[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part24

 

 

Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Kuroko no love 24

 

 

 

กลิ่นหอมเนื้อย่างอบอวลแตะจมูกชวนน้ำลายสอ ชิ้นเนื้อแลบางหมักซอสบนตะแกรงร้อนกลายเป็นสีน้ำตาลจวนได้ที่ วินาทีนั้น!!ตะเกียบนับสิบคู่พุ่งเข้ามาชนกันโดยมีเป้าหมายคือ..เนื้อย่างชิ้นนี้ที่สุกก่อนใคร สงครามการแย่งชิงอาหารก่อบรรยากาศขมุกขมัวรอบโต๊ะอาหารในร้านเนื้อย่าง จนทุกสายตาของลูกค้าโต๊ะอื่นๆต้องหันมามองเหล่าเด็กผู้ชายตัวโตสวมชุดยูนิฟอร์มนักกีฬาสีขาวดำแทบแดงปักตราไว้ว่า SEIRIN

 

“อิซึกิฉันเล็งชิ้นนี้ไว้ก่อนนะ นายถอยไปดีกว่า” กัปตันฮิวงะกระซิบเสียงข่มขู่พอยด์การ์ดของทีม

“เขาว่ากันว่าเนื้อย่างมักย่างเดินเข้าปากนกอินทรีก่อนเสมอ” สำบัดสำนวนพิลึกกับการตบมุกสุดแป้กโต้กลับไป ไม่มีท่าทียอมร่นถอยตะเกียบชนกันดังแกร๊กๆ ตลอดเหนือกระทะย่าง  ทันใดนั้นมีตะเกียบอีกคู่พุ่งมา กัปตันทีมและพอยด์การ์ดรีบประสานงานตั้งการ์ดตะเกียบป้องกันไว้!!

“มันต้องเป็นของฉันต่างหากเล่า!มิโตเบะก็เหมือนกันสินะ!!” โคกาเนะก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน พร้อมแปลภาษาคนเงียบนิ่งข้างตัวที่ถือตะเกียบสู้ด้วย!!!

 

 

 

เพราะนี่คือสงคราม!!!!!

 

 

 

 

“คางามิคุงใช้ตะเกียบไม่ค่อยถนัดสินะคะ ฉันคีบให้ค่ะ”

“อ..โอ๊ะ!!ขอบใจนะคุโรโกะ”

 

คนผมแดงน้ำตาลไหม้ชี้ฟูรีบชิ้นเนื้อจากเด็กสาวในชุดยูนิฟอร์มนักกีฬาชายตรงหน้า ทุกสายตาหันไปมองคู่แสงเงาทีมก่อนหันกลับมายังชิ้นเนื้อย่างที่พวกเขายื้อแย่งกันนานสองนาน..มันหายไป!!!!!!!!!

“มิสไดเร็กชั่น..อันตรายนัก..” อิซึกิกัดฟัน กุมขมับปวดร้าวใจ ขนาดเขาที่มีตาอินทรียังไม่สามารถเอาชนะความจืดจางของเด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนตัดสั้นยุ่งชี้กระดกไปมาผู้นี้ได้

“บ้าจริง!!!แม้แต่แย่งเนื้อ ก็แพ้ให้กับเงาลวงตา” ฮิวงะกำตะเกียบแน่นน้ำตาไหลพราก

 

 

เผลอประมาทศัตรูตัวฉกาจที่ซ่อนเร้นในเงามืด

 

 

“พวกนายนั่นแหละเลิกบ้าซักที!!!เนื้อก็มีตั้งหลายชิ้นจะแย่งกันทำไม” โค้ชสาวของทีมเซย์รินส่ายหน้าระอาใจกับท่าของเหล่าผู้ชายที่ทำท่าเหมือนหมาวัดแย่งอาหารกันไปมาอยู่ได้  แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังคงทำสงครามชิงเนื้อย่างกันต่อไป  ริโกะเห็นแล้วก็ถอนหายใจปลงตก  ถึงจะน่าอาย แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าการแข่งขันกับชูโตคุทุกคนต้องงัดสุดกำลังที่มีเพื่อปราบหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยที่มีอาวุธเป็นลูกชู้ตสามแต้มไม่มีใครเอื้อมถึงอย่าง มิโดริมะ ชินทาโร่ ไหนจะบุรุษผู้มีดวงตาเหยี่ยวอย่างคาซึนาริ ทาคาโอะอีก ความเหนื่อยล้านั้นทำให้เธอตัดสินใจพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ร้านเนื้อย่างชื่อดังริมถนน อีกอย่าง..ไม่แปลกที่สมาชิกในทีมบาสจะหิวจนไส้กิ่ว

 

ดวงเนตรสีน้ำตาลกลมโตเหลือบไปยัง…บุรุษที่นั่งฝั่งตรงข้าม..ชายตัวสูงใหญ่กำยำกำลังพยายามฝืนมือจับตะเกียบเก้ๆก้างๆภายใต้การสอนวิธีจับอย่างถูกต้องจากปากเด็กสาวจำแลงกายเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็กๆข้างตัวเธอ คิ้วสองแฉกขมวดมุ่นเป็นปมจวนจะเป็นโบว์แน่นขนัดหว่างคิ้วแล้ว พยายามอย่างยิ่งที่จะคีบเอาเนื้อเข้าปาก..และแล้วก็ร่วงตกใส่จานอีกรอบ

 

 

แสงและเงา..เด็กปีหนึ่งที่เข้ามาเป็นความหวังของทีมโนเนมเช่นเซย์ริน

ถ้าไม่มีพวกเขาทั้งสองก็ไม่รู้ว่าจะมาถึงวันนี้ไหม

 

 

“เฮ้อ..ช่วยไม่ได้..คางามิคุงอ้าปากค่ะ” คุโรโกะสุดจะทนบวกรำคาญใจที่เห็นคนหนุ่มผมสีเพลิงไม่สามารถเอาเนื้อเข้าปากได้ซักที เธอจึงคีบเนื้อย่างขึ้นมาจุ่มซอสหมักแล้วจ่อปากคนหนุ่มตัวสูง

“เฮ้ย!!!ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้มั้ง!!”

“ขืนจับตะเกียบช้าแบบนี้ก็ไม่ทันคนอื่นพอดี อ้าปากเร็วๆค่ะ” นี่เป็นคำสั่งทั้งสีหน้าตายไร้อารมณ์ คางามิสะดุ้งเล็กน้อยๆ เขากลั้นหายใจมองชิ้นเนื้อโลเลตรงหน้าด้วยความโลเลใจพักหนึ่งก่อนจะค่อย..เปิดปากยอมให้อีกฝ่ายป้อนเนื้อเข้าไปโดยดี

 

“อร่อยไหมคะ?”  คุโรโกะถาม

“อื้อ!!!ซอสกับเนื้อเข้ากันลงตัวดีชะมัด!!!”  คางามิพยักหน้าเคี้ยวตุ้ยๆก่อนจะกลืนลงคอ เนตรสีเพลิงคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้า..เด็กสาวหน้าจืดๆที่ปลอมเป็นชายขยับยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มกับดวงเนตรสีฟ้าอ่อนเปี่ยมอ่อนโยนสบตอบกลับมาที่นานๆจะเห็น  คางามิรู้สึกไหววูบในอกแปลกๆยิ่งมองนานเท่าไหร่เขายิ่ง…

 

 

ตึกตัก!!!

 

 

“แหนะๆๆ คู่นี้นี่มันยังไงกันน้า”  ทุกคนพูดพร้อมกันยิ้มแซวคู่หูของทีมที่พึ่งรู้ตัวว่ามีคนมองอยู่   ทั้งสองผละสายตาจากกันแล้วหันกลับมามองเหล่ารุ่นพี่ที่พากันยักคิ้วหลิ่วตาทำหน้าหมั่นไส้ระคนอิจฉานิดๆ   คางามิ ไทกะหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงเข้มจนแทบกลืนไปกับสีผม รีบออกตัวปฏิเสธโบกมือพัลวันยกใหญ่

“ม..ไม่ใช่อย่างนั้นนะ!!ครับ!!!”

“แล้วมันอย่างไหนล่ะ คางามิคุงงงงง” โคกาเนะแทงศอกใส่เอซแห่งเซย์ริน ก่อนจะหันไปคีบตะเกียบทำท่าล้อเลียนกับมิโตเบะที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาเอาแต่ยิ้มลูกเดียว

“ก็..ก็..แค่เพื่อนร่วมทีม”  คางามิเถียงต่อทั้งเสียงสั่นๆไม่กระโชกโฮกฮากมั่นใจเต็มปรี่เหมือนเคย  ก่อนจะค่อยๆ เหลือบมองเด็กสาวจืดจางที่นั่งนิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวหยิบเอาแก้วน้ำมาดื่ม  คุโรโกะเหมือนจะรู้ตัวว่าถูกมองเธอจึงช้อนตาขึ้นมาสบตาอีกฝ่ายพอดี

 

“มีอะไรเหรอคะ?คางามิคุง?” เสียงเรียบนิ่งถามพลางเอียงคอเล็กน้อย

 

 

 

ฉ่า!!!!!!!!!!!

 

 

คนหนุ่มตัวใหญ่หน้าแดงก่ำใจเต้นแรงเข้าไปกว่าเก่า ประกอบกับโดนล้อเลยยิ่งอายเข้าไปใหญ่จนต้องรีบหันหน้าหนีหลบสายตาทันควัน รู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองร้อนจนพอๆกับเตากระทะร้อนย่างเนื้อกลางโต๊ะก็ไม่ปาน

 

 

บ้าจริง!!!นี่มันอะไรกันฟร่ะเนี่ย!!!!

 

 

“หน้าแดงแล้วนะ เด็กน้อยเจ้าบ้างามิ” ริโกะหยอกล้อตามด้วยฉายาพิลึกๆนั้นที่หาว่าคนผมแดงเป็นเจ้าบ้าเต็มขั้น ยิ่งทำให้คางามิลนลานเข้าไปใหญ่จนเผลอลุกขึ้นจากโต๊ะทันที

“เจ้าบ้างามิ!!!ผมไม่ได้บ้าซักหน่อยนะโค้ช..อึก!!!”  จู่ๆคางามิกลับชะงักนิ่งเงียบ คิ้วสองแฉกขมวดมุ่นเป็นปม ทำหน้าหน้าเหย่เก  ทุกคนบนโต๊ะเงียบปากลงมองชายตัวสูงกำยำอย่างฉงนงุนงง ริโกะมองคางามินิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อด้วยสีหน้าจริงจังจนเหล่าสมาชิกทีมบาสเก็ตบอลโรงเรียนเซย์รินตะลึงพรืด

 

“คางามินายเจ็บน่องขาใช่ไหม?”

“!!!!!!!”

 

คางามิหลบสายตาเค้นถามจากสาวผมซอยสั้นสีน้ำตาลติดกิ๊ฟแอปเปิ้ล ใบหน้าคมกร้านก้มมองขาทั้งสองใต้กางเกงวอร์มสีขาวแถบแดงไม่ยอมรับและก็ไม่ปฏิเสธคำกล่าวของอีกฝ่าย  คุโรโกะตาโตตกใจเงยหน้ามองดวงหน้าคมคายครึ่งซีกที่เหงื่อโชกหน้าไปหมด ทั้งลำบากใจและก็ไม่อยากให้ใครรับรู้สถานการณ์ ณ ตอนนี้

 

 

ปิดบังมาตลอดว่ามีอาการบาดเจ็บหลังจบการแข่งกับชูโตคุ

 

 

“เป็นเพราะนายฝืนกระโดดสกัดลูกจากมิโดริมะมากไป นายนี่มัน..บ้าของจริงเลย”   ริโกะต่อว่าคนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้

“ก็ผมอยากชนะนี่..ครับ”  วาจาห้วนพยายามใส่หางเสียงกล่าวทั้งสีหน้าสำนึกผิด  ไอดะ ริโกะถอนใจอีกระลอก อันที่จริงเธอเองก็ผิด ทุกคนก็เช่นกันที่โยนภาระหนักอึ้งให้ชายคนนี้มากไป แม้จะเอาชนะมาได้ก็ต้องแลกกับการบาดเจ็บที่ไม่รู้ว่าจะหายดีเมื่อไหร่แถมยังมีแข่งรอบต่อไปอีกที่พวกเขายังไม่รู้ว่าจะต้องไปเจอกับใครนี่อีก

 

“ฉันขอสั่งจากนี้ไปหนึ่งอาทิตย์ห้ามนายเล่นบาสเป็นอันขาด ห้ามฝึกซ้อมห้ามอะไรทั้งนั้น ”

“หา!!!!!!!!!!!!”

 

 

นี่คือประกาศิตจากโค้ชสาว  ไอดะ  ริโกะ

 

 

.

.

.

 

 

หลังจบการแข่งขันในแมตท์ชูโตคุทางโรงยิมปิดปรับปรุงเพื่อตระเตรียมสนามต่อสำหรับอินเตอร์ไฮน์รอบต่อไปที่จะเริ่มอาทิตย์หน้า ตลอดทั้งสัปดาห์คางามิถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าชมรมบาส แม้แต่ลูกบาสก็ห้ามแตะต้อง แต่คุโรโกะรู้ดีว่าคนที่รักบาสเข้าเส้นเลือดต้องหาเรื่องตอดไปเล่นบาสอยู่ที่ไหนซักแห่งแน่ๆ

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดด

 

นกหวีดดังลั่นโรงยิมบาสเก็ตบอลเล็กๆของรั้วโรงเรียนเซย์ริน สมาชิกทุกคนละมือจากการฝึกซ้อมวิ่งมาเข้าแถวเรียงหน้ากระดานต่อหน้าโค้ชสาวผมสีน้ำตาลสั้น  มือดึงนกหวีดออกจากปาก ดวงเนตรกลมโตสีน้ำตาลสำรวจมองสภาพร่างกายของเหล่านักกีฬาหน้าโชกเหงื่อก่อนหลุบมองนาฬิกาข้อมือ

“นี่ก็ 4 โมงเย็นแล้ว วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เราจะพักซ้อมกัน ก็กลับไปพักผ่อนให้เพียงพอนะ ส่วนตารางแข่งขันดูเหมือนจะออกมาล่าช้าถ้ารู้คู่แข่งรอบต่อไปจะแจ้งอีกที”

“ถ้าไม่เจอรุ่นปาฏิหาร์ยอีกก็คงจะดี อย่างน้อยๆจะได้ผ่อนคลายบ้าง” ฮิวงะบ่นกระปอดกระแปดกับเพื่อนร่วมรุ่นระหว่างแยกย้ายไปเก็บของลงกระเป๋าเป้ที่วางไว้ริมสนาม ถึงจะเอาชนะมาได้จากซ้อมแข่งครั้งนึงและอินเตอร์ไฮน์รอบแรก  พวกเขาทุกคนก็ยังหลอนในความเก่งล้ำของอัจฉริยะบาสเก็ตบอล ถ้าเจอกันอีกครั้งก็ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าจะเอาชนะได้อีกหรือไม่

“คุโรโกะพรุ่งนี้ไปสวนสนุกกันไหม นานๆจะได้หยุดพักทั้งที”  ฟุริฮาดะกับเพื่อนปี1อีกสองคนเดินเข้ามาชวนเด็กสาวผมฟ้าสั้นในขณะที่ทุกคนกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเป้แยกย้ายกลับบ้าน

“คงไม่ได้ค่ะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดกับคนอื่นไว้แล้ว”

“เอ๋!!?”  ทุกคนตาโตเท่าไข่ห่าน เหล่ารุ่นพี่ถึงกับหูพึ่งหันขวับมามองร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่โคร่งกับกางเกงสามส่วนสีน้ำเงินที่ดูยังไงๆก็มองไม่เห็นเอกลักษณ์เพศหญิงซักนิด   ไอ้ครั้นพอจะถามต่อว่าไปนัดกับใครที่ไหนอย่างไรเมื่อไหร่แล้วคนๆนั้นผู้หญิง(ถ้าสวยน่ารักจะได้ไปส่องด้วย) หรือผู้ชาย

 

 

อีกฝ่ายก็มิสไดเร็กชั่นไปเสียแล้ว!!!!!

