[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part12

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Bloody Complex 12

 

 

 

ละอองน้ำจากสายยางรดน้ำต้องแสงอาทิตย์ยามเช้า เทรดลงกระถางดอกกล้วยไม้ในสวนวางเรียงเป็นแถวยาว เหล่าดอกไม้ชูช่อเบ่งบานรับหยาดหยดน้ำต้องแสงระยิบระยับไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของลำต้นเพื่อเจริญเติบโต ก่อนจะถูกนำไปขายให้คนที่ต้องการซื้อเพื่อปลูกประดับความงามในรั้วเรือน

 

“คุโรโกะได้เวลาอาหารเช้าแล้ว”

 

สิ้นเสียงเรียกของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเรือนผมสีดำเข้มกับดวงตาสีอ่อน เด็กสาวเจ้าของนามเงยหน้าขึ้นจนเงาหมวกฟางปีกกว้างพ้นสายตา ใบหน้าไร้อารมณ์พยักหน้าตอบเดินไปหมุนปิดวาลว์น้ำแล้วม้วนเก็บสายยางให้เข้าที่ก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้าน1ชั้นยกใต้ถุนสูงเล็กน้อยแบบเรือนเก่าผสมผสานการก่อสร้างทางยุโรปในปัจจุบัน  ร่างเล็กถอดหมวกแขวนไว้กับฝาผนังเข้ามาร่วมรับประทานอาหารกับเจ้าของบ้านที่เธอเข้ามาขออาศัย

 

แคร๊ง!!!

 

ช้อนส้อมรวบเก็บเมื่อรับประทานอาหารเสร็จโดยชายหนุ่มโดยมีคุโรโกะตามเข้าไปช่วยล้างจานอีกแรงในครัว ดวงตาสีอ่อนละจากจานที่กำลังถูด้วยฟองน้ำจนเกิดฟองไปทั่วมายังดวงหน้าคมครึ่งซืกข้างกาย

“ขอบคุณนะคะโอกิวาระคุงที่ให้ฉันอาศัยอยู่ที่นี่..ฉันเกรงใจจริงๆ”

“ไม่ต้องพิธีรีตองหรอกน่าคุโรโกะ  เราสองคนเป็นเพื่อนกันอีกอย่างนึงคุณน้าเทนชิก็เคยช่วยชีวิตแม่ฉันไว้ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ”

โอกิวาระ ชิเงฮิโระฉีกยิ้มกว้างตอบ แล้วหันหลับไปล้างถ้วยชามต่อ  ดวงตาสีเข้มเหลือบมองเด็กสาวเรือนผมสีฟ้าอ่อนคลอแก้มใส..พิศมองดวงหน้าไร้อารมณ์ที่ดูโทรมลงจากสองเดือนก่อนมากโขเสียจนน่าสงสัย  ตอนแรกที่อีกฝ่ายเดินทางมาหาเขาในคืนฝนตกเมื่อวาน ..โอกิวาระกับแม่ของเขาตกใจกับสิ่งที่เห็น

 

“อ..โอกิวาระคุง.. ช..ช่วยด้วย..”   

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ไม่เคยแสดงความรู้สึกกลับยืนตัวหนาวสั่นเนื้อตัวเปียกปอน น้ำตานองหน้า

..น้ำตาที่ไม่เคยคิดว่าทั้งชีวิตจะได้เห็นบนดวงหน้าเฉยชา..

 

 

แว่วเสียงโทรทัศน์ดังจากห้องรับแขกเข้ามาถึงครัว..ข่าวนำเสนอเรื่องราวการจากไปอย่างกะทันหันของผู้นำตระกูลดังและมากอำนาจที่สุดของญี่ปุ่น  ข่าวเดิมๆนำเสนอซ้ำๆแทบทุกชั่วโมงจนโอกิวาระรายละเอียดของอีกฝ่ายได้ขึ้นใจ ตัวเขาไม่เท่าไหร่ก็แค่คนนอก ไม่ได้รู้จักมักจี่ฟังแล้วก็ไม่ได้รู้สึกสลดเศร้าอะไร แต่กับร่างเล็กๆข้างตัวนี่คงจะไม่ได้

 

“เป็นความน่าเสียใจและน่าเสียดายอย่างสุดซึ้งที่ประเทศเราต้องเสียบุคลากรคนสำคัญไปอีกหนึ่ง อาคาชิ เซย์นัน  เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 44 ปีด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน  จนถึงบัดนี้ยังไม่การแถลงคำใดๆจากลูกชายเพียงคนเดียว อาคาชิ เซย์จูโร่ จนถึงบัดนี้ยังคงเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านเหมือนเคย”

 

 

“เสียใจด้วยนะ..เรื่องพ่อของคุโรโกะ..”

“…..”

ไม่มีคำตอบกลับใดๆจากปากเด็กสาวเรือนผมสีฟ้าเช่นเคยเมื่อเอ่ยถึงเรื่องพ่อ  ส่วนมากคนในหมู่บ้านไม่มีใครรู้ว่า คุโรโกะ เทนชิ มีสามีเป็นใคร เว้นเพียงครอบครัวโอกิวาระที่สนิทชิดเชื้อ ไปมาหาสู่กันบ่อย และยิ่งนางพยาบาลเทนชิได้ช่วยชีวิตแม่เอาไว้จากเบาหวานขึ้นกะทันหันตอนนั้น ก็ยิ่งสนิทกันมากๆขึ้นไปจนได้รู้เรื่องราวกันและกัน

 

ทว่า..โอกิวาระสัมผัสได้..สาเหตุที่คุโรโกะหนีออกจากบ้านคงไม่ใช่เกิดจากการด่วนจากไปของบิดา

 

ไอ้ครั้นจะถามก็ใช่เรื่องเขาไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย อีกอย่างผู้หญิงคนนี้มีนิสัยชอบเก็บความรู้สึกเอาไว้ข้างใน ไม่ค่อยจะยอมเปิดปากพูดอะไรเท่าไหร่

 

 

ยิ่งเป็นเรื่องที่เจ้าตัวไม่อยากให้รู้..อย่าหวังเลยว่าจะหลุดออกมา

 

 

 

“เอ่อะ!!พึ่งนึกได้!!ฉันลืมพรวนดิน!!เดี๋ยวฉันไปพรวนดินก่อนนะ”  เด็กหนุ่มละมือจากจานชามที่เหลืออยู่อีกไม่กี่ชิ้นให้เด็กสาวจัดการต่อ คุโรโกะมองน้ำจากก๊อกไหลซู่ลงมาในอ่างชะล้างคราบอาหารมื้อเช้าบนจานชาม ดวงเนตรสีอ่อนช้อนมองไปยังหน้าต่างตรงหน้า ทอดมองสวนดอกกล้วยไม้ของครอบครัวโอกิวาระที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปียังคงงดงามไม่เคยเปลี่ยน เช่นเดียวกับท้องฟ้าสีครามสดใส ก้อนเมฆปุยขาวล่องลอยไปตามกระแสลมเบาๆ ผ่านเมืองที่ไร้ตึกสูง เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจีสลับท้องทุ่งนา

 

 

อิสึโมะ…ชนบทในแถบชายเมืองไกลแสนไกลจากโตเกียว…บ้านเกิดของเรา

 

 

“ถ้าวันนั้นเราเลือกที่จะปฏิเสธคุณพ่อ..เลือกที่จะอยู่ที่แห่งนี้..”  มือที่จับชามออกแรงบีบแน่นจนขึ้นข้อขาว ทุกถ้อยคำของบิดายังคงฝังแน่นในสมอง

 

เลือกที่จะไม่แก่งแย่งจุดยืนกับเจ้าชายผู้สูงศักดิ์..ผู้เกิดมาเพื่อยืนหยัดอยู่กับแสงสว่าง

เลือกที่จะซ่อนเร้นในสถานที่ไกลโพ้น..เป็นเพียงแค่เงาเรือนลาง

 

“ทุกอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น..”

