[Fic KnB][Akakuro]The Satan//Part7

 

[Fic  Kuroko no Basket] The Satan

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    :  Nc-17 , Horror , thriller 

Story   : blood_hana

 

จากฟิคสดเมื่อคืนเอามาเป็นฟิคยาวแล้วค่ะ แรงบันดาลใจจากหนังเรื่อง The last exocism มี 2 ภาคจบน่อ

แล้วจะรู้ว่า ปิศาจนี่คุกคามโคตรรรรรรรรรรร

1911884_263890093734828_6517069279438488878_n

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Chapter 7

 

 

 

“ท่านจักไปที่แห่งใดหรือ?”  ราตรีนำพาซึ่งความมืดมิด ดวงเนตรที่ลืมเปิดอย่างเชื่องช้าถวิลมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของบุรุษร่างสูงโปร่งกำยำนั่งหันหลังให้ เขาก้มลงหยิบอาภรณ์ผ้าฟ้ายสีขาวสวมใส่ตามด้วยกางเกงสีดำและรองเท้าบูธหนัง จากนั้นจึงลุกขึ้นไปยังชุดเกราะเหล็กที่แขวนตั้งไว้กับผ้าคลุมไหล่สีกาชาดพลิ้วไหว

 

 

..อย่าไป…

 

 

คำพูดในความคิดหมายเหนี่ยวรั้งบุรุษปริศนาผู้ที่ร่วมหลับนอนบนเตียง ทว่า..เขากลับหมุนตัวกลับมาหลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จประทับจูบแนบสนิท..ปิดปากราวกับรู้ทันว่าหญิงสาวกำลังจะเอ่ยเอื้อนวาจา

“แล้วข้าจักรีบกลับมา..องค์หญิงของข้า” เขากระซิบด้วยเสียงทุ้มอ่อนโยนจับใจ ..ยิ่งฟังก็ยิ่งโหยหานัก แต่ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนยอมรับการตัดสินใจของชายหนุ่มในชุดเกราะสลักลวดลายวิจิตรประดับทองคำงดงามตรงหน้า รัตติกาลทำให้ภาพของเขาช่างพร่ามัวนัก ไม่ว่าจ้องเพ่งเท่าไรก็ไม่อาจเห็นดวงหน้าของชายหนุ่มที่ทำให้อกซ้ายสั่นสะท้านทุกสัมผัส

 

 

นี่คือ’ความรัก’

 

 

“ขอให้เจ้าจำคำข้าไว้..ข้าจักทำทุกอย่างเพื่อเจ้ากับลูกของเราสองคน และประเทศนี้”  มือแกร่งหยาบกระด้างวางดาบเล่มยาวลงข้างเตียงวางทาบลงบนหน้าท้องของสตรีผู้นั่งอยู่บนเตียงที่สภาพเปลือยเปล่า..ท้องนูนป่องกับสายใยรักเชื่อมระหว่างเขาและเธอเข้าด้วยกัน  ริมฝีปากของทั้งสองเข้าประทับกัน..เป็นดั่งมั่นในคำสาบานแห่งรักยิ่ง..วงแขนแกร่งโอบเอวรั้งร่างเพรียวบางอุ้มท้องเข้ามาแนบชิด..ปากอิ่มเล็กจูบตอบยินยอมให้เขาได้ตักตวงความหอมหวานจากตัวเธอ กอดตอบลูบไล้ลำแขนมีกล้ามมัดใต้ชุดเกราะอยากจะรั้งชายผู้นี้ให้อยู่ด้วยกันนานที่สุดเท่าที่จำได้ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปวางทาบบนแก้มสากปลายนิ้วเกี่ยวเส้นผมนุ่มของเขาเบาๆ

 

 

เมฆาเคลื่อนคล้อยเผยแสงพระจันทร์เสี้ยว..น่าแปลกนักที่หาได้เป็นแสงสีนวล

แต่กลับเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตฉายลงบนร่างสูงโปร่งในชุดเกราะนักรบหรูหราเกินกว่าจะเป็นเพียงอัศวินทั่วไป

 

 

“สัญญานะว่าท่านจะกลับมาหาข้า องค์ชาย” วินาทีนั้นที่ถอนจูบ..แสงของดวงจันทราสีเลือดฉายสาดส่องให้เห็นเสี้ยวหน้าเพียงเล็กน้อยของชายหนุ่ม

 

 

..ดวงเนตรคู่คมมีสีแดงทับทิมแววตาเปี่ยมรักมากมายแบบที่ไม่เคยเห็นจากใครมาก่อน..

..สีแดง..ที่รักยิ่ง…

 

 

“ข้าให้สัญญา..องค์หญิงคุโรโกะ”

 

 

.

.

.

 

 

“คุโรโกะ”

“!!!!!!!!”

 

 

หญิงสาวสะดุ้งตื่น นัยน์เนตรพร่ามัวปริบมองงัวเงียปรับสายตาพักหนึ่งก่อนหันหน้าไปมองต้นเสียงข้างกาย

“ฮิมุโระคุง?”  คุโรโกะ เท็ตสึยะเอ่ยนามบาทหลวงหนุ่มที่ได้รับการมอบหมายให้มาช่วยเหลือเธอ  เด็กสาวมุ่นคิ้วลงซบหน้าลงกับฝ่ามือนึกถึงฝันเมื่อครู่ที่ผ่านมา..ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วไปแตะลงบนริมฝีปากอิ่มเผยอ

 

 

ผู้ชายคนนั้นใครกัน ?

 

 

“คุโรโกะร้องไห้ทำไม?” ดวงหน้าหล่อเหลาล้อมผมสีเข้มปัดปรกปิดดวงตาซ้ายอุทาน  คุโรโกะเลิกคิ้วสูงยกมือขึ้นแตะใต้ตา สัมผัสได้ถึงความเปียก ก่อนลดระดับลงมาอยู่ตรงหน้า.. หยดน้ำตาอยู่บนปลายนิ้ว ขณะเดียวกันน้ำตากลับไหลรินออกมาเป็นสายอย่างไม่อาจทราบสาเหตุทำเอาสับสนมากไปกว่าเก่า

“อะไรกัน..ทำไมจู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมา?” คำถามเปี่ยมฉงนระคนประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายตัวเอง ฮิมิโระถอนหายใจแล้วหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าหลังเครื่องแบบบาทหลวงสีดำออกมาซับน้ำตาบนพวงแก้มใสเบาๆ

“คงเพราะกังวลเรื่องปิศาจนั่นแหละ..ไม่เป็นไรแล้วนะ อยู่กับพวกเราไม่มีอะไรที่คุโรโกะต้องกลัวแล้ว” เขาปลอบโยนพร้อมบีบมือให้กำลังใจ

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องจบในวันนี้

 

 

“พวกเรามาถึงแล้วล่ะ นครรัฐวาติกัน”  สีเข้มประดับไฝทรงเสน่ห์ด้านใต้ไปยังหน้าต่างบานเล็กๆหลังเด็กสาว  ดวงหน้าหวานหันหน้าไปยังหน้าต่างข้างกายของเครื่องบินส่วนตัวของทางโบสถ์วาติกันบินอยู่เหนือน่านฟ้า ทะลุผ่านเมฆหมอกจับควันเป็นสีขาวเริ่มเลือนหายไปช้าๆ เวลานี้ตกราวตีสองกว่าๆ ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท หากแต่แสงสว่างสีทองจากกรุงโรมควบคู่สถาปัตยกรรมสไตล์กรีกโรมันโบราณก่อสร้างจากอิฐศิลาแลงสีน้ำตาลแดงงดงามจับตาเหมือนเมืองแห่งสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน

 

เครื่องบินจอดลงบนลานจอดดาดฟ้าส่วนตัวของทางองค์กรคริสต์ศาสนา คนงานชาวอิตาลีร่างสูงตะโกนภาษาต่างชาติโบกไม้ไฟสีแดงสลับเขียวไปมาเมื่อเห็นเครื่องบินปรากฏบนน่านฟ้า พวกเขาวิ่งถอยออกจากพื้นที่หลีกทางให้เครื่องลงจอดได้สะดวก  ในที่สุดเครื่องลงสนิทไร้ปัญหาประตูลำเครื่องเปิดออกตามด้วยบันไดทอดยาวลงให้ผู้โดยสาร

คุโรโกะเดินตัวเกร็งตามหลังบาทหลวงหนุ่ม มองซ้ายทีขวาทีกับสถานที่ไม่คุ้นชินยิ่งกว่าโตเกียวในญี่ปุ่นไปมา ดวงเนตรสีฟ้าสั่นไหวฉายแววหวาดระแวงสิ่งๆต่างๆรอบตัวไปหมด   มือเรียวบางกำชายผ้าคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่ฮิมุโระมอบให้ไว้พรางตัวจากสายตาราชาปิศาจ..กำแน่นอย่างประหม่ากับสายตาของเหล่าผู้คนที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ ทั้งตำรวจ..จราจรประจำสถานที่ไหนจะบาทหลวงในชุดคลุมสีดำ 4 คนที่มารอรับ

 

 

ทุกสายตามองมาที่เธออย่างหวาดระแวง

 

 

“ฮ…ฮิมุโระซัง!!”  จู่ๆเด็กสาวอุทานเสียงดัง ทำให้บาทหลวงหนุ่มหยุดการสนทนากับบาทหลวงชาวต่างชาติ เขาหันมามองเด็กสาวผมสีฟ้าที่ชักสีหน้าตื่นตระหนกกำชายผ้าสีขาวโปร่งเริ่มมีสีดำกระจายประปรายขึ้นมา

