[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part27

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Kuroko no love 27

 

 

ลูกบาสที่กระเด้งกระดอนไปมา..ยังเหมือนเดิมบนสนาม

 

ปึก!!!ปึก!!!!!

 

“อิซิกิ!!!ส่งมา!!!!”  ผู้เล่นเบอร์ 5 ตวัดตาไปอย่างรวดเร็วผลักบอลส่งไปยังหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีดำสวมแว่นทรงรี เขารับมันมาอย่างพอดิบพอแล้วตั้งท่าจะชู้ต ทว่า..คู่แข่งในชุดสีเขียวเข้ามาบล็อกเอาไว้ ต่างฝ่ายต่างสบตาไม่ยอมกัน อีกหนึ่งพยายามป้องกันลูกบอลอีกหนึ่งพยายามตะกายแย่ง

 

เอี๊ยด!!!!

 

รองเท้าบาสเสียดสีกับพื้น..ยังเหมือนเดิมบนสนาม

 

ด้วยความเผอเรอ บอลถูกตัดแย่งออกไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเบอร์ 7 วิ่งรุดหน้าเข้ามาทั้งเหงื่อโทรมกาย มือแกร่งเดาะบอลเลี้ยงลูกหลบเลี่ยงการ์ดเซย์รินที่เข้ามาป้องกันไม่ให้ไปถึงแป้นบาส

 

ผัวะ!!!!

 

“อะไรกัน!!!” คนหนุ่มอุทานตกใจ บอลในมือถูกใครบางคนตัดแย่งออกไป เสี้ยววินาทีหางตาเหลือบเห็นร่างผอมบางสวมชุดนักกีฬาสีขาวแถบดำหมายเลขพิมพ์สกรีนเป็นเลข 11 ด้วยสีแดง เส้นผมสีฟ้าสั้นชี้ยุ่งไม่เป็นทรงล้อมใบหน้าไร้อารมณ์ออกไปทางหวานเข้ามาประชิดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!!!

บอลพาสส่งไปด้วยความแรงเต็มกำลังแขนด้วยท่าไม้ตายที่เรียกกันว่า ‘อิกไนต์พาส’ ลูกบาสเก็ตบอลพุ่งผ่านข้ามฝากสนามไปอย่างรวดเร็วจนเกิดกระแสลมแรงพัดผ่านเข้าสู่ฝ่ามือใหญ่หยาบที่วิ่งเข้ามารอรับอยู่แล้ว

“เสร็จฉันล่ะ!!!!!!!”  นักกีฬาเบอร์ 10 แห่งทีมเซย์รินรับลูกบาสแล้วกระโดดดังก์กระแทกลงห่วงแรงจนแป้นบาสโงนเงน

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

“เซย์รินเป็นฝ่ายชนะ!!!!!”  สิ้นสัญญาณนกหวีด ผลคะแนนออกมาเป็นที่เด่นชัดด้วยสกอร์นำไปถึง 22 แต้ม ฝ่ายผู้พ่ายแพ้ยืนอึ้งค้างกำหมัดแน่นเจ็บใจที่ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ พวกเขามองเหล่านักกีฬาในชุดขาวแถบดำสกรีนอักษรตัวเลขสีแดงต่างวิ่งกอดคอร้องดีอกดีใจ

 

“เบอร์ 10 นั่น..คางามิ ไทกะ สินะ”

“อา..หมอนั่นเก่งจริงๆสมแล้วที่ใครๆก็เรียกกันว่าแสงสว่างแห่งเซย์ริน”

 

ระหว่างที่พวกเขากำลังสนทนาถึงเด็กหนุ่มเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู กลับพบว่ามีอีกผู้เล่นหนึ่งที่อยู่ในวงล้อมโอบกอดคอกันและกัน..เจ้าหนุ่มตัวเล็กผิวขาวละเอียดผู้มีเรือนผมสีฟ้าอ่อนกับดวงเนตรกลมโตเปล่งประกายระยิบระยับดีใจกับชัยชนะที่ได้รับ ทว่า..รอยยิ้มที่มีกลับแสดงออกเพียงแค่อมยิ้มน้อยๆเท่านั้น

 

“เซย์รินมีผู้เล่นคนนั้นด้วยเหรอ?”

“นั่นสิ..ทำไมฉันไม่รู้เลยนะ!!?”  พวกเขาต่างพากันฉงนสงสัย ไม่ว่าจะคิดยังไงก็นึกไม่ออกถึงตัวตนผู้เล่นเบอร์ 11 ภายในสนามซักนิด ไม่รู้ว่าก่อนว่า..มีผู้เล่นคนนี้ลงแข่งด้วย ก่อนจะพากันอุทานหน้าตาตื่นตกใจ

 

“อย่าบอกน่ะว่า..ผู้เล่นคนนั้นคือ ‘เงา’ ที่เขาร่ำลือกัน”

 

ไม้ตายสำคัญที่อันตรายจนสามารถเอาชนะรุ่นปาฏิหาร์ยอย่างมิโดริมะ ชินทาโร่ แห่งชูโตคุ เอาชนะไปอย่างฉิวเฉียดคิเสะ เรียวตะ ในแมตท์ซ้อมแข่งกับไคโจ

 

 

แสงเงาแห่งเซย์รินทำสำเร็จ พวกเขาสามารถผ่านเข้าไปเป็นคะแนนสูงสุดอันดับที่ 3

 

 

“3 ทีมจากโตเกียว..ในที่สุดเซย์รินก็ทำได้”  ปลายนิ้วเรียวยาวพันเทปแน่นกันซ้นดันแว่นทรงเหลี่ยมกรอบดำขึ้นสันจมูก ดวงเนตรสีมรกตคมหลังเลนส์มองสนามแข่งจากแสตนเชียร์ในโรงยิมกว้างใหญ่อันเป็นสถานที่คัดเลือกการแข่งขันฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของเหล่าเด็ก ม.ปลาย ที่เรียกกันว่า ‘อินเตอร์ไฮน์’

“ดีใจที่จะได้ล้างมือสินะชินจัง ลุ้นซะตัวโก่งเลยนี่นา” ทาคาโอะยักคิ้วหลิ่วตากวนประสาทหนุ่มร่างสูงข้างกาย

“ไร้สาระ!!ฉันก็แค่มาดูเฉยๆว่าเซย์รินจะสามารถทำได้ตามที่พูดต่างหากยังไงล่ะ” มิโดริมะขึ้นเสียงเจือหงุดหงิดก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปยังอุโมงค์ทางออกสำหรับผู้เข้าชม ทิ้งให้คนผมดำแสกกลางเดินไล่ตามหลังส่งเสียงหัวเราะขำขันกับท่าทีขึงขังทำเป็นเข้ม สวนทางกับสีหน้าและการกระทำที่เอาใจช่วยออกนอกหน้าขนาดนั้น ไปสมทบกับเหล่ารุ่นพี่ในชุดยูนิฟอร์มสีส้มปักตราด้วยด้ายสีดำเป็นชื่อโรงเรียนไว้ว่า ‘Shutoku (ชูโตคุ)’

 

 

ปืนใหญ่แห่งจักรพรรดิกับ ‘ชูโตคุ’ ผ่านเข้ารอบเป็นอันดับ 2

 

พวกเขาเดินลงบันไดตรงไปยังประตูบานเลื่อนทางเข้าออกหน้าโรงยิมขนาดใหญ่การจัดการแข่งขันอินเตอร์ไฮน์  ทั้งหมดสะท้อนอยู่ในดวงเนตรสีชมพูกลมโตที่ลอบมองจากมุมพักผ่อนไว้รองรับนักกีฬาผู้เข้าแข่งขันรวมถึงผู้เข้าชมการแข่ง ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมายังบุรุษร่างสูงผิวสีแทนแต่งอยู่ในชุดเสื้อโค้ทหนังสีดำทับเสื้อยืดสีขาวเข้ากับกางเกงยีนส์เข้ารูปกดซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่จากตู้กดน้ำออกมาดื่ม

“นอกจากมิโดรินแล้วดูเหมือนว่าเท็ตสึคุงจะผ่านเข้ารอบแล้วด้วยนะ..วินเทอร์คัพปีนี้ต้องสนุกแน่ๆ” โมโมอิกล่าวทั้งรอยยิ้ม

“จะเท็ตสึหรือมิโดริมะ ยังไงแล้วคนที่จะชนะฉันได้ก็มีแค่ฉัน” อาโอมิเนะตอบปัดไม่สนใจ ยกกระป๋องเกลือแร่ขึ้นดื่ม

 

และผลคะแนนรวมอันดับ 1 ของจังหวัดโตเกียวคือสถานที่อยู่ใหม่ของอัศวินแห่งแสงผู้ถือครองดาบทมิฬ ‘โทโอ’

นี่คือเกณฑ์การตัดสินในปีนี้นับจากผลแต้มสะสมสูงสุด 3 อันดับในแต่ละจังหวัด ที่จะมีสิทธิ์ในเข้าร่วมการแข่งขันรอบฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง..ที่เรียกว่า ‘วินเทอร์คัพ’  

 

 

.

.

.

 

แป๊ะ!!!!!

 

ตัวหมากขุนพลวางลงบนช่องตารางสี่เหลี่ยมเล็กๆบนกระดานไม้อัดตั้งพื้น ระยะเวลาที่ผ่านมายาวนานเกือบ 3 ชั่วโมงเต็มกับการประลองโชงิเป็นอันสิ้นสุดลง ดวงตาสีฟ้ากลมโตฉายแววเฉยชามองผลการแข่งขันตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคู่เล่นในฝ่ายตรงข้ามต่างวัยรุ่นราวคราวพ่ออยู่ในชุดสูทสีเทาสั่งตัดให้เข้าพอดีตัวนั่งกอดอกพิจารณาเกมส์กระดานนี้เงียบๆ

“ 3 เดือนที่ผ่านมาเธอพัฒนาไปได้เร็วกว่าที่ฉันคาดไว้มาก ยอดเยี่ยมจริงๆ”

“ขอบคุณค่ะคุณมาซาโอมิ..ส่วนหนังสือคู่มือหนูอ่านจนจบแล้วนะคะ ขอบคุณอีกครั้งจริงๆค่ะ”   คุโรโกะโค้งให้อีกฝ่ายเป็นการขอบคุณชายวัยกลางคนเรือนผมสีแดงแซมเทาประปรายเล็กน้อยตามวัยที่โรยรา มาซาโอมิพยักหน้าตอบรับพอเป็นพิธีให้เด็กสาวก่อนจะยื่นมือมารับหนังสือกลเม็ดเคล็ดลับโชงิเล่ม 3 จากผู้หญิงเรือนผมสีฟ้าตัดสั้นจนเหมือนผู้ชายถ้าเจ้าตัวไม่สวมเดรสยาวครึ่งเข่าสีขาวแขนกุดพร้อยลูกไม้ก็คงไม่รู้ว่าเป็นเด็กสาว

“ไม่เป็นไร ฉันเต็มใจช่วยเธอ” เสียงทุ้มเข้มกล่าวทั้งสีหน้าเคร่งขรึมน่าเกรงขามเหมือนเคย นัยน์ตาคู่คมสีแดงพิศมองดวงหน้าหวานที่กำลังก้มหน้าง่วนกับการเก็บหมากรุกลงในกล่องอยู่นานจนกระทั่งคุโรโกะรู้สึกตัวว่ากำลังถูกอีกฝ่ายจ้องจึงช้อนมองตอบเลิกคิ้วฉงนสงสัย “อาทิตย์นี้เธอดูอารมณ์ดี คงมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมาสินะ”

“เมื่อไม่กี่วันมานี้ชมรมของหนูพึ่งชนะผ่านเข้ารอบเป็น 3 ทีมสุดท้ายของจังหวัดโตเกียวน่ะค่ะ” คุโรโกะเล่าทั้งรอยยิ้มบางๆ เธอไม่ได้เจาะลึกรายละเอียดให้อีกฝ่ายฟังมากนัก แม้ชายรุ่นลุงมาซาโอมิเป็นคนนอกก็จริงหากแต่เรื่องปลอมตัวเป็นผู้ชายเข้าไปเล่นบาสซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏและเสี่ยงต่อการถูกตัดสิทธิ์ยุบชมรม ทางที่ดีคนรู้น้อยเข้าไว้จะเป็นการดีที่สุดซึ่งเธอก็เลือกที่จะโกหกอีกฝ่ายไปว่าอยู่ชมรมวอลเลย์บอลหญิงแทน

 

หลังจากที่เก็บตัดหมากโชงิลงกล่องเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ต่างคนต่างลุกขึ้นจากเบาะนั่งจัดแจงเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยก่อนจะเดินเคียงคู่กันลงบันไดไปยังห้องโถงทางเข้าชั้นล่าง ตรงไปเค้าทเตอร์เจ้าของร้านเพื่อคืนแลกบัตรสมาชิกสมาคมโชงิเอาของที่รับฝากไว้ในล็อกเกอร์คืนมา  ระหว่างที่คุโรโกะกำลังสำรวจมองเป้สะพายสีครีมของตนจนแน่ใจว่าไม่มีของหาย เสียงทักของบุรุษสูงวัยที่คอยสั่งคอยสอนวิธีการเล่นโชงิให้มาเกือบ 2 เดือนกว่าๆ ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมอง

“อาทิตย์หน้าฉันมีธุระต้องไปต่างจังหวัดคงจะมาไม่ได้  ระหว่างนั้นเอาเล่ม 4 ไปอ่านพลางๆก่อนก็แล้วกัน”  มือหยาบล้วงหยิบเอาหนังสือกลเม็ดเคล็ดลับโชงิเล่มสุดท้ายออกมาให้ คุโรโกะรับหนังสือมาพร้อมกล่าวขอบคุณน้ำใจของอีกฝ่าย

“แล้วคุณมาซาโอมิจะกลับมาเมื่อไหร่คะ?” คุโรโกะถาม

“อาทิตย์หน้าๆฉันก็กลับแล้ว” มาซาโอมิตอบ ร่างเล็กผอมบางสังเกตเห็นสายตาคู่คมฉายแววเจือหงุดหงิด จึงเดาได้ไม่ยากว่าท่าทางธุระที่จะไปคงไม่ใช่เรื่องสบายใจคนๆนี้เท่าไหร่นัก ดูเหมือนเขาจะรู้ตัวว่ากำลังถูกเพ่งจึงตวัดตาสีแดงเย็นชามาที่เธออย่างรวดเร็ว ทำเอาเธอสะดุ้งรีบก้มหน้ากอดหนังสือหลบตาอีกฝ่ายทันที อีกฝ่ายยังคงจ้องนิ่งๆแถมไม่พูดไม่จาอะไรและก็ไม่คิดขยับตัวไปไหน..ยืนจ้องอยู่แบบนั้นจนคุโรโกะ เท็ตสึยะใจคอไม่ดีเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

 

ระยะเวลาที่รู้จักกันมานานเกือบ 2 เดือน ความรู้สึกวางใจต่อชายรุ่นราวคราวลุงมีมากขึ้นก็จริง 

ทว่า..แรงกดดันอันยิ่งใหญ่ราวกับราชันย์ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่อาจทำใจให้หายประหม่าได้

 

 

“ถ้าลูกชายฉันเจอเธอก่อนก็คงจะดี”

“เอ๋?เมื่อกี้คุณมาซาโอมิพูดอะไรนะคะ?”  ดวงหน้าหวานเงยหน้าขึ้นเอียงคอฉงน เธอรู้สึกได้ยินแว่วๆเหมือนว่าคนตรงหน้าพึมพำอะไรบางอย่างเบาๆกับตัวเอง

“ไม่มีอะไร…ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ก็อย่าลืมฝึกซ้อมล่ะ อาทิตย์ถัดไปฉันจะมาทดสอบเธอ” เขากระแอมไล่เสียงตามด้วยคำพูดที่ฟังดูคล้ายคำสั่งชอบกลทิ้งท้ายก่อนเดินขึ้นรถลีมูซีนสีดำคันหรูหราที่จอดรอรับอยู่หน้าร้าน

 

 

RRRRRRRRR

 

ริงโทนเพลงดังขึ้นในกระเป๋าสะพาย มือเล็กล้วงหยิบเอาโทรศัพท์มือถือสีฟ้าเปิดฝาพับออกมาก็พบว่าคนที่โทรมาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากโค้ชสาว ไอดะ ริโกะ นั่นเอง

 

ปิ๊บ!!!!

