[S.Fic Tokyo Ghoul][Urie x sasaki(kaneki) x Amon] ถ้าเธอไม่รู้สึก (Song : แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข)

 

[S.Fic Tokyo Ghoul  ] ถ้าเธอไม่รู้สึก (Song  : แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข)

Paring : Urie x sasaki(kaneki) x Amon

Rate    : PG-15 , Drama , SongFiction

Story   : blood_hana

 

ฟิคจากเนื้อหาเพลงค่ะ ฟังแล้วอ่านไปให้ได้อรรถรสยิ่งขึ้น

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ถ้าเธอไม่รู้สึก

 

 

เจ้าหน้าที่สอบสวนหน่วย CCG ไฮเสะ ซาซากิ ได้มีเวลาหยุดพักร้อนบ้าง ใบหน้าหวานละมุนล้อมเส้นผมสีขาวโพลนในขณะที่โคนผมกลับกลายเป็นสีดำที่เขาสงสัยเสมอว่าแท้จริงแล้ว แต่ดั่งเดิมเส้นผมของเขาคงจะเป็นสีดำมาก่อนแน่แท้ ร่างเล็กๆยืนตัวหนาวสั่นจนต้องกระชับเสื้อโค้ทสีขาวให้แนบเนื้อมากกว่าเก่า มือทั้งสองซุกลงกระเป๋าเสื้อผ่อนลมหายใจช้าๆออกมาเป็นควันสีขาว

 

 

ปึก!!!

 

“ร้อน!!!!!”  ไฮเสะสะดุ้งสุดตัวกับความร้อนแล่นริ้วไปไปทั้งแก้ม เจ้าตัวถอยผงะยกมือกุมแก้มที่ยังชาวาบพองแก้มป่องแง่งอนส่งสายตาค้อนขวับไปยังร่างสูงผมสีม่วงเข้มเกือบดำตัดรองทรงสูงไถเกรียนหลังยืนหน้าตาย

“อูริเอะคุง!!!เกิดหน้าฉันเป็นแผลเป็นจะทำยังไง!!”

“นั่นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ซาซากิ”  ตอบด้วยท่าทีเย็นชาแล้วโยนกระป๋องกาแฟร้อน  ไฮเสะจำยอมต้องยกมือมารับอย่างเลี่ยงไม่ได้   นัยน์ตากลมโตสีขี้เถ้ามองกระป๋องกาแฟในมือสลับกับเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่า 3 ปีนิสัยเย็นชา ปากร้าย ดื้อด้านกว่าใครในกลุ่มควินซ์ที่เขาคอยดูแลเฝ้าติดตาม

 

กระนั้น..อากาศหนาวเหน็บในฤดูเหมันต์นี่..อีกฝ่ายกลับกดกาแฟร้อนมาให้

 

 

“ขอบใจนะอูริเอะคุง”

“…..”

 

ไร้เสียงตอบกลับ…คนหนุ่มยังคงหน้านิ่งไร้อารมณ์หยิบเอาหูฟังมาใส่หน้าตาเฉย หัวหน้าควบคุมหน่วยควินซ์พองแก้มอีกครั้งแง่งอนคนที่เมินคำขอบคุณจากเขา

 

 

อะไรกัน!!เป็นคนชวนเราออกมาแท้ๆ

 

หมับ!!!

 

แรงดึงกระชากมือเล็กๆที่ซุกในกระเป๋าเสื้อโค้ทออกมากอบกุม ปลายนิ้วสวมถุงมือสีดำกร้านแกร่งของเด็กหนุ่มเคลื่อนไปประสานจับมือผู้ดูแลเอาไว้..อยู่แบบนั้น  ไฮเสะ ซาซากิตาโตประหลาดใจ เขาเงยหน้ามองคนตัวสูงที่เอาแต่หันหลังให้ ดูเหมือนว่าใบหูอีกฝ่ายจะแดงเรื่อที่ไม่ได้เกิดจากอุณหภูมิติดลบ เรียกรอยยิ้มบางๆบนหน้าหวานออกมา

“วันนี้ไปไหนกันดีอูริเอะคุง”  คำสนทนาไร้คำตอบกลับจากคนเส้นผมสีดำ..มีเพียงปลายเท้าสวมรองเท้าหนังสีน้ำตาลก้าวเดินนำไปข้างหน้า จับจูงคนตัวเล็กๆแสนเปราะบางเอาไว้

 

 

 

ส่งมือมาให้ฉัน  ลองดูกันอีกครั้ง
ก่อนเธอจะคิด  ก่อนจะตัดสินใจ

เธอกำลังสับสน สงบอารมณ์ไว้
ลองนึกเรื่องดี ๆ เราสองเคยมีกันมากมาย

 

 

 

คุกิ อูริเอะ ชอบฟังเพลง..ทุกครั้งที่หูฟังแนบสนิทกับใบหูทั้งสอง โลกทั้งโลก..กลายเป็นของเขา

