคนที่เธอรักและเคารพยิ่งกว่าใคร

 

ต้องการเป็นลูกที่ดี..ต้องการให้พ่อภาคภูมิใจ

 

 

“ช่วงนี้ใกล้สอบแล้วเธอควรจะกินอะไรบ้าง เกิดป่วยขึ้นมาจะลำบากเอานะ คุโรโกะคุง” เสียงทุ้มสุขุมนุ่มลึกชวนสดับฟังแต่กลับทำเอาเธอคลื่นไส้ขยะแขยงดังจากปากคนหนุ่มผมแดงชี้ยุ่งหน่อยๆที่นั่งอยู่ตรงข้าม อาคาชิ เซย์จูโร่พี่ชายต่างสายเลือดเงยหน้าขึ้น ดวงเนตรสีแดงทับทิมเรียวคมบนหน้าหล่อเหลาดุจเทพบุตรนั่นคือแววตาของปิศาจร้ายที่กระทำเรื่องแสนชั่วช้าบนร่างกายของหญิงสาวผู้เป็นน้องกำลังส่งสายตาเป็นห่วง

 

 

..คุโรโกะรู้ดีว่านี่คือการเล่นละครความจริงที่ซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกแสนงดงามคือความเย่อหยิ่งมุ่งร้ายเอาชนะเธอ..

 

 

มือเล็กๆฝืนกำส้อมและมีดอีกครั้งแล้วฝืนใจกินอาหารเช้าที่ไม่ได้มีความอยากแม้แต่นิดลงไปเพื่อให้พ่อสบายใจ เพื่อให้เหล่าคนใช้คลายความกังวล

 

..รวมถึงปิดบังเรื่องบัดสีแบบนั้น..

 

 

.

.

.

 

พ่อบ้านวัยกลางคนเดินถือกระเป๋านักเรียนของคุณหนูและคุณชายของตระกูลมาส่งให้ถึงประตูรถ สาวเรือนผมฟ้าเข้าไปนั่งในรถก่อนเขยิบตัวเว้นที่ให้ชายหนุ่มเรือนผมสีแดงที่กำลังเดินทางตามมาติดๆ จังหวะที่อาคาชิกำลังรับกระเป๋านักเรียนมาสะพายเสียงทุ้มเย็นชาเรียกทักจากด้านหลังทำให้ขายาวชะงักหยุดอยู่หน้าประตูใหญ่หน้าบ้าน

 

“เซย์จูโร่”

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ข่มความตื่นเต้นเอาไว้ในใจ..เหตุไฉนบิดาที่ไม่เคยคิดสนใจใยดีเขาเว้นเพียงแต่ยัดเยียดคติชัยชนะ และว่าที่ผู้นำตระกูลลำดับที่ 10 ให้กลับเรียกหาเช่นนี้ หรือจะเป็นเพราะพ่อจับสังเกตความผิดปกติได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในระหว่างที่อีกฝ่ายไม่อยู่ เด็กหนุ่มร่างสูงสูดลมหายใจลึกสงบสติอารมณ์ไว้แล้วหันหลังกลับมาสบตาชายผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

 

“ครับ”

 

อาคาชิ เซย์นัน มองเขาด้วยสายตาเย็นชายากแก่การคาดเดาความคิด..ชายวัยกลางคนผู้นี้เป็นอีกคนที่เขาไม่เคยอ่านความคิดออกซักครั้ง ก่อนจะเปิดปากถาม  “ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ แกดูแลเท็ตสึยะเป็นอย่างดีสินะ”

“ครับ..ผมดูแลคุโรโกะคุง ‘เป็นอย่างดี’ ตามที่พ่อบอกทุกอย่างครับ”  อาคาชิ เซย์จูโร่ จ้องตอบพร้อมขานรับด้วยรอยยิ้มเบาบาง

 

 

ดูแลอย่างดี..ทุกอณูรูขุมขนจนไม่เหลือที่ว่างใดๆ

 

 

คำโกหกเหล่านี้อาจจะหลอกเซย์นันไม่ได้..ทว่า..ใครจะสน อาคาชิ เซย์จูโร่ ไม่คิดสนใจอยู่แล้ว ในเมื่อเขาทำกับคุโรโกะไปแล้วและก็สนุกสนานเอามากสุดๆด้วยจน  ณ เวลานี้ไม่คิดแคร์ผลกระทบที่ตามมาใดๆอีกต่อไป

 

“งั้นก็ดี จำไว้..อย่าให้ผู้ชายหน้าไหนมาเกาะแกะเท็ตสึยะ แกเข้าใจใช่ไหมเซย์จูโร่”   บิดาออกคำสั่งกับลูกชายด้วยเสียงทุ้มห้วนคนละน้ำเสียงกับที่ใช้พูดกับลูกเมียน้อย ยิ่งฟังอาคาชิก็ยิ่งหมั่นไส้น้องสาวต่างแม่ที่นั่งซึมทื่อเป็นท่อนไม้อยู่ในรถลีมูซีน เขาผงกหัวตอบรับคำสั่งเหล่านั้นแล้วขึ้นรถไป

 

อาคาชิ เซย์นันมองตามรถลีมูซีนที่ใช้รับส่งลูกๆของเขาคล้อยหลังออกไปจนลับตากระทั่งฝีเท้าของมาซากิเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มที่ไม่อาจคาดเดา รอยยิ้ม..ที่พ่อบ้านคนเก่าคนแก่จ้องมองแล้วรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย

 

“นายท่าน นี่คือเอกสารสรุปผลการประชุมที่เยอรมันขอรับ”  ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำพ่อบ้านยื่นซองเอกสารให้อีกฝ่าย ดึงผู้นำตระกูลลำดับที่ 9 กลับมาสู่ปัจจุบัน ใบหน้าคมคายตีกลับมาเคร่งขรึมเช่นทุกคราแล้วยื่นมือรับซองเอกสารนั่นมาเปิดดูตรวจตราอย่างคร่าวๆ ก่อนจะเก็บลงซอกแล้วผูกคล้องเชือกให้เรียบร้อย ส่งให้คนขับรถรับไปเก็บในรถยนต์ก่อนจะกระชับเสื้อสูทสีเทาให้เรียบร้อย

 

“มีอะไรจะพูดนอกเหนือจากเอกสารงานไม่ใช่เหรอ”

 

เซย์นันเดาทางพ่อบ้านที่อยู่ด้วยกันมานมนามออก ชายวัยกลางคนสะอึกตกใจตาโตก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้สงบเสงี่ยม

“กระผมอยากจะถามนายท่านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ..สิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่นั้น..”

“ทุกอย่างดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดเรื่องแบบนี้อีก”  คนเรือนผมสีแดงหวี่เสยเรียบร้อยแทรกตัดบท ตวัดตาดุดันมายังคนรับใช้ มาซากิสะดุ้งโหยงเหงื่อไหลย้อยบนขมับ เจ้าตัวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแล้วจำใจเลือกที่จะก้มหน้าสำนึกผิดแทน

 

 

..หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาใดๆอีก พ่อบ้านมาซากิทำได้แค่ยืนส่งนายเหนือหัวขึ้นรถลีมูซีนอีกคันออกไปจากคฤหาสน์…

 

.

.

.

 

 

กองเอกสารขอสถานที่จัดนิทรรศการกองโตกระจัดกระจายบนพื้นกำลังถูกเก็บมาเรียบเรียงแบ่งหมวดหมู่ให้เรียบร้อยจนเป็นตั้งสูงโดยเด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าชี้กระดกไปมา  นัยน์ตาสีอ่อนขอบตาบวมแดงชื้นคราบน้ำตาที่พึ่งแห้งเหือดไปในไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เธอเก็บเอกสารของชมรมหมากล้อมขึ้นมาก่อนจะชะงักมือ เมื่อสัมผัสได้ถึงน้ำเหนียวชื้นแฉะบนกระดาษเอกสารนี่..

 

“ขอโทษที..ตอนหลั่งฉันไม่ทันระวังคงหยดไปเปรอะเอกสารนั่นเข้า” เสียงทุ้มอีกหนึ่งที่อาศัยอยู่ในห้องประธานนักเรียนดังขึ้นจากโซฟาตัวยาวสีดำ คุโรโกะเม้มปากแน่นกลั้นใจเงยหน้ามองค้อนคนหนุ่มเรือนผมสีแดงที่กำลังจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยนั่งไขว่ห้างไม่รู้ร้อนรู้หนาวผูกเนคไทสีดำ อาคาชิมองตอบดวงตาสีอ่อนที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างนึกสนุก เหมือนเห็นลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆพยายามใช้จงอยปากเล็กสู้แต่ก็หาได้ทำให้เขาหวาดกลัวแต่อย่างใด

 

 

..คำขอโทษที่ไม่ได้มาจากใจ..

 

 

“พ่ออุตส่าห์กลับมาทั้งที..ฉันนึกว่าเธอจะวิ่งเข้าไปฟ้องพ่อซะอีก” อาคาชิ เซย์จูโร่ผูกเน็คไทเสร็จลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงมาหาน้องสาว คุโรโกะสะดุ้งเขยิบถอยห่างจนหลังชนเข้ากับตู้เก็บแฟ้มเอกสารงานประธานนักเรียนของอีกฝ่าย คนหนุ่มย่อตัวลงมานั่งระดับเดียวกับเลขาส่วนตัวแล้วยกมือขึ้นมาเกลี่ยนิ้วบนพวงแก้มใสปาดเอา..คราบน้ำสีขาวข้นที่เปรอะบนมุมปากอิ่ม

 

 

ของเหลวชนิดเดียวกันกับที่เปื้อนเอกสารชมรมหมากล้อม..น้ำกามของอาคาชิ เซย์จูโร่

 

“ฉันอยากจะรู้เหมือนกัน ถ้าพ่อรู้ว่าเราสองคนมีเซ็กส์กัน ผู้ชายใจดำแบบนั้นจะทำหน้ายังไง”

 

 

หมับ!!!!!

 

เจ้าของเรือนผมสีแดงจับข้อมือหญิงสาวที่วาดลงหมายจะตบหน้าเขาได้ทัน แล้วออกแรงบีบแน่นจนใบหน้าจืดชืดเหย่เก ทำท่าจะร้องไห้มะรอมมะร่ออีกระลอก ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพบุตรล้อมเส้นผมสีแดงโน้มลงกระซิบข้างหูยิ่งคุโรโกะสะบัดหน้าหนีเท่าใด เขายิ่งโน้มเข้าไปใกล้มากเท่านั้นจนในที่สุดเธอต้องจำใจให้พี่ชายต่างแม่แนบริมฝีปากลงกับลำคอ ขบกัดเบาๆจนได้ยินเสียงดูดเม้มแล้วลากมายังติ่งหูน้อยๆ

“เอกสารที่เปื้อนไป เอาแบบฟอร์มในลิ้นชักออกมาเขียนใหม่ด้วย ถ้าไม่อยากให้อาจารย์ถามว่าไปเปื้อนอะไร”

อาคาชิปล่อยมือจากน้องสาวต่างแม่ ประตูห้องประธานนักเรียนปิดสนิท เสียงฝีเท้าของคนหนุ่มทิ้งห่างไปเรื่อยๆระหว่างทางเหมือนได้ยินการสนทนาทักทายเป็นระยะๆจากพวกสาวๆที่ชื่นชอบอีกฝ่ายไปตลอด  ทิ้งให้เธอรวบเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายพื้นเพียงลำพัง

 

 

 

เด็กสาวตัวบอบบางเล็กๆแบกเอกสารสูงถึงคางไปตามทางเดินในยามเช้า โดยต้องไปส่งให้ถึงห้องพักครูให้ทันก่อนกริ่งยามเช้าจะดังขึ้น ไม่ว่าจะชายหนุ่มหรือหญิงสาวต่างเดินสวนผ่านคุโรโกะไปมาไม่สนใจ แม้ว่าตัวตนของเธอจะจืดจางจนไม่มีใครสังเกตแต่ในตอนนี้หาได้เป็นเช่นนั้นเพราะมีเพียงเธอคนเดียวที่ถือเอกสารกองใหญ่ย่อมตกเป็นเป้าสายตาอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครอาสาเข้ามาช่วย..ง่ายๆก็คือแล้งน้ำใจนั่นเอง