“แย่ล่ะ!!ผ้าคลุมศักดิ์สิทธิ์เริ่มเอาไม่อยู่แล้ว!!!พวกเราต้องรีบแล้วล่ะ!!”  สิ้นคำสั่ง ฮิมุโระและบาทหลวงคนอื่นๆพาคุโรโกะออกไปจากลานจอดสนามบินตรงไปยังรถลีมูซีนสีดำที่จอดรอหน้าตึกสูงชั้นล่าง โดยมีจุดมุ่งหมายคือ

 

 

 

วิหารศักดิ์สิทธิ์เซนต์ปีเตอร์

 

 

 

คุโรโกะลงจากรถลีมูซีน ถูกเหล่าบาทหลวงในชุดคลุมเครื่องแบบสีดำนำพามายังสถานที่สำคัญที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของการก่อตั้งศาสนาคริสต์  สถาปัตยกรรมงามค่าชวนจับตาเหมือนดั่งที่เคยเห็นในหนังสือรูปภาพของบิดา พวกเขาเดินเท้าอย่างเร่งรีบไปตามทางเดินปูด้วยหินอ่อนขนาบซ้ายขวาด้วยเสาโรมันสีขาว จนมาถึงประตูบาทใหญ่ลวดลายวิจิตรงามตา หน้าประตูมีบาทหลวงอีก 2 คนในชุดคลุมสีดำกับไม้กางเขนแกะสลักงามแบบเดียวกับที่ฮิมุโระถือครองยืนรออยู่

 

 

“น..นี่มัน…”  หลังบานประตูคือห้องโถงสูงชะลูดเสียดฟ้างดงามด้วยกระจกแก้วหลายสีกับจิตรกรรมฝาผนังถ่ายทอดเรื่องราวทางศาสนาของพระผู้เป็นเจ้าไว้อย่างงดงามรอบ..เธอจำได้ว่าเคยเห็นในหนังสือภาพของพ่อสมัยเด็กๆ

 

 

โบสถ์ซิสตีน..สถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก

 

 

เวลานี้ทั้งตัวโบสถ์แน่นขนัดไปด้วยเหล่าบาทหลวงกับแม่ชีจากทั่วทุกมุมโลกเกือบหลายพันชีวิต ทุกสายตาหันมายังเด็กสาวตัวบางปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทีละนิด เหล่าสาวกพระผู้เป็นเจ้าต่างพากันฮือฮาตื่นตระหนกเช่นเดียวกับใบหน้าไร้อารมณ์ล้อมเส้นผมสีฟ้ายาวยุ่งกระเซิง  บาทหลวงฮิมุโระในชุดนักบวชสีดำห้อยไม้กางเขนสาวเท้าเดินไปตามพรมแดงปูทอดยาวไปถึงลานพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ไปหาชายชราร่างท้วมสวมเครื่องราชย์สีขาวสะอาดสวมมงกุฏทองคำกับไม้กางเขนสีทองลวยลายสลักปีกเทพยดายืนสงบนิ่ง ดวงเนตรสีฟ้าฝ้าฟางลืมขึ้นช้าๆทอดมองบุรุษผมดำคุกเข่ารับมือป้อมเหี่ยวย่นไปจุมพิต

 

“พระองค์ท่าน กระหม่อมได้พาด้วยเด็กสาวผู้โชคร้ายมาถึงแล้วขอรับ”  ฮิมุโระแสดงความเคารพด้วยท่าทีนอบน้อมต่อประมุขแห่งศาสนา..องค์พระสันตะปาปา

“ทำดีมากหลวงพ่อฮิมุโระ”   ชายชรากล่าวชมเชย ก่อนเลื่อนสายตามายังเด็กสาวตัวมอมแมมผมสีฟ้ายืนตัวแข็งทื่อ

“ลูกคือ คุโรโกะ เท็ตสึยะ สินะ”  พระสันตะปาปาก้าวเดินมาวิสาสะจับมือขาวซีดขึ้นมาแล้ววางมืออีกข้างทับลงบนหลังมือแล้วหลับตาลง   ห้องโถงทำพิธีตกอยู่ในความเงียบ..เงียบจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจด้วยความลุ้นระทึกของเหล่าสาวกของพระผู้เป็นเจ้าต่างจับตามองผู้นำของพวกเขาที่เข้าถึงความใสสะอาดแห่งหลักคำสอนมากที่สุด

 

“!!!!!!!!!!!!!”

 

 

จู่ๆ พระสันตะปาปาชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ใบหน้าอวบอูมซีดเผือดเม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่ว ถอยผงะจนบาทหลวงยศคาดินัลในผ้าคลุมสีขาวรีบเข้ามาประคองร่างผู้นำสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์เอาไว้

 

“พระองค์!!เกิดอะไรขึ้นขอรับ” บาทหลวงฮิมุโระถามทั้งเสียงร้อนรนใจ

 

“เด็กผู้นี้มีดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์นัก..ปิศาจตนนั้นได้ทิ้งจิตหวงแหนเอาไว้”   ปลายนิ้วป้อมชี้นิ้วไปยัง..หน้าท้องแบนราบของเด็กสาว…หลังเนื้อหนังมังสาคือ ‘มดลูก’ ที่พักพิงให้แก่ทารก..กำเนิดสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นจากการสืบพันธุ์

 

 

มดลูกของเด็กสาวผู้นี้เคยตั้งครรภ์บุตรแห่งราชาปิศาจครั้งหนึ่ง

แม้จะถูกกำจัดไปแล้ว..แต่เศษเสี้ยวความชั่วร้ายยังคงวนเวียนภายใน  

 

 

“มันปรารถนาที่จะเอาเด็กสาวผู้นี้ไปเป็นคู่ชีวิต เราต้องรีบแล้ว”  สิ้นคำสั่งทั้งเสียงแหบพร่า เหล่าบาทหลวงและแม่ชีพร้อมใจกันประสานมือหยิบไม้กางเขนขึ้นมา ฮิมุโระพาคุโรโกะขึ้นไปนอนบนแท่นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เหล่าพระคาดินัลในชุดขาวทั้ง 9 เข้าแถวขนาบองค์พระสันตะปาปาเอาไว้

 

คุโรโกะมองไปรอบโบสถ์ทั้งตัวสั่นกลัว..เหมือนความทรงจำในวันนั้น..วันที่บาทหลวงคิโยชิทำพิธีกรรมขับไล่ปิศาจร้ายวนกลับมา  กระทั่งสัมผัสอุ่นบีบจับที่มือ ดวงหน้าขาวซีดมอมแมมหันไปมองร่างสูงโปร่งผมสีดำปรกปิดตาซ้ายกำลังส่งยิ้มให้กำลังใจ

“ไม่ต้องห่วงคุโรโกะ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ราชาปิศาจจะต้องถูกกำจัดที่นี่ ตอนนี้พวกเราเหล่าสาวกพระผู้เป็นเจ้าและประมุกของพวกเรามาอยู่ตรงนี้แล้ว”

“ขอบคุณนะคะ..ฮิมุโระคุง” คุโรโกะบีบมือตอบกลับ พยักหน้าขอบคุณจากใจ  ฮิมุโระปล่อยมือเด็กสาวหยิบเอาผ้าคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่เริ่มมีมลทินจากพลังแห่งความชั่วร้ายที่คืบคลานเข้ามา สะบัดวางคลุมร่างกายผู้ที่นอนอยู่บนแท่นพิธี เขาถอยออกไปยืนสมทบกับเหล่าบาทหลวงวาติกันปราบปิศาจที่เข้าแถวอยู่ด้านล่าง สันตะปาปาหยิบน้ำจอกศักดิ์สิทธิ์จากอ่างชำระบาปเทรดใบหน้าเด็กสาวผมสีฟ้าจนเปียกชุ่ม

 

“ในนามพระบุตร พระบิดาและพระจิต ลูกและเหล่าสาวกผู้เลื่อมใสในศรัทราของพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาชำระล้างมลทินให้แก่เด็กสาวผู้มีดวงวิญญาณบริสุทธิ์นี้ด้วยเถิด”   สันตะปาปากล่าวทั้งเสียงแหบลั่นโบสถ์ ตามด้วยเหล่าสาวกแห่งศาสนาผู้เลื่อมใสถือไม้กางเขนสวดมนต์ประสานเสียงก้องลานทำพิธีกรรมทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก  นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตไล่มองเหล่าบุรุษและหญิงสาวในชุดคลุมสีดำเบื้องล่างก่อนเงยหน้าขึ้นไปมองบาทหลวงอีกระดับที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง คำสอนในไบเบิ้ลก้องทุกถ้อยคำเหมือนที่บาทหลวงคิโยชิกล่าวในคืนโศกนาฏกรรมไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

ต่างเพียงแค่คราวนี้  หนักแน่นกว่า แข็งแกร่งกว่า

 

 

“ด้วยคำสอนเปี่ยมรักและเมตตาของพระองค์ผู้มาจากสรวงสวรรค์ ผู้ทรงเมตตามอบความเสียสละอันใหญ่หลวงในการประทานบุตรของพระองค์มาเพื่อไถ่บาปมหันต์  ขอทรงโปรดประทานความเมตตาเหล่านั้นชำระล้างดวงวิญญา..“

 

 

ปึง!!!!!!!!!!!!ปึง!!!!!!!!!!

 

 

ไฟในลานพิธีกรรมติดๆดับๆ ตัวอาคารไหวสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหวจากลมพายุวิปโยคพัดแรงเสียจนต้นไม้นอกโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ในวิหารเซนต์ปีเตอร์โค่นล้มระเนระนาด  อีกาจำนวนมากจนไม่อาจนับไหวบินพุ่งเข้ากระแทกหน้าต่างบานสูงชิดเพดานตัวแล้วตัวเล่า ส่งเสียงร้องอาละวาดบ้าคลั่งน่าสะพรึง

 

 

กา!!!กา!!!!กา!!!กา!!!!กา!!!กา!!!!กา!!!กา!!!!