 

นี่คือผลกรรมของการทำอะไรเกินตัว..ทำในสิ่งที่ไม่สมควรแต่แรก

 

 

.

.

.

 

หลังจากที่ล้างจานเสร็จ คุโรโกะไม่ปล่อยให้ตัวเองว่างงาน เธอเดินหน้าช่วยคุณแม่ของโอกิวาระซักผ้าแล้วนำมาตากบนราวนอกบ้านรับแสงแดดกำลังดี  ผ้าปูที่นอนผืนสุดท้ายถูกสะบัดไล่น้ำขึ้นไปวางพาดบนราวเป็นอันเสร็จสิ้น มือเรียวยกขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไหลลงจากขมับแล้วก้มลงเก็บตะกร้าเข้าบ้าน ประจวบเหมาะกับที่คุณแม่ของโอกิวาระทำความสะอาดบ้านเสร็จพอดี

“เท็ตสึยะจัง เดี๋ยวป้าออกไปส่งกล้วยไม้ก่อนนะ”  ถาดขนมดังโงะกับชาร้อนวางเสริฟ์ลงบนโต๊ะเตี้ยในห้องรับแขกโดยคุณนายโอกิวาระในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูอ่อน

“เดี๋ยวหนูไปส่งให้นะคะ” คุโรโกะอาสา ทว่า..อีกฝ่ายกลับลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน ส่ายหน้าปฏิเสธ

“หนูช่วยงานป้ากับชิเงฮิโระมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนบ้างเถอะนะอีกอย่างป้าก็อยากจะออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง” เมื่อผู้ใหญ่ยืนกรานเช่นนั้น  คุโรโกะก็เกรงใจที่จะดึงดันอยากช่วยเหลือ..เธอจึงเลือกพยักหน้าตอบรับแล้วยืนมองส่งคุณนายโอกิวาระขึ้นขี่จักรยานแบกกระบะใส่กระถางต้นกล้วยไม้หลากสีสันเรียงในช่องออกไปจากสวน ขาเรียวเล็กเดินกลับมายังห้องรับแขกทรุดนั่งบนเบาะ ดูทีวีฆ่าเวลาไปพลาง

 

 

“ข่าวด่วนความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกายนายมาซากิ โอกะ  พ่อบ้านตระกูลอาคาชิวัย 45 ปี  ถูกคนร้ายแทงด้วยของมีคมทั้งหมด 16 แผลบนร่างกายที่โรงเรียนเทย์โควในวันที่ 24 มกราที่ผ่านมา ขณะนี้ทางตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงเรียนเทย์โคว ซึ่งได้จับภาพระยะเวลาที่คนร้ายเข้ามาทำร้ายนายโอกะ มาซากิไว้ค่ะ “

 

ภาพจอทีวีตัดไปที่การเปิดแถลงของหน่วยตำรวจสืบสวนสอบสวนนั่งเรียงหน้าโต๊ะตั้งไมค์ โดยมีแสงแฟลชและไมค์ของผู้สื่อข่าวจากทุกสารทิศชี้ตรงมายังผู้กำกับเขตโตเกียวสวมสูทดำติดตราไว้บนอกนั่งทำหน้าเคร่งเครียด

 

“เรื่องแรกที่ทราบกัน..จากการวินิจฉัยของหมออาวุธที่คนร้ายใช้ไม่ใช่มีด แต่เป็น ‘กรรไกร’”

“เรื่องที่สอง..เป็นเรื่องที่พวกเราเองก็ตกใจเป็นอย่างมาก ภาพกล้องวงจรปิดจับคนร้ายได้..และเป็นคนที่คาดไม่ถึง..”

นายตำรวจเว้นวรรคไปครู่หนึ่งสูดลมหายใจลึก เสียงแซ่ซ่องยิงคำถามของนักข่าวทั้งหลายเงียบสงัด ดูเหมือนว่าคดีนี้จะเป็นที่กล่าวขวัญพอสมควร..ไม่บ่อยหนักที่จะเกิดคดีแทงคนมากกว่า 1 หรือ 2 แผล การที่กระหนำเพียงนี้แสดงให้เห็นว่าสภาวะจิตใจของคนร้ายนั้นไม่ปกติ

 

 

หากปล่อยให้ลอยนวลไป..จะมีผู้เคราะห์ร้ายอีกมากมาย

 

ภาพกล้องวงจรปิดฉายขึ้นจอสไลด์..คุโรโกะชักสีหน้าตะลึงพรืดกับสิ่งที่เห็น ภาพวิดีโอเคลื่อนไหวในยามกลางคืน..ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หลังโรงยิมบาสเก็ตบอลเทย์โคว..คือพ่อบ้านมาซากิไม่ผิดแน่..เขาเหมือนยืนรอใครบางคนชะโงกหน้ามองเข้าไปในโรงยิม เด็กสาวขนลุกซู่พอจะเดาได้ว่าเหตุใดพ่อบ้านของครอบครัวอาคาชิถึงไปอยู่ที่แห่งนั้น

 

อย่าบอกนะว่า!!!!

 

พริบตาเห็น..ร่างปริศนาเดินลากไม้ถูพื้นออกมาแล้วฟาดลงหลังหัวพ่อบ้าน หลังจากนี้วิดีโอทำเซนเซอร์การกระทำของคนร้าย ซึ่งเจ้าตัวล้วงหยิบเอากรรไกรในเสื้อสูทมาซากิออกมา คุโรโกะจำได้ขึ้นใจเมื่อเห็นรูปทรงกรรไกรนั่น..เหมือนคืนนั้น..คืนที่อาคาชิละเมอตกลงไปในสระน้ำ

 

“คุณหนูคุโรโกะ กระผมขอสิ่งนั้นคืนจะได้ไหมขอรับ”

 

 

กล้องวงจรปิดหยุดนิ่ง..ซูมให้เห็นใบหน้าของคนร้าย เรือนผมสีแดงเปียกลู่จากฝนและคราบเลือดท่วมหน้ากำลังแสยะยิ้มกระหายความรุนแรง ดวงเนตรสีทับทิบกลับมีข้างซ้ายที่กลายเป็นสีอำพัน ทั้งเค้าหน้าทั้งส่วนสูง ทำเอาเลือดใจกายคุโรโกะเย็นเชียบ

 

 

 

“คนร้ายของคดีนี้คือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ “ 

 

 

 

 

สิ้นคำประกาศจากตำรวจ นักข่าวทั้งหลายฮือฮาเสียงดังลั่นห้องส่ง ทุกคนต่างตกตะลึงกับความจริงที่ได้เห็น ความจริงที่ได้รับรู้ ประเด็นของคำถามอาชญากรรมถูกเพิ่มกลายเป็นเรื่องราวเจาะลึกถึงประวัติของทายาทเพียงหนึ่งของตระกูลมหาอำนาจที่สุดในญี่ปุ่น

 

 

“ว่าที่ผู้นำตระกูลคนที่ 10 ของอาคาชิเป็นฆาตกรโรคจิต!!?”