 

 

.

.

.

 

“ไปก่อนนะคะ”

สิ้นคำบอกลาคนในครอบครัวเสร็จ ประตูบ้านปิดสนิทพร้อมกับร่างบางในชุดเสื้อแขนสั้นมีฮูทสีฟ้าอ่อนกับกระโปรงสั้นสีขาว เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้าเดินออกจากซอยบ้าน ทอดน่องไปตามทางเท้า สวนผ่านผู้คนมากมายในย่านการค้าของโตเกียวที่พากันมาจับจ่ายใช้สอยหรือพากันมาเดินเที่ยวเล่นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์  มือหยิบเอาหนังสือเล่มเล็กกะทัดรัดในกระเป๋าสะพายใบเล็กสีขาวขึ้นมาเปิดอ่านพลางๆ ตลอดเส้นทางจนกระทั่งมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง  เจ้าตัวปิดหนังสือลงเงยหน้ามองเรือนญี่ปุ่นสองชั้นแบบโบราณติดป้ายไม้สลักเป็นภาษาคันจิไว้ว่า  ‘สมาคมโชงิ ’

 

 

ครืด!!!

 

คุโรโกะเลื่อนประตูบ้านไม้เข้าไปในตัวร้าน ถอดรองเท้าเก็บวางให้เข้าที่บนชั้นวาง แล้วหยิบเอารองเท้าสลิปเปอร์ที่ทางร้านเตรียมไว้รองรับลูกค้ามาสวมใส่ เดินตรงไปยังเคาท์เตอร์ไม้ที่มีชายชราวัย 60 ปีขึ้นไปสวมยูกาตะสีกรมเข้มผมสีขาวโพลนกับแว่นตาทรงกลมอันใหญ่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่

“อรุณสวัสดิ์ค่ะนากิซาวะซัง”

“หวา!!!ตกใจหมดเลย!!คุโรโกะคุงอีกแล้วรึเนี่ย มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงตลอด” มิสไดเร็กชั่นกับความจืดจางเกินใครเทียมทำเอาเถ้าแก่เจ้าของร้านหัวใจจะวายมะรอมมะร่อทุกที เขาถอนใจเฮือกใหญ่พับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะและรับบัตรสมาชิกจากหนุ่มน้อยจำแลงกายตัวเล็กเบื้องหน้ามาวางเสียบในช่องไม้แลกบัตรด้านหลังตามด้วยกระเป๋าที่ต้องรับฝากไว้ในล็อกเกอร์หลังร้าน

“อ่านไปถึงเล่ม 2 แล้วเหรอ ขยันจริงๆเลย นี่กะจะเอาชนะเขาให้ได้สินะ” เจ้าของร้านมองหนังสือในมือลูกค้าตรงหน้าที่เขียนหน้าปกไว้ว่า ‘กลเม็ดเคล็ดลับการเล่นโชงิ เล่ม2’  คุโรโกะหลุบตาลงมองหนังสือในมือตัวเองที่ซื้อมาใหม่หลังจากอ่านจบเล่มแรกไปเมื่ออาทิตย์ก่อนๆ

 

“หนูอยากจะเรียนรู้ให้มากขึ้นค่ะ”

 

 

หนังสือเล่มเดียวกับที่อาคาชิซื้ออ่านประจำ..อยากรู้และเข้าใจเขาให้มากกว่านี้

สิ่งที่เก็บซ่อนในแววตาสีแดงคู่นั้น

 

 

“และก็อยากจะชนะให้ได้เหมือนกัน”

 

 

ชนะจักรพรรดิผู้ไร้พ่าย กระชากลงจากบังลังค์อันผิดเพี้ยน..กลับคืนสู่ ‘เจ้าชาย’ ที่รักยิ่ง

 

 

 

“ดีจริงๆเลยนะ ไม่บ่อยที่จะมีหนุ่มสาวสนใจเล่นโชงิ สมัยนี้หันกันไปเล่นคอมหมด ที่นี่ก็มีแต่คนแก่ๆทั้งนั้น ไม่แปลกใจเลยทำไมเขาถึงได้เจาะจงชอบเล่นกับเด็กสาวอย่างคุโรโกะคุง”  ชายชราหัวเราะถูกอกถูกใจในความมุ่งมั่นของเธอจนเห็นฟันหรอ

คุโรโกะยิ้มบางตอบกลับแล้วยื่นหนังสือสอนวิธีการเล่นโชงิให้เจ้าของร้านรับฝากด้วยเช่นกันก่อนจะเดินตรงไปยังบันไดไม้ขึ้นชั้นสอง ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนกวาดมองห้องโถงกว้างปูเสื่อทาทามิตั้งกระดานโชงิในแต่ละจุดเรียงกันเกือบ 20 โต๊ะเห็นจะได้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงบทั้งที่คนเล่นอยู่เกือบเต็มร้าน  โดยส่วนมากเป็นผู้ชายอายุ 40 ขึ้นนานๆทีถึงจะมีผู้หญิงวัยกลางคนค่อนไปถึงชราโผล่มาบ้าง  เด็กสาวย่างก้าวอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงดังไปรบกวนผู้เล่นทุกคนที่นั่งครุ่นคิดใช้สมาธิในการวิเคราะห์วางแผนหมากในตาต่อไป

 

“ขอโทษที่ให้รอนานค่ะ มาซาโอมิซัง”

“ไม่เป็นไร ฉันเองก็พึ่งมาถึงไม่นานนี่เอง”

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ ทรุดนั่งลงบนเบาะสีเขียวเข้มอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับบุรุษร่างสูงอายุราวๆ 45-46 ปี สวมสูทสีเทาตัดประณีตเพียงแค่ดูเนื้อผ้าก็รู้ว่าเป็นสูทสั่งตัดพิเศษมีราคาแพงกว่าแบรนด์ชั้นนำทั่วไปในห้างเสียอีก ใบหน้าคมคายมีรอยเหี่ยวย่นประปรายตามวัยที่เพิ่มขึ้นล้อมด้วยเส้นผมสีแดงหวีเสยเรียบ ดวงตาคู่คมกริบดูสุขุมเยือกเย็นมองตอบดวงเนตรกลมโตไร้อารมณ์สีฟ้าอ่อนของเด็กสาวตรงหน้า

“เริ่มกันเลยไหม เท็ตสึยะ”

“ค่ะ”  เสียงหวานขานรับเรียบๆ ต่างคนหยุดการสนทนาทักทายไว้เพียงเท่านี้ แล้วหันมาใจจดใจจ่อกับตัวหมากที่จัดเรียงในตำแหน่งเริ่มจนบนกระดาน

 

 

 

3 ชั่วโมงผ่านไปผลแพ้ชนะของผู้เล่นต่างวัยปรากฏชัดเจนบนกระดาน คุโรโกะถอนหายใจเฮือกใหญ่เงยหน้าขึ้นแล้วคร่อมตัวขอบคุณอีกฝ่ายตามมารยาทเหมือนที่นัดเล่นโชงิในครั้งก่อนๆที่ผ่านมา

“หนูแพ้อีกแล้วค่ะ มาซาโอมิซัง”  ยอมรับความพ่ายแพ้โดยดุสดี การเดินหมากของชายผู้นี้เก่งกาจมากจนไม่อาจทัดเทียมได้

“อย่างน้อยเธออยู่บนกระดานได้นานกว่าเดิมตั้งชั่วโมงครึ่ง ถือว่าเป็นการพัฒนาการที่ดี” คำพูดวิจารณ์การเดินโชงิจากปากชายผมสีแดงเสยเรียบฟังดูแข็งกระด้างประกอบกับบุคลิกเคร่งขรึมมากกว่าใคร หากไม่รู้จักมักจี่คงคิดว่ากำลังถูกตำหนิติเตียน แท้จริงแล้วเขาคนนี้กำลังกล่าวชมเชยต่างหาก

“ขอบคุณมากนะคะมาซาโอมิซัง เพราะมาซาโอมิซังคอยเป็นคู่มือให้หนูเสมอ ทั้งๆที่มาซาโอมิซังเก่ง ควรจะเล่นกับคนเก่งด้วยกันแท้ๆ” ปากอิ่มแย้มยิ้มน้อยๆ โค้งขอบคุณอีกครั้ง

“ไม่เป็นไร ฉันเองก็สนุกมากที่ได้เล่นกับเท็ตสึยะ อย่างน้อยก็ดีกว่าเจ้าเด็กปากดีเมื่อสองอาทิตย์ก่อนนั่น” มาซาโอมิพ่นลมหายใจแรง คิ้วเรียวขมวดมุ่นหงุดหงิดเมื่อนึกถึงอดีตที่ผ่านมา..ช่วงเวลานั้น ณ สมาคมโชงิแห่งนี้ที่ทำให้คุโรโกะ เท็ตสึยะ ได้พบกับคุณลุงผมแดงมาดขรึมเป็นครั้งแรก

 

 

 

 

.

.

.

 

 

หลังจบการศึกษาระดับ ม.ต้นที่เทย์โคว  คุโรโกะ เท็ตสึยะ ตัดสินใจเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกร่วมเล่นในสมาคมแห่งนี้  ทันทีที่ศึกษาพื้นฐานการเล่นโชงิจากหนังสือ กลเม็ดเคล็ดลับการเล่นโชงิ เล่ม 1  จบมาหมาดๆ   ไอ้ครั้นจะเล่นกับที่บ้าน ปรากฏว่าพ่อแม่และย่าก็ไม่มีใครเล่นเป็นอีก นี่จึงเป็นหนทางเดียวที่ได้ฝึกปรือหาหนทางพัฒนาฝีมือตัวเอง   ครั้งแรกที่ขึ้นไปเหล่าคุณลุงคุณปู่ทั้งหลายถึงกับตกใจไม่คิดว่าจะมีเด็กวัยรุ่นแถมเป็นผู้หญิงเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ แต่ทุกคนก็ให้การดูแลต้อนรับรวมทั้งให้คำแนะนำต่างๆนาๆถึงกลเม็ดการเล่นโชงิเป็นอย่างดี   โดยเธอจะเข้ามาเล่นเฉพาะวันอาทิตย์ในช่วง 9 โมงเช้าจนถึงเที่ยงหรืออาจจะยาวนานไปถึงช่วงเย็น

 

 

 

กระทั่งสองอาทิตย์ก่อนเวลาเดียวกันกับวันนี้

 

 

“เธอ!!!สาวเมดหูแมวเมื่อตอนนั้นนี่นา!!!”

เสียงแตกหนุ่มเปี่ยมด้วยความหยิ่งทระนงตนร้องตกใจ ซึ่งตามมารยาทกฎระเบียบของสมาคมโชงิ ผู้เล่นทุกคนต้องไม่ส่งเสียงดังจนเป็นการรบกวนคนอื่นๆ ใบหน้าหวานจืดจางละสายตาจากกระดานโชงิที่กำลังหัดเล่นกับลุงอายุ 52 ปีท่านหนึ่ง หันไปมองต้นเสียงที่ว่า   เขาก้าวเข้ามาประชิดจนเห็นหน้าสิวเขรอะชัดเจน แถมยังส่งสายตากระลิ้มกระเลียหลังแว่นทรงกลมใหญ่โต มองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าน่าขนลุกจนคุโรโกะต้องเขยิบเท้าถอยเว้นระยะห่างจากคนหนุ่มที่ดูแล้วน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

“โอดะคุงอย่าเสียมารยาทสิ” คุณลุงท่านหนึ่งทนไม่ได้ถึงกับต้องลุกมาตำหนิการกระทำคุกคามสตรีเพศ ชายสวมแว่นเบ้ปากปรายตาเหยียดหยามใส่เหล่าชายวัยกลางคนไปจนถึงชราภาพหัวหงอกหัวขาวทั้งหลาย

“พวกคนแก่ฝีมือโชงิกากๆที่โดนท่านประธานชมรมโชงิ โอดะ ชินสุเกะ ผู้นี้ถอนหงอก อยู่เฉยๆสงบปากสงบคำจะดีกว่า”  แทนที่จะเคารพผู้ใหญ่กลับแสดงมารยาททรามๆ ใส่ พอได้ยินชื่อเสียงเรียงนามคับคล้ายคับคลา เธอกลอกตาประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็นึกออกว่าคนๆนี้คือ…

 

“คุณคือประธานชมรมโชงิที่เทย์โควตอนนั้น..”

 

 

งานนิทรรศการเทย์โควปี 3 ร้านคาเฟ่เมดหูแมวได้รับการกู้วิกฤติด้วยความช่วยเหลือจาก อาคาชิ เซย์จูโร่

 

 

“ใช่แล้วสาวเมดหูแมว วันนั้นฉันแพ้อาคาชิเลยไม่ได้ไปเดทกับเธอ แต่คราวนี้ไม่พลาดแน่ๆ”  เขาแสยะยิ้มกระหายออกมาแถมวิสาสะจับข้อมือเด็กสาวเฉยชิบ ไม่พอยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจะจูบกันอยู่แล้ว เธอสลัดแขนหลุดจากการมือหนาหยาบเขม็งมองชักสีหน้าไม่พอใจออกมา

 

“เห..ดื้อกว่าที่คิดซะด้วย “  ดวงเนตรหลังแว่นทรงกลมใหญ่หลุบสังเกตเห็นหนังสือเล่มเล็กกะทัดรัดในมืออีกฝ่าย ปากหนาใหญ่แสยะยิ้มหยัน

“อ๋อ..กำลังสนใจเรื่องโชงินี่เอง มาเล่นกับโอดะผู้เก่งกาจคนนี้สิ จะตอบให้จน หมดเปลือกไม่เหลืออะไร เลย”  คำพูดอาสาของคนหน้าสิวเขรอะโดยเฉพาะท้ายประโยคกลับเน้นย้ำชัดถ้อยชัดคำ ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังใช้วาจาเชิงลวงละเมิดทางเพศเห็นๆ เหล่าคนเฒ่าคนแก่อยากจะช่วยเหลือเด็กสาวจากเด็กปากดีที่ไม่รู้จักสมบัติผู้ดีกร่างไปทั่ว ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ร่ำเรียนฝึกโชงิจากสมาคมแห่งนี้จนเก่งกาจ..เก่งจนล้ำพวกเขา แทนที่จะสำนึกบุญคุณกลับมาเบ่งอำนาจบารมีใส่

“ฉันไม่ต้องการความรู้จากคนไร้มารยาทอย่างคุณหรอกค่ะ” คุโรโกะปฏิเสธทั้งเสียงเย็นชา

 

 

ทว่า..อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เช่นกัน

 

 

“ถ้างั้นมาแข่งกันไหมล่ะ ดูจากการเดินหมากแล้วเธอเองก็เล่นมานานได้ซักระยะนึงแล้วนี่ ถ้าชนะฉัน ฉันจะยอมถอยแต่ถ้าแพ้เธอต้องออกไปเดทกับฉัน”  ข้อเสนอต่อรองนั้นคุโรโกะคงจะไม่สนใจหากไม่มีประโยคถัดมาที่ทำให้เธอถึงกับเลือดขึ้นหน้า

 

“จะปฏิเสธก็ได้นะ เพราะความรู้ที่ได้จากคนแก่ๆมันก็แค่ของดักดาน ไร้ประโยชน์ ใช้อะไรไม่ได้”

 

 

และนั่นทำให้ คุโรโกะ เท็ตสึยะ หลวมตัวตอบตกลงเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของคุณตากับคุณลุงทั้งหลายในสมาคมโชงิ

โดยที่…ไม่รู้ว่านั่นเป็นการตกหลุมพรางหายนะเข้าเต็มเปา

 

 

 

 

แป๊ะ!!!

