[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part26

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

11084260_281104475346723_2026678487743817_n

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Kuroko no love 26

 

 

 

“ลาก่อนเงาลวงตา”

 

 

คำบอกลานิรันดร์ที่พูดไปตามอารมณ์เกรี้ยวกราด.. ในความฝันที่ยังวนเวียนอยู่เพียงภาพของร่างบอบบางในชุดนักกีฬาทีมโรงเรียนเซย์ริน เธอยืนหยัดอยู่ตรงหน้าซ้อนเร้นในเงามืด  กำลังยืนทั้งน้ำตาไหลรินอาบแก้มใสอยู่ตัวคนเดียว เขาเจ็บปวดใจที่เห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าไป..ปรารถนาเช็ดน้ำตาให้เธอ

 

ทว่า..มือที่หมายจะเอื้อมเข้าไปกลับชะงัก..เมื่อพบว่าในดวงเนตรสีอ่อนหาได้มีเงาสะท้อนของตน

กลับเป็นชายหนุ่มเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งเจ้าของดวงเนตรต่างสีเย็นชา..

 

 

อาโอมิเนะ ไดกิ ลืมตาช้าๆ ตื่นจากนิทรา เหม่อมองท้องนภาที่แปรเปลี่ยนจากสีครามสดใสกลายเป็นสีแดงฉานจากตะวันยามเย็น ก้อนเมฆสีขาวปุยนุ่มลอยอ้อยอิ่งไปตามสายลมอย่างช้าๆ อยู่บนดาดฟ้าของโรงเรียนมัธยมปลายโทโอ

“กระทั่งหลับยันตื่น นายยังแสดงความเป็นเจ้าของได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งๆที่ตัวก็ไม่ได้อยู่แถวนี้เลยนะ อาคาชิ”  เสียงทุ้มสบถคำรามหัวเสีย..เขาหยัดกายลุกขึ้นบิดขี้เกียจอยู่นานพักหนึ่ง มือจับต้นคอเอียงไปมายืดเส้นยืดสายคว้ากระเป๋าเป้สีดำขึ้นบ่าเดินตรงไปยังประตูเหล็กแล้วหมุนเปิดออก

 

 

สีแดง…ผู้เป็นเจ้าของเงาลวงตา…สีแดงของเจ้าชายผู้กลายเป็นจักรพรรดิ

 

 

 

.

.

 

ผลคะแนนของโทโอปะทะเซย์รินไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของสื่อมวลชน..โทโอชนะด้วยคะแนนนำอยู่ที่ 60 : 178 ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการรุกเกมส์ของรุ่นปาฏิหาร์ย อาโอมิเนะ ไดกิ เพียงคนเดียว  การเล่นบาสอันเป็นที่รักทั้งที่สนุกทุกครั้งในยามได้พบเจอคู่แข่งตรงหน้า..กระทั่งวันหนึ่งกลับพบว่าเบื้องหน้าเขาไม่เหลือใครให้เป็นคู่ต่อสู้อีก

 

 

บาสเก็ตบอลทอดทิ้งเขา..เงาทอดทิ้งแสง…

 

 

ความเจ็บที่ไม่เคยลืมเลือน..ยังคงกรีดแทงในอกซ้ายทุกเมื่อเชื่อวัน  ยิ่งทำให้หนุ่มผิวสีแทนตระหนักหัวใจตัวเองว่าเขายังคงรักคุโรโกะ เท็ตสึยะ มากมายเพียงใด..รักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บแค้นมากเท่านั้น

 

 

ในเมื่อไม่มีสิทธิ์เข้าไปปาดเช็ดน้ำตา…เขาจะเป็นฝ่ายทำลายเธอให้เจ็บปวด!!ให้สูญเสียมากที่สุด!!!

 

 

“ผ่านมา 3 วันแล้วนะ ไม่มีเมลจากเท็ตสึคุงเลย”  ผู้จัดการสาวผมสีชมพูเพื่อนสนิทสมัยเด็กเดินกลับบ้านเคียงคู่กับอาโอมิเนะมาตั้งแต่จำความได้จนถึงทุกวันนี้พึมพำทั้งสีหน้ากังวล มือเรียวบางเปิดฝาพับโทรศัพท์มือถือสีชมพูกดไล่ดูรายชื่อเมล..ไม่มีซักฉบับที่ส่งตรงมาจากเด็กสาวผมสีฟ้าอ่อน  เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพับฝามือถือก่อนเหลือบตาไปมองคนตัวสูงกำยำในชุดนักเรียนโทโอเดินสะพายเป้ข้างเดียวป้องปากหาวหวอดๆจนน้ำตาเล็ด เห็นแล้วก็หมั่นไส้จนต้องฟาดตีต้นแขนอีกฝ่าย

 

“อาโอมิเนะคุงนี่ฉันกำลังพูดถึงเท็ตสึคุงนะ!!หัดฟังกันบ้างสิ!!!”

“ฟังแล้วได้อะไรขึ้นมา ยัยนั่นแพ้ไปแล้ว ตอนนี้ก็คงได้แต่ต้องเก็บแต้มทำคะแนนให้สูงพอเป็น 1 ใน 3 เขตโตเกียว“

“แต่อย่างน้อยก็สนใจใส่ใจบ้างสิยะ!!เท็ตสึคุงน่ะเป็นอย่างน้อยก็เคยคบกับอาโอมิเนะคุงนะ”

 

สิ้นคำตักเตือน ตาสีไพลินคมตวัดมองมายังใบหน้าน่ารักล้อมเส้นผมสีชมพูทันที..คิ้วเรียวขมวดมุ่นชักสีหน้าไม่พอใจเห็นได้ชัดทำเอาโมโมอิสะอึกพูดอะไรไม่ออก ยืนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้นริมถนนทางเดินกลับบ้านของพวกเขาทั้งสอง

 

“เคยคบแล้วมีประโยชน์อะไร..ในเมื่อสุดท้ายเท็ตสึก็ไม่เคยหันมามองฉัน” ปากหนากัดฟันแน่น..ขบจนกรามขึ้นสันนูน

 

 

ผู้หญิงคนนั้นเฝ้าตามหาเพียง ‘เจ้าชาย’

จนตอนนี้..เธอคนนั้นก็ยังไล่ตามไขว่คว้าผู้ชายคนนั้นอยู่

 

 

“เธอเองก็เหมือนกันซัทสึกิ รีบๆตัดใจจากเท็ตสึซะ ถ้าไม่อยากมานั่งเจ็บตัว ร้องไห้ฟูมฟายกอดตุ๊กตาหมีเน่าๆบนเตียง” คนผิวสีเตือนกลับ ก่อนจะเดินทางจากไปหลังส่งหญิงสาวผมชมพูถึงหน้าบ้าน โมโมอิ ซัทสึกิมองไล่ตามแผ่นหลังสูงใหญ่..มองอย่างเป็นห่วงโดยที่ไม่อาจละสายตาจากเพื่อนสมัยเด็กๆที่อาศัยอยู่บ้านถัดไปอีกสองหลัง  คิดถึงการแข่งขันเมื่อไม่กี่วันถึงจะกำชัยมาได้ก็แลกด้วยความเจ็บปวดของคนที่เธอรักที่สุด

“ฉันไม่อยากทำร้ายเท็ตสึคุง..ไม่อยากให้เท็ตสึคุงเจ็บ…และก็ไม่อยากให้อาโอมิเนะคุงเจ็บเหมือนกัน”  ปากอิ่มพร่ำกระซิบกับตัวเองถึงความหวังอันริบหรี่ที่ไม่รู้ว่าจะมีวันเป็นจริงไหม

 

 

อยากให้เราทุกคนกลับมาเล่นบาสด้วยความสนุกสนานอีกครั้ง

 

 

 

ขายาวก้าวมาถึงหน้ารั้วบ้านไม้สองชั้น…แบบดัดแปลงจากเรือนญี่ปุ่นเก่าๆผสมผสานกลิ่นอายบ้านร่วมสมัยเหมือนในปัจจุบัน มือแกร่งเปิดประตูยังไม่ทันก้าวเท้าเข้ามา กลับมีกระดาษโน้ตพุ่งเข้ามาแปะหน้าผากเข้าอย่างจัง จนเจ้าตัวต้องถอยผงะตกใจแล้วหยิบเอากระดาษแปะนั่นออกจากใบหน้า

“แกมาพอดีเลยไดกิ ออกไปจ่ายตลาดให้แม่หน่อยไป” คุณนายอาโอมิเนะสาววัยกลางคนผิวสีแทนสวยหุ่นยังอวบอิ่มสะพร่างโดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่จนเห็นร่องสวมเสื้อกล้ามสีเทากับกางเกงยีนส์เข้ารูป โยนตะกร้าให้ลูกชาย ซึ่งเขาก็รับมาได้พอดิบพอดี

“ผมขี้เกียจ เดินทางเหนื่อยๆ ผมจะ..”

“วันๆแกเอาแต่โดดเรียนไปนอนยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกเหรอห่ะ!!เลือกเอาว่าจะไปจ่ายตลาดดีๆหรืออยากเจอถีบ?”  คุณแม่จอมโหดถลึงตาสีไพลินวาวโรจน์ดุร้ายประหนึ่งนางเสือดำ  ลูกชายที่ว่าเกรียนแค่ไหนก็ต้องยอมสยบสั่น วิ่งอ้าวออกจากบ้านพร้อมตะกร้าและใบรายการสั่งซื้อวัตถุดิบข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่มารดาเขียนใส่ไว้ให้โดยพลัน!!!

 

 

.

.

.

 

ตะกร้าที่เคยว่างเปล่าอัดแน่นไปด้วยหัวไขเท้า ผักสดต่างๆนาๆ แพ็คเนื้อหมูห่อพลาสติกอย่างดีและอื่นๆอีกมากมายสำหรับมื้อค่ำวันนี้ ดวงเนตรคมฉายแววเบื่อโลกตลอดเวลามองรายการเขียนด้วยลายมือหวัดๆไล่ลงมาจนเป็นที่แน่ใจว่าครบทุกอย่างไม่ขาดเหลืออะไรก็เตรียมเดินกลับไปตามทางถนนเข้าซอยบ้านตัวเอง…จังหวะนั้นเอง ปลายหางตาสังเกตเห็นเข้ากับโปสเตอร์ผู้หญิงในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วสุดเซ็กซี่ริมทะเลโพสท่าเย้ายวนขยิบตายิ้มหวานกอดดันหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่ทะลักดึงดูดสายตาผู้ชายที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น

“ไมจังออกเล่มใหม่นี่หว่า!!!”  นิตยสารผู้หญิงที่เขาชื่นชอบมากถึงมากที่สุดได้ขึ้นปกนิตยสาร Maxim Japan ไม่รอช้ารีบหันเท้าก้าวเข้าสู่ร้านหนังสือโดยฉับพลัน ตรงดิ่งไปยังแผงนิตยสารด้านในทันที  เจ้าตัวไม่รอช้าหยิบขึ้นมาหนึ่งเล่มจากกองหนังสือ Maxim ฉบับล่าสุดไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ ยังไม่ทันวางหนังสือก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อเขาลั่นร้านจนเจ้าตัวสะดุ้งตกใจ..เสียงคุ้นหูกับคำเรียกชื่อเอกลักษณ์ที่ให้ตายก็ไม่มีวันลืม!!

 

“อาโอมิเนจจินี่นา!!!อาโอมิเนจจิ!!!!!!!!”

 

นางแบบสาวในชุดนักเรียนไคโจวิ่งจากอีกฝากหนึ่งของโซนนิตยสาวมาหาเขา ดวงเนตรสีอำพันแพรวพราวกับเส้นผมสีทองยาวสลวยดัดลอนระยิบระยิบจับตา และต่างหูข้างซ้ายเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับรูปร่างหน้าตาสวยโดดเด่นจนสามารถเข้าสู่วงการบันเทิงเป็นที่จับตาของสื่อมวลชน จนถูกขนานนามว่า ‘เจ้าหญิง’

 

แต่สายตาของอาโอมิเนะ ไดกิ ผู้หญิงคนนี้คือ ‘ลูกหมาง่องแง่ง ‘ ติดเขาแจมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

 

โป๊ก!!!!!!!!!

 

“โอ๊ยยยยยย อาโอมิเนจจิอ่ะ!!!!เอาตะกร้าฟาดหัวฉันทำไมเนี่ย!!!!”  คิเสะยกมือลูบหัวปอยๆ พองแก้มป่อง น้ำตาเล็ดมองค้อนคนหนุ่มหน้าคมเข้มผิวสี ดวงเนตรสีไพลินมองหญิงสาวที่พยายามแต่งทรงผมไปมา เขาจึง…วางมือลงบนศีรษะ…

 

“อ..อาโอมิเนจจิ?”

 

และขยี้ไปมาให้หัวยุ่งกว่าเดิม!!!!!!!!

 

“อาโอมิเนจจิ!!!!!!!!!!!!!ผมฉันยุ่งหมดแล้วนะ!!!!!!หยุด!!!!!!!”

“อ้าววว ก็จัดทรงผมให้ไง”  เสียงทุ้มลากยียวนกวนประสาทกันเห็น ยิ่งเห็นสาวผมทองทุบไล่เขาให้ปล่อยมือ เขายิ่งสนุกแกล้งหนักไปใหญ่..แกล้งมาตั้งแต่สมัยเทย์โควจนถึงทุกวันนี้  พอเห็นคนงามเริ่มน้ำตาคลอหน้าแดงก่ำไม่พอใจขั้นสุด เจ้าตัวก็รีบปล่อยมือออกไปล้วงกระเป๋าแทนก่อนที่จะเลยเถิดทำให้อีกคนโกรธยาวแทนซะก่อน

“ใจร้าย..นายแกล้งฉันต่างหากล่ะ!!”  คิเสะโวยวาย มือหยิบเอากระจกพกพาในกระเป๋ามาส่อง ตามด้วยหวีรีบจัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหมือนลูกหมาที่โดนเจ้านายฟัดแกล้งจนขนปุกปุยฟูฟ่อง..ยิ่งมองยิ่งรับไม่ได้นี่เหมือนเธอสภาพพึ่งตื่นชัดๆ  ในขณะที่คนผิวสีแทนกลับยิ้มกว้างหัวเราะในลำคอสนุกสนานที่ได้กลั่นแกล้งอีกฝ่ายจนหนำใจ

 

“อาโอมิเนจจิมาซื้อไมจังสินะ”  หลังจากหวีจนผมสีทองดัดลอนกลับมานุ่มสลวยเหมือนเดิมเสร็จ เธอเหลือบสังเกตเห็นในมือถือนิตยสาร Maxim Japan ฉบับล่าสุดที่ขึ้นปกโดยนางแบบถ่ายเซ็กซี่  จู่ๆผู้หญิงผมทองอดีตผู้จัดการทีมสมัยเรียกเทย์โคววิ่งกลับไปยังโซนนิตยสารอีกครั้งแล้ววิ่งกลับมา พร้อมกับ…โชว์เล่มนิตยสารวัยรุ่น Kawaii ฉบับล่าสุด ซึ่งนางแบบที่ขึ้นปกนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่ยืนยิ้มแป้นนำเสนออยู่ตรงหน้า

 

“ฉันได้ถ่ายขึ้นปก kawaii ของเดือนนี้ด้วยล่ะ!!เดี๋ยวแถมลายเซนให้ด้วยก็ได้นะ!!!”

“ไม่เอาเฟ้ย!!!!!ใครจะไปอยากได้รูปถ่ายของเธอกันยัยลูกหมา!!!!”

“เอาไปเถอะน่า!!!อยู่กับคนดังอย่างฉันเชียวนะ!!!อาโอมิเนจจิ!!!”

“เอาไปเก็บเลย!!!ฉันจะไม่ยอมเสียเงินเพิ่มเพื่อซื้อรูปถ่ายลูกหมาหน้าอกคัพ B แน่!!!”

“อาโอมิเนจจิลามกที่สุด!!!!!!!!!!ปกติฉันไม่เสนอตัวแจกลายเซนง่ายๆแบบนี้หรอกนะ!!!!!!!”

 

สองหนุ่มสาวเถียงกันไปมาลั่นร้านหนังสือจนคนที่อยู่ในร้านต้องอดชะโงกหน้ามาดูเสียไม่ได้ สิ่งทีเห็นคือหนุ่มตัวคล้ำผมสีน้ำเงินสั้นกำลังเอามือยันหัวสาวผมทองหน้าตาสวยหุ่นเพียวสูงดูดีไปทุกมุมมองที่กำลังวิ่งเข้ามาหายกมือป่ายปัดพยายามวางนิตยสารวัยรุ่นผู้หญิงลงบนโต๊ะเคาท์เตอร์ ยัดเยียดให้ฝ่ายชายหนุ่มซื้อเพิ่ม..เหมือนเห็นลูกหมาโกลเด้นกระโจนเข้าหาเจ้าชัดๆ

 

“เอ่อ..คิเสะ เรียวตะ ใช่ไหมครับ?”

 

ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาแทรกการสนทนาระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวต่างโรงเรียน คิเสะกระพริบตาปริบๆ หยุดดิ้นเข้าหาหนุ่มผิวสี เช่นเดียวกันกับอาโอมิเนะที่ปล่อยมือจากหัวอีกฝ่าย ยังไม่ทันได้ตอบคำถามแสงแฟลชกล้องสว่างวาบรวดเร็ว

“น..นี่!!!ถ่ายแบบนี้ไม่ได้นะ!!!”  สาวผมทองดัดลอนตั้งสติกลับมาได้ มองคนอายุราวๆใกล้ 30 ผมสีดำยุ่งๆสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงสามส่วน..ในมือของคนๆนี้ถือกล้องดิจิตอลยี่ห้อดังอย่างดีไม่ใช่แบบที่คนทั่วไปซื้อใช้ แต่เป็นของช่างภาพที่ทำงานด้านวงการสื่อชัดๆ  คนๆนี้เป็นปาปารัซซี่!!!!!

