[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part14(END)

 

[Fic  Kuroko no Basket] Bloody Complex

Paring : Akashi x Kuroko ( Akakuro)

Rate    : Nc-17 , incest , yandere

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Bloody Complex  14

 

 

 

เอี๊ยด!!!

 

 

รถลีมูซีนสีดำจอดสนิทริมถนนลาดยาว ประตูหลังเปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวบอบบางในชุดเดรสสีขาวยาวคลุมเข่ากับหมวกสานปีกกว้างก้าวเดินลงจากรถข้ามผ่านรั้วเหล็กเตี้ยสีดำบนถนนปูหินอ่อนสีขาวเส้นเล็กๆขนาบซ้ายขวาด้วยพุ่มดอกเดซี่ดอกเล็กๆเบ่งบานรับสายลมกับแสงแดดยามเช้าตรู่

 

 

กึก!!

 

เท้าสวมรองเท้าสนเตี้ยสีขาวหยุดอยู่หน้าป้ายหลุมศพทั้งสาม ฝังเคียงข้างกัน ใต้ผืนดินผืนเดียวกันที่ปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างสุดลูกหูลูกตา

 

 

‘อาคาชิ ฮิเมะ‘ 

‘อาคาชิ เซย์นัน’ 

‘คุโรโกะ เทนชิ’

 

 

จากเพื่อนสมัย ม.ต้นทั้งสามคนสู่โศกนาฏกรรมความรักที่นำพามาซึ่งความสูญเสียของทุกสิ่ง..เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์กลายเป็นอิสตรีวิปลาศ..นางฟ้าผู้แสนบริสุทธ์จำยอมแปดเปื้อน..ราชันย์ผู้ละโมบในทุกสิ่ง ท้ายสุดก็สูญเสียทุกอย่าง..

 

 

 

ทิ้งไว้เพียงความผิดบาปในโลกา

 

 

ช่อดอกกุหลาบแดงวางลงหน้าหลุมศพบิดา ช่อดอกวานิลลาวางลงหน้าหลุมศพมารดาและช่อกุหลาบสีขาววางลงหน้าหลุมศพภรรยาหลวงของบิดา  นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตยากแก่การคาดเดาอารมณ์มองหลุมศพทั้งสามด้วยท่าทีสงบนิ่งก่อนจะหลับตาลงช้าๆสวดมนต์ภาวนาถึงพระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองดวงวิญญาณผู้จากจรไปไกลไม่อาจหวนคืน

 

“คุณพ่อ..คุณแม่..คุณแม่ของอาคาชิคุง”  คุโรโกะกระซิบถึงคนทั้งสามด้วยเสียงแผ่วเบา เธอเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วกล่าวต่อ

“หลับให้สบายนะคะ”

 

 

เพื่อตระกูล ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ จึงได้เกิดมา

เพื่อความรัก ‘คุโรโกะ เท็ตสึยะ’จึงได้เกิดมา

‘พวกเรา’ เกิดจากเรื่องราวน่าเศร้าระหว่างหนึ่งบุรุษสองสตรี

 

 

ลมพัดผ่านแรงจนเธอต้องยกมือจับหมวกไว้ เส้นผมสีฟ้าพลิ้วไหวไปตามกระแสสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าบนนภาสีครามสดใส  ก่อนจะหันมองไปยังอีกบุรุษที่ตามติดมาด้วยกัน ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำตัดเย็บประณีตเสยผมสีดอกเลาขึ้นเรียบแปล้ยืนค่อมตัวเคารพเด็กสาวตรงหน้าด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อม

 

“ขอบคุณนะคะคุณมาซากิที่มาเป็นเพื่อนฉันและทำตามคำขอของฉันที่ให้คุณแม่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่” คุโรโกะกล่าวกับพ่อบ้าน

“คุณหนูโปรดอย่าขอบคุณกระผมเลยขอรับ สิ่งที่กระผมทำเทียบแล้วยังไม่อาจชดใช้ความผิดบาปที่ไม่สามารถห้ามนายท่าน จนทำให้คุณหนูต้องเป็นแบบนี้” มาซากิก้มหน้าสำนึกผิด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจดี ต่อให้คุณมาซากิไม่ทำ คนอย่างคุณพ่อต้องหาทุกวิธีเพื่อให้ฉันตกเป็นของอาคาชิคุง..นี่เป็นเกมส์กระดานที่คุณพ่อตั้งใจจะชนะให้ได้แต่แรกอยู่แล้ว”

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ ให้อภัยแก่ชายผู้นี้จากใจจริง เธอเข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงผู้น้อยตัวเล็กๆไร้ซึ่งอำนาจ ไม่อาจต่อต้านราชาไร้พ่ายได้ กระนั้นมาซากิที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควร..รู้ทั้งรู้ว่าผิดศีลธรรม  ทำได้เพียงหลับหูหลับตาทำตามคำสั่งอันแสนโหดร้ายของผู้นำตระกูลคนที่ 9 ผู้ลาลับไปด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ยิ่งอีกฝ่ายให้อภัยเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกอับอายบาปของตนเท่านั้น

 

“จะว่าไปแผลของคุณมาซากิดีขึ้นแล้วสินะคะ?”

“ขอรับ ถึงจะเจ็บแปล๊บๆบ้างก็พอเดินเหินได้อยู่ คุณหนูไม่ต้องกังวลหรอกขอรับ” มาซากิยิ้มบางๆอธิบายสภาพร่างกายของตนเอง รอยแผลนับสิบหลังเสื้อสูทที่ทำเอาเขาต้องเข้าโคม่าที่โรงพยาบาลเกือบหนึ่งปีเต็ม..รอยแผลที่เกิดจากการกระทำของทายาทตระกูลอาคาชิคนที่ 10 เด็กหนุ่มผู้น่าสงสารและเป็นคนที่รับผลกรรมมากที่สุดจากโศกนาฏกรรมเรื่องนี้

“กระผมไม่รู้สึกโกรธหรือเคียดแค้นนายน้อยแม้แต่นิด สำหรับบาปของผู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่คิดเข้าไปห้ามปราม  แผลทั้งหมดนี่ก็สมควรแล้วขอรับ”  นิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลยทั้งที่เห็นคาตา..รู้ทั้งรู้ว่าเจ้านายมีคนรักอยู่ก็เอาแต่เฉยปล่อยให้แต่งงานกับคู่ครองที่ตระกูลเห็นควรว่าเหมาะสม รู้ทั้งรู้ว่าเจ้านายคิดไปคบชู้กับคนรักเก่าก็ยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่

