[S.Fic Attack on titan][Levi x Eren] S&M

[S.Fic Attack on titan] S&M

Paring : Levi x Eren

Rate    : NC-17 , Psychosis , Guro

Story   : blood_hana

 

เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาค่ะ เลยอยากจะมอบของขวัญให้

โดยการเอาหนึ่งในฟิคสั้นในชุดรวมเล่ม Psychosis ซึ่งฟิคในรวมเล่มนี้เราจะไม่ลงในเน็ต รวมลงให้อ่านแค่ในรวมเล่มเท่านั้น มาลงให้ทุกคนอ่านกัน 1 เรื่อง ซึ่งเรื่องที่เลือกก็เป็น.. S & M อยู่ในสารบัญแรกของเล่มเลย

ตอนนี้ psychosis ปิดจองแล้วจ้า ถ้าจะดูรายละเอียดเล่มไปที่ https://www.facebook.com/216190041838167/photos/a.244185569038614.1073741833.216190041838167/256509804472857/?type=1&permPage=1

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

S & M 

 

 

 

 

ผัวะ!!!!ผัวะ!!!!พลั่ก!!!!!

 

 

การวิวาทคือความรุนแรงที่แฝงอยู่ในทุกๆสถานที่ แม้แต่สถานศึกษาก็เช่นกันเหล่าเด็กหนุ่มในเครื่องแบบมัธยมปลายแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมณีกระหน่ำเท้าและกำปั้นอัดกระแทกร่างที่ล้มคลุกฝุ่นกับพื้นในห้องเก็บสกปรกเก่าร้าง

 

ผัวะ!!!!!

 

เท้าเหยียบกระทืบลงที่ใบหน้าคนไร้ทางสู้เป็นอย่างสุดท้ายเต็มกำลังส่งผลให้ฟันหลุดออกมา พร้อมกับเลือดสาดกระเซ็น เด็กชายหนุ่มเครื่องแบบเขรอะฝุ่นยับยู่เปื้อนคราบน้ำลาย รอยรองเท้า ปะปนเลือดล้มลงไปนอนหมดสภาพกับพื้นไม่ต่างจากสุนัขจรจัดข้างถนน ใบหน้าบวมเป่งรอยฟกช้ำสีเขียวคล้ำสลับม่วงล้อมเส้นผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงเหลือบหางตามองคนที่รุมซ้อมเขาทั้งสามด้วยแววตาอ่อนล้า

 

“จำไว้นะเอเลน ถ้าแกมายุ่งกับมิคาสะอีกแกเจอดีแน่!!!” แจน กิลชูไตน์ ชี้นิ้วข่มขู่อีกฝ่ายด้วยเสียงเกรี้ยวกราด ชายหนุ่มผมสีอ่อนพ่นน้ำลายใส่หน้าก่อนจะเดินล้วงกระเป๋าออกจากห้องเก็บของตามด้วยลูกสมุนไรเนอร์และเบล

 

ปึง!!!!

 

ประตูห้องเก็บของปิดลงทิ้งไว้แต่ร่างบอบช้ำบนพื้น ในความมืดราวกับรัตติกาล เอเลน เยเกอร์ เด็กนักเรียนปี 1 ที่ควรจะร่ำไห้กลับเบ้ปาก นัยน์ตาสีมรกตฉายแววผิดหวังออกมา

“นึกว่าจะเจ็บกว่านี้ซะอีก”  ปากพึมพำสบถคำรามเสียงต่ำไม่พอใจ เขาหยัดกายขึ้นมานั่งเอนพิงกับกำแพงห้องเต็มไปด้วยหยากไย่ ยกมือเช็ดคราบเลือดตรงมุมปากออก เลือด..ที่เปื้อนถากเพียงเล็กน้อยยิ่งทำให้เขาอารมณ์เสียจนต้องถีบถังพลาสติกกับไม้ม็อบข้างตัวล้มระเนระนาด

 

“ผิดหวังชะมัด”

 

 

.

.

 

เอเลน เยเกอร์ นักเรียนธรรมดาชั้น ม.ปลายปี 1 หน้าตาก็ธรรมดา ส่วนสูงก็มาตรฐานชายทั่วไป จะดีหน่อยก็ดวงตาสีเขียวกลมโตสวยทำให้คนหลายคนหลงใหลใจอ่อนยามกระพริบตาปริบๆ และในบางครั้งเขาก็ทำให้ใครหลายคนสงสัยว่าเป็นเด็กสาวหรือชายหนุ่มเนื่องจากเค้าหน้าที่ถอดแบบมาจากมารดาหมดจดไร้ที่ติ  ผลการเรียนก็กลางๆ กีฬาก็งั้นๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่ไม่มีใครคบเป็นเพื่อนซักราย

 

 