หนีจากเรื่องน่าเศร้าในอดีต..พ่อที่ถูกกูลฆ่าตายโดยที่คนอื่นๆไม่สามารถช่วยได้ หนีเรื่องที่สมาชิก CCG รังเกียจเดียดฉันท์เหล่าหน่วยควินซ์ถูกกล่าวหาว่าเป็นสัตว์ประหลาด..มนุษย์ขายวิญญาณรับการผ่าตัดเอาเซลล์ของกูลใส่เข้ามาในตัว

 

 

 

ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนเกะกะลูกตา..เสียงพูดของพวกมันช่างรกหูนัก

โดยเฉพาะตัวน่ารำคาญหมายเลขหนึ่ง ‘ไฮเสะ ซาซากิ’

 

 

 

หมอนั่นพยายามทำตัวเป็นคุณแม่แสนดีคอยดูแลทุกคน  พยายามทำตัวเป็นหัวหน้าครอบครัว ในเมื่อความเป็นจริง ไฮเสะ ซาซากิ คือคนดวงซวยที่โดนหมอคาโนะจับไปดัดแปลงจนกลายเป็นครึ่งกูล เป็นตัวอันตรายระดับ SS ที่ CCG จับมาใช้ประโยชน์ โดยเอายศศักดิ์และหน้าที่ของหน่วยที่ได้รับมาเป็นของบังหน้าทั้งที่แท้จริงคือกรงขังดีนี่เองๆ

 

 

 

แล้วทำไมถึงยังยิ้มได้ หัวเราะได้ สนุกสนานได้

รู้ไหมว่าที่คุณมาอยู่ตรงนี้..ก็เพื่อจะได้ ‘ฆ่า’ ง่ายๆเมื่อหมดประโยชน์

 

 

 

“คุณไม่กลัวตายเหรอครับ”  เขานึกทบทวนอยู่นานกับความคิดที่วนเวียน  หงุดหงิดงุ่นง่านคันปากเหลือเกิน สุดท้ายคำถามเหล่านี้เอ่ยออกไปในวันหนึ่งที่ได้อยู่กับตามลำพังสองคนในห้องรับแขก  ไฮเสะละสายตาจากเอกสาร มือขยับดันแว่นทรงกลมอันใหญ่โตเงยหน้าขึ้นมามองเด็กหนุ่มรองทรงสูงเบื้องหน้า

“พูดแบบนี้จะแช่งฉันรึไงกันอูริเอะคุง” เจ้าของเส้นผมสีขาวโคนดำแห้วใส่ หน้าหงำงอ

“ผมถามจริงๆเจ้าหน้าที่ซาซากิ”  อูริเอะเกลียดใบหน้าอ่อนโยนนั่น..เกลียดสายตาที่เหมือนรู้ดีทุกอย่าง

 

ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มบางๆส่ายหน้าเป็นคำตอบ

 

 

 

รู้ดีแก่ใจก็ยังยอมอยู่กับความสัมพันธ์จอมปลอม..ทำเป็นเข้มแข็งแท้จริงเปราะบางกว่าใคร

น่ารำคาญ..น่ารำคาญ..

 

 

 

 

“เอ๋!!อูริเอะคุงไม่ไปร้าน CD ก่อนเหรอ?”   ไฮเสะ ซาซากิกล่าวถาม

“ไม่ล่ะ..เพลงใหม่ซื้อมาฟังหมดแล้ว ไปร้านหนังสือเถอะ”  ไม่บ่อยนักที่เด็กหนุ่มเคร่งขรึมจะยอมให้อีกฝ่ายได้ไปในที่ชอบก่อน  ไฮเสะเดาได้ว่าเรื่องเพลงล่าสุดของสัปดาห์นี้เป็นเรื่องโกหก..เพลงพึ่งออกวันนี้จะไปซื้อมาได้อย่างไรกัน  แต่ถึงอย่างนั้นเขาเลือกที่จะอุบเงียบไว้ แล้วส่งรอยยิ้มขอบคุณคนข้างกาย บีบมือตอบรับ..กระชับมือแนบแน่นมากขึ้น เดินเคียงคู่กันไปใต้ท้องฟ้าสีเทาอันหนาวเหน็บ

อูริเอะเหลือบมองดวงหน้าหวานขึ้นสีแดงเรื่อจากเกล็ดหิมะที่เริ่มโรยราจากเบื้องบน ก่อนจะผินหน้ากลับมามองถนนคนเดินแล้วหลับตาลงช้าๆปิดโลกรอบกายให้เหลือเพียงบทเพลงก้องกังวานในความเงียบกับ..สัมผัสอุ่นๆบอบบางบนมือที่จับกุมกันและกันไว้

 

 

 

 

หลับตาลืมเหตุผล ให้โลกมีเราแค่สองคน
คนอื่นไม่มีตัวตน แล้วค้นลงไปข้างใน

 

 

 

 

 

“เอกสารขออนุญาตอะไร?”