 

 

 

รู้เห็นทุกอย่าง แต่กลับปล่อยปละละเลย

 

 

 

 

“ไปกันเถอะขอรับคุณหนู นี่ก็จวนเวลานัดหมายแล้ว”

“ค่ะ”

 

 

ใบหน้าขาวดั่งผิวกระเบื้องตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณพยักหน้า แล้วเดินนำพ่อบ้านวัยกลางคนไปยังรถลีมูซีนสีดำที่จอดรอหน้ารั้วสถานที่ฝังศพบริเวณชานเมืองห่างไกลจากกรุงโตเกียว

 

 

 

 

 

 

พ่อบ้านมาซากิกลายเป็นคนขับรถประจำของเธอหลังจากที่เจ้าตัวหายดีพึ่งออกจากโรงพยาบาลมาได้ 2 อาทิตย์ ปลายนิ้วแกร่งกดปุ่มเปิดวิทยุหวังว่าจะหาเพลงบรรเลงให้เด็กสาวทายาทนอกวงศ์ตระกูลอาคาชิที่นั่งอยู่เบาะหลังได้พักผ่อนหย่อนใจ

 

 

“วันนี้เราจะมาสรุปข่าวดังในหนึ่งปีที่ผ่านมาดีกว่าครับ คงจะไม่พ้นเรื่องทายาทตระกูลนักธุรกิจชื่อดังอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น อาคาชิ เซย์จูโร่ จากเด็กหนุ่มที่ดีพร้อมไปทุกอย่างแท้จริงกลับกลายเป็นคนมีอาการทางจิตน่าผวา จากคดีแทงพ่อบ้า— ปิ๊บ!!!! ”

 

 

เนื้อความที่ดังออกจากลำโพงนั้นทำเอาหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยตามวัยซีดเผือดเหงื่อแตกจนต้องรีบกดปิดวิทยุฉับพลัน!! บรรยากาศในรถลีมูซีนเงียบสงัดไปกว่าเดิมจนได้ยินเพียงเสียงลมจากช่องแอร์เท่านั้น ถึงอย่างนั้นหาได้ทำให้คนขับรถใจสงบจิตใจลงได้ ตาสีขุ่นเหลือบมองใบหน้าเด็กสาวผมฟ้าที่ปล่อยยาวถึงกลางหลังเอาแต่นั่งเปิดแฟ้มเอกสารสีดำบนตักเงียบๆไม่แสดงท่าทีใดๆ

 

 

ต่างคนต่างเงียบ…เงียบนานจนอึดอัดไปหมด

 

 

“จะว่าไป..ก็ผ่านมาปีนึงแล้วนะคะ”  จู่ๆคุโรโกะกลับเปิดเรื่องพูดขึ้นถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดที่ทั้งสองพยายามลืมเลือน มือเหี่ยวย่นกำพวงมาลัยแน่นจนขึ้นข้อขาวก่อนจะพยักหน้าขานรับการสนทนาจากอีกฝ่าย  คุโรโกะถอนหายใจแล้วปิดแฟ้มสีดำลงซึ่งเขียนชื่อไว้บนปกว่า ‘บัญชีวงเงินบริษัทอาคาชิคอปเปอร์เรชั่น’

“ตั้งแต่วันนั้นผู้ถือหุ้นพากันถอนตัวออกไปเกือบหมด จนตอนนี้ต้องทยอยปิดสาขาในหลายเขตเมือง กว่าจะเรียกความไว้วางใจกลับมาได้ก็คงยาก” คุโรโกะกล่าวต่อ

 

 

ในตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอกับมาซากิต้องคอยดูแลประคับประคองบริษัทของตระกูลให้อยู่รอดฝั่ง ลูกค้าก็พากันหนีหาย ไหนจะศึกจากคู่แข่งที่จ้องเข้ามาเล่นงานและศึกในบริษัทซึ่งก็คือเหล่าผู้ถือหุ้นที่พยายามจะหุบบริษัทไปเป็นของตัวเองโดยอ้างอาการป่วยของบุตรชายเพียงหนึ่งของอาคาชิ เซย์นันว่าไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะดำรงตำแหน่งประธานบริษัทได้ซึ่งสถานภาพของอาคาชิ เซย์จูโร่ ในตอนนี้ก็ไม่อาจเป็นได้จริงๆ

 

“แต่เพราะคุณหนูบริษัทที่บรรพบุรุษและนายท่านสร้างขึ้นถึงยังอยู่ได้นะขอรับ” มาซากิให้กำลังใจเด็กสาวตัวเล็กๆบอบบางอายุเพียงแค่ 15 ปีแถมจบการศึกษาไว้เพียงมัธยมต้น  ดูภายนอกอ่อนแอหากแต่จิตใจกลับเข้มแข็งกว่าใครนัก แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังต้องตะลึง  ดวงหน้าหวานยกยิ้มบางๆก่อนจะสบตาตอบกลับพ่อบ้านในกระจกหน้ารถ แล้วพูดต่อด้วยเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์เช่นทุกครา

“นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะทำได้เพื่ออาคาชิคุง”  คุโรโกะเอนศีรษะพิงกระจกรถ ทอดมองวิวต้นไม้เขียวชอุ่มสูงใหญ่หนาทึบขนาบเส้นทางถนนโดยรอบ ทว่า..ก็ไม่อาจหยุดยั้งแสงของดวงตะวันที่สาดส่องอยู่บนท้องฟ้า มอบความสว่างไสวให้กับทุกสิ่งบนโลกใบนี้

 

   

‘ดวงอาทิตย์’ อันเจิดจรัสจนทำให้โลกนี้ถือกำเนิดสิ่งที่เรียกว่า ‘เงา’

 

 

.

.

.

