[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part13

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Bloody Complex  13

 

 

 

 

“ฮึก..ฮึก..ฮึก”

 

สวนดอกกุหลาบสีขาวพิสุทธ์รายล้อมเป็นเขาวงกต คมหนามแหลมเกี่ยวเสื้อเด็กน้อยผมแดงที่ยังซุกหน้ากอดเขาร้องไห้ตัวสั่นเท้า ณ มุมๆหนึ่งในนั้น เสียงสะอื้นร่ำไห้ท่ามกลางความมืดมิดใต้ราตรีอันเนิ่นนาน..ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่เด็กน้อยตัวเล็กๆในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสีดำขาสั้นสายเอี่ยมมอมแมมดูหม่นหมองกับกลิ่นคาวเลือดคลุ้งคลั่กเปรอะเปื้อนตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยเฉพาะมือเล็กป้อมโชกชุ่มของเหลวสีแดง ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่เคยเลื่อนหาย ยังคงเกาะติดฝังแน่นสร้างความหวาดผวาในหัวใจของเด็กน้อยเช่นกัน

 

“ทำไมทำกับแม่แบบนี้ เซย์จูโร่  สตรีเรือนผมสีดำยาวสลวยในชุดกระโปรงยาวสีแดงกรอมเท้ายืนอยู่เบื้องหน้าเด็กน้อย อาคาชิ ฮิเมะ คร่ำครวญเสียใจ..น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเต็มไปด้วยความผิดหวังและเจ็บปวด

“ฮึกๆๆ ผ..ผมขอโทษ..ผ..ผมไม่ได้ตั้งใจ อาคาชิวัยเด็กน้อยส่ายหัวรัวๆวอนขอการให้อภัยจากมารดา..ละอายต่อบาปที่ไม่อาจลบเลือน  สิ่งเลวร้ายที่สุดที่ได้กระทำลงไปที่ปิดกั้นหนีมาตลอดนับสิบปี..

 

 

ละอายใจ..ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่เขาลงมือ ‘ฆ่า’

 

 

 

“ฉันไม่มีวันให้อภัยแก ไอ้ฆาตกร!!!”

 

 

ดวงหน้าสะสวยบิดเบี้ยวแผดเสียงคำรามเกรี้ยวกราด ตาสีอำพันวาวโรจน์ถลึงใส่เด็กชายตัวน้อย  โลหิตทะลักออกจากปาก บาดแผลที่ท้องเปิด เลือดไหลเจิ่งนองพื้นหญ้าสีเขียวส่งกลิ่นคาวคลุ้งชวนคลื่นไส้ เดินโงนเงนเข้ามาหา ยื่นมือหงิกงอจนแกร่งตรงไปยังศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีแดง

 

“อย่าเข้ามา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

กิ่งต้นกุหลาบพุ่งแทงข้างหลังทะลุอกหญิงสาวผมดำ  ฮิเมะกระตุกเกร็งตาเหลือกขึ้นเพดานจนขาวไปทั้งดวงเนตร มือเรียวบางขาวซีดที่เคยคิดว่าแสนอ่อนโยนแท้จริงแล้วช่างหนาวเหน็บยิ่งกว่าอะไร  พยายามยื่นสุดแขนตะเกียกตะกายเข้าไปหาเด็กชายที่นั่งร้องไห้โฮกอดเข่าแน่นกว่าเดิมด้วยจิตอาฆาต   ใบหน้ากลมเปื้อนน้ำตาเงยหน้ามองสตรีเรือนผมสีดำยาวสลายยุ่งเหยิง ดวงเนตรสีอำพันเลื่อนกลับมาถลึงมองอย่างเคียดแค้น ปากอิ่มกระอักเลือดขยับพึมพำด้วยเสียงขาดห้วงแผ่วเบาราวกับสายลม..ทว่า..ทุกถ้อยคำนั้นกลับชัดเจนในหัวเด็กน้อย

 

 

“ฆ…ฆาต…กร…ฆาต..กร…ฆาตกร”

 

 

“อ๊า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”  มือเล็กๆจิกทึ่งหัว..กำแน่นจนขึ้นข้อขาว  ก้มหน้าลงซุกเข่าหวีดร้องบ้าคลั่ง จนกระทั่งร่างของมารดาถูกกิ่งก้านดอกกุหลาบฉีกกระชากผ่าร่างกระจัดกระจายเป็นชิ้นๆ โลหิตสีแดงสาดกระจายทั่วทุกหนทุกแห่งย้อมดอกกุหลาบสีขาวซึบซับลงบนกลีบกลายเป็นสีแดงฉาน

 

 

ความจริงที่ซุกซ่อนทรมานยิ่งกว่าความลวง 

โลกใบนี้ถึงช่างโหดร้ายเหลือเกิน

 

 

 

 

.

.

.

 

 

หญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าก้าวลงจากรถแท็กซี่หลังจ่ายค่าโดยสารเป็นที่เรียบร้อย เสียงล้อรถขับเคลื่อนออกห่างไปเรื่อยๆจนหายไปจากโสตประสาท ความเงียบเข้ามาแทนที่บรรยากาศหนาวเย็นในยามค่ำคืนมืดสนิทไร้ซึ่งแสงดวงดารา..ท้องฟ้ามีเมฆาสีเทาหนาจับปิดบังทุกสิ่ง ไร้ซึ่งแสงดวงดาราหรือจันทรา  คุโรโกะกำสายสะพายเป้แน่นจนเหงื่อขึ้นฝ่ามือดวงหน้าสีอ่อนจ้องมองคฤหาสน์สองชั้นบนที่ดินกว้างใหญ่เบื้องหน้า

 

 

เงียบเหงาวังเวงจนไม่น่าเชื่อว่า สถานที่แห่งนี้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเธอยังอาศัยอยู่ในนั้น

 

 

ขาเพรียวแข็งจนไม่อยากก้าวขยับเข้าไปเลยแม้แต่นิด เธอเม้มปากลังเลระหว่างเส้นก้ำกึ่งความกลัวกับความกล้า..ในหัวใจส่วนหนึ่งร่ำร้องปรารถนาที่จะหนีจากสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในนั้น..อีกใจหนึ่งก็ระลึกถึงหน้าที่แสนสำคัญที่ได้รับความวาดหวังจากมารดาผู้จากจรและบิดาผู้หลอกให้เธอเข้ามาติดกับดักน่าสะพรึงกลัว

 

 

การตัดสินใจเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้

 

 

คุโรโกะสูดลมหายใจลึกหลับตาครู่หนึ่งแล้วลืมขึ้น..ดวงเนตรสีอ่อนที่เคยเต็มไปด้วยความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความกล้าแกร่งและก้าวขาเข้าไปยังประตูรั้วเหล็กขนาดใหญ่เปิดอ้าทิ้งคาไว้เช่นนั้นตั้งแต่วันที่หนีออกมาจากบ้าน

 

 

เปิดทิ้งไว้ราวกับต้อนรับทายาทอีกหนึ่งที่ถูกซุกซ่อนอยู่ใต้เงามืด

 

 

คุโรโกะกวาดสายตาสำรวจมองรอบกาย..น้ำพุเทพีรูปสลักหินอ่อนตรงกลางถนนทางเข้าปิดระบบหมุนเวียนน้ำจนตอนนี้น้ำในบ่อเริ่มแห้งคอดเห็นคราบตะไคร้สีเขียวขึ้นประปราย บนถนนเต็มไปด้วยใบไม้แห้งกรอบ สวนดอกกุหลาบขาวงดงามที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีมาตลอดโดยเหล่าคนสวน บัดนี้ถูกทิ้งร้างจนดอกไม้เริ่มเหี่ยวเฉา บางส่วนโรยรากลายเป็นดอกไม้แห้งสีน้ำตาลหงิกงอหาได้เค้างามเหมือนทุกวันที่ผ่านๆมา  ใบหน้างามเงยหน้าขึ้นมองคฤหาสน์หลังใหญ่สถาปัตยกรรมยุโรปเก่าผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว..บ้านหรูหราโอฬารที่ทำให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่งต้องตะลึง เวลานี้กลับสร้างความปั่นป่วนในท้องชวนหวาดผวา

 

 

 

แอ๊ดดดดด

 

มือบางเปิดประตูใหญ่หน้าบ้านช้าๆ ไม่ได้ล็อกจนน่าประหลาดใจ..ข้างในมืดสนิทไร้ซึ่งแสงไฟใดๆจนดวงเนตรสีอ่อนพร่ามัว มือคลำสะเปะสะปะอาศัยคุ้นชินไปตามกำแพงโถงทางเข้าจนสัมผัสเข้ากับสวิสต์ไฟจึงออกแรงกด..

 

 

..ไฟไม่ติด..

 

 

“คุณนานะ คุณมิกะ อยู่รึเปล่าคะ?” คุโรโกะเรียกหาแม่บ้านกับคนรับใช้ที่รู้จักมักจี่..ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา มีเพียงความมืดกับความเงียบสงัดยังคงอยู่เช่นเคย

 

 

ปัง!!!!!

 

กระแสลมพัดแรงทำเอาประตูฟาดปิดตัวลงเสียงดังสนั่น คุโรโกะสะดุ้งโหยงตกใจหมุนตัวกลับไปมองประตูใหญ่อย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันวางใจดีว่าเป็นเพียงแค่ลมพัดผ่าน..เสียงประตูเปิดออกช้าๆจากชั้นสองตามด้วยฝีเท้าย่างกรายไปตามระเบียงนั่นทำให้เธอขนลุกซู่คอแข็งไม่กล้าหันกลับไปมอง

 

 

กึก…กึก…กึก…กึก..

 

 

ฝีเท้าคุ้นหูอันคุ้นเคยและไม่มีวันลืมดังชัดในความเงียบ..เสียงนั้นที่คุโรโกะ เท็ตสึยะต้องผวาทุกค่ำคืนยามเดินเข้ามาเฉียดกรายใกล้หน้าประตูห้องนอนหลังจากพรหมจารีย์ถูกสะบั้นด้วยน้ำมือของ ‘พี่ชายต่างแม่’

 

 

กึก.. 