“หมายความว่าไงกันคะ!!แล้วแบบนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาคาชิ เซย์จูโร่ ป่วยมานานแล้วหรือพึ่งป่วยคะ”

“ทางตำรวจจะดำเนินคดีอย่างไรครับ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในญี่ปุ่นหรือจะเงียบหายไปเฉยๆ”

“แล้วแบบนี้จะดำเนินการฟ้องร้องถึงขั้นให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถไหมคะ?”

 

 

 

สิ่งที่เซย์นันกลัวที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว  มาวันนี้คุโรโกะได้เห็นกับตาตัวเอง

 

 

นี่คือ..สังคมที่พร้อมจะรุมประณาม..ยิ่งอยู่ในที่สว่างเท่าไหร่ ย่อมมีคนต้องการซ้ำเติมมากเท่านั้น

 

 

พรุ่งนี้คงได้เห็นพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ทำนองว่า ‘วิกฤติแล้ว ‘อาคาชิ’ อยู่หรือตาย’ หรือไม่ก็ ‘ทายาทตระกูลดังป่วยทางจิต!!มหาอำนาจจะจบสิ้นหรือไม่?’  ถึงอย่างนั้น..ก็ใช่เรื่องที่คุโรโกะต้องสนใจ เธอเม้มปากแน่นเป็นแนวเส้นรีบคว้ารีโมทกดปิดโทรทัศน์ลง

 

 

RRRRRRRRRR

 

ริงโทนดังจากโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนสีดำ นัยน์ตาสีอ่อนล้วงหยิบขึ้นมาดูหน้าจอทั้งแววตาฉงนกับเบอร์ประหลาดที่โทรเข้ามา  คุโรโกะโลเลใจครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจ….กดรับสาย…

 

“สวัสดีค่ะ”

‘คุโรโกะใช่ไหม?’

 

เสียงทุ้มนิ่งจากปลายสายทำให้คนตัวเล็กชะงักนิ่งเงียบ คิ้วเรียวขมวดคิ้วงุนงงเข้าไปกว่าเก่าขณะเดียวกันก็ระแวงสงสัยอีกฝ่าย

 

‘ฉันมิโดริมะ ฉันได้เบอร์จากเธอมาจากอาโอมิเนะน่ะ’  พอรู้ว่าเป็นใครร่างเล็กบางก็วางใจไปเปราะหนึ่ง แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้นทันทีที่คนหนุ่มแว่นผมสีเขียวพูดต่อ ร่างบอบบางเรือนผมสีฟ้าถึงกับสะอึกกลืนคำขานรับชื่อลงในลำคอ

‘ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ..เรื่องของอาคาชิกับเธอในห้องล็อกเกอร์.. ’  มิโดริมะพูดจบแล้วเงียบไปพักหนึ่ง..อีกฝ่ายก็เงียบเช่นกัน   ทว่า คนหนุ่มสวมแว่นมั่นใจว่าเด็กสาวนั้นยังอยู่ในสายถึงจะไม่ยอมพูดอะไร ไม่สิ..ต้องบอกว่าพูดไม่ออกมากกว่า คงไม่คิดว่าความลับผิดศีลธรรมจะมีคนนอกรู้เห็นเข้า

 

“ถ้างั้น..อาโอมิเนะคุง…”

‘หมอนั่นรู้เรื่องแล้ว เจ้าบ้านั่นก็เสียใจอยู่คงต้องใช้เวลาซักพัก แต่อาคาชิน่ะไม่ใช่’   เรื่องหนุ่มผิวสีไม่ใช่สาระสำคัญที่ทำให้มิโดริมะต้องโทรหา..เพราะเรื่องสำคัญคือเรื่องของพี่ชายต่างมารดา

 

พี่ชายที่พ่อบอกว่า ‘ไว้ใจได้ที่สุด’  

พี่ชายที่แม่บอกให้ ‘คอยอยู่เคียงข้าง’

พี่ชายที่เข้ามา ‘ย่ำยี’ ทำลายชีวิตจนย่อยยับใต้การชักจูงของพ่อโดยไม่รู้ตัว

 

‘ฉันไม่รู้ว่าคิดไปเองไหมว่าอาคาชิมีสองคน..และเธอกับอาโอมิเนะทำให้เจ้านั่นตื่นขึ้นมา’  การคาดการณ์ของรองประธานชมรมบาสเก็ตบอลพ่วงตำแหน่งรองประธานนักเรียนทำให้คุโรโกะนึกขึ้นได้..ก่อนหน้านั้นอาคาชิยังคงปกติอยู่กระทั่งอีกฝ่ายมาเห็นเธอกับอาโอมิเนะกอดจูบกันในห้องพยาบาล

 

 

ถ้าเหตุการณ์ครานั้นเป็นปัจจัยสร้างแรงกดดันให้อีกฝ่ายปลดปล่อยอีกบุคลิกออกมา

ทำไมกันล่ะ? จะบอกว่าเหตุเพราะเธอ ‘จูบ’ กับชายอื่น ?

 

“ไม่ใช่..นั่นไม่ใช่สาเหตุ..”  เด็กสาวพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงเบาๆจนปลายสายไม่ได้ยินชัดเจน นัยน์ตาสีฟ้ากลอกไปมาอย่างสับสนและหวาดหวั่น  จากการวิเคราะห์สภาพจิตใจของอาคาชิในตอนนี้แล้วเทียบความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา

 

 

คนๆนั้นยึดติดกับ ‘ชัยชนะ’ จึงไม่ต้องการเห็นคนที่แพ้ตัวเอง กำลังได้ดีไปมีชีวิตใหม่  

ก็แค่ ‘หวง’ กระสอบทรายที่ระบายอารมณ์เท่านั้น

 

‘ฉันไม่รู้หรอกนะอาคาชิคิดลึกซึ้งกับเธอแค่ไหน และก็ไม่สนด้วยว่าเรื่องระหว่างเธอกับหมอนั่น  แต่ถึงอย่างไรการที่อาคาชิเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ ไม่ว่าใครก็ช่วยหมอนั่นไม่ได้  นี่เป็นหน้าที่ของเธอ คุโรโกะ เท็ตสึยะ ‘กลับมารับผิดชอบซะ’  ‘ มิโดริมะ ชินทาโร่กล่าวอย่างรวดเร็วและตัดสายทิ้งไม่รอให้เธอได้มีโอกาสโต้ตอบ คุโรโกะลดมือลงวางบนตัก มองหน้าจอมือถือที่กลับมาสู่หน้า Home ตามปกติ

 

“หน้าที่..ของฉัน..”  คุโรโกะทุบโต๊ะ ก้มหน้าลงต่ำกำหมัดแน่น ริมฝีปากขบเม้มจนเป็นแนวเส้น “บ้ารึเปล่า..ไม่รู้อะไรอย่ามาพูดจะดีกว่า”

 

 

“อีกสองเดือนข้างหน้าลูกก็จะจบการศึกษา ม.ต้น พ่อต้องการให้เท็ตสึยะลาออกจากโรงเรียนและ ‘แต่งงานกับเซย์จูโร่ ‘ ซะ”

 