 

 

“อ..อีกา!!!”  บาทหลวงและแม่ชีรวมๆแล้วเกือบพันคนเห็นจะได้กุมไม้กางเขนด้วยสีหน้าหวาดผวา แต่ประมุขแห่งศาสนากลับมีท่าทีสงบนิ่งแล้วกล่าวด้วยเสียงทุ้มแหบพร่าตามวัยชราภาพ

“อย่าให้ความกลัวบดบังศรัทราของพระองค์ จงเชื่อมั่นในพลังของพระผู้เป็นเจ้า” คำเตือนสติเรียบง่ายแต่มีพลังมากมายมหาศาลนัก เหล่าสาวกพยักหน้าตอบรับประคองถือไม้กางเขนร้องสวดมนต์กันเสียงดังระงม

 

กระแสลมแรงที่ไม่อาจทราบสาเหตุก่อตัวในห้องโถงใหญ่ผ่านแสงบนเปลวเทียนนับร้อยกว่าแท่งไหววูบ  ชายผ้าคลุมเหล่านักบุญชายหญิงพลิ้วไหว  หญิงสาวผู้ถูกปิศาจร้ายเพ่งเล็งหันซ้ายทีขวาทีไปรอบๆ ดวงเนตรกลมโตสีอ่อนฉายแววหวาดกลัว เลื่อนมองทั้งบนเพดาน ตวัดไปมองสันตะปาปากับคณะคาดินัลชั้นสูงในชุดพิธีกรรมสีขาว สลับกับบาทหลวงหนุ่มฮิมุโระหาที่พึ่งพิงให้แน่ใจว่าพวกเขาเหล่านี้จะอยู่ช่วยเธอ

 

 

“เท….เท็ต…สึ….ยะ”

 

 

“ส…เสียงนั่น!!!”   หญิงสาวผมสีฟ้ายาวยุ่งสะดุ้งโหยง หันซ้ายทีขวาลกลนเสียจนฮิมุโระรีบสาวเท้ามาใกล้

“มีอะไรคุโรโกะ” เขาถามเด็กสาวที่ดูตื่นกลัว   เสียงทุ้มของบาทหลวงผมสีดำปัดลงปรกตาซ้ายไม่เข้าหูเธอ ความกลัวบดบังสัมผัสรอบกายจนหมดสิ้น  ไอเย็นยะเยือกแผ่กระจายพุ่งเข้าปะทะร่าง!!!เด็กสาวสะท้านไปทั้งตัวขนลุกเกรียวทั่วร่าง สัมผัสที่คุ้นเคยและไม่มีวันลืม  ปากอิ่มสั่นระริกจนฟันขบกระทบดังชัดในหัว ค่อยๆหันหน้าผินไปมองประตูทางเข้าช้าๆ

 

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ เด็กสาวผู้มีดวงวิญญาณบริสุทธิ์กรีดร้องเสียงดังลั่น  สันตะปาปาลืมตาขึ้นฉายแววเครียดเล็กน้อยหันไปพยักเพยิดกับเหล่านักบุญคาดินัลชั้นสูง พวกเขาพยักหน้าเดินเข้ามาใช้จอกศักดิ์สิทธิ์ตักน้ำมนต์เทรดลงบนเนื้อตัวเด็กสาวจนชุ่มโชก คุโรโกะดิ้นพล่านเหมือนคนเสียสติจนบาทหลวงในชุดดำใต้คำสั่งของฮิมุโระสองคนต้องปรี่เข้ามาล็อกมือทั้งสองข้างกดลงกับแท่นพิธี

 

“ตั้งสติไว้ลูกคุโรโกะ”

“มันอยู่นั้น!!มันอยู่นั่น!!!!!!”

 

ตาสีฟ้าเบิกกว้างจนเจ็บสะท้อนร่างสูงโปร่งเป็นเงาดำทอดยาวบนบานประตูบานใหญ่ ฝูงอีกาสีดำขลับด้านนอกแผดเสียงร้องอาละวาดยกใหญ่บินพุ่งเข้าใช้จงอยปากกับหัวกระแทกตีกระจกหน้าต่างจนตาย ทิ้งคราบเลือดไว้เป็นทางยาวน่าหวาดหวั่น  ดวงตาสีแดงก่ำถลึงมองเหล่านักบุญทั้งหลายผู้เป็นสาวกกับสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับเจ้าพลังสถิตของพวกมันด้วยความเคียดแค้น บาทหลวงทั้งหลายหันมองไปตามทิศที่ปลายนิ้วสั่นระริกชี้

 

ฮิมุโระ ทัตสึยะ เผลอยกมือกำไม้กางเขนแน่นไว้กับอก แรงกดดันมหาศาล จิตอาฆาตรุนแรงบาดลึกเข้าไปถึงผิวด้านใน  คนอื่นอาจจะไม่เห็นแต่รับรู้ได้ถึงสัมผัสน่าสยดสยอง   ขณะที่ดวงตาสีฟ้าของเด็กสาวนั่นสะท้อนมือเรียวยาวประดับเล็บแหลมคมสีดำสนิทค่อยๆโผล่ร่างออกจากร่างเงาดำมืดนั่นจนในที่สุด..กลายเป็นบุรุษร่างสูงโปร่งเรือนผมสีแดงสั้นกับเขาสีดำยาวโง้งสวมชุดคลุมหนังสีดำขลับทั้งตัว เปลือกตาลืมเปิดเผยเนตรสีทับทิมกับอำพันเย็นชาไร้ความเมตตาปรานี แววตาเสมือนอสรพิษชั่วร้าย..หาใช่ลักษณะตาของมนุษย์จ้องเขม็งไปยังเด็กสาวผู้นอนหงายบนแท่นพิธี

 

 

 

 

“ผมชักจะหมดความอดทนกับความดื้อดึงของเท็ตสึยะเต็มทนแล้วนะ!!!”

 

อาคาชิ..ราชาแห่งปิศาจคำรามเสียงดุดัน แผ่นดินไหวสั่นสะเทือน ทำเอาเทวรูปแกะสลักของพระเยซูแตกเป็นรอยร้าว  เหล่าบาทหลวงชั้นผู้น้อยร้องตกใจกับเหตุวิปริตภัยธรรมชาติที่ไม่ควรเกิด  บางคนถึงกับหยุดสวดแล้วปล่อยให้ความกลัวครอบงำ บางคนก็ยังถือไม้กางเขนสวดเอาเป็นเอาตาย

 

“ไปให้พ้นจากชีวิตฉันเดี๋ยวนี้อาคาชิ!!!!!”  คุโรโกะแผดเสียงไล่จนคอเป็นเอ็นเหมือนคนบ้า   พระสันตะปาปาลืมตาขึ้นมองไปยังบานประตูล่วงหยิบเอาไม้กางเขนสีทองคำของตนขึ้นมาชี้ใส่ แม้จะไม่เห็นปิศาจร้ายเต็มๆตัวแต่เขาสัมผัสได้ว่ามีจิตวิญญาณแห่งความชั่วร้ายแผ่กระจาย ณ บริเวณนั้นเช่นเดียวกับบาทหลวงคนอื่นๆ

 

 

 

 

เปรี๊ยง!!!!!!!!!!!!

 

ฟ้าผ่าลงตามด้วยฝนเทกระหนำ แสงสว่างวาบสาดผ่านหน้าต่างเปื้อนเลือดฝูงอีกาเข้ามาในห้องโถงโบสถ์ทำพิธีขับไล่ปิศาจ นัยเนตรสีฟ้าฝ้าฟางตามวัยเริ่มเพ่งเห็นเค้าเงาปริศนาเลือนรางผิดมนุษย์  เขาสะบัดชายผ้าคลุมแล้วออกคำสั่งทั้งเสียงกึกก้องข่มขู่อีกฝ่ายด้วยเช่นกัน

“ทุกท่านขอจงเชื่อมั่นในพลังของพระองค์ ศรัทราคำสอนและคุณความดีเปี่ยมเมตตาจิตของท่านสวดภาวนาต่อไป ปิศาจร้ายจะต้องกลับสู่นรกภูมิ”

 

“อย่ามาออกคำสั่งกับผมไอ้มนุษย์ชั้นต่ำ!!!!!!” อาคาชิคำรามเสียงกรรโชก ถลึงตาใส่องค์พระสันตะปาปา ปลดปล่อยความเกรี้ยวกราดจนแผ่นดินไหวสะเทือนหนักกว่าเก่า เศษฝุ่นบนเพดานร่วงหล่นลงมาสร้างความหวาดผวาให้กับทุกคนแต่ก็ยังเลือกที่จะสวดมนต์ต่อไป

 

 

“ในนามของพระบิดา พระบุตรและดวงจิตศักดิ์สิทธิ์ ในนามของข้าผู้เป็นสาวกของพระองค์ ขอประทานพลังขับไล่ปิศาจร้ายน่าสังเวชในบาปอันน่าชัง ต้องโทษเนรเทศจากสรวงสวรรค์กลับไปสู่นรกภูมิที่จากมา!!!!”