 

 

และแล้ว..สิ่งที่หญิงสาวไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น ใครบางวิ่งเข้ามาชนเข้าอย่างจังจนเธอล้มลงกับพื้นเอกสารที่รวบรวมมาทั้งหมดกระจายเต็มพื้นทางเดิน

 

“อุ้ย!!ขอโทษนะ คุโรโกะจัง พอดีเธอมันจืดจางจนไม่ทันเห็นน่ะ”  เสียงแจ๊นร้องอุทานฟังยังไงก็เป็นคำถากถางชัดๆ ใบหน้าไร้อารมณ์เงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี..เธอจำได้ได้ดีว่าคือแก๊งค์สาวๆที่ลากเธอเข้าไปรุมตบในโรงยิมเทนนิสร้าง  พวกผู้หญิงทั้ง 5 คนเอาแต่หัวเราะเสียงแหลมดังเดินสะบัดก้นจากไปอย่างไม่แคร์สื่อ คนอื่นๆที่เห็นบ้างก็หัวเราะขำไปกับสิ่งที่เห็น บ้างก็รู้สึกสงสารเวทนาอยากจะเดินเข้ามาช่วย

 

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

ออดเข้าเรียนดังขึ้นขัดเสียก่อน..ความมีน้ำใจของเหล่านักเรียนกำลังจะมอบให้หายไปทันตา แทนที่ด้วยความเห็นแก่ตัวกลัวเข้าเรียนไม่ทันจึงตัดใจทิ้งเด็กสาวผมฟ้าที่นั่งกองกับพื้นท่ามกลางเอกสารเอาไว้เบื้องหลังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นวิ่งกลับเข้าห้องเรียนไป

 

 

เหลือตัวคนเดียว..เป็นแบบนี้มาตลอด…

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะก้มหน้าลงต่ำ..เสียงอื้ออึงของออดโรงเรียนดังก้องจนแสบแก้วหู ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่สาวจืดจางกลับไม่ได้ยินเสียงใดๆจากรอบข้าง เธอนั่งเคว้งคว้างเหม่อมองกระดาษเอกสารบนพื้นแล้วค่อยๆยื่นมือเก็บรวบทีละแผ่นสองแผ่นมาตั้งเรียง ขณะที่กำลังเอื้อมไปหยิบแผ่นที่สาม กลับมีมือแกร่งของใครบางคนเก็บกระดาษนั้นขึ้นมาแล้วส่งให้ ดวงเนตรสีอ่อนจ้องมองกระดาษแผ่นที่ส่งมาตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปช้าๆมองคนที่หยิบยื่นความช่วยเหลือมา

 

“ฉันช่วยเธอนะเท็ตสึ”  เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือมาตลอดตั้งแต่ย้ายมาเทย์โคว

“อาโอมิเนะคุง”  ทนไม่ไหวแล้ว..ไม่อาจแสร้งทำเป็นเข้มแข็งต่อไปได้อีกแล้ว น้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้ม อาโอมิเนะ ไดกิตกใจรีบพุ่งเข้ารับเพื่อนสาวที่จู่ๆก็ล้มลงไว้ได้ทันในอ้อมอก

 

“เท็ตสึ!!!!!

 

 

.

.

.

 

 

 

“เอาล่ะ..เด็กๆจับกลุ่มกัน 5 คนวาดรูประบายสีสัตว์ที่ชอบแล้วมาส่งครูท้ายชั่วโมงนะคะ”  ครูอนุบาลสาวให้งานแก่เด็กๆด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เหล่าเด็กๆในห้องเริ่มลุกจากโต๊ะจับกลุ่มกันจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่จนครบจำนวนตามที่ครูสั่งเอาไว้ ครูอนุบาลสาวกวาดตามองเด็กๆทุกคนที่สุมหัวกันหยิบเอาสีเทียนขีดเขียนระบายสีบนกระดาษปอนด์แผ่นใหญ่ที่มอบให้แต่ละกลุ่มด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะสะดุดเข้ากับมุมห้องเรียนเล็กๆ เด็กหญิงตัวเล็กเรือนผมสีฟ้าตัดบ็อบนั่งเงียบๆกอดตุ๊กตาแมวในมุมมืด

 

“เท็ตสึยะจังทำไมมานั่งอยู่เงียบๆตรงนี้คนเดียวล่ะจ้ะ แล้วกลุ่มของหนูล่ะ?” ครูสาวถาม

“ไม่มีค่ะ”  เด็กน้อยส่ายหัวตอบ  ด้วยเหตุนี้ครูสาวจึงจัดแจงหากลุ่มให้อีกฝ่ายเข้าแทรกเพื่อทำกิจกรรม

 

 

แต่ไหนแต่ไรแล้ว  ไม่เคยมีใครเห็น..ไม่เคยมีใครสนใจ

 

 

“มาเล่นพ่อแม่ลูกกันเถอะ ขาดอีก 1 คนๆ”  กลุ่มเด็กผู้หญิงตะโกนหาเพื่อนร่วมเล่นหลังเลิกเรียน คุโรโกะเดินสะพายเป้เล็กๆเต๊าะแต๊ะออกจากอาคารเรียน ตาสีฟ้ากลมโตจ้องมองเพื่อนร่วมชั้นที่ชูนิ้วขึ้นมา 1 นิ้ว เธอกลั้นใจรวบรวมความกล้าอยากจะขอร่วมเล่นด้วย ดูเหมือนจะได้ผล..กลุ่มเด็กผู้หญิงพวกนั้นหันมายังเธอพอดิบพอดี

“ฉ..ฉัน..”

“ริกะ!!มาเล่นพ่อแม่ลูกกันเถอะ ขาด 1 คน”  เด็กพวกนั้นมองข้ามคุโรโกะไปยังเด็กผู้หญิงมัดแกละที่ชื่อริกะซึ่งวิ่งอยู่ด้านหลังเธอ ริกะหันมาพยักหน้าตอบรับแล้ววิ่งเข้าไปร่วมสมทบกับกลุ่มเด็กผู้หญิงเหล่านั้น

 

 

เป็นเหมือนธาตุอากาศ..ไม่มีอะไรโดดเด่นชวนจดจำ..

 

 

“เธอเป็นใครน่ะ? เราเคยเรียนห้องเดียวกันด้วยเหรอ?”  เพื่อนร่วมห้องอนุบาลมองมาที่เด็กหญิงเรือนผมสีฟ้าด้วยความฉงนหลังพิธีจบการศึกษา ทุกคนฉายแววตาประหลาดใจไม่ต่างกันเพราะไม่คิดว่าตลอดเวลา 3 ปีมีเด็กผู้หญิงชื่อ ‘คุโรโกะ เท็ตสึยะ’ ร่วมชั้นเรียนอยู่ด้วย  พอจะได้เพื่อนมาซักคนกลับมีคำถามที่เธอชังที่สุดยิงเข้ามา

 

 

“พ่อของคุโรโกะจังไปไหนเหรอ?

 

 

 

กรีดแทงหัวใจยิ่งกว่าสิ่งใด..และทำให้เธอต้องมีเรื่องทะเลาะกับเด็กร้อนจนพ่อแม่ผู้ปกครองต้องมาโรงเรียนเพื่อไกล่เกลี่ย พอรู้ว่าไม่มีพ่อสิ่งที่ตามมาคือคำล้อเลียนว่า ‘ยัยเด็กไม่มีพ่อ’  เธอเกลียดความจืดจางที่มี เกลียดความเหงาความโดดเดี่ยว เกลียดที่ต้องถูกตราหน้าว่าครอบครัวไม่สมบูรณ์

 

จนกระทั่งวันนั้น..อาคาชิ เซย์นัน ได้ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกหน้าบ้าน

 

 

“ฉันคือพ่อของเธอ ‘เท็ตสึยะ’ จากนี้ไปพ่อจะไม่ไปไหนอีกแล้ว พ่อให้สัญญา”

 

 

และนั่นทำให้เธอได้รู้เรื่องราวต่างๆมากมายจากแม่..จากคุโรโกะ เทนชิ   มารดาผู้แสนใจดีอ่อนโยนและออร่าจืดจางไม่มีใครจดจำได้เช่นเดียวกัน  หลายเรื่องที่ตัวเธอในวัยนั้นไม่อาจเข้าใจได้..ทั้งเรื่องที่พ่อไม่สามารถมาหาได้ทุกวัน ทั้งเรื่องที่ไม่สามารถใช้นามสกุลเดียวกับพ่อได้…พอเข้าประถมปี 4 แม่ของเธอก็อธิบายให้ฟังละเอียดมากขึ้นและคุโรโกะก็เข้าใจถึงสถานะของตัวเอง

 

 

แม่คือภรรยาน้อย..เธอคือลูกภรรยาน้อยของอาคาชิ เซย์นัน

เธอมีพี่ชายต่างแม่ที่เกิดกับภรรยาหลวง..นั่นคือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’

 

 

เด็กชายผมสีแดงนัยน์ตาสีทับทิมทั้งที่อายุเพียง 10 ขวบเท่าเธอ กลับได้ออกโทรทัศน์ลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในฐานะ ‘ทายาทตระกูลมหาอำนาจอาคาชิ ดาวเด่นในอนาคต’ ไม่ว่าจะทำอะไร ไม่ว่าจะไปที่แห่งใด ทุกคนให้ความสนใจจับจ้องไปเสียหมด

 

 

ทั้งที่เป็นลูกเซย์นันเหมือนกัน แต่ต่างกันราวกับฟ้ากับเหว

ยิ่งมองก็ยิ่ง ‘อิจฉา’ เสียไม่ได้  แม้ว่ามารดาจะบอกว่าอย่าได้ริษยาชิงชังพี่ชาย แต่ลึกๆตะกอนความคิดเหล่านี้ยังกวนขุ่นอยู่

 

 

กระทั่งในวันที่แม่กำลังจะลาจากโลกนี้ไป คำสั่งเสียสุดท้ายที่มอบให้แก่ลูกสาวเพียงคนเดียวที่คอยนั่งเฝ้าดูแลข้างเตียงไม่ห่างไปไหน มือผอมบางซูบตอบลงไปมากกุมมือเธอเอาไว้ คุโรโกะ เท็ตสึยะเงยหน้าขึ้นละสายตามากมือของมารดาที่ต่อสายน้ำเกลือมายังใบหน้าซีดเซียวซูบตอบ เส้นผมสีฟ้ายาวสลวยชอบถักเปียไว้ข้างๆเสมอร่วงจนไม่เหลือซักเส้น มีเพียงดวงเนตรสีฟ้าอ่อนล้ายังคงไว้ซึ่งความรักความอ่อนโยนอยู่เสมอ

 

“เท็ต..สึยะ..อย่าลืมนะ..สัญญาของเราสองคน..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อ..อย่าทิ้งพี่ชาย..ของลูก..”

