[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part29

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Kuroko no love 29

 

 

 

ฝนตกหนักไม่มีท่าทีว่าจะหยุด สุดท้ายการแข่งสตรีทบาสก็ต้องยกเลิกไปอย่างน่าเสียดาย ฟุริฮาตะกับกลุ่มเพื่อนแยกตัวกลับไปก่อน จึงเหลือเพียงแค่คู่หูแสงเงาเดินกลับบ้านกัน 2 คนเพียงลำพัง ด้วยเหตุที่ไม่ได้พกร่มประกอบกับยิ่งนานเข้าฝนยิ่งตกหนักเรื่อยๆ พวกเขาทั้งสองจึงต้องยอมแพ้เลิกฝ่าฝนไปหลบใต้ชายคาร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งริมถนน

“ฝนตกหนักมากแบบนี้พายุเข้าชัดๆเลยนะคะ” คุโรโกะมองต้นไม้ไหวลู่เอนตามกระแสลมแรง เสียงฟ้าร้องดังโครมครามสนั่นหวั่นไหวสลับประกายแสงฟ้าแล่บสว่างวาบบนท้องฟ้าเป็นระยะๆ

 

 

เงียบ…ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากคนข้างตัว..

 

 

ใบหน้าไร้อารมณ์หันไปมองหนุ่มร่างสูงกำยำ คางามิ ไทกะเอาแต่ยืนก้มหน้าเงียบเหม่อลอยมองท้องฟ้าครึ้มเทาดำจากพายุทั้งสภาพเนื้อตัวเปียกโชกไม่ต่างจากเธอ มือแกร่งแตะสร้อยแหวนเงินตลอดไม่คิดปล่อยวาง

“คางามิคุง…คางามิคุง” เรียกสองครั้งก็ไม่ได้ยิน เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้เขย่งเท้า พูดเสียงดังกว่าเดิมซึ่งหากเทียบแล้วก็นับว่าเบากว่าและเนิบนาบราบเรียบโทนเย็นประหนึ่งแว่วเสียงผีกระซิบ “คางามิคุง!!”

“ห..ห่ะ!!!!!!!อะไรคุโรโกะ!!!!”  คนตัวสูงสะดุ้งตกใจ ตาสีเพลิงตวัดหันมาสบตาสีฟ้ากลมโตนิ่งๆไร้อารมณ์ที่จ้องเขม็งไม่วางตา

“คิดถึงฮิมุโระคุงอยู่เหรอคะ” ไม่บ่อยที่คนอย่างคางามิ ไทกะ จะเหม่อลอยและสาเหตุที่ทำให้เกิดเช่นนั้น คุโรโกะเดาได้ไม่ยากว่าเกิดจากพี่ชายร่วมสาบานที่พบเจอกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาแน่  คางามิผงกศีรษะช้าๆ ทั้งสีหน้าหม่นหมองก่อนจะหันกลับไปมองแหวนในมือ..แหวนที่มีค่าเก็บเกี่ยวความทรงจำอันดีงามในสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่เรียกว่า ‘พี่น้อง’

 

 

 

“แต่ตอนนี้ฉันไม่ต้องการเป็นพี่ชายนาย ถ้าคิดจะวัดผลแพ้ชนะต้องตัดสายสัมพันธ์นั่นทิ้งไปซะ!!”

 

 

เสียงทุ้มละมุนกลับเอ่ยปากออกมาด้วยถ้อยคำเย็นชา หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ทั้งการกระทำทั้งแววตากระทั่งสีหน้าของฮิมุโระ ทัตสึยะ ในวันนี้ยิ่งตอกย้ำให้คางามิรู้ว่าความหวังของเขาที่จะให้กลับมาเหมือนเดิมช่างดูห่างไกล..เลือนรางเหลือเกิน

“คุโรโกะ..” จู่ๆ คนที่เอาแต่ใจลอยเรียกชื่อคู่หูเงาโดยที่ ตายังคงจดจ้องกับแหวน “คิดว่าทัตสึยะจะกลับมาเหมือนเดิมไหม?”

 

 

 

…คำถามที่เต็มไปด้วยความกลัว..กลัวว่าจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไป..กลัวว่าจะไม่มีวันหวนคืนมา…

 

 

 

“ฉันเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ” คำถามที่ไม่อาจล่วงรู้คำตอบ คุโรโกะแหงนมองท้องฟ้า..ลมพายุค่อยๆสลายตัวไปช้าๆ สายฝนเริ่มซาลงจนได้ยินเพียงเสียงเปาะแปะเสมือนท่วงทำนองบทเพลงเบาๆขับขาน กระทั่งเมฆาสีทึบเคลื่อนคล้อยเผยลำแสงสีทองสว่างของดวงตะวันสาดส่องกระทบร่างเรือนรางผอมบางและชายหนุ่มเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้

“แต่ฉันเชื่อมั่นในบาสเก็ตบอลของพวกเรา..เชื่อในทีมของพวกเรา ฉันคิดว่าถ้าพวกเราร่วมแรงใจกันต้องทำให้ฮิมุโระคุงกลับมาสนุกกับบาสเก็ตบอลเหมือนแต่ก่อนแน่ค่ะ”  รอยยิ้มบางส่งมอบเป็นดั่งน้ำชโลมหล่อเลี้ยงให้กำลังใจคนหนุ่มผู้รักบาสเก็ตบอลเข้าสายเลือดยิ่งกว่าใคร ความว้าวุ่นที่ปั่นป่วนในหัวใจสงบลงจนไม่เหลือความกังวลใดๆอีก

 

 

 

..เพราะเชื่อใจและไว้ใจจึงไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนปฏิธานอันแน่วแน่…นั่นคือการแจ้งประจักษ์ในบาสเก็ตบอลที่ถูกต้อง..

..เพื่อทุกคน..และ…เพื่อ ‘เจ้าชาย’ ให้กลับมาอีกครั้ง

 

 

 

 

“อืม!!!ฉันจะชนะทัตสึยะและก็รุ่นปาฏิหาร์ยให้หมดทุกคนด้วย!!” ทั้งสองชนกำปั้นกันเป็นดั่งสัญญา

 

 

 

แสงและเงาจะไม่ย่อท้อต่อให้เจออุปสรรคหนักหนาสาหัสแค่ไหน..พวกเราจะเคียงข้างกันเสมอ

 

 

 

“ฝนหยุดตกแล้วค่ะ”

“อ่า”

ร่างสูงหันลอบมองคนผอมบางปลอมเป็นเด็กหนุ่มหันไปมองท้องฟ้า เขาพึ่งสังเกตเห็นว่าหญิงสาวตัวเปียก  เสื้อคอโปโลที่ดูค่อนข้างใหญ่เปียกจนแนบเนื้อยิ่งเจ้าตัวสวมสีขาวทำให้เขาเห็นผิวเนื้อสีผ่องปรากฏบนผ้าและ…เห็นขอบผ้ารัดอกที่ใช้ปิดบังสถานะทางเพศของตน คางามิหน้าร้อนผ่าวเลือดลมขึ้นหน้า รู้สึกวิงเวียนศีรษะราวกับจะเป็นพิษไข้เขาสอดสายตาล่อกแล่กไปทางอื่นแทนพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ฉกฉวยจังหวะแบบนี้สำรวจมองเรือนร่างใต้เสื้อผ้าแบบผู้ชาย

 

 

ให้ตายสิ!!ทำไมเราจิตใจอกุศลแบบนี้!!!หยุดเลยนะคางามิ ไทกะ!!!

 

 

 

“คางามิคุง” เสียงหวานเรียบเอ่ยเรียกชื่อคนข้างตัว คางามิสะดุ้งโหยงสุดตัวร้องเสียงดังหันกลับมาทั้งหน้าตาตื่น

“ว..ว่าไง..เฮ้ยยยยย!!!ไปเอามาจากไหน!!!!!”  จากที่ตื่นเกร็งอยู่แล้วกับการเห็นคุโรโกะ เท็ตสึยะสภาพเปียกฝน คราวนี้ยิ่งตกใจหวิดช็อกตายเมื่อหญิงสาวอุ้มเจ้าลูกหมาตัวเล็กขนสีขาวสลับดำเปียกโชกไม่ต่างกัน ดวงตาสีฟ้ากลมโตของเจ้าลูกหมาในอ้อมแขนเธอนั้น..คางามิมองสลับไปมองกับหญิงสาวที่อุ้มอยู่ก็ยิ่งร้องตกใจหนักกว่าเดิม

“ลูกหมานี่นา!!!พันธุ์ไซบีเรียด้วย!!!น่ารักกกกกก”  เสียงใสก้องกังวานดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวบางวิ่งพุ่งเข้ามาคว้าเจ้าลูกหมาในอ้อมแขนคุโรโกะชูสูงๆ  สองแสงเงามองกลุ่มคนที่เดินข้ามถนนเข้ามาสมทบจากร้านหนังสือฝั่งตรงข้ามซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเหล่ารุ่นพี่ชมรมบาสเก็ตบอลเซย์รินนั่นเอง

“รุ่นพี่มาทำอะไรที่นี่คะ” คุโรโกะถามเสียงเรียบหน้าตาย

“พวกเรามาเดินเล่นในย่านการค้าและก็มาเจอพวกนายนี่แหละ” โคกาเนะหนุ่มหน้าแมวตอบคำถามรุ่นน้องทั้งสองคน ตอนนี้พวกเขาให้ความสนใจกับลูกหมาตัวน้อยที่หนาวสั่นในอ้อมแขนริโกะ เธอมองหน้าลูกหมาครุ่นคิดครู่นึงแล้วมองผ่านตรงไปยังเด็กสาวจำแลงกายเป็นชายเบื้องหน้า