 

เขาเดินลงบันไดมาทีละขั้น..ทีละขั้น…และก็หยุดลง..ราวกับว่ากำลังรอคอยเธออยู่   ร่างเล็กบอบบางเหงื่อโชกหน้าทั้งที่อากาศนั้นหนาวเย็นแท้ๆ บรรยากาศกดดันจนอึดอัดหายใจไม่ออก เธอกำหมัดแน่นรวบรวมความกล้าให้ขึ้นใจแล้วค่อยๆหันกลับไปมองบุรุษร่างสูงคุ้นเคยเป็นอย่างดีที่ยืนอยู่บนเชิงบันไดด้านบน เงาดำมือทอดยาวลงมาปิดร่างครึ่งบนของอีกฝ่ายเผยให้เห็นเพียงร่างกายท่อนล่างที่สวมกางเกงสามส่วน

 

“อาคาชิคุง…”  เอ่ยนามอีกฝ่ายพยายามข่มเสียงตัวเองไม่ให้สั่น

“ใคร?”  เสียงทุ้มถามกลับมา..น่าแปลกที่โทนเสียงนั่นฟังดูดุดันจนน่ากลัวกว่าเก่าหลายเท่าตัว

 

 

“คุโรโกะ เท็ตสึยะ”  สิ้นคำตอบ…เหมือนจะได้ยินลมหายใจอีกฝ่ายชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนกลับมาหายใจเข้าออกตามปกติ..อาคาชิเริ่มหัวเราะในลำคอดังสะท้อนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โต  เขาขยับเท้าเดินลงจากบันไดต่อร่างกายค่อยๆพ้นเขตเงามืดทุกย่างก้าวจนในที่สุดก็เดินลงถึงพื้นชั้นหนึ่ง ใบหน้าคมคายก้มลงต่ำจนไม่เห็นสีหน้ากระนั้น..ทรงผมที่ถูกตัดจนสั้นทำเอาเด็กสาวผมสีฟ้าตาโตเล็กน้อยฉายแววประหลาดใจ

 

“อ๋อ…น้องสาวต่างแม่ของผมนี่เอง..เท็ตสึยะ..สินะ..”  เขาเงยหน้าขึ้น..ดวงเนตรคู่คมผิดแปลกไปจากปกติ..ดวงตาซ้ายที่เคยเป็นสีแดงทับทิมกลายเป็นสีทองอำพันวาวโรจน์เห็นชัดในเงามืด เจ้าตัวโคลงศีรษะนิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มเย็น

 

 

มีบางอย่างแปลกไป..มีบางอย่างเกิดขึ้นกับพี่ชายต่างแม่…

 

 

 

 

เพล้ง!!!!

 

แจกัดลายครามตกแตกกระจายพื้น คุโรโกะเอี่ยวหลบตัวได้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว มือแกร่ง..ปักกรรไกรแทงลงกับโต๊ะไม้สำหรับตั้งโชว์แจกันแรงจนทะลุ ดวงหน้าจืดจางซีด ตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอก้าวถอยหลังช้าๆ ยืนมองร่างสูงที่โคลงตัวไปมากระชากดึงกรรไกรด้ามจับสีดำเขรอะคราบเลือดเก่าจนเป็นสีดำออกจากรูทะลุบนโต๊ะ อาคาชิแหงนหน้าขึ้นฟ้าดวงเนตรสองสีเบิกโพล่งเลื่อนมองมายังน้องสาวต่างแม่อย่างรวดเร็ว!!!

 

 

 

นี่คือ ‘อาคาชิอีกคน’

 

 

อาคาชิแสยะยิ้มเหี้ยมบ้าคลั่ง ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานวิปลาสราวกับสัตว์ป่ากระหายเหยื่อ คุโรโกะวิ่งหนีอีกฝ่ายทันที ทว่า…ความเร็วของบุรุษที่เป็นถึงนักกีฬาบาสตัวจริงมีมากกว่า เพียงแค่ก้าวสั้นๆเขาเข้ามาถึงตัวเธอ มือจิกกระชากเส้นผมสีอ่อนทึ่งแรงจนคุโรโกะแหงนหน้าขึ้นเพดาน

 

“จะหนีไปเท็ตสึยะ ลูกเมียน้อยแสนรักของเซย์นัน”  สรรพนามใช้เรียกแทนตัวเองกับแทนคนอื่นของอีกบุคลิกดังกระซิบข้างหลังหู ดวงเนตรสีอ่อนเต็มไปด้วยความหวาดผวาจนไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้อีก เธอได้มองมือแกร่งข้างซ้ายเปื้อนเลือดของพ่อบ้านมาซากิยาวไปถึงเสื้อยืดสีดำที่ส่งกลิ่นคาวโลหิตเหม็นชวนคลื่นไส้..กรรไกรของอาคาชิ ฮิเมะ..อาวุธที่ใช้ทำร้ายพ่อบ้านประจำตระกูลนั่นพุ่งเข้ามาที่ตัวเธอ!!!

 

 

 

เพล้ง!!!!

 

 

มือเรียวบางหยิบเอาแจกันใกล้ตัวฟาดไปที่ศีรษะอีกฝ่าย อาคาชิชะงักถอยออกมา เลือดหยดดวงตกกระทบพื้นหยดแล้วหยดเล่า มือแกร่งกุมขมับตัวโงนเงนร้องครวญเจ็บในลำคอ  จังหวะนี้ขาเพรียวรีบวิ่งกระเสือกกระสนเข้าไปยังห้องรับแขก มือปัดม่านมูลี่ออกสิ่งแรกที่เห็นทำเอาใจดวงน้อยล่วงไปถึงตาตุ่ม…ภายในห้องถูกจัดวางเตรียมทำพิธีศพผู้นำคนที่ 9 แห่งตระกูลอาคาชิ ดอกเบญจมาศสีขาวแห้งเหี่ยวมีแมลงหวี่บินตอม กระถางธูปล้มกลิ้งกับพื้น ข้างของในนั้นถูกพังทำลายไม่มีชิ้นดี แม้แต่รูปตั้งของบิดาหล่นแตกบนพื้น และโลงศพ..ที่เปิดออกเผยให้เห็นร่างบวมอืดจนไม่เหลือเค้าเดิมของบิดาส่งกลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นไส้..ที่สำคัญบนร่างกายของอีกฝ่ายมีรอยถูกแทงมากร่วมกว่า 10 แผล ซึ่งคาดว่าเกิดขึ้นหลังกลายเป็นศพไปแล้ว

 

 

ทารุณกรรมศพพ่อตัวเอง!!!

 

 

 

 

ฉึก!!!

 

 

“อ๊า!!!!!!!!!!!!”  คมกรรไกรพุ่งปักแทงทะลุไหล่ซ้ายตามด้วยแรงกดกระแทกจนร่างบางลงกับพื้นหน้าโลงศพบิดาของพวกเขา  ใบหน้าคมคายเย็นยะเยือกเหี้ยมโหดเชิดหน้ามองทั้งที่แผลบนหัวแตกจนเลือดไหลโกรกท่วมใบหน้า อาคาชิกลับไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดใดๆออกมา

 

“กล้ามากที่ทำกับผมแบบนี้ นังลูกเมียน้อยแสนรักของพ่อ!!”

“จ..เจ็บ!!!ย..อย่านะอาคาชิคุง!!!”

“ผมล่ะอิจฉาเธอนัก เป็นแค่ลูกเมียน้อยแท้ๆ คิดจะมาเอาชนะผม”

 

กรรไกรแทงลึกเข้าไปมากกว่าเก่า โลหิตทะลักไหลซึมกระจายออกจากแผลเป็นวงกว้างเปื้อนเสื้อสูทนักเรียนเข้ารูปสีขาวของยูนิฟอร์มหญิงโรงเรียนเทย์โคว  ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้ากัดปากแน่นจนห้อเลือดมือบางจับข้อมืออีกฝ่ายแน่นออกแรงต่อต้านหยุดยั้งไม่ให้เจ้าตัวกดกรรไกรลึกไปมากกว่านี้

 

“ผมเกลียดเธอ เท็ตสึยะ..พวกเราเกลียดเธอนัก!!เธอมันไม่ควรเกิดมา ถ้าไม่มีเธอชีวิตของพวกเราจะต้องดีกว่านี้!!ทำไมต้องเป็นพวกเรา!!ทำไมไม่เป็นลูกเมียน้อยชั้นต่ำอย่างเธอกัน!!!!ทำไมต้องเป็นผมที่ไม่ได้รับความรักจากใครเลย!!!”

“แล้วเธอคิดจะหนีผมไปเสวยสุขกับไดกิ  คิดจะเอาชนะผมอีกสินะ..ผมจะฆ่าเท็ตสึยะเพื่อที่เธอจะได้ไม่หันมาแว้งกัดได้อีก!!!”

 

หนุ่มผมแดงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแผดเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ตาสองสีวาวโรจน์น่ากลัว มือบีบคอระหงแน่น คุโรโกะสำลักน้ำลายหายใจไม่ออก  ดิ้นพล่านทุบตีแผงอกแกร่งรัวๆ  พละกำลังลดลงเรื่อยๆเช่นเดียวกับอากาศที่เริ่มขาดหายไป ภาพดวงหน้าหล่อคมล้อมเส้นผมสีแดงตัดสั้นพร่ามัวทุกขณะ เด็กสาวกัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวดบนหัวไหล่ซ้ายพยายามตั้งสติไว้ให้มั่นรวบแรงเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดไปขึ้นเข่ากระทุ้งหน้าท้องชายหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้นชี้ยุ่ง อีกฝ่ายจุกแน่นจนตัวงอ ปล่อยมือจากเด็กสาวใต้ร่าง  แล้วอาศัยจังหวะนี้กระชากพี่ชายต่างแม่กดลงไปนอนกับพื้นแล้วขึ้นคร่อม

 

 

 

เพี้ยะ!!!!

 

 

“เลิกบ้าซักทีได้แล้ว!!จะเป็นเด็กงี่เง่าหนีปัญหาไปถึงเมื่อไหร่อาคาขิคุง!!”  ฝ่ามือเรียวตบฉาดเข้าไปที่แก้มซ้ายจนดวงหน้าหล่อคมสะบัดหันไปตามแรง พอจะหันหน้ากลับมาเธอตบซ้ำไปอีกรอบจนรอยแดงขึ้นรูปมือเด่นหราบนแก้มสาก

“หนวกหู!!!ลูกเมียน้อยอย่างเธออย่าทำปากดีสั่งสอนผม!!!” อาคาชิกระแทกขึ้นเสียงดังไม่ยอมแพ้

 

“อาคาชิคุงนั่นแหละเลิกพล่ามไร้สาระซักที!!!ไม่รู้อะไรอย่าพูดดีกว่า!!!” คุโรโกะกดข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้กับพื้น ฝืนบาดแผลบนไหล่ซ้ายเอาไว้..ขณะเดียวกันคนด้านใต้ก็พยายามออกแรงสู้สลัดให้หลุด มือกำกรรไกรแน่นจนเส้นเลือดปูดหลังมือ ดวงตาสองสีฉายแววปรารถนาจะฆ่าแกงชวนหวาดผวา..หากแต่ตอนนี้น้องสาวต่างแม่เองก็เดือดดาลเลือดขึ้นหน้าจนลืมสิ้นซึ่งความกลัว

 

 

 

อีกตัวตนที่สร้างมาเพื่อหนีความทรงจำเลวร้าย

หรือกล่าวได้ว่า..ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจแท้จริงของพี่ชายต่างแม่

 

 

 

“ฉันน่ะเหรอได้ความรัก..บ้ารึเปล่า..ฉันต่างหากที่ไม่ควรเกิดมาด้วยซ้ำ..”  เสียงหวานสั่นเครือ ปากอิ่มเม้มแน่นตึงเครียด เธอก้มหน้าลงต่ำจนเส้นผมปรกดวงหน้านิ่งเรียบประหนึ่งตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณ

 

 

 

แปะ…แปะ..