 

เสียงสัญญาณชีพจรดังก้องแสบแก้วหู..เสียงที่คุโรโกะไม่ปรารถนาจะได้ยิน นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตเลื่อนไปมองสัญญาณชีพจรกลายเป็นเส้นตรงเรียบนิ่ง ภาพตรงหน้าพร่ามัวดวงน้ำตาเอ่อล้น คร่ำครวญเรียกมารดาซักร้อยครั้งพันครั้งก็ไม่อาจฟื้นคืนให้กลับมา หมอและพยาบาลวิ่งเข้ามาดึงเธอให้ออกจากร่างไร้วิญญาณบนเตียง

 

 

 

คุโรโกะ เทนชิ จากโลกนี้ไปแล้วด้วยรอยยิ้มวางใจ

กระทั่งลมหายใจสุดท้ายแม่ของเธอก็ยังนึกถึงเด็กชายผมแดงที่ไม่เคยเห็นตัวจริงกันจังๆซักครั้ง

 

 

 

ในงานศพของมารดา เธอได้พบเจอพ่อที่ปลีกตัวจากงานมาร่วมพิธีไหว้ดวงวิญญาณ ชายหนุ่มเรือนผมสีแดงเสยเรียบในชุดสูทสีดำสนิทจุดธูปไหว้หน้าโลงศพบรรจุร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวเรือนผมสีฟ้า..แม้ตอนจากไปเธอไม่เหลือเค้าความน่ารักงดงามอันเกิดจากมะเร็งในเม็ดเลือดขาว แต่ในรูปถ่ายนั้น ลูกสาวได้เลือกรูปที่มารดาสวยที่สุด งดงามที่สุดตั้งเอาไว้ล้อมด้วยดอกวานิลลาที่แม่ชื่นชอบ

 

“พ่ออยากให้เท็ตสึยะย้ายไปอยู่กับพ่อที่โตเกียว”  บิดามาเพื่อเชื้อเชิญเธอ คุโรโกะในชุดสีดำสนิทมองไปรอบกาย..ในงานศพของมารดานั้นมีคนมาเข้าร่วมน้อยมากทั้งที่วันนี้ก็เป็นวันสวดวันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้ร่างของมารดาจะถูกนำออกไปฝังในวัดของหมู่บ้าน  ปู่ย่าตายายก็ล้มตายจากไปนานแล้ว พี่น้องของแม่ก็ประสบอุบัติเหตุด้วยรถชนไปก่อนเธอจะเกิดด้วยซ้ำ..ครอบครัวฝั่งแม่ไม่เหลือใครอีกแล้ว..

 

 

“ที่แห่งนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับลูกอีกแล้ว มากับพ่อเถอะเท็ตสึยะ”   เซย์นันยื่นมือมาหาลูกสาว คุโรโกะมองฝ่ามือใหญ่หยาบของบิดา  ครอบครัวเพียงหนึ่งที่เหลืออยู่ บุคคลที่เติมเต็มทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตอยู่ตรงหน้า ทั้งที่จะทิ้งขว้างก็ได้ ไม่ใส่ใจก็ได้ แต่ก็มอบความรักความอบอุ่นให้ มอบเงินมอบการศึกษา มอบความหวังทุกสิ่งทุกอย่าง กระทั้งเงินรักษาโรคมะเร็งให้กับมารดาทั้งที่รู้ว่าเงินที่จ่ายให้หมอไปทำได้แค่ซื้อเวลาเท่านั้น

 

 

 

..เด็กสาวจึงตัดสินใจวางมือตอบรับคำเชิญชวนเหล่านั้น..

 

 

 

 

“นี่เหรอคะ..พี่ชายของหนู”   คุโรโกะนั่งมองรูปถ่ายที่ได้รับจากพ่อบ้านมาซากิ จริงอยู่ที่คุโรโกะรู้จักอาคาชิมาก่อนหน้านั้นโดยผ่านจากปากของบิดามารดา ผ่านทางสื่อต่างๆทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ แต่ก็ตามแค่ช่วงสมัยเด็กหลังจากนั้นก็ไม่ตามข่าวสารของอาคาชิ..ไม่สิ..เรียกว่าพยายามไม่สนใจจะดีกว่า เพราะเธอรู้ดีแก่ใจว่าไม่อาจชะล้างตะกอนอิจฉาออกไปได้แม้ว่าจะสัญญากับแม่ไว้แล้วก็ตาม เพื่อการนั้นจึงเลือกที่จะเมินเสีย

ตอนนี้..นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนได้เห็นรูปของอาคาชิอีกครั้ง..รูปที่เป็นวัยปัจจุบัน ณ เวลานี้คืออายุ 14 ปี เติบโตสูงใหญ่อย่างที่เด็กชายวัยรุ่นทั่วไปควรจะเป็น ใบหน้าเรียวยาวคมคายกับเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งเล็กน้อย ดวงเนตรสีทับทิบแววตาคมกริบถอดแบบจากบิดาที่นั่งอยู่ข้างตัวไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า คนๆนี้จัดว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีหล่อเหลาจนต้องเหลียวหลังมอง แถมจากลักษณะท่าทางขนาดรูปนี้เป็นรูปแอบถ่ายจากนักข่าวปาปารัสซี่ตอนกำลังดื่มน้ำจากขวด ยังดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าเสมือนเจ้าชายในฝันของหญิงสาว

 

 

“พรุ่งนี้ลูกจะได้เจอเซย์จูโร่แล้ว จากนี้ไปเราสามคนจะอยู่ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน ทำความรู้จักกันไว้ล่ะเท็ตสึยะ” บิดาบอกเล่าระหว่างนั่งสนทนากันในรถลีมูซีนที่ขับเคลื่อนไปตามสะพานข้ามแม่น้ำ ตรงเข้าสู่เมืองหลวงของญี่ปุ่นสถานที่ๆ คุโรโกะไม่เคยย่างกรายเข้ามา..สถานที่ๆบิดากับพี่ชายต่างแม่อาศัยอยู่มานานนับหลายปี  ดวงเนตรนิ่งเฉยไร้อารมณ์ดั่งแววตาตุ๊กตาหลุบมองรูปถ่ายในมือก่อนเงยหน้ามองเมืองหลวงเบื้องหน้าที่ปลายสะพาน ตึกสูงอร่ามระฟ้าหลายแห่งขึ้นกันเบียดเสียดแน่นขนัดไปหมด

 

 

 

ณ เวลานั้นไม่รู้อะไรเลย..ว่าสิ่งที่จะพบเจอต่อจากนี้ช่างทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น

 

 

.

.

.

 

 

“อื้อ….”  นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนค่อยๆลืมขึ้นเหม่อมองเพดานห้อง..เสียงขยับข้างตัวทำให้เธอผินหน้าไปมองก็พบกับใบหน้าคมคายกร้านแดดกับเส้นผมสีน้ำเงินเข้มสั้นพุ่งเข้ามาเกาะข้างเตียงด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“เท็ตสึฟื้นแล้ว!!ครูครับ!!!เท็ตสึฟื้นแล้ว!!!”  อาโอมิเนะตะโกนเรียกครูห้องพยาบาลเข้ามาดูอาการ เด็กสาวจึงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเกิดอะไรขึ้น..ดูท่าเธอจะเป็นลมล้มพับไป ก่อนหมดสติจำได้เรือนลางว่าเห็นอาโอมิเนะอยู่ตรงหน้า เลยคาดเดาได้ว่าคนๆนี้คงพาเธอมาส่งที่ห้องพยาบาล

 

“ร่างกายอ่อนแอเพราะนอนไม่พอกับเครียดสะสมด้วย “ ครูพยาบาลสาวอธิบายหลังจากตรวจดูอาการต่างๆจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งเขียนใบสั่งยาแล้วลุกไปหยิบเอายาแก้เครียดตามด้วยน้ำเปล่า 1 แก้วมาให้เธอกิน

“ครูเข้าใจว่าช่วงนี้ใกล้สอบ แต่อย่ากังวลให้มากนักนะ ดูจากสีหน้าแล้วเหมือนทานไม่พอด้วย”

“หนูเข้าใจค่ะ จากนี้ไปจะดูแลตัวเองให้มากกว่านี้ค่ะ”  คุโรโกะผงกหัวขอบคุณอีกฝ่าย ขณะเดียวกันก็เออออห่อหมกไปกับการเดาสาเหตุเป็นลมล้มพับว่าเครียดจากการอ่านหนังสือแทนความจริงที่เกิดขึ้น..ว่าคือสิ่งใด

 

 

 

RRRRRRRRR

 

โทรศัพท์มือถือดังขึ้นในเสื้อกราวน์ของครูประจำห้องพยาบาล ทำให้เธอต้องปลีกตัวออกไปโทรคุยข้างนอกห้องเพื่อไม่เป็นการรบกวนผู้ป่วยด้านใน ดังนั้น..ในห้องพยาบาลของโรงเรียนเทย์โควจึงเหลือเพียงแค่เด็กสาวไร้อารมณ์กับนักกีฬาบาสตัวเอซผู้แข็งแกร่งอาโอมิเนะ ไดกิ อยู่กันตามลำพังสองต่อสอง

 

“อาโอมิเนะคุง ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉัน” คุโรโกะ เท็ตสึยะเปิดบทสนทนา กล่าวขอบคุณอีกฝ่าย

“เฮ้ย!!ไม่เป็นไรหรอกน่า..ฉันเต็มใจอยู่แล้ว” อาโอมิเนะเกาหลังคอแก้เก้อเขิน นัยน์ตาสีเข้มเรียวคมเฉหลบสายตากลมโตใสดั่งลูกแก้วไปมองวิวนอกหน้าต่าง..ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังตกดินแล้วแสดงว่าอีกฝ่ายยอมอยู่นั่งเฝ้าตลอดทั้งวันไม่ไปไหน ยิ่งทำให้คุโรโกะรู้สึกเกรงใจไปกว่าเก่า

 

“อาโอมิเนะคุงดีกับฉันเสมอเลยนะคะ”  จู่ๆเด็กสาวก็พูดถึงความดีของอีกฝ่ายขึ้นมา ทำเอาชายหนุ่มผิวสีไปไม่ถูกเขาทำหน้าเหลอหลาแถมยังเขินหนักกว่าเดิมอีก

“ฉันมักจะถูกคนอื่นๆทอดทิ้งเสมอ ไม่เคยมีใครมองเห็นความสำคัญของฉันแท้ๆ แต่ก็มีอาโอมิเนะคุงคอยมองเห็นตลอด..ฉัน..ดีใจมากจริงๆค่ะ”  คุโรโกะไม่รู้ว่าควรจะขอบคุณอย่างไร ตลอดเวลาหลายปีที่ต้องต่อสู้กับความว้าเหว่ ถึงจะทำหน้าตายเหมือนไม่ใส่ใจแท้จริงแล้วเธอต้องการใครซักคนมาเคียงข้าง น้ำตาแห่งความตื้นตันหลั่งรินออกมาอาบแก้มใส

“ฉัน..ดีใจจริงๆที่อาโอมิเนะคุงเป็นเพื่อนกับฉัน ขอบคุณนะคะ”  ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มออกมาทั้งน้ำตาสุขใจ ไม่ว่าจะผ่านเรื่องทุกข์แสนสาหัสแค่ไหนคนๆนี้ก็อยู่ข้างกายเธอเสมอมา  ชายหนุ่มตัวสูงนั่งตัวแข็งทื่อมองรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ไม่บ่อยนักจะได้เห็น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกซ้าย  ปากหนาเม้มแน่นจนเป็นแนวเส้นเขาก้มหน้าลงต่ำเงียบไปพักใหญ่

 

“เท็ตสึ..ฉัน..อยากจะบอกเธอมาตั้งนานแล้ว..”  เจ้าของเรือนผมสีเข้มกำหมัดแน่นสงบจิตสงบใจเอาไว้ให้มั่นคง ผิดปกติจนคุโรโกะได้แต่ฉงนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น จนในที่สุดใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมาแววตาสีไพลินเข้มวาวประกายจริงจังตามด้วยประโยคที่ทำเอาเด็กสาวตะลึงจนอ้าปากค้าง

 

 

“ฉันคิดว่า..ฉันชอบเธอ”

 

 

หน้าต่างเปิดอ้าเอาไว้ระบายอากาศในห้อง สายลมยามเย็นพัดโชยอ่อนเข้ามาจนผ้าม่านพลิ้วไหว  ความเงียบปกคลุมห้องพยาบาลเอาไว้นานสองนานจนในที่สุดฝ่ายเด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่ากลับเป็นคนพูดก่อน

“อะไรนะคะ?”