คนธรรมดาก็ควรจะมีเพื่อนที่ธรรมดา..แต่นั่นไม่ใช่เขา

 

 

“เอเลน!!!เอาอีกแล้วนะ!!!ไปตีกับใครมาอีกล่ะวันนี้” คลาร่า เยเกอร์ มารดาวัยสาวเรือนผมสีดำล้อมใบหน้าสวยธรรมดาๆไม่   ขี้เหร่จนรับไม่ได้ แต่ก็ไม่เจิดจ้าจนเทียบชั้นดาราวิ่ง เข้ามาหาลูกชายเพียงคนเดียวทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูหน้าบ้านดังขึ้น เธอส่ายหน้าระอาใจกับสภาพของลูกชายดันกลับมาเป็นลูกหมาสกปรกคลุกฝุ่นทุกวันไม่เคยเข็ดหลาบ

“แจนครับ” เอเลนตอบเสียงเรียบไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ก่อนจะสะดุ้งหน้าเหยเกเมื่อสำลีชุบแอลกอฮอล์แตะลงมุมปาก

“ก็เพราะลูกชอบมองหาเรื่องคนอื่นนั่นแหละ เรานี่จริงๆเลยหัดทำตัวให้ยิ้มแย้มแจ่มใสบ้างสิ” นั่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ใครต่อใครอยากจะกระทืบเอเลนนัก คนเป็นแม่เห็นลูกชายเอาแต่นิ่งไม่ตอบโต้ดื้อตาใสแบบนี้ เธอเองก็เหนื่อยใจเหลือเกินไม่รู้จะสั่งสอนยังไงให้ทำตัวไม่เสี่ยงเจ็บเช่นนี้

 

 

“ให้ตายสิ..ทั้งๆที่ลูกก็เป็นเด็กธรรมดาทั่วไปแท้ๆ ทำไมถึงโดนหาเรื่องนักนะ”

 

คำถามนั่นคลาร่าไม่มีวันได้คำตอบ แต่เอเลนรู้ดีแก่ใจว่าทำไม..เมื่อมารดาหายเข้าไปในห้องครัว ทิ้งไว้แต่เพียงอุปกรณ์ปฐมพยาบาล เอเลนกวาดตามองขวดยาใสบรรจุแอลกอฮอล์สีฟ้าเขาหยิบมาหมุนเปิดฝาแล้วคีบสำลีจุ่มน้ำสีฟ้าซึมซับเข้ามาในก้อนขาวปุยนุ่น..ย้อมจนกลายเป็นสีฟ้าเปียกน้ำชุ่มฉ่ำจนเยิ้มหยดเป็นดวง จากนั้นก็เอามากดแนบแผลสดแรง

 

“อา…..”  ความเจ็บแล่นริ้วขึ้นสมอง เอเลนปรือตาเยิ้มสุขใจยิ่งกดแรงก็ยิ่งสุขสันต์จนเนื้อเต้น

 

 

เอเลน เยเกอร์เป็น ‘มาโซคิสม์ ( masochism )’ ขั้นรุนแรง

 

 

เขารักความเจ็บปวด..ครั้งแรกที่รู้สึกตัวคือตอน 5 ขวบ จากแค่นึกสนุกปาหินใส่กระถางต้นไม้ของตาลุงข้างบ้านแตก ตอนนั้นพ่อแม่ไม่อยู่จึงถูกตาลุงนั่นลงโทษโดยการใช้ไม้หวายตีที่ก้นซ้ำๆไปมา

 

ตอนแรกที่โดนเจ็บจนร้องไห้..เขากลัวจนตัวสั่นแหกปากร้องจ้าขอความช่วยเหลือ ดูเหมือนลุงนั่นจะไม่ยอมรามือยิ่งหวดกระหน่ำใหญ่ ก้นที่เจ็บแปลบเริ่มชาวาบวินาทีนั้น…ก้อนเนื้อหัวใจของเขาเต้นแรง น่าแปลกนักอวัยวะเพศอันน้อยไม่เจริญพันธุ์กลับตุงขึ้นมา ยิ่งตาลุงนั่นฟาดแรงเท่าไหร่เขาก็ยิ่งสุขสันต์เท่านั้น  ตั้งแต่นั้นมาเอเลนก็หาเรื่องยั่วประสาทอีกฝ่ายทุกวันในเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่ ให้คนข้างบ้านเข้ามาลงโทษตบตีเขาแล้วเขาก็สุขใจยิ่งนักเมื่อร่างกายได้รับความเจ็บปวด

 

ทว่า…ความสุขก็หายไป  เมื่อพ่อมาพบรอยฟกช้ำตามตัว จึงแจ้งความจับลุงผู้รักต้นไม้ยิ่งชีพนั่นข้อหาทำร้ายร่างกาย