 

หยดน้ำตาร่วงหล่นกระทบแก้มสากขึ้นรอยมือแดงปื้น..หยดแล้วหยดเล่า  ร่างสูงผมแดงถึงกับชะงักนั่งเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ

 

“ฉันเป็นแค่ลูกเมียน้อย ลูกของผู้หญิงธรรมดาๆที่ไม่มีวันมีค่าเทียบเท่าลูกของผู้หญิงที่มีชาติตระกูลสูงส่ง ฉันต่างหาก..ฮึก..คือความผิดพลาดของคุณพ่อ…ลูกที่คุณพ่อรักและต้องการไม่ใช่ฉัน!!!แต่เป็นอาคาชิคุง!!!!” เด็กสาวจืดจางตะเบ็งสุดเสียง ปลดปล่อยความปวดร้าวออกมา ดังกึกก้องคฤหาสน์อาคาชิ

 

 

ลูกของเจ้าหญิงย่อมมีค่ามากกว่าลูกของนางฟ้า..นางฟ้ามีเพียงความอ่อนโยนแต่หาได้เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม

 

 

 

“เขาพาฉันมาที่นี่เพื่อให้แต่งงานกับอาคาชิคุง ล่อลวงให้ฉันถูกคุณข่มขืนเพื่อให้รับกันง่ายขึ้น..ฉันเป็นแค่เครื่องมือเพื่อช่วยปกปิดความลับอาการทางจิตของคุณเท่านั้น ฉันอิจฉาอาคาชิคุง..ขนาดคุณแม่ยังอยากให้ฉันกลับมาช่วยคนบ้าอย่างคุณ..ฮึก..ฮือๆๆ”   เด็กสาวสูญเสียเกราะเยือกเย็นในความเข้มแข็ง ถูกทลายสิ้นเผยตัวตนอ่อนแอกับความจริงพรั่งพรูออกมากับน้ำตาและวาจาตัดพ้อกับความจริงอันแสนโหดร้าย  

 

 

 

โลกใบนี้ที่น่าชัง..โลกที่มอบชะตากรรมเลวร้ายให้แก่พวกเราสองพี่น้อง

 

 

 

“สิ่งที่ฉันอยากพูด ได้พูดจนหมดแล้ว  อาคาชิคุง..ไม่สิ..พี่ชาย.. “ คุโรโกะหลับตาลง เธอเองก็เหนื่อยเกินทนที่จะแสร้งทำเป็นแข็งแกร่งกับปัญหาหนักหน่วงเหล่านี้เต็มทนแล้ว สรรพนามที่ไม่เคยคิดจะยอมรับ..คำว่า ‘พี่ชาย’ ในเสี้ยวหัวใจร่ำร้องปฏิเสธมาตลอดทั้งชีวิต..เวลานี้เธอได้เลือกแล้วที่จะกลับมา..เลือกแล้วที่จะยอมรับอาคาชิ

 

เหลือเพียง อาคาชิ เซย์จูโร่ จะยอมรับ คุโรโกะ เท็ตสึยะ หรือไม่

 

 

“ถ้าจะฆ่า ก็ฆ่าฉันได้เลยค่ะ

น้องสาวต่างแม่ทิ้งแขนลงข้างลำตัวปล่อยมือจากข้อมือหนา แหงนหน้าขึ้นน้อมรับการตัดสินชี้ชะตาชีวิตจากคนหนุ่มใต้ เพียงแค่เขา..หันกรรไกรเข้ามาแล้วแทงจุดสำคัญของเธอ..ทุกอย่างก็จะจบลง

 

ร่างสูงขยับกายยันตัวลุกขึ้นนั่งมือกำกรรไกรแน่นง้างขึ้นเหนือร่างเด็กสาวผมสีอ่อนยาวประบ่าแล้วพุ่งลง!!!!!

 

 

 

 

 

แคร้ง!!!!!

 

 

ไม่เจ็บ…ไม่รู้สึกเจ็บใดๆ แต่กลับรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดคุ้นเคย อ้อมแขนแกร่งที่ไม่เคยปรารถนาซักครั้งกำลังกอดร่างของเธอเอาไว้แนบแน่นจนหายใจไม่ออก คุโรโกะลืมตาขึ้นช้าๆ มองใบหน้าคมครึ่งซีกที่ซุกลงกับบ่าแน่นด้วยความสับสน..

 

“ค..คุโรโกะคุง….ฉ…ฉันกลัว..ฉันจำอะไรไม่ได้เลย..”  เขาเอ่ยทั้งเสียงทุ้มสั่นเครือกลั้วเสียงสะอื้น

“อาคาชิ..คุง?”

 

 

‘อาคาชิคนเดิม’ กลับมาแล้ว

 

 

“ฉ..ฉันกลัว..เขาจะกลับมา..ฉันกลัว..”   นี่เป็นครั้งแรกที่คุโรโกะ เท็ตสึยะ ได้เห็นความอ่อนแอของอาคาชิ เซย์จูโร่ คนหนุ่มผมแดงสั้นกำลังร้องไห้ตัวสั่นจนเธอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเปียกชื้นบนบ่า   เขากำลังกอดเธอแน่นแล้วร้องเหมือนเด็กน้อยน่าเวทนาจับใจ

“ฉ…ฉัน..ฉัน..ฆ่าแม่…ฮึก..ฉันควรจะทำ..ไงดี”

“ไม่เป็นไรนะคะ อาคาชิคุง” วงแขนอรชรยกขึ้นมา..กอดตอบและลูบหลังปลอบโยนอีกฝ่ายเบาๆ  ครั้นฝ่ามือได้สัมผัสร่างกายของเขาอีกครั้ง ก็เข้าใจว่าบุรุษผู้สง่างามดั่งเจ้าชายในฝันของใครหลายคน เชิดฉายในแสงสว่าง เป็นที่คาดหวังของผู้คนในสังคม   แท้จริงแล้ว..หัวใจเปราะบางเหลือเกิน

 

 

คำสัญญาที่ให้กับมารดา..ในที่สุดก็เข้าใจ

เด็กคนนี้ ‘น่าสงสาร’ ยิ่งกว่าใคร

 

 

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว..มันจบไปแล้วค่ะอาคาชิคุง” คุโรโกะซุกหน้าลงกับบ่าแกร่ง หลับตาลงเก็บซ่อนความเศร้าเสียใจของตนไว้..เก็บงำทุกสิ่งแม้ว่าสิ่งเลวร้ายที่อีกฝ่ายกระทำยังคงจำฝังใจ  ทว่า..ต้นเหตุที่ทำให้อาคาชิ เซย์จูโร่ ต้องกลายเป็นแบบนี้ก็คือ บิดามารดาของหญิงสาวทำให้อคติในหัวใจเลือนหายไปทีละนิดๆ

 

 

นี่คือหน้าที่ของเราจะทำได้เพื่อชดใช้บาปกรรมที่บิดามารดาเป็นคนก่อ

 

 

“จากนี้ไปให้ฉันอยู่เคียงข้างอาคาชิคุงนะคะ”  เธอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบแฝงความอ่อนโยนจากใจ ความอ่อนโยน..ที่ได้รับการปลูกฝังจาก คุโรโกะ เทนชิ  มารดาผู้เป็นที่รักยิ่ง..สตรีอีกหนึ่งผู้มีอิทธิพลทางจิตใจต่ออาคาชิ เซย์นัน จนก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในวันนี้

 

 

สองพี่น้อง…เราทั้งคู่…กับบาปของผู้ใหญ่สามคน

 

 

ชายหนุ่มยกศีรษะออกจากบ่าเล็กๆ ใบหน้าของเขาและเธอห่างกันเพียงแค่ไม่กี่เซน  คุโรโกะ เท็ตสึยะพิศมองใบหน้าหล่อคมล้อมเส้นผมสีแดงที่ถูกตัดจนสั้น ดวงตากลับมาเป็นสีทับทิมเหมือนกันทั้งสองข้างเช่นเคย แววตาเปี่ยมไปด้วยความกลัวและความสับสนสะท้อนดวงหน้าจืดชืดไร้อารมณ์ของเธอ..ทำให้รู้ว่าทางอาคาชิ  เซย์จูโร่  ก็กำลังมองน้องสาวต่างแม่ด้วยเช่นกัน

 

ระยะห่างของเราลดลง…จนไม่เหลือพื้นที่ว่างใดๆ ริมฝีปากหนาประทับลงบนปากอิ่มเล็กสั่นระริกด้วยความประหม่า นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนกลมโตปรือลงมองดวงตาคู่คมที่ปิดสนิท นี่เป็นครั้งแรกที่คุโรโกะเต็มใจยอมรับรสจูบของพี่ชาย และเป็นครั้งแรกที่มองหน้าอีกฝ่ายอย่างตรงๆในเวลาเช่นนี้

“อ..อาคาชิคุง?” ริมผีปากอิ่มถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระถามทั้งเสียงแผ่วเบา ร่างบอบรู้สึกเบาหวิวทันทีที่แขนแกร่งช้อนอุ้มขึ้นมาไว้ในอ้อมอกพาเดินออกไปจากห้องรับแขกสภาพเละ นัยน์ตากลมโตเหลือบมองห้องสี่เหลี่ยมกว้างใหญ่ กระดานโชงิล้มระเกะระกะกับตัวหมากกระจัดกระจายหน้าโลงศพของบิดารายล้อมดอกเบญจมาศสีขาวแห้งเหี่ยว โรยรายหล่นบนกรอบรูปไม้สีดำภาพถ่ายตรงของชายผมแดงเค้าหน้าเหมือนลูกชายไม่มีผิดเพี้ยนต่างเพียงริ้วรอยแห่งวัย

 

 

นี่สินะ..คือสิ่งที่คุณพ่อต้องการ..เกมส์กระดานสิ้นสุดลงแล้ว

อาคาชิ เซย์นัน เป็นฝ่ายชนะ

 

 

อาคาชิวางร่างบอบบางลงบนเตียงกว้างใหญ่อย่างเบามือ..แล้วขึ้นคร่อมหญิงสาวผมสีอ่อนเอาไว้เหมือนทุกค่ำคืนหลังคราแรกที่สองพี่น้องได้กระทำการฉีกศีลธรรมยากแก่สังคมจะยอมรับ วันนี้ต่างเพียงแค่..สถานที่กลายเป็นห้องนอนของพี่ชายต่างแม่  คุโรโกะหันหน้าไปสำรวจรอบห้อง..ผ้าม่านสีขาวขาดหวิ่น ผนังมีรอยขีดลากเป็นทางสะเปะสะปะ โคมไฟตั้งโต๊ะตกอยู่กับพื้นท่ามกลางเศษกระจกบานสูงเท่าตัวแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี

 

การอาละวาดของอาคาชิอีกคนที่เต็มไปด้วยความชัง

 

“คุโรโกะ..”  เสียงทุ้มกระซิบเรียก เด็กสาวละสายตาจากสภาพห้องนอนกลับมาสบตาสีแดงทับทิมคู่คม..มองเข้าไปในดวงตาสั่นไหวโลเล  มือเล็กๆกำแน่นพยายามข่มความสั่นกลัวเอาไว้..สูดลมหายใจเข้าลึกทั่วปอดพร้อมยกมือขึ้นช้าๆทาบบนดวงหน้าคมคายหล่อเหลา ใช้นิ้วโป้งปากคราบน้ำตาบนนั้นอย่างเบามือ

