[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part23

Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Kuroko no love 23

 

 

 

 

RRRRRRRRR

 

ริงโทนโทรศัพท์ไร้สายเครื่องสีเขียวดังขึ้นในกระเป๋าเป้แบบสะพายข้างม้านั่งตัวยาวในห้องล็อกเกอร์ไร้ผู้คน แสงสีแดงของท้องนภายามเย็นเล็ดรอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดเผยให้เห็นเสี้ยวหน้าหล่อคมเคร่งขรึมของบุรุษร่างสูง มือแกร่งละปลายนิ้วจากสายเทปที่กำลังพันรอบนิ้วชี้ทั้ง 5 ของมือขวาแล้วล้วงหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารเปิดฝาพับ รายชื่อที่ปรากฏบนจอทำให้ดวงเนตรสีมรกตเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนกดรับสาย

 

“มีธุระอะไร ‘อาคาชิ’ “

‘ผมได้ข่าวว่าแข่งอินเตอร์ไฮน์รอบแรกของเขตโตเกียวในวันพรุ่งนี้ นายเจอเซย์ริน’   ปลายสายกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น..ทำเอาบรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความกดดัน แม้เจ้าตัวจะไม่โผล่มาเป็นๆอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ เพียงแค่เสียงก็เปี่ยมไปด้วยอำนาจเกินใครต้านทาน

 

 

อดีตกัปตันของพวกเราเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ย ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’

 

 

“คุโรโกะอยู่ที่นั่น เป็นสมาชิกในฐานะผู้เล่นอย่างที่นายคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด”  สิ้นคำรายงาน  หนุ่มสวมแว่นตาทรงเหลี่ยมได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอพอใจของอีกฝ่าย..พอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าตัวคิดไว้

 

 

“มีอีกอย่างที่นายอาจจะยังไม่รู้  ดูเหมือนว่าคุโรโกะจะหา ‘แสงคนใหม่’ ได้แล้ว หมอนั่นเอาชนะคิเสะได้ด้วย”

 

 

คางามิ  ไทกะ ชายหนุ่มผู้เปล่งประกายดั่งแสงสว่าง คู่หูคนใหม่ของเงาลวงตา 

 

 

ปลายสายเงียบลงทันที..เงียบคนหนุ่มแว่นสังหรณ์ใจไม่ดี เขาไม่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยถูกโค่นล้มไปด้วยผู้เล่นปริศนาที่คุโรโกะเลือกสรรเข้ามาร่วมศึกครานี้..อาคาชิเอาแต่เงียบ..และก็เงียบอยู่อย่างงั้นนาน แถมไม่ยอมวางสายอีก  ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเห็นเช่นไร ทว่ามิโดริมะ ชินทาโร่ เปรียบเสมือนศาตราวุธปืนใหญ่แห่งรุ่นปาฏิหารย์หาได้สนใจในประเด็นนั้น

 

“แต่ถึงยังไงซะ..เธอคนนั้นก็ไม่มีวันมาถึงนายหรอกอาคาชิ เพราะฉันจะชนะเซย์รินอย่างแน่นอนยังไงล่ะ” มิโดริมะกล่าว

‘อย่าประมาทเท็ตสึยะจะดีกว่า ‘ชินทาโร่’ ‘  คำเตือนสุดท้ายก่อนตัดสายวางลงอย่างไร้มารยาท ทิ้งไว้แต่เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังออกเป็นระยะๆ คนหนุ่มเรือนผมสีเขียวพ่นลมหายใจหมิ่นเหม่เก็บมือถือลงกระเป๋า สะพายเป้ขึ้นบ่าเดินออกไปจากล็อกเกอร์พร้อมกับลูกบาสเก็ตบอลหนึ่งลูกที่ยังไม่ไปเก็บโรงยิม เท้าก้าวเข้ามาในสนามแล้วตั้งท่าชู้ตบอลขึ้นฟ้า แล้วเดินหันหลังให้กับแป้นบาส

 

 

คำเตือนจากอดีตกัปตัน..เจ้าชายผู้แปรเปลี่ยนเป็นจักรพรรดิ

 

 

ฝุ่บ!!!!

 

 

บอลลงห่วงไปอย่างสวยงามเมื่อเท้าก้าวถึงประตูโรงยิม นิ้วเรียวยาวดันแว่นขึ้นพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงทระนงตน

 

“เสียใจด้วยอาคาชิ เพราะว่าดวงชะตาของราศีกรกฏพรุ่งนี้โชคดีที่สุดในรอบสิบปี บอกลาเจ้าหญิงของนายได้เลย”

 

 

.

.

.

 

 

ประตูบานเลื่อนร้าน Mac ริมถนนเลื่อนเปิดออกอัตโนมัติแล้วปิดลงเมื่อกลุ่มนักเรียนในเครื่องแบบสีดำขอบฟ้าของ ม.ปลายเซย์รินเข้ามาในร้านจนครบ มีเพียงเด็กสาวเพียงหนึ่งที่ยังสวมยูนิฟอร์มหญิงสีขาวแทบเขียวทับสเวตเตอร์สีน้ำเงินเข้มเดินนำมายังโต๊ะหลังร้าน ด้วยจำนวนสมาชิกมากกว่าสิบคนทำให้ทางร้านต้องต่อโต๊ะยาวรับรองลูกค้าทั้งหลาย

 

ถาดเมนูอาหารของแต่ละคนวางลงบนโต๊ะ กระทั่ง..เมื่อคางามิกลับมานั่งที่ทุกคนในร้านหันขวับมองที่เจ้าตัวเป็นตาเดียวกับกองภูเขาแฮมเบอร์เกอร์พูนโตบนถาด

 

“คางามิ!!นายกินขนาดนี้เลยเหรอ!!!”  กัปตันฮิวงะอุทาน ตกใจกับปริมาณการกินของอีกฝ่าย

“อื้อ!!อันอ้องไอ้อะอังอางเออะใออานเอ่นอ้าดอี่อา”

“อื้อ!!มันต้องใช้พลังงานเยอะในการเล่นบาสนี่นา คางามิคุงพูดแบบนี้ค่ะ” คุโรโกะแปลศัพท์อ้อแอ้จากปากที่เคี้ยวเบอร์เกอร์เนื้อย่างจนแก้มตุ่ยให้คนในชมรมฟัง หญิงสาวจำแลงกายในเครื่องแบบชายหยิบเอาวานิลลาเชคแก้วเดียวมาดูดเงียบๆต่อ

 

 

การกินของพวกนายสองคนทำไมไม่บาลานซ์กันเลยเนี่ย!!!!

 

 

“เอาเถอะ..เรามาคุยเรื่องอินเตอร์ไฮน์รอบแรกกันก่อนก็แล้วกัน ตารางการแข่งออกแล้วเมื่อวานนี้   ปีนี้มีกติกาใหม่ให้เข้ารอบได้ 3 อันดับแรกจากสกอร์รวมสะสมของการแข่งในแต่ละเขต และก็สายแข่งของเรายังไม่เจอไคโจในรอบแรก” ริโกะอธิบายพลางดูใบตารางแข่งขันที่ปริ้นมาจากบ้าน

“ถ้างั้นก็โชคดีน่ะสิ!!!ถึงจะน่าเสียดายที่ไม่ได้เจอกับคิเสะก็เถอะ ผมสีทองระยิบระยับกับใบหน้าสวยๆตอนขยิบตาน่ารักชะมัด” โคงาเนะถึงกับเพ้อพกถอดถอนใจ นึกถึงผู้จัดการสาวคนสวยดีกรีนางแบบวัยรุ่นชื่อดังของทีมไคโจ อดีตสมาชิกทีมปาฏิหาร์ย พวกผู้ชายหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย เว้น คางามิ  ไทกะ ที่สนกินลูกเดียว สมองซื่อบื้อ ทึ่มเกินจะมาประสีประสาเรื่องเพศ

“เออ!!น่าเสียดาย ขอโทษด้วยนะยะ..แต่ถึงอย่างงั้นแข่งรอบแรกก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวางใจเท่าไหร่หรอกย่ะ” ไอดะ ริโกะ เหน็บผู้ชายในชมรมด้วยสายตาจิกกัดระคนหมั่นไส้ ส่วนคุโรโกะส่งสายตาเอือมระอาไปยังเหล่าบุรุษที่ตกในภวังค์เคลิบเคลิ้มนึกถึงรอยยิ้มของไอดอลสาวตัวจริงที่พึ่งเจอมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้จนแก้มแดงระเรื่อ

 

“หมายความว่าไงครับโค้ช?”  ฟุริฮาดะถาม

 

“รอบต่อไปเราต้องเจอกับหนึ่งใน 3 โรงเรียนราชาแห่งโตเกียว ‘ชูโตคุ’ ”  ใบสายการแข่งอินเตอร์ไฮน์วางลงกับโต๊ะ ริโกะหยิบเอาปากกาเมจิสีแดงวงรอบชื่อโรงเรียนคู่แข่ง หญิงสาวผมสีน้ำตาลซอยสั้นติดกิ๊ฟแอปเปิ้ลมุ่นคิ้วเครียดแล้วพูดต่อ

 

 

“ที่สำคัญปีนี้ชูโตคุได้  มิโดริมะ ชินทาโร่  มือชู้ตแห่งรุ่นปาฏิหาร์ยเข้าทีมด้วย”

 

 

บรรยากาศผ่อนคลายมลายหายสิ้น แทนที่ด้วยความตึงเครียดกดทับลงมารอบโต๊ะ แม้แต่คางามิที่จ้ำอ้าวยัดเบอร์เกอร์เข้าปากยังต้องชะงักมือหันมามองทั้งที่ยังเคี้ยวแก้มตุ่ยจนเศษขนมปังติดรอบปาก  แรงกดดันที่พึ่งผ่านพ้นมาจากไคโจโดนซ้ำต่อด้วยคู่แข่งในรอบแรก..ซึ่งคราวนี้เป็นของจริงไม่ใช่ซ้อมแข่งอย่างที่ปะทะกับไคโจ

 

“คุโรโกะ..มิโดริมะมีขอบเขตการชู้ตเท่าไหร่” โค้ชของทีมเบนสายตาไปยัง เด็กสาวผมสีฟ้าตัดสั้นชี้ยุ่งไปมา

“ตอนอยู่เทย์โคว ขอบเขตการชู้ตของเขาอยู่ที่ครึ่งสนามค่ะ” คุโรโกะวางแก้ววานิลลาเชคลงกับโต๊ะหันมาสบตาสีน้ำตาลกลมโตเพื่อตอบคำถามอีกฝ่าย

“อ..อะไรนะ!!ครึ่งสนาม!!!!”  กัปตันเซย์รินอุทานเสียงดังลั่นจนคนในร้านมองเป็นตาเดียว เขาสะดุ้งรู้ตัวจึงรีบลุกขึ้นเกาหัวโค้งขอโทษด้วยรอยยิ้มแหยๆจนทุกคนหันกลับไปสนใจอาหารของตัวเองต่อ จึงกลับมานั่งบนเก้าอี้แล้วกระซิบเสียงเบาถามย้ำอดีตสมาชิกในทีมปาฏิหาร์ย  “เป็นไปได้ยังไง..นี่มันผิดเกินมนุษย์แล้วนะ”

“พวกเราทุกคนเหมือนสัตว์ประหลาดด้วยกันหมดค่ะ ไม่ว่าจะคิเสะคุงที่ลอกเลียนแบบการเล่นของใครก็ได้เพียงแค่มองครั้งเดียว หรือมิโดริมะคุงที่มีขอบเขตการชู้ตที่กว้างขวางและแม่นยำ..พวกเราทุกคนล้วนมีพรสวรรค์อันน่าตกใจทั้งนั้น” ตาสีฟ้ากลมโตหลุบกลับมายังแก้ววานิลลาเชคในมือทั้งสองที่ประคับประคองเอาไว้

 

 

พรสวรรค์ที่ก้าวล้ำกว่าใครกลายเป็นดาบสองคมทำร้ายพวกเราทีละคน..

รู้ตัวอีกทีหัวใจของพวกเราด้านชากับบาสเก็ตบอลไปเสียแล้ว   

 

 

“แต่มันก็ต้องมีชู้ตพลาดบ้างแหละนา..ถึงตอนนั้นเรารีบาวน์ราวบี้ทันก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร”  อิซึกิ ชุนปลอบโยนทุกคนผสมมุขฝืดๆในการเล่นคำของตัวเองลงไป หากแต่..ดวงหน้าจืดจางกลับตีสีหน้าตึงเครียดออกมาทำเอาทุกคนเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงน

“เรื่องแบบนั้น..ไม่มีทางเป็นไปได้ค่ะ..”  เสียงหวานเรียบเว้นเงียบไปอึดใจหนึ่ง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งเย็นทำเอาทุกคนในทีมหน้าถอดสีเป็นแถว

 

“มิโดริมะคุงไม่เคยชู้ตพลาดแม้แต่ครั้งเดียว”

 

 

.

.

.

 

ท้องฟ้ากลับกลายเป็นสีดำสนิทยามค่ำคืน สมาชิกคนอื่นๆแยกย้ายกันเมื่อออกจากร้าน Mac เหลือเพียงคู่หูแสงเงาที่ยังยืนอยู่หน้าร้านใต้แผ่นป้ายติดไฟนีออนเรียงตามตัวอักษรร้านส่องสว่าง คุโรโกะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงกำยำในชุดนักเรียนชายปลดกระดุมเผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวด้านในกับสร้อยเงินร้อยแหวนวงหนึ่งเอาไว้ นัยน์ตาสีเพลิงหลุบลงสบตาสีอ่อนนิ่งไร้อารมณ์

“…อย่าจ้องแบบนั้นจะได้ไหม..มันน่าขนลุก” คางามิเอ็ดโวยวายใส่หญิงสาวผมฟ้า

“ทำไมล่ะคะ?”

“ก็..ก็แบบว่า..เฮ้ย!!บอกว่าอย่าจ้องไงเล่า!!!!”  คนผมสีเพลิงฟูสะดุ้งตกใจ ร้องยกใหญ่เมื่อคุโรโกะเขยิบตัวมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วเขย่งเท้าจ้องตาเอาเป็นเอาตาย หลบซ้ายทีก็โยกไปทางซ้าย หลบขวาก็โยกไปทางขวา

 

 

ยัยนี่!!นิสัยเสียชอบแกล้งคนนี่หว่า!!!!

 

 

“คางามิคุงกลัวผีสินะคะ”  เธอเดาจากลักษณะท่าทางเซนซิทีฟของอีกฝ่าย

“ป..เปล่า!!!!เปล่านะ!!!!ไม่ได้กลัว!!!!!!”  คางามิ ไทกะร้องเสียงหลงปฏิเสธเสียงดังลั่น คุโรโกะอมยิ้มนิดๆทั้งตัวสั่น..ไม่สิ..กลั้นขำอยู่ชัดๆ ทำเอาเอซจอมบ้าพลั่งหน้าร้อนผ่าวอับอายเข้าไปใหญ่

“โอ๋ๆ ไม่เอานะคะ อย่าร้องๆ”

“เลิกเอามือมาลูบหัวฉันเลย!!!”  แทนที่จะหยุดกลับเอื้อมมือลูบหัวเบาๆ เหมือนจะปลอบ..ความจริงจงใจตอกย้ำจุดอ่อนอีกฝ่ายชัดๆ   คางามิเริ่มโมโหเคืองจนหน้าแดงก่ำ โยกตัวหลบฝ่ามือเล็กบอบบางของอีกฝ่าย คุโรโกะเห็นท่าว่าหากหยอกต่อคงได้กลายเป็นทะเลาะแน่ๆ จึงหยุดไว้เพียงเท่านี้

 

“……”

“คางามิคุงกังวลเรื่องการแข่งรอบแรกรึเปล่าคะ?”  เด็กสาวปลอมเป็นชายเปิดบทสนทนาที่เกิดขึ้นในการประชุมโต๊ะเมื่อครู่

“ฉันไม่กังวลหรอก..”  มือแกร่งหยาบยกขึ้นมากำหมัดแน่น ปากหนาแสยะยิ้มแยกเขี้ยว เนตรสีเพลิงเรียวคมเต็มไปด้วยความเร่าร้อนจนรู้สึกได้ถึงรังสีแผ่กระจายจากตัวร่างสูงจนรอบกายดูอุณหภูมิสูงขึ้นทันตาเห็น

“กลับรู้สึกตื่นเต้นมากกว่า!!!แค่คิดว่าจะได้เจอคนเก่งๆแบบคิเสะ ฉันก็ตื่นเต้นจนคุมไม่อยู่แล้วล่ะ!!”  สิ้นคำพูดของคางามิ พลังใจเต็มเปี่ยมมุ่งมั่นในการแข่งขันวันพรุ่งนี้ เช่นนั้นแล้วดวงหน้าขาวซีดล้อมเส้นผมสีอ่อนประดับรอยยิ้มบางๆ

 

 

“ถ้างั้น..พรุ่งนี้เรามาพยายามให้เต็มที่นะคะ คางามิคุง” คุโรโกะชูกำปั้นขึ้น

“แน่นอน!!!ฉันจะคว่ำเจ้ามิโดริมะนั่นให้ดู!!!”  คางามิยิ้มยิงฟันแล้วชกกำปั้นตอบ

 

 

เป้าหมายของเราสองคู่หูแสงเงา 

เพื่อชัยชนะ..เพื่อบาสที่แท้จริง..

 

 

.

.

 

 

แอ๊ด!!!!!

 

ประตูห้องนอนเปิดออกโดยเจ้าของห้อง ร่างบอบบางในชุดนอนผ้าลื่นแขนยาวสีขาวกับกางเกงขาสั้นยาวมาถึงเข่า มือขยับผ้าขนหนูเช็ดผมสีฟ้าอ่อนเปียกหมาดจากการสระผมให้แห้งเดินตรงมาหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง  มือทั้งสองขยับเช็ดอยู่สองสามครั้งจนแน่ใจว่าแห้งพอแล้วจึงย้ายผ้าขนหนูวางพาดบ่า ดวงเนตรสีอ่อนฉายแววขุ่นมัวรำคาญใจยามเห็นเงาสะท้อนใบหน้าจืดชืดล้อมไปด้วยเส้นผมสีฟ้าชี้ฟูกระดกไปมาไร้รูปทรงเหมือนแผงขนรอบคอสิงโตก็ไม่ปาน

 

“เฮ้อ…”  คุโรโกะหยิบเอาไดรเป่าผมให้แห้งจนสนิท..ก็ยิ่งชี้ฟูเข้าไปใหญ่ ก่อนจะหยิบเอาหวีมาสางเส้นผมพยายามให้เรียบเป็นทรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าสุดท้ายก็ยังชี้ยุ่งเหมือนเคย ยิ่งตัดสั้นเหมือนผู้ชายยิ่งกระดกไปมาง่ายกว่าเก่าอีก  ร่างบางยอมแพ้กับการจัดแต่งทรงผมลุกจากเก้าอี้ย้ายมานั่งบนเตียง ดวงเนตรกลมโตสีอ่อนเหลือบมองไปยังลูกบาสเก่าๆจนกลายเป็นสีดำ

 

 

 

“ฉันไม่เคยสนุกแบบนี้มานานแล้ว ขอบใจเธอมากนะ”

 

 

เสียงใสๆของเด็กชายผมแดงตัวน้อยในวันนั้น ความทรงจำอันเรือนลางแจ่มชัดก็เมื่อสายไปแล้ว..

