[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part22

 

Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

Kuroko no love 22

 

 

 

“น…นี่เหรอโรงยิมของ ‘ไคโจ’ “

 

เหล่านักกีฬาบาสเก็ตบอลในชุดยูนิฟอร์มแขนยาวสีขาวดำแถบแดงปักอกซ้ายว่า ‘ Seirin ‘ พากันตกตะลึงอ้าปากค้าง ยามมองไปรอบๆ  ทั้งความกว้าง แสตนนั่งชม พื้นไม้ขัดเงาระยิบระยับเคลือบแลกเกอร์สวยงามกับ แป้นบาสสูงตระหง่าบนสนามแข่งทั้งสองฝั่ง  สมาชิกชมรมที่มีมากมายจนเกือบถึง 100 คนเป็นอย่างต่ำ แถมยังมีโปรแกรมการฝึกภายใต้การดูแลของสวัสดิการสาวๆที่จัดเตรียมมาอย่างพร้อมสรรพ

 

 

..เอาไปเทียบกับโรงยิมของเซย์รินแล้ว..ต่างกันราวกับฟ้ากับเหว

 

 

“เห็นโรงยิมของไคโจแล้วถึงกับอ้าปากค้างเลยเหรอเซย์ริน”  เสียงหวานสดใสทักทายทำให้เหล่านักกีฬาชมรมบาสเก็ตบอลจากต่างถิ่นต้องหันไปมอง ร่างสูงเพรียวในชุดกระโปรงนักเรียนสีเทาสั้นก้าวขาเรียวยาวสวมถุงน่องแนบเนื้อสีดำสนิท ท่อนบนเป็นเสื้อวอร์มแขนยาวยูนิฟอร์มของนักกีฬาบาสเก็ตบอลสีน้ำเงินแทบขาว ตราสัญลักษณ์คันจิบนอกซ้ายปักไว้เด่นชักว่า ‘ไคโจ’ ก้าวเดินเข้ามามือเรียวปัดเส้นผมสีทองยาวสลวยระยิบระยับดัดลอนไปไว้ได้หลังเผยให้เห็นต่างหูสีเงินข้างเดียว

 

“อย่างว่าล่ะนะ..ไคโจน่ะคือโรงเรียนที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆในเรื่องชมรมบาสเก็ตบอล เทียบเท่าได้กับมหาราชา 3 โรงเรียนแห่งโตเกียวก็ว่าได้”

 

วาจาดูถูกสร้างความไม่พอใจให้แก่เหล่าสมาชิกทีมเซย์รินเป็นอย่างมาก ทุกคนขมวดคิ้วชักสีหน้าออกมา กระนั้นหาได้ทำให้นางแบบสาวสนใจ  ดวงเนตรสีอำพันปราดตรงไปยัง คุโรโกะ เท็ตสึยะให้ยูนิฟอร์มสีดำขาวแถบแดงปักตราอกไว้ว่า ‘ Seirin’  ที่เคยเป็นอดีตสมาชิกร่วมทีมสมัย ม. ต้น  สาวน้อยจำแลงกายเป็นชายตัวเล็กๆกลืนจนแทบไม่ทันสังเกตในทีม

 

“อย่าลืมสัญญาล่ะ คุโรโกจจิ แต่ถึงยังไงทีมของฉันก็ชนะเซย์รินได้ใสๆอยู่แล้ว”

“อย่าประมาทจะดีกว่าค่ะ คิเสะคุง”

 

สองสาวจ้องตากันเขม็ง ไม่มีใครยอมใครบรรยากาศอึกครึมแผ่กระจายกดดันเสียจนเหล่าลูกทีมทั้งไคโจและเซย์รินร้อนๆหนาวๆไปตามๆกัน

 

 

 

ซ้อมแข่งบาสหรือจะเปิดศึกตบกันแน่!!?

 

 

ผัวะ!!!!!!

 

ฝ่ามือแกร่งปริศนาฝาดเข้าหลังหัวสาวผมสืทอง นางแบบสาวผู้มาดมั่นถึงกับเซถลาล้มทรุดหน้าคะมำพื้น แทบเท้าคุโรโกะทันที

 

“โอ๊ย!!!!เจ็บนะรุ่นพี่!!!!!”

“อย่ามาเสียมารยาทกับแขกแบบนี้คิเสะ!!!ถ้ายังเป็นแบบนี้อีกคราวหน้าฉันจะถีบให้กระเด็น!!” เสียงทุ้มขู่คำรามก้องไปทั่วทั้งโรงยิมทำเอานักกีฬาไคโจขนลุกไปตามๆกับ  คิเสะถึงกับหน้าหงอพองแก้มไม่พอใจนั่งลูบหลังหัวปอยๆ เป็นลูกหมาไม่เหลือเค้าราชินีจิ้งจอกเย่อหยิ่งซักนิด

 

“ต้องขอโทษแทนยัยบ๊องนี่ด้วย  ฉันคาซามัตสึ ยูกิโอะ กัปตันของทีม” คาซามัตสึ ยูกิโอะ เป็นชายร่างเล็กแต่กลับมีร่างกายที่แข็งแรงกำยำ เห็นได้จากกล้ามมัดที่แขนและขาบ่งบอกว่าเจ้าตัวได้รับการฝึกซ้อมทางร่างกายมาเป็นอย่างดี  เขายื่นมือตรงมายังชายหนุ่มเรือนผมสีดำสวมแว่นตาที่นำทีมอยู่ตรงหน้าซึ่งดำรงตำแหน่งกัปตันของทีมเซย์ริน

“ฉันไม่ถือสาหรอก ฮิวงะ จุนเปย์ กัปตันของเซย์ริน ขอบใจนะที่ยอมเป็นคู่ซ้อมแข่งให้กับทีมของพวกเรา”  ฮิวงะจับมือตอบ

“ต้องบอกว่าเพราะยัยคิเสะนี่ต่างหาก อ้อนโค้ชซะจนต้องยอมเซนให้”  คาซามัตสึพยักเพยิดไปทางสาวน้อยผมทองดัดลอน คุโรโกะพอจะเดาออกได้ในทันทีว่าเจ้าตัวใช้ความสวยเข้าหา แค่กระพริบตาสามทีก็ลากผู้ชายมาเป็นข้ารับใช้ได้แล้ว

 

 

คิเสะ เรียวตะ..เปลี่ยนไป…จากลูกหมาตัวน้อยเติบโตเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์

 

 

“ฮะๆ งั้นเหรอ..” ฮิวงะหัวเราะแห้งๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าที่พวกเราทุกคนได้มายืนอยู่ตรงนี้ เพราะโค้ชหน้าม่อโดนสาวสวยใช้เสน่ห์เข้าล่อหรอกเหรอเนี่ย คิดแล้วก็อนาถใจเหลือเกิน…

 

 

แปะๆๆ

 

เสียงปรบมือดังขึ้นจากแสตนนั่งชมด้านบนหยุดการซ้อมบาสของสมาชิกชมรมโรงเรียนไคโจ ทุกคนเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับบุรุษวัยกลางคนร่างท้วมสวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมสองเม็ดด้านบนให้ชั้นคอหนาใหญ่ได้ขยายตัว ดวงตาหยีเล็กปราดตรงไปยังทีมบาสเก็ตบอลเล็กๆผู้มาเยือนครู่หนึ่งแล้วเดินลงบันไดมาหาพวกเขาเหล่านั้น

 

“พวกเธอคือเซย์รินสินะ ฉันเกนตะ เป็นโค้ชของชมรมบาสไคโจ..แล้วโค้ชของพวกเธอ ?”

“หนูเองค่ะ ไอดะ ริโกะ ค่ะ”  เด็กสาวผมสั้นสีน้ำตาลติดกิ๊ฟแอปเปิ้ลกล่าวแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มสดใส

“อะไรนะ!!?เด็กผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ!!”  ชายร่างอ้วนเบิกตากว้างอ้าปากค้างตะลึงพรืด  ปฏิกิริยาของทุกคนฝั่งไคโจไม่ต่างอะไรจากครั้งแรกที่เหล่าเด็กปีหนึ่งเซย์รินรู้ว่าโค้ชของทีมกลายเป็นสาว ม.ปลายปี 2 ตัวเล็กๆธรรมดาๆคนนี้

 

 

 

..ไม่ธรรมดาแหะ..น่าสนใจ..

 

โค้ชร่างท้วมพยักหน้า ตอนแรกเขาเองก็นึกเหนื่อยใจที่ดันเผลอไปเซ็นใบอนุญาตแข่งขันเพราะโดนลูกอ้อนของคิเสะเข้าจนใจอ่อนยวบ ดูท่า..คงจะไม่น่าเบื่อกว่าที่คิด  ก่อนจะตบมือเรียกรวมตัวสมาชิกของชมรมมาเข้าแถวเรียงหน้ากระดาน ระหว่างนั้นคิเสะลุกขึ้นจากพื้นปัดฝุ่นที่กระโปรงมายืนอยู่ข้างๆอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน

 

“อย่างที่รู้กันว่าวันนี้ชมรมบาสเก็ตบอลเซย์รินจะมาขอซ้อมแข่งก่อนการแข่งรอบคัดเลือกอินเตอร์ไฮน์ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวกันด้วยล่ะ”

 

สิ้นคำกล่าวแนะนำกันและกันผ่านปากของโค้ชร่างท้วม บรรยากาศจากฝั่งไคโจกดดันเข้ามาในทันที เหล่าทีมเซย์รินถึงกับสะดุ้งเหงื่อกาฬไหลย้อยแต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ ฉีกยิ้มพกความมั่นใจว่าตัวเองก็แน่ไม่แพ้กันออกมา  คางามิ ไทกะ เป็นคนเดียวที่ไม่รู้ถึงแรงกดดันเหล่านั้น เจ้าตัวยืนล้วงกระเป๋าเบ้ปากเลิกคิ้วสองแฉกสูงมองทีมฝ่ายตรงข้ามที่ผู้จัดการของรุ่นปาฏิหาร์ยเลือกสรรที่จะเข้ามาอยู่

 

การดวลบาสกับคิเสะวันนั้นทำให้เขาทึ่งในความสามารถของหญิงสาว..ฝีมือการเคลื่อนไหวที่ก็อปปี้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบและรวดเร็วนั่น หากเป็นชายหนุ่มคงได้เป็นเอซของทีมมาต่อสู้กับเขาไปแล้วในวันนี้

 

“ยัยหัวทองนั่นเป็นผู้จัดการทีม แล้วแบบนี้จะมีประโยชน์อะไรกัน”  คางามิพึมพำระหว่างนั่งวอร์มอัพบิดหัวไหล่สลับไปมาบนม้านั่งฝั่งที่ไคโจจัดเตรียมไว้ให้เป็นที่พักรอบของเซย์ริน

“จริงอยู่ที่คิเสะคุงไม่ได้ลงแข่งด้วยตัวเอง แต่…ผู้หญิงคนนั้นน่ะไม่ธรรมดาหรอกนะคะ” คุโรโกะ เท็ตสึยะ ในชุดฟอร์มนักกีฬาเซย์รินสีขาวแทบดำกับตัวเลขเบอร์ 11 ตรงกลางนั่งสวมสายรัดข้อมือสีดำทั้งสองข้าง หนุ่มเรือนผมสีแดงน้ำตาลไหม้ชี้ยุ่งเลิกคิ้วด้วยความฉงนสงสัยในคำเตือนของเงาลวงตา ซึ่งแท้จริงคือเด็กสาวปลอมตัวในฐานะผู้ชายเข้ามาร่วมการแข่งขันหมายมั่นเอาชนะและแสดงจุดยืนบาสที่ถูกต้องให้กับรุ่นปาฏิหาร์ย

 

 

คิเสะ เรียวตะ..ผู้หญิงที่ถูก ‘เจ้าชาย’ เลือกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเช่นเดียวกับเธอ

คิเสะ เรียวตะ..ผู้หญิงที่ถูกเลือกให้อยู่เคียงข้างบังลังค์ของ ‘จักรพรรดิ์’

 

 

 

“เหอะ!!จะยังไงก็แล้วแต่ ถ้าเธอพูดมาแบบนี้ล่ะก็ฉันชักจะเลือดร้อนขึ้นมาซะแล้ว!!”  ปากหนาแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวฟัน หนุ่มผิวสีน้ำผึ้งกร้านแดดพองามชกกำปั้นลงกับฝ่ามือแล้วลุกจากม้านั่งไปเข้าแถวเรียงกลางสนามด้วยใจอันร้อนรุ่มตื่นเต้นยิ่งกว่าอะไร ทุกคนเข้าแถวหน้ากระดานอยู่คนละเขตแดนโดยมีเส้นสีขาวกลางสนามแบ่งคัน  ต่างฝ่ายต่างโค้งตัวเคารพกันและกันเพื่อเป็นมารยาทก่อนจะแยกย้ายไปประจำตำแหน่งของตนตามแผนที่โค้ชแต่ละฝ่ายเตรียมการเอาไว้ให้

 

“เบอร์ 11 นั่นเหรอ..เพื่อนของคิเสะจัง”  หนุ่มผมดำหวีเรียบเป๋ไปทางขวาจ้องมองคนเรือนผมสีฟ้าสั้นชี้ยุ่ง นัยน์ตาสีนิลเรียวเล็กสำรวจมองตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ว่าจะมุมไหนๆ ก็ดูเป็นแค่ผู้ชายตัวเล็กผอมบาง แถมจืดจางจนไม่ทันสังเกตถ้าคิเสะไม่ชี้นิ้วให้ดู

“ใช่แล้วล่ะรุ่นพี่โมริยามะ นั่นแหละคุโรโกจจิล่ะ..เห็นแบบนั้นน่ะสุดยอดมากๆเลยนะ”

“สุดยอด?”  โมริยามะทวนคำพูดอีกฝ่ายอย่างงุนงง มองยังไงๆก็ไม่น่าจะเข้ามาเป็นตัวจริงในทีมได้ด้วยซ้ำ

“คิก..เดี๋ยวรุ่นพี่โมริยามะก็จะเห็นเองแหละ คุโรโกจจิน่ะ..”  คิเสะเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วพูดต่อด้วยรอยยิ้มเย้า นัยน์ตาสีอำพันเต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและศรัทราซึ่งยากนักจะเห็นได้จากอีกฝ่าย

 

“เป็นคนเดียวที่ฉันไม่สามารถลอกเลียนแบบได้”

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ..เงาลวงตาที่คว้าหัวใจของ ‘แสงสว่าง’ ไปครอบครอง

คุโรโกะ เท็ตสึยะ..เงาลวงตาที่มุ่งมั่นเพื่อตามหารักแรกเพียงหนึ่งคือ ‘เจ้าชาย’

 

 

 

“เข้าประจำที่!!!!”