 

 

มองหมา..มองคน..มองหมา..มองคน..มองหมาอีกรอบและมองคนอีกรอบ

 

 

“เหมือนคุโรโกะเปี๊ยบเลย!!!!”  ทุกคนวิ่งมายืนด้านหลังฝั่งเดียวกับริโกะ มองหมามองคนเก็บได้สลับไปมา

“เหมือนจริงๆด้วย!!แบบนี้ต้องตั้งชื่อคุโรโกะเบอร์สองเป็นไง” อิซิกิเสนอตัวตั้งชื่อให้เสร็จสรรพ

“เบอร์สอง?”  เจ้าของนามที่ถูกหยิบไปตั้งชื่อแถมต่อท้ายหมายเลขให้ชี้นิ้วไปที่ตัวเอง เอียงคอกับชื่อที่ได้ยิน

“พูดเป็นเล่นไปอิซึกิพวกเราไม่มีที่ให้เลี้ยงหรอกนะ บ้านฉันเป็นเลี้ยงแมวคงไม่ได้แน่” ฮิวงะ จุนเปย์กล่าว ริโกะเองก็ไม่ได้เช่นกันเนื่องจากแม่แพ้ขนสัตว์ขั้นรุนแรง มิโตเบะมีน้องๆอีกเยอะเกือบ 11 คนลำพังเลี้ยงน้องก็แย่แล้วขืนเลี้ยงสัตว์อีกนิ่งแล้วใหญ่ บ้านโคกาเนะที่ไม่กว้างพอ ส่วนอิซึกิเลี้ยงหมาไว้แล้ว 1 ตัว

“ผม!!ผมไม่เลี้ยงนะ..ครับ!!!!” คางามิรีบออกตัวทันที…โดยที่ไปเกาะเสาไฟฟ้าอยู่ห่างไกลลิบท่าทางตัวสั่นหงึกๆหน้าซีดเป็นไข่ต้มเหงื่อแตกพลั่กผสมปนเปจนแยกไม่ออกว่าอันไหนเปียกเหงื่ออันไหนเปียกฝน สายตาสมาชิกเซย์รินมองตากันปริบๆแล้วหันมามองคนตัวสูงใหญ่

 

 

 

“นี่นาย..กลัวหมาเหรอ…”

“……..”

 

 

เงียบ….เงียบกริบไม่มีใครพูดอะไร…ใครจะไปคาดคิดว่าคนตัวใหญ่ๆทำเสียงกรรโชกโฮกฮากจะมีความกลัวแบบหยุมหยิมไม่น่าเชื่อแบบนี้ในตัว..พวกเขาระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่น ส่วนคุโรโกะหันไปทางอื่นกลั้นขำตัวสั่นหงึกๆ

“ม..ไม่ตลกนะ!!!ก็คนเคยโดนหมากัดนี่!!!!เจ้าสัตว์หน้าขนนั่นน่ากลัวจะตายไป!!!!!”  คางามิร้องโวยวายไม่เอาลูกเดียว ถึงเขาจะอยู่บ้านคนเดียว ส่วนพ่อกับแม่ก็ไปๆมาๆต่างจังหวัดอยู่บ่อยและก็เหมาะสุดที่จะรับเจ้าเบอร์สองไปเลี้ยงก็ตาม

“เอ่อ..เดี๋ยวฉันจะลองไปคุยกับที่บ้านล่ะกันค่ะ”  คุโรโกะยกมืออาสารับดูแลเจ้าเบอร์สองไป   นับว่าชีวิตของเจ้าเบอร์สองโชคดีที่บ้านของเธอไม่มีสัตว์เลี้ยง ทุกคนที่บ้านก็เห็นด้วยที่จะมีสัตว์เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านซักตัว เจ้าลูกหมาไซบีเรียนฮัสกี้จึงได้มีที่อยู่อาศัยกลายเป็นส่วนหนึ่งครอบครัวคุโรโกะ

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

เป็นเวลา 3 ทุ่มแล้วฝนหยุดตกสนิท ทิ้งไว้เพียงหยาดหยดน้ำรวมตัวจากยอดหญ้าไล่ลาดไปตามแรงโน้มถ่วง ร่วงหล่นสู่ผืนดินกลิ่นดินชื้นลอยผ่านเข้ามาในหน้าต่างโรงยิมเข้าเตะจมูกเด็กสาวเรือนผมสีทองดัดลอนยาวสลวยมัดทรงโพนี่เทล สวมอยู่ในชุดลำลองนักกีฬาสำหรับฝึกซ้อมการแข่งขัน เธอเดาะลูกบาสลำเลียงนำทีมเข้าหลบเลี่ยงฝ่ายตรงข้ามก่อนจะผลักบอลส่งไปให้โมริยามะ โยชิทากะ เข้าชู้ตทำแต้ม

 

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

“โอเค!!!วันนี้พอแค่นี้!!!!!” โค้ชร่างท้วมประกาศจบการฝึกซ้อมประจำวันสำหรับชมรมบาสเก็ตบอลทีมไคโจ ถึงแม้ว่าพวกเขาทุกคนจะไม่ผ่านรอบอินเตอร์ไฮน์ทำให้หมดสิทธิ์ร่วมแข่งขันในรอบคัดเลือกวินเทอร์คัพ ถึงอย่างนั้นสมาชิกก็ยังขยันฝึกซ้อมไม่ให้ฟอร์มตกอาศัยโอกาสนี้เก็บเกี่ยวประสบการณ์พ่ายแพ้หมายไปเอาคืนอีกครั้งในปีหน้า   คิเสะ เรียวตะหายใจหอบหนัก ดวงเนตรคู่งามส่องประกายวาบเรืองรองเป็นวงแหวนยามใช้ความสามารถ Copy perfect ค่อยๆดับลงกลับมาเป็นสีทองอำพันเหมือนเดิม เธอคลี่ยิ้มขอบคุณรับเอาผ้าเช็ดขนหนูจากสวัสดิการสาวทั้งหลายมาซับเหงื่อไคล ก่อนจะเดินไปนั่งพักหายใจบนม้านั่งร่วมทีมกับตัวจริงที่ใช้ในสำหรับการลงแข่งขัน

 

“คิเสะจังสุดยอดเลยนะ..ถึงกับเลียนแบบความสามารถรุ่นปาฏิหาร์ยได้แบบนี้..เหมือนได้เจอกับอาโอมิเนะ มิโดริมะ 2 คนในเวลาเดียวกันเลย” โมริยามะชมเชยนางแบบสาว

“แน่นอนอยู่แล้ว ปีหน้าไคโจจะต้องชนะแน่!!เชื่อมือคิเสะ เรียวตะได้เลย!!!”

 

หนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วที่สุดเพียงชั่วพริบตาเห็นก็สามารถเอาความสามารถเหล่านั้นมาเป็นของตัวเองพร้อมทั้งพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เธอขยิบตาชู 2 นิ้วส่งยิ้มเซเลปให้หนุ่มๆในไคโจ   พวกเขาถึงกับเคลิ้มหน้าแดงฟินเนเร่ไปเป็นแถวๆ โดยเฉพาะโมริยามะเพ้อหนักถึงขึ้นรุกเข้าหาขอเดทหน้าด้านๆจนทำให้กัปตันไคโจเขกกะโหลกอีกฝ่ายจนหัวพุ่ง

“คิเสะจังงง คราวนี้ไปเด…แอ๊ก!!!!!”

“ให้มันน้อยๆหน่อยโมริยามะ เธอด้วยจะขยันโปรยเสน่ห์ไปไหนห่ะ!!” จากโมริยามะคาซามัตสึประเคนตบหัวสาวผมทองต่อ

“โอ๊ยยยยย เจ็บนะรุ่นพี่อ่า!!!!!!”  ร่างบางกุมหลังศีรษะครวญเจ็บน้ำตาเล็ด มองค้อนรุ่นพี่ร่างเล็กกำยำแต่เปี่ยมไปด้วยความรับผิดชอบยิ่งกว่าใครเหมาะสมที่จะได้รับเลือกเป็นผู้นำทีมอย่างแท้จริง  คาซามัตสึ ยูกิโอะจ้องเด็กสาวนิ่ง..มองนานจนคนที่ทำท่าเล่นตัวจะแกล้งงอนใส่ถึงกลับเอียงคอฉงนงุนงง ช้อนสบตาสีเทาอมฟ้าเหมือนขี้เถ้าใต้คิ้วหนา..ดวงเนตรดุดันฉายแววกังวลใจจนสังเกตได้

 

 

เพียงช่วงเวลาสั้นๆเขาหนีปลีกตัวไปยืนอยู่เพียงลำพังริมหน้าต่างห่างไกลจากคนอื่นๆ  คิเสะถอนใจก่อนจะลุกขึ้นเดินตามกัปตันชมรมไปยืนเท้าขอบหน้าต่างอยู่ข้างๆ  ตาสีทองสวยมองหน้าคมคายครึ่งซีกก่อนจะหันไปทอดมองไปยังสวนหลังโรงยิมเช่นเดียวกัน

 

“รุ่นพี่ไม่ต้องห่วงนะ ปีหน้าฉันจะพารุ่นพี่ปีสองและทุกคนไปคว้าชัยทั้งอินเตอร์ไฮน์ยันวินเทอร์คัพให้ดู”

“ร่างกายเธอจะไม่ไหวเอา เลียนแบบรุ่นปาฏิหาร์ยต้องใช้พละกำลังเยอะแค่ไหนคิดว่าฉันไม่รู้รึไง ไหนจะต้องมาคอยคิดหาจุดอ่อนของแต่ละคนอีก”

 