 

หมากขุนพลวางกระแทกลงบนกระดานโชงิ ประธานชมรมโชงิแห่งเทย์โควปัจจุบันนี้ดำรงตำแหน่งประธานชมรมโชงิในระดับ ม.ปลายของรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งยิ้มเหนือชัย ปลายนิ้วดันแว่นทรงกลมขนาดใหญ่โตขึ้นดั้งจมูกมันเยิ้ม

“เอาล่ะ..สาวเมดหูแมว จนมุมแล้วนะ คราวนี้จะหาทางออกยังไงล่ะ” โอดะ ชินสุเกะหยอกล้อเด็กสาวผมฟ้าตัดสั้นนั่งหน้าดำคร่ำเครียดกับหมากบนกระดาน ระยะเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี อีกฝ่ายตอดกินเธอไปทีละตัวสองตัวจนตอนนี้แถบไม่เหลือพื้นที่ให้เดินหนีหรือรุกซักนิด

“อีกสามตาข้างหน้าฉันก็จะรุกฆาตเธอแล้ว” โอดะหัวเราะหื่นกามในลำคอ สายตาที่ส่งมองมาดูก็รู้ว่าเจตนาทำมากกว่าเดทแน่ๆ คุโรโกะเม้มปากเป็นแนวเส้นเครียดกับสถานการณ์ ณ ตอนนี้ เหล่าคุณลุงคุณตาทั้งหลายอยากจะเข้าไปช่วยเธอมากมายนัก หากแต่ฝีมือไม่อาจสู้เด็กหนุ่มสิวเขรอะผู้นี้ได้..เป็นความจริงที่ต้องยอมรับว่าพวกเขาถูกเด็กขาดกาลเทศะถอนหงอกจนไม่เหลืออะไรให้สู้หน้า ได้แต่ปล่อยให้ทำกร่าง ส่งเสียงเอะอะโวยวายโด่งดังตามอำเภอใจในสมาคม

 

 

จะซ้ายหรือขวา โอดะ ชินสุเกะ ล้อมไว้หมดแล้ว  เดินหน้าก็โดนกิน..ถอยหลังก็โดนรุก 

 

 

มือเล็กๆเหนียวเหนอะเหงื่อไม่ต่างจากใบหน้าขาวซีด ตาสีอ่อนสั่นไหวกลอกไปมาว้าวุ่นใจ จนกับหนทางไร้ซึ่งทางออก

“อีก 3 นาทีจะหมดเวลาของตาเธอ ถ้าไม่เดิน ฉันจะเป็นฝ่ายเดินต่อนะ รู้รึเปล่า”  เวลาจำกัดในการเดินแต่ละตาเร่งรัดเข้ามาทุกที หากหมดลงฝ่ายตรงข้ามจะได้แต้มไปรวมถึงได้สิทธิ์ในการเดินหมากต่อ

 

ทำไงดี..จะทำยังไงดี

 

เธอหลับตาแน่น แค้นใจนักที่ฝีมือตัวเองอ่อนแอเพียงนี้ ทั้งที่อยากกู้หน้าให้กับทุกคนกลับกลายเป็นว่าถูกหนุ่มแว่นสิวเขรอะนิสัยเสียเล่นงานกลับเข้าให้

 

 

อาคาชิคุงช่วยฉันด้วย!!

 

 

 

แป๊ะ!!!

 

เสียงหมากกระทบไม้กระดาน คุโรโกะสะดุ้งโหยงลืมตาช้าๆ พบว่าหมากม้าในเขตฝั่งของตัวเองถูกมือแกร่งของใครบางคนจับวางขึ้นอยู่ในตำแหน่งช่องด้านหน้า นั่นทำให้โอดะ ชินสุเกะหน้าถอดสี   คุโรโกะสัมผัสได้ว่ามีเงาดำที่คร่อมทาบทับเบื้องหลังจน หญิงสาวผมสีฟ้าสั้นเหลียวหน้ามามองก็พบกับบุรุษผมสีแดงเสยเรียบในชุดสูทสีเทาเข้มจัดแจงเดินหมากให้กับเธอเฉยชิบ ดวงเนตรสีแดงทับทิมคมกริบมองกระดานด้วยสายตานิ่งเฉยเย็นชายากแก่การคาดเดา

“ลุงเป็นใคร!!!กล้าดียังไงมาสอดกระดานคนอื่น!!” โอดะชี้นิ้วลุกขึ้นยืนประจันหน้าด่าชายร่างสูงโปร่งปริศนาที่เขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน  จากสถานการณ์บนกระดานที่เป็นต่อ ตอนนี้พลิกกลับมาไล่โจมตีเขาแล้วด้วยหมากเพียงตัวเดียว!!!

“จะเป็นใครก็ไม่สำคัญ แต่ฉันทนพฤติกรรมแย่ๆของนายไม่ไหวก็แค่นั้น”  ชายผู้นี้หาได้หวั่นเกรงความเก่งกาจของเด็กหนุ่มประธานชมรมโชงิ  ตาสีแดงคมกริบจ้องเขม็งไม่ไหวติ่ง จนคนอายุน้อยกว่าเป็นฝ่ายหลบสายตาลง ยืนตัวสั่นหวาดกลัวอย่างช่วยไม่ได้

 

“ลุก”  จู่ๆเสียงทุ้มแหบออกคำสั่งสั้นๆ  คุโรโกะรู้สึกได้ว่ามีสายตาจับจ้องมาจากอีกฝ่ายจึงเงยหน้าขึ้นไป ก็พบว่าตาสีแดงคู่นั้นกำลังจ้องมองเธออยู่จริงๆ

“ฉันบอกให้เธอลุก”

“ค..ค่ะ!!”  เด็กสาวรีบกุลีกุจอนลุกจากเบาะเขยิบถอยให้อีกฝ่ายเดินเข้ามานั่งแทนที่ตำแหน่งเล่นของเธอ

“ส่วนนายนั่งลงซะ”  ชายวัยคุณลุงคนนี้ยังออกคำสั่งให้โอดะ ชินสุเกะนั่งลงอีก นั่นแปลว่า..คนๆนี้จะเล่นเกมส์ตานี้ต่อโดยเริ่มจากหมากที่คุโรโกะเล่นจนเหลวเละโดนบุกกระจัดกระจายไม่มีชิ้นดี

 

“ฮะๆ นี่ลุง..คิดจะเล่นต่อเหรอ ดูก็รู้ว่าอีกสามตายังไงผมก็ชนะ”

“หึ!!งั้นก็คอยดูไปเจ้าเด็กเมื่อวานซืน”

 

 

สองชั่วโมงผ่านไปเหมือนจะยาวนานแต่ทุกการเดินในแต่ละตา ช่างลุ้นระทุกจนเหมือนกับว่าเวลาผ่านไปไม่กี่เพียงเสี้ยวนาที ผู้คนในสมาคมต่างพากันอุทานตกตะลึงยืนรุมมองดูกระดานโชงิที่ตอนนี้พลิกสถานการณ์ไปหมดแล้ว หมากที่ดูยังไงก็พ่ายแพ้กลับกลายเป็นฝ่ายเหนือชัย และในตาสุดท้ายของบุรุษผมแดงเขาเดินหมากขุนพลขึ้นก่อนจะดึงมือกลับมากอดอกนิ่งๆ

 

“นี่ฉัน…แพ้…แพ้เหรอเนี่ย!!”

 

โอดะ ชินสุเกะ เป็นฝ่ายแพ้!!!

 

 

“กระจอกจริงๆ นี่เหรอประธานชมรมโชงิ ลูกชายฉันยังเล่นเก่งกว่านี้หลายเท่า”   บุรุษผมแดงหวีเสยเรียบพ่นลมหายใจหมิ่นเหม่ ตาสีแดงมองหยามหนุ่มหน้าสิวนั่งตัวแข็งทื่อซึมกะทือ ใบหน้ามาดมั่นเหย่เบ้ปากสะอึกสะอื้นฮักๆลุกพรวดวิ่งหนีร้องไห้โฮเสียงดังเหมือนตอนที่เจ้าตัวแพ้โชงิให้กับอาคาชิไม่มีผิด…

 

“…..”

 

บรรยากาศอึกครึมเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง  ต่างคนต่างแยกย้ายไปนั่งเล่นบนกระดานของตัวเองต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คุโรโกะทำตัวไม่ถูกไม่รู้ควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี ตาสีอ่อนกลมโตไร้อารมณ์ลอบมองดวงหน้าคมคายครึ่งซีกมีริ้วรอยแห่งวัย ทั้งที่เป็นแบบนั้นเค้าหน้าของเขายังคงความหล่อเหลาแถมยังดูสง่างาม อดคิดไม่ได้ว่าสมัยหนุ่ม คนๆนี้ต้องหน้าตาดีมากแน่ๆ

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยหนูไว้”  เธอสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้ากล่าวออกไป พร้อมกับโค้งตัวให้อีกฝ่าย

“ไม่เป็นไร ที่จริงฉันก็รำคาญเจ้าเด็กนั่นมาตั้งนานแล้ว ถือว่าได้โอกาสสั่งสอนไปในตัวจะได้ไม่ปากดีอีก” เขากล่าวทั้งเสียงเรียบนิ่งแล้วกวาดหมากกระดานมาจัดเรียงตำแหน่งใหม่เงียบๆ เธอเองก็เงียบเช่นกัน..ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปรวมถึงรู้สึกละอายใจที่ต้องให้ผู้ใหญ่ซึ่งไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามเข้ามาช่วยเหลือนี่อีก

 

 

คนๆนี้เก่งโชงิจริงๆ บางที..อาจจะเก่งพอๆกับอาคาชิคุง

 

 

หญิงสาวผมฟ้ายืนกุมมือไปมาลุกลี้ลุกลนอยู่เช่นนั้นนานสองนาน  ก้มหน้าลงต่ำเม้มปากแน่นเป็นแนวเส้นชั่งใจอยู่ว่าหากพูดออกไปจะเป็นการรบกวนอีกฝ่ายหรือไม่

“นั่ง”

“เอ๊ะ?”

“อยากให้ฉันสอนไม่ใช่เหรอ นั่งลงซิ”  ชายวัยกลางเดาใจเธอออก  ทำเอาดวงเนตรสีอ่อนตาโตตกใจ เงยหน้าขึ้นมาก็พบว่ากระดานไม้ตีตารางซึ่งตอนนี้ได้จัดเรียงตัวโชงิไว้ทั้งสองฝั่งเป็นที่เรียบร้อย…ราวกับเขาจัดเตรียมทุกอย่างไว้รอรับเธอ  ทุกคำพูดคำจาของชายผู้นี้ทั้งน้ำเสียงและถ้อยคำฟังดูเผด็จการชอบกล  ไม่แปลกที่จะคนในสถานที่แห่งนี้จะรู้สึกเกร็ง ที่สำคัญออร่าอันแสนคุ้นเคย..ทำให้เธออดนึกถึงใครบางคนเสียไม่ได้

 

 

จักรพรรดิบนบังลังค์ยิ่งใหญ่..ให้ความรู้สึกเหมือน ‘เขา’ นั่งอยู่ตรงหน้า

 

 

เมื่ออีกฝ่ายเปิดมาขนาดนี้ สาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้าจึงตอบตกลงโดยการนั่งลงเบาะในฝั่งตรงข้าม ทั้งสองได้สบตากันซึ่งๆหน้าเป็นครั้งแรก..ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายโดยเฉพาะดวงเนตรสีแดงทับทิมเรียวคมคู่นั่นฉายแววเย็นชาจนยากแก่การคาดเดา ไม่ว่าจะพยายามจ้องมองเข้าไปลึกเท่าไหร่ก็พบเพียงแค่ความเย็นชาสมบูรณ์แบบผสมผสานลงตัวเป็นความสุขุมสง่างามอย่างหมดจด

 

น่าแปลก..ทั้งที่พึ่งเจอหน้า คุณลุงคนนี้กลับทำให้เรารู้สึกวางใจได้อย่างน่าฉงน

 

 

“เธอชื่ออะไร?”  เขาถามชื่อเสียงเรียงนามคู่เล่นที่อายุน้อยรุ่นราวคราวลูก

“คุโรโกะ เท็ตสึยะค่ะ แล้วคุณลุง..”

“มาซาโอมิ..เรียกแค่นั่นก็พอ”

 

 

.

.

.

 

 

“เท็ตสึยะ”

“คะ?”  เสียงทุ้มเรียกของบุรุษเจ้าของเรือนผมสีแดงเสยเรียบดึงสติหญิงสาวให้กลับมาปัจจุบัน

“ที่ฉันสรุปให้ฟังเมื่อกี้ได้ฟังรึเปล่า เรื่องการปรับปรุงวิธีเดินโชงิของเธอ” มาซาโอมิกล่าวเสียงเข้ม คิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความไม่พอใจว่าสิ่งที่เขาชี้แนะหาได้เข้าโสตประสาทของเด็กสาว ใบหน้าไร้อารมณ์ก้มหน้าลงต่ำตาสีอ่อนฉายแววสำนึกผิดครั้นจะขอโทษ คนตรงหน้ากลับถอนใจแล้วอธิบายใหม่ให้ฟังตั้งแต่ต้น

 

“ฉันจะพูดอีกครั้งเท่านั้นฟังให้ดี เธอระแวงหลังมากเกินไป และก็กลัวที่จะแลกแต้มกันทั้งที่ความจริงมันไม่ได้เสียหายอะไร เล่นโชงิเป็นการวางแผนอย่างมีชั้นเชิงก็จริงแต่ก็ต้องมีการเสี่ยงบ้าง ถ้าใจไม่กล้าพอเธอก็จะถูกย้อนกินเหมือนตาที่3”

 

คุโรโกะพยักหน้ารับฟัง ข้อผิดพลาดเล่านี้เธอจะจำใส่ใจไว้และเก็บไปปรับปรุงแก้ไข ฝึกฝนแล้วกลับมาเล่นต่อกับอีกฝ่ายในอาทิตย์หน้า  หน้าคมคายประปรายริ้วรอยตามวัยแต่ยังดูดีไม่ยอมละสายตาจากเธอทั้งที่พูดจบไปแล้ว..จ้องจน..คุโรโกะรู้สึกประหม่าแต่เก็บอาการเอาไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่งดั่งตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณ

 

“มีอะไรเหรอคะ มาซาโอมิซัง” อดรนทนไม่ได้ต้องเอ่ยถามสาเหตุจ้องเขม็งของอีกฝ่าย

“เท็ตสึยะเล่นโชงิเพราะอยากจะไปเล่นกับใครสินะ”

 

 

ฉ่า!!!!!

