[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part11

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

Bloody Complex 11

 

 

 

 

เปรี๊ยง!!!!!

 

อัสนีฟาดลงสู่พื้นดิน  ดังกึกก้องไปทุกหนทุกแห่งประกายแสงเจิดจ้าสาดส่องเข้ามายังหน้าต่างบานสูงเรียวยาว ทะลวงความมืดมิดยามรัตติกาลและเมฆฝนลมพายุกรรโชกจนกระจกหน้าต่างสั่นไหว นัยเนตรสีฟ้าอ่อนเหมือนมารดาเบิกโพล่งจ้องมองใบหน้าเคร่งขรึมล้อมเส้นผมสีแดงเสยเรียบของบิดาที่ฝั่งตรงข้าม

 

“อาคาชิคุง..ฆ่าคุณฮิเมะ…”  คุโรโกะเอ่ยทวนคำในสิ่งที่ อาคาชิ เซย์นันเล่า ด้วยสีหน้าตื่นตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่  ฆ่า ‘แม่’ ของตัวเอง

 

 

เซย์นันเม้มปากจนเป็นแนวเส้น เส้นเลือดปูดบนขมับบ่งชี้ให้เห็นสภาวะอารมณ์ตึงเครียดของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันสาวจืดจางสังเกตเห็นว่าพ่อแท้ๆของเธอหายใจถี่หอบเป็นช่วงๆ ยิ่งเป็นที่แน่ชัดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่างเลวร้ายสาหัสสากันจนชายวัยกลางคนผู้นำตระกูลครอบครองอำนาจมากล้นในญี่ปุ่นผู้แสนเย็นชาในสายตาคนอื่นๆต้องทุกข์ทรมานและรู้สึกผิดมากมาย

“พ่อได้รับแจ้งข่าวจากมาซากิก็รีบขับรถกลับมา…สิ่งที่เห็น..พ่อไม่อยากจะเชื่อเลยว่านั่นจะเป็นเซย์จูโร่..”  คนหนุ่มผมแดงกล่าวทั้งเสียงสั่นเครือ เจ้าตัวเว้นวรรคเงียบพักนึงแล้วจึงกล่าวต่อ “หลังจากฮิเมะตายไป เซย์จูโร่สูญเสียความทรงจำที่เกี่ยวกับฮิเมะหมด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป พ่อเชิญจิตแพทย์ที่ไว้ใจได้เข้ามาตรวจสอบก็พบว่า..เซย์จูโร่นั้นป่วย”

“ป่วย?”  สาวจืดจางทวนคำ

“เซย์จูโร่ป่วยเป็นโรค ‘สองบุคลิก’ เขาสร้างอีกตัวตนมากลบเกลื่อนความเจ็บปวดทางใจ เจ้านั่นคงเกิดในช่วงที่พ่อทิ้งเซย์จูโร่ให้อยู่กับฮิเมะตามลำพัง หลังจากเหตุการณ์วันนั้นอีกบุคลิกของเซย์จูโร่กลับสงบไปอย่างไร้สาเหตุ แต่หมอก็บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่หายไปและพร้อมจะออกมาทุกเมื่อหากเซย์จูโร่เกิดความเครียดหรือได้รับความกดดันเกินกว่าจะทนได้”  คำอธิบายของเซย์นันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น..ความลับที่ซ่อนเอาไว้ในตระกูลอันสูงส่งอันน่าสะพรึงทำเอาคุโรโกะขนลุกซู่ มือเรียวลูบต้นแขนไปมานึกถึงเซ็กส์ในห้องล็อกเกอร์โรงยิมบาสเก็ตบอล..อีกฝ่ายบีบคอเธอจนเกือบขาดใจตาย..แววตาของเขาดูเย็นยะเยือกแฝงความเกรี้ยวกราดรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

หากเป็นเช่นนั้น..ดวงเนตรสีทับทิมสองข้างกลับมีข้างซ้ายที่เรืองรองเป็นสีทองอำพันแอบมองผ่านช่องประตูห้องพยาบาลในคราวนั้น..หรือว่า!!!

 

“คุณพ่อคะ!!ปล่อยไว้แบบนี้อันตรายเกินไปนะคะ!!พวกเราควรจะส่งอาคาชิคุงไปรักษาที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด!!!”  เสียงหวานเรียบแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก เสนอหนทางช่วยเหลือเยียวยาพี่ชายต่างแม่ที่มีอีกตัวตนเป็นฆาตกรโรคจิตน่าหวาดผวา  ทว่า..บิดากลับเอาแต่นั่งกอดอกนิ่งๆไม่ตอบโต้อะไร..นิ่งเสียจนคุโรโกะฉงนสนเท่ห์ ใบหน้าอ่อนเยาว์ประหนึ่งตุ๊กตาญี่ปุ่นไร้อารมณ์จ้องมองเข้าไปในแววตาสีทับทิมคู่คมตรงหน้าที่ไม่ไหวติ่ง

 

 

เยือกเย็น…จนน่ากลัว…

 

 

“เรื่องนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้น เซย์จูโร่จะต้องอยู่ที่แห่งนี้ อยู่บนสังคมนี้ โดยไม่มีประวัติด่างพร้อยในสถานบำบัดจิตอะไรนั่น!!”

“ต..แต่ว่า..”  นี่เป็นครั้งแรกที่สาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่ารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากคนเป็นพ่อ เธอสะอึกพูดไม่ออกยามสบตาสีทับทิมนิ่งเรียบตรงหน้า..สายตาดุดันเฉียบขาด ไม่สั่นไหวผิดกับตอนเล่าเรื่องราวในอดีตของลูกชายกับภรรยาหลวง ต้นคอระหงรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่กดทับจนเธอต้องก้มหน้าลงต่ำมองมือขาวซีดของตนทั้งสองที่กำชายกระโปรงนักเรียนแน่นจนยับยู่

“ไหนๆก็แล้วมาเข้าเรื่องหลักที่พ่ออยากจะพูดกับลูกจริงๆเลยจะดีกว่า”  อาคาชิ เซย์นัน ตัดบทลูกสาว แล้วเริ่มเข้าเรื่องตามวัตถุประสงค์ในการเรียกพบลูกสาวมาคุยเป็นการส่วนตัวในห้องรับแขกบนที่นั่งเล่นโชงิ…ที่ๆ อาคาชิ เซย์จูโร่ มักใช้ฝึกซ้อมเตรียมแข่งขันโชงิระดับเยาวชนหรือไม่ก็นั่งเล่นเพลินๆคนเดียวในเวลาว่าง

 

“อีกสองเดือนข้างหน้าลูกก็จะจบการศึกษา ม.ต้น พ่อต้องการให้เท็ตสึยะลาออกจากโรงเรียนและ ‘แต่งงานกับเซย์จูโร่ ‘ ซะ”

 

 

 

 

เปรี๊ยง!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

ฝนฟ้าคึกคะนองด้านนอกโหมกระหน่ำแรงกว่าเก่า ฟ้าร้องคำรามเสมือนสัตว์ป่าในพงไพรมืดมิดน่าหวาดกลัว แต่นั้นก็ยังไม่เท่ากับคำสั่งทั้งสีหน้านิ่งเรียบของบิดาที่มีต่อลูกสาวที่เกิดกับภรรยาน้อย  คุโรโกะ เท็ตสึยะหยุดหายใจชั่วขณะ ช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน..เธอเบิกตาโพล่งสุดขีดมองบิดาด้วยสายตาเปี่ยมคำถามมากมาย  ดวงใจร่ำร้องปรารถนาว่าสิ่งที่ได้ยินมานั้นอาจเป็นเพียงหูแว่ว  ทว่า..เซย์นันผู้เป็นบิดาจ้องเขม็งมาที่เธอด้วยสายตาหนักแน่นกับสิ่งที่เจ้าตัวตัดสินใจออกไป

 

 

“ม..ไม่จริง..”  ร่างบางตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน

 

 

แต่งงานกับอาคาชิคุง!!?

 

 

“น..นี่มันอะไร..กัน..”

 

 

 

แต่งงานกับพี่ชายต่างแม่..การแต่งงานกันเองระหว่างพี่น้อง

ต้องใช้ชีวิตร่วมกับพี่ชายสารเลวที่ย่ำยีทำลายชีวิตเธอจนป่นปี้ในฐานะภรรยา!!!

 

 

“ไม่จริง!!!!!”  เด็กสาวผมสีอ่อนลุกพรวดจากเบาะนั่งไม่อาจทนสงบจิตสงบใจฟังเรื่องเหลือเชื่อเหล่านี้  ดวงหน้าหวานส่ายหน้ารัวๆปฏิเสธคำสั่งเหล่านั้น มือยกขึ้นมากุมขมับเลื่อนขึ้นไปจิกเส้นผมสีฟ้าอ่อนจนยุ่งเหยิง เธอปวดหัวตื้อ รอบๆกายอื้ออึงไปหมดเหมือนมีอะไรฟาดเข้ากลางศีรษะจนเจ็บร้าวไปทั่วทั้งร่าง ดวงตาสีฟ้าคลอเบ้าแดงก่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายจนไม่อาจพูดเป็นคำพูดได้

 

 

คิดถึงสิ่งที่ต้องเผชิญ..ต้องฝืนใจร่วมหอกับพี่ชายต่างแม่ที่เอาแต่ข่มขืนทารุณกรรมเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ต้องทนยอมให้อาคาชิคุงผู้เป็น ‘พี่ชาย’ อยู่บนร่างเธอผู้เป็น ‘น้องสาว‘ไปตลอดชีวิต!!! 

 

 

“วิปริต!!!นี่มันวิปริตไปแล้ว!!!อุ๊บ!!”  คุโรโกะคลื่นไส้จนต้องยกมือมาปิดปากอิ่มที่สั่นจนฟันกระทบกันกล้ำกลืนไม่ให้ของเหลวขมเฝื่อนที่ขึ้นมาจ่อคอหอยออกมาข้างนอก  อาคาชิ เซย์นันลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับลูกสาวที่แสดงกริยาต่อต้าน..แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเตรียมใจไว้แล้วว่าปฏิกิริยาของลูกสาวจะต้องเป็นเช่นนี้จึงยืนกอดอกสงบนิ่งหน้าตาเฉย

 

“พ่อรู้ว่ามันอาจฟังดูขัดศีลธรรม..แต่ลูกก็นอนกับเซย์จูโร่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“!!!!!!!!!!!”

 

 

ตาสีอ่อนเบิกโพล่งอีกครั้ง ดวงใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มค่อยๆเลื่อนไปมองดวงหน้าคมของชายวัยกลางคนที่เหมือนพี่ชายต่างแม่ไม่มีผิด ร่างบางสั่นเทิ้มเป็นลูกนกยิ่งกว่าเดิม หน้าซีดขาวราวกับกระดาษเม็ดเหงื่อผุดพรายทั่วใบหน้า

“ท..ทำไม..คุณพ่อถึง..รู้..”  คุโรโกะถามทั้งเสียงสั่นเครือ หน้าซีดกลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจ..ทว่า..กลับไม่เป็นเช่นนั้น บิดากระตุกยิ้มเย็น..รอยยิ้มที่คุโรโกะไม่เคยเห็นมาก่อน..เย็นประหนึ่งสัตว์ป่ายามค่ำคืน

“พ่อรู้ตั้งแต่เห็นสายตาของเซย์จูโร่วันที่แอบเห็นลูกในห้องน้ำแล้ว ไม่สิ..พ่อก็แค่จงใจหาแรงกระตุ้นเท่านั้นที่เหลือเซย์จูโร่ก็เดินไปตามเกมส์ที่พ่อวางเอาไว้เท่านั้น”   เซย์นันหลับตานึกย้อนถึงจุดเริ่มต้นของความเลวร้ายตัวเอง..เขาจงใจให้ลูกชายกลายเป็นสัตว์ป่ากระหายราคะต่อร่างกายของเด็กสาวผู้เป็นน้อง แม้จะร่วมสายเลือดเพียงครึ่งเดียว

 

 

 

“นายท่านขอรับ กระผมได้ทำการสะเดาะกลอนประตูห้องน้ำของคุณหนูคุโรโกะเรียบร้อยแล้วขอรับ” มาซากิโค้งรายงานให้นายเหนือหัวสวมเสื้อคลุมผ้าแพรสีน้ำเงินเข้มราคาแพงทอดมองวิวสวนดอกกุหลาบขาวจากหน้าต่างห้องนอน

“ดีมากมาซากิ..ที่เหลือก็แค่รอเวลาให้เซย์จูโร่ไปเห็นโดยบังเอิญ”  บุรุษผมสีแดงรับฟังผลลัพธ์ของแผนการขั้นแรกในการสร้างแรงกระตุ้นทางเพศให้กับเด็กหนุ่มอายุ 15 ปี จากพ่อบ้านคนสนิท..

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นเป็นที่น่าพอใจ อาคาชิ เซย์จูโร่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อร่างเปลือยเปล่าของน้องสาวต่างแม่ ถึงจะน่าเสียดายที่เจ้าตัวยังคิดดีทำดี ไม่กระทำการรวบรัดจัดการ เลือกที่จะคงสติแล้ววิ่งเตลิดเข้าไปเก็บตัวในห้องนอนแทน

 

 

“ค..คุณพ่อจงใจ..ให้..ฮึก..อ..อาคาชิคุงเขา..เขา..”  ตาสีฟ้าเจิ่งนองน้ำตาจมองหน้าของพ่อแท้ๆที่เธอรักยิ่ง..พ่อที่อ่อนโยนดูแลเธอมาเสมอ ดูแลแม่เธอมาเสมอ ชายที่แม่รักสุดหัวใจและเป็นชายคนเดียวที่ไว้ใจที่สุด

 

 

 

พ่อบ้านวัยกลางคนมองตารางสอนของลูกๆทั้งสองของอาคาชิ เซย์นัน ที่กางวางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สัก ดวงเนตรสีแดงเรียวคมหลุบมองวันอังคารของตารางสอนสองห้องสลับไปมาครู่หนึ่ง..ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเคาะนิ้วลงบนตารางสอนดังๆ

 

“มาซากิพรุ่งนี้สลับกระเป๋านักเรียนของเซย์จูโร่กับเท็ตสึยะซะ” 

 

บุรุษทุกคนปรารถนาจะได้หยิบจับเสื้อผ้าน้อยชิ้นที่แนบเนื้อหญิงสาวด้วยกันทุกคน..นอกจากชุดชั้นในแล้วชุดว่ายน้ำก็ถือเป็นความปรารถนาในระดับต้นๆที่บุรุษเพศต้องการ

 

 

 

“คุณพ่อ..ฮึก..พ่อส่งหนู..ห..ให้อาคาชิคุง..”