“ผู้ชายคนนี้แฟนใหม่ของคิเสะจังสินะ..แบบนี้คงถือเป็นการนอกใจทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รวยล้นฟ้าอย่าง อาคาชิ เซย์จูโร่ สินะ”  ผู้ชายคนนั้นไม่สนใจคำห้ามปรามของสาวผมทองดัดลอน แถมยังพูดแต่งเติมเสริมข้อมูลที่ติต่างเอาจากรูปถ่ายที่ได้

“ม..ไม่ใช่นะ!!!ลบรูปออกเดี๋ยวนี้!!!แบบนี้มันเสียมารยาทนะ!!!”  สาวผมทองชักสีหน้าดุดันโวยวาย แต่ยิ่งทำ..คนภายนอกก็เริ่มจับตามองซุบซิบกันไปมา และยิ่งทำให้นักข่าวไร้มารยาทนั่นยิ้มเหนือชัยได้ใจใหญ่

 

“นั่นคิเสะ เรียวตะนี่นา”

“ใช่จริงๆด้วยก็ว่าหน้าคุ้นๆ มากับใครน่ะ..รู้สึกจะเป็นเครื่องแบบโทโอนะ”

“เดี๋ยวสิ!!!แฟนคิเสะจังคบกับอาคาชิไม่ใช่เหรอ เห็นว่าอยู่ราคุซันนี่..อย่าบอกนะว่า ‘กิ๊ก’ “

 

ผู้คนในร้านนิตยสารเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องที่ไม่จริงไปต่างๆนาๆ  ตาสีอำพันสั่นไหว เม้มปากแน่นเป็นแนวเส้น..หากเธอขึ้นเสียงต่อภาพลักษณ์ที่มีก็จะถูกคนไปพูดต่อเป็นกระแสลบได้อีกว่า ‘ดังแล้ววีน’ หรือ ‘หยิ่ง’  เช่นนี้ เป็นสิ่งที่คนวงการบันเทิงต่างเหนื่อยหน่ายใจเป็นที่สุด..ทั้งที่ความจริงพวกนักข่าวกับแฟนคลับเป็นฝ่ายผิดก็พูดเสียหายจนถูกก็ยังมี

 

เป็นคนของสังคมต้องแลกมาซึ่งการสอดรู้สอดเห็นในสายตาประชาชน

 

 

หมับ!!!!!!

 

กล้องดิจิตอลในมือนักข่าวหนุ่มไร้มารยาทโดยฉกแย่งไปอย่างรวดเร็วโดยชายผิวสีแทน อาโอมิเนะเปิดไฟล์ภาพถ่ายในนั้นกดไล่ดูมีแต่รูปคิเสะเต็มไปหมดตั้งแต่ออกจากรั้วไคโจจนมาถึงร้านหนังสือพิมพ์..และรูปที่เขากำลังยืนอยู่คิเสะในมุมมองที่ดูเหมือนคู่รักคู่กัดที่โดยฝ่ายแฟนหนุ่มเอามือจับผมแฟนสาวเล่นเห็นๆ

 

“เฮ้ย!!!เอาคืนมาไอ้ดำ!!!!”  นักข่าวสวมแว่นขึ้นเสียง ยื่นมือทวงสิทธิ์กล้องดิจิตอล

“หา? กล้องนี่น่ะเหรอ..ได้สิ”  อาโอมิเนะคืนให้…คืนโดยการปาลงพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ

 

 

เพล้ง!!!!

 

ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างตกตะลึงกับการกระทำดังกล่าว นักข่าวหนุ่มร้องสุดเสียงมองงานทั้งหมดที่จะเอาไปเตรียมขึ้นหนังสือพิมพ์แหลกเป็นจุลกู้คืนกลับไม่ได้ด้วย เพราะเมมการ์ดที่กระเด็นออกมา ยังถูกอีกฝ่ายกระทืบซ้ำจนหักเป็นชิ้นอีก

“แก!!!กล้าดียั…”

“แกนั่นแหละกล้าดียังไงมาถ่ายรูปฉันกับยัยลูกหมา คิดแต่งเรื่องเอาไปหาเงินประทังชีวิตท่ามกลางความทุกข์ของคนอื่น” อาโอมิเนะตัดบทไม่รอให้อีกฝ่ายด่า มือแกร่งกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ตาสีไพลินหรี่มองเข้าไปในดวงเนตรหลังแว่นทรงกลมดวงตาของนักข่าวผู้สอดรู้สอดเห็นไม่พอยังคิดแต่งเติมจนผิดเพี้ยนความจริง

 

“ฉันจะบอกเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายจำใส่กะลาหัวไว้ว่า ฉัน-ไม่-มี-วัน-ชอบ-ยัยลูกหมา-นี่!!! จำไว้!!!!””

 

เสียงทุ้มกล่าวเย็นเยียบดุดัน ตาคู่คมถลึงมองข่มคำรามใส่นักข่าว  ก่อนจะปล่อยมือจากคอเสื้อผลักดันคนตรงหน้าถอยหลังไปนั่งตัวสั่นกลัวก้นกระแทกพื้นท่ามกลางเศษซากกล้องถ่ายรูป  อาโอมิเนะ ไดกิ คว้านิตยสารปกไมจังใส่ตะกร้าจ่ายตลาดหลังชำระเงินเสร็จ อีกมือหนึ่งคว้าจับคอเสื้อเด็กสาวผมทองดัดลอนที่ยืนตัวแข็งทื่อเดินออกไปจากร้านหนังสือด้วยกัน

พวกเขาทั้งสองเดินออกมาจนไกลห่างร้านหนังสือ อาโอมิเนะมองไปรอบๆจนแน่ใจว่านักข่าวนั่นรวมถึงคนที่เห็นเหตุการณ์ในร้านไม่อยู่ ณ บริเวณนี้ที่ลานน้ำพุใจกลางเมืองเคียงคู่กับหอนาฬิกา  จึงปล่อยมือจากหลังคอเสื้อนักเรียนไคโจว

 

“ให้ตายสิ..คิดมาได้ว่าฉันกับเธอเป็นกิ๊กกัน!! ตลกชะมัด!!”  อาโอมิเนะเกาศีรษะแรงพ่นลมหายใจแรง ส่ายหัวระอาใจ

 

เงียบ…ไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบสนองจาก คิเสะ เรียวตะ ?

 

แสงสีแดงของดวงอาทิตย์ยามเย็นเคลื่อนคล้อยลาลับขอบฟ้าฉายฉาบทุกหนทุกแห่ง คนผิวสีแทนเลิกคิ้วสูง มองหญิงสาวผมทองดัดลอนยืนก้มหน้าก้มตาจนผมปรกหน้า…ก่อให้เกิดเงาบดบังสีหน้าของอีกฝ่ายจนหมดสิ้น  อาโอมิเนะเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีทั้งกังวลทั้งฉงน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นผู้หญิงที่เขาคิดฉายาแทนตัวให้ว่า ลูกหมา นิ่งสงบไปทำตัวเกาะแกะน่ารำคาญ

 

“ยัยลูกหมา..เป็นอะ..”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”

 

จู่ๆ คิเสะก็โพล่งหัวเราะเสียงดังลั่นกลางน้ำพุ หัวเราะจนตัวงอเป็นกุ้งยืนกุมท้องตัวเองอยู่ตั้งนาน หัวเราะจนอาโอมิเนะอายสายตาคนอื่น รีบเดินเข้ามาเขกกะโหลกหญิงสาวไปหนึ่งดอก

 

“โอ๊ยยยย เจ็บนะ!!!!”

“ก็หัวเราะบ้าบออะไรล่ะ!!”  อาโอมิเนะตะคอกขึ้นเสียงห้วนตามนิสัย

“ก็..มันตลกนี่นา…พวกนั้นก็กล้าคิดเนอะ..ว่าฉันกับอาโอมิเนจจิเป็นกิ๊กกัน จะเป็นไปได้ยังไงกันก็อาโอมิเนจจิไม่ได้ชอบฉันซักหน่อยนี่นา อุบ..คิกๆๆ”

 

เธอทำท่าจะหัวเราะอีกระลอก พอเห็นสีหน้าทะมึนเลยรีบยกมือมาปิดปากแน่น  หญิงสาวผมทองสูดลมหายใจลึกแล้วเงยหน้าขึ้นใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างจนตาหยี..ปลายหางตามีหยดน้ำเล็กๆเกาะอยู่..น้ำตาที่หญิงสาวต้องรีบใช้ปลายนิ้วชี้ปาดออกไป

 

“งี่เง่าจริงๆยัยลูกหมาบ้า..หัวเราะจนน้ำตาเล็ด ฉันไม่ได้ดูแย่ขนาดนั้นซักหน่อยนะ”  คนหนุ่มผิวสีแทนถอนใจ

 

 

หารู้ไม่..ความนี่คือน้ำตาของจริงที่คิเสะฝืนเอาไว้

 

 

“ก็นายดำแถมยังหยาบคายนี่นา แค่คิดว่าต้องมาควงนายเป็นแฟน ก็ขนลุกจะแย่แล้ว”  พูดแล้วยังกวนประสาททำท่าลูบต้นแขนตัวสั่นเขยิบถอยห่างจากคนหนุ่มเอซโทโอ

 

หน้ากากหลอกลวงของนางจิ้งจอก มาพร้อมวาจาเสแสร้ง

 

“ตลกสุดๆไปเลยล่ะ อาโอมิเนจจิ”

 

เรื่องตลกน่าขันของลูกหมาตัวหนึ่ง ดันเผลอใจไปหลงรักแสงสว่างที่ไม่มีวันหันมา

 

“เออ!!ฉันมันหยาบคาย ป่าเถื่อน ไม่ได้เหมือนพ่อคุณชายหัวแดงอาคาชิแฟนเธอนี่!!”  อาโอมิเนะประชดถึงแฟนหนุ่มของคิเสะ เรียวตะ  ยิ่งคิดก็ยิ่งเคืองอารมณ์ ได้แต่สงสัยว่าทำไมผู้หญิงถึงได้มาติดพันผู้ชายดุเยี่ยงยักษ์พันธุ์นั้นได้ลง

 

“อ้าว!!อาโอมิเนจจิรู้ตัวเองด้วยเหรอ!!!!ฉลาดขึ้นนะเนี่ย!!!”

“คิเสะ!!!!!เธอหลอกด่าฉันเหรอห่ะ!!!!!!!”

 

เด็กหนุ่มผิวสีแทนแยกเคี้ยวใส่ ก่อนจะได้ทันก้าวเข้าไปจัดการสั่งสอนนางแบบสาว เสียงข้อความดังเข้าในมือถือพร้อมกันทั้งสองฝ่าย ต่างคนต่างผละหันหลังให้กันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความเมลที่ส่งตรงมาจากกัปตันทีมแต่ละฝ่าย

 

‘อินเตอร์ไฮน์แมตท์ต่อไป คือ  โทโอ ‘

‘อินเตอร์ไฮน์แมตท์ต่อไป คือ  ไคโจ‘

 

ต่างคนต่างตกใจหลังอ่านข้อความเสร็จ แล้วหันหน้ากลับมาสบตากันและกัน..ดวงเนตรสีไพลินกับดวงเนตรสีอำพันสวยใต้ขนตาแพยาว..เขาและเธอในรอบการแข่งวันพรุ่งนี้ที่จะถึงคือ ‘ศัตรู’

 

“ไม่คิดว่า..จะเจอกันเร็วแบบนี้อาโอมิเนจจิ”  เสียงหวานร่าเริงฟังดูเรียบเย็นผิดวิสัย  ปากอิ่มค่อยๆคลี่แย้มยิ้ม..หาใช่รอยยิ้มออดอ้อนเหมือนลูกหมา แต่เป็นรอยยิ้มเย้ายวนมากเล่ห์ท้าทายมอบให้แก่หนุ่มผิวสีแทนผู้ที่เก่งกาจเอาชนะเธอเสมอมา

 

 

ไล่ตามมาตลอดตั้งแต่วันนั้นที่แสงสว่างเปล่งประกายยามเล่นบาสประจักษ์แก่สายตา

ชื่นชมและศรัทราจนกลายเป็น ‘รัก’

 

 

“ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเป็นเธอ ยัยลูกหมา หวังว่าเธอจะไม่น่าเบื่อเหมือนเท็ตสึ “  อาโอมิเนะแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว ผู้หญิงคนนี้ที่สามารถลอกเลียนแบบทุกสิ่งได้ดั่งใจ จนกลายเป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยทั้งที่อยู่เพียงนอกสนามเท่านั้น

“น่าเบื่อเหมือนคุโรโกจจิ? พูดเป็นเล่น..ฉันนี่แหละจะเอาชนะอาโอมิเนจจิให้ดู” สานส์ท้ารบของนางจิ้งจอก

“เสียใจด้วยคิเสะ..เพราะคนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ตัวฉันเท่านั้น!!”  ลงนามตอบจากอัศวินแห่งแสงผู้ถือครองดาบทมิฬ

 

 

สายลมยามเย็นพัดแรงระหว่างคนสองคน  เสียงน้ำพุไหลเวียนพุ่งขึ้นสู่ฝากฟ้าละอองน้ำกระเด็นโดนผิวของหนุ่มสาว ยังไม่อาจดับหัวใจอันร้อนรุ่มปรารถนาจะเจอกันในการแข่งขันอินเตอร์ไฮน์บนสนามบาสในวันพรุ่งนี้ สงครามครั้งใหม่ที่เป็นน่าจับตาของสื่อมวลชนและเหล่านักกีฬาแข่งขันมากมาย

 

 

การปะทะกันครั้งแรกระหว่างรุ่นปาฏิหาร์ย

 

 

.

.

 

 

ประตูบ้านเปิดและปิดสนิท ร่างสูงผิวสีแทนถอดรองเท้าวางระเกะระกะไม่คิดเก็บเข้าตู้ให้เรียบร้อยตรงเข้าไปยังครัวที่มารดาเริ่มหุงหาอาหารตั้งหม้อน้ำรอเดือด มือแกร่งวางตะกร้าจ่ายตลาดลงกับเค้าเตอร์ คว้าเอานิตยสาร Maxim Japan ฉบับล่าสุดติดตัวไป ก็ไม่อาจพ้นสายตาคมกริบของมารดาที่ยืนเท้าสะเอวหน้าหม้ออุ่นแกง

“อ่านเข้าไปจริงๆนะไอ้หนังสือภาพลามกแบบนี้ แกคิดว่าชาตินี้จะได้เมียเป็นไมจังรึไง หัดเอาเวลาไปอ่านหนังสือบ้างสิไดกิ!!!”

“โธ่!!แม่เป็นผู้หญิง!!แม่ไม่เข้าใจหรอก!!!” อาโอมิเนะเคะขี้หูเบ้ปากขี้เกียจฟังมารดา  หนีไปนั่งนอนเอกเขนกพื้นห้องรับแขก

“ลูกคนนี้!!วันๆชักพูดจาเหมือนพ่อไปทุกที!!!ให้ตายสิ!!!!”  ไอ้ครั้นจะสั่งสอนลูกชายตัวดีก็คงจะไม่ถนัดนัก  กับข้าวยังไม่เสร็จเดี๋ยวจะไม่ได้กินข้าวกันพอดิบพอดี คุณนายอาโอมิเนะส่ายหัวระอาใจกับรสนิยมบ้าหน้าอกใหญ่ของอีกฝ่ายที่ถอดแบบมาจากสามีไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งคิดแล้วก็หลุบมองขนาดหน้าอกตัวเองที่หาไซส์เสื้อในห้างใส่ได้ยากเย็นก็ยิ่งเซ็งหนักกว่าเดิม มือเรียววางตะหลิวพาดกระทะที่เปิดไฟรอน้ำมันเดือดหันมาหยิบเอาวัตถุดิบที่สั่งลูกชายไปซื้อออกมาเรียงวาง

 

 

“ไดกิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

มารดาขึ้นเสียงแหลมลั่นบ้าน เสียงนี้ที่ทำเอาคนในครอบครัวอาโอมิเนะเป็นสะดุ้งทุกราย หากไม่รับสับขามาภายใน 10 วินาที ชะตาชีวิตต่อจากนี้อาจมีอันเป็นไป!!!

“อะไรแม่!!!อะไร!!!!?”  ลูกชายวิ่งหน้าตั้งตาตื่นเหงื่อโชกหน้ามาเกาะประตูห้องครัวหายใจหอบแฮ่กๆ

“เปล่า..แค่จะเรียกแกให้มาเอาหนังสือของแกอีกเล่มในตะกร้า”   หญิงสาวผิวสีแทนเหมือนลูกชายหันกลับไปง่วนกับการผัดถั่วลันเตาน้ำมันหอยใส่เนื้อ อีกมือจับตะหลิวอีกมือชี้นิ้วโป้งไปด้านหลังตรงไปยังตะกร้าจ่ายตลาดบน  อาโอมิเนะลมแทบจับยกมือตบหน้าผากตัวเองมองค้อนมารดาที่ยืนเท้าสะเอวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ นึกว่าเรื่องคอขาดบาดตายอะไรที่แท้..หลอกให้มาเอาของ

 

 

รสนิยมได้จากพ่อ..นิสัยกวนตีน อาโอมิเนะ ไดกิ ได้จากมารดาเต็มๆ

 

 

“หนังสือ?”  คนผิวสีชักสีหน้างุนงงในเมื่อซื้อมาแค่ภาพรวมของไมจัง จะมีอีกเล่มได้ยังไง ? เจ้าตัวเดินเข้าไปตรงเคาท์เตอร์มองดูในตะกร้ามีหนังสือใส่ซองสีน้ำตาลอยู่ในนั้นจริงๆ มือหนาหยิบขึ้นมาเปิดซองออกแล้วล้วงหยิบออกมาดู

 

‘ฉันซื้อให้นะอาโอมิเนจจิ รูปรวมภาพของฉันเองงง แถมลายเซนให้ด้วย แข่งบาสอย่าแพ้ไปก่อนเจอฉันล่ะ

KiseRyota’

 

 

นิตยสาร Kawaii ฉบับล่าสุดที่เจ้าตัวนางแบบสาวพยายามยัดเยียดมาให้จนได้ แถมยังมีพวงกุญแจขวดโหลเล็กๆบรรจุเม็ดทรายสีน้ำเงินปนเปกับดาวสีทองเล็กๆเป็นของฝากจากจังหวัดโอกินาว่าที่เจ้าตัวแพคเป้ไปเที่ยวเมื่อ 3 วันก่อน

“ก็บอกว่าไม่เอาแท้ๆยังจะนำเสนออีก เธอนี่มันลูกหมาขี้ตื้อชัดๆ”  ชายผิวสีเกาหัวแรงๆรำคาญใจสุดๆ ยิ่งมองรูปถ่ายของหญิงสาวผมทองดัดลอนในชุดกระโปรงลูกไม้สีครีมเปิดไหล่นั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ เอามือมาเท้าคางขยับยิ้มหวานที่แต่งแต้มด้วยบรัชออนสีชมพูหวานกับลิปกลอสสีโอรส ตามด้วยลายเส้นกับข้อความกลางหน้าปกอีก

 

“น่ารำคาญ”

 

อาโอมิเนะบ่นงึมงำในลำคอ เก็บนิตยสารฉบับนั้นรวมไปกับรวมภาพไมจังใน Maxim ที่ซื้อมาใหม่ขึ้นห้องนอนชั้นบนรกไปด้วยกองสมุดภาพถ่ายวาบหวิวระเกะระกะพื้น  ไหนจะชั้นใส่ CD  หนัง AV เยอะจนต้องมาตั้งกองเรียงไม่ต่างกัน เขาโยนนิตยสารที่คิเสะไปถ่ายลงไปรวมกับกองหนังสือภาพโป้เก่าๆ วางพวงกุญแจทรายสีน้ำเงินไว้บนโต๊ะ แล้วทิ้งตัวลงเตียงนอนกระดิกเท้าเปิดดูหนังสือภาพไมจัง

 

.