 

ชายวัยคุณลุงตรงหน้าอ่านใจเธอออก..คำพูดแทงใจทะลุอกซ้ายส่งผลให้หน้าขาวประหนึ่งกระเบื้องเคลือบชั้นดีกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ดวงเนตรสีอ่อนหลุบตาลงมองมือที่ประสานไว้บนตักบิดไปมา อาการเช่นนี้ถึงเจ้าตัวจะไม่ตอบ คนที่ผ่านโลกมาเยอะอ่านสีหน้าท่าทางของเด็กสาวผมสีอ่อนออกในทันที

 

“ทำไม…มาซาโอมิซังถึงรู้?”

“ฉันอ่านความคิดจากการเดินหมากของเธอ มันเป็นความรู้สึกไล่ตามใครซักคนที่เก่งกว่ามากๆ..เธออยากจะชนะคนๆนั้น”

 

คุโรโกะหลุบมองกระดานโชงิตรงหน้าที่ผลการแข่งเธอยังพ่ายแพ้บุรุษผมแดงวัยกลางคนหมดรูปเช่นเคย สูดลมหายใจลึกข่มความโศกเศร้าเอาไว้.. ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆสบมองคนที่นั่งกอดอกด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นตรงหน้า

 

“มาซาโอมิซังคิดยังไงกับ ‘ชัยชนะ’ คะ?”  ไม่รู้ทำไมเธอถึงอยากถามทัศนคติเรื่องนี้กับคนตรงหน้า

 

 

 

อาจเป็นเพราะคุณลุงคนนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’

 

 

 

“ชัยชนะเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ชนะคือสิ่งที่ถูก.. นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดมาตลอด..จนไม่นานมานี้ฉันคิดว่ามันผิด”  มาซาโอมิตอบทั้งเสียงเรียบๆพลางเก็บตัวหมากโชงิลงในกล่องไม้ ดวงเนตรสีแดงสั่นไหวฉายแววกังวลใจ ซึ่งนับว่ายากนักที่คุโรโกะจะได้เห็น เธอตาโตเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าเรียบเฉยนั่งเก็บหมากในฝั่งตัวเองลงกล่องเงียบๆ รับฟังอีกฝ่าย

“ฉันตอกย้ำเรื่องนี้กับลูกชายมาตั้งแต่เด็กจนโต  กระทั่งเขาจบ ม.ต้น เจ้านั่นก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน  บางที..อาจจะมีสาเหตุจากการที่ฉันกดดันเขามากเกินไป”

“เกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของมาซาโอมิคุงเหรอคะ?” เธอถามกลับชายวัยคุณลุงตรงหน้า

“เจ้านั่นยึดติดกับชัยชนะจนไม่สนหัวใคร ยึดติดมากเกินไปถึงขนาดที่ว่ายินดีฆ่าคนอื่นหรือแม้แต่ตัวเอง เพื่อชัยชนะ” คำตอบนั่นทำเอาคุโรโกะไม่อยากจะจินตนาการถึงสิ่งที่บุรุษสูงวัยผู้นี้พบเจอ..คนอะไรกันลงทุนเพื่อที่จะเอาชนะขนาดนี้ คิดแล้วก็ไม่น่าคบหาเอาเสียเลย…ถึงอย่างนั้นเธอก็เลือกที่จะเก็บเงียบเอาไว้ในใจ

“หนูคิดว่าคนเราต่างผิดพลาดได้กันทั้งนั้น..หนูเองก็เช่นกัน…” ปากอิ่มเม้มเป็นแนวเส้นเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อทั้งเสียงสั่นเครือไม่อาจคุมให้เรียบนิ่งเหมือนปกติได้  “หนู..ไม่เคยทำความเข้าใจ ไม่เคยสังเกตอะไรเลย รู้อีกทีก็ทำร้ายจิตใจคนๆนึง ทำให้เขาเสียใจโดยไม่รู้ตัว”

 

 

ทำลายสัญญาที่ให้ไว้กับรักที่รอคอย…สะบั้นขาดจนไม่มีชิ้นดี

 

 

“หึ…น่าอายจริงๆ ที่คนแก่อย่างฉันมาบ่นเรื่องแบบนี้ให้เด็กอย่างเธอฟัง”  มาซาโอมิเค้นยิ้มหยัน ทว่า..ในดวงตาสีแดงคมแฝงไปด้วยความอ่อนโยนระคนเอ็นดูไม่บ่อยนักที่จะพบเห็นหลังจากที่รู้จักกันมาราวๆสองอาทิตย์

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้านี่เป็นการตอบแทนที่คอยสั่งสอนโชงิให้หนูได้ หนูก็ยินดีค่ะ”  คุโรโกะยิ้มบางๆ

 

 

หลังจากเก็บตัวหมากลงกล่องเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสองลุกจากเบาะเดินลงบันไดตรงไปยังเคาท์เตอร์หน้าร้าน  รับเอาบัตรสมาชิกกับกระเป๋าที่ฝากเอาไว้ในล็อกเกอร์คืนมา  ระหว่างนั้นเนตรสีแดงสังเกตเห็นหนังสือพกพาในมือเด็กสาวตัวเล็กกระทั่งเจ้าตัวเก็บลงกระเป๋าสะพายเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ต่างคนต่างกำลังเดินออกจากร้าน เสียงทุ้มเย็นชาของชายวัยกลางคนดังขึ้น

“ทำไมไม่บอกว่าอ่านหนังสือชุดนี้ คราวหลังฉันจะได้เอาของลูกชายมาให้”

“ย..อย่าเลยค่ะ มาซาโอมิซัง หนูเกรงใจค่ะ”  คุโรโกะปฏิเสธ แค่อีกฝ่ายยอมมาสอนให้โดยไม่หวังเงินตราก็ถือเป็นบุญคุณล้นพ้นแล้ว  นี่ยังจะหยิบยืมของๆ ลูกชายตัวเองให้อีก ยิ่งเกรงอกเกรงใจเข้าไปใหญ่

“ไม่เป็นไร ลูกชายฉันเล่นเก่งจนไม่ต้องพึ่งหนังสือพวกนี้แล้ว เจอกันอาทิตย์หน้าฉันจะเอาเล่ม 3 มาให้นะ” พูดเองเออเองเสร็จสรรพไม่คิดให้ร่างเล็กปฏิเสธใดๆ คุโรโกะจึงได้แต่จำยอมผงกหัวยอมรับความหวังดีจากคนตรงหน้า หญิงสาวโค้งลาอีกฝ่ายทิ้งท้ายก่อนจะแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง

 

.

.

.

 

 

แสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันตั้งตระหง่านเหนือศีรษะจนมองไม่เห็นเงาตัวเอง คุโรโกะยกมือป้องสายตาจากแสงแดดไปตลอดเส้นทาง  ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตสอดสายตามองหาร้านอาหารริมถนนซักร้านเข้าไปนั่งตากแอร์เย็นๆให้ชื่นใจพร้อมรับประทานข้าวกลางวันไปในตัว จังหวะนั้นเอง..กลับมีแรงโถมพุ่งเข้ามากอดเข้าที่ด้านหลังเต็มๆ

 

 

โครม!!!!

 

ใบหน้าขาวกระแทกพื้นเข้าอยากจังดีที่ปากไม่แตก ดั้งจมูกไม่หักไปเสียก่อน พอจะหันมาชักสีหน้าต่อว่าคนที่เล่นเข้ามากอดไม่ทันตั้งตัว เสียงใสกังวานคุ้นหูที่ห่างหายไปนานเรียกชื่อเธอ  ทำเอาคุโรโกะเลิกคิ้วประหลาดใจแทน

“เท็ตสึคุง!!!!!ไม่ได้เจอกันตั้งนาน!!!คิดถึงจังเลย!!!!”  สาวผมชมพูกระชากหัวร่างบางเข้าไปกอด กดแน่นเข้ากับหน้าอกหน้าใจ ที่ดูเหมือนจะเลเวลอัพกว่าสมัย ม.ต้นอีกหลายเท่าตัวด้วย!!

“คุณโมโมอิ”  สาวจืดจางพูดทั้งเสียงอู้อี้ มือป่ายปัดสะเปะสะปะกลางอากาศทำให้สาวผมชมพูรู้ว่าคนในอ้อมแขนกำลังจะขาดอากาศหายใจ เธอจึงรีบปล่อยมือจากคุโรโกะ ทันทีที่หลุดพ้นจากหน้าอกนูนอิ่มขนาดใหญ่ขาดว่าน่าจะ F เข้าไปแล้ว อ้าปากหอบยกใหญ่หน้าขึ้นสีเขียวค่อยๆกลับมาขาวมีเลือดฝาดหน่อยๆเหมือนดั่งเคย   ก่อนที่ทั้งสองจะลุกขึ้นยืนสนทนากันและกัน

 

“คุณโมโมอิทำไม..”

“คุโรโกจจิ!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

โครม!!!!!!

 

แรงโถมกอดพุ่งเข้าจากด้านหลังแล้วรีบกระชากทั้งโมโมอิกับเด็กสาวตัวจืดจางลากหายเข้าไปในร้านกาแฟริมถนนฉับพลัน ท่ามกลางสายตาประชาชนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นมองมาอย่างงุนงงว่า เด็กผู้หญิงสามคนนี้เล่นอะไรกัน?

บัดนี้..สามสาวอดีตสมาชิกเทย์โควหลบมาอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง..ซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ คุโรโกะนั่งยองๆกอดเข้าเอามือรวบกระโปรงสั้นด้านใต้ขึ้นมาปิดไม่ให้หวอออก ตาสีฟ้าหรี่มองสาวผมทองดัดลอนยาวสลวยที่ตอนนี้มัดรวบหางม้าสวมแว่นตากันแดดอันใหญ่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีน้ำเงินลายสมอเรือกับกางเกงยีนส์ขาเดฟสีขาว หน้าสวยๆเหงื่อแตกพลั่กมองซ้ายทีขวาทีระแวดระวังใครอยู่ ส่วนโมโมอินั้นเกาะแกะคุโรโกะแน่นเอาหน้าไถไปมาทั้งพวงแก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อ

“คิเสะคุง..หนีผู้จัดการมาเที่ยวอีกแล้วสินะคะ”

“ชู่ว์!!!เงียบๆสิคุโรโกจจิ!!!”  คิเสะพุ่งเข้าปิดปาดเด็กสาวหน้าตายที่ตอนนี้หน้าผากโนปูดบวมเพราะแรงโถมกอดล่าสุดจากผู้หญิงที่ง่องแง่งเป็นลูกหมาน่ารำคาญ

 

“พวกเธอทำอะไรกันเนี่ย!!”

 

เสียงผู้หญิงคุ้นหูจากเบื้องบนทำให้ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาจากใต้โต๊ะกาแฟที่ปูผ้าคลุมสีขาว พวกเขาสองคนเห็นขาของคนสองคนนั่งอยู่…สามสาวค่อยๆโผล่หน้าออกมาจากใต้โต๊ะกาแฟก็พบกับใบหน้าคุ้นเคยของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ชะโงกมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“โค้ชกับกัปตันมาทำอะไรที่นี่คะ?” คุโรโกะปริบตามองสาวผมซอยสีน้ำตาลสั้นติดกิ๊ฟสลับกับหนุ่มผมดำสวมแว่นทรงรีไร้กรอบ สองหนุ่มสาวต่างหน้าขึ้นสีแดงแล้วรีบออกตัวโวยวายปฏิเสธลิ้นพัลวันกันยกใหญ่

 

“ก็..ก็แค่ว่างๆไม่มีอะไรทำ..ก็เลยมากินกาแฟที่นี้ แล้วบังเอิญเจอกับฮิวงะน่ะ ใช่ไหม!!”

“ช..ใช่!!อย่างที่ริโกะบอกแหละ!!!”   สองคนพูดจาตะกุกตะกักเหงื่อแตกพลั่ก

 

คุโรโกะจ้องนิ่ง…นิ่ง…จนรุ่นพี่เซย์รินสองคนต้องเฉหลบสายตา  หน้านิ่งๆตาหลอนๆแถมยังอ่านสีหน้าไม่ออกยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกจับผิดเข้าไปใหญ่ จนสุดท้ายโค้ชสาวรีบแก้สถานการณ์พลุนพลั่นเปลี่ยนเรื่องโดยพลันมาเป็นสถานการณ์ที่หญิงสาว 3 คนกำลังมุดใต้โต๊ะกาแฟที่พวกเขานั่งจิบชากับขนมหวาน  “ว่าแต่พวกเธอเถอะ ยังมาตอบคำถามฉันเลยนะยะ!!”

“คิเสะคุงหลบผู้จัดการค่ะ แล้วฉันกับโมโมอิซังก็ซวยโดนลากมาติดร่างแหด้วย ถ้าจะโทษที่พวกเราขัดการเดทของโค้ชกับกัปตันโทษคิเสะคุงเลยค่ะ” คุโรโกะโยนขี้ให้สาวผมทองทันที

“คุโรโกจจิใจร้าย!!!!!” คิเสะงอแงน้ำตาคลอน่าสงสารถอดแว่นกันแดดแล้วช้อนตามองไปยัง..หนุ่มสวมแว่นทรงรี พลัน!!ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อตกในห้วงมนต์สะกดของดวงเนตรสีอำพันคู่งามระยิบระยับกับหน้าสวยๆที่กำลังเหย่เกประหนึ่งลูกหมาตัวน้อยออดอ้อนขอความเห็นใจ…

 

“ฮิวงะ!!!!!!!!”

“จ๊ากกกกก!!!ริโกะ!!เจ็บๆๆๆๆโอ๊ยยย ฟังฉันก่อน โอ๊ยยยย”

 

ริโกะแยกเขี้ยวกระชากใบหูคนผมดำแล้วลากออกไปหลังร้าน เสียงโครมครามดังขึ้นเป็นระยะสลับเสียงร้องโอดครวญของฝ่ายชายหนุ่ม…

สองหนุ่มสาวรุ่นพี่เซย์รินหายไปเกือบ 2 ชั่วโมงเต็ม ประกอบกับขบวนผู้จัดการส่วนตัวของคิเสะวิ่งออกตามหาห่างออกไปจากตรอกซอยย่านการค้าแห่งนี้แล้ว  สาวๆสามคนย้ายขึ้นมานั่งบนเบาะยาวโต๊ะกาแฟเรียงกันในฝั่งตรงข้ามกับริโกะที่นั่งยิ้มเฉ่งอยู่เคียงข้าง..กัปตันเซย์รินที่หน้าบวมเป่งตาเขียวปั๊ด ไหนจะรอยเล็บข่วน 3-4 แผลเห็นจะได้

“เธอ..เป็นใครไม่เห็นคุ้นหน้าค่าตามาก่อนเลย” ตาสีน้ำตาลเลื่อนไปมองสาวผมชมพูยาวสลวยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม สวมเสื้อสายเดี่ยวพร้อยลูกไม้คว้านคอลึกจนเห็นร่องอกขนาดใหญ่..ใหญ่มาก..มากเสียจนริโกะอิจฉา!!!!