 

 

บทสวดขับไล่ปิศาจกึกก้องไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์เพ่งจิตวิญญาณแห่งความบริสุทธิ์ตรงไปยังราชาแห่งปิศาจที่พยายามคืบคลานเข้ามา คุโรโกะได้เห็นสภาพน่าอดสูจากปิศาจผมแดงเป็นคราแรก อาคาชิแผดเสียงหวีดร้องยกมือจิกทึ่งหัว ตาเบิกกว้างวิปลาศเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ปากบิดเบี้ยวแสยะเห็นคมเขี้ยวเหมือนอสรพิษคำรามเสียงดังลั่น

 

 

“พวกแก!!!!!!!!!!!!!!!!อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!”

 

 

ปิศาจอาคาชิกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ โลหิตสีดำไหลกระอักออกจากปาก ไหลออกจากเบ้าตา หยดเป็นทางบนพื้นพรมทุกย่างก้าวที่ตรงเข้ามาหาเด็กสาว คุโรโกะตัวสั่นเท้าตื่นกลัวเหงื่อแตกพลั่ก เธอส่ายหน้ารัวๆภาวนาให้เหล่าบาทหลวงขับไล่ปิศาจที่ย่างกรายมาใกล้เรื่อยๆ ยื่นมือขาวซีดเล็บสีดำแหลมเกร็งจนเส้นเลือดขึ้นปูดเข้ามาหา ดวงเนตรสองสีวาวโรจน์เปี่ยมกระหายสะท้อนเพียงหญิงสาวผมสีฟ้ายาวยุ่งเท่านั้น

 

 

“ในนามตัวแทนของพระองค์ ข้าขอส่งเจ้า!!ราชาปิศาจร้าย อาคาชิ ไปสู่นรกภูมิที่ๆพระเจ้าทรงทอดทิ้ง กลับไปในสถานที่ๆที่เจ้าจากมา!!!!!อาเมน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

สิ้นคำสวดสุดท้ายทันก่อนที่ปลายเล็บสีดำจะเอื้อมสัมผัสดวงหน้าหวานของหญิงสาว อาคาชิสลายหายไปแล้ว…ไฟบนเทียนลุกโชนติดขึ้นมาอีกครั้ง ลมพายุสงบลง อีกากระพือปีกกระจัดกระจายแยกย้ายถอยห่างจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ แผ่นดินไหวหยุดนิ่ง

 

 

 

 

 

กลับคืนสู่ความสงบ

 

 

“มันไปแล้ว..สินะคะ…” คุโรโกะถามทั้งเสียงแผ่วเบา

“ใช่แล้ว..มันจบแล้วคุโรโกะ” บาทหลวงฮิมุโระมองผ้าคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่หยุดการแพร่กระจายสีดำ..ปากหนาได้รูปส่งยิ้มให้อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับคำถามเหล่านั้น  สาวน้อยน้ำตาคลอสะอึกสะอื้นร้องโฮเสียงดังเหมือนเด็กทารกที่พ้นขีดอันตราย..หมดสิ้นแล้วสิ่งที่ไล่ตามคุกคามมาทั้งชีวิต ทำลายทุกสิ่งจนไม่มีชิ้นดี

 

 

จบสิ้นแล้ว..ไม่ต้องเจอกับเรื่องร้ายๆอีกแล้ว

 

 

 

 

พระสันตะปาปาถอนหายใจโล่งอก ยกมือป้อมวางประสานด้านหน้า หลังจากนั้นบาทหลวงและแม่ชีคนอื่นๆพร้อมใจกันทำตาม ร่วมไว้อาลัยกับเหล่าดวงวิญญาณที่ต้องเคราะห์ร้ายกับตัณหาไร้ที่สิ้นสุดของปิศาจชั่วร้าย..กับความปรารถนาชักพาดวงวิญญาณแสนบริสุทธิ์เข้าสู่ด้านมืด

 

“ในนามของสาวกแห่งพระผู้เป็นเจ้า พวกลูกขอขอบพระทัยในความเมตตาของพระองค์ทรงโปรดประทานพลังในการกำจัดสิ่งชั่วร้าย ช่วยเหลือดวงวิญญาณเด็กสาวผู้บริ…”

 

 

 

 

 

ฉึก!!!!!!!!!

 

 

“หลวงพ่อจอห์น!!!!!!”  ในฝูงแถวบาทหลวงชุดดำร้องเสียงหลง จู่ๆบาทหลวงชาวอเมริกันกลับล้มลงไปนอนชักกระตุกกับพื้นลำคอถูกปาดเป็นแผลลึกไม่อาจทราบสาเหตุได้!!!

“เกิดอะไรขึ้น!!!”  บาทหลวงฮิมุโระตะโกนถามแข่งเสียงฮือฮาในฝูงนักบวช  ทุกคนตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชายชราผู้ดำรงตำแหน่งสันตะปาปาเบิกตาราวกับนึกขึ้นได้ถึงอะไรบางอย่าง เขารีบก้มลงมอง…ผ้าคลุมศักดิ์สิทธิ์ที่ห่มร่างเด็กสาวผมฟ้า

 

 

 

“มันยังไม่ตาย!!!!” 

 

 

สิ้นเสียงตะโกนตื่นตกใจของชายชรา ทุกสายตาหันควับไปยังเด็กสาวร่างบอบบาง คุโรโกะตาตื่นตกใจมือกำผ้าคลุมสีขาวโปร่งถูกย้อมทั้งผืนกลายเป็นสีดำทมิฬสนิท ก่อนจะแห้งกรอบแตกสลายกลายเป็นผงขี้เถ้าไหม้!!!

 

 

 

 

ปึง!!!!!!!!!!!!!!

 

 

ประตูบานใหญ่เปิดโพล่งแล้วปิดตัวแรงสลับไปมา เปลวเทียนไหววูบดับมืดลง

 

 

“ผมบอกแล้วไงว่าเท็ตสึยะคือของๆผม!!!”

 

 

 

พรึ่บ!!!!!

 

ไฟติดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับราชาปิศาจอาคาชิปรากฏตัวอยู่ปลายเท้าเด็กสาว คุโรโกะสะดุ้งหันไปมองก็สบเข้ากับเนตรต่างสีวาววับพราวระริกสนุกสนาน  มือหยาบเย็นเยียบจับขาเพรียวบังคับตั้งชันแล้วแยกอ้าออกเผยให้เห็นจุดกลางตัวทรงเสน่ห์ของอิสตรีปิดคั้นด้วยกางเกงในสีขาวลูกไม้ กางเกงในถูกกระชากเลื่อนออกไปหล่นกับพื้นโบสถ์

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่านักบุญ..พวกเขาไม่เห็นอาคาชิแต่พวกเขาเห็นว่าชั้นในถูกถอดออกเองอัตโนมัติ นั่นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่ามีบางสิ่งคืบคลานเข้าไปถึงตัวหญิงสาว

 

 

“ไม่นะ!!อย่า!!!อ…อ๊า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

“แย่แล้ว!!!มันคิดจะสมสู่ในสถานที่แห่งนี้!!!!”  พระสันตะปาปาร้องเสียงหลง หน้าซีดเผือดมองร่างผอมบางขยับเคลื่อนขึ้นลงบนแท่นทำพิธี

“ออกไปนะ!!!ออกไป!!อย่า!!!ช่วยด้วย!!!!!!!!!” คุโรโกะกรีดร้องบ้าคลั่งน้ำตาเจิ่งนองหน้า  พยายามตะเกียกตะกายหนี ขยะแขยงร่างกายตัวเองนักที่โดยสิ่งน่าสะอิดสะเอียนน่ากลัวข่มขืนกลางโบสถ์  แต่ก็ไม่สามารถทำได้ พลังของปิศาจตรึงเธอไว้กับแท่นหินอ่อน ได้แต่มองราชาอาคาชิกระแทกสอดใส่เข้ามาในกายา  ดวงหน้าของปิศาจกับเขาโง้งแหลมแสยะยิ้มหื่นกระหายเห็นฟันแหลม แผดเสียงหัวเราะก้องจนอาคารในโบสถ์ร้าว

 

 

“ผมจะสมสู่กับเธอผู้นี้ แล้วก่อกำเนิดลูกหลานที่นี้เจ้าพวกมนุษย์ชั้นต่ำ!!!!”

 

 

“พระองค์!!!!!”   พระคาดินัลร้องเสียงหลงส่งสายตาบางอย่างมาให้สันตะปาปา ชายชราทำหน้าเลิกลั่กโลเลใจมือป้อมเหี่ยวย่นกำไม้กางเขนทองคำของตนแน่นพลางพึมพำบทสวดเช่นเดียวกับทุกคน   ทว่า…กลับไม่สามารถทำอะไรราชาปิศาจได้แม้แต่นิด  มันยังคงขืนใจสมสู่กับหญิงสาววิญญาณบริสุทธิ์อย่างกระหายในกามรมณ์ กระแทกกระทันจนช่องคลอดบวมช้ำฉีกขาดเป็นแผลเปิดกว้าง โลหิตไหลตามโคนขาขาวซีดสลับเสียงกรีดร้องโหยหวยทั้งน้ำตาแทบขาดใจ

“โอ้พระเจ้า!!!!”  บาทหลวงอุทานเมื่อไม้กางเขนเกิดรอยร้าวแตกเป็นทาง..สัญลักษณ์ที่ใช้ขับไล่กลับถูกข่มนามเสียแล้ว อาคาชิแสยะยิ้มเหนือชัย ตวัดมองไปยังกลุ่มบาทหลวง

 

 

“เท็ตสึยะเป็นของๆผม!!!!ใครมาขวางทางผมจะฆ่าให้หมด!!!”