คำพูดสุดท้ายของอาคาชิ เซย์นันในคืนนั้น…เป็นคำพูดที่ทำให้เธอไม่รู้สึกเสียใจครั้นได้ยินข่าวว่าบิดาเสียชีวิตลงแล้ว ไม่รู้สึกผิดที่ตัวเองหนีออกจากบ้านในวันนั้น..ซึ่งถ้าหากเธอเลือกที่จะยอมมอบชีวิตทั้งชีวิตแต่งงานกับพี่ชายต่างแม่ตามคำสั่ง บางทีเซย์นันอาจจะยังไม่ตาย แต่แลกด้วยชีวิตของคุโรโกะต้องเจอเรื่องเลวร้ายซ้ำๆยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็นไปตลอดชีวิต!!!
ไม่ว่าใครหน้าไหนก็โยนภาระมาให้เธอ..ไม่ว่าใครหน้าไหนต่างคิดว่าอาคาชิคือความรับผิดชอบของเธอ  ทั้งๆที่ พี่ชายต่างแม่ช่างสารเลว..ทำเรื่องเลวร้ายกับเธอที่เป็น ‘น้องสาว’ ได้ลงคอ ทำลายชีวิตและอนาคตของเธอป่นปี้  ทั้งการศึกษา ทั้งพรหมจารีย์   ความฝันของเด็กสาวที่จะมอบครั้งแรกให้ชายหนุ่มที่รักและมีชีวิตแต่งงานอันแสนสุข

 

 

ถูกทำลายด้วยน้ำมือของ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’

 

 

“แล้วจะให้เรา..ฮึก..กลับไปอยู่กับคนแบบนั้น”   น้ำตาไหลพรูพรั่งอาบแก้มใส คุโรโกะนั่งกอดเข่าแน่นสะอื้นฮักๆ ทั้งตัวสั่นเท้าเช่นลูกนกไร้หนทาง  คร่ำครวญถึงโชคชะตาอันโหดร้ายอย่างเดียวดาย

 

 

.

.

.

 

 

เวลาผ่านเลยไปสู่ยามเย็น..ดวงอาทิตย์คล้อยลงลับขอบฟ้าแสงสีส้มแดงฉานไปทั่วนภาสาดส่องทะลุหน้าต่างกระทบร่างบอบบางเรือนผมสีฟ้าอ่อนยาวประบ่าที่กำลังนั่งพับผ้าอยู่ โอกิวาระยังไม่กลับมาจากงานรับจ้างส่งราเม็ง รายได้เสริมอีกทางเพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่เหลือเพียงสองแม่ลูก  ชะตาชีวิตของเด็กหนุ่มเพื่อนสนิทนั้นคล้ายคลึงกับคุโรโกะนัก..เพียงแต่ชายหนุ่มนั้นสว่างสดใสและก็มีรอยยิ้มร่าเริงทำให้เข้ากับคนได้ง่าย  ใบหน้าหวานหันไปมองรูปภาพใส่กรอบของ นายโอกิวาระ ชิเงรุ ในชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศหลังกระถางธูปบนชั้นวางของห้องรับแขก  เสาหลักของครอบครัวเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จับคนร้าย  นี่คือการเสียสละเพื่อประเทศชาติที่ทำให้ใครต่อใครต่างนับถือชื่นชมในความกล้าหาญ  และที่สำคัญ..

 

โอกิวาระ ชิเงฮิโระ เป็นลูกที่เกิดกับภรรยาที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

 

ครืดดดดดด

 

ประตูบานเลื่อนเปิดออกโดยคุณนายโอกิวาระ ใบหน้าประปรายริ้วรอยตามวัยส่งยิ้มอ่อนโยนให้เพื่อนลูกชายและเป็นลูกสาวผู้มีพระคุณ  เธอแขวนหมวกไว้กับผนังแล้วเดินมานั่งข้างๆช่วยคุโรโกะพับผ้าอีกแรง

“ชิเงฮิโระยังไม่กลับมาสินะ”

“ค่ะ”

“เด็กนั่นขยันเกินตัวจริงๆเหมือนพ่อไม่มีผิด”

“โอกิวาระคุงเป็นคนดีมากๆค่ะ น่าภูมิใจแทนคุณป้าจริงๆค่ะ” คุโรโกะชมจากใจ  คุณนายโอกิวาระยิ้มกว้างปลาบปลื้มในตัวลูกชายขณะเดียวกันสายตาคนเป็นแม่ก็เต็มไปด้วยความกังวลและเป็นห่วง..กลัวลูกจะดันทุรังงานจนเหนื่อยเกินตัว

 

“จะว่าไปป้าพึ่งนึกอะไรขึ้นได้” จู่ๆสาววัยกลางคนลุกขึ้นหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง เสียงคลุกคลักในห้องทำให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังรื้อของคนหาอะไรบางอย่าง ในที่สุดเจ้าของบ้านก็เดินออกมาพร้อมกับยื่นซองจดหมายสีขาวปิดผนึกฉบับหนึ่งให้ เด็กสาวผมสีอ่อนมองจดหมายในมือของคุณนายโอกิวาระด้วยความโลเลครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆยื่นมือรับมาดู

“จดหมายของคุณแม่?”  ตาสีฟ้าอ่อนเบิกโตมองตัวอักษรเขียนด้วยปากกาจางๆเป็นระเบียบเรียบร้อย จ่าหน้าซองว่า ‘ถึงเท็ตสึยะ ลูกของแม่’

“เทนชิบอกกับป้าว่า ซักวันนึงเท็ตสึยะจังอาจจะกลับมาหาป้าที่บ้าน ถึงวันนั้นให้ป้าเอาจดหมายฉบับนี้ให้เท็ตสึยะจัง”  สิ้นคำพูดของคุณนายโอกิวาระ  ดวงหน้าไร้อารมณ์เต็มไปด้วยคำถามสงสัยจนไม่อาจแสร้งเฉยชาได้อยู่ และคำตอบต้องอยู่ในจดหมายฉบับนี้ มือบรรจงเปิดซองจดหมายออกแล้วดึงกระดาษสมุดโน้ตมีเส้นพับทบกันเรียบร้อยออกมาช้าๆ คลี่อ่าน

 

 

‘ ถึงเท็ตสึยะลูกแม่

หากลูกได้อ่านจดหมายนี้ นั่นแปลว่าแม่ไม่มีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้แล้ว 

แม่รู้ดีว่าลูกนั้นสับสน ผิดหวัง และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อลูกได้อ่านจบ   ลูกอาจจะเกลียด โกรธแค้นแม่กับพ่อก็เป็นได้ แต่นี่เป็นความจริงที่แม่อยากให้ลูกได้รับรู้เอาไว้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของพ่อกับแม่..พ่อกับแม่เห็นแก่ตัวเลือกทำตามหัวใจร่ำร้อง  เป็นเพราะพ่อกับแม่ไม่รู้จักหน้าที่  ดึงดันที่จะสานสัมพันธ์เรื่องระหว่างเรา จนทำให้เด็กชายตัวเล็กๆที่ไม่ประสีประสา ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องราวเหล่านี้ต้องรับผลกรรมและเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้น 

 

 