“โมโมอิ ซัทสึกิค่ะ เป็นเจ้าสาวของเท็ตสึคุงค่ะ” แนะนำตัวเองเสร็จ เจ้าตัวโผเข้าคล้องแขนหญิงสาวจืดจางหน้าตายในชุดแบบเด็กสาว เอาหน้าอกหน้าใจบดเบียดตนแขนเล็กๆที่ใช้ออกแรงพาสส่งลูกบาส   เนตรสีชมพูกลมโตใต้ขนตาแพยาวพราวระริกวิบวับเปี่ยมรักยามพิศมองคุโรโกะ เท็ตสึยะ  พวกเขาสามคนรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินมองทุ่งดอกลิลลี่โชยกลิ่นหอมลอยรอบสาวน้อยต่างไซส์หน้าอกสองคน

“คุโรโกะ..อย่าบอกนะว่าที่นัดคนไว้คือ..ผู้หญิงคนนี้น่ะ นี่เธอเป็น..”

“ไม่ใช่ค่ะกัปตัน ฉันยังชอบผู้ชายอยู่ค่ะ” คุโรโกะแย้งอย่างรวดเร็วก่อนที่รุ่นพี่เซย์รินสองคนจะเข้าใจผิดแล้วเอาลือต่างๆนาๆว่าเธอมีรสนิยมหญิงรักหญิง ถึงแม้ว่าบุคลิกท่าทางไหนจะทรงผมกับทรวดทรงที่ค่อนไปทางผู้ชายน่าให้เป็นทอมก็เถอะ

“คือโมโมจจิเป็นผู้จัดการเทย์โควน่ะ อยู่ในรุ่นปาฏิหาร์ยเหมือนกับพวกเรา” คิเสะ เรียวตะ แนะนำต่อทั้งรอยยิ้มแห้งๆ พลางมองบรรยากาศหลังจากที่หยิบแว่นกันแดดมาสวมใส่เพื่อป้องกันให้คนจดจำตัวตนได้เหมือนเคย  สิ้นคำกล่าวสองหนุ่มสาวตาโตตกใจหันไปมองผู้หญิงผมชมพูยาวสลวยหน้าตาน่ารักยังคงเกาะแกะคุโรโกะไม่ยอมปล่อย

 

 

ผู้หญิงคนนี้ก็เป็น ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’ เหมือนกัน!!!!

 

 

“แนะนำตัวอีกรอบนะคะ ฉันโมโมอิ ซัทสึกิ เป็นอดีตผู้จัดการเทย์โควเหมือนกับคีจัง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” โมโมอิเอียงคอยิ้มหวาน ดวงเนตรกลมโตใสแจ๋วมองหนุ่มแว่นร่างสูงสลับกับโค้ชสาวแห่งเซย์รินที่ว่ากันว่าเป็นหญิงแกร่งเกินใคร..ก่อนจะ..หลุบมอง..หน้าอกหน้าใจหลังเสื้อยืดแขนตุ๊กตาสีครีม

“ขนาดจุ๋มจิ๋มน่ารักดีนะคะ B สินะ..”

“ยัยนี่อยากตายเร็วๆใช่ไหมหา!!!!!!”

“ใจเย็นริโกะ!!!!”  ฮิวงะรีบคว้ากอดเอวสาวผมซอยสีน้ำตาลสั้นไว้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะพุ่งเข้าไปตีกับโมโมอิ  สาวผมชมพูรู้สึกถึงออร่าทะมึนจากข้างตัว เธอตาโตนึกขึ้นได้ว่า…มีคนที่ขนาดจุ๋มจิ๋มยิ่งกว่าริโกะนั่งอยู่ข้างกาย คิเสะถึงกับขนลุกซู่รีบเขยิบถอยห่างเด็กสาวผมฟ้าสั้นชี้ยุ่งที่นั่งตรงกลางเมินหนีวิกฤติทำเป็นดูดน้ำโคล่ามองวิวนอกหน้าต่างร้านค้า

 

“ท…เท็ตสึคุง!!ฉันชอบขนาดของเท็ตสึคุงนะ..ต่อให้เล็กแค่ไหนฉันก็รักเท็ตสึคุงนะ”

หญิงสาวรีบโผกอดปลอบใจอีกฝ่าย คุโรโกะห่อเหี่ยวเอาแต่ก้มมองหน้าอกตัวเองหลังเสื้อยืดแขนสั้นมีฮูทที่แบนราบเรียบ ถ้าไม่สังเกตให้ดีๆก็คงจะไม่เห็นว่ามีนูนนิดนึง  ยิ่งมองก็ยิ่งน่าสงสารจับใจนัก..

“พอเถอะค่ะคุณโมโมอิ..อย่าพูดไปมากกว่านี้เลย..” คุโรโกะพูดทั้งตาเลื่อนลอย หันหน้าหนีสาวผมชมพูที่มีรัศมียิ่งใหญ่ยากเทียบเคียงยิ่งกว่าคิเสะเสียอีก…

“เท็ตสึคุงงงง ฉันขอโทษอย่าโกรธเลยน้า!!!!” โมโมอิเขย่าแขนสาวจืดจางไปมา งอแงขอโทษขอโพยยกใหญ่  เจ้าตัวกลัวว่าคนที่แอบรักปลื้มและหลงใหลจะโกรธ ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีชมพูน้ำตาคลอจวนเจียนจะร่ำไห้ เริ่มสะอื้นฮักๆ  คุโรโกะ เท็ตสึยะถอนใจแล้วยกมือมาลูบหัวปลอบอีกฝ่ายเบาๆ

“เรื่องแค่นี้ฉันไม่โกรธคุณโมโมอิหรอกค่ะ สบายใจได้” ปากน้อยๆส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ โมโมอิช้อนมองดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อน รอยยิ้มละมุนกับท่าทีปลอบโยนแสนอบอุ่นใจนั่น…เรียกริ้วสีแดงบนหน้าของอดีตผู้จัดการสาวเทย์โคว

 

 

เท่ห์สุดๆไปเลย เท็ตสึคุง!!!!!!!!!!!   

 

 

“จะว่าไป โมโมจจิเรียนอยู่ที่เดียวกับอาโอมิเนจจิสินะเห็นว่าเป็นผู้จัดการทีมโทโอด้วยนี่นา” คิเสะอุทานนึกขึ้นได้  การเปิดสนทนาถึงบุคคลที่สาม  โมโมอิพยักหน้าตอบรับพร้อมปล่อยอ้อมแขนจากคุโรโกะ

“อาโอมิเนจจิ? ใครกัน?” ฮิวงะเลิกคิ้วฉงนงุนงง

“ชื่อเต็มๆของเขาคือ อาโอมิเนะ ไดกิ เป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยที่ได้เป็น เอซของเทย์โคว ”  คุโรโกะเล่าทั้งสีหน้านิ่งเรียบฟังดูเยือกเย็นกว่าครั้งไหนๆ ดวงเนตรสีอ่อนหลุบมองโกโก้ร้อนในถ้วยแก้วของตนที่สั่งมาดื่ม

“หมอนั่นเก่งมากเลยสินะ?” ริโกะจับคางครุ่นคิด

“ค่ะ เก่งสุดๆเลย สไตล์การเล่นของเขาเป็นประเภทเดียวกับคางามิคุง” เจ้าของเรือนผมสีฟ้าเว้นวรรคครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อทั้งเสียงเย็นชา “แต่ฉัน..เกลียดบาสของผู้ชายคนนั้น..”

 

 

 

“ทำไมกันเท็ตสึ!!!ฉันสู้เจ้าชายนั่นไม่ได้ตรงไหน!!!!!”

‘แสงสว่าง’ โป้ปดหลอกลวง แอบอ้างว่าเป็น ‘เจ้าชาย’ และยังทอดทิ้ง ‘เงาลวงตา’ ดำดิ่งสู่ความมืด

 

 

 

คิเสะลอบมองหน้าไร้อารมณ์ครึ่งซีกยากที่จะคาดเดาความคิด ..สัมผัสที่นางแบบสาวเจ้าของฉายาจิ้งจอกพันหน้ารับรู้ได้จากคนตัวเล็กบางนั้นไม่ใช่แค่เรื่องบาสที่มีผลต่อจิตใจเงาลวงตา..อดีตในวันวานสมัยเทย์โควกับรักหลายเศร้าที่นำพาซึ่งความทุกข์ทรมาน ยิ่งคิดดวงใจของสตรีผมทองบีบรัดแน่นจนเจ็บ

 

 

ปมปัญหาพันยุ่งเหยิงยากที่จะแก้ไข..จะเป็นไปได้ไหมที่เราทั้งหมดจะกลับมาดีเหมือนดั่งเดิม

 

 

“จะว่าไปฉันตามหาเท็ตสึคุงก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้แหละ”  สตรีเรือนผมสีชมพูกล่าวทั้งเสียงหม่นหมอง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นร่าเริงสดใสแท้ๆ มือล้วงหยิบเอามือถือสีชมพูเปิดฝาพับแล้วโชว์เมลส่งตรงจากคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขันอินเตอร์ไฮน์

 

 

“รอบต่อไป..เซย์รินจะแข่งกับโทโอ”  

 

บรรยากาศรอบโต๊ะกาแฟอึกครึมฉับพลัน ฮิวงะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริโกะเม้มปากแน่นเป็นแนวเส้นบ่งบอกความเครียด  คุโรโกะและคิเสะตาโตเท่าไข่ห่านมองข้อความในเมลที่ประกาศไว้อ่านทวนสองรอบจนเป็นที่แน่ใจว่าตาไม่ฝาด จึงตีสีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนเคย รอจนโมโมอิพับฝามือถือเก็บลงกระเป๋าสะพายสีชมพู

 

 

อีกครั้งที่ต้องปะทะกับรุ่นปาฏิหาร์ย..คราวนี้เป็นถึงเอซแห่งเทย์โคว

ถ้าให้เทียบก็คงเป็น ‘อัศวินผู้ถือครองดาบทมิฬ’

 

 

“จะว่าไป..ไม่เห็นอาโอมิเนจจิเลยนะ ปกติเห็นอยู่กับโมโมจจิตลอดนี่” เจ้าของเรือนผมสีทองดัดลอนมัดรวบตั้งข้อสังเกต ดวงหน้าหวานน่ารักหม่นหมอง ตาสีชมพูหลุบต่ำมองมือทั้งสองที่กำแน่นบนตักขยำชายกระโปรงพร้อยลูกไม้จนยับยู่

“อาโอมิเนะคุงบอกมีเรื่องอยากตรวจสอบ ก็เลย..ไปที่สตรีทบาส”

 

 

คนขี้เกียจซ้อมแบบนั้นไปสตรีทบาส…หรือว่า!!!!?

 

 

“อ้าวคุโรโกะจะรีบไปไหนนะ!!!!”  สองหนุ่มสาวรุ่นพี่เซย์รินร้องตกใจที่จู่ๆ เด็กสาวผมฟ้าสั้นกับนางแบบสาวชื่อดังวิ่งพรวดพราดออกไปจากร้านกาแฟโดยไม่คิดบอกลาใดๆ

 

 

.

.

.

 

 

ปึง!!!!!ปึง!!!!!ปึง!!!!!

 

 

ลูกบาสเก็ตบอลเดาะกระแทกพื้นไปมา ร่างสูงกำยำผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้มองแป้นบาสเก็ตบอลขึ้นสนิมเล็กน้อยเบื้องหน้า บอลตกกระแทกพื้นเด้งกลับเข้าสู่มือหยาบ ขายาวใต้กางเกงทรงกระบอกสีเขียวขี้กาถีบตัววิ่งพุ่งไปและตั้งท่าย่อเตรียมกระโดดขึ้นดังก์ลูก

 

ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วบนน่องปวดระบม มือเผลอปล่อยลูกบอลตกพื้นกระเด้งกระดอนผ่านหลัง

 

“บ้าเอ๊ย!!!” คนหนุ่มผมสีแดงอมน้ำตาลสบถหยาบ ทั้งที่อุตส่าห์พักผ่อนมา 4 วันเต็ม อาการบาดเจ็บทุเลาลงเพียงน้อยนิดเท่านั้น ขืนเป็นแบบนี้รอบถัดไปคงเป็นได้แค่ตัวถ่วงของทีมแน่ๆ  ถ้าไม่หมั่นฝึกซ้อมฝีมือก็จะตกอีก คิดแล้วก็น่าหงุดหงิดนัก!!! คางามิ ไทกะสูดลมหายใจลึกยืนนิ่งๆอยู่แบบนั้นรอให้อาการปวดทุเลาลงจนพอขยับเท้าเดินได้ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปหมายเก็บลูกบาสเก็ตบอลของตัวเองที่กลิ้งไปที่ไหนซักแห่งบนสตรีทบาสแห่งนี้ กลับมีใครบางคนเดินเข้ามาก้มเก็บลูกบอลให้ ร่างสูงผิวสีแทนสวมเสื้อกล้ามสีขาวเผยกล้ามแขนกำยำมีมัดกล้ามพองาม..เรียกได้ว่าพอดิบพอดีกับตัวเขา ดวงเนตรสีไพลินเรียวคมกริบเขม็งมองตรงมายังบุรุษที่ยืนเหรอหราเหงื่อโทรมกายที่ฝึกซ้อมบาสคนเดียวตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย

 

“ขอบใจนะที่เก็บให้”  คางามิยกเสื้อเช็ดเหงื่อ แล้วยื่นมือมาขอลูกบาสคืน  แทนที่คืนให้กลับเปลี่ยนท่าทีมาเดาะลูกลงกับพื้น

 

 

หมอนี่ก็เล่นบาสงั้นเหรอคนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้คิด

 

 

“นี่เหรอแสงคนใหม่ของเท็ตสึ คางามิ ไทกะ”  คนผมสีน้ำเงินสั้นแสยะยิ้มหยันเดาะลูกบาสไปมา

“นายรู้จักคุโรโกะด้วยเหรอ?” เจ้าของนามถามกลับทั้งสีหน้าฉงน

“แน่สิ ฉันกับยัยนั่นเราเคยร่วมเล่นบาสด้วยกันตอน ม.ต้น”  สิ้นคำกล่าว คางามิถึงบางอ้อทันที สัญชาติญาณในตัวคนหนุ่มผู้เป็นเอซแห่งทีมเซย์รินรับรู้ถึงอันตรายในตัวร่างสูงผิวสี ผ่านแววตาจากดวงเนตรสีไพลินคมกริบ  แรงกดดันอันคุ้นเคยนี่…

 

 

บรรยากาศมันเหมือนกับตอนพบเจอกับ คิเสะ เรียวตะ และมิโดริมะ ชินทาโร่

เจ้านี่ไม่ใช่ผู้เล่นธรรมดา..หรือว่าจะเป็น…

 

 

“นายเรียนอยู่เทย์โคว”

“ฉันชื่อ อาโอมิเนะ ไดกิ เป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ย” เขาเดาะลูกบาสกระแทกลงพื้นเป็นครั้งสุดท้าย แล้ววิ่งผ่านร่างสูงผมสีแดงไปอย่างรวดเร็ว..เร็วจนไม่ทันมองเห็นด้วยซ้ำ  คางามิตาเบิกโพล่งหันกลับไปบอลถูกดังก์ลงห่วงไปอย่างง่ายดายโดยบุรุษผิวสีแทนคมเข้ม

 

 

เร็ว!!!เร็วอะไรแบบนี้!!!!