 

 

‘เจ้าชาย’ ไม่มีอีกแล้ว ผมคือ ‘จักรพรรดิ’  ไม่จำเป็นต้องการใครเคียงข้างอีก!!”

 

 

“อาคาชิคุง..”  คุโรโกะเอ่ยนามถึงผู้เป็นรักแรกที่เฝ้าตามหาและรอคอยมาทั้งชีวิต มือหยิบลูกบาสขึ้นมากอดและซุกหน้าลง แววตาไร้อารมณ์นิ่งเฉยสั่นไหวเต็มไปด้วยความเศร้า น้ำตาคลอเบ้าจนต้องเงยหน้าขึ้นกลอกตาขึ้นมองเพดานใช้นิ้วปาดเบาๆไม่ให้ไหลรินออกมา

 

 

ไม่ว่าเมื่อไหร่..ไม่ว่าตอนไหน ‘เจ้าชาย’ หยิบยื่นความหวังมาให้เสมอ

 

 

ตุ๊กตาเมโลดี้ตั้งวางหัวเตียงที่ได้จากงานนิทรรศการเป็นเครื่องตอกย้ำเสมอๆ  ถ้าหากเอะใจตั้งแต่ตอนนั้น บางทีคงไม่ต้องมานั่งทุกข์เช่นนี้  ไม่ต้องทนเจ็บปวดกับการเห็นคนที่รักจมลงสู่หลุมดำมืดอันโดดเดี่ยวแบบนั้น  คุโรโกะคิดทบทวนเหตุการณ์ต่างๆตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาในรั้วโรงเรียนเทย์โคว  พบว่าอาคาชิ เซย์จูโร่ พยายามแสดงออกหลายครั้ง ว่าเขารู้ว่าเธอเป็นใคร แม้จะไม่พูดออกมาตรงๆตามนิสัยสุขุมเกินวัยประกอบกับความคิดอ่านที่เป็นผู้ใหญ่เกินทำให้เธอตามอักฝ่ายไม่ทัน

 

 

ไม่เคยล่วงรู้ว่าในแววตาแสนอ่อนโยนนั่นซ่อนอะไรเอาไว้

โดดเดี่ยวอ้างว้าง..สนุกสนาน..กำลังดีใจหรือกำลังเสียใจ

ไม่รู้อะไรเลย..ไม่รู้อะไรซักอย่าง

 

 

“คราวนี้ฉันจะช่วยคุณเองค่ะ”  สัญญากับตัวเองว่าจะเข้มแข็ง..สัญญาแล้วว่าจะไม่ยอมแพ้ เธอกอดลูกบาสแนบแน่นไว้กับอก

 

ลูกบาสเก็ตบอลลูกนี้ที่ดลบันดาลให้เราสองได้พบเจอกัน

ถึงเวลาที่เด็กน้อยจะเป็นฝ่ายมอบความหวังให้กับ ‘เจ้าชายแสนดี’ ผู้สูญสิ้นจนกลายเป็น ‘จักรพรรดิเหี้ยมโหด’

 

 

.

.

.

 

 

“โอ้โห!!!นี่เหรออินเตอร์ไฮน์!!!!”  เหล่าสมาชิกปีหนึ่งฮือฮาเมื่อครั้นก้าวเข้ามาสู่สนามการแข่งขัน โรงยิมกว้างใหญ่รองรับเหล่านักกีฬาในชุดยูนิฟอร์มแขนขายาวหลากสีสันประจำโรงเรียนตัวเอง ต่างฝ่ายต่างมองทีมที่อาจจะเป็นคู่แข่งในรอบนี้หรือรอบหน้าๆ อย่างระแวดระวัง สร้างความกดดันชวนอึดอัดใจแก่ผู้คนที่เข้ามาเหยียบสถานที่แห่งนี้

“นั่นไง!!ไคโจ!!!”  ทางเดินปูหินแกรนิตทอดยาวไปถึงเชิงบันไดเข้าสู่โรงยิมแซ่ซ่องขนาบซ้ายขวา ทุกสายตาจับจ้องไปยังกลุ่มนักกีฬาโรงเรียนดันในชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินขาวก้าวเดินอย่างองอาจนำหน้าโดนกัปตันทีมอย่าง คาซามัตสี ยูกิโอะ ชายร่างเล็กกำยำแต่มีความเป็นผู้นำสูงส่ง  เคียงข้างกับผู้จัดการสาวแสนสวยเรือนผมสีทองดัดลอนต้องแสงระยิบระยับโดดเด่นกว่าใคร ดวงเนตรสีอำพันใต้ขนตาแพยาวชวนต้องมนต์สะกดยามได้สบมองแย้มยิ้มมาดมั่นไม่ตื่นเกร็งต่อสายตาเพ่งตรงจากบุรุษโดยรอบ

 

“คิเสะ เรียวตะนี่นา!!ผู้จัดการทีมเทย์โควในรุ่นปาฏิหาร์ย”

“มีคนสวยคนเก่งอยู่กับตัว โคตรน่าอิจฉาไคโจเลยว่ะ!!!”

 

 

คาซามัตสึหงุดหงิดเป็นทุนกับการเป็นเป้าสายตาอยู่แล้ว แต่ยิ่งพอมีนางแบบสาวมาร่วมทีมยิ่งเป็นที่จับตาเข้าไปใหญ่ เส้นเลือดบนขมับปูดขึ้นทีละเส้นสองเส้น ยิ่งได้ยินเสียเจื้อยแจ้วของสาวข้างตัวดังเป็นระยะพร้อมโบกไม้โบกมือส่งยิ้มขยิบตาให้หนุ่มๆแบบนี้มันยิ่ง…

 

“รำคาญโว้ยยยยย อยู่นิ่งๆเป็นไหมคิเสะ!!!”

“กรี๊ดดดดดดด รุ่นพี่ถีบฉันทำไมอ่า!!!!!!!”   ฝ่าเท้าประเคนเข้าที่บั้นท้ายหญิงสาวซึ่งสวมกระโปรงสั้นสีเทาจีบโดยรอบเต็มเหนี่ยวจนเจ้าตัวล้มหน้าคะมำไถลไปกับพื้น คิเสะร้องโอดรวญหยัดกายขึ้นมาถูจมูกแดงโร่ก่อนจะรู้สึกได้ถึงเงาคุ้นตาทาบทับอยู่เหนือตัวเองความกังวลว่าใบหน้าสวยๆจะแหกจนอาชีพถ่ายแบบหด แทนที่ด้วยความดีอกดีใจ เด้งตัวลุกขึ้นโผเข้ากอดคนตรงหน้าทันที

 

“คุโรโกจจิ!!!!!!!!!!”

 

 

พลั่ก!!!!!!

 

“แอ๊กกกกกกกกกกกกกก”   ฝ่ามือเล็กบางผลักดันหน้าอีกฝ่ายไว้ทัน แรงที่ใช้พาสลูกบ่อยๆส่งผลให้เจ้าของผมสีทองสว่างหงายหลังอีกระลอกแต่ก็ไม่แรงมากถึงกับทำให้ล้มไปกองกับพื้น คิเสะน้ำตาคลอทำหน้าหงอยเบ้ปากมองคนตัวเล็กผมสีฟ้าออร่าจืดจางมากับทีมเซย์รินยืนมุ่นคิ้วทำเสียงดุที่ฟังออกโทนดูนิ่งเย็นกว่าเดิมเล็กน้อยแค่นั้น

“อย่าเข้ามาแบบนี้ค่ะคิเสะคุง อย่าลืมว่าตอนนี้ฉันเป็นผู้ชายนะคะ”

“โทษทีๆฉันดีใจไปหน่อยนะ โอ๊ะ!!คางามิจจิ!!!!”  คิเสะ เรียวตะเกาแก้มเก้อเขินแลบลิ้นสำนึกผิด แต่พอเห็นชายตัวสูงกำยำผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ไปมาก็เบนเข็มไปโผเข้าควงแขนล่ำๆใต้ยูนิฟอร์มสีดำขาวแถบแดงทันที

“ย..อย่ามาเกาะแบบนี้สิเฟ้ย!!!!”  คางามิพยายามแกะมืออีกฝ่าย แต่อีกคนนี่เกาะแน่นเป็นปลาหมึก ทำยังไงก็เอาไม่ออก ยิ่งเห็นดวงหน้าสวยโฉบล้อมเส้นผมสีทองดัดลอนกับริมฝีปากอิ่มชมพูระเรื่อนี่ระยะประชิดแล้ว…ยิ่งทำให้เหตุการณ์ที่สนามเด็กเล่นยามเย็นเมื่อวานเด่นชัดขึ้นในสมองจนรู้สึกร้อนวาบบนผิวแก้มที่ถูกอีกฝ่ายหอมเข้าให้

 

 

 

เดี๋ยวนะ!!!รังสีอำมหิตนี่มันอะไรกัน!!!!?

 

 

คางามิ ไทกะขนลุกซู่ แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้ามาหาเขารอบทิศทาง เมื่อกวาดตาไปมองรอบๆถึงกับหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่กกับแรงอาฆาตมาดร้ายจากชายหนุ่มทุกสารทิศ ณ ที่แห่งนี้ ราวกับว่าทุกคนกำลังสาปส่งเขาให้ตกนรกหมกไหม้!!!พากันรวมก่นด่าผ่านทางสายตาที่อ่านได้ว่า ‘ไอ้คิ้วสองแฉกนี่เป็นใคร คิเสะจังถึงได้เข้าไปควงแขนเฉยชิบ!!’ กับ ‘ไปตายซะ!!!ไอ้คนน่าอิจฉา!!!!’  ขนาดเหล่ารุ่นพี่ในเซย์รินยังมองมาด้วยสีหน้าแบบนี้เหมือนกันอีกกกกก

“หยุดสร้างความรำคาญเป็นลูกหมาได้แล้วยัยบ๊อง!!!!”  กัปตันทีมไคโจทนอับอายต่อไปไม่ไหว วิ่งเข้ามาตบหัวผู้จัดการสาวน็อคเดียวสลบไถลไปกองกับพื้น ก่อนจะโค้งขอโทษเหล่าเซย์รินแล้วคว้าคอเสื้อหญิงสาวลากออกไปร่วมสมทบทีมของตน

 

 

“ยัยนั่นเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ” คางามิถามคุโรโกะ  ด้วยท่าทางตื่นปนเขินกลัวๆจากการจู่โจมกะทันหันของนางแบบสาว

“ถ้าเป็นคนที่คิเสะคุงนับถือแล้ว ก็จะโดนตามติดเหมือนลูกหมาง่องแง่งแบบนี้แหละค่ะ”  คุโรโกะอธิบายพร้อมถอนใจเหนื่อยหน่าย   ริโกะที่แอบดูเหตุการณ์เมื่อครู่ตลอดเวลาถึงกับหัวเราะแห้งๆปากกระตุกยิ้มแหยๆ ตอนแรกผู้จัดการไคโจปรากฏตัวเยี่ยงนางจิ้งจอกจองหองตอนนี้กลายเป็นลูกหมาน่ารำคาญกระดิกหางดิ๊กๆไปเสียแล้ว ถึงกับไปไม่ถูกกันทีเดียว

 

 

คิดแล้วก็แอบสงสารไคโจ คงจะหัวปั่นน่าดูชม

 

 

 

“เห…นี่น่ะเหรอเซย์ริน”  เสียงทุ้มลากยาวเปี่ยมอารมณ์ขันดังขึ้นจากด้านหลัง คุโรโกะเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงนแล้วหันกลับไปมองเช่นเดียวกับคนอื่นๆในทีมเซย์ริน  ทุกคนตกใจทันทีที่เห็นยูนิฟอร์มสีส้มแสบตากับชื่อโรงเรียนปักอักษรขาวตัดขอบดำบนอกซ้ายว่า Shutoku

 

“ชูโตคุ..”  ฮิวงะพึมพำเบาๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเคร่งเครียดทันที

 

 

คู่แข่งรอบแรกของอินเตอร์ไฮน์!!!!

 

 

แต่ดูเหมือนว่าสมาชิกของอีกฝ่ายจะมาไม่ครบทีมทั้งหมด มีเพียงคนหนุ่มร่างสูงโปร่งเรือนผมสีดำเปิดเหม่ง ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงส่งยิ้มทะเล้นยักคิ้วกวนประสาทมาให้..เหมือนจะดูหล่อมาดกวน แต่ติดลบไปครึ่งเพราะเจ้าตัวยืนพิงซาเล้งพิลึกๆนั่นอยู่ ดวงเนตรเรียวคมสีขี้เถ้าวาววับจดจ้องไปยังใครบางคนในทีม เขาดันตัวออก สาวเท้าตรงเข้ามาใกล้ โน้มใบหน้าลงเข้าประชิดกับ…

 

“นี่สินะ..เพื่อนของชินจัง ฉันคาสึนาริ ทาคาโอะ ยินดีที่ได้รู้จัก!!”  ชายหนุ่มทักทายคนตัวเล็กสุดในทีม..เจ้าของเรือนผมสีฟ้าสั้นชี้ยุ่งที่ยืนหน้าตายจ้องตอบนิ่งๆ

 

“เห..เด็กผู้หญิงนี่นา”

 

เขาอุทานต่อเลิกคิ้วสูงฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ขณะที่เหล่าเซย์รินถึงกับตกตะลึงพรืด คุโรโกะหน้าเสียตาเบิกโพล่งถอยผงะก้าวหนึ่งมองคนผมสีดำเปิดแสกกลางเปิดหน้าผากกว้างอย่างระแวดระวัง

 

“ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้ ในทีมมีแค่ฉันเท่านั้นแหละที่รู้”  คนผมสีดำแสกกลางหัวเราะร่าขำขัน

“มิโดริมะคุงบอกเหรอคะ?”  คุโรโกะถามโดยที่ยังไม่คลายความระแวงสงสัยอีกฝ่าย

“เปล่าหรอก..ฉันพึ่งสังเกตเมื่อกี้น่ะ”  ทาคาโอะยักไหล่

“สังเกต?”  เด็กสาวเรือนผมสีฟ้าทวนคำทั้งหน้าตายไร้อารมณ์ แต่ในน้ำเสียงเจือปนไปด้วยความฉงนสนเท่ห์  ร่างสูงสมาชิกทีมชูโตคุยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้อีกฝ่าย  คุโรโกะสะดุ้งยามที่ใบหน้าคมทะเล้นนั่นเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ

 

“อืม..เธอนี่น่ารักกว่าที่คิดอีกแหะ มีแฟนยัง?”

“ทาคาโอะ!!!!!”

“ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

 

 

โครม!!!!!!!!!!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลลอยมาจากไหนไม่รู้กระแทกเข้ากลางหน้าผากกว้างๆ  ตามด้วยเสียงทุ้มตะโกนคำรามกึกก้องนั่นทำให้เหล่าเซย์รินที่กำลังอึ้งรับประทานกับการเกี้ยวสาวหน้าโรงยิมจัดการแข่งขันต้องหันมามองต้นเสียงที่เดินอาดๆหน้ามุ่ยเข้ามาผลักดันเจ้าของเส้นผมสีดำเข้มให้ถอยห่างจากเด็กสาวจำแลงกายผมสีอ่อนจืดจางแล้วยืนแทรกขวางทางอยู่แบบนั้น

“หมอนี่สูงกว่าคางามิอีกนี่นา!!” โคงาเนะตกใจ ตาแมวมองบุรุษในชุดฟอร์มสีส้มของชูโตคุตัวสูงโปร่งผมเขียว รูปร่างค่อนข้างหนากล้ามมัดพอสมควรโดยเฉพาะบริเวณต้นแขน ผิดกับลุคสวมแว่นตากรอบดำทรงเหลี่ยมมาดเด็กเนิร์ด  สิ้นคำอุทานของคนหน้าแมว บุรุษปริศนาตวัดสายตาคมกริบหลังเลนส์ไปยัง..คนหนุ่มตัวสูงสุดในทีมเซย์ริน

 

“คางามิสินะ?”

“เออ!!แล้วไง?”  คางามิเลิกคิ้วสองแฉกขึ้นสูงถามเสียงกรรโชกตามนิสัย

“หึ!!!ก็งั้นๆ ฉันนึกว่าคนที่เอาชนะยัยคิเสะได้จะดูดีกว่านี้อีก คิดดีแล้วเหรอที่เลือกหมอนี่..คุโรโกะ”

“อย่าดูถูกคางามิคุงกับพวกเราจะดีกว่าค่ะ มิโดริมะคุง “ คุโรโกะเขม็งมองมุ่นคิ้วไม่พอใจสบตาสีเขียวเรียวคมหลังเลนส์แว่นปรายมองลงมา

 

 

 

หมอนี่น่ะเหรอ!!!มิโดริมะ  ชินทาโร่  

 

 

 

“ชินจังอยากจะบอกว่า คุโรโกะควรเลือกเขามากกว่ามาอยู่ในทีมเซย์รินน่ะ ซึนเดเระจริงๆเลยน้า”  ทาคาโอะกวนประสาทคนหนุ่มผมสีเขียว มิโดริมะหันไปแยกเขี้ยวหน้าแดงก่ำไปจนถึงใบหู ถลึงตาดุดันจนแทบหลุดออกจากเบ้า ถึงอย่างนั้นหนุ่มผมดำหาได้เกรงกลัวกลับแสยะยิ้ม ดวงเนตรสีเทาพราวระริกสนุกนานที่ได้แหย่คนมาดขรึมให้หลุดรั่วออกมา

“เลิกเสวนาไร้สาระอยู่ตรงนี้ซะทีทาคาโอะ  จะเสียเวลากับคนที่จะแพ้ทำไมในเมื่อฉันทำเสริมดวงโดยการก้าวเท้าซ้ายออกจากบ้าน เดินวนรอบสนามแข่ง 3 รอบทวนเข็มนาฬิกากับดวงดีในรอบ 10 ปี นี่คือเหตุผลที่จะทำให้ฉันชนะพวกนายยังไงล่ะ”  มิโดริมะ ชินทาโร่หยิบเอา..ตุ๊กตาแรคคูนเซรามิกขึ้นมาถือด้วยมือที่พันเทปรอบนิ้วทุกนิ้วกันซ้นเอาไว้ เดินกลับขึ้นไปนั่งบนกระบะหลังซาเล้ง

 

 

พูดอะไรของมันวะ!!!   เหล่าสมาชิกทีมเซย์รินกู่ร้องในใจ

 

 

“ชินจังนี่ล่ะน้า..จริงจังกับดวงซะจริง..” ทาคาโอะเท้าสะเอวส่ายหน้าระอาใจ ร่างสูงเหลียวมองมายังเด็กสาวผมสีอ่อนตัดสั้นปลอมเป็นชาย ปากหนาได้รูปส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมชูสองนิ้วชี้มาที่ตาตัวเองก่อนหมุนตรงมายังเธอ

“ฉันจับตาเธออยู่นะ คุโรโกะจัง”

“ทาคาโอะ!!!!”