 

“สวัสดีค่ะโค้ช มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

 

 

บทสนทนาที่เกิดขึ้นเพียงแค่ไม่ถึง 5 นาทีระหว่างริโกะกับเธอกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางออกต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาเข้าศึกษาระดับชั้นมัธยมปลาย   อาทิตย์หน้าที่คุโรโกะแพลนว่าจะไปเล่นเกมส์เซนเตอร์ให้ชุ่มปอดเสียหน่อยพร้อมทั้งอ่านหนังสือกลเม็ดเคล็ดลับโชงิเล่ม 4 ที่ยืมมาจากลุงมาซาโอมิให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ กลายเป็นว่าเธอต้องมานั่งอัดรวมในรถทัวร์ที่มีแต่คณะเหล่าชมรมบาสเก็ตบอลโรงเรียนเซย์ริน

 

 

เอี๊ยด!!!

 

รถทัวร์จอดสนิทหน้าบ้านพักตากอากาศแบบเรือนญี่ปุ่นขนาดกลางราคาย่อมเยาสมกับงบประมาณที่ชมรมมี ร่างบางเรือนผมสีน้ำตาลกระโดดลงจากรถทัวร์ทันทีที่ประตูเปิด เธอสวมเสื้อแขนกุดมีฮูดสีเหลืองเลม่อนกับกางเกงยีนส์สีฟ้าอ่อนขาสั้นแรงรองเท้าพละสีเขียวกางแขนสูดลมหายใจลึกจนทั่วปอดแล้วหันกลับมามองเหล่าสมาชิกชมรมที่แต่งตัวอยู่ในชุดไปรเวท  พวกเขาทุกคนวิ่งไปยังเนินเขา จากจุดชมวิวตรงนี้ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองหนาแน่นด้านล่างด้วยสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นโบราณซะส่วนใหญ่ มีตึกสูงปะปรายอยู่บ้าง ทว่า..ก็ไม่อาจใหญ่โตเทียบเท่าโตเกียวเมืองหลวงในปัจจุบัน

 

“ยินดีต้อนรับสู่ ‘เกียวโต’ นะทุกคน ทัวร์ 3 วัน 3 คืนนี้คิดซะว่าเป็นของขวัญสำหรับที่ชนะเข้าไปเป็น 3 ทีมสุดท้ายตัวแทนจากอินเตอร์ไฮน์จังหวัดโตเกียวจากฉันก็แล้วกันนะ”  ไอดะ ริโกะกล่าวทั้งรอยยิ้มร่าเริงแจ่มใส

 

“นี่เหรอเมืองหลวงสมัยก่อน!!!พึ่งจะได้มาก็ครั้งแรกเนี่ยแหละ คิดแล้วก็อดนึกถึงมาซามุเนะ ชินเง็น ยูคิมุระและ..”

“ฮิวงะจบไปนายน่าจะไปเป็นครูประวัติศาสตร์นะ จะได้เอาฟิกเกอร์นักรบไปสอนเด็กน้อยน่ารักคึกคักเวลาลงเล่น”  อิซิกิแซะกัปตันทีมที่มีรสนิยมคลั่งไคล้ประวัติศาสตร์นักรบชาวญี่ปุ่นเข้าเส้นจนเรียกได้ว่าโอตาคุเซ็นโกคุก็ว่าได้

ทุกคนต่างหัวเราะหนุ่มแว่นที่หน้าขึ้นสีแดงเข้มเขินอายกับคำแซวผสมมุกตลกฝืดไม่ชวนขำ  ระหว่างนั้นคางามิจับสังเกตเห็นว่าหญิงสาวร่างเล็กบางจำแลงกายเป็นเด็กหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อคอโปโลสีขาวสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มดูเงียบผิดปกติจนน่าประหลาดใจ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะสะกิดหัวไหล่อีกฝ่าย

“เฮ้ย!!คุโรโกะเธอโอเคนะ? ”  สิ้นคำเรียก หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเธอเงยหน้าขึ้นสบตาสีเพลิงคู่คมฉายแววกังวลใจตรงข้ามกับเสียงกรรโชกที่ใช้ในการกล่าวถามตามนิสัย

“ฉ..ฉันสบายดีค่ะคางามิคุง แค่..เหม่อลอยนิดหน่อย” คุโรโกะตอบกลับทั้งสีหน้าเรียบนิ่ง มือเรียวบางบีบสายเป้สะพายข้างแน่นสลับคลายสองสามทีอยู่แบบนั้น โชคดีที่คนผมแดงอมน้ำตาลไหม้ไม่ใช่พวกช่างสังเกตค่อนข้างจะซื่อบื้อระดับเดียวกับอาโอมิเนะจึงไม่ได้สนใจอะไรต่อแล้วเดินเข้าไปสมทบกลุ่มรุ่นพี่ทีมบาสเก็ตบอลที่รวมตัวอยู่เบื้องหน้า

 

 

…เกียวโต…

 

 

ดวงหน้าหวานผินกลับไปมองวิวเมืองจากเนินเขาอีกครั้ง สายลมอ่อนพัดผ่านไปเบาๆจนเส้นผมสีฟ้าตัดสั้นชี้ยุ่งไม่เป็นทรงพลิ้วไหว ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเป็นแนวเส้นพร้อมยกมือขึ้นทาบอกซ้าย..สัมผัสถึงเสียงหัวใจที่เต้นแรงดัง..ตึกตัก…ตึกตัก

 

เขา…อยู่ที่นี่….

 

“อาคาชิคุง…”

 

เจ้าชายผู้แปรผันเป็นจักรพรรดิเหี้ยมโหดถือครองบังลังค์สูงสุด

 

 

.

.

.

 

 

ดวงตาสีอำพันคู่งามใต้ขนตาแพยาวกระพริบมองวิวนอกกระจกรถด้านนอก หนาทึบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ขนาบถนนทั้งซ้ายขวา ซึ่งหามองดูได้ยากหากเทียบกับในตัวเมืองหลวงปัจจุบันที่เธอจากมา  ก่อนละสายตาไปยัง…คนหนุ่มร่างสูงโปร่งสวมชุดยูกาตะแบบพิธีการสีขาวลายดอกสึบากิสีแดงด้วยเสื้อคลุมตัวนอกครีมนั่งกอดอกบนเบาะหลังข้างๆเธอ เช่นเดียวกับตัวหญิงสาววันนี้อยู่ในชุดกิโมโนเนื้อผ้าดีสีแดงปักลวดลายนกนางนวลสีขาวที่อีกฝ่ายจัดหาให้ ผมสีทองยาวสลวยดัดลอนรวบมัดมวยเรียวร้อยปักปิ่นไข่มุกราคาแพงหากทำหักคงต้องชดใช้หลักหมื่นเป็นแน่

“มีอะไรเรียวตะ?” คนหนุ่มเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งพอประมาณรับรู้ได้ว่ากำลังถูกมอง เขาถามโดยที่ไม่ชายตามายังคนข้างตัวซักนิด

“อ..เอ่อ..คือ..ฉันค่อนข้างเกร็งน่ะอาคาชิจจิที่จู่ๆ พ่อของอาคาชิจจิก็เชิญฉันให้มางานสำคัญแบบนี้” คิเสะเกาแก้มหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อดวงตาต่างสีฉายแววเย็นชาตวัดมาหาเธอที่มีสถานะเป็น ‘คนรัก’ ของเขา

 

 

“หลังจบอินเตอร์ไฮน์ผมจะมารับเรียวตะไปที่เกียวโต เตรียมตัวให้พร้อมซะ”

 

 

คำสั่งของอาคาชิในวันนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้    คิเสะ เรียวตะ รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยทั้งตื่นเต้นประหม่าหวาดหวั่นจนท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด กระทั่งฝ่ามือแกร่งวางลงบนหลังมือที่เย็นเยียบ…สัมผัสอบอุ่นจากเขาแผ่กระจายราวกับกระแสไฟแล่นปราดตรงเข้าสู่หัวใจที่เต้นส่ำในอกซ้ายของนางแบบสาววัยรุ่นชื่อดัง

 

“ไม่มีอะไรต้องกังวล ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย..ผมทำอะไรไม่เคยมีคำว่าผิดพลาดเธอก็น่าจะรู้ดีแก่ใจ”

“ต..แต่ว่า..”

“ไม่มีคำว่าแต่ ทำตามที่ผมสั่งก็พอ”

 

เจ้าของเรือนผมสีแดงตัดบททั้งเสียงทุ้มเย็นชา ก่อนจะหันกลับไปนั่งกอดอกหลับตาสงบนิ่งเงียบๆเหมือนดั่งเคย คิเสะพูดอะไรไม่ออก..ไม่สิ..ต้องเรียกว่าเกรงกลัวอีกฝ่ายจนไม่กล้าเอ่ยเอื้อนคำใดๆออกไปมากกว่า เธอถอนใจแล้วเอนหัวซบกระจกรถเหม่อมองถนนเส้นใหญ่ที่ทอดยาวเข้าสู่เกียวโตเมืองหลวงเก่าที่อยู่อาศัยในปัจจุบันของแฟนหนุ่มของเธอ

 

สิ่งที่เราสองคนกำลังทำอยู่นั้นถูกต้องแล้วหรือ?

 

คำถามที่คิเสะเฝ้าถามตัวเองมาตลอดเวลานับตั้งแต่ตัดสินใจคบหากับอีกฝ่าย คำถาม..ที่อยากจะพูดออกไปเพียงแต่ใจไม่กล้าพอที่จะถือดีไปต่อกรกับชายหนุ่มผู้เป็นถึงจักรพรรดิ  หาใช่เจ้าชายคนเดิมที่พวกเราเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยรู้จักกันเหมือนแต่ก่อน

 

 

คนๆนี้ไม่ใช่ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ คนเดิม…แต่เป็น ‘อาคาชิ เซย์จูโร่อีกคน’

 

 

การเดินทางอันยาวนานเกือบ 3 ชั่วโมงได้สิ้นสุดลง รถลีมูซีนชะลอความเร็วเมื่อเข้าสู่ประตูรั้วไม้ขนาดใหญ่หน้าเรือนญี่ปุ่นพื้นที่กว้างเกือบ 30 ไร่บนเนินเขาที่ปลีกวิเวกไปจากตัวเมืองหลวงพอสมควร เพียงแค่ช่วงเวลาไม่ถึงนาทีประตูเปิดออกช้าๆโดยคนสวนในตระกูลอาคาชิให้รถคันครูสีดำซึ่งเป็นของลูกชายเพียงคนเดียวของนายเหนือหัวขับเข้ามา บนเส้นทางถนนปูด้วยอิฐสีเทาเรียงเป็นระเบียบขนาบด้วยสวนตกแต่งแบบญี่ปุ่นโบราณไม่เหมือนกับคฤหาสน์หลังใหญ่ในโตเกียวที่ออกไปในทางยุโรปเสียมากกว่าทั้งๆที่พื้นที่กว้างขนาดใกล้เคียงกัน ยิ่งเห็นคิเสะกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นเกร็งหนักไปกว่าเก่า

 

 

สมแล้วที่เป็นบ้านหลักของตระกูลอาคาชิผู้นำธุรกิจยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นที่สืบทอดกิจการมาเกือบ 100 ปี

 

 

รถจอดสนิทหน้าประตูใหญ่ทางเข้าเรือนญี่ปุ่นแบบโบราณได้รับการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้นเล็กน้อยตามคำสั่งของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน  ประตูหลังเปิดออกโดยคนขับรถให้กับหนุ่มสาวคู่รักวัย 16 ปีก้าวเท้าลงจากรถ

คิเสะกำชายกิโมโนะแน่นจนยับยู่ยิ่งได้เห็นบ้านหลังใหญ่โตโอฬารแถมยังเป็นบ้านหลักใช้ในการพบปะคนในตระกูลอาคาชิอีก เธอยิ่งเหงื่อแตกพลั่กจนรู้สึกว่าเสื้อตัวในเปียกชื้นอยากจะบอกคนผมแดงให้คิดพิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกทีกับสิ่งที่จะกระทำต่อไปนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว อาคาชิก้าวเดินฉับๆนำเข้าไปในบ้าน  เป็นเหตุให้คิเสะที่ไม่รู้จะทำตัวเช่นไรจำต้องเดินตามต้อยๆอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

“นายท่านรออยู่ด้านในแล้วค่ะนายน้อย”  คนรับใช้หญิงวัยกลางคนในชุดยูกาตะสีกรมเรียบโค้งศีรษะให้ทายาทเพียงหนึ่งของตระกูลอาคาชิรวมถึงโค้งให้คิเสะด้วยเช่นกันก่อนจะเปิดประตูบานเลื่อนห้องประชุมขนาดกว้างใหญ่ปูเสื่อทาทามิ ในนั้นจัดวางสำรับอาหารเอาไว้สำหรับคน 6 คน พวกเขาทั้งสองเดินเข้าไปในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่งก่อนจะทรุดนั่งคุกเข่าลงบนเบาะที่จัดวางอยู่โดยอาคาชิถูกจัดให้นั่งอยู่ตำแหน่งใกล้กับตำแหน่งที่นั่งของผู้นำตระกูลอาคาชิคนปัจจุบันซึ่งจัดไว้หัวโต๊ะ

 

 

วันพบปะตระกูลซึ่งจัดทุกปีในปลายเดือนสิงหาคม..วันสำคัญที่สุดของตระกูลอาคาชิที่จำต้องมีเพื่อสร้างความสัมพันธ์รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่างๆในการบริหารจัดการธุรกิจในเครืออาคาชิคอเปอร์เรชั่น

 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับพ่อ” อาคาชิ เซย์จูโร่โค้งทักทายบิดาที่เดินทางมาไกลจากโตเกียวเช่นเดียวกับที่เขาออกเดินทางไปรับคิเสะ เรียวตะถึงในตัวเมืองหลวงเพื่อพามาเกียวโต ตามด้วยโค้งสวัสดีอาผู้ชาย 3 คน

“สาย 1 ชั่วโมง” ดวงเนตรสีแดงคมกริบจ้องเขม็งไปยังลูกชายเพียงคนเดียวที่ถอดแบบมาเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยนทั้งสีผมและแววตา  ก่อนจะตวัดไปยังเด็กสาวผมทองที่นั่งข้างกายลูกชาย

“มัวแต่รอผู้หญิงดีแต่รักสวยรักงามสินะ ถึงได้ล่าช้าขนาดนี้”  คำตำหนิติเตียนดังกล่าวล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น  คิเสะก้มหน้าสำนึกผิด..ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยสวมใส่กิโมโนเลยซักครั้งจึงเป็นเหตุให้เสียเวลาแต่งตัวอยู่นานกว่าจะออกมาเป็นผลสำเร็จ

“หนูขอโทษค่ะ คุณพ่อของอาคาชิจ..เอ่อ..คุณพ่อของอาคาชิ”  นางแบบสาวโค้งตัวขอโทษบุรุษวัยกลางคนเรือนผมสีแดงเสยเรียบอยู่ในชุดยูกาตะทางการสีเทาทึบทับเสื้อคลุมสีดำเข้มโดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลปักไว้ด้านหลัง มีเพียงผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์สวมใส่

 

 

บิดาของจักรพรรดิ ‘อาคาชิ มาซาโอมิ’ 

 

 

ในห้องรับแขกเงียบหนักกว่าเดิม บรรดาเหล่าอาๆ ทั้งหลายพูดไม่ออกบอกไม่ถูกหลังเห็นอาการของพี่ชายคนโตของตระกูลผู้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ต่างมองมายังคิเสะด้วยสายตาเวทนาสงสาร

 

 

เห็นได้ชัดเจนว่า อาคาชิ มาซาโอมิ ไม่ชอบพอ คิเสะ เรียวตะ

 

 

“ผลการเรียนของเธอถึงจะไม่เลวร้ายแต่ก็อยู่เกือบค่อนท้ายห้อง เซย์จูโร่บอกว่าเธอมีความสามารถในการลอกเลียนแบบคนอื่นมาปรับใช้เป็นของตัวเองให้ดีขึ้น..เป็นความสามารถที่ดี..” ยังไม่ทันได้หายใจโล่งทั่วท้อง มาซาโอมิชักสีหน้าเหยียดใส่มาตรงมายังสตรีเรือนผมทองมวยรวบเรียบร้อยตามด้วยประโยคจิกกัดถัดมา ทำเอาหญิงสาวผู้เป็นคนนอกตระกูลถึงกับสะอึก

“แต่สุดท้ายก็แพ้ในการแข่งอินเตอร์ไฮน์ ท่าดีทีเหลว..ไม่มีคุณสมบัติที่ดีพร้อมซักอย่าง แถมยังรับอาชีพเต้นกินรำกิน..คิดว่าพวกเราเป็นพวกไฮโซหน้าโง่หลงมัวเมาความสวยความหล่อแล้วจะประเคนเงินทองให้ง่ายๆสินะ หนำซ้ำยังออกสื่อป่าวประกาศทั้งหนังสือพิมพ์ทั้งทีวีโดยไม่คิดปรึกษาฉันซักคำ รู้ไหมว่าฉันต้องอับอายแต่ไหนที่ต้องเห็นว่าที่ผู้นำตระกูลอาคาชิไปควงผู้หญิงอาชีพวงการบันเทิง..ที่สวยแต่รูปกลับไร้คุณสมบัติเพียบพร้อม”

“ท่านพี่..ผมว่าเรื่องนี้….”