 

ไฮเสะ ซาซากิ วางปากกาลงกับโต๊ะ ละมือจากการเขียนรายงานการสอบสวนคดีเจ้าลำตัว ตาสีขี้เถ้ากลมโตหลุบมองเอกสารตราประทับของสำนักงานใหญ่ CCG โดยที่ไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นมามองบุคคลที่วิสาสะบุกเข้ามาในห้องนอนแล้ววางเอกสารนี้ลงกับโต๊ะเขา

“การผ่าตัดเลื่อนประสิทธิภาพคากุเนะ ผมอยากให้คุณเซ็นยินยอมให้กับผม”  คุกิ อูริเอะยืนพิงกำแพงข้างโต๊ะทำงานสรุปสาระสำคัญของเอกสารดังกล่าวสั้นๆ ตาสีม่วงเข้มเกือบดำไร้แววจ้องมองผู้ดูแลที่ยังคงนิ่งเฉย ความเงียบปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมกว้างที่รายล้อมไปด้วยตู้วางหนังสือมากมาย..หนังสือที่แน่นเอียดเต็มชั้นวางจนแทบไม่หลงเหลือพื้นที่วางสำหรับเล่มใหม่ๆ

 

“ทำไม..ถึงอยากผ่าตัดล่ะ?”

“ผมอยากแข็งแกร่งขึ้น”

 

 

เพื่อที่จะเหนือกว่าทุกสิ่ง..เหนือกว่า CCGทุกคน เหนือกว่ากูลทุกตัว

เพื่อที่จะไม่ผิดพลาดสูญเสียสิ่งสำคัญไป..เหมือนวันที่สูญเสีย ‘พ่อ’

เพื่อ….

 

 

 

“ฉันคิดว่าพวกเราหน่วยควินซ์ทุกคนมีความสามารถที่ซ่อนอีกมากมายในตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นวิธีนี้หรอก เพราะงั้นให้เวลาฉันหน่อยนะ”  ซาซากิบ่ายเบี่ยงการเซนยินยอม..ง่ายๆก็คือปฏิเสธแบบไม่เสียน้ำใจ อูริเอะยังคงทำหน้านิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เขาแค่เฉตามองไปทางอื่น มุมไหนซักมุมในห้องนอนของอีกฝ่ายแล้วพยักหน้ายอมรับการตัดสินใจ

 

 

 

โครม!!!!!

 

 

 

ร่างบนเก้าอี้ถูกกระชากเหวี่ยงลงบนเตียง  เส้นผมสีขาวโคนดำกระจายบนฝูกนอน ดวงหน้าหวานไม่มีสีหน้าตื่นตระหนก..ยังคงจ้องมองด้วยสายตาอ่อนโยนในดวงเนตรกลมโตสีขี้เถ้า..ดวงเนตรที่สะท้อนร่างสูงเรือนผมสีม่วงเข้มตัดสั้นคร่อมตัวอยู่เบื้องบน

“อูริเอะคุง..”

“เงียบซะ!!”  เสียงทุ้มขู่ฝ่อ แล้วโน้มใบหน้าลงบดขยี้ริมฝีปากที่กำลังจะเอ่ยเอื้อน ครอบครองความหอมหวานเหล่านั้น..มือหนากระชากเสื้อเชิ้ตสีดำจนกระดุมหลุดกระเด็นไปหล่นบนพื้น  ไฮเสะหลับตาลงโอบแขนรอบคอหน้าออกแรงเพียงเล็กน้อยโน้มให้อีกฝ่ายเข้ามาสัมผัสกายให้มากขึ้น

 

 

อยากจะแข็งแกร่งเพื่อที่จะไม่สูญเสีย ‘คุณ’

 

 

มือลูบผ่านหน้าท้องแบนราบมีมัดกล้ามนิดๆ ไร้ซึ่งบาดแผลใดๆหลงเหลือไว้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาปะทะกับพญางู กูลอันตรายระดับ S  ..หน่วยควินซ์อ่อนแอไม่สามารถเอาชนะได้ จนไฮเสะปรากฏตัวแล้วเสี่ยงใช้คากุเนะ..วินาทีที่พญางูใช้คากุเนะเสียบทะลุท้องจนร่างโปร่งบางปลิวออกไปนอนกลิ้งขลุกกับพื้น โลหิตเจิ่งนองกลิ่นคาวเลือดกับสีหน้าเจ็บปวดทุกข์ทรมาน..ดวงตาซ้ายที่กลายเป็นคาคุกันสีดำแดงชวนสะพรึง

 

 

เราทำอะไรไม่ได้เลย  

 

 