 

 

“งั้นเหรอ..เซย์จูโร่ดูแลลูกดีไหมในระหว่างที่พ่อไม่อยู่” 

 ‘ม..ไม่มีอะไรค่ะ..หนู..หนูแค่สะอึก เดี๋ยวกินน้ำก็หาย อาคาชิคุงดูแลหนูดี..มากค่ะ’

“พ่อรู้ว่าลูกกับเซย์จูโร่ไม่ค่อยกินเส้นกัน แต่ยังไงระหว่างที่พ่อไม่อยู่ พ่ออยากให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันดีๆ อย่าทะเลาะกันล่ะยังไงเราก็ครอบครัวเดียวกัน เท็ตสึยะเข้าใจที่พ่อพูดนะ”  ปลายสายสนทนาจากต่างแดนจากเบอร์แปลกประหลาดที่ภายหลังรู้ว่าเป็นเบอร์ใหม่ของคุโรโกะลูกสาวของเขา น้ำเสียงที่สั่นเครือเหมือนกำลัง..กลั้นเสียงสะอื้น..เขาก็ยิ้มแสยะจนเห็นฟันขาว ตาสีทับทิมพราวระริกพึงพอใจกับสถานการณ์คร่าวๆที่จับได้

 

แรงกระตุ้นสุดท้ายคือปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพังในบ้านหลังเดียวกัน

ในที่สุดเซย์จูโร่ได้ ‘ทำ’ ลงไปแล้ว

 

‘…ค่ะ’

“ถ้าไม่มีอะไรพ่อวางหูก่อน มีประชุมต่อแล้ว เสร็จงานพ่อจะรีบกลับบ้าน พ่อรักลูกนะ”  ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่ลูกสาวคงไม่คาดคิดว่าใบหน้าของบิดาหาใช่ห่วงหาอาทร  ทว่า..กำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางเอาไว้!!

 

 

 

“คุณพ่อทำแบบนี้กับหนูได้ไง!!!!!”  เจ็บช้ำดวงใจไปหมด ทุกอย่างที่เคยคิดว่าใช่กลับพังครืดลงมาเหมือนฝนฟ้าวิปโยคด้านนอก..พังทลายไม่มีชิ้นดี

 

 

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุบังเอิญ..ทุกอย่างถูกวางหมากไว้แต่แรกแล้ว

 

 

“พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อพวกเราทุกคน!!เพื่อชื่อเสียงของตระกูลของเรา!!” ชายผมแดงเสยเรียบกำหมัดแน่น ดวงตาสีแดงเรียวคมตวัดมองไปยังรูปถ่ายผู้นำตระกูลอาคาชิตั้งแต่รุ่นแรกเรียงมาจนถึงรุ่นที่ 9 ซึ่งเป็นรูปของตัวเขาเอง ส่วนพื้นที่ว่างๆถัดไปถูกเตรียมไว้รองรับรูปถ่ายของผู้นำรุ่นที่ 10 จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก..

 

“เซย์จูโร่คือทายาทผู้สืบทอดตระกูลอาคาชิ ตระกูลของเราที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมารุ่นต่อรุ่น มีทั้งอำนาจ ทั้งชื่อเสียง เงินตรา เกียรติยศ สูงศักดิ์และสูงค่ากว่าใคร!!จะให้มาจบที่ผู้นำตระกูลคนที่ 10 ป่วยทางจิตแบบนี้ไม่ได้!!จะให้ใครรู้เรื่องน่าอดสูเหล่านี้ไม่ได้!!!”   เซย์นันคำรามเสียงดัง ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบเดือดดาลอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มือแกร่งยกขึ้นลูบหน้าตัวเองแล้วเสยเส้นผมสีแดงหวีเรียบขึ้นไปก่อนจะจิกแน่นจนยุ่งเหยิง

 

 

เขาต้องทน..มองดูความผิดพลาดของตระกูล..

มองดูฆาตกรที่สังหารภรรยาหลวงที่เอาไว้เชิดหน้าชูตาในสังคม คือลูกชายเพียงคนเดียวที่เขาปลุกปั้นหมายมั่นฝากฝังทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้!!!

 

 

ทุกอย่างทำเพื่อตระกูลอาคาชิ..อาคาชิจะต้อง ‘ชนะ’ จะต้องสูงขึ้นๆไป

ไม่ใช่จะตกต่ำด้วยโรคประสาทของเด็กที่กำลังจะก้าวขึ้นสู้ตำแหน่งผู้นำในอนาคตแบบนี้!!!

 

 

 

“ไม่จริง..ม..ไม่จริง!!!”   สาวผมฟ้ายกมือปิดหูแน่น ส่ายหัวมองสภาพบิดา จากคนที่เธอรักยิ่งกว่าใครกลับทำร้ายเธอให้ตายทั้งเป็นยิ่งกว่าใคร..เป็นคนที่ทำให้เรื่องผิดศีลธรรมเกิดขึ้น ชักนำให้อาคาชิ เซย์จูโร่ ทำเรื่องอัปยศโดยไม่รู้ตัวบนร่างกายของน้องสาวต่างแม่ของตัวเอง

 

“คุณพ่อ..ด..ได้โปรด..ฮึก!!อย่าให้หนูแต่งกับเขา”

“…..”

 

วอนขอทั้งน้ำตา..หวังว่าซักเสี้ยวของหัวใจบิดาจะยังเหลือความเมตตาบ้าง..

 

 

“เท็ตสึยะฟังพ่อให้ดีนะ..เราจะปล่อยให้เรื่องอาการป่วยของเซย์จูโร่แพร่งพรายไปไม่ได้ ลูกต้องอยู่เคียงข้างกับพี่ชาย คอยดูแลเขา ปกป้องเขา คอยเยียวยาเขาในฐานะภรรยาของผู้นำตระกูลอาคาชิลำดับที่ 10  ถ้าเรื่องอาการป่วยของเซย์จูโร่กระจายออกไปสิ่งที่ตระกูลอาคาชิทำมาทั้งหมดจะดับสลายไปในทันที”  ฝ่ามือที่เคยคิดว่าแสนอบอุ่นวางลงบนบ่าเล็กๆ  ทั้งที่เคยคิดว่าช่างอบอุ่นอ่อนโยนชวนพักพิงวางใจวินาทีนี้คุโรโกะกลับรู้สึกกลัวมือของบิดายิ่งกว่าอะไร

 

“พ่อตัดสินใจแล้ว..ลูกคือคนๆเดียวที่พ่อไว้ใจ ลูกสาวของพ่อที่รับความอ่อนโยนจากเทนชิ เจ้าสาวที่เหมาะสมที่สุดของเซย์จูโร่”

 

“จ..เจ้าสาว…”   เสียงหวานสั่นเครือ ทวนคำบิดาทั้งสีหน้าบิดเบี้ยวรังเกียจ..รังเกียจจนแสลงที่จะพูดออกมาจากปากด้วยซ้ำ

คุโรโกะปัดมืออีกฝ่ายแรงๆจนหลุดออกจากบ่า ขาเรียวเล็กค่อยๆเดินถอยห่างจากชายวัยกลางคนผมแดง จ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเจ็บปวด  “หนูกับอาคาชิคุงเป็นพี่น้อง…ถ..ถึงต่างแม่ก็มีพ่อ..ค..คนเดียวกัน..เรื่องแบบนี้มัน..”

 

 

“ผู้ชายคนนั้นเห็นแก่ตัว ทำทุกอย่างเพื่อชื่อเสียงของตระกูลเท่านั้น ขนาดงานศพแม่..ยังไม่คิดจะมาเลย ฉันที่ถูกเคี่ยวกรำให้เรียนรู้แต่ชนะทุกสิ่งมาตลอด 14 ปี จนบัดนี้ยังไม่เคยเห็นเขาทำอะไรแสนดีอย่างที่เธอว่าด้วยซ้ำ”

“ฉันล่ะสงสารเธอนัก..ถ้าได้เห็นตัวจริงของชายคนนั้นเธออาจจะอยากถอนคำพูดก็ได้ คนๆนั้นไม่มีค่าพอให้เรียกว่า ‘พ่อ’หรอก”

 

 

คำพูดของอาคาชิ เซย์จูโร่ ที่มีต่อพ่อของพวกเขาทั้งสองในรถลีมูซีนครั้นอดีต..คราวนั้นคุโรโกะโกรธแทนจนเลือดขึ้นหน้าแล้วสั่งสอนโดยการตบหน้าอีกฝ่ายไปหนึ่งฉาด มาวันนี้เด็กสาวเรือนผมสีฟ้าอ่อนจืดจางได้ตระหนักถึงคำพูดนั้นอีกครั้ง ตาสีอ่อนแดงก่ำร้องไห้จนตาบวมมองบุรุษวัยกลางคนที่เธอเคารพเทิดทูนกว่าใคร

 

 

“ฮึก!!คุณพ่อเคยรักหนูบ้างไหมคะ?”  คำถามที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้าปนเปเสียงสะอื้นฮักๆ

 

 

พิสูจน์ให้เห็นทีว่าหัวใจของบิดาที่แสนอ่อนโยนตลอดช่วงชีวิตที่เธอพบเห็นคือของจริง  ไม่ใช่สิ่งที่พี่ชายต่างแม่กล่าวหา

 

 

“พ่อรักลูกไม่แพ้เซย์จูโร่ เพราะลูกคือทุกสิ่งที่ตระกูลเราฝากฝังเอาไว้” คำตอบนั้น..ทำเอาหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังอันริบหรี่ของสาวตัวเล็กจืดจางดับสิ้น

 

 

อาคาชิ เซย์นัน..รักตระกูลมากกว่าลูกๆของตัวเอง

 

 

“ไม่!!!!!!!!!!!!!!หนูจะไม่แต่ง!!!!ไม่แต่งกับอาคาชิคุง!!!”

“จะไปไหน!!!กลับมานี้นะ!!เท็ตสึยะ!!!!”   เซย์นันตวาดเสียงดังสนั่น เขากัดฟันกรอดเมื่อลูกสาวตัวเองวิ่งหนีเตลิดออกไป ขายาววิ่งกวดไล่ตามพร้อมชี้นิ้วกราดไปยังเหล่าบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำ  6 คนซึ่งยืนกอดอกคุมเชิงอยู่บริเวณโถงหน้าทางเข้า

 

“ตามจับเท็ตสึยะมา!!!อึก!!!!!”   สิ้นคำสั่งทุ้มห้วนเปี่ยมอำนาจ  ผู้นำตระกูลกลับทรุดหวบล้มลงไปนอนกองกับพื้น

 

บอดี้การ์ดในชุดดำชะงักเหลียวกลับมามองหลังได้ยินเสียงกระแทกพื้นดังด้านหลัง พวกเขาทั้ง 6 รีบวิ่งเข้ามาหานายเหนือหัวลืมสิ้นถึงคำสั่งให้ออกไปตามจับลูกสาวที่เกิดกับภรรยาน้อย เหล่าคนใช้ได้ยินเสียงเอะอะมะเทิงจึงรีบรุดหน้าละการงานในครัวมายังห้องโถง สิ่งที่พวกเธอเห็นคือ บุรุษวัยกลางคนผมแดงกำลังนอนตัวเกร็งตาเหลือกกัดปากแน่นจนเลือดออก มือทั้งสองยกมาจิกลงบนอกซ้ายแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นหลังมือ

 

“ท่านเซย์นัน!!!!!ทำใจดีๆไว้นะครับ!!!!”

“กรี๊ดดดดดดดดดดด นายท่านเจ้าคะ!!”

“หมอ!!!!รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!!!!”

 

 

 

 

 

 

พายุสงบลงแล้วในเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ ทิ้งไว้แต่เพียงหนองน้ำเจิ่งนองบนพื้นสกปรกและกลิ่นอับชื้นของดินลอยขึ้นมาเตะจมูก ร่างสูงใหญ่เรือนผมสีม่วงสวมเสื้อยืดสีดำกางเกงเลสีเขียวกับอีแตะก้าวลากขาเลี้ยวเข้ามาในรั้วโรงเรียนเทย์โควยาวค่ำคืน มือแกร่งหุบร่มพลาสติกใสราคาถูกที่เกาะพราวหยดน้ำฝนเมื่อซักครู่ที่ตนวิ่งฝ่ามาลงแล้วสะบัดช้าๆ ด้วยความที่สะบัดแรงไปจึงกระเซ็นไปโดนคนหนุ่มข้างๆตัวอีกคน

 

“มุราซากิบารัจจิ!!!กระเด็นโดนหน้าฉันหมดแล้วเนี่ย!!!!”

“คิเสะจินนี่เรื่องมากจริงๆเลย แค่น้ำฝนสิวไม่ขึ้นหน้าหรอกน่า”  มุราซากิบาระเบ้ปากมองพ่อหนุ่มเซเลปนายแบบช่างสำอางค์รักหน้าหล่อๆที่ใช้ทำมาหากินยิ่งกว่าอะไร ช่างน่าหมั่นไส้เลยเนียนสะบัดร่มใหญ่จงใจให้โดนหน้าอีกฝ่ายๆ

“มุราซากิบารัจจิ!!เดี๋ยวคราวหน้าก็ไม่มาเป็นเพื่อนแล้วนะ!!!”  คำคู่ของคิเสะได้ผลชะงัก  เด็กโข่งตัวใหญ่จิ๊ปากไม่พอใจสะบัดหน้าหงิกงอเหมือนเด็กโดนขัดใจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขาไม่กล้าเข้าโรงเรียนคนเดียวยามดึกๆดื่นๆเพียงลำพังเลยต้องตามไปลากหนุ่มผมทองซึ่งบ้านอยู่ใกล้ๆให้ออกมาเป็นเพื่อน

“รีบๆไปเอาขนมในล็อกเกอร์แล้วรีบๆกลับเถอะ บอกตามตรงอากาศเย็นๆชื้นๆแถมเงียบวังเวงแบบนี้ฉันก็กลัวเหมือนกันนะ” คนตัวใหญ่พยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนร่วมห้องพ่วงทีมชมรมบาส นัยน์ตาสีอเมทิสต์ปรือง่วงอยู่ตลอดเวลากวาดมองรอบๆในโรงเรียนเทย์โควเป็นไปอย่างที่คิเสะว่าไว้ไม่มีผิด..ทั้งเงียบ..ทั้งมืด..ไหนจะเสียงลมพัดจนใบไม้เสียดสีให้สะดุ้งเป็นระยะๆนี่อีก

 

 

ขืนอยู่นานกว่านี้มีหวังไม่ใครก็ใครได้หลุดกรี๊ดเป็นแต๋วแตกแน่

 

 

 

ปึง!!!!