“เงียบซะมาซาฮิโระ!!ถ้าฉันยังไม่อนุญาตให้พูดไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์ทั้งนั้น!!!”  น้องชายคนรองถึงกับปิดปากเงียบโดยพลัน เขาเห็นท่าไม่ดีว่าพี่ชายทำเกินกว่าเหตุ..แต่ไอ้ครั้นจะไปแข็งข้อกับอีกฝ่ายก็ใช่ที่

 

 

ผู้นำตระกูลถือเป็นที่สุดเปรียบเสมือนราชันย์ 

มาซาโอมิพูดอะไรคือสิ่งถูกต้องเป็นเช่นนี้เสมอมาไม่เคยเปลี่ยน

 

 

“เรียวตะไม่ใช่คนแบบนั้น”

บุตรชายที่เอาแต่เงียบมานานแทรกพูดการสนทนาระหว่างพ่อกับอาสอง ทุกสายตาจับจ้องไปยังว่าที่ผู้นำตระกูลที่จะสืบทอดกิจการต่อทั้งสีหน้าตะลึงพรืด ใจอยากจะห้ามหลานชายนัก หากแต่บรรยากาศมาคุแผ่กระจายออกจากตัวพ่อลูกเป็นที่แน่ชัดว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาทั้ง 3 ควรจะเข้าไปสอด

“คิดจะปกป้องผู้หญิงแบบนี้  ลูกหลงผู้หญิงจนหน้ามืดตามัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” มาซาโอมิถลึงตาวาวโรจน์

“ผมแค่พูดไปตามความจริงที่เห็น เธออาจจะมีอาชีพในเส้นทางบันเทิงก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะลดตัวไปเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยเห็นแก่ได้แบบนั้น จากที่ผมรู้จักกับเรียวตะมา 3 ปีจนทุกวันนี้ผมยืนยันได้ว่าเธอไม่มีวันทำตัวให้เสื่อมเสียเกียรติตระกูลเรา” อาคาชิคนลูกสบตาสีแดงคู่คมขุ่นไปตามวัยกาลที่มากขึ้นอย่างไม่หวั่นเกรง ต่างฝ่ายต่างจ้องเขม็งไม่มีใครยอมใคร

 

 

อาคาชิคือสิ่งที่ถูกต้อง ชัยชนะสำคัญเสมอ..นี่เป็นคำสอนรุ่นสู่รุ่นที่ได้รับการปลูกฝังไว้

 

 

“จริงอยู่ที่ไคโจแพ้การแข่งขันแต่นั่นไม่ได้แปลว่าเรียวตะไม่มีศักยภาพ การที่เธอทำอาชีพวงการบันเทิงก็ไม่แปลว่าเธอจะต้องทำตัวโสเภณี..แต่คนที่คิดว่าร้ายคนอื่นเพียงภาพแรกที่เห็นผมคิดว่าคนๆนั้นทัศนวิสัยเข้าขั้นแย่มากกว่า”

“อ..อาคาชิจจิ!!!”  มือเรียวสะกิดแขนอีกฝ่ายห้ามปรามคนหนุ่มผมแดงที่ริอาจโต้เถียงพ่อแท้ๆของตัวเขาเอง

“เซย์จูโร่!!!”  มาซาโอมิผุดลุกจากเบาะขึ้นเสียงตวาดใส่ลูกชาย คนรับใช้สะดุ้งโหยงขนหัวลุกกอดกันตัวกลมตัวสั่นเท้าน้ำตาไหลพรากๆ เหล่าอาทั้ง 3 คนถึงกับผวาถอยผงะให้ห่างรัศมีพี่ชายคนโต

“ค..คือว่า..อันที่จริงหนูกับอาคาชิจจิ..” คิเสะเห็นท่าไม่ดีเลยพยายามพูดประนีประนอมพ่อลูก

“ผมพูดในสิ่งที่เห็นนั่นคือการที่พ่อกำลังดูถูกเรียวตะ ดูถูกผู้หญิงที่ผมเลือกเป็นแฟนนั่นเท่ากับดูถูกผม!!”  อาคาชิลุกขึ้นยืนประจันหน้าโต้กลับบิดาทันควัน ไม่สนใจฟังสาวผมทองที่ตะลึงอ้าปากค้างเม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วทั้งหน้า

 

 

ถามฉันซักคำบ้างสิอาคาชิจจิ!!!!  คิเสะกรีดร้องในใจ อยากจะตะโกนย้อนแย้งสิ่งที่คนผมแดงพูดเอาไว้

 

 

“ผมถูกต้องเสมอและชนะมาตลอด!!!ใครคิดขวางทางต่อให้เป็นพ่อผมก็จะฆ่าทิ้งซะ!!!” เนตรสองสีเบิกโพลงดุดัน บรรยากาศเย็นยะเยือกปกคลุมห้องรับแขกกว้างใหญ่เสียจนขนแขนลุกชันไปตามๆกัน

 

 

ทั้งสีหน้าและแววตาไม่มีเค้าล้อเล่น..อาคาชิ เซย์จูโร่ คิดทำอย่างที่กล่าวมาจริง

 

 

“……”  มาซาโอมิเงียบไปพักใหญ่..ดวงหน้าคมคายมีริ้วรอยตามวัยแต่ยังคงความหล่อเหลาดูดีสบตาต่างสีคู่คมตรงหน้า ต่างคนต่างจ้องไม่ยอมกันและกันเนิ่นนานจนในที่สุด

“ลูกกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ยังไงเซย์จูโร่” เขากระซิบแผ่วเบา ก่อนเป็นฝ่ายเดินออกไปจากห้อง

 

 

…วันนัดพบตระกูลอาคาชิปีนี้ล่มไม่เป็นท่า…

 

 

ชายวัยกลางคนเจ้าของเรือนผมสีแดงเก็บตัวอยู่ในห้องนอนใหญ่ไม่ออกมาอีก อย่าว่าแต่ผู้นำตระกูลฝ่ายทายาทเองก็เดินหายเข้าไปในสวนหลังบ้านผ่านมาครึ่งค่อนวันแล้วก็ยังไม่กลับมา  ทิ้งคิเสะไว้กับน้องๆผู้นำตระกูลทั้ง 3 คน ที่มีศักดิ์เป็นอาของทายาทอาคาชิ  ยังดีที่ทั้ง 3 ค่อนข้างมีความเป็นมิตรคอยชวนเด็กสาวนอกตระกูลไม่ให้ตื่นเกร็งในฐานะเจ้าบ้านที่ดีอยู่

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ เหล่าคนใช้เข้ามาเก็บสำรับไป รวมทั้งสำรับที่ไม่พร่องลงไปแม้แต่นิดของพ่อลูก เจ้านายเป็นฝ่ายออกไปข้างนอก สวนทางคนรับใช้เข้าไปทำความสะอาดห้องรับรองการประชุมเครือญาติ  ทันทีที่พ้นขอบประตูต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปตามห้องพักที่รับรองเอาไว้ในเรือนเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายพักผ่อนกายาหรือจะทำกิจกรรมอื่นๆก็แล้วแต่ตามสะดวก   ร่างเพรียวบางสวมกิโมโนสีแดงอ่อนลายนกนางนวลสีขาวตัวยาวรุ่มร่ามก้าวเดินไปตามทางเดินในตัวเรือนหมายตรงไปยังห้องพักของตัวเอง จังหวะนั้น..ปลายหางตาสะดุดเข้ากับระเบียงไม้ด้านนอกใต้หลังคาที่ยื่นออกมากันแดดกันฝนผ่านทางหน้าต่าง เธอจึงเบนทิศเข็มก้าวเร็วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเท่าทีชายเสื้อกิโมโนจะอำนวยออกไปด้านนอกเรือนทันที

 

“อาคาชิจจิ”  เสียงหวานในกังวานเรียกคนหนุ่มผมแดง เขากดปิดหน้าจอสมาร์ทโฟนสีดำที่เห็นแว่บๆครู่หนึ่งว่าเจ้าตัวกำลังเล่นอะไรบางอย่าง   ทว่า..ด้วยระยะที่ห่างไกลประกอบกับเวลานี้ท้องฟ้ามืดมิดเข้าสู่รัตติกาลจึงยากที่จะทำให้เห็นถนัดตานัก

“มีอะไรเรียวตะ?” มือแกร่งเก็บมือถือไว้ในเสื้อคลุมสีครีม แล้วหันมาสบตาสีอำพันคู่งามใต้ขนตาแพยาวตรงหน้า

“เรื่องที่อาคาชิจจิเถียงคุณพ่อของอาคาชิจจิ..จริงๆไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็”  คิเสะยิ้มแหยๆเกาแก้มแก้เก้อ

 

 

สถานะของเราสองหาได้มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

 

“เรียวตะก็เป็นแฟนผม การปกป้องเธอจากคำดูหมิ่นเหล่านั้นไม่ถือเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุ แต่เป็นหน้าที่ที่ผมควรกระทำ” นี่คือคำตอบที่ได้รับจากอาคาชิ   นางแบบสาวหน้าร้อนวาบไปถึงใบหู ก่อนจะรีบสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป

“ขอบใจนะ อาคาชิจจิ” คิเสะยิ้มให้เจ้าของเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งหน่อยๆ อาคาชิพยักหน้าตอบรับเงียบๆก่อนหันกลับไปมองดาวจากนอกระเบียง ร่างบางสวมกิโมโนสีแดงอ่อนกวาดมองไปรอบๆจนแน่ใจว่า ณ บริเวณนี้ไร้ซึ่งผู้คนแถม จึงขยับขาก้าวเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆอีกฝ่ายวางมือลงบนขอบรั้วระเบียงทอดมองสวนหย่อมกลางบ้าน มีบ่อปลาคาร์ฟถ่ายเทน้ำจากกระบอกไม้ไผ่โยกกระทบสลับกันไปมาทุกครั้งที่น้ำไหลผ่าน

 

“อ..อาคาชิจจิ..” ปากอิ่มขยับเอ่ยเรียกนามแฟนหนุ่ม…แล้วเงียบลงชั่งใจครู่หนึ่งกับสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้

“พอเถอะนะ…เรื่องระหว่างเราสองคนควรจะหยุดเพียง…”

 

 

 

ปึง!!!!!

 

 

มือหนาตบแรงลงบนระเบียงเสียงดังลั่น คิเสะสะดุ้งตกใจพอหันกลับมาก็พบกับเนตรสองสีไม่เข้าคู่เบิกกว้างฉายแววเกรี้ยวกราดดูวิปลาศ ดวงตาที่ไร้ซึ่งแววตาอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนสมัยเทย์โค..ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานกระหายชัยชนะอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

 

น่ากลัว..บุรุษผู้นี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

 

 

“ตราบใดที่ผมไม่สั่ง เรียวตะ-ไม่-มี-สิทธิ์-ตีจากผมจำใส่หัวไว้ซะ!!!”  คำสั่งเผด็จการไร้หนทางต่อรองทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินกลับเข้าเรือนไป   ร่างบางยืนตัวสั่นเท้าหน้าซีดเผือดเม็ดเหงื่อผุดพรายทั่วโดยเฉพาะมือที่กำแน่นจนเหนียวเหนอะ เธอเอนกายพิงเสาด้วยความอ่อนล้าไปทั้งตัวและหัวใจ เหม่อมองดวงดาราส่องประกายระยิบระยับมากมายบนผืนฟ้ายามรัตติกาลอันไร้ซึ่งดวงจันทรา

 

 

หากได้สวมปลอกคอจากมือจักรพรรดิแล้วไซร้ ก็ไร้ซึ่งหนทางหนี 

จำต้องฝืนใจยอมเป็นนางจิ้งจอกถูกล่ามโซ่เคียงข้างบังลังค์

 

 

 

“เฮ้อ…อยู่ด้วยแล้วอึดอัดชะมัด” คิเสะถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เรียวตะ”

“กรี๊ดดดดดด …ต..ตกใจหมดเลยอาคาชิจจิ!!!”  กำลังจะบ่นกับตัวเอง คนผมแดงที่คิดว่าเข้าบ้านไปแล้วดันเดินออกมาอีกรอบ เขาปริบตาเล็กน้อยมองสาวผมทองถอยผงะหวีดร้องเสียงหลงกระโดดกอดเสาแน่นหมดคราบสาวงามในกิโมโนราคาแพง คิเสะอ่านสายตาในดวงเนตรสีแดงกับทองอำพันคู่คมไม่เข้าคู่ที่แสดงออกให้เห็นถึงความงุนงงเล็กน้อยกับกริยามารยาทเหล่านั้น นับว่าโชคดีที่อาคาชิไม่ได้ยินที่เธอพูด

“วันนี้จะมีเทศกาลฤดูร้อน ผมอยากให้เธอไปเดินเล่นกับผม ผมสั่งให้แม่บ้านเตรียมยูกาตะให้เธอแล้วรีบไปเปลี่ยนชุดให้เสร็จภายใน 10 นาทีผมจะรออยู่หน้าบ้าน” สั่งเสร็จสรรพก็เดินจากไป ไม่ถงไม่ถามความเห็นแฟนสาวซักคำ!!

 

 

เราเป็นแฟนหรือสัตว์เลี้ยงกันแน่ ?  คำถามนั้นให้ตายนางแบบสาวก็ไม่กล้าพูดออกไป ได้แต่เก็บเงียบเอาไว้ในใจเท่านั้น

 

.

.

.