แม้ว่าพญางูจะเป็นฝ่ายล่าถอยไป  ไฮเสะเริ่มคลุ้มคลั่งคุมคากุเนะไม่อยู่  จนหัวหน้าอากิระกับเหล่าหน่วย CCG ระดับสูงเข้ามาหยุดเอาไว้

 

 

‘ ไฮเสะ ซาซากิ ’  ทำไมคนอย่างคุณถึงได้น่ารำคาญแบบนี้

ทั้งที่หัวใจช่างอ่อนแอกว่าใคร ก็ยังเสแสร้งทำเป็นไม่รู้สา

รำคาญที่เก็บซ่อนทุกสิ่งเอาไว้..ไม่เคยไว้วางใจใครเลย

 

 

 

 

 

 

“คาเนกิ”

 

 

เสียงทุ้มกระซิบข้างใบหูร่างเล็กๆในเสื้อโค้ทหนา ตาสีม่วงเข้มเกือบดำฉายแววเย็นชาจ้องมองตัวคาตานะสีน้ำเงินพิมพ์ลวดลายบนปกนิยายเล่มใหม่ล่าสุดของนักเขียน ทาคาซึงิ เซน นักเขียนคนโปรดที่ไฮเสะชอบอ่านจนเรียกได้ว่าแฟนคลับตัวยงก็ว่าได้

“คาเนกิกับชะตากรรมวิปลาส”  ไฮเสะอ่านชื่อเรื่องนิยายเล่มใหม่ แล้วก็วางลงในตะกร้าก่อนจะเดินทอดน่องไปดูหนังสืออื่นๆในชั้นวางขาย อูริเอะปริบตาไล่ความง่วง เขาชอบฟังเพลงแต่ไม่ชอบอ่านหนังสือ เคยลองดูครั้งนึงกับนิยายของนักเขียนคนนี้..แต่ละเรื่องเนื้อหาน่ากลัวเสียจนทำเอานอนไม่หลับตาค้างไปสองวัน

 

แต่ต้องยอมรับว่าเนื้อหาแฝงปรัชญาไว้มาก..เข้าถึงได้ยากไม่เหมือนบทเพลง

 

“ฉันดีใจนะที่อูริเอะคุงชวนฉันออกมาเดทอีก  เห็นเงียบหายไปพักใหญ่นึกว่าจะรำคาญฉันซะอีก” เจ้าของเรือนผมสีขาวโคนดำหัวเราะกลั้วในลำคอ ความจริงแล้วเขาก็รำคาญอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดนั่นแหละ เดทกันครั้งแรกไม่น่าประทับใจเอาเสียเลย คนๆนี้ขี้เกรงใจไปเสียหมดจนไปๆมาๆ มีแต่เขาที่ได้ไปในที่ๆชอบฝ่ายเดียว

 

กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เย็นแล้ว..กว่าจะได้พาอีกฝ่ายไปซื้อหนังสือร้านก็ใกล้จะปิดแล้ว

คิดแล้วก็หงุดหงิดจนต้องเอามือขยี้หัวทุยๆนั่นให้ยุ่งกว่าเดิมจนชี้ฟูกระดกไปมา

 

“อูริเอะคุง!!ทำอะไรนะ!!!”  คนโดนแกล้งโวยวายง่องแง่งเหมือนลูกแกะตัวน้อย เขาไม่ตอบแล้วเมินไปยืนพิงเสาข้างชั้นวางหนังสือฟังเพลงที่ยังบรรเลงต่อในมือถือสมารท์โฟน

 

“เราคบกันมาครึ่งปีแล้วสินะ” คนหนุ่มตัวสูงเปลี่ยนประเด็นการสนทนา

ซึ่งได้ผล ไฮเสะพยักหน้ายิ้มแย้มตอบกลับมา  “อืม..ใช่แล้วล่ะ..ครึ่งปีแล้ว”

 

 

ฝีเท้าของคู่เดทหยุดนิ่ง..นิ่งนานจนอูริเอะประหลาดใจและลืมตาไปมอง ไฮเสะยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือแปลต่างประเทศ ดวงตากลมโตฉายแววเศร้าสร้อยเหม่อมองหนังสือเล่มหนึ่ง..เนิ่นนาน..จนเขาฉงนแล้วมองตามสายตาอีกฝ่าย

 

 

Romeo & Juliet

 

 

อูริเอะลืมหายใจชั่วขณะ เขากัดฟันแน่นจนขึ้นสันแล้วหลับตาลงกดเร่งระดับเสียงในสมาร์ทโฟนให้เพลงดังขึ้นก้องหู กลบเกลื่อนทุกสิ่งรอบตัว..ให้เหลือเพียงตัวเองคนเดียวในโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยดนตรี

 

 

 

ความสุขในวันนั้น จะหลงเหลืออยู่บ้างไหม
ความรู้สึกดี ๆ

 

 

 

 

 

 

3 เดือนก่อน..ปรากฏคดีครึ่งกูลปริศนาอาละวาด  CCG ตั้งโค้ดเนทให้มันว่า ‘ไซบอร์ก’  เนื่องจากผู้รอดชีวิตในสภาพปางตายให้การรูปพรรณสัญฐานไว้ว่าแขนขวาของกูลตัวนั้นเป็นแขนกล  หน่วยควินซ์รับคดีนี้มาทำ พวกเราทุกคนไล่ล่ามัน จนในที่สุด..เราก็ได้พบเจอมัน

 

“ทำไมตัวนาย..มีกลิ่นของ ตาเดียว ปะปนอยู่?”