คาซามัตสึ ยูกิโอะจิ๊ปากไม่พอใจ เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ..นี่เป็นปีสุดท้ายที่พวกเขาจะมีโอกาสเข้าแข่งขันในฐานะทีมไคโจ ตอนนี้ความหวังเหล่านั้นพังทลายลง ที่ทำได้คือต้องฝากฝังรุ่นน้องให้สานต่อนั่นแปลว่าทุกอย่างที่คิเสะพยายามมาทั้งหมดในรอบการแข่งกับโทโอช่างไร้ค่า

 

 

 

..ต้องไปเริ่มต้นใหม่…

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกรุ่นพี่ เห็นแบบนี้ฉันเป็นรุ่นปาฏิหาร์ยเชียวนะต่อให้แขนขาดขาขาดฉันก็จะทำให้ทุกคนรับมือกับรุ่นปาฏิหาร์ยให้ได้” คิเสะ เรียวตะ กล่าวทั้งรอยยิ้มสดใสยิงฟันขาวใส่กัปตันไคโจ “ฉันรักทีมนี้..รักไคโจมาก”

 

“เพราะว่าฉันคือคิเสะแห่งไคโจ..นางจิ้งจอกแห่งอัจฉริยะสีน้ำเงินนี้นา”

 

ใบหน้าคมดุดันตาโต..ตาสีขี้เถ้าสะท้อนดวงหน้าสะสวยล้อมเส้นผมสีทองสว่างไสวระยิบระยับ รอยยิ้มเปี่ยมมั่นใจจนน่าหมั่นไส้เต็มประดา ทั้งๆที่แบบนั้นเขากลับรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆที่ทำตัวบ๊องติงต๊องเป็นลูกหมาง่องแง่งผิดภาพลักษณ์บนปกนิตยสารหลายๆฉบับ

 

 

เจ้าหญิงที่แท้จริงเนื้อในหาได้เป็นเช่นนั้น

 

 

“เธอนี่มัน..สุดยอดจริงๆยัยบ๊อง”  คาซามัตสึยิ้มบางๆให้กับอีกฝ่าย คิเสะยักไหล่กวนอารมณ์นิดๆ ต่างฝ่ายต่างมองหน้าส่งยิ้มให้กัน..รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อใจซึ่งกันและกัน…

 

“เอ่อ…คิเสะจะว่าไปหมู่นี้เธอดู….”

 

 

 

ปิ๊บๆ

 

เสียงริงโทนมือถือดังขึ้นในกระเป๋านักเรียนของผู้จัดการสาวขัดการสนทนาระหว่างคนสองคน  ขาเพรียวยาวสวยก้าวกลับไปยังม้านั่งที่วางกระเป๋าตัวเองไว้โดยมีคาซามัตสึเดินตามมาติดๆ มือเรียวล้วงหยิบมือถือสมาร์ทโฟนสีดำขึ้นมาสไลด์จอเปิดดูข้อความจากฝ่ายประชาสัมพันธ์การแข่งกีฬาวินเทอร์คัพมาดู

“อะไรกัน..เราไม่ผ่านไปวินเทอร์คัพทำไมถึงส่งข้อความมา?” กัปตันไคโจเลิกคิ้วสงสัย

“อ๋อ!!พอดีว่าอยากจะรู้เรื่องของคุโรโกจจิกับทุกๆคนน่ะว่าแข่งวันไหนอะไรยังไง จะได้ไปเชียร์ถูกวันก็เลยไปสมัครแอพไว้” คิเสะยิ้มร่าเริงก่อนจะเปิดข้อความมาอ่าน

 

 

‘คิริซากิไดอิจิ VS เซย์ริน’

 

 

“คิริซากิไดอิจิ….” โมริยามะชะโงกหน้ามาดูแทรกระหว่างผู้จัดการสาวกับกัปตันทีม สตรีเรือนผมทองดัดลอนมัดโพนี่เทลเห็นหน้าของคนหนุ่มสองชักสีหน้ากังวลใจออกมา

“รุ่นพี่โมริยามะรู้จักเหรอ?” คิเสะถาม

“อ่า..ก็ไม่เชิงหรอก เพียงแต่ทีมนี้มีข่าวลือแปลกๆอยู่น่ะ”

“ข่าวลือ?”

“ทุกทีมที่เข้าแข่งกับคิริซากิไดอิจิต้องมีอันเป็นไปทุกราย ถึงแม้กรรมการจะจับไม่ได้พวกเรานักกีฬาก็ดูออกว่าพวกนั้น ‘โกง’”  โมริยามะผงกศีรษะแล้วตอบกลับทั้งเสียงเรียบนิ่งเยือกเย็นจนไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดจากปากคนขี้เก็กโอเวอร์แอคติ้ง

“โกง!!!?” คิเสะร้องเสียงหลง ถึงแม้รุ่นปาฏิหาร์ยจะเก่งกาจจนพากันดูถูกความตั้งใจของผู้เล่นคนอื่นๆ พวกเราไม่สามารถเรียกตัวเองได้ว่าดี 100% แต่อย่างน้อยๆก็ไม่เคยคิดเล่นสกปรกอะไรแบบนั้น

“ถ้าจำไม่ผิดปีที่แล้วเซย์รินเหมือนจะผ่านมาถึงรอบชิงอินเตอร์ไฮน์ด้วยนะ จนกระทั่งมาเจอกับคิริซากิไดอิจิ การแข่งวันนั้นทำให้ผู้เล่นที่เป็นแกนหลักสำคัญของเซย์รินคนนึงบาดเจ็บจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล” คาซามัตสึเล่าต่อจากหนุ่มผมดำหวีเป๋

“เห!!!รุ่นพี่จะบอกว่าเซย์รินมีผู้เล่นอีกคนที่ยังไม่ออกมา!!?” เธออุทานประหลาดใจ  คาซามัตสึพงกหัวตอบอีกฝ่าย

 

“ถ้านับระยะเวลาจากการพักรักษาตัว ฉันว่าเขาน่าจะกลับมาในวินเทอร์คัพแน่ ”

 

 

 

 

.

.

.

 

 

 

การแข่งขันกีฬาระดับมัธยมปลายมีทั้งหมดด้วยกัน 3 ฤดูกาล เพียงแต่ด้วยข้อจำกัดหลายประกาศในปีนี้ทำให้ผู้จัดและสปอนเซอร์เห็นมติให้ยุบรวมการแข่งขันภาคฤดูใบไม้ร่วงไป และเปลี่ยนให้ฤดูร้อนแห่งอินเตอร์ไฮน์เป็นการแข่งเพื่อคัดเลือก 3 ทีมคะแนนสูงสุดจากทุกจังหวัด  ผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะเข้ามารวมตัวกันเพื่อชิงถ้วยรางวัลชนะเลิศเป็นหนึ่งที่บัดนี้ได้รับการสนใจต่อสื่อมวลชนและเหล่าวงการกีฬาเป็นอย่างมาก นั่นคือการแข่งฤดูหนาว ‘วินเทอร์คัพ’

เซย์รินนัดพบกัน ณ ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนในช่วงฤดูใบไม้ผลิปลายเดือนซึ่งกำลังจะกลายเป็นฤดูหนาวในไม่ช้า อากาศเย็นตัวลงจนคุโรโกะต้องกระชับผ้าพันคอสีดำให้มั่นขึ้นมาปิดจมูกแดงโร่เอาไว้

 

“สวัสดีทุกคน”

“……..”

“……..”

“……..”

“……..”

“……..”

 

เหล่าเด็กปีหนึ่งยืนตากระพริบปริบๆมองบุรุษตัวสูงโดดเด่นขึ้นมาอีกคนเทียบเท่าคางามิ เจ้าตัวสวมอยู่ในชุดยูนิฟอร์มแขนยาวเซย์รินยืนยิ้มละมุนละไมจนตายียกแขน โบกมือให้อย่างเป็นกันเอง

“เจ้านี่เป็นสมาชิกทีมเราเหมือนกัน คิโยชิ เทปเปย์ ช่วงอินเตอร์ไฮน์ไม่ได้ลงแข่งเพราะบาดเจ็บที่เข่า จนต้องไปเข้ากายภาพบำบัดน่ะ”  ริโกะกระแอมไล่เสียงผายมือไปยังบุรุษปริศนาพร้อมกล่าวแนะนำให้เหล่ารุ่นน้องได้รู้จัก

“ค..คิโยชิ รุ่นพี่คือใจเหล็กแห่งราชาไร้มงกุฎเหรอครับ!!!” ฟุริฮาตะตาโตจนนัยน์ตาสีน้ำผึ้งเล็กเข้าไปกว่าเก่า

 

 

ราชาไร้มงกุฎ..เหล่าราชันย์ทั้ง 5 ที่เคยเป็นดาวเด่นแห่งบาสเก็ตบอลระดับ ม.ต้น

กระทั่งรุ่นปาฏิหาร์ยถือกำเนิด

 

 

“ฮะๆ ฉายานั้นมันอดีตไปแล้วน่ะ ลืมๆไปเถอะนะ” คิโยชิเกาศีรษะยิ้มแหยๆ ตาสีเปลือกไม้มองสองสมาชิกที่โดดเด่นกว่าใครเพื่อน ร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหมชี้ฟูกับร่างผอมเล็กเรือนผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่งไม่เป็นทรง

“คุโรโกะกับคางามิสินะฉันได้ยินเรื่องของพวกเธอจากทุกคนมาเยอะเลยล่ะ จากนี้ไปฝากตัวด้วยนะ”  มือแกร่งยื่นตรงมาที่คนทั้งสอง คางามิมองลังเลครู่หนึ่งก่อนจะจับมือตอบ ตามด้วยคุโรโกะเป็นรายต่อมา