ศาลตัดสินจำคุก 3 ปีแต่ดูเหมือนว่าลุงแกจะมีโรคประจำตัวพอเข้าคุกไม่นานก็สิ้นใจตายในนั้น

 

 

เอเลน เยเกอร์ มีงานอดิเรกคือการจงใจหาเรื่องแกว่งเท้าหาเสี้ยน..สายตาขวางโลกนั่นมีไว้เพื่อการนี้ วันนี้ก็เช่นกันเขาจงใจเข้าไปพูดคุยกับ มิคาสะ แอคเคอร์แมน  สาวงามประจำห้องที่ใครๆก็รู้ว่านักเลงหัวไม้เด็กเกเร แจน กิลชูไตน์ หลงรักหัวปักหัวปำ ถึงขนาดประกาศกร้าวว่าหากใครคิดจีบมิคาสะต้องเจอตีน  เอเลนอยากจะเจอตีนเป็นสุดล้นเลยดาหน้าเข้าไปจีบมิคาสะแล้วก็ได้เจอสหบาทาสมใจอยาก

“มันยังไม่พอ..ความเจ็บนี่..ยังไม่พอ”  เอเลนสบถหัวเสีย ดูเหมือนว่าแผลสดตามเนื้อตัวยามถูกแอลกอฮอล์ชโลมชุ่มฉ่ำนั้นทำเอาด้านชาไปแล้ว..ความสุขนี่ประทังความสมใจได้แค่เล็กๆน้อยๆ มันยังไม่เพียงพอกับความต้องการ  จังหวะนั้นคลาร่ากลับเข้ามาพอดี เธอถือพลาสเตอร์มาแกะปิดแผลบนใบหน้าและตามตัวลูกชายอย่างเบามือ ทั้งที่ใจเอเลนอยากจะบอกว่าแปะแรงๆก็ได้เขาชอบแบบนั้นมากกว่า

 

 

เมื่อเวลา 15.00 น. ตำรวจได้พบศพของหญิงสาวถูกฆาตกรรมน่าสยดสยองโดยการหั่นอวัยวะเป็นท่อนๆใส่ถุงดำโยนทิ้งไว้ริมแม่น้ำ จากการชันสูตรศพพบว่าผู้ตายคือนางสาวเอมิลี่ หวัง ลูกครึ่งชาวจีน เสียชีวิตราวๆ 4 ทุ่ม สภาพศพที่ถูกชำแหละแพทย์บอกว่าน่าจะเกิดตอนที่ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ นี่คือศพรายที่ 3 ของเดือนนี้แล้วเป็นการฆาตกรรมจิตวิปริตของคนร้ายที่ทางเราใช้ฉายาว่า ‘Sadism’  ‘

ทางเราจะพยายามสุดความสามารถไล่ตามคนร้ายให้ทัน คนๆนี้อันตรายมาก ยังไงก็ตามประชาชนทุกคนหากไม่มีธุระจำเป็นไม่ควรออกจากบ้านในยามวิกาล ‘

 

ข่าวเย็นของวันนี้ฉายภาพไปยังริมแม่น้ำที่รายล้อมด้วยตำรวจในเครื่องแบบกับฝ่ายนิติเวช กางกั้นเขต keep out สีเหลืองรอบๆปิดทางไม่ให้ชาวบ้านและนักข่าวเข้ามามุงดูจนอาจทำให้เกิดการสูญเสียหลักฐานมัดตัวคนร้าย สภาพศพของเอมิลี่ในถุงขยะสีดำถูกเบลอด้วยเซนเซอร์แต่ยังพอเห็นเป็นเค้าร่างและสีแดงของเลือดอยู่

“น่ากลัวจริงๆ ฆ่าทั้งๆที่ยังไม่ตาย โรคจิตเกินไปแล้ว” คลาร่ายกมือปิดปาก รู้สึกสลดใจกับข่าวร้าย ขณะเดียวกันก็หวาดหวั่นฆาตกรที่ยังลอยนวล แม้ว่าตำรวจจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะจะจับคนร้ายให้ได้  ยังไงเสียทุกคนรู้ดีว่าเป็นเพียงคำพูดปลอบขวัญประชาชนเท่านั้น

“โทรบอกพ่อให้รีบกลับบ้านดีกว่า”  แม่บ้านยังสาวลุกจากโซฟาตรงไปยังโทรศัพท์บ้านหน้าเคาน์เตอร์ตรงห้องโถง

 

 

เอเลนจ้องมองการฆาตกรรมในข่าวเหล่านั้นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง..มือสั่นระริกกำหมัดแน่นจนเหงื่อชื้น