คางามิ ไทกะ ยืนจังก้าวางกล้ามอยู่ในตำแหน่งศูนย์หน้าเอซของทีมประจัญหน้ากับคาซามัตสึยืนทำหน้านิ้วคิ้วขมวดจริงจังต่อการแข่งขันสมกับมาดกัปตันไคโจ  กรรมการการแข่งซึ่งเป็นสมาชิกตัวสำรองระดับ 3 ของทีมบาสไคโจยืนถือลูกบาสไว้ตรงกลางเส้นรอสัญญาณมือจากด้านนอกสนาม

“เริ่มการแข่งได้!!!!”    นกหวีดดังก้องสนาม บอลลอยสูงขึ้นสู่ฟ้า ต่างฝ่ายต่างกระโดดตัวลอยเอื้อมมือเพื่อคว้าเพียงบอลทรงกลมสีแดงอิฐมาไว้ครอบครองในมือ!!!แต้มแรกใครได้ก่อนคือผู้รุกเกมส์ข่มสนาม!!!

 

 

ผัวะ!!!!!

 

“ไปเลยคางามิ!!!!!”

 

ร่างสูงผมสีน้ำตาลแดงไหม้ชี้ยุ่งชิงตบบอลได้ก่อน ทันทีที่เท้าถึงพื้นเขาไม่รีรอให้เสียเวลา วิ่งเข้าบุกสนามหมายทำแต้มแรกกดดันทีมไคโจให้ตกตะลึงใจร่วงไปถึงตาตุ่มในตาแรก และ…ก็ได้ผลอย่างที่คาดการณ์ไว้

 

 

ปึง!!!!!

 

“ 1:0 ”    คางามิ ไทกะ กระโดดดังก์บอลเข้าห่วงเต็มแรงจนแป้นโงนเงน สร้างความตกตะลึงให้แก่ทีมเจ้าถิ่น  คางามิ ไทกะลำพองใจจนตัวเต้นที่ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการ ได้ประกาศศักดาของทีมตัวเองให้คู่ต่อสู้ได้รู้ว่ามีดีแค่ไหน สมาชิกในทีมวิ่งเข้ามาตบมือ ชกไหล่ ตบหลัง ชื่นชมเขา ตามด้วยคนสุดท้ายคือคุโรโกะที่วิ่งเหยาะๆเข้ามายื่นกำปั้นให้เขา

 

“เยี่ยมมากค่ะ คางามิคุง”  สาวจืดจางผมฟ้าตัดสั้นจำแลงกายเป็นชายกล่าวชื่นชมด้วยรอยยิ้มบางๆ นัยน์ตาสีเพลิงเรียวคมมองกำปั้นน้อยๆ นั่น อยู่นานครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกลับแล้วชนกำปั้นตอบ

 

 

การแข่งดำเนินไปครึ่งแรกของการแข่ง ผลคะแนนออกมาเป็นที่น่าพออกพอใจให้กับริโกะ นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลจ้องมองคะแนนบนแผ่นพลิกป้าย ตอนนี้เซย์รินนำอยู่ที่  18 : 12   ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แสดงว่า พวกเราทุกคนมีโอกาสเอาชนะทีมระดับต้นๆของประเทศได้ ถือว่าเป็นก้าวแรกของความสำเร็จอันน่าพอใจ

“รักษาระดับตอนนี้เอาไว้ให้ดี ในช่วงท้ายเกมส์เราจะเล่นยุทธวิธีเกมส์เร็ว จะได้ปิดการแข่งด้วยสกอลนำโด่งไปรวดเดียว”

“ง่ายกว่าที่คิดแหะ ตอนแรกฉันล่ะเกร็งแทบแย่ว่าจะต้องมาแข่งกับไคโจ” โคกาเนะชายหนุ่มหน้าแมวยกผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อหันไปคุยกับมิโตชิบะที่กำลังดื่มน้ำในขวด เจ้าตัวพยักหน้าเออออเงียบๆตามประสาคนไม่ค่อยพูดค่อยจา

 

 

“แต่ฉันว่า..พวกเขาเหมือนกำลังลองเชิงพวกเราอยู่นะคะ”

 

จู่ๆ นักกีฬาเบอร์ 11 กลับพูดแทรกขึ้นด้วยสีหน้ากังวลใจ สร้างความประหลาดงุนงงแก่สมาชิกร่วมทีม ทุกสายตาหันมามองคุโรโกะเป็นตาเดียว   ฮิวงะกัปตันทีมกระพริบตาปริบๆพลางยกผ้าขนหนูซับเหงื่อบนหน้า

“หมายความว่าไงคุโรโกะ?”  หนุ่มสวมแว่นทรงรีถาม

“จนถึงตอนนี้คิเสะคุงยังไม่ลุกมาพูดจากับลูกทีมเลยซักนิด..ไม่สิ..คิเสะคุงยังไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งเลยด้วยซ้ำ” ตาสีฟ้าอ่อนกลมโตละสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยของทุกคนมายังม้านั่งในฝั่งตรงข้ามอีกด้านหนึ่งของสนาม คิเสะ เรียวตะทำเพียงนั่งไขว่ห้างเท้าคางจิ้มมือถือเล่นไม่สนใจการแข่งใดๆทั้งนั้น

 

 

 

“คิเสะพูดตามตรงเลยนะโคตรจะหงุดหงิดเลยที่ต้องกั๊กความสามารถแบบนี้” คาซามัตสึ ยูกิโอะ กัปตันทีมเดินเข้ามายืนขวางตรงหน้าผู้จัดการทีม

 

“รุ่นพี่นี่ก็ใจร้อนจัง..ไม่น่ารักเอาซะเลย เนอะ รุ่นพี่โมริยามะ”  คิเสะ เรียวตะพองแก้มแง่งอน พับฝามือถือสีดำเก็บในกระเป๋าสะพายข้างตัวแถมไปหาแนวร่วมเป็นชายหนุ่มหน้าหยกใสสะอาดข้างตัว

“นั่นสิ คาซามัตสึนี่ไม่ไหวเลยเป็นมนุษย์เมนส์หรือไงกัน..แอ๊กกกกกกก”   โมริยามะทำท่าเห็นดีเห็นงามกับนางแบบสาวจนน่าหมั่นไส้เลยโดนกัปตันถีบเปรี๊ยงเข้าให้หนึ่งดอกแสกหน้า  คิเสะหน้าซีดมองชายหนุ่มหน้าหยกมีรอยรองเท้าประดับแดงหร่าแบบนั้น..ชักจะไม่สนุกเอาเสียแล้ว  เจ้าตัวยิ้มแห้งๆสู้บุคคลมากอำนาจที่กำลังคันบาทาอาจจะกระทืบเธอเป็นรายต่อไป ก่อนกระแอมเสียงไล่ลำคอ  หันหน้าไปยังสมาชิกในทีมไคโจที่กำลังนั่งพักผ่อนดื่มน้ำดื่มท่า ในช่วงสั้นๆ ที่ทุกคนได้สบตาสีอำพันคู่งาม  พวกเขาหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ทั้งหมดพร้อมใจกันลุกขึ้นมายืนล้อมรอบสาวผมทองสว่างดัดลอน

 

ปลายนิ้วเกี่ยวเส้นผมสีทองทัดหลังหูซ้ายประดับต่างหูสีเงิน  ดวงเนตรคู่งามหลับตาครู่หนึ่งแล้วค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ เผยอัญมณีสีอำพันแพรวพราวแสนเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากอิ่มชมพูระเรื่อยิ้มเหยียดขยับพูดด้วยเสียงหวานโทนเรียบเย็น

 

“จากนี้ไปขอให้ทุกคนฟังฉันให้ดี..ทุกอย่างของเซย์รินฉันลอกเลียนแบบได้หมดแล้ว”

 

 

.

.

 

 

การแข่งครึ่งหลังดำเนินต่อ ทว่า..คราวนี้คุโรโกะกลับสัมผัสได้ถึงความกดดันที่แผ่ออกจากทีมไคโจ ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตหรี่มองทีมฝ่ายตรงข้ามในอีกฝากของสนาม  เธอใจคอไม่ดีจึงเขยิบตัววิ่งเข้ามาประชิดคู่หูแสงของตนแล้วกระซิบเสียงแผ่วเบา

“คางามิคุง”

“ห่ะ!!ตกใจหมดเลย!!มีอะไรเหรอ?” จนแล้วจนรอดคางามิก็ยังทำใจให้ชินกับการผลุบๆโผล่ๆมาแบบไร้ตัวตนของสาวจำแลงเรือนผมสีฟ้าอ่อนเสียไม่ได้ นัยน์ตาสีเพลิงหลุบมองดวงหน้าไร้อารมณ์ครึ่งซีกซึ่งตอนนี้กำลังยืนขมวดคิ้วจ้องไปยังคู่ต่อสู้ตรงหน้า ทำเอาเขาประหลาดใจไม่น้อยที่คนตัวเล็กๆแสดงสีหน้าออกมา

“ระวังตัวไว้ด้วยนะคะ ฉันว่าคราวนี้ไคโจไม่ธรรมดาแล้วค่ะ”

“หา?”

 

 

ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

นกหวีดเป่าเสียงดังลั่นโรงยิม การแข่งขันในครึ่งหลังเริ่มขึ้นบอลถูกฮิวงะตบแย่งไปแล้วผลัดส่งให้อิซิกิ ชุน นัยน์ตาสีดำเรียวคมหกวาดมองพื้นที่โดยรอบพลางเดาะลูกอยู่กับพื้น สายตาคมกริบที่ได้รับการฝึกฝนดั่งนกอินทรีมองเห็นช่องโหว่จึงส่งบอลให้มิตสึชิบะที่ยืนรออยู่เงียบๆ  ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตอนนี้เซย์รินกำลังรุกเข้าทำแต้ม มิตสึชิบะส่งลูกกลับไปยังคุโรโกะที่วิ่งมารอรับ หญิงสาวใช้ความจืดจางพาสบอลไปอย่างรวดเร็วไปที่..

 

“คางามิ!!!!”

 

เอซแห่งเซย์รินรับลูกมาไว้แล้ววิ่งฝ่าทะลวงเข้าบุกหมายทำแต้ม แป้นบาสตรงหน้าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว แค่กระโดดแล้วดังก์!!

 

 

 

ผัวะ!!!!!!

 

 

“!!!!!!!!!!”

 

“เยี่ยมฮายากามะ!!!จัดการเลย!!!”  ฮายากามะหนุ่มตัวเล็กเลือดร้อนแหกปากคำรามฮึกเฮิมเข้ามาตัดบอลแย่งไปจากร่างสูงผมสีแดงน้ำตาลไหม้ คางามิเบิกตาโพล่งตกตะลึงรีบหันไปมองทีมไคโจที่เริ่มรุกเข้ามาในเขตแดนเซย์ริน

“สกัดเอาไว้!!!”  ฮิวงะตะโกนสั่งพร้อมวิ่งดาหน้าเข้ามาหมายบล็อกทีมของอีกฝ่าย ทว่า..ฮายากามะกลับกระโดดขึ้นเสียอย่างงั้น

“ชู้ตกลางอากาศเหรอ!!!” มิตสึชิบะ อิสึกิ และคุโรโกะรีบกระโดดตัวชูแขนขึ้นสูงกางกั้นไม่ให้ลูกบาสผ่านไปถึงแป้นของพวกเขา แต่ผิดคาด!!ฮายากามะกลับกระแทกลูกลงพื้น หนุ่มร่างสูงหวีผมเป๋ทาเจลหนาปึกวิ่งเข้ามาด้วยรอยยิ้มเก็กหล่อรับบอลไป

 

“แย่ล่ะสิ!!นั่นมันเฟค!!!”