“ฉัน..”  อาโอมิเนะเว้นวรรคเงียบครู่หนึ่ง ข่มความประหม่าเอาไว้ในใจแล้วพูดต่อ “ฉันบอกว่า..ฉันชอบเธอ”

 

 

อาโอมิเนะ ไดกิ สารภาพรักกับ…คนจืดชืดเช่นเธอ คนจืดๆไร้ตัวตนอย่างคุโรโกะ เท็ตสึยะ  เด็กสาวเรือนผมสีอ่อนเบิกตาโพล่งตกตะลึง  หัวใจเต้นแรงส่ำดังกลองรัวจนแทบทะลุออกจากอก พวงแก้มใสแล่นริ้วไปด้วยสีแดงลามไปจนถึงใบหู สภาพไม่ต่างจากฝ่ายชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเตียงเช่นกัน

 

“อาโอมิเนะคุง..”   นัยน์ตาสีอ่อนก้มล่อกแล่ก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยถูกใครมาสารภาพรักมาก่อนเธอเขินจนทำอะไรไม่ถูกแล้วก็ไม่รู้ว่าควรทำตัวเช่นไร หญิงสาวรู้สึกดีใจล้นหลามในอกเหลือเกิน จนต้องเผลอก้มหน้าลงซ่อนสีหน้าแดงเรื่อเอาไว้

 

หากแต่..เมื่อก้มหน้าก็ได้เห็นกระโปรงนักเรียนสีดำที่ใส่ไว้เพื่อปกปิดช่วงล่างของหญิงสาวอันแสนสำคัญ..เพียงแค่นั้นเธอก็ตระหนักนึกคิดขึ้นมาได้  น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสาย หญิงสาวสะอื้นร่ำไห้จนต้องยกมือมาปิดปากแน่น

 

 

 

..เราไม่ได้บริสุทธิ์อีกแล้ว..

 

 

“เท็ตสึเป็นอะไรไป!!?” อาโอมิเนะยื่นมือมาหมายแตะลงบนไหล่บอบบาง

“อย่าค่ะ!!!”  เสียงหวานตวาดห้ามปรามดังลั่น เขยิบตัวถอยห่างออกมา เอซนักกีฬาชมรมบาสเก็ตบอลตกตะลึง หัวใจของเขารู้สึกเหมือนถูกบีบแทงจนแหลกเหลวด้วยความสับสน

“เธอรังเกียจฉันเหรอ?”

“ม..ไม่ใช่นะคะ!!ฉันไม่เคยรังเกียจอาโอมิเนะคุง!!!”  คุโรโกะยื่นมือไปจับแขนอีกฝ่ายเอาไว้แน่น..กลัวว่าอีกฝ่ายจะตีจากไป พอเห็นการกระทำของตัวเองที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ก็ยิ่งร้องไห้เข้าไปใหญ่   “ฉัน..ดีใจมากนะคะ แต่..แต่ฉันตอบรับไม่ได้ ฮึก”

 

“ฉันมันน่ารังเกียจ..สกปรก..เกินกว่าจะคู่ควรกับอาโอมิเนะคุง”

 

 

 

ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งแสงสว่างไม่ควรจะมาเกลือกกลัวกับเงาที่กระทำเรื่องต่ำช้าเกินใครจะรับได้

คนที่โลกสวยแสนสดใส..ไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงที่ถูกพี่ชายร่วมสายเลือดข่มขืน

 

 

ทั้งที่ปากบอกปฏิเสธ อาโอมิเนะกลับกระชากร่างบอบบางเข้ามากอดแน่น ไม่สนว่าคนในอ้อมแขนจะต่อต้านดิ้นคลุกคลัก เขาสัมผัสได้ว่าหญิงจืดจางคนนี้ไม่อยากปฏิเสธเขา แต่กำลังแบกรับความเศร้าบางอย่างเอาไว้..บางอย่างที่ไม่อาจบอกใคร

 

“ฉันอาจจะเป็นคนโง่ แต่เซนส์ของฉันกำลังบอกว่าเท็ตสึมีเรื่องบางอย่างทำให้เธอถอยห่างจากฉัน แต่ว่า..ถึงอย่างงั้นฉันก็ยังยืนยันว่าจะรักเธอ ต่อให้เธอผ่านอะไรมา ฉันก็จะรักเธอ”

 

ชายผิวสียืนยันในสิ่งที่ตนกล่าวออกไป ยิ่งพูดแสดงความจริงใจเท่าไหร่คุโรโกะก็ยิ่งเจ็บปวดใจมากเท่านั้น ยิ่งรังเกียจตัวเองที่แรงต่อต้านลดลงแล้วเลือกที่จะกอดตอบขอพักพิงอ้อมแขนคนๆนี้เพื่อซับน้ำตา  มือแกร่งประคองใบหน้าไร้อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเศร้าให้เงยหน้าขึ้น ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาเบาๆและ..โน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆจนแนบชิดในที่สุด

 

 

..จูบที่แสนอ่อนโยน..อบอุ่นเหลือเกิน..

 

 

นี่ไม่ใช่จูบแรกแต่เป็นจูบเหมือนดั่งฝันของหญิงสาวที่ได้จากชายที่แสนดี ที่รักยิ่ง ตาสีฟ้าปรือลงไปตามอารมณ์ปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปกับอ้อมแขนแกร่งและริมฝีปากหนาประทับลงบนปากบาง  แสงอาทิตย์สีส้มแดงฉายฉาบทะลุผ่านหน้าต่างลงบนร่างทั้งสองที่ทอดเงาบนกำแพง คุโรโกะกำลังจะหลับตาลงหากแต่..บางสิ่งที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจที่กำลังเบ่งบานหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม!!!

 

 

ประตูห้องพยาบาลเหมือนจะปิดไม่สนิทดี..หลังช่องแง้มนั่นเธอเห็นเสี้ยวหน้าอันคุ้นเคยไม่มีวันลบเลือนไปจากใจ ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ถลึงมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสอง ไอเย็นแผ่กระจายเข้ามาในห้องจนร่างบอบบางขนลุกชัน ที่สำคัญอันน่าแปลกประหลาดใจหนักกว่าเก่า คือ…

 

 

 

เพล้ง!!!!!!

 

 

ลูกเบสบอลปาเข้ามากระแทกกระจกหน้าตางบานที่ปิดสนิทไว้แตกละเอียดดึงสติของชายหญิงให้กลับมา ทั้งสองผละออกจากกันและกันหันไปมองลูกเบสบอลที่กลิ้งบนพื้นตามด้วยประตูห้องเปิดแรง ครูห้องพยาบาลกลับมาหลังจากที่คุยโทรศัพท์เสร็จเธอตรงไปยังหน้าต่างที่แตกแล้วตะโกนดุด่านักเรียนที่เล่นเบสบอลไม่ระวัง

 

“ไอ้เด็กพวกนี้!!!!”

“หวา!!!!!!!!!!!!”

 

คุโรโกะพลุ่นพลั่นวิ่งออกไปนอกห้องพยาบาลโดยไม่ฟังเสียงปรามของอาโอมิเนะ เธอหันซ้ายหันขวากวาดมองจนทั่ว ก็ไม่พบเค้าร่างของคนๆนั้น

 

 

ไม่อยู่แล้วหรือว่าตาฝาด?

 

 

“มีอะไรเหรอเท็ตสึ?”  อาโอมิเนะวิ่งมาสมทบมองตามสายตาหญิงสาวจืดจางด้วยความงุนงง คุโรโกะเม้มปากแน่นสูดลมหายใจลึกก่อนส่ายหน้าช้าๆตอบอีกฝ่าย

“ไม่มีอะไรค่ะ”  คุโรโกะให้อภัยพร้อมเขยิบตัวถอยห่างจากอาโอมิเนะ ชายผิวสีมองท่าทีขวยเขินเหล่านั้นขณะเดียวกันก็พอเดาได้เลาๆว่าลำบากใจเช่นกัน แถมท่าทางหญิงสาวดูตื่นๆด้วยก็ยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่จนต้องออกปากขอโทษไปก่อน

“โทษนะเท็ตสึ..ที่ฉันเร่งรัดเธอแบบนั้น”

“ม..ไม่เป็นไรค่ะ ฉัน..ก็แค่ตกใจ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครสารภาพรักกับฉันมาก่อน” คุโรโกะตอบทั้งเสียงอ้อมแอ้ม ในใจตอนนี้ไม่มีเรื่องของอาโอมิเนะในหัว สิ่งที่เธอกังวลคือชายร่างสูงที่มาแอบดูเธอกับอาโอมิเนะจูบกันในห้องพยาบาลมากกว่า

 

 

..อาคาชิคุง..

 

 

“อาโอมิเนะคุง..อาคาชิคุงตอนนี้ทำอะไรอยู่พอทราบไหมคะ?”  คุโรโกะถามถึงพี่ชายต่างแม่ของเธอ อาโอมิเนะเลิกคิ้วสูงประหลาดใจหน่อยๆ นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวถามไถ่ถึงกัปตันชมรมบาสเก็ตบอล แต่ด้วยความที่ไม่ใช่คนคิดสงสัยอะไรมากความเลยตอบคำถามไปตามปกติ

“ก็มีซ้อมชมรมตามปกติแหละ พอดีฉันบอกว่าเท็ตสึไม่ค่อยสบายเลยขอขาดซ้อมมาดูเธอแทน”  สิ้นเสียงทุ้มเด็กสาวหน้าซีดเผือด นั่นแปลว่าอาคาชิรู้ว่าเธอป่วย ความเป็นไปได้จึงมีสูงมากท้องไส้เริ่มปั่นป่วน รู้สึกเวียนหัวมาชั่วขณะจนเซล้มดีที่อาโอมิเนะประคองรับไว้ได้ทัน

“เท็ตสึ!!!เธอโอเคนะ!!” อาโอมิเนะร้องเสียงสูงตกใจ

“ฉัน..ไม่เป็นไรค่ะ”  ปากตอบว่าไม่ แต่เสียงสั่นเครือหวาดผวา..เธอไม่รู้ว่าอาคาชิคิดอะไรอยู่ถึงได้มายืนแอบมองแล้วก็หายตัวไปแบบนั้น แต่สายตาคู่คมสีทับทิมที่จ้องมองน่าสะพรึงเหมือนวันที่อีกฝ่ายบังคับให้เข้าไปมีอะไรในห้องล็อคเกอร์โรงยิมบาส

 

 

 

..และสิ่งที่น่าตกใจกว่าเดิม..

 

ทำไมดวงตาข้างซ้ายถึงได้กลายเป็นสีทอง?

 

..เกิดอะไรขึ้นกับ อาคาชิ เซย์จูโร่…

 

 

 

“สีหน้าเธอไม่ค่อยดีเลย ให้ฉันไปส่งที่บ้านดีกว่านะ”  จากสภาพร่างกายของเด็กสาวจืดจางดูอ่อนแอลงมาก แถมวันนี้ซ้อมบาสก็ค่อนข้างดึกจะให้มานั่งรออาคาชิซ้อมเสร็จก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่  คุโรโกะเองก็เห็นตรงเช่นกันเพราะใจของเธอตอนนี้อยากจะหลบหน้าอาคาชิให้มากถึงมากที่สุด ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเห็นอะไรแต่ทางเดียวที่จะรอดคือต้องกลับไปบ้านซ่อนตัวแล้วขอความช่วยเหลือจากบิดา

 

 

อาคาชิ เซย์นัน คือ ความหวังสุดท้ายที่จะช่วยเธอให้รอดพ้นจากปิศาจในคราบเทพบุตร

 

 

“ถ้างั้นรบกวนด้วยนะคะ อาโอมิเนะคุง”  คุโรโกะตอบรับคำขอของอีกฝ่าย ชายผิวสีพยักหน้าแล้ววิสาสะออกตัวถือกระเป๋าให้เด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนยาวประบ่าเดินออกไปส่งจากรั้วโรงเรียนเทย์โควเพื่อมุ่งตรงไปส่งยังคฤหาสน์ตระกูลอาคาชิ

 

 

.

.

.