 

“……”

“……”

 

ไร้ซึ่งเสียงของหนุ่มสาวทั้งสอง บุรุษผมแดงโน้มหน้าลงมาซุกซอกคอระหง คุโรโกะเชิดหน้าขึ้นสูงผ่อนลมหายใจช้าๆ สัมผัสเปียกชื้นลากไล้ขบเม้นเป็นระยะจนได้ยินเสียงจูบชัดเจน ปลายนิ้วเรียวยาวเลื่อนไปเกี่ยวเส้นผมสีแดงที่ถูกตัดจนสั้นลูบไล้เบาๆก่อนออกแรงรั้งดึงให้อีกฝ่ายกดหัวลงมามากขึ้น

“อ..อ้า…”  นิ้วยาวเกี่ยวปลดประดุมทีละมิดเผยหน้าอกนูนอิ่ม มือแกร่งสอดไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงสีขาวออกแล้วละลาบละล้วงขึ้นมาขยำก้อนเนื้อนุ่มนิ่มลูบผ่านยอดอกสีชมพูจนชูชัน  เคล้นคลึงเบาๆจนเด็กสาวครางกระเซ้าออกมา

“อ..อาคาชิคุง..” เธอครางเรียกชื่อเขา..ไม่ใช่ห้ามปราม..ไม่ใช่เพราะกลัว..แต่กลับเป็นบางอย่างที่เอ่อล้นในใจที่ตอนนี้ก็ยังไม่อาจหาคำตอบได้ ไม่ใช่ปรารถนาในราคะแต่โหยหาบางสิ่ง..บางสิ่งที่หวังว่าอาคาชิจะมอบให้และเธอก็อยากจะมอบให้แก่เขา

 

 

อยากให้รู้สึกถึงกันและกัน..บางที..อาจเป็นการเยียวยาแผลใจ

 

 

“คุโรโกะคุง” เขาครางเสียงแหบพร่าเปี่ยมอารมณ์ระคนสับสน ทั้งที่เขามักเข้าย่ำยีเด็กสาวให้สาแก่ใจนี่เป็นครั้งแรกที่หัวใจหาได้อยากกระทำเช่นนั้น..เขาอยากจะยื่นมือไปสัมผัสพวงแก้มใสแล้วลูบไล้เบาๆก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตบนริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง เคลื่อนกายเข้าทาบทับพลางปลดอาภรณ์ใต้ร่างทีละชิ้นจนเหลือเพียงกายาเปลือยเปล่า เช่นเดียวกับตัวเขาเองที่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกโยนทิ้งตระกองไว้กับพื้นข้างๆเตียง

 

“อ..อ..อาคาชิ..คุง..ตรงนั้น..”  ใบหน้าหวานปรือตาเยิ้มราคะเชิดหน้าสูงตามห้วงอารมณ์เพิ่มพูนกับปากหนาได้รูปเลื่อนลงมาครอบครองยอดอกสีหวานทั้งสองพลางใช้มือบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงปลุกเร้าอารมณ์  มือหยาบกระด้างของบุรุษผ่านการเล่นบาสเก็ตบอลร้อนระอุทุกสัมผัสเพียงแค่แตะบนผิวกายเบาๆ ประหนึ่งกระแสไฟฟ้าแล่นปราดทั่วร่าง

 

“เท็ตสึยะ..เธอเป็นของผม”

“!!!!!!”

 

จู่ๆความอ่อนโยนกลับมาแข็งกระด้างอีกครั้ง!!! มือแกร่งจับขาเพรียวสวยแยกออกสุดจนเด็กสาวสะดุ้งเฮือกเจ็บราวสะโพกเหมือนเส้นยึด  คุโรโกะนิ่วหน้าร้องเสียงดังเธอลืมตาโพล่งสบตาสีทับทิม..ตาข้างซ้ายกำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอีกครั้ง!!

“ผมจะฆ่าเธอ..ผมจะ…อึก!!!” อาคาชิสบถคำรามมือกุมขมับ จิกเส้นผมแน่นจนเส้นเลือดขึ้นหลังมือ ปากหนาได้รูปขบแน่นสั่นระริกจนได้ยินเสียงกระทบชัด

 

ร่างสูงโปร่งหยุดกิจกรรมร่วมรัก..ยกมือขึ้นปิดหน้าจิกตาซ้ายจนเล็บเข้าเนื้อแผดเสียงร้องคำรามดุดัน

 

“อย่าออกมานะ!!อย่าออกมา!!ไปให้พ้น!!!แกนั่นแหละกลับเข้าไปซะ!!!ผมคืออาคาชิ เซย์จูโร่!!”

 

คนสองคนโต้เถียงกับตัวเอง เสียงทุ้มโทนเดียวกันแต่ต่างคำเรียกแทนตัวกับชื่อนามที่ใช้เรียกน้องสาวต่างแม่ คุโรโกะรีบเด้งลุกขึ้นมานั่งประจันหน้ากับพี่ชายต่างแม่  จับข้อมืออีกฝ่ายพยายามออกแรงดึงให้ออกจากหน้าคมคาย

“อาคาชิคุงมองฉันค่ะ!!มองฉัน!!”  เธอร้องเสียงดังดึงสติอีกฝ่ายที่กำลังคลุ้มคลั่งให้กลับมา  ตาสีฟ้ากลมโตมองร่างสูงสั่นเท้าเหมือนจับไข้ตัวร้อนระอุเหงื่อกาฬโชกหน้า เม็ดเหงื่อผุดพรายทั่วร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่ามีซิคแพคพองามกับกล้ามเนื้อสมส่วนนักกีฬาบาส  …ท่าจะไม่ดีแล้วเธอแงะมืออีกฝ่ายออกเท่าที่ทำได้เผยปากหนาบิดเบี้ยวกำลังโพล่งคำพูดเสียงสูงต่ำ ก้าวร้าวอ่อนแอสลับไปมาแล้วกดปากจูบ..จูบเนิ่นนานจนคนผมสีแดงสั้นเริ่มสงบลง

 

“ฮึก..ฮึก..มันจะออกมา..อีก..มันจะ..”

“อาคาชิคุงมองหน้าฉัน..” สิ้นเสียงหวานวอนขอ  มือแกร่งค่อยๆลดมือลงเผยใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยสีหน้าหวาดกลัวร้องไห้น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม สบตาสีฟ้ากลมนิ่งไร้อารมณ์ตรงหน้า

 

 

ยิ่งมองจึงยิ่งเห็นว่าแววตาช่างอบอุ่นอ่อนโยนเหลือเกิน

 

 

“อย่ายอมแพ้ อย่าหนีอีกนะคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้ว”  คุโรโกะจูบซ้ำบนปากหนาแล้วผละออกโดยที่ใบหน้าห่างกันเล็กน้อย ต่างฝ่ายต่างสัมผัสถึงลมหายใจถี่แรงของกันและกัน

 

 

เราทั้งสองจะเยียวยากันและกันในราตรีนี้

 

 

มือเรียวบางลูบเส้นผมสีแดงยุ่งเหยิงปัดจัดแต่งให้เข้าที่ ก่อนเลื่อนมาวางทาบลงบนแก้มทั้งสองลูบผ่านรอยตบเตือนสติแล้วใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาที่ไหลรินจากเนตรสีแดงคู่คม อาคาชิหลุบตามองบาดแผลถูกแทงบนไหล่ซ้ายเริ่มบวมแดงด้วยสีหน้าสำนึกผิด

 

“ฉันขอโทษ”   เป็นครั้งแรกที่พี่ชายต่างแม่เอ่ยคำขอโทษออกมา

“ไม่เป็นไรค่ะ”  เป็นครั้งแรกที่น้องสาวต่างแม่ให้อภัย

 

 

ฝุ่บ!!!!

 

แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดติดฟูกเตียงอีกครั้ง   อาคาชิโน้มกายลงมาทาบทับร่างกายแบบางจนแนบสนิทไม่เหลือพื้นที่ว่างใดๆ ดวงหน้าขาวขึ้นสีแดงไปถึงใบหู..จุดกลางตัวซ่อนเร้นของหญิงสาวสัมผัสกับแท่งร้อนเบียดเสียดปากทาง ทั้งที่ยังไม่เข้ามาเพียงแค่แตะกันเบาๆ ความเสียวซ่านแล่นริ้วไปทั่วกายแม้กระทั่งปลายเล็บที่วางลงบนไหล่กว้าง   อาคาชิเริ่มขยับตัวให้เข้าที่คุโรโกะหลับตาปี๋แน่น กลั้นหายใจรอรับสิ่งที่จะเข้ามา

“อย่าเกร็ง คุโรโกะคุง” เสียงทุ้มกระซิบปลอบข้างหู มือแกร่งประคองใบหน้าเด็กสาวให้หันมามองหน้าเขา เปลือกตาบางค่อยๆลืมกล้าๆกลัวๆ สบตาคู่คมสีทับทิมตรงหน้า

“อาคา..อ๊ะ!!”   เธอสะดุ้งโหยง แท่งร้อนแทรกเข้ามาในกาย ทั้งใหญ่แน่นคับจนแทบจุกเหมือนเดิม ทั้งเธอและเขาสบตากันและกัน..ส่งสายตาราคะในกายของแต่ละฝ่ายไม่ยอมละจากกัน

 

 

ปึก!!!ปึก!!!ปึก!!!

 

 

แท่งร้อนสอดเข้ามาในกายขาวผ่องขึ้นสีชมพูระเรื่อ กายากอดเกี่ยวกันแน่นจนแทบเป็นคนๆเดียว สายเลือดอีกครึ่งจากบิดาคนเดียวกันทำเรื่องผิดศีลธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในทุกการกระแทกกระทั้นเข้ามา อาคาชินิ่วหน้าลงเล็กน้อยโพรงสีอ่อนตอดรัดเขาจนเจ็บ..คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยังคงคับแคบยากที่จะเข้าไปเชยชมความหอมหวานภายในเสมอ

 

“อ..อ้า..อาคาชิคุง..เบาหน่อยค่ะ”

“คุโรโกะ..คุโรโกะคุง”

 

ต่างฝ่ายต่างเรียกนามกันและกัน สบตากันและกันไม่วางตา มองให้แน่ใจว่าเขาหรือเธอจะไม่หนีหายไปไหน เด็กสาวขยับกายขึ้นลงตามจังหวะกระแทกของคนหนุ่มจนหน้าอกกระเพื่อมไปมา จากอ้อยอิ่งเชื่องช้าเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ  พวกเราหายใจหอบโยนมือลูบไล้กายาสัมผัสความเร้าร้อนในตัวกันและกัน  ก้มหน้าลงจูบซ้ำๆสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวพัน ฝ่ายบุรุษอาจช่องชำนาญในขณะที่สาวน้อยผมสีฟ้ายาวประบ่าพยายามจูบตอบเก้ๆก้างๆ อย่างไม่คุ้นชิน

 

 

นี่ไม่ใช่จูบแรก..แต่เป็นครั้งแรกที่จูบตอบแบบดูดดื่ม

 

 

 

เอี๊ยด!!!เอี๊ยด!!!เอี๊ยด!!!