 

ปึง!!!!!

 

“18 : 15 ลูกสามแต้ม!!!”   สวัสดิการสาวประกาศคะแนนทางโทรโข่ง ตามด้วยแผ่นป้ายพลิกเปลี่ยนคะแนนไป ตอนนี้ไคโจไล่ตีตื้นขึ้นมาแล้ว เหล่านักกีฬาในชุดฟอร์มสีน้ำเงินแถบขาววิ่งเข้ามาตบไหล่หนุ่มหน้าตี๋ผมเป๋เรียบกันยกใหญ่  อิซึกิ ชุนจ้องมองสถานการณ์โดยรอบไม่ต่างกับกัปตันทีมและตัวคนจืดจาง ทั้งสามเริ่มจับสถานการณ์อันตรายบางอย่างที่แผ่ออกมาจากไคโจ

“ดูท่าพวกนั้นจะเริ่มเอาจริงแล้วสินะ” ฮิวงะเอ่ยทั้งเสียงเครียด

“หมอนั่นแย่งลูกจากคางามิได้ ทั้งๆที่คางามิเคลื่อนที่เร็วขนาดนั้น..เป็นไปได้ไงกัน” อิซึกิอุทาน

 

 

 

..เริ่มแล้วสินะ.. ‘ Copy Perfect  ’

 

 

ร่างเล็กบางปลอมตัวเป็นนักกีฬาชายร่วมลงสนามเช็ดเหงื่อบนหน้าด้วยหลังมือ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนไร้อารมณ์เหลือบมองไปยังสตรีผมทองดัดลอนที่นั่งไขว่ห้างบนม้านั่งริมสนาม คิเสะรู้ตัวว่าถูกจับจ้องจึงหันมาสบตาเธอ พลัน!!ริมฝีปากอิ่มบนดวงหน้าสวยโฉบยกยิ้มมุมปากท้าทาย

 

 

 

การต่อสู้ระหว่าง ‘นางจิ้งจอก’ กับ ‘เงาลวงตา’ พนันเพียงสิ่งหนึ่ง

‘เจ้าชาย’ ผู้กลายเป็น ‘ราชันย์’

 

 

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงต่อมาคะแนนพลิกล็อคจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนี้เซย์รินกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เคร่งเครียดอย่างหนัก ไอดะ ริโกะ ยืนเท้าสะเอวมองสมาชิกในทีมนั่งหายใจหอบหนักจนเหงื่อโชกต้องอาศัยผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นซับเหงื่อไคลตามใบหน้าและตามลำคอ

 

“ 20 : 45 พวกนั้นอ่อนข้อให้พวกเราในครึ่งแรกจริงๆด้วย” ริโกะกล่าวทั้งสีหน้าตึงเครียด

“พวกนั้นเหมือนรู้การเคลื่อนไหวของเราตลอด แถมเล่นเอาจุดบอดของพวกเราอีก” อิซึกิ ชุนอธิบายสิ่งทีเกิดขึ้น คางามิ ไทกะที่ออกแรงไปอย่างไม่บันยะบันยังตามประสาคนเลือดร้อนนั่งหายใจถี่แรงกว่าใครเพื่อน ในบรรดาสมาชิกในทีมทั้งหมดก็มีแต่หนุ่มเจ้าของดวงตาสีเพลิงผู้นี้ที่โดนอีกฝ่ายปั่นหัวมากที่สุด

“พวกนั้น..ทำไม..ถึงได้กันฉันได้หมด หนีออกไปไหนก็ไม่ได้ พอจะถือบอลก็โดนแย่ง” เอซเซย์รินกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน คิ้วสองแฉกขมวดมุ่นเต็มไปด้วยความสับสนในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

“นี่เป็นความสามารถของคิเสะ เรียวตะสินะ” ริโกะถามจากเงาลวงตาอดีตสมาชิกในเทย์โควที่เคยร่วมทีมกับคู่ต่อสู้ในการซ้อมแข่งวันนี้

“คิเสะคุงสามารถเลียนแบบความสามารถใครก็ได้ทันทีที่เห็นในครั้งแรก เป็นคนที่เรียนรู้ได้รวดเร็วสุดในทีม แม้ว่าคิเสะคุงจะเป็นผู้จัดการแต่ก็เอาความสามารถนั้นมาวิเคราะห์จุดบอดพวกเราออกแล้วคิดแผนเล่นคืนกลับ” คุโรโกะพยักหน้าแล้วหยิบเอาผ้าขนหนูซับเหงื่อบนปลายจมูก  สิ่งที่เธออธิบายให้เพื่อนร่วมทีมฟังทำเอาทุกคนตะลึงพรืด

 

นั่นแปลว่า..คิเสะ เรียวตะ เลียนแบบความสามารถ ท่าทางการเล่นของพวกเขาทุกคนได้หมดแล้ว!!!

 

 

“นี่เหรอ..รุ่นปาฏิหาร์ย”

 

 

สัตว์ประหลาดอย่างที่ร่ำลือกันจริงๆ

 

 

“แล้วมันจะยังไงล่ะ!!!”  จู่ๆคางามิกลับโพล่งตะโกนเสียงดังลั่น ยืนพรวดพราดรวดเร็วสมาชิกทีมเซย์รินสะดุ้งตกใจเป็นแถว

“ก็ทำให้ยัยนั่นลอกเลียนแบบไม่ได้ก็สิ้นเรื่องจริงไหมล่ะ!!!”  พูดเหมือนง่าย..แต่ทำน่ะยากมาก  ทุกคนปริบตาละเหี่ยใจกับความบ้าของสมาชิกใหม่ผู้เก่งกาจได้เล่นสตรีทบาสกับชาวอเมริกามาแล้ว ถึงอย่างงั้น..คำพูดที่ดูไร้แก่นสารกลับปลุกเรียกกำลังใจคนในทีมออกมาล้นหลาม

“นั่นสิค่ะ..แค่ไม่ให้คิเสะคุงเลียนแบบได้ก็พอ”  คุโรโกะกล่าวแทรกทำตาโตเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เป็นปฏิกิริยาที่ดูเฉยชาจนยากจับเค้าอารมณ์ หญิงสาวผมสีฟ้าอ่อนเหลียวมองเพื่อนร่วมทีมทั้งหมดก่อนจะหยุดที่โค้ชสาว ริโกะหันมาสบตานิ่งเรียบของอีกฝ่ายเลิกคิ้วสูงฉงนสนเท่ห์

“มีอะไรเหรอคุโรโกะ”

“คือ…ฉันมีแผนค่ะ”  คนตัวเล็กบางผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบตามองนาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะเล็กของกรรมการ  “ครึ่งหลังภายใน 40 นาทีต่อจากนี้อยากให้ทุกคนส่งบอลมาที่ฉันให้หมดค่ะ”

“คุโรโกะแบบนั้นมัน..”

“มิสไดเร็กชั่นสามารถอยู่ต่อเนื่องได้แค่ 40 นาที ฉันจะใช้โอกาสนี้ทั้งหมดพาสบอลให้ทุกคนทำแต้มให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะถึงยังไง..” เธอเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยรอยยิ้มบางเปี่ยมความมั่นใจ

 

 

“จิ้งจอกไม่มีวันเลียนแบบเป็นเงาได้ค่ะ”

 

 

 

ในฝั่งของไคโจเต็มไปด้วยความเบิกบานใจที่นำคะแนนฝ่ายตรงข้ามได้ไปอย่างสบายๆภายใต้แผนการของคิเสะ เรียวตะ หญิงสาวผมทองดัดลอนสว่างไสวระยิบระยับหัวเราะในลำคอยามมองทีมบาสของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ยิ่งมองเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกเสียดายความสามารถของอีกฝ่ายเหลือเกิน

“คุโรโกจจิน่ะแพ้ตั้งแต่เลือกทีมแล้วล่ะ เสียใจด้วยนะ..คนที่จะชนะก็คือฉัน”

ผู้จัดการสาวบอกกับตัวเอง บอกให้อีกฝ่ายที่อยู่ไกลแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ยินแต่คงรับรู้ได้จากสายตาที่เธอส่งไป แน่นอนว่าดวงเนตรเฉยชานั่นยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจนกระทั่งถึงตอนนี้ที่คิเสะเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

 

เป็นความดื้อรั้นที่น่าสงสารนัก..จะมาหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้นะคุโรโกจจิ

 

 

 

การแข่งรอบตัดสินเริ่มต้นขึ้น โมริยามะเป็นฝ่ายได้บอลไปครองแล้วเดาะบุกทะลวงเข้าไป ผลัดส่งรับกับฮากายามะผู้เลือดร้อนจนมาถึงหัวกะโหลก หน้าตี๋ผมเป๋สะบัดยิ้มมุมปากปรายตามองไปยังผู้จัดการสาวแสนสวยพร้อมขยิบตาให้

 

ดูให้ดีนะคิเสะจัง  3 แต้มจากโมริยามะ โยชิทากะ ผู้นี้!!!!

 

 

ผัวะ!!!!

 

โมริยามะตาโตตกตะลึง!!บอล!!!บอลหายไปจากมือตั้งแต่เมื่อไหร่!!! จังหวะที่เขากำลังเหลอหลา คาซามัตสึตะโกนดึงสติเขากลับมาสู่การแข่ง “โมริยามะ!!บอลถูกแย่งไปแล้ว!!!”

ทีมไคโจแตกตื่นมองหาลูกบาสเก็ตบอลในสนาม ตอนนี้ไปอยู่ในมือพอยด์การ์ดตาอินทรีแห่งเซย์ริน ฮายากามะพุ่งตรงเข้าไปด้วยความบ้าคลั่งพร้อมแหกปากแสบแก้วหู

“บอลๆๆๆๆๆๆๆๆ”

 

ผัวะ!!!!!

 

“เฮ้ย!!!บอลลลลลลลลลลลลลลลลลลล”

“จะตะโกนหาหอกอะไรฮายากามะ!!!” กัปตันไคโจตวาดใส่ลูกทีมตัวเอง บอลที่ควรจะอยู่ในมืออิซึกิหายไปพริบตาเห็น และเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ จนทีมไคโจตื่นตระหนก พวกเขาเริ่มสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก

“อะไรกัน!!ทำไม..บอลถึงหายไป”  เหล่าลูกทีมไคโจอ้าปากหายใจหอบ พอมือเกือบจะได้แตะลูกแล้ว ทุกอย่างกลับกลายเป็นว่าหายไป..ราวกับว่า ‘ล่องหน’

 

 

ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางรับส่งลูกของทีมทั้งหมดโดยอาศัยมิสไดเร็กชั่น!!!

 

 

“คุโรโกจจิ!!!” คิเสะอ่านแผนการณ์อีกฝ่ายออกและไม่อาจทนนั่งอยู่เฉยได้ เธอลุกขึ้นพรวดตวัดสายตาดุกร้าวไปทั่วสนาม นัยน์ตาสีอำพันพยายามเพ่งมองหาผู้เล่นที่ซ่อนเร้นอยู่ในนั้น..แต่ก็ยังหาไม่พบ บอลถูกส่งไปถึงมือคางามิ ไทกะ หนุ่มร่างสูงกำยำแสยะยิ้มตื่นเต้นแล้วบุกทะลวงกระโดดทุ้มลูกใส่ห่วงด้วยมือเดียว

 

ปัง!!!!!

 

“ 21 : 45 “

 

เซย์รินทำแต้มได้แล้ว..และทำได้เรื่อยๆ จนตอนนี้คะแนนห่างกันเพียง 67 : 70  ถ้าเซย์รินทำ 3 แต้มได้ก็จะตีเสมอ ในระยะเวลานี้ คิเสะยังคงมองหาคุโรโกะไม่เจอ..เธอจับแผนการอีกฝ่ายได้ ไม่คิดเลยว่าจะมาไม้นี้ ปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นแนวเส้นขบฟันจนกรามขึ้นสัน มือเล็กกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

 

“อยู่ไหนๆ อยู่ไหนกันคุโรโกจจิ..”

 

 

จะแพ้งั้นเหรอ..แพ้คุโรโกจจิ…ไม่!!!ไม่มีวัน!!!