“นี่ล่ะ…นี่ล่ะ..ความรู้สึกแบบนี้ล่ะ”  ริมฝีปากแห้งผากแสยะยิ้ม นัยน์ตาสีเขียวประกายวาววับ ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นแรง เป้ากางเกงเริ่มตุงหลังจากที่สงบไปนานหลายปี

 

 

แค่เห็นภาพยังขนาดนี้…ถ้าเป็นคนๆนี้ล่ะก็

ฆาตกรต่อเนื่อง ‘Sadism’  ต้องทำให้เขาสมปรารถนาแน่

 

“เอเลน..รีบไปอาบน้ำแล้วมากินข้า…เอเลน?”  คลาร่ากลับเข้ามาในห้องรับแขกหลังจากโทรไปเตือนสามีเสร็จ ดวงตาสีอำพันกวาดมองหาร่างของลูกชาย ซึ่งบัดนี้ไร้ร่องรอย..ทิ้งไว้แต่เพียงกระเป๋านักเรียนกับคราบเลือดที่ติดบนสำลี

 

 

.

.

.

 

 

ตรอกซอยในยามค่ำคืนมืดมิดเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ เท้าของเด็กหนุ่มเดินแกร่วไปทั่วในทุกๆสถานที่ เริ่มจากมายังจุดเกิดเหตุแรกที่พบศพ เหยื่อเป็นชายหนุ่มผิวสีเข้มมะกันโดนมีดจ้วงแทงสิบสี่แผลตามตัว ลูกตาถูกควักออกมายัดคาปาก โดยที่ sadism จงใจบีบปากให้คมฟันบดเคี้ยวลูกตาตนเองจนแตกละเอียดในนั้น   ในซอยมืดๆนี่ก็ไร้วี่แวว..เอเลนพ่นลมหายใจแรงเดินทอดน่องเบื่อหน่ายตรงไปยังใต้สะพานลอยปล่อยร้างเพราะยังซ่อมบำรุงไม่เสร็จนี่คือที่ตายของเหยื่อรายที่สองเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อายุ 12 ปี สาเหตุการตายคือขาดอากาศหายใจ ก่อนหน้าที่จะตาย sadism เฉือนเอ็นข้อเท้าและข้อมือขาดทำให้ร่างทั้งร่างไม่สามารถขยับไปไหนได้ คงกำลังนอนหวีดร้องขอชีวิตทั้งน้ำตา  และเหยื่อรายที่สามของวันนี้คือเอมิลี่ หวัง

 

 

 

อา…แค่คิดถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ

เอเลนปรารถนาจะเป็นเหยื่อของ sadism เหลือเกิน

 

 

 

 

ผัวะ!!!!ผัวะ!!!!ผัวะ!!!!!

“ช่วยด้วย!!!ใครก็ได้..อ่อก!!!!”

 

 

เสียงหวีดร้องหวาดผวาของหญิงสาว ดังมาจากตึกร้างตรงหัวมุมนั่น…เอเลนกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นเต้น เขาก้าวเดินเข้าไปอย่างช้าๆระมัดระวังในตัวตึกสูงสี่ชั้น  ฝุ่นควันจับคลุ้งจนต้องใช้มือโบกสะบัด เสียงทุบตีก้องสะท้อนทุกหนทุกแห่งมาจากชั้นบนสุดของตึก คลอเสียงร้องครวญสะอื้นของหญิงสาวแผ่วเบาลงทุกที

 

ผัวะ!!!!ผัวะ!!!!ผัวะ!!!!!

“ช่วย…ด..ด้วย..”

 

 

รองเท้าหนังสีดำก้าวเดินเหยียบขั้นบันไดทีละขั้นทีละขั้น ใจลุ้นระทึกจนเหงื่อกาฬไหลย้อยตรงขมับชื้นเส้นผมสีน้ำตาลสั้น เด็กหนุ่มยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าไม่คิดจะเหลียวหลังกลับจนในที่สุด..เขาก็มาถึงชั้นสี่..เสียงร้องของผู้หญิงเงียบไปแล้วแทนที่ด้วยเสียงบางอย่างที่เอเลนไม่เข้าใจ ดูเหมือนว่าห้องที่เกิดเรื่องจะเป็นห้องฝั่งขวาของตึก เขาย่องฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะค่อยๆชะโงกหัวดูผ่านช่องบานประตูที่แง้มเปิด

 

ครืด!!!ครืด!!!ครืด!!!!

 

ร่างเงาตะคุ่มนั่นคือบุรุษเพศ ในมือถือเลื่อยขนาดใหญ่ กดแนบลงบนแขนของหญิงสาวที่หน้ายับเยินจนไม่เหลือเค้าความงามอีกต่อไป เอเลนหลุบตาลงมองท่อนชะแลงบนพื้น..คาดว่าคนถูกตีด้วยสิ่งนี้กลิ่นคาวของเลือดคลุ้งขึ้นจนฉุนกึกจมูก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาสีเขียวกลมโตเบิกกว้างจ้องมองร่างของผู้เคราะห์ร้ายกำลังถูกชำแหละเป็นชิ้นๆ!!!