 

หมอนั่นคำรามเสียดุดัน อูริเอะปลดปล่อยคากุเนะทรงดาบออกมา ใบหน้าไร้อารมณ์เลิกคิ้วสูงฉงนชื่อปริศนาที่ไม่คุ้นหูจากปากกูลที่สวมเสื้อโค้ทสีน้ำตาลเข้มดึงฮูทขึ้นมาปิดใบหน้ากับหน้ากากสีดำรอยยิ้มแสยะปิดดวงเนตรขวาเอาไว้ เผยเพียงตาซ้ายที่เป็นสีแดงดำวาวโรจน์

 

 

การต่อสู้เริ่มขึ้น..ไซบอร์กเก่งเกินไป 

 

 

อูริเอะล้มลงกับพื้น ความพ่ายแพ้มาเยือนอีกครั้ง ฝนเทกระหน่ำชะล้างเลือดที่ทะลักออกจากแผลบนลำตัวและใบหน้า  นัยน์ตาสีเข้มอมม่วงถลึงมองครึ่งกูลที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้คากุเนะปลดปล่อยออกมาเป็นในรูปแบบ 4 หางตวัดแกว่งไปมาข่มขู่คู่ต่อสู้ และพุ่งตรงเข้ามาจ้องเอาชีวิตเจ้าหน้าที่ CCG

 

เวลานั้น!!ร่างบอบบางคุ้นตาวิ่งถลาเข้ามาตัดหน้ารับคากุเนะแทน ไฮเสะ ซาซากิ ทั้งยืนทั้งทรุดกระอักเลือดพุ่งออกมาจากปาก อูริเอะใจร่วงไปอยู่ตาตุ่มยิ่งกว่ายามรับรู้ว่าตัวเองเข้าใกล้ความตาย  เขากัดฟันแน่นคำรามในลำคอพยายามหยัดกายลุกขึ้นปกป้องแต่ร่างกายบ้านี่ดันแข็งทื่อไร้เรี่ยวแรง

 

“ไสหัวไปสิ!!เจ้าหน้าที่ซาซากิ!!!!” ตะโกนกู่ร้อง…วอนขอให้อีกฝ่ายหนีและทิ้งเขาเอาไว้

 

คนๆนี้ยังคงทำตัวน่ารำคาญให้เป็นห่วง ดื้อด้านที่จะสู้!!!! เจ้าของเรือนผมสีขาวโคนดำชักควิ้งออกมาตั้งท่าสู้หมายพุ่งเข้าฟาดฟัน ทว่า..ขาเพรียวยาวใต้กางเกงแสลตสีดำลายทางกลับชะงักนิ่ง

 

 

จู่ๆ ท่าทีของไฮเสะแปลกไปเช่นเดียวกับศัตรูตรงหน้า

 

 

ดวงตาสีขี้เถ้าเบิกกว้างตกตะลึง..หลากหลายอารมณ์ปนเปในนั้น ทั้งสับสนงุนงง เศร้าสร้อย

และ..ดีใจ!!?

 

 

“อาม่อนซัง”

“…คาเนกิ”

 

 

.

.

.

 

 

 

“อูริเอะคุง!!อูริเอะคุง!!”

 

ชายผมสีม่วงสะดุ้งกับเสียงตะโกนลั่นเข้ามา ตอนนี้พวกเขาย้ายมานั่งที่ร้านกาแฟเล็กๆริมถนน ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีขาวโคนดำแซมๆชักสีหน้าไม่พอใจออกมา เขาหันไปมองรอบกายแขกในร้านรวมถึงพนักงานเสริฟ์มองมาที่โต๊ะของเราสองคนเป็นตาเดียว มือแกร่งจึงดึงลดระดับเสียงเพลงลง และนั่นทำให้ไฮเสะถอนใจ

“ฟังเพลงดังแบบนี้เดี๋ยวหูดับกันพอดี”

“……”

“เอ่อ..เพลงอะไรกันถึงได้ฟังอย่างเอาจริงเอาจังแบบนั้นกันห่ะ อูริเอะคุง” ไฮเสะถามพลางมองสายหูฟังเชื่อมโยงลงไปถึงมือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีดำเข้มของอีกฝ่าย

 

“เดี๋ยวถึงเวลาจะให้ฟัง”

“เอ๋?”