 

 

 

หนึ่งปีก่อน…ทุกอย่างเป็นไปตามที่เซย์นันหวาดกลัวเป็นที่สุด ทุกสื่อรุมประณามว่าที่ผู้นำตระกูลอาคาชิคนที่ 10 สายตาที่เคยปลื้มปิติแปรเปลี่ยนเป็นรังเกียจเดียดฉันท์ จากเทพบุตรลงจากสวรรค์พังทลายลงมาไม่ต่างจากหมูหมากาไก่ให้มนุษย์ได้ติฉินท์นินทาว่าร้ายให้ข่าวโคมลอยไปต่างๆนาๆ  อาคาชิ เซย์จูโร่ ถูกนำตัวขึ้นศาลหลังจากที่ถูกตำรวจกักตัวไว้เป็นเวลา 2 วัน ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม มีจิตแพทย์ของทางการเข้ามาตรวจสภาพจิตใจและ..สิ่งที่พวกเขารู้ก็ทำให้ทุกคนต้องตื่นตระหนก

 

 

“เด็กคนนี้ป่วยเป็นโรค 2 บุคลิก”

 

 

มีการสอบถามผู้เคราะห์ร้ายอย่างมาซากิหลังจากที่อีกฝ่ายฟื้นตัวและอยู่ในสภาพจิตใจพร้อมให้คำตอบแก่ตำรวจแผนกสืบสวน ทั้งหลักฐานกล้องวงจรปิดไหนจะบาดแผลที่หัวไหล่ของคุโรโกะ เท็ตสึยะ..พวกเขาสองคนไม่อาจให้คำเท็จใดๆได้ ที่ทำได้มีเพียงแค่

 

 

“ฉันให้อภัยอาคาชิคุงค่ะ / กระผมให้อภัยนายน้อยขอรับ”          

 

 

เมื่อผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ สำนวนคดีฟ้องร้องก็เป็นไปได้ยาก แต่..โดยทางปฏิบัติแล้วไหนจะสภาพจิตใจของอาคาชิที่ออกสื่อจนสังคมวิจารณ์โครมๆ กลัวว่าเด็กหนุ่มผมแดงจะออกมาไล่แทงชาวบ้านชาวช่อง จึงเป็นเหตุให้ตำรวจจำต้องเป็นฝ่ายสั่งฟ้องคดีขึ้นเองเพื่อความสบายใจของประชาชน

 

 

“จำเลยอาคาชิ เซย์จูโร่ อายุ 14 ปี ถูกแผนกสืบสวน สน.โตเกียวตั้งฟ้องในข้อหาพยายามฆ่านายมาซากิ ทาเคโอะอายุ  45 ปี โดยใช้อาวุธคือกรรไกรแทงเข้าที่ร่างกายตามตัวจำนวนทั้งสิ้น 16 แผล ในวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 2015 และได้ทำร้ายร่างกายคุโรโกะ เท็ตสึยะ อายุ 14 ปี แทงเข้าที่หัวไหล่ซ้าย จำเลยมีอะไรจะแก้ต่างสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่”

 

 

ผู้พิพากษานั่งอยู่บนบังลังค์สูงสุดถาม ผู้ต้องหานั่งนิ่งกลางห้อง มือแกร่งประสานกุมไว้หว่างขาทั้งสอง ตาสีแดงทับทิมมองมือของตนที่เปรอะเลือดและไม่มีวันล้างออกไปได้นานครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆสบตาเคร่งขรึมของผู้กุมอำนาจสูงสุดในศาล

 

 

“ไม่มีครับ ผมเป็นคนทำทุกอย่างด้วยมือของผมเอง”

 

 

เขารับสารภาพทั้งที่ตัวเองจำไม่ได้แม้แต่นิด..สร้างความฮือฮาให้กับทุกคนที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในชั้นศาล  อาคาชิรู้ดีแก่ใจว่าต้นตอของปัญหาก็คือจิตใจอ่อนแอของตัวเขาจนสร้างอีกบุคลิกขึ้นมา แววตาสีแดงคมเข้มไร้ซึ่งความโลเล ไม่มีความรู้สึกกดดันหรือแม้แต่กลัวซักนิด กลับโล่งใจมากกว่าที่ได้มานั่งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ บางที..นี่คงเป็นสิ่งที่หัวใจร่ำร้องปรารถนาต้องการเผชิญมาตลอด

 

  

ควรจะเป็นเช่นนี้ ตั้งแต่วินาทีที่เสียบกรรไกรเข้าไปในร่างของมารดา

 

 

 

.

.

.

 

 

 

คุโรโกะลงจากรถอีกครั้ง เธอเดินไปเกาะขอบหน้าต่างประตูรถฝั่งคนขับแล้วออกคำสั่งทั้งเสียงราบเรียบแก่พ่อบ้านวัยกลางคน

 

“รอฉันที่ลานจอดรถนะคะ”

“ไม่ให้กระผมเข้าไปด้วยจะดีหรือขอรับ?” มาซากิถามด้วยสีหน้ากังวล

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้ ” คุโรโกะยิ้มตอบกลับ

 

มาซากิจ้องเข้าไปในดวงเนตรกลมโตสีฟ้าอ่อนเปี่ยมมั่นใจเช่นนั้นแล้ว ถึงจะห่วงแค่ไหนถ้าคุณหนูตัดสินใจเช่นนั้นเขาก็ทำได้เพียงผงกหัวรับคำสั่งเท่านั้น   รถลีมูซีนขับเลี้ยวออกไปตามเส้นถนนเข้าสู่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของตึกสูงใหญ่สีขาวสะอาด คุโรโกะเงยหน้ามองตึกสูง 6 ชั้นตรงหน้า ติดป้ายไว้ชัดเจนว่า ‘สถาบันจิตเวชโตเกียว’ ก่อนจะลดระดับสายตาลงมายังประตูทางเข้าแล้วก้าวเดินตรงไป

 

 

.

.

 

 

“ยอมรับได้หน้าตาเฉย!!!เด็กคนนี้น่ากลัวจริงๆ”

“จิตผิดปกติจริงๆสินะ!!แล้วแบบนี้ตระกูลคงจบสิ้นลงแล้ว!!”