“รู้แล้วครับบบบ  ท่านชินจังงงงงงงง”  เสียงทุ้มลากยาวขานรับคำสั่งไม่วายยกมือตะเบะแสดงเจตนากวนโอ๊ยอีกฝ่าย ขายาววิ่งขึ้นไปขี่จักรยานปั่นลากซาเล้งขับไปจอดในสถานที่จอดรถขนาดเล็กด้านหลังโรงยิม

 

 

 

“เหอๆ พวกรุ่นปาฏิหาร์ยนี่มีปกติซักคนบ้างไหมเนี่ย”  ฮิวงะและริโกะยิ้มแหยๆ เหงื่อตกกับการสนทนาภาษาต่างด้าวยากแก่การเข้าถึง..และชาตินี้คงไม่มีวันเข้าถึงของชายร่างสูงผมสีเขียว

 

 

ว่ากันว่าอัจฉริยะกับคนบ้าห่างกันแค่เส้นคั่นบางๆ วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว

 

 

“จะยังไงก็ช่างเหอะ!!หมอนั่นก็เป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ย ถ้าทำให้ฉันสนุกได้ล่ะก็จะอะไรก็มาเหอะ!!”  คางามิผู้รักบาสเข้าเส้นต่อยหมัดเข้ากับฝ่ามือตัวเอง ขายาวเต็มไปด้วยกล้ามมัดก้าวเดินนำทีมวิ่งขึ้นบันไดไปก่อน คำพูดที่ฟังดูไร้เดียงสาเหมือนเด็กไม่ประสีประสาเอาเสียเลยว่าฝ่ายตรงข้ามส่งแรงกดดันมาแค่ไหน

“เอาเถอะ พวกเรารีบเข้าไปรายงานตัวกันก่อนดีกว่า” กัปตันทีมเซย์รินเดินนำสมาชิกในทีมเดินไปตามเส้นทางทอดยาวตรงหน้าขึ้นบันไดเข้าสู่โรงยิมอินเตอร์ไฮน์เบื้องหน้า

 

 

 

“คุโรโกะ”

 

อิซึกิ ชุน กระซิบเรียกเด็กสาวร่างเล็กในยูนิฟอร์มเซย์ริน เธอชะลอฝีเท้าลงจนอีกฝ่ายสาวเท้าเข้ามาใกล้อยู่ข้าง ดวงเนตรกลมโตไร้อารมณ์หันไปสบตาสีเข้มของคนหนุ่มรุ่นพี่อย่างสงสัย

 

“ระวังผู้ชายที่ชื่อทาคาโอะไว้หน่อยจะดีกว่า”

“หมายความว่าไงคะรุ่นพี่อิซึกิ?”   ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าสั้นชี้ยุ่งเอียงคอฉงนงุนงงไปกว่าเก่ากับคำเตือนทั้งสีหน้าเคร่งเครียด  ไม่บ่อยนักที่บุรุษจอมปล่อยมุกแป้กจะมีมุมซีเรียสเช่นนี้ ที่สำคัญการที่แอบมาบอกกับเธอคนเดียวนั่นแปลว่าเรื่องนี้ค่อนข้างส่งผลกระทบต่อตัวเธออย่างไม่ธรรมดาจนอาจทำให้คนอื่นๆเสียขวัญและกำลังใจได้

 

“ฉันแค่สังหรณ์ใจไม่ค่อยดี..ผู้ชายคนนั้นมีบางอย่างที่ไม่ธรรมดา พยายามหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าเจ้านั้นไว้นะ”

“ก็ได้ค่ะ..ฉันจะระวัง”  คุโรโกะ เท็ตสึยะพยักหน้าตอบโดยคาความสงสัยไว้ภายใน

 

 

 

 

 

 

 

สองชั่วโมงให้หลังการลงทะเบียนผู้เข้าแข่งขันเสร็จสิ้นรวมถึงแยกย้ายกันไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องล็อกเกอร์ที่ทางเจ้าของสถานที่จัดเตรียมไว้ให้ห้องหนึ่งต่อโรงเรียนหนึ่ง  ประตูล็อกเกอร์ปิดสนิทลงหลังเก็บข้าวของทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ คุโรโกะในชุดนักกีฬาบาสเก็ตบอลสีขาวดำเบอร์ 11 พิมพ์ด้วยอักษรสีแดง  มือดึงผ้ารัดอกให้กระชับจนเป็นที่แน่ใจว่าจะไม่หลุดออกมาระหว่างการแข่งขัน ทุกอย่างพร้อมสำหรับการแข่งแล้ว เหลือเพียงอย่างสุดท้ายที่จะขาดไม่ได้

 

“โอกิวาระคุง..ช่วยเป็นกำลังใจให้ฉันด้วยนะคะ”

 

สายรัดข้อมือสีดำของต่างหน้าเปรียบเสมือนตัวแทนของสัญญาที่มีต่อเพื่อนสนิทสมัยเยาว์วัย ที่มีความฝันและความหวังเดียวกัน..คุยกันในทุกๆเรื่องทั้งสุขและทุกข์ เข้ากันในเรื่องบาสได้ดีกว่าใคร

 

 

กระทั่ง ม.ต้นปี 3 การแข่งขันระดับเยาวชนรอบชิงชนะเลิศ

รุ่นปาฏิหาริย์ ฉีกกระชาก ทำลายสัญญาระหว่างเธอและเขาขาดสะบั้นไม่มีชิ้นดี

 

 

 

“ตราบาปครั้งนั้นฉันจะแก้ไขมันเอง”  คุโรโกะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นนิ่งแต่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น และสวมสายรัดข้อมือทั้งสองเอาไว้   ขาเล็กผอมบางเดินตรงไปยังประตูเหล็ก หยุดฝีเท้าลงแล้วเอื้อมมือบิดลูกบิดเปิดประตูออกช้าๆ ด้านนอกเหล่าสมาชิกทีมเซย์รินทั้งหมดร่วม 10 กว่าชีวิตยืนเรียงรอคอยเธออยู่  คางามิ ไทกะยืนอยู่ตรงหน้าสุดเท้าสะเอวทั้งสองข้างแสยะยิ้มจนเห็นฟันขาว

 

“เอาล่ะพวกเรา!!ไปถล่มชูโตคุกันเถอะ!!!” ฮิวงะ จุนเปย์ตะโกนเรียกให้ทุกคนยืนล้อมวงประสานกอดคอกันและกัน ต่างคนต่างมองด้วยสายตาเชื่อมั่น..ว่าจะทำวันนี้ให้ดีที่สุดและคว้าชัยชนะกลับบ้านไปให้ได้!!!

“โอ๊ส!!!!!!!”

 

 

เราจะแสดงให้เห็นเองถึงบาสเก็ตบอลที่แท้จริง!!!

 

 

.

.

.

 

“เชือกรองเท้าผูกซ้ายไปขวาพร้อม เทปพันพร้อม วันนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าโดยสวมกางเกงเสื้อก่อนแล้วตามด้วยกางเกงตามที่ชะตาบอกไว้เรียบร้อย ตามด้วยลัคกี้ไอเทมแรคคูนเซรามิกถือเหรียญ ไม่มีที่ติ สมบูรณ์แบบทุกอย่าง”  มิโดริมะ ชินทาโร่นั่งบ่นพึมพำคนเดียวบนม้านั่งยาวในห้องล็อกเกอร์โดยมีแรคคูนวางอยู่ข้างตัว มือแกร่งล้วงหยิบมือถือเปิดฝาพันเช็กดวงชะตาราศีอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

 

 

‘ดวงชะตาราศีกรกฏวันนี้  เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งในรอบหลาย 10 ปี  ทำอะไรจะประสบความสำเร็จทุกอย่าง เสริมดวงชะตาให้ดียิ่งขึ้นโดยการเริ่มต้นด้วยทางซ้ายในทุกๆอย่าง แต่งกายโดยสวมเสื้อบนก่อน  ตามด้วยลัคกี้ไอเทมแรคคูนเซรามิกถือเหรียญวาง ’

 

 

หลังจากฟังดวงตัวเองเสร็จก็กดปุ่มเลื่อนลูกศรลงไปยังราศีกุมภ์…ราศีของเด็กสาวจำแลงกายในรูปลักษณ์ชายหนุ่มจืดจาง

 

 

‘ดวงชะตาราศีกุมภ์วันนี้  ดวงชะตาเข้าขั้นวิกฤติ ไม่ว่าจะทำอะไร มักมีอุปสรรคขัดขวางอยู่เสมอ จึงไม่ควรลงทุนหรือเข้าร่วมการแข่งขันใดๆในวันนี้’

 

 

“แค่นี้ฉันก็ชนะแล้ว”  มือแกร่งพันเทปพันฝามือถือลง ปลายนิ้วเรียวยาวดันแว่นขึ้นสันจมูก

 

 

 

 

“หมอนั่นพึมพำๆคนเดียวเรื่องดวงอีกแล้ว”

“เพี้ยนจริงๆเลย ทาคาโอะนายทนเข้าไปได้ยังไงเนี่ย”

 

สมาชิกทีมชูโตคุในชุดกีฬาสีส้มแสดกับตัวเลขเบอร์สีดำกระซิบกระซาบนินทาคนหนุ่มปี 1 ที่เข้ามาใหม่นั่งงึมงำๆลำพังกับตุ๊กตาแรคคูนหนึ่งตัว ทาคาโอะสวมเสื้อนักฟอร์มแข่งแขนกุดเสร็จถอดที่คาดผมสีขาวเก็บเข้าในล็อกเกอร์ ดวงตาสีเทาคมเหลือบมองไปยังมือชู้ตอดีตสมาชิกรุ่นปาฏิหารย์ก่อนหันกลับมาสบตารุ่นพี่ผมสีทองชี้ฟูตัดซอยยุ่งๆ

“อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยจะชินเท่าไหร่หรอกรุ่นพี่มิยาจิ แต่อย่างว่านั่นแหละ ชินจังหัวดื้อจะตายให้ปรับตัวกับคนอื่นคงยากผมก็เลยปรับจูนเข้าหาเข้าซะเอง”  ทาคาโอะยิ้มยิงฟันยักไหล่ไม่ยี่หระ

 

 

 

เหมือนคุณสามียอมคุณภรรยาชัดๆ    ทุกคนในทีมชูโตคุคิดพร้อมกันและพร้อมใจกันส่งยิ้มแห้งๆให้บุรุษผมดำเจ้าของตำแหน่ง point guard

 

 

“อะแฮ่ม!!!”   เสียงกระแอมในลำคอ ทำให้การสนทนาในห้องเปลี่ยนเสื้อหยุดลง หันไปยังชายวัยกลางคนเรือนผมสีดำเข้มนั่งไขว่ห้างเท้าคางบนม้านั่งยาวด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ดวงเนตรสีเดียวกับผมกวาดมองสมาชิกในทีมตั้งแต่ตัวจริงยันตัวสำรองจนครบ จะมีก็เพียงมิโดริมะที่อภิสิทธิ์กว่าคนอื่นไม่จำเป็นต้องเข้ามาร่วมวง

“เหลืออีกแค่ 10 นาที เรามาทบทวนแผนการเล่นกันอีกซักรอบก็แล้วกัน อย่างที่บอกไว้ว่า..”

“โค้ชครับ”  จู่ๆ คนที่เอาแต่บ่นงึมงำเรื่องดวงกลับพูดแทรกขึ้น มิโดริมะ ชินทาโร่ ลุกขึ้นจากม้านั่งมุมปลีกวิเวกเข้ามายืนประจันหน้ากับโค้ชของทีม..นาคาทามิ มาซากิ

 

 

 

“ผมอยากจะลงเล่นในครึ่งแรก” 

 

 

คำประกาศกลางสายฟ้าแล่บแบบไม่มีแผนการใดๆรองรับล่วงหน้า มิยาจิขมวดคิ้วไม่พอใจเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างอาจารย์หนุ่มกับเด็กใหม่ปีหนึ่งสวมแว่นตา ถึงแม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าแต่ความเป็นรุ่นพี่ทำให้ไม่เกรงกลัวอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งขรึมแต่อย่างใด

“เฮ้ย!!มิโดริมะนายอย่าเอาแต่ใจตัวเองให้มันมากจะดีกว่า จริงอยู่ที่โค้ชให้สิทธิ์นายว่าอยากจะลงแข่งเมื่อไหร่ตอนไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่เปิดไพ่ตายของทีมเราแต่ต้นเกมส์แบบนี้!!!” มิยาจิเตือนด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

“ตามใจสิ” เสียงทุ้มแหบอนุญาตเฉยชิบ ไม่สนการโต้แย้งในความเห็นต่างของบุรุษผมทองซอยยุ่ง  มิโดริมะดันแว่นพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการขอบคุณแล้วเดินออกไปจากการประชุมแผนหยิบเอาตุ๊กตาเซรามิกแรคคูนแล้วเดินออกไปจากห้อง

 

“โค้ชครับ!!!ให้ท้ายมิโดริมะแบบนี้ เดี๋ยวมันจะเหลิงไปใหญ่นะครับ!!!”

“เอาน่า..จะเปิดไพ่ตายตอนเริ่มเกมส์หรือจะตอนไหนๆนายก็รู้ดีนี่มิยาจิ ว่าไม่มีใครทำลายลูกชู้ตของหมอนั่นได้”  โค้ชมาซากิอ้าปากหาวหวอดลุกขึ้นจากเก้าอี้ปัดไล่ฝุ่นบั้นท้าย

 

“ถึงเวลาแล้วไปที่สนามแข่งกันเถอะ”

 

 

.

.

.

 

 

 

 

“ชูโตคุ!!!ชูโตคุ!!!ชูโตคุ!!!”

 

แสตนเชียร์อัดแน่นไปด้วยกองเชียร์ในชุดยูนิฟอร์มสีส้ม รวมถึงเหล่านักเรียนชายหญิงในเครื่องแบบกักคุรันสีดำกับกะลาสียืนป้องปากส่งเสียงให้กำลังใจทีมบาสเก็ตบอล แถมยังทำป้ายเชียร์เขียนด้วยพู่กันสวยงามติดหน้าแสตนนี่อีก เป็นการข่มขวัญเหล่าทีมเล็กๆอย่างเซย์รินได้ไม่มากก็น้อย

คางามิ ไทกะ เบ้ปากยืนแคะขี้หูรำคาญใจกับเสียงเชียร์เหล่านั้นเมื่อเทียบกับแสตนของเซย์รินแล้วคนมาเชียร์ไม่ถึง 10 ด้วยซ้ำ  นี่ยังไม่รวมแสตนของโรงเรียนยักษ์ใหญ่อื่นๆในอีกฝั่งสนามอย่างเช่น….

 

 

“คิเสะจังงงงง น่ารักที่สุดเลยครับบบบบบบบบบบบบ”

“คิเสะจังน่ารัก คิเสะจังสู้ตาย คิเสะจังไว้ลาย น่ารักๆ ”

 

 

ฝั่งทีมไคโจอัดแน่นไปด้วยเหล่าบุรุษเต็มแสตนถือโทรโข่งโบกป้ายไฟ ตามด้วยผ้าคาดหัวเขียนไว้ว่า ‘Kise – Chan FC’ เด่นหร่า จนทุกคนในสนามแข่งอยากจะตะโกนถามเหลือเกินว่ามาเชียร์บาสหรือมาเชียร์ คิเสะ เรียวตะ กันแน่ ?

 

 

“เฮ้อ…พวกเรานี่เงียบเหงาชะมัดเลยแหะ” ฮิวงะ จุนเปย์ถอนหายใจ

“นั่นสินะ..ถ้าชนะเลิศปีนี้ ปีหน้าแสตนเราคงเต็มแน่นอกต้องยกออก เหมือนพวกเขานั่นแหละ”  อิซึกิให้กำลังใจอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มจนตาตี่ๆหยีเล็ก ไม่วายใส่มุกคำพิลึกๆเข้าไปอีก  หากแต่สิ่งที่สำคัญในเวลานี้..คือทีมคู่แข่งตรงหน้าเหล่าชูโตคุในชุดสีส้มกับตัวอักษรชื่อทีมสีดำ ต่างคนต่างยืนประจำที่ในฝ่ายตรงข้าม

 

 

“อ๊ะ!!!อะไรกันเนี่ย!!!มิโดริมะ ชินทาโร่ จากรุ่นปาฏิหาร์ยเข้าประจำแข่งตั้งแต่เปิดเกมส์เลยเหรอครับ!!!น่าตกใจยิ่งนัก!!!”  

 

ผู้ประกาศการแข่งขันอุทานเสียงดังลั่นผ่านไมล์ก้องออกจากลำโพง สายตาทุกคนเบนมาจับจ้องสนามแข่งขันของชูโตคุหนึ่งใน 3 ราชาแห่งโตเกียวปะทะกับทีมเล็กๆอย่างเซย์ริน  ด้วยชื่อเสียงของมือชู้ตสามแต้มจากการแข่งขันสมัยเทย์โควทำเอาคนในฮอลถึงกับฮือฮายกใหญ่

 

“เล่นมาตั้งแต่เปิดเกมส์แบบนี้ก็สวยซิ!!!”  ชายหนุ่มกำยำผมสีแดงไหม้ชี้ยุ่งแสยะยิ้มยิงฟันขาว ดวงตาเรียวคมสีเพลิงสั่นพราวระริกตื่นเต้นสนุกสนานจนเลือดในกายพุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง

“หึ!!!”   มิโดริมะ ชินทาโร่ ทำเพียงแค่เค่นเสียงเหอะในลำคอเท่านั้น ต่างคนต่างยืนประจันหน้ากันและกันโดยมีเส้นแบ่งครึ่งสนามกลางกั้นไว้  คุโรโกะยืนประจำปีกขวารู้สึกใจคอไม่ดีจนเหงื่อไหลย้อยจากขมับ ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเรียกแผ่วเบาจากเขตแดนตรงข้าม

 

“ไง..คุโรโกะจัง”

“ทาคาโอะคุง?”