 

 

เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วยามดวงอาทิตย์ก็คล้อยลงจะลาลับขอบฟ้า ริ้วสีส้มแดงแสบดวงตาของยามเย็นถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินเข้มไล่เชดทึบขึ้นไปเรื่อยๆและอีกไม่นานราตรีอันยาวนานก็จะกลับมาเยือนอีกครั้ง เท้าทั้งคู่สวมรองเท้าหนังคัทชูสีดำหยุดอยู่หน้ารั้วเหล็กเลื่อนเปิดอัตโนมัติสูงใหญ่ติดตั้งกับรั้วล้อมรอบที่ดินกว้างใหญ่สมฐานะบ้านของผู้ครอบคลุมและนำแนวทางธุรกิจยักษ์ใหญ่ต่างๆของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะมาเห็นอีกกี่ครั้งอาโอมิเนะ ไดกิ ก็อดอึ้งทึ่งในความร่ำรวยของตระกูลอาคาชิ บ้านของกัปตันชมรมและเป็นบ้านของน้องสาวต่างแม่ที่เขาหลงรักด้วยเช่นกัน

“ขอบคุณมากนะคะอาโอมิเนะคุง”  เด็กสาวผมสีอ่อนกล่าวขอบคุณอีกฝ่าย  อาโอมิเนะเกาหัวแกร่กๆโบกไม้โบกมืออย่างไม่ถือสาใดๆและก็ไม่เห็นด้วยที่อีกฝ่ายต้องมาแสดงความเกรงอกเกรงใจกัน

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบใจเท็ตสึ อย่างน้อยๆเธอก็อนุญาตให้ฉันมาส่งเธอที่บ้านอีกครั้ง”  คำพูดแฝงนัยยะนั่นคุโรโกะเข้าใจในทันที ใบหน้าหวานไร้อารมณ์ขึ้นสีแดงเรื่อดั่งผลมะเขือเทศสุกนัยน์ตาสีอ่อนรีบแสร้งเป็นเฉมองเข้าไปในรั้วบ้านแทนที่จะสบตาสีไพลินคู่คมซึ่งก็ทำเฉไฉไปมองท้องฟ้าแก้ประหม่าเช่นกัน

 

“เท็ตสึ..ถ้าเธอพร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกคำตอบฉันนะ ฉันจะรอ” อาโอมิเนะกล่าวทิ้งท้ายวางมือขยี้หัวจนเส้นผมสีอ่อนพันยุ่งเหยิง ปกติคุโรโกะจะจริงจังเรื่องเส้นผมที่หวีสางยากให้เรียบฉะนั้นใครมาเล่นหัวเธอมักจะโดนทำหน้าอารมณ์บูดใส่ หากแต่..ตอนนี้กลับตรงกันข้ามเธอกลับใจเต้นตึกตักเสียมากกว่าในยามที่อีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัว  คล้อยหลังของคนหนุ่มผิวสีไปจนลับสายตาแล้วคุโรโกะยังยืนนิ่งอยู่กับที่เธอค่อยๆยกมือขึ้นวางบนศีรษะนึกถึงสัมผัสที่ขยี้หัวแรงๆเมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนมาแตะบนปากอิ่ม

 

 

นึกถึง..จุมพิตแผ่วเบานุ่มนวล

 

 

“ถ้าเรื่องแบบนั้นไม่เกิดขึ้น ฉันคงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล” เสียงหวานพึมพำเบาๆ หลับตาลงปิดหนีฝันหวานที่ไม่มีวันเป็นจริง อาโอมิเนะ ไดกิ เป็นผู้ชายนิสัยดี ถึงจะทะลึ่งตึงตังไปบ้างตามประสาผู้ชายทั่วไป  คนๆนี้คอยดูแลช่วยเหลือเธอที่โดดเดี่ยวในเทย์โควมาตลอด  ร่างเล็กๆก้มหน้าก้มตาจนเส้นผมปรกหน้าปิดบังความเศร้าหมองเอาไว้เปิดประตูรั้วเล็กเข้าไปในบ้าน ก้าวเดินไปตามเส้นถนนปูอิฐยาวตัดผ่านสวนดอกกุหลาบสีขาวยังคงเบ่งบานส่งกลิ่นหอมจางๆไม่ไปไหนจนมาถึงหน้าทางเข้าบ้าน ขาเพรียวสวยชะงักนิ่งรู้สึกได้ถึงเงาทอดยาวเบื้องหน้า พอเงยหน้าขึ้นก็พบกับชายวัยกลางคนร่างสูงในชุดสูทสีเทาตัดประณีตยืนกอดอกรออยู่

 

“คุณพ่อ..”

“พ่อเคยบอกว่าแล้วใช่ไหมว่าอย่าสนิทสนมกับผู้ชายอื่นๆ!!บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องให้มันมาส่ง!!ทำไมถึงขัดคำสั่งพ่อ!!!”  เสียงทุ้มที่มักอ่อนโยนเสมอกดต่ำแข็งกร้าวจนลูกสาวที่เกิดกับภรรยาคนที่สองสะดุ้งโหยง พอจะอ้าปากแก้ต่างให้เพื่อนหนุ่มผิวสี ฝ่ายบุรุษผมแดงเสยเรียบขึ้นเสียงดังแทรกกลบจนคำแก้ตัวต่างๆกลืนหายลงไปในลำคอ

 

“พ่อบอกแล้วใช่ไหม!!ผู้ชายที่ลูกไว้ใจได้นอกจากพ่อมีแค่เซย์จูโร่พี่ชายของลูกเท่านั้น!!!”

 

 

ร่างเล็กๆสั่นเท้า..สั่นไปด้วยความกลัว..กลัวว่าบิดาจะโกรธ ขณะเดียวกันก็เสียใจที่อีกฝ่ายไม่ไว้วางใจตัวเธอ และที่เจ็บปวดมากที่สุด..คือ..

 

“ไว้ใจ..อาคาชิคุงน่ะเหรอคะ..”

 

คุโรโกะพูดทั้งเสียงสั่นเครือ..ทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวที่จะต้องเก็บงำความจริง ว่าคนที่บิดาไว้วางใจฝากฝังเธอไว้ให้ปกป้องดูแล แท้จริงแล้วคือคนที่ร้ายที่สุด

“คุณพ่อ..ไม่รู้อะไรเลย…อาคาชิคุงน่ะ..เขา..เขา..ไม่ได้ทำดีกับหนูเลยซักนิด!!”  เธอโต้กลับใส่บิดา รู้สึกได้ว่าฟันกระทบกันสั่นสะท้านเก็บกดความโกรธเอาไว้ยามเอ่ยถึงพี่ชายต่างแม่ที่ยังไม่เดินทางกลับมาถึงบ้าน ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนคลอเบ้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความคั่งแค้นที่ยากนักจะเห็นได้จากร่างแบบาง

 

 

“…….”

 

 

ความเงียบปกคลุม บรรยากาศรอบกายกดต่ำจนรู้สึกอึดอัดแผ่กระจายออกมาจากสองพ่อลูก เหล่าแม่บ้านคนรับใช้ที่เดินผ่านไปมาถึงกับสะดุ้งหลังได้ยินคุณหนูผู้เกิดกับลูกภรรยาน้อยแผดเสียงดังลั่นออกมาใส่นายเหนือหัวผู้ทรงอำนาจที่สุด  คุโรโกะหายใจถี่แรงก่อนจะสะดุ้งอีกรอบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแสดงกริยาไม่เหมาะสม ความกลัวก็เข้ามาแทนที่อีกครั้ง

 

 

กลัวว่าคุณพ่อจะเกลียด..กลัวว่าคุณพ่อจะไม่รักไม่สนใจเรา

 

 

“คุณพ่อ..น..หนู..ขอโท..”

“ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เท็ตสึยะพ่อมีเรื่องจะคุยด้วย”  อาคาชิ เซย์นันตัดบทด้วยเสียงเรียบนิ่ง คุโรโกะเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของบิดาที่เดินนำเข้าไปในบ้านด้วยความสับสน..ทั้งที่เธอแสดงกริยาก้าวร้าวออกมาเหตุไฉนถึงนิ่งเฉย

 

 

ที่สำคัญ..การที่เธอเปิดปากบอกเป็นนัยๆว่าพี่ชายต่างแม่ไม่ได้ดีอย่างที่คิด

ทำไมถึงยังสงบนิ่งได้ขนาดนี้?

 

 

รู้ตัวอีกทีก็เดินตามหลังบิดาจนมาถึงห้องรับแขก..สถานที่ที่ทำให้ อาคาชิ เซย์จูโร่ ได้รู้ว่าตัวเองมีน้องสาวต่างแม่อยู่หนึ่งคน เป็นครั้งแรกที่คุโรโกะได้พบหน้าอาคาชิอย่างจริงๆจังเป็นทางการ ไม่ใช่แค่เธอที่รู้จักเพียงฝ่ายเดียวเหมือนอย่างที่ผ่านๆมา สีหน้าของชายหนุ่มผมแดงผู้เป็นพี่เต็มไปด้วยความตะลึงงึนงัน หลุดซึ่งใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มผู้ดีในครานั้น คุโรโกะอ่านออกทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกช็อกไม่ต่างจากเธอวัยเด็กยามรับรู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นลูกเมียน้อยและบิดามีอีกครอบครัวหนึ่ง

มือเรียวเล็กแหวกม่านมูลี่ผ่านเข้ามาในห้องรับแขกกว้างใหญ่สร้างเป็นห้องโถงสูง กับหน้าต่างเรียวยาวสูงชะลูดติดกับเพดาน วันนี้พวกแม่บ้านคงทำการเช็ดกระจกกันผ้าม่านสีแดงจึงเปิดกว้างให้เห็นท้องฟ้าที่กลายเป็นสีดำมืดสนิทเข้าสู่รัตติกาล โคมไฟคริสตัลเบื้องบนเป็นสีส้มทองให้ระดับความสว่างมัวๆเสมือนย้อนยุคไปยังสมัยยุโรปศตวรรษที่ 18 ตามคอนเซ็ปการก่อสร้างห้องนี้ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องดังกล่าว หญิงสาวมองบิดาที่นั่งลงบนเบาะกำมะหนี่สีน้ำเงินเข้ม..ที่นั่งที่คุโรโกะมักเห็นทิ้งว่างไว้เสมอในขณะที่ตรงกันข้ามนั้นเป็นที่นั่งประจำของ อาคาชิ เซย์จูโร่ ใช้ในการนั่งเล่นโชงิคนเดียวเพียงลำพังเสมอๆ

 

 

ที่นั่งตรงนั้น..เป็นของบิดา

 

 

“เล่นโชงิเป็นไหม?” เซย์นันถาม  คำตอบที่ได้จากลูกสาวคือการส่ายหน้าช้าๆ ถึงอย่างนั้นผู้นำตระกูลยังคงนั่งกอดอกอยู่บนเบาะไม่ยอมขยับไปไหน เป็นการแสดงให้รู้ว่าบิดาต้องการให้ลูกสาวเข้าร่วมเล่นหมากรุกญี่ปุ่นกระดานนี้..กระดานที่พี่ชายใช้เล่นเป็นประจำเพื่อฝึกซ้อมหรือเป็นงานอดิเรกอะไรก็แล้วแต่ที่คุโรโกะไม่เคยคิดจะสนใจ จึงเป็นเหตุให้ถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นก็ไม่อยากย่างกรายมาในห้องรับแขกเสียเท่าไหร่

 

 

ด้วยเหตุนี้ คุโรโกะ เท็ตสึยะ จึงต้องจำใจมานั่งเล่นโชงิกับพ่ออย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

ในการเล่นรอบแรก เซย์นันสอนกฎกติกาง่ายๆเพียงสั้นๆคุโรโกะก็พอเข้าใจวิธีการเล่นอยู่บ้าง มือเริ่มเหี่ยวย่นตามวัยรวบเอาหมากของตนมาเรียงบนช่องใหม่เช่นเดียวกับเธอ จากนี้ไปจะเริ่มเล่นแข่งขันอย่างจริงจัง

“เซย์จูโร่สนใจเล่นโชงิตั้งแต่อายุเพียงแค่ 3 ขวบ วินาทีนั้นทำเอาพ่อเองก็ตกตะลึงไม่คิดว่าเด็กตัวเล็กๆแบบนั้นจะเล่นอะไรได้เกินตัวขนาดนี้ อนาคตของตระกูลเราในยุคของเซย์จูโร่จะต้องยิ่งใหญ่กว่ารุ่นก่อนๆแน่”   บิดาเริ่มเล่าเรื่องของลูกชายให้ลูกสาวฟังพลางใช้ปลายนิ้วเลื่อนตัวขุนไป นี่เป็นครั้งแรกที่คุโรโกะได้ฟังคำชื่นชมจากน้ำเสียงทุ้มอันราบเรียบของอีกฝ่าย หญิงสาวรู้สึกปวดหนึบในใจ..ตะกอนแห่งความอิจฉาริษยาที่เคยนอนก้นเริ่มกวนให้ขุ่นขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ตั้งแต่นั้นมาพ่อก็บังคับให้เด็กคนนั้นร่ำเรียนทุกอย่างที่ควรรู้ เล่นในสิ่งที่ควรเล่น ทั้งกิจกรรม การกิน งานอดิเรกต่างๆในทุกด้านควรค่าที่จะเป็นผู้สืบทอดตระกูลอันยิ่งใหญ่ของเราที่ถือคติไว้เสมอ ‘อาคาชิคือผู้ชนะ’ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้อง ‘ชนะ’”  มาถึงหมากตานี้รู้ตัวอีกทีคุโรโกะกำลังถูกไล่ต้อนทั้งที่เวลาผ่านไปเพียง 15 นาทีเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายมีชั้นเชิงในการเล่นประสบการณ์มากมายหลายเท่านัก

 

“ลูกรู้มาบ้างแล้วใช่ไหมเรื่องแม่ของเซย์จูโร่”

 

 

แปะ!!!