 

 

ถ้าขอเวลานอก..ความสามารถมิสไดเร็กชั่นจะเริ่มต้นขึ้นใหม่ กล่าวคือ..เป็นการนับ 40 นาทีใหม่ซึ่งทำให้หนทางเอาชนะยากขึ้นไปกว่าเดิม  ดวงเนตรสีอำพันเพ่งหาตัวนักกีฬาเบอร์ 11 อย่างเอาเป็นเอาตาย จนในที่สุด…

 

 

..ปีกซ้ายข้างผู้เล่นเบอร์ 10..

 

 

“รุ่นพี่ฮากาซามะ!!ที่ปีกซ้าย!!!”  สาวผมสีทองตะโกนลั่นเข้ามาในสนาม

คาซามัตสึหันไปมองตามทิศทางดังกล่าว เจอตัวนักกีฬาเบอร์ 11 ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนและกำลังเอื้อมมือไปรับลูกส่งจากฮิวงะ ทีมเซย์รินช็อกไม่คิดว่าแผนจะแตกเร็วขนาดนี้!!

“นายนี่เองที่พาสบอลให้ทีม!!”  ฮากายามะไวกว่าวิ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงหมายพุ่งไปตัดบอลแย่ง ทว่า..ความเร็วที่หยุดไม่อยู่ประกอบกับมองเห็นคุโรโกะอยู่ในสายตาเพียงเสี้ยววินาที ศอกของคนหนุ่มเหวี่ยงกระแทกเข้าโดนศีรษะร่างเล็กเข้าเต็มแรงจนเจ้าตัวล้มหงายหลัง

 

“คุโรโกะ!!!!”

 

การแข่งหยุดชะงัก คางามิวิ่งเข้าไปถึงตัวเด็กสาวปลอมเป็นชายก่อนใครมือแกร่งประคองร่างเล็กๆให้ลุกขึ้นมานั่ง ใบหน้าหวานเหย่เกกุมขมับซ้ายเบาๆ สัมผัสเปียกแฉะสร้างความฉงนก่อนจะได้คำตอบว่าเป็นสิ่งใดเมื่อเธอชักมือออกมาดู

“แย่แล้ว!!คุโรโกะหัวแตก!!!เลือดออกด้วย”  ทั้งสนามแข่งขันวุ่นวายกันยกใหญ่ หน่วยปฐมพยาบาลไคโจต้องรุดเข้ามาดูอาการนักกีฬาฝ่ายตรงข้ามทันที  คางามิพยุงพาร่างบอบบางออกไปนอกสนามภายในสายตาของหญิงสาวผมทองสว่างดัดลอนตัวแข็งทื่อ ตาสีอำพันสั่นไหวคลอเบ้าครั้นจะก้าวเท้าวิ่งเข้าไปก็ถูกกัปตันทีมจับแขนรั้งเอาไว้

“ฉันรู้ว่าเธอกับเบอร์  11 เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกัน แต่ตอนนี้เรากำลังแข่งขันกันนะ”

“…..”   หน้าสวยโฉบก้มหน้าสลดกับคำเตือนของกัปตัน ถ้าเธอพลุนพลันไปตอนนี้รังแต่จะทำให้แย่ลง ฮากายามะรู้สึกผิดจนวิ่งเข้ามาโค้งขอโทษเซย์รินยกใหญ่แถมยังแหกปากตะโกนเข้าไปอีก ร้อนโมริยามะต้องไปลากกลับมาก่อนจะโดนโค้ชสาวผมสั้นสีน้ำตาลที่กำลังทำหน้าทำตาจะกระซวกไส้มะรอมมะร่อ

 

“เธอรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่าจะเกิดอุบัติเหตุแบบนี้” คาซามัตสึ ยูกิโอะ อ่านเกมส์หญิงสาวผมทองออก คิเสะเฉหลบสายตาอย่างสำนึกผิด..กัปตันทีมไคโจขมวดคิ้วเป็นปม ชักหน้าไม่พอใจอย่างมากออกมาจนผู้จัดการสาวตัวสั่นน้ำตาคลอร่วงพล่อยๆ

“ร..รุ่นพี่..”

“พวกเราทุกคนอยากชนะก็จริง แต่ก็ไม่ได้อยากชนะจนต้องทำอะไรแบบนี้ ครั้งนี้ฉันจะปล่อยไปแต่ถ้ามีอีก เตรียมตัวออกจากชมรมได้เลย”  คาซามัตสึเดินกลับไปร่วมสมทบกับสมาชิกในทีมก่อนจะประเคนลูกเตะใส่ฮากายามะเป็นการสั่งสอนให้

 

 

จริงอยู่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ…เป็นอุบัติเหตุที่คิเสะจงใจให้เกิด

 

 

ฮากายามะเป็นคนเคลื่อนตัวได้ว่องไวประกอบกับบ้าพลังและนิสัยอารมณ์ร้อน การเห็นคุโรโกะในปัจจุบันทันด่วนไม่มีทางยั้งแรงได้ทันแน่นอน..เธอจงใจตะโกนเรียกฮากายามะแทนที่จะเรียกโมริยามะซึ่งใกล้กว่าเพื่อให้เกิดสิ่งนี้

 

นี่เราอยากชนะจนต้องทำร้ายคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?

บาสเก็ตบอลเพื่อชัยชนะคือสิ่งที่ถูกต้องแน่หรือ?

 

 

คิเสะยกมือปิดปากแน่น ทบทวนอารมณ์ชั่ววูบของตัวเองแล้วก็ด่าทอในใจ เหตุใดถึงได้ชั่วช้าถึงเพียงนี้..เหตุใดถึงได้เลือกกระทำการอันเลวทราม รู้สึกผิดจนอยากจะเดินเข้าไปขอโทษคนเจ็บ แต่ก็ไม่อาจทำได้เพราะการแข่งยังต้องดำเนินต่อไป

 

 

 

 

“ขอโทษนะคะ..ทั้งที่เหลือเวลาอีกตั้ง 15 นาทีแท้ๆ ถ้าฉันไม่เจ็บตัวละก็..”

“บ้าน่า!!เรื่องนี้มันอุบัติเหตุ!!ไม่ใช่ความผิดเธอซักหน่อย!!!”  คางามิ ไทกะโวยวายหลังจากได้ยินคำพูดสำนึกผิดของสาวจืดจาง

“ตอนนี้แผนของคุโรโกะก็ใช้ไม่ได้แล้ว 15 นาทีสุดท้ายจะใช้เกมส์เร็วเซย์ริน..ก็อาจจะถูกคิเสะอ่านทางออกจนหมดแล้ว”

ริโกะประเมิณสถานการณ์ ในตอนนี้แสงสว่างริบหรี่ดับวูบมืดแปดด้านก็ว่าได้ ไคโจยังมีผู้จัดการคิเสะ เรียวตะ ผู้สามารถลอกเลียนแบบแห่งรุ่นปาฏิหาร์ยอยู่ ในขณะที่เซย์รินเสียผู้เล่นเงาลวงตาไม้ตายเด็ดไปเสียแล้ว

 

“โค้ชผมมีขอเสนอ..ครับ”  เสียงทุ้มห้วนของคางามิที่พยายามใส่หางเสียงให้สุภาพยามคุยกับรุ่นพี่ ทำให้ทุกคนหันมามองเอซแห่งเซย์รินว่าจะมีแผนการณ์ใด “ผมอยากให้ทุกคนส่งบอลมาที่ผม ผมจะบุกทำแต้มถี่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

 

“คางามิ!!แบบนั้นนายต้องวิ่งทั่วสนามทั้งรับทั้งส่งและทำแต้มเลยนะ!!” ฮิวงะ จุนเปย์แย้งไม่เห็นด้วย เป็นการเล่นที่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงบาดเจ็บ บ้าดีเดือดเกินไปชัดๆ แต่คนผมแดงอมน้ำตาลไหม้ยังยืนกรานหนักแน่นว่าจะทำไม่ว่าใครจะโต้แย้งยังไงก็ไม่สน

“ริโกะว่าไง?”  หนุ่มร่างสูงสวมแว่นทรงรีหันไปถามความคิดเห็นโค้ชสาวที่จับคางครุ่นคิดอยู่

“เอาสิ..ยังไงก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว” ริโกะพยักหน้าอนุญาต สมาชิกในทีมล้อมวงกันกอดคอเป็นวงกลมแล้วส่งเสียงดังว่า ‘สู้!!’ ก่อนจะแยกย้ายกลับไปประจำที่ในสนาม  จังหวะนั้นเสียงเรียบนิ่งของผู้บาดเจ็บนอกสนามเรียกชื่อเอซของทีม เจ้าตัวคนหนุ่มสูงล่ำชะงักขาหันกลับมามอง

 

“คางามิคุง”

“อะไรคุโรโกะ”

“สู้ๆนะคะ”

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะสภาพผ้าพันแผลรอบศีรษะชูกำปั้นขึ้นมา คางามิมองมือน้อยขาวซีดพักหนึ่งก่อนจะชกกำปั้นตอบฉีกยิ้มแสยะจนเห็นฟันขาวพกความมั่นใจเกินร้อย

 

“ไม่ต้องห่วง!!ทางนี้ฉันจัดการเอง!!!”

 

ฝากการแข่งขันครั้งนี้เอาไว้บนแผ่นหลังกว้างใหญ่ คุโรโกะปรือตาลงกับแสงสปอร์ตไลท์เบื้องบนโรงยิมส่องกระทบร่างสูงกำยำ บุรุษผู้เป็น แสงสว่างคนใหม่ ’  คู่หูเคียงข้าง ‘เงาลวงตา’

 

 

พวกเราจะชนะในการแข่งครั้งนี้ให้ได้!!!

นี่จะเป็นก้าวแรกของการประกาศศึกกับรุ่นปาฏิหาร์ย!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลลอยตัวขึ้นสูงผู้ที่คว้าไปได้ในคราแรกคือคาซามัตสึ ยูกิโอะ  กัปตันแห่งไคโจเลี้ยงลูกวิ่งหลบด่านผ่านมิตสึชิบะ ไปทางปีกขวาก่อนจะกระแทกบอลส่งให้โมริยามะหนุ่มผมเป๋สมาชิกในทีมของตนรับไปจัดการ แต่..สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น บอลถูกอิซึกิชิงตัดไปเสียก่อน

 

“ขอบอลก่อนนะ”  อิซึกิส่งยิ้มท้าทายให้โมริยามะ เขาใช้ตราอินทรีหาจุดบอดในการส่งลูกให้เร็วที่สุด โมริยามะยังคงไม่ยอมแพ้วิ่งเข้ามาสกัดขวางทางขยับซ้ายทีขวาทีตามอีกฝ่ายหมายขว้างกั้น

“อิซึกิคุงสินะ คิดจะส่งให้หนุ่มแว่นนั่นล่ะสิ ฉันรู้ทันหรอก”

 

 

“เบอร์ 5 น่ะ มีการเล่นที่สอดคล้องกับกัปตันทีมเสมอ..ฉันว่าพวกเขาเชื่อใจกันมาก ขณะเดียวกันก็เป็นจุดอ่อน ทำให้ชอบส่งบอลให้ไปตามสัญชาติญาณทุกครั้ง” 

 

คำพูดของคิเสะอธิบายจุดอ่อนของพอยด์การ์ดเซย์รินยังตราตรึงในหัวสมองเขา ทั้งเสียงใสๆรอยยิ้มน่ารักๆ ผมสีทองระยิบระยับคิดแล้วก็อยากจะขอเดทด้วยกันซักครั้ง แต่เอาไว้ก่อน..ถ้าชนะการแข่งครั้งนี้ไปได้จะลองขอคิเสะดูล่ะกัน

“ก็จริงอย่างที่โมริยามะซังพูดแหละครับ..” อิซึกิยิ้มท้าทาย ตาสีดำตวัดมองไปทางซ้ายมือ ฮิวงะ จุนเปย์วิ่งมารอรับอย่างที่คาดการณ์เอาไว้จริงๆ  หนุ่มร่างสูงผมหวีเป๋แสยะยิ้มเหนือชัยพุ่งออกตัวไปดักทางซ้ายทันที

 

“แต่ไม่ใช่ครั้งนี้หรอกครับ”

 

บอลไม่ได้ส่งไปทางฮิวงะ กลับชู้ตกลางอากาศ!!!!โมริยามะตาโตเท่าไข่ห่าน นี่เขาโดนหนุ่มหน้าตี๋ละอ่อนคนนี้เฟคงั้นเหรอ!!!

 

“ไม่ยอมให้ลงหรอกน่า!!!!!!!!!!!!”  ฮากายามะคำรามเสียงดังกระโดดตัวลอยหวังจะรีบาวน์ลูกคืนมา ใบหน้าอันเร้าร้อนเปลี่ยนสีหน้าเมื่อเบื้องหน้าของเขามีเงาร่างสูงใหญ่กระโดดลอยขึ้นมาไล่ทัน..และสูงกว่าจนน่าใจหาย ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างมองแสงสว่างจากสปอตไลท์ถูกร่างปริศนานั่นบดบังเข้า มือใหญ่ตะปบแย่งลูกและกระแทกลงห่วงเสียงดังสนั่น

 

“คางามิ ไทกะ!!!”