 

 

“อ..อึก!!อาคาชิคุง..ฉันรู้สึก….”

“เท็ตสึยะ..ผม…ฉัน..จะถึง..แล้ว”

 

น้ำกามร้อนระอุพุ่งฉีดเข้ามาในกายจนร้อนวาบท้องน้อย คุโรโกะกระตุกเกร็งจิกเล็บลงบนบ่าระบายอารมณ์เสียวซ่านกับจุดสุดยอด เธออ้าปากหายใจหอบเช่นเดียวกับคนหนุ่ม  ว่าที่ผู้สืบทอดลำดับที่ 10 แห่งตระกูลอาคาชิกระตุกเกร็งเล็กน้อย ซบหน้าลงกับหน้าผากเด็กสาว ปลายจมูกปัดชนกันและหัน หลับตาแน่นยามหลั่งจุดสูงสุดแห่งกามรมณ์

 

 

คำกล่าวผสมปนเปของคนสองคนในหนึ่งร่าง

 

 

“อาคาชิ..คุง”  เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนเรียกนามคนด้านบน  ชายหนุ่มลืมตาเชื่องช้า..เผยดวงเนตรสีแดงทับทิมสองข้าง คุโรโกะพิจารณาสีตาสองข้าง..โดยเฉพาะข้างซ้าย…พอมองดีๆยังเห็นเหลือบสีทองอำพันรำไรอยู่

 

 

อีกคนยังไม่หายไปไหน..ยังคงซ่อนเร้นภายในเหมือนดั่งเงา

และพร้อมจะออกมาทุกเมื่อ หากวันใดแสงสว่างแห่งดวงตะวันริบหรี่ลง

 

 

เขาและเธอเริ่มกิจกรรมแห่งรักอีกครั้ง มอบจูบปลอบกันและกัน   ตักตวงกันและกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด  แม้ว่าสิ่งเหล่านี้ช่างไม่สมควรที่สถานะพี่น้องพ่อคนเดียวกันควรกระทำก็ตาม

 

 

.

.

.

 

 

“ฮึก..ฮึก..แม่..แม่ฮะ”

 

เด็กชายผมแดงนั่งกอดเข่าตัวสั่นผวาในสวนดอกกุหลาบสีขาวกว้างใหญ่ห้อมล้อมเป็นเขาวงกตมองไม่เห็นทางออก คร่ำครวญถึงมารดาที่จากจรไปไกลแสนไกล  แต่แล้วมือนุ่มของใครบางคนลูบหัวเบาๆ ใบหน้าเจิ่งนองน้ำตาค่อยๆเงยหน้าขึ้นเชื่องช้าด้วยท่าทีหวาดระแวง แสงสว่างของดวงอาทิตย์บนฝากฟ้าสาดกระทบร่างนั้น..เล็กเพรียวบางของเด็กหญิงวัยเดียวกันกับเขา..มองไม่เห็นหน้าเลย..แสงนั่นเจิดจ้านั่นส่องกราดด้านหลังของเด็กตรงหน้าจนทำให้เกิดเงาดำบดบังดวงหน้าของเธอ

 

“ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว”

“ฉันอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ”

 

เมื่อเธอก้าวเดินมาพ้นเงากระทบแสงสว่างเจิดจ้า อาคาชิตาโตตะลึงในความเรือนลาง เด็กน้อยกลายเป็นหญิงสาวอายุราว 14-15 ปี ไม่ได้สวยงดงามนักแต่กลับ มีรอยยิ้มบางๆแสนอ่อนโยนจับใจจนยากจะละสายตา

“มากับฉันเถอะ อาคาชิคุง”   มือเรียวบางยื่นตรงมา อาคาชิวัยเด็กมองมือของเด็กหญิงที่กลายเป็นสาวแรกรุ่นอย่างโลเล ใบหน้ากลมเงยมองกล้าๆกลัวๆลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะ..ค่อยๆยื่นมือช้าๆ

 

 

 

“คิดว่าจะปกป้องเขาได้เหรอ เท็ตสึยะ”

 

 

เสียงทุ้มเย็นยะเยือกดังจากด้านหลัง ฝีเท้าก้าวย่างออกมาจากมุมมืดในซอกเขาวงกตดอกกุหลาบขาวถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยเลือดของมารดา เด็กชายตัวสั่นเทิ้มหวาดกลัวรีบหดมือกลับมากอดเข่าแน่น คุโรโกะหันหลังกลับไปประจันหน้ากับร่างสูงโปร่งผมสีแดงชี้ยุ่งตัดสั้นในชุดนักเรียนเทย์โควเหมือนกับเธอ

 

“เธอน่าจะรู้ดีแก่ใจว่าโลกนี่มันโหดร้ายไปสำหรับเขา”

“……”

“เขาไม่มีวันรับแรงกดดันทางสังคมได้..ไม่มีวันยืนหยัดบนจุดสูงสุดเพื่อรับแรงกดดันมหาศาลในฐานะผู้นำตระกูลยิ่งใหญ่”

 

 

ความเงียบมาเยือนระหว่าง อาคาชิ เซย์จูโร่อีกคนกับเด็กสาวผู้เป็นเงาลวงตา  นัยเนตรสีอำพันพราวระริกเย้ยหยั่นเมื่อไร้ซึ่งเสียงตอบกลับมา เขายิ้มเยาะเหนือชัยเมฆาสีเทาเคลื่อนคล้อยพัดผ่านก่อให้เกิดเงาบนพื้นสนามหญ้าในสวนวงกตแห่งกุหลาบขาวย้อมโลหิต มือใหญ่ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกรรไกรเปื้อนเลือดเดินเข้ามาทีละก้าวหมายปลิดชีวิตคนนอกที่ริอาจลุกล้ำเข้ามาในสถานที่สำหรับเราสองผู้เป็น อาคาชิ เซย์จูโร่

 

 

“ฉันรู้ดีว่าอาคาชิคุงอ่อนแอเกินไปและตัวฉันเองก็ไม่ได้เข้มแข็งเท่าคุณ”  คุโรโกะเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาสีอำพันคู่คม“แต่ฉันให้สัญญาว่าจะปกป้องเขา  ต่อให้โลกใบนี้หันหลังให้เขาฉันก็จะอยู่เคียงข้างเขา”

 

 

อาคาชิอีกคนเงียบกริบ เขาหยุดก้าวฝีเท้าลงกับที่จ้องมองใบหน้าหวานไร้อารมณ์ล้อมด้วยเส้นผมสีฟ้ายาวประบ่าชี้กระดกหาได้เค้าเงางาม ดวงเนตรกลมโตสีอ่อนไร้อารมณ์ดั่งตุ๊กตาญี่ปุ่นจ้องตอบมาอย่างไม่ไหวติ่ง

 

 

แววตามั่นคงเด็ดเดี่ยว

 

 

“หึ…พูดได้ดีนี่เท็ตสึยะ”  อาคาชิกระตุกยิ้มเย็นเดินตรงเข้ามาสวนทางกับหญิงสาวเข้าไปหาอาคาชิร่างเด็กวัย 5 ขวบที่นั่งกอดเข่าตัวสั่นเท้าซุกในมุมมืดๆ เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้า  เด็กชายตัวน้อยรู้สึกถึงเงาดำทาบทับบนร่างเลยเงยหน้าขึ้นมาสบตาคู่คมสีอำพันทั้งสองข้างเหมือนมารดาไม่มีผิดเพี้ยน

 

“เขาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม ผมเกิดมาเพื่อปกป้องเขา” มือหยาบวางลงบนศีรษะกลมแล้วขยี้ไปมาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงจูบเบาๆลงบนปากเล็กๆของเด็กน้อยเนิ่นนานแล้วค่อยๆถอนออก ต่างฝ่ายต่างสบตากันและกัน

 

 

..สีแดงกับสีทอง..รวมกันเป็นสองสีคือ ‘อาคาชิ’

 

 

 

“งั้นเหรอ..นายเลือกเท็ตสึยะสินะ”   อาคาชิ เซย์จูโร่อีกคนเอ่ยกระซิบทั้งเสียงแผ่วเบาระคนเศร้ากับเด็กน้อย  ก่อนจะลุกยืน หันกลับมาสบตาสีฟ้ากลมโตของหญิงสาวผู้น่าชัง..มือแกร่งชี้กรรไกรไปยังลูกเมียน้อยที่เกิดจากตัณหาอารมณ์หาได้พึงระลึกความรับผิดชอบจนเป็นเหตุให้ครอบครัวของเขาต้องพังพินาศย่อยยับไม่มีชิ้นดี

 

“ผมจะยกเขาให้เธอ แต่จำไว้..ถ้าหากวันใดที่เธอไม่สามารถปกป้องเขาได้ ผมจะกลับมา”  เขากล่าวทั้งเสียงเหี้ยมเกรียมในประโยคต่อมา  “ถึงตอนนั้น ผมจะไม่มีวันมอบเขาให้เท็ตสึยะอีก”

“วันนั้นไม่มีวันเกิดขึ้นแน่ค่ะ”  คุโรโกะยืนกรานหนักแน่น เธอเองก็ไม่คิดมอบเด็กน้อยผู้น่าสงสารให้อีกฝ่ายเช่นกัน

 

 

“คำพูดนั้นทำให้ได้ก็แล้วกัน..แล้วผมจะคอยดูเธอจากข้างในนี้ จำไว้..เท็ต..สึ..ยะ”

 

 

สายลมพัดผ่านจนเส้นผมสีฟ้าพลิ้วไหว มือเรียวปัดเส้นผมขึ้นทัดหลังหู อาคาชิผู้มีตาสีอำพันหายตัวไปแล้วพร้อมกับกรรไกรอาวุธร้ายปลิดชีพมารดาจิตใจวิปลาศคามือ ขาเพรียวก้าวตรงเข้าไปหาเด็กน้อยคนนั้นแล้วยื่นมือมาอีกรอบ ใบหน้ากลมแก้มยุ้ยเปื้อนเลือดหัวจรดเท้าเงยหน้าสบตาสีอ่อนครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือจับตอบ

 

“เธอเป็นนางฟ้าเหรอ?”  คำถามใสซื่อจนไม่น่าเชื่อว่าจะออกจากปากบุรุษนาม อาคาชิ เซย์จูโร่ ทำเอาหญิงสาวผมสีฟ้าอ่อนเลิกคิ้วสูงตกใจเล็กน้อย

 

 

นางฟ้า..งั้นเหรอ?