.

.

 

 

 

จวบจนรุ่งสางยามเช้าที่สดใส หยดน้ำค้างไหลตามแนวลาดใบไม้สีเขียวขจีรวมเม็ดสะท้อนแสงแวววาวก่อนจะร่วงหล่นกระทบลงบนแก้มสากของคนหนุ่มเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ยุ่งในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกยืนล้วงกระเป๋าพิงรั้วกำแพงมาตั้งแต่ตี 5  นัยน์ตาสีเพลิงหลุบมองเข็มนาฬิกา G-shock สีดำเรือนใหญ่ ตอนนี้เป็นเวลา 7 โมงเช้าแล้ว คนหนุ่มพ่นลมหายใจแรงยกมือเกาศีรษะจนหัวชี้ยุ่งกว่าเก่า

 

“คงไม่ออกมาจริงๆสินะ”

“ไม่ออกมายังไงคะ?”

“!!!!!!!!!!!”

 

ร่างสูงร้องตกใจเสียงดังลั่น ก่อนจะตั้งสติกลับมาวางมือทาบอกแน่นหายใจเข้าลึกหันไปแยกเขี้ยวใส่เด็กสาวผมสั้นสีฟ้าชี้ยุ่งในชุดเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงสามส่วนสีเขียวตอง ยืนจ้องมองมาที่เขานิ่งด้วยแววตายากแก่การคาดเดาความคิด

“ทีหลังช่วยให้ซุ่มให้เสียงหน่อยได้ไหม”

“ฉันก็เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งนานคงแก้ไขไม่ได้หรอกค่ะ และอีกอย่าง..นี่หน้าบ้านฉัน” คุโรโกะหันไปทิ้งถุงขยะสีดำลงในถังขยะใหญ่หน้าบ้าน แล้วปิดฝาเรียบร้อยก่อนหันมามองคนหนุ่มตัวสูงที่ยืนทำหน้าเลิกลั่กลุกลี้ลุกลนไปมาแบบนั้น

“ฉัน…”  คางามิ ไทกะ สูดลมหายใจลึกทั่วทั้งปอด มือกำหมัดแน่นและ..ก้มตัวโค้งให้กับอีกฝ่าย 90 องศา

“ฉันขอโทษที่เอาชนะอาโอมิเนะไม่ได้!!!ขอโทษที่วันนั้นทำอะไรไม่ได้ซักอย่าง!!!!!ขอโทษจริงๆ!!!!!!”

“ฉันสัญญาว่าจากนี้ไปฉันจะต้องเก่งขึ้นและเอาชนะหมอนั่นให้ได้!!รวมถึงรุ่นปาฏิหาร์ยคนอื่นๆด้วย!!!เพราะงั้นอย่าตัดใจจากบาสเก็ตบอลเลยนะ!!!ช่วยเป็นเงาให้ฉันต่อไปด้วยเถอะ!!!!!”

 

คำขอเปี่ยมรู้สึกผิดอัดแน่นในอกมาตั้งแต่พ่ายแพ้ให้กับทีมโทโอประกาศดังลั่นสุดเสียงและ  สิ่งที่เขาเห็นยังจำได้ดีถึงน้ำตาเจ็บแค้นใจและเสียใจของเหล่ารุ่นพี่เซย์ริน..ความเสียใจของทุกคนในทีมรวมถึงน้ำตาของผู้หญิงตัวผอมบางที่หาญกล้าปลอมเป็นชายเข้ามาร่วมแข่งขัน

 

 

ทั้งที่ฉันสัญญาว่าจะจัดการพวกนั้นให้ได้..สัญญากับเงาลวงตาแล้ว..แต่ก็ทำไม่ได้ 

น่าละอายใจยิ่งนัก!!!เจ็บใจจริงๆที่แสงสว่างในตัวเรา ‘ริบหรี่’ เกินไป!!

 

 

 

“…….”  คุโรโกะยังคงเงียบอยู่แบบนั้น ยิ่งทำให้คนหนุ่มผู้เป็นเอซเซย์รินใจคอไม่ดีมากไปกว่าเก่า ..เงียบนานจนไม่ได้ยินเสียงใดๆจากหญิงสาว เขาเองก็เริ่มเกร็งจนเมื่อยหลังแล้วเลยเงยหน้าขึ้นมา..ก็ต้องร้องตกใจเป็นรอบที่ 2 ของวัน เด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า เปลี่ยนมาอยู่ชุดเสื้อยืดสีฟ้าคอปกขาวกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม สะพายกระเป๋าเป้แบบผู้ชาย

“เปลี่ยนชุดตั้งแต่เมื่อไหร่!!!!”

“เดินเข้าไปเปลี่ยนหลังคางามิคุงพูดจบค่ะ แล้วก็มายืนมองตั้งนานแล้วไม่เงยหน้ามาซักที ก็เลยมองต่อไปแบบนั้น”  คุโรโกะตอบหน้าตาย..แทนที่จะเตือนกันบ้างกลับปล่อยให้เข้าโค้งเก้อ ริ้วสีแดงแล่นผ่านหน้าทั้งโมโหทั้งอับอาย แถมยังเห็นอีกฝ่ายยิ้มมุมปากนิดๆนี่กำลังกลั้นขำอยู่สินะ!!!

 

“……..”

“…….”

 

ต่างคนต่างเงียบอยู่นาน..ความเงียบที่โรยตัวตามระยะเวลาที่ผ่านไปจนตะวันขึ้นจากขอบฟ้าสาดส่องแสงสว่างกระทบลงบนร่างของพวกเขาทั้งสองคน

“คำตอบล่ะ?”  คางามิเป็นฝ่ายเปิดถามก่อน

“ฉันตกลงมาตั้งนานแล้วค่ะ” คุโรโกะยิ้มบางๆตอบกลับอีกฝ่าย..ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงเรียบนิ่ง ทั้งที่เธอกำลังดีใจมากมายกับสิ่งที่เห็นจากการกระทำของแสงคนใหม่..และจะเป็นแสงสว่างตลอดไปสำหรับเธอ

 

“ตอนแรกฉันคิดจะออกไปหาคางามิคุงที่บ้านแล้วพูดแบบนี้เหมือนกัน..ฉันก็ดีใจมากค่ะ”

 

 

ต่อให้ล้มลุกคลุกคลานแค่ไหน แสงและเงา จะร่วมสู้ไปด้วยกัน..

ต่อให้ต้องแพ้จนไม่เหลืออะไรก็จะกัดฟันดึงดันไปข้างหน้า

 

“ถ้างั้นเธอจะไปดูใช่ไหม อินเตอร์ไฮน์วันนี้”  คางามิ ไทกะ กล่าวถึงการแข่งขันที่จะเริ่มในอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้าต่อจากนี้

“ฉันต้องไปดูแน่นอนค่ะ”  ใบหน้าไร้อารมณ์พยักตอบ

 

 

อัศวินผู้ถือครองดาบทมิฬอดีตแสงสว่างของเงาลวงตา ปะทะ กับนางจิ้งจอกพันหน้าผู้ถูกเลือกให้เคียงคู่จักรพรรดิ

 

 

.

.

.

 

 

ล็อกเกอร์จัดเตรียมสำหรับนักกีฬาโรงเรียนไคโจมีแต่ความเงียบ จนได้ยินเสียงลมหายใจของสมาชิกแต่ละคน  โมริยามะมองไปรอบๆห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆขนาบตู้ล็อกเกอร์ริมผนังสองด้าน ตรงกลางเป็นม้านั่งตัวยาวซึ่งตอนนี้มีสมาชิกของทีมนั่งอยู่เพียงแค่สองคนคือกัปตันทีมคาซามัตสึ ยูกิโอะ และผู้จัดการสาวคิเสะ เรียวตะ

“คิเสะ..วันนี้พวกเราต้องเจอกับโทโอ เธอ..ไหวใช่ไหม? ” คาซามัตสึกล่าวย้ำถึงคู่แข่งที่จะพบเจอในวันนี้..คู่แข่งใหม่ที่มีฝีมือด้านชมรมบาสเก็ตบอลโด่งดังไม่แพ้ไคโจและชูโตคุ  ขณะเดียวกันภายใต้เสียงทุ้มดุดันแฝงความห่วงใยต่อผู้จัดการสาวออกมาชัดเจนมากกว่าทุกวัน

 

 

เอซแห่งโทโอ ผู้เป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยเก่งชั้นแนวหน้าอย่าง ‘อาโอมิเนะ ไดกิ’

บุคคลที่ ‘คิเสะ เรียวตะ’ ไม่เคยเอาชนะได้ซักครั้ง

 

 

 

“……..”   ไร้ซึ่งคำพูดตอบกลับทั้งเสียงใสกังวานดั่งเช่นทุกครั้ง สตรีสาวผมสีทองสวมยูนิฟอร์มแขนยาวสีน้ำเงินแถบขาวโรงเรียนไคโจในขณะที่ท่อนล่างเป็นกระโปรงนักเรียนหญิงจีบรอบตัวสีน้ำตาล มือเรียววางบนหน้าขาที่รัดด้วยถุงน่องสีดำเข้ารูปกับขาเพรียวยาวสมเป็นนางแบบ ดวงเนตรสีอำพันละสายตาจากมือทั้งสองไปสบตาสีนิลเข้มงวดของชายหนุ่มร่างเล็กข้างตัว

“รุ่นพี่…ฉันขออยู่คนเดียวซักพักนะ”

นี่เป็นครั้งแรกที่คิเสะกล่าวขอทั้งเสียงเรียบนิ่ง การกระทำผิดวิสัยทำเอาทีมไคโจถึงกับหน้าเหวอมองตากันปริบๆ คาซามัตสึอ้าปากค้างอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินกับหูก่อนตีสีหน้าเคร่งขรึมพยักหน้ายอมรับคำขอนั่น ลุกขึ้นเดินนำทุกคนพาเดินออกไปจากห้องล็อกเกอร์แต่โดยดี

 

 

ปัง!!!

 

ประตูห้องปิดสนิท..ห้องสี่เหลี่ยมที่เคยคับแค่บดูกว้างขวางเกินไปที่เด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งจะอยู่เพียงลำพัง มือเรียวบางล้วงไปหยิบเอาสมาร์ทโฟนสีดำสนิทในกระเป๋าเป้ข้างตัวออกมาเปิดหน้าจอล็อก ปลายนิ้วลากไล่หน้าจอไปเรื่อยๆจนมาถึงหน้าต่างในส่วนเบอร์โทรศัพท์ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นจนเป็นแนวเส้น ตาสีอำพันกลมโตฉายแววโลเลยามจ้องมองเบอร์นั้นและในที่สุด..ก็กดโทรออกไปจนได้

 

 

ตรู๊ด….ตรู๊ด….ตรู๊ด….ตรู๊ด….ตรู๊ด….

 

 

เสียงสัญญาณมือถือจากปลายสายยังไม่มีการตอบรับใดๆ นางแบบสาวเค้นยิ้มระอาใจ ขำขันกับการกระทำของตน

“เรานี่มัน..บ้าจริงๆ” จังหวะที่กำลังจะตัดสินใจกดวาง..พลัน!!ปลายสายที่โทรออกรับโทรศัพท์เสียอย่างนั้น!!!!

 

 

 

กริ๊ก!!!!!!

 

 

ร่างบางแทบหยุดหายใจกับสิ่งที่เกิด เธอได้แต่ถือโทรศัพท์แนบหูค้างไว้แบบนั้น เอาแต่นั่งเงียบบนม้านั่ง ฟังเสียงปลายสายที่เอาแต่เงียบเช่นกัน ทว่า..ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะทำให้เธอรู้ดีว่าคู่สนทนาที่ต้องการติดต่อยังถือสายรออยู่เช่นกัน

 

“สะดวกรึเปล่า อาคาชิจจิ”

‘ไดกิสินะ’

 

ไม่ต้องรอให้ถาม คู่สนทนาอดีตกัปตันของเธอและปัจจุบันยังคงอยู่ในสถานะคบหาเป็นแฟนกันยังคงความเฉลียวฉลาดรู้ทันวัตถุประสงค์ที่สาวผมทองดัดลอนตั้งใจโทรหาทั้งๆที่เวลานี้เป็นเวลาเรียนพิเศษวิชาฟิสิกส์ขั้นสูงของคนหนุ่มผมแดง การรบกวนเวลาส่วนตัวของอีกฝ่ายจนอาจทำให้เสียงานเสียการยิ่งทำเอาคิเสะใจคอไม่ดีเอาเสียเลย แม้ว่าเขาจะไม่มีท่าทีหงุดหงิดรำคาญใจในน้ำเสียงก็ตาม

“อาคาชิจจิ..ฉันตื่นเต้นมากเลยล่ะ ตื่นเต้นจนคุมตัวเองให้ไม่สั่นไม่ได้เลย” ตาสีอำพันมองมือที่กำแน่นบนตัก..มือสั่นระริกเช่นเดียวกับร่างกาย…ตื่นเต้นดีใจที่ได้ต่อสู้กับคนที่คิเสะ เรียวตะ อยากให้หันมามองมากที่สุดในชีวิต..เพียงแค่คนๆเดียวที่ต้องการ

 

“ฉันจะได้สู้กับอาโอมิเนจจิ..ถ้าฉันชนะ อาโอมิเนจจิอาจจะหันมาสนใจฉันบ้างก็เป็นได้..ว่าไหม?”

 

 

ความปรารถนาสูงสุดของลูกหมาตัวน้อยคือการเอื้อมมือไปให้ถึงขอบฟ้า

 

 

‘สิ่งที่เธออยากรู้ ผมคงให้คำตอบได้ไม่ดีเท่าตัวไดกิ แต่ผมมั่นใจว่าเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าหมอนั่น เรียวตะควรจะเลิกกังวลซะ’ คำตอบเถรตรงหาได้มีความอ่อนโยนในน้ำเสียงทุ้มเย็นชา..กระนั้นคิเสะกลับรู้สึกโล่งใจเหมือนกับได้ยกภูเขาออกจากอกไปครึ่งลูก ปากอิ่มเค้นยิ้มบางๆ หลับตาลงพยักหน้าตอบรับคำปลอบโยนของคนหนุ่มปลายสาย

‘ทำให้สุดความสามารถเมื่ออยู่ในสนาม จำไว้ว่าต้องชนะเท่านั้น ต่อให้เป็นคนรักก็ตาม ’  นี่คือบาสเก็ตบอลของจักรพรรดิไร้พ่ายผู้เหี้ยมโหด

 

 

ความเจ็บปวดการเป็นคนที่ถูกทิ้ง  มีเพียงเราสองที่เข้าใจกันและกันมากที่สุด

 

 

คู่สนทนาวางสายไปแล้วเช่นเดียวกับเธอที่กดวางสายด้วยเช่นกัน คิเสะ เรียวตะ สูดลมหายใจลึกทั่วปวดก่อนจะยกมือขึ้นมาตบแก้มแรงๆ 2 ฉาดเรียกกำลังใจตัวเอง  ดวงเนตรสีอำพันคู่งามเปล่งประกายแกร่งกล้าพร้อมที่จะเผชิญหน้าคู่ต่อสู้วันนี้อย่างสุดความสามารถ

 

.

.

 

แสตนเชียร์แออัดทั้งสองฝากของโรงยิมจัดแข่งขันอินเตอร์ไฮน์ คุโรโกะกับคางามินั่งอยู่แถวที่ 3 นับจากด้านหน้าซึ่งเหลือไว้ 2 ที่พอดิบพอดี ในขณะที่อื่นๆเต็มเอียดอย่างไม่น่าเชื่อ เสียงเชียร์ร้องลั่นกึกก้องจากเหล่ากองเชียร์ 2 โรงเรียนที่จะเริ่มแข่งขันในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ทีมเชียร์ในชุดสีดำคือโทโออยู่ตรงข้ามฝากกับเหล่ากองเชียร์ชุดสีขาวน้ำเงินไคโจ

“ดีนะที่รีบมาแต่เช้า ไม่คิดเลยว่าคนจะแห่กันมาดูแมตท์ไคโจปะทะโทโอขนาดนี้”  คางามิอุทาน

“ในโตเกียว โทโอกับไคโจแต่เดิมก็เก่งกาจชั้นแนวหน้าระดับเดียวกับชูโตคุ ยิ่งปีนี้มีอาโอมิเนะคุงกับคิเสะคุงยิ่งทำให้การแข่งวันนี้เป็นที่จับตามองมากเป็นพิเศษ” คุโรโกะอธิบายหน้าตายพร้อมปรายตาไปยังที่นั่งหน้าสุดเต็มไปด้วยช่างภาพสำนักพิมพ์ข่าวกีฬามากมายหลายฉบับแห่แหนพากันมาเก็บภาพการแข่งขันวันนี้หมายเอาขึ้นไปไว้บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์

“การแข่งวันนี้ฉันจะจำไว้ให้ขึ้นใจเลยล่ะ..จำให้ขึ้นใจเพื่อเอาชนะในครั้งหน้าให้ดู!!”  หนุ่มร่างสูงกำยำเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูกดเสียงลงต่ำ ดวงเนตรคู่คมมองตรงไปยังสนามบาสเก็ตบอลเบื้องหน้าเช่นเดียวกับหญิงสาวผู้ได้ฉายาว่าเงาลวงตา

 

 

.