 

 

“และเป็นแสงสว่างของเท็ตสึ”  ปากหนาแสยะยิ้มเย็นยะเยือกชวนหนาวสันหลัง คางามิกลืนน้ำลายลงคอ คิ้วเรียวสองแฉกขมวดมุ่นเป็นปม ท่าทีสบายๆแปรเปลี่ยนเป็นความระแวดระวัง อาโอมิเนะ ไดกิ หยิบลูกบาสขึ้นมาหมุนเล่นบนนิ้ว เชิดหน้าสบตาสีเพลิงตรงหน้าที่ลุกโชนมุ่งมั่น..แววตานั่นช่างน่าชิงชังนัก

 

 

ภาพสะท้อนตัวตนในอดีตน่าคลื่นไส้

 

 

“เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิดจริงๆ นายกับฉันมาวัดกันหน่อยไหมล่ะ ว่าใครจะเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้ากว่ากัน” คำท้าดวล 1:1 ดังออกจากปากชายหนุ่มผู้เป็นถึงสมาชิกในทีมเทย์โควแถมยังเคยเป็น ‘คู่หู’ กับคุโรโกะ เท็ตสึยะ  มีหรือคางามิจะปฏิเสธ เลือดในกายพุ่งพล่านร้อนระอุ ประหนึ่งเปลวเพลิงลุกโชน  คางามิเค้นยิ้มแสยะเห็นฟันขาว ตาสีเพลิงประกายพราวสนุกสนาน

 

“ก็เอาสิ อาโอมิเนะ ไดกิ!!!”

 

 

 

.

.

.

 

สตรีทบาสที่ใกล้ที่สุดที่พอจะคาดเดาได้ ณ ตอนนี้จากระยะเวลาและการปรากฏตัวของโมโมอิ ซัทสึกิ..ต้องเป็นสวนสาธารณะที่เธอเคยมาเล่นบ่อยๆกับอดีตแสงคู่หูคนสำคัญ..และเป็น..อดีตแฟนที่เคยคบหากันมาช่วงระยะเวลา ขาเพรียวบางใต้กระโปรงสั้นสีขาววิ่งสุดตัวจนมาถึงสวนสาธารณะดังกล่าว เนตรสีฟ้าเบิกกว้างจ้องมอง..บุรุษกำยำผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูทรุดนั่งคุกเข่าก้มหน้าลงกับพื้นเหงื่อแตกโชกชุ่มเสื้อยืดสีดำเข้มจนแนบเนื้อ ขณะเดียวกันคนที่ยังยืดหยัดอยู่คือร่างสูงผิวสีแทนยืนล้วงกระเป๋าเดาะบาสในท่าทีสบายๆ

 

“น่าผิดหวังจริงๆ นี่เหรอแสงคนใหม่”  อาโอมิเนะดูถูกเหยียดหยาม หรี่ตามองคนที่พ่ายแพ้หมดรูปแทบเท้าเขา

 

 

หมอนี่เก่ง!!!เก่งอะไรขนาดนี้!!!!!

 

 

“จะบอกอะไรให้เอาบุญ ฉันยังไม่เอาจริงด้วยซ้ำ คิดแล้วก็น่าขำ” ร่างสูงผิวสีแทนมองคู่แข่งเบื้องหน้าที่พยายามยืนหยัดกายโงนเงนขึ้นมา หน้าคมดุดันกัดฟันแน่นเขม็งมองไม่ยอมแพ้..ประหนึ่งเสือโคร่งบาดเจ็บพยายามแยกเคี้ยวคำราม

 

คิดจะหาญสู้กับพญาเสือดำว่องไวในพงไพร

 

“คางามิ ไทกะ คนอย่างนายมีแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาเท็ตสึ นั่นก็เพราะ..” คนผิวสีเลี้ยงลูกวิ่งสวนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตามด้วยถ้อยคำเย็นชาเสียดแทงทะลุหัวใจบุรุษผมสีแดงน้ำตาลไหม้ชี้แหลมฟูไปมา

 

“แสงในตัวนายมันริบหรี่เกินไป”

 

 

ปึง!!!!!!!!!!!!!

 

 

ชัยชนะตกอยู่ในกำมือของอาโอมิเนะ ผลการแข่งตัวต่อตัวตอกย้ำให้เห็นระดับที่ต่างกันระหว่างเขากับคู่ต่อสู้ที่เงาลวงตาเลือกมาแทนที่ในฐานะแห่งแสง

 

 

คางามิไม่สามารถทำแต้มผ่านอาโอมิเนะได้เลย

 

 

“เห็นชัดแล้วใช่ไหม เท็ตสึ” ตาสีไพลินตวัดตรงไปยังสตรีร่างเล็กบอบบางยืนมองอยู่ริมสนามมาเมื่อซักครู่ คางามิตาโตตกใจรีบหันไปมองตามทิศทางเดียวกับอาโอมิเนะ   คุโรโกะเงียบไม่พูดไม่จาดวงเนตรสีฟ้าอ่อนจ้องตอบตาคู่คมเบื้องหน้า

“จะบอกอะไรให้เอาบุญอีกอย่าง คางามิ ไทกะ”  อาโอมิเนะ ไดกิโยนลูกบาสทิ้งลงกับพื้นไม่ใยดี ไม่คิดสนใจมองคนที่แพ้ตัวเอง หน้าคมคายออกเหงื่อเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมองเด็กสาวผมสีฟ้าในชุดเด็กผู้หญิงธรรมดาทั่วไปที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ

 

รักที่ไม่มีวันลืม..เงาที่ทอดทิ้งแสงสว่างเพียงเพราะหาใช่ ‘เจ้าชาย’ ที่ตามหา

 

 

“คนแบบนาย  ระวังจะเจ็บเพราะผู้หญิงเลือดเย็นคนนี้”   คำพูดทิ้งท้ายก่อนเดินจากไป คุโรโกะตาโต ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนสั่นไหวก่อนจะก้มหน้าลงต่ำจนผมปรกหน้า ฝีเท้าย่างก้าวห่างออกไปไกลจนเกินกว่าโสตประสาทรับรู้    คิเสะ เรียวตะ ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะ ได้ยินทุกการสนทนาชัดเจนหมด..มือเรียวทาเล็บสีชมพูประกายเพชรกำสายกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กไว้แน่น เนตรสีอำพันสั่นระริกหลุบมองพื้นสนามหญ้า

 

 

..อาโอมิเนจจิยังคงรักคุโรโกจจิอยู่เสมอ…ไม่มีช่องว่างใดๆ ให้เราเข้าไปแทรกได้เลยซักนิด…

 

 

คิดเช่นนั้นแล้วการที่รับไล่ตามมาคงจะไม่มีประโยชน์อะไร ออกไปก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น คิเสะหลับตาลงเก็บงำความเศร้าเอาไว้ในก้นบึ้งหัวใจ หยิบเอาแว่นกันแดดขึ้นมาสวมใส่อีกครั้งเดินจากไป ซ่อนตัวตนไว้ประหนึ่งนางจิ้งจอกที่ทำได้เพียงแหงนมองดูท้องฟ้าและเมฆาจากพื้นดินเท่านั้น

 

.

.

 

“คางามิคุงไหวไหมคะ”  เด็กสาวผมฟ้าได้สติกลับมาหลังจากได้ยินเสียงล้มกระแทก ก็พบว่าคางามิทรุดไปนั่งกองกับพื้น คุโรโกะ เท็ตสึยะวิ่งเข้าไปประคองร่างสูงให้ยืนขึ้น ดูเหมือนว่าการออกพละกำลังกับอาโอมิเนะ

“ไหวสิ..ไอ้เจ้าบ้านั่น..เก่งชะมัด” คนหนุ่มผมแดงสบถคำรามต่ำ  ตาสีเพลิงลอบมองหน้าหวานไร้อารมณ์ล้อมเส้นผมสีอ่อนสั้นกลับดูหม่นหมองเห็นได้ชัดน่าประหลาดใจ

“คุโร…”

“คางามิรู้รึยังคะ ว่ารอบต่อไปเราจะเจอกับโทโอ นั่นแปลว่าอาโอมิเนะคุงคือคู่ต่อสู้คนต่อไป”

“ห่ะ!!!หมอนั่นน่ะเหรอ!!!”   คางามิอุทานเสียงดัง เจ้าตัวเงียบไปพักใหญ่…แถมไม่มีซึ่งรอยยิ้มตื่นเต้นเหมือนอย่างเคย คุโรโกะลอบมองหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยสีหน้ากังวลใจ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกใจคอไม่ดีเช่นกัน

 

 

อาโอมิเนะต่างจากคิเสะและมิโดริมะ..เขาคือผู้เล่นที่แจ้งเกิดพรสวรรค์ก่อนใคร

เป็นคนที่เกิดมาเพื่อบาสเก็ตบอลโดยเฉพาะ

 

 

“จะว่าไป..นี่เธอแต่งชุดผู้หญิงด้วยเหรอ?” คางามิพึ่งสังเกตเห็นว่าร่างบอบบางที่ตัดผมสั้นปลอมเป็นชายอยู่ในชุดกระโปรงขาวสั้นโชว์ขาอ่อน คุโรโกะปริบตามองการแต่งกายตัวเองแล้วหันกลับไปสบตาสีเพลิงที่จ้องมองอย่างไม่วางตา

 

 

หรือว่า..เราแต่งแบบนี้แล้วน่ารัก?

 

 

“ฉันนึกว่าเธอเป็นทอมซะอีก” สิ้นคำดังกล่าว คางามิอาจจะไม่คิดมากอะไรพูดโผงผางไปงั้น แต่สำหรับคุโรโกะเธอถึงกับหน้าร้าว นั่นแปลว่า..เธอมัน ‘แบน’ เกินทนจนไม่น่าเชื่อว่าจะแต่งตัวสไตล์ผู้หญิงได้สินะ!!! คิดแล้วก็เลือดขึ้นหน้าแล้วหยิบเอาลูกบาสอิกไนต์พาสอัดกระแทกใส่หน้าคนตัวสูงเสียจนหงายหลังกระเด็นไปนอนไถลกับพื้น

“เดินกลับเองก็แล้วกันนะคะ คางามิคุง” คุโรโกะบอกลาทั้งเสียงเย็นชา

“เฮ้ย!!!ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ยคุโรโกะ!!!เฮ้!!!!!”  คางามิตะโกนด่าคนที่จู่ๆนึกอัดบอลกระแทกหน้าเขาจนขึ้นรอยแดง มองอีกทีเจ้าตัวก็หายไปอย่างจืดจางไร้ร่องรอยเสียแล้ว  มือแกร่งยกขึ้นเกาหัวสับสนงุนงงไม่อาจเข้าถึงความคิดของผู้หญิงหน้าตายคู่หูเงาของตัวเองได้  ก่อนจะเหลือบมองไปยังนาฬิกาตั้งเสากลางสวนเข็มชี้บอกเวลาบ่ายสองครึ่ง  เขาถอนใจเหนื่อยหน่ายพยุงตัวยืนหยัดลุกขึ้นเอง..ทว่า..อาการเจ็บแปล๊บบริเวณน่องทำให้ทรุดล้มลงไปอีก

 

 

หมับ!!!

 

“ขอบ..นาย!!มิโดริมะ!!!”  คนที่เข้ามาช่วยกลับเป็นบุรุษผมสีเขียวสวมแว่นตาทรงเหลี่ยมกรอบดำสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์ที่สำคัญ..ยังคงทำนิสัยประหลาดๆโดยการอุ้มตุ๊กตาเพนกวินเป็นลัคกี้ไอเท็มเหน็บไว้ข้างเอว

“โย่ว!!!คางามิ!!!”   คาซึนาริ ทาคาโอะ คู่หูทีมชูโตคุเจ้าของดวงเนตรฮอกค์อายผู้ปราดเปรื่องในด้าน point guard ชูสองนิ้วแสยะยิ้มยิงฟันขาวทำหน้าทำตาอารมณ์ดียียวนกวนประสาทเช่นเคย และคงจะดูดีกว่านี้ถ้าเจ้าตัวไม่ขี่จักรยานต่อพ่วงกระบะหลังจนกลายเป็นซาเล้ง…

 

“พวกนายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่าบอกนะว่า..”

“ฉันก็แค่บังเอิญผ่าน…”

“ชินจังเห็นตั้งแต่ต้นที่นายดวลตัวต่อตัวแล้วล่ะ เอาใจช่วยสุดโต่งด้วยนะ”

“ทาคาโอะ!!!”

 

สองหนุ่มชูโตคุเถียงกันแว้ดๆ คนที่โวยวายก็เห็นจะมีแต่คนเรือนผมสีเขียวมือชู้ตสามแต้ม ส่วนบุรุษผมดำแสกกลางยักไหล่ยิ้มยียวนหัวเราะลูกเดียว คางามิฟังแล้วก็ปวดกบาลนัก ถ้าเป็นปกติเขาคงจะทนรับฟังได้ แต่ตอนนี้ทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บน่องขาจนล้าไปหมด เห็นทีคงต้องรีบปลีกตัวกลับบ้านเสียแล้ว

“จะไปไหนคางามิ?”

“ถามได้ก็กลับบ้านน่ะสิ จะให้ฉันอยู่ดูนายสองคนเถียงเป็นพ่อแง่แม่งอนรึไง” คางามิตอบทั้งเสียงห้วนกรรโชกตามนิสัยแถมเพิ่มความกวนตีนเข้าไปตามอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะปกติด้วย ทาคาโอะยังคงขำก๊ากเช่นเคยผิดกับมิโดริมะ ชินทาโร่ ยืนนิ่งเงียบถลึงตาไม่พอใจใส่ ต่างคนต่างมองหน้าไม่พูดไม่จานาน จนสุดท้ายคนที่เป็นฝ่ายยอมถอยคือเอซแห่งเซย์ริน

 

 

อาโอมิเนะทำลายความมุ่งมั่นของคางามิ จนสูญเสียได้ขนาดนี้

ก็สมเป็น ‘อัศวินสีฟ้าผู้ครองดาบทมิฬ’ ล่ะนะ

 

 

“ไหนๆก็แล้วขอถาม อะไรหน่อยได้ไหม?”   ข้อสงสัยที่ติดค้างในใจคนหนุ่มผมสีแดงอมน้ำตาลชี้ฟู..สิ่งที่อาโอมิเนะ ไดกิทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจากลา

 

“ที่อาโอมิเนะบอกให้ฉันระวังคุโรโกะ มันหมายความว่ายังไง?”