“สมัย ม.ต้น  ฉันเคยแข่งกับพวกเธอด้วยนะ ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ได้ร่วมทีมกับรุ่นปาฏิหาร์ย ตอนที่ได้ยินว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงทำเอาฉันตกใจมากเลยล่ะ คุโรโกะนี่เก่งจริงๆ”  นัยน์ตาสีฟ้าตาโตเล็กน้อย..ก่อนกลับมาตีหน้านิ่ง จับมือตอบทั้งหน้าตายไร้อารมณ์ เธอคาดเดาไม่ยากว่าเหล่ารุ่นพี่คงจะไปเล่าให้คนๆนี้ฟังเสียจนหมดเปลือกในทุกๆเหตุการณ์

 

 

หลังจบการทักทายระหว่างสมาชิกเก่าผู้กลับมาร่วมทีมอีกครั้งกับสมาชิกเหล่าปีหนึ่งหน้าใหม่เสร็จสิ้น รถเมล์ขับมาจอดเทียบป้ายพอดิบพอดี พวกเขาทุกคนทยอยก้าวขึ้นรถเมล์ จังหวะที่คางามิกำลังจะข้ามผ่านประตู เขาเหลียวมามองร่างเล็กผมสีอ่อนที่ยืนนิ่งมองมือซ้ายที่ใช้จับมือทักทายคิโยชิเมื่อซักครู่

“เป็นอะไรไปคุโรโกะ?” เขาถาม

“ฉันแค่คิดว่ามือของรุ่นพี่คิโยชิค่อยข้างหนาและใหญ่กว่าคนทั่วไปค่ะ” คุโรโกะตอบ ยังไม่ทันได้คุยต่อเสียงบีบแตรเร่ง เป็นเหตุให้สาวจืดจางต้องเลิกสงสัยรีบขึ้นรถเมล์โดยด่วนก่อนจะตกรถไปเสียก่อน  รถเมล์วิ่งตรงไปสู่โรงยิมกึ่งฮอลล์ใจกลางเมืองโตเกียว สถานที่ตระเตรียมการไว้อย่างยิ่งใหญ่สำหรับการแข่งขันที่จะประกาศทีมที่ยืนอยู่จุดสูงสุดแห่งวงการกีฬาบาสเก็ตบอลในระดับมัธยมปลาย สถานที่จอดรถกว้างขวางไว้รองรับรถทัวร์สำหรับโรงเรียนต่างจังหวัดค่อนข้างเดินทางมาไกลและไม่สะดวกสบาย ทุกคนในทีมเซย์รินถึงกับอึ้งตาค้างหลังจากเห็นสนามแข่งที่จะตัดสินชี้ชะตาแพ้ชนะต่อไป

 

 

 

กระดานหมากรุกคราวนี้หาใช่กระดานไม้ทั่วไป..ตัวหมากก็ย่อมยากขึ้นไปตามระดับ

 

 

 

“นั่นไงเซย์รินดาวรุ่งปาฏิหาร์ยดวงใหม่!!!”

“คนผมแดงไหม้นั่นใช่คนที่กระโดดสูงๆคนนั้นสินะ”

“อีเกิ้ลอายส์กับกัปตันทีมไง ฉันได้ดูตอนแมตท์ชิรากิแล้วทั้งสองประสานงานกันสุดยอดมากๆเลยล่ะ!!”

 

จากทีมที่เคยเป็นนอกสายตากลับกลายเป็นที่สนใจของผู้คน หลังผ่านเข้ามาเป็นสามทีมสุดท้ายในโตเกียว ท่ามกลางความชื่นชมแซ่ซ้องขนาบซ้ายขวา ทำเอาพวกเขาาถึงกับขาแข็งก้าวเท้าไม่ออก

“ในตายสิ..นี่เหรอสิ่งที่พวกทีมใหญ่ๆเขาเจอกันน่ะ” ฮิวงะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

“ฮะๆ น่าตื่นเต้นดีออกนะฮิวงะ” คิโยชิกล่าวทั้งรอยยิ้มอารมณ์ดี  มือใหญ่ตบบ่าเพื่อนสนิทแรงๆสองสามทีตามด้วยประโยคต่อมาให้กำลังใจแก่คนสวมแว่นตา “นายเป็นกัปตันแล้วก้าวนำไปมั่นใจๆหน่อย”

“เอาวะ!!!พวกนายตามฉันมา!!!!” ชายสวมแว่นตาทรงรีทำเสียงขึงขัง  เดินนำหน้าเชิดมองตรงไปเพียงแค่โรงยิมขนาดใหญ่แม้ว่า…ท่าเดินของฮิวงะดูแข็งเกร็งประหนึ่งหุ่นยนต์เป็นที่น่าขบขันในสายตาทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกอินเตอร์ไฮน์  ขณะเดียวกันพวกเขายังไม่รู้ว่าเบื้องหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชม ย่อมมีเบื้องหลังคิดตรงข้ามซ่อนเร้นภายใต้เงามืด  ลานทางเข้าที่เจิดจ้าไปด้วยแสงสว่างไสว มีนักกีฬาเดินมากลุ่มทีมกันขวักไขว่ปะปนกับผู้เข้าชมการแข่งและเหล่านักข่าว พวกเขากลับไม่รู้ว่าในซอกตึกปลีกวิเวกจากใครอื่นกลายเป็นสถานที่รวมพลทีมบาสเก็ตบอลโรงเรียนหนึ่งในเครื่องแบบสีเขียวน้ำทะเลกับสีครามตัดกัน

 

“นั่นไงคู่แข่งของพวกเราในรอบแรก” ลูกโป่งรสสตอเบอรี่เป่าจนพองบวมจนแตก แล้วรวบกลับเข้าไปเคี้ยวหนึบหนับในปากดวงเนตรหลังผมหน้าม้ายาวปรกสีเทาเหลือบไปมองหนึ่งบุรุษบนม้าหินนั่งไขว่ห้างเอนตัวพิงกำแพงที่ดูอึมครึมกว่าใครเพื่อน

“คิโยชิกลับมาด้วยล่ะฮานามิยะ”

“หืม…คิโยชิ เทปเปย์..เจ้านั่นไม่เข็ดหลาบเอาซะเลยนะ” เจ้าของเรือนผมสีเข้มดั่งอีกาบ๊อบสไลด์ยกยิ้มหยัน ก่อนจะดีดนิ้วไปมาเป็นจังหวะ เป๊าะ…เป๊าะ…เป๊าะ…ยิ่งเรียกรอยยิ้มสนุกสนานและสายตาวาววับประหนึ่งแมลงร้ายที่จ้องจะฉีดยาพิษเข้าไปในร่างของเหยื่อรายแรกของการเริ่มแข่งในฤดูหนาว

 

“มาสนุกกับการทรมานเหยื่อให้แด้ดินบนใยแมงมุมกันเถอะ”

 

 

 

 

เป๊าะ!!!!

 

 

 

คุโรโกะมองปากกาที่หักคามือระหว่างกำลังเขียนเขียนชื่อลงยืนยันในใบเซนชื่อของทางสนามแข่งขัน เพื่อระบุตัวตนว่าเป็นนักกีฬาของทีมเซย์รินจริงอย่างที่ระบุไว้ เธอกระพริบตาปริบๆแล้วหันไปมองคนอื่นๆที่กำลังง่วนกับการเก็บกระเป๋าเข้าล็อกเกอร์ในล็อกเกอร์ที่ทางฝ่ายสถานที่จัดเตรียมไว้

 

“เป็นอะไรไปคุโรโกะ?” ฟุริฮาตะปิดตู้ล็อกเกอร์ของตนเรียบร้อย หันมามองหญิงสาวผมสีฟ้าร่างเล็กที่เปลี่ยนไปอยู่ในชุดนักกีฬาเบอร์ 11 ฟอร์มเน้นสีดำทึบแถบขาวแดงเรียบร้อย

“ไส้ปากกาหักค่ะ”  มือเรียวโชว์ปากกาหัวกดสีเทาเรียบของตน ฟุริฮาตะเลยเปิดล็อกเกอร์อีกรอบควานหาอะไรด้านในพักหนึ่ง จนในที่สุดเจ้าตัวก็เจอของที่ต้องการคือปากกาลูกลื่นชนิดปลอกฝายื่นส่งมาให้คนที่ปลอมเป็นชายหยิบยืมใช้

“เอาของฉันไปล่ะกัน พกติดไว้พอดี”

“ขอบคุณนะคะฟุริฮาตะคุง” สาวจืดจางกล่าวขอบคุณเสียงเรียบด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ฟุริฮาตะเกาแก้มแก้เก้อพวงแก้มขึ้นสีระเรื่อหน่อยๆ เขารอจนกระทั่งเธอเซนชื่อเสร็จก่อนจะส่งปากกาคืน  สมาชิกทุกคนอยู่ในยูนิฟอร์มพร้อมลงสนามแล้วแต่สิ่งที่น่าแปลกไปคือความกดดันที่แผ่มาจากเหล่ารุ่นพี่เห็นได้ชัด..เป็นความรู้สึกกดดันจนหายใจไม่ออกแม้แต่คนบื้ออย่างคางามิยังสัมผัสได้

“รุ่นพี่เป็นอะไรกันไปหมด ดูเครียดๆชอบกลนะ” เขาเดินเข้ามากระซิบถามสาวผมสีฟ้าที่นั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาวกลางตู้ล็อกเกอร์

“ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ” เธอกระซิบตอบ ดูเหมือนริโกะจะรู้ตัวว่าเหล่าปีหนึ่งกำลังคิดสงสัย จึงกระแอมไล่เสียงตบมือเท้าสะเอวทำเอาเด็กๆทั้ง 5 สะดุ้งตกใจ