 

ดวงเนตรสีฟ้าเบิกกว้างประหลาดใจ..ครั้นได้สบตาสีขี้เถ้าขี้เล่นของบุรุษที่ยืนอยู่ตรงกลางทีม..ตำแหน่งของ point guard เขาขยิบตาให้เธอประหนึ่งทักทายตามประสาแต่นั่นไม่ได้ทำให้หญิงสาวใจชื้นขึ้น

 

 

ทำไมเขาถึง..มองเห็นเรา?

 

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

สัญญาณนกหวีดดังขึ้น บอลลอยขึ้นสู่ฟ้าทั้งมิโดริมะและคางามิกระโดดตัวลอยสูง เอื้อมมือสุดแขนหมายคว้าบอลเข้าทำคะแนนก่อน!!!

 

“เสร็จฉันล่ะ!!!”  คางามิคว้าบอลไปได้ก่อน เจ้าตัวรีบกระแทกบอลเลี้ยงบุกขึ้นหน้า มิยาจิพุ่งเข้ามาสกัดขวางไว้ ทำให้คนหนุ่มผมแดงไหม้เบรกตัวหยุดนิ่งมือเอี่ยวตัวบังลูกบาสเอาไว้ ดวงเนตรสีเพลิงตวัดไปทางซ้ายและส่งต่อไปยังหนุ่มตี๋ผมสีเข้มดำพุ่งเข้ามารับอย่างรวดเร็ว

“ฮิวงะ!!!”  อิซึกิตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่าย แล้วโยนบอลให้หนุ่มแว่นทรงกลม ฮิวงะรับมาอย่างพอดิบพอดีและตั้งท่าชู้ต

 

ฝุ่บ!!!!

 

 

1 : 0 เปิดการแข่งด้วยยุทธวิธีเกมส์เร็วของเซย์รินล่ะครับ!!เร็วสมชื่อจริงๆเลยครับ!!!”

 

 

ผู้ประกาศรายงานการแข่งขันเอ่ยชื่นชมการทำแต้มแรกในการแข่งขันระหว่างทีมชูโตคุกับเซย์ริน อิซึกิยิ้มพอใจในการประสานของแต่ละคนที่กำลังร้อนเครื่องได้ที่ เขากระโดดรีบาวน์รับลูกดูเหมือนว่าตอนนี้ในส่วนของชูโตคุส่งคนมาบล็อกเอาไว้ถึงสามคนถึงอย่างงั้นก็ไม่คณามือเขา ดวงเนตรหยีเล็กหลับตาครู่หนึ่งก่อนจะลืมขึ้นอย่างรวดเร็ว

“มาแล้ว!! อีเกิ้ลอายส์ของอิซึกิ!!!”  โคงาเนะยืดอกประทับใจอธิบายการแข่งให้เหล่ารุ่นน้องปีหนึ่งทั้งสามที่นั่งเป็นตัวสำรองเช่นกันนอกสนาม   ดวงเนตรสีดำเรียวเล็กคมกริบประหนึ่งนกอินทรีกว้างไกลจนสามารถมองหาจุดบอดทุกจุดในขอบเขตครึ่งสนามของชายหนุ่มผู้เป็นถึง Point guard แห่งเซย์ริน  อิซึกิกวาดตาเพียงช่วงสั้นๆเขาเห็นจุดบอดในการส่งบอลแล้ว!!!

 

 

ปึง!!!!

 

ลูกบอลส่งตรงไปยังปีกขวาคนที่ใกล้ที่สุดในตำแหน่งนั้นคือร่างเล็กเรือนผมสีฟ้าสั้น คุโรโกะ เท็ตสึยะวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วเท่าที่มีตั้งมือกวาดสายตามองรอบสนามหาคนที่จะส่งบอลต่อให้เร็วที่สุด

 

 

 

ผัวะ!!!!!!

 

 

“!!!!!!!”

“โทษทีนะ..คุโรโกะจังคิดจะส่งให้เบอร์ 10 ล่ะสิ..”

 

คาสึนาริ ทาคาโอะ โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ปัดมือแย่งลูกตัดหน้าไปก่อน คนหนุ่มผมดำส่งยิ้มขี้เล่นแล้วเดาะบอลบุกขึ้นไปข้างหน้า  มิโตชิบะหนุ่มหน้านิ่งไม่เคยพูดซักครั้งวิ่งถลาเข้ามาพร้อมฮิวงะสกัดกั้น  ทาคาโอะเดาะบอลไปมาทำหน้ายิ้มสบายๆแล้วตั้งท่าชู้ต   พวกเขาทั้งสองกระโดดขึ้นสูงหมายบล็อกระยะของลูกบอล

 

“ตายล่ะ!!หมอนั่นเฟค!!!”  โค้ชสาวเบิกตากว้าง คนหนุ่มสองคนตกหลุมพราวอีกฝ่ายเข้าเต็มๆ ทาคาโอะหมุนตัวหันหลังกลับพาสบอลตรงไปยังบุรุษร่างสูงเรือนผมสีเขียวสวมแว่นตาที่ยืนอยู่ใต้แป้นบาสฝั่งตัวเอง

 

 

หมับ!!!!

 

บอลตกเข้าไปอยู่ในมือมิโดริมะ ชินทาโร่ เป็นที่เรียบร้อย  สมาชิกทีมเซย์รินสะดุดนิ่งตกใจ บรรยากาศรอบตัวกดดันลงทันตาชวนหนักอึ้งจนหายใจแทบไม่ออก

 

 

“ไม่ยอมให้ไปง่ายๆหรอกน่า!!!” คางามิสบถคำรามต่ำถีบตัววิ่งเข้าไปให้หนุ่มแว่นทันที

“ก็ไม่คิดจะขยับเท้าไปไหนอยู่แล้ว เจ้าโง่” มิโดริมะประคองบอลเหยียดแขนขึ้นฟ้า

 

 

“บ้าน่า!!หมอนั่นคิดจะชู้ตจากตรงนั้นเหรอ!!!” ฮิวงะร้องเสียงหลงกับความคิดบ้าๆของอีกฝ่าย ดวงเนตรหลังแว่นตามองคนหนุ่มผมเขียวผลักดันปล่อยบอลออกจากมือชึ้น  ลูกบาสเก็ตบอลลอยสูงเสียดเพดานโรงยิม..สูงเกินกว่าที่ใครจะเอื้อมถึงทุกสายตาในสนามแข่งอินเตอร์ไฮน์กระทั่งเหล่าทีมงามจัดการแข่งพากันตาค้างมองลูกบาสที่ถูกชู้ตไปได้สูงและไกลขนาดนี้

 

 

มิโดริมะ ชินทาโร่ หันหลังให้กับบอลปรายมองทั้งสายตาเหยียดหยามหลังเลนส์แว่นกรอบเหลี่ยมสีดำไปยังสองคู่หูแสงเงา นิ้วเรียวขยับดันแว่นให้เข้าที่พร้อมพ่นลมหายใจ  คุโรโกะหันมาสบตาตอบอดีตเพื่อนร่วมทีมในขณะที่คางามิวิ่งออกตัวด้วยความเร็วเท่าที่มีไปยังแป้นของตัวเองกระโดดเอื้อมมือหมายขึ้นปัดลูกที่กำลังลอยลงมาในวิถีโค้ง

 

 

บ้าจริง!!!ไปไม่ถึง!!!!!

 

 

“เธอแพ้ฉันแล้วคุโรโกะ เท็ตสึยะ”  เสียงทุ้มเคร่งขรึมเว้นเงียบครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อด้วยเสียงเย็นเยียบ “แสงคนใหม่ของเธอไม่มีทางรับทำลายลูกชู้ตของฉันได้”

 

 

 

ปึง!!!!!!!!!

 

 

เข้าไปแล้ว 1 แต้มของชูโตคุ เสียงเชียร์กระหึ่มไปทั่วโรงยิม ตามด้วยเสียงฮือฮากับลูกชู้ตของอีกฝ่ายที่ทั้งสูง ไกล แถมยังแม่นยำ 100%  ทุกคนตาค้างกับสิ่งที่เห็น อ้าปากพะงาบๆอึ้งทึ่งกับความสามารถเปี่ยมพรสวรรค์ของบุรุษผู้ได้สมญานามศาตราวุธแห่งรุ่นปาฏิหาร์ย

 

 

มิโดริมะ ชินทาโร่ ศาตราวุธปืนใหญ่ขององค์จักรพรรดิ

 

 

 

“คนมีความสามารถอย่างเธอกลับต้องมาจมกับทีมไร้ค่าเช่นนี้ ฉันรับไม่ได้จริงๆ “  เสียงทุ้มคำรามกดต่ำมองเหยียดทุกคนในสนามแข่งบาสเก็ตบอลที่แห่งนี้..ทุกคนที่ไม่มีวันก้าวข้ามประตูขึ้นมาทัดเทียมพวกเราเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยได้  ยิ่งพิศมองดวงหน้าหวานไร้อารมณ์จ้องเขม็งตอบกลับอย่างไม่รู้สึกรู้สา..สำนึกถึงความผิดพลาดใจการตัดสินใจครั้งใหญ่ของตัวเอง มิโดริมะก็ยิ่งหัวเสียหงุดหงิดเข้าไปกว่าเก่า

 

 

“ฉันจะทำลายเซย์รินซะ..เสียใจด้วยที่เธอไม่มีวันไปถึงอาคาชิ”

“ฉันต่างหากที่จะเป็นฝ่ายพูดคำนั้นค่ะ มิโดริมะคุง”

 

 

คุโรโกะโต้ตอบไม่ยอมแพ้..ใจแน่วแน่เด็ดเดี่ยว..แววตาที่เปี่ยมความดื้อรั้นดึงดันจะยืนหยัดสู้ในแบบบาสของตัวเอง..บาสที่แสนอ่อนแอจนน่าสมเพชกับทีมกระจอกๆที่ไร้รัศมี..ไร้ค่าน่าจับตาซักนิด

“ก็คอยดูกันไปคุโรโกะ..จะบอกอะไรให้เอาบุญ”  มิโดริมะวิ่งผ่านร่างเล็กกระซิบพูดทั้งเสียงแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน

 

 

“ขอบเขตการชู้ตของฉันคือ ‘ทั้งสนาม’

 

 

 

 

หมดเวลาไปแล้วสำหรับครึ่งแรกฝั่งสนามของแข่งขันระหว่างไคโจกับฮานาสะ  ผลคะแนนทิ้งห่างเป็นที่แน่ชัดอยู่ที่ 24 : 102 ไม่ว่าจะยังไงชัยชนะรอบนี้ก็ตกเป็นของทีมฝั่งสีน้ำเงินขาวแน่นอน คิเสะ เรียวตะหยักยิ้มพอใจกับผลคะแนนที่ออกมา เธอส่งน้ำขวดเย็นเชียบให้สมาชิกในทีม 5 คนที่นั่งพักเบรกอยู่บนม้านั่งตัวยาวริมสนาม

 

 

Copy perfect  สกัดทุกจุดอ่อนในทีมฮานาสะ จนอีกฝ่ายไม่เหลือความหวังและกำลังใจในการแข่งอีกต่อไปแล้ว

 

 

“พวกเราชนะแล้วล่ะนะ” โมริยามะรับน้ำเปล่าจากอีกฝ่ายกล่าวถึงผลการแข่งขันที่ต่างอย่างเห็นได้ชัดเจน

“ชนะใสๆอยู่แล้วล่ะรอบนี้..ว่าแต่..คุโรโกจจิกับมิโดริมัจจิท่าทางเอาเรื่องอยู่เหมือนกันแหะ”  คิเสะเอามือไขว่หลังเหลียวมองไปยังสนามอีกฝั่ง การปะทะกันระหว่างรุ่นปาฏิหาร์ยด้วยกันเป็นอะไรที่น่าจับตามองนัก แม้ว่าชื่อเสียงของคุโรโกะเป็นอยู่ในฐานะข่าวลือในวงการกีฬาแต่สำหรับพวกเราทุกคนรู้ดีว่าตัวตน เงาลวงตา มีอยู่จริง

“อะไรกัน..คางามิจจิกับคุโรโกจจิที่เอาชนะฉันได้ จะแพ้มิโดริมัจจิง่ายๆแบบนี้เนี่ยนะ!!”  คะแนนที่เห็นระหว่างเซย์รินกับชูโตคุอยู่ที่  30 : 68   ใจของสาวผมทองไม่อยู่กับการแข่งของตัวเองแล้ว เธอสนใจกับสนามแข่งอีกฝั่งมากกว่า

 

 

 

อยากจะรู้ว่าเซย์รินจะแก้ศึกหนักคราวนี้อย่างไร

 

 

 

“อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด..คนที่ชื่อทาคาโอะนั่นไม่ธรรมดาจริงๆ” อิซึกิกล่าวเสียงเครียดระหว่างหยิบเอาผ้าขนหนูซับเหงื่อไคลบนหน้าและลำคอหนา ดวงตาสีดำเรียวเล็กมองตรงไปยังผู้เล่นตัวสูงโปร่งเรือนผมสีดำแสกกลางเปิดหน้าผากกว้างยืนหัวเราะร่ากับคนในทีมตรงข้ามกับมิโดริมะที่นั่งแยกอยู่คนเดียวถือตุ๊กตาเซรามิกแรคคูนพิลึกๆนั่นเอาไว้

“หมายความว่าไงอิซึกิ?”  โค้ชริโกะถาม Point guard ของทีม

“คนๆนั้นมีสายตาของฮอคอายส์น่ะสิ..”  หนุ่มหน้าตี๋ตอบกลับ

“เดี๋ยวนะ!!ตาเหยี่ยวน่ะเหรอ!!?”  โคงาเนะชักสีหน้างุนงง อิซึกิพยักหน้าตอบกลับแล้วหันไปมองเด็กสาวผมสีอ่อนนั่งอยู่ริมสุดของม้านั่งโก่งตัวหายใจหอบหนักโดยมีผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นหมาดๆคลุมศีรษะดับร้อนไว้

 

“ขอบเขตสายตาอีเกิ้ลอายส์ได้เพียงแค่ครึ่งสนาม แต่ฮอคอายส์น่ะไม่ใช่..เจ้านั่น มองได้ทั่วทั้งสนาม

 

“มิน่าล่ะ..ทำไมเจ้านั่นถึงคอยประกบคุโรโกะได้ตลอด”  ริโกะจับคางครุ่นคิด ขมวดคิ้วเคร่งเครียดยิ่งตอนนี้สภาพของคุโรโกะที่ต้องคอยหลบผู้เล่นเบอร์ 10 แห่งชูโตคุตลอดเวลา ทำให้พละกำลังสูญเสียไปมาก ไหนจะสถานะเพศแท้จริงเป็นหญิงสาวต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่เท่าครึ่งของผู้ชายอยู่ดี

 

“ฮอคอายส์กับปืนใหญ่”

 

 

 

แบบนี้ก็เท่ากับว่าทั้งสนามถูกชูโตคุครองไว้หมดแล้ว!!!!

 

 

 

โค้ชหนุ่มวัยกลางคนเรือนผมสีดำแสกกลางนั่งไขว่ห้างจับคางทอดมองไปยังทีมเซย์รินฝ่ายตรงข้าม ดูโค้ชสาวเป็นเพียงเด็ก ม.ปลายเท่านั้นยืนอยู่หน้าทุกคนในทีมของเธอ กำลังขยับปากพูดบางสิ่งบางอย่างออกมา ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่..ไม่ต้องไปจับฟังให้ยุ่งยากแค่เห็นการแข่งในครึ่งแรกก็รู้ทันแผนการอีกฝ่ายแล้ว

 

“รอบต่อไปเบอร์ 11 จะไม่ได้ลงแข่ง พวกนั้นจะเปลี่ยนตัว”  โค้ชมาซากิหันกลับมองลูกทีมของตนที่พักผ่อนคลายความเมื่อยล้ากล้ามเนื้อด้วยผ้าขนหนูและน้ำเย็นจากสวัสดิการสาว

“ว้า!!!แบบนี้ก็เสียดายแย่สิ อดเห็นหน้าตาน่ารักๆของคุโร..”

“ทาคาโอะ!!!”  มิโดริมะแยกเขี้ยวตะคอกคำรามปรามอีกฝ่าย  คนผมดำสะดุ้งหน้าเสีย นึกขึ้นได้ว่านอกจากเขากับมิโดริมะในชูโตคุไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงผู้เล่นเบอร์ 11 คุโรโกะ เท็ตสึยะเป็นเด็กสาว เจ้าตัวจึงเปลี่ยนเรื่องทันควันมาเป็นการสนทนาถึงการ์ดสะสมของตัวเองที่เก็บไว้เป็นงานอดิเรกแทน

 

“รอบต่อไปทาคาโอะไม่ต้องลง..ถ้าพวกนั้นปล่อยเบอร์ 11 มาฉันจะเปลี่ยนตัวนายลงไป ส่วนมิโดริมะว่ายังไง..อยากจะลงแข่งต่อไหม?”  โค้ชหนุ่มถามความเห็นของหนุ่มแว่นที่ดึงกระชับเทปกาวบนนิ้วทั้ง 5 ให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิม

“ผมจะลงต่อ จะจัดการให้จบๆไปเสียที” มิโดริมะ ชินทาโร่ยืนยันว่าจะลงสนามต่อในครึ่งหลัง ดวงเนตรสีเขียวมรกตหรี่มองตรงไปยังเด็กสาวผมสีฟ้าจืดจางในสนามอีกฝากฝั่ง หากไม่สังเกตดีๆคงมองไม่เห็น  พลางดันแว่นขึ้นสันจมูกโด่งได้รูปกล่าวต่อด้วยเสียงเรียบนิ่ง  “และหวังว่าพวกนายทุกคนจะไม่มาขวางทางฉันล่ะ”

“ไอ้หมอนี่!!”  มิยาจิ คิโยชิ  คำรามอย่างโกรธเคืองกับคำปรามาศของหนุ่มผมสีเขียว ทุกคนในทีมชักสีหน้าไม่พอใจออกมาที่สถานะตัวเองเป็นได้แค่เบี้ยเปิดทางให้อีกฝ่ายได้บุกถล่มเซย์รินง่ายๆเท่านั้น  ทว่า..เด็กใหม่คนนี้เก่งจริงมากพรสวรรค์ทำได้แค่จำจำยอมให้ปืนใหญ่พลังทำลายล้างสูงออกอาละวาดเพื่อถล่มป้อมปราการของทีมคู่แข่ง

 

 

“วันนี้ดวงฉันดีในรอบ 10 ปี..ลูกชู้ตของฉันไม่เคยมีใครทำลายได้ และแน่นอนที่สุด..ชัยชนะเป็นของฉัน”

 

 

 

 

 

หมดเวลาพักเบรกของผู้เข้าแข่งขัน ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นเป็นไปตามโค้ชชูโตคุกล่าวไว้ไม่มีผิด คุโรโกะ เท็ตสึยะไม่ได้ลงสนามดั่งที่คาดเปลี่ยนมาเป็นฟุริฮาดะ โคคิแทน เด็กหนุ่มปี 1 ดูตื่นๆสนามอยู่ไม่น้อยที่เปิดมาก็ต้องเจอศึกหนักเข้าอย่างจัง ได้แต่วิ่งวนไปรอบสนามเหมือนชิวาว่าก็ไม่ปาน เหล่าชูโตคุมองสภาพทีมคู่แข่งตอนนี้ไม่มีอะไรให้น่าสนใจเหมือนตอนแรก พวกเขายังดำเนินเกมส์ไปอย่างเรื่อยๆ และเมื่อหมายทำแต้มก็จะส่งบอลให้กับ..