 

ประตูล็อกเกอร์ปิดกระแทกลงหลังจากที่มือใหญ่ล้วงหยิบเอาถุงขนมออกมาจากช่องเก็บของตัวเอง คิเสะหรี่ตามองถุงขนม..ขนาดใหญ่อัดแน่นไปด้วยโคล่า เยลลี่หลากสี มาชเมชโล่ ขนมข้าวพองกรุบกรอบสารพัด ทั้งหมดนี้เป็นของชายหนุ่มร่างสูงโย่งผมสีม่วงซอยคลอเคลียต้นคอ

“ฉันว่าคราวหน้าอย่าเอาขนมมาซ่อนในล็อกเกอร์อีกเลย ถึงก่อนหน้านี้อาคาชิจจิจะจับไม่ได้ แต่ถ้าเกิดจับได้ขึ้นมา..”  แค่คิดถึงหน้านิ่งๆของเด็กหนุ่มผมแดงจ้องเขม็งมาอย่างดุดัน  คิเสะถึงกับกอดตัวเองลูบต้นแขนที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อนอนแขนยาวสีเหลืองลายเป็ดน้อยพร้อยไปทั้งตัว

 

 

กัปตันชมรมตอนโมโห สยองยิ่งกว่าผีห่าซาตานตัวไหนอีก!!

 

 

“อื้อๆคราวหน้าไม่ทำแล้ว”  มุราซากิบาระสัญญาไปแบบขอไปที  คิเสะก็รู้ดีว่าพรุ่งนี้ไอ้หนุ่มไททันยักษ์หัวม่วงก็แอบเอาขนมมาซ่อนในล็อกเกอร์แล้วอู้ตอนซ้อมไปดอดกินตลอดอยู่ดี..หัวดื้อไม่มีใครเกินสมแล้วที่เป็นลูกคนเล็กถูกตามใจจนเสียนิสัย

 

คิดแล้วก็เหนื่อยใจ..แล้วทำไมคนหล่ออย่างเราต้องโดนลากมาพลอยซวยไปด้วยเนี่ย!!!

 

ทั้งสองเปิดประตูห้องล็อกเกอร์ออกมาทางด้านหลังโรงยิมซึ่งติดกับสวนรกร้างในโรงเรียน ยิ่งมองไปรอบๆก็ยิ่งวิเวกวังเวงน่าขนลุกเข้าไปใหญ่ คนหนุ่มผมทองเหลียวมองซ้ายทีขวาทีระแวดระวังทุกฝีเก้าขณะเดินตามหลังเพื่อนร่วมทีมที่เดินลากขานำอยู่ข้างหน้าพร้อมหิ้วถุงขนมไปมา

 

กึก!!!

 

“มุราซากิบารัจจิหยุดเดินทำไมล่ะ?”  คิเสะเลิกคิ้วสูงงุนงง ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่มองไปรอบๆพลางยกมือขึ้นป้องหูทั้งสองข้าง

“คิเสะจินไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเหรอ”  คนผมสีม่วงซอยระต้นคอถาม

“ส..เสียงอะไร!!ไม่เห็นมีเลย!!ย..อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะ!!!”  คนกลัวผียิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ ขานี้สั่นพับๆจนเริ่มทรงตัวยืนไม่อยู่ แต่ก็อดความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ เจ้าตัวเขยิบเข้ามายืนใกล้ๆจนแทบเบียดร่างสูงโย่งพร้อมยกมือป้องหูตามอีกฝ่าย

 

“…….”

“…….”

 

เงียบ…เงียบ..ไม่มีเสียงใดๆเลย คิเสะชักสีหน้าไม่พอใจ ตวัดตามองคนตัวใหญ่ค้อนแล้วค้อนอีกก่อนจะต่อว่าทั้งเสียงเขียวใส่ ซึ่งก็หาได้ทำให้อีกฝ่ายสะทกสะท้านแสดงท่าทีสำนึกผิดออกมา

“ไม่เห็นมีอะไรเลย!!ถ้าคราวหน้ามุราซากิบารัจจิแกล้งฉันอีก ฉันจ้ะฟ้องอาคาชิจจิเรื่องขนมแน่!!!”

“ไม่ได้แกล้งซักหน่อย..ก็ได้ยินจริงๆอ่า เหมือนเป็นเสียงคนพูด..”

“พอได้แล้ว!!!ไม่งั้นฉันจะโกรธจริงๆแล้วนะ!!!” คิเสะโวยวาย โมโหจนหน้าแดงไม่สนท่าทีดึงดันยืนยันว่าตัวเองไม่ได้หูฟาด ร่างสูงโปร่งของนายแบบรูปงามสะบัดตัวเดินนำทางอีกฝ่าย รีบก้าวเท้าเร็วๆรุดหน้าหวังว่าจะออกไปจากรั้วโรงเรียนให้เร็วที่สุด จะได้ออกจากสถานการณ์น่าหวาดระแวงประหนึ่งหนังสยองขวัญเหล่านี้เสียที

 

“งี่เง่าจริงๆ ฉันต้องแหกตากลางดึกมาโรงเรียนเป็นเพื่อนเพื่อขนมที่ซ่อนไว้ของนายไม่พอ ยังคิดจะมาอำเล่…แว๊กกก!!!”

 

 

 

โครม!!!!!

 

 

“ค..คิเสะจิน!!!!”  เสียงทุ้มง่วงดูตื่นขึ้นเมื่อคนผมทองจู่ๆก็สะดุดอะไรบางอย่างล้มหน้าคะมำพื้น  เจ้าของเส้นผมสีทองร้องโอดครวญค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง มือกุมหน้าที่ร้าวระบมไปถึงสมองหลับตาหยียู่ยี่กับความเจ็บปวดไปทั้งเนื้อทั้งตัว

“โอ๊ยยยย!!นี่มันอะไรกันนักหนาเนี่ย!!!ฮือออ ชุดนอนลายเป็ดของฉันเลอะหมดเลยอ่า!!!”  เสียงทุ้มใสงอแงเป็นเด็กน้อย โวยวายกับความซวยซ้ำซวยซากในใจนี่ด่าเจ้าตัวต้นเรื่องที่ลากเขาออกมา แถมไม่คิดจะเดินเข้ามาช่วยเลยซักนิด!! มือแกร่งวางลงกับพื้นเพื่อใช้ในการยันตัวเองลุกขึ้นยืน

 

 

แปะ!!!!

 

สัมผัสชื้นแฉะทำให้เขาต้องหยีออกมาอีกครั้ง มืดก็มืดมองก็ไม่ค่อยเห็นอีกบัดซบสิ้นดี!!!

 

“กลิ่นคาวชะมัด!!น้ำฝนบ้าอะไรคาวขนาดนี้!!เหนียวด้วย!!”  ด้วยความสงสัยคิเสะยกมือตัวเองมาดู..ดูเหมือนว่าเมฆฝนจะค่อยๆเคลื่อนคล้อยออกไปเผยแสงจันทร์เสี้ยวบนฝากฟ้าสาดส่องลงมาเรื่อยๆจนฉายให้เห็นของเหลว..สีแดงคล้ำเหนียวเหนอะเปรอะเปื้อนมือกับเนื้อตัวไปหมด!!!

“ค..ค..คิเสะจิน..คิเสะจิน..”  นายแบบหนุ่มตัวแข็งทื่อ ยิ่งได้ยินเสียงสั่นๆของมุราซากิบาระ เขายิ่งขนหัวลุกเข้าไปกว่าเก่าชายผมทองค่อยๆเหลียวหลังไปมองอย่างช้าๆ ..สิ่งที่เขาเดินสะดุดเมื่อครู่..นั่นคือ…

 

 

“แว๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” 

 

เกิดมาทั้งชีวิตไม่เคยใส่เกียร์หมาแบบนี้มาก่อน คิเสะถอยคลานเหมือนหมาบ้าแถมยังลื่นกองเลือดจนหงายหลังล้มหัวฟาดพื้นแต่ไม่แรงถึงกับน็อค ก่อนจะปรับเปลี่ยนพลิกตัวลุกขึ้นแล้ววิ่งถลาไปกระโดดกอดคอเอาขาเกี่ยวเป็นหมีโคอาล่ากับชายเจ้าของผมสีม่วงที่ยืนขาสั่นพับๆหน้าซีดมือไม้อ่อนระทวย  นายแบบหนุ่มขนหัวลุกจนผมสีทองชี้ตั้วโด่เนื้อตัวเปื้อนกองเลือดที่เจิ่งนองออกมาจาก..ร่างแน่นิ่งของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำสนิทที่ตอนนี้สภาพเสื้อผ้ายับยู่เปื้อนน้ำโคลนปนเปกับโลหิตดูสกปรกมอมแมม ใบหน้าซีดเซียวเหมือนกระดาษมีแผลฉกรรจ์ถูกแทงมากกว่าสิบตามลำตัว

“หนีกันเถอะคิเสะจิน!!!”  มุราซากิบาระเสนอความคิดที่คิเสะว่าเข้าท่าที่สุดแล้ว ณ เวลานี้..อีกฝ่ายไม่ใช่ผีแต่เป็นศพคนถูกแทง นี่มันไม่ใช่หนังผีแต่เป็นหนังสยองขวัญเกรด A ชัดๆ และต้องเป็นฆาตกรโรคจิตแน่ๆไม่งั้นคงไม่แทงยับเป็นรูพรุนขนาดนี้  คิดเช่นนั้นแล้วชายตัวใหญ่ผมสีม่วงออกตัววิ่งโดยกระเตงคิเสะที่เกาะคอเขาแน่นเป็นหมีโคอาล่าเอาไว้

 

 

“ช..ช่วย..ด..ด้วย…”

 

“ส..เสียงนั้นที่ฉันได้ยินนี่นา” มุราซากิบาระเอ่ยทั้งเสียงสั่น

“แว๊กกกกกกกกกกกกก แว๊กกกกกกกกกกกกกกกกก”  คิเสะกลัวจนสติแตกไปแล้ว ร้องเป็นแต๋วแตกแสบแก้วหูจนมุราซากิบาระหูแทบดับเลยหยิบเอาขนมข้าวพองในถุงแกะซองแล้วยัดปิดปากนายแบบหนุ่มรวดเดียวสามอัน  ชายตัวใหญ่พยายามตั้งสติแล้วเงี่ยหูฟังกวาดสายตามองไปรอบๆทิศทางเพื่อจับต้นทางเสียงทั้งสีหน้าวิตกกังวลใจ

 

 

ใบหน้าคมล้อมเส้นผมสีม่วงซอยระต้นคอก้มลงมอง..เสียงมาจากร่างของชายวัยกลางคนที่นอนจมกองเลือด!!!

 

 

“เขายังไม่ตาย!!!”  มุราซากิบาระผลักเพื่อนที่เกาะเป็นปลิงลงไปกลิ้งหลุนๆกับพื้นแล้ววิ่งไปประคองชายวัยกลางคนขึ้นมา ดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆลืมเปิดช้าด้วยแววตาอ่อนล้าเลื่อนลอยเต็มที ลมหายใจก็ขาดห้วงทุกขณะ

“คิเสะจิน!!!โทรเรียกรถพยาบาลเร็วเข้า!!!!”   เวลานี้คนที่มีสติดีที่สุดคือชายตัวสูงใหญ่ คนผมทองถุยขนมข้าวพองออกจากปากที่เลอะเศษขนม เมื่อรู้ว่าร่างที่นอนแน่นิ่งยังมีลมหายใจก็ดึงสติกลับมาได้ แต่ยังไม่คลายความหวาดระแวงนัก มือแกร่งรีบล้วงหยิบเอาสมาร์ทโฟนสีดำกดเบอร์สายด่วนโทรออกทั้งมือสั่นระริกแล้วรีบรายงานบอกสิ่งที่เกิดให้ปลายสายที่เป็นโรงพยาบาลใกล้เคียงสุดให้ฟังอย่างรวดเร็ว!!!

 

.

.

.

 

กา!!!!กา!!!!!

 

เสียงอีกาดังชัดจนแสบแก้วหู..เปลือกตาหนักอึ้งปริบไปมาก่อนจะค่อยๆลืมอย่างเชื่องช้าเผยดวงเนตรสีทับทิมแดงคู่คมเลื่อนลอย สิ่งแรกที่เห็น..คือ..ท้องถนนในซอยแคบๆขนาบด้วยตึกแถวสูงสี่ห้าชั้น ตามด้วยประสาทสัมผัสทางจมูกรับกลิ่นเหม็นเน่าน่ารังเกียจรอบกาย เมื่อร่างสูงเริ่มขยับกายเหล่าอีกาที่เกาะรอบๆรีบกระพือปีกบินถลาขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเช้ามืด

“ที่นี่..ที่ไหน?”  อาคาชิ เซย์จูโร่ยกมือกุมขมับตัวเองบีบนวดเบาๆ ร่างกายหนักอึ้งแถมเปียกโชกไปหมด ด้วยท้องฟ้าที่ยังไม่สว่างดีทำให้รอบทิศทางช่างพร่ามัวเสียเหลือเกินจนต้องใช้เวลาพักหนึ่งในการปรับสายตา

 

 

เรามานอนอยู่ที่กองขยะได้ไง?