 

เหล่าสักขีพยานในชั้นศาลกระซิบฮือฮา ส่งสายตาหวาดระแวงขยะแขยงตรงมายังเด็กหนุ่มผมสีแดงตัดสั้นจนเห็นเค้าหน้าคมคายหล่อเหลาชัดเจน อาคาชิยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงปฏิกริยาใดๆ เอาแต่เงียบลูกเดียว จนผู้พิพากษาใช้ค้อนเคาะโต๊ะแรงๆเตือนให้ทุกคนในห้องโถงตัดสินคดีความเงียบสงบลง

 

“จำเลยไม่คิดจะแก้ตัวเลยสินะ”

“ครับ”

“จากเอกสารทางการแพทย์พบว่าจำเลยมีอาการผิดปกติทางด้านสภาพจิตใจ กล่าวคือมีอาการของโรคไบโพลาร์หรือโรคสองบุคลิก และยังไม่ได้รับการรักษา แต่จากการรายงานของแพทย์จำเลยยังสามารถใช้ชีวิตประจำได้ปกติ ดังนั้นศาลขอยกสฟ้องการเป็นบุคคลไร้ความสามารถ แต่มีเงื่อนไขคือจำเลยต้องเข้ารับการบำบัดรักษาจนกว่าแพทย์จะวินิจฉัยแล้วเสร็จว่าจำเลยหายเป็นปกติ ระหว่างนี้ต้องเข้ารับการรายงานตัวกับทางตำรวจในทุกๆสามเดือนและหากไม่เป็นไปตามนี้จำเลยจะโดนจำคุกเป็นระยะเวลา 10 ปี จำเลยยินดีหรือไม่ ?”

 

ดวงเนตรสีแดงคมเหลือบมองไปยังที่นั่งฝ่ายโจกท์..ที่แห่งนั้นมีร่างเล็กๆบอบบางเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าในชุดเสื้อไหมพรมสีขาวกับกระโปรงสีดำยาวคลุมเข่า เขาและเธอ..พี่น้องต่างมารดาสบตากันและกัน คุโรโกะพยักหน้าส่งยิ้มให้กำลัง อาคาชิยิ้มบางๆตอบกลับ ก่อนหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้พิพากษา

 

 

“ผมยินดีครับ เพียงแต่ผมมีเงื่อนไขข้อหนึ่งอยากขอให้ท่านพิจารณา”

 

 

.

.

.

 

 

“กรุณานั่งรอซักครู่นะคะ อีกไม่นานก็ใกล้เสร็จแล้ว”

 

นางพยาบาลในชุดสีชมพูส่งยิ้มให้เด็กสาวเรือนผมสีฟ้าอ่อนยาวกลางหลัง คุโรโกะโค้งขอบคุณอีกฝ่ายก่อนเดินตรงไปยังที่นั่งต่อยาวสีฟ้าหน้าเคาท์เตอร์ มองไปรอบข้างมีทั้งญาติของคนไข้รวมถึงตัวคนไข้ที่มีปัญหาทางจิตใจมานั่งรอรับการรักษา..ในครั้งแรกที่มา ณ สถานที่แห่งนี้ยอมรับว่ารู้สึกแปลกๆระคนตื่นกลัว พอนานเข้าเธอก็เริ่มคุ้นชิน สายตาที่มองคนป่วยทางจิตใจเริ่มเปลี่ยนเป็นสงสารเวทนาแทน

 

 

 

พวกเขาก็แค่ป่วยต้องการรักษาให้หายดีเท่านั้น 

 

 

 

เข็มนาฬิกาเดินเคลื่อนผ่านจาก 10 โมงเช้ากลายเป็น 11 โมง คุโรโกะพล่อยหลับไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มก่อนที่สะดุ้งตื่นจากสัมผัสบีบปลายจมูกเบาๆ

 

“อรุณสวัสดิ์คุโรโกะคุง”

เสียงทุ้มทักทาย ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตเบิกกว้างเล็กน้อยพิศมองหน้าคมคายหล่อเหลาดั่งเทพบุตรกำลังนั่งอยู่ข้างตัวชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นเป่ารดหน้ากันและกัน

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะอาคาชิคุง”

เธอปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉยทักทายตอบกลับพี่ชายต่างแม่ อาคาชิยิ้มละมุนก่อนจะยืดตัวกลับไปนั่งพิงเบาะที่นั่งของตน

 

 

“คุยกับคุณหมอเสร็จนานหรือยังคะ?”

“นานพอเห็นเธอน้ำลายยืดที่มุมปากขวา” อาคาชิหยอกล้อน้องสาวต่างแม่ คนหน้าจืดจางหน้าขึ้นสีแดงระเรื่ออายจนต้องรีบยกมือเช็ดมุมปากลวกๆ..แต่กลับหาได้มีสัมผัสชื้นแฉะแม้แต่นิด

“อาคาชิคุงแกล้งฉัน”  คุโรโกะมองค้อนคนข้างตัวที่เอาแต่หัวเราะในลำคอ แสดงว่าเจ้าตัวพึ่งเข้ารับการรักษาพูดคุยกับจิตแพทย์เสร็จหมาดๆแล้วก็พึ่งมาถึง ไม่ใช่ว่าเสร็จนานมานั่งจ้องหน้าเธอตอนหลับเป็นชั่วโมงๆ เจ้าของเรือนผมสีฟ้ายาวถึงกลางหลังมุ่ยหน้าสะบัดทำเป็นหันไปมองทางอื่นแทน

ทันใดนั้นมือแกร่งคว้าจับมือเล็กๆบนตักมากอบกุมไว้..ก่อนเคลื่อนนิ้วมาสอดประสานกันและกัน  นั่นทำให้คุโรโกะหันหน้ากลับมาสบตาสีแดงทับทิมสองข้างที่จนบัดนี้เนตรข้างซ้ายยังมีสีทองอำพันเหลือบๆรำไรแต่จางลงกว่าครั้งแรกมากโข  ปลายนิ้วมืออีกข้างที่ว่างยกขึ้นเกลื่ยเส้นผมสีแดงชี้ยุ่งพองามตัดสั้นด้วยกรรไกรของฮิเมะ ผ่านมาหนึ่งปีแล้วก็ยังไม่ยาวเท่าเดิม ก่อนจะลากไล่ลงตามใบหน้าคมคาย ก่อนจะหยุดที่ใต้ตาซ้าย

 

“คุณหมอว่าไงบ้างคะ?” คุโรโกะถามไถ่ด้วยเสียงเรียบแต่ดูอ่อนลงแสดงความเป็นห่วง ไม่อาจปกปิดซ่อนเร้นใต้ความเยือกเย็นได้