 

ฉึก!!!!!!

 

บางอย่างพุ่งมา เด็กหนุ่มเอี้ยวตัวหลบทันหวุดหวิดมองตามไปยังทิศทางที่สิ่งนั้นบินออกมาจากช่องบานประตูปักคาผนัง..แสงจันทราที่เก็บซ่อนหลังเมฆหมอกฉายทะลุผ่านหน้าต่างในตัวอาคารรกร้าง วัตถุแหลมคมวาววับเปื้อนเลือดนั่น..คือมีดทำครัว!!

 

แอ๊ดดดดดด

 

ประตูเปิดออกช้าๆพร้อมกับการก้าวเดินออกมาของเงาร่างตะคุ่มนั่น…แสงสีนวลสาดส่องให้เอเลนได้เห็นบุคคลดังกล่าว บุรุษร่างสูงน้อยกว่า..ใบหน้าหล่อเหลาล้อมเส้นผมสีดำสั้นไถเกรียนหลัง มือแกร่งถือเลื่อยเปื้อนเลือดสดๆชโลมเปรอะยังผ้ากันเปื้อนสีขาวที่ผูกกันเสื้อผ้าด้านในเอาไว้ นัยน์ตาคู่คมดุดันเช่นสัตว์ล่าเนื้อสีขี้เถ้าเขม็งมองไปยังเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาล

“สอดรู้สอดเห็นสินะ..”  เสียงทุ้มเรียบนั่นเรียบนิ่งดูเยือกเย็นชวนเสียวสันหลังวาบ เอเลนเก็บซ่อนหัวใจเต้นระรัวเอาไว้ใต้หน้ากากที่ชักสีหน้าหวาดผวาออกมา

 

 

ในที่สุดก็ได้เจอ ฆาตกรต่อเนื่อง ‘Sadism’

 

“ย..อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ..ผมไม่ได้ตั้งใจจะมอง..ส..สัญญาจะไม่บอกใคร”  เอเลนถอยหลังกรูดจงใจแสร้งทำเป็นสะดุดก้อนหินด้านหลังล้มหงายก้นจ้ำเบ้า คนผมสีดำหรี่ตามองเด็กหนุ่มอายุน้อยคาดว่าน่าจะเป็นเด็ก ม.ปลาย

 

 

“จะเล่นละครอีกนานไหม ไอ้โรคจิต”

 

คำพูดนั่น..ทำเอาเอเลนหน้าเหวอตกใจ เขาเลิกทำท่าทีหวาดกลัวเงยหน้าขึ้นมองคนอายุมากกว่าตรงหน้า นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองเข้าไปในดวงเนตรสีเข้มนานสองนาน ก่อนจะพ่นลมหายใจแรงนั่งเท้าแขนสบายๆกับพื้น

“คุณรู้ได้ไง..”

“หึ..ฉันไม่ได้โง่หรอกนะ แค่มองตาแกก็รู้แล้วว่าแกมันเป็นพวกจิตวิปริต”

 

 

คนธรรมดาย่อมเข้าหาคนธรรมดา

แต่เขาสองคนคือ ‘คนพิเศษ’

“แกต้องการอะไร?”  ชายหนุ่มผมสีดำเปื้อนเลือดทั้งตัวเอ่ยถาม

“ผมอยากให้คุณ ทำให้ผมเจ็บปวดแบบที่ทำกับเหยื่อทั้งหมด” เอเลนตอบด้วยรอยยิ้มเย้ายวนใจ..นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแสดงอารมณ์ความต้องการแท้จริงออกมา เมื่ออยู่ต่อหน้าชายที่เป็น คนประเภทเดียวกัน  ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากทำตัวอ่อนแอชวนน่ากลั่นแกล้งอีกต่อไป  ไม่จำเป็นต้องไปยั่วโมโหพวกมนุษย์คนธรรมดาให้บันดาลโทสะใส่เขา

 

 

คุณเท่านั้นที่เข้าใจผม ‘sadism’

 

 

“น่าสนใจดีนี่”  ฆาตกรต่อเนื่องกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาโยนเลื่อยอันใหญ่ลงกับพื้นเดินไปคว้าชะแลงที่ใช้ทุบหน้าเหยื่อคนที่สี่เมื่อครู่เดินลากมาใกล้เด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาล ตะขอเหล็กกดแน่นตรงแก้มลากไล้เบาๆไปยังมุมปากที่ปริแตกจากแผลชกต่อย เขาออกแรงกดแน่น..แน่น..จนคมตะคอเจาะเข้าไปในเนื้อปาก เอเลนอ้าปากหายใจหอบครางเบาๆ นัยน์ตาปรือเยิ้มเลือดในกายสูบฉีดแรงตื่นเต้น

 

ปึก!!!!!