 

คนหนุ่มผมแดงหยัดกายลุกขึ้นยืนโงนเงนมองไปรอบๆ ทั้งแคบ เปลี่ยว สกปรก แถมเป็นที่ทิ้งขยะกองโตถุงดำอัดเข้าถังไม่พอจนล้นออกมาวางด้านนอกบนพื้น  สถานที่แห่งนี้ถ้าจำไม่ผิด..เหมือนจะเป็นตรอกซอยของพวกถิ่นสลัมที่เป็นทางผ่านเส้นทางกลับบ้านของเขา แม้ว่าจะไม่เคยย่างกรายแถวนี้มาก่อน ตาเรียวคมหลุบมองพื้นดำสกปรกเลอะโคลนจนเปรอะรองเท้าพละสีขาว..เงาสะท้อนบนน้ำเจิ่งนองบนพื้นทำให้เห็นการแต่งตัวยังคงสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงวอร์มขาสั้นที่ใช้ในการฝึกซ้อมบาสเมื่อวาน แสดงว่าตั้งแต่เมื่อวาน..เขาไม่ได้กลับบ้านเลย

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

เมื่อวาน..เราซ้อมบาสตามปกติ

แล้วอาโอมิเนะมาบอกว่าขอโดดซ้อมไปเฝ้าคุโรโกะคุงที่ห้องพยาบาล

 

“จริงสิ..เมื่อวานคุโรโกะคุงเป็นลมเข้าห้องพยาบาล”  นัยน์ตาสีแดงเบิกกว้างอย่างนึกขึ้นได้เมื่อเรื่องราวเริ่มปะติดปะต่อกัน ตอนนั้นเขาหงุดหงิด..หงุดหงิดอย่างไม่ทราบสาเหตุจนไม่มีสมาธิในการซ้อม ทำพลาดหลายครั้งจนโค้ชบอกให้พักนอกสนาม ก็เลยตัดสินใจใช้เวลาว่างเหล่านั้นออกจากโรงยิมไปยังห้องพยาบาลแล้วก็เห็น…

 

อาโอมิเนะกับคุโรโกะกำลัง ‘จูบ’ กัน 

 

“อึก!!!!!”  จู่ๆอาการปวดหัวแล่นริ้วขึ้นในสมอง…อาคาชิยกมือกุมขมับตัวเองหลับตาปี๋แน่น ขมฟันข่มความเจ็บปวดเหล่านั้น ไม่ว่าจะพยายามทบทวนครุ่นคิดยังไงก็นึกไม่ออก เหมือนความทรงจำหลังจากนั้นหายวับไปกับตา รู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นมาท่ามกลางกองขยะแห่งนี้

 

 

ทำไมเราถึงรู้สึกคุ้นเคยว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน?

 

 

ยิ่งพยายามนึกก็ยิ่งปวดหัวหนักรุนแรงขึ้น..เช่นนั้นแล้วเจ้าตัวจึงล้มเลิกเอาไว้ชั่วขณะแล้วเดินโซเซพาร่างอันเหนียวเหนอะสกปรกมอมแมมนี่กลับเข้าบ้าน ป่านนี้ทุกคนคงวุ่นวายในการตามหาตัวเขาเป็นแน่..ถึงแม้ว่า..บิดาคงไม่คิดสนใจใยดีชีวิตของลูกชายคนนี้เท่าลูกสาวก็ตามที

 

 

 

ในที่สุดอาคาชิเดินเลาะตามเส้นทางจนมาถึงหน้าคฤหาสน์..บ้านของเขา คนหนุ่มผมแดงเลิกคิ้วสูงงุนงง..น่าแปลกที่ประตูใหญ่รั้วบ้านเปิดอ้าค้างไว้แบบนั้น เขาเดินก้าวเท้าเข้าไปตามเส้นทางถนนปูคอนกรีตเรียบทอดยาวทำเป็นทางขับรถออกจากคฤหาสน์เลาะไปตามเส้นทางผ่านน้ำพุสถาปัตยกรรมเทพดาเทโถน้ำที่ถูกปิดระบบปล่อยน้ำเอาไว้ชวนวังเวงเงียบเหงา กับสวนกุหลาบขาวขนาดใหญ่ที่มารดาเป็นคนเพาะปลูกกับมือยังคงได้รับการดูแลตัดแต่งกิ่งโดยคนสวนอยู่เสมอ  จนมาถึงหน้าประตูเข้าบ้านแล้วก็ยังไม่มีใครออกมาให้การต้อนรับ

 

ตอนนี้ก็เป็นเวลา 6 โมงเช้าแล้ว..ทำไมบรรยากาศวังเวงราวกับไม่มีใครอยู่

 

กลิ่นธูปกำยานลอยอบอวลเข้ามาเตะจมูก หนุ่มผมแดงมุ่นคิ้วพยายามสูดจมูกฟุดฟิดหาต้นตอกลิ่นดังกล่าว หน้าคมคายหันซ้ายทีขวาทีไปรอบๆ แล้วหยุดอยู่ที่..ห้องรับแขก

 

..กลิ่นมาจากตรงนี้…

 

ขายาวก้าวเดินกับทีละก้าว..สองก้าว..สามก้าว..สี่ก้าว…จนถึงหน้าประตูที่กั้นปิดไว้ด้วยม่านมูลี่ระโยงรยางค์ลูกปัดสีแดงคริสตัล มือแกร่งแหวกม่านออกอย่างช้าๆ นัยน์ตาสีทับทิมเบิกกว้างจนเจ็บเป้าตา..สิ่งเห็นทำเอาเขาลืมหายใจ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทุกอย่างจุกแน่นตีบตันขึ้นมาที่คอหอย ฝีเท้าที่มั่นคง..กลายเป็นความโลเลแต่ก็ยังฝืนใจก้าวเดินเข้าไปในห้องช้าๆ มองดู..ห้องรับแขกที่เคยวางโซฟาสีดำกำมะหยี กับที่นั่งสำหรับเล่นโชงิ

ทุกสิ่งทุกอย่างยกหายไปหมด กระทั่งผ้าม่านสีแดงเปลี่ยนเป็นสีดำ..ตรงกลางห้องถูกจัดแต่งด้วยดอกเบญจมาศสีขาวห้อมล้อมโลงศพตั้งตระหง่าตรงกลาง ข้างหน้าติดรูปถ่ายหน้าหันตรงของบุรุษคนสำคัญแห่งญี่ปุ่นผู้ครองอำนาจอันยิ่งใหญ่ของแผ่นดินนี้

 

 

“พ่อ?”

 

ดอกไม้..ผ้าม่านสีดำ..กลิ่นธูปกำยานกับความเงียบเหงาวังเวงหัวใจ..

เหมือนวันนั้นไม่มีผิด..วันงานศพของ ‘อาคาชิ ฮิเมะ’ ผู้เป็นมารดา

ที่ต่างวันนี้มีเพียงแค่…ผู้ตายคือ ‘อาคาชิ  เซย์นัน’

 

 

 

“น..นายน้อย!!!”   เหล่าแม่บ้านกับคนรับใช้ในชุดสีดำสนิทเดินเข้ามาในห้องรับแขกที่จัดพิธีกรรมงานศพของนายเหนือหัว   ดวงตาของทุกคนแดงก่ำบวมเป่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง อุทานเสียงดังจนเด็กหนุ่มที่ยืนเคว้งช็อกกับสิ่งที่เห็นค่อยๆหันหลังกลับมามองทุกคนอย่างช้าๆ โงนเงนราวกับคนไร้สติ

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด นั่น…น…นั่น!!!!”  สาวใช้หนึ่งในนั้นหวีดร้องแทบเสียงสติ ชี้นิ้วทั้งตัวสั่นเท้าไปยังผู้สืบทอดตระกูลลำดับที่ 10 ปากสั่นจนเห็นได้ชัด แต่นั่นก็ยังไม่น่าฉงนเท่าใบหน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี คนรับใช้คนอื่นๆเริ่มมองตามทิศทางพวกเขาถึงกับหน้าซีดไปตามๆกัน ตัวสั่นราวกับกลัวอะไรบางอย่าง

 

“กรรไกรเล่มนั้น..นายน้อยเอาอีกแล้ว!!”

“พอกันที!!ฉันไม่ทนอยู่อีกแล้ว!!!ฉันขอลาออก!!!”

 

“เดี๋ยว!!!เดี๋ยวสิ!!!พูดอะไรกันน่ะ!!!”  อาคาชิตะโกนรั้งเหล่าคนใช้ด้วยความสับสน แต่ทุกคนกลับวิ่งหนีเตลิดออกไปจากห้องเป็นบ้าเป็นหลัง

 

 

กรรไกร?

 

นัยน์ตาสีแดงหลุบมองมือของตนทั้งสอง พลัน!!!เขาก็ต้องตกตะลึง!!!มือ..มือทั้งสองข้างโชกเลือดเหนียวเหนอะเต็มไปหมด โดยที่มือข้างซ้ายกำกรรไกรด้ามสีดำ..กรรไกรที่ใช้ตัดแต่งกิ่งกุหลาบ..ของต่างหน้าเพียงหนึ่งที่มารดาหลงเหลือเอาไว้ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่อาคาชิแอบเก็บซ่อนเอาไว้ให้พ้นสายตาบิดา หลังจากความตายพรากมารดาจากไปทุกอย่างที่เกี่ยวกับ ‘อาคาชิ ฮิเมะ’ ถูกทำลายทิ้งจนไม่เหลือซาก

 

กรรไกรเล่มนี้เปื้อนเลือดอาบย้อมไปถึงตัวด้ามสีดำ!!

 

“อะไรกัน…น..นี่มัน..อะไรกัน..เกิดอะไรขึ้น!!?”   ชายหนุ่มมือไม้สั่นจนทำกรรไกรหลุดมือ ขายาวก้าวถอยหลังหวาดผวาวัตถุมีคมอันตรายนั่นโดยไม่ระวังจนสะดุดกับโต๊ะเตี้ยที่ใช้วางขันทองเหลืองใส่ข้าวสารสำหรับปักธูปให้คนกราบไหว้ศพ ร่างสูงล้มหงายหลังชนกับรูปถ่ายตั้งตรงของบิดาพังระเนระนาด

 

“ทำไม..มือเราเปื้อนเลือด..ทำไม..กรรไกรของแม่ถึงมาอยู่ในมือเรา นี่มัน..เรื่องบ้าอะไรกัน!!!”  อาคาชิลุกวิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องรับแขกขึ้นไปชั้นสองตรงไปยังห้องนอนของตัวเองแล้วปิดประตูกระแทกเสียงดังลั่น  น้ำตาที่ไม่ไหลรินมานานแสนนานหลังจากวันที่แม่ตายจากไป..ร่วงหล่นกระทบพื้นหยดแล้วหยดเล่า เขาไถลตัวกับหลังประตูทรุดไปนั่งกองกับพื้นยกมือทั้งสองจิกเส้นผมสีแดงชี้ยุ่งบิดแรงจนเจ็บหนังหัว  ก้มหัวลงซุกกับเข่าที่ชันคู่กัดปากแน่นจนห้อเลือดกลั้นเสียงสะอึกสะอื้นน่าอับอายเอาไว้ในห้องสี่เหลี่ยมมืดมิด

 

 

“ในที่สุด..เซย์นันก็ตายไปแล้ว..” 

 

 

เสียงทุ้มเย็นชาเอ่ยถึง อาคาชิ เซย์นัน…เสียงนั่นก้องในหัวจนอาคาชิสะดุ้งตกใจ เงยหน้ามองไปรอบๆ

 

“นั่นใครน่ะ!!!!”  ตะโกนถามหาเจ้าของเสียงนั้น..ตาสีแดงเรียวคมสั่นไหวเก็บซ่อนความกลัวเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ทำใจกล้าสู้มองไปรอบๆห้องนอนตัวเอง  ไร้วี่แวว..ไม่มีใครนอกจากตัวเขา

 

“ใคร? ผมว่าใช้คำว่า ‘เรา’ จะดีกว่า ”

 

“แกอยู่ที่ไหน!!!!ออกมาเดี๋ยวนี้!!!!!”  อาคาชิตวาดเสียงดังสนั่นลุกเดินหมุนไปรอบกายหวาดผวามือสะเปะสะปะคลำไปรอบๆจนจับโคมไฟบนหัวโต๊ะ เขากระชากมันจนสายไฟที่ต่อเข้ากับปลั๊กหลุดกำด้ามจับทั้งสองมือไว้แน่นจนเส้นเลือดจนเห็นข้อขาว

 

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

 

“หุบปาก!!!”

 

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

“หึหึหึหึหึหึหึหึ”

 

 

“ฉันสั่งให้แกหุบปากเดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!!!!”   เสียงหัวเราะกวนประสาทจนอาคาชิโมโหเลือดขึ้นหน้า ระบายอารมณ์ด้วยการฟาดโคมไฟลงกับกระจกบานสูงเท่าตัวในห้องนอนติดบนผนังเอาไว้สำหรับมองดูการแต่งกายตัวเองจนแตกร้าว

 

 

เพล้ง!!!!!!!!!!!!!

 

 

“แฮ่กๆๆ”   อาคาชิก้มหน้าลงต่ำจนผมสีแดงปรกหน้าตาหายใจหอบโยนจนร่างไหล่กว้างขยับขึ้นลงตามจังหวะ  เสียงหัวเราะชวนขนหัวลุกนั่นหายไปแล้ว จึงทิ้งโคมไฟในมือลงพื้น ดวงตาสีแดงฉายแววอ่อนล้าสับสนไปหมดต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น..

 

ทั้งความรู้สึกปวดหนึบใจจนเกรี้ยวกราดแทบขาดสติเมื่อเห็นน้องสาวต่างแม่กำลังจูบกับผู้ชายอื่น

ทั้งเรื่องที่ตัวเองไปนอนจมกองขยะโดยที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้ไปร่อนเร่แถวนั้น

ทั้งเรื่องมือเปื้อนเลือดกับกรรไกรคมกริบที่ถือแกว่งไปมาโดยไม่รู้ตัวจนกลับมาถึงบ้าน

ทั้งเรื่อง..ที่พ่อมาด่วนลาจากไปแบบไม่ทันตั้งตัว

 

 

“อ..อึก!!!”   เสียงทุ้มคำรามแผ่วเบาเต็มไปด้วยความเศร้า  สถานที่แห่งนี้ไม่มีใครเหลืออยู่อีกแล้วนอกจากตัวเขาเองเพียงลำพัง เท้าทั้งคู่ที่ยังสวมรองเท้าพละเดินเหยียบเศษกระจกที่หลุดจากบานเข้าไปใกล้แล้วฝุ่บหน้าลงกับรอยเร้าบนกระจกบานใหญ่

 

 

กดดันจนตีบตันกล่องเสียงในลำคอไปหมด..เหลือเพียงน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้ม

ไม่อาจกรีดร้องกับเรื่องน่าเศร้าที่ถาโถมเข้ามาจนเกินจะ…รับไหว..