“หมอบอกว่าอาการดีขึ้น..แต่ฉันคิดว่าเขาคงไม่ยอมไปง่ายๆ” คนผมแดงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เขาคงเป็นห่วงฉันมากเกินไป”

“ห่วงหรือดื้อด้านเหมือนคุณกันแน่คะ” คุโรโกะอดเหน็บใส่เสียไม่ได้ถึงนิสัยเสียๆที่แก้หายไม่ขาด ยังไงพี่ชายคนนี้ก็ยังชอบเอาชนะอยู่วันยังค่ำ ถึงแม้พักหลังจะยอมโอนอ่อนลงบ้างแล้วก็ตามที

“ก็ไม่เท่าเธอหรอกนะ คุโรโกะคุง” อาคาชิสวนกลับมาอย่างไม่ยอมเช่นกัน ยังไงน้องสาวเขาก็ยังเป็นประเภทดื้อเงียบอยู่ดี

 

 

ต่างคนต่างจ้องตากันเขม็งเกลียว..มองนาน…นานจนคนรอบข้างเริ่มระแวงว่าคู่นี้จะทะเลาะกันกลางโรงพยาบาลหรือ

 

 

 

“งี่เง่าจริงๆนะคะ”

“ก็พอกันไม่ใช่รึไง”

 

ทั้งสองหัวเราะกันเบาๆสองคน มือยังคงประสานกันกอบกุมกันและกันไว้ หากเป็นเมื่อก่อนเขาและเธอคงทะเลาะกันโรงพยาบาลแตกไม่ยอมใครกันแน่ๆ แต่เวลาที่ผ่านมา 1 ปีเต็ม ผ่านเรื่องทุกข์สุขมาด้วยกัน ฟันฟ่าเสียงวิพากย์วิจารณ์ทางสังคม แม้คุโรโกะจะไม่ได้โดนผลกระทบหนักเท่าอาคาชิ แต่ชายผมแดงสั้นคนนี้ก็จิตใจแข็งแกร่งขึ้นกว่าเก่า

 

 

 

เมื่อใดที่อาคาชิ เซย์จูโร่ เคว้งคว้างรู้สึกแย่  น้องสาวคนนี้ก็จะจับมือแบบนี้ นั่งอยู่ข้างๆแบบนี้จนกว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเข้มแข็งขึ้น

 

 

 

 

“ขอเชิญคุณอาคาชิ เซย์จูโร่รับยาที่ช่องสามค่ะ”

 

เสียงโอเปอเรเตอร์เรียกดังจากลำโพง   สองพี่น้องต่างมารดาเดินเคียงคู่กันไปยังแผนกจ่ายยา เภสัชกรสาวเดินไปยังตู้ด้านหลังหยิบเอายาตามใบสั่งหมอที่ส่งมา ก่อนเดินกลับมาช่องจ่ายยาแล้วยื่นยาในซองพร้อมอธิบายขั้นตอนการกินให้คนหนุ่มกับเด็กสาวรับฟังจนหมด ตามด้วยใบรับรองเอกสารให้ฝ่ายคนไข้เซนชื่อยืนยันรับยา  ด้วยสถานภาพของคนหนุ่มผมแดงที่ยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัดว่ามีสติไตร่ตรองทุกอย่างได้ดีพอ หน้าที่นี้จึงเป็นของญาติคนไข้

 

มือเล็กขาวซีดหยิบปากที่ล็อกติดหน้าช่องจ่ายยา กดปลายปากกาลงบนช่องเซนชื่อ จังหวะนั้น..เภสัชกรสาวถามด้วยความสงสัย

 

 

“ไม่ทราบว่าเป็นอะไรกับคนไข้เหรอคะ?”

 

 

เด็กสาวผมสีฟ้าชะงักมือ เงยหน้าขึ้นไปสบตาสีน้ำตาลของเภสัชกรก่อนเลื่อนมาสบตาสีแดงคมกริบของคนหนุ่มร่างสูงข้างกาย ต่างคนต่างเงียบไปพักหนึ่งจนฝ่ายคนจ่ายยาใจคอไม่ดีที่ดันชวนญาติคนไข้คุย เกรงกลัวว่าตัวเองเผลอละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวเกินไปหรือเปล่า  ขณะที่กำลังจะโค้งตัวขอโทษคุโรโกะกลับขยับปากตอบคำถามอีกฝ่ายทั้งรอยยิ้มละมุน

 

 

“ที่จริงแล้วฉัน…”

 

 

.

.

.

 

“ผมอยากให้คุโรโกะ เท็ตสึยะ จดทะเบียนสมรสกับผม”

 

คำต่อรองกับศาลเพื่อปกป้องกรรมสิทธิ์ต่างๆให้เด็กสาวผมฟ้า ในเมื่อทายาทกลายเป็นที่พิพากว่าเป็นบุคคลอันตราย  บริษัทอาคาชิคอปเปอร์เรชั่น ทุกสิ่งที่บรรพบุรุษกับบิดาสร้างมาจะถูกคนอื่นๆ เช่นพวกหุ้นส่วนที่จ้องรอโอกาสยึดไปเป็นของตัวเอง แม้ว่าจะไม่ถูกตัดสินให้เป็นคนไร้ความสามารถก็ตามที หากเป็นเช่นนั้น..คุโรโกะจะกลายเป็นคนเร่ร่อน

นี่คือสิ่งที่พี่ชายจะปกป้องน้องสาวได้  ณ เวลานี้

 

 

 

เธอไม่เคยคิดหนีและทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเหมือนอย่างที่พ่อและแม่ทำ ดังนั้นฉันก็จะปกป้องเธอแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

 

 

.

.

.