 

 

คุโรโกะอมยิ้มขำขันเล็กน้อย พิศมองดวงหน้ากลมปริบตาสีแดงทับทิมปริบๆมายังเธอ..มืออีกข้างวางทาบทับบนหลังมือเล็กป้อมเบาๆ พร้อมกล่าวตอบคำถามเด็กน้อยอาคาชิ

 

“ไม่ใช่หรอก..ฉันเป็นแค่ลูกของเทนชิ(นางฟ้า) ถ้าพูดให้ถูก…”  เด็กสาวเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อด้วยเสียงอ่อนหวานเปี่ยมรอยยิ้มจากใจจริง

 

“ฉันเป็นเงาให้กับเจ้าชายต่างหาก”

 

 

 

เจ้าชาย..บุตรของเจ้าหญิง(ฮิเมะ) 

 

 

“ไม่เอาหรอก..ถ้าเธอเป็นเงา ฉันอยากเป็นดวงอาทิตย์” เด็กชายเถียงพองแก้มป่องไม่พอใจกับฉายาดังกล่าว คุโรโกะอึ้งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆวางมือลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ พยักหน้าตอบรับคำพูดของอีกฝ่าย

 

“ถ้างั้นเราออกไปจากที่นี่กันเถอะค่ะ คุณดวงอาทิตย์”

 

เถาวัลย์กุหลาบในเขาวงกตขยับเคลื่อนตัวออก เปิดทางกลางเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่เบื้องหน้าแสงสีขาวส่องสว่างทลายความมืดมิดในเขาวงกตที่เคยไร้หนทาง  เด็กสาวจับจูงมือเด็กชายก้าวเดินไปพร้อมๆกันออกไปจากสถานที่มืดมิดเผชิญหน้าสู่โลกภายนอกด้วยกัน

 

 

.

.

.

 

 

จิ๊บๆๆ

 

นกกระจอกตัวเล็กเกาะริมหน้าต่างเปิดอ้าทิ้งไว้ ส่งเสียงร้องดังเป็นระยะปลุกหญิงสาวผมสีฟ้าอ่อนใต้ผ้าห่มผืนหนาให้ลืมตาตื่น  นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนพร่ามัวงังเงียขี้ตาอยู่นานพักหนึ่ง..กวาดมองพื้นห้องที่ยังเละเทะเศษกระจกกับข้าวของตกแตกระเนระนาดก่อนเลื่อนมายังเสื้อนักเรียนหญิงเทย์โควตระกองข้างเตียง

 

 

แป๊ะ!!!

 

เสียงหมากวางกระทบไม้ดังขึ้นข้างตัว ร่างกายเล็กพลิกตัวช้าๆหันมา ภาพของคนหนุ่มเรือนผมสีแดงตัดสั้นเปลือยท่อนบนในขณะที่ท่อนล่างสวมกางเกงขายาวสีดำเข้ารูปก้มหน้าก้มตาเดินหมากโชงิบนเตียงเงียบๆกับตัวเองคนเดียว

 

“อาคาชิคุง..”

 

 

แป๊ะ!!!

 

มือแกร่งชะงักหมากแม่ทัพที่กำลังเลื่อนขึ้นช่องในตาต่อไป ใบหน้าคมผินมามองน้องสาวต่างแม่ที่นอนเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มบนเตียง..แสงตะวันยามรุ่งเช้าสาดกระทบร่างสูงโปร่งดูพร่ามัว..แต่ที่เห็นชัดคือนัยเนตรคู่คมทั้งสองข้างกลับมาเป็นสีแดงทับทิมคุ้นเคยแล้ว

“อรุณสวัสดิ์ คุโรโกะคุง” เขากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้ม..อบอุ่นที่หาได้เป็นการเสแสร้งอีกต่อไป ฝ่ามือหยาบปัดเส้นผมสีฟ้ายุ่งปรกใบหน้าเกลี่ยออกช้าๆ แล้วโน้มหน้าลงจุมพิตบนหน้าผากลาดมน คุโรโกะหลับตาลงรับจูบจากอีกฝ่ายก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อคนหนุ่มถอยห่าง นัยน์ตาสีฟ้ามองร่างสูงก้าวลงจากเตียงตรงไปยังตู้เสื้อผ้าหยิบเอาเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวมาสวมใส่อย่างงุนงง

 

 

“อาคาชิคุงจะไปไหนคะ?”  หญิงสาวผมฟ้าหยิบผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอกนูนอิ่มยันกายขึ้นมานั่ง มองอีกฝ่ายที่ไล่นิ้วติดกระดุมทีละเม็ดจนหมด  ยังไม่ทันที่อาคาชิจะตอบเสียงหว๋อดังลั่นจากหน้าคฤหาสน์ตามด้วยเสียงประกาศนั่นทำให้ดวงหน้าหวานซีดลงทันที

 

 

“อาคาชิ เซย์จูโร่ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเราล้อมไว้หมดแล้ว!!!”  

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจป่าวประกาศจับผ่านลำโพง ตามด้วยเสียงจอแจผู้คนอีกมากมาย ถึงไม่ลุกไปดูก็เดาได้ว่าเต็มผู้คนแห่แหนมามากมายแค่ไหน ทั้งชาวบ้านแถวนี้รวมไปถึงสำนักข่าวที่พร้อมจะจับภาพทายาทตระกูลดังมหาอำนาจที่กลายเป็นอาชญากรโรคจิต

 

“ดูเหมือนว่าฉัน..จะทำร้ายมาซากิ”  อาคาชิกล่าวโดยไม่หันมามองหน้าคู่นอนบนเตียง เขาปิดประตูตู้เสื้อผ้าลงสนิทแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องนอน คุโรโกะกระวนกระวายทำท่าจะลุกแต่ก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเปลือยอยู่ เนตรสีฟ้ามองกองเสื้อบนพื้นสลับกับนาฬิกาบนโต๊ะหัวเตียงเข็มสั้นยาวชี้บอกเวลาแปดโมงครึ่ง แล้วหันไปมองบานประตูห้องนอนที่เปิดอ้า

 

 

ถ้ามัวแต่แต่งตัวคงไม่ทันแน่!!!

 

 

“อาคาชิคุง!!!!!”  เสียงตะโกนเรียกทำเอามือแกร่งที่กำลังจะเอื้อมไปจับลูกบิดหน้าประตูทางเข้าบ้านบานใหญ่ชะงัก ดวงหน้าคมผินหันไปมองสตรีร่างเล็กบางวิ่งลงบันไดมาอย่างกะลกกะลนผมเผ้าชี้กระดกยุ่งเหยิง มีเพียงผ้าห่มสีขาวห่อปกปิดร่างเปลือยเปล่าผิวขาวนวลผ่องประปรายรอยจูบสีแดงไปทั่ว   ขาเพรียวชะงักหยุดเท้ากลางครึ่งทางของขั้นบันไดทั้งหมดทันทีที่คนหนุ่มส่งยิ้มอ่อนโยนกลับมาตามด้วยวาจาทุ้มนุ่มหนักแน่นที่มักได้ยินเสมอๆ

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกคุโรโกะคุง เธอรออยู่ที่นี่แหละ”

 

คุโรโกะเข้าใจความหมายในทันที ปากอิ่มเม้มแน่นเป็นแนวเส้นเคร่งเครียด มือเกาะบีบราวบันไดด้วยความโลเลก่อนจะพยักหน้าตอบรับช้าๆเคารพการตัดสินใจของชายหนุ่มผู้ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำคนต่อไปของตระกูลเก่าแก่มากชื่อเสียง..บุคคลที่บิดาเลือกให้อยู่ท่ามกลางแสงสว่าง

 

“ขอบใจนะ”

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ขอบคุณน้องสาวต่างแม่ด้วยรอยยิ้ม ดวงเนตรคู่คมละสายตาจากหญิงสาวที่ยืนซ่อนเร้นในเงาบนเชิงบันไดบ้านหันกลับไปยังประตูหน้าบ้านแล้วเปิดออกช้าๆ  แสงตะวันสาดส่องกระทบร่างคนหนุ่มตัวสูง..เจิดจ้าจนพร่ามัวเหลือเกิน นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนพยายามหรี่ตาลงเพ่งมอง มือข้างหนึ่งกุมกระชับผ้าห่มเอาไว้อีกข้างยกขึ้นมาป้องตา..เหมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ทางออกของเขาวงกตในความฝัน

 

 

 

สองพี่น้องที่พบพานกับความจริงที่ต้องเผชิญ

ความมืดจากจรไป..แทนที่ด้วย ‘แสงสว่าง’

 

 

TBC

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนนี้เรทค่ะ ฮาาา  ตอนหน้าเป็นบทส่งท้ายของเรื่องแล้วจ้าาาา

และก็รวมเล่มฟิคนี้น่าจะได้เปิดจองเดือนกุมภา หน้าปกนั้นคนวาดส่งมาให้ดูคร่าวๆแล้ว คาดว่าปกเสร็จสิ้นเดือนมกรา

ในรวมเล่มเราจะมีตอนพิเศษอีก 1 ให้ค่ะ เดี๋ยวยังไงจะแจ้งให้ทราบผ่านเพจ ทวิต เด็กดีนะคะ

 

นับถอยหลังอีก 1 ตอนจะปิดไหพี่น้องต่างแม่ค้ำคอร์แล้ว

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

21 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part13

  1. น้องเล่นเอาเข้าแลกเลยนั้น ฮ่าๆ ฝุดๆๆอ่ะ ไปสวีทกันบทเตียง O[]O ตกลงอาคาชิ
    อีกคนยกให้น้องจัดการต่อว่างั้นเลย แบบว่าสุดท้ายก็ต้องเคลียร์เรื่องที่ทำไปอ่ะนะ
    จะรอดไหมเนี่ยจบตอนได้คาใจมั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตอนหน้าจะจบ
    แล้วใจจริงยังไม่อยากให้จบ เขียนตอนพิเศษมาให้มั้งสิ ไหนๆๆเรื่องนี้ก็มืดมนมา
    เกือบจะจบเรื่องเลยนะเนี่ย ขอเป็นของแถมอะไรงี้นะบลัดซัง ฮิฮิ >o<

    • เป็นฉากอิโรติกที่หวานสุดแล้วในเรื่องนี้ มันออกแนวปลอบกันและกันมากกว่าเรื่องราคะ ทำนองว่าเราเจอเรื่องแย่ๆมาถ้ามีคนมากอดปลอบก็รู้สึกดีขึ้นเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว โบคุชิถือคติว่าโอเรชิสำคัญสุดที่ออกมานี่ก็มาปกป้องโอเรชิ ทุกอย่างเพื้อโอเรชิทำสิ่งที่โอเรชิเก็บเอาไว้ไม่กล้าทำ เขาจะทำหมด สุดท้ายเรื่องคดีความนั้นจะเป็นยังไง ทั้งหมดจะไปที่บทส่งท้าย ตอนพิเศษเราจะลงในรวมเล่มเท่านั้นจ้า เป็นของแถมและเนื้อหาปมบางอย่างที่ไม่เฉลยในเรื่องน่อ