 

คิเสะตะลึงพรืด เธออ้าปากค้างจ้องมองหนุ่มผมสีเพลิงชี้ฟูทำแต้มไป 1 แต้มจนตอนนี้คะแนนห่างกันเพียง 2 คะแนนเท่านั้น  จากนั้นไม่นานฮิวงะก็ชู้ตทำคะแนนไป 2 แต้ม ทำให้ตอนนี้เสมอกันที่ 70 : 70

 

 

กระโดดสูงแบบนั้นได้ไงกัน!!!

 

 

“สกัดเบอร์ 10 ไว้!!!”  คิเสะตะโกนบอกให้ทีมรู้ เธอหันไปมองนาฬิกาตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 5 นาทีสุดท้าย ใครจะเป็นผู้แพ้ชนะ ลูกนี้จะเป็นตัวตัดสิน   ทีมไคโจรู้ตัวแล้วว่าเข็มความสนใจต้องเบนไปที่หนุ่มนักกีฬาเอซของทีม พวกเขาวิ่งไล่พยายามสกัดกั้นไม่ให้อีกฝ่ายทำแต้ม

“ไม่ยอมให้ไปถึงคางามิหรอก!!”  ฮิวงะ อิสึกิ และมิตสึชิบะ เข้ามาประกบสกัดกั้นทีมไคโจเอาไว้อย่างละคน ส่งมอบความหวังทั้งหมดไปให้แสงสว่างของทีม คางามิ ไทกะเร่งสปีดความเร็วที่มีเลี้ยงลูกเข้าไป  โดยมีโคกาเนะที่ลงเข้ามาเล่นแทนคุโรโกะคอยรับส่งหลอกล่อให้ไคโจหลงทิศกันไปเป็นระยะ

 

“ไปเลยคางามิ!!!”  โคกาเนะกระแทกบอลส่งเข้ามือชายหนุ่มผมแดงพอดิบพอดีเข้ากระโดดขึ้นหมายจะดังก์แต่..คาซามัตสึกัปตันทีมสลัดการ์ดของฮิวงะออกมาได้พุ่งเข้ามากระโดดขวางทางเอาไว้

“ไม่ปล่อยให้ไปง่ายๆหรอกน่า!!!”  ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้ คางามิกัดฟันกรอดเขาสูดลมหายใจลึกทั่วปอดมองดูแป้นบาสที่กำลังถูกชายร่างเล็กกำยำบดบังสายตาทุกขณะ

 

 

สัญญาแล้วว่าจะชนะ!!สัญญาแล้วว่าจะรับฝากเอาไว้ทั้งหมด!!!

 

 

ดวงเนตรสีเพลิงเหลือบมองร่างเล็กเลือนรางนั่งลุ้นนอกสนาม ตาสีฟ้ากลมโตรับใบหน้าไร้อารมณ์ที่จ้องมองเขามาตลอดการแข่งขัน คุโรโกะ เท็ตสึยะ ทั้งที่ตัวเล็กกว่าใคร อ่อนแอกว่าใคร กลับรับภาระทั้งหมดเอาไว้มาตลอด

 

 

ตอนนี้เป็นตาของเขาแล้วที่จะต้องแบกรับทุกสิ่งไว้เช่นกัน

 

 

“ฉันจะชนะ!!!ให้ได้!!!”  เสียงทุ้มคำรามกึกก้อง ยืดสุดแขนเท่าที่มี คาซามัตสึตาโตตอนนี้ร่างของเขากำลังร่วงหล่นพื้นในขณะที่คางามิ ไทกะยังลอยตัวอยู่เหนือพื้น!!!

 

เสร็จกัน!!!!

 

 

 

ปึง!!!!!!!!!!!!

 

 

ลูกบาสกระแทกลงห่วงในช่วงวินาทีสุดท้าย ทั้งโรงยิมเงียบสงัดทุกคนแทบลืมหายใจกับการแข่งขันที่จบลง ต่างฝ่ายต่างจ้องมองลูกบอลร่วงหล่นจากห่างกระทบพื้นกระเด้งไปมาพร้อมกับร่างของบุรุษทั้งสองทิ้งตัวลงมาสู่พื้น

 

“เซย์รินเป็นฝ่ายชนะ!!!!!!!!!”

 

ผลการซ้อมแข่งประกาศออกมาแล้วด้วยคะแนน 71 : 70  สมาชิกในทีมเซย์รินทั้งหลายวิ่งเข้าไปห้อมล้อมคางามิทั้งตบหัวแทงศอก ตบไหล่ กระโดดกอดคอกันตัวลอย ดีใจกับชัยชนะที่ได้มา

“เหลือเชื่อเลย!!เราชนะแล้ว!!ชนะไคโจเชียวนะ!!ชนะรุ่นปาฏิหาร์ยด้วย!!!”  โคกาเนะร้องดีใจจนน้ำตาไหล มิตสึชิบะพยักหน้าเห็นด้วยกับชายหน้าแมวด้วยรอยยิ้มกว้างจนแก้มปริ

“แบบนี้ต้องเรียกว่า ‘ชนะใสๆหัวใจสี่ดวง ‘ “

“เลิกเล่นมุกซักทีเหอะน่าอิซึกิ” ฮิวงะแห้วใส่หนุ่มหน้าตี๋ ขนาดดีใจยังจะคิดมุกฝืดๆออกมาได้เฉยชิบแล้วนั่น..เอาสมุดมาจดอีก

 

 

คิเสะ เรียวตะ ยืนค้างมองเหล่านักกีฬาในชุดเสื้อฟอร์มสีดำขาวแถบแดงกอดคอกันกลมเกลียวเต็มไปด้วยรอยยิ้มร่าเริงสุขใจอย่างที่สุด ปากอิ่มขยับสนทนากับกัปตันทีมที่เดินกลับมายืนอยู่ข้างเปิดฝาขวดน้ำยกดื่มดับร้อนดับกระหาย

“รุ่นพี่..ฉัน..แพ้แล้วล่ะ..”  คิเสะบอกกับอีกฝ่ายเสียงอ่อย คาซามัตสึละปากออกจากปากขวดน้ำ ดวงเนตรสีเข้มเช่นเดียวกับผมจ้องมองดวงหน้าสะสวยครึ่งซีกนานครู่หนึ่งก่อนจะ..ตบกะโหลกผู้จัดการสาวเข้าให้ 1ดอก

“โอ๊ย!!!รุ่นพี่อ่ะ!!!!เจ็บนะ!!!”

“เลิกทำหน้าเป็นหมาหงอยได้แล้ว ครั้งนี้เราแพ้แต่ในอินเตอร์ไฮน์เราไม่แพ้แน่ พวกเรายังต้องพึ่งเธออีกเยอะยัยบ็องคิเสะ “  ชายตัวเล็กพ่นลมหายใจแรงดื่มน้ำรวดเดียวจนหมดแล้วโยนทิ้งลงถังขยะ   คิเสะลูบหลังหัวปอยๆมองตามแผ่นหลังกว้างแกร่งของกัปตันทีม  ดวงหน้าสวยปริบตาสองสามทีและคลี่ยิ้มขำขันออกมาพลางเอามือไผล่หลังเดินตามอีกฝ่าย

 

 

 

..ปลอบคนทั้งที่ไม่อ่อนโยนเอาซะเลยรุ่นพี่..

 

 

“นั่นสินะรุ่นพี่..คราวหน้าฉันจะไม่แพ้แน่”    คิเสะประกาศหนักแน่นด้วยแววตามุ่งมั่น โดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ้นคำพูดดังกล่าว คาซามัตสึลอบยิ้มบางๆอย่างนึกเอ็นดูผู้จัดการสาวติงต๊องนี่

“ยิ้มอะไรน่ะคาซามัตสึ!!บอกไว้ก่อนฉันจองคิเสะจังแล้วนะ!!!”

“ไม่ได้ยิ้มโว้ย ไอ้ผมเป๋โมริยามะ!!!”  คาซามัตสึโวยวายทั้งสีหน้าแดงก่ำไปถึงหูวิ่งไล่กระทืบเพื่อนร่วมทีมจ้าละหวั่น เรียกเสียงหัวเราะของเหล่าไคโจออกมา

 

 

.

.

.

 

หลังจบการซ้อมแข่งเซย์รินเดินทางกลับออกไปจากโรงยิมด้วยรอยยิ้มของผู้ได้ชัยชนะมาครอง ท้องฟ้าในตอนนี้กลายเป็นสีส้มแดงยามเย็นแล้ว ทางฝั่งไคโจเองก็ถึงเวลาเลิกชมรมแล้วเช่นกัน หลังจากเก็บอุปกรณ์เข้าห้องเก็บของเรียบร้อยตามด้วยทำความสะอาดโรงยิมจนสะอาดเป็นที่เรียบร้อย ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไปคนละทิศละทาง  ร่างเพรียวสูงโปร่งเรือนผมสีทองดัดลอนกลับมาอยู่ในชุดฟอร์มนักเรียนไคโจสีเทาเดินไปตามถนนทางเท้าทอดยาว ตลอดทางเดินกลับบ้านมีเสียงซุบซิบจากคนที่เดินสวนทางกับเธอเป็นระยะๆเสมอว่า ‘นั่นใช่คิเสะ เรียวตะรึเปล่า’ ‘คิเสะตัวจริงเหรอนั่นสวยเหมือนในรูปเลย’   ซึ่งหากจำเป็นต้องสบตากันเธอก็จะส่งยิ้มเป็นมิตรให้พวกเขาไป บางคนเข้ามาขอลายเซ็นก็ต้องแจกไปโดยมารยาทรวมถึงถ่ายรูปคู่ด้วย

 

 

บาสเก็ตบอลเท่านั้นที่ทำให้  ‘คิเสะ เรียวตะ ‘ ได้เป็นตัวตนแท้จริง

ไม่ใช่ ‘นางแบบ’ หรือ ‘เจ้าหญิง’

 

 

“แพ้จนได้สินะ..” เธอเหม่อมองท้องฟ้ายามเย็น นกกาบินกลับสู่รังของพวกมันเหมือนเช่นทุกๆวันที่ผ่านมา หญิงสาวผมทองดัดลอนชะงักฝีเท้าอยู่ริมสนามเด็กเล่น..ที่แห่งนั้นมีโครงตาข่ายเหล็กก่อสร้างสูงกั้นไว้สำหรับเป็นพื้นที่สตรีทบาส ตอนนี้มีเหล่าเด็กประถมสามคนมาเล่นบาสด้วยกัน วิ่งเดาะไปมายื้อแย่งกันชู้ตด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน ไม่สนเหงื่อไหลไคลย้อย เนื้อตัวมอมแมมซักนิด

 

 

ทั้งๆที่เรา ‘แพ้’ แต่กลับไม่เสียใจซักนิด…

 

 

นึกถึงภาพกอดคอกันของเหล่าเซย์ริน รอยยิ้มแบบนั้น เสียงหัวเราะแบบนั้น..เหมือนเทย์โควสมัยก่อนไม่มีผิด

 

 

เมื่อก่อนพวกเราทุกคนเคยเล่นบาสอย่างสนุกมากมายขนาดนั้น

 

 

“ไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ..”  คิเสะเดินทอดน่องไปยังชิงช้าในสนามเด็กเล่น เธอวางกระเป๋าสะพายไว้กับพื้นข้างๆแล้วหย่อนสะโพกนั่งแกว่งไปมา ทอดมองเงาร่างของตัวเองที่เคลื่อนไหวไปตามพื้น

 

 

กริ๊ก!!!

 

ชิงช้าชะงักหยุดลง นัยน์ตาสีอำพันเห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เงาร่างอันแสนคุ้นตาทำให้ดวงหน้าสะสวยเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้แก่ผู้มาเยือน

“มาทวงสัญญาสินะคุโรโกจจิ”

“…..”   ไร้ซึ่งคำตอบกลับจากหญิงสาวร่างจำแลงกายเป็นชาย ยังคงอยู่ในชุดยูนิฟอร์มแขนยาวเซย์รินสีขาวดำแถบแดง เธอคนนี้ผู้เป็นเงาลวงตารอคอยคำตอบจากจิ้งจอกจอมเลียนแบบ ค่าตอบแทนที่ควรแก่ชัยชนะในการเดิมพัน

 

 

“อันที่จริง..ฉันก็ไม่ได้ติดต่อกับอาคาชิจจิมาซักพักนึงแล้วล่ะ”

 

 

 

ผัวะ!!!!!