.

 

 

ไม่กี่นาทีต่อมานักกีฬาทั้งสองทีมออกมาจากอุโมงค์เข้าสู่สนามบาสเก็ตบอลใจกลางโรงยิม แสงแฟลชกระหน่ำถ่ายรูปจนสว่างวาบไปทั่วทุกพื้นที่โดยรอบจากขอบแสตนเชียร์ เหล่านักข่าวซูมกล้องจับไปยังเด็กหนุ่มร่างสูงกำยำผมสีน้ำเงินตัดสั้นเข้ากันกับผิวสีแทน ใบหน้าคมคายกลอกตาเบื่อหน่ายที่ตัวเองกลายเป็นเป้าสนใจก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังอีกฝ่ายฝั่งของสนาม เหล่านักกีฬาในชุดวอร์มยูนิฟอร์มสีน้ำเงินแถบขาว นำทีมโดยกัปตันเดินเคียงข้างกับเด็กสาวเรือนผมสีทองยาวดัดลอนระยิบระยับยามต้องแสง ทุกย่างก้าวเดินออกมาอย่างมาดมั่นชูคอเฉิดฉายโดดเด่นกว่าใคร ใบหน้าสะสวยกับดวงเนตรพราวเสน่ห์สีอำพันขยิบส่งสายตาเซเลปให้กับกล้องแทบจะทุกตัวที่พุ่งเข้ามาจับภาพเธอคนนี้ด้วยเช่นกัน

 

“คิเสะ”  ปากหนากระตุกยิ้ม ตาคู่คมเบิกโพล่งสั่นพราวตื่นเต้นจนคุมตัวเองแทบไม่อยู่  หญิงสาวชะงักฝีเท้าครั้นได้ยินเสียงทักทายจากอดีตเพื่อนร่วมทีมสมัย ม.ต้น เธอหันมาสบตาหนุ่มผิวสีเข้มสวมชุดวอร์มยูนิฟอร์มสีดำสนิท

“อาโอมิเนจจิ” เสียงหวานเอ่ยเรียกนามของเขาคนนั้นตอบกลับมา

ทั้งสองคนก้าวแยกออกจากทีม ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆจนกระทั่งระยะห่างเพียงแค่ช่วงแขนโดยมีเส้นคั้นแบ่งเขตสนามบาสแบ่งระหว่างหนุ่มสาวทั้งสองเอาไว้

 

 

บาสเก็ตบอลที่กระเด้งกระดอน พื้นสนามกว้างใหญ่ที่เราสองเคยร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยคำว่า ‘ทีม’

บัดนี้แปรเปลี่ยนไปเป็นการ ‘เผชิญหน้า’

 

 

“หวังว่ายัยลูกหมาอย่างเธอจะทำให้ฉันสนุกขึ้นมาได้ล่ะ”   เสียงทุ้มห้วนกล่าวอย่างตื่นเต้น แววตาเปี่ยมไปด้วยความกระหายการละเล่นบาสที่มีคู่แข่งที่ศักยภาพพอค่าแก่การประมือ คิเสะสบตาสีไพลินวาววับตรงหน้า..ดวงเนตรของสีฟ้าที่เธอหลงรักยิ่งกว่าใครกำลังจ้องมองอย่างคาดหวังในตัวเธอ ความคาดหวังที่ทำให้เด็กสาวผมสีอำพันดัดลอนหัวใจเต้นแรง

 

 

แม้ว่าจะเป็นแววตากระหายคู่ต่อสู้..ถึงกระนั้นขอแค่ท้องฟ้าได้ละสายตาจากเมฆาเลือนรางซักเสี้ยววินาทีก็ยังดี

 

 

“ลูกหมา..เสียใจด้วยนะอาโอมิเนจจิ ฉันคือ ‘นางจิ้งจอก’ ต่างหากชัยชนะครั้งนี้ต้องเป็นของฉัน”  มือเรียวสางเส้นผมสีทองปัดไปไว้ด้านหลังเผยให้เห็นต่างหูสีเงินข้างเดียวสะท้อนแสงไฟบนโรงยิมสูงสาดส่องลงสู่สนามที่เขาและเธอยืนอยู่ ปากอิ่มขยับยิ้มเย้าท้าทายตอบกลับคนหนุ่มไปด้วยเช่นกัน

“ของเธอ..หึ!!ยัยลูกหมาที่ไม่เคยชนะฉันได้ซักครั้งอย่าพูดให้ขำดีกว่า คนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ฉันเท่านั้น” เอซโทโอแสยะยิ้มเย็น

 

 

สัญญาณนกหวีดดังขึ้นให้นักกีฬาเข้าประจำที่ คิเสะ เรียวตะเดินกลับออกไปยังม้านั่งด้านนอกอยู่ข้างโค้ชร่างท้วมแห่งทีมไคโจ นัยน์ตาสีอำพันมองร่างสูงผิวสีแทนที่ไม่คิดแม้แต่จะวอร์มอัพร่างกายใดๆ ทว่า..การที่อาโอมิเนะตัดสินใจลงแข่งตั้งแต่เปิดเกมส์นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้เธอเก็บเกี่ยวตัวตนของอาโอมิเนะให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ไหวแน่นะคิเสะ” โค้ชกล่าวถามโดยที่ไม่หันมามองใบหน้าของเด็กสาว

“หนูเอง..ก็ไม่มั่นใจเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงหนูจะต้องพยายามให้ถึงที่สุด” คิเสะตอบไปตามความจริง  เธอยอมรับว่า ณ เวลานี้ไม่มีความรู้สึกเหนือชัยอย่างที่เคยมีมาด้วยซ้ำ ยิ่งอีกฝ่ายคือผืนฟ้าที่ไม่อาจเอื้อมถึงทั้งความรู้สึกและความแข็งแกร่ง นับว่าเป็นการแข่งที่หินเอาการ

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

บอลตบเข้าไปอยู่ในมือร่างสูงผิวสีแทนหลังสิ้นเสียงนกหวีด อาโอมิเนะ ไดกิ เปิดเกมส์แรงด้วยการคว้าบอลไปก่อน แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกจากตัวจนเหล่าทีมไคโจสัมผัสได้ คาซามัตสึ ยูกิโอะตั้งสติแล้ววิ่งสกัดอีกฝ่ายพร้อมกับมือชู้ต โมริยามะ

“ไม่ให้ไปง่ายๆหรอก!!” โมริยามะพยายามสกัดกั้นร่างสูงผิวสีดำที่ยืนนิ่งเดาะบอลลงพื้นไปมาอยู่แบบนั้น

“ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกคนและสุดท้ายก็ไม่มีใครเคยหยุดฉันได้” นัยน์ตาสีฟ้ากลอกขึ้นฟ้าเบื่อหน่าย มือแกร่งกระแทกบอลไปด้านหลังทันที

 

“ไม่ใช่!!!นั่นเฟค!!!!” คิเสะ เรียวตะเตือนไม่ทันการณ์ ทั้งสองคนโดนการเคลื่อนไหวชั่วพริบตาที่ไหลลื่นดั่งธรรมชาติหลอกให้นึกว่าจะส่งบอลให้แก่หนุ่มแว่นหน้าตี๋ยิ้มตาหยี แขนกำยำยืดไปคว้าบอลกลับอย่างรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะวิ่งเดาะบุกฝ่าเข้าไปในเขตทีมไคโจ

“นั่นอะไรกัน!!เดาะบอลไปด้านหลังแล้วดึงแขนกลับจับลูกจากด้านหลังโดยที่ตาไม่มองเลยเนี่ยนะ!!!”  คาซามัตสึร้องตกใจ

“บ้าแล้ว..การเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่นนี่มัน..พอมาเจอกับตัวก็เข้าใจหัวอกเซย์รินเลยล่ะ” โมริยามะหน้าซีดเผือด

 

 

ปึง!!!!!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลสีส้มกระแทกลงห่วงไปอย่างง่ายดายด้วยท่าชู้ตไร้รูปแบบ  คะแนนทีมโทโอนำขึ้น 1:0 ในระยะเวลาไม่ถึง 5 นาทีเสียด้วยซ้ำ

“เยี่ยมมากอาโอมิเนะคุง” กัปตันทีมโทโอเดินเข้ามาใกล้กระซิบชมเชยร่างสูงผิวสีแทน ตามด้วยสมาชิกทีมคนอื่นๆวิ่งเข้ามาตบหลังชมไปตามๆกัน  คาซามัตสึมองแผ่นหลังของนักกีฬาเบอร์ 5 นิ่ง..ดวงเนตรสีเทาอมฟ้าสั่นไหวกับแรงกดดันมหาศาลเมื่อครู่ไม่ต่างจากลูกทีมอีก 4 คน

 

 

นำไป 1 ลูกก็จริง ใช่ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ

 

 

 

.

.

 

“ท่าทางไคโจจะแย่เอาแล้วล่ะค่ะ”  จู่ๆหญิงสาวผมฟ้าสั้นชี้ยุ่งเอ่ยทั้งสีหน้าเรียบนิ่ง คางามิเลิกคิ้วสองแฉกสูงละสายตาจากการแข่งเบื้องหน้าไปมองดวงหน้าครึ่งซีกไร้อารมณ์ข้างกาย

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ?” หนุ่มผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ถาม

“นั่นก็เพราะว่ากลัวไงคะ ทุกคนในทีมไคโจมีตะกอนที่เรียกว่าความกลัวต่อตัวอาโอมิเนะคุงอยู่และที่สำคัญคิเสะคุงก็ไม่เคยเอาชนะอาโอมิเนะคุงได้ซักครั้ง บางทีทุกคนในไคโจอาจจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้วว่าตัวเองค่อนข้างเป็นรองโทโออยู่” สิ้นคำอธิบาย คนหนุ่มเลือดร้อนหันกลับมามองร่างสูงผิวสีแทนที่วิ่งโลดแล่นบนสนาม..บุรุษผู้เคยเป็นแสงของเงาลวงตา ชายที่เอาชนะเขาได้ ตัวตนที่เก่งกาจเจิดจ้านั่นกลับทำให้ดูน่าสะพรึงแค่ไหนคางามิ ไทกะ รู้ดีแก่ใจ

 

 

อานุภาพทำลายล้างแห่งดาบทมิฬ

 

 

“คิเสะ…เธอจะแก้สถานการณ์นี้ยังไงนะ?”  ตาสีเพลิงหลุบไปมองเด็กสาวผมสีทองดัดลอนยาวสลวยเอาแต่นั่งไขว่ห้างเงียบไม่พูดไม่จาอะไร ปล่อยให้การแข่งดำเนินไปจนจบควอเตอร์แรก โทโอนำห่างไปถึง  40 : 15 คะแนน

 

.

.

 

 

“คิเสะนี่มันอะไรกัน เธอเป็นอะไรของเธอ” คาซามัตสึไม่สนใจที่จะรับน้ำจากสวัสดิการเดินอ้าวตรงยืนอยู่เบื้องหน้าผู้จัดการสาวผมทอง ดวงตาสีเทาอมฟ้าถลึงมองร่างเพรียว คิเสะอ้ำอึ้งพูดไม่ออกแล้วเป็นฝ่ายหลบตากัปตันหนุ่ม

“ใจเย็นก่อนนะ ฉันว่าเรื่องนี้คิเสะจังแค่..”

“หุบปากซะโมริยามะก่อนที่ฉันเตะปากนาย!!”  กัปตันไคโจตวัดสายตาดุดันใส่หนุ่มผมดำหวีเป๋ มือชู้ตไคโจสะอึกกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากและยอมเป็นฝ่ายถอยไปตามคำสั่ง  คาซามัตสึหันกลับมามองดวงหน้าสะสวยล้อมเส้นผมสีทองตรงหน้า เขายืนเงียบนิ่งๆอยู่แบบนั้นไม่ยอมขยับเท้าไปไหน ไม่คิดจะถอดใจเดินไปไหนด้วยตราบใดที่ไม่ได้รับคำตอบจากผู้จัดการสาวตรงหน้า

“…….”

“รุ่นพี่..ฉันพยายามอยู่ แต่ไม่ว่าจะหาทางยังไงฉันก็นึกภาพเอาชนะอาโอมิเนจจิไม่ออก” คิเสะพูดสิ่งที่อยู่ในใจส่วนลึกออกมาทั้งเสียงสั่นเครือ ริมฝีปากอิ่มเม้นแน่นเป็นแนวเส้นข่มเสียงสะอื้นเอาไว้ ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองทุกคนรอบกาย

“ทั้งๆที่ฉันอยากเอาชนะอาโอมิเนจจิมากแท้ๆ ตอนนี้ฉันก็ยังหาหนทางเอาชนะเขาไม่ได้เลย!!ฉัน..ฉัน..ขอโทษนะรุ่นพี่จะตีฉันก็ได้!!!!”  ความผิดที่เธอไม่สามารถแก้ไขไว้ส่งผลให้โทโอทำคะแนนนำไปมากมายเพียงนี้ ดวงหน้าสวยหลับตาปี๋แน่นรอรับฝ่ามือกับฝ่าตีนที่อีกฝ่ายประเคนให้ทุกวันยามที่เธอทำตัวกระดี้กระด้าไปกวนเส้นประสาทอีกฝ่าย

 

 

 

ปุ!!!!!!!

 

 

ไม่มีการตบหัวหรือถีบ กลับเป็นฝ่ามือใหญ่วางลงบนศีรษะเบาๆเพียงแค่นั้น เปลือกตาบางลืมขึ้นช้าๆ มองดวงหน้าคมคายดุดันตรงหน้า คิ้วหนาขมวดมุ่นตลอดเวลากับแววตาเข้มงวดดุดันจ้องมองมาที่เธอเหมือนเดิมเช่นเคย

“ก็แค่นี้..ที่ฉันอยากให้เธอทำก็คือพูดความรู้สึกให้พวกเราฟัง” คาซามัตสึ ยูกิโอะเว้นเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อทั้งสีหน้าจริงจังกว่าเดิม “เธอไม่ใช่ตัวคนเดียวคิเสะ อย่าแบกภาระไว้คนเดียวอีกนะยัยบ๊อง”

“รุ่นพี่…”

“คิเสะจังฉันเองก็จะทำให้สุดความสามารถ งานนี้เป็นไงเป็นกัน!!เชื่อใจฉันได้เลย!!!”  โมริยามะรีบสอดเข้ามายืนปัดผมเป๋เก็กหล่อใส่สาวผมทองออร่าเปล่างประกายระยิบระยับจนกัปตันทีมรำคาญสุดแสนเลยถีบก้นเข้าไปดอกหนึ่งล้มหน้าไถลพื้น

“เลือดร้อนพลุ่งพล่านนนนนน!!!งานนี้ต้องรีบาวน์คืนมาให้ได้!!!!!!!!!!!!!!!!” ฮายากามะตำแหน่งเซนเตอร์แหกปากตะโกน เสียงดังแสบแก้วหู จนคาซามัตสึหันไปโวยเสียงดังตามด้วยกระโดดถีบเข้ากลางหลังจนอีกฝ่ายล้มไปนอนจูบพื้นเป็นเพื่อนหนุ่มผมดำหวีเป๋

 

“เชื่อใจ? ทีม ?”  ริมฝีปากชมพูระเรื่อขยับพึมพำ เหล่าบุรุษในชุดสีกีฬาสีน้ำเงินที่อยู่ตรงหน้าเธอ..แสงไฟที่สาดส่องกระทบร่างพวกเขานั้นช่างสว่างไสวพร่ามัว ซ้อนทับกับอดีตในวันวานที่เธอได้ก้าวเท้าเข้าในตำแหน่งผู้จัดการอีกคนของเทย์โคว

 

 

อดีตคงไม่อาจหวนคืน เทย์โควไม่มีวันกลับมา

วันวานได้ผ่านไปแล้วดั่งสายลม

 

 

“ฉัน..ไม่ใช่ทีมเดียวกับอาโอมิเนจจิอีกแล้ว”

 

 

ปรารถนาเคียงข้าง..เดินเคียงคู่ไปด้วยกันบนเส้นทางที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาไม่ว่าจะพบเจอสิ่งใด

เส้นทางนั้นถึงจุดจบ เราสองยืนอยู่คนละฝากฝั่งบนสะพานแขวน

 

 

“เรารักอาโอมิเนจจิมากมายขนาดนี้เลยสินะ น่าปวดใจจริงๆ”  ดวงหน้าสวยหันไปมองแผ่นหลังกว้างแกร่งของคนหนุ่มที่วิ่งออกไปจากสนามรวมกลุ่มกับทีมโทโอในอีกฝ่ายฝั่ง ในว่าจะเมื่อไหร่ไม่ว่าจะเวลาไหน..ก็เห็นเพียงแผ่นหลังนี้เสมอมา

 

 

รักจนทำให้ตาบอดเห็นว่าคนๆนั้นยังอยู่ร่วมทีมกัน..จนลืมมองปัจจุบันอันแสนสำคัญ

 

 

“ทีมของฉันคือ ‘ไคโจ’ “

คิเสะหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกทั่วทั้งปอด จะไม่มีอีกแล้วซึ่งความสับสน ไม่มีอีกแล้วซึ่งความห่วงหาที่มีต่อผืนฟ้าเฝ้ามองมาตลอดจากผืนดินในฐานะลูกสุนัขมอมแมมตัวน้อย  ก่อนจะลืมตาขึ้น ร่างเพรียวลุกจากม้านั่งเดินเข้าไปสมทบกัปตันทีมที่กำลังแหกปากโวยวายสั่งสอนโมริยามะกับฮายากามะอยู่ พวกเขาทั้งสามรับรู้ถึงการมาเยือนจึงหยุดการสนทนาลง ครั้นได้สบตาสีอำพันไม่ต้องพูดให้มากความ เหล่าสมาชิกทีมไคโจทุกคนพร้อมใจเดินเข้ามาล้อมวงผู้จัดการสาวผมทอง

 

 

ปัจจุบันของเราอยู่ตรงนี้ ความสุขที่จะครองชัยชนะอย่างภาคภูมิอยู่ที่แห่งนี้!!!