“ไม่มีอะไรมากหรอกแค่ไม่คิดว่าทีมแรกที่จะเจอในวินเทอร์คัพจะเป็นคิริซากิไดอิจิน่ะ..เซย์รินมีความแค้นค้างคากันอยู่”

“ความแค้นค้างคา?”  คิ้วสองแฉกบนหน้าคมคายเลิกสูง

“เจ้าพวกนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้คิโยชิบาดเจ็บ มันจงใจทำร้ายคิโยชิแต่กรรมการจับไม่ได้..นายถึงต้อง..” ฮิวงะตอบทั้งเสียงกดต่ำ ฟังดูดุดันมากกว่าครั้งไหนๆ ทุกสายตาตรงไปยังหนุ่มร่างใหญ่สมาชิกใหม่ผู้เป็นหนึ่งในราชาไร้มงกุฏที่ใครๆรู้จักกันในนามใจเหล็ก เจ้าตัวกำลังนั่งกระชับดึงผ้ายืดที่เข่าซ้ายให้เข้าที่แล้วหันมาตอบรับด้วยรอยยิ้มร่าเริง

“ไม่ต้องเครียดไปหรอก เรื่องมันก็ผ่านมาปีแล้วมาเล่นบาสให้สนุกกันดีกว่า”

“นายนี่มัน…ใจเหล็กไม่รู้สึกรู้สาไม่สะทกสะท้านสะดุ้งสะดิ้งเลย” อิซึกิยิงมุกใส่ แทนที่จะฮากลับยิ่งทำให้ทุกคนเพลียหนักกว่าเก่า คิโยชิหัวเราะแห้งๆ สีหน้าของเขาไม่มีเค้าซึ่งความกังวลยังคงสดใสร่าเริงทั้งๆที่ผ่านเรื่องเลวร้ายจนต้องเข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาลไปเกือบครึ่งค่อนปีแท้ๆ

 

“เอาล่ะ..ในเมื่อพวกนั้นมาหาพวกเราถึงที่แบบนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ล้างมือปีที่แล้ว”

 

โค้ชสาวผมซอยสีน้ำตาลติดกิ๊ฟต่อยหมัดลงบนฝ่ามืออีกข้าง ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นทรงพลังเช่นเดียวกับเหล่าสมาชิกทั้งหลายที่พร้อมใจกันลุกขึ้นยืนอยู่ด้านหลัง คุโรโกะกระชับดึงสายรัดข้อมือสีดำ..สายรัดที่ได้รับจากโอกิวาระคุง

 

 

“ไปถล่มเจ้าแมงมุมอสรพิษกันเถอะ!!”

“โอ๊ส!!!!!”

 

 

 

.

.

.

 

 

คำบอกเล่าจากรุ่นพี่ไคโจทั้งสองคนเกี่ยวกับทีมคิราซากิไดอิจิ สร้างความว้าวุ่นใจให้แก่สตรีเรือนผมสีทองดัดลอนเป็นอย่างมาก  เธอถึงกับยอมโดดชมรมมาเพื่อมาดูการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นในสนามอีกไม่ช้าบนแสตนโพเดี่ยมชั้นบนสุด ดวงเนตรสีอำพันใต้ขนตาแพยาวกวาดมองไปยังสนามแข่งขนาดใหญ่ติดตั้งสปอร์ตไลท์ด้วยกันทั้งหมด 4 จุดรอบสนาม ทำให้ดูสว่างไสวเป็นที่จับตาเห็นได้ชัดกว่าบริเวณอื่นๆ เด็กสาวในชุดนักเรียนไคโจกระชับกระเป๋าสะพายแน่นมองไปยังทีมปีกซ้ายซึ่งเป็นเขตแดนของเซย์รินก่อนจะหันไปมองฝั่งขวา

 

“นี่น่ะเหรอ คิริซากิไดอิจิ” ปากอิ่มพึมพำมองเหล่านักกีฬาในชุดนักกีฬาสีเขียวน้ำทะเลตัดสีครามเข้ม บรรยากาศโดยรอบของทีมนั้นมีรังสีบางอย่างที่ไม่ธรรมดาแผ่กระจายออกจากตัว..จากประสบการณ์ทีมคู่แข่งของเซย์รินในวันนี้ไม่ใช่ทีมธรรมดาที่มีดีแค่การโกง ..เธอยังสัมผัสได้ถึงสิ่งที่น่ากลัวมากกว่านั้น

 

 

..ความแข็งแกร่ง..

 

 

“อย่าแพ้คนแบบนี้นะคุโรโกจจิ..คางา..มิจจิ” ครั้นจะเอ่ยถึงหนุ่มแสงสว่างคนใหม่ของเงาลวงตา ปากอิ่มเม้มแน่นสั่นระริกไม่อาจพูดได้เต็มปากเต็มคำ มือเรียวยกขึ้นมาแตะริมฝีปากที่แนบกดประทับจูบลงบนปากหนาได้รูป..ก่อนจะโดนผลักไสให้ออกห่าง

 

“ฉันนี่มัน..แย่จริงๆ”

 

 

 

.

.

.

 

 

 

“ทีมคิริซากิไดอิจิไม่มีโค้ชเหรอคะ?” คุโรโกะหันไปถามโค้ชสาวที่นั่งอยู่บนม้านั่งจับคางวิเคราะห์สถานการณ์เตรียมรับมือ

“ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนะ มีข่าวลือแปลกๆเหมือนกันว่าคิริซากิไดอิจิไม่มีโค้ช เหมือนกับว่าผู้เล่นบีบบังคับออกไปน่ะถ้าให้เปรียบเทียบว่าใครคือโค้ชในตอนนี้ก็คงเป็นเบอร์ 4 นั่นแหละ” หมายเลขกัปตันทีมเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์สวมใส่ ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตมองตรงไปยังบุรุษร่างสูงเรือนผมสีดำขลับดั่งอีกา คิ้วหนาเข้มกับเนตรคมกริบสีเขียวขี้กา

ฮานามิยะ มาโคโตะ เป็นหนึ่งในราชันย์ไร้มงกุฎเช่นเดียวกับคิโยชิ ถ้าให้พูด..เจ้าหมอนี่แหละอสรพิษตัวร้าย

 

 

แมงมุมสีดำเปี่ยมไปด้วยพิษสงอันน่าพรึงพรัน

 

 

ลูกบาสเก็ตบอลหลุดจากมือร่างสูงผมสีเปลือกไม้ในจังหวะที่กำลังวอร์มอัพรับส่งลูกไปมา เขาอาสาเพื่อนร่วมทีมวิ่งออกไปหมายเก็บลูก ทว่า..กลับมีคนฉวยหยิบไปก่อน

“ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะคิโยชิ เข่านายเป็นยังไงบ้าง” ฮานามิยะเก็บบอลขึ้นมาพร้อมส่งรอยยิ้มให้อีกฝ่าย ขณะที่คิโยชิหาได้มีใบหน้ายิ้มแย้มตอบ มีเพียงสีหน้าเรียบนิ่งผิดวิสัยเท่านั้นกับแววตาสีเข้มจ้องมองไปในเนตรสีเขียวขี้กามากเล่ห์กลเบื้องหน้า

“ดีขึ้นแล้วล่ะ ฮานามิยะ”

“งั้นก็ดี หวังว่าคราวนี้คงจะได้เล่นบาสกันแบบสนุกๆอย่างที่นายชอบพูดติดปากนะ” มือแกร่งโยนบอลคืนให้ชายผู้ได้สมญานามใจเหล็กแห่งราชันย์ไร้มงกุฏ  ก่อนจะหันกลับไปสบทบกับทีมที่รออยู่แต่แล้วปลายเท้ากลับหยุดก้าวเอาเสียดื้อๆสร้างความฉงนให้แก่คนร่างใหญ่  “จะว่าไป..ถ้าได้สนุกกับลูกทีมนายอีกซักคน..สองคน..ก็คงไม่เลวหรืออีกทีจะเป็นนายอีกก็น่าสนใจ”

 

“ฮานามิยะ!!”  พลัน!!!ร่างสูงโปร่งสวมแว่นทรงรีพุ่งตรงเข้ามากั้นขวางระหว่างชายผมสีเปลือกไม้กับคนผมสีอีกา ฮิวงะชักสีหน้าเกรี้ยวกราดเดือดดาลทันทีที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นพร้อมกับใบหน้าที่ผินมาแสยะยิ้มวิปลาศส่งสายตาพรึงพรันมาให้ ดีที่คิโยชิรั้งจับไหล่กัปตันเอาไว้ได้บีบแน่นไม่ให้เข้าไปต่อยหน้าอีกคน

“อย่าฮิวงะ!!ไม่งั้นจะฟาล์วเอาตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเกมส์ด้วยซ้ำ” คิโยชิกล่าวทั้งใจเย็น สงบสติอารมณ์กัปตันซึ่งกำลังเลือดร้อนโกรธแทนเพื่อนร่วมทีม พวกเหล่ารุ่นพี่ต่างรู้กันดีว่าความหมายโดยนัยของคำว่า ‘สนุก’ สำหรับคิราซากิไดอิจิคือสิ่งใด

 

 

ไม่ใช่การเล่นบาสแต่เป็นการทำร้ายคู่ต่อสู้

 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกฮิวงะลูกทีมทุกคนฉันจะปกป้องเอง..ก็ฉันเป็น Center ของทีมนี่”

สิ้นคำกล่าว ฮานามิยะอดกัดฟันกรอดขุ่นเคืองใจเสียไม่ได้ ท่าทีไม่สะทกสะท้านไร้ซึ่งความโกรธและความเกรี้ยวกราดที่ควรจะแสดงออกมา กระทั่งสายตาชิงขังหาได้มีในตัวคิโยชิ เทปเปย์