 

ถนนใหญ่ใจกลางเมืองทอดยาวสุดสายไปยังศาลเจ้าอุจิงามิขนาบซ้ายขวาด้วยร้านค้าต่างๆมากมาย รวมถึงกิจกรรมการละเล่นนานาชนิดไม่ว่าจะเป็นปาโป่ง ช้อนปลา หรือแม้แต่ยิงปืนและอื่นๆอีกมากมาย  เสาไฟริมถนนทางเดินปูอิฐสีเทาลาดยาวประดับตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงส่องสว่างโยงใยสายไฟหลากสีสันหลอดเล็กๆเกี่ยวฟันยาวต่อเนื่อง ทำให้ถนนเส้นนี้สว่างไสวเรืองรองเป็นสีทองอร่ามงดงามจับตา

“ผู้หญิงคนนั้นน่ารักมากเลยมิโตเบะ นายคิดเหมือนฉันใช่ไหม” โคกาเนะเหล่ตา 45 องศาทวนเข็มนาฬิกาไปยังเด็กสาววัยรุ่นผมสีดำดัดลอนสวมยูกาตะสีดำลายดอกซากุระสีชมพูมากับกลุ่มเพื่อนๆของพวกเธอยืนรอคิวซื้อทาโกะยากิ มิโตเบะพยักหน้าเห็นด้วยทั้งสีหน้านิ่งเงียบไร้คำพูดคำจาใดๆ แต่ยังไม่วายเดินไปส่องสาวตามเพื่อนสนิทหน้าแมว

“เห็นเงียบๆก็ร้ายเหมือนกันนะเนี่ย”

“แบบนี้เขาเรียกน้ำนิ่งไหลลึก น้ำตื้นไหลน้อย”

“อิซึกิพอเถอะ…” ฮิวงะเตือนหนุ่มตี๋หน้ามนผมสีดำเข้มที่คว้าสมุดเล่มเล็กมาจดมุกที่เจ้าตัวพึ่งยิงสดๆเมื่อครู่ยิกๆ หาได้สนใจฟังคำเตือนจากกัปตัน ดวงตาหลังเลนส์แว่นทรงกลมมองสาวสวย 2 คนที่ทำท่าจะเข้ามาทักทาย ดูเหมือนว่าทั้งคู่ได้ยินมุกประหลาดๆนั่นเลยรีบเดินหนีไปอีกทางเสียอย่างงั้น

 

 

ชวดเลย!!ผับผ่าสิ!!!

 

 

“คางามิคุงดูตื่นเต้นมากเลยนะ” ฟุริฮาตะ โคคิ ยิ้มแหยๆมองร่างสูงกำยำสวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงทรงกระบอกสีเขียวขี้กากวาดตามองไปรอบๆทั้งแววตาพราวระยิบระยับ พลางโซ้ยเอายากิโซบะที่ซื้อมาจากร้านค้าระหว่างทางที่ผ่านมาเมื่อครู่

“อื้อ!!!แอ่กอีอ่ะ ไอ่เอยเอ็นอาอ่อน (อื้อ!!แปลกดีน่ะ ไม่เคยเห็นมาก่อน)” คางามิตอบทั้งที่อาหารเต็มปาก

“ฮะๆ ” ฟุริฮาตะหัวเราะแห้งๆ ดูท่าคนที่จะแปลภาษาอีกฝ่ายออกคงมีเพียงสาวจืดจางผู้ปลอมเป็นชายคนเดียวเท่านั้นจริงๆ

“นี่ก็เกือบชั่วโมงแล้วนะ ริวโกะกับคุโรโกะยังไม่มาอีก มัวทำอะไรอยู่นะ?” กัปตันหลุบตามองนาฬิกาข้อมือ สลับชะโงกหน้ามองหาสาวๆทั้งสองที่ขอแยกตัวไปต่างหาก แล้วให้พวกผู้ชายลงมาเดินงานเทศกาลกันก่อน..ตอนแรกคุโรโกะทำท่าจะมาด้วยแต่เจ้าตัวโดนโค้ชสาวล็อคคอไม่ให้ไปแล้วลากหายเข้าไปในบ้านพักเสียอย่างงั้น

“หรือว่า..จะตีฉิ่ง เสียใจด้วยนะฮิวงะ ริโกะอาจจะพบทางสว่างแล้ว” อิซึกิตบบ่าเพื่อนสนิทที่ดำรงตำแหน่งมือชู้ตของทีม พลางทำทีเป็นยกมือปาดน้ำตาแสดงความเสียใจ

“จะบ้าเหรอ!!อย่างริโกะน่ะนะ!!!…แต่จะว่าไปขนาดผู้จัดการโทโอยังหลงเสน่ห์คุโรโกะ..ไม่จริงน่า…”  คนหนุ่มแว่นผมสีดำสั้นกุมขมับนัยน์ตาหลังเลนส์สั่นไหวยามจินตนาการภาพคนจืดจางผมสั้นกำลังนอนดูดวานิลลาเชคปลายเตียงโดยที่ริโกะกำลังนั่งสะอึกสะอื้นกอดผ้าห่มอยู่เหมือนในละครหลังข่าว!!!

 

“ไม่ได้นะ!!!ยังไงก็ยอมไม่ได้!!!จะให้ริโกะกับคุโรโกะไปทำแบบนั้นไม่ได้นะ!!!!!!”

“ฉันกับคุโรโกะทำแบบนั้นที่ว่าหมายความว่ายังไงยะ?”

“!!!!!!!!!!!!”

 

เสียงใสกังวานดังจากด้านหลังเหล่าหนุ่มๆเซย์ริน พวกเขาค่อยๆหันไปช้าๆ ก็พบว่าโค้ชสาวที่กำลังพูดถึงอยู่นั้นอยู่ในชุดยูกาตะสีขาวลายดอกกุหลาบเหลืองคาดด้วยโอบิส้มอ่อน ผมสีน้ำตาลซอยสั้นติดกิ๊ฟลายแอปเปิ้ลผลแดง ความน่ารักที่หาได้ยากจากตัวสาวจอมโหดเพิ่มขึ้นทวีคูณทำเอาทุกคนตาค้างตกตะลึง โดยเฉพาะฮิวงะที่ยืนอึ้งนานสติหลุดจนอิซึกิต้องแทงศอกใส่

“เธอไม่ได้ไปทำอะไรกับคุโรโกะใช่ไหม?”  หนุ่มแว่นทรงรีถาม

“จะบ้าเหรอยะ!!!นายก็รู้อยู่ว่าฉันมีรสนิยมแบบนั้นที่ไหน!!!แค่พากันไปเปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะต่างหาก!!” ริโกะแว้ดเสียงดังใส่

“เห….รู้รสนิยมกันด้วยยยยย กัปตันกับโค้ชมั่นใจกันขนาดนี้หมายความว่าไงนะ” ทุกคนเว้นคางามิประสานเสียงพร้อมกัน นำร่องแซวโดยหนุ่มหน้าแมวจอมกวน ก่อนจะโดนฮิวงะเขกกะโหลกทั้งสีหน้าแดงก่ำไม่ต่างอะไรจากโค้ชสาว

 

“แล้วคุโรโกะล่ะครับ?” หนุ่มผมสีน้ำตาลชี้ยุ่งชะโงกมองหาหญิงสาวอีกคนที่จำแลงกายเป็นชายเข้าร่วมทีมแข่งขันบาสเก็ตบอล ท่ามกลางเหล่าชายหญิงหลายช่วงวัยในชุดยูกาตะหรือผู้ชายบางคนอาจแต่งฮากามะมาเดินเล่น ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนสวมเสื้อยืดธรรมดามาเดินเที่ยวเล่น มองหายังไงก็ไร้วี่แววร่างบางผมสีอ่อนตัดสั้น

“ฉันอยู่นี่ค่ะ” เสียงหวานเรียบดังขึ้นกลางวงสนทนา ทุกคนถึงกับถอยผงะกันไปคนละทิศละทางร้องเสียงหลงตกใจกับการปรากฏตัวแบบจืดจางไม่เป็นที่สังเกตเห็น

“ค..คุโรโกะ..เหรอ!!?” คางามิอ้าปากค้างตะลึงพรืด มองคู่หูตัวเล็กในชุดยูกาตะสีดำปักลายดอกซากุระสีชมพูอ่อนสลับฟ้าคาดโอบิสีชมพูเข้ม เรือนผมสีฟ้าอ่อนสั้นประดับด้วยกิ๊ฟดอกซากุระเรียงซ้อนกัน ดวงหน้าหวานผินมองหันมามองคู่หูของตนเพียงช่วงสั้นๆที่ได้สบตา ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ถึงกับหน้าเห่อร้อนราวกับเป็นพิษไข้อาการเดียวกับที่ถูกพวกรุ่นพี่แซวในร้านเนื้อย่าง ยิ่งมองมากเท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงมากเท่านั้น

 

“คางามิ..ยากิโซบะของนายหกแล้ว”

“ห..ห่ะ!!!!”

 

ฮิวงะมองรุ่นน้องตัวสูงเด็กนอกจากอเมริกาแต่ดันเวอร์จิ้นเรื่องเพศแบบสุดๆ ทำท่ากะลกกะลนหลังพบว่ากล่องโฟนใส่ยากิโซบะตกพื้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ริโกะเดินเข้ามาวิสาสะจับมือจูงสาวจืดจางออกมาจากวงล้อมผู้ชายให้มายืนข้างๆตัวเอง

“น่ารักไหมล่ะ นี่ฉันลงทุนเลือกชุดเองแต่งหน้าให้ด้วยนะ” ริโกะยืดอกภาคภูมิใจในความสามารถในการแปลงโฉมสาวจืดให้ดูสวยสะพรั่งโดดเด่นเสียจนเหล่าหนุ่มๆที่เดินผ่านไปมาเหลียวมองมาแทบจะทุกคน

 

 

..กลายเป็นเป้าสายตาเหมือนครั้งงานนิทรรศการเทย์โคว..

 

 

“คุโรโกะแต่งยูกาตะขึ้นมากเลยล่ะ!!”  ฟุริฮาตะชมยกใหญ่ เหล่าเพื่อนปี 1 อีกสองคนพยักหน้าเห็นด้วย

“น่ารักน่าเลิฟมากเลย!!” รุ่นพี่หนุ่มตี๋เจ้าของมุกฝืดชูนิ้วโป้งให้ แล้วไหนจะคำชมอีกหลายๆคนรุมเข้ามาไม่ยั้ง ทำเอาสาวผมฟ้าก้มหน้างุดขวยเขินหน้าแก้มขึ้นสีชมพูระเรื่อ

“ข..ขอบคุณค่ะ” เธอโค้งขอบคุณคำชื่นชมเหล่านั้นทั้งเสียงตะกุกตะกัก ยิ่งทำให้เจ้าตัวดูใสซื่อน่ารักมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

 

 

น่ารัก…คุโรโกะ เท็ตสึยะ น่ารักได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!!!!!! สมาชิกเซย์รินพากันเคลิ้มอยู่ในใจ

 

 

ในที่สุดก็ครบแก๊งค์ชมรมบาสเก็ตบอล พวกเขาเดินจับกลุ่มเที่ยวชมงานเทศกาลไปด้วยกัน แวะนู่นซื้อนี้กันเป็นระยะๆจนตอนนี้ของกินอยู่ในมือคนละอย่างสองอย่าง ริโกะจับสังเกตเห็นหน้าคมเข้มชวนหาเรื่องตลอดเวลาของบุรุษคิ้วสองแฉกแล้วก็ยิ้มทีนัยยะบางอย่าง เธอชะลอฝีเท้าลงให้ถอยห่างจากกลุ่มเหล่าปี 1 ทั้ง 5 คนที่จับกลุ่มคุยกันพร้อมลากเอาฮิวงะกับอิซึกิให้ลงมาคุยด้วย พวกเขากระซิบงึมงำๆบางอย่างก่อนจะพยักหน้ากันและกัน แล้วอาศัยจังหวะที่ฟุริฮาตะชวนคุโรโกะไปเล่นซุ้มโยนห่วงเขยิบเข้ามาสะกิดแขนคางามิ

“มีอะไรเหรอ…ครับ?”  คางามิเลิกคิ้วสองแฉกสูงอย่างฉงนสงสัย

“ฉันถามแล้วนายต้องตอบตามความจริงนะ” ริโกะกอดอกทำท่าทีขึงขัง ไม่ต่างจากเหล่ารุ่นพี่อีก 5 คนที่ยืนแทบจะล้อมวงเขา ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจนัดเซย์รินก็ยินดีพยักหน้าตอบทั้งสีหน้าเหลอหลา

 

“นายชอบคุโรโกะใช่ไหม?”

 

“หา!!!!!!”  มิโตเบะพุ่งเข้ามาปิดปากคนผมแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูทันที ไม่ให้เจ้าตัวส่งเสียงดังจนไปถึงหูคุโรโกะ

“จะส่งเสียงดังทำไมกันห่ะ!!!ตอบมาเบาๆซิ!!”  ริโกะเท้าสะเอวมุ่นคิ้วทำดุอีกฝ่าย

“ก..ก็โค้ชถามอะไรแปลกๆนี่..ครับ!!ผมจะ..ไปชอบ…”  หลังจากเป็นอิสระจากมือหนุ่มร่างสูงพูดน้อยคิ้วหนา เขารีบแย้งข้อสงสัยเหล่านั้นพลางหันไปมองร่างผอมบางตรงซุ้มโยนห่วง ท่าทีเอาจริงเอาจังที่แสดงออกมาเพียงเล็กน้อยด้วยการมุ่นคิ้วนิดๆ ตั้งหน้าตั้งตาเล็งห่วงหลากสีโยนให้ลงเป้าในชุดยูกาตะสีดำลายดอกซากุระ…

 

 

ฉ่า!!!!!!!!!!!

 

แก้มสากขึ้นสีแดงก่ำประหนึ่งลูกตำลึงสุก คางามิ ไทกะ รีบหันหนีจากคุโรโกะ กลับมาก็เจอเหล่ารุ่นพี่ยืนยิ้มหลิ่วตามีเลศนัย

“หน้าแดง หายใจไม่ทั่วท้อง เอะอะก็เผลอมองตลอดเวลาแบบนี้ ไม่เรียกว่าตกหลุมรักแล้วจะเรียกว่าอะไรกันยะ เจ้าบ้ากามิจอมซื่อบื้อ!!” ริโกะแซวไม่พอหยิบเอากระจกพกพามาส่องหน้าคางามิให้เจ้าตัวเห็นกันจะๆตา ว่าสีหน้าตัวเองในตอนนี้เป็นเช่นไร

“ถ้านายชอบคุโรโกะพวกเรายินดีสนับสนุนนะ ฉันว่านายกับเธอดูเข้ากันได้ดีออก” ฮิวงะกล่าวทั้งรอยยิ้มบางๆ เดินไปตบไหล่อีกฝ่ายแรงๆ “ยินดีที่เติบโตขึ้นนะพ่อหนุ่มเวอร์จิ้น”

“ต..เติบโตอะไรกัน!!!…ครับ!!”  เอซเซย์รินเถียงหน้าแดงเข้มหนักไปกว่าเก่าทั้งเสียงตะกุกตะกัก ไอ้ครั้นจะเถียงต่อจู่ๆเหล่ารุ่นพี่กลับเดินเข้าไปพร้อมลากเอาคางามิไปสมทบกับคุโรโกะ ฟุริฮาตะและปี 1 อีกสองคน

“คุโรโกะเจ้าบ้ากามิอยากจะกินยากิโซบะอีกน่ะ แต่ดูเหมือนจะร้านจะต้องย้อนไปไกล เธอไปเป็นเพื่อนหมอนี่ทีนะ” โค้ชสาวชี้นิ้วโป้งไปยังหนุ่มร่างสูงกำยำ โกหกสร้างเรื่องหน้าใสทั้งรอยยิ้มหวานประดุจนางฟ้า คุโรโกะมองผ่านไปสบตาสีเพลิง คางามิหน้าแดงหนักกว่าเดิมจนเผลอหลุบตาลงหลบสายตาฉับพลัน

“ได้ค่ะ” คุโรโกะขานรับไม่ทันคิดอะไร เธอฝากห่วงทั้งหมดให้ฟุริฮาตะกับพ้องเพื่อนสานต่อ เดินเข้าไปหาคู่หูแสงที่ยืนเกร็งหลังจากรับรู้ความจริงเกี่ยวกับอาการแปลกๆของตนจากปากเหล่ารุ่นพี่ในชมรมบาส  “นำไปเลยค่ะคางามิคุง”

“อ…อ่า..” คางามิยกมือเกาหัวแกร่กๆ พยักหน้าทั้งเสียงสั่นประหม่า ช่วงเวลาสั้นๆในจังหวะที่คุโรโกะไม่ทันสังเกตเห็นเพราะมัวแต่ตั้งเป้าเดินตรงไปร้านยากิโซบะ คางามิเหลียวหลังมามองเหล่ารุ่นพี่ที่พากันยกนิ้วโป้งฉีกยิ้มกว้างส่งซิกกระซิบให้กำลังใจ

 

 

“สู้ๆนะเจ้าบ้ากามิ!!!”