 

“!!!!!!!!!!”   ฝ่าเท้าสวมรองเท้าบูทหนังกระทืบเหยียบเป้าของเด็กหนุ่มขยี้แรงจนเอเลนกรีดร้อง กระนั้นแล้วนัยน์ตาสีเขียวกลับเปี่ยมอารมณ์สุขสันต์มากกว่าเก่า  ฆาตกรเรือนผมสีดำอ้าปากเหวอชั่วขณะก่อนกลับมาแสยะยิ้มเย็นพออกพอใจแล้วออกแรงบดขยี้อวัยวะเพศนั่น..คนทั่วไปคงหดเข้ากระดองแต่เจ้าหนูนี่เด้งสู้ฝ่าเท้าเขา

“แกนี่มันโคตรโรคจิตเลยว่ะ ไอ้หนู”  มือแกร่งกระชากเส้นผมสีน้ำตาลเหวี่ยงกระแทกกับผนังซ้ำๆไปมา เอเลนครางร้องเจ็บเป็นระยะสลับเสียงซี้ดเร้าอารมณ์  ฆาตกรหนุ่มดึงกระชากผมอีกฝ่ายให้แหงนหน้า ใบหน้าหวานชื้นเหงื่ออาบเลือดกำเดาไหลออกจากจมูกและปาก ใบหน้าบวมเป่งจากการถูกจับกระแทกลงกำแพง ดูเหมือนจะหัวแตก เลือดไหลย้อยจากขมับลงมาหยดดวงที่คางมน

 

“อา..ดีจัง..เจ็บดีจัง”  เอเลนหายใจหอบ ใบหน้าแดงระเรื่ออ้าปากกว้าง ตาสีเขียวหยาดเยิ้มจ้องมองเข้าไปในดวงตาคมกริบสีเทา ฆาตกรหนุ่มใจเต้นระรัว..เขาทรมานคนมานับต่อนับเพื่อสนองความสนุกสนาน..เขารักที่จะทำให้ทุกสิ่งกรีดร้องด้วยความหวาดผวา เริ่มจากลูกนกตัวน้อยมาเป็นแมว เป็นหมา สุดท้ายก็มาเป็นคน

 

 

แต่มันไม่เคยเติมเต็มความปรารถนาได้ซักครั้ง

 

 

อวัยวะเพศแข็งตุงขึ้นมา ยิ่งเขาใช้ชะแลงฟาดหวดตามร่างกายเด็กหนุ่ม เกี่ยวกระชากเสื้อนักเรียนขาดวิ่น เกี่ยวเอาเนื้อบนหน้าท้องออกจนลอกเป็นแผ่นแล้วฝาดเฉาะลงบนหัวนมสีชมพูชูชันนั่นจนได้เลือดเหวอะ

“อา…อา..อ้า..มากกว่านี้..ฮ้า..”  เอเลนยื่นแขนไขว่คว้าหาคนหนุ่มผมสีดำสั้น บุรุษโรคจิตผู้สร้างงานฆาตกรรมสุดสยองมาสี่รายด้วยกันขยับตัวเดินเข้ามาใกล้ นั่งยองลงระดับเดียวกับเด็กหนุ่มหายใจหอบโยน มือแกร่งลูบไล้ไปตามบาดแผลสดที่เขาสร้างเอาไว้ เลื่อนไปยังหัวนมทั้งสองชโลมเลือดแล้วกดเล็บจิกขยี้จนเลือดออกมากกว่าเก่า

 

“อื้อ..”  เอเลนแอ่นอกสะท้าน ยิ่งอีกฝ่ายขยี้บิดหัวนมซึ่งกำลังจะขาดในไม่ช้า เขายิ่งเสียววาบไปทั่วร่างกาย

“อ้า..อย่างงั้น..ต..ตรงนั้น”

“โห..แกนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ”   ฆาตกรแสยะยิ้มกว้าง มือกระชากเอากางเกงนักเรียนออกไปโยนกองที่ไหนซักแห่ง แก่นกลางของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงกำลังแอ่นชูเหยียดตรง หยดน้ำกามรมณ์เยิ้มผุดออกมาเล็กๆที่ปลาย เขามีหรือจะยอมให้อีกฝ่ายสุขสันต์ได้ง่ายๆ

 

 

ก็เขามันคน ‘ซาดิสม์ (sadism) ’

 

มือหนาชุ่มเลือดกำแก่นกลางของเด็กหนุ่มบีบแน่น..แน่น..แน่นเรื่อยๆจนเอเลนร้องเสียงหลง ฆาตกรบีบจนเป็นรอยช้ำฝ่ามือ แล้วหยิบเอาแท่งชะแลงนั่นจรดช่องทางสีหวานระหว่างบั้นท้ายกลมกลึงนั่น