“เป็นผู้ชายที่น่ารำคาญจริงๆ”  เขาสบถระหว่างเดินกลับมาร่วมทีมที่นั่งเอกเขนกลอยชายบนม้านั่งไม่กระตือรือร้นคิดสนใจวอร์มอัพใดๆ   ปากหนาแสยะยิ้มจนเห็นฟันขาวเนตรสีเขียวขี้กาสั่นไหวก่อนจะเหลียวไปมองเหล่าเซย์รินที่กำลังวอร์มอัพในแป้นฝั่งตรงข้าม

 

“ฉันจะทำให้นายเห็นว่าเมื่อได้มาติดกับดักใยแมงมุมแล้วก็ยากจะรอดพ้น พวกนายทุกตัวต้องเป็นเศษสวะ”

 

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

การแข่งเริ่มต้นขึ้นคิโยชิเป็นฝ่ายตบบอลได้ก่อน แล้วส่งไปให้คางามิ ไทกะรับบุกทำแต้ม เขาเดาะเลี้ยงลูกไปอย่างรวดเร็วพลัดส่งสลับไป point guard อย่างอิซึกิที่เข้ามารับจังหวะแล้วพลักส่งต่อไปยังฮิวงะที่รอรับการตั้งท่าชู้ต จังหวะที่บอลกำลังหลุดพ้นมือ กลับมีเงาดำร่างสูงของทีมคิราซากิไดอิจิพุ่งเข้ามาประกบสอง..ชายหนุ่มผมสีเทาปรกปิดนัยน์ตาแสยะยิ้มแล้วตวัดศอกเข้ามา!!!!

 

“ฮิวงะระวัง!!!!”

 

 

 

โครม!!!!

 

การถอยหลบอย่างรวดเร็วทำให้กัปตันเซย์รินเสียจังหวะล้มลงไปนั่งก้นกระแทกพื้น เปิดโอกาสให้บอลหลุดมือไปอยู่ในมือหนุ่มผมสีเทาผมปรกปิดดวงเนตร เขาเคี้ยวหมากฝรั่งหนุบหนับในปากเลี้ยงลูกข้ามอีกฝากฝั่งหมายบุกทำแต้ม

“สกปรกไม่เคยเปลี่ยน!!” คนหนุ่มผมสีดำสวมแว่นทรงรีสบถคำราม นึกโมโหที่ฝ่ายตรงข้ามอาศัยอีกคนบังสายตาจากกรรมการเข้าทำฟาล์วแทงศอกมา ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าฮิวงะ จุนเปย์ผิดพลาดหกล้มเอง

 

 

ปีง!!!!

 

ลูกดังก์เข้าห่วงเซย์รินไป เปิดเกมส์แรกคิริซากิไดอิจิทำแต้มนำไปก่อน 1 คะแนน คิโยชิเดินเข้ามายื่นมือตรงให้กัปตันชมรม เขาจับตอบปล่อยให้อีกฝ่ายดึงขึ้นแล้ววิ่งไล่กลับไปทวงบอลคืน

“เสร็จฉันล่ะ!!!” คางามิอยู่ใกล้แป้นบาสสุดรีบกระโดดหมายจะรีบาวน์กลับมา ทว่า..ดวงเนตรสีเพลิงเบิกโพลงตกตะลึงผู้เล่นเบอร์ 8 ทีมคิราซากิไดอิจิกระโดดขึ้นประกบติด ไม่ใช่การรีบาวน์แต่เป็น…ตวัดหลังมือกระแทกเข้าที่ดวงตาซ้าย!!!

“คางามิคุง!!!” คุโรโกะร้องเสียงหลงวิ่งเข้ามาประคองร่างสูงให้ลุกขึ้น

“ไม่เป็นไรๆมึนเล็กน้อยน่ะ” ปากบอกไม่แต่ตาซ้ายขึ้นรอยแดงช้ำ  เด็กสาวผมฟ้ากำหมัดแน่นหันไปมองเหล่าทีมชุดสีเขียวน้ำทะเลตัดสีคราม พวกเขาทำท่าจะกระโดดชู้ตลูกลงห่วงทำแต้มที่ 2 ต่อ

 

 

 

ผัวะ!!!!

 

บอลถูกตัดออกไปอย่างรวดเร็วด้วยฝ่ามือของ center คิโยชิ เทปเปย์ ตาสีเปลือกไม้เห็นคนเข้ามาสกัดทางขวาฝ่ามือข้างเดียวจับยึดลูกแน่นแล้วทำการ..หักข้อมือพลิกไปทางตรงกันข้ามส่งให้อิซึกิรับลูกบุกนำทีมต่อท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนทั้งสนาม!!!

 

“เหลือเชื่อเลย!!!ส่งบอลแบบนั้นได้ยังไงกันเมื่อกี้น่าจะหลุดมือแล้วนี่!!!” ตัวสำรองคิริซากิไดอิจิอุทานเสียงดังตื่นตกใจ

“เหอะ!!!ถามมาได้มันเป็นพรสวรรค์ของเจ้าบ้านี่ไงล่ะ” ฮิวง จุนเปย์พูดระคนหมั่นไส้เพื่อนร่วมทีมร่างใหญ่ใจดียิ้มร่าเริง ใจเย็นจนน่าโมโหแบบสุดๆ  นัยน์ตาสีฟ้าชำเลืองมองฝ่ามือของ center จึงได้เข้าใจว่าสัมผัสที่เธอรู้สึกนั้นถูกต้องแน่นอน

 

 

มือของคิโยชิ เทปเปย์ใหญ่กว่าคนทั่วไปและมีความหนามากกว่าจึงยึดติดบอลได้ดี..และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ใครต่อใครยกย่องเขาในฐานะป้อมปราการเหล็กแห่งราชาไร้มงกุฏ

 

 

คุโรโกะกับคางามิรีบเร่งฝีเท้าให้ทัน หญิงสาวจำแลงกายเป็นชายเข้ามาด้านหลังฮานามิยะแล้วฉกฉายโอกาสตัดลูกที่ส่งต่อจากผู้เล่นเบอร์ 5 ที่มีดวงเนตรของอินทรีหรือที่เรียกว่าอีเกิ้ลอายส์พาสส่งไปยังคางามิที่กระโดดเตรียมรับลูกอัปเปอร์เลย์ลงห่วงฝ่ายตรงข้ามแรงเสียจนแป้นโอนเอนสั่นไหว

 

“1:1”

 

คะแนนออกมาตีเสมอกันแล้ว ฮานามิยะ มาโคโตะ ยังอึ้งไม่หายกับทิศทางลูกปริศนาที่ส่งผ่านไปยังเอซเบอร์ 10 คิ้วหนาขมวดมุ่นพยายามคิดหาความผิดแปลกในสนามเหล่านี้

“ทีมเซย์รินมีบางอย่างที่ไม่ปกติ”   เขาพึมพำทั้งเสียงเย็น  “นี่สินะที่ร่ำลือกันว่าผู้เล่นเงาลวงตา”

 

 

ไพ่ใบเด็ดของเซย์ริน ‘แสงเงา’

 

 

“หึ..น่าสนใจดีนี่ ถ้าทำลายแสงเงาได้..คงจะสนุกไม่หยอก” เขาหัวเราะในลำคอเช่นเดียวกับลูกทีมที่มองตาก็รู้ใจกัน ต่างคนต่างเพ่งเล็งไปยังผู้เล่นเบอร์ 10 ที่โดดเด่นกว่าใครเพื่อน..เจ้าของนามว่า คางามิ ไทกะ  ในการเล่นครั้งต่อมาฮิวงะเปิดเกมส์บุกก่อนเขาเริ่มระแวดระวังฝ่ายตรงข้ามมากขึ้นอีกเท่าตัวหลังจากเกือบประสบอุบัติเหตุเมื่อครู่ไปอย่างหวุดหวิด นัยน์ตาหลังแว่นทรงรีมองหาตำแหน่งสมาชิกในทีมปาบอลส่งให้คางามิบุกทำต่อโดยที่เขาวิ่งเข้าสมทบห่างๆ

“คางามิ!!!!”  อิซึกิร้องเสียงหลง ผู้เล่นคิริซากิไดอิจิเข้าประกบสามอย่างรวดเร็ว อาศัยคนตัวใหญ่บังสายตาคณะกรรมการแล้วใช้อีกสองคนแทงศอกใส่เข้าซีโครงตามด้วยขึ้นเข่าที่ท้องจนคนผมแดงจุกงอปล่อยบอลหลุดมือไป

“ไอ้พวกสารเลว!!!”  คางามิกระชากคอเสื้อชายผมสีเทาปรกตาเข้ามา ง้างหมัดจะต่อย

 

 

 

โครม!!!!