 

มิโดริมะ ชินทาโร่เงียบกริบ..เงียบนานผิดปกติ เสียจนทาคาโอะหยุดหัวเราะ ตาสีเข้มเหลียวมองดวงหน้าครึ่งซีกสวมแว่นตาอย่างฉงนสนเท่ห์ คางามิเองก็เช่นกัน..อาการที่เงียบนานของมิโดริมะทำให้เขาเริ่มว้าวุ่นใจชอบกลนัก

 

 

 

“คุโรโกะกับอาโอมิเนะ สองคนนั้นเคยคบเป็นแฟนกันอยู่พักหนึ่ง”

 

“หา!!!!!!!!!!!”  สิ้นคำกล่าวนั่น ความเงียบเข้ามาแทนที่ชั่วขณะหนึ่ง กระทั่งสองหนุ่มที่ตกใจหงายเงิบอุทานเสียงดังพร้อมกัน..ดังจนนกในสวนสาธารณะโผบินหนีออกจากต้นไม้รายล้อมรอบๆสนามบาส มิโดริมะพ่นลมหายใจหมิ่นเหม่ เบือนหน้าหนีคนที่อ้าปากค้างตาโตเท่าไข่ห่าน พร้อมยกมือดันแว่นขึ้นสันจมูก

 

“ไอ้ดำนั่นกับคุโรโกะเนี่ยนะ!!!!” คนหนุ่มร่างสูงกำยำอุทานหน้าไม่เชื่อสายตา

“ใช่..หมอนั่นเป็นทั้งเพื่อนสนิท ทั้งคู่หูที่เข้าใจเรื่องบาสยิ่งกว่าใคร และก็คบหากันด้วย” มิโดริมะอธิบายซ้ำอีกครั้ง

“แล้วทำไมถึงเลิกกันล่ะ?”

“เรื่องบางเรื่องนายไม่รู้จะดีกว่า คางามิ ไทกะ เอาเป็นว่าคุโรโกะเป็นสาเหตุอีกอย่างที่ทำให้อาโอมิเนะเป็นแบบนี้ รู้แค่นี้ก็พอ”

 

มิโดริมะตอบปัดอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าคนหนุ่มสวมแว่นตาไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเรื่องอดีตระหว่างคู่หูแสงเงาแห่งเทย์โคว นี่คือประโยคสุดท้ายในการสนทนาระหว่างบุรุษผมเขียวผู้ได้รับฉายาปืนใหญ่แห่งจักรพรรดิกับบุรุษผมแดงอมน้ำตาลที่ถูกเงาลวงตาเลือกให้เป็นอัศวินแห่งแสงคนใหม่ถือดาบกวัดแกว่งเข้าโค่นล้มบังลังค์แห่งรุ่นปาฏิหาร์ย

 

 

 

“ระวังคุโรโกะจังงั้นเหรอ..ฉันว่าเธอออกจะตัวเล็กน่ารักดีออก ” คาซึนาริ ทาคาโอะถีบจักรยานลากซาเล้งไปตามท้องถนนหลังจากที่พวกเขาแยกย้ายกับคางามิ ไทกะ  มิโดริมะนั่งกอดตุ๊กตาเพนกวินยกมือดันแว่นขึ้นสัน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าขึ้นริ้วเป็นสีแดงส้มจากตะวันยามเย็นที่กำลังลาลับขอบฟ้า

 

 

..สีแดงอันน่าสะพรึงยิ่งกว่าสิ่งใด..

 

 

“ผู้หญิงคนนั้นไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งย่าม เธอคนนั้นมีเจ้าของอยู่แล้ว” คำตอบนั่นทำเอาคนผมสีดำแสกกลางเลิกคิ้วสูง เหลียวหน้ามองชายผมเขียวนั่งสบายบนกระบะหลัง

“ไหนบอกว่าเลิกกับแฟนแล้วไง? จะบอกว่าคนชื่ออาโอมิเนะหวงก้างงั้นเหรอ?”

“…ก็คงจะ..ราวๆนั้นล่ะมั้ง”  ไม่บ่อยนักที่มิโดริมะ ชินทาโร่จะตอบอะไรด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ไร้ความหนักแน่น  ทาคาโอะชะงักคำพูดที่จะถามอีกฝ่ายต่อแล้วตั้งหน้าตั้งตาหันกลับไปมองเส้นทางปั่นซาเล้งต่อไป  ดูท่าเรื่องนี้คงมีบางอย่างที่แม้แต่มือชู้ตสามแต้มแห่งรุ่นปาฏิหาร์ยยังต้องหวาดหวั่น

 

 

คางามิ ไทกะ เหมือน อาโอมิเนะ ไดกิ สมัยก่อนมาก..นั่นแปลว่า ‘อาจจะซ้ำรอยเดิม’ ก็เป็นได้

 

 

 

.

.

.

 

 

ย่านการค้ายามค่ำคืน ความมืดปกคลุมไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แต่ยังดีที่แสงไฟจากตัวอาคารหลากสีสันส่องสว่างทำให้ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ในจะผู้คนยังคงเดินกวักไกว่ไปตามท้องถนนทางเดิน โมโมอิยืนจิ้มมือสีชมพูเล่นเกมส์บันไดงูอยู่หน้าร้านค้าขายเบเกอรี่ ฝีเท้าย่างก้าวเข้ามาใกล้แล้วหยุดลงข้างๆตัว ทำให้เธอหลุดเล่นเกมส์ผับฝามือถือลงผินหน้าไปมอง

“เป็นยังไงบ้างอาโอมิเนะคุง” สาวเรือนผมสีชมพูยาวสลวยถาม

“หมอนั่นก็แค่คนธรรมดาๆ คนนึง ที่เอาชนะยัยลูกหมากับมิโดริมะก็คงแค่ฟลุ๊ค” อาโอมิเนะตอบทั้งเสียงเย็นชา พลางมองหน้าจอมือถือสีน้ำเงินเข้มของตนตั้งรูปถ่ายคู่ของตัวเองในชุดบาสเทย์โควโอบคอร่างเล็กเรือนผมสีฟ้าสั้นใบหน้าในวันวานของเราสองเปี่ยมด้วยรอยยิ้มสว่างสดใส

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างแหลกสลายลงไปกับตา..กลายเป็นอดีตที่เจ็บปวดยิ่งกว่าตายทั้งเป็น

 

 

“คนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ฉันเท่านั้น”

คนผิวสียิ้มเหี้ยมเกรียม ตาสีไพลินวาวโรจน์..โมโมอิสะดุ้งมองเพื่อนสมัยเด็กที่แปรเปลี่ยนไปจนไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว..ไม่มีอีกแล้วอาโอมิเนะ ไดกิ ผู้ร่าเริงบ้าบาสเข้าเส้นเลือด เธอหันหน้ากลับมาแหงนมองท้องฟ้าสีดำไร้ซึ่งดวงดาราด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

 

 

ไม่มีทางที่พวกเราทุกคนจะกลับมาเล่นบาสเก็ตบอลได้สนุกสนานอีกแล้วหรือ?

 

 

 

 

คำถามไร้ซึ่งคำตอบ..การตัดสินบนสนามเท่านั้นที่จะบอกได้

อัศวินปะทะอัศวิน นี่คือศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++=

ตอนนี้ในส่วนฟิค knl เราจะมีการอัพ secret ฟิค knl จะเป็นการแฉตัวละครในมุมมองที่ไม่รู้ในฟิคหลัก knl ค่ะ

ส่วนมากจะเป็นเรื่องรั่วๆฮาๆ และ..แฉอาคาชิซะส่วนใหญ่ ตามอ่านได้ที่ทวิตของเรานะคะ

เซิดว่า secret ฟิค knl หรือไปที่ fav. ในหน้าทวิตเราก็ได้ค่ะ

https://twitter.com/blood_hana

 

จริงๆกะให้ตอนนี้เป็นแมตท์ปะทะอาโฮ่ แต่ด้วยความที่เขียนยากมาก เลยขอตัดไปตอนหน้าแทน

ขอเวลาเก็บข้อมูลแมตท์นี้ก่อน คิดซะว่าตอน 24 เป็นตอนพักเรื่องแข่งบาสไปซักตอน จะได้ไม่ถี่จนเกินไป

 

ถ้าใครตามเพจบาสจะรู้ทันทีว่า มาซาโอมิ คือใครค่ะ หุหุ

 

แฟนอาร์ตจากผู้อ่านค่ะ

 

Supapich Klaocheed

10928169_1540798469537910_4980034177554911012_n

 

 

 

@Yineny’ Lvelove

541634_275043485952822_7188872861106481953_n

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้าาา

16 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part24

  1. เย้ๆๆๆในที่สุดก็ได้อ่านแล้ววว TT
    อ่านแล้วรู้สึก….หิวววว!!! อยากกินเนื้อย่างงงง 5555
    คางามิ อย่าชอบน้องเลยน้าา(?) ไม่อยากให้เจ็บและโดนปริศนากรรไกรแทง(?) ถ้าตอนนี้ไม่มีพี่ดำ(?)นะ เรื่องจะไม่ดราม่าา พอเฮียมาเท่านั้นแหละ ตัวดำ เอ้ย!! เนื้อเรื่องดำมืดเลยยย
    แหม่ๆ น้องเจอพ่อสามีแล้วสินะคะ//ผิด
    ดูท่าทางคุณพ่อเขาก็ชอบน้องอยู่มิใช่น้อยยยย จับแต่งเลยค่ะ!!!! เรื่องจะได้จบ//ง่ายจริงๆ
    ส่วนนายน้อยที่ก็ลดค่าตัวมาแสดงมั้งเถอะค่ะ คิดถึงจริงๆ 55555
    สนุกมากเลยค่าาาาา ><

    • คางามิเริ่มหวั่นไหวนิดๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นชอบนะ เพราะเหมือนมิเนะมากทุกคนเลยระแวงว่าอาจจะซ้ำรอบ ขณะเดียวกันคางามิก็แอบหวั่นไหวนิดๆกับคิเสะด้วย รมณ์แบบยังไม่ได้ชอบใคร คางามิตอนนี้คือเพียวมาก ซื่อเรื่องพวกนี้สุดๆ คนตัวดำมาทวงความดราม่ากลับสู่เรื่องอีกครั้ง ส่วนอาคาชิคนลูกค่าตัวแพงต่อไป ตอนหน้าออกมานิดๆ และออกเต็มๆคง27-28 ตอนนี้มีแค่อาคาชิคนพ่อ คุณพ่อก็ค่อนข้างเอ็นดูนะ ดูหลายๆอย่างของน้อง อีกอย่างหายากด้วยที่ ผญ จะหันมาเล่นโชงิ ประกอบกับน้องมารยาทงาม เรียบร้อย เข้มแข็ง มีความพยายามก็เลยชอบอยู่

  2. อ๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆ ช๊อตแย่งเนื้อย่างนั้น มิสไดเร็กชั่น ชนะเลิศสินะ หุหุ น้องช่างน่ากลัว
    จริงๆๆ ประมาทไม่ได้เลยสินะ ฮิฮิ แต่ว่านะทำไม ทำไม ทำไม ให้อาคาชิคนลูกมาแค่
    ชื่ออย่างเดียวอีกแหละ ส่วนเจ้าตัวหายเข้ากลีบเมฆไปไหนๆๆๆๆหรอค่าตัวจะแพงขึ้น
    อีกแล้วสินะเนี่ย ยังงี้กว่าจะจบเรื่องบลัดซังจะมีปัญญาจ้างไหมเนี่ย ฮ่า ๆ แบบว่าซีนนี้
    โผล่มาแต่อาคาชิคนพ่อ หุหุ แถมๆๆ ดูๆๆไปแล้วท่านพ่อเนี่ยดูจะคาดเดาเรื่องระหว่าง
    ลูกๆๆได้ป่ะเนี่ย ยังมีการสอนเล่นโชงิให้ซะด้วย อุ๋ย!! งี้น้องกะมีหวังตามท่านทันแล้ว
    หรอเปล่านะเนี่ย ได้อาจารย์ดีขนาดนี้ หึหึ แต่ว่านะช๊อตพีทใจรักสามเศร้ากับช๊อคท้า
    ด้วลของสองแสงในตำนาน อ่า….สงสารอาโฮ่ ยังคงรักไม่เปลี่ยนแปลงสินะ ปากแข็ง
    เข้าไปเตอะ แต่ยังไงน้องเขากะมีเจ้าที่แรงอยู่นะ ถึงจะไม่ชอบมีบทแต่มาแค่ชื่อสยองได้
    โล่แล้วอ่ะ ไม่มีใครกล้ายุ่งใจจริงพี่เขียวแกอยากบอกไปว่า ที่บอกว่ามีเจ้าของแล้วไม่ใช่
    อาโฮ่สินะ กร๊ากๆ แต่ฟีลซัทจังเนี่ย เธออยากพายูริมั๊กๆๆเลยสินะเนี่ย ส่วนคิเสะนั้น ทำไม
    ไม่ทำอะไรให้ชัดเจนกว่านี้ฟ่ะอยากคบอาโฮ่ ก็เลิกกะท่านเดะเห้ยไม่เห็นจะไปอยากอะไร
    แต่ละคนเนี่ยไม่ไหวๆๆ หัดปากตรงกับใจมั้งเดะ

    PS. ถ้าพระเอกยังไม่ยอมมีบทอีกจะโหวตให้กล้าเป็นตัวร้ายแล้วโหวตให่พระรองขึ้นแท่น
    พระเอกแทนซะเลย กร๊ากๆๆๆ [วิ่งหลบกรรไกรบิน ฮ่า O[]O]

    • น้องผู้จืดจางชนะใสๆ 5555 ค่าตัวท่านแพงก็ต้องสร้างทุนเยอะหน่อยน่ะ ตอนนี้คนลูกมาแค่กล่าวถึงโดยคนพ่อ พ่อไม่รู้เรื่องน้องกับท่านค่ะ แค่บังเอิญโลกกลมพรหมลิขิตเท่านั้น น้องอยากจะศึกษาท่านให้มากกว่านี้จะได้เข้าใจท่านไม่ซ้ำรอยเดิม ท่านยิ่งไม่ค่อยพูดมากเหมือนผู้ใหญ่เกินวัย แต่หนีไปเกรียนในทวิตนะ ถ้าอ่าน secret จะรู้ ฮาาาาา ตอนนี้น้องก็ค่อยๆเรียนโชงิไป ก็อยู่ในขั้นพื้นฐาน ระดับป๋ากับลูกชายตระกูลอาคาชินี้เลยขั้นสุดยอดไปแล้ว สามารถเล่นกับตัวเองได้ เรื่องนักหลายเศร้าเรา4คน(หรืออนาคตอาจ5?) ยังคลายปม คิเสะก็อยากเลิกกับอาคาชิ แต่ท่านน่ากลัวขนาดนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธ นี่ขนาดไม่ติดต่อมานาน2เดือน มาเจอเพราะเรื่องแสงคนใหม่ คิเสะยังเครียดเลย

      ส่วนมิเนะนั้นดำแผ่รังสีเหี้ยม รักและหวงครกไม่แพ้ท่านค่ะ โมโมอิก็จะยูริจริงจัง เธอรักน้องมากนะเห็นแบบนี้ก็เหอะ รมณ์แบบฮีโร่ในดวงใจเลย
      ส่วนเรื่องมิโดรินถูกต้องค่ะ ที่บอกว่ามีเจ้าของหมายถึงอาคาชิน่อ