พี่ชายของลูก..เขาถูกแม่ของเขาตบตี ทารุณทางร่างกายตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่พ่อกับแม่มีความสุขด้วยกัน  อีกหนึ่งชีวิตเล็กๆอายุแค่ 5 ขวบ ต้องอ้างว้างโดดเดี่ยว อยู่กับแม่ที่นานวันยิ่งป่วยเป็นโรคซึมเศร้า กลายเป็นที่ระบายอารมณ์โดยที่ไม่มีใครช่วยเหลือและปกป้องได้เลย  จนในที่สุด..พี่ชายของลูกก็ไม่อาจทนรับแรงกดดันเหล่านั้นและเลือกปกป้องตัวเองโดยการฆ่าแม่แท้ๆ  

 

เมื่อพ่อกับแม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้น..พวกเรารู้สึกผิดบาปในใจ..ความสุขที่ต้องแลกมาด้วยความทุกข์จนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ซ้ำร้ายพี่ชายของลูกยังป่วย..เขากลายเป็นโรค 2 บุคลิก อีกตัวตนที่รุนแรง เกรี้ยวกราด เต็มไปด้วยจิตอาฆาตและชิงชังโลกนี้  ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นจะดูแข็งแกร่ง ดูสุขุม เฉลียวฉลาดเกินวัย  แท้จริงแล้วสภาพจิตใจของเขาอ่อนแอเกินไปที่จะยืนหยัดต่อสู้รับแรงกดดันเพียงลำพัง  ซักวันหนึ่งเขาอาจจะถูกอีกบุคลิกกลืนกินจนไม่เหลือเค้าเดิม  ด้วยเหตุนี้..พ่อของลูกจึงเลือกคนที่ไว้ใจที่สุดที่จะดูแลเขา 

 

นั่นคือ..ลูก..เท็ตสึยะ..นี่เป็นหนทางเดียวที่จะชดใช้บาปกรรมที่พ่อกับแม่ก่อเอาไว้  

แม่รู้ว่าตอนนี้ลูกคงโกรธแม่ คงก่นด่าพ่อและแม่ ซึ่งก็ไม่ผิดเลยที่ลูกจะรู้สึกเช่นนั้น 

 

นี่ไม่ใช่ความผิดของลูกซักนิดแต่ต้องมารับผลกรรมที่แม่ก่อเอาไว้ แม่ผิดเองที่เผลอไผลไปกับความดื้อดึงของพ่อลูก แต่ถ้าเกิดว่าวันนั้นแม่เลือกที่จะหนีจากพ่อ ลูกก็คงไม่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้    แม่อยากให้ลูกทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ว่าจะคอยดูแลเคียงข้างพี่ชายของลูก คอยเยียวยาเขาจนเขาหายดี คอยประคับประคองเขาในยามทุกข์และสุข  และแม่ก็เชื่อว่าวันนึงพี่ชายของลูกจะเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดเท่าเทียมกับพ่อที่แม่จะไว้ใจให้เขาปกป้องดูแล คอยยินดีในยามที่ลูกมีความสุข และคอยจับมือในยามที่ลูกทุกข์เช่นกัน  

 

ตอนนี้ลูกอาจจะยังไม่เข้าใจพ่อกับแม่แต่ซักวันหนึ่งลูกจะเข้าใจทุกสิ่ง พ่อเขาอาจจะดูเย็นชา โหดร้ายที่กล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ลงคอ แต่แม่อยากให้ลูกรู้ไว้ว่าพ่อรักลูก รักพี่ชายลูกเท่ากัน พ่อทำหน้าที่ของพ่อคือการปกป้องลูกและปกป้องพี่ชายของลูก แม้ว่าจะเป็นหนทางที่สร้างความเจ็บปวดให้ลูกก็ตาม

 

แม่รักลูกเสมอ

คุโรโกะ เทนชิ

 

 

“เท็ตสึยะจัง?”  คุณนายโอกิวาระอุทาน ดวงตาสีเข้มขุ่นมัวเบิกกว้างสะท้อนใบหน้าอ่อนหวานล้อมเส้นผมสีฟ้ายาวประบ่าร้องไห้สะอึกสะอื้น หยดน้ำตาไหลรินกระทบกระดาษจดหมายเป็นดวงด่าง ทับรอยดวงจางๆของเก่า นั่นแปลว่าระหว่างที่มารดาเขียนจดหมายเจ้าตัวก็รู้สึกสำนึกผิดร้องไห้ในสิ่งที่กระทำและอนาคตที่คาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้น  คุโรโกะยกมือปิดปากแน่นสะอื้นฮักๆหายใจไม่ออกจนแม่ของเพื่อนสมัยเด็กต้องถลาเข้ามาโอบหัวให้ซุกลงกับอก ลูบหัวปลอบโยนทั้งที่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในเนื้อหาของจดหมายนั้น

 

“ไม่เป็นไรนะเท็ตสึยะ ร้องออกมาเถอะ..ร้องออกมา”

“ฮึก ฮือๆๆๆ ฮ…ฮึก..ฮือๆๆๆๆๆๆ”

 

 

ความเศร้าที่ซ่อนเร้นระเบิดออกมา ไม่เหลือแล้วซึ่งเค้าเดิมแห่งความเยือกเย็น

เธอร้อง..ร้อง..และร้องเหมือนคนเสียสติ..ร้องปลดปล่อยทุกสิ่งภายในให้ออกไปกับสายธารา

 

.

.

.

 

โอกิวาระ ชิเงฮิโระ เก็บจักรยานจอดเข้าที่หน้าบ้านแล้วเดินลากขาเข้าไปในบ้าน มือแกร่งบีบนวดต้นคอขยับหมุนซ้ายขวาคลายความเมื่อยล้า ดวงหน้าคมฉายแววประหลาดใจทันทีที่เห็นร่างเล็กบอบบางยืนรออยู่ตรงทางเข้าบ้านเล็กๆ ก่อนจะได้ถามอะไร ตาสีเข้มหลุบเห็นกระเป๋าเป้นักเรียนที่เจ้าตัวเอาติดมาจากบ้านแค่ใบเดียววางบนพื้น

 

“จะไปแล้วเหรอคุโรโกะ” โอกิวาระถาม

“ค่ะ”  เธอพยักหน้าตอบ ก่อนโค้งตัวให้อีกฝ่าย “ขอบคุณโอกิวาระคุงมากนะคะ ที่ให้ฉันอาศัยอยู่ที่นี้ ขอบคุณมากจริงๆ”

“บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร..เธอ..เอ่อ..โอเคแล้วสินะ”   เพื่อนสมัยเด็กถามไถ่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

“ถ้าให้ฉันพูดตามตรง ตอนนี้ฉันเองยังไม่ได้ดีขึ้นเลยค่ะ” ร่างเล็กยืดตัวเต็มความสูง คำบอกของเธอทำให้คนหนุ่มกังวลใจ ทว่า..กลับมีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป

 

 

เมื่อคืนวาน เด็กสาวยืนน้ำตานองหน้า ดูสิ้นหวัง..เปราะบางราวกับแก้วที่แตกสลาย

แต่วันนี้..แก้วใบนั้นกับประสานต่อติดกันใหม่

 

 

“ฉันจะกลับไปเผชิญหน้าความจริง ฉันหนีมามากพอแล้วค่ะ” คุโรโกะก้มลงหยิบเป้ขึ้นมาสะพายข้าง  โอกิวาระเขยิบหลักทางให้อีกฝ่ายเดินไปที่ประตู แสงอาทิตย์สีแดงส้มสาดส่องกระทบร่างจนดูเลือนรางแทบไม่ทันจับสังเกต  ดวงหน้างดงามผินกลับมาสบตาชายหนุ่ม..แววตากล้าแกร่งจนไม่อยากเชื่อว่าคือคนๆเดียวกับเมื่อวาน  ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่บ่อยนักจะได้เห็น