 

คุโรโกะสะดุ้งหลุบตามองกระดาน นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนหรี่ลงด้วยความตึงเครียดเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเธอจะถูกรุกฆาตเสียจำต้องถอยแม่ทัพหนีออกมา “ค่ะ..เคยฟังจากปากอาคาชิคุงมาบ้าง”

 

 

เรื่องราวของ อาคาชิ ฮิเมะ หรือ ฟุจิวาระ ฮิเมะ

 

 

“ฮิเมะ พ่อ และก็เทนชิแม่ของลูก เราทั้งสามคนเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นโรงเรียนเดียวกันสมัยมัธยมต้น” สิ้นคำบอกเล่าดังกล่าว คุโรโกะถึงกับตะลึงพรืด

“หมายความว่ายังไงคะ..คุณพ่อ คุณแม่ และก็คุณแม่ของอาคาชิคุง..รู้จักกันมาตั้งแต่แรกแล้ว?”  ลูกสาวจ้องมองบิดาด้วยความสับสน เซย์นันถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วขยับมือเลื่อนหมากม้าเข้ามาไล่บี้ขุนในฝั่งคุโรโกะอีกครั้ง แต่คราวนี้หญิงสาวใช่จะยอมง่ายๆเธอจึงเลื่อนขุนพลเข้ามาชิงกินตัดหน้าเสียก่อน  การพัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นที่พึงพอใจของบิดาจนเรียกรอยยิ้มมุมปากออกมาได้แม้จะเพียงสั้นๆก็ตาม

 

“ความจริงแล้วพ่อกับเทนชิชอบพอกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นและก็คบหากันมาตลอด กระทั่ง..ท่านพ่อหรือก็คือปู่ของลูกรู้เรื่องเข้า พวกเขาไม่ยอมให้เราสองคนได้แต่งงานกัน”  เซย์นันเว้นวรรคเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาฉายแววเศร้าสร้อยออกมาและเล่าต่อ

“จังหวะนั้นตระกูลฟูจิวาระก็กำลังเปิดให้ดูตัวกับลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูล ซึ่งนั่นก็คือ ฮิเมะ แม่ของเซย์จูโร่ พ่อถูกปู่ของลูกบังคับให้เข้าร่วมการดูตัวครั้งนั้น และทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พวกผู้ใหญ่ต่างเต็มใจที่เกี่ยวดองกันงานแต่งจึงเกิดขึ้นในสองอาทิตย์ต่อมา ต่อจากนั้นไม่นานหนึ่งเดือนให้หลังเซย์จูโร่ก็เกิดขึ้น”

 

 

เรื่องราวอันน่าเศร้า..ความรักที่ไม่อาจสมหวังทำเอาคุโรโกะรู้สึกเหนียวคอไปหมด ความร้อนรุ่มสุมไฟในอกคับแค้นปู่และย่าของตัวเธอเองที่บีบบังคับบิดา..ทั้งๆที่พ่อกับแม่ของเธอรักกัน ทั้งๆที่แท้จริงแล้ว  ‘ คุโรโกะ เทนชิ มาก่อน’ กลับต้องตกไปอยู่ในสภาพจำยอมว่าเป็นเมียน้อยแทน!!!

 

 

“ที่จริงพ่อควรจะหยุดติดต่อกับแม่ของลูก..แต่..พ่อเห็นแก่ตัวพ่อไม่อาจทำใจปล่อยเทนชิไปได้ ระหว่างที่พ่อใช้ชีวิตในฐานะสามีภรรยากับฮิเมะ ขณะเดียวกันพ่อก็ไปมาหาสู่กับเทนชิจน..มีลูกขึ้นมา”

“หมายความว่า..คุณแม่รู้อยู่แล้วแต่แรก..และก็เต็มใจ..”

คุโรโกะตาโต เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าคุณแม่ที่แสนดีของเธอจะยอมยกร่างกายให้โดยที่รู้แก่ใจว่าคนรักของตัวเองนั้นแต่งงานมีครอบครัวอยู่แล้ว…ทั้งที่รู้ว่าผิดก็ยังกระทำต่อให้ยุ่งเหยิงเข้าไปอีก

 

 

“พ่อคิดเสมอว่าพ่อทำหน้าที่สามีและผู้นำตระกูลที่ควรภาคภูมิใจให้พวกผู้ใหญ่พอใจก็ควรจะเพียงพอแล้ว..ขอแค่พื้นที่ส่วนหนึ่งให้พ่อได้เป็นตัวของตัวเอง ได้มีอิสระที่จะอยู่กับคนที่เรารักก็ยังดี จนวันนึงฮิเมะที่ระแคะระคายสงสัยแอบสะกดรอยตามพ่อไปโดยที่พ่อไม่รู้ตัว..เธอจับพ่อได้และก็ช็อกในสิ่งที่เห็น..”  อาคาชิ เซย์นันหลับตาลงสูดลมหายใจลึกผ่อนคลายความเครียดยามนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตอนนั้น..เขาลืมตาช้าๆสบมองลูกสาวหน้าตาถอดแบบจากคนรักไม่มีผิดเพี้ยน..ถอดแบบจากคุโรโกะ เทนชิ หญิงสาวที่เขารักยิ่งกว่าใคร

 

“หลังจากนั้นฮิเมะก็เปลี่ยนไป ฮิเมะที่เป็นผู้หญิงสวยสง่าเพียบพร้อมไปทุกอย่าง ตลอดชีวิตของเธอโรยไปด้วยกลีบกุหลาบเสมอเหมือนกับดอกกุหลาบสีขาวในสวนที่ฮิเมะปลูกขึ้นเองกับมือ คงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ และนั้นทำให้เธอกลายเป็นคนอารมณ์รุนแรง จนบางครั้งก็ทำร้ายร่างกายตัวเอง…พ่อพยายามที่จะทนผู้หญิงคนนั้น ไม่ว่าเธอจะอาละวาดหรืออย่างไรพ่อพยายามทน..จนในที่สุดก็ทนไม่ได้..พ่อเลยตัดสินใจหนีออกมาอยู่กับเทนชิ”  มาถึงจุดนี้ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง ดูเหมือนว่าโชงิกระดานนี้ไม่ได้รับความสนใจอีกต่อไปแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่คุโรโกะได้เห็นด้านอ่อนแอของบิดา ด้านลบของอีกฝ่ายที่เธอคาดไม่ถึง   ขณะเดียวกันความใคร่สงสัยว่าสวนกุหลาบในคฤหาสน์หลังนี้ที่เบ่งบานออกดอกออกช่องดงามนั่น

 

 

 

เจ้าของสวนเหล่านั้น..คือ อาคาชิ ฮิเมะ นี่เอง…

 

 

 

“แต่นั่นเป็นความผิดมหันต์..เป็นสิ่งที่พ่อพลาด..พ่อมัวแต่หลงมัวเมาในความสุขจนลืมไปว่าพ่อทิ้งเซย์จูโร่ไว้กับฮิเมะ และก็ไม่เคยเอะใจอะไรเลย  เซย์จูโร่เป็นเด็กเฉลียวฉลาด พ่อคิดว่าเด็กนั่นคงทนได้ จนวันนึง..รู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว ว่าแท้จริงเนื้อในของเซย์จูโร่ก็คือเด็กธรรมดาๆคนนึง”

 

“เกิดอะไรขึ้นกับอาคาชิคุงเหรอคะ?”   เสียงหวานเรียบถามถึงเหตุการณ์ในอดีตอันเนิ่นนาน ใบหน้าของผู้เป็นบิดาที่เคยเรียบเฉยตึงเครียดในทันที คิ้วขมวดจนเกิดรอยย่น ขณะเดียวกันนั้นคุโรโกะสังเกตเห็นแววตาเศร้าๆยากที่จะพบเห็นในดวงเนตรคู่คมสีทับทิมเย็นชา

 

 

 

เปรี๊ยง!!!!

 

 

 

ฝนฟ้าเกิดวิปโยค ฟ้าผ่าลงมาส่องแสงประกายสายฟ้าแล็บสว่างวาบลงบนตึกเรียนเทย์โคว  ลมพายุด้านนอกก่อตัวแรงจนต้นไม่ไหวลู่ สายฝนตกหนักจนได้ยินเสียงซู่ดังเล็ดลอดเข้ามาในตัวรถลีมูซีนที่จอดรออยู่ด้านนอก

“ผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้วนายน้อยทำอะไรอยู่นะ?”  พ่อบ้านมาซากิได้รับคำสั่งให้ไปรับตัวว่าที่ผู้สืบทอดตระกูลลำดับที่ 10 แทนคนขับรถประจำที่ขอลากิจไปเยี่ยมภรรยาคลอดลูกที่บ้านนอก นัยน์ตาสีฝ้าฟางหลุบมองนาฬิกาข้อมือสลับกับฝนฟ้าอากาศด้านนอก   ชักใจคอไม่ดีเสียแล้ว..เริ่มเป็นห่วงว่าบางทีอีกฝ่ายอาจจะติดฝนอยู่ที่ใดซักแห่งประกอบกับเวลาก็ใกล้สองทุ่มทุกทีขืนปล่อยให้นายเหนือหัวรอนานอาจจะโดนดุด่าก็เป็นได้ เลยตัดสินใจคว้าเอาร่มที่เบาะหลังรถออกมากางแล้วถือวิสาสะเข้าไปในโรงเรียน  เดินฝ่าฝนโหมแรงจนร่มเอาแทบไม่อยู่ รองเท้าหนังขัดเงาเฉอะแฉะน้ำเจิ่งนองพื้นกระเด็นโคลนเลอะขอบกางเกงก้าวเดินมาจนถึงหน้าโรงยิมบาสเก็ตบอล ไม่ว่าจะมองมุมไหนโรงยิมแห่งนี้ก็ปิดไฟมืดสนิท

 

 

 

ชมรมเลิกตั้งนานแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นนายน้อยหายไปไหนกัน?

 

 

 

คนวัยกลางคนนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองมีมือถืออยู่กับตัว เขาสบถหัวเสียว่าทำไมถึงไม่คิดให้เร็วกว่านี้ มือล้วงไปหยิบมือถือในกระเป๋าเสื้อสูทนอกมากดเบอร์ของอีกฝ่ายแล้วโทรออก

 

 

ตรู๊ด….ตรู๊ด…

 

 

RRRRRRRRRRRRR

 

 

ริงโทนคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง..พ่อบ้านมาซากิเบิกตากว้างงุนงง เสียงตอบรับโทรศัพท์ดังต่อเนื่องยาวนาน..จนเขาเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี อากาศโรยตัวด้วยฝนนั้นหนาวเย็นอยู่เป็นทุน ตอนนี้แผ่นหลังของพ่อบ้านกำลังเย็นวาบประหนึ่งเอาน้ำแข็งก้อนมาถูหลังก็ไม่ปาน

 

 

RRRRRRRRRRRRR

 

ริงโทนยังคงดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนอยู่เบื้องหลังโดยไม่คิดจะรับสายของเขา มาซากิค่อยๆทิ้งมือถือลงข้างตัวแล้วหมุนกายกลับไปช้าๆ

 

“นายน้อย..”