 

 

“ไม่อยากจะหนีความจริงแล้วงั้นเหรอ”

 

อาคาชิ เซย์จูโร่สะดุ้งตกใจ มองไปรอบกายตื่นตระหนก รีบถอยผละจากกระจกตอนนี้เขากลัว..กลัวจนเริ่มจะคุมสติไม่อยู่กับการต่อกรกับสิ่งที่ไม่เห็น มือหนาสั่นไม่อาจคุมได้เช่นเดียวกับร่างกายเขาก้มลงหยิบเอาเศษกระจกกำแน่นจนบาดลึกเข้าเนื้อโลหิตทะลัก แผลบนมือสดใหม่จนเจ็บร้าวไปทั้งมือค่อยๆประคองสติที่ใกล้แตกให้กลับมาแล้วใคร่ทบทวนหาต้นตอเสียงนั่น

 

“ถ้างั้น..ก็หันมาทางนี้สิ”

 

เจ้าของเสียง..เรียกให้หันกลับไปทางซ้าย..ที่ๆตั้งกระจกเอาไว้ อาคาชิกลืนน้ำลายลงคอตั้งสติให้มั่นแล้วค่อยๆหันไปอย่างช้าๆ เงาสะท้อนบิดเบี้ยวน่าสะพรึงของตัวเองบนกระจกที่เกิดรอยร้าวเป็นทาง ตาสีแดงคู่คมเบิกโพล่งฉายแววตื่นตระหนก..เงาร่างที่สะท้อนเหมือนเขาทุกประการ แต่สิ่งที่เห็น..คือนัยน์ตาข้างซ้ายที่กลายเป็นสีทองอำพัน!!!!

“นี่มัน..อะไรกัน?”  มือแกร่งอีกข้างยกขึ้นมาแตะใต้ตาซ้าย จ้องมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจกที่บิดเบี้ยว ปากของตนในกระจกแสยะยิ้ม!!!แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมน่าสะพรึงและกำลังขยับพูด

 

 

“ในที่สุดก็ได้เจอกันแล้ว อาคาชิ เซย์จูโร่”

 

 

เสียงนั่นคือเสียงของเขาเอง…อาคาชิส่ายหน้าช้าๆเลื่อนมือที่แตะนัยน์ตาสีทองมาปิดปากตัวเองแน่น  ก็ไม่อาจหยุดเสียงที่เล็ดรอดออกมา เขาคุมร่างกายตัวเองไม่ให้หยุดพูดด้วยเสียงน่าขนหัวลุกเหล่านั้นได้

“นาย..เป็นใคร?”  เขาถามคำถามเดิม..และก็หวาดกลัวเหลือเกินว่าคำตอบนั้นจะเป็นสิ่งที่ตัวเองคาดเดาจากมันสมองที่ฉลาดพอประมวลผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

 

“ใช่..อย่างที่นายคิด.. ‘ผม’ ก็คือตัวนายอีกคน ผมคือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ ” 

 

เท่านี้อาคาชิก็ไขข้อสงสัยที่มาของมือกับกรรไกรเปื้อนเลือด ทว่า..คนหนุ่มผมแดงส่ายหน้าปฏิเสธไม่อาจทำใจยอมรับสิ่งที่คิดได้ เขาถอยหลังกรูจากกระจกที่ฉายเงาสะท้อนที่ยืนยิ้มหัวเราะร่าราวกับคนบ้าเสียสตินั่น  “ต..ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..”

 

ไม่เคยรับรู้ว่าตัวเองมีอีกบุคลิกแอบซ่อนเอาไว้

 

“นายลืมไปแล้วเหรอว่านายสร้างผมขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่..ทั้งๆที่นายรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็อ่อนแอเกินกว่าจะรับได้”  

 

นี่เป็นครั้งแรกที่อาคาชิกลัวตัวเอง..เขาไม่อาจควบคุมร่างกายที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นเครือสลับกับเสียงทุ้มโทนเดียวแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกเย็นชาจนน่าใจหาย ยิ่งได้สดับถ้อยคำที่อีกตัวตนใช้ร่างกายของเขาขยับปากพูดออกมา..ทุกสิ่งที่เอ่ยแฝงไปด้วยอารมณ์บ้าคลั่งเฉกเช่นคนกระหายเลือดก็ไม่ปาน

 

 

“นึกให้ออกสิ เรื่องราวน่าเศร้าในอดีตที่นายลืมมันไป”

“นึกสิ..ว่าเพราะอะไรผมถึงได้เกิดมา..”

 

 

 

“!!!!!!!!!!!!!!!”  ร่างสูงเรือนผมแดงชี้ยุ่งสะดุ้งลืมตาตื่น  ลมหายใจถี่หอบยังคงตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อซักครู่ เปลือกตาบางปริบมองท้องฟ้าสีครามสดใสกับก้อนเมฆปุยนุ่มลอยอ้อยอิ่งเบื้องบน สายลมอุ่นๆยามฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านจนเส้นผมสีแดงพลิ้วไหว ร่างสูงค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆกวาดมองไปรอบๆ

 

สถานที่แห่งนี้คือ ‘สวนดอกกุหลาบขาว’

 

ดวงเนตรสีทับทิมเบิกกว้างจ้องมองไปยังร่างๆ ร่างสูงโปร่งเพรียวบางสวมชุดเดรสยาวสีแดงกร่อมเท้าพร้อยชายลูกไม้สีดำตัดเย็บจากเนื้อผ้าราคาแพง เส้นผมสีดำขลับเงางามยาวสลวยคลอสะโพกกลมกลึงพลิ้วตามกระแสลมโชยอ่อน มือเรียวบางยกขึ้นมาจับปอยผมขึ้นทัดหูระหว่างตัดแต่งกิ่งดอกกุหลาบขาวที่ตัดออกมาวางเรียงบนโต๊ะ เล็มเอาคมหนามออกแล้วปักในแจกันเซรามิกลายครามสวย  บนตักของหญิงสาวมีร่างเล็กๆของเด็กชายผมแดงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงสีดำเชื่อมสายเอี่ยมและโบว์เล็กๆสีดำติดปกเสื้อ มือเล็กป้อมหยิบเอาดอกกุหลาบบนโต๊ะที่ยังเหลือคมหนามขึ้นมาเล่น

 

 

ด้วยความไม่ทันระวัง คมหนามจึงตำมือเด็กน้อยเข้าให้

 

 

“เซย์จูโร่..กุหลาบขาวสวยงามก็จริง แต่อย่าลืมนะว่ามีคมหนามแฝงไว้ด้วย”  ริมฝีปากเล็กอิ่มทาลิปสติกสีแดงคลี่ยิ้มอ่อนโยนเอ่ยเอื้อนวาจาปลอบโยนลูกชายในอ้อมแขน เธอวางกรรไกรตัดกิ่งแล้วหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวซับเลือดบนปลายนิ้วน้อยๆ ใบหน้ากลมหงิกงอคล้ายจะร้องไห้สงบลงก่อนจะถูกมือเรียวบางประคองให้หันมาสบตาแล้วบรรจงใช้นิ้วโป้งปากเอาหยดน้ำตาคลอเกือบไหลรินออกเบาๆ

“เซย์จูโร่ชอบกุหลาบขาวไหม?”  สตรีเรือนผมสีดำถาม ดวงเนตรสีทองอำพันฉายแววอ่อนโยนยิ่งกว่าสิ่งใดยามพิศมองดวงหน้าของเด็กชายบนตัก

“ผมชอบกุหลาบฮะ ชอบพอๆกับที่รักคุณแม่เลยฮะ”  เด็กชายตัวน้อยยิ้มกว้างอย่างไร้เดียงสา ทุกถ้อยคำออกมาจากใจหาได้มีการประดิษฐ์ประดอย เรียกรอยยิ้มขำขันบนดวงหน้าสวย..สวยจนอาคาชิคิดว่าไม่มีผู้หญิงใดในโลกจะสวยได้เท่าเธอผู้นี้

 

 

..อาคาชิ ฮิเมะ..

 

 

“แม่ของเราเป็นคนที่สวยและสง่างามที่สุดกว่าหญิงใดในโลกนี้ ว่าไหม?”  เสียงทุ้มดังจากด้านหลังทำให้คนหนุ่มสะดุ้งโหยงหันขวับไปมองในทันที คนหนุ่มผมแดงชี้ยุ่งชักสีหน้าตกตะลึง..บุคคลที่อยู่ตรงหน้ากำลังเปิดสนทนากับเขา..คือ..ตัวเขาเองยืนกอดอกสบายๆ ต่างกันเพียงดวงตาเรียวคมทั้งสองข้างนั้นกลับกลายเป็นสีทองอำพัน

 

สีทอง..ที่เหมือนกับสีตาของมารดา

 

“นายคือ?”

“ผมก็คือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ อีกคนที่นายเป็นคนสร้างขึ้น” 

 

การพบเจอกันอย่างเป็นทางการในห้วงความทรงจำ..ระหว่างคนๆเดียวที่มีสองบุคลิก ดวงเนตรสีแดงเรียวคมพิศมองใบหน้าที่ถอดแบบจากเขาไม่มีผิดเพี้ยนเว้นเพียงสีตา ทั้งที่ควรจะตื่นกลัวแท้ๆน่าแปลกที่เขากลับสงบจิตใจลง หน้าหล่อเหลาล้อมเส้นผมสีแดงหันกลับไปมองมารดาที่โอบอุ้มตัวเองสมัยเด็กไว้บนตัก..อบอุ่นเหลือเกิน..อบอุ่นละลายหัวใจอดยิ้มไม่ได้ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกอิ่มเอมใจนัก

 

คิดถึงเหลือเกิน..หญิงผู้เป็นที่รักยิ่ง..เพียงบุคคลเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่า ‘โลกนี้ยังมีคนรักและคอยห่วงใยเสมอ’

 

อาคาชิอีกคนลอบมองใบหน้าคมคายเสมือนตัวเองครึ่งซีก รอยยิ้มหวนคะนึงเช่นนั้นทำเอาเจ้าตัวเค้นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ ดวงเนตรคู่คมสีทองเหลือบตรงไปยังหน้าต่างชั้นสองของคฤหาสน์ เงยหน้าขึ้นมองอยู่นานจนคนที่เคลิ้มกับอดีตดีๆเหมือนฝันหวานเลิกคิ้วฉงนสนเท่ห์ก่อนเงยหน้าขึ้นมองตาม

 

“ไม่ว่าจะเมื่อไหร่..เซย์นันก็มักจะมองพวกเราด้วยสายตาเย็นชาเสมอ” 

 

บุรุษร่างสูงเรือนผมสีแดงเสยเรียบ ดวงหน้าคมในวัยหนุ่มยังคงเค้าความหล่อเหลาชวนละลายหัวใจกับท่าทีเย็นชาเหลือเกิน ดวงเนตรสีแดงทับทิมเรียวคมหลุบมองสองแม่ลูกด้วยสายตาที่ไม่อาจอ่านออก..สายตาเดียวตั้งแต่เล็กจนโตใช้จ้องมองเขาเสมอ

 

แม้ในวันก่อนลาโลกนี้..พ่อไม่เคยมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนซักครั้ง

 

 

“คนๆนั้นคิดถึงแต่ลูกเมียน้อย คิดถึงเมียน้อยของตัวเอง..”  อาคาชิกำหมัดแน่น..ในเวลาก่อนหน้านั้นเขาเฝ้าถามตัวเองเสมอว่าพ่อคิดจะรักเขาบ้างไหม..เหตุใดถึงได้กระทำต่อเขาเหมือนเป็นเพียงหุ่นยนต์ไร้หัวใจ ยัดเยียดคำว่า ‘ชนะ’ และ ‘ตระกูล’มาเข้าสมองตลอด

 

กระทั่ง 2 เดือนก่อน..คุโรโกะ เท็ตสึยะปรากฏตัวพร้อมความจริงอันน่าตกตะลึง

บิดาไม่ได้มีแม่เพียงคนเดียว..บิดารักและห่วงใยลูกเมียน้อยมากกว่าลูกเมียหลวง

 

“พ่อไม่เคยรักแม่ของพวกเราแต่แรก จนในที่สุด..แม่ก็รู้ความจริงว่าพ่อมีอีกครอบครัวหนึ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนั้น..”  เสียงทุ้มจากอาคาชิผู้มีนัยน์ตาสีทองเหมือนมารดาเต็มเปี่ยมไปด้วยความคับแค้น

 

 

 

เพล้ง!!!!!

 

“คุณจะไปหานังนั้นเหรอ!!คุณคิดจะจากฉันไปงั้นเหรอเซย์นัน!!!”  เสียงแตกกระจายดังจากในตัวคฤหาสน์ อาคาชิรีบวิ่งเข้าไปในบ้านที่มืดมิด กลางห้องโถงเต็มไปด้วยเศษกระเบื้องแตกละเอียดจากแจกันลายครามที่เจ้าตัวใช้ปักกุหลาบขาวดอกตูม น้ำสะอาดหล่อเลี้ยงดอกไม้งานเจิ่งนองพื้น กุหลาบขาวถูกเศษกระเบื้องทับจนกลีบดอกช้ำหมดเค้าซึ่งความงดงาม เช่นเดียวกับสีหน้าเกรี้ยวกราดบนดวงหน้าสะสวยประหนึ่งเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์

 

 

ชายหนุ่มผมแดงไม่ตอบ ทำเพียงปรายตามองหมิ่นเหม่ด้วยสายตาเย็นชาแล้วหันหลังเดินออกไปจากบ้าน

 

“กลับมานี่นะเซย์นัน!!กลับมาเดี๋ยวนี้!!!!!กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!”  ฮิเมะทรุดลงกับพื้นหวีดร้องดังสนั่น เหล่าคนใช้หลบซ่อนในมุมมืดวงแขนของเหล่าแม่บ้านกอดร่างเล็กของเด็กชายผมแดงในชุดนอนเอาไว้แน่น  รั้งเอาไว้ไม่ให้วิ่งเข้าไปในเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งของผู้ใหญ่  เธอผู้งดงามคร่ำครวญสะอื้นน้ำตานองหน้า ดวงเนตรสีทองอำพันคู่งามแดงก่ำบวมเป่งร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือจิกกำชายกระโปรงชุดนอนสีแดงผ้าแพรแน่นจนยับยู่

“ฉันคือทายาทเพียงหนึ่งของตระกูลฟุจิวาระนะ…ฉันคือผู้หญิงที่ใครต่างยอมรับว่าเป็นเลิศในทุกสิ่งนะ..ทำไม..ทำไม..ถึงเลือกนังหน้าจืดนั่น..ทำไม!!!!!!!!!”