 

 

ทั้งสนามเงียบกริบแม้แต่เสียงเชียร์ก็ไม่มี เอซเซย์รินล้มหน้าฟาดพื้นเข้าอย่างใจไม่ใช่เพราะฝ่ายทีมตรงข้ามแต่เป็นฝีมือร่างผอมบางผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่งมิสไดเรกชั่นเข้ามาจับข้อเท้าทั้งสองแล้วกระชากดึงตั้งหาก

“ทำบ้าอะไรคุโรโกะ!!!มันเจ็บนะเฟ้ย!!!!” ร่างสูงหยัดกายขึ้นหันไปแยกเขี้ยวใส่หญิงสาวที่นั่งยองๆเท้าคางทำหน้านิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาว และไม่สะทกสะท้านว่าตัวเองทำผิดจนใบหน้าคมๆเกรี้ยวกราดนั่นแดงก่ำช้ำปื้ดไปทั้งหน้าจากแรงฟาดเมื่อซักครู่

“ทำให้หัวเย็นลงไงครับ” อยู่ในสนามเธอจะใช้คำแบบผู้ชาย การเตือนสติของคุโรโกะทำให้แสงสว่างกลับมานึกขึ้นได้ว่าพฤติกรรมตัวเองทำให้ดูก้าวร้าวจนอาจเกิดกระแสติดลบในสายตากรรมการ  เขากำหมัดแน่นก้มหน้าลงต่ำหลบสายตาเฉยชาในดวงเนตรสีฟ้ากลมโตใสดั่งลูกแก้ว

“โทษที”

“ไม่เป็นไรครับ”

เธอให้อภัยเขาแล้วลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกับคนหนุ่มผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ พวกเขาทั้งสองมองแผ่นหลังสมาชิกทีมคิริซากิไดอิจิ ต่างคนต่างหันมาสบตากันและกันอย่างเข้าใจแล้วตวัดกลับไปมองทีมคู่แข่ง คนหนุ่มร่างสูงกำยำกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดปากหนากัดฟันกรอดพูดทั้งเสียงทุ้มกรรโชก

 

“ที่ให้อภัยไม่ได้คือพวกนั่นตั้งหาก!!!”

 

 

“ไอ้หัวสีไหม้นั่นท่าทางจะของขึ้นง่าย เป็นพวกยุขึ้น” หมากฝรั่งรสสตอเบอรี่เป่าพองขึ้นเรื่อยๆก่อนจะแตกออก ปลายลิ้นตวัดชิ้หมากฝรั่งเข้ามาปากเคี้ยวหนุบหนับต่อ ดวงเนตรใต้ผมสีเทาปรกปิดตวัดมองคนหนุ่มเรือนผมสีดำขลับดุจอีกาที่นั่งสบายๆอยู่บนม้านั่งตัวยาว

“พวกไม่ใช้หัวดันเป็นคนเก่งสุดในทีม แต่เดี๋ยวอีกหน่อยจะได้เป็นเศษสวะเร็วๆนี้ ยุให้มันโกรธต่อไปมีทางก็หาทางเขี่ยมันให้ออกไปจากสนาม” ฮานามิยะ มาโคโตะเหลือบมองผู้เล่นเบอร์ 10 ที่นั่งกระดกน้ำดื่มจากฝั่งตรงข้าม แล้วหันไปมองหน้าจอคะแนนหลังจบครึ่งแรกทั้งที่ยังไม่จำเป็นต้องออกโรงอะไรมากเซย์รินยังต้องไล่ตามหลังอยู่ที่ 34 : 28

“บาสเก็ตบอลมันสนุกตรงนี้นี่แหละ” ปากหนากระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม..ยิ่งเห็นทีมฝ่ายตรงข้ามกำลังหน้าดำคร่ำเครียด กลยุทธ์ของเขาที่สกปรกส่งผลให้พวกนั้นไม่กล้าปล่อยพลังออกมาเต็มที่ ขณะเดียวกันก็คอยระแวดระวังป้องกันไม่ให้บาดเจ็บหนัก

 

 

เพื่อชัยชนะอันน่าชัง..เพื่อบาสเก็ตบอลอันน่าสมเพชเวทนา

 

 

“แบบนั้นเรียกสนุกแน่เหรอครับ” เสียงเรียบเย็นดังขึ้นกลางทีมฝั่งคิริซากิไดอิจิ เหล่าผู้เล่นในชุดสีเขียวน้ำทะเลสลับครามพากันเงียบ..พวกเขามองหน้ากันและกันทั้งสีหน้างุนงง ฮานามิยะเลิกคิ้วหนาดำทึบขึ้นสูงก่อนจะเหลียวไปมองข้างตัวก็พบกับเด็กหนุ่มร่างผอมตัวเล็กบางผู้มีเส้นผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่งล้อมใบหน้าค่อนหวานไร้อารมณ์ในชุดนักกีฬาเซย์ริน

 

“พรูดดดดดดด ร…ริโกะ!!!” ฮิวงะพ่นน้ำดื่มตกใจ ชี้นิ้วไปยังม้านั่งพักนอกสนามฝั่งคิริซากิไดอิจิ โค้ชสาวชักสีหน้างุนงงพอหันไปมองตามทิศทางเธออ้าปากค้างหน้าตาตื่นไม่แพ้อีกฝ่าย

“ค..คุโรโกะ!!!ไปยืนตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่!!!!!”  ทีมเซย์รินร้องเสียงหลง

 

 

“….นาย…เบอร์ 11 ตอนอยู่ในสนามไม่เห็นคุ้นเลย” ฮานามิยะมุ่นคิ้วมองเลขเสื้อสกรีนสีแดงบนเสื้อกีฬาสีดำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าอีกฝ่าย เขาวางผ้าขนหนูลงบนม้านั่งแล้วลุกยืนเต็มความสูง ยิ่งเห็นชัดว่านักกีฬาคนนี้มีขนาดตัวที่เล็กมากเกินกว่าจะเข้ามาเล่นบาสเก็ตบอลที่เน้นพละกำลังกับส่วนสูงเป็นหลัก

“ทำไมคุณต้องเล่นสกปรกแบบนั้นด้วยครับ” คุโรโกะพูดทั้งเสียงนิ่งที่ซ่อนความขุ่นเคืองเอาไว้ภายใน ตาสีอ่อนกวาดมองสมาชิกทีมคู่แข่งเรียงตัวแล้วกลับมาสบตาสีเขียวขี้กาของบุรุษกัปตันทีมที่ว่ากันว่าเป็นตัวอันตรายที่สุด

 

 

แมงมุมพิษร้ายหยอกเย้าเหยื่อให้ตายทรมาน

 

 

“พวกคุณทุกคนก็มีฝีมือมากแท้ๆ โดยเฉพาะคุณเองก็เป็นถึงราชาไร้มงกุฎ..พวกคุณ…”

“ราชา..ไร้มงกุฏ..ไอ้ฉายางีเง่า…” ฮานามิยะกำขวดน้ำแน่นจนหงิกงอ น้ำที่เหลือในนั้นพุ่งกระจาย ปากหนาเม้มแน่นเป็นแนวเส้น กัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันก่อนจะแผดเสียงแหลมเกรี้ยวกราด “แกคิดว่าฉันจะภูมิใจกับฉายาแบบนั้นรึยังไง!!!ราชาที่ไร้มงกุฏ…มันก็แค่คำสวยหรูที่บอกให้รู้ว่าพวกเราเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีวันก้าวผ่านรุ่นปาฏิหาร์ย!!มันน่าเศร้าแค่ไหนรู้ไหม!!!!”

 

 

ความเจ็บช้ำจากบาสเก็ตบอลในวันวาน

ต่อให้เก่งแค่ไหนต่อให้พยายามเพียงใดก็มิอาจเทียบเท่าเหล่าสัตว์ประหลาดทั้ง 5 ตัว!!

 

 

คุโรโกะเบิกตาโพล่ง..ทุกคำต่อว่าจุกแน่นในลำคอ..นัยเนตรสีฟ้าหลุบต่ำมองพื้นหลบสายตาคนตรงหน้า ชายผู้มีความเคียดแค้นกับรุ่นปาฏิหาร์ย..เหล่าดาวเด่นทั้ง 5 ที่เคยเป็นความหวังซึ่งบัดนี้กลับหันเท้าเข้าสู่ความมืดในบาสเก็ตบอลผิดๆที่มุ่งหวังเพียงชัยชนะเพียงลำพัง ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะ เลือดเย็น และเดียวดาย

 

 

บาปของรุ่นปาฏิหาร์ยในวันนั้น..ถือเป็นบาปของคุโรโกะ เท็ตสึยะผู้เป็นส่วนหนึ่งในฐานะผู้เล่นเงาลวงตา

 

 

 

“ฮานามิยะคุง…” เธอพึมพำเรียกชื่ออีกฝ่ายทั้งสีหน้าสำนึกผิด ยิ่งเห็นคนตัวสูงก้มหน้าลงต่ำยกมือปิดหน้าตัวสั่นเท้าก็ยิ่งรู้สึกหนักอึ้งถึงบาปที่ติดตัว

“อุ๊บ!!!ฮ่าๆๆๆ ตลกล่ะ!!!ฉันเนี่ยนะจะไปเสียใจกับการแพ้รุ่นปาฏิหาร์ย!!!บ้ารึเปล่า!!!!”  กัปตันคิริซากิไดอิจิแผดเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง นัยน์ตาเบิกโพล่งฉายแวววิปลาสสั่นพราวสนุกสนาน แล้วกล่าวต่อทั้งเสียงเย็นพร้อมก้มตัวยื่นหน้าเข้ามาใกล้ประชิดผู้เล่นเซย์รินระยะประชิดจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจกันและกัน

 

“ฉันก็แค่สนุกที่ได้เห็นสีหน้าของผู้เล่นที่ต้องผิดหวัง กลายเป็นแค่ ‘ขยะ’ ไร้ค่าตอนที่รู้ตัวว่าแขนขาพวกมันใช้การไม่ได้แล้ว”

 

“นี่แหละบาสเก็ตบอลของพวกเรา ไอ้จืดหน้าโง่!!!!” ตอกย้ำเสียงคางยาน เน้นชัดถ้อยชัดคำหวังกระแทกให้เข้าหัวคนจืดจาง สัมทับโหมโรงต่อด้วยเสียงหัวเราะผู้คนในทีมดังกึกก้อง แลบลิ้นปลิ้นตาเหยียดหยามรุมใส่ราวกับว่าความหวังดีที่อีกฝ่ายเกือบเผลอมีให้ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก คางามิทนไม่ไหวเดินข้ามฟากสนามเข้ามาดึงแขนอรชรหมายลากกลับไปรวมกลุ่มพร้อมส่งสายตาดุกร้าวให้ทีมไร้ศีลธรรมที่ต้องมาพบเจอวันนี้

“แบบนี้นี่เองสินะครับ..”  คุโรโกะพูดทั้งเสียงกดต่ำ..เสียงเยือกเย็นชาหนาวจับหัวใจ..หนาวกว่าทุกคราวที่ผ่านๆมา ร่างสูงคู่หูแสงขนลุกเกรียวยามเห็นหน้าหวานชักสีหน้าเกรี้ยวกราดถลึงตาใส่ฮานามิยะ

“เห็นบาสเป็นเพียงทางผ่านในการทำร้ายคนอื่น เป็นความสะใจที่น่ารังเกียจจริงๆครับ”  ร่างเล็กทิ้งท้ายไว้ด้วยวาจาจิกกัดแทงลุกไปถึงกระดูกดำ ขาผอมบางเดินอาดๆไปนั่งรวมกลุ่มกับเซย์รินโดยมีคางามิเดินตามมาติดๆ  ร่างเล็กกระแทกตัวลงนั่งกับม้านั่งเสียงดังหยิบเอาขวดน้ำขึ้นมาดื่มอักๆรวดเดียวจนหมดแล้วกระแทกขวดเปล่าลงกับม้านั่งลงอีกที!!