 

 

“ฉันเป็นภรรยาของเขา อาคาชิ เท็ตสึยะ ค่ะ”

 

นามสกุลที่เปลี่ยนไปตามทะเบียนสมรส คุโรโกะ เท็ตสึยะ หรือตอนนี้ได้ก้าวเข้ามาเป็นนายหญิงของตระกูลเก่าแก่เป็นที่รู้จักและมีอิทธิพลสำคัญต่อวงการธุรกิจรวมไปถึงทางการทหารในญี่ปุ่น ขยับปากกาเซนชื่อตัวเองที่เปลี่ยนเพียงนามสกุลเท่านั้นแล้ววางปากกาลง นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตส่งสายตาอ่อนโยนไปยังคงผมแดงข้างกาย เขามองตอบกลับมาด้วยแววตาเดียวกัน

 

 

แม้นว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นจากบาปของผู้ใหญ่ทั้งสาม

เธอกับเขา..เราสองคนจะเผชิญหน้าผลกรรมไปด้วยกัน

 

 

อาคาชิและคุโรโกะต่างยื่นมือเข้าหา จับประสานกอบกุมกันไว้ สัมผัสได้ถึงไออุ่นของแต่ละคนที่ส่งผ่าน แล่นริ้วบนฝ่ามือเข้าหลอมละลายตะกอนน้ำแข็งที่เรียกว่าปมในใจเสียหมดสิ้น

 

 

ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขสันต์ เราจะจับมือกันไว้อย่างงี้

ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

 

 

 

 

FIN

 

++++++++++++++++++++++++++

 

 

จบแล้วค่าาาาา จุดพลุฉลองงง ฟิคนี้ในที่สุดพี่น้องต่างแม่ค้ำคอร์ก็จบตาม the satan ไปอีกเรื่อง สองเรื่องนี้มาจากฟิคสดแล้วเอามาขยายเพิ่มเติมปรับเปลี่ยนเป็นฟิคยาว

 

หลายคนถามว่าฟิคนี้น้องกับท่านรักกันหรือยัง ถ้าให้เราตอบ..ตอนนี้ความรู้สึกของสองคนเรียกว่าคลุมเครือดีกว่า เป็นฟิคที่พระนางไม่พูดความรู้สึกตัวเองจนตอนสุดท้าย อยากให้คนอ่านตัดสินที่การกระทำที่เราสื่อออกมาแล้วลองตีความอยู่ เราให้คำตอบอยู่ในเนื้อหาเสมอนะ ลองหาคำตอบกัน

แต่ว่า..ในส่วนปมปริศนาฟิคนี่ยังเคลียร์ไม่หมดเสียทีเดียว  จะมีต่อในตอนพิเศษค่ะซึ่งจะรวมอยู่ในเล่มพร้อมกับบทสรุปความสัมพันธ์สองคนต่อจากนี้และสิ่งที่สองคนจะต้องเจอต่อไปในอนาคตหลังจากนี้

 

รวมเล่มตอนนี้เหลือแค่ตรวจภาษาค่ะ ส่วนปกนั้นคนวาดขอเอากลับไปแก้ไขนิดหน่อยแต่รับรองว่าได้เปิดจองภายในเดือนกุมภาแน่นอนต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์เลย ฮาาาาา

 

ขอแปะปกคร่าวมาให้ดูก่อนน่อ

 

jjj copy

 

หน้าตารูปเล่มภายในบางส่วน

 

example

 

ใกล้ๆเปิดจองเราจะแจ้งข่าวสารผ่านทางเพจ ทวิต และเด็กดีนะคะ

 

 

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตามฟิคบาสแดงดำของเรา เนื้อหาอาจจหม่นหมอง ปวดตับ ร้าวราน ไปบ้างแต่เราอยากเสนอสื่อเรื่องของครอบครัว นี่คือจุดประสงค์ฟิคนี้เลย

ถ้าอ่านแล้วอึดอัดในฟิคเรา เราก็ดีใจเพราะนี่คือสิ่งที่เราอยากให้ทุกคนได้รู้สึกจากฟิคนี้//เจตนาแอบ S ฮาาาาาาาา

 

ฟิคบาสเหลือแต่ knl กับดวงใจเจ้านางแล้ว เอิ้กกกกกก

อีกอย่างนึงตอนนี้เราอัพ secret ฟิค knl ไว้ในทวิตเตอร์นะคะ จะเป็นการทวิตแฉตัวละครในมุมต่างๆที่ฟิคหลัก knl ไม่ได้กล่าวถึง ส่วนมากจะเป็นมุมรั่วๆที่ซ่อนเอาไว้ในแต่ละคน ฮาาาา ตามได้ที่ทวิตเตอร์ของบลัด (@blood_hana) แล้วเซิดคำว่า ‘ secret ฟิค knl’ ค่ะ ในส่วนนี้เราแพลนว่าจะรวมลงในรวมเล่ม knl ด้วย อ่านไปพลางๆระหว่างรออัพ knl เรื่องหลัก

 

แถมรูปวาดประกอบฟิคนี้จากเราอีกนิด วาดล่วงหน้าวันวาเลนไทน์

10897127_275155249274979_3914964625991547338_n

 

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

 

 

18 thoughts on “[Fic KnB][Akakuro]Bloody Complex//Part14(END)

  1. จบแล้วววววววววววววว ในที่สุดก็จบอย่างสวยงาม(?)
    แถมน้องกับท่านก็จดทะเบียนสมรสกันแล้วด้วย =/////=
    ฟิคเรื่องนี้ของพี่บลัดส่วนใหญ่ดราม่าทั้งนั้นเลยยย แต่จบสวยเสมอ ><
    ทุกวันนี้นั่งอ่าน secret ฟิค knl ในทวิตแต่ละอันนี้ขำจนท้องแข็ง 555555
    ถ้าท่านจะรั่วแล้วรั่วอีกขนาดนี้ ถถถถถถถถ
    จะรออ่าน knl กับ ดวงใจเจ้านาง ต่อนะค่าา (ถ้ามีเรื่องฟิคยาวเรื่องนี้มาอีก ก็จะติดตามอีก =.,=)

    • Secret นี่เป็นมุมฮาๆ พระเอกมาดดีแค่ไหนลึกๆแล้วท่านก็มีมุ้งซื่อๆมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง(?)อยู่ หมดมาด knl ที่สั่งสมมานาน 555 ท่านขอให้น้องจดทะเบียนเพื่อปกป้องสิทธิเงินทองให้น้อง อย่างน้อยๆระหว่างที่ท่านยังอยู่ในการเฝ้าระวังทางกฏหมายทำไรไม่ได้ น้องยังมีสิทธิ์ในบริษัทและท่านก็ไว้วางใจน้องมากสุดแล้ว นี่จดทะเบียน จะเรียกคุโรโกะไม่ได้แล้ว ต้องเรียกว่า คุณนายอาคาชิ ฮาาา