 

 

“โอ๊ยยยยย คุโรโกจจิ!!เจ็บนะ!!!!”  กระเป๋าสะพายเซย์รินฟาดเข้าใส่หน้าสวยๆของนางแบบสาวเต็มเปา คุโรโกะไม่สนไม่แลเสียงครางหงุงหงิงตัดพ้อน้ำตาเล็ดของอีกฝ่าย เธอพ่นลมหายใจเหนื่อยหน่ายกลอกตามองท้องฟ้าเซ็งอารมณ์

“เสียเวลาจริงๆเลยค่ะคิเสะคุง”  คุโรโกะเหน็บใส่ทั้งเสียงเย็นชา ทำท่าจะเดินออกไปจากสนามเด็กเล่น

“หวา!!เดี๋ยวสิ!!ฟังฉันก่อนสิคุโรโกจจิ!!ถึงตอนนี้ไม่คุยแต่ล่าสุดที่คุยก็ 2 เดือนที่แล้วนะ”  คิเสะรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ ได้ผล..สองเดือนสำหรับคุโรโกะก็นับว่าปัจจุบันกว่าเมื่อเทียบกับการพบเจอระหว่างเธอกับอาคาชิ  ตาสีอ่อนฉายแววฉงนเมื่อเห็นท่าทีสงบเงียบของคนช่างจ้อ นับว่าผิดปกติสำหรับคนที่ชื่อว่า คิเสะ เรียวตะ

 

“อาคาชิจจิได้เป็นกัปตันทีมราคุซันไปแล้วด้วยล่ะ เห็นว่าเอาชนะพวกรุ่นพี่ที่นั้นได้หมดทุกคน”

“อาคาชิคุงเป็นกัปตัน!?” คุโรโกะอุทาน การที่เด็กปีหนึ่งเข้ามาใหม่แล้วได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าทีมเป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้ และก็ยากมากที่จะเป็นไปได้ด้วย เว้นเสียแต่..จะเก่งมากจนต้องยอมรับ

 

 

คนๆนั้นไปไกลถึงไหนกันแน่!!?

 

 

แค่คิดก็ปวดหัวจนระบมแผลจากศอกของฮากายามะบนขมับซ้าย เธอเข้าร่วมศึกนี้เพื่อต้องเอาชนะแนวบาสของอาคาชิ..แต่อีกฝ่ายก็ดูจะก้าวข้ามกำแพงที่สูงไปอีกหลายขั้นจนรู้สึกหมดกำลังใจ นัยน์ตาสีอ่อนสั่นไหววิตกกังวลระยะห่างความสามารถของเขาและเธอ

 

เจ้าชายผู้กลายเป็นจักรพรรดิ์..การต่อสู้ครั้งนี้ยากกว่าที่คิดนัก

 

 

“แล้วได้คุยอะไรอีกไหมคะ?” คุโรโกะถามต่อ

“ไม่แล้วล่ะ ครั้งสุดท้ายที่โทรคุยกันก็แค่ถามไถ่เฉยๆว่าเข้าชมรมบาสแล้วได้ทำหน้าที่อะไร ตำแหน่งอะไร พอฉันพูดถึงเรื่องการแข่งของพวกเรารุ่นปาฏิหาร์ย อาคาชิจจิกลับบอกว่า..’ยังไงเขาก็ชนะอยู่แล้ว ‘ ไม่รู้สินะ..คือ..ยิ่งฉันคุยกับอาคาชิจจิเท่าไหร่ ฉันยิ่งกลัวมากขึ้นเท่านั้น”  คิเสะตอบทั้งสีหน้าวิตกกังวลใจ มือกำโซ่ชิงช้าแน่นจนขึ้นข้อขาว

“กลัว?”  อีกฝ่ายทวนคำเลิกคิ้วฉงน นางแบบสาวพยักหน้าตอบรับแล้วเล่าต่อ

“ตั้งแต่จบ ม.ต้น นานวันเข้าอาคาชิจจิก็ยิ่งกระหายชัยชนะมากขึ้นเรื่อยๆ มากเสียจนฉันกลัว..เขาบอกว่าหากใครคิดขวางเขาต่อให้เป็นพ่อแม่ก็จะฆ่าทิ้งให้หมด..เหมือนไม่ใช่อาคาชิจจิคนเดิมที่พวกเรารู้จักเลยซักนิด”  สิ่งที่คิเสะพูดมาคุโรโกะเห็นด้วยทุกประการ..เธอเองก็สัมผัสได้ว่าพักหลังอาคาชิเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน  มิโดริมะเองก็เคยแอบมาคุยกับเธอในห้องล็อกเกอร์เรื่องของอีกฝ่ายเช่นกัน  ซึ่งมือชู้ตสามแต้มก็ให้ความเห็นพ้องต้องกัน

 

 

…อาคาชิ เซย์จูโร่ มี 2 บุคลิก…

 

 

“ตอนนี้คิเสะคุงยังคบกับอาคาชิคุงอยู่ไหมคะ”  คำถามที่เธออยากรู้มากที่สุดออกจากปาก คุโรโกะจ้องเขม็งรอคอยคำตอบจากลูกหมามอมแมมพัฒนาเป็นจิ้งจอกสาว ดวงหน้าล้อมเส้นผมสีทองสว่างยาวสลวยส่ายหน้าช้าๆ แล้วตอบคำถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงโลเลไม่แน่ใจ

“จะเรียกว่ายังไงดีล่ะ เหมือนห่างกันซักพักมากกว่า  จะพูดว่าเลิกก็น่าจะใช่ล่ะมั้ง แต่ฉันก็ไม่สนใจเท่าไหร่หรอกและก็คิดว่าอาคาชิจจิก็คงเหมือนกัน พวกเราน่ะ..ก็แค่เลียแผลใจกันเท่านั้นเอง”

คุโรโกะหน้าร้อนวาบ..คำพูดของคิเสะเป็นนัยยะทำให้เธอรู้ว่า..อาคาชิ เซย์จูโร่ หรือ เจ้าชาย ผู้เป็นรักแรกที่ตามหามานานคิดเห็นเช่นไรกับตัวเอง คิเสะมองสาวหน้าไร้อารมณ์ที่แก้มแดงเป็นลูกตำลึงก็อดหัวเราะขำขันเสียไม่ได้

 

“คุโรโกจจจิเนี่ย..รักอาคาชิจจิมากจริงๆเลยนะ”  สาวผมทองแซวคู่สนทนา ยิ่งทำให้แก้มใสขึ้นสีแดงก่ำหนักไปกว่าเก่าอีก  หญิงสาวผมทองถอนหายใจช้า แล้วแกว่งชิงช้าเล่นไปมาอีกครั้ง ดวงเนตรสีอำพันชะโงกมองสนามสตรีทบาสหลังรั้วตะแกรงเหล็กข้างๆสนามเด็กเล่น  คุโรโกะหันไปมองตามทิศทางของอีกฝ่ายก็เข้าใจความคิดของนางแบบสาวทันที

 

“วันนี้น่ะ ฉันสนุกมากเลยล่ะ..ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้พวกเราทุกคนกลับมาสนุกสนานกับบาสเก็ตบอลเหมือนวันวานอีกครั้ง”

 

 

..ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สิ่งสำคัญเหล่านี้มลายหายไป..

 

 

“ขอบใจนะคุโรโกจจิที่ทำให้ฉันได้สนุกสนานกับบาสอีกครั้ง”

 

 

..เงาลวงตาที่เรียกคืนคุณค่าอันแสนสำคัญหัวใจของบาสเก็ตบอลที่หายไปจากหัวใจให้กลับมาอีกครั้ง..

..คิเสะ เรียวตะ กลับคืนมาเป็น ‘คนเดิม’ แล้ว..

 

 

“ฉันเองก็สนุกมากเช่นกันค่ะ” คุโรโกะกล่าวทั้งรอยยิ้มอ่อนโยน..ดีใจกับเพื่อนแสนสำคัญที่กลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง อุดมการณ์เดิมอีกครั้ง ทัศนคติที่มีต่อบาสเก็ตบอลที่พวกเราเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยเคยร่วมมือร่วมแรงกันเพื่อความสนุก..เพื่อมิตรภาพ..เพื่อทีมและพวกพ้องที่แสนสำคัญยิ่งกว่า ‘ชัยชนะ’

 

“อ๋อ..จริงสิ!!”  คิเสะนึกขึ้นมาได้ แล้วกล่าวทั้งเสียงอ่อย “เรื่องแผลบนหัว ฉัน..ขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษคิเสะคุง”  คุโรโกะยกมือแตะผ้าพันแผลรอบศีรษะเบาๆ เลือดยังคงซืมออกมาเป็นดวงด่างจากบาดแผลเป็นระยะๆ แต่ก็นับว่าทุเลาลงแล้ว คาดว่าพรุ่งนี้คงตกสะเก็ตเป็นแผลแห้งๆ

 

 

“คิเสะคุงมาหาฉันเพราะจะอวดว่าอาคาชิคุงขอคบเป็นแฟนงั้นเหรอคะ?” 

“ฉันเบื่อและก็รำคาญคิเสะคุงเต็มทนแล้ว ตามติดเป็นลูกหมาอยู่ได้ พอซักทีเถอะค่ะ”

 

 

“ฉัน..เหวี่ยงใส่คิเสะคุงวันนั้นเรื่องอาคาชิคุง..ฉันทำตัวงี่เง่าทั้งๆที่คิเสะคุงไม่ได้ผิดอะไรแท้ๆ ถือซะว่าหายกันค่ะ”  วาจาในอดีตที่พลั้งปากออกไปเพียงแค่อารมณ์หึง อารมณ์ของผู้หญิงช่างไร้เหตุผลเพียงด้วยเรื่องของผู้ชายเพียงคนเดียวสะบั้นขาดซึ่งมิตรภาพอันดีงาม เป็นความผิดพลาดที่ยังติดค้างในใจคุโรโกะไม่ลืมเลือน  คิเสะตาค้างหลังสิ้นคำขอโทษเธอเม้มปากแน่นเริ่มสะอื้นฮักๆแล้วลุกขึ้นพุ่งเข้ากอดเด็กสาวร่างเล็กจำแลงเป็นชายแน่นจนคุโรโกะเจ็บ

“เราจะกลับ..ฮึก..มาเป็นเพื่อนเหมือนเดิมใช่ไหม?”  นางแบบสาวถามทั้งเสียงอู้อี้

“ฉันกับคิเสะคุงเป็นเพื่อนกันเสมอและจะเป็นตลอดไปค่ะ”  ดวงหน้าไร้อารมณ์กล่าวทั้งเสียงเรียบแต่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน ตาสีอ่อนหลับลงช้าๆด้วยรอยยิ้มเบาบางยกมือลูบหลังปลอบโยนอีกฝ่าย

 

 

รอยแตกร้าวของแก้วเริ่มประสานต่อเข้ากัน

 

 

 

“คิเสะคุง..”

“ฮึกๆๆๆ”

“คิเสะคุงคะ..”

“ฮือๆ”

“คิเสะคุง..อึดอัดค่ะ ออกไปได้แล้วขี้มูกชุ่มไหล่ฉันแล้วค่ะ”

 

มือเล็กดันร่างของสาวผมทองให้ห่างหลังจากที่อีกฝ่ายเอาแต่กอดแน่นจนเริ่มร้อน คิเสะพยักหน้าหงึกหงักยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตาลวกๆออกจากหน้า ดวงหน้าสวยยิ้มสว่างสดใสงดงามยิ่งกว่าทุกครั้ง..ยิ้มเหมือนลูกหมาบ็องๆบ้าบอที่ได้รับการให้อภัยจากเจ้านายไม่มีผิดเพี้ยน

“แหม..ก็ฉันดีใจนี่นา..คุโรโกจจิ!!”  พูดจบไม่วายโถมเข้ากอดอีกครั้ง แต่คราวนี้คนตัวเล็กไหวตัวทันเอามือยันหน้าสวยๆไว้

“พอแล้วค่ะมันน่ารำคาญ”

“ใจร้าย!!!!”  นางแบบสาวพองแก้มป่อง ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันพักนึงแล้วก็หัวเราะพร้อมกัน

 

 

มิตรภาพกลับมาอีกครั้ง

 

 

“จะว่าไป..นักกีฬาเบอร์ 10 คนนั้นคือแสงสว่างคนใหม่ของคุโรโกจจิสินะ”  คิเสะพูดถึงผู้เล่นตำแหน่งเอซเซย์ริน ชายหนุ่มร่างสูงกำยำเต็มไปด้วยกล้ามมัดได้รับการฝึกฝน ผิวสีน้ำผึ้งกร้านแดดกับใบหน้าขวางโลกและแววตาสีเพลิงลุกโชนไฟอันเร้าร้อนอยู่ตลอดเวลา  วินาทีแรกที่พบเจอนางแบบสาวมองผ่านเลยไปอย่างไม่สนใจกระทั่งผลการซ้อมแข่งวันนี้

 

แสงสว่างในตัวผู้เล่นคนนั้นเจิดจ้าจนไม่อาจหาทางลอกเลียนแบบได้..ชวนให้คะนึงถึง…

 

 

“หมายถึงคางามิคุงเหรอคะ”  คุโรโกะเอ่ยชื่อคู่หูแสงคนใหม่

“เหมือนมากเลยนะ..เหมือน..อาโอมิเนจจิสมัยก่อนเลย…”  คิเสะกล่าวถึงร่างสูงโปร่งผู้จากจรไปไกลแสนไกล แสงสว่างสดใส..สีฟ้าแห่งนภาไม่มีวันที่ลูกหมามอมแมมจะเอื้อมมือไปถึง งดงามและพร่ามัวทำได้เพียงแค่มองอยู่ห่างๆ

 

 

แสงสว่างผู้เป็นที่รักยิ่ง..แสงสว่างผู้เฝ้ามองเพียงเงาลวงตา

 

 

“ถ้าเป็นคุโรโกจจิล่ะก็..จะต้องพาทุกคนรวมถึงอาคาชิจจิได้แน่ ที่กลับมาเล่นบาสอีกครั้งก็เพื่อสิ่งนี้นี่นา” คิเสะ เรียวตะ กล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหวัง เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เธอเองก็หลงอยู่ในหลุมดำอันมืดมิดของบาสที่เต็มไปด้วย ‘ชัยชนะ’ เท่านั้นกระทั่งคุโรโกะปรากฏตัวอีกครั้ง เงาเลือนรางจนไม่ทันจับสังเกตฉุดเธอขึ้นมาให้พบกับทางสว่างอีกครั้ง

 

 

“โฮ่ย!!!!คุโรโกะ!!!อยู่นี่เอง!!ตามหาซะทั่วเลย!!!”  เสียงทุ้มห้วนตะโกนเรียกคนออร่าจืดจาง ทั้งสองหันไปมองก็พบว่าคางามิ ไทกะ ที่ตกเป็นบุคคลในการสนทนาก่อนหน้านี้วิ่งกระหืดหอบเข้ามาหาเพื่อนร่วมทีมเซย์ริน

“จู่ๆก็หายไปไหนมาห่ะ!!รู้ไหมคนอื่นเขาตามหากันให้ทั่วจนโค้ชด่ากราดแล้วเนี่ย!!”