 

 

บาทหลวงโดนหักคอเรียงตัวคนแล้วคนเล่า ล้มตายตาเหลือกกระดูกโผล่ทะลุเนื้อน่าสยดสยอง เรียกเสียงหัวเราะสะใจบนดวงหน้าคมล้อมเส้นผมสีแดงมีเขาแหลมสีดำเงาชวนผวา  พระสันตะปาปากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากใจยิ่งเห็นเหล่าสาวกที่ยอมสละตัวตนมาช่วยกำราบราชาปิศาจถูกฆ่าไปทีละคน เขากำไม้กางเขนแน่นพึ่งสำนึกได้ว่า

 

 

 

พลังต่างกันเกินไป!!!!!

 

 

องค์พระสันตะปาปาหลับตาปิดแน่นเม้มปากเครียดแสดงว่าก่อนหน้านั้นปิศาจตนนี้แค่แกล้งหยอกล้อให้ตายใจเท่านั้น ในที่สุดชายชราลืมตาขึ้นอย่างกล้ำกลืนฝืนทน กล่าวทั้งสีหน้าสลดใจและพยักหน้าตอบรับสายตารอคอยจากพระคาดินัลในชุดขาว

 

“พระองค์จะทำอะไรคุโรโกะขอรับ!!?”  ฮิมุโระหยุดสวดไบเบิ้ล หันไปเห็นความผิดปกติของเหล่าบาทหลวงชุดขาวชั้นสูง ตาสีเข้มฉายแววฉงนงุนงง ก่อนจะเบิกโพล่งอย่างเข้าใจ ทันทีที่เห็นลิ่มไม้แหลมถูกนำมาส่งโดยบาทหลวงชั้นผู้น้อยใต้สังกัดคนอื่น ถึงมือคาดินัลสี่คน พวกเขาเดินไปตามมุมแท่นพิธี   ชายหนุ่มผมสีดำปรกตาซ้ายจะวิ่งเข้าห้ามปรามแต่กลับถูกเหล่านักบวชท่านอื่นๆขวางไว้

“สายไปแล้วหลวงพ่อฮิมุโระ อภัยให้พ่อด้วย” สิ้นคำกล่าวของชายชราตำแหน่งสูงสุดแห่งวาติกัน ลิ่มทั้งสี่ตอกเข้ากับลงมือกับเท้าทั้งสองข้าง!!!

 

 

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

โลหิตสีแดงเจิ่งนอนกระเซ็นเปื้อนชุดคลุมสีขาวของเหล่าบาทหลวงชั้นสูง คุโรโกะหวีดร้องเจ็บปวด ตาสีฟ้าเบิกกว้างมองเหล่าบาทหลวงคาดินัลทั้ง 9 รวมพระสันตะปาปาต่างทอดมองด้วยสายตาสำนึกผิดและขออภัย  พากันหลบเลี่ยงสบตาเปี่ยมคำถามของเธอหมด

 

“พ..พวกท่านจะทำอะไรฉันคะ?” คุโรโกะถามทั้งสีหน้าตื่นตระหนก

“ให้อภัยพวกเราด้วย และหวังว่าพระองค์จะให้อภัยพวกเราเช่นกัน..” พระสันตะปาปายกปลายนิ้วจรดหน้าผากกับอกซ้ายขวา เริ่มขยับปากท่องบทสวดมนต์ต่อทันที…บทสวดที่เหมือนกับบาทหลวงคิโยชิในวันนั้นไม่มีผิด!!!

 

 

“สิ่งที่ลูกจะกระทำต่อไปนี้เป็นบาปมหันต์ พระองค์คงไม่อาจให้อภัยแก่ดวงวิญญาณของลูกแต่หากนี้เป็นการเสียสละเพื่อช่วยเหลือโลกใบนี้ ลูกก็ยินดี ในนามของพระบุตร พระบิดา พระจิต ลูกขออภัยที่ไม่อาจรักษาคุณงามความดีไว้ได้ และต้องกำจัดดวงวิญญาณของเด็กสาวผู้นี้ เพื่อที่ราชาปิศาจอาคาชิจะไม่มีวันได้เด็กผู้นี้ไป ไม่มีวัน!!!!” 

 

 

“ไม่นะ!!ไม่ๆๆๆๆได้โปรดอย่าทำแบบนี้!!!!”  ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนน้ำตาไหลพราก ตัวสั่นสะท้านรู้ถึงชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้  ใจร่วงไปถึงตาตุ่มปวดท้องน้อยบิดเกร็งไปหมด เจ็บระบมรวดร้าวผิดหวังกับเหล่านักบุญที่พึ่งพิงสุดท้าย

 

ไหนบอกว่าจะช่วย..ไหนบอกว่าจะคุ้มครอง..

ทำไม..ทำไมทำกันแบบนี้…

 

 

“มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตแสนโลเลและน่าชังนัก” ปิศาจเรือนผมสีแดงสั้นประดับเขาโค้งแหลมสีดำหายตัวไปจากระหว่างขา  ร่างบางได้ยินเสียงทุ้มดังอยู่ข้างแท่นพิธีกรรม จึงเหลือบไปมองต้นเสียงเพรียกหา พบว่าร่างสูงในชุดคลุมยาวสีดำหนังนั่งไขว่ห้างบนขอบเตียง ดวงเนตรสองสีทอดมองมาที่เธออย่างเย้ยหยั่น

“ดูรอบตัวสิเท็ตสึยะ..พวกนั้นไม่เคยคิดช่วยเธอจากผมแต่แรกแล้ว ก็แค่ ‘กลัว’ “ อาคาชิโน้มใบหน้าลงมา ทว่าคุโรโกะแขยงจนสะบัดหน้าหนี  ปิศาจผู้เป็นราชาหน้าหัวเราะในลำคอแล้วลงจากแท่นบูชาเดินวนผ่านหลังเหล่าบาทหลวงชุดขาวที่กำลังสวดมนต์ท่องภาวนามายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาวอีกครา

 

 

“สถานบำบัดจิตนั่น..พวกพ้องของเท็ตสึยะที่มอบมิตรภาพให้ต่างกลัวเธอ จนสุดท้ายก็ขับไล่ไสส่ง”

“หยุดพูดนะ..ห..หยุด!!”

“หมอมิโดริมะที่ว่าแสนดีก็ไม่ไว้วางใจเท็ตสึยะ หรือแม้แต่พ่อแม่ของเธอเอง..ยังไปตามบาทหลวงคิโยชิมากำจัดด้วยซ้ำ”

“ฮึก..ฮือๆๆ”

“และตอนนี้..อุตส่าห์ดั้นด้นหนีผมมาอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์น่าคลื่นไส้นี่ คนพวกนี้ก็ยังคิดจะ ‘ฆ่า’ เธอทิ้ง”

 

 

คำกล่าวของราชาปิศาจแทงใจดำเด็กสาวผมฟ้า รู้ดีว่าเป็นคำล่อลวงในความชั่วร้ายที่ไม่ควรรับฟัง ทว่า..คุโรโกะไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่อาคาชิได้กล่าวคือความจริงทุกประการ

 

“น่าขันนัก  นี่แหละสิ่งมีชีวิตน่าอดสูที่เรียกว่า ‘มนุษย์’

 

 

 

มนุษย์ไม่เคยไว้ใจได้และพร้อมจะทำร้ายผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง

 

 

“พวกเราต้องฆ่าเธอ..ทำลายดวงวิญญาณของเธอเสียตรงนี้ไม่ให้ได้ผุดเกิดอีก เพื่อป้องกันไม่ให้ราชาปิศาจครอบครองวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะต้องจบเรื่องนี้ ณ ที่แห่งนี้เพื่อมนุษยชาติ!!”  เสียงกู่ร้องแซซ้องใจความคือต้องการกำจัด!! คุโรโกะตาโตหวีดร้องดิ้นขอความเห็นใจ กลับถูกเหล่าพระคาดินัลใช้ค้อนตอกลิ่มทั้ง 4 แรงมากขึ้น!!!!

 

“อ๊ากกกกกกกกกก!!เจ็บ!!!ฉันเจ็บ!!!ได้โปรดอย่าทำแบบนี้!!ได้โปรด!!!พระองค์..ได้โปรด!!!ช่วยลูกด้วย!!!”

 

ตาสีอ่อนมองไปยังรูปปั้นแกะสลักหินอ่อนขององค์พระเยซู..วิงวอนขอความเห็นใจให้เหล่าบาทหลวงผู้รับใช้พระเจ้าในโบสถ์แห่งวิหารเซนต์ปิเตอร์เปลี่ยนความคิด   ม่านน้ำตาเจิ่งนอง..เธอร้องไห้..ร้องจนปวดเบ้าตาไปหมด ไหนจะแผลระบมที่หลังเท้ากับฝ่ามือซึ่งถูกตรึงไว้ด้วยลิ่มไม้

 

 

ไร้เสียงตอบรับจากพระผู้เป็นเจ้า..มีเพียงความเงียบงันกับบทสวดวิงวอนจากเหล่าสาวก

บทสวด..ที่ได้รับการปลูกฝังเสมอมาว่าจักคอยชี้นำทางสว่าง เพลานี้กลับนับถอยหลังปลิดชีพ

 

 

“ฮึกๆๆ พระองค์..” คุโรโกะรำพึงกับตนเองทั้งเสียงสะอื้น

 

 

เหตุใดพระเจ้า..ใยจึงทอดทิ้งกันเช่นนี้..