 

“มิโดริมะ!!!!!!!!!”  คางามิแหกปากตะโกนลั่นสนามวิ่งเข้าไปใกล้อีกฝ่ายด้วยความเร็วสูง กระโดดขึ้นป้องกันลูกชู้ตของหนุ่มแว่น ดวงเนตรสีมรกตของเงาร่างของชายผมสีแดงไหม้ชี้ยุ่ง หรี่ตาลงด้วยความระอาใจและปล่อยมือชู้ตลูกออกไป

 

 

 

ฝุ่บ!!!

 

 

ลูกเข้าห่วงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำคะแนนขึ้นมาเรื่อยๆ คุโรโกะมองภาพเหล่านั้นกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อมองดูสภาพตัวเองที่ได้ตแต่นั่งชมอยู่นอกสนามเท่านั้น  “ทุกคน..ฉันขอโทษนะคะ”

 

 

ไม่สามารถเป็นประโยชน์ให้กับทีมอะไรได้เลย

 

 

 

“เดี๋ยวนะ..มีบางอย่างแปลกๆ” ทาคาโอะ นั่งเท้าแขนไว้หลังสบายๆหรี่ตาลงมองการแข่งอยู่นอกสนาม เหล่าตัวสำรองที่อยู่ข้างๆกายชะโงกมองใบหน้าหล่อเหลาอารมณ์ดีครึ่งซีกด้วยความงุนงงแล้วหันกลับไปมองการแข่งเบื้องหน้า

“มีอะไรงั้นเหรอคาสึนาริ?”

“ฉันสังเกตมาตั้งแต่เริ่มครึ่งแล้ว ดูเหมือนว่าผู้ชายเบอร์ 10 ที่ชื่อคางามิ ไทกะ จะพยายามประกบชินจังตลอดเวลา”

“เอ๋!!!ประกบมิโดริมะเนี่ยนะ!!!?”

 

 

 

ปึง!!!!!!

 

ลูกบาสเข้าห่วงครานี้เป็นฝีมือของฮิวงะ เกมส์เร็วของเซย์รินยังคงได้ผลอยู่เสมอ สามารถไล่ตามตีตื้นมาเป็น  60 : 88 คะแนน แต่ถึงอย่างนั้นลูกชู้ตของมิโดริมะในแต่ละครั้งทำ 3 แต้มตลอด แถมยังแม่นยำตลอดเวลาไม่เคยพลาดเป้าซักครั้ง อิซึกิยกมือปาดเหงื่อบนใบหน้าเหลือบตามองแผ่นหลังกว้างแกร่งหมายเลข 10 ของทีม คางามิยืนหายใจหอบโยนเหงื่อโชกชุ่มเสื้อกีฬาจนแนบเนื้อ หยดเหงื่อร่วงหล่นกระทบพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“มิยาจิได้บอลแล้ว!!!”

 

บุรุษผมทองสว่างเลี้ยงลูกบุกเข้ามาในเขตของเซย์ริน ฟุริฮาดะกับมิโตชิบะวิ่งเข้ามาประกบเอาไว้ อิซึกิกับฮิวงะแยกกันไปคนละทางประกบผู้เล่นอีก 2 คนที่เหลือ  เขาตวัดสายตาไปยังเจ้าของเรือนผมสีเขียวที่ถูกคางามิขวางกั้นเอาไว้ หลบเลี่ยงเบียดตัวกันไปมาซ้ายทีขวาที

 

“คางามิ ไทกะ นายบ้ารึเปล่า ทั้งๆที่รู้ว่าพยายามแค่ไหนก็หยุดฉันไม่ได้แท้ๆ”

“เหอะ!!!ทำเป็นพูดดีไปมิโดริมะ!!!ฉันจะหยุดนายให้ดู!!!!”

 

บอลถูกส่งไปยังมือชู้ตสามแต้มผู้มากพรสวรรค์ หนุ่มแว่นเอื้อมมือรับไว้ได้ทันแล้วตั้งท่าชู้ต

 

“!!!!!!!!!!!!!!”

 

เงาร่างของร่างกำยำกระโดดขึ้นสูง คราวนี้มีบางสิ่งบางอย่างแตกต่างกันออกไป..ภาพสะท้อนใบหน้าบิดเบี้ยวถลึงตาสีเพลิงบนเลนส์แว่นทำเอาชั่วเสี้ยววินาทีมิโดริมะใจกระตุกวาบ เขาเม้มปากแน่นแล้วชู้ตลูกออกไปด้วยกำลังแขนของตัวเองที่ผ่านการฝึกปรือมาตลอด 3 ปีดั่งเคย

“ไม่มีประโยชน์ ไม่ว่ายังไง..”  ตาสีเขียวเบิกโพล่ง..คางามิยังลอยอยู่บนฟ้าไม่ร่วงหล่นลงมา ปากหนาได้รูปกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เนตรสีเพลิงจ้องลูกบาสที่กำลังลอยขึ้นฟ้าไม่วางตา เอื้อมสุดแขนหมายคว้าลูกบาสมาครอบครอง

 

 

ปึง!!!!!!

 

 

 

“ฮิวงะ!!รีบาวน์!!!!!!”  อิซึกิตะโกนเรียกกัปตันทีมที่ใกล้ตำแหน่งแป้นบาสที่สุด.. ชายหนุ่มผมดำแสยะยิ้มตื่นเต้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าชูโตคุรวมถึงผู้คนทั้งสนาม

 

 

“อะไรกันเนี่ย!!!มิโดริมะชู้ตพลาดงั้นเหรอ!!!ลูกชู้ตแม่นยำ 100% ถูกทำลายลงแล้วหรือเนี่ย!!!” 

ผู้ประกาศการแข่งรายงานผลด้วยน้ำเสียงสั่นกลั้วตื่นตกใจไม่ต่างจากคนอื่นๆที่พบเห็น

 

 

“เมื่อกี้..นายทำอะไร?”  หนุ่มแว่นอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นหันขวับไปมองคนตัวสูงกำยำผิวกร้านก้มหน้าลงต่ำแดดหายใจหอบหนัก  คางามิแสยะยิ้มเหยียดเห็นฟันขาว ค่อยๆเงยหน้าที่โชกเหงื่อเชิดมองฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาท้าทาย

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันจะหยุดนายให้ดู…คราวนี้ก็มองหน้ากันจริงๆจังๆในฐานะคู่แข่งได้ซักทีสินะ มิโดริมะ”    ต่างฝ่ายต่างจ้องเขม็งไม่วางตาส่งกระแสจิตอาฆาตมาดร้ายใส่หันทั้งคู่จนสนามร้อนระอุ  การตบหน้าตัวเก่งของฝ่ายตรงข้ามดึงทีมเซย์รินให้มีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

ริโกะตบมือลงกับสีข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น นึกย้อนถึงแผนการที่คุยกันไว้ในช่วงพักเบรก

 

 

 

“ให้ผมจัดการมิโดริมะนั้นคนเดียวเถอะ…ครับ”  คางามิโพล่งขึ้นมาเสียงดัง  ออกอาสาทำตัวเสี่ยงอีกครา ในการประจัญหน้ากับมือชู้ตสามแต้มสมญานามศาตราวุธปืนใหญ่ 

“นายมีแผนอะไรงั้นเหรอคางามิ?” ริโกะถาม

“เอ่อ..จะเรียกว่าแผนก็ไม่เชิงหรอกแต่ผมอยากจะลองดู ให้ผมลองตัวต่อตัวกับหมอนั่นเถอะ..ครับ!!”

 

 

“นาย..ราศีอะไร?”

คางามิเลิกคิ้วสองแฉกขึ้นสูงพลางยกเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนหน้า  ตาสีเพลิงคู่คมปริบสองสามทีก่อนจะตอบคำถามอีกฝ่าย

“ราศีสิงห์”

 

 

“ราศีสิงห์มาด้วยวันแห่งปาฏิหาร์ย จึงทำให้โชคดีเทียบเท่ากับกรกฏที่ดวงดีที่สุดในรอบ 10 ปี ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมประสบความสำเร็จและสมหวังเช่นกัน”

 

 

 

“เอาล่ะสิ..ชินจังเจอของดีเข้าแล้วไงล่ะ”  ทาคาโอะผิวปากสนุกสนาน ดวงเนตรสีขี้เถ้าพราวระริกจ้องมองเอซเซย์รินวิ่งไล่กวดตามประกบมือชู้ตของทีมชูโตคุติดๆไม่ยอมปล่อยวาง ไม่ว่าจะสองครั้งสามครั้งหรือสี่ครั้ง..ลูกชู้ตไกลแม่นยำ 100% ก็ถูกทำลายลงทุกเชื่อมั่น

 

“แย่งลูกไม่ได้แต่อาศัยกระโดดสูงเอาปลายนิ้วแตะบอลให้เบี่ยงวิถีสินะ ไม่ธรรมดาจริงๆ”

 

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นานโค้ชชูโตคุยกมือขอเวลานอกทันทีเมื่อคะแนนถูกไล่ตามมาติดๆจนห่างเพียงแค่  7 แต้มเท่านั้น  เซย์รินจึงมีเวลากลับมาพักผ่อนนอกสนาม ทุกคนเหนื่อยหอบกับการบุกทะลวงทำแต้มอย่างบ้าคลั่งเพื่อไล่ตามจนเหงื่อโชกกาย โดยเฉพาะคางามิ ไทกะ ร่างสูงนั่งตัวเกร็งเหงื่อโทรมกายหน้าแดงก่ำหายใจหอบโยนจนหน้าอกกระเพื่อมเห็นได้ชัดเจน  มือแกร่งจับหัวเข่าแน่นขยำเอากางเกงขาสั้นสีขาวขอบดำแดงจนยับยู่

 

“คางามิคุง..”  คุโรโกะดูออกว่าสภาพร่างกายคางามิตอนนี้อ่อนล้าเต็มทนแล้ว ความพยายามที่จะกระโดดสูงซ้ำๆจนสามารถเอื้อมถึงลูกบอลระยะชู้ตของอีกฝ่ายได้ทำให้ต้องใช้พลังงานอย่างหนักหน่วงที่ต้นขา

“ไม่เป็นไร..ฉันยังไหว..”  คางามิตอบโดยไม่หันมามองเด็กสาวจืดจางคู่หูเงา

“ต่อให้หัวเข่าหลุดฉันก็จะเอาชนะเจ้านั่นให้ได้  อีกอย่างมิโดริมะเชื่อสนิทใจเลยว่าฉันกระโดดสูงได้หลายต่อหลายครั้ง คนไม่เคยพลาดอย่างเจ้านั่นป่านนี้คงนั่งร้อนรนใจอยู่นอกสนามแล้วแน่”

 

 

 

 

 

 

“อย่าโดนเจ้านั่นหลอกเอาง่ายๆแบบนี้สิมิโดริมะ ตั้งสติหน่อย”  โค้ชมาซากิถอนใจมองหนุ่มแว่นนั่งเงียบกริบเป็นเป่าสาก..เงียบผิดปกติจนน่าใจหาย ไอ้ครั้นอยากจะซ้ำเติมก็ใช่ที่   พวกเขาก็ร่วมมือเป็นทีมเดียวกันแล้ว

 

“ลูกชู้ตของฉัน..ไม่เคยมีใครทำลายได้..ทำไมกัน..”  เจ้าของเรือนผมสีเขียวพึมพำคำเดิมๆวนซ้ำไปมากับตัวเอง

 

 

แถมยังมีดวงชะตาดีด้วยกันทั้งคู่แบบนี้อีก!!!

 

 

 

ผัวะ!!!!!

 

“เอาน่า!!ชินจังก็ซีเรียสไปได้!!!”  ฝ่ามือแกร่งตบป๊าบเข้ากลางหลังอีกฝ่ายจนหัวพุ่ง มิโดริมะกัดฟันกรอดตวัดตามองค้อนเจ้าของน้ำเสียงยียวนไม่ดูกาลเทศะและเวลาควรไม่ควร ปากหนากำลังจะอ้าพ่นคำด่าพรุสวาทใส่ ทว่า..คำพูดต่อมาของ Point guard ทั้งเสียงทุ้มเข้มจริงจังแบบที่ไม่ค่อยได้ยินทำเอาคนหนุ่มตัวสูงสวมแว่นสะดุ้ง

“ 20 นาทีสุดท้ายฉันจะลงไปช่วยนายเองชินจัง”

“…ทาคาโอะ”

“เฮ้ย!!มิโดริมะ..ถึงนายจะทำตัวถือดีพิลึกๆไปหน่อยแต่ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชูโตคุแล้ว พวกเราเองก็จะช่วยนายด้วย” สมาชิกคนอื่นๆในทีมชูโตคุลุกขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้ามือชู้ต 3 แต้ม ส่งยิ้มให้กำลังใจ  ดวงตาสีมรกตหลังแว่นทรงเหลี่ยมเบิกกว้างฉายแววตะลึงไล่มองทุกคนในทีมจนครบ

 

 

ภาพในอดีตวันวานสะท้อนในความทรงจำ

ณ สนามบาสใต้แสงไฟสปอรต์ไลท์ส่องสว่างกระทบร่างคนทุกคนจนพร่ามัวเช่นนี้

 

 

“อย่ากังวลไปมิโดริมัจจิ จุดอ่อนของเจ้าเบอร์ 7 ฉันจะหาให้เอง!!” คิเสะ เรียวตะ

“มิโดรินนนนน สู้ๆนะ!!!” โมโมอิ ซัทสึกิ

“มิโดริมะเดี๋ยวฉันล่อเอซอีกฝ่ายมาตัวต่อตัวให้เอง ถึงตอนนั้นนายชู้ตทำแต้มไปเลย” อาโอมิเนะ ไดกิ

“มิโดจินอย่าร้องไห้นะ ฉันจะแก้แค้นโดยการปัดลูกทุกลูกที่บังอาจจะเข้าห่วงให้เอง” มุราซากิบาระ อัตสึชิ

“ทำดีมากมิโดริมะ”  อาคาชิ เซย์จูโร่

 

…และ..

 

“ขอบคุณนะคะมิโดริมะคุง วันนี้ฉันสนุกมากเลยค่ะ พวกเราชนะแล้วนะคะ”  คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เราลืมความรู้สึกนี้…ความรู้สึกที่เรียกว่า  ‘ทีม’

 

 

 

“ชินจัง? เฮ้!!!ชินจัง?”  ทาคาโอะโบกมือไปมาผ่านหน้าคมคายเคร่งขรึม ขมวดคิ้วมองมาด้วยสายตาเป็นห่วง มิโดริมะดึงสติกลับมาปัจจุบันเขาหลับตาลงครู่หนึ่ง..หลับตาเพื่อทบทวนตัวเองตั้งสติเอาไว้แล้วลืมขึ้นช้าๆ

“ก็ตามใจพวกนายแล้วกัน” ตอบสั้นๆแล้วลุกเดินกลับเข้าสู่สนามบาสเก็ตบอลเบื้องหน้า

“ให้ตายสิ..ขอบคุณดีๆซักคำก็ไม่มี”  เหล่ารุ่นพี่ส่ายหัวระอาใจ  ทาคาโอะหัวเราะร่ายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ หยักยิ้มบางๆยามทอดมองแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงเรือนผมสีเขียวเบื้องหน้า

 

 

“ก็เพราะชินจังเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจนี่ล่ะนะ..ลึกๆน่ะเป็นพวกอ่อนไหวง่ายจะตายไป”  ทาคาโอะขยับแขนขายืดเส้นยืดสายให้พร้อมสำหรับช่วงเวลาสุดท้ายในการแข่งขัน  เปลือกตาบางปิดลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมขึ้นเผยดวงเนตรสีเทาคู่คมกริบพร้อมรอยยิ้มแสยะหมายล่าเหยื่อ

 

“เอาล่ะ..มาเล่นซ่อนหากันต่อเถอะ คุโรโกะจัง”

 

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะกลับเข้ามาร่วมสนามอีกครั้ง..ดวงเนตรสีอ่อนจ้องมองตรงไปยัง Point guard ชูโตคุลงเล่นในสนามด้วยเช่นกัน ดูเหมือนคราวนี้ฝ่ายตรงข้ามเตรียมตัวมาดีขึ้นกว่าเก่าหลังจากโดนเล่นงานทางจิตวิทยาด้วยการกระโดดสูงของคางามิจนเสียท่า เธอหันไปมองบุรุษร่างสูงเรือนผมสีเขียวหญิงสาวเลิกคิ้วสูงเล็กน้อยเมื่อได้เห็นแววตาหลังกระจกเลนส์แว่น

 

 

..สายตาแบบนั้น…สายตาเหมือนตอนที่พวกเราทุกคนยังเล่นบาสอย่างสนุกสนาน

 

 

บอลลอยขึ้นจากมือกรรมการ  มิโดริมะและคางามิ ศูนย์หน้าของชูโตคุและเซย์รินถีบตัวกระโดดตัวลอยสูงเอื้อมสุดแขนโดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งคือลูกบาสที่อยู่เบื้องบน

 

 

ใครจะได้ลูกไปก่อน!!!!

 

 

“มิโดริมะ!!!!!”  หนุ่มแว่นคว้าบอลได้โดยที่เจ้าตัวเท้ายังไม่ลงพื้น แล้วตัดสินใจชู้ตทั้งๆที่ยังลอยอยู่!!!!