  3. “ผู้หญิงคนนั้นไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งย่าม เธอคนนั้นมีเจ้าของอยู่แล้ว”
    รู้สึกชอบประโยคนี้เป็นพิเศษค่ะ วนกลับไปอ่านหลายครั้งมาก
    ไม่มีแดงดำโผล่มาเจอกัน เจอกันในมะโนภาพของติ่งก็ยังดีค่ะ//น้ำตาไหลพราก..
    ฝั่งคุณพ่อนี่ถ้ารู้ว่าน้องเป็นลูกสะใภ้ก็น่าจะโออยู่นะคะ ดูแอบปลื้มเบาๆ
    อยากให้คุณพ่อเดาเรื่องท่านกับน้องได้จังเลยค่ะ(หวังแบบริบหรี่)
    แต่มาคิดดูอีกรู้ไปก็คงไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องของคนแก่(?)
    คิเสะนี่คือสุดท้ายไม่ว่าจะคู่กับบากะงามิหรืออาโฮ่มิเนะทั้งคู่ก็ต้องยังมีปมชอบน้องทั้งคู่สินะคะ น่าสงสารรรรรร ทำไมเหมือนทั้งเรื่องนางโดนอยู่คนเดียว จะเลิกกับท่านก็กลัวอีกต่างหาก ลุ้นให้คิเสะบอกเลิกท่านเร็วๆ โดนกรรไกรกระซวกไส้มาก็ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวส่งน้องไปเฝ้าไข้ //สุดท้ายบรรดาผู้หญิงก็ทนผู้ชายเรื่องนี้ไม่ไหว หนีไปเลสกับเอง เริ่ดดดดดดดดดดดดดดด
    อาโฮ่นี่กล๊ากล้าเนอะ บอกน้องเลือดเย็น กล้าพูดเน้อออ พ่อคนผิวสี~
    ปอลิง. คิดถึงท่านจังเลยค่ะ ค่าตัวแพงมาก มาแค่คนอื่นยกชื่อมาแค่อ้างอิงประกอบคำพูดแบบนี้ก็แพงเกิ๊นนนน ยกน้องให้เลยค่ะเป็นค่าให้เปิดตัวบ่อยๆ ประเมิณค่าไม่ได้เชียวน้าาา~

    • ถึงแดงดำจะยังไม่มีโมเม้นท์ แต่อยู่ในความทรงจำที่ทุกคนต้องนึกถึง พี่เขียวยังไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวเลย กลายๆเหมือนเป็นคนนอกรักหลายเศร้า คีจังเป็นคนที่ซวยที่สุด คือคนสวยไม่มีใครรักอ่ะ พอจะสน คงม อีกฝ่ายก็เริ่มเทไปหาน้องนิดๆ จะเลิกกับ อคช ก็กลัว ไม่กล้า สาวสวยอาภัพสุดของเรื่องเหมือนลูกหมาหัวเน่า
      พ่อไม่รู้ค่ะ และก็เดาไม่ออกด้วยน้องแทบไม่เล่าเรื่อง อคช เหมือนที่พ่อก็แทบไม่เล่าเรื่องลูกชาย ต่างคนต่างเอ่ยถึงแต่ไม่ออกนามกัน พ่อก็ถูกใจน้องพอสมควรเลยนะ ผ่านอยู่ สุดท้ายสาวๆจะเลสกันไหม ก๊ากกก โมโมอิเล็งน้องอยู่เลยเนี่ย

      มิเนะก็กล้าพูดจริง ขณะเดียวกันก็เจ็บมาเยอะพอตัวคือตัวเองเคว้งบาสไม่พอ น้องทิ้งอีก เหมือนแบบว่า ตัดรอนไม่เหลืออะไรเลย ที่เป็นเพื่อนคุยกันอยู่ด้วยกันมายังสู้ อคช ที่เจอเมื่อ 10ปีที่แล้วไม่ได้เลยด้วยซ้ำ โฮ่เลยหาว่า ครก เย็นชาเลือดเย็นมาก

      ตอนหน้าท่านโผล่มานิดนึงค่ะ และก็มาเต็มๆตอน 27-28นี่แหละ

  4. ยังนั่งรออยู่จ้า

    อ่านแล้วอยากกินเนื้อย่าง TQT //บ่จี๊ค่ะช่วงนี้ ถถถถว์
    เห็นอย่างนี้หรือว่าท่านบลัดจะ midotaka เพิ่มอีกคู๋คะ บรรเจิ…//โดนปาของใส่หน้า
    อาโฮ่ก็ช่างงง เริ่มเกิดอาการหมาหวงก้างแล้วว สงสารบากะกามิค่ะ
    ริโกะกับฮิวงะบันซา..//ไม่เลิก=_=
    แสดงว่าคุณพ่อตายอมรับลูกสะใภ้แล้วสินะ*0* //โบกป้ายอวยแดงดำ
    แล้วสรุปว่า…เจ้าของครกคุงคือใครค้าา//โดนถีบ

    • เหยี่ยวเขียวรมณ์เพื่อนสนิทรู้ใจที่มากกว่าเพื่อนทั่วไป(?) ถถถถถถถ มิเนะแสดงออกให้รู้ว่าหวงอดีตเงาอดีตแฟนที่ตัวเองไปอ้างมา//หลบบาส ถ้าตามทวิตเราจะพอเลาๆได้ว่าพ่อตาคิดเห็นยังไงกับน้อง อิอิ เจ้าของ ครก ที่มิโดริมะเอ่ยถึงคืออาคาชินั่นแหละน่อ

  5. ในที่สุดก็มา ดีใจมากค่ะะะะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด เป็นตามที่หวังไว้เลย คางามิเริ่มหวั่นไหวใจเต้นนิดๆ กับครก แต่อย่าแตกหักกันเหมือนไดกิน้าาา ขอร้อง มีการป้อนเนื้อ อั๊ยยยย โมโมอิยังไม่เลิกปลื้มครกอีกเรอะ ตั้งฮาเร็มเถอะครก! อคช มิเนะ โมโมะ คงม

    ไดกิแรงมากเลย ออกตัวแรงมาก ลมหึงขึ้นหน้าสุดๆ ใช่มั้ย นี่ขนาดรู้ว่าคางามิเป็นแค่แสงสองหนุ่มยังหึงขนาดนี้ ถ้าคางามิเกิดชอบครก บอกจะดูแลครกจริงๆ สองหน่อนี่ไม่ตายเหรอคะเนี่ย (พี่เสือจะตายก่อนน่ะสิ ใช่มั้ยคะคนแต่ง)

    อาคาชิคุง ช่วยด้วย! นึกปุ๊บว่าที่พ่อตาก็ออกมาช่วยปั๊บ!!! ว้ายยย เท่มาก อ่านในทวิตแล้วคนที่มาซาโอะบอกอคชว่าจะให้ดูตัวเพราะถูกใจสาวนางหนึ่ง คนนั้นคือน้องครกใช่มั้ยคะ สมมติว่าอคชโบคุชิอยู่ที่นั่น ฮีจะช่วยน้องมั้ย

    สองแมตที่ผ่านมายังอารมณ์ท้าทายหน่อยๆ ตามประสากีฬาบาส แต่แมตโทโอนี่….ความท้าทายอารมณ์เลือดเดือดพล่านมาเต็มแน่ๆ คาดว่าไดกิไม่มาสายเหมือนต้นฉบับชัวร์ (คงอยากบี้พี่เสือเต็มแก่) “เป็นไงบ้าง” โมโมอิ “หมอนั่นมันกระจอก” ไดกิตอบ (ขอโทษนะคะ อารมณ์ยังกับโมโมอิรวมหัวกับไดกิสืบเรื่องคางามิเลย / “เราจะไม่ยอมให้เท็ตสึคุงตกไปอยู่ที่ใคร ใช่มั้ยไดจัง” “แน่นอนที่สุด” / คิดเองเออเอง 555555)

    กว่าจะถึงแมตราคุซัน ทิศทางความสัมพันธ์ของตัวละครคงเปลี่ยนไปเยอะ หึๆ ดีไม่ดีครกกับคงมิาจจะชอบกันก็ได้ ดีสมไอ้เจ้าจูนีเบียวบางคน ปล่อยมันอยู่กับชัยชนะหลอกๆ ไปซะ (ถึงพูดงี้ก็เหอะ รู้อยู่ว่าแดงดำอยู่ดี T_T แดงดำคือที่สุดนะ แต่อยากเชียร์ไฟดำอ่ะ แดงเมินไม่สน ไฟเข้ามาเติมเต็มความอบอุ่นในชีวิตของครก) ตอนหน้าอคชโผล่สินะ ดีใจมากค่ะ

    ในทวิต พี่บอกว่า ราคุซันเกือบได้ซ้อมแข่งกับเซย์ริน ถ้าไคโจไม่มาตัดหน้าไปซะก่อน อ่านแล้วแทบกรี๊ดลั่นบ้าน เสียดาย!!! แต่ก็เข้าใจมันต้องตามเอนิเมะ อีกอย่าง แค่สู้กับไคโจเซย์รินตอนนั้นก็หืดขึ้นคอ ขึ้นสู้กับราคุซัน …ตายลูกเดียว แล้วอาคาชิรู้สึกยังไงที่ไมไ่ด้ซ้อมแข่กงับน้องคะ ถ้าได้ซ้อมแข่งกับเซย์รินอคชจะลงแข่งรึเปล่า รึว่านั่งทำหน้าหยิ่งอยู่ข้างสนาม?

    • ตอนนี้พี่ไฟเริ่มนิดนึงแล้ว น้องเป็นประเภทมองไปนานๆน่ารักขึ้นเรื่อยๆ ส่วนจะซ้ำรอบเดิมกับไดกิไหมอันนี้ต้องลุ้นล่ะครัช โมโมอิยังไม่เลิก เห็นติดๆเพ้อๆแบบนี้นางรักจริงหวังแต่งกับ ครก มากนะต่อให้เป็น ผญ ก็ไม่สนแล้ว มีเสน่ห์ทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้ามจริงๆ

      ไดกิออกตัวแรงมาก ตอนนี้กำลังหึงแตก นี่แค่แสงเก่า ยังไม่เจอเจ้าชายตัวจริงที่อัพเวลเป็นจักรพรรดิไปแล้ว เห็นท่านนิ่งๆท่านก็มีซัมติงรองในใจเยอะ ถ้าตามทวิตและ secret จะเข้าใจท่านมากขึ้น เข้าใจด้านเกรียนแตกของเด็กเก็บกด ก๊ากกกกก

      อาคาชิมาช่วยจริงๆแต่เป็นคนพ่อแทน ฮาาา ในทวิตที่พ่อโทรมาหาอาคาชินั้น..ใช่ค่ะ..คุณพ่อเขาสนใจน้องอยู่ ถ้าเป็นโบคุชิก็ช่วยอยู่แล้วค่ะ ถึงท่านจะจูนิเบียวก็ไม่ได้แล้งน้ำใจขนาดนั้นหรอก

      โทโอแมตท์นี้คือประกาศจุดยืนแสงแถมทำหมาหวงก้าง มีลมหึงมาเกี่ยวล้วนๆ มิเนะไม่มาสายค่ะ มาเร็วเลยล่ะ ฮาาาาาา กว่าจะไปถึงราคุซันอันนี้ต้องลุ้นค่ะ เรื่องความสัมพันธ์คนมันมีแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้เสมอไม่แน่ไม่นอน
      ตาม secret คือราคุซันเกือบแล้วนะเกือบเจอเซย์รินแล้ว เพราะเรโอะเลย จะส่งไปซ้อมแข่งที่นั้นแต่คิเสะเขาเร็วกว่า ถ้าทางกลับกันท่านคงไม่ลงสนามหรอก ตอนนั้นคางามิยังไม่โดดเด่นอะไร ท่านคงไม่ลงไม่เสียเวลานั่งกอดอกทำเท่ห์ริมสนามต่อไป

  6. เป็นอย่างที่เดาไว้จริงๆ ไดกิไม่มาสายแน่ อยากมาบี้พี่เสือชัวร์ๆ ถึงจะอยากอ่านเร็วมากแค่ไหนแต่แมตต่อไปคงเป็นอะไรที่มืดมนหดหู่สำหรับครกและคงม (และอีกแมต โทโอกับไคโจ ไดกิคงเสียดายที่คิเสะไมไ่ด้เป็นผช น่าดู แต่ถ้าไม่ใช่คิเสะใครจะเลียนแบบไดกิได้ล่ะ จะรออ่านนะ) ห่วยเหรอไดกิ ไทกะเจ็บขาอยู่โว้ยยยย!!
    ยิ่งเจอปัญหาสาหัสแค่ไหน คางามิกับคุโรโกะก็จะยิ่งเป็นห่วงอีกฝ่ายและรวมพลังกันต่อสู้ไปด้่วยกัน จะผ่านอะไรมาด้วยกันและรู้ใจกันสุดๆ ระวังนะอคช กว่านายจะโผล่หัวมาสองคนนี้ก็จะสนิทกันไปไหนต่อไหนแล้ว มันสองจิตสองใจจริงๆ อยากแดงดำและไฟดำ ไม่ต้องให้คงมรักครกก็ได้ แค่รู้ใจกันที่สุด+สนิทกัน+ถึงซื่อแต่ก็พร้อมปกป้องเงาทุกเมื่อโดยเฉพาะสองหนุ่มจากคิเซคิ เอ้อ ถ้าคงม รู้เรื่องทั้งหมดในอดีตของเงา ฮีจะเคืองไดกิกับอคชมั้ยคะที่หลอก+ทำร้ายจิตใจ (ตอนที่สองคนนี้สนิทกันมากแล้ว)
    นั่นไม่ได้หมายถึงการแยกจากระหว่างเราสองคน แต่หมายถึงให้หยุดพึ่งพากันชั่วคราว ต่างทำให้ตัวเองพัฒนาขึ้น แล้วมารวมตัวกันอีกครั้งด้วยพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิม “แน่นอนว่าครั้งนี้…จะไม่แพ้ค่ะ!!” แมตไดกิ-แสงเงาภาค1 หดหู่เสียพลังใจ แต่ไดกิ-แสงเงาภาค2 รับรองคนอ่านรู้สึกฮึกเฮิมสุดๆ แน่ๆ (อินี่ฮึกคึกไปล่วงหน้าก่อนเพื่อน)
    แข่งเสร็จในเมะเจอกับทาคาโอะเจ้าเก่าสินะ โอ๊ยยยยยย!!! คิดถึงเหยี่ยว อยากให้เหยี่ยวมาหยอกครกอีก มันคิดถึงอ่ะที่จีบแบบกวนๆ (อุ๊ยพี่บลัด เหมือนเราจะลืมพระเอกไปนะ)

    • โทโอไคโจนี่เราแพลนแล้วล่ะ จะมาหลังเซย์รินโทโอ ไปๆมาๆ ท่านหายไปเฉยเลย พระเอกหายหัว 55 คนเราใจไม่แน่นอนอ่ะเนอะ เวลาเปลี่ยนคนก็อาจเปลี่ยน ท่านยังจูนิเบียวได้เลย
      ส่วนอาโฮ่ ณ จุดๆนี้หึงและหวงตำแหน่งแสง จะเล่นพี่เสือก่อน ส่วนนายน้อย..ก็โน้นน แมตท์ราคุซัน ส่วนพี่เหยี่ยวมีบทอีกแน่ค่ะ แมตท์แข่งเราอาจจะไม่ตามอนิเมะเสียทีเดียวนะ ให้ลุ้นๆดีกว่าจะเป็นยังไง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s