  2. ว่าแล้ว โบคุชิต้องถือกรรไกรรอเชือดน้องแน่ๆ
    แต่ตอนที่โอเรชิคัมแบ็คเนี้ยโคตรน่ารักเลย! เมื่อก่อนเสแสร้ง รังแกย่ำยีสารพัดตอนนี้กลับอ่อนขึ้น สงสัยเพราะเห็นว่าคุโรโกะกลับมา (และมาดี) + ผ่านเรื่องเลวร้ายมา + รู้ผิดผิดต่อน้อง แน่ๆ เลย
    กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม โบคุชิก็จะออกมาทำไม!!!! ขัดจังหวะสุดๆ เลยคนเขาจะรักกัน
    แต่คนบ้าคนเป็นโรคประสาท ฆ่าคนก็ไม่ผิดนี่คะไหงตำรวจเต็มบ้าน
    แล้วสองคนนี้ไม่รู้สึกแปลกๆ เหรอคะ ไม่เห็นหน้ากันหลายวันครั้งสุดท้ายที่เห็นคืออคชทำร้ายและน้องก็เกลียดสุดชีวิตอยู่ๆ ก็มาจ้องตา จูบ และพากันไปไกล 555555555555555 ไปไกลจริงๆ แต่ก็รู้สึกดีนะที่อาคาชิทำแบบอ่อนโยนขึ้นไม่รู้สึกอยากทำแบบสะใจอีก

    • โบคุชิไล่จ้วงน้องประหนึ่งหนังสยองขวัญ 555 โอเรชิอ่อนลงเพราะตัวเองรู้ความจริงเกี่ยวกับแม่ พ่อก็มาตายคนใช้ก็หนีหาย อารมณ์คนเคว้งคว้างโดดเดี่ยวแล้วน้องก็โผล่มาเลยเข้ามาหาน้อง เหมือนหาที่ยึดเกาะทางจิตใจกลัวอยู่คนเดียว ไร้ที่พึ่งพิง ถามว่า2คนไม่รู้สึกแปลกๆเหรอ ก็รู้สึกนะแต่ความเหงาความเจ็บปวดพาไป อยากหาใครซัดคนกอดปลอบ น้องครกก็สภาพจิตใจแย่ไม่ต่างกันนะ การยอมอาคาชิก็เหมือนให้อาคาชิกอดปลอบไปด้วยเช่นกัน นี่คือ..การเยียวยากันและกัน จะคนบ้าโรคประสาทยังไงก็ต้องจับมาดำเนินคดีก่อนทั้งนั้นน่อ จู่ๆแค่เห็นว่าบ้าแล้วปล่อยไปมันไม่ใช่นะ ตำรวจต้องมาจับอยู่แล้ว อีกอย่างอาคาชิสภาพจิตใจไม่ปกติซึ่งคาดเดาคร่าวๆจากสภาพการทำร้าย คนบ้าจะทำอะไรบ้าๆก็ได้ เกิดอาละวาดทำร้ายคนแถวนั้นขึ้นมาก็แย่

  3. โบคุชิที่ว่าน่ากลัวยังไม่น่ากลัวเท่าตอนน้องโกรธ 55555555555 น้องตบท่านอ่ะ จะมีใครทำแบบนี้ได้อีกนอกจากน้องเนี่ย ชอบฉากบนเตียงมากอ่ะ คือหวานๆและเข้าใจกันแล้ว มันเคลียร์แล้วสำหรับเรืองต่างๆ แต่คดีนี่สิจะทำไงต่อ แต่อย่างที่คอมเม้นบนบอก คนที่เป็นโรคประสาทหรือพวกเข้าข่ายทางจิตนี้ไม่มีความผิด (เว้นแต่จะอันตรายเกินรึเปล่าหว่า) แต่คือมาถึงขั้นนี้แล้วให้ท่านได้อยู่กับน้องเต๊อะะะ #นี่ก็ว๊อนให้เขาอยู่ด้วยกันจังง รอติดตามค่ะและกะจะขอซื้อเล่มนี้เก็บไว้สักเล่ม knl เราก็รอรวมเล่มอยู่นะคะ

    • อันนี้ก็ต้องลุ้นว่าศาลจะตัดสินยังไงค่ะ 55 น้องตบไป2ฉาดเรียกสติ เหมือนแม่ตีลูกเกรียนเลย ฮาาาาาา มีน้องคนเดียวนี่แหละกล้าทำท่าน บางทีนี่อาจเป็นอีกสาเหตุที่พ่อเลือกน้อง//เกี่ยว?
      เป็นฉากบนเตียงที่หวานสุดแล้ว กอดกันเคลียร์กันต่างฝ่ายต่างปลอบกัน สุดท้ายแล้ว2พี่น้องต่างแม่จะจบลงยังไง บทส่งท้ายตอนหน้าจะได้รู้กันล่ะ ขอบคุณที่ให้ความสนใจรวมเล่มของเรานะคะ

  4. อ๊ากกกก โบรุชิโหดมากกก น้องก็กล้า(ตบหน้านายน้อย)มาก โอเรชิก็น่ารักมาก!!! โดยเฉพาะตอนร้องไห้นะลูก =.,=
    พี่บลัดแต่งแบบเกือบจิ้น แดง(โบคุชิ)xแดง(โอเรชิ) เลยคะ =.,= //ผิดเรื่อง!!!
    แง้ๆเสียดายจะจบแล้ว ตอนแรกคิดว่าน้องจะพานายน้อยไปส่งโรงพยาบาลบ้าสะอีก//โดนกรรไกรปักกลางหัว ในที่สุดก็เข้าใจกันได้สักที กลัวจะเป็น bad end มากคะ 5555
    ตอนนี้จบได้คาใจสุดๆ อ๊าก อยากรู้ว่านายน้อยจะโดนจับหรือป่าว อยากอ่านตอนต่อไปเลย ><~~~
    สนุก(และเรท)จริงๆคะ ชอบ =.,= ถ้าหากซื้อแล้วแม่เจอเข้าคงแบบหันมาบอกว่า ไม่คิดว่าลูกตัวเองจะอ่านอะไรพวกนี้ 5555

    • โอเรชิร้องจ้าเลย เจอกดดันอยู่คนเดียว ทุกคนหนีหมด พ่อก็ตายแถมรู้ความจริง จริงๆเราแอบใส่ แดงแดง ด้วยนะ หุหุ ฉากโบคุชิแสดงความรักกับโอเรชิโดยการจูบในจิตใต้สำนึก ฮาาา สำหรับโบคุชิ โอเรชิสำคัญที่สุด เขาเกิดเพื่อปกป้อง ทำในสิ่งที่โอเรชิอยากทำแต่ไม่กล้า เผชิญกับสิ่งที่อยากหนีไปไกลๆ

      ฮาาา จะแบดเอนด์ไหมอย่างไร ต้องรอดูบทส่งท้ายจ้าา รวมเล่มเราคาดว่าจะเปิดจองเดือนกุมภานะ ถ้าสนใจยังไงลองติดตามข่าวสารผ่านทวิตและเพจน่อ

  5. //เปิดพื้นที่หน้าคอมตัวเองแล้ววิ่งเข้ามาเม้นด้วยความเร็วแสง

    ก่อนอื่นเลยค่ะ… พูดไม่ออก คือคือคือคือ แบบ ตอนน้องเข้ามาในบ้านเนี้ยะ แอบรู้สึก น้องไม่กลัวบ้างเหรอคะ ; [ ] ; ถึงจะเพราะตามหน้าที่เนี้ยะ แต่คฤหาสน์ที่มีสภาพใกล้เคียงคำว่า ร้าง มันก็ทำให้รุ้สึกเหมือนอยู่ในหนังสยองขวัญโรคจิตที่บุกมาหาฆาตรกรเลยนะ !

    พอเข้าไปแล้วประตูมันปิดเองได้นี่…. เป็นหนูหนูร้องไห้เบาๆ แล้วนะ ยิ่งเสียงเท้าเดินนี้แบบ… คฤหาสน์สยองขวัญที่มีฆาตรกรอยู่จีๆ เลยค่ะ !!! ฟาดด้วยแจกันก็ไม่สลบแล้ว แถมวิ่งมาเจอศพพ่อตัวเองโดนเปิด แถมอยู่ในสภาพชวนสยอง บวกกับการโดนไล่ฆ่า ช่างนับถือจิตใจอันแข็งแกร่งของน้องจริงๆ เลยค่ะ

    แถมน้องช่างใจกล้า โดนแทงไปแบบนั้นก็ยังมีความพยายามในการจะดึงสติท่านกลับมา ตบไปสองฉาด !!! กรี๊ดดดดด เอาซะแบบ เฮ้ย ท่านจะลุกมาอาละวาดมากกว่าเดิมไหมกันแน่ พูดตอกหน้าใส่ท่านราชาแบบนั้น พอดึงสติโอเระชิกลับมาแลดูเหมือนท่านเป็นเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวและกำลังหาที่พึงมากเลยค่ะ

    แอบจิ้นแดงแดงในฟิคไปเรียบร้อยล่ะค่ะ อิอิส์

    ฉากเรียกเลือดนั้นทำเอาทั้งฟินทั้งอยากจะร้องไห้มากเลยค่ะ ทั้งอินในความรุ้สึกที่ทั้งสองคนต้องการจะปลอบซึ่งกันและกัน ท่านเองก็กลัวที่ตัวเองจะทำร้ายคนอื่น น้องครกเองก็กลัวและถูกกดดันในหลายๆ อย่าง มันเป็นอะไรที่หวานมากกกกกกกกกกก และแลดูอิโรติกแบบที่อ่อนโยนแบบที่โอเระชิจิทำได้เลย

    บทสรุปสุดท้ายจะเป็นยังไงกันแน่ ท่านจะต้องเข้าคุกหรือเขาสถานบำบัดอะไรมั้ย แลดูสงสารท่านมาก ทั้งๆ ที่ท่านทำเพียงเพราะเกิดจากการกระทำของผู้ใหญ่ทั้ง 3 คนแท้ เด็กน้อยอย่างท่านในตอนนั้นไม่ได้รุ้เรื่องราวอะไรด้วยเลย Y v Y

    • น้องกลัวเหมือนกันนะ ทำใจนานอยู่ก่อนเข้าไป บ้านนี่โคตรร้างเลย เปลี่ยวๆไม่มีคนดูแล เป็นเรานี่ปล่อยทิ้ง อคช แล้ว ฮาาา และอาคาชิก็โผล่มาแบบฆาตกรโรคจิต เอาแจกันฟาดก็ไม่สนจ้องไล่แทงรัวๆ นี่ต้องขอบคุณฝ่ามือพิฆาตตบฉาดx2 ไม่งั้นไม่ได้สตินะนั้น 55555 ท่านสตันคำแผนพ่อจากปากของน้อง ตกใจที่เห็นน้องร้องไห้ด้วย เราจงใจใส่แดงแดวด้วยล่ะตัวเอง อิอิ ส่วนฉากเรียกเลือดตอนนี้ให้ความรู้สึกหน่วง หวานก็ไม่ใช่ รักก็ไม่เชิง เม้นพูดถูกต้องหมดเลยในส่วนฟิลลิ่งของท่านกับน้องที่เราต้องการสื่อ และสุดท้ายแล้วคนที่โดนทำร้ายมากสุดในเรื่องก็คือ อคช แต่จริงๆก็ซวยทั้ง2พี่น้องเลย บทสรุปของเรื่องจะเป็นเช่นไรนั้น รอลุ้นตอนหน้าค่ะ นับถอยหลังจบฟิคอีก1ตอนน่อ