 

 

.

.

.

 

 

 

“เอ่อ..อาคาชิจจิ”

“มีอะไรเรียวตะ?”

“คือว่า..พวกเรากำลังมาเที่ยวงานเทศกาล”

“ใช่..พวกเรามาเที่ยวงานเทศกาล..แล้วมีอะไร?”

“อ่าห่ะ..คือ…ที่อาคาชิจจิทำน่ะ..มาไถ่ค่าเช่าร้านไม่ใช่เหรอ!!”

 

คิเสะ เรียวตะในชุดยูกาตะสีเหลืองลายน้ำทะเลสีฟ้าและนกนางนวลคาดโอบิสีน้ำเงินร้องเสียงหลงมองหนุ่มผมแดงชี้ยุ่งรับปึกแบงค์พันเยนจากร้านค้าย่อยต่างๆมาตลอดเส้นทางถนนที่จัดงานเทศกาลฤดูร้อน พร้อมด้วยบอดี้การ์ด 2 คนขนาบซ้ายขวาทั้งเขาและเธอ ไม่แปลกเลยที่ตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาพวกเขาได้กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนที่ต่างพากันมาเที่ยวชมงานเทศกาลฤดูร้อนในกลางจังหวัดเกียวโต ทำเอาพวงแก้มใสขึ้นสีแดงอับอายระคนประหม่า

 

“แก้คำพูดใหม่ซะเรียวตะ อาคาชิคอเปอเรชั่นเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายรายใหญ่ให้ทางเกียวโตในการจัดงานเทศกาลฤดูร้อนมาตลอดทุกปี ที่ดินแถวนี้เป็นอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวผม เงินเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเขาจำต้องจ่ายอยู้แล้ว” คนหนุ่มผมแดงอธิบายไประหว่างนับเงินจนในปึกจนแน่ใจว่าครบไม่ขาดเหลือก่อนจะส่งให้บอดี้การ์ดเก็บรักษาเอาไว้

“เฮ้อ..แบบนั้นไม่ได้เรียกว่ามาเที่ยวหรอกนะอาคาชิจจิ เรียกมาทำงานดีกว่า” นางแบบสาวเบ้ปากบ่นกระปอดประแปด กลอกตาเบื่อหน่าย แทนที่จะได้เดินทอดน่องสบายๆลัลล้าไปตามประสา กลับต้องมาตามอีกฝ่ายเก็บเงินต้อยๆเสียอย่างงั้น

 

 

จะว่าไป..เราแอบเดินหนีไปก็ได้นี่นา…

 

 

คิดเช่นนั้นแล้วปากอิ่มยกยิ้มมีเล่ห์นัย พวกบอดี้การ์ดทั้งสามก็ง่วนอยู่กับการช่วยเหลือนายนับเงินอยู่ นางแบบสาวผมทองอาศัยจังหวะนี้ค่อยย่องก้าวถอยหลังแวะเข้าร้านหน้ากากซื้อเอาหน้ากากจิ้งจอกมาสวมใส่  ก่อนจะเดินเนียนหายเข้าไปในฝูงชนที่สวมหน้ากากเดินเล่นเหมือนเธอ

“นายน้อยครับ..คุณคิเสะเธอ…”

“ผมรู้แล้ว นายคนคอยตามเรียวตะไปห่างๆอย่าให้เธอรู้ตัวก็พอ” อาคาชิตอบโดยที่ไม่สนใจแม้แต่จะชายตาแลนางแบบสาว บอดี้การ์ดมองตากันปริบๆ แล้วโค้งรับคำสั่งนายเหนือหัวเดินสะกดรอยตามสาวผมทองดัดลอนปล่อยยาวสลวยไป ทิ้งให้บอดี้การ์ดอีกหนึ่งที่ยังอยู่กับชายผมแดง ลอบมองใบหน้าคมคายหล่อเหลาครึ่งซีกแทบจะถอดแบบจากนายท่านมาซาโอมิสมัยหนุ่มๆก็ไม่ปาน จะต่างก็เพียงได้นิสัยอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความสุขุมนุ่มลึกจากนายหญิงผู้ล่วงลับไปแล้วอย่าง อาคาชิ ชิโอริ

 

 

ที่น่าฉงนคือ…นิสัยส่วนนั้นกลับหายไปตั้งแต่จบการศึกษาระดับมัธยมต้น

ราวกับว่าเด็กหนุ่มที่พวกเขาคอยอารักขามาตลอดตั้งแต่เล็กจนโตไม่ใช่คนเดิมที่เคยรู้จัก

 

 

“นายน้อยไม่ห่วงคุณคิเสะหน่อยเหรอครับ?”

“ผมส่งบอดี้การ์ดไปแล้ว ไม่มีอะไรต้องน่าห่วง” คำตอบที่ฟังดูไม่ค่อยจะตรงคำถามเสียเท่าไหร่ ยิ่งทำเอาบอดี้การ์ดในชุดสูทดำเลิกคิ้วสูงก่อนปรับมาเป็นสีหน้าเรียบนิ่งขึงขังเหมือนเคย คอยเดินตามหลังคุ้มกันว่าที่ผู้นำตระกูลรุ่นต่อไป

 

 

.

.

.

 

ยิ่งดึกมากเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งแห่แหนมางานเทศกาลมากขึ้นเท่านั้น คางามิกับคุโรโกะเดินเคียงคู่กันพยายามเบียดแทรกฝูงชนที่เดินสวนผ่านไปมาแน่นขนัดจนแทบหายใจไม่ออก โชคยังดีที่เขาเป็นคนตัวสูงกว่ามาตรฐานชายเลยไม่ค่อยรู้สึกลำบากเท่าไหร่เมื่อเทียบกับหญิงสาวคู่หูเงาลวงตาที่แทบจะหลุดหายไปในฝูงชนทุกเมื่อ ทว่า..ด้วยทักษะสายตาในการช่างสังเกตที่ได้รับการฝึกฝนในการเล่นบาสมาตลอดนับ 4 ปี จึงหลบเลี่ยงหาช่องว่างในการเดินแทรกผ่านไม่ให้เดินชนผู้คนแล้วไล่ตามทันคู่หูแสงคนปัจจุบันได้ทันท่วงที

“ร้านยากิโซบะนี้ใช่ไหมคะ?”  มือชี้ตรงไปยังร้านปีกซ้ายขึ้นปักป้ายไว้ว่า ‘Yaki-umai’ คางามิพยักหน้าเออออไปตามน้ำ ทั้งสองเข้าไปต่อแถวใช้เวลาไม่นานนักก็กลับออกมาพร้อมกับถ้วยโฟมยากิโซบะ 1 ถ้วยสำหรับคนหนุ่มหัวแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู

“จะไปไหนต่อไหมคะคางามิคุง” เสียงหวานเรียบเย็นถามทั้งหน้าตายไร้อารมณ์

 

 

แย่ล่ะ!!!ยังไม่ทันได้คิดว่าจะทำอะไรต่อจากนี้ดี!!!!

 

มือแกร่งยกขึ้นเกาหัวแรงจนหัวยุ่งฟูกว่าเก่า คิ้วสองแฉกขมวดมุ่นครุ่นคิดจนหัวปั่น สมองทึบๆพยายามหาทางรั้งสาวผมฟ้าให้อยู่กับตัวเองสองต่อสองให้นานขึ้นแต่ยังไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดเชิญชวนยังไงดี

 

เดี๋ยวนะ!!!!แล้วทำไมเราต้องอยากอยู่กับคุโรโกะสองต่อสองฟร่ะ!!!?

 

“คางามิคุง”

“ห..หา!!!?” เสียงทุ้มร้องดังตกใจที่จู่ๆสาวผมฟ้าสวมยูกาตะสีดำลายดอกซากุระเดินเข้ามาประชิดใกล้

 

 

ตึกตัก!!ตึกตัก!!ตึกตัก!!ตึกตัก!!

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เราควรกลับไปรวมกลุ่มกับโค้ชนะคะ”  ?”  เด็กสาวผมสีฟ้าสั้นติดกิ๊ฟดอกซากุระกำลังเลี้ยวกลับไปเส้นทางเดิม คางามิสอดสายตาไปมารอบด้านก่อนจะหยุดลงที่ซุ้มช้อนปลาทองตรงหัวมุม

“ป..ไปช้อนปลาทองกันไหม?”   คนหนุ่มออกปากชวนทั้งรอยยิ้มประหม่าจนเขาเองก็ยังแปลกใจกับท่าทีเหล่านั้นของตัวเอง  ดวงตาสีฟ้าช้อนสบตาสีเพลิงขวางโลกซึ่งตอกนนี้ดูสั่นไหวเห็นได้ชัดครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบรับคำชวนเดินตามหลังร่างสูงคู่หูแสงไปยังซุ้มช้อนปลาทอง เขาควักเหรียญจ่ายเงินซื้อกระชอนกระดาษมา 3 อันย่อตัวนั่งแล้วหน้าอ่างกระบะ เล็งปลาทองตัวเล็กแหวกว่ายไปมาแล้วช้อนตักขึ้น!!

 

 

โพล๊ะ!!!

 

กระชอนทะลุเสียไปหนึ่ง ปลายังหลุดรอดอยู่ในอ่าง เขาจิ๊ปากไม่พอใจโยนกระชอนที่พังลงถังขยะข้างตัวแล้วหยิบเอาอันใหม่เล็งตักช้อนปลาทองอีกครั้ง

 

โพล๊ะ!!!

 

“ขาดอีกแล้ว!!” เขาร้องหัวเสียหงุดหงิด ยิ่งคุโรโกะย่อตัวนั่งมองดูเขาตั้งสมาธิช้อนปลาก็ยิ่งกระดากอายประหนึ่งเสียหน้าชอบกลนัก  ดวงเนตรสีเพลิงหลุบมองกระชอนในมือเหลืออยู่อันเดียวเท่านั้น…ถ้าอันนี้พลาดอีกเขาก็ต้องจ่ายเงินซื้อใหม่

“ฉันช้อนให้นะคะ”  คุโรโกะแบมืออาสา  คางามิหันไปสบตาสีฟ้ากลมโตนิ่งยากแก่การอ่านความคิดสลับมือเล็กๆตรงหน้า ชั่งใจโลเลพักหนึ่งก่อนยอมทำตามคำขอส่งกระชอนให้อีกฝ่ายรับช่วงต่อ คุโรโกะถามเขาว่าอยากได้ตัวไหนคางามิชี้ไปยังปลาทองตัวโตที่สุดที่ว่ายอยู่ในน้ำ เธอพยักหน้าหงึกหงักแล้วหันกลับไปเพ่งมองปลาทองตัวนั้น  ระหว่างที่เด็กสาวกำลังตั้งใจเล็งช้อนปลาอยู่ ดวงเนตรสีเพลิงอาศัยช่วงเวลานี้ลอบมองคนข้างกายเสียไม่ได้

 

 

เนื้อผ้ายูกาตะสีดำขับผิวขาวอยู่แล้วให้ผ่องอำพันยิ่งขึ้นไปราวกับหิมะในฤดูเหมันต์  เส้นผมสีฟ้าอ่อนตัดสั้นชี้ยุ่งประดับประดาด้วยกิ๊ฟดอกซากุระล้อมดวงหน้าหวานที่ได้รับการแต่งแต้มบรัชออนสีชมพูอ่อนๆกับลิปกลอตสีชมพูบางๆให้ดูเป็นธรรมชาติ

 

 

…คุโรโกะน่ารักได้ขนาดนี้เลยเหรอ…

 

ยิ่งมองหัวใจยิ่งเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจเข้าออกติดขัดไม่สะดวกเหมือนดั่งเคย..เขามองร่างเล็กๆใต้เสื้อยูกาตะแต่งกายแบบเด็กสาวทำให้ล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นผอมบางแค่ไหน..บอบบางจนอยากที่จะใช้ลำแขนสองข้างโอบกอดเอาไว้

 

 

 “หน้าแดง หายใจไม่ทั่วท้อง เอะอะก็เผลอมองตลอดเวลาแบบนี้ ไม่เรียกว่าตกหลุมรักแล้วจะเรียกว่าอะไรกันยะ เจ้าบ้ากามิจอมซื่อบื้อ!!”

 

 

คำพูดของไอดะ ริโกะ ดังก้องเข้ามาในหัว…ทั้งหมดทั้งมวลที่เขารู้สึกต่อ คุโรโกะ เท็ตสึยะ สอดคล้องตรงกับสิ่งที่หญิงสาวพูดทุกประการ

 

 

เราชอบยัยนี่แล้วงั้นเหรอ!!!!

 

 

 

“ได้แล้วค่ะคางามิคุง”  หลังจากพยายามอยู่นานคุโรโกะช้อนปลาทองได้สำเร็จ ให้เจ้าของร้านจับใส่ถุงพลาสติกส่งให้ คำพูดของเธอดึงสติของหนุ่มผมแดงอมน้ำตาลไหม้กลับมา  เธอสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่จ้องเธอนิ่งเงียบนานจนน่าสงสัย ตาสีฟ้ากระพริบปริบมองแล้วเอ่ยเรียกชื่อย้ำอีกครั้ง “คางามิคุง?”

“อ…อ่า!!ขอบใจนะ!!”  คางามิรับถุงปลาทองมาถือ ตาสีเพลิงมองปลาทองตัวน้อยที่ว่ายไปมาในน้ำ ก่อนหลุบสายตาตรงไปยังดวงหน้าหวานไร้อารมณ์ที่ยืนมองเงียบๆ จ้องเขาอยู่นานจนรู้สึกหวั่นใจ…

“มีอะไรติดหน้าฉันเหรอ?”

“เปล่าค่ะ…ฉันแค่คิดว่าพวกเราควรจะกลับไปรวม..” คุโรโกะส่ายหน้าพูดไม่ทันจบดีเสียงริงโทนเมลแล่นเข้ามาในมือถือ พอเปิดฝาผับขึ้นมาดูก็พบกับข้อความส่งตรงจากโค้ชสาว

 

 

‘พอดีฮิวงะกับอิซึกิพาพวกฟุริฮาตะไปดกสาเกจนเมาแอ๋  ฉัน มิโตเบะและโคกาเนะเลยต้องแบกเจ้าพวกบ้านี้กลับไปบ้านพัก ยังไงเธอเที่ยวเล่นกับเจ้าบ้ากามิไปก่อนล่ะกันนะ

 

ไอดะ ริโกะ

 

“เมลจากใครเหรอ?” หน้าคมคายชะโงกหน้ามามอง คุโรโกะผับฝามือถือเก็บในกระเป๋าถุงผ้าเล็กๆ

“จากโค้ชค่ะ เมลมาบอกว่าทุกคนเมาสาเกจนต้องกลับบ้านพัก เลยให้พวกเราเที่ยวกันต่อสองคน” คุโรโกะสรุปสั้นๆให้คนหนุ่มฟัง คางามิ ไทกะ พยักหน้าหงึกหงัก

 

 

ให้เที่ยวกันสองคน..สินะ…เดี๋ยวนะ!!!เที่ยวกันสองคน!!!!