 

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ ลาก่อนค่ะ โอกิวาระคุง”

 

 

ประตูเปิดและปิดลงสนิท..เหมือนกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีใครมาเยือนสถานที่แห่งนี้  หายตัวไปดังเช่นเงาเลือนราง  ทิ้งไว้เพียงเด็กหนุ่มเรือนผมสีเข้มยืนอยู่ลำพัง ฝีเท้าเยื่องย่างมาจากด้านหลัง ทำให้เขาเหลียวหลังมามองมารดาที่มายืนข้างๆ  ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนรวบผมมวยคลี่ยิ้มชื่นชมจับจ้องไปยังประตูหน้าบ้าน

 

“เป็นเด็กที่เข้มแข็งและก็อ่อนโยนมากจริงๆ”  มารดาเอ่ยขึ้น

“ครับแม่..นั่นแหละคุโรโกะล่ะ”  โอกิวาระพยักหน้าเห็นด้วย

 

 

อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ .. เข็มแข็งแต่ไม่ใช่แข็งกร้าว ..เยือกเย็นแต่แท้จริงอบอุ่นเหลือเกิน

 

 

“ไม่ว่าคุโรโกะจะเจอกับปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเรื่องเลวร้ายแค่ไหน ผมก็มั่นใจว่าเธอจะต้องผ่านพ้นไปได้”

 

 

เพราะนี่คือ ‘หน้าที่ ‘ และ ‘ชะตากรรม’ ที่ถูกกำหนดไว้แต่แรกแล้ว

 

 

.

.

.

 

แกร๊บ…แกร๊บ…แกร๊บ..

 

ราตรีมืดมิดไร้ดวงดารา..เมฆาบดบังไม่ยอมให้แสงใดเล็ดรอดเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่โต..เงียบสงัดและเปลี่ยวร้าง มืดมิดจนน่าวังเวง กลับมีเสียงๆหนึ่งดังออกมาจากชั้นสองของบ้าน เสียงกระทบของโลหะเป็นระยะๆ

 

แกร๊บ..แกร๊บ..แกร๊บ..แกร๊บ

 

และ

 

แกร๊บ!!

 

เท้าเปลือยเปล่าท่ามกลางซากปรักหักพังในห้องนอนสี่เหลี่ยมมืดๆ เศษกระจกรายล้อมรอบกายกับเส้นผมสีแดงที่ถูกตัดเล็มปล่อยทิ้งร่วงหล่นกระจายพื้น  ปลายนิ้วชี้ปาดเอาเศษผมที่ติดบนคมมีดกรรไกรรูดทิ้งสู่พื้น แม้ว่าจะบาดเอานิ้วได้เลือดซิบเจ้าตัวกลับไม่มีท่าทีตกใจใดๆ เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆมองเงาสะท้อนตัวเองบนกระจกแตกร้าว..ผมสีแดงตัดสั้นจนเห็นเค้าหน้าคมคายชัดเจน ดวงเนตรคู่คมนิ่งเรียบจดจ้องเงาสะท้อนของตน

 

..ดวงตาสีทับทิบเดิมข้างขวากับ..สีทองอำพันข้างซ้าย..เบิกโพล่งวิปลาส แสยะยิ้มชวนสะพรึง

 

 

“หึ..”

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++++++++

 

นับถอยหลังอีก 2 ตอนกับบทส่งท้ายอีก 1 ค่ะ

ตอนหน้า…พวกเธอว์นั้น เตรียมทิชชู่ไว้ด้วย เราจะยิงยาววววววววว 5555555

 

รวมเล่มน่าจะได้เปิดจองประมาณกุมภานะ เนื่องจากคนวาดปกขอเลื่อนวันส่งปกเป็นสิ้นเดือนมกราน่อ

ถ้าเปิดจองแล้วจะแจ้งให้ทราบทางเพจ ทวิต เด็กดีนะคะ

 

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

 

22 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part12

  1. อู๋ย!!! เหมือนนายโอกิวาระคุงจะโผล่มาแย่งซึนนิสๆๆหน่อยๆๆนะเนี่ย แต่โผล่มาแบบนี้ไม่กลัว
    นายน้อยรู้แล้วโดนจับไปเฉือดหรอไง และแล้วความจริงทั้งหมดก็กระจ่างสินะ ตกลงเนี่ยที่น้องครก.ยอมกลับมารับผิดชอบเพราะได้อ่าน จม ท่านแม่ป่าวว้า ขนาดโดนมิโดริมะพูดตรงๆๆยังถึง
    กับรับไม่ได้อยู่เลย แล้วเรื่องมันจะจบไงเนี่ย รู้สึกเหมือนนายน้อยเตรียมลับคมกรรไกรรอน้อง ครก.กลับมาเลยงิ

    • มิโดรินจุดประกายแล้วคอมโบต่อด้วยจดหมายแม่เลยยอมกลับมาค่ะ ตระหนักแยกเรื่องหน้าที่กับความรู้สึกออกจากกันได้ เรียกได้ว่าน้องครกเลือกยอมรับความจริงเผขิญหน้า และเติบโตขึ้น โอกิมาอย่างหล่อ ถ้าไม่มีโอกิน้องเตลิดไกลไหนต่อไหน เคว้งจนไม่รู้จะทำไงดี

  2. น้องคัมแบคแล้ว หนทางสว่างของเรื่อง TT.TT
    (อ่านตอนนี้เริ่มกลับมาสว่าง พอมาตอนท้ายนายท่านโผล่มากลับมามืดมนต่อ)
    จำนนต่อโชคชะตาแต่สู้ในรูปแบบของตัวเองซินะ

    ส่วนท่านอย่างกับโดนดูดเข้าหลุมลึก
    ตอนท้ายนี่มาอย่างหลอน โหมดตาสองสีนี่..คือ โหดกว่าเดิม ยันกว่าเดิม

    มิโดริมะนี่โผล่มาแนะทางแก้ปัญหา รับจ๊อบแก้ปัญหาได้เลยนะคะ 55

    • น้องสว่างแต่อาคาชินี่ดิ่งลงหลุมดำแล้ว ใช่แล้วจ้าาน้องเลือกสู้ความจริง ในขณะที่ตอนนี้อาคาชิเลือกที่จะหนี ท่านโหมดดาร์กยันแตกมากเลยนะขอบอก 555 ตอนนี้ตัดผมแล้ว กรรไกรพร้อม บรรยากาศพร้อม เหมือนหนังไล่เชือดเลย ณ จุดๆนี้ ฮาาา

  3. ยังงี้ก็แปลว่าทั้งพ่อและแม่รวมหัวกันให้น้องโดนแบบนี้ O_o!!!//ผิดเรื่อง
    โอกิวาระ เธอมาเพิ่มความสดใส่ให้น้อยเสมอ น่ารักจริงๆ ><

    • ไอเดียของพ่อ ส่วนแม่ใจจริงก็ไม่อยากทำ แต่ห้ามพ่อไม่ได้ ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดต่อ อคช ด้วย โอกิวาระมาตอนเดียวแต่สำคัญสุดๆ เป็นที่พักให้น้องได้หายใจตั้งสติ