“บ้าเอ้ย!!ไม่ยอมให้ไปง่ายๆหรอก!!!” คางามิพยายามยืดแขนไปให้ถึงบอล กัดฟันกรอดไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นวิธีนี้ตลบหลังเขา หนุ่มผมสีเขียวกระตุกยิ้มเย็นชาพร้อมกับกล่าวเยาะเย้ย

 

“เสียใจด้วยคางามิ  3 แต้มนี่ฉันขอล่ะนะ”

 

 

ฝุ่บ!!!!!

 

 

“81 : 91”

 

คะแนนชูโตคุนำเพิ่มขึ้นอีก 3 แต้ม นักกีฬาในสนามวิ่งตรงเข้ามาหมายรีบาวน์ลูกกลับมาทำคะแนนต่อในช่วงเวลา 20 นาทีสุดท้ายที่จะตัดสินว่าใครจะแพ้หรือชนะในรอบแรกอินเตอร์ไฮน์  มิโตชิบะเป็นฝ่ายคว้าลูกได้ก่อนเขารีบส่งต่อให้อิซึกิ หนุ่มหน้าตี๋เดาะเลี้ยงลูกวิ่งรุดหน้าบุกนำทีม โดยมีฮิวงะ คุโรโกะ และมิโตชิบะไล่ตามเป็นระยะๆทิ้งช่วงห่างเป็นตาข่ายรองรับการส่งลูกจาก Point guard

 

“ฉันบอกแล้วไงว่าจับตาดูเธออยู่คุโรโกะจัง”  ชายผมดำแสกกลางเข้ามาสกัดกั้นบล็อกมือส่งไร้เงา ไม่ตายเด็ดของเซย์รินเอาไว้ หญิงสาวมุ่นคิ้วรำคาญใจออกมาขยับตัวไปซ้ายทีขวาทีอีกฝ่ายก็เคลื่อนไหวเร็วพอที่จะกำบังเอาไว้ได้

“มัวแต่มองฉัน คงไม่ดีเท่าไหร่มั้งคะ” หญิงสาวจืดจางกล่าวทั้งเสียงเรียบนิ่ง พลัน!!สิ้นคำกล่าวร่างเล็กบางกลับหายวับไปกับตา

 

“!!!”

 

คุโรโกะข้ามผ่านร่างสูงไปได้  อิซึกิรีบส่งบอลปัดไปยังเงาลวงตาให้ทำหน้าที่พาสบอลต่อ ทาคาโอะกัดฟันสบถคำรามหันขวับกลับไป ตาสีเทากวาดมองทั่วสนามในชั่วเวลาสั้นๆเขาเห็นแล้วร่างเล็กๆผมสีฟ้ากำลังวิ่งเลี้ยงลูกไปทางปีกซ้าย

 

 

สิ่งที่คาดไม่ถึงทำให้เขาต้องตกตะลึงนั่นคือ..คุโรโกะประจันหน้าตรงๆกับมิโดริมะแทน!!!

 

 

“อะไรกัน..ผู้เล่นเบอร์ 11 นั่น!!”  มิยาจิตาโตตกใจ คาดไม่ถึงว่าคนตัวผอมแกร่นแบบนั้นจะริหาญกล้าเข้าสู้กับคนที่แข็งแกร่งเกินมนุษย์ทั่วไปอย่างมิโดริมะ ชินทาโร่ หนุ่มผมเขียวขมวดคิ้วเป็นปมระแวดระวัง

“คิดจะทำอะไร?”

“เอาชนะมิโดริมะคุงไงคะ”  คุโรโกะกล่าวต่ออย่างรวดเร็ว

ฝ่าย Point guard ชูโตคุที่กำลังสืบเท้าเข้าไปช่วยหนุ่มแว่นกลับถูกเงาร่างสูงกำยำขวางทางเอาไว้ไม่ยอมให้ไปไหน

“มาเจอกับฉันบ้างเป็นไง!!”   คางามิแสยะยิ้มคำรามทั้งเสียงห้วนตามนิสัย

 

 

 

“เป็นไงล่ะ..แผนสลับคู่ของฉัน..ถ้าคิดว่าจะทำลายแสงเงาแห่งเซย์รินได้ล่ะก็คิดผิดแล้วล่ะ”  ริโกะยืนกอดอกมองการแข่งตรงหน้า แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์  ที่เธอให้คุโรโกะเบรกพักยาวในครึ่งหลังไม่ใช่เพราะหนีฮอคอายส์  แต่เตรียมสะสมเรี่ยวแรงเพื่อส่งเงาลวงตาไปเผชิญหน้ากับปืนใหญ่แห่งชูโตคุ!!!!

 

 

“ฉันคิดว่าพอมีทางสลัดทาคาโอะคุงได้อยู่ค่ะ..เพียงแต่อาจจะทำได้แค่ช่วงสั้นๆและแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”  คุโรโกะบีบมือตัวเองแน่นอย่างไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองนัก ปากอิ่มเม้นเป็นแนวเส้นแล้วกล่าวต่อทั้งเสียงเย็นสงบนิ่ง

“นั่นคือ..ต้องทำให้ทาคาโอะคุงเหลิงใจ แล้วอาศัยชั่วพริบตาที่เขาประมาท หลบไปในจุดบอดของสายตา”

“จากนั้นคางามิคุงต้องเข้ามาสกัดทาคาโอะคุงไว้..อย่าให้หลุดมาถึงตัวฉัน”  ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนเงยหน้ามองเหล่ารุ่นพี่ทั้งสาม กัปตันฮิวงะ อิซึกิ และมิโตชิบะ

 

“ที่เหลือฝากรุ่นพี่ด้วยนะคะ”

 

 

 

คุโรโกะพาสเต็มแรงส่งทะลุเฉี่ยวใบหน้าคมของหนุ่มแว่น ดวงเนตรสีมรกตเบิกกว้างตกตะลึงรีบเหลียวหลังไปมองบอลพุ่งตรงจนเกิดกระแสลมเข้าสู่มือของชายสวมแว่นตาทรงรี..กัปตันแห่งเซย์ริน

 

“พวกเราแสดงให้เห็นหน่อยถึงสปิริตของรุ่นพี่!!!!”

 

อิซึกิถีบตัววิ่งรุกทำเกมส์ทันทีพร้อมกับฮิวงะ มือชะงักบอลเมื่อเจอกับบุรุษผมทองมิยาจิแห่งชูโตคุเข้ามาสกัดขวางทางเอาไว้  มือแกร่งเดาะบอลไปมาแล้วใช้อีเกิ้ลอายส์มองหาจุดบอด

“เสร็จกัน!!”  มิยาจิสบถ ลูกบาสกระแทกลงพื้นเด้งเข้าสู่มือมิโตชิบะ บุรุษไร้เสียงพูดเลี้ยงลูกหลบไปยังปีกซ้ายแล้วทำการชู้ตระยะสามแต้มทันที!!!

 

 

 

“84 : 91”

 

คะแนนไล่ตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ เกมส์เร็วของเซย์รินเน้นรุกส่งไปมาในช่วงเวลาฉับพลัน นี่เป็นครั้งแรกที่ชูโตคุต้องเจอคอมโบการรุกสไตล์ดั้งเดิมของทีมเล็กๆทีมนี้ พวกเขาต่างเหงื่อโชกหน้า ขณะที่ไพ่ตายอย่างฮอคอายส์และมือชู้ตระยะไกลดั่งปืนใหญ่ถูกแสงเงาสกัดเอาไว้

“คุโรโกะ!!!”  มิโดริมะคำรามใส่  ไม่ว่าจะหลบไปไหนร่างเล็กๆนี่เกาะติดไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ยิ่งจืดจางจนเป็นเงาด้วยแล้วก็เหมือนหนีจากบางสิ่งที่ไร้ตัวตนอย่างไรอย่างนั้น   ช่วงเวลานั้นเซย์รินภายใต้การนำของอิซึกิผู้เป็นหอบังคับการยังคงรุดทำแต้มขึ้นไล่บี้ฝ่ายตรงข้ามทีละนิดสลับกับขัดขวางไม่ยอมให้ชูโตคุมีโอกาสทำแต้มเพิ่มอีก

 

 

 

ปึง!!!!!

 

เลย์อัพจากกัปตันฮิวงะทำแต้มเสมอกันแล้วเป็น 91 :91  เวลาเหลืออีกแค่   6 นาทีสุดท้ายที่จะตัดสินว่าใครจะได้คว้าชัยไป หนุ่มเงียบไร้คำพูดมิโตชิบะเห็นลูกร่วงหล่นจากแป้นเขากระโดดขึ้นสูงหมายรีบาวน์กลับมา ทว่า…

 

 

หมับ!!!!

 

“มิโดริมะ!!!!!!!!”  หนุ่มผมทองนามมิยาจิไวกว่าคว้าลูกเอาไว้ แล้วโยนส่งด้านหลังให้ร่างสูงผมสีเขียว  เหล่าเซย์รินตาเบิกกว้างตกตะลึงทาคาโอะอาศัยจังหวะนี้สลัดคางามิหลุดออกแล้วรุดหน้าเข้าไปหมายกั้นเงาลวงตาให้ถอยห่างจากมือชู้ตของทีม มือแกร่งพันเทปเอื้อมสุดแขนกระโดดสูง..ด้วยความสูงที่มากเกินไปทำให้ร่างเล็กไม่อาจเข้าไปขวางทางอีกฝ่ายได้อีก หญิงสาวหลุดจากมิโดริมะหันมาอีกทีก็ปะทะเข้ากับบุรุษผมดำนัยน์ตาเหยี่ยวเข้าแล้ว

 

“คิดจะชู้ตง่ายๆเหรอ!!”  นัยน์ตาหลังแว่นเบิกกว้าง..คางามิกระโดดขึ้นสูงในระดับเดียวกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

 

อะไรกัน!!หมอนี่เร็วขนาดนี้ได้ยังไง!!!

 

 

“อย่ามาทำเป็นพูดดี คางามิ ไทกะ!!!”  มือแกร่งคว้าลูกบาสได้ก่อนตั้งท่าจะชู้ต คางามิกัดฟันยืดแขนอีกครั้งฝืนร่างกายอ่อนล้าเต็มทนกับอากาศเจ็บขาจนร้าวไปถึงกระดูกทุกครั้งที่ถีบตัวสูงขึ้น

“บ้าจริง!!!จะมาแพ้แบบนี้เหรอไม่มีวันซะหรอก!!!” ต่างคนต่างแหกปากคำรามเสียงกึกก้องไม่ยอมกัน  มิโดริมะใจร่วงไปอยู่ตาตุ่มเมื่อร่างกายที่ลอยขึ้นฟ้ากลับร่วงหล่นก่อนในขณะที่คางามิยังลอยสูงขึ้นไปอีก

 

 

 

บ้าน่า!!พลังกระโดดนี่อะไรกัน!!!?

 

 

ลูกบอลหลุดออกจากมือลอยขึ้นเป็นทางโค้ง เหนือศีรษะคนหนุ่มผมแดงไหม้อมน้ำตาล มือแกร่งยกขึ้นสุดแขนเท่าที่จะทำได้จนครานี้แตะลูกบอลได้ถึงสามนิ้วและตัดสินใจออกแรงปัดลงบอลเบนทิศทางหมุนหันเหจากแป้นบาสที่มิโดริมะเล็งไว้!! ทาคาโอะรีบพุ่งเข้าไปรอรับลูก ทว่า…ร่างบอบบางผมสีฟ้าอ่อนพุ่งเข้ามาตัดหน้าและพาสลูกส่งไปยังกัปตันทีมที่รออยู่

 

 

ปึง!!!!!!!

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

“จบการแข่งขันอินเตอร์ไฮน์รอบแรกระหว่างเซย์รินกับชูโตคุ เซย์รินเป็นฝ่ายชนะ!!!”    แต้มเดียวสุดท้ายจากการดังก์ของบุรุษผมดำสวมแว่นทรงรีพาทีมไปสู่รอบต่อไปในสายคัดเลือก เหล่านักกีฬาในชุดสีดำขาวแถบแดงวิ่งเข้ามาล้อมวงกอดกัปตันทีมร้องดีอกดีใจชูกำปั้นกระโดดตัวลอยขึ้นฟ้า

 

 

ศาตราวุธแห่งราชันย์..ปืนใหญ่ถูกทำลายลงเสียแล้ว

 

 

เสียงหัวเราะลั่นสนามเข้าไปไม่ถึงโสตประสาทผู้แพ้ มิโดริมะ ชินทาโร่ยืนตัวแข็งทื่อเหม่อมองทีมผู้คว้าชัยโดยไม่ขยับกายไปไหน ก่อนที่แรงแทงศอกจากคนข้างตัวตามด้วยฝ่ามือหลายมือตบลงบนบ่า

 

“ไม่เป็นไรนะ ชินจัง โอกาสยังมีอีก”

“นายทำดีที่สุดแล้ว พวกเราขอบใจนายมากจริงๆมิโดริมะ”

 

คำปลอบโยนจากเพื่อนพ้องใหม่ใต้เสื้อกีฬาสีส้มแสบตานี้ ตราโรงเรียนชูโตคุหนึ่งใน 3 ราชันย์แห่งโตเกียวถึงจะน่าผิดหวังแพ้ในรอบแรกอย่างน่าเสียดาย..ทว่า..การนับเข้ารอบเป็นการดูคะแนนรวมสะสม นั่นหมายความหนทางเข้าสู่การเป็น 1 ใน 3 อินเตอร์ไฮน์ยังไม่หมดหนทางเพียงเท่านี้

ฝีเท้าย่างกรายเข้ามา..ฝีเท้าเบาบางคุ้นเคยเป็นอย่างดีทำให้หนุ่มแว่นเหลียวมามอง  ร่างเล็กๆในชุดนักกีฬาชายทั้งที่แท้จริงคือเด็กสาวอ่อนแออ้อนแอ้น..บอบบางเหลือเกินตรงข้ามกับจิตใจแข็งแกร่งกว่าใคร

“ขอบคุณนะคะมิโดริมะคุง วันนี้สนุกมากเลยค่ะ”  คุโรโกะ เท็ตสึยะ  ส่งยิ้มบางๆให้อดีตเพื่อนร่วมทีม นัยน์ตาสีเขียวหลังเลนส์แว่นทรงเหลี่ยมหลุบมองฝ่ามือเล็กๆกับสายรัดข้อมือสีดำแปลกตาไปจากสมัย ม.ต้น ตรงหน้า

 

เขาเงียบอยู่นานไม่พูดไม่จาอะไร ก่อนจะ..ยื่นมือจับตอบ “คราวหน้าถ้าเจอกันอีกฉันไม่แพ้แน่ นายด้วยคางามิ ไทกะ”

 

“แล้วฉันจะรอ!!!”  คางามิกล่าวทั้งเสียงห้วนกรรโชกตามนิสัย แสยะยิ้มแล้วยื่นมือจับตอบอีกฝ่าย ทั้งสองทีมเข้าแถวหน้ากระดานหันหน้าเข้าหากันโค้งเคารพเป็นมารยาท ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะสิ่งที่ไม่ลืมกล่าวเมื่อสิ้นสุดการแข่งคือ…

 

 

“ขอบคุณที่ให้ความกรุณาครับ!!!”

 

 

 

.

.

.

 

 

“ไปก่อนนะคิเสะ กลับบ้านดีๆล่ะ”

“ค่า!!!!”

 

สมาชิกทีมไคโจแยกย้ายกันไปตามเส้นทางกลับบ้านของแต่ละคนหลังการแข่งขันรอบแรกสิ้นสุดลง ร่างเพรียวบางในชุดนักเรียนเดินทอดน่องไปตามทางเท้าริมถนนสำหรับคนเดิน มือจับเส้นผมสีทองดัดลอนยาวสลวยปรกใบหน้าตามแรงลมขึ้นมาทัดหลังหูซ้ายประดับต่างหูสีเงินเอาไว้เพียงข้างเดียว  อีกมือหยิบเอามือถือสมารท์โฟนสีดำเลื่อนดูการประกาศผลเข้ารอบอินเตอร์ไฮน์ผ่านเว็บไซด์

 

“คางามิจจิกับคุโรโกจจิไม่ธรรมดาจริงๆ” ปากอิ่มคลี่ยิ้มประทับใจและชื่นชมคนทั้งสองที่ผ่านเข้ารอบมาเช่นกัน..คู่หูแสงเงาแห่งเซย์รินที่พาเธอออกจากหลุมดำมืดกระหายชัยชนะ..บาสเก็ตบอลอันโดดเดี่ยวอ้างว้างหาใช่ความสุขแท้จริง

 

 

 

เอี๊ยด!!!!

 

รถขับชะลอลงข้างถนน คิเสะเลิกคิ้วสูงหันไปมองอย่างระแวดระวังกลัวเป็นปาปารัสซี่เข้ามาแอบถ่ายไปลงข่าวบันเทิง หากแต่พอได้เห็นรูปทรงรถคันดังกล่าวกับป้ายทะเบียนคุ้นเคยไม่มีวันลืม ดวงหน้าสวยซีดเผือดขาวราวกับกระดาษทันทีที่กระจกรถไขลงอัตโนมัติเผยให้เห็นใบหน้าคมครึ่งซีกของชายหนุ่มที่นั่งกอดอกไขว่ห้างพิงเบาะหลังรถลีมูซีน

 

“ขึ้นมา เรียวตะ”

 

เสียงทุ้มนิ่งเย็นยะเยือกเปี่ยมอำนาจไม่อาจขัดขืนได้  ดวงตาคู่คมต่างสีเย็นชาตวัดมองไปยังหญิงสาวผมทองดัดลอน คิเสะสะดุ้งขนลุกชันไปทั่วทั้งร่าง มือกำสายสะพายกระเป๋าแน่นจนขึ้นข้อขาว ใจอยากจะบ่ายเบี่ยงปฏิเสธทว่า..ยิ่งได้สบตาคู่คมนั่นก็ยิ่งถูกแรงกดดันอัดกระแทกกดหัวเรื่อยๆ

 

 

 

“นี่เหรอคือแสงคนใหม่ของเท็ตสึยะ”

อาคาชิ เซย์จูโร่ในชุดนักเรียนสีเทาแบบสูทกับกางเกงแสลตทับเชิ้ตสีควันบุหรี่เข้มและเนคไทเส้นดำ..เครื่องแบบของราคุซันนั่งกอดอกมองดูรูปถ่ายในสมาร์ทโฟนของคิเสะ เรียวตะ ดวงตาเรียวคมสองสีอัญมณีทับทิมกับอำพันไม่เข้าคู่สะท้อนภาพถ่ายบุรุษร่างสูงใหญ่เรือนผมสีแดงอมไหม้เสมือนเพลิงเช่นเดียวกันนัยน์ตากร้าวฉายแววกล้าหาญบ้าพลังเต็มเปี่ยม รูปร่างสมส่วนแข็งแรงสมเป็นนักกีฬาพร้อมไปด้วยมัดกล้าม

 

 

 

ตาต่างสีผิดแผกไม่ส่อเค้าอารมณ์ใดๆ

ไม่สิ…เดาไม่ถูกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดเห็นสิ่งใดมากกว่า

 

 

 

นางแบบสาวพยักหน้าช้าๆด้วยท่าทีตื่นเกร็ง  นั่งบีบมือไปมาบนตักที่สวมกระโปรงนักเรียนสีเทากับถุงน่องรัดรูปสีดำ  คลายความตึงเครียดของตัวเธอเอง

 

“คางามิ ไทกะ…สินะ..”