 

 

 

ถึงเขาจะซื่อบื้อ แต่ถ้าใบ้มาขนาดนี้ก็ไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่าเหล่ารุ่นพี่จงใจสร้างเรื่องเปิดช่องทางให้สองคู่หูแสงเงาได้เดทกันสองต่อสองในงานเทศกาลฤดูร้อน..จะว่าเคืองก็เคือง แต่ลึกๆคางามิดันอยากกลับไปโค้งขอบคุณพวกรุ่นพี่ซักล้านรอบ

“ถ้างั้นเราไปเที่ยวกันต่อไหม?” ฝ่ายผู้ชายชวนต่อ คุโรโกะจับคางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง  สองหนุ่มสาวเดินไปแวะไปตามร้านค้าและซุ้มกิจกรรมละเล่นต่างๆมากมายเป็นระยะๆ ความตื่นเต้นในอกซ้ายค่อยๆลดลงจนบัดนี้เขาสามารถเดินเคียงคู่สนทนากับคุโรโกะได้ปกติเหมือนสมัยตอนที่เขาคิดกับเธอแค่เพื่อน

 

 

แม้ว่าขณะนี้จะรู้ใจตัวเองแล้วว่า…ความรู้สึกได้เปลี่ยนไป…

 

 

 

“มีอะไรเหรอคุโรโกะ?” เขารู้สึกว่าเด็กสาวชะลอฝีเท้าลง..ดวงหน้าหวานหันไปมองร้านทางซ้ายมือ คางามิหันมองตามก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองร้านนมปั่นตาวาววับเปล่งประกาย..สงสัยจะคิดว่าเหมือนวานิลลาเชคเป็นแน่

“เดี๋ยวฉันไปซื้อให้นะ”

“แต่ว่า..คิวยาวนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ถือซะว่าตอบแทนที่เธอยอมมาเป็นเพื่อนซื้อยากิโซบะไง” คางามิฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว คุโรโกะยิ้มบางๆปล่อยให้ร่างสูงเดินวิ่งตรงไปต่อคิวร้านนมปั่นที่ยาวเฟื้อยจนไประรานหน้าร้านคนอื่นๆ

 

 

“…คางามิคุง”  เสียงหวานพึมพำเอ่ยชื่อคู่หูของตน..ดวงเนตรที่แสร้งเป็นนิ่งสั่นไหวเป็นประกายเศร้าบางอย่าง เธอก้มหน้าเม้มปากเป็นแนวเส้น รู้สึกลำบากใจกับสิ่งที่เธอสังเกตเห็น

“จะทำยังไงดี” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ เสียงกลองดังกระฮึ่มเป็นจังหวะทำให้เธอลืมคิดกังวลหันไปมองขบวนพาเหรดแบกเกี้ยวเหล่าสาวงามในชุดกิโมโนแต่งหน้าขาวทั้ง 5 คน 5 สีสันโปรยกรีบดอกไม้ฤดูร้อนไปทั่วโดยมีเหล่าบุรุษกำยำร่วมด้วยช่วยกันแบกเกี้ยวเดินแสดงความแข็งแรงกำยำอันเป็นไฮไลท์สำคัญของงาน ดูอลังการงดงามจนเธอไม่อาจละสายตาได้

 

 

ในช่วงเวลาที่ขบวนพาเหรดกำลังผ่านหน้า..เสี้ยววินาทีนั้น..ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนเบิกกว้างสุดขีดสะท้อนร่างสูงคุ้นตาที่เดินอยู่อีกฝากฝั่งถนนตรงข้ามกับเธอ…

 

 

 

 

“ได้แล้วคุโรโกะ!!” คางามิวิ่งกลับมาจุดนัดพบพร้อมนมปั่นแก้วใหญ่ เขากวาดสายตาไปรอบๆที่หลงเหลือไว้เพียงซากกลีบดอกไม้หลากสีสันบนพื้น ท่ามกลางเสียงเพลงกับเสียงกลองที่ดังกึกก้องไปทุกหนทุกเห็น ไม่ว่าสอดสายตามองหาซักเท่าไหร่ก็ไม่เจอเด็กสาวผมสีฟ้าตัดสั้นชี้ยุ่ง

 

“คุโรโกะ?”

 

 

..เงาลวงตาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย…     

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

กระเป๋าหนังปิดล็อกบรรจุเงินค่าเช่าร้านที่ตามเก็บจนครบรายชื่อวางไว้บนเบาะหลังจึงปิดประตูรถตาม บอดี้การ์ดหนุ่มหันมายืนมองเด็กหนุ่มร่างสูงมาตราฐานชายญี่ปุ่นเพื่อรอรับคำสั่งต่อจากนี้

“รอผมอยู่ที่นี่ซักพัก ผมว่าจะอยู่รอดูดอกไม้ไฟแล้วค่อยกลับ”  อาคาชิ เซย์จูโร่ออกคำสั่งเสร็จสรรพ บอดี้การ์ดโค้งรับคำสั่งนายเหนือหัวทำตามโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ รถลีมูซีนขับออกไปไกลเกินกว่าระยะสายตาจะมองเห็น  ร่างสูงโปร่งเดินปลีกตัวออกจากถนนจัดงานขึ้นบันไดอิฐลัดไปยังเนินเขาที่จัดวางเป็นสวนเส้นทางค่อนข้างขรุขระเล็กน้อย ขนาบไปด้วยป่าไผ่ทั้งสองข้างทางไร้ซึ่งแสงไฟ..มีเพียงดวงดาราบนท้องนภาส่องแสงระยิบระยับอันริบหรี่

 

 

กึก!!!

เท้าสวมรองเท้าแตะหนีบหยุดเดินลงเสียดื้อๆตรงสะพานข้ามฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นทางลัดตรงไปยังศาลเจ้าอุจิงามิ

 

“จะหลบตรงนั้นอีกนานไหม ‘เท็ตสึยะ’”

 

สิ้นเสียงทุ้มเรียบนิ่ง…ดวงตาคู่คมปราดตรงไปยังต้นสนสูงใหญ่ในป่าบนเนินเขา สถานที่ร่างบางยืนหลบซ่อนอยู่ คุโรโกะใจหายวาบร่วงหล่นไปอยู่ตาตุ่มเธอเม้มปากแน่นข่มความรู้สึกตื่นเต้นเอาไว้ แล้วค่อยๆก้าวเดินออกไปทีละก้าวช้าๆ ประจันหน้ากับร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่ง

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่…อดีตกัปตันสมัย ม.ต้น หรือก็คือ ‘เจ้าชาย’ ที่รอคอยมานานแสนนาน

 

 

 

“อาคาชิคุง..”เธอกระซิบเรียกชื่ออีกฝ่ายทั้งเสียงแผ่วเบา มองเข้าไปในดวงเนตรคู่คมที่บัดนี้หาใช่แววตาดั่งเดิมที่เคยสบมอง

 

 

..สีแดงทั้งสองกลับกลายเป็นสองสีไม่เข้าคู่

 

 

“……”

“……”

 

ต่างคนต่างไม่พูดไม่จา..เอาแต่เงียบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่าน กับเสียงเพลงแว่วลอยขึ้นมาจากงานเทศกาลที่จัดอยู่ในตัวเมืองด้านล่าง คุโรโกะกุมมือกันและกันแน่นบิดไปมา

 

 

มีเรื่องอยากจะพูดมากมายนับไม่ถ้วน..ครั้นได้พบเจอทุกอย่างกลับจุกแน่นในลำคอ

 

 

“บนเนินเขาหลังศาลเจ้าอุจิงามิเป็นจุดชมวิวที่ดีที่เห็นดอกไม้ไฟชัดเจนที่สุด” จู่ๆคนหนุ่มเปิดบทสนทนาขึ้นมาเสียอย่างนั้นทั้งสีหน้าเคร่งขรึมยากจะอ่านความคิดความรู้สึกที่เก็บซ่อนอยู่ภายใน เธอสะดุ้งไหวเล็กน้อยเอียงคองุนงง ประโยคที่กล่าวถัดมาจากปากหนาได้รูปไขข้อสงสัยดังกล่าวแล้วเรียกริ้วสีแดงขึ้นบนพวงแก้มใส

 

“เธออยากจะดูรึเปล่า?”

 

คำถามสั้นๆ เหมือนเชิญชวน..คุโรโกะตาโตเกือบเผลอยิ้มออกมา ก่อนที่จะรีบปรับสีหน้าทำนิ่งเข้าไว้ รวมถึงยั้งความปิติยินดีเหล่านั้นเอาไว้…บางที..เธออาจจะคิดเข้าข้างตัวเองก็เป็นได้…

 

 

อ่านไม่ออก…จวบจนบัดนี้ก็ยังไม่อาจรับรู้ความคิดคนตรงหน้า

ทั้งที่ใจอยากเข้าใจคนๆนี้มากกว่าใคร   

 

 

 

คนผมสีฟ้าพยักหน้าตอบ แล้วเดินก้าวเข้าไปหาร่างสูงสวมยูกาตะสีขาวลายดอกสึบากิปักอยู่ชายผ้าเบื้องล่างทับด้วยเสื้อคลุมสีครีม สองหนุ่มสาวอดีตเพื่อนร่วมทีม..เดินตามหลังอีกฝ่ายก้าวข้ามสะพานไม้ไปอีกฝากฝั่งแม่น้ำ

“อาคาชิคุงสูงขึ้นนะคะ”  เธอพยายามชวนอีกฝ่ายคุย ตาสีฟ้าชำเลืองมองชายผมแดงข้างหน้า..แผ่นหลังกว้างแกร่งอันยิ่งใหญ่เสมอไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ยิ่งตอนนี้อีกฝ่ายสูงขึ้นกว่าเดิมจนเธอจับสังเกตได้ในขณะที่ส่วนสูงตัวเองเริ่มชะลอตัวลงตามสภาพฮอร์โมน  เขาครางรับในลำคอโดยไม่หันมามอง..ไม่แม้แต่จะเหลียวมาสบตา แต่เจ้าตัวก็ไม่ถึงกับเงียบปากลงเสียดื้อๆ ราวกับว่ารู้อาจทำให้คุโรโกะคิดมาก

“ยูกาตะเหมาะกับเท็ตสึยะดีนะ”

คุโรโกะหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู..อีกฝ่ายกำลังชมการแต่งกายของเธออยู่ หัวใจที่เกือบจะปวดหนึบนึกว่าถูกเมิน พองโตขึ้นมาแทน เธอก้มหน้างุดๆ กล่าวขอบคุณทั้งเสียงอ้อมแอ้ม “ข..ขอบคุณค่ะ”

“อยู่เซย์รินสบายดีไหม?”  ร่างสูงเปิดเรื่องถามไถ่สารทุกข์สุขดิบในชมรมบาสเก็ตบอลที่เธอเข้าร่วมแข่งขันต่อ

“ค่ะ…ทุกคนดีกับฉันมาก” คุโรโกะเล่าทั้งรอยยิ้มน้อยๆ หลับตานึกถึงบาสเก็ตบอลที่โลดแล่นบนสนามเปี่ยมรอยยิ้มสนุกสนาน..ยามที่ชัยชนะเข้ามาอยู่ในมือพวกเราทุกคนวิ่งไปกอดคอกระโดดโลดเต้นดีใจไปด้วยกัน..

 

 

จู่ๆเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินนำเบื้องหน้าหยุดลงเสียดื้อๆ คุโรโกะเงยหน้าขึ้นลืมตามองอย่างสงสัย ก็พบว่าคนผมแดงหันกลับมามองด้วยสายตาบางอย่าง เพียงช่วงสั้นๆเธอสังเกตเห็นบนหน้าหล่อเหลามุ่นคิ้วลงเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้ามาเคร่งขรึมเหมือนดั่งเคย

“อ..อาคาชิคุง?”

“เหลือเวลาอีก 10 นาทีจะจุดพลุกันแล้ว ผมไม่อยากเสียเวลา” เขาตัดบททั้งเสียงเย็นเยียบจนน่าฉงนหนักไปกว่าเก่า คุโรโกะกระพริบตาปริบๆ ไอ้ครั้นจะอ้าปากถามอีกฝ่ายก็เดินต่อไปเอาเสียดื้อ ทำให้เธอต้องรีบเร่งฝีเท้าเดินตาม

 

.

.

.

 

 

คางามิ ไทกะ วิ่งให้ว่อนตามหาร่างเล็กบอบบางผมสีฟ้า ไม่ว่าจะไปทางไหนก็ไม่พบเงาร่างคุโรโกะซักนิด เขาสบถคำรามเสียงทุ้มต่ำวิ่งต่อไปยังหัวมุมร้าน จังหวะนั้นชนเข้ากับคนๆหนึ่งที่สวมหน้ากากจิ้งจอก จนหน้ากากนั้นหลุดออกจากใบหน้า

 

“โทษที!!”

“ไม่เป็นไรค่ะ..อ้าว!!!คางามิจจิ!!!”

“คิเสะ!!?เธอมาทำอะไรที่นี่!!?”

 

เจ้าของเรือนผมสีแดงน้ำตาลไหม้อ้าปากค้างตกใจ  ก่อนจะก้มลงหน้ากากจิ้งจอกส่งคืนให้หญิงสาวผมทองดัดลอนปล่อยยาวสลวยสวมยูกาตะสีครีมลายน้ำทะเลกับนกนางนวล

“ก..ก็มาเที่ยวน่ะ แหะๆ” คิเสะเก้าแก้มตอบ เฉหลบตาคู่คมใต้คิ้วสองแฉก..ไม่อยากบอกเล่าเรื่องที่เธอต้องดั้นด้นมาเกียวโตด้วยสาเหตุอะไร   เธอสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมีสีหน้าร้อนรนมองหาใครบางคนหน้าจึงอดถามเสียไม่ได้

“หาใครอยู่เหรอคางามิจจิ?”

“คุโรโกะน่ะสิ!!จู่ๆก็หายไปไหนก็ไม่รู้!!บ้าจริง!!”  ร่างสูงวิ่งจนเหงื่อท่วมตัว ตอบทั้งสีหน้าร้อนรนใจ ดวงเนตรคู่คมสั่นไหวแสดงให้เห็นถึงความหวาดหวั่นในใจ กริยาท่าทางเช่นนั้นทำเอาร่างบางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก..สถานการณ์ที่กำลังประสบพบเจอตอนนี้ราวกับได้หมุนเวลาย้อนกลับไปบนดาดฟ้าเทย์โคว

 

 

 

“นี่..อาโอมิเนจจิ ฉัน..ถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

“มีอะไรก็ว่ามา?” 

“อาโอมิเนจจิรักคุโรโกจจิใช่ไหม?”

 

 

เหมือนเทปกรอซ้ำๆในความทรงจำอันแสนเจ็บปวด…และแล้ว…สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็ได้วนกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่คิเสะเห็นในตอนนี้จากคนหนุ่มผู้เป็นแสงปัจจุบันของคุโรโกะสะท้อนภาพอาโอมิเนะ ไดกิ ในวันวาน…

 

 

..แสงสว่างยังคงหลงใหลเพียงเงาลวงตา..

 

 

“ทำไมต้องเป็นฉันที่เห็นเรื่องแบบนี้….”  คิเสะพึมพำทั้งเสียงสั่นเครือ  คางามิ ไทกะ หันกลับมามองร่างบอบบางที่ก้มหน้าลงต่ำบีบหน้ากากจิ้งจอกแรงจนเกิดรอยร้าว ยืนตัวสั่นระริกดูเปราะบางอย่างงุนงง

“เป็นอะไรไปคิเสะ?”  มือแกร่งขยับเอื้อมไปอย่างกล้าๆกลัวๆ หมายแตะไหล่บอบบาง  พลัน!!!คิเสะพุ่งเข้ากอดเขาแน่น..แน่นจนคนตัวสูงตกใจ ยิ่งก้อนเนื้อนูนนิ่มสองก้อนบดเบียดแผงอกเขายิ่งหน้าขึ้นสีแดงเข้มไปจนถึงใบหูทันที!!!

“เฮ้ย!!คิเสะเป็นอะไร..อุ๊บ!!!!”  ปากหนาปิดสนิทด้วยสัมผัสนุ่มนิ่มประทับจูบแนบแน่น  สตรีผมสีทองดัดลอนยาวสลวยเขย่งเท้าจูบเขา!!! คางามิตั้งสติกลับมาผลักดันร่างบางให้ถอยห่าง พร้อมยกหลังมือเช็ดปากที่บวมเบ่งจากรสจูบเมื่อครู่

“ทำบ้าอะไรของเธอห่ะ!!!!”  เขาตะโกนถามทั้งเสียงกรรโชก…ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากร่างบอบบางผมสีทองดัดลอน ทำเพียงแค่ก้มหน้าลงต่ำจนผมหน้ามาปรกสีหน้า

 

 

“อย่าไป..ได้ไหม..คางามิจจิ..” ปากอิ่มชมพูระเรื่อขยับวอนขอทั้งเสียงสั่นเครือ

“…..”

“อย่าเมินฉันไปอีกคนจะได้ไหม?”