 

 

 

ผัวะ!!!!!!!!!!!

 

 

 

.

.

.

 

 

“จำได้ไหมเรื่องที่ฮิเมะตายเพราะอุบัติเหตุรถชน..ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างงั้น…เรื่องรถชนนั้นพ่อสั่งให้คนสร้างสถานการณ์ให้เป็นเช่นนั้นเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่เกิดขึ้น..บาปที่พ่อกับเทนชิไม่มีวันลืม พวกเรามัวแต่สุขสันต์จนทิ้งขว้างให้เด็กคนนึงที่ไม่รู้ประสีประสาต้องทนเป็นที่ระบายอารมณ์กับแม่ที่ประสาทเสียจนในที่สุด..เรื่องที่เลวร้ายที่สุดก็เกิดขึ้น..”

“สร้างสถานการณ์? เรื่องเลวร้าย? ม..หมายความว่ายังไงคะคุณพ่อ?”  คุโรโกะขนลุกซู่กับสิ่งที่ได้ยินต่อจากนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กสาวรู้สึกหวาดผวากับใบหน้าของบิดาตัวเอง เซย์นันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ามือเม้มปากแน่นจนเป็นแนวเส้นด้วยความตึงเครียดก่อนจะเปิดปากเล่าความลับอันดำมืดแท้จริงที่เกิดขึ้นในครอบครัวตระกูลโด่งดังที่ไม่มีใครคาดถึง

 

“ฮิเมะตายเพราะเซย์จูโร่..เซย์จูโร่เป็นคนฆ่าฮิเมะ”

 

.

.

.

 

 

เปรี๊ยง!!!!!!!

 

 

ฟ้าร้องดังกระหึ่มไปทุกสารทิศ ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองเสื้อยืดสีดำกับกางเกงสามส่วนสีขาวเปื้อนคราบเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้ายืนเหม่อมองร่างของชายวัยกลางคนนอนแน่นิ่งกับพื้นโลหิตกระจายตัวเป็นวงกว้างจากศีรษะไปตามน้ำนองบนพื้น ใบหน้าคมคายก้มลงต่ำจนเส้นผมสีแดงเปียกลู่ปรกนัยน์ตา โยนไม้ถูพื้นด้านเปื้อนเลือดไว้ทิ้งไว้ระเกะระกะบนพื้นแล้วเดินเข้าไปคร่อมร่างพ่อบ้านของตัวเองมือแกร่งล้วงหยิบเอาสิ่งหนึ่งที่เก็บซ่อนเอาไว้ใต้สาบเสื้อสูทชุ่มเลือดปนเปน้ำฝนและโคลนตมบนพื้น

 

 

..กรรไกรเล่มยาวด้ามจับสีดำสนิท..

 

 

“น…นาย..น้อย..อย่า..”

 

 

ฉึก!!!!!!!!!ฉึก!!!!!!!!!ฉึก!!!!!!!!!ฉึก!!!!!!!!!

 

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

 

เรื่องนี้มาถึงจุดไคลแมกซ์แล้วค่ะ  ฟิคเรื่องนี้ใกล้จบแล้วนะคะ น่าจะอีก 3-4 ตอนข้างหน้าหรือเร็วกว่านั้น

ใครเคยอ่านฟิคสดอย่าพึ่งนิ่งนอนใจไปนะคะ ฮาาาาา

เป็นเรื่องยาวเราใส่รายละเอียดไปเยอะมากขึ้น

ตอนหน้าจะเป็นอดีตแท้จริงของนายน้อย เฉลยปมของท่านแล้วล่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตท่านกันแน่

 

 

ลงแฟนอาร์ตจากผู้อ่านค่ะ โดย สาวน้อย น่ารัก

1524660_644260672339096_2640453304001749118_n

 

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้าาา

 

 

23 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part10

  1. ที่ตากลายเป็นสีทองเพราะความเงิบ(หึง?)นั้นเอง(ล้อเล่นนะ555) กร๊าซ~ อ่านไปเครียดไปลุ้นมากๆแอบนึกอยู่ว่าฮิเมะพยายามจะฆ่าลูกด้วยรึเปล่าปรากฏกลายเป็นว่าลูกฆ่าแม่ซะงั้นพลิกล็อก! นายน้อยฆ่าพ่อบ้านทำไมเนี่ย!?เครียดสะสมรึไงจ๊ะ -0- ปมเริ่มๆคลายแล้วพี่บลัดไม่ต้องรีบจบก็ได้นะยังติดตามต่อไปงุงิงุงิ

    • เรื่องของฮิเมะตอนหน้าจะได้รู้รายละเอียดแล้วล่ะ ตาสีทองนั้นมีนัยยะอยู่นะเดี๋ยวตอนหน้าจะได้รู้กัน จะเรียกว่าหึงก็ไม่ถูกเสียทีเดียวนะ จนตอนนี้อาคาชิยังไม่รู้สึกรักน้องเลย เรียกว่ากลัวคนที่ตัวเองเอาชนะจะไปได้ดีมีความสุขมากกว่า รมณ์แบบไม่อยากให้คนที่ตนไม่ชอบมีความสุขทำนองนั้น ถ้าน้องมีความสุขได้อีก นั่นแปลว่า อคช จะแพ้ซึ่งเขายอมไม่ได้ ปมเริ่มคลายความเครียดเริ่มมาเรื่อยๆล่ะ 55

  2. จบพาร์ทตอนได้ลุ้นมากๆอ่ะ นายน้อยจะทำไรนั้น =[]= โหดได้ใจเกินไปแหละ
    ตกลงเบื้องหลังนั้นมันซับซ้อนจริงๆๆๆ มันผิดมาตั้งแต่รุ่นปู่บังคับพ่อให้แต่งกะ
    คนที่ไม่ได้อยากแต่ง มันเลยเป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนเกินไปแล้ว =..= รอลุ้น
    กันต่อว่าว่ารุ่นลูกจะเป็นไงต่อ แอบตกใจนิดที่อาโฮ่สารภาพรักแล้วซะงั้น ตกลง
    ช๊อตนั้นนายน้อยแอบหึงป่ะค่ะหรอแค่หวงของ กร๊ากๆ

    • อาโฮ่เจอคำว่าเพื่อนไป เลยตัดสินใจบอกรักเลยดีกว่า ความสัมพันธ์ฟิคเรื่องนี้น่าจะซับซ้อนสุดแล้ว เน้นปัญหาครอบครัว เด็กมีปม สะท้อนเรื่องพ่อแม่ไม่สนใจเด็ก พ่อแม่รังแกฉัน อ่านตอนนี้คงพอเดาๆได้แล้วว่าทำไม เทนชิถึงบอกว่า อาคาชิเป็นเด็กน่าสงสาร นายน้อยหลังจากนี้ยันแตกค่ะ ตอนหน้าจะได้เห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ อดีตนายน้อยทั้งหมดแล้วล่ะ

  3. พีคมากอ่ะคะ .. คือตกใจ .. ไม่คิดว่าท่านจะเป็นคนฆ่าแม่ถึงสาเหตุจะเป็นมาจากความกดดันที่แม่ประสาทเสียก็เถอะ แถมพ่อบ้านก็โดนฆ่าไปแบบสดๆแล้วด้วย สรุปคือนายน้อยโรคจิตจากการฝังใจหรือออะไรทำนองนั้นใช่มั้ย ตอนนี้น่าสงสารน้องด้วยคือมีอดีตที่น่าสงสารพอควรแต่ของนายน้อยยิ่งดำมืดมากกว่าค่ะ อย่างน้อยน้องก็ได้รับความรักจากแม่แต่เหมือนนายน้อยจะไม่ได้รับความรักจากทั้งสองคนเลย แต่ก็ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคุณพ่อท่าน กะจะให้น้องมาเยียวยานายน้อยเหรอ? หรือยังไงคะ คือว่าอยากอ่านต่อ ลัดคิวฟิคเรื่องอื่นแล้วมาแต่งเรื่องนี้ให้จบเถอะค่ะความอยากมันพุ่งพล่านมาก 555555555555 ล้อเล่นค่ะ อันที่จริงเราก็ติดทุกเรื่อง

    • ลืมเม้นอีกเรื่อง ตากลายเป็นสองสีคือโรคจิตอย่างเปิดเผยแล้วใช่มั้ยคะ 5555555 เหมือนพ่อจะเอาไม่อยู่แล้วนะคราวนี้ บุคลิกนี้นึกถึงคำพูดในเรื่องต้นฉบับประมาณว่า ใครมาขัดขวางผมฆ่าได้หมดแม้กระทั่งพ่อแม่ อะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ น้องต้องช่วยท่านให้นะคะ ฟิคนี้มันจะจบแบบแฮปปี้มั้ยเนี่ย ส่อแววจบแบบดาร์กมากเลยอ่ะ

      • ตาสองสีมีนัยยะอยู่จ้า ตอนหน้าจะเฉลยน่อ ที่จริงถ้าสังเกตลักษณะของอาคาชิ อาคาชิมักบอกเสมอว่าตัวเองถอดแบบจากพ่อมาหมด ไม่มีเค้าแม่ คราวนี้เราเคยบรรยายลักษณะแม่ของอาคาชิไว้ค่ะ ลองอ่านดูอีกครั้งน่อ พ่อจะเอาอยู่ไหม น้องจะช่วยหรือจะชิง จะดราม่าหรือแฮปปี้ งานนี้ลุ้นอย่างเดียว55

    • เรื่องนี้เข้าไคลแมกซ์แล้วล่ะ 555 ตอนหน้าและต่อจากนี้ไปเรื่องจะพีคต่อเนื่องรัวๆ เหตุใดท่านฆ่าแม่ นายน้อยเป็นโรคจิตหรือเปล่า ตอนหน้าเฉลยแล้วจ้า แต่ถ้าอยากรู้ก่อน ลองอ่านตอนเก่าๆแล้วสังเกตดีๆ เราใบ้สัญลักษณ์มาตลอดทั้งเรื่องนะว่าเกิดอะไรกับอาคาชิ ลองตีความดูค่ะ 555 เรื่องนี้เด็กๆมีปมทั้งนั้น ตอนนี้เหมือนเล่าอดีตน้อง ครก ส่วนใหญ่ ตอนหน้าจะเป็นคิวนายน้อยค่ะ แล้วจะเข้าใจเลยทำไมเทนชิถึงบอกว่า อาคาชิคือเด็กน่าสงสาร การกระทำของเซย์นันมีเหตุผลในตัวเสมอค่ะ ตอนหน้าได้รู้กันแล้วล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น

  4. นายน้อยโคตรยันเลยตอนนี้ พออารมณ์พิโรธพลุ่งพล่าน
    ก็อยากทำลายทุกสิ่ง สงสารคนขับรถ TT.TT ..