“อ..อืม..”   เสียงใสกังวานของสาวผมทองขานรับเพื่อยืนยันสิ่งที่อีกฝ่ายพูดขึ้น

“ว่าแต่..ทำไมจู่ๆอาคาชิจจิถึงกลับมาที่โตเกียวล่ะ ไม่เห็นบอกกันบ้างเลย” คราวนี้จิ้งจอกสาวเป็นฝ่ายถามกลับบ้างหลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานเกือบ 2 เดือนกว่า  ชายหนุ่มไม่ตอบคำถาม มือแกร่งฉวยจับต้นแขนอรชรออกแรงดึงเพียงเล็กเข้าให้เข้ามาใกล้พร้อมมอบจุมพิตแนบสนิทบนริมฝีปากอิ่ม

 

ประทับเนิ่นนานไม่สนว่าคนขับรถจะแอบมองหรือไม่…นานจนคิเสะหายใจไม่ออกหน้าเขียวคล้ำ  ร่างสูงผมสีแดงถึงยอมถอนจูบออกปล่อยให้สาวผมทองได้อ้าปากหายใจเอาอากาศเข้าเต็มปอด

 

“อ..อาคา..ชิจจิ?”

“หลังจบอินเตอร์ไฮน์ผมจะมารับเรียวตะไปที่เกียวโต เตรียมตัวให้พร้อมด้วย”

“เอ๋!!!!?”

 

รถยนต์จอดสนิททำให้ร่างบางละสายตาจากคนหนุ่มผมแดงข้างกายไปยังกระจกรถ ตอนนี้ถึงหน้าบ้านของเธอแล้ว ดวงเนตรสีอำพันเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ระคนสับสน ใจ ไอ้ครั้นจะถามก็ไม่กล้าเลยเลือกที่จะเงียบปากเอาไว้ เปิดประตูลงจากรถโดยไม่ลืมกล่าวขอบคุณในน้ำใจของอีกฝ่ายที่มาส่งตามมารยาท

 

 

แม้ว่าความจริงอาจไม่ได้มีวัตถุประสงค์เช่นนั้น

 

 

“อาคาชิจจิคิดอะไรอยู่กันแน่นะ?”  คิเสะก้มมองมือถือสมาร์ทโฟนที่ยังคารูปแอบถ่ายคางามิเอาไว้..หญิงสาวเอนตัวพิงรั้วหน้าบ้านเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเปลี่ยนสีเป็นแดงฉานยามเย็น เฝ้ามองหมู่นกกาโบยบินกลับสู่รังของพวกมัน

“ว่าไปนั้น..ตัวเราเองยังไม่รู้เลยว่าคิดอะไรอยู่กันแน่?”  ฝ่ามือเอื้อมขึ้นไป..พยายามสุดแขนก็ไม่มีวันได้ขึ้นไปแตะขอบฟ้า

 

“อาโอมิเนจจิ”

 

.

.

.

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

นกหวัดดังกึกก้องสิ้นสัญญาณการแข่งขันอินเตอร์ไฮน์รอบแรกในช่วงเวลา 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม สนามบาสเก็ตบอลสว่างพร่ามัวด้วยแสงจากสปอร์ตไลท์เบื้องบนสาดส่องกระทบร่างผู้เข้าแข่งขันทั้งสองทีม อนึ่ง..เหล่านักกีฬาในชุดสีฟ้าทรุดหวบไปนั่งกองกับพื้นทั้งเนื้อตัวสั่นเท้า มือทั้งสองหยัดพื้นเอาไว้คือเรี่ยวแรงสุดท้ายที่เหลืออยู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปช้าๆมองเขตแดนอีกฝั่งที่ยังยืนหยัดอยู่เพียงคนเดียวลำพัง

 

“นั่นมัน..ปีศาจ..ปิศาจชัดๆ”

 

ผลคะแนน 10  : 215 สร้างความฮือฮาทุกสารทิศ  ชายหนุ่มเดาะลูกบาสกระแทกลงกับพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกจังหวะตอกย้ำความพ่ายแพ้ของฝ่ายตรงข้าม

“ปิศาจ?  พูดเป็นเล่น..พวกนายมันอ่อนแอเกินไปต่างหาก” มือแกร่งปล่อยลูกบาสกระแทกพื้นครั้งสุดท้ายแล้วโยนไปด้านหลัง

 

 

 

ปึง!!!!

 

บอลลงห่วงไปอย่างง่ายดายแล้วหล่นกระเด้งกระดอนบนพื้นทิ้งไว้แบบนั้น รองเท้าสีดำ Nike สำหรับเล่นบาสอย่างดีก้าวเดินกลับไปร่วมสมทบทีมตัวเองในชุดนักกีฬาสีดำทมิฬตัดแถบสีแดงปักอักษรคันจิอ่านได้ว่า โทโอ

“โทษทีนะที่ต้องให้มาลงแข่งในรอบแรกๆแบบนี้ ต้องโทษวากามัตสึที่ดันมาเจ็บตัวแบบนี้ล่ะนะ”

“ไหงพูดจาแบบนี้ล่ะครับ อิมาโยชิซัง!!!”  คนหนุ่มผมสีบลอนด์ขาวสั้นแห้วใส่กัปตันทีมที่ยืนยิ้มระรื่นประทับใจกับผลงานฉายเดี่ยวของผู้เล่นหน้าใหม่ที่เขาเฝ้าเพ่งเล็งจับตามาตั้งแต่แรกเห็น

 

“น่าเบื่อจริงๆหวังว่าจะไม่มีอย่างงี้อีกนะ”

“ฮ่าๆรู้แล้วน่า อาโอมิเนะคุง

 

บุรุษร่างสูงกำยำผิวสีแทนเดินลากขากลอกตามองเพดานเบื่อหน่ายกับการแข่งไร้สาระเหล่านี้..ยกมือป้องปากหาวหวอดๆโดยไม่วายเหน็บใส่คู่ต่อสู้ที่พึ่งประมือไปเมื่อครู่โดยที่ไม่ได้เอาจริงซักนิดเดียว

“กระจอกจริงๆ”

“เดี๋ยวเหอะ!!อาโอมิเนะคุงพูดจาไม่ให้เกียรติแบบนี้ได้ไง!!” โมโมอิ ซัทสึกิ ผู้จัดการสาวผมสีชมพูยาวสลวยเพื่อนสมัยเด็กเท้าสะเอวต่อว่าชุดใหญ่ถึงมารยาททางสังคม กระนั้นอาโอมิเนะกลับยืนหาวแคะขี้หูไม่สนใจ

“อ๋อ..เมื่อกี้มีเมลเข้ามาด้วยล่ะจากมิโดรินล่ะ เห็นว่าแพ้ให้กับเท็ตสึคุง” สิ้นคำบอกเล่าจากผู้จัดการสาว  อาโอมิเนะถึงกับชะงักมือที่แคะหู ตาสีไพลินเรียวคมฉายแววเบื่อโลกเป็นทุนปรายมองใบหน้าหวานน่ารักกับดวงเนตรกลมโตสีชมพูใต้ขนตาแพยาว เริ่มสนใจข้อมูลข่าวสารขึ้นมานิดนึง

 

 

 

โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องของ คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

 

“และก็ที่สำคัญ..รอบต่อไปโทโอจะเจอกับเซย์ริน..เจอกับเท็ตสึคุงและแสงคนใหม่”

“แสง..คนใหม่?”

อาโอมิเนะทวนคำเสียงกดต่ำ ร่างสูงทิ้งมือลงข้างตัวก้มหน้าลงต่ำจนไม่เห็นเสี้ยวหน้า โมโมอิยกมือขึ้นมากุมอกนูนใหญ่อวบอิ่มหลังเสื้อฮูทแขนยาวสีเขียวตอง ลอบมองดวงหน้าครึ่งซีกเพื่อนสมัยเด็กทั้งใจคอไม่ดี  คนหนุ่มผิวสีเงียบไปนานพักใหญ่เดินตรงไปยังคณะกรรมการแข่งขันฝ่ายอุปกรณ์ตะปบแย่งเอาลูกบาสที่พวกเขากำลังจะเก็บมาเฉย

 

 

“เฮ้ย!!ไอ้หนุ่ม!!!จบการแข่งแล้วคืนลูกบาสมา!!!”   กรรมการตะโกนเรียกให้อาโอมิเนะเอาลูกบาสมาคืน เขากลับไม่สนใจแล้วออกตัววิ่งไปด้วยความเร็วสูง นัยน์ตาเบิกกว้างดั่งสัตว์ป่าหิวกระหายแล้วดังก์ลูกลงกับแป้นจนไหวโอนเอนหวิดพัง แล้วหย่อนตัวลงสู่พื้น

 

“อย่าพูดให้ขำดีกว่า แสงของเท็ตสึมีแค่ฉันคนนี้”  ปากหนาได้รูปแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม หลุบตามองเงาตัวเองที่ทอดยาวบนพื้นสนามกับแป้นบาสตรงหน้าไร้ผู้คนขวางกั้น

 

 

 

“คนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ฉันเท่านั้น”

 

 

TBC

 

+++++++++++++++++++++++

 

แต่งเสร็จก็ตีสามเลยจ้า  สองวันเสร็จ เหอๆ

พระเอกของเรื่องโผล่มาแระนะ กร๊ากกกกกกกก มีบทมานิสนึงงงง

 

ปิดท้ายด้วยดำกิค่ะงานนี้  ได้เขียนทาคาโอะรู้สึกโลกนี้สดใสจัง 555

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

32 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part23

  1. คำว่า ‘ แสงคนใหม่ ‘ ของน้องนี่อิมแพครุ่นปาฏิหารย์ทุกคนเลยนะคะ แหม่ๆๆๆ
    อิมแพคมากโดยเฉพาะนายน้อยกับมิเนะ (ตอนหน้าปล่อยแสงเย้ยน้องเสือซินะ)

    อ่านแล้วรู้สึกนายน้อยหึง คำว่า ‘ แสงใหม่ ‘ มันกระแทกใจซินะคะ นายน้อย 5555
    ไม่งั้นไม่มาเผด็จการเอากับคิเสะหรอก (คิเสะคงคิดในใจนี่แฟนหรือนักเผด็จการวะเนี่ย แรกๆเลียแผลให้กัน หลังๆเริ่มจะเป็นจ้าวชีวิตแล้ว )
    ยิ่งกดน้องไว้ลึกเท่าไหร่ ภาพน้องในใจท่านยิ่งเด่นชัดเท่านั้นแหละ อย่ามาทำเป็นไม่แคร์ 555

    น้องคัมแบคกลับมาพร้อมกับแสงใหม่เจิดจ้าทำเอาท่านจักรพรรดิในหลุมดำสั่นสะเทือน

    • ท่านหึงเงียบ มิเนะก็หึงแตก แต่ละคนรอบตัวน้องนี่แบบดาร์กทั้งคู่5555 ทำเป็นนิ่งเงียบ แต่มาเค้นเอาข้อมูลจากคิเสะทันที ลงทุนขับรถข้ามจังหวัดมาเกียวโตเพื่อดูหนังหน้ากับถามเรื่องราวแสงคนใหม่ คางามิซวยซ้ำซวยซ้อนโดยไม่รู้ตัว 5555 เราเป็นคิเสะเราก็ปวดหัวนี่แฟนหรือเจ้าชีวิตกันแน่ สั่งจัง 5555555

  2. โอ้ว ชอบตอนทาคาโอะม่อใส่อ่ะมุ้นมุ้งมิ้งดีเหมือนโลกจิต?! กะสาวน้อย ที่จริงก็แอบเชียร์นะคู่นี้ ทาคาxครก ออลเลยก็ดีนะคะ5555 เอาให้จักรพรรดิ์หึงโหดไปเลย
    แต่ก็หึงนิใช่ม่ะ สตันเงียบไปนานเลย มิโดริมะเองก็เริ่มจะกลับมาเหมือนเดิมแล้วสิ ที่จริงก็แอบปลื้มน้องละสิ ก็น้องเก่งและน่ารัก อิอิอิ อาโอนิก็ออกตัวสุดๆเลยนะ หมั่นไส้เบาๆ มามั่วเอาเองว่าต้องเป็นเงาของตัวเองคนเดียว เหอะๆๆๆ

    เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นจะรอนะคะ ชอบเรื่องนี้สุดๆเลย ขอแอบขออะไรนิดนึงอ่ะ ขอล่วงหน้าเลย ถ้าแข่งกะ อคช เมื่อไหร่ ช่วยแต่งคู่ มายุซึมิxครก ด้วยนะค่ะ เอาแค่ให้จิ้นเบาๆก็ได้. แอบชอบคู่นี้มานานหาฟิคอ่านก็ยากมากกก ชอบตรงที่เป็นเสมือนเงาทั้งคู่อ่ะ ชอบมากเลย 5555 แค่จิ้นๆก็ได้ค่ะ. 5555

    • ทาคาโอะเป็นตัวละครที่ขี้เล่นกวนๆ หนุ่มแบบนี้เสป็คเรสเลย อยู่แล้วโลกสดใส ตอนจีบน้องอารมณ์หน้าม่อสาวแบบหยอกๆชัดๆ 555 ออลน้องนี่อาจจะนิดๆ แต่จริงๆแล้วคู่หลักก็ตามจั่วไว้เลยค่ะ คือแดงดำ มายุนี่น่าจะไม่มีโมเม้นท์ให้จิ้นนะ แหะๆ แต่อาจจะมีต่อปากต่อคำบ้าง มิเนะเออออเองไม่พอ มิเนะถือว่าตัวเองแน่พอ คิดว่าเข้ากับน้องได้ดีสุด เคยเป็นแสงเก่า แฟนเก่า อีก แม้ว่าจะโกหกหลอกลวงน้องก็ตาม มิโดรินก็ปลื้มอยู่นะปากบอกดวงชะตาไม่ถูกกัน จริงๆก็ยอมรับในตัวน้องพอสมควรเลย ซึนเดเระ

  3. ขอเปลี่ยนเป็น allkuro เถอะคะ >///////<
    จะเชียร์ คางามิxน้อง แหละ
    ชอบ ทาคาโอะxน้องมากเหมือนกานนนนนนนนน ก๊ากกกกชอบบบๆๆๆๆๆ
    (สรุปนี้ใช่ akakuro ไหมเนี้ย ดูฉันเชียร์แต่ละคน 55555)
    สรุปนายน้อยยังไม่เลิกกะคิจังอีกหรอ 0.0
    เมื่อไรจะเลิกกันสักทีน้าาา//อีนี้แช่งค่ะ!!!!
    นายน้อยหึงก็บอก 555555
    น้องแอบมีใจให้คางามิไม่ก็ทาคาโอะไปเลยลูก เอาให้นายน้อยหึงมากกว่านี้//โดนกรรไกรแทงตาย(?)
    มิเนะมาอย่างโหด ผมนี้นึกถึงตอนเฮียยืนอยู่ในที่มืดแสยะยิ้มเลยย(มองไม่เห็นเลยทีเดียว//โดนลูกบาสกระแทกหัว)

    • อาจจะ all นิดๆแต่หลักคือ akakuro แหละค่ะ เหยี่ยวดำฟิลซ่อนหาหยอกไปมา น่ารักกก ทาคาโอะนี่สดใสขี้เล่นกวนๆ เขียนแล้วโลกสวยขึ้นจม ส่วนคางามิหนุ่มซื่อบื้อเหมือนมิเนะสมัยก่อนเลย สรุปคืออาคาชิกับคิเสะยังไม่เลิกอย่างเป็นทางการ เรียกว่าต่างคนต่างห่างมากพักใหญ่ๆ ไม่ได้สนใจไร กระทั่งอาคาชิแอบขึ้นโตเกียวเงียบๆมาหาคิเสะนี่แหละ นี่เป็นการติดต่อครั้งแรกหลังจากหายไปนาน เพื่อ..มาฟังเรื่องราวของแสงคนใหม่กับหู ดูกับตา ฟฟฟฟ ถามว่าท่านหึงไหม ตอบเลยว่า หึง ค่ะ มิเนะปิดตอนดาร์กไซด์รายนี้ก็หึงหวงน้องพอกัน

  4. มาพูดเรื่องที่ติดใจกันในตอนนี้ดีกว่า อย่างแรกตอนที่ท่านคุยโทรศัพท์กับมิโดริมะแล้วสตั๊นไปนานนั่นคือหึงใช่มั้ย!! อย่างที่สองทาคาโอะกับน้อง วี๊ดว๊ายย ชอบอ่ะ มุกจีบสาวน้อยแบบนี้มันใช่เลยอ่ะทาคาโอะ สนใจต่อกรแย่งเจ้าหญิงกับจักรพรรดิมั้ยคะ? (….) อย่างที่สามคือ ไฟเหลืองและฟ้าเหลือง บ่องตงเลยคุณบลัด เค้าเลือกไม่ถูกแล้วอ่ะว่าจะปักธงให้คิเสะคู่กับใครดี จะเป็นอาโฮ่ก็ดีคางามิก็ใช่ แต่ตอนนี้ธงมันเอนไปทางไฟเหลืองแล้วค่ะ คิเสะสนใจในตัวคางามิสินะถึงกับแอบถ่ายรูป ตัดใจจากโฮ่แล้วมาทางนี้! ว่าแต่พี่มุโระจะโผล่มามั้ยคะ? จะเป็นหญิงรึชายหว่า ถ้าเป็นหญิงคงอดเชียร์ไฟเหลืองอ่ะ 555555 และที่ตกใจอย่างที่สี่ก็คือท่านเผด็จการกับคิเสะค่ะ จะเอาคิเสะไปทำอะไร คิดจะทำอัลไลคะท่าน หึงน้องแล้วไปลากคนอื่นมาเกี่ยวนี่นิสัยไม่ดีอย่างแรง คิเสะใจกล้าแล้วบอกเลิกท่านไปดิ! หรือจะรอให้คางามิมาพูดให้? (นี่ก็อวยจังงงง) แต่ยังคิดไม่ออกนะว่าโฮ่จะชอบคิเสะยังไง เห้อออออ สรุปตอนนี้ติดใจฟ้าเหลืองกับไฟเหลืองมากกว่า ช่วยแง้มๆมาทีว่าเป็นคู่ไหน จะได้เลือกปักธงถูก 5555555555555