เหตุใดพระเจ้า..จึงมอบชะตากรรมเช่นนี้

 

 

“เท็ตสึยะ..พระเจ้าไม่เคยรักมนุษย์หรอก”

 

ดวงหน้าเศร้าโศกละสายตาจากรูปปั้นแกะสลักถูกตรึงด้วยไม้กางเขนมายังเพดานเบื้องบนร่างของเธอ ราชาปิศาจผมสีแดงกอดอกลอยตัวกอดอกอยู่เหนือร่างเธอ  ดวงเนตรเรียวคมต่างสีไม่เข้าคู่วาววับเรืองรองไร้ซึ่งเมตตา ปากหนาขยับแย้มยิ้มแสยะเยาะขำขันทุกครั้งที่กล่าวถึงศัตรูคนละขั้วอำนาจเช่นพระเจ้าผู้สร้างโลกใบนี้ขึ้นมา

“เจ้านั่นก็เหมือนพวกผม  ก็แค่สนุกที่ได้เล่นกับชีวิตมนุษย์เท่านั้น..ความเมตตานั่นก็จอมปลอมเสแสร้ง ไม่เคยรับฟังคำวิงวอนของมนุษย์ซักครา ‘ไม่เคยช่วยเหลืออะไรเลย’ “   ปิศาจเรือนผมสีแดงสั้นกับเขาแหลมสีดำเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ

 

 

“แต่ผมน่ะไม่เหมือนกัน..พวกนั้นคิดฆ่าเธอ..แต่ผมไม่เคยเลยซักครั้ง”  วาจาปิศาจดังแผ่วเบากระซิบข้างหู..ชัดเจนจนหญิงสาวร่างบางขนลุกชันเสียวสันหลังวาบ

“ผมพร้อมที่จะปกป้องดูแลเท็ตสึยะ ผมจะมอบความรักอันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดให้กับเธอ ทำให้เธอเป็นราชินีเคียงคู่กับผม”

“……”

“แล้วเราจะเผาโลกใบนี้ด้วยไฟจากนรกโลกันต์ให้มอดไหม้..ผมกับเธอเราสองคนจะย้อมโลกใบนี้ให้เป็นสีแดงฉานด้วยกัน”

 

ร่างสูงโปร่งของปิศาจรูปงามลดระดับตัวลอยลงมาเกือบแนบชิดทาบทับร่างสตรีเรือนผมสีฟ้าอ่อน  เขาและเธอห่างกันไม่กี่เซนคุโรโกะสัมผัสได้ถึงลมหายใจเย็นเชียบรดใบหน้ากับเสียงทุ้มหนาวจับใจกระซิบใกล้ๆ คำกล่าวที่ทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัวกับฝ่ามือเย็นชืดประดับเล็บแหลมยาวสีดำเข้มลูบไล้หน้าท้องแบนราบอย่างทะนุถนอม

 

 

“ในนามของพระบิดา พระบุตร พระจิต..พวกเราเหล่าสาวกของพระองค์ผู้ซึ่งเปี่ยมเมตตาแก่มนุษย์ ด้วยไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์นี้จักปัดเข้าที่ดวงใจของเด็กสาว ชำระบาปและสลายดวงวิญญาณให้หลุดจากการวนเวียน เพื่อที่ปิศาจร้ายไม่ว่าตนใดจักไม่มีวันได้ครอบครองดวงวิญญาณของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ไม่ว่าจะภพชาติไหนก็ตาม!!ขอพระองค์ทรงอภัยให้กับบาปหนาของพวกเรา”

 

 

 

“เลือกสิ..เท็ตสึยะ”  มือที่เคยหวาดกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด  มือที่เอาแต่ผลักไสมาตลอดยื่นตรงมา

“เพียงแค่เธอตอบตกลงเท่านั้น”

 

 

 

คำเชื้อเชิญของปิศาจ..คำล่อลวงให้ตกหลุมพราง..วาจาหวานล้ำแฝงภัยร้ายคุกคาม

กลับเป็นสิ่งเดียวที่หยิบยื่นความช่วยเหลือ

 

 

“…….”

 

ปากอิ่มสั่นระริก..คำเรียกหาทั้งเสียงแผ่วเบาในลำคอดังกระซิบตอบกลับมา..มีเพียงราชาปิศาจเท่านั้นที่ได้ยินและรอคอยพร้อมรับฟังอยู่ผู้เดียว

 

 

 

 

 

 

“ช่วยฉันด้วย”

 

 

 

“ขอสวดส่งอาลัยแก่ดวงวิญญาณของเด็กสาวผู้นี้!!อาเมน!!!!”  พระสันตะปาปากล่าวเสร็จสิ้น มือทั้งสองกำไม้กางเขนทองคำชุบน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์พุ่งตรงหมายแทงลงไปที่หัวใจของคุโรโกะ เท็ตสึยะ!!!

 

 

 

 

ฉึก!!!!!!!!!!!!!

 

 

บรรยากาศกลับสู่ความเงียบสงัด..ทุกสายตาเต็มไปด้วยแววตาตกตะลึง บาทหลวงและแม่ชีหลากหลายยศฐาอ้าปากค้าง ไม้กางเขนในมือประมุขแห่งศาสนาคริสต์แทงทะลุคอหอยตัวเอง ชายชราร่างท้วมถอยห่างจากแท่นพิธีกรรม กระอักเลือกออกจากปากนัยน์ตาสีฟ้าเลื่อนลอยพยายามเบิกกว้างเพ่งมองเด็กสาวผมสีฟ้านอนนิ่งบนเตียงให้มากที่สุด มือป้อมเหี่ยวย่นสั่นระริกชี้นิ้วไปยังแท่นหินอ่อนบนลานทำพิธีขับไล่ปิศาจ

 

“ป..ปิศาจ…”

 

 

 

ตึง!!!!!!!!!!!

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” แม่ชีกรีดร้องลั่นโบสถ์ ทุกคนแตกตื่นยามที่เห็นองค์พระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์ต่อหน้าต่อตา สาวกของพระผู้เป็นเจ้าไม่อาจทำใจสงบนิ่งได้อีกต่อไป ต่างคนต่างวิ่งเตลิดพยายามบ้างก็เหยียบกันตาย บ้างก็ผลักคนข้างตัวตกระเบียงลงมาคอหักเพื่อที่จะไปถึงประตูใหญ่ให้เร็วที่สุด

 

ปัง!!!!

 

ประตูปิดสนิทไม่สามารถเปิดได้ กระจกหน้าต่างระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆทุกบาน ฝูงอีกาที่รออยู่ด้านนอกบินถลาเข้ามาบินวนรอบเต็มโถงทำพิธีกรรมขนาดสูงใหญ่ รายล้อมบินเป็นวงกลมเหนือร่างของเด็กสาวเรือนผมสีฟ้า  ฮิมุโระตาโตฉายแววตื่นตะลึง ความศักดิ์สิทธิ์แห่งวาติกันถูกทำลายลงแล้ว และตอนนี้เขาได้เห็นราชาปิศาจอาคาชิปรากฏเต็มร่างสู่สายตาทุกคน ณ สถานที่แห่งนี้ บุรุษร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้นตาต่างสี..ดวงเนตรสีอำพันวาววับคือสัญลักษณ์ของปิศาจเบิกมองพราวระริกลอยตัวเหนือร่างสตรีที่ตนอยากครอบครองเป็นที่สุด

 

 

 

“ถึงเวลาถือกำเนิดราชินีของผม”

 

 

คุโรโกะลืมตาขึ้น..เนตรข้างซ้ายแปรเปลี่ยนเป็นสีอำพันเช่นเดียวกับราชาปิศาจอีกาบินลงมาเกาะตามในขณะที่เด็กสาวหยัดกายลุกขึ้นกระชากแขนขาหลุดจากลิ่มไม้เป็นแผลเหวอะเลือดสาดกระเซ็น  อีกาสลายร่างกลายเป็นเสื้อหนังสีดำรัดรูปตัดผิวขาวซีด แผลที่ถูกทำร้ายค่อยๆสมานตัวจนหายดี  เขาสีดำโง้งแทงขึ้นช้าๆจากขมับหัวสองด้านตามด้วยปีกสีดำทะลุแผ่นหลังเปลือยเปล่าสยายออก

ดวงหน้าไร้อารมณ์เชิดหน้าสูงขึ้นเผยตาต่างสีระหว่างฟ้านภากับอำพันวาววับประหนึ่งอสรพิษ แววตาแบบฉบับของปิศาจ..จ้องมองเหล่าสาวกพระผู้เป็นเจ้ารวมหัวกันกู่ร้องผลักไสให้ฆ่าเธอ อีการ้องรับคำสั่งพุ่งเข้ามานับพันหรือมากกว่านั้นจิกทึ่งกระชากเนื้อบาทหลวงมากิน    ราชาอาคาชิหัวเราะบ้าคลั่งเบิกตากว้างวิปลาศสยายปีกสีดำจากด้านหลังบินเข้าไปกระชากแขนขาบาทหลวง หักคอแม่ชีและควักลูกตามาบีบเละคามือ

 

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

 

 

.

.

.

 

 

ติ๋ง!!!!ติ๋ง!!!!