  4. ดีนะที่นายน้อยเก็บตัวทำนิวแฮร์คัต
    ไม่งั้นเพื่อนน้องอาจดับอนาถ
    และเรื่องจะสะพรึงมากขึ้น
    แล้วหลักฐานชัดจนาดนี้
    คงไม่แคล้วว่านายน้อยต้องไปกินข้าวแดง
    เฮ้อออออออออ
    หลังฉากอ่านจดหมายนี่คือสภาพน้องเหมือนฮีโร่ต้องมากู้โลกมาก
    Mission must be possible จริงๆ
    ถ้าน้องทำไม่ได้โลกคงดับสูญจริงๆ เพราะนายน้อยเปิดอัลติดาร์กโหมดแล้ว ถ้าไม่ทันคงสังเวยอีกหลายคน

    ปล ไปซื้อทิชชู่ก่อนนะ

    • ชัดเจนเป็นภาพวงจรปิดตอนจ้วงเลย นี่คือสิ่งที่เซย์นันกลัวและก็เกิดขึ้นแล้ว ถ้านายน้อยไม่เก็บตังจัดผม คงออกไปเผ่นผ่านไล่แทงคนไปทั่ว น้องเป็นฮีโร่กอบกู้โลก5555 จะว่าไปก็ใช่เลย มิชชั่นปราบลาสต์บอสเพื่อคืนสติพระเอกที่ถูกครอบงำ. ตอนหน้าซับเลือดค่ะ ซับแหลกเลย ฮาาา

  5. รอดูว่าน้องจะช่วยอะไรยังไง ลุ้นมาก ณ จุดนี้ คือน้องจะเอาไงหว่า แถมท่านก็กลายเป็นโบคุชิไปแล้วด้วยจะกล่อมก็ยากพอสมควร เกรงว่าจะได้เข้าคุก (หรืออำนาจมากพออาจจะไม่ได้เข้า) กังวลนิดหน่อยด้วยว่ามันจะหักใจคนอ่าน ใจจริงก็อยากให้แฮปปี้อ่ะแต่มันจะแฮปปี้ยังไงเรอะ (ร้องไห้รอ T_T) เอาเป็นว่า ณ จุดนี้คือไม่มีอะไรนอกจากรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ มันจะเป็นไง จะเลือดสาดอีกมั้ย นายน้อยอย่าฆ่าใครอีกเลยเถอะ =A=

    • อันนี้ต้องลุ้นอย่างเดียวแล้ว ฮาาา น้องพบทางสว่างแล้วในขณะที่อาคาชิยังจมในหลุมมืด หนีความจริงจนโบคุชิออกมาแล้ว นี่คือสิ่งที่เซย์นันกลัวสุด กลัวว่าซักวันอาคาชิจะกลายเป็นอีกคนโดยสมบูรณ์

  6. เปิดเรื่องมาด้วยบรรยากาศสว่างสดใสที่ไม่ค่อยเจอในบลัดดี้ พร้อมทั้งชิเงะคุงที่สว่างสดใส
    น้องเเมนมาก…เเมนที่สุด ตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากมิโดรินเราอ่านเราก็แอบเคืองนะคะ ลองมาเป็นน้องดูสิ …มันคิดอะไรไม่ออกหรอกนะคะเราว่า เเต่เจอคอมโบจดหมายของท่านเเม่มันเลยเหมือนทำให้น้องเลือกหนทางที่ตัวเองจะเดินไป เเม้ว่าจะไม่ใช่เส้นทางที่อยากเดินก็ตามที เเต่ถ้าทางเลือกมันมีเเค่นั้น เเละน้องเลือกที่จะกลับไปเผชิญหน้าทั้งๆที่ความจริงน้องไม่ต้องกลับไปก็ยังได้ เเต่ด้วยความใจดีของน้องมันเป็นเเรงผลักดันที่สำคัญจริงๆนะคะ ที่ทำให้น้องตัดสินใจแบบนี้
    รอดูกานเผชิญหน้าของน้องกับโบคุชิค่ะ จะดุเด็ดเผ็ดมันส์ขนาดไหน//เตรียมทิชชู่
    หวังจะให้เรื่องนี้จบอย่างแฮปปี้เอนด์ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นแฮปปี้เอนด์ได้ในทางไหนอ่ะนะคะ 555
    รอตอนต่อไปค่า ≧﹏≦

    • เป็นตอนที่เปี่ยมประกายความหวังสุดๆแล้วในเรื่องนี้ แต่ละตอนนี้อึดอัดโทนหม่นลงเรื่อยๆ ชิเงะคุงเป็นคนที่ให้ที่พักให้น้องได้หายใจ หัวอกน้องที่เจอมิโดริมะพูดมานั้น เป็นเราก็โกรธนะ เผลอๆด่ามิโดริมะแล้วด้วย ใครจะอยากกลับไปหาคนที่ทำร้ายเรากัน แค่เพื่อนเอาของๆคนไม่ถูกกันมาให้ยังโกรธเลย นี่ให้กลับมารับผิดชอบอาคาชิ จดหมายของท่านแม่เป็นคอมโบที่ทำให้น้องตัดสินใจเลือกเผชิญหน้าความจริง อย่างทีเม้นไว้เลย น้องจะไม่กลับก็ได้ ทิ้งอาคาชิไว้เบื้องหลังก็ได้ แต่น้องใจดี เป็นสิ่งที่ได้รับการสอนสั่งจากแม่ที่ใจดีและอ่อนโยน

      ตอนหน้าพี่น้องจะกลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง เตรียมทิชชู่ให้พร้อมค่ะ งานนี้ ฟฟฟฟฟฟ ใกล้ตอนจบแล้วรอลุ้นๆค่ะ

  7. แง้ๆๆๆๆๆ ต้องถูกฆ่าแหงเลยคุโรโกจิ
    อาคาชิจิ นายน่าจะไปร้านทำผมน่ะ (กริ๊ดๆๆๆ หลบกรรไกร. ใจร้าย). เจ๊บลัดสู้ๆน่ะครับผมว่ามีเจ๊คนเดียวที่จะยุติเรื่องทุกอย่างได้ อย่าโดนอาคาชิจิจับเป็นตัวประกันล่ะครับ ^^
    ปล. จะออกแล้วหนังสือๆๆๆ 0()0

    • 55555555555555555 ตอนนี้ท่านออกไปข้างนอกเกรงว่าจะแทงช่างทำผมแทน และคงโดนรวบจับตัวทันที ขอบคุณมากๆค่ะ หนังสือน่าจะเปิดจองราวๆ กุมภานี้แหละจ้า

  8. โอ้ อีกไม่กี่ตอนก็ใกล้จบแล้วหรือนี่…แต่ชักรู้สึกว่าไม่อยากให้จบเร็วๆซะงั้นง่ะ555
    ตอนนี้น้องครกเราหนีไปอยู่บ้านเพื่อนเฉยเลย? แอบขึ้นนิดๆตอนมิโดริให้ไปรับผิดชอบนะ ประมาณว่าทำไมต้องรับผิดชอบฟระไรงี้5555 จดหมายแม่น้องนี่ยังกะเห็นอนาคตถ้าไม่บอกนี่นึกว่าเทนชิซังเป็นนักดูดวงเลยนะเนี่ยเล่นวางแผนกันไว้แบบแม่นซะจริง555 ณ บัดนาว น้องครกก็จะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับมอบหมายแล้วแต่อาคาชินี่…จะกลับมาเป็นแบบเดิมได้มั้ยหน่อ?คงต้องฝากความหวังไว้ที่ครกอ่ะเนอะ55
    ปล.(ให้เตรียมทิชชู่เอาไว้ซับเลือดกำเดารึซับน้ำตาจ๊ะ? 5555)
    ตอนหน้าจะดราม่ามั้ยหนอ? เค้าอยากให้นายน้อยได้รักกับน้องอย่างเป็นสุขซะจริง ท่านพี่บลัดอย่าใจร้ายทำให้เค้าดิ้นตายเพราะความดราม่าน้า 555 รอติดตามต่อไปจ้าา😀