 

“จากนี้ไปในควอเตอร์ที่ 2 กระทั่งจบการแข่งขันฉันอยากให้ทุกคนเชื่อใจฉัน”  เจ้าของเรือนผมยาวดัดลอนสีทองสว่างไสวกวาดมองทุกคนด้วยแววตาเค้นถามขอคำตอบในประโยคเมื่อซักครู่

“พวกเราเชื่อใจเธอมาตั้งแต่ที่ก้าวขาเข้ามาในไคโจแล้วคิเสะ เธอน่ะไม่ใช่แค่ผู้จัดการแต่คือ ‘เอซ’ ของพวกเรา” บุรุษตัวเล็กกว่าใครกลับมีเสียงทุ้มหนักแน่นในการตัดสินใจที่เฉียบขาดจนได้รับการไว้วางใจให้เป็นผู้นำทีมตบบ่าผู้จัดการสาวตรงหน้า ทุกคนพร้อมใจกันยิ้ม รอคำสั่งจากสตรีเพียงหนึ่ง

 

เอซแห่งไคโจ คือ..นางจิ้งจอกพันหน้ามากเล่ห์ผู้พร้อมจะลอกเลียนแบบได้ดั่งใจ..ดังนั้น…

 

 

“หือม์?”  มือแกร่งละริมฝีปากจากขอบขวดน้ำดื่ม เขาหมุนตัวหันหลังกลับไปมองสิ่งที่พบคือสนามบาสที่โล่งเตียนยังไม่เปิดให้เข้าจนกว่าจะครบเวลาพักเบรก นัยน์ตาสีไพลินเรียวคมกระพริบตาปริบๆ มองเลยสนามไปยังอีกฝากหนึ่งที่เหล่าไคโจกำลังรวมตัวกันวางแผนการณ์บางอย่างเหมือนกับที่โทโอทำอยู่ตอนนี้

 

 

ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน เหมือนบางสิ่งที่ไล่ตามหลังกำลังจะหนีหายไป

 

“อาโอมิเนะคุง!!ฟังอยู่รึเปล่า!!นี่!!!”  เสียงของผู้จัดการสาวเพื่อนสมัยเด็กดึงสติเอซโทโอให้หน้ากลับมามองหญิงสาวทรงโตคัพอัพไซส์จาก C ใน ม.ต้น เป็น F ยืนเท้าสะเอวแก้มป่องมุ่นคิ้วไม่พอใจ

“แผนการพวกนั้นไม่จำเป็นสำหรับฉัน”  คนผิวสีเมินอีกฝ่ายยกน้ำดื่มรวดเดียวจนหมดขวดก่อนจะโยนทิ้งลงถังขยะของชมรมพอดิบพอดี  เจ้าตัวเช็ดปากด้วยหลังมือยิ่งมองคะแนนบนป้ายเลขดิจิตอลก็ยิ่งผิดหวัง

 

สุดท้ายยัยลูกหมาก็ไม่ต่างอะไรจากคนอื่น

 

“คนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ฉันเท่านั้น”

 

 

 

 

การแข่งเริ่มต้นอีกครั้งหลังจากเบรกพักไป 15 นาทีเข้าสู่ควอเตอร์ที่ 2  ลูกบอลเข้ามาในมือร่างสูงเรือนผมสีดำซอยระต้นคอ ดวงเนตรหยีหลังแว่นกรอบสีดำกวาดมองหาช่องทางส่งบอล พลัน!!คิ้วเรียวเลิกสูงประหลาดใจอย่างที่สุดไม่ต่างอะไรจากสมาชิกทีมโทโอ

 

“โฮ่ย!!!นี่กลัวฉันทำแต้มหัวหดกันขนาดนี้เลยเหรอรึไง”

“หุบปากแล้วก็อยู่เฉยๆไปซะ!!”

 

คาซามัตสึส่งเสียงข่มขู่คู่ต่อสู้ตัวฉกาจที่ประจันหน้ากัน ขากำลังสวมถุงเท้าสูงสีดำเข้มขยับก้าวไล่ให้ทันทุกการเคลื่อนไหวของอาโอมิเนะ พอจะเบี่ยงไปซ้ายก็มีโมริยามะและฮายากามะสกัดไว้อีก สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้แก่บุรุษผู้เล่นรุ่นปาฏิหาร์ยผู้ดำรงตำแหน่งเป็นถึงเอซเทย์โควในสมัย ม.ต้น ราวกับเป็นเสือป่าที่กำลังถูกนายพรานต้อนจับเข้ากรง

“ไคโจทำบ้าอะไรน่ะ!!!?” วากามัตสึรองกัปตันถึงกับร้องเสียงหลง ฝ่ายตรงข้ามทั้ง 5 คนหาได้สนใจพวกเขาแต่กลับรุมสกัดบล็อกผู้เล่นเบอร์ 5 อาโอมิเนะ ไดกิ ไม่เปิดโอกาสให้คนผิวสีได้มีโอกาสแตะบอลซักนิด

“จะอะไรก็เอาไว้ก่อนเถอะวากามัตสึ  ถึงอาโอมิเนะคุงจะทำแต้มไม่ได้ พวกเราก็ยังเล่นได้อยู่” อิมาโยชิเดาะเลี้ยงลูกพาสส่งไปยังวากามัตสึปล่อยให้อีกฝ่ายเลี้ยงลูกกระโดดดังก์เข้าห่วงทำคะแนนนำไคโจไปอีก 1 แต้ม

 

การแข่งดำเนินต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ ไม่ว่าอาโอมิเนะจะพยายามเบี่ยงหลบเท่าใด สมาชิกทุกคนกลับเข้าประกบเข้าแน่นหนามาขึ้น สลับกับการปล่อยตัวบุกทำคะแนนให้ทีมครั้งล่ะหนึ่งคนเท่านั้น

“ขี้ขลาดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คิเสะ!!!!”  อาโอมิเนะตะคอกลั่นดังไปถึงนอกสนาม เนตรคู่คมตวัดสายตาดุดันไปยังสาวผมทองยาวสลวยดัดลอนที่นั่งเงียบริมสนาม ทว่า..เจ้าตัวหาได้สะทกสะท้านต่อสิ่งที่กำลังกระทำ ดวงเนตรสีอำพันจ้องมาที่เขาไม่ละสายตาแม้เพียงเสี้ยววินาที..จ้องจนไม่อาจอ่านความคิดใดๆออก

 

“คิดว่าจะหยุดฉันได้เหรอ ไม่มีวัน!!!”  พริบตาเห็นบุรุษร่างสูงกำยำขยับหมุนตัวเอี้ยวหาช่องโหว่ทางซ้ายของโมริยามะเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็สามารถหลุดจากวงล้อมกักขังของไคโจออกมาโลดแล่นบนสนาม โดยไม่ทันเห็นว่าตรงหน้ามีกัปตันไคโจวิ่งเข้ามาหมายรับช่วงสกัดกั้นต่อจากชายผมเป๋ปัดอย่างรวดเร็ว!!

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดด

 

 

“เบอร์ 5 ฟาลว์!!!!เบอร์ 4 ได้ลูกโทษ!!!!” คณะกรรมการเป่านกหวีดทันทีที่คาซามัตสึล้มหงายหลังไปนั่งกับพื้น อาโอมิเนะตะลึงงึนงันชั่วขณะกับสิ่งที่เกิดก่อนจะตั้งสติกลับมายื่นมือให้คนที่เผลอชนเข้าอย่างไม่ตั้งใจ

“ขอโทษทีรุ่นพี่”

“เหอะ!!ไม่เป็นไร ก็แค่อุบัติเหตุ”  คนตัวเล็กจับตอบให้อีกฝ่ายดึงขึ้นมายืน แล้วเดินสวนผ่านไปยืนประจำที่หัวกะโหลกใต้แป้นบาสฝั่งโทโอ คนที่เหลือเข้าไปยืนเตรียมตั้งท่าจะรีบาวน์ลูกหลังจากที่ชู้ตเข้าห่วงไป

“ฟาล์วงั้นเหรอ?”  หนุ่มสวมแว่นกรอบเหลี่ยมผู้ถูกขนานนามว่าปิศาจเจ้าเล่ห์แห่งโทโอลอบมองกัปตันทีมฝ่ายตรงข้างที่เดาะบอลลงพื้นไปมา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังผู้จัดการสาวผมทองดัดลอนนอกสนาม

 

 

คิเสะ เรียวตะ ผู้จัดการทีมไคโจที่ได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยเช่นเดียวกัน ด้วยความสามารถ Copy perfect

 

 

“อย่าบอกน่ะว่า…”  อิมาโยชิเบิกตาโพล่ง ครั้นจะอ้าปากเรียกหนุ่มผิวสีก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว ลูกโทษชู้ตลงห่วงไปทำให้ไคโจตีตื้นขึ้นมา 3 แต้ม  อาโอมิเนะ ไดกิ วิ่งพุ่งเข้าไปหมายจะรีบาวน์ให้จบก็ต้องพบว่าผู้เล่นไคโจที่ทำท่าจะบล็อกคนอื่นอีก 3 คน กลับกระโดดเข้ามาประกบเขาทีเดียว!!  ตาสีไพลินเบิกกว้างก่อนจะรีบสับบอลไปอีกมืออย่างรวดเร็วหมายจะโยนส่งให้ซากุไรที่ปักขวา มือก็เผลอไปกระแทกเข้าที่อกโมริยามะ

 

 

การฟาลว์รอบ 2 ของอาโอมิเนะ ไดกิ จึงเกิดขึ้นอีกครั้งและอีกหลายๆครั้ง!!!

 

 

“ยัยลูกหมาขี้ขลาดตาขาว!!!!!”  เขาคำรามดุดันถึงหญิงสาวที่คิดแผนสกัดกั้น กับการ์ดที่แน่นหนาจนต้องดึงเอาการเคลื่อนไหวร่างกายที่ยืดหยุ่นรวมถึงเร่งความเร็วที่มีสลัดให้หลุดจากไคโจเกือบทั้งทีม สามารถหลุดได้ในบางครั้งแถมยังทำแต้มได้ติดๆกันขณะเดียวกันก็ส่งผลให้เกิดการฟาล์วซ้ำแล้วซ้ำเล่าในควอเตอร์ที่ 2

 

 

.

.

 

“อาโอมิเนะฟาล์วเป็นรอบที่ 3 แล้วในควอเตอร์ 2 เหลืออีกแค่ 2 ก็จะถูกไล่ออกนอกสนาม ถึงจะแบบนั้นคะแนนของโทโอตอนนี้นำอยู่  77 : 31 ทิ้งห่างแบบนี้ไคโจจะตีเข้ามาทันได้ยังไงกัน”

“นึกว่าไคโจที่มีคิเสะอยู่ในทีมจะมีอะไรน่าตื่นเต้นกว่านี้ซะอีก  ถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นผู้หญิงทำได้แค่นั่งนอกสนามเท่านั้น”

“ผิดหวังกับไคโจจริงๆ กลัวผู้เล่นเบอร์ 5 คนนั้นขนาดหนักจนไม่สนใจคนอื่น แบบนี้คงจบสิ้นแล้วจริงๆ”

แสตนเชียร์เริ่มซุบซิบนินทาทีมผู้เล่นในฟอร์มสีน้ำเงินดังระงม ตั้งแต่เริ่มควอเตอร์ 2 จนตอนนี้หมดเวลาแล้วสำหรับครึ่งแรกด้วยสกอร์คะแนนยากเกินไคโจจะไล่ทัน  ทุกคนรู้ดีถึงสถานการณ์นี้ในตอนเดินกลับมารวมตัวกันบนม้านั่งริมสนาม ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกแม้ว่าจะได้สายตารวมทั้งวาจาดูแคลนจากผู้ชมทั้งหลายก็ตามแต่

 

“คิเสะ”  โค้ชร่างท้วมเรียกผู้จัดการสาวผมทองที่เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จามาหลังจากพักครึ่งแรกได้ซักพักใหญ่ เอาแต่ก้มหน้าลงจนผมปรกลงบดบังสีหน้า

“ขอตัวไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะคะโค้ช”  ร่างเพรียวลุกจากม้านั่งเดินออกไปจากโรงยิม ทุกคนในทีมตัวจริงมองตามแผ่นหลังเล็กบางสวมยูนิฟอร์มแขนยาวสีน้ำเงินแห่งไคโจกับกระโปรงนักเรียนสีกรมสั้นพริ้วจนลับสายตา โมริยามะรับผ้าเย็นจากสวัสดิการมาซับเหงื่อไคลก่อนหันไปสนทนากับกัปตันทีมที่เอาแต่ยกขวดน้ำดึ่มรวดเดียวจนหมด

“แน่ใจเหรอว่าแผนของคิเสะจังจะได้ผล”

“ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ ถ้าไม่เชื่อใจเอซจะไปเชื่อใจใครได้จริงไหม” คำตอบที่ได้รับจากกัปตันดึงกำลังใจเหล่าลูกทีมที่เริ่มท้อแท้กับคะแนนที่ทิ้งช่วงห่างให้กลับมาฮึดสู้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามพวกเขาทำดีที่สุดเท่าที่จำทำได้แล้วและก็เชื่อมั่นว่าคิเสะเองก็กำลังทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่เช่นกัน

“ก็จริงของนาย!!คราวนี้ฉันจะโชว์เทพเอาให้คิเสะจังต้องตราตรึงใจยอมไปเดทกับฉันให้ได้คอยดู!!!” โมริยามะ โยชิทากะ เสยผมปัดเป๋เชิดหน้าสูงกลับมายิ้มระรื่นเสียจนคาซามัตสึหมั่นไส้สุดแสนเลยประเคนบาทาเข้าให้อีกดอกหนึ่งเต็มๆ

 

 

.

.

.

 

ขาเพรียวสวยสวมถุงน่องสีดำเดินไปตามสะพานเชื่อมระหว่างอาคารโรงยิมจัดการแข่งอินเตอร์ไฮน์เขตโตเกียว ก่อนจะหยุดลงที่กลางสะพาน  คิเสะยืนเท้าแขนเกาะราวเหล็กเอาไว้ทอดสายตาไปยังสวนหย่อมที่จัดไว้เล็กๆใต้สะพานด้วยดอกคาเนชั่นหลากสีสันสลับกันงดงามจับตา ดวงเนตรสีอำพันเอาแต่จ้องดอกไม้งามเหล่านั้นเงียบๆ พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เฮ้อ…เหนื่อยกว่าที่คิดอีกแหะ”  คิเสะแหงนหน้ามองท้องฟ้ากว้างใหญ่สีครามสดใส..สีฟ้าที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของคนหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินเข้มตัดผิวสีแทนรูปร่างกำยำ

 

ทุกท่วงท่าที่โลดแล่นบนสนามสมกับเป็นถึงคนที่เอาชนะเราได้เสมอมา

 

คิดเช่นนั้นก็ต้องถอนใจเหนื่อยหน่ายอีกรอบดวงเนตรสีอำพันหันกลับไปยังเส้นทางที่ตัวเองเดินมา..จังหวะนั้นได้สบตาเข้ากับดวงเนตรสีฟ้ากลมโต..

 

“สวัสดีค่ะคิเสะคุง”

“กรี๊ดดดดดดด คุโรโกจจิอ่า!!!!ตกใจหมด!!!!!!”  การมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงยังของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ทำให้เธอใจหายได้เสมอแม้ว่าจะรู้จักกันมานับ 3 ปีแล้วก็ตาม มือเรียวยกมือทาบอกถอนใจโล่งอกที่ไม่ใช่ผีสางนางไม้ที่ไหน  น่าแปลกที่คิเสะกลับไม่มีทีกระโจนเข้ามากอดออดอ้อนเหมือนลูกหมาโกลเด้นจอมกระตือรือร้นหาเจ้าของเหมือนทุกครากลับหันไปยืนเท้าแขนกับราวสะพานทอดมองวิวท้องฟ้าเบื้องบนเงียบๆแทน

 

“…..”

“…..”

 

ระหว่างหญิงสาวสองคนไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ ต่างคนต่างเงียบจนได้ยินเสียงกระแสลมพัดผ่านเบาๆ เส้นผมสีทองยาวสลวยดัดลอนพลิ้วไหวไปตามกระแสเมื่อต้องแสงอาทิตย์หลังก้อนเมฆดูระยิบระยับจับตาประหนึ่งไหมทองคำล้ำค่า ไม่ว่าจะมองกี่ทีๆคุโรโกะ เท็ตสึยะก็ยังนึกอิจฉาอยากจะมีเส้นผมที่นุ่มสลวยแบบนี้บ้าง

“คุโรโกจจิ..คิดว่าใครจะชนะ?””  ในที่สุดสาวผมทองเปิดบทสนทนาก่อน

“ฉันไม่รู้ค่ะ” คำตอบของเด็กสาวผู้ปลอมแปลงเป็นนักกีฬาชายเพื่อความฝัน เพื่อความรัก และเพื่อยืนหยัดบาสเก็ตบอลที่ถูกต้อง คุโรโกะเว้นวรรคเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อทั้งสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยมจนคิเสะตะลึง

 

“แต่ฉันเชื่อมั่นในตัวคิเสะคุงและอาโอมิเนะคุง ฉันเชียร์พวกคุณทั้งสองคนค่ะ”

 

 

ดวงเนตรสีทองใต้ขนตาแพยาวปริบมาร่างเล็กจำแลงกายเป็นชายเบื้องหน้า มองสีหน้าและแววตาอันแนวแน่และเข้มแข็งผิดกับขนาดตัวเล็กๆบอบบางน่าทะนุถนอม เธอก้มหน้าหลับตาลงใคร่ครวญถึงสิ่งที่ทำมาทั้งหมดตั้งแต่ตัดสินใจกระทำลงไปในควอเตอร์ที่ 2 ประกอบกับคำพูดของสาวผมสีฟ้าตัดสั้นชี้ยุ่ง ก็พบว่าหัวใจที่ว้าวุ่นสับสนค่อยๆสงบทีละนิด

 

“นั่นสินะ..ฉันมาไกลเกินกว่าจะกลับลำแล้วล่ะ มาไกลตั้งแต่ตัดสินใจเลือกที่จะแข่งขันกับทุกคน..แข่งกับอาโอมิเนจจิ”

 

 

ถึงเวลาต้องสลัดคราบลูกหมามอมแมมออกไปเสียให้หมด..เพื่อการนั้น..