“คุณผู้หญิง!!อย่าทำแบบนี้!!!!”

คนใช้วิ่งถลาเข้าไปรั้งสตรีเรือนผมสีดำยุ่งเหยิง รั้งจับข้อมือบอบบางนั่นไม่ให้คว้าเศษแจกันกรีดข้อมือตัวเอง นางดีดดิ้นหมายจะให้หลุดจากแรงจับของเหล่าคนใช้หวีดร้องเหมือนคนบ้าคลั่งแหกปากแผดเสียงจนคอระหงขึ้นเอ็น

“แม่..”  อาคาชิตัวแข็งทื่อมองสิ่งที่เกิดขึ้น..ดวงเนตรสีแดงเบิกกว้าง..จ้องมองมารดาที่สวยสง่าไม่ว่าจะครั้งใดในห้วงความทรงจำ  หากแต่..ภาพของมารดาที่คลั่งจนเสียสตินี่หาได้อยู่ในความทรงจำแม้แต่นิด

 

 

“ตอนนั้นพวกเราทำอะไรไม่ได้เลย..ได้แต่ยืนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น”   

 

อาคาชิอีกคนเดินผ่านตัวเขาตรงไปยืนอยู่ข้างๆเด็กน้อยอาคาชิ..เด็กชายผมแดงยืนตัวแข็งทื่อเหมือนกับตัวเขาเองในตอนนี้ไม่มีผิด แล้วค่อยๆวางมือลงบนศีรษะของเด็กน้อยลูบปลอบประโลมอีกฝ่ายที่เริ่มสะอื้นฮักๆทั้งกลัวทั้งสับสน..เป็นอาการของเด็กที่ผวาการทะเลาะของบิดามารดาทั่วไป

 

“หลังจากนั้นแม่ก็กลายเป็นคนเก็บตัว ไม่พูดไม่จา อารมณ์แปรปรวนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ”

 

เสียงเดาะลูกบาสกระเด้งกระดอน ทำให้คนหนุ่มผมแดงชี้ยุ่งผินหน้าไปยังหน้าต่างบ้าน ขายาวเดินไปหยุดอยู่ริมหน้าต่างทอดมองไปยังสนามบาสเก็ตบอลริมสวน อาคาชิวัย 5 ขวบเลี้ยงลูกบาสเก็ตบอลไปมาก่อนจะตั้งท่าชู้ตเข้าห่วง ใบหน้ามอมแมมของเด็กชายล้อมเส้นผมสีแดงกระดกยุ่งจากการเล่นซน ฉีกยิ้มกว้างดีใจ..แววตาสีทับทิมเปี่ยมไปด้วยความหวังในบางสิ่ง

“จำได้แล้ว..วันนั้นเรา..เล่นบาสและชู้ตเข้าห่วงเป็นครั้งแรก..”   ความทรงจำที่เลื่อนหายไปนานเริ่มกลับเข้ามาในสมอง ดวงตาเรียวคมสีทับทิมมองตามหลังตัวเองในวัยเด็กวิ่งถือลูกบาสตรงไปหามารดาที่นั่งเหม่อลอยตัดเล็บกิ่งดอกกุหลาบขาวใต้ศาลา

 

ใช่แล้ว!!เราเล่นบาสก็เพื่ออยากให้แม่กลับมามีรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง!!!

 

 

“แม่ฮะ!!ดูนี่สิ!!ผมชู้ตลงแล้วนะฮะ”

 

แกร๊บ!!!แกร๊บ!!!!

 

“เดี๋ยวผมจะชู้ตให้ดูนะฮะ..นี่ไง!!!”  อาคาชิวัยเด็กตั้งท่าแล้วเล็งจังหวะให้ดีที่สุด ก่อนผลักมือส่งลูกบอลลอยวิถีโค้งลงห่วงอย่างสวยงาม  ขาสั้นๆวิ่งเข้าไปรับลูกคืนแล้วหันไปยิ้มยิงฟันขาว คาดหวังว่ามารดาจะกล่าวชมเชย ..แต่กลับไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ ไม่แม้แต่ดูลูกชายตัวเองด้วยซ้ำ

 

แกร๊บ!!!แกร๊บ!!!!

 

“แม่ฮะ?”

 

แกร๊บ!!!!

 

กรรไกรหยุดตัดขมหนามดอกกุหลาบ..หญิงสาวเรือนผมสีดำยาวสลวยก้มหน้าลงต่ำจนเส้นผมปรกตา ลูกชายตัวน้อยเอียงคองุนงงเดินกอดลูกบาสก้าวเท้าเล็กเข้าไปหามารดาที่รักยิ่ง

 

“แม่?”

 

“หนวกหู…”

 

“แม่ฮะ?”

 

“ฉันบอกว่าหนวกหู!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

ฝ่ามือที่เคยอบอุ่นตบฉาดลงบนแก้มยุ้ย เด็กชายล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นดวงเนตรสีทับทิมกลมโตฉายแววตื่นตระหนก ตื่นกลัว ตามด้วยเสียงร้องไห้จ้า ทว่า..นั่นหาได้ทำให้ฮิเมะหยุดการกระทำป่าเถื่อนเธอจิกเส้นผมสีแดงทึ่งกระชากไปมาจนร่างเล็กๆโยกตามแรงเหวี่ยง ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงเมื่อสาวใช้เดินผ่านมาหมายเอาของว่างมาเสริฟ์ ถาดอาหารถูกปล่อยทิ้งลงกับพื้นเธอรีบวิ่งเข้าไปดึงตัวคุณผู้หญิงที่สติแตกให้ถอยห่าง

 

“ใครก็ได้ช่วยห้ามคุณผู้หญิงที!!!!!!”

 

สาวใช้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือประกอบกับเสียงร้องจ้าของคุณชายน้อยเรียกให้คนสวนแถวนั้นรีบรุดหน้าเข้ามาห้ามปรามสิ่งที่เกิดขึ้น   ขณะเดียวกันแม่บ้านวิ่งตามมาสมทบเข้าประคองร่างเด็กน้อยผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ โดนลูกหลงแห่งโทสะของผู้ใหญ่ไว้ในอ้อมแขน พยายามกอดปลอบให้ร่างเล็กๆหยุดร้องไห้จนตัวสั่นเท้า

 

 

“ชีวิตของแม่โรยด้วยกลีบกุหลาบมาตลอด ชีวิตที่งดงามเปรียบเสมือนดอกกุหลาบขาวเลอค่าที่ใครๆต่างยกย่องสรรเสริญว่าทั้งสง่างามล้ำค่าและแสนบริสุทธิ์  แต่แล้ว..ความผิดหวังที่เกิดขึ้นทำให้แม่เปลี่ยนไป”

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ช็อกกับสิ่งที่เห็น..แม่ที่เขาจำได้ว่าอ่อนโยนแค่ไหนกลับพุ่งทำร้ายร่างกายเขาจนบาดเจ็บ เนื้อตัวถลอกมอมแมม..ความทรงจำค่อยๆย้อนคืนเข้ามาทีละนิด..

“ไม่จริง..ม..ไม่จริง..”   หน้าหล่อเหลาส่ายหน้าปฏิเสธสิ่งที่เห็น โดยมีเสียงหัวเราะเย้ยหยันของอีกบุคลิกที่ยืนล้วงกระเป๋านิ่ง มองความเลวร้ายที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย..ไม่รู้สึกรู้สา

 

“หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องแบบนี้ทุกวันทุกเวลา..พอโผล่หน้ามาก็จะโดนทำร้ายร่างกาย จนตัวนายเองไม่กล้าเข้าใกล้แม่ ต้องคอยหลบซ่อน แต่สายตาผู้ใหญ่ย่อมกว้างไกลกว่า พอหลบ..แม่ก็โมโหยิ่งกว่าเก่า”

 

 

“แกจะไปไหนเซย์จูโร่!!แกจะหนีฉันไปเหมือนพ่อของแกใช่ไหม!!!”

“แม่ฮะ!!ผมเจ็บ!!!แม่ฮะ!!!ฮือๆ ช..ช่วยด้วย!!!ใครก็..ด..ได้ช่วยด้วย!!!!”

“จะร้องให้คนช่วยเหรอ..อ๋อ..แกรักคนอื่นมากกว่าแม่ใช่ไหมเซย์จูโร่!!!”

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

 

นัยน์ตาสีแดงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ละสายตาจากหน้าต่างไปยังห้องโถงตรงกลาง สตรีเรือนผมสีดำขลับกดอาคาชิวัย 5 ขวบสภาพเนื้อตัวเขียวช้ำสะบักสะบอมลงกับพื้น  มือเรียวสวยหยิบกรรไกรเล็บกิ่งไม้ด้ามสีดำง้างขึ้นสูงเหนือศีรษะลูกชาย!!

 

 

“คุณผู้หญิงอย่า!!!!!!!!!” เวลานั้นพ่อบ้านมาซากิเข้ามาเห็นจึงวิ่งเข้ามาดึงตัวฮิเมะเอาไว้ ทว่า..กรรไกรที่หมายมั่นจะแทงลงบนร่างลูกชายห่างเพียงอีกไม่กี่เซนถูกปัดออก แต่ถึงอย่างนั้นด้านคมของกรรไกรเฉี่ยวไปโดนลูกตาข้างซ้าย!!!

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

“อึก!!!!!!!!!!”  ความเจ็บปวดในครานั้นแล่นริ้วจนเจ็บกระบอกตาซ้าย มือแกร่งยกขึ้นมากดตาซ้ายแน่น..กดเล็บจิกเกร็งเข้าเนื้อ ร่างสูงยืนมองตัวเองในวัยเด็กดิ้นพล่านเสียสติกุมตาซ้ายของตน..เลือดสีแดงไหลทะลักจนเปรอเปื้อนมือน้อยๆ

 

 

…โหดร้ายเกินกว่าเด็ก 5 ขวบจะทนรับได้….

 

 

“แม่กลายเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง..หนักขึ้นเรื่อยๆ  บางครั้งก็ร้องไห้เกรี้ยวกราดจนบ้าคลั่ง บางครั้งก็เพ้อคิดถึงพ่อที่ไม่เคยเหลียวมองกลับมา”

 

 

 

อาคาชิสะดุ้งตกใจ เขากลับมายืนอยู่ที่ห้องนอนตัวเองอีกครั้ง..แต่สิ่งที่ต่างคือห้องนอน ณ เวลานี้อยู่ในความทรงจำที่เลือนหายไป ฝีเท้าย่ำเดินที่ละก้าวทีละก้าว..ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอน..สัมผัสบางอย่างพุ่งเข้ามาทำเอาร่างสูงขนลุกซู่  รู้สึกพะอืดพะอมโดยไม่ทราบสาเหตุแต่ยังอดกลั้นเอาไว้ไม่ให้สำรอกอาเจียนออกมา

 

แอ๊ดดดดดด

 

ประตูเปิดออกช้าๆแล้วปิดตัวลง เงาร่างสะโอดสะองในชุดนอนผ้าแพรสีดำลูกไม้สายเดี่ยวคว้านคอลึกเห็นร่องอกนูนอิ่ม ขับผิวขาวผ่องให้ออกเปล่งประกายออกมางามค่าและเย้ายวน เส้นผมสีดำยาวสลวยดุจเส้นไหมราคาแพงคลอสะโพกกลมกลึงก้าวเดินเข้ามาในห้องนอนลูกชาย ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงข้างเตียง

อาคาชิ เซย์จูโร่วัยเด็กนอนหลับสนิทโดยที่ตาข้างซ้ายถูกปกปิดด้วยผ้าก็อตสีขาว  เด็กชายรับรู้ถึงบางสิ่งมาเยือนจึงขยับตัวยุกยิกปรือตาปรอยๆเพ่งมองเข้าไปในเงามืดยามรัตติกาล เงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาทำเอาดวงหน้ากลมซีดเผือดเหงื่อแตกพลั่ก กำลังจะลุกหนีกลับถูกมารดาโถมน้ำหนักคว้าจับข้อมือทั้งสองกดลงเตียง

 

“ม..แม่ฮะ..ย..อย่าทำผม..ฮึก..อย่าทำ..”

 

เสียงครวญสะอื้นเต็มไปด้วยความหวาดผวาวอนขอความเห็นใจจากมารดา  ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับขณะเดียวกันคนเป็นแม่ก็ไม่ได้เข้ามาทำร้าย เด็กน้อยผมแดงอาคาชิตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ควรจะหนี หรือควรจะทำเช่นไร กลัวจนไม่กล้าขยับไปไหน  จนในที่สุดฮิเมะเริ่มขยับมืออีกข้างเลื่อนลงมาวางทาบลูบไล้ใบหน้าลูกชายอย่างทะนุถนอม

“ลูกช่างเหมือนพ่อไม่มีผิด..ทั้งดวงตาและเส้นผม..เหมือนเหลือเกิน”  น้ำเสียงหวานๆฟังดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่ผ่านๆมา ดวงเนตรสีอำพันใต้ขนตาแพยาวพิศมองใบหน้าลูกชายเพียงคนเดียวด้วยสายตาบางอย่าง

 

 

ในตอนนั้นเขายังเด็ก..ไม่เข้าใจแววตานั้นของมารดา

แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหมายถึงอะไร!!!

 

 

มือของเธอเลื่อนไปแตะเนินอกนูนอิ่มล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ บีบเค้นคลึงหน้าอกตัวเองไปมา อาคาชิ ฮิเมะครางเสียงหวานแผ่วเบาปรือตาลงมองไปยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความฉงนสงสัยของเด็กน้อยใต้ร่าง เธอขยับตัวขึ้นมานั่งลงบนเตียง คร่อมร่างลูกชายตัวเองที่มีอายุเพียง 5 ขวบ ปลายนิ้วเกี่ยวสายชุดนอนออกปลดเปลื้องจนเผยร่างเปลือยเปล่า

“ม..แม่…” เสียงใสๆของเด็กน้อยสั่น  กำลังกลัวกับสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน..ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามารดากำลังทำอะไร ฮิเมะดึงกางเกงนอนขายาวของอาคาชิออกและ..ทิ้งตัวลงบนจุดกลางตัวลูกชาย

 

 

“ไม่จริง!!!ไม่จริง!!!!!!!!!!!!!”  อาคาชิหวีดร้องราวกับคนเสียสติ เขาไม่อาจทนมองภาพเหล่านั้นได้ลง เจ้าตัวเบือนหน้าหนียกมือปิดหูแน่น จิกขยุมเส้นผมสีแดงจนเจ็บ  หันหน้าหนีจากเรื่องราวน่าสะพรึงยิ่งกว่าสิ่งที่เขากระทำกับคุโรโกะ ..สิ่งนั้นเกิดขึ้นบนเตียงนอนของเขา!!!!