“อ๊ะ!!โทษทีค่ะ”  คุโรโกะอุทานหน้าตาย ยิ่งกระตุ้นต่อมโมโหอีกฝ่ายเข้าไปใหญ่

“ช่วยทำหน้าสำนึกผิดบ้างสิเฟ้ย!!!!”

 

 

สตรีร่างเพรียวในชุดนักเรียนไคโจยืนมองคู่หูแสงเงาคู่ใหม่ยืนเถียงกันไปมาฉอดๆ โดยส่วนใหญ่เป็นฝ่ายคางามิมากกว่าที่ของขึ้นขณะที่คุโรโกะยังยืนนิ่งหน้าตายใจเย็นเมินเฉยความผิดที่ตัวเองนึกหายหัวไปดื้อ ดอดมาดักเจอเพื่อนเก่าเช่นเธอในสถานที่แห่งนี้

 

“คิก!!ฮ่าๆๆๆ สองคนนี้ตลกจริงๆเลยนะ “  คิเสะ เรียวตะหัวเราะขำขัน ทำให้การโต้กันระหว่างแสงเงาเซย์รินหยุดลง ทั้งสองหันมามองสตรีผมทองดัดลอนยาวสลวยขำน้ำตาเล็ดจนตัวงอ ก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ว่าหัวเราะมากไปเลยรีบยกมือปิดปากสูดลมหายใจกลั้นเสียงหัวร่อเอาไว้ในลำคอกระทั่งอาการสงบนิ่งแทนที่ด้วยรอยยิ้มพกความมั่นใจ มือเรียวบางสางเส้นผมระยิบระยับไปไว้ด้านหลังยืนเท้าสะเอว จ้องมองบุคคลที่เอาชนะเธอซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยได้

 

“คราวหน้าพวกเราไคโจไม่แพ้แน่ เตรียมล้างคอรอได้เลย”

 

แม้จะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แต่ศึกครานี้แค่เริ่มต้นเท่านั้นอินเตอร์ไฮน์และวินเทอร์คัพที่กำลังจะมาถึง  นั่นคือสนามประลองการแข่งขันผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่จะยืนหยัดอยู่บนสนามบาสได้

 

“พวกเราเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันคิเสะ ฉันจะกระโดดข้ามผ่านเธอและรุ่นปาฏิหาร์ยทุกคนให้ตาค้างไปข้างเลยคอยดู” คางามิ  ไทกะไม่ยอมแพ้เช่นใจ ปากหนาแสยะยิ้มตื่นเต้นมุ่งมั่น แววตาขวางโลกสบตาสีอำพันสวยใต้ขนตาแพยาว

 

 

เพราะนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น!!!

 

 

“ถ้างั้นวันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อนล่ะ นี่ก็ดึกมากแล้วฉันต้องขอตัวกลับก่อน ดีใจนะที่ได้เจอคุโรโกจจิอีกครั้ง” สาวผมทองก้มหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไหล่โบกมือล่ำลาเพื่อนสมัย ม.ต้น จังหวะที่กำลังจะเดินออกไปจากสนาม จู่ๆเจ้าตัวกลับเลิกคิ้วสูงยกนิ้วแตะคางทำหน้านึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

“เอ๋!!เกือบลืมไปอย่าง”

 

 

จุ๊บ!!!!!!

 

สายลมยามเย็นพัดผ่านร่างของคนทั้งสามเบาๆ ใบไม้แห้งบนกิ่งโรยราร่วงหล่นสู่พื้น  ตาสีฟ้าอ่อนไร้อารมณ์กลับเต็มไปด้วยแววตาตกตะลึง ดวงหน้าจืดไม่อาจเก็บความรู้สึกและแสดงสีหน้าตกอกตกใจออกมาเช่นเดียวกับบุรุษเรือนผมสีแดงน้ำตาลไหม้ชี้ฟู

“ท..ทำบ้าอะไรของเธอ!!!!”  คางามิร้องเสียงหลงรีบถอยหลังให้ห่างจากผู้จัดการไคโจ มือแกร่งหยาบกุมแก้มขวาที่ยังเปียกชื้นคงสัมผัสนุ่มๆจากริมฝีปากอิ่มชมพูระเรื่อบนดวงหน้าสวยโฉบ

 

“รางวัลที่เอาชนะฉันได้ไง คางามิจจิ”  คิเสะขยิบตาแบบเซเลป ปลายนิ้วแตะริมฝีปากอิ่มยิ่งตอกย้ำให้คนหนุ่มตัวสูงนึกถึงการจู่โจมฉกฉวยหอมแก้มเขาแบบไม่ทันตั้งตัว ยิ่งคิดก็ยิ่งหน้าเห่อร้อนจนกลายเป็นสีแดงกลืนกับเส้นผมสีแดงน้ำตาลไหม้ดั่งเปลวไฟ

“ค..คางามิจจิ!!? ชื่อบ้าอะไรกัน!!!”  คนหนุ่มผมเพลิงติดอ่างขึ้นมากะทันหัน..คิเสะมองปราดเดียวก็รู้เลยว่าคนๆนี้ช่างเป็นหนุ่มเวอร์จิ้นบริสุทธิ์โดยแท้ เธอปริบตาปริบๆก่อนจะโพล่งเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้งแล้วอธิบายไขข้อสงสัยอีกฝ่าย

“อ๋อ!!ก็เวลาที่ฉันเคารพนับถือใคร ฉันจะเติมคำว่า ‘จิ’ ท้ายชื่อให้ไง แล้วเจอกันใหม่นะคางามิจจิ “

“ไม่เอาชื่อนี้โว้ยยยยยยยย”  เอซเซย์รินโวยวายกับชื่อพิลึกที่หญิงสาวผมทองตั้งให้ แต่เจ้าตัวก็จรลีเดินจากไปเสียแล้ว ทิ้งให้เขายืนอายค้างกับการ..ถูกหอมแก้มในที่สาธารณะ!!!ยิ่งคิดก็ยิ่งอาย!!!ไอ้ครั้นจะเช็ดแก้มก็…

“ทำไมผู้ชายถึงได้แพ้คนสวยทุกทีเลยค่ะ”  คุโรโกะเอ่ยขึ้น มายืนอยู่ข้างๆคู่หูที่ยืนตัวแข็งเหม่อลอย เขาสะดุ้งโหยงถอยผงะจากสตรีจำแลงกายเป็นบุรุษตัวเล็กๆแบนราบไร้สัดส่วนอย่างที่หญิงสาวควรจะมี

“เฮ้ย!!ม..ไม่ได้ดีใจซักหน่อยเฟ้ยที่ถูก..ห..หอมแก้ม..น..น่าอายจะตายไป ” คางามิเถียงทั้งที่หน้าแดงโร่

 

 

..โกหกไม่เนียนเลยค่ะคางามิคุง..

 

 

“เฮ้อ…ผู้ชายนี่..หน้าหม้อทุกคนรึไงคะ” ดวงหน้าไร้อารมณ์ส่ายหน้าพลางถอนใจเดินออกไปจากสวนสาธารณะ

“เดี๋ยวสิ!!พูดอะไรของเธอคุโรโกะไม่เห็นจะเข้าใจ เฮ้!!รอด้วยสิ!!!!”  อีกฝ่ายเติบโตที่อเมริกาจึงไม่เข้าใจสำบัดสำนวนของชาวเอเชียนัก ร่างสูงวิ่งไล่ตามสาวร่างเล็กผู้เป็นเงาซ่อนเร้น ในขณะที่เขาคือแสงสว่าง ภายใต้ท้องฟ้ายามเย็นที่ส่องแสงสีส้มแดงฉายฉาบทุกหนทุกแห่ง

 

 

ทั้งสองรวมเป็นหนึ่งคือ ‘ความหวัง’  อันแข็งแกร่ง

เพื่อโค่นล้มกระดานบาสเก็ตบอลที่เต็มไปด้วย ‘ชัยชนะ’ ของจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหด

 

 

.

.

.

 

ไอดอลสาวนางแบบชื่อดังเดินทอดน่องฮัมเพลงในลำคออย่างมีสุขใจ มือเรียวกระชับสายสะพายกระเป๋าให้มั่นนึกถึงเมนูฝึกซ้อมที่จะจัดเตรียมให้ทีมในวันรุ่งขึ้นอย่างตื่นเต้น  เพียงแค่คิดว่าจะได้แข่งบาสอย่างสนุกสนานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้งเหมือนสมัยก่อน  เธอก็อดตื่นเต้นเสียไม่ได้

 

“ทั้งๆที่แพ้มาแท้ๆ กลับยังทำหน้าระรื่นสบายใจอยู่ได้นะคิเสะ”

“!!!!!!!”

 

เสียงทุ้มเย็นชาคุ้นหูเรียกเจ้าของนาม ขาเพรียวสวมถุงน่องสีดำชะงักหยุดนิ่ง ดวงเนตรสีอำพันเบิกกว้างมองเสาไฟฟ้าตรงหัวมุมถนนเบื้องหน้า  คนหนุ่มในชุดกักคุรันสีดำดันหลังออกจากเสาไฟฟ้าที่ยืนพิงอยู่นาน มือพันเทปเด่นเป็นเอกลักษณ์สะดุดตาแต่ไม่เท่าตุ๊กตาเซรามิกรูปกระต่ายถือเหรียญเขียนคันจิไว้ว่า ‘นำโชค’ กลบความหล่อเหลามาดนิ่งลึกลับชวนค้นหาดึงดูดใจสาวๆแถวนั้นที่เดินผ่านไปมาเสียหมด แทนที่จะมีสาวน้อยเข้ามาทักทายกลับดันตัวหนีห่างเป็นแถว

 

“มิโดริมัจจิ!!คิดถึงจังเลย!!!ไม่ได้เจอกันตั้ง…แอ๊กกกกกกก!!!”

 

มือแกร่งล้วงหยิบเอาสเปรย์พริกไทยฉีดใส่ตาคู่งามของผู้จัดการสาวทีมไคโจทันทีที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาจะกอด คิเสะถอยหลังกุมลูกตาคู่งามสองข้าง กรีดร้องโวยวายไม่เป็นภาษา “ใจร้ายยยย ทำไมต้องขับไสไล่ส่งกันแบบนี้ด้วยยยย”

“ดวงราศีเมถุนวันนี้คือตัวอับโชค นำพาความซวยมาให้ ฉะนั้นห้ามเข้ามาใกล้ฉันเป็นอันขาด” เปล่งคำพูดเรื่องโหราศาสตร์ออกมาหลังจากดูคำทำนายทายทักจากดวงผ่านมือถือสีเขียวคู่ใจนั่น  เจ้าตัวจริงจังมากถึงขนาดพอคิเสะจะเดินเข้ามาใกล้ก็ถอยหลังไปอีกก้าวตั้งท่าจะฉีดสเปรย์พริกไทยอีกรอบ

 

 

แหม..ถ้าฉันโชคร้ายขนาดนั้นจะมาดักรอทางกลับบ้านของฉันเพื่อ!!!