 

 

หยดโลหิตร่วงหล่นจากรูปปั้นแกะสลักองค์เยซูซึ่งหักโค่นเป็นสองท่อนล้มระเนระนาดเป็นซากวัตถุไร้ค่า จมในกองเลือดเจิ่งนองพื้นโบสถ์สีขาว จิตรกรรมฝาผนังเปื้อนโลหิตสาดกระเซ็นทุกทิศทางไม่เหลือพื้นที่ว่างใดๆ  ราชาปิศาจเรือนผมสีแดงในชุดคลุมสีดำโชกเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า นั่งอยู่บนรูปแกะสลักแห่งบุตรของพระเจ้า เอาเท้าสวมบู๊ทหนังย่ำเหยียบไม้กางเขนบนพื้นจนแตกหักไม่มีชิ้นดี  ประตูบานใหญ่เปิดออกอีกครั้งทำให้ปีศาจสองหนุ่มสาวละสายตาจากซากศพมายังผู้มาเยือนอีกสองคน

“ว้า..เซย์จัง..อาละวาดวาติกันเละแบบนี้ไม่เหลือให้ฉันได้สนุกบ้างเลยอ่ะ” ปิศาจเรโอะในชุดหนังงูกับผ้าคลุมสีดำประดับขนมิงค์หรูหรายกมือทาบแก้มทอดมองศพสาวกพระเจ้าอย่างเสียดาย รองเท้าสนเข็มสีดำเงาเหยียบกองเลือดแล้วเอาเท้ากระทืบเจาะตาแม่ชีรายหนึ่งที่ยังหายใจรัวรินกำไม้กางเขนไว้

 

“ยังอุตส่าห์เหลือให้อีกหนึ่งนะ ใจดีจัง”

“บังเอิญมากกว่าน่ะสิ”  อีกเสียงมาจากปิศาจหนุ่มเรือนผมสีขี้เถ้า ดวงเนตรสีเทาเฉยชาทอดมองไปยังสตรีเรือนผมสีฟ้ายาวถึงสะโพกชี้กระดกยุ่งไปมา..เด็กสาวอ่อนแอหวาดกลัวที่ไปโผล่วอนขอพระเจ้าอย่างไร้สาระวันนั้น..วันนี้เป็นไปอย่างที่ราชาแห่งปิศาจต้องการไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

 

“คุณก็เป็นปิศาจจริงๆด้วยสินะคะ หลวงพ่อมายุสุมิ” คุโรโกะผินหน้ามามองชายร่างสูงที่ปลอมเป็นบาทหลวงเข้าหา มายุสุมิในวันนี้ไม่ได้อยู่ในอาภรณ์ผ้าคลุมสีดำกับไม้กางเขนจอมปลอม แต่กลับอยู่ในชุดคลุมสีดำยาวลากพื้นหนาทึบกับเขาแหลมระเกะระกะเหมือนกวางไม้มีผิดเพี้ยน พยักหน้าตอบรับอีกฝ่ายตามประสาคนพูดน้อย

 

 

“ยินดีต้อนรับ องค์ราชินีของพวกเรา” เรโอะและมายุสุมิเขยิบเท้าหลีกทางให้สองปิศาจผู้กุมอำนาจสูงสุดโค้งคำนับเคารพ

 

 

ราชาปิศาจลุกจากรูปปั้นส่วนตัวที่โค่นหักของพระเยซูก้าวมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ปิศาจสาว..อดีตมนุษย์ที่ขายดวงวิญญาณให้กับปิศาจเพื่อแก้แค้นมวลมนุษยชาติ

 

 

 

หมดสิ้นแล้วศรัทราที่มี..โลกใบนี้ไม่สมควรมีแสงสว่างจอมปลอม

ลวงหลอกและโป้ปด ‘มนุษย์’ น่ารังเกียจนัก

 

 

 

“คลอดลูกให้ผมเท็ตสึยะ เรากับลูกหลานและพวกพ้องจากนรกจะทำลายโลกนี้ให้พังพินาศย่อยยับด้วยกัน”

“ค่ะ”

 

 

ราชาปิศาจผู้มอบความรักอันยิ่งใหญ่ ไม่มีใครเทียบเทียมได้อีก

 

 

อาคาชิกระชากแขนอรชรเข้ามาใกล้แล้วรวบกอดเข้ามาในอ้อมแขน ฝ่ามือเย็นหยาบเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างทะนุถนอม ลูบผ่านดวงตาซ้ายสีอำพันสัญลักษณ์ของปิศาจ ก่อนที่ทั้งสองจะโน้มใบหน้าลงมอบจูบอันเร้าร้อนให้แก่กันและกัน  เหล่าปิศาจปรากฏกายโผล่ขึ้นมาจากผืนดินมากมายเกือบหลายล้านตน นั่งคุกเข่าสรรเสริญองค์ราชาและราชินี  เสียงคำรามกู่ก้องไปทั่วโลกา ไฟนรกลุกท่วมทุกหนทุกแห่ง โลกวินาศสันตะโร กลิ่นคาวคลุ้งเลือดลอยล่องปะปนในอากาศช่างหฤหรรษและหอมหวานนัก

 

 

ดาบสองคมกับบททดสอบด้วยดวงวิญญาณบริสุทธิ์

ถูกย้อมจนกลายเป็นสีดำสนิท..นั่นคือ..ชัยชนะของปิศาจ!!

 

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เหลือแค่บทส่งท้ายตอนหน้าจะเป็นตอนจบแล้วค่ะะะะ

ต้นๆเรื่องเราใส่อดีตชาติจากฟิคสด the satan : beginning หรือ ภาค 0 ไว้ด้วย

ใครไม่อ่านต้องย้อนทวิตเอานะ ไม่ได้รวมไว้ ฮะๆ ตอนนี้หลายคนคงเข้าใจแล้วว่าท่านหลอกล่อน้องยังไง

 

 

บทส่งท้ายตอนหน้าจะเล่าผ่านมุมมองอาคาชิบ้าง เรื่องนี้ค่าตัวแพง คอสตูมอลัง ออกมาแต่ละทีหาได้ปกติสุขไม่ ฮาาาา

 

นับถอยหลังอีก 1 ตอนสุดท้ายก็จะจบฟิคนี้แล้ว

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

12 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]The Satan//Part7

  1. RIP พี่ฮิมุโระ TT^TT

    พระเจ้าอยากไม่ช่วยน้องนัก น้องคัมแบคกลับไปหาท่านแล้วเห็นมั้ยยย
    คลอดลูกให้ท่าน ก็คงมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง

    น้องเกือบระลึกชาติได้แล้วว่าเคยเป็นเมียท่านมาก่อน
    ท่านรักเดียวใจเดียวนะ รักน้องไม่เปลี่ยนแปลง >.<

    อยากรู้ตอนท่านเปิดซิงน้องตอนเป็นเด็กจัง ( ความหื่นครอบงำ 5555 )

    • เปิดซิงเด็กน้อยวัย 6 ขวบ โลลิค่อนมากท่านราชา 5555 พี่มุโระมาหล่อแป๊บๆก็จากไป น้องมีลูกเพียบแน่ค่ะ ท่านนี่มีปมฝังใจเรื่องลูกอยู่ อ่านฟิคสดภาค0จะรู้เลย กลับไปนี่ปั้มรัวๆ

      เกือบๆระลึกได้ ฝันคุ้นๆว่าเคยรักกับใครมาก่อน แต่ตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออก 100% นะ คิดแค่คงเป็นฝันแล้วก็ผ่านไปอย่างงงๆ

  2. ฮือวววว คิดผิดที่นอนเร็วสินะคะ ฟิคมาได้ถูกเวลามากค่ะพี่สาว กำลังใจก่อนสอบ 7 วิชามาร *//////////*

    ตอนนี้ชอบตรงที่สะท้อนเรื่องการเอาตัวรอดของมนุษย์ได้ดีจริงๆ เลยค่ะ อ่านแล้วคือแบบ มันเป็นแบบนี้ในหลายๆครั้งอย่างที่ท่านอาคาชิได้กล่าวบอกกับน้องจริงๆ เลยค่ะ

    ตอนที่น้องฝันเห็นนั้นคือน้องระลึกชาติได้บ้างใช่ไหมคะ ?

    แต่ว่าก็สมเป็นท่านนะคพ แกล้งตายก่อนแล้วตลบหลังนักบวชทีหลัง ไล่ฆ่าทั้งหมด… โศกนาฏกรรมแท้ๆ สุดท้ายน้องก็ไม่ได้เป็นวีรสตรีกอบกู้ช่วยโลกเลย…

    พี่ฮิมุแลดูจะสงสารน้องมากที่น้องต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แต่ถ้ามองในโลกสวยแบบพวกเขาก็ต้องรักษาโลกก่อนแหละ โหย ซาตานอย่างนี้จะฆ่าก็ง่ายไป๊ !!

    ท่านนี่ล่อทุกวิถีทางให้น้องตอบตกลงรับความช่วยเหลือจากท่านสินะคะ แต่ถ้าตกในสถานการณ์แบบน้องนี้ก็คงเลือกราชาปีศาจเหมือนกัน…

    แลดูชีวิตทางเลือกจะเหลือเพียงท่านอาคาชิที่มอบความรักให้น้องอย่างเต้มเปี่ยมคนเดียวเลยง่ะ… รู้สึกคนแบบนี้หนูขอแต่งงานด้วยแต่ไม่เอาความโหดแบบนั้นได้มั้ยยยยยย ;/////;

    • จะสอบสู้ๆนะ ทั้งเรื่องเราปูปมสะท้อนใจมนุษย์หมดเลย ประเด็นหลักๆฟิคนี้จริงๆคือ เราเสนอความเห็นแก่ตัวคน ยิ่งตอนนี้ชัดเจนมาก และอาคาชิก็รู้สันดานมนุษย์ดี อายุนานมา1000ปีรู้เห็นอะไรเยอะ ที่ล่อลวงมาหมดก็เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ท่านมีอารมณ์ขันหยอกบาทหลวงด้วยนะ ฮาาาาา จริงๆจะอาละวาดเลยก็ได้ แต่เดี๋ยวน้องปฏิเสธใหญ่ ต้องค่อยเป็นค่อยไป น้องยังระลึกชาติไม่ได้ค่ะ แค่แบบแว่บๆมาในหัว คิดว่าเป็นแค่ฝันๆนึง