    เฉลยปม..น้องครกคงกลัวท่านหัวหดเลยที่นี่
    ถึงท่านจะน่าสงสารตอนเด็กโดนแม่ทารุณก็เถอะ
    ตอนหน้าถ้ารู้ว่าท่านฆ่าแม่แล้วยังเอากรรไกรแทงคนขับรถอีก

    อ่านฉากท่านปาดน้ำกามออกจากมุมปากน้อง..รู้สึกท่านโคตรเซ็กซี่..ถึงจะสงสารน้องก็เถอะ 55

    • เป็นนัยๆว่าท่านบังคับน้องออรัลล่ะ 555//จริงๆคือขี้เกียจเขียนฉากออรัลนั่นเอง ฮาาา ตอนนี้นายน้องพลังยันแตกมาแล้วค่ะ คนโดนไม่ใช่คนขับรถนะ คนขับรถประจำทุกวันๆโชคดีขอลาไปบ้านนอก ที่โดนที่พ่อบ้านคนสนิทของเซย์นัน คนเก่าแก่ที่รู้เรื่องในอดีตหมด น้องกลัวหัวหดแน่ค่ะ ตอนหน้าเฉลยอดีตท่านแล้ว

  5. บอกเลยว่านายน้อยเรายันเดเระแตกมาก สงสารนาายน้อยเหมือนกันนะ ความรู้สึกที่ไม่ได้รับความรักจริงๆจากทั้งพ่อและแม่ ต้องทนอยู่อ้างว้างกับแม่ที่อารมณ์รุนแรงขนาดนั้น ถึงขึ้นฆ่าแม่ตัวเองแสดงว่าตอนนั้น นายน้อยด้านยันเดเระตาแดงข้างเหลืองข้างได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ใช่ไหมค่ะ?
    น้อง ครก เราก็คงช็อคไม่ต่างกัน คงไม่คิดว่านายน้อยจะมรปมที่แสนเจ็บปวดกส่าตัวเอง ถึงตอนนี้อาจจะเลิกน้อยใจที่ว่าแม่น้องเคยพูดไว้เลยก็ได้ว่าอย่าทิ้งพี่ชายอย่างนายน้อย ส่วนอาโฮ่ท่านก็มาสารภาพรักไม่ได้ดูวลาเลย คืออาจจะดีสำหรับน้องเพราะน้อง ครก ที่กำลังเคว้ง แต่ไม่ดีกับชีวิตท่านอย่างแรงอาโฮ่เอ่ย เองกลับบ้านได้ปลอดภัยก็ดีแค่ไหนแล้ว แต่มาสงสารตรงพ่อบ้านนี่สิ ตายแบบ…… บอกเลยว่าฉากนี้ดาร์กมาก สงสารพ่อบ้านมาซากิเบาๆ!!!

    ว่าแต่นายน้อยเราฆ่าพ่อบ้านมาซาทำไมละนั้น? หรือว่าสติแตกกระเจิงจนเห็นใครก็ฉุนเฉียว แล้วแบบนี้คุณพ่อของท่านจะรอดไหม ขนาดแม่ นายน้อยท่านยังทำมาแล้วเลย อย่าว่าแต่พ่อด้วย น้องครก เราจะไม่โดนฆ่าไปดด้วยเหรอ? เข้าใจว่า “หวง” แต่นายน้อยก็อารมณ์รุนแรงไปนะ น่ากลัว

    เรื่องราวจะจบยังไงนิ จะแฮปปี้ หรือ แบดรี่ โอ๊ย เดายากจริงๆ จะติดตามต่อไปนะค่ะ สนุกมากกก

    • เรื่องนี้คนที่น่าสงสารสุดคืออาคาชิ น้องก็น่าสงสารแต่เทียบสิ่งที่อาคาชิเจอมานั้น..ตอนหน้าเฉลยแล้วคงได้รู้กัน ตอนนี้น่าจะเดาๆได้แล้วล่ะทำไมเทนชิบอกเสมอว่าอย่าทิ้ง อคช สาเหตุที่ทำให้อาคาชิฆ่าแม่ตัวเองมีอยู่ และเรื่องราวทั้งหมดในอดีตเราใบ้มาตลอดทั้งเรื่อง เป็นจุดเล็กจุดน้อย ลองย้อนอ่านดูดีๆแล้วจับจุดน่าจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต

      อาโฮ่สารภาพไปเพราะเจอน้องบอกว่าเพื่อน โฮ่ไม่อยากได้เพื่อนอยากได้แฟน แต่ไม่ทันรู้ว่าอาคาชิดันมาเจอะพอดี โฮ่กลับบ้านปลอดภัยหายห่วงค่ะ ส่วนพ่อบ้านทำไมต้องฆ่า พ่อบ้านจะตายหรือรอด เรื่องอาการของอาคาชิทั้งหมดจะเฉลยตอนหน้าหมดเลยจ้า จะจบแบบไหนอีกไม่นานได้รู้กันแล้วล่ะ

  6. โอเระชิเมื่อโดนทำร้ายจนถึงที่สุด โบคุชิก็ถูกสร้างขึ้นมาจากกดดันที่โอเระชิได้รับเพื่อออกมาปกป้องโอเระชิสินะคะ
    อืม….น่าสนใจมากๆเลย

  7. บทนี้นายน้อย ยันแตก มากเลยเจ้าค่ะ
    ตอนแรกสงสารน้องนะ
    แต่พออ่านตอนนี้เริ่มเข้าใจว่า ทำไมแม่น้องถึงสงสารนายน้อยเลย
    รอลุ้นตอต่อไปเจ้าค่ะ

    • แต่ละคนน่าสงสารไปคนละแบบ เจอปัญหามาคนละอย่างแต่ให้เทียบ อาคาชิเจออะไรมาหนักกว่านะ พ่อก็เข้มงวด แถมพ่อกับแม่ก็มีปัญหากัน เด็กอายุแค่ 4-5 ขวบต้องมาเจออะไรแบบนี้ คือกดดันมาก ทีนี้คงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเทนชิถึงสงสาร อคช เพราะปัญหาของอคช ที่เกิดขึ้น มาจากความผิดของผู้ใหญ่สองคน เอาแต่ความสุขเป็นหลักจนลืมนึกถึงลูก ขณะเดียวกันเซย์นันกับเทนชิก็แค่ทำตามหัวใจ ใช่ว่าผิด แต่มันผิดสถานะไปแล้ว ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันก็ยังเยื่อใยอีก ฮิเมะที่ไม่รู้เรื่องราวเป็นคนที่ชีวิตมีดีมาตลอดเจอแบบนี่เคว้งช็อกค่ะ

  8. เรื่องนี้มีแต่ตัวละครน่าสงสารอ่ะ
    น่าสงสารคนละแบบ
    น้อง ครก.เป็นเหมือนที่ระบายอารมณ์ของนายน้อย
    นายน้อยมีปมในอดีต
    แม่ของนายน้อยมีปัญหาทางจิต
    จะบอกว่าถ้ามานั่งอ่านเร่ืองนี้รวดเดียวคงเหนื่อยอ่ะ
    ทั้งดราม่าทั้งค้ำคอร์
    ส่วนแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในเรื่องก็ทาบรัศมีพระเอกที่นิสัยเยี่ยงซาตานไม่ได้อีก
    เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออออออออ

    • ทุกคนมีปมด้วยกันหมดเลยค่ะครอบครัวนี้ ทั้งพ่อ แม่ อคช แม่น้องครก ส่งผลต่อมายังลูกและกลายเป็นปัญหาทุกสิ่ง เนื้อหาเรื่องนี้หนักพอตัวนะทั้งค้ำคอร์ไม่พอยังมีเรื่องปัญหาครอบครัว แรงกดดันสารพัดอีก มิเนะกับคิเสะในเรื่องคือตัวละครที่ออกมาเพิ่มความสดใสให้คลายเครียดบ้างในบางครั้ง 555

  9. นายน้อยเป็นคนสองบุคคลิก!!

    อารมณ์แบบ อาคาชิคือนายน้อยปกติ แต่เซย์จูโร่ คือนายน้อยที่เก็บกดจากอาคาชิ แล้วระเบิดตู้มเป็น เซย์

    /มโน

    ถ้าเกิดน้องเป็นคนถอยแบบขอพ่อออกมาจากบ้านหลังนั้นมาเรียนโรงเรียนประจำ ท่านจะยอมไหม หรือคิดว่าตัวเองชนะแล้ว =_=

    ถ้าเกิดน้องท้องขึ้นมา ท่านคงรู้สึกชนะ? แบบน้องมีตราบาปติดตัวไม่พอยังตั้งท้องกับพี่ที่มีสายเลือดเดียวกันครึ่งหนึ่ง

    งานนี้หวังว่าจะจบ แฮปปี้นะคะ T^T

  10. ตอนนี้หดหู่มากค่ะ เเต่ปมก็ค่อนข้างคลี่คลายไปในหลายๆอย่าง
    ท่านพ่อกลับมาเพื่อช่วยดำเนินเรื่องไปในทางที่ดีขึ้นสินะๆๆ อย่างน้อยๆก็เริ่มเห็นเเสงสว่างจากปลายอุโมงค์
    ตอนเริ่มเรื่องมาบ้านอาคาชิ อึมครึมมาก เป็นมื้อเช้าที่ดูน่าหดหู่จริงๆยิ่งเห็นปฏิกริยาของน้อง…กินข้าวลงก็แปลกเเล้ว ทั้งๆที่เรื่องราวเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน เเต่สำหรับคนที่ต้องเจอเรื่องเเบบนี้มันยาวนานมาก เเละหวังว่าจะมีใครซักคนมาช่วยเหลือ (เเต่เค้าก็แอบชอบตอนนายน้อยนั่งเเต่งตัว เเล้วลุกมาปาดมุมปากน้องนะคะ เซะซี่มากกกก…เเต่ก็เฟลมาก ปล่อยน้องเก็บของทำความสะอาดอยู่คนเดียว ตัวเองปล่อยไปแล้วก็สบายใจเฉิบเชียว ชริ)
    เเต่ฉากที่อบอุ่นใจที่สุดคือตอนที่อาโฮ่สารภาพรักกับน้องอ่ะค่ะ เหมือนเห็นบรรยากาศอบอุ่นลอยขึ้นมา เเต่พอน้องมองมาที่ตัวเองก็แบบ เหมือนวูบไปเลยอ่ะค่ะ ความรู้สึกดีที่ได้รับมามันหายวับไปหมดเลย ยิ่งพอน้องได้สบตากับนายน้อย ก็ยิ่งน่ากลัวอ่ะค่ะ…รายนี้ก็เรียกฟ้าเรียกฝนซะ โมโหทีฟ้าครึ้มเชียว 555
    เเต่พอท่านพ่อเริ่มเปิดเผยอดีตก้เริ่มเข้าใจว่าผลของการกระทำทุกๆอย่างมันย่อมมีผลมาจากอดีตจริงๆ อดีตจากพ่อ-เเม่ที่สร้างตัวลูกในวันนี้ขึ้นมา ก็จริงค่ะว่านายน้อยกับน้องน่าสงสารกันทั้งคู่ เเต่ดีอย่างหนึ่งที่ว่า น้องเป็นเด็กที่ได้รับความรักทั้งจากพ่อเเละเเม่ เเม้จะไม่ได้อยู่กับพ่อ น้อยใจพ่อ เเต่น้องก็ยังได้รับความรักจากแม่ ในขณะที่นายน้อยกลับไม่ได้รับความรัก เเละการปกป้องจากแม่ เเละพ่อที่ควรจะคอยดูแล กลับละเลยไป…เเต่ว่าสิ่งที่นายน้อยทำกับน้องก็ไม่ถูกต้องเหมือนกัน…จะรอเฉลยปมในตอนหน้านะคะ
    ป.ล.เสียใจกับพ่อบ้าน….อ่านเเล้วใจหายที่พ่อบ้านกลายเป็นเเบบนี้ พ่อบ้านมาซากิเป็นหนึ่งในตัวละครที่ชอบมากๆคนนึงเลยค่ะ ทำไมกันนะ…คงจะเพราะเป็นคนธรรมดาที่คอยดูเหตุการณ์อยู่วงนอกล่ะมั้งคะ 555
    รอตอนหน้านะคะ ขอบคุณค่ะ^^

    • เป็นมื้อเช้าที่อึดอัดสุดๆ ทั้งที่ควรดีใจมาอยู่พร้อมหน้ากันแท้ๆ อาคาชิยังเห็นน้องเป็นที่ระบายความใคร่ความสนุกของตนเสมอ กดขี่ได้กดแหลกหลานกะไม่ให้งมหัวขึ้นเลย ตอนนี้อบอุ่นสุดคือมิเนะเข้ามาซอฟบรรยากาศแต่ขณะเดียวกันไปเปิดประตูดาร์กไซด์อาคาชิเข้าให้ อดีตของทุกคนต้นตอมาจากผู้ใหญ่หมด ต่างคนต่างมีเหตุให้น่าสงสาร คนที่หนักสุดคืออาคาชินี่แหละตอนหน้าจะเฉลยปมแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต พ่อบ้านมาซากิรู้เรื่องทักอย่างคนเก่าแก่ คอยดูแลทุกอย่างแล้วก็เป็นคนที่ถูกความยันของอาคาชิสังเวย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s