 

 

“ฉันจะไม่หนี..จะไม่โลเลที่จะเอาชนะอาโอมิเนจจิอีกแล้ว”  แขนเรียวยกขึ้นเหยียดขึ้นฟ้าบิดขี้เกียจไปมา แววตาที่เคยสั่นไหวเปี่ยมไปด้วยความโลเลมลายหายสิ้นเหลือเพียงความมาดมั่นอย่างแท้จริงจากใจ หาใช่การเสแสร้งด้วยหน้ากากลวงหลอก

“ถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้ว ทุกคนรอฉันอยู่ ดีใจจังที่คุโรโกจจิเป็นห่วงฉันด้วย”

“แค่บังเอิญผ่านมาตั้งหากล่ะคะคิเสะคุง” ตอบเหมือนเย็นชาไร้เยื่อใย ตรงกันข้ามกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่เด็กสาวผมฟ้ามอบให้

“ใจร้ายอ่า!!!” ผู้จัดการสาวไคโจพองแก้มป่องแง่งอน ตาคู่งามหลุบมองนาฬิกาข้อมือเข็มสั้นยาวบอกเวลาอันควรค่าที่จะต้องกลับเข้าไปสู่ความเป็นจริงที่กำลังเผชิญ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นคลี่ยิ้มกว้าง..รอยยิ้มสบายใจเหมือนดั่งเคยพร้อมโบกมือล่ำลาสาวจืดจางแต่งกายแบบเด็กผู้ชาย เดินกลับเข้าไปในโรงยิมใหญ่สำหรับจัดการแข่งขันบาสเก็ตบอลอันเร้าร้อนสมฤดูกาลที่เรียกว่า ‘อินเตอร์ไฮน์’

 

.

.

.

 

“อาโอมิเนะคุงจะฟาวล์ได้อีกแค่ 2 ครั้งเท่านั้น..นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นแผนของไคโจ ถึงกับยอมเสี่ยงปล่อยให้พวกเราทำแต้มไปเรื่อยๆเพื่อหาทางสกัดอาโอมิเนะคุงอย่างเดียว ตั้งใจบีบเค้นให้อาโอมิเนะคุงแสดงความสามารถให้หมดเพื่อที่จะให้คิเสะ เรียวตะ ลอกเลียนแบบสินะ” อิมาโยชิ โชอิจิ วิเคราะห์สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แม้โทโอจะนำห่างไคโจอยู่มากจนเกมส์การแข่งไม่น่าจะพลิกผันอะไรสำหรับปิศาจเจ้าเล่ห์เช่นเขาสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของฝ่ายตรงข้าม

“จริงอยู่ที่ความสามารถของคีจังคือการลอกเลียนแบบเพียงแค่เห็นครั้งเดียวและเอาไปหาจุดอ่อนของผู้เล่นนั้นๆ ถึงอย่างนั้นคีจังก็ไม่เคยเลียนแบบอาโอมิเนะคุงได้ซักครั้ง ถ้าจะเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์คิดว่าต้องจบควอเตอร์ 3 อาจจะมีทางเป็นได้ เวลานั้นโทโอก็ทิ้งช่วงห่างไปเยอะยากจะไล่ตามทันแล้ว”   มือเรียวเล็กจิ้มปากกาไปยังเอกสารรายชื่อสมาชิกในไคโจ คู่แข่งของวันที่โมโมอิไปดันด้นสืบหามาจนหมดเปลือก ตาสีชมพูละสายตาจากเอกสารมายังเอซโทโอที่นั่งก้มหน้าเงียบบนม้านั่งตัวยาว มือแกร่งวางลงบนเข่าทั้งสองค่อยๆขยับกำกางเกงนักกีฬาสีดำแน่นจนยับยู่

 

คิเสะ เรียวตะ ไม่ได้มีดีแค่เรียนรู้เร็ว..แต่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวสมกับฉายา ‘นางจิ้งจอก’ โดยแท้

 

“คิดจะเลียนแบบฉัน  น่าขำจริงๆซัทสึกิ มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว” อาโอมิเนะ ไดกิลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกไปจากโรงยิมไม่สนใจฟังเสียงเตือนจากปากผู้จัดการสาวเรือนผมสีชมพูยาวสลวยถึงสะโพกซักนิด

“อาโอมิเนะคุง!!จะไปไหนนะ!!!!อย่าโหมเล่นอะไรพิเรนท์ๆนะ!!!!นี่!!!!”  คนผิวสีเดินห่างออกไปไกลจนลับสายตา โมโมอิถอนใจเหนื่อยหน่ายส่ายหน้าระอาใจกับนิสัยหัวรั้นจนน่าปล่อยให้เลยตามเลยจนเจ็บตัวให้เข็ด แม้ว่าท้ายที่สุดก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

 

 

จำนวนฟาล์วที่เกิดขึ้นสร้างความกดดันต่อ อาโอมิเนะ ไดกิ ไม่น้อย จากที่เล่นไปตามสัญชาติญาณได้อย่างเต็มที่กลับต้องมาพะว้าพะวง  สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นกรงขังเสือดำกลายๆไปในตัว

 

 

ขายาวเปี่ยมกล้ามมัดก้าวฉับๆออกจากประตูสู่ด้านนอกโรงยิม แสงอาทิตย์ช่วงใกล้เที่ยงวันทำให้ดวงตาพร่ามัวชั่วขณะจนเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นมาป้องแสง

 

ปึก!!!!ปึก!!!!ปึก!!!!

 

เสียงนั่น..คือเสียงที่ชั่วชีวิตเขาคุ้นเคยเป็นที่สุด เสียงของลูกบาสเก็ตบอลเดาะลงกับพื้นดังอยู่ใกล้ๆบริเวณนี้  อาโอมิเนะฉงนสงสัยต้นตอของเสียงเหล่านั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งน้ำหนักการเดาะเป็นจังหวะอย่างมีหลักการ..รู้หลักทุกการเคลื่อนไหวอย่างมีชั้นเชิงแถมยังไหลลื่นเป็นธรรมชาติ

 

 

คุ้นๆเหมือนกับเคยได้ยินที่ไหน

 

 

คนผิวสีก้าวไปตามเสียงเดินเลี้ยวซ้ายเลาะทางเชื่อมอาคารโรงยิมเรื่อยๆผ่านสวนหย่อมเล็กๆสีเขียวขจีไป

 

 

เสียงลูกบาส..เสียงดอกยางรองเท้าเสียดสีพื้น..เสียงการเคลื่อนไหวกระทั่งจังหวะลมหายใจเข้าออก

เหมือนรู้จักมานานแสนนาน รู้จักดีกว่าใคร

 

 

สนามบาสกลางแจ้งหลังโรงยิมปรากฏแก่สายตาสีเข้มเรียวคม อาโอมิเนะเบิกตาโพล่งสุดขีดประจักษ์สิ่งที่เขาสงสัยใคร่รู้มาตลอดเส้นทางที่เดินตามหา เส้นผมสีทองยาวดัดลอนมัดรวบเป็นหางม้าขึ้นสูง ร่างเพรียวสูงโปร่งอยู่ในชุดฟอร์มแข่งขันบาสสีน้ำเงินแขนกุดกับกางเกงวอร์มขาสั้นสีเดียวกัน ผิวกายชมพูระเรื่อจากร่างกายที่ผ่านการออกกำลังมาอย่างโชกโชนจนเหงื่อโทรมกายกำลังเดาะบอลประจันหน้ากับสมาชิกทีมไคโจทั้งตัวจริงและตัวสำรองที่ตั้งการ์ดขวางกั้นไม่ให้ไปถึงแป้นบาส

 

ปึก!!!ปึก!!!!ปึก!!!!

 

คิเสะผ่อนลมหายใจออกช้าหลับตานิ่งแล้วค่อยๆลืมขึ้น ดวงเนตรสีทองส่องประกายวาววับกดดันน่าสะพรึง เธอตั้งท่าเตรียมออกตัววิ่ง!!!!

 

ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คิเสะอีกต่อไป เธอคือ ‘อาโอมิเนะ ไดกิ’  

 

ลูกบาสเก็ตบอลชู้ตลงห่วงอย่างไร้รูปแบบ เอกลักษณ์ที่เกิดมาเพื่อพรสวรรค์เป็นไปตามสัญชาติญาณได้ถูกเลียนแบบไปหมดแล้วสิ้นอยู่ในร่างกายคิเสะ เรียวตะทุกอณู ทั้งท่าทางการเคลื่อนไหว ความเร็วว่องไวเยี่ยงสัตว์ป่า เธอทำได้หมดจดไร้ที่ติเหมือนต้นฉบับที่ยืนอยู่ ณ ตรงนี้

“คิเสะ” คาซามัตสึเรียกผู้จัดการสาวพยักเพยิดไปทางเชื่อมใต้อาคารโรงยิมเข้าสู่สนามบาสกลางแจ้งที่แห่งนี้ คิเสะเช็ดเหงื่อด้วยหลังมือหันไปมองตามทิศทางที่กัปตันกล่าวไว้ ตาสีอำพันสะท้อนร่างสูงผิวสีแทนกำยำด้วยมัดเนื้อสมเป็นนักกีฬา

 

“…….”

“…….”

 

อาโอมิเนะปรับสีหน้าให้นิ่งเฉย สบตาตอบนางแบบสาวที่เอาแต่จ้องเงียบๆนานอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดคิเสะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา เท้าสวมรองเท้าพละสีขาวน้ำเงินเหยียบย่างจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเอซแห่งโทโอ อดีตเพื่อนร่วมทีมแสนสำคัญสมัย ม.ต้น

 

“ฉันจะไม่ไล่ตามนายอีกแล้วอาโอมิเนจจิ” คิเสะกล่าวทั้งเสียงเรียบนิ่งผิดวิสัย..น้ำเสียงที่ไม่เคยใช้กับเขามาก่อน

 

 

เพราะมัวแต่ไล่ตามกลัวจะหลุดหาย ถึงได้พลาดท่าเสียทีถึงเพียงนี้

ความหวั่นไหวในหัวใจควรจบสิ้นลงเสียที

 

“ลาก่อน”

ถ้อยคำสั้นๆ ทิ้งท้ายก่อนจากไปพร้อมกับเหล่าทีมไคโจทั้งหมดกระแทกเข้าหัวสมองอย่างจังจนอื้ออึงไปหมด ทิ้งบุรุษร่างสูงแห่งโทโอยืนช็อกกับสิ่งที่ได้ยิน

 

 

อัศวินผู้ถือครองดาบทมิฬไม่เคยสนใจ เมื่อได้เหลียวมองหลังเหลือเพียงเส้นถนนเปล่าเปลี่ยว

ไร้ซึ่งลูกสุนัขมอมแมมตัวนั้น

 

 

“คิเสะ…”  ลำคอเอ่ยเอื้อนชื่อของหญิงสาวที่เขารำคาญใจที่สุดอย่างยากลำบาก เจ็บหนึบไปทั้งคอจุกแน่นอกไปหมด คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่อิมาโยชิกับโมโมอิกำลังกลัวมาที่สุดคือการที่ คิเสะ เรียวตะ สามารถ Copy perfect ความสามารถของ อาโอมิเนะ ไดกิ ได้ 100%  จะเกิดขึ้นจรึง

 

เธอกลายเป็น ‘นางพญาจิ้งจอก’ ที่สมบูรณ์แบบ!!

 

.

.

.

กลับสู่สนามแข่งขันอีกครั้งในควอเตอร์ที่ 3 สมาชิกแต่ละคนเข้าประจำตำแหน่งตัวเอง อาโอมิเนะกลับเข้ามายืนอยู่หน้าเส้นแบ่งเขตแดนในฐานะเอซโทโอตัวบุกเกมส์ เขาเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา ไม่ว่าใครจะทักถามอะไรก็ไม่ตอบแม้กระทั่งโมโมอิ อาการผิดปกติเช่นนี้จากเดิมที่ออร่ารอบการคนผิวสีดูทะมึนน่าเกรงกลัวอยู่แล้ว บัดนี้ยิ่งดูไม่น่าเข้าใกล้เข้าไปใหญ่เสมือนแยงกี้หัวไม้จะตีกันก็ไม่ปาน วากามัตสึลอบมองแผ่นหลังนักกีฬาเบอร์ 5 ผู้แกร่งจนได้สมญานามเป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยเช่นเดียวกับอีก 4คนที่เหลือ เขาขมวดคิ้วใคร่สงสัยในตัวอีกฝ่ายไม่ต่างจากสมาชิกทีมโทโอคนอื่นๆ เพียงแต่เวลานี้ไม่ใช่ควรจะมาสนใจ พวกเขาทุกคนต้องตั้งสติอยู่กับลูกบอลในมือคณะกรรมการที่กำลังจะโยนขึ้นฟ้าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

ผัวะ!!!!!

 

บอลตกไปอยู่ในมือชายผมสีน้ำเงินสั้นอย่างว่องไว ร่างสูงวิ่งเดาะบอลพุ่งตรงไปเบื้องหน้า แล้วชะงักเมื่อเจอโมริยามะมือชู้ตทีมไคโจเข้าขวางไว้

 

ทางซ้าย!!!

 

นัยน์ตาสีไพลินเบิกโพลงดุดันเอี่ยวไปทางซ้ายอย่างรวดเร็วตามที่สมองคิดและสัญชาติญาณในกายร่ำร้อง

 

 

ผัว!!!!

โมริยามะกลับยืนมือปัดบอลจากทางซ้าย ตบแย่งไปจากมืออาโอมิเนะ ไดกิทันที หนุ่มผมสีดำเป๋ขยับยิ้มกว้างพร้อมกล่าวทั้งเสียงเก็กหล่อแบบสุดๆ “ช่วงพักที่ผ่านมาพวกเราเจอกับนายมามากพอจนอ่านทางออกหมดแล้วอาโอมิเนะ ไดกิ”

“ไปเลย!!โมริยามะ!!!!”  คาซามัตสึตะโกนทีมไคโจบุกรุกกวดเข้าเขตแดนโทโออย่างรวดเร็ว ทุกคนในโทโอรีบดึงสติกลับมาพยายามตั้งการ์ดป้องกัน วากามัตสึพุ่งเข้ามากางแขนหมายสกัดกั้นโมริยามะ คนหนุ่มผมดำหวีเป๋ขยับยิ้มถอยหลังออกมาโยนลูกบอลขึ้นกลางฟ้า

 

“นั่นมันท่าชู้ตอะไรน่ะ!!!”

“เขาเรียกว่าชู้ตแบบสไตล์โมริยามะแบบสบายๆไงล่ะ!!!”

 

 

ฝุ่บ!!!!!

 

ครึ่งหลังไคโจเป็นฝ่ายเปิดเกมส์ทำแต้มไปอย่างรวดเร็ว แสตนเชียร์ไคโจเชียร์กระหึ่มสนามดังลั่นโรงยิมเปี่ยมไปด้วยอานุภาพอันทรงพลังราวกับว่า…ความแข็งแกร่งของเหล่าบุรุษในชุดสีน้ำเงินได้กลับคืนมาแล้ว!!!

“คิเสะจังดูสิ ฉันชู้ตทำแต้มได้แล้ววันนี้ไปเดทกับฉันนะ!!!”  ร่างสูงมือชู้ตไคโจชี้นิ้วทำท่าไอเลิฟยูใส่ผู้จัดการสาวผมทอง

“ฉันด้วยสิ!!ถ้าชนะเดทกับฉันด้วย!!!”

“งั้นต่อจากโมริยามะเป็นผมนะครับ!!”

“ผมด้วยนะคิเสะจัง!!!”

“ถ้าชนะจะไปแน่ค่า!!!!”   คิเสะชู 2 นิ้วขยิบตาให้  โมริยามะกุมยิ้มแก้มปริเคลิ้มละลายคาสนาม ส่วนแฟนคลับคนอื่นๆที่มาเกาะขอบสนามเชียร์กัดผ้าเช็ดหน้านึกริษยาอย่างไปเป็นสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลโรงเรียนไคโจนัก

 

“ไอ้พวกหน้าหม้อ!!!!” คาซามัตสึกัดฟันกรอดหน้าขึ้นสีอับอายกับพฤติกรรมลูกทีมแสดงออกนอกหน้าพากันตะโกนขอเดทกับคิเสะเหมือนแมลงวันตอมขี้   เขาล่ะคันมือยิบๆอยากพุ่งไปตบกะโหลกแม่ผู้จัดการสาวที่ยิ้มแก้มปริโปรยเสน่ห์จนออกนอกหน้า ตาสีฟ้าอมเทามองร่างเพรียวเล็กที่ยังอยู่ในชุดนักกีฬาแขนกุดเข้ารูปกับกางเกงขาสั้น เธอเปลี่ยนเป็นชุดนั้นในช่วงพักเบรกเตรียมแข่งครึ่งหลังยังเปียกชื้นเหงื่อจนแนบเนื้อยืนมองดูการแข่งทั้งที่เจ้าตัวยังหายใจหอบเหนื่อยที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายทั้งหมดให้พวกเขาได้เห็น ผลจากที่พวกเราไคโจเลือกเชื่อใจผู้จัดการสาวหรือเอซของทีมอย่างหมดสิ้น

 

“ควอเตอร์ที่ 2 ฉันอยากให้ทุกคนลืมการทำแต้มแล้วพุ่งเป้าไปสกัดอาโอมิเนจจิให้ได้ ฉันจะเลียนแบบเขาให้ได้ภายในควอเตอร์ที่ 2 แม้ว่าจะไม่มั่นใจว่าจะทำได้ 100 % ไหม ..และวิธีนี้อาจจะเสี่ยงที่จะแพ้มาก”

“ต่อให้ฉันไม่สามารถเลียนแบบอาโอมิเนจจิได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาเสียความมั่นใจจากจำนวนฟาล์วที่มากครั้งได้ และถ้าโชคดีอาโอมิเนจจิจะถูกไล่ออกจากสนาม และยิ่งถ้าฉันเลียนแบบอาโอมิเนจจิได้แถมยังสามารถทำให้เขาโดนออกจากสนาม การทำคะแนนไล่ตามย่อมไม่ยากเกินความสามารถ”

 

ทั้งที่รู้ว่าโอกาสเป็นไปได้อยู่แค่ 30 % แต่พวกเราทุกคนก็เชื่อมั่นในตัวเธอคนนี้…คิเสะ เรียวตะ ให้สัญญาได้อย่างที่หวัง เธอเปลี่ยน 30% นั่นให้กลายเป็นจริง..และตอนนี้ผลลัพธ์เหล่านั้นจะแสดงให้เห็นภายในครึ่งหลังนี้!!!!