      พี่มุโระเห็นใจน้อง สงสารน้องนะ แต่เทียบความสัมพันธ์ก็ไม่มีอะไรลึกซึ้ง แค่ทำตามหน้าที่ของบาทหลวงช่วยคน เป็นเราเราก็ตกลง ไม่อยากตายอ่ะ 5555

      ท่านรักจริงรักนาน รักทะลุเกจทั่วไป คือรอมานานพันปีแล้วเป็นปิศาจผ่านโลกเยอะ พ่วงวิญญาณน้องบริสุทธิ์มาก ปิศาจยิ่งชอบยิ่งอยากลองของล่อลวง

  3. นายน้อยปรากฎเต็มองค์!!!! แถมด้วยพี่เรโอะเเละพี่มายุเเบบคอสตูมจัดเต็ม !!!! จะไปเดินแฟชั่นกันใช่มั้ยคะ555
    ตอนต้นที่มีอดีตของน้องกับนายน้อย มันหวาน มันเศร้ามาก เค้ารอของเค้ามานานนม มีเเต่คนจ้องจะขัดขวาง ในฐานะราชาปิศาจก็ต้องแสดงอำนาจให้สมภาคภูมิกันหน่อยล่ะ ส่งอีกามาก่อนเลย555 เดี๋ยวไม่รู้ว่าใครมา (อีกายังไม่หมดฟาร์มอีกเหรอคะ นายน้อย)

    ในที่สุดน้องก็ไม่ต้องหนีละ ได้เวลายอมรับชะตากรรม อย่างน้อยๆตัวเองก็(รู้สึก)ได้เลือกเส้นทางของตัวเองที่จะหันหลังให้กับสิ่งที่ศรัทธาที่ไม่เคยช่วยอะไรน้องเลย ใครๆก็รักชีวิตกันทั้งนั้นจู่ๆก็มาบอกตายซะนะเพื่อช่วยโลก บร้าเถอะค่ะ ใครจะยอมแล้วตอบ ค่ะ โอเคเลย เพราะงั้นเราชอบที่น้องเลือกทางนี้นะคะ จากวันพีซสีขาวสู่วงศ์วานชุดหนังรัดรูป555
    หลังจากนี้นายน้องกับน้องคงปั๊มลูกมาตั้งทีมฟุตบอลได้หลายทีมเเน่เลยค่ะ ให้สมสาแก่ความคิดถึง(รึเปล่านะ?)ของนายน้อย
    ป.ล. แอบตกใจกับกางเกงในลอยได้ นึกภาพว่าตัวเองเป็นนักบวชรอบข้างที่มองไม่เห็นปิศาจ คงแบบ เอิ่ม….ลอยได้ด้วยล่ะ คงไม่ลอยไปตกหัวใครเเถวนั้นนะคะ555
    ร่วมเคาท์ดาวน์กับคุณบลัดในการปิดไหค่า รอบทส่งท้ายนะคะ

    • รวมผลคอสตูมแฟชั่นสีดำ น้องเปลี่ยนจากวันพีชขาวมาเข้าวงการชุดหนังสีดำว่อบๆแวมๆ สม อดีตของท่านกะน้องเหมือนหลายพันปีก่อน ถ้าใครได้ทันฟิคสด แบบ..จากที่กลัวๆอาคาชิกลายเป็นเห็นใจเลย คือรอมานานมากกก

      อีกายังไม่หมดค่ะ กร๊ากกก ใช้สิ้นเปลืองจริงๆ น้องนี่ได้พลังจากท่านต่อกลายเป็นอีกาจืดจางอีกคน เราเป็นน้องเราก็เซย์โอเค ไม่อยากตายอ่ะ อาคาชิก็แค่หว่านหมากหว่านคลิปไป เพราะรู้สันดานคนดีว่าต้องรักตัวกลัวตาย ให้น้องได้เห็นเนื้อแท้มนุษย์ ขนาดบาทหลวงพระเจ้าก็ยังเป็นแค่คนอยู่ดี จากนี้ลูกปั้มแหลกค่ะ ท่านนี่รอน้องมานาน สาสมความอยากเลยล่ะงานนี้ กร๊ากกกกก ตอนกางเกงในกระชากหลุด มโนลอยตามเราคงเหวอพอกันแบบ เฮ้ยยย 5555555 ตอนหน้าตอนจบแล้ว ปิดท้ายกับมุมมองราชาปิศาจกัน

  4. อยากจะกรี๊ดกับความฝันของน้อง น้องได้ฝันถึงเรื่องในอดีตด้วย กรี๊ดดดดดด แล้วก็กรี๊ดให้กับรักที่สมหวังของท่าน เห็นคุณบลัดบอกท่านจะปั๊มลูกให้แหลก เอาเลยค่ะ เชียร์เต็มที่แต่ได้โปรดเพลาๆมือกับน้องด้วยนะ น้องบอบบางนะ .. ตอนหน้าคือตอนสุดท้ายแล้วปิดไหดองของคุณบลัดอีกเรื่อง (เชียร์ให้เปิดไหใหม่ด้วย) เป็นมุมมองของท่านสินะคะ คงจะแนวๆเหงาและเปล่าเปลี่ยวมานับพันปี พอมาเจอน้องที่แสนจะบริสุทธิ์ก็เลยจะเอามาเป็นของตัวเองให้ได้ อยู่มาพันปีไม่เคยถูกใจใครมากขนาดนี้ แต่ลืมอย่างนึง ว่าแต่ท่านจำได้มั้ยคะว่าน้องก็คืออดีตภรรยาที่รักอ่ะ?

    • เวลานี้น้องน่าจะยอมท่านร่วมมือง่ายๆแล้วล่ะ ยินดีตั้งท้องให้เลย ฮาาาาา
      น้องฝันถึงอดีตนิดๆ เหมือนเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นแต่ก็ยังจำไม่ได้ ตอนหน้าเป็นมุมมองท่านบ้างแล้ว อคช ฟิคนี้ค่าตัวแพงโคตรๆ ออกมาเต็มๆก็สามตอนสุดท้าย แถมมาแต่ละทีก็ไม่ได้เต็มองค์เลย มาไม่ปกติซักรอบ ตอนจบนี้มาเป็นรูปเป็นร่างหน่อยก็ยังพาหลอนจิต

      ท่านจำน้องได้ไหม..อันนี้รอดูมุมมองท่านตอนหน้าดีกว่า

      เปิดไหใหม่? จริงๆมีพลอตแดงดำอยู่นะที่อยากทำเป็นเรื่องยาว แต่เดี๋ยวขอดูก่อนนะ ของเก่ายังไม่เคลียร์เลย 555555

  5. แง้ๆๆๆๆๆๆ เจ๊บลัดดดดดดดด ซ้ำรอย Blue exorcist อีกแย้ว บาทหลวงแม่ชีตายยกวาติกันเลยอ่ะ แล้วโลกจะเป็นยังไงต่อไป ผมยังอยากไปทัวร์สวิต ไปเที่ยวสวีเดน อยู่น่ะ อาคาชิจิผมไม่ยอมให้นายย้อมโลกให้เป็นสีแดงหรอก โลกใบนี้ต้องโดนย้อมด้วย แสงเหลืองทองผ่องอำไพแห่งรอยยิ้มแสนสดใส สไลต์เรียวตะจัง ต่างหาก ^0^ (หาเรื่องผิดคนแล้ว อาคาชิจิผมเป็นร่างสถิตมิคาเอล เชียวน่ะจะบอกให้ คริคริ)

  6. สมกับเป็นตัวละครค่าตัวเจ็ดหลัก
    ออกมาแต่ละทีอลังการตลอด
    ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม และสเปเชี่ยลเอฟเฟคต์
    ท่านจะเข้าชิงออสการ์ทั้งสองสาขาใช่มั๊ยคะ
    สาขาเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยมกับสาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม//อีกาบินชนหน้าต่าง

    ชอบตรงช่วงแต่ปางก่อนตอนต้นเรื่องน่ะค่ะ
    มันทำให้ความชั่วร้ายของราชาปีศาจอาชิกลายเป็นความหล่อทันที
    คือโรแมนซ์มากอ่ะ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับน้อง
    ทั้งแต่บีบคั้น ต้อนให้จนมุม หว่านล้อม
    การได้น้องมาเป็นราชินีีช่างเป็นคุณค่าที่ท่านคู่ควรจริงๆ (คือลงทุนมหาศาลอ่ะ)
    และคอสตูมน้องตอนเป็นราชินีก็ดูแพงเช่นกัน
    แถมเซ็กซี่ด้วย จนเรานึกถึง Black Widow ในหนังของมาร์เวล
    ในกรณีทั่วไป
    หากจะมีทายาทและฝ่ายหญิงสวมชุดแบบนี้ จะใช้เวลานานมากกว่าจะได้ทำอะไร
    แต่คิดว่าถ้าเป็นท่านในเรื่องนี้คงสบายมากกกกกกกกกก
    (เบลอสองบรรทัดข้างบนไปซะ)

    • อดีตชาติทำให้ความน่ากลัวของท่านดูหล่อจับใจมากจริงๆ 5555 ท่านน่าจะได้รางวัลสมราคา แหกศพ อีกาบิน คอสตูม บทหลอนจิต ลอยตัวอีก เล่นยากทุ่มทุนน่าดู กร๊ากกกก

      ทั้งเรื่องปูมาทั้งหมดคือแผนท่านล่อลวงน้องในตอนนี้เลย ตอนนี้คือบทสรุปการล่อลวงทั้งหมด และแล้วน้องก็สมยอมท่าน น้องในชุดที่เราจิ้นคือรัดๆ นุ่งห่มน้อยเปลือยหลังด้วย หุหุ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s