  2. จบแล้ว เย้ๆๆๆ ดีใจด้วยนะเออ จุดพลุฉลองให้เลยงิ แต่ว่านะสุดท้ายน้องก็ได้กะเปลี่ยน
    สถานะเป็นภรรยาทั้งพฤตินัยแล้วนิตินัยไปซะแล้ว ต๊ายๆๆๆกลายเป็นคุณนายอาคาชิยัง
    สาวเลยเนี่ย แบบว่าเลวมาทั้งเรื่องมากลายเป็นพระเอกตอนจบฝุดๆๆอ่ะนั้น แหมๆๆ เรื่อง
    มาถึงขนาดนี้ยังมีห่วงว่าท่านไม่อยู่น้องจะโดนรังแกเลยต้องจดทะเบียนสมรสไปเลยสินะ
    แล้วงี้น้องจะดูแลบริษัทไหวหรอไงนั้น ท่าทางจะงานหนักอ่ะเนี่ย

    • ท่านยังอยู่บ้านไปกลับ รพ. ไป รร. อยู่นะ แต่น้องลาออกจากโรงเรียนผันตัวไปเป็นคุณนายเต็มขั้น คุณนายที่ไม่ได้สบายเลย ดูแลอาคาชิตลอด พระเอกมาดีเอาตอนสุดท้าย ไม่ติดใจไม่มีปมไรต่อกันแล้ว เห็นความดีน้องด้วยเลยเห็นอกเห็นใจอยากดูแลปกป้องน้องเหมือนกัน หนักพอตัวเลยเหมือนต้องเริ่มต้นใหม่สร้างความเชื่อถือใหม่หมด ตอนนี้ก็ประคับประคองเรื่อยๆ มีพ่อบ้านมาซากิช่วยอยู่ รอแค่อาคาชิหายดีพร้อมกลับมาดูแลด้วยตัวเองเท่านั้น ตอนนี้ท่านอารมณ์แบบยังไม่หายขาดแถมยังตืดคำสั่งศาลเฝ้าระวังอยู่เลยทำอะไรมากไม่ค่อยได้

  3. ก่อนอื่นก็ต้องยินดีกับคุณบลัดด้วยนะคะ ที่ปิดไหไปได้อีกหนึ่งละ เย้~
    ตอนนี้เป็นตอนที่ละมุนจริงๆค่ะ อารมณ์แบบกาแฟใส่ครีมให้จางลง มีฟองนมนุ่มละมุนเชียว ≧﹏≦
    แอบดีใจที่พ่อบ้านยังรอดเเละอยู่เป็นเพื่อนน้อง ฟิคเรื่องนี้น้องต้องเข้มเเข็งเพื่อเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ที่จ้องจะฮุบืุกสิ่งทุกอย่างของตระกูล รวมไปถึงสังคมด้วย แต่นายน้อยที่เติบโตขึ้น สุขุมมากขึ้นนี่มันช่างน่าร๊ากกก ชอบคู่นี้ตรงอารมณ์ประมาณนี้นี่แหละค่ะ มองตากันก็พอไม่ต้องพูดอะไรมาก ชอบตอนที่เค้าหยอกล้อกันอ่ะค่ะ น่ารักดี
    แต่เราแอบสงสัยนิดเดียวเท่านั้นค่ะ คือที่น้องกับนายน้อยจดทะเบียนกันนี่ทำได้ด้วยเหรอคะ เพราะเราไม่เเน่ใจว่าตอนน้องเกิดนี่คุณพ่อได้ไปรับรองการเกิดไว้หรือเปล่า เพราะถ้าคุณพ่อไปรับรองการเกิดไว้ก็เท่ากับน้องกะนายน้อยเป็นพี่น้องกันตามกฎหมายรึเปล่า แต่ถ้าไม่…ในสภาพสังคมภายนอกโดยเฉพาะคนรู้จักคงมองกันแปลกๆเพราะทุกคนรู้ว่าน้องกะนายน้อยเป็นพี่น้องกัน แต่มาถึง ณ จุดๆนี้ทั้งสองคนก็ไม่สนใจเสียงนกเสียงกาเเล้วมั้งคะ555 เพราะในอดีตก็มีการแต่งงานกันเองในหมู่ญาติพี่น้องกันอยู่เเล้ว
    ยังไงก็ขอบคุณคุณบลัดนะคะสำหรับฟิคเรื่องนี้ เรียกว่าตั้งตารอทุกตอนเลยดีกว่าค่ะ555 ตอนนี้ก็ปิดไหเรื่องสาย .S (?) หมดเเล้วสินะคะ เหลือดราม่ากะพีเรียดสินะ
    รอรวมเล่มนะคะ (^O^)

    • ขอบคุณค่ะะ ชอบเปรียบเปรยกับกาแฟใส่ครีม คือมันใช่ฟิลนั้นเลย อารมณ์แนวๆผู้ใหญ่ ทั้งที่2คนยังเด็กอยู่แต่ถูกบังคับให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วยสภาพแวดล้อมกับปัญหาที่เผชิญเลยต้องโตต้องเข้มแข็งขึ้น นายน้อยดูสุขุมขึ้น พอโตแล้วประกอบกับเห็นความดีน้องก็เลยทำให้เขาเปลี่ยนตัวเอง ไม่ใช่เมื่อก่อนที่สุขุมแค่เปลือกน้อย ข้างในยังเป็นเด็กมีปัญหา ตอนนี้โตทั้งกายทั้งใจแล้ว พ่อไม่ได้รับรองการเกิดค่ะ มีแค่เทนชิรับคนเดียว เรื่องชาติกำเนิดน้องเซย์นันปิดไว้ ไม่ให้ผู้ใหญ่ตระกูลรู้ ไม่ให้ฮิเมะรู้และก็ไม่ต้องการให้สังคมรู้ ถ้าเป็นข่าวจะดังระเบิดระเบิ้งเสียหายหมด สังคมด้านนอกส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้นะ ที่รู้ๆว่าน้องกับท่านเป็นพี่น้องก็มีแค่เพื่อนที่เทย์โควเท่านั้น ตอนนี้ทั้ง2ไม่ค่อยแคร์สายตาสังคม แย่กว่านี่ก็เจอมาแล้ว อารมณ์เด็กสองคนโดนผู้ใหญ่รังแก ดีใจที่ชอบนะคะะะ ตอนนี่เหลือแค่2เรื่องสำหรับฟิคบาสล่ะ จะรีบปั่นๆน่ออ