 

 

ลูกหมาไม่สำเหนียกสถานะปรารถนาหลงใหลผืนฟ้า..ที่ไม่มีวันเอื้อมถึง

 

 

“พูดอะไรของเธอกันแน่คิเสะ?” คางามิ ไทกะ มุ่นคิ้วสองแฉกไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ ประกอบกับการถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้เขาระแวงในตัวผู้จัดการทีมไคโจ  ก่อนตัดสินใจวิ่งผ่านร่างบอบบางผมทองที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า

 

 

แม้แต่เปลวเพลิง..ตัวตนที่คล้ายคลึงก็ยังไม่คิดสน

 

 

นางแบบสาวทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น…นั่งอยู่แบบนั้นไม่สนใจสายตาคนรอบๆที่รุมมองพลางกระซิบกระซาบสงสัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มือบางกำชายยูกาตะแน่น..กำจนยับยู่ เนตรสีทองสะท้อนเห็นเงาตัวเองที่ทอดยาวบนพื้นถนน..ยิ่งมองเท่าไหร่ก็ยิ่งปวดใจเท่านั้น

 

“ฮึก…ฮึก!!!”

 

สุดท้ายแล้ว..ก็เป็นได้เพียงลูกหมามอมแมมที่ถูกทอดทิ้งไว้ริมถนนอย่างเดียวดาย

 

 

.

.

.

 

 

ยอดเขาสูงหลังศาลเจ้าเป็นจุดชมวิวที่เห็นทิวทัศน์เมืองได้ชัดเจนและใกล้กว่าจากจุดชมวิวของบ้านพักตากอากาศที่ริโกะไปเปิดเช่าไว้เสียอีก คุโรโกะเดินตามมายืนอยู่ข้างๆร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งที่ยืนเกาะรั้วไม้กันตกเขาเอาไว้ ใบหน้าคมคายแหงนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวแจ่มชัดสมกับเป็นวันฟ้าเปิดสดใสไร้เมฆหมอกบังตาดั่งเมืองหลวงโตเกียว เธอเงยหน้าชมดวงดาวเช่นเดียวกับเขาก่อนจะเหลือบตามองใบหน้าคมคายครึ่งซีก..อกซ้ายเต้นแรงเจียนหลุดออกจากร่าง เนตรข้างซ้ายที่กลายเป็นสีทองเรืองรองตอนนี้เหลือบจ้องมองเธออยู่นิ่งไม่วางตา

 

 

สีทองเสมือนดั่งมงกุฎแห่งจักรพรรดิ ครั้นได้สวมใส่ต้องละทิ้งซึ่งศักดินาเดิมที่เคยมีมา

 

 

“!!!!!!!”  ระยะห่างที่เว้นไว้ระหว่างเราสองมาตลอดเส้นทางลดลง..คนหนุ่มเป็นฝ่ายเขยิบเข้ามาใกล้โดยที่หญิงสาวไม่คิดจะถอยหนี  ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าแต่งแต้มสีสันด้วยเครื่องสำอางเบาๆ บรัชออนที่ทาไว้บนแก้มยังแดงสู้ สีแดงเลือดฝาดที่แล่นริ้วไปทั่วทั้งใบหน้า

“อ..อาคาชิคุง” เธอปรามทั้งเสียงแผ่วเบา..หาได้มีความหนักแน่นใดๆจนน่าละอายใจ ปล่อยให้มือแกร่งยกขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมสีฟ้าลากไล่ผ่านแก้มใสลงมาหยุดที่คางแล้วขยับเชยคางขึ้น ริมฝีปากอิ่มเล็กสั่นระริก..ยามสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ   เนตรสีอ่อนกลมโตปรือลงสะท้อนภาพที่มีเพียงใบหน้าคมคายหล่อเหลาสมกับฐานันดรสูงศักดิ์ที่รับรู้ได้นับตั้งแต่วันแรกที่พบเจอ

 

 

จากเด็กชายผมแดงวัย 5 ขวบวันนั้น..ยังคงสง่างามชวนหลงใหลไม่เคยเปลี่ยนแปลง

 

 

 

 

ปุ้ง!!!!ปุ้ง!!!!!!

 

พลุไฟหลากสีสันพุ่งขึ้นจากเมืองเกียวโตสู่น่านฟ้าแตกกระจายเป็นดอกไม้ไฟสวยงามจับตา แสงสีเสียงส่องสว่างวาบไปทุกหนทุกแห่งทั่วผืนนภาตจังหวัดเกียวโต ไฮไลท์ที่สำคัญอันเป็นนิมิตอันดีให้ชาวญี่ปุ่นได้รับรู้ว่าเวลานี้…

 

 

 

ฤดูร้อนของพวกเราได้สิ้นสุดลง

 

 

 

“เธอคิดว่าผมจะจูบเธองั้นเหรอ เท็ตสึยะ”  ดอกไม้ไฟดวงสุดท้ายแตกกระจายหายไป เหลือเพียงความมืดกับความเงียบที่ยังคงอยู่เป็นนิรันดร์กาล อาคาชิหยุดไว้เพียงแค่นั้น..ริมฝีปากของชายหนุ่มหญิงสาวที่เติบใหญ่จากเด็กชายหญิงวัย 5 ขวบดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยสัญญาเพียงหนึ่งที่ผูกพันกันไว้จนได้กลับมาพบเจอกันอีกครั้งในเทย์โคว..ริมฝีปากที่หยุดเว้นช่วงห่างจวนเจียนจูบเท่านั้น

 

 

…ตราบาปที่สร้างไว้กับเจ้าชายแสนรักโดยไม่รู้ตัว…จนทำให้เขาต้องกลายเป็น ‘จักรพรรดิ’

 

 

“อาคาชิ เซย์จูโร่ คนนั้นที่เธอรู้จักตายไปแล้ว..ผมจะไม่สนใจอะไรอีกนอกจาก ‘ชัยชนะ’ ”  ร่างสูงผละออกจากร่างบอบบางที่ยืนตัวแข็งทื่อแบบนั้น เขาเหลือบตามองผ่านหลังเด็กสาวไปยังทางขึ้นเขา ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

 

 

“มีคนมาตามหาเธอแล้ว”

 

 

ร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งเดินผ่านอีกฝ่าย ประจวบเหมาะกับที่คางามิ ไทกะ วิ่งขึ้นมาถึงเนินเขาสูงจุดชมวิวหลังศาลเจ้าอุจิงามิ นัยน์ตาสองสีน่าประหลาดสบเข้ากับนัยน์ตาสีเพลิงมาดมั่นเปี่ยมไปด้วยพลังบ้าบิ่น  ขายาวสวมกางเกงยีนส์ชะงักหยุดลงมองร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งสวมยูกาตะทางการสีขาวลายดอกสึบากิทับเสื้อคลุมสีครีม เพียงแค่ช่วงสั้นๆกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศกดดันอึดอัดหายใจไม่ออกแผ่กระจายจากอีกฝ่าย ยิ่งประจันหน้าเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งกดทับหลังคอ

“หวังว่าผมจะได้เจอนายบนสนามแข่งวินเทอร์คัพนะ คางามิ ไทกะ”  เขาทักทั้งรอยยิ้มเย็น

“ห่ะ!!?”  ร่างสูงกว่าเหลียวมองตามคนผมแดงที่เดินผ่านไปเฉยชิบหลังจากทิ้งท้ายประโยคท้าทายเอาไว้ก่อนจากลาหายไปในเงามืด…คางามิเกาหัวแรงๆฉงนสนเท่ห์ระคนประหลาดใจในประโยคสนทนาเมื่อซักครู่ที่ผ่านมา

 

 

 

เจ้านี่เป็นใครกัน? ทำไมรู้จักเรา ?

 

 

 

ข้อสงสัยเหล่านั้นหายไปเมื่อพบเห็นคนที่ตัวเองเที่ยววิ่งพล่านตามหาจนแทบพลิกเมือง เขาเดินเข้าไปขยี้หัวสีฟ้าอ่อนแรงหมั่นเขี้ยวจนยุ่งเหยิงหนักกว่าเก่าเป็นการลงโทษที่ริอาจหายหัวไปโดยไม่บอกไม่กล่าว

“อย่าหายไปแบบนี่สิคุโรโกะ!!ดีนะที่ลุงร้านช้อนไข่เขาเห็นเธอมาทางนี้ไม่งั้นฉันได้โทรแจ้งตำรวจแน่ๆ !!” ถึงจะรู้แก่ใจว่าหญิงสาวจืดจางจนยากจับตัวเจอ..กระนั้นก็อดเคืองไม่ได้ที่เล่นหายไปต่อหน้าต่อตาทิ้งเขาให้เดินเคว้งคว้างกลางงาน

“เฮ้ย!!!คุโรโกะเป็นอะไร!!!ร้องไห้ทำไม!!!!”  คนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้หน้าตาตื่นตกใจสุดขีด ดวงหน้าหวานยืนสะอึกสะอื้นน้ำตาไหลพรากอาบแก้มใส..คุโรโกะทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น กรีดร้องร่ำไห้หนักอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

 

เจ็บปวดใจราวกับถูกเข็มนับพันทิ่มแทงในอก ร้าวรานเกินทนกว่าเด็กหญิงจะคงความเข้มแข็งไหว

แววตาแสนรักคู่นั้นช่าง ‘เย็นชา’ เหลือเกิน

 

 

 

TBC

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

 

จบอินเตอร์ไฮน์ไปกับเทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นค่ะ หลังจากนี้จะเข้าสู่วินเทอร์คัพเป็นการแข่่งฤดูหนาวซึ่งจะจัดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ท่านมามีบทเต็มๆแล้วตอนนี้ ท่านเยอะจริงๆ  ฮาาาาา เดี๋ยวจิลืมพระเอกพอดี

หลังจากนี้ท่านจะมาเยอะขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆจนถึง..ฉากกรรไกรในตำนาน ก็จะมาเต็มบทแล้ว ตอนนี้คิดซะว่าพักการแข่งบ้างมาเป็นแนวรักๆใคร่ๆ เสียที เฮ้อออ ค่อยเขียนง่ายหน่อย

 

คาดว่าภาค ม.ปลาย กะไว้ราวๆ 40 ตอนจบนะ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

 

ปล. โดนเราปล่อยรูปหลอกไปรู้สึกยังไงบ้าง ฮาาาาาาาาาาาาาาาา //เผ่น

 

 

30 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part27

  1. อ่านไปแล้วแบบว่าอยากเชือดบลัดซังจะผิดไหม กร๊ากๆๆ ทำให้คู่รัก
    หลายคู่ร้าวร้านตามๆๆกัน ชิชะ ดราม่าได้อีก ก็ว่าอยู่แล้ว ถ้าไม่ซีน
    แข่งบาสกันนะ กะต้องซีนดราม่า อารมณ์มาแบบจัดเต็มเยี่ยงนี้แล
    แต่แหมๆๆ น้องเนี่ย เครดิตดีกว่าคิเสะมากๆๆเลยสินะ ในสายตาของ
    ว่าที่พ่อสามีแล้ว รุ้สึกกองหนุนน้องเนี่ยใหญ่ไม่น้อยเลยนะเออ ฮ่าๆๆ
    แต่ท่านอะเดะ ปากหนักซึนได้อีก ซึนเข้าไป แหมๆๆ อยากบอกน้องล่ะ
    สิว่าใจจริงนะคิดถึงเลยต้องชวนมาชมดอกไม้ไฟนะข้ออ้าง แหละไง
    แหมๆๆ ที่จริงห็เผลอใจไปก่ะน้องกะบอกซี่ จะจุ๊บเขาอยู่แล้วทำเป็นกั๊ก
    น่าตบพระเอกจริงๆๆช๊อตนี้แม่ยกไม่ปลื้มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    หมั้นไส้จักรพรรดิตั้งแต่ตอนแก้ต่างคิเสะกับท่านพ่อแล้ว กะพอเข้าใจอยู่
    ว่าถ้าโดนคุณพ่อจ๊วกเละซะขนาดนั้นใครจะทนไหว แต่ในทางกลับกัน
    ถ้าน้องโดนบ้าง ท่านจะช่วยน้องงี้บ้างไหม ?? แต่จะว่าไปแล้วคางามิคุง
    ตกหลุมรักน้องเข้าเต็มๆๆๆแล้วสินะ แต่ยังไม่รุ้ตัวอีก จะซื่อบวกบื้อไปถึงไหน

    • อ่าวว เชือดเราทำไม //หลบ
      พอไม่มีบาสก็เข้าดราม่ารักทันทีอย่างที่คาดเลยล่ะ น้องเครดิตดีกว่าน้องหมา เพราะป๋าเข้าดูแล้วถูกใจเอ็นดู เรียกว่าถ้า ณ เวลานี้ อาคาชิไม่มีแฟนเขาคิดจะพาคุโรโกะมางานพบปะครอบครัว เหมือนกลายๆให้ดูตัวด้วยซ้ำ 555 ท่านซึนรึเปล่านั้น ถ้าตามทวิตก็จะเข้าใจมุมท่านค่ะ แต่ในฟิคหลักเราก็ใบ้อาการท่านอยู่นะว่าเกิดอะไรขึ้นหนอ ถึงไม่จูบคุโรโกะ ถ้าเป็นน้องโดนท่านออกตัวแรงกว่านี้อีกค่ะ55555 ส่วนคางามิพอกับมิเนะ ถ้าไม่มีใครมาบอกนะไม่รู้อยู่แบบนั้น

    • 5555 อะไรก็พลิกได้ เราหลอกดาวแรงเลยงานนี้ ส่วนคิเสะนางคือสาวสวยช้ำยิ่งกว่าใคร ตอนแรกอกหัก ตอนนี้แพ้บาสแล้วต่อไป….. //อุ๊บ ไม่สปอย

  2. ค่ะ คุณพ่อก็เปิดศึกกับคิเสะเลย จริงๆสงสัยนะว่าพ่อน่าจะรู้ว่าลูกมีแฟนแล้วออกข่าวโครมๆขนาดนั้นแต่ยังสนใจหาสะใภ้ให้ลูก? แต่ลืมถามพี่บลัดทุกทีวันนี้กระจ่างแล้ว ยังกับแม่ผัวลูกสะใภ้

    กรี๊ดดดดด คางามิชอบครกกกกก อ๊ายย น่ารัก แต่อยู่ๆก็ไปกับอคชซะงั้น พี่แกมีตาจักรพรรดินี่นะถึงมองเห็น ชวนคุยไม่กี่คำแต่เข้าใจว่าบรรยายกาศมันอึดอัดจริงๆ แล้วช็อตเกือบจูบ “เธอคิดว่าผมจะจูบเธอเหรอ” หนอยแน่ะแก ครกน่าตบด้วยท่าอิกไนซ์พาสให้ปลิวไปทั้งชุดยูกาตะแล้วบอกว่าถ้าไม่งั้นจะเข้ามาใกล้แล้วเอามือจับหน้าฉันทำไม คนอ่านแค้นแทน รึว่าเขาชะงักที่เห็นคางามิเลยหยุดจูบคะ??