“อ้า!!!!!!!!!!!!!”  เอเลนหวีดร้องตกใจ เขาสะดุ้งโหยงไม่คาดคิดว่าจะถูกกระทำเช่นนี้ นัยน์ตาสีมรกตฉายแววตื่นตระหนกจ้องมองแท่งชะแลงแทงเข้าออกเข้าออกในตัว คมตะคอด้านในเกี่ยวลากขูดผนังตอดรัดแน่นจนเจ็บร้าวสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“เจ็บ..เจ็บ!!!”  เด็กหนุ่มน้ำตาคลอเบ้า ปวดระบมช่วงล่าง..สำลักไอค่อกแค่กจนน้ำมูกออกทางจมูก  ถึงอย่างนั้นฆาตกรหนุ่มยังคงขยับยิ้มสะใจแล้วอัดแทงชะแลงเร็วกว่าเก่า เอเลนบิดเร้ากายทุกข์ทรมานถึงอย่างนั้นแล้ว..สายตาสีเขียวที่เคยผวาเมื่อครู่เริ่มกลับมาหยาดเยิ้มอีกครั้ง

 

“สุดยอด!!!!ผมพึ่งเคยเจ็บสุดๆแบบนี้!!!อ้า…ได้โปรด..อยู่กับผมตลอดไปเถอะ!!!”  เอเลนผวากอดรอบคออีกฝ่ายแน่น ขยับสะโพกเข้าหาชะแลงรัวๆ ฆาตกรดึงชะแลงชุ่มเลือดออกไป โลหิตไหลเยิ้มเปื้อนโคนขาเขารูดซิปกางเกงแล้วอัดกระแทกแก่นกายใหญ่ร้อนของตัวเองเข้าไปทีเดียวสุดอัน!!!ผลักร่างบอบบางลงนอนกับพื้นเอามีดตรึงมือทั้งสองเอาไว้เหนือพื้น แล้วขยับสะโพกรัวๆจนเสียงเนื้อกระทบกันชัดก้องในตึกร้าง

“หึ…ได้สิไอ้หนู ฉันจะทรมานแกอย่างถึงใจที่สุดเลยล่ะ” เขากระซิบเสียงเย็นยะเยือกข้างหู สำหรับเอเลนหาได้หวาดกลัวแต่กลับสุขใจยิ่งกว่าสิ่งใด ทั้งสองมองตากันและกัน..สายตาของคนพิเศษเคมีตรงกันเท่านั้นที่ตามหามานานแสนนาน

 

 

“ผมชื่อเอเลน เยเกอร์..คุณ sadism คุณชื่ออะไร?”  คำถามถึงนามของฆาตกรพร้อมกับของเหลวปลดปล่อยสูงสุดแห่งแรงอารมณ์ของทั้งคู่  นัยน์ตาสีเขียวจดจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาชื้นเหงื่อเปื้อนเลือดล้อมเส้นผมสีดำ ดวงเนตรสีขี้เถ้าคมกริบวาววับสนุกสนานเช่นเดียวกับเขา

 

“ชื่อของฉัน..คือ รีไว “

 

 

.

.

.

 

 

สามเดือนต่อมา..ฆาตกรต่อเนื่อง sadism ไม่สามารถจับตัวได้จนในที่สุดต้องปิดคดีไป สังเวยผู้เสียชีวิตไปทั้งหมด 4 รายด้วยกัน สถานที่เกิดเหตุสุดท้ายทางนิติเวชสำรวจพบคราบเลือดปริศนาของใครอีกคนที่ติดบนชะแลงและผนังปูนปะปนกับน้ำอสุจิ เมื่อตรวจสอบจึงได้รู้ว่า..เป็นของเด็กหนุ่ม เอเลน เยเกอร์ ซึ่งบัดนี้หายสาบสูญ

 

 

ลือไปต่างๆนานาว่าอาจจะถูกฆาตกรโรคจิตฆ่าแล้วชำแหละกินไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

ครอบครัวเยเกอร์ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาของบิดามารดาดูซูบผอมอิดโรยเห็นได้ชัด ทุกวันนี้พวกเขาก็ยังไม่ลดเลิกที่จะตามหาลูกชายเพียงคนเดียว วอนขอผ่านสื่อหวังเพียงว่าสิ่งนี่จะทำให้คนร้ายเห็นใจซักนิดก็ยังดี

 

เอเลนเป็นลูกชาย..ฮึก..คนเดียวของเรา ได้โปรดเถอะ..อยากได้อะไรเรายินดีให้ แต่ได้โปรดคืนเขากลับมา

 

 