    • ขอตอบเรื่องการจดทะเบียนน่ะครับ ตามกฎหมายแล้วแต่ล่ะประเทศจะกำหนดอายุขั้นต่ำไว้อย่างของไทยคือ20ปี แต่ถ้าอายุ18สามารถจดได้ถ้าผู้ใหญ่อนุญาติในกรณีของอาคาชิจิกับคุโรโกะจินั่นถึงแม้อายุจะไม่ถึงแต่สามารถใช้อำนาจศาลสั่งจดได้ครับ หรืออีกกรณีถ้าท้องน่ะศาลก็อนุมัติครับแม้อายุไม่ถึงหรือถ้าไม่ค้องการก็ทำแค่ใบรับรองบุตรอย่างเดียวก็ได้—-อย่าไปทำใครท้องหรือท้องกับใครล่ะครับ^^

  4. ในที่สุดก็จบปิ๊ง! อาคาชิ เท็ตสึยะ ในที่สุดก็แฮปปี้นะคะ! ดีใจด้วยค่ะสำหรับการปิดไหดองอีกเรื่อง #จุดพลุ เล่มรวมจะเปิดจองในเดือนนี้เนาะ รอข่าวแล้วจองด้วยค่ะ! แอบเห็นตัวอย่างตอนพิเศษด้านบนแล้งกร้าวว ในทวิตก็เห็น secret ของเรื่องนี้ด้วย แอบฮาค่ะที่ว่าไปฝ่าเมนส์น้อง 55555 เห็นบอกว่าฟิคบาสเหลือแค่สองเรื่อง ไม่สนใจเปิดไหดองอีกเรื่องเหรอคะ #แอบเชียร์

    • เรื่องเปิดไหใหม่นี่ก็ยังมีพลอตคู่นี้อีกหลายอย่างนะ ฮาาา ตอนนี้เหลือแค่รวมเล่มอย่างเดียวแล้ว ตอนนี้กำลังทยอยตรวจภาษา ตอนพิเศษนี้เตรียมจิกหมอนได้เลย 5555

  5. เย้ๆๆ
    บลัดปิดไหได้อีกใบแล้ว
    ดีใจค่ะที่เรื่องจบแบบhappy ending
    ฝ่าฟันกันมาเยอะทั้งความไม่ลงรอยกันเองแผนการของผู้ใหญ่ ไหนจะสังคมรอบข้างอีก
    ขอให้หลังจากนี้ทัั้งคู่ดูแลกันและกันดีๆนะคะ

  6. ทำไมขำตรงที่ว่า “ขอเชิญคุณอาคาชิ เซย์จูโร่รับยาที่ช่องสามค่ะ” อุ๊ฟ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

  7. สารภาพตามตรงว่าหลงเข้ามาอ่าน พอเห็นเป็นท่านกับน้อง คู่โปรดเราก็เลยอยากลองอ่านดู… แหะๆ คือเป็นคนไม่ชอบอ่านนิยายดราม่าน่ะค่ะ ที่บอกว่าหลงเพราะไม่คิดว่าเรื่องนี้จะดาร์กขนาดนี้ด้วย เกินคาดมาก ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้เม้นทุกตอน มาเม้นตอนจบเลย นั่งอ่านรวดเดียวจบยันเช้าเลยค่ะ คือถ้าไม่อ่านให้จบอกแตกตายแน่ๆ
    เรื่องนี้ตอนแรกๆยังไม่เท่าไหร่ หลังๆเรากุมหัวไปอ่านไปเลย ไม่เคยอ่านดาร์กขนาดนี้ T___T มันไม่เชิงดราม่า จะว่าไงดี มันจุกจนร้องไม่ออกจริงๆ(แต่สุดท้ายเราก็ร้องนะ ร้องเพราะมันอึดอัดมาก5555555) คือปวดหัว มวนท้อง อึดอัดสุดติ่ง ทึ่งในความเข้มแข็งของน้องสุดๆ ถ้าเป็นเราโดนแบบนั้นคงฆ่าตัวตายไปแล้วมั้ง แค่อ่านเรายังรู้สึกแบบ โดดเดี่ยว แม่ก็ตาย พ่อก็พึ่งไม่ได้ คือไม่มีอะไรเลยจริงๆ ท่านก็น่าสงสารพอกัน โอ้ยยยยย สรุปคือหดหู่อ่ะ แต่สุดท้ายเราก็ทนความหดหู่นั้นได้ อ่านจนจบ ยอมรับว่ายังฟินไม่สุดเลยค่ะ5555555 แต่เรื่องมันดาร์กมาขนาดนี้ จบแบบนี้ก็แฮปปี้สุดๆแล้ว ถึงท่านกับน้องจะไม่พูดความรู้สึก แต่เรารับรู้ได้ผ่านการกระทำของทั้งคู่นะ ไม่จำเป็นต้องพูดแล้วล่ะ…คือตอนอ่านความรู้สึกเราผุดมาเยอะมาก ให้เม้นทั่งหมดคงยาวเป็นหน้าๆ .__. แถมตอนนี้ก็เช้าแล้วด้วยค่ะ 5555555 อ่านตั้งแต่ฟ้ามืดสนิทยันสว่าง ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ ภาษาสวยมากเลย บรรยายดีมาก เห็นในสารบัญมีฟิคสดแดงดำอีกหลายเรื่อง เราก็คงไปตามอ่าน แหะๆ🙂

    • ขอบคุณที่อ่านฟิคเรานะคะ BC เนื้อหาค่อนข้างหน่วง คนอ่านรู้สึกแบบนี้คือสิ่งที่เราต้องการสื่อ ดีใจที่สื่อความรู้สึกตรงนี้ไปได้ ฟิคนี้อยากสะท้อนปัญหาครอบครัวกลายๆด้วย น้องเข้มแข็งมากจริงๆค่ะ ยอมกลับไปอยู่กับอาคาชิที่ป่วยจิตด้วย อาคาชิเองก็มีปม ทุกอย่างเกิดจากปัญหาครอบครัวที่สะท้อนตกมาลูก
      ตอนจบไม่มีอะไรต้องพูดมาก 2 คนนี้เขาค่อนข้างทันกัน มองกันก็เข้าใจ ฮาาา

      ขอบคุณที่ติดตามฟิคนี้อีกรอบจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s