    สงสารคิเสะ ทั้งไดกิทั้งคางามิก็ชอบคุโรโกะหมดเลย สงสารจัง/เดินไปกอดนางจิ้งจอก แถมโดนล่ามโซ่ไว้อีก เขาจะเลิกกันเมื่อไหร่คะรึจะคบกับคิเสะจนถึงแมตแข่งราคุซันเลย?/ รุกจูบคางามิเธอรู้มั้ยว่าตานี่มันเวอร์จิ้นนะยะ เขินแปป แต่สุดท้ายก็กลายเป็นหมาถูกทิ้ง………พี่คาซา! มาเก็บหมาไปเลี้ยงที เลี้ยงอย่างดีด้วยนะรักษาหัวใจให้ด้วย คบกันไปเลย!! อยากบอกว่าเชียร์ ไฟดำ คาซาเหลือง แดงคุเรนะ นี่ครกจะเปิดฮาเร็มสินะ อคช ไดกิ ไทกะ โมโมอิ

    สรุปว่างานเทศงานนี่ มีผู้หญิงร้องไห้ช้ำใจตั้งสองคน……พี่บลัดจ่ายค่าน้ำตาหนูมาเลยค่ะ../หลบทีน

    • พ่อรู้พร้อมทุกคนในประเทศตั้งแต่ ม.ต้น ที่อาคาชิให้สัมภาษณ์กับคิเสะว่าคบกัน พ่อปรี๊ดแตกมากเหมือนหยามหน้าไม่บแกไม่กล่าวผู้นำครอบครัว แถมคนที่คบดันมีอาชีพวงการบันเทิงซึ่งมาซาโอมิเขาไม่โอเคอยู่แล้ว ถึงจะแฟนก็ยังไม่แต่ง เลิกได้เสมอ มาซาโอมิจะมองหาลูกสะใภ้ก็ไม่แปลกนะแล้ว..อ่านตอนนี้ก็จะรู้ล่ะว่าป๋าเขาค่อนข้างโอเคกับน้องมาก 55
      พี่เสือถ้าไม่บอกก็ทึ่มอยู่แบบนี้ร่ำไป ฮาา น้องก็รักอาคาชิพอเจอคนที่รัก ไม่ได้ติดต่อนานก็วิ่งตามทันที ทั้ง2คุยกันน้อยไม่กี่คำแต่เห็นชัดว่าค่อนข้างอึดอัดมาก เรื่องอดีตด้วยไหนจะท่านกลายเป็นโบคุชิไปแล้วอีก ชอตเกือบจูบดูทุกคนเคืองมาก555 ท่านใส่ยูกาตะขาวมีลายดอกไม้ทั้งทีจะอิกไนต?พาสหมดรูปหล่อเลยเหรอ สาเหตุที่ไม่จูบมีอยู่นะ ตอนคุยๆกันท่านแสดงความไม่พอใจออกมาในประโยคหนึ่งที่น้องตอบประกอบกับอดีตที่ท่านเองก็ช้ำมาหนักกับการมี่น้องคบมิเนะแถมจำท่านไม่ได้ด้วย ไม่ใช่เพราะเห็นคางามิขึ้นมาน่อ

      คิเสะเป็นตัวละครที่น่าสงสารสุดในเรื่อง ยิ่งหลังๆยิ่งรันทด แดงเหลืองจะคบถึงเมื่อไหร่อันนี้ต้องลุ้นล่ะ คิเสะรู้อยู่แล้วว่าคางามิเวอร์จิ้นเรื่องพวกนี้ ตอนอเมริกาถูกอเล็กซ์รุกจูบบ่อยจะเรียกว่าเวอร์จิ้นทางความรู้สึกมากกว่า 555 หมาน้อยเจอเรื่องแย่มาเยอะพอเห็น คงม ออกอาการชัดว่าชอบน้อง ตัวเองก็เริ่มๆสนใจ คงม เลยเฟลหนักจนแบบ..เผลอแสดงด้านอ่อนแอออกมา คงม ก็ไม่แลอีก

      พี่คาซาเป็นคนที่เข้าใจเคียงคิเสะมากสุดแล้ว ณ เวลานี้ เพียงแต่ตอนนี้จะรู้สึกยังไงกับหมาน้อยนี่แหละ ข้าเห็นแดงคุเรนะ..จะให้ท่านคบพี่สาวยายรึ ฮาาาาาาา

      • แดงคุเรนะเหรอคะ อืม ถ้าคุเรนะรู้ว่าอาคาชิไปทำกับหลานสาวเขายังไง น่าจะตามมาหลอกให้ผมร่วง หึ…#ทีมแอนตี้(อดีต)พระเอกknl -_-+ (สาธุถ้าคุโรโกะเลิกชอบนายจะเสียใจ!!)

  3. จากทวิตที่เคยบอกว่าถ้าเป็นไปได้ท่านอยากได้ลูกสาวมากกว่าลูกชาย
    ลูกสาวก็ดีนะคะ ถ้าลูกโตเป็นสาวมาลองถูกไอ้หนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้ทำให้เสียใจแบบที่ท่านทำกับน้องจะได้เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่บ้างว่ารู้สึกยังไง(ex. พ่อของครกเป็นต้น) หรือจู่ๆ ลูกสาวท่านโดนลากไปเป็นแฟนกำมะลอๆ แบบจำใจกับไอ้บ้า(?)ที่ไหนก็ไม่รู้ มาคิดๆดูลูกสาวก็ดีค่ะจัดไป
    //ได้ข่าวว่า ณ จุดๆนี้จูบก็ยังไม่ได้จูบกัน ฮ่วยย ปลดพระเอกเถอะค่ะ คุณพ่อนั่นแหละเป็นพระเอกของเรื่องนี้

    • นี่แช่งท่านเลยเหรอ 5555 แร๊งงงง ถ้าลูกสาวโดนแบบครกหรือคิเสะ จะทางไหนก็ช้ำทั้งนั้น หัวอกอาคาชิคงช้ำแค้น อาจจะส่งคนมาตบหัวไอ้หนุ่มนั้นก็ได้นะ
      เรื่องจูบเกือบแระ..แต่..ยั้งไว้ และแล้วจนถึงตอนนี้พระนางก็ยังไม่ได้ทำอะไรกันมากกว่าแตะตัวนิดๆหน่อยๆ ท่านเขายังไม่อยากจูบตอนนี้ เขามีฟิลบางอย่างที่..จงใจทำถ้าตามทวิตเราโรลมุมท่านอยู่จะเก็ตมากขึ้น

    • ความรู้สึกที่ผู้อ่านกำลังเป็นอยู่ เป็นไปตามที่เราสะท้อนมุมมองคิเสะเจอใน ม.ต้น ล่ะ คือ ผญ จะคิดว่านางอ่อย ผช 55555 ไม่แปลกค่ะ

  4. ทำไมรู้สึกว่า..คิเสะเนี่ย อาโอมิเนะก็ชอบ คบกับอาคาชิ แล้วก็มาจูบคางามิอีก นี่คิดจะไปชอบผู้ชายทุกคนเลยเรอะะะ ให้ความรู้สึกอ่อยเล็กๆยังไงก็ไม่รู้แฮะ

    • คิเสะชอบมิเนะนะ แต่มิเนะไม่สน ขณะเดียวกันเจอคางามิก็เรียกว่าสนใจนิดๆเพราะคล้ายมิเนะ ส่วนอาคาชิพูดให้ถูกคือโดนบังคับให้คบมากกว่า ตอนแรกอกหัก2คนก็เลยยอมคบเลียแผลใจกัน เหมือนหาที่พึ่งพักใจที่ประสบเหตุเหมือนกัน ไปๆมาๆคิเสะคิดว่าควรจะเลิกคบอาคาชิก็ไม่ยอมอีก ส่วนจูบคางามิเหตุผลก็ชัดเจนว่า คงม ทำท่าชอบ ครก เหมือนซ้ำรอยเดิมอ่ะ เรียกว่าจี้แผลเก่าที่เกิดกับมิเนะ มันเป็นฟิลเคว้งคว้างมากกว่าอ่อยนะ

  5. ท่านนี่..ทำมาอ่อย.. อยากจูบน้องก็บอกมาเถอะะะะ ทำมาแก้เก้อ เย้ยหยันน้อง
    เห็นน้องใส่ยูคาตะ หลับตายิ้มแย้มมีความสุข แล้วจี๊ดหัวใจล่ะซิ

    คิเสะนี่โนคอมเมนต์ เข้าใจอยู่นะ แต่อ่อนไหวง่ายไปมั้ยลูกกกกกก
    จากสามเส้ามันจะเพิ่มสี่ห้าเส้าแล้ว

    • พระเอกขี้อ่อยอ่ะ ก๊ากกกกกกกกกก //หลบกรรไกร
      เป็นอย่างที่mmพูดเลยค่ะ ท่านประชด ท่านจี๊ด ท่านตามที่โรลจะเข้าใจฟิลท่านเลยค่ะ

      ส่วนคิเสะนี่…อารมณ์เจอหลายเรื่องชนบางทีก็รับแรงกดดันไม่ไหวเหมือนกัน
      แพ้บาส มิเนะเมิน โดนพ่ออาคาชิเหยียด อาคาชิสั่งห้ามเลิก เจอคางามิที่ตัวเองสนใจๆดันไปชอบคุโรโกะอีก ตอนนี้จำนวนเศร้าเริ่มปมยุ่งเหยิงขึ้นเหลือแค่จะคลายปมยังไงต่อจากนี้ล่ะ

      • แอบคิดไว้ พอท่านไม่ยอมจูบ น้องกระชากท่านมาจูบแทนจะเป็นไงเนี่ย ? 555 เล่นตัวนัก จูบเสร็จบอก.. อาคาชิคุง รสจูบไม่ได้เรื่องเลย ..แล้วสะบัดบ๊อบหนี

  6. อ๊ากกก อ่านจบเเล้วอยากกระโดดกัดพี่บลัดอะะ ทำไมทำร้ายโดยการสปอยรูปชวนหวานเเต่เนื้อเรื่งชดราม่าอยากนี้ละะะ อ่านเเล้วสงสารน้องจังอารมณ์เเบบ รอมานานสุดท้ายก็…อะนะะ #อินเป็นการส่วนตัว
    รู้สึกปลื้มมมที่ท่านพ่อเชียร์น้องงงง555
    เเล้วก็ชอบคางามิมากกเลยอยู่ด้วยกันเเล้วน่ารักที่สุดซักอยากเชียร์คนนี้เเทน 555
    ท่านเองก็เลิกซึนเถอพะจะได้ไม่เป็นภาระครอ่านกับคนเเต่ง 555

    • กัดเรา..เราเจ็บนะ เราแค่หลอกดาวเอง //ยิ้มมม
      สุดท้าย อคช ก็เย็นชาใส่อยู่ดี ปวดตับต่อไป
      ส่วนพ่อเชียร์น้องมากเลยลืะ555เรียกว่าถูกใจน้อง
      ไฟดำดูน่ารักดูใสๆ เพราะเหมือนจุดเริ่มต้นของไฟสำหรับความรัก อะไรๆก็สดใสมุ้งมิ้ง ส่วนท่านจะเลิกซึนไหมอันนี้ก็..ต้องดูกันไปล่ะ

  7. เห็นเเล้วสงสารคิเสะอ่าคนสวยเเต่ไม่มีใครสนซะงั้น? ส่วนท่านก็เย็นชากับคุโรโกะเกิ๊น!!!จะจูบเเล้วเสียดายมากๆค่ะ=.=

  8. กริ๊ดดดดดดดดดดดดด ! ไฟเหลือง คากามิจิเสร็จ เค้าแน่ ^_^ / เวลาคนเราจูบกับใครไปแล้วมีโอกาส 90 % ที่จะหลงไหลอีกฝ่าย !
    เชียร์สุดๆใจ ถ้า คิเสะ เรียวตะ จะคบกับ คากามิ ไทกะ
    ป.ล. ถ้าคากามิจิต้องผ่าตัด เรียวตะจังยินดีถ่ายเลือดมห้น่ะเจ้าค่ะ ^_^ และ ชุดกิโมโน ใส่ยากชะมัดรู้อย่างนี้ไปยอมถ่ายแบบ ซากุระเซทก็ดีจิ

  9. ขอโทษนะค่ะ เข้ามาอ่านช้าไปหน่อยค่ะ!//กราบบลัดงามๆหนึ่งที
    เอาล่ะค่ะ เข้าเรื่องล่ะน่ะค่ะ เริ่มจากพระเอก อาคาชิซามาค่ะ จะเก๊กไปถึงไหนค่ะ ตัวเองก็เจ็บ ลูกผม(คุโรโกะ)ก้เจ็บ หันหน้ามาเคลียกันสิค่ะ เป็นราชาซะป่าว ดันหนีปัญหา ผมก้เจอแบบคุณน่ะ ผมแอบเพื่อนสนิทผม แล้วเขาก้บอกให้ผมเป็นแม่สื่อให้ พอเป็นแฟนกันก้ดันมาหวานต่อหน้าอีกผมนี้หนีไปร้องไห้ทุกที แต่สุดท้ายก้เคลียกันอ่ะ แล้วก้เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมค่ะ ผมเข้าใจว่าต้องใช้เวลาถึงกล้าเคลียแต่อย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยวด้วย คิเสะไม่เกี่ยวเลยน่ะ ปล่อยเขาไปเหอะ~ส่วนคิเสะนี้ผมเข้าใจ(เคยอกหักๆ)แต่ผมไม่สนใจน่ะคนที่คล้ายคนที่ผมชอบอ่ะ เพราะไงเขาก้คือเขาเหมือนกันแค่ไหนยังไงก้ไม่ใช่อ่ะ การทำแบบนี้เลยดูเป็นการหลายใจและอ่อยไปในตัวแม้จะไม่ตั้งใจก้ตามค่ะ
    ส่วนคางามิหนูเป็นผู้บริสุทธิ์ ยังไม่มีอะไรให้ติค่ะ เพราะงั้นข้าม~มาคุโรโกะ(ลูกผม)เอาจิงๆผมค่อนข้างโกรธยุน่ะ ที่มันเป็นแบบนี้ส่วนใหญ่มันมาจากลูกผม(ไม่ใช่พี่บลัดย้อ)แล้วก้องค์ประกอบหลายๆอย่าง อาคาชิเองก้ผิด เรื่องอันล่ะเก่งนัก พอเป็นเรื่องลูกผมก้ดันไม่มีเหตุผล ไม่ใช้สมองอีก ดีๆๆอย่างนี้เมื่อไหร่จะได้คืนดีกัน ระวังท่านพ่อมาซาโอมิมาเคลียให้แล้วจะหนาวน่ะค่ะ สุดท้ายนี้พี่บลัดสู้ๆค่ะ ปล.เกรียดอาโอมากกกก~มันทำร้ายลูกผม!!!!!!

    • โดนเรียงตัวเลยนะเนี่ย5556 ขอบคุณที่เข้ามาคอมเม้นต์นะคะดีใจมากเลย มีอะไรให้ปรับปรุงก็บอกได้เสมอนะคะ
      อาคาชิเก๊กไปถึงไหน คิดว่าจนถึงแมตท์ราคุซันล่ะหรืออาจจะยาวนานไปยันตอนจบมั้ง ฮาาา คนหนีปัญหาไม่ใช่ราชาแต่เป็นเจ้าชายที่ทนรับความจริงไม่ได้ จนต้องให้อีกบุคลิกออกมานะ คิเสะไม่เกี่ยวเลยเป็นแค่เหมือนหมากที่ใช้ประดับว่า ผมก็มีแฟนผมไม่เห็นต้องสนเท็ตสึยะ อาคาชิไม่มีเหตุผลเรื่องความรักสินะ555 บางทีคนเราก็กลายเป็นคนงี่เง่าได้ด้วยความรักนะเออ เรื่องความรู้สึกที่พูดยากเหมือนกัน คนเราไม่เหมือนกันหรอกเรื่องความเข้มแข็งของจิตใจ คิเสะถือว่าเจอปัญหาทางจิตใจเยอะเทียบเท่าอาคาชิเลยก็ว่าได้ เรื่องผู้หญิงไม่ชอบ เรื่องมิเนะไม่แล เรื่องคุโรโกะเมินตอน ม.ต้น แถมล่าสุดดันแพ้บาสอีก จริงๆมีอีกปัญหานึงที่จะกล่าวต่อไปเป็นคนที่ดราม่าชีวิตหนักมากและเลือกที่จะยิ้มชะลาล่าสู้ การกระทำของคิเสะดูอ่อยในสายตาคนภายนอกแต่ก็มีเหตุผลของมันอยู่นะ ตอนนี่คิเสะคือตัวละครที่เคว้งคว้างค่ะดังคำว่าความเหงาทำให้ใจสั่น คางามินั้นจะดีหรือไม่ดีต้องรอลุ้น คุโรโกะก็เป็นอีก1ต้นเหตุของเรื่อง เพราะเธอโดนมิเนะหลอกและก็เลือนรางหน้าตาเจ้าชายด้วย อาโอมิเนะโดนทำสาวร้องไห้2คนเลยนะ ก๊ากกก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s