 

 

“แต่นี่มันทางกลับบ้านของฉันนะ มิโดริมัจจิมานั่นแหละมาผิดที่ผิดทาง..หรือว่า..เป็นห่วงฉัน?”  คิเสะหลิ่วตายิ้มเจ้าเล่ห์

“ไร้สาระ!!ใครอยากจะห่วงเธอกัน!!ฉันก็แค่บังเอิญผ่านมาดูการแข่งของเธอกับคุโรโกะแค่นั้น!!!”  มิโดริมะโวยวายเสียงดุดันพร้อมดันแว่นขึ้นสันรัวๆ  นางแบบสาวหัวเราะแห้งๆ คนหนุ่มผมสีเขียวอาจจะไม่ทันรู้ตัวว่าเวลาโกหกน่ะ..ชอบเผลอเอามือดันแว่นรัวๆขึ้นทุกทีสิน่า..แต่เอาเถอะ..อย่าบอกไปจะดีกว่า

“เฮ้อ..แล้วมิโดริมัจจิคิดว่ายังไง ทีมของคุโรโกจจิไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมล่ะ” เสียงใสกังวานถามความเห็นจากอีกฝ่าย

“หึ!!ฉันไม่เหมือนเธอหรอกคิเสะ..เพราะเธออ่อนที่สุดในทีม”  มิโดริมะ ชินทาโร่ อดีตมือชู้ตสามเทย์โควกล่าวทั้งเสียงหมิ่นเหม่ ปลายนิ้วดันแว่นทรงเหลี่ยมกรอบดำขึ้นสัน ตาคู่คมสีมรกตจ้องมองเจ้าของฉายาจิ้งจอกสาวที่พ่ายแพ้ให้กับแสงเงาแห่งเซย์ริน

 

 

..เปิดศึกครั้งที่สองบนกระดานบนสนามบาสเก็ตบอล

 

 

“เพราะว่า..ลูกชู้ตของฉันแข็งแกร่งที่สุด ไม่เคยมีใครจะทำลายลูกชู้ตของฉันได้”

 

ศาตราวุธปืนใหญ่แห่งองค์จักรพรรดิหรือจะเป็นแสงเงาแห่งความหวังของเด็กหญิง

ผู้กุมชัยมีเพียงหนึ่งเดียว!!!

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

และแล้วน้องก็ตบเกรียนไปได้อีก 1 คน ฮาาาาา

เราเปรียบเทียบแต่ละคนเป็นเหมือนหมากของอาคาชิหมด

คิเสะคือนางจิ้งจอก มิโดริมะคือปืนใหญ่  อีกสองคนเดี๋ยวถึงแมตท์ตบเกรียนจะมาบอกว่าเปรียบเป็นอะไร

 

ตอนหน้าท่านจะเริ่มปรากฏออกมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เต็มองค์  ฮาาา

เขียนคางามิแล้วรู้สึกโลกนี้ช่างสดใส หนุ่มเวอร์จิ้นนี่มันน่ารักจริงๆ ฟฟฟฟฟ

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

13 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part22

  1. ตอนเปิดฉากมาแบบ … ดุเดือดมากเลย ทั้งไคโจและเซย์รินต่างฝ่ายต่างเต็มที่กับการเล่นบาสสุดๆ
    เสียดายนิดๆที่คิเสะจังไม่ได้ลงเล่น แต่เพราะคิจังเป็นผู้จัดการนิเน้อ ส่วน น้อง ครก เรรายังคงอยู่ในสถานะปลอมตัว คนอื่นๆไม่ค่อยรู้ แต่รู้สึกได้ว่า คิจัง เรา มีความรู้สึกที่ว่า ทำไมต้องหวังชนะอย่างเดียว และแล้วภาพเก่าๆก็ย้อนกลับมาในความทรงจำ และความสัมพันธ์ก็กลับมาดังเดิม ดีใจจุง

    แอบฮาไทกะเบาๆ ชายบริสุทธิ์ไม่เคยต้องสาว ….หราาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา?
    5555 เป็นกำลังใจให้น้อง ครก ขอให้ทำให้ทุกคนกลับมาเป็นเหมือนเดิม โดนเฉพาะ จักรพรรดิ
    สู้ต่อไปๆๆ ^^ ลูกทีมาปฏิหาร์ยนี่น่ากลัว(ดีไหม?) จะรอติดตามนะคะ ให้นายน้อย ออกโรงมาป่ะกะน้อง ครก

    • เขียนฉากเล่นบาสคือยากพอตัวเลย ต้องมโนเป็นสนามแข่ง คิเสะในที่นี้จำกัดตรงเพศนี่แหละ ตอนแรกคิเสะก็ไปทางอาคาชินะ แต่พอน้องเจ็บตัวเลยรู้สึกขึ้นมาได้ว่าบาสที่เล่นอยู่ไม่ถูกต้อง หลังจากเคลียร์ใจแล้วก็กลับมาเป็นเพื่อนเหมือนเดิมค่ะ แต่สถานะของคิเสะกับอาคาชิตอนนี้ยังไม่เรียกว่าเลิกคบนะ แค่ห่างกันซักพัก อึนๆมึนๆไม่ชัดเจนอยู่ คางามิเป็นอะไรที่สดใสสุดๆอ่ะ เขียนแล้วรู้สึกโลกสวย 555ตอนหน้าเจอพ่อสามแต้มเทพพ่วงเหยี่ยวงานช้างเช่นกันค่ะ

  2. ทีแรกก็กำลังเค้นหาคำตอบเรื่องนายน้อยกับน้อง แต่พอฉากที่คิเสะจุ๊บแก้มคางามิเท่านั้นแหละค่ะ นั่งขำลั่นบ้านเลยแต่แบบชอบอ่ะ เปลี่ยนเมนเป็นไฟเหลืองแทนฟ้าเหลืองเลยดีมั้ย 5555555 สรุปคือตอนนี้ทั้งสองคนก็เหมือนเลิกกันแล้วสินะคะ น้องก็ดีใจแบบใจเต้นตุ้มต่อมไปเลย ตอนนี้ก็กลายเป็นพระเอกค่าตัวแพงไปอีกตอน ได้แค่พูดถึง .. เอ้อ คุณบลัดคะ เราจำรูปที่คุณบลัดวาดประกอบฟิคเรื่องนี้ที่ท่านกับใส่ยูกาตะยืนบนสะพานเหมือนเป็นงานทเศกาลอ่ะค่ะ จะโผล่มาตอนไหนค้าาา แล้วพระนางของเรื่องจะเจอกันตอนไหน รีเควสของตอนหวานๆสักสามตอนติดกันนะคะ! #มองข้ามอินี่ไปมันเป็นความฟินส่วนตัว

    • เลิกกันแบบห่างๆกันไปราวๆนั้น น้องก็โล่งใจไปเปราะนึงล่ะ 5555 อารมณ์สาวน้อยชัดๆ เลย ฉากคิเสะหอมแก้มคางามิเรามีนัยยะแอบแฝงอยู่นะ อยู่ในตอนนี้แหละให้ลองค้นหาสังเกตกันเอง หุหุ อาคาชิยังคงค่าตัวแพงค่ะหนักกว่าเดิมอีก ส่วนฉากท่านกะน้องในชุดยูกาตะ น่าจะราวๆตอนที่ 26-27 นี่ล่ะ ฮาาา โผล่มาทีคือเอากรี๊ดค่ะ มาให้สองคนเจอกันก่อนเปิดตัวกรรไกรในตำนาน

  3. บาสเก็ตบอลการแข่งมี 4 ควอเตอร์ค่ะ ควอเตอร์ละ 25 นาที
    การชู๊ตในวงใต้แป้นได้ 2 คะแนน ชู๊ตนอกวงแป้นได้ 3 คะแนน เฉพาะชู๊ตลูกโทษเท่านั้นที่ได้ 1 คะแนนคะ
    การ copycat ของคีจังน่าจะยังเล่นและโชว์ของได้อีก น่าเสียดายที่ไม่ได้โฟกัสวิธีการใช้มากกว่านี้
    อารมณ์ของตอนนี้มันเป็นพล็อตไฟท์บังคับไปหน่อย แบบว่า…ต้องคืนดีนะเลยคืนดี แต่ยังไม่ค่อยอินกับการคืนดีกันระหว่าง 2 คนนี้ซักเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเรื่องดำเนินเร็วเกินไป เลยตามไม่ค่อยทันก็เป็นได้

    • จริงๆ 2 คนนี้ก็อยากคืนดีอยู่ตั้งแต่ภาค ม ต้นแล้วค่ะ ถ้าอ่านจากลักษณะท่าทาง คุโรโกะพูดเรื่องเจ๊ากันกับแผลก็เป็นวิธีปลอบอย่างนึงให้ไม่รู้สึกคิเสะผิดอ่ะค่ะ นี่แค่รอบแข่งซ้อมเองจ้า ยังไม่อินเตอร์ไฮน์เลยนะ 555

  4. พี่โมริยามะ หล่อเสียของมากกกกกก จะทำเท่ก็ทำไม่ได้ถึงที่สุดอ่ะ…เกือบหล่อเเล้วค่ะ555 (แอบฟินโมริสึกิ -///- )

    เราชอบตอนที่คีคุงร้องไห้ขี้มูกโป่งอ่ะค่ะ น่ารักดีค่ะ คือมันเป็นการคืนดีเเบบเรียบๆอ่ะนะคะ มันก็เลยไม่ค่อยอิมเเพ็คเท่าไหร่น่ะค่ะ เเต่เราก็เข้าใจในส่วนตรงนี้นะคะ เพราะเราเองก็เคยมีอารมณ์นี้เหมือนกันทะเลาะ เเล้วไม่คุยกันเลย…แต่ใจคืออยากคืนดีนะคะ เพราะมันเหนื่อยมาก การอยู่บ้านเดียวกันเเต่ไม่คุยกันเนี่ย555 จนวันนึงมีโอกาสได้กลับมาคุยกัน ก็คุยกันเเบบประมาณน้องกับคีคุงนี่เเหละค่ะ ก็เเบบดีกันเลย ไม่ต้องสร้างฟีลอะไรมากมาย555

    รอนายน้อยโผล่มากระชากเรตติ้งนะคะ

    • แอบใส่โมริสึกิไปนิดนึงล่ะ 55555 คืนดีเรียบๆ เพราะฟิลทั้งสองคนอยากคืนดีนานแล้วนะ เรียกว่าโอกาสไม่อำนวยจนตอนนี้ได้มาเจอกันอีก ก็เหมือนปรับความเข้าใจกันง่ายๆ ที่สำคัญความผิดเรื่องนี้คือตัวน้องเองด้วย เราคิดว่าคาแรกคิเสะไม่น่าใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นนะ ออกจะแฟร์ด้วยซ้ำ มีแค่น้อยใจที่ ครก เหวี่ยง คนที่แค้นฝังลึกน่ะ พระเอกของเรื่องอาคาชินี่แหละ 5555

  5. เขียนฉากบาสแข่งกันดุเดือดดีค่ะแต่อ่านแล้วยังงงๆอยู่หน่อยๆ(พอดีไม่รู้กฎบาสง่ะ555)เสียดายอยู่ที่คิเสะไม่ได้ลงแข่งด้วย…แต่ก็นะจะลงได้ไงก็เป็นผู้หญิงนี่เนอะ -3- ไม่เหมือนครกที่ปลอมตัวมาอารมณ์ประมาณเจ้าฮะๆที่ไม่มีใครดูออก(??)เหอๆ -0- เย้ดีจังที่คิเสะกับน้องกลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว(ที่ทะเลาะกันเรื่องผู้ชายเนี่ย…ตาสว่างกันซะทีนะ-3-) ฉากคิเสะหอมแก้มคางามินี่แอบมีอะไรแอบแฝงป่ะเนี่ยยยย?ไฟเหลืองอะไรประมาณนั้น555
    รอติดตามต่อไปด้วยรักนะฮ้าฟฟฟฟ! @_@

    • ตอนนี้มีแค่รุ่นปาฏิหาร์ยกับเซย์รินเท่านั้นที่รู้ น้องกับคีจังอยากจะคืนดีตั้งนานแล้ว แต่แบบมันอึมๆครึมๆไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง นี่เป็นโอกาสดีที่ได้เคลียร์กันไปตรงๆด้วย อีกอย่างเรื่องนี้น้องครกผิดเต็มๆที่ไปเหวี่ยงคิเสะ คิเสะรมณ์ตูทำไรผิดเคว้งจนมาเจออาคาชิที่อกหักมาเหมือนกัน แล้วมาตกใจตอนหลังว่า อาคาชิคือเจ้าชาย

      ส่วนฉากหอมแก้มมีแอบแฝงอยู่นะ ฮาา เราใบ้ๆในตอนนี้แล้วลองสังเกตดู

  6. สวัสดีครับเจ๊บลัด. ผมติดตามอ่านนิยายเผมติดตามอ่านนิยายเจ๊มาสักพักแล้วครับ
    แต่งได้ดีมากๆเลยครับ จะรอซื้อฉบับรวมเล่มน่ะครับ ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s