 

พวกเขาออกจากร้านกาแฟต่อ ไม่มีการสนทนาใดๆอีก เมื่อไฮเสะได้หนังสือมาเต็มถุงกระดาษเจ้าตัวก็แกะซองเปิดอ่านไปเดินไป เช่นเดียวกับร่างสูงที่เดินไปฟังเพลงไปอย่างเงียบๆ ท้องฟ้าเปลี่ยนสีโทนเข้มลงเรื่อยๆ จนในที่สุดตะวันได้ลาลับขอบฟ้าแทนที่ด้วยรัตติกาลยามค่ำคืนที่มีเพียงแสงของดวงดาราส่องสว่างระยิบระยับบนนั้น ทั้งสองเดินมาถึงถนนทางเท้าริมสะพานเหล็ก รถยนต์สวนขับไปมาจนเส้นผมพลิ้วไหวตามแรงลม

 

กึก!!!

 

รองเท้าหนังสีน้ำตาลปลายแหลมชะงักหยุดกับที่ ไฮเสะเดินนำไประยะหนึ่งจนรู้สึกตัวว่า ข้างกายโล่งเกินจึงเลิกคิ้วสูงหันหลังมามองคู่เดทของตนด้วยสีหน้าฉงน  อูริเอะดึงหูฟังออกข้างหนึ่งแล้วสืบเท้าเข้ามาใกล้ร่างเล็กๆบอบบาง มือแกร่งสวมถุงมือสีดำทับบรรจงจับแก้มใสเบาๆแล้วค่อยๆเสียบหูฟังนั้นในหูอีกฝ่าย

“หลับตาสิ”  เสียงทุ้มเย็นออกคำสั่ง ไฮเสะปริบตางุนงงเมโลดี้ทำนองไร้บทร้องบรรเลงไปมาก้องหู และเมื่อเห็นอีกฝ่ายจ้องเขม็งแกมบังคับจึงต้องจำยอมค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ

 

 

 

หลับตาลืมเหตุผล ให้โลกมีเราแค่สองคน

 

 

 

“คุณมองเห็น อาม่อน โคทาโร่ ตลอด”  สิ้นคำพูดดังกล่าว ไฮเสะสะดุ้งลืมตาโพล่งตกใจ ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีขาวโคนดำค่อยๆสบตาสีม่วงเข้มที่แทบกลืนไปกับยามราตรี

“ถ้าไม่มีผู้ชายคนนั้น..อดีต CCG นั่น..คุณจะว่ายังไง”

 

 

 

ถ้า ‘ เขา ‘ ไม่มีตัวตน เราสองคนจะเป็นอย่างไร

 

 

 

 

“อยู่กับผมคุณมีความสุขไหม?”  มือแกร่งดึงมือเล็กๆขึ้นมาจับกุมอีกครั้ง กำแน่นจนเผลอทำไฮเสะเจ็บจนนิ่วหน้า ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กกลับไม่คิดต่อว่า แล้วปล่อยให้เจ้าของเรือนผมสีเข้มสั้นได้พูดสิ่งที่อัดอั้นตันใจอยู่นานระบายออกมาให้หมด
 

 

 

 

ความสุขในวันนั้น จะหลงเหลืออยู่บ้างไหม
ความรู้สึกดี ๆ กับคน คนนี้ยังมีบ้างไหม

 

 

 

 

“บอกมาที..ซาซากิ..”  อูริเอะเรียกชื่ออีกฝ่ายเฉพาะในยามอยู่กันสองคนบนเตียง ยามกอดกันในสภาพเปลือยเปล่า..เป็นคำกล่าวแทนความใกล้ชิดระหว่างเรา..เอ่ยเรียกชื่อ..ทั้งเสียงสั่นพร่า

 

 

 

ไฮเสะ ซาซากิ 

ผู้ชายน่ารังเกียจ!!!น่ารังเกียจและน่ารำคาญจนทำให้เขาอ่อนแอได้เพียงนี้ 

 

 

 

 

ฝ่ามือเย็นชืดเหนียวเหงื่อทั้งที่อากาศโรยตัวด้วยความหนาว  หวาดหวั่นกับคำตอบของร่างบอบบางตรงหน้า

 

“คุณรู้สึกหรือไม่รู้สึก”

 

 

 

 

ถ้าเธอไม่รู้สึก ฉันพร้อมจะเดินจากไป
ถ้าไม่มีความสุขกับฉัน มันคงไม่ใช่

ฉันเชื่อความรู้สึก มันสำคัญกว่าสิ่งใด
ไม่เป็นไรเลยฉันเข้าใจ เข้าใจเธอทั้งนั้น

 

 

 

 