 

“ความเหงาเปล่าเปลี่ยวทำได้ทุกสิ่ง กระทั่งแม่กับลูก สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้..เป็นตะกอนแรกในการกำเนิดผมขึ้นมา”  

 

อาคาชิอีกบุคลิกเดินวนรอบๆเตียงสี่เสาที่เริ่มโยกเยกส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดไปมาเป็นจังหวะขับเคลื่อนของฮิเมะ ตาสีอำพันมองสิ่งที่เกิดขึ้นบนเตียงอย่างไม่ยี่หระก่อนช้อนขึ้นมามองเด็กหนุ่มผมแดงหันหน้าหนีความจริงน่าแขยงเหล่านี่ ยืนโก่งตัวอาเจียน

“ไม่จริง!!!ไม่จริง!!!นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!!!!”   ร่างสูงแผดเสียงกร้าววิ่งเตลิดออกไปจากห้องนอน วิ่ง..วิ่ง..และวิ่งออกมานอกคฤหาสน์ ความเหนื่อยล้าทำให้จังหวะก้าวขาผิดและสะดุดขาตัวเองล้มลงกับพื้นในสวนดอกกุหลาบขาว

 

 

บุปผางามเปรียบเสมือนมารดา แท้จริงแล้วความเป็นดอกกุหลาบหาใช่ช่อตูมสีขาว

กลับเป็นคมหนามบนกิ่งก้าน

 

 

“แม่..ม..แม่…อ่อก!!!”  อาการซึมเศร้ามาถึงขีดสุด อาคาชิ ฮิเมะ ไม่เหลือแล้วถึงเค้าเดิมที่เคยมีมา..ใต้ท้องฟ้ายามราตรีของคืนหนึ่ง ฝนตกหนัก..ท้องฟ้าวิปโยคเช่นเดียวกับสภาพทางจิตใจของสาวเรือนผมสีดำ ร่างกายของเธอเปียกปอนฝนจนเสื้อเดรสสีแดงสวยแนบเนื้อเห็นสัดส่วนโค้งเว้า ดวงตาสีอำพันเบิกโพล่งจนเส้นเลือดขึ้นตาขาวมองหน้าลูกชายใต้ร่างดิ้นพล่านทุรนทุราย มือน้อยๆจับมือของมารดาที่บีบคอเอาไว้ พยายามทุบตีผลักไส

“ผ..ผมหายใจ..ไม่ออก..”

“เซย์นัน..ทำไมทำกับฉันแบบนี้..ทำไมทิ้งฉันไป” เธอคร่ำครวญถึงสามีที่ทิ้งไปหาภรรยาน้อย

“ผม..เซย์..จูโร่..ฮะ..อ่อก!!ม..แม่..ย..อย่า”

 

 

ในสายตาของฮิเมะ ลูกชายได้กลายเป็นตัวแทนของสามีไปเสียแล้ว

 

 

“ไม่นะ..”  ร่างสูงพึมพำทั้งเสียงสั่นพร่า เขานึกออกแล้ว..นึกออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ดวงเนตรสีทับทิมคมเบิกกว้างจ้องมองแม่ที่กำลังฆ่าเขาในตอนเด็กให้ตายทั้งเป็นในสวนดอกกุหลาบ มือเล็กอ่อนแรงทิ้งลงข้างตัว ก่อนที่ปลายนิ้วเผลอไปโดนเข้ากับวัตถุมีคมที่วางทิ้งไว้บนสนามหญ้า

 

“ไม่นะ!!!!!อย่า!!!!!!!!!!!!!!”

 

เขารีบดันตัวลุกขึ้นวิ่งด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่มีพุ่งเข้าไปหาคนทั้งสอง เด็กชายผมแดงในวัยเด็กกำด้ามกรรไกรแน่นแล้วปักแทงเข้าที่ท้องของมารดา!!!!อาคาชิ ฮิเมะ ชะงักนิ่งสีหน้าตื่นตกใจ ตาคู่งามค่อยๆเลื่อนลงไปมองความเจ็บแปล๊บที่หน้าท้อง..กรรไกรตัดกิ่งของตัวเองแทงเข้าลึกจนเลือดกระจายตัวออกเป็นวงกว้าง  ความเจ็บดึงเรี่ยวแรงเธออกจากร่างจนหมด สตรีเรือนผมดำยาวทรุดลงไปนอนกุมท้องกับพื้น  ฝ่ายเด็กชายที่ถูกทำร้ายครั้นได้เป็นอิสระ เจ้าตัวสำลักน้ำลายพักหนึ่ง อ้าปากหายใจหอบสูดเอาอากาศเข้าทั่วปอดจนสามารถฟื้นสภาพกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

ทว่า..กลับบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไป

 

 

“เพราะไม่อยากตาย..ผมเลยต้องออกมา..นายเป็นคนบอกแบบนั้นเองไม่ใช่เหรอ..”   อีกบุคลิกยืนกอดอกพิงเสาโรมันของศาลาในสวนอยู่หลังร่างโงนเงนของเด็กชาย อาคาชิวัย 5 ขวบกำกรรไกรไว้แน่นจนขึ้นข้อขาว ก้มหน้าลงต่ำจนผมปรกตา ผ้าพันแผลตาซ้ายหลุดร่วงออกมาตกสู่พื้น  ย่างสามขุมเข้าไปยืนคร่อมร่างมารดานอนตัวสั่นกุมแผลที่ท้องและกระหน่ำแทงลงบนร่างสะโอดสะองพร้อมแผดเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ตากลมโตเบิกกว้างวิปริตกลายเป็นสองสีไม่เข้าคู่..วาวโรจน์ดั่งสัตว์ป่ากระหายเลือด!!!

 

 

ฉึก!!!!ฉึก!!!!ฉึก!!!!ฉึก!!!!ฉึก!!!!ฉึก!!!!ฉึก!!!!ฉึก!!!!

 

 

โลหิตสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนดอกกุหลาบสีขาวบนต้นที่จัดสวนเป็นแถวเรียงสวย ย้อมกลีบดอกจนกลายเป็นสีแดงฉาน  ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเนิ่นนานร่างกายของฮิเมะกระตุกเกร็งเป็นระยะ ปากอิ่มสำลักเลือดไหลอาบข้างแก้ม วงเลือดกระจายตัวกว้างบนพื้นสนามหญ้าจนมาถึงปลายเท้าร่างสูงยืนช็อกตัวแข็งทื่อ หน้าซีดเผือดมองสิ่งที่ตัวเองในอดีตได้กระทำลงไป

 

“พวกเรา ‘ฆ่า’ แม่ ‘ฆ่า’ อาคาชิ ฮิเมะ”

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”

 

 

ขายาวอ่อนแรงทรุดหวบลงไปนั่งกองกับพื้นสนาม มือเท้าพื้นก้มหน้าลงกองเลือดเจิ่งนองด้านใต้สะท้อนใบหน้าของตัวเอง..ใบหน้าของฆาตกรฆ่าแม่แท้ๆของตัวเอง เขาสะอึกสะอื้นเสียใจบ้าคลั่ง..ความจริงอันโหดร้ายที่ลืมเลือนไป..เขาหนี..หนีมาตลอด มือทั้งสองค่อยๆยกขึ้นมาช้าๆ มันเปื้อนเลือดมาตลอดมาตั้งแต่แรกแล้ว..

“ฮึก..ฮือๆ ทำไม..ทำไมต..ต้องเกิดเรื่องแบบนี้”  ถามตัวเอง..ถามฟ้า..ถามโชคชะตาช่างเล่นตลกกับชีวิต ร้องไห้จนหายใจไม่ออก ร้องจนไม่รู้ว่าน้ำตาจะแห้งเหือดไปเมื่อใด มือแกร่งยกขึ้นมาจิกทึ่งผมจนยุ่งเหยิง ปากหนาอ้ากว้างอยากจะแผดเสียงร้องไห้กับสิ่งที่เกิดแต่ลำคอตีบตันจนร้องไม่ออก

 

 

ทั้งหมดนี่คือ ‘ความจริง’ ที่ลืมเลือน

หลอกตัวเองมาตลอด..หนีมาตลอด..ถึงบาปที่ไม่มีวันได้รับการให้อภัย

 

 

เงาร่างที่เหมือนกับเขาทุกประการยืนอยู่เบื้องหน้าคนที่ร้องไห้จนไม่เหลือเค้าผู้ใหญ่ ตาสีอำพันจ้องมองอีกบุคลิกที่เอาแต่นั่งกอดเข่าซ่อนตัวในเขาวงกตแห่งสวนดอกกุหลาบ ซ่อนเร้นในเงามืดสะอึกสะอื้นตาบวมเป่ง จากบุรุษวัยหนุ่มกลับกลายเป็นร่างของเด็กชายตัวน้อยผมสีแดงในชุดเปื้อนเลือดกอดเข่าร้องได้โฮ

 

“ความเป็นจริงมันโหดร้าย โลกใบนี้ไม่มีใครรักพวกเราอย่างแท้จริง ทุกคนต่างทิ้งพวกเรากันไปทีละคนสองคน จนท้ายสุดก็เหลือเพียงความว่างเปล่า”

 

 

ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากเด็กน้อย..ปากหนาได้รูปกระตุกยิ้มเย็น ก้าวเดินเข้าไปใกล้แล้ววางมือลงบนหัวอีกฝ่าย

 

 

“ไม่ต้องกลัวแล้ว…จากนี้ไป ‘ผม’ จะเป็น ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ ให้เอง.. ”

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนนี้ยาวมากกกกก เป็นตอนที่เฉลยทุกสิ่ง 55555

ในที่สุดคุณแม่ฮิเมะก็มีบทกับเขาซักที

 

 

น่าจะอีกแค่ 2 ตอนพ่วงบทส่งท้ายก็จะจบฟิคนี้โดยสมบูรณ์แล้ว

และก็บลัดจะรวมเล่มฟิคนี้ด้วยนะคะ //จุดพลุ

หาคนวาดปกได้แล้วววว ใกล้เปิดจองจะแจ้งให้ทราบผ่านเพจกับทวิตเตอร์นะคะ

 

ขอตัวก่อนนะคะ บายจ้าาาา

 

20 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part11

  1. อึ้ง…ท่านโดนแม่จับกดแต่เด็กเลยยยยยยยยยยย ={}=

    ท่านพ่อนี่เผด็จการ รักตระกูลมากกว่าลูกตัวเองอีก ป๋าไทวินแห่ง GOT ชัดๆ
    สงสารน้องครกกับนายท่านมีพ่อแบบนี้ ท่านพ่อนี่ตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดชัดๆ

    ถ้าท่านรู้ว่า พ่อวางแผนให้ท่านได้กับน้อง แต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกันไปเลย
    ท่านจะรู้สึกยังไง …สำหรับน้องครกนี่นรกแน่ๆ =__=

    • ฟิคสั้นเราอธิบายเรื่องแม่ อคช ไม่เยอะ พอมายาวเลยได้พูดมากขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้ยันแตกแบบนี้ เด็กไม่ประสีประสาเจอโดนล่วงละเมิดทางเพศแบบมึนๆ เด็กทุกคนย่อมกลัว ฝังใจมาก เป็นอะไรที่ควรระวังสุดๆ ส่วนคุณพ่อนี่คือตัวตนจริงๆเลย รักตระกูลมากกว่าลูก จริงๆเวลามอง อคช ก็รู้สึกผิดนะที่ตัวเองเสวยสุขกับแม่น้องครก ขณะเดียวกันก็ชังมากด้วยที่กลายเป็นตัวปัญหา ท่าทีที่แสดงต่อ อคช เลยเย็นชาชัดเจน

  2. เกินคำบรรยายอ่ะ…แบบว่าขอเวลาเงิบสัก 10 วินะบลัดซัง……………
    …………………………………………………………………………………….
    ……………………………………………………………………………………….
    ……………………………………………………………………………………….
    ทำไมมันดาร์กขนาดนี้ล่ะเห้ยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    สงสารน้องฝุดๆๆ แบบว่าตกลงมีแพลนจะจับน้องแต่งแต่แรกแล้ว เลยปล่อย
    ให้นายน้อยทำตามใจไปเรื่อยๆ แถมยังเป็นผ฿่บงการอยู่เบื้องหลังอีกต่างหาก
    ตระกูลนี้มันน่ากลัวเกินคำบรรยายไปแล้วจริงๆๆๆ ตกลงท่านแม่ของนายน้อย
    พอมีบททีก็ทำเอาอึ้ง บทส่งมาทีทำเอาพูดไม่ออกเลยง่ะ =[]=

    Ps.ช่วยบลัดซังนั่งนับเคาดาว์เหลืออีก 3 ตอนสินะ รู้สึกไม่อยากให้จบเลยงิ ฮ่า

    • ตอนนี้ดาร์กมากจริงๆ กดดัน ขมขื่นชะตาชีวิตสุดๆทั้ง2พี่น้อง ชีวิตของเด็กๆที่ต้องมาซวยเพราะผู้ใหญ่ ท่านพ่อมีแพลนจะจับน้องมาเป็นเจ้าสาวแต่แรกแล้วค่ะ เป็นคงยุแยงอ้อมๆให้ อาคาชิที่โดนจูงจมูกไปแบบไม่รู้ตัวทำเรื่องขึ้นมา ในฟิคสดเราจะไม่อธิบายอดีตท่าน ฟิคยาวเลยได้ใส่สาเหตุที่ท่านป่วยซึ่ง..เจอแบบนี้ใครๆก็ป่วยทุกคน ท่านแม่จะแบบดูสวยดูดีในความทรงจำ อคช แต่เขาก็หลอกตัวเองมาตลอด เตรียมเคาท์ดาวน์เลยจ้า 5555 ใกล้จะจบแล้วล่ะ เหลือรวมเล่มออกมาพร้อมตอนพิเศษ