    • อยากแรกเลย ที่สตั้นเพราะ..หึงค่ะ 5555 ปากบอกไม่สนแต่พอโดนสะกิดที่นิ่งๆไปนี่เดือดพอตัว อึ้งด้วยไม่คิดว่าน้องจะหาคนนอกเข้ามาร่วมศึก อย่างสองเหยี่ยวคุงเป็นคาแรกที่เราชอบมากกก สดใส ขี้เล่น กวนๆ จีบแนวหยอกๆหน้าม่อใส่น้องแต่ให้ไปไฝว์แข่งกับจักนพรรดิ เดี๋ยวซวยเอานะ ฮาาา. ส่วนสาม คีจังตอนนี้ยังไม่ปักธงว่าจะคู่ใครนะเป็นตัวละครซวยซ้ำซ้อน อยู่เฉยๆก็โดนลากไปซวยอีก ถ้าถามว่าคีจังชอบใครอยู่ ตอนนี่ก็ชอบอาโอมิเนะ ขณะเดียวกันก็เริ่มสนๆคางามิที่เอาชนะตัวเองได้เช่นกัน ถ้าไปบอกเลิกท่านเอาง่ายๆนี่คงยาก อาคาชิไม่ปล่อยง่ายๆแน่ ท่านเล่นเอาคิเสะมากันความอ่อนแอที่อกหักจากน้อง เหมือนสร้างเกราะให้เห็นว่า ไม่แคร์มีแฟนแล้วเหมือนกัน ทำนองนั้น ส่วนทำไมท่านจะพาคิเสะไปเกียวโต เดี๋ยวได้รู้กันจ้าาา

  5. ชอบเหยี่ยวดำมากเลยค่ะ *–*
    นายน้อย, อาโฮ่แล้วก็มิโดรินหึงซะแล้วววว~ จะเป็นยังไงต่อคะเนี่ย~? > มิโตเบะ รินโนะสึเกะ
    ฟุริฮาดะ –> ฟุริฮาตะ โคคิ
    ทาคาโอะ มิสึนาริ –> ทาคาโอะ คาสึนาริ

    สงสัยมาสักพักแล้วล่ะค่ะ แฮะๆ (._. )

  6. ชอบเหยี่ยวดำอ่าาา มุ้งมิ้งมากเลยค่ะ~~~!! > มิโตเบะ
    ฟุริฮาดะ –> ฟุริฮาตะ
    ทาคาโอะ มิสึนาริ –> ทาคาโอะ คาสึนาริ

    ถ้าผิดก็ขอโทษด้วยนะคะ ติดใจมาสักพักแล้วล่ะค่ะ แฮะๆ (._. )

  7. พี่เหยี่ยวรู้ว่าน้องเป็นผู้หญิงงงงงง =[]= (จริงๆ หนูก็อายุเท่ากับครกล่ะค่ะ 16 ปี ปี 57 จะ 17 ปี) รู้แล้วไม่เซอร์ไพรซ์อย่างแรงเลยรึไง พี่แกรับเรื่องนี้ได้เร็วเกินคาด “น่ารักแหะ มีแฟนรึยัง?” “มาเล่นซ่อนหากันต่อเถอะ” สายตาวาววับเหยี่ยวเตรียมล่า บอกตามตรง อ๊ากกกกก!!! เขินค่า อคชกับอาโอเรายังไม่เขินเท่าทาคาคุงพิงซาเล้งยิ้มแล้วเดินมาหยอกครกเลย ถ้าเราเป็นครกนี่เขินม้วนหน้าแดงไปแล้ว
    แต่ชอบตอนชินจังปาบาสใส่พี่เหยี่ยว ถึงทำห่างเหินแต่ก็ยังเห็นว่าครกเป็นเพื่อนตัวเองอยู่ใช่มั้ยล่ะถึงไม่ชอบที่เหยี่ยวมาทำหยอก แล้วพ่อเขียวผู้แสนหยิ่งก็ยอมจับมือกับน้อง
    คาซามัตสึที่เคยบอกว่าจะถีบคิดว่าพูดเล่นสรุปพูดจริงถีบคิเสะซะไถล =[]=!!! คางามิ มองนานๆ ยิ่งน่ารัก จะรอถึงตอนที่คิดว่า ‘ทำไมชั้นถึงอ่อนยังงี้ ชั้นไม่อยากแพ้ ไม่อยากเห็นคุโรโกะร้องไห้อีกแล้ว!!’ แล้วเข้าโซนนี่กรี๊ดเลย จินตนาการในใจ ในเมะฮีพูดว่าเพื่อนร่วมทีม แต่ถ้าเปลี่ยนคำพูดนี่ไฟดำมาเลย พี่เสือเอ๊ย โดนทั้งคิเสะขโมยหอม ทั้งอคชและไดกิหมายหัว แถมภาคสองก็สู้กับพี่ทัตสึยะอีก พี่เสือนี่เอาจริงๆ ราศีพระเอกจับมากเลยนะ เป็นแสงสว่างที่เข้ามาในช่วงที่ครกเซเป๋เจ็บปวดอยู่ แล้วอาคาชิเหมือนพระร้ายเงียบๆ ไดกิเหมือนพระรองเถื่อนๆ
    อาคาชิ หึๆ ไงล่ะพอรู้ว่าน้องมีแสงคนใหม่เงิบเลยละสิ หึงแน่ ฮีคงหมายหัวพี่เสือไว้แล้วว่าต้องมาดูหน้าไอ้หมอนี่ ไดกิเมื่อก่อนร่าเริงตอนนี้เลือดเย็นขึ้นมากเลย “แสงของเท็ตสึน่ะมีแค่ชั้นเท่านั้น!!” คิดว่าตอนเซย์รินแพ้โทวโอน้องร้องไห้แน่ๆ อารมณ์คงจะเจ็บใจและเสียใจ / บางทีนึกจิ้นพี่เทปเป-น้องล่วงหน้า ไม่รู้มีฟิลนี้มั้ยแต่ทั้งเรื่องมันดู allครกนิดๆ ในเมะบอกว่าไดกิจะไม่มาควอเตอร์แรกๆ แต่เรื่องนี้หนูเดาว่าไดกิมาแน่ ความหึงของเสือดำแพร่กระจายทั่วสนาม 5555+ ส่วนไอ้พี่แว่นปีศาจเกดสังหรณ์ใจว่ามันรู้เพศน้องแน่ๆ อเล็กก็อาจจะรู้ บางทีพี่น้ำแข็งก็อาจรู้มั้ง? (ตอนแรกไม่เคยคิดว่าพี่เหยี่ยวจะรู้ด้วย แต่ก็นะตาดีซะ)
    (ภาค 2 ตอนที่แข่งกับคิริซากิ ตอนที่ฮานะมิยันจะเหวี่ยงศอกใส่น้อง ไดกิคงจะโกรธมากแน่ๆ ถ้าอคชอยู่ด้วยฮีคงพิโรธเหมือนกัน คิดแล้วน้ำตาไหล พี่เทปเป้ของฉันนนน)
    ขอโทษที่เม้นยาวไปนะคะ รำคาญหนูมั้ย…? แต่ที่ยาวเพราะพึ่งได้เม้นในนี้ครั้งแรก+ตื่นเต้นกับเนื้อเรื่อง

    • ไม่เป็นไรจ้า เม้นยาวๆเราชอบนะ อ่านเพลินดี ชอบอ่านคอมเม้นอยู่แล้ว ฮาา
      เหยี่ยวแกเป็นคนรับอะไรได้เร็ว ปรับตัวเร็ว ถึงขนาดสามารถเข้ากับมิโดริมะได้ น้องครกนี่ชิลๆเลย คำหยอดหน้าม่อแต่ละคำของเหยี่ยวคุงออกแนวหนุ่มมาดกวน เราพิมพ์ไปเขินไป 555 อาโอมิเนะตอนจีบจะซื่อๆ อาคาชิจะมีนัยยะกลายๆ แต่เหยี่ยวคุงนี่หยอกนิดๆ ฮุคตรงหน่อย ถึงมิโดริมะชอบตั้งแง่กับน้องลึกๆก็นับถือน้องพอตัวนะ ถึงได้ไม่พอใจว่าเก่งขนาดนี้ทำไมไปอยู่ รร. โนเนม เนื้อหาออกออลดำนิดๆแหละ แต่หลักๆแล้วแพร์ริ่งอยู่ที่แดงดำตามที่จั่วไว้ นับบทภาคนี้ พระเอกควรเป็น คงม ชัดๆ ราศีบทส่งแต่ละอย่างจับมากก 555

      ส่วนอาคาชินั่นเงียบๆนี่หึงและอี้ง ถึงกับต้องนั่งรถข้ามจังหวัดมากันเลยทีเดียวอยากเห็นหนังหน้าคางามิ และดำกิที่ตอนนี้ลมหึงขึ้นหน้าไม้แพ้กัน ตอนหน้าบทจะออกมากขึ้นแล้วล่ะ ตัวละครที่จะรู้ว่าน้องครกเป็นหญิงนอกจากคิเซกิกับเซย์ริน ก็มีแค่ทาคาโอะค่ะ คนอื่นๆไม่รู้แล้ว เหยี่ยวนี่รู้เพราะตาดีสมเป็นฮอคอายส์ ฟฟฟฟฟฟ

      สปอยนิดๆ คิริซากิไดอิจิ มีบทแข่งแน่นอนค่ะ

      • พี่พูดอย่างน่ากลัวอ่ะ “ลมหึงขึ้นหน้า” กันสองคน คนนึงก็พี่จักรพรรดิเหี้ยม คนนึงก็เสือดำป่าเถื่อน (คางามิแกจะรู้มั้ยว่ามีคนน่ากลัวสองคนกำลังหมายหัวแกนะ ความซวยจะมาหาแกx2) สู้ๆ ค่ะ หนูรออ่านฟิคพี่อยู่นะคะ🙂 ภาคสองถ้ามีฉากท่านกรรไกรจ้วงหน้าเสือนี่โหยมันส์แน่ (ในเมะทำเพราะขัดใจ แต่ฟิคนี้ถ้ามีจริงนายน้อยทำเพราะหึงล้วนๆ ก๊าก)

        “ทำไม!? คุโรโกะเคยเป็นแสงของนาย (กับอาโฮ่) หรือนายเคยเจอคุโรโกะก่อนฉัน (กับอคช) มันไม่สำคัญซักนิด เรื่องมันอยู่ที่ว่าระหว่างอดีตกับพวกนาย อนาคตกับฉันก็ชัดอยู่แล้วว่ายัยนั่นจะเลือกอะไร” คางามิ (มโนล้วนๆ 55555 ขืนพูดจริง…ได้โดนสองหน่อทืบตายคาทีนแน่ๆ)

      • คางามิพูดแบบนั้นไม่ได้ตายดีแน่ 55555555 ฉากกรรไกรนั้นมีค่ะ ไม่งั้นไม่ได้ตัดผม ฮาาาาา

  8. ตกลงนายน้อยเนี่ยยังไงเนี่ย ในใจมีอีกคนส่วนข้างกายกะมีไว้อีกคน
    จะสร้างฮาเล็มหรอไง ช๊อต kiss คิสเสะ แม่ยกไม่ปลิ้มนะเออ ชิส์ หมั้น
    ไส้แทนน้อง ครก. เชอะ ส่วนอาโฮ่เนี่ยนั้น จะหวงน้องเขาก็บอกตรงๆๆ
    ปล่อยมือจากน้องเขาเองนิ จะมาหวงตอนนี้ไม่ทันแล้วมั้ง ให้คางามิเป็นพระเอก
    ไปเลย กะหมั้นไส้พระเอกตัวจริงจริงจัง ฟีลมันเหมือนนางเอกหลงรักตัวร้าย
    ชัดๆๆ ก็อยากปล่อยมือน้องไปเองทั้งคู่แล้วจะโทษใครฟ่ะ ถ้ามีใจให้จริงๆ มันต้อง
    รั้งเขาเอาไว้เซ่ ไม่ได้เรื่องทั้งนายน้อยแล้วก็อาโฮ่นั้นแหละ แต่เอาเตอะ ยังไง
    มันต้องมีฉากในตำนานนนั้นสินะ หึหึ ไว้จะรอลุ้นแล้วกันนะเออ

    • ฉากในตำนานมีแน่นอนค่ะ นายน้อยก็อารมณ์แบบคบคิเสะเพื่อให้น้องเห็นว่า ฉันไม่แคร์ แต่จริงๆแล้วอ่ะ แคร์สุดๆ เป็นกลไกป้องกันตัวของโบคุชิ ไม่ยอมแพ้ เพราะถ้ายอมรับว่าอกหัก ท่านก็รู้สึกว่าแพ้เข้าให้ เลยเอาคนมากันหน้าไว้ซึ่งก็คือคิเสะที่อกหักจากมิเนะมาเหมือนกัน ช็อตจูบนี่ที่ทำเพราะขี้เกียจตอบคำถามคิเสะ ฮาาา อาโฮ่ก็หึงหวงน้องแต่รมณ์แบบผิดหวังที่น้องไม่มองตัวเองเลยเอาดาร์กไซส์อีกคน

  9. อาคาชิไม่เคยจูบน้องแต่จูบหญิงอื่นหลายครั้งแล้วนะ! คิเสะบอกเลิกแล้วเดินหน้าจีบคาซามึตสึเลย สมมติคางามิกับน้องได้จูบกันเมื่อไหร่จะหัวเราะเยาะให้ อยากมีฉากที่คางามิเดินเข้ามาขวางระหว่างน้องกับคิเซคิคนอื่นๆ อ่ะค่ะ ยิ่งเป็นสองหนุ่มนั้นยิ่งดีเลย อยากเห็นตอนอาโอมิเนะหึงแล้วแสดงฤทธิ์ข่มเสือเต็มที่ เหี้ยมตามนายน้อยไปอีกคนแต่ไม่เลือดเย็นเท่า (เหมือนพยายามปีนไปที่ยอดเขาเพื่อจัดการกับจักรพรรดิ ผ่านภาพลวงตาในเขาวงกตของนางจิ้งจอก ผ่านกระสุนปืนใหญ่มาได้ แล้วก็โดนสัตว์ร้ายขย้ำจนตกเขา)
    อาคาชิคือเจ้าชาย อาโอมิเนะคือแสงสว่าง ส่วนคางามิเหมือนทั้งแสงว่างทั้งเจ้าชายของนางเอก (นี่ก็คิดเพื่อเย้ยอีกสองหนุ่มโดยเฉพาะ เพราะชอบที่สองคนนี้หึง)
    อยากมีโมเม้นแบบ คางามิเรียกคุโรโกะว่า “เงาของฉัน , ฉันเชื่อใจเงาของฉัน” ต่อหน้าคิเซคิคนอื่นๆ โคตรน่าประทับใจ มีแมตซ์ที่น้องร้องไห้ระหว่างการแข่งรึเปล่าคะ (น่าจะมี ขนาดในเอนิเมะยังมีเลย โทโอกับราคุซัน) ที่ถามไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ร้องไห้แล้วมันอิมแพ็คกระแทกใจ คางามิจะได้โอกาสทำคะแนน เอ๊ย ปลอบใจเพื่อความสัมพันธ์คู่แสงเงาจะสนิทกันยิ่งขึ้น

    • 55555 จูบแรกของน้องครกก็ไม่ใช่อาคาชิ แต่เป็นมิเนะนะ ฮาาา แต่นั้นเพราะผายปอด แต่ของท่านนี่แบบ ชัดเจนโจ่งแจ้ง ตั้งแต่เป็นโบคุชินี่จูบคิเสะน่าดู คิเสะก็อยากเลิกอยู่แต่ท่านน่ากลัวเกินกว่าจะบอก ฮาาาา ฉากคางามิเข้าไปขวางเหรอ อืมมท ซวยหลายซ้ำซ้อนเลยนะนั้น ในวงเล็บเหมือนคางามิเป็นผู้กล้าในเกมเลย มีดันเจี้ยนต้องผ่าน ฮาาา จริงๆก็ถูกนะ คางามิเหมือนแสงสว่างและเจ้าชาย แต่จริงๆเทียบแล้วน่าจะเป็นอัศวินแห่งแสงมากกว่า
      น้องจะเสียน้ำตาไหมอันนี้รอลุ้นจ้า

  10. ถามจิงและบอกตรง สนุกมากๆ ครับ เจ๊บลัดต้องขอบคุณที่นั่งแต่งถึงตีสาม
    ไหงอาคาชิจิ ต้องมาลากผมเอ้ยหนูไปอยู่เกียวโตด้วยอ่ะ หนูยังอยากไปเที่ยวห้าง ไปเดินอากิฮาบา มีสามีหล่อๆเล่นบาสเก่งๆ แถม อดเจอ
    คุโรโกจิ -///- คางามิจิด้วยอ่ะ อยากให้มีฉากสวีทของคิเสะจังกับคางามิจิ อ่ะ (ในความเห็นส่วนตัวคิดว่า คิเสะจังชอบ คางามิจิ อ่ะน่ะ
    ส่วนอาโอมิเนะจิได้โมโมจิเป็นแฟน อิอิอิอิ ไฟเหลืองจงเจริญ แค่คิดน่ะครับ)
    ปล.ผมเป็นผู้ชาย – – น่ะแต่งชอบอ่านฟิค Y มากๆอ่ะ

  11. ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ แค่อาคาชิจิ ตัวเล็กยกให้
    คุโรโกจิดีกว่า ส่วนของคิเสะจังต้องไซด์ใหญ่หน่อยจะได้อุ้มท่าเจ้าหญิงไหวค่ะ ^^
    (หลบกรรไกร !!! วันนี้ก็หลายรอบแล้วอ่ะ. ใครก็ได้ช่วยคนสวยที T^T)

  12. ง่ะงุงิ … แก้เวอร์จิ้น
    ตอนต่อไปก็ไปกินโอโคโนมิยากิ กับคางามิจิ หลังแข่ง แล้วก็ไปสู้กับอาโอมิเนะจิ แล้วก็แพ้แล้วก็ไปเข้าค่ายฝึก แล้วก็…… จะหาฉากสวิทตอนไหนดีล่ะเนี่ยๆๆๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s