“อูริเอะคุง..ฉัน..”  เสียงทุ้มหวานกระซิบแผ่วเบา..เสียงสั่นๆแสดงท่าทีหวั่นไหว ดวงหน้างดงามหวานละมุนจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นบุรุษเสหลบตาไปยังแม่น้ำสายใหญ่นอกสะพานเหล็กทอดยาวสุดลูกหูลูกตา..ผิวน้ำที่สะท้อนท้องฟ้ายามราตรีและดวงดาราดั่งอัญมณีเลอค่า

 

 

 

 

แต่ถ้าเธอยังรู้สึกมาเริ่มกันใหม่อีกสักครั้ง
เพราะฉันมีความสุข เสมอแค่เธอยืนข้าง ๆ

ฉันจะให้ทุกสิ่ง เพื่อรักเราเป็นอย่างวันนั้น

แม้สักเล็กน้อยเธอโปรดบอกฉัน…

 

 

 

 

“ฉันขอโทษ”

“…….”

 

คำตอบกลั้วเสียงสะอื้น..อูริเอะก้มหน้าลงต่ำ ยังคงจับมืออีกฝ่ายเอาไว้..แรงบีบคลายตัวลงช้าๆเช่นเดียวกับหัวใจที่บีบรัดจนแทบทะลักออกมานอกอก

 

 

 

 

ว่าเธอยังรู้สึก

ในที่สุด..เขาเลือกที่จะปล่อยมืออีกฝ่ายออกเหลือเพียงหูฟังที่ยังเชื่อมระหว่างคนทั้งสอง   อูริเอะปลดปล่อยคากุเนะออกมา ดวงเนตรข้างซ้ายกลายเป็นคาคุกันแล้วสะบัดมือขวาที่กลายเป็นดาบฟาดลงบนร่างบอบบางตรงหน้า!!!

 

 

เปรี๊ยง!!!!!!!!

 

เอี๊ยดดดดด

 

โครม!!!!!!!!!

 

 

รถยนต์ชนกันระนาวระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ แสงสว่างสีเพลิงกับควันไฟแผดเผาสะพานโดยรอบจนมอดไหม้ เหตุการณ์ชลมุนวุ่นวายผู้คนพากันวิ่งหนี  ร่างสูงยืนสงบนิ่งหายใจหอบหนักก่อนจะขบฟันแน่นจนได้ยินเสียงกรอดๆ ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองสะพานที่ถูกตัดขาดเป็นสอง..อีกฝากฝั่งคือร่างเล็กยังยืนอยู่

“เจ้าหน้าที่ซาซากิเสียชีวิตลงจากเหตุการณ์ปะทะกับกูลที่แห่งนี้” อูริเอะกล่าวทั้งเสียงเย็นเยียบ ชี้คากุเนะตรงไปยังเจ้าของเรือนผมสีขาวโคนดำ..จ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเต็มเปี่ยม

 

 

“กลับไปเป็น ‘คาเนกิ เคน’ ซะ ทิ้ง ‘ไฮเสะ ซาซากิ’ ไว้ที่นี่..”

 

 

“กลับไปหาเขา แล้วจำเอาไว้..”  คุกิ อูริเอะ หลับตาลงครู่หนึ่ง กดกลั้นความเสียใจเอาไว้ กล้ำกลืนปรารถนาเหนี่ยวรั้งจากก้นบึ้งหัวใจเอาไว้แล้วเอ่ยออกไปทั้งสีหน้าดุดัน

 

 

“ถ้าพบกันอีก ผมจะฆ่าคุณ!!”

 

 

 

 

 

ความโกลาหลสงบลงเมื่อไฟถูกดับโดยรถดับเพลิงที่วิ่งเข้ามาจัดการพื้นที่ ตำรวจท้องที่เข้ามาทำการสืบสวน พบเพียงแต่ร่องรอยการต่อสู้ของคากุเนะ นั่นแปลว่าสถานที่แห่งนี้เกิดการปะทะกันระหว่างกูลกับเจ้าหน้าที่ CCG กระเป๋าหรือควิ้งของไฮเสะถูกวางทิ้งเอาไว้ สถานะของชายหนุ่มถูกประทับตาว่า เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่โดยมีผู้รู้เห็นเหตุการณ์คือ เจ้าหน้าที่สืบสวนควินซ์ระดับ 1 คุกิ อูริเอะ

 

 

ชายเรือนผมสีม่วงเข้มดั่งเปลือกมังคุดก้าวเท้ากลับเข้ามาในห้องนอนทิ้งตัวลงกับเตียงอย่างเหนื่อยล้า มือแกร่งหยิบเอาหูฟังสายขาดเป็นสอง…ไม่สามารถต่อติดกันได้เหมือนเดิม

 

 