“ถ้าไม่เชื่อใจเอซ จะไปเชื่อใจใครได้ไง”

ความรู้ที่ได้รับมา ช่วงพักที่หายไปเพื่อซ้อมกับคิเสะ…ซ้อมกับอาโอมิเนะในร่างคิเสะทำให้พวกเราทุกคนรู้ทุกสิ่งที่จะกำจัดความสามารถของคนๆนั้น!!!

 

 

อัศวินประดาบกับนางจิ้งจอกที่สร้างดาบทมิฬอีกเล่มเหมือนของตนไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

“คิดจะมา..เอาชนะฉันงั้นเหรอยัยลูกหมา!!!”  มือแกร่งกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ดวงเนตรสีไพลินเบิกโพล่งดุดันสบถคำรามเกรี้ยวกราด เขาวิ่งเข้าไปรีบาวน์แย่งบอลที่หล่นจากห่วงกำลังจะปาออกไปด้วยการชู้ตที่ไร้รูปแบบ

“เบอร์ 5 ฟาวล์!!!!!เบอร์ 4 ได้แต้ม!!!”  กรรมการเป่านกหวีด อาโอมิเนะกัดฟันกรอดเขาถูกคาซามัตสึที่รู้จังหวะทันกระโดดมาจงใจให้จังหวะการชู้ตลูกนั้นมองเป็นการผลักชนร่างกายผู้เล่น สถานการณ์โทโอตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดอย่างหนัก แรงกดดันมากมายมหาศาลพุ่งมากดทับลงบนหลังจนร่างสูงผิวสีแทนแทบขยับตัวไม่ได้ ขาทั้งสองมือทั้งสองที่เคยเคลื่อนไหวได้ดั่งใจกลับไม่อาจเดินไปได้อย่างมาดมั่น

 

 

เหลืออีกแค่ 1 ครั้งจะถูกตัดสิทธิ์ออกนอกสนาม

 

.

.

 

“ดูเหมือนจะพลิกซะแล้ว ยัยนั่นไม่ธรรมดาจริงๆ” คางามิแสยะยิ้มพอใจระคนโล่งอก กระแสเกมส์ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปทางไคโจแล้ว ถึงแม้ผู้เล่นรุ่นปาฏิหาร์ยของฝั่งนั้นคือผู้หญิงที่ทำได้เพียงแค่ตำแหน่งผู้จัดการด้านนอก ด้วยสายตาช่างสังเกตกับมันสมองเรียนรู้ได้ไวเธอได้ลบคำปรามาศจากผู้คน  แสดงให้ทุกคน ณ ที่นี้เห็นว่า คิเสะ เรียวตะ เป็นได้มากกว่าแค่ผู้จัดการเธอสามารถต่อกรกับบุรุษผู้แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆแห่งรุ่นปาฏิหาร์ยได้อย่างสมศักดิ์ศรี

 

บนสนามนั้นมี คิเสะ เรียวตะ โลดแล่นอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน

ไม่ได้ทำได้เพียงยืนอยู่นอกสนามอีกต่อไป!!!

 

“ค่ะ คิเสะคุงทำได้แล้วจริงๆ ไม่ว่าใครจะชนะถ้าได้เล่นอย่างเต็มความสามารถแบบนี้ ฉันก็ดีใจมากแล้ว” คุโรโกะยกยิ้มเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวผมทองมัดสูง คอยเชียร์ลุ้นให้กำลังใจเงียบๆ

“จะเป็นใครก็ช่าง การแข่งครั้งนี้คือบทเรียนที่ต้องจำให้ขึ้นใจ”  คางามิ ไทกะกล่าวทั้งเสียงจริงจัง ตาสีเพลิงหรี่มองสนามที่ยังดำเนินการแข่งระหว่างทีมทั้งสองที่อนาคตข้างหน้าซักวันนึงอาจจะเป็นคู่แข่งของพวกเราเหล่าเซย์รินในสนามอีกครั้ง!!

 

.

.

 

 

 

ปึง!!!!!!

 

ลูกอัพเปอร์เลย์ปิดควอเตอร์ที่ 3 คะแนนในเวลานี้ไคโจตีตื้นมาจนห่างกันเพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น เป็นการไล่ตามที่รวดเร็วจนลมหายใจรดต้นคอเหล่าทีมโทโอก็ว่าได้ ทุกคนเหงื่อโทรมกายหน้าเสียไปตามๆกัน แต่ก็ไม่ใครแย่เท่าสภาพของเอซโทโอ ชายร่างสูงกำยำแทบจะยืนเคว้งกลางสนามด้วยซ้ำหลังรู้ว่าสถานะตัวเองมีสิทธิ์ฟาล์วได้อีก 1 ครั้งเท่านั้น

“อาโอมิเนะคุง…พอเถอะ..ถ้าลงอีกอาจจะ..” สาวผมชมพูยื่นมือเข้ามาเกือบแตะไหล่ร่างสูงที่นั่งเงียบเอาผ้าขนหนูพาดหัว

“คนที่จะชนะฉันได้มีแต่ฉัน!!!คนที่จะชนะฉันได้คือฉันคนนี้!!!!!!!ฉันจะไม่ยอมออกไปจากสนาม!!!!!” เสียงทุ้มตวาดใส่โมโมอิทั้งสีหน้าเกรี้ยวกราด มือแกร่งกำหมัดแน่นต่อยลงกับม้านั่ง ทำเอาคนอื่นๆสะดุ้งผวา

 

“แต่..ว่านายฟาล์วได้อีกแค่ครั้งเดียวนะ”

“เงียบซะ!!ซัทสึกิ!!ฉันจะลง!!!และฉันจะ…”

“ให้เขาลง”

 

อิมาโยชิตัดบทสนทนาระหว่างเพื่อนสมัยเด็ก 2 คน ทุกสายตามองตรงไปยังกัปตันร่างสูงสวมแว่นตาตี่ ไร้ซึ่งรอยยิ้มระรื่นอย่างเคย เขาเดินเข้ามายืนอยู่หน้าคนหนุ่มผิวสีแทนเข้มกำยำเหงื่อท่วมตัว..ยืนบดบังแสงสปอร์ตไลท์บนเพดานจนเกิดเงาดำทอดยาวลงบนตัวเอซแห่งโทโอ

“กัปตัน!!!ต่อให้อาโอมิเนะลงสนามไป ถ้ายังถูกจับทางแบบนี้ยังไงก็ต้องโดนฟาล์วอยู่ดี” วากามัตสึส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

“ไม่เป็นไรจะฟาล์วก็ปล่อยไป ฉันจะให้อาโอมิเนะคุงลงต่อ”  มือแกร่งวางลงบนบ่ากว้างแกร่ง ร่างสูงสะดุ้งนัยน์ตาสีไพลินแข็งกร้าวเบิกกว้างสั่นไหวเล็กน้อยครั้นได้สบตาสีนิลเรียวคมเย็นยะเยือกหลังเลนส์แว่น

“นายจะต้องโลดแล่นบนสนามไปจนจบเกมส์ เล่นไปอย่างที่อยากจะเล่นอย่าปล่อยให้พวกนั้นขังนายไว้ในกรง”  เสียงทุ้มกระซิบต่อด้วยเสียงที่เย็นกดต่ำลงกว่าเก่า “แสดงให้พวกหมาจิ้งจอกเห็นว่าเสือดำมีดีกว่านั้นซะอาโอมิเนะคุง”

 

 

 

สัญญาณออดดังขึ้นหมดเวลาพักควอเตอร์สุดท้ายทั้งสองฝ่ายต่างเดินกลับเข้าสนามอีกครั้ง ช่วงเวลาต่อจากนี้จะเป็นตัวตัดสินเกมส์ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ ใครจะได้ไปต่อและใครจะต้องเสียน้ำตา

 

นางจิ้งจอกหรืออัศวินกับการห้ำหั่นด้วยดามทมิฬเล่มจริงกับเล่มปลอม

 

ดวงเนตรสีไพลินมองผ่านเหล่าไคโจทั้ง 5 ที่อยู่ในสนามปราดตรงไปยังสตรีร่างเพรียวบางเรือนผมสีทองมัดรวม เขาจ้องเธอเขม็งไม่วางตาจนอีกฝ่ายรู้ตัว คิเสะตวัดสายตาจากสมาชิกทีมตัวเองไปสบตอบ..ต่างคนต่างมองนิ่งไม่มีใครยอมใคร

“!!!!!!!”  ใบหน้าคมชักสีหน้าตะลึง สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงแววตาเย็นชาภายในดวงเนตรสีอำพัน เธอมองอย่างเวทนาแล้วทำเพียงส่ายหน้าช้าๆก่อนจะเมินไปอย่างไม่สนใจ

 

เป็นแค่ลูกหมากล้าเมินฉันคนนี้…เป็นแค่..ผู้หญิงที่พยายามเอาชนะฉัน..

 

“คนที่จะชนะฉันได้…มีแต่ฉันคนนี้..”  ร่างสูงก้มหน้าลงต่ำพึมพำกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมาด้วยประโยคเดิมๆ คาซามัตสึเลิกคิ้วสูงมองท่าทีแปลกไปของคู่แข่งตรงหน้า นัยน์ตาสีอ่อนมองคนผิวสีเข้มด้วยแววตาฉงนสนเท่ห์กระทั่งเสียงนกหวีดดังขึ้นดึงสติเขาให้กลับมา โมริยามะกระโดดขึ้นยืดสุดแขนพุ่งเข้าไปคว้าบอลที่โยนจากมือกรรมการขึ้นสู่ฟ้ามาครองในมือเตรียมรุกทำแต้ม

 

“!!!!!!!!!”

 

ทั่วทั้งโรงยิมจัดการแข่งอ้าปากค้าง เสียงเชียร์ระงมเงียบสงัดจนได้ยินเสียงบอลตกกระทบพื้นก้อง กระแทกเดาะลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นจังหวะ..บอลที่ถูกตบแย่งกลางอากาศอย่างรวดเร็วไปอยู่ในมือผู้เล่นเบอร์ 5 ทีมไคโจ

“ทำไมกัน..ทำไมอาโอมิเนจจิเร็ว?” ดวงหน้าสะสวยล้อมเส้นผมสีทองฉายซีดเผือด ปากอิ่มสั่นระริกเอ่ยชื่อคนผิวสีที่เธอตัดใจเลิกที่จะไล่ตามหลังเพื่อเอาชนะ

 

 

ผลกระทบจากฟาล์วไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่!!!!

 

คนผิวสีพุ่งเลี้ยงลูกไปด้วยความเร็วที่มากจนแทบจับตาไม่ทัน ดวงเนตรสีไพลินคมกริบตวัดมองผู้เล่นไคโจ 3 คนพุ่งมาบล็อกเขาทั้งหน้าและหลัง  คาซามัตสึเหงื่อแตกโชกหน้ากัดฟันเครียดความว่องไวที่เพิ่มมากจนยากจับตาเห็น เพียงพริบตาสามารถแย่งลูกจากโมริยามะและลำเลียงจนเกือบถึงแป้นบาสฝั่งไคโจ

 

“การตัวต่อตัวกับอาโอมิเนจจิเป็นเรื่องที่ยาก แต่ถ้าถูกบีบล้อมจะชอบเลือกเฟคเสมอ”

 

คำพูดของคิเสะ..พฤติกรรมซ้ำๆกับบาสที่ยากจะจับทางของอาโอมิเนะ  คิเสะได้แสดงให้เห็นแล้วบนสนามกลางแจ้งเพราะฉะนั้นสถานการณ์ตอนนี้ต้อง ‘เฟค’ แน่นอน!!! นี่คือสิ่งที่เหล่าไคโจคิด..และในตอนนี้ร่างสูงกระโดดขึ้นตั้งมือทำท่าชู้ต พวกเขาเลือกที่จะไม่กระโดดตามรอโอกาสที่อีกฝ่ายส่งบอลไปทางอื่น

“เดี๋ยว!!!นั่นไม่ใช่เฟค!!!เจ้านั่นชู้ตจริง!!!” คาซามัตสึตาโตเท่าไข่ห่าน ตะคอกให้การ์ดอีก 2 คนรีบกระโดดขึ้น ทว่า..สายไปเสียแล้วอาโอมิเนะ ไดกิ ไวกว่า!!

 

ฝุ่บ!!!!!!!!!

 

 

“90 : 83”

คะแนนโทโอนำขึ้นมาอีกด้วยลูกชู้ต 3 แต้มลงห่วงไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนในสนามตกตะลึงจนพูดไม่ออก คางามิและคุโรโกะที่นั่งดูอยู่พากันตะลึงพรืด บุรุษผมสีแดงน้ำตาลไหม้ชี้ฟูกำหมัดแน่น ริมฝีปากหนาขยับพูดทั้งเสียงทุ้มสั่นเครือ

“มาแล้ว..ความรู้สึกในตอนนั้น..”  สัมผัสอันตรายแผ่กระจายชวนอึดอัด ราวกับอยู่กลางพงไพรยามรัตติกาล หวาดระแวงถูกสัตว์ป่าร้ายพุ่งเข้าขย้ำฉีกกระชากไม่มีชิ้นดี!!

“อาโอมิเนะคุง คิเสะคุง” คุโรโกะเม้มปากแน่นเป็นแนวเส้น มุ่นคิ้วมองการแข่งที่นับถอยหลังเวลาทุกวินาที โทโอที่นำอยู่แล้วนำขึ้นไปอีก คนที่ควรจะเสียกำลังใจกลับแข็งแกร่งขึ้นมาเสียอย่างงั้น

 

ไคโจหรือโทโอ เทพเจ้าแห่งชัยชนะจะอยู่ข้างใคร..ไม่อาจเดาได้จริงๆ

 

วากามัตสึวิ่งไปรีบาวน์แย่งได้ทันจากฮายากามะหมายจะดังก์ต่อ กลับโดนโมริยามะตบบอลแย่งส่งไปให้คาซามัตสึบุกทำแต้ม point guard แห่งไคโจชะงักเท้าเบรกทันประจันหน้ากับกัปตันทีมโทโอผู้ดำรงตำแหน่งเล่นเดียวกัน

 

“นายทำได้ยังไง..ทำไมเจ้านั่นเล่นได้ดีขึ้นจนน่าใจหายทั้งๆที่ควรจะท้อใจเรื่องฟาลว์”

“นั่นเพราะอาโอมิเนะคุงเป็นพวกไม่ค่อยใช้สมอง ฉันก็แค่บอกให้เขาเล่นให้เต็มที่โดยไม่ต้องคิดอะไร ดังนั้นถ้าได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณให้เต็มที่..เขาจะเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ” สิ้นคำพูดทั้งรอยยิ้มแสยะมากเล่ห์ บอลในมือถูกตัดแย่งไปอย่างรวดเร็วเหมือนลมวูบผ่าน อาโอมิเนะเข้ามาแย่งบอลไปจากมือคาซามัตสึไปเสียแล้ว!!

 

Point guard ไคโจกัดฟันกรอด วิ่งไล่ตามความเร็วของอาโอมิเนะให้ทันจากที่ฝึกฝนมาเช่นเดียวกับคนอื่นๆที่พุ่งเข้ามาสกัดกั้นไม่ให้คนผิวสีได้เข้าทำแต้มอีก

“อึก!!!!!!!”

“กัปตัน!!!” โมริยามะ โยชิทากะร้องเสียงหลงเหลียวหลังมองผู้เล่นเบอร์ 4 ทรุดหวบไปล้มกลางสนาม

“ไม่ต้องห่วงฉันตามอาโอมิ…เนะ”  เขาพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ก็ไม่อาจทำได้ มือแกร่งบีบท่อนขาของตัวเองแน่นจนขึ้นรอยมือกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสัน ดวงตาสีฟ้าอมเทามองเหล่าสมาชิกของตัวเอง กลับยืนหอบหนักแฮ่กๆแทบขาดใจ พวกเขาทุกคนมีสภาพอ่อนเปลี้ยหมดแรงไม่ต่าง ขาแข็งจนขยับไม่ได้แล้วทรุดลงไปนั่งกับพื้นไม่ต่างกัน

 

“เป็นอะไรกัน!!ลุกขึ้นสิ!!!”  โค้ชไคโจร้องเสียงหลงพยายามตะโกนให้ทุกคนลุกขึ้นยืน

คิเสะ เรียวตะ ยืนช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้นมือเรียวยกขึ้นปิดปากแน่นหน้าซีดเผือด ตาสีอำพันสั่นไหวมองผู้ร่วมทีมของตนที่หมดสภาพคาสนาม เธอรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนจ้องมองอยู่พอหันไปก็เจอกับร่างสูงในชุดกีฬาสีดำเบอร์ 4 อิมาโยชิ โชอิจิ ยืนเท้าเอวส่งยิ้มกว้างแฝงนัยยะเย้ยหยั่นออกมา ขายาวเดินเข้ามาหาทีละก้าว ทีละก้าว..และหยุดลงก่อนเท้าจะก้าวข้ามเส้นขอบสนาม

 

“ฉันนับถือเธอจริงๆคิเสะคุงที่สามารถเลียนแบบอาโอมิเนะคุงได้อย่างไม่มีที่ติแถมยังจัดการพวกเราซะเกือบแย่ แต่สมาชิกทีมไคโจไม่ได้มีสมรรถภาพทางกายแข็งแกร่งมากพอที่จะต่อกรกับอาโอมิเนะคุงได้ตลอดรอดฝั่ง..ร่างกายของพวกต้องฝืนทนไปเรื่อยๆเพื่อหยุดยั้งอาโอมิเนะคุงจนในที่สุดก็เป็นอย่างที่เห็น”

 

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะ ‘เธอ’ “

นิ้วเรียวยาวชี้ตรงไปที่สาวเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างดัดลอน ยิ่งคิเสะชักสีหน้าตื่นตระหนกเขายิ่งแสยะยิ้มกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ พูดต่อไปทั้งรอยยิ้มระรื่นสนุกสนาน

“ถ้าเกิดเธอเป็นผู้ชาย อาจจะไม่จบลงแบบนี้ น่าสงสารที่ต้องบอกว่าคิเสะคุงดิ้นรนแค่ไหนที่ยืนของเธอคือ ‘นอกสนาม’ “

 

 

สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่นางจิ้งจอกจะเข้าถึงแต่แรก..สนามบาสเก็ตบอลนี้..ที่ไม่ใช่ที่ของเธอ

ทำได้เพียงยืนมองอัศวินจู่โจมฟาดฟัดด้วยดาบทมิฬทรงอานุภาพ

 

 

.