    • ถ้าเราเป็นน้อง ด่ามิโดรินแหลกลานแล้ว ฮาาา รมณ์แบบลองมาเจอดูไหม เทนชิคาดเดาได้ว่าเซย์นันทำสำเร็จแน่ ประกอบกับตัวเองคงอยู่ได้ไม่นานปกป้องน้องครกตลอดไปก็ไม่ได้ คนอย่างเซย์นันเป็นต้นแบบ อคช คือเอาชนะลูกเดียวไม่เคยมีคำว่าแพ้ ถ้าจะทำยิ่งเป็นเพื่อตระกูล เพื่อปกป้องลูก(ในแบบฉบับที่ค่อนข้างโหดร้าย) ยิ้งตั้งเป้าสูง น้องครกเลือกสู้ความจริง ส่วนอาคาชินั้นบทสรุปจะเป็นเช่นไร อาคาชิจะเอาไงต่อกับชีวิตต้องตอนหน้าค่ะ ตอนหน้าเตรียมทิชชู่ไว้ซับหลายๆอย่างเลยล่ะ 55555

  9. จงเรียงลำดับความร้ายของอาคาชิทั้งสามเรื่องจากน้อยไปมาก
    1.KNB (ยังพอเป็นคน) 2.Bloody Complex (ฆาตกรโรคจิต+ข่มขืนน้องสาวในคราบนักเรียน) 3.The Satan (ไม่มีคำอธิบายใดๆ)
    ทำไมต้องตัดผมแล้วยิ้มวิปริตหน้ากระจกคะ? โกรธแค้นใคร นักข่าว/ตำรวจรึ? หรือโบคุชิคิดว่าพ่อตายไปแล้วก็ดีจะได้ทำอะไรได้ตามใจชอบ? หรือเกี่ยวกับนางเอก?
    มิโดริมะก็นะ ถึงจะไม่รู้เรื่องว่าเซย์นันกับเทนชิวางแผนไว้แล้วแต่อยู่ๆ โทรมาสั่งให้รับผิดชอบคนที่ข่มขืนตัวเองแบบนี้เรอะ เป็นเราจะสวนกลับไปว่า “แกลองมาโดนแทงจากด้านหลังบ้างไหมล่ะ!” แล้วก็วางสายใส่! 55555555+ คุโรโกะใจดีมากนะ ถึงเป็นเราคงได้แค่มองจดหมายแล้วร้องไห้ น้อยใจพ่อแม่+พี่ชาย+โชคชะตาตัวเอง จะกลับไปหาอคชิก็ไม่กล้าไม่รู้จะโดนข่มขืนซ้ำหรือโดนแทงตายรึเปล่าแต่นางเอกคือน้องครกทั้งที ใจดีสุดๆ (จบสวยคือคุโรโกะสัญญากับอคชว่าจะดูแลไปตลอด จบไม่สวยคืออคชฆ่านางเอกตายแล้วฆ่าตัวตายตาม // สาธุขอให้จบแบบมีความสุข)

    • เรียงไม่ถูกเลย 555 เราเสนออาคาชิร้ายไปคนละแบบ แต่ถ้าให้เลือกว่าไม่อยากเจอแบบไหน ก็ตอบว่าราชาปิศาจ ฮาาา หลอนไปยันทุกชาติ หนีไม่พ้น ส่วนตัดผมยิ้มให้ตัวเองเป็นความพึงพอใจส่วนตัวของโบคุชิค่ะ รมณ์ว่าได้ออกมาครองร่างกายแล้ว จะทำอะไรก็ได้ ตีความการตัดผมของเราเป็นแสดงเชิงสัญลักษณ์นัยยะว่า ละทิ้งตัวตนเดิมหรือโอเรชิโดยสมบูรณ์แล้ว มิโดริมะไม่รู้ตื้นลึกหนาบ้างแต่ใจอยากช่วยเพื่อน แต่ลืมคำนึงหัวอกอีกคน น้องก็อยากด่านะ แต่พี่เขียงเล่นชิงตัดสายหนี 55555

      ส่วนจะจบยังไง ต้องรอลุ้นค่ะ

      • ขอบคุณสำหรับนิยายที่ให้ความสนุกค่ะ ที่ให้เรียงความร้ายอคช 1.KNL นะคะไม่ใช่KNBหนูพิมพ์ผิดแต่ยังไงก็ไม่ต่างกันมาก
        มีสมัครสมาชิกที่นี่มั้ยคะ หนูสมัครไม่เป็นบอกวิธีสมัครหน่อยค่ะ

      • มีค่ะ กดไปที่ล็อกอินก็ได้ข้างซ้ายก็ได้ แล้วก็กดสมัครไอดีใหม่ //ไม่แน่ใจว่าภาษาอังกฤษพิมพ์ว่าอะไร

  10. ที่แสยะยิ้มวิปลาสนี้ คิดจะทำอะไรเหรอ??????
    ไม่ใช่ว่าน้องกลับไปถึงคฤหาสน์ ท่านถือกรรไกรพร้อมเชือก แส้ ดักรออยู่นะ (ผิดแล้ววววว) มันน่ากลัวนะ ไม่รู้จะโดนขืนใจซ้ำ หรือโดนแทง ถ้าอย่างดีๆ ก็คงโดนแค่โบคุชิข่มขู่พร้อมแกว่งกรรไกรให้เสียวเล่น อย่างร้ายก็…ไม่ต้องพูดเถอะสยองแทน
    ไม่เป็นไร โบคุชิมีกรรไกร ถ้าอันตรายนักน้องก็พกลูกบาสไปด้วยเลย ตบอิกไนต์พาสใส่หน้าให้เห็นดาวพลูโต ป้องกันตัวในกรณีที่จะโดนทำร้าย เผลอๆ โบคุชิหายไปแล้วโอเรชิคืนมานะ 555 (มันจะเป็นไปได้ไงอีกอย่างครกไม่เล่นบาส) แต่โอเรชิก็เคยทำร้ายครกอยู่ดี
    โบคุชิคิดยังไงกับครกเหรอคะ (ถ้าคิดร้าย น่าจะคิดร้ายมากกว่าโอเรชิ)

    • คิดร้ายมากกว่าค่ะ โบคุชิคือด้านมืดที่ท่านกดเอาไว้ เป็นตัวตนที่สร้างมาเพื่อหนีความจริงจากเรื่องเลวร้าย แสยะยิ้มนี่รอดูตอนหน้าดีกว่าค่ะว่าน้องจะเจออะไรบ้าง 555 น้องพกลูกบาสปาอัดหน้านี่ถ้าเป็นknlคงพอเป็นไปได้ ฮาาา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s