ในห้องคับแคบดั่งรูหนูสี่เหลี่ยมเล็กๆแต่สะอาดสะอ้านไร้ที่ติ..ข่าว ‘sadism หายไปไหน? เอเลน เยเกอร์ คือเหยื่อรายที่ 5 หรือยังมีชีวิตอยู่’  ข่าวนี้ดังกระฉ่อนมาตลอดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าความปรารถนาของครอบครัวเยเกอร์สำเร็จไปครึ่งทางแล้ว..อย่างน้อยๆ รีไว เจ้าของฉายา sadism ก็กำลังนั่งดูบทสัมภาษณ์เหล่านี้อยู่

 

แต่น่าเสียดาย..ที่เขาไม่ได้มีความเห็นใจให้สองผัวเมียนั่น

 

รีไวลุกจากเก้าอี้ตักเอาซุปเนื้อต้มกับมันฝรั่งในหม้อใส่ชามเดินตรงมายังเก้าอี้หัวโต๊ะตรงข้าง..นัยน์ตาสีขี้เถ้าสะท้อนร่างของเด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลถูกมัดกับเก้าอี้ ท่อนแขนขวาขาดไปแต่ข้างซ้ายยังอยู่ ใบหน้าหวานบวมเป่งถูกกรีดสลักชื่อไว้ว่า Fucking masochism ตรงแก้มซ้าย

“กินซะ”  รีไววางอาหารลงตรงหน้าเด็กหนุ่มผู้ตกเป็นข่าวว่าถูกเขาลักพักตัว แท้จริงแล้วเต็มใจติดสอยห้อยตามมา เอเลนเงยหน้าช้าๆมองซุปในนั้นพยายามยื่นหน้าเข้าไปแต่ก็ไม่เป็นผล  ฆาตกรหนุ่มหยิบชามซุปร้อนๆนั้นสาดลงจงใจราดรดแผลกรีดล่าสุดตรงหน้าอกด้วยคมมีด เอเลนกระตุกวาบหายใจหอบหนัก นัยน์ตาคลอเบ้าเจ็บร้าวก่อนจะแสยะยิ้มกว้าง

 

“ปวดดีจัง..อ้า..เจ็บ..เจ็บเหลือเกิน”

“แกนี่มันโคตรโรคจิตเลยไอ้หนู”  รีไวจิกกัดทั้งเสียงทุ้มเย็นชา หากแต่ในแววตาของเขาสนุกสนานยิ่งกว่าอะไร มือหยิบเอาเศษเนื้อต้มเปื่อยในชามยัดเข้าปากเอเลนแล้วใช้มือกดแน่นบังคับให้เจ้าตัวกิน “เป็นไง..เนื้อแขนของแกอร่อยไหม”

เอเลนพยักหน้าตาเยิ้มเคี้ยวเอารสเนื้อผสมเครื่องเทศที่มาจากแขนขวาเขา แล้วกลืนลงคอไป ช่างเป็นความเจ็บปวดทางกายไม่พอยังร้าวรานไปถึงดวงใจอีกที่ต้องเสียอวัยวะสำคัญของตนไป

 

ความเจ็บแสนสุดยอดนี้จะมีใครเล่าให้ได้เท่าคนๆนี้

 

“อา..ทำให้ผมเจ็บกว่านี้สิครับ คุณรีไว”  เอเลนเอียงคอปรายตามองยั่วเย้า คนผมดำจ้องมองเข้าไปในแววตาเปี่ยมปรารถนานั่นเขาเลียปากปลดกระดุมเสื้อเดินเข้ามาใกล้อีกฝ่าย

 

“ได้สิเอเลน..จะทำให้แกเจ็บไปจนวันตายเลยล่ะ”

 

 

FIN

5 thoughts on “[S.Fic Attack on titan][Levi x Eren] S&M

  1. ณ จุดจุดนี้มีเพลงอยากมอบให้สองคนนี้ึ่ะ
    “แต่เราก็หากันจนเจอ….”
    ช่างเป็นคนพิเศษของกันและกันที่เกิดมาเพื่ออยุ่ด้วยกันจริงๆ
    ระดับความซาดิสม์กับมาโซของเอเลนนี่สูงมากจนยากจะหาใครเทียบจริงๆ
    ปล่อยเขาอยุ่ด้วยกันสองคนแหละดีแล้ว
    เราไม่อยากเจอคนพิเศษแบบนี้

  2. แม่เข้าใจดีเลยล่ะหนูเลน~~~~ รู้ว่าเจ็บแต่อยากเจ็บขึ้นไปอีก#เป็นมาโซค่ะ^_^ เรียกได้ว่าฟินนาเร่คร้าาา เจ๊บลัดแต่งออกมาได้ใจเหล่าสาวก sm มากมายยยย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s