  6. คฤหาสน์หลังงงามกลายเป็นบ้านผีสิงทำเอาเราช็อคเลยจ้า
    น้องสมกับเป็นผู้กล้าจริงๆ กล้าเดินเข้าไปในบ้านในสภาพนั้นได้
    เป็นคนธรรมดานะ ตัวสั่น เข่าอ่อน เผ่นหนีกันหมดแล้ววววว

    ชอบตอนที่น้องปรากฏตัวในจิตของท่านอ่ะ
    เหมือนเดินมาพร้อมกับออร่าแสงสว่างจากข้างหลัง
    และพาท่านออกไปจากเงามืด
    อย่างเท่ ^^

    ฉากเรทมีลุ้นนะคะ
    นึกว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงขึ้น
    ดีนะคะที่เรื่องนี้น้องเป็นฮีโร่กู้โลก
    ไม่งั้นคงช้ำหนักกว่าเดิม
    แต่น้องอึดนะ
    โดนแทงแล้วยังสามารถคลุกอยุ่บนเตียงใต้ สมกับเป็นบทอัศจรรย์จริงๆ ^^

    • น้องเป็นฮีโร่จริงๆอ่ะ เหมือนมาปราบเจ้าชายที่ถูกจอมปิศาจควบคุมมาก 55555 ฉากเข้าไปในจิตใจนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมจากฟิคสด เป็นอะไรที่เราชอบมากเราเน้นสื่อในเชิงสัญลักษณ์หมด อ่านแล้วต้องตีความก็จะเข้าใจสภาพจิตใจของอาคาชิหมดเปลือกเลย ฉากอีโรติกเกือบจะได้รุนแรงเพราะโบคุชิแล้ว ปกติตอนโอเรชืก็ใส่เอาสนุกแล้ว โบคุชิมาจะไม่ได้แค่กดอย่างเดียวคงบีบคอตายคาเตียงเลยล่ะ นับถอยหลังอีก1ตอนที่เหลือ บทส่งท้ายก็จะจบฟิคนี้แล้วล่ะ //ปีนี้น่าจะได้ปิดไห2เรื่อง รู้สึกโล่งใจไปอีกเปราะ

  7. เฮือก…คุณบลัดใกล้ปิดไหอีก1เรื่องเเล้วสินะคะ555
    สภาพคฤหาสน์กลายเป็นบ้านผีสิงไปละ อ่านๆไปก็เเบบน้องกล้ามากกก ให้อารมณ์เหมือนเห็นอีกาบินว่อน เกาะตามหลังคาบ้านเลยล่ะค่ะ ยิ่งโบคุชิเดินมา ก็สยองเเล้วล่ะค่ะ ประตูก็รู้หน้าที่มากช่วยปิดบิลท์อารมณ์ซะ555
    เราสะใจมากเลยค่ะที่น้องตบเรียกสตินายน้อย เเม้น้องจะเจ็บตัวอยู่ก็ตาม เป็นนางเอกที่อึดและทนมาก รู้สึกต่อมเฟมินิสต์กำเริบทีเดียวเชียวค่ะ
    ตอนเเรกก็นึกว่าฉากเรทจะมาเป็นเอสเอ็มซะเเล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นน้องคงช้ำตาย เป็นแบบนี้เเล้วก็รู้สึกดีขึ้นนะคะ อย่างน้อยนายน้อยเองก็รู้เเล้วว่าไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีน้องที่คอยอยู่ข้างๆ คือนายน้อยเองก็ไม่ได้เอาเเต่อารมณ์ของตัวเองเข้าว่า แต่ยังนึกถึงน้องด้วย โดยเฉพาะฉากจูบรับอรุณที่รู้สึกว่า ในที่สุดนายน้อยก็อ่อนโยนกับน้องเเล้วสินะ
    จริงๆแล้วเราชอบช็อตที่น้องมองตานายน้อยนะคะ มันเหมือนเป็นวิธีที่ดีมาก ในการสื่อสารความรู้สึกข้างใน คือรู้สึกได้เลยว่านายน้อยเองก็อุ่นใจที่มีน้องเคียงข้าง แม้จะต้องเผชิญเรื่องราวต่างๆไปด้วยกันต่อไปในภายภาคหน้า .คือความลำบากที่สองคนร่วมเผชิญกันมา(แม้ว่าน้องจะเสียเปรียบมากๆก็เถอะ) ไม่มีใครจะเข้าใจในสิ่งที่ทั้งคู่รู้สึกได้เท่ากับตัวทั้งคู่เองน่ะค่ะ (งงๆหน่อยนะคะ ไม่รู้จะพิมพ์ยังไงดี ยังเรียบเรียงความคิดตัวเองอย่างงๆเลยค่ะ555)
    แต่เราก็ชอบโบคุชินะคะ เพราะเกิดมาเพื่อปกป้องอีกตัวตนที่ไม่กล้าปลดปล่อยออกมา แถมยังมาทดสอบน้องอีก พ่อคุณคะ.ทำตัวเป็นพ่อสามีไปได้แหม่
    อยากรู้บทสรุปของสองพี่น้องละค่ะ สองพี่น้องจะเป็นยังไงต่อ จะได้อยู่เคียงข้างกันโดยไม่ถูกสังคมตราหน้าได้มั้ย จะอยู่ด้วยกันโดยเป็นไปตามครรลองของกฎหมายได้รึเปล่า รอตอนต่อไปนะคะ

    • อีกาบินว่อนนึกถึง the satan เลย 55555 บรรยากาศหนังไล่ฆ่ามาก น้องอึดถึกแถมยังดูหล่อมาก55เป็นนางเอกที่แมนมาก มาช่วยพระเอก ฉากเรทตอนนี้คือการเคลียร์ใจของคน2คน รับรู้กันและกัน นายน้อยตอนนี้เหมือนเด็กต้องการที่พึ่งพิงทางใจคนนึง กลัวตัวเองจะไม่กลับมา กลัวว่าจะทำร้ายคนอื่น ยิ่งนอนกับน้องในตอนนี้อคติในใจก๋เคลียร์จนหมดแล้ว เลยแสดงความอ่อนโยนออกมา ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจจริงๆนะ คำพูดมากมายก็ยังไม่เท่าสื่อทางตาเลยล่ะ การมองตากันเราสื่อถึงความจริงใจ ต่างคนเริ่มเปิดใจยอมรับทีละนิดว่าจะคอยดูแลกันและกัน แต่ยังไม่พัฒนาเป็นความรักหรอกนะ เรียกว่าเหมือนคู่แต่งงานที่มาจากคลุมถุงชน ทำตามหน้าที่ของแต่ละคนไป โบคุชิเหมือนพ่อทูนหัวนายน้อยจริงๆอ่ะ555เรื่องนี้ตามบทจริงๆ นางเอกน่าจะเป็นอาคาชิมากกว่านะ พระเอกนี่บทน้องครกชัดๆ ฟฟฟ

  8. ทิชชู่หมดอีกแล้วครับ เจ๊บลัดจิ สรุปก็จบแบบเข้ากันได้ดีน่ะครับ ^^ อาคาชิจิกับคุโรโกจิ เป็นอะไรที่น่ากลัวน่ะครับ สำหรับบ้านเอ้ยคฤหาสน์ ไหงมันดูเสื่อมโทรมเร็วจัง แต่ก็อ่ะน้าจะรอบฉบับรวมเล่มน่ะครับ เจ๊
    7 ก.พ. อย่าลืมดู club Friday น่ะครับรับรองเมะเคะกระจาย ^0^

    • ช่ายยย จบแบบต่างฝ่ายต่างเคลียร์ปมในใจกันผ่านเซ็กส์ 55 บ้านคนใช้หนีหายไม่มีคนดูแลด้วยแหละเลยโทรม club เดี๋ยวดู เตรียมฟิน ฮาาา

  9. อื้อหือ สุดยอดมากเลยตอนนี้ เป็นตอนที่ใฝ่มากที่สุด ในที่สุดก็มาถึงจุดไคล์แม็ก เข้าใจล่ะว่า อคช น่าสงสารมาก ปมในใจมันเจ็บมากจนต้องให้ โบคุ ออกมารับหน้าแทน โชคดีที่น้อง ครก ยอมรับและเข้าใจ ชอบนะที่ยอมเรียก อคช ว่า พี่ชาย แถทฉากตอน….กันอ่า บรรยากาศดีมากเน้อ ห้องนอน อคช ที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน(ประชด 555) อ่อนโยนต่อกันมากอ่ะ ชอบๆมากๆเลย ทั้งฟินทั้งเขิน ทั้งอายแทน

    แต่โบคุชิ ท่านก็โหดเกิ๊น นี่คิดจะฆ่าน้อง ครก เราจริงอะเหรอ ถ้าน้องไม่มีสกิลการเอาตัวรอดเนี่ย จะรอดไหม? ถ้า อคช เรโอ ออกมาจะรอดเหรอ? 5555 แอบฟินเบาๆตรง แดงแดงนะ จุ๊บปากกันด้วย น่ารักอ่ะ เรโอชิเลือกที่จะหาน้อง ครก แล้ว โบคุชิ ไม่คิดจะปล่อยตัวให้น้องดูแลอีกคนเหรอ?
    ยังไงก็คนเดียวกันนิ

    • เป็นตอนที่พี่น้องได้เคลียร์ปมในใจต่อกันผ่านเซ็กส์ ฮาาา ฉากเป็นการปลอบที่อิโรติก จะหวานก็ไม่เชิง เศร้าก็ไม่ใช่ ออกแนวหน่วงๆ มากกว่า อาคาชิเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดจริงๆ เป็นคนที่รับแรงกดดันมาทั้งชีวิต ถูกยัดเยียดว่าที่ผู้สืบทอดไม่พอ ยังมีอดีตที่หนีมาตลอดอีก บรรยากาศดีมากกก ชวนสยองขวัญเลย 555555 โบคุชิคิดฆ่าน้องจริงๆ เหตุผลก็ตามที่โพล่งๆออกมาในเรื่องเลย ฉากแดงแดงเราจงใจใส่มา อิอิ เป็นสื่อให้เห็นว่าโบคุชิคิดถึงโอเรชิเสมอ โอเรชิสำคัญเสมอ เขาเกิดมาเพื่อปกป้องโอเรชิ แต่โอเรชิเลือกน้องเลยยอมหลีกทางให้ และคอยเฝ้ามองจากด้านใน สำหรับโบคุชิคงไม่ต้องให้น้องดูแล ฮาาา สองคนนี้แย่งปกป้องโอเรชิกัน เหมือนแย่งเจ้าหญิง(?)ชัดๆ

  10. รับรอง วันที่ 7 ก.พ.นี้ ร้านค้าที่มีจอ HD ใหญ่ๆคงโดนกองทัพสาว Y ยึดเพื่อดู club Friday แน่ๆ. ผมจะดูด้วยๆๆๆๆๆ คริคริ ชวนคางามิจิไปดูด้วยดีกว่า (ไม่ไปก็ตุ๊ยท้อง แล้วลากไปดูอิอิอิอิ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s