ไฮเสะ ซาซากิ ตัวน่ารำคาญอันดับหนึ่ง..น่ารำคาญจนไม่อาจละสายตาได้

และเมื่อปล่อยไป..ช่างเจ็บปวดใจนัก..
เมื่อไร้หูฟังสมารท์โฟนยังคงรันเพลงเรื่อยมาจนมาถึงท่อนสุดท้าย ทวงทำนองแสนเศร้าจับใจเช่นเดียวกับสิ่งที่ผู้ฟังพบเจอมา ดังก้องช้าๆ แทงใจทุกคำจนไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีก

 

 

 

 

ขอแค่เธอยังรู้สึก

เพราะฉันไม่เคยไม่รู้สึก

 

 

 

Fin

 

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

อยากแต่งฟิคเพลงนานแล้วหาเพลงตั้งนาน

แล้วก็มาสรุปที่เพลง ถ้าเธอไม่รู้สึก ของ พี่แสตมป์

 

ส่วนตัวชอบเพลงนี้เพราะดูฮอร์โมน เนื้อหาเพลงมันเจ็บกลางใจมากกับทำนองดนตรีที่หนักลงตัวไปกับความรู้สึก

ใครไม่รู้จักลองไปหาฟังดูค่ะ

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

10 thoughts on “[S.Fic Tokyo Ghoul][Urie x sasaki(kaneki) x Amon] ถ้าเธอไม่รู้สึก (Song : แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข)

  1. TTTTTTTTTTT อูริเอะ เสียสละตัวเอง เห็นใจ พูดไม่ออกจนถึงวรรคสุดท้าย (เพลงจบพอดี) นึกว่าจะมีหักมุม ซาซากิกลับมา แต่ก็นะ เฮ้ออออ

    • ชอบเพลงนี้ตรงที่เนื้อหาบีบกับดนตรีได้ลงตัวมาก แต่ละคำคืออยากยื้อคนรักไว้ ให้มากสุดให้ทบทวนแล้วตัดสินใจว่าจะอยู่หรือไป อูริเอะเป็นคาแรกเห็นแก่ตัว แต่เขามีปมเรื่องพ่อเลยทำให้ดูทะเยอทะยานทำทุกอย่างเพื่อเดินไปข้างหน้า แถมยังดื้ออีก อยากแต่งแนวค้ำคอทางความรู้สึกนานแล้วด้วย 555 ไฮเสะเหมือนแม่ อูริเอะก็ลูกคนโต

      • แต่ไฮเสะก็คุณแม่จ๋าออกขนาดนั้น (ฮา) ตอนแรกมาซึนๆเลยนึกว่ายังอยู่ในสถานะกึ่งๆ พออ่านต่อก็อ้าว คบกันแล้ว แต่ก่อนอ่านก็คิดว่าคงจบไม่สวย แค่ดูแพริ่งก็ฟ้องแล้ว ฮาาา

      • อูริเอะเป็นพวกนิ่งๆชอบซ่อนอะไรไว้ในใจ ชอบทำตัวซึนพอตัวนะถ้าสังเกตดีๆ 5555 คบกันก็ยังทำนิ่งๆให้ไฮเสะคุณแม่ง่องแง่ง เก้อตลอด ฮาา

  2. สถานะ คนรัก ที่อูริเอะเป็นอยู่ ได้กายแต่ไม่ได้ใจ…..
    ขณะที่อีกคน อาม่อน ได้ใจแต่ไม่ได้กาย(รึได้แล้วหว่า ??)
    รู้ทั้งรู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้เพื่อรักษาเค้าคนนั้นไว้ข้างๆกาย เจ็บทุกครั้งที่คิดว่า ในใจเค้ามีใครที่ไม่ใช่เรา…..
    อ่านจบคิดตามเลยนะ อูริเอะหนังหน้าตายแต่ใจไม่ตายด้านนะคร้าบบบบบบบบบ 555+
    พี่บลัดแต่งฟิคจากเพลงครั้งแรก….10/10 ผ่านค่ะ !!!

    • ขอบคุณค่าาา ฟิลลิ่งตามเม้นทุกประการเป๊ะเวอร์เลย อาม่อนได้ตัวไปแล้วรึเปล่านั้น ให้จิ้นกันเองดีกว่า ฮาาา ขำตรงหน้าตายหัวใจไม่ตายด้านนะ เพราะอูริเอะคุงยังรู้สึก ฟฟฟฟฟ //เอาวลีเพลงมาใช้

  3. จุกมากกกก
    ยอมรับว่าอยากให้ตอนจบซาซากิเลือกอูริเอะคุงมากก
    เจ็บแทน อ่านฟิคนี้แล้วเกิดความรู้สึกปวดใจแปลกๆ แล้วก็บรรยายดีมากๆค่ะ เราชอบนะคะ ถ้ามีโอกาสคราวหน้าช่วยแต่งคู่ อูริเอะซาซากิ เพียวๆบ้างนะคะ จะติดตามผลงานต่อไปค่ะะ😉

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s