.

.

 

 

ร่างสูงผิวสีแทนหย่อนเท้าเหยียบลงกับพื้นหลังดังก์ลูกสุดท้ายลงห่วง แต้มสุดท้ายโดยเขาถูกนับลงไปพร้อมกับสัญญาณนกหวีดและคำประกาศชัยชนะของทีมโทโอด้วยคะแนน 125 : 86  เขาก้มหน้าหายใจหอบโยนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกทั่วทั้งปอดแล้วผ่อนออกทางปากช้าๆ หน้าคมเข้มตัดเส้นผมสีน้ำเงินสั้นผินมองไปยังสตรีร่างเพรียวผมสีทองนั่งทรุดกับพื้นก้มหน้าเงียบอยู่แบบนั้นตั้งแต่ผู้เล่นตัวจริงทุกคนหมดสภาพจนไม่อาจต่อกรกับเขาได้อีก

“ไม่พูดอะไรกับเพื่อนเก่าหน่อยเหรอ อาโอมิเนะคุง” อิมาโยชิถาม

“ไม่มีคำพูดใดของผู้ชนะที่ปลอบผู้แพ้ได้หรอก” อาโอมิเนะตอบกัปตันทีม โดยไม่ละสายตาจากเด็กสาวที่เลือกจะไม่ไล่ตามเขา..พยายามอย่างสุดความสามารถจนทำให้หัวใจที่เฉยชากับบาสเก็ตบอลเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

แม้ว่าท้ายสุด..ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนดั่งเดิม

เรายังคงยืนอยู่คนเดียวกลางสนาม..เบื้องหน้ามีเพียงแป้นบาสไร้ผู้คนขวางกั้น

 

 

“ทำผู้หญิงสวยๆร้องไห้ อาโอมิเนะคุงนี่ใจดำจริงๆนะ” อิมาโยชิยักไหล่ส่ายหน้าระอาใจกับท่าทีเย็นชาของลูกทีมตัวเอง

“เงียบเลยนายแว่นปิศาจ!!”

“โหดร้ายจัง อาโอมิเนะคุง..เย็นนี้กลับไปฉันจะเพิ่มโจทย์เรียนพิเศษสิบเท่าล่ะกัน”

“คุณอิมาโยชิ!!!!”  หน้าคมคายซีดเผือด ยกมือลูบหน้าตัวเองคิดต่อว่าปากพาจนที่เผลอไปเถียงบุคคลมากเล่ห์ที่ไม่สมควรเถียง  เรียนพิเศษตัวต่อตัวเย็นนี้สงสัยมีหวังโดนอีกฝ่ายโขกสับคืนรัวๆแน่ คิดแล้วก็เหนื่อยใจ  คนหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินสั้นมองตามแผ่นหลังกัปตันทีมเดินกอดคอไปกับตัวจริงโทโอคนอื่นๆ เขาถอนใจเหลียวมองคิเสะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากสนามไป..หันหลังให้กับสตรีผมทองที่เจ็บปวดเสียใจนั่งยอมรับความพ่ายแพ้อยู่กับพื้น

 

 

“คนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ฉันเท่านั้น”  

 

 

ทีมไคโจเดินลากขาช่วยกันประคับประคองกันเองในสภาพอิดโรยออกมาจากสนาม เงาร่างของคนทั้ง 5 ทาบทับบนหัวเธอยิ่งเป็นแรงกดดันหนักอึ้งทำให้นางแบบสาวรู้สึกผิดมากไปกว่าเก่า ไม่กล้าเงยหน้าสบตาใครทั้งนั้น

 

“ฉันขอโทษ…”

“…..”

“ข…ขอโทษนะ..ฉันทำได้แค่นอกสนาม ฉันทำให้ทุกคนผิดหวัง ฉ..ฉันทำ..ให้..ฮึก!!!..แพ้..”  น้ำตาคลอเบ้าจนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด ปากอิ่มพรั่งพรูคำขอโทษออกมาทั้งเสียงสั่นเครือกระทั่ง..มือแกร่งของใครบางคนที่คุ้นเคยยื่นตรงมา

 

“เธออย่าโทษตัวเองอีกเลยลุกขึ้นเถอะ..” เสียงทุ้มกล่าวเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ซึ่งการปลอบโยน คิเสะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองมือตรงหน้าแล้วช้อนสบตาอีกฝ่าย “เธอไม่ผิดอะไรเลย ถ้าจะผิดก็เป็นที่พวกเรา..พวกเรานั้นแกร่งไม่พอ”

“ขอโทษนะคิเสะ พวกเรา..ขอโทษจากใจจริง” ตัวจริงทั้ง 5 โค้งก้มหัวให้หญิงสาวผมทองดัดลอน บางคนไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ปล่อยให้ไหลรินออกมาอาบแก้ม เจ็บใจตัวเองที่อ่อนแอเกินไป

 

ทั้งๆที่อีกฝ่ายพยายามขนาดนี้..แต่สุดท้ายก็ไม่อาจทำได้ตามคาดหวัง

 

ดวงเนตรสีอำพันไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกเธอยกมือปิดปากไม่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ แม้ว่าจะยังเหลือเสียงเล็ดรอดออกมา แล้วค่อยๆยื่นมือวางตอบให้กัปตันคาซามัตสึฉุดดึงขึ้น ทันทีที่ลุกขึ้นยืนเต็มสองขาเธอโผเข้ากอดชายร่างเล็กแน่นซุกหน้าลงกับบ่ากว้างแกร่ง ปลดปล่อยความเศร้าเสียใจออกมาให้หมด

 

“ฮือๆๆๆ ข..ขอโทษ…ฉันผิดเอง..ข..ขอโทษนะทุกคน ฮือๆๆๆ”

 

ผลแห่งการปะทะอัศวินได้รับชัยชนะ!!!

 

 

.

.

.

 

คางามิกับคุโรโกะเดินออกจากโรงยิมหลังการแข่งขันจบ ทั้งสองเดินทอดน่องมาจนถึงรั้วโรงเรียนเซย์ริน ตรงไปยังโรงยิมขนาดกลางแม้จะเป็นวันหยุด เสียงเดาะบาสกระแทกพื้นดังก้องชัด เสียงร้องเท้ายางเสียดสีพื้นสนามยังชัดเจน เมื่อพวกเขาไปถึงก็พบกับเหล่ารุ่นพี่ทุกคนกำลังเล่นบาสเก็ตบอลกันอยู่โดยมีปี 1 อีก 3 คนที่เข้าชมรมมาพร้อมกันร่วมฝึกชู้ตบาสอย่างขยันขันแข็ง แววตาขอพวกเขาทุกคนที่เคยท้อแท้กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง

 

หมับ!!!!

 

“กลับมาแล้วสินะคู่หูแสงเงา”  มือเรียวบางตบหลังทั้งสองคนแรงจนตัวพุ่งไปด้านหลัง คุโรโกะและคางามิเหลียวมองไปด้านหลัง สิ่งแรกที่พบคือรอยยิ้มมาดมั่นบนดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีน้ำตาลซอยติดกิ๊ฟของโค้ชสาว ไอดะ ริโกะ  และเมื่อหันกลับไปมองสนามในโรงยิมก็พบว่าทุกคนหยุดซ้อมแล้วยืนรอพวกเขาทั้งสองอยู่ทั้งรอยยิ้ม

“อย่าอู้สิรุ่นน้อง การแข่งขันยังไม่จบหรอกนะ” กัปตันฮิวงะโยนลูกบาสใส่ คางามิยกมือรับไว้พอดิบพอดี

“ถ้าชักช้าพวกเราจะวิ่งแย่งแซงคิว กินหัวคิวเก่งก่อนแล้วอย่ามาขี้มูกโป่งนะ” อิซึกิ ชุน ยังคงยิงมุกฝืดๆใส่มาเช่นเคยตามด้วยทุกคนในทีมบาสเก็ตบอลเล็กๆแห่งนี้ ที่ๆเงาลวงตาได้เลือกแล้วว่าจะนำพาไปสู่ชัยชนะ

 

 

แสดงเจตนารมณ์ให้เห็นถึงบาสเก็ตบอลที่ถูกต้อง

 

 

คุโรโกะหันไปสบตากับคางามิพอดิบพอดี ทั้งสองไม่จำเป็นต้องพูดให้มากความเธอและเขาเราต่างยิ้มให้กันและกันพร้อมวิ่งเข้าไปร่วมทีมกับทุกคน ทีม ‘เซย์ริน’

 

จะไม่มีวันยอมแพ้ จะไม่มีวันท้อถอย

ต่อให้ต้องล้มอีกซักกี่คราแสงเงาจะลุกขึ้นสู้ไปด้วยกัน!!!

 

 

 

TBC

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ในที่สุดก็ได้อัพซักทีค่ะ ตอนนี้ถือว่าฟ้าเหลืองครองตอนเลยล่ะ และเป็นตอนสุดท้ายของการแข่งรอบอินเตอร์ไฮน์

ตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไปจะเข้าสู่วินเทอร์คัพแล้วค่ะ

ตอนที่ 27 เขาคนนี้มาแล้วมาบทเยอะเต็มๆแล้ว พระเอกของเรื่องที่แทบจะสาปสูญอาคาชิคลุงนั่นเองง

 

 

ลงแฟนอาร์ตจากผู้อ่านค่ะ

@ZymeiiPark

1422447_281518988638605_1006351469179996473_n 10322732_281291091994728_5415630466262654117_n

10417548_281518975305273_2846038150085624838_n 11130216_281518985305272_2533492328631899909_n

 

 

 

@otaku200144

10374083_280492915407879_5922544730027575472_n

 

 

 

@kate_Supapich

11052514_279972988793205_9163096380033462771_n

 

 

 

น่าจะเจอตอน 27 ในช่วงสงกรานต์นะ ตอนหน้าพักเรื่องแข่งบาสบ้างล่ะ

ไปก่อนนะคะ บายจ้าาา

6 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part26

  1. แบบว่านี้เป็นตอนของสองคนนี้จริงๆๆ (อาโฮ่กับลูกหมาน้อย) ก็นะให้
    สองคนนี้มาแข่งกันใจจริงกะไม่ได้อยากอวยอาโฮ่หรอก เพราะหมั้นไส้
    ในความเทพบวกหลงตัวเองมั๊กๆๆของอาโฮ่อ่ะนะ แต่เหมือนมันจะรู้ผลก่อน
    จะแข่งแล้วอ่ะนะว่าใครจะชนะ แต่ไม่ว่ายังไงอาโฮ่กะไม่มีวันอยู่ในสายตา
    น้องอยู่ดีนั้นแล อย่าโทดน้องเรื่องนี้แล้วเอามาลงที่บาส หมั้นไส้อาโฮ่อีกยก ฮ่า
    ก็นะเพราะน้องตกหลุมรักท่านไปตั้งนานแล้วมันกะช่วยไม่ได้อ่านะ ส่วนท่าน
    เนี่ย เมื่อไหร่จะเข้าใจน้องซะทีนะ แต่ล่ะคู่ร้าวร้านกันดีจริงๆๆ จะว่าไปแล้วแมทนี้
    กะเป็นแมททรมานอีกคู่ แต่คิเสะนี้ยังไงก่อนแข่งยังมีการโทรหาท่านอีกแนะ
    จะขอกำลังใจรึ?? ฮ่าๆ (เอานะจะพยายามทำใจให้ได้ล่ะกันว่าสองคนนี้เขาเป็น
    แฟนกันถึงจะแค่ในนามกะเตอะ) แต่ตอนนี้อยากกดไลท์ให้คางามิคุงสักล้านไลท์
    ถ้าทำได้อ่ะนะ แหมๆๆ มาก้มหัวขอโทษน้องถึงที่ นายแมนมากๆๆ เป็นพระเอกแทน
    ไปเลยเหอะ กร๊ากๆๆ (รู้สึกเสี่ยวหลังเล็กๆๆๆ // หวังว่าคงไม่มีกรรไกรบินมาหรอกนะ ฮ่า)

    • ใจจริงอวยคีจังสินะ โฮ่มันเทพ เก่ง หลงตัวเอง แถมยังบื้อไม่เข้าใจคีจังอีก ฮ่าาา ต้องส่งมิเนะไแนั่งสมาธิปลงเรื่องน้องก็ไม่รู้จะหายไหม ส่วนคู่แดงดำนั้นต้องรอลุ้น เป็นพระเอกค่าตัวแพงไม่พอบทน้อยจนแทบลืม ตอนคิเสะโทรหาก็ขอกำลังใจนั้นแหละค่ะ เรียกว่าหาที่พึ่งทางใจถึงจะไม่ได้รักแต่2คนนี้ก็คบหาเป็นแฟนกัน คนที่เข้าใจคิเสะมากสุด ณ เวลานี้ก็คืออาคาชิที่ประสบช้ำรักมาพอกันทั้งคู่ เราแอบไฟดำนิดนึง 555

  2. ขอบคุณค่ะที่อัพ ร้าวรานใจได้อีกนะ คิเสะจะเลิกตามไดกิแล้วสินะ เชียร์ฟ้าเฟลืองนะ แต่ถ้าฟ้าไม่หันมามองคิเสะก็ควรเลิกชอบได้แล้ว สงสาร มันรู้สึกดีมากเลยที่คิเสะบอกว่าฉันจะเลิกหลงใหลในตัวนาย เลิกตามติดนาย แล้วฟ้าก็รู้สึกเหมือนมีอะไรที่ไล่ตามตัวเองกำลังจะหายไป คิเสะตัดสินใจได้แน่นวแน่ดี ส่วนไดกิถึงไม่ได้ชอบแต่ก็มีผลบ้างละน้า ทึ่งที่คิเสะหญิงเลียนแบบไดกิได้ (เพราะในเมกว่าจะเลียนแบบได้มันยาก) แต่ไอ้แว่นปีศาจนี่มันนิสัยเสีย…เดี๋ยวแม่ตบแว่นแหกแหละ….

    ปลื้มมม คงมมาขอโทษน้องงง ตอนแรกที่คางามิมารอขอโทษหน้าบ้าน หนูนึกว่าฮีจะรอเล่นสาดน้ำเล่นสงกรานต์ซะอีก (คือมันเบลอๆ พึ่งตื่นด้วย) อ่านดีๆ อ้าวเวรมารอขอโทษนี่หว่า ซึ้งตอนที่คางามิบอกว่าอย่าเลิกเล่นบาสเลยนะ ฉันขอโทษครั้งหน้าฉันจะพยายาม โธ่เอ๊ยย น่ารักน่าเอ็นดูอะไรอย่างนี้พระเอกของเรา (ไม่ใช่พระเอกของเรื่องแต่เป็นพระเอกของคนอ่านไปแล้วล่ะคะ 555)

    • ฮาตรงจะมาสาดน้ำ55555 คางามิกับน้องต่างคนต่างรู้สึกแย่หายไปหลายวันและก็กังวลว่าอีกฝ่ายจะตัดใจจากบาส คางามิมาไวกว่าดักรอเร็วกว่ามาขอโทษน้อง น้องก็คิดเหมือนกันนะว่าวันนี้จะไปขอโทษคางามิเหมือนกัน
      ต่อจากนี้คิเสะจะเลิกวิ่งไล่ตามมิเนะแล้วล่ะ ไล่ตามที่จะเอาชนะแล้วก็เหมือนข้ามผ่านไม่ได้ ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มหวิวๆนิดๆเหมือนว่าคนที่ตัวเองไม่เคยมองเคยติดแจตัดสินใจตีตัวห่างแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเหมือนเป็นแค่ความรู้สึกว่า แฟนคลับไม่สนับสนุนศิลปินแล้วไรนี้ ฮาา คิเสะต้องแน่วแน่ไม่งั้นก็เลียนแบบมิเนะไม่ได้ ต้องตามหลังแบบนี้ต่อไป แม้สุดท้ายผลออกมาจะแพ้ก็ตาม อิมะนิสัยเสียพอตัวนะเรื่องตามออริ ในฟิคนี้ก็เสียเหมือนเคย เขารู้ว่าคิเสะเก่งแต่ถึงยังไงก็ลงสนามไม่ได้อยู่ดี กว่าคิเสะจะเลียนแบบได้ต้องจบลงในควอเตอรฺ2ที่โอกาสน้อยมากและเธอก็ทำได้ ติดแค่มิเนะมันอึดมันเก่งและมันบ้าเยอะกว่า คนอื่นๆต้องฝืนตัวเองเยอะจน..สุดท้ายหมดสภาพไปก่อน นางเป็นตัวละครที่น่าสงสารสุดในเรื่องแล้วช้ำรักช้ำบาสช้ำจริงๆ

  3. ฮา คุณแม่ของอาโอมิเนะจิสุดๆเจ้าค่ะ เจ๊บลัด
    กับตอนที่อาโอมิเนะจิ พังกล้องนักข่าว ! / ติดสินบนคนในทีมด้วย ! ถ้าเป็นเรียวตะจัง เค้าจะหอมแก้มคนล่ะที แถมไปเดท สำหรับรุ่นพี่คาซามัตสึ จะจับกอดเอาหน้าซุกอก ^_^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s