  3. คุณพ่อมาถึงก็รัวคอมโบเเผนการที่ผ่านมาให้น้องฟังจนน้องแทบน็อคเเล้วก็จากไป เยี่ยมค่ะ…อย่างน้อยๆก็ยังเฉลยออกจากปากให้น้องได้รับรู้ตัวตน พอน้องนึกถึงคำพูดที่เคยคุยหันเรื่องพ่อมันเป็นอะไรที่เเบบ…เด็กสองคนอย่างซวยเลย เป็นได้เเค่เครื่องมือของพ่อเพื่อรักษาตระกูล เเต่ถ้าน้องเเละนายน้อยสามารถเข้าใจกันเเล้วพากันก้าวข้ามไปได้ล่ะก็ ต่อไปตระกูลน่าจะดีกว่านี้นะคะ แหวกออกจากพฤติกรรมซ้ำซากของตระกูล ไม่งั้นต่อไปตระกูลนี้ล่มเเน่ๆ  ̄ˍ ̄
    อดีตของนายน้อยกับเเม่ ไม่ต้องแปลกใจเลยค่ะว่าทำไมนายน้อยถึงได้เป็นแบบนี้ เเต่ระหว่างจำได้กับจำไม่ได้ไม่รู้ว่ารูปแบบของนายน้อยจะไปในทิศทางที่ดีกว่านี้นะคะ
    พ่อบ้านของเค้ารอดด้วนล่ะ.เย้~หวังว่าคงไม่ได้รอดเเค่ตอนนี้หรอกนะคะ555 คีคุงกับมุคคุงน่ารักมาก กางเกงเขียวกับชุดนอนเป็ดด้วยล่ะ นั่ลลั๊ก ♡//นอกเรื่อง เราก็มีชุดนอตเป็ดอยู่ตัวนึงเหมือนกันค่ะ555
    หลังจากนี้ก็ได้ฤกษ์ลุ้นน้องกับนายน้อยเเล้วสินะคะ ฮรี่ๆ.รอลุ้นค่ะ
    ป.ล. มีคำผิดคำนึงนะคะ สาหัสสากรรจ์.น่ะค่ะ
    ขอบคุณมากนะคะ รอตอนต่อไปค่า

    • โอ้วว ขอบคุณค่ะะ นั่งพิมพ์ทั้งคืนเลย สงสัยเบลอ 555 คีจังกับมุคคุงมาเพื่อเป็นตัวคลายเครียดในตอนเลยนะ ไม่งั้นตอนนี้จะอึดอัดมากกกก ตอนแรกหลอกว่าพ่อบ้านซี้ ตอนนี้รอดแล้วจ้าาา น้องครกนี่เคว้งไปเลยพอๆกับ อคช คนนึงรู้ความจริงว่าพ่อจงใจให้ตัวเองโดนพี่ชายขืนใจ อีกคนรู้ความจริงว่าแม่ไม่ได้แสนดีและ..ตัวเองเป็นคนฆ่าแม่กับมือ ตระกูลนี่ทำเรื่องแบบนี้เพราะศักดิ์ศรี ถ้าเกิดเรื่อง อคช ป่วยทางจิตหลุดไป แน่นอนว่าชื่อเสียงตระกูลตกแน่นอน คงไม่มีใครเชื่อถือยิ่งอีกหน่อย อคช ต้องนำตระกูลยิ่งแล้วใหญ่ ตอนนี้คือตอนเฉลยปมพีคสุดแล้วล่ะ หลังจากนี้คือ..เด็กๆจะรับมือกับความจริงอย่างไร

  4. เอ่อ …………………………………………….. เงิบ ………….. ตอนแรกเข้าใจว่าถูกแม่เก็บกดแล้วมาลงจนอีกตัวตนโผล่ออกมาแล้วมาเงิบจริงจังก็แม่เห็นลูกเป็นตัวแทนพ่อนี่แหละ นั่นเด็ก 5 ขวบด้วยอ่ะ คือชีวิตท่านโคตรจะโหดร้ายแบบจริงจัง มองหาคำว่าแฮปปี้ของตอนจบไม่ออกเลยเห็นคุณบลัดบอกว่าอีก 2 -3 ตอนก็จะจบละ ส่วนคุณพ่อท่านก็ .. นะ ได้เฉลยความในใจไปละ น้องรับไม่ได้แน่ๆอ่ะเว้นยแต่จะเกิดอาการเห็นใจนายน้อยเลยยอมแต่งงานด้วย? แต่มันจะเป็นไปได้เปล่า คือน้องเกลียดเข้าไส้เลยนะ ทั้งโดนข่มขืนทำร้ายอะไรสารพัดไหนจะมีพ่อคนเดียวกันอีก อยากอ่านต่อ อยากรู้ตอนจบ อยากรู้ว่าจะแฮปปี้มั้ย (ไม่ทันได้อ่านฟิคสดเรื่องนี้อ่ะ)

    • โดนกดดันทางเพศนี่มันน่าสะพรึงพอๆกับทำร้ายร่างกาย เทียบแล้วฮิเมะทำร้ายร่างกายลูกไม่พอ ยังกระทำชำเราเด็กด้วยนะ อคช ตอนนั้นคือทั้งกลัวทั้งสับสนกลายเป็นปม สังเกตจากปฏิกริยาที่ อคช คลื่นไส้ในช่วงความทรงจำห้องนอน แสดงให้เห็นว่าเขาอึดอัดและรู้สึกกลัวมากจริงๆ น้องเองก็ผืดหวังเสียใจหลายๆอย่าง ช็อกที่พ่อทำแบบนี้ หลังจากนี้จะเป็นการเผชิญหน้ากับความจริง ว่าสอบคนจะทำยังไงต่อกับชีวิต จะจบยังไงรอลุ้นจ้า

  5. บลัดคะ
    เรากำลังลัลล้ากับผลบอลสองคู่ที่เราดูไปวันนี้
    พออ่านเรื่องนี้เท่านั้น
    อารมณ์ดิ่งลงเหวทันที
    ครก. ถูกคุณพ่อกดดันจนวิ่งหนีออกจากบ้านเลย
    ตามด้วยงานศพคุณพ่อ
    แล้วนายน้อยที่เพิ่งรู้อดีตตัวเองอีก
    ทำไมถึงร้าวระทมแบบนี้
    เด็กห้าขวบใสๆกลายเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือดเพราะปัญหาของผู้ใหญ่แท้ๆเลย
    น่าสงสารนายน้อยจริงๆ

    • 55555 ตัดรมณ์บอล ตอนนี้ดาร์กจริงจัง เฉลยทุกอย่างแล้วที่เหลือคือ สองคนพี่น้องจะทำยังไงต่อไปหลังรู้ความจริงเลวร้ายเหล่านี้ นายน้อยนี่เจอซวยคอมโบ เห็นน้องจูบกับมิเนะ ยันแตกแทงมาซากิ(ตื่นมาจนตอนนี้ก็ไม่รู้เรื่องเลยนะว่าจวกคนไปแล้ว1ราย) พ่อตาย คนใช้หนี แย่ที่สุดคืออดีตที่หนีลืมไป โดยรวมแล้ว อคช คือคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องเลยล่ะ

  6. ง่ะ น่ากลัวอ่ะ อาคาชิจิไม่ควรทำอะไรแบบนี้เลยน่ะ มันบาปอ่ะ แบบนี้ต้องถูกลงโทษด้วยการเอาไปเล่นเป็นตัวละครในฟิค Y ไปตลอดกาลอิอิอิ เริ่ม จากคู่ ไฟแดง คางามิจิอาคาชิจิ แดงเขียว มิโดริมะจิอาคาชิจิ ว่าแต่เจ๊บลัดเปิดจองเมื่อไรครับ ประมาณเวลาได้มั้ยอ่ะ อยากได้เลยจิ ^^ เอาไปชาบูๆๆๆๆ

  7. โอ๊ยยๆ นายน้อยของเราทำไมช่างเจ็บปวดรวดร้าวซ่อนเงื่อนซ่อนปมอะไรขนาดนี้ ชีวิตช่างน่าสงสารอะไรซะยิ่งกว่าอะไร ไม่คิดว่าเด็กๆจะเจอกับอะไรที่มันโหดร้ายทารุน แถมกับคุณแม่ของตัวเองด้วยเป็นใครก็ช็อค เศร้าใจแทนอ่ะ. ส่วนพ่อก็นะไม่ได้รักลูกจริงๆเลยรักชื่อเสียงตระกูลจนทำให้ลูกทั้งสองคนต้องมาห่ำหันและทำเรื่องเกินเลยกันและกัน ครก ก็ช็อคไปไม่คิดว่าพ่อคนที่ตัวเองรักและไว้ใจที่สุดจะกล้าทำเรื่องแบบนี้

    พอมาถึงตอนนี้ก็พอจะเข้าใจเหตุผลที่แม่ของน้อง ครก บอกให้น้อง ครก รักและค่อยห่วงใย อคช อาจจะด้วยเหตุผลนี้ก็ได้ ดีไม่ดีตอนที่เซย์นันมาอยู่กับแม่ ครก แม่น้องคงรู้ละว่าอาจจะเกิดเรื่องแบบนี้ ไม่แน่ไอ้ความรักที่ ครก ได้รับอาจจะเป็นการสร้างภาพรึเปล่า? ทำดูเหมือนว่ารักมากเพท่อให้ลูกสาวไว้ใจ

    แต่สุดแท้แล้วก็เป็นแค่การที่เดาเอาล้วนๆค่ะพี่5555 รอติดตามนะค่ะ สนุกมากๆๆๆๆๆ

    • แม่ครกรู้แค่ว่าเพราะตัวเองกับเซย์นันทำตามหัวใจ แล้วอีกฝ่ายก็ทอดทิ้งเมียหลวงมา ตอนแรกๆก็มีความสุขดี แต่พอรู้ว่าเกิดเรื่อง อคช ฆ่าแม่ แถมฮิเมะก็ประสาท เลยรู้สึกผิดบาปในใจที่กลายเป็นต้นเหตุทำร้ายเด็กคนนึงที่ไม่รู้เรื่องราวใดๆ เพราะงั้นเลยบอกน้องเสมอว่า อย่าโกรธหรืออิจฉาอคชเลย และก็การที่บอกน้องให้อยู่เคียงข้าง อคช เพราะอยากจะชดใช้กรรมตัวเองที่ก่อไว้ด้วยอีกอย่างเธอโผล่ไปดูแล อคช ไม่ได้เพราะชื่อเสียงตระกูลอาคาชิอีกแถมกลัวว่าความทรงจำเก่าจะถูกปลดออกมา

      ชีวิตนายน้อยรันทดสุดๆในเรื่องแล้ว 55

  8. ก่อนอื่นยินดีด้วยที่จะได้รวมเล่มนะคะ//จุดพลุด้วยคน 555
    ป๊าดดปริศนาคลี่คลายเยอะเหลือเกินจากตอนแรกๆรู้สึกหมั่นไส้อาคาชิม๊ากกก
    แต่ตอนนี้….สงสารจับใจอ่ะT^Tปมดราม่าเยอะเหลือเกินทั้งครกทั้งอคชน่าสงสารกันคนละแบบ
    (แต่ของอคชดูวิปปริตกว่าเยอะอ่ะนะเหอๆ)ท่านแม่เล่นทำงี้ใครมันจะไม่ฝังใจมั่งฟระลงกับลูกงี้รับมิด๊ายยยT0T แถมท่านพ่อหนิก็ไม่น้อยหน้าเห็นแก่ตระกูลอย่างเดียวเลยแถมวางแผนให้อคชกับครกมาได้กันอีก(เลวมากกก-*-) ถึงจะแอบเดาๆไว้แล้วว่าคงจะวางแผนไว้ให้สองคนนี้มาแต่งกัน
    แต่พอเป็นจริงนี้เงิบเลยง่า-0-! ตัดจบตอนกันแบบดื้อๆเลยกำลังเมามันส์เลยนะเนี่ย-3-
    ขอให้ตอนหน้าอคชอย่ามาลงกับครกเยอะเลยเต๊อะสงสารง่าาา
    ปล.เก็บตังค์รอซื้อBloody Complexอยู่น้าไม่ต้องรีบ 5555 // KNLภาคมอปลายก็ยังไม่จบเลยยังรอซื้อรวมเล่มอยู่นะจ๊ะ สู้สู้ค่ะจุ้บๆ😀

    • ขอบคุณค่าาา น่าจะได้ขาย bloody ก่อน knl เพราะจบก่อนใคร ฮาาา ตอนนี้เป็นตอนคลี่คลายส่วนใหญ่ เรื่องนี้เน้นดาร์กทางจิตใจ ครอบครัว เลยกดดันพอตัว ตอนแต่งนี่เราอึดอัดตอนนี้มาก แต่งไปเครียดไป แต่งจบต้องพักดาร์กไปก่อนเลย แบบมันอึดอัดจริงๆ อาคาชิคือคนที่ซวยสุดของเรื่องแล้ง และสองพี่น้องเตลิดไปคนละทิศทาง หลังจากเจอความจริงที่เกิดจากผู้ใหญ่แท้ๆ ส่งผลกรรมมา ปวดร้าวไปตามๆกัน หลังจากนี้คือสองพี่น้องจะทำยังไงต่อไปหลังเจอความจริงแล้ว

  9. คนที่คิเสะและมุราซากิบาระเจอคงเป็นอาโอมิเนะที่โดนอาคาชิ(โอเระชิ)จัดการสินะ โชคยังดีที่ไม่ตาย เฮ้ออออ ไม่งั้นอาคาชิ(โบคุชิ) คงแย่แน่ๆ

    จะว่ามาตาปิตุฯก็พูดยาก เพราะเหมือนจะกึ่งป้องกันตัวชอบกล ทนายความไม่ต้องเก่งมากก็คงสามารถว่าความให้หลุดได้

    น่าเซอร์ไพรซ์การจากไปอย่างกระทันหันของลาสบอสเซนันย์มากกว่า ไม่นึกว่าบทจะจบง่ายขนาดนี้

    • ถึงจะป้องกันตัวยังไงก็มาตาปิตุแล้วค่ะ เรื่องเซย์นันนี่ถ้าอ่านดีๆจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมตายกระทันหัน เราใบ้ไว้ในจุดเล็กๆน้อยๆและก็คนที่มุคคุงกับคีจังเจอคือ พ่อบ้านค่ะ และคนที่จัดการคือโบคุชิค่ะ อ่านใหม่ดีๆอีกรอบจ้า 5555

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s