 

“อึ๋ย!!!” ฟุริฮาตะสะดุ้งโหยงตกใจหน้าซีดปากสั่นกึกๆ สมาชิกคนอื่นรีบก้มหน้าก้มตาเช็ดเหงื่อไคล ดื่มน้ำดื่มท่าไม่พูดไม่จาอะไรไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยบทสนทนากับคนตัวเล็กบางด้วยซ้ำ

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ ตอนโกรธน่ากลัวโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรร

 

 

“ฮะๆ เอาน่าๆไม่ต้องเครียดไปคุโรโกะ” คนที่กล้าไปสนทนากับสาวเงียบที่นานครั้งถึงจะโมโหไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชายตัวใหญ่ใจดีอย่างคิโยชิ มือใหญ่หยาบวางลงบนไหล่เล็กและตบไหล่เบาๆสองสามที  “ครึ่งหลังจากนี้ฉันจะไม่ยอมให้พวกนั้นมาทำอะไรพวกนายได้หรอก จะปกป้องเอาไว้ให้ได้ทุกคนสบายใจได้”

“คิโยชิ..นี่นาย…” ฮิวงะเดินเข้ามาประจันหน้าคนตัวสูงกว่า เพียงสบตาสั้นๆหนุ่มแว่นก็เข้าใจในทันที

“แต่นายบาดเจ็บอยู่นะ!!ฉันไม่ยอมแน่!!!”

“ฮะๆ ก็ช่วยไม่ได้นี่นาพวกนั้นกำลังเล่นงานคางามิอยู่..จะปล่อยให้เอซบาดเจ็บก็คงไม่ได้จริงไหม”   คิโยชิกล่าวทั้งเสียงจริงจัง ตอนนี้เป้าความสนใจไปอยู่ที่รุ่นพี่สองคนยืนเถียงคอเป็นเอ็น  คนหนึ่งโวยวายในขณะที่อีกคนใจเย็นเป็นน้ำแข็งเอาแต่ยิ้มสดใสผิดกับแผนที่เขากำลังเสนอชัดๆ

 

 

“ที่ฉันกลับมาก็เพื่อสิ่งนี้ ให้ฉันได้แบกรับปกป้องทุกๆคนด้วยเถอะ นั่นน่ะ…คือความหมายของคำว่า Center ”

 

 

คำหนักแน่นยืนยันไม่คิดแปรเปลี่ยน ตาสีเปลือกไม้ตวัดไปยังโค้ชสาวที่ยืนกอดอกเงียบอึมครึมด้วยแววตาวอนขอ ริโกะกัดปากแน่นจนแดงคิ้วเรียวขมวดมุ่นหลับตาชั่งใจนานพักหนึ่งก่อนจะค่อยๆลืมตาช้าๆ พร้อมกับการตัดสินใจอย่างยากลำบากที่สุด

“ก็ได้..แต่แค่ควอเตอร์ 3 เท่านั้นนะ”

“โค้ชคะ!!แบบนั้นฉันไม่เห็นด้วยนะคะ!!ถ้าให้รุ่นพี่คิโยชิต้องรับการเจ็บตัวฝ่ายเดียว!!” คุโรโกะแย้งเสียงดัง

“เงียบซะคุโรโกะ..นี่เป็นการตัดสินใจของรุ่นพี่!!” เป็นครั้งแรกที่ริโกะดุใส่สาวร่างบาง หญิงสาวจำแลงเป็นชายอึ้งพูดอะไรไม่ออกเอาแต่ก้มหน้าเงียบจนโค้ชสาวรู้สึกผิด เธอเดินเข้ามาวางมือลงบนบ่าเล็กๆย่อตัวนั่งมองใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อน

“ขอโทษที่พวกเราเอาแต่ใจ..ฉันเองก็ไม่ชอบแผนนี้ แต่พวกเราไม่อยากแพ้ทีมแบบนั้นอีกและนั่นจำเป็นต้องพึ่งเธอกับคางามิ”

 

 

ความหวังที่ฝากฝังเอาไว้ยังแสงเงา เป็นดังความหวังที่เข้ามาในทีมโนเนมไร้ชื่อเสียเรียงนามให้ก้าวมายืน ณ จุดนี้

 

 

“ฉันเองก็ไม่ชอบใจ แต่เราจะมาพะวงแบบนี้ไม่ได้เข้าใจใช่ไหม คุโรโกะ”  คางามิวางมือลงบนหัวสีฟ้าเบาๆ วางไว้แบบนั้นโดยที่ตาสีเพลิงมองตรงไปยังทีมคิริซากิไดอิจิเบื้องหน้า เปล่งเสียงทุ้มกร้าวเกรี้ยวกราดเห็นได้ชัด คุโรโกะกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอพยักหน้าตอบรับก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆลุกขึ้นยืนเคียงข้างแสงสว่างระยะเวลาพักเหลืออีก 20 วินาทีจะเข้าสู่การแข่งขันครึ่งหลังด้วยควอเตอร์ที่ 3

 

“ค่ะ”

 

 

.

.

 

 

“คนๆนั้นคิดจะฆ่าตัวตายรึไงนะ?”  คิเสะรำพึงมองการแข่งที่เริ่มต้นในรอบครึ่งหลัง เธอรู้ดีว่าเซย์รินกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างการที่ไม่สามารถปลดปล่อยความสามารถทั้งหมดที่มีได้เต็มที่ ตอนนี้…พวกเขาเปลี่ยนการดำเนินเกมส์ให้คิโยชิเน้นทำแต้มแทน..กระทั่งทำการส่งบอลหรือวิ่งเข้าปัดลูกให้ออกห่างจากห่วง จนเรียกได้ว่าเหมือนคอยกันท่าให้ทุกคนดำเนินการเล่นไปอย่างราบรื่น แม้ว่า…

 

 

โครม!!!!!

 

“เทปเปย์!!!!”  ไอดะ ริโกะ ยกมือขอเวลานอก สมาชิกทุกคนรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างสูงใหญ่ที่บอบช้ำไปทั้งตัว เนื้อตัวม่วงช้ำดำเขียวสะบักสะบอมน่าสงสารกลับเข้ามาในสนาม  คิเสะกระชับผ้าพันคอสีน้ำเงินขึ้นมองดูการแข่งเหล่านั้นอย่างเวทนาก่อนจะเหลือบไปยังฝ่ายตรงข้ามที่เริ่มเดือดดาลหาได้สงบนิ่งสบายอารมณ์เหมือนแต่ก่อน

“เพราะมีเกราะเหล็ก เซย์รินก็เลยทำแต้มได้..นี่สินะ..คิโยชิ เทปเปย์ ใจเหล็กแห่งราชาไร้มงกุฎ”

 

 

 

 

 

“เปลี่ยนตัวคิโยชิกับมิโตเบะ”

“เดี๋ยวสิ!!นี่ยังไม่จบควอเตอร์ 3 เลยนะ..ฉันยัง..”

“นายเลิกดื้อแล้วก็ฟังคนอื่นซะที!!!”

 

หนุ่มเรือนผมสีดำร่างสูงถลึงตาวาวโรจน์หลังเลนส์แว่นทรงรีใส่ชายตัวใหญ่ ฮิวงะมองรอยช้ำม่วงตามแขนขา นี่ยังไม่รวมภายในหลังเสื้อชุดนักกีฬาอีก  “คิดว่าพวกเราจะยินดีกับแต้มที่นำแลกกับการเจ็บตัวของนายรึไง!!อย่าดูถูกให้มากนะเฟ้ย!!”

“ฮิวงะ..”  ตาสีเปลือกไม้สบตาสีดำเข้ม..คนสวมแว่นทรงรีชี้นิ้วโป้งไปยังหมายเลขเสื้อบนอก..ชี้ย้ำๆให้อีกฝ่ายเห็น

 

“เสื้อเบอร์ 4 คือกัปตัน..ฉันเองก็จะไม่ยอมปล่อยให้ลูกทีมต้องมารับภาระคนเดียวเช่นกัน!!”

 

 

หน้าที่ของกัปตันคือแบกรับทุกสิ่ง นำพาทีมวิ่งไปข้างหน้า ต่อให้ล้มลุกคลุกคลาน กัปตันจะเป็นผู้ส่งมือฉุดดึงให้ลุกขึ้นอีกครั้ง

 

 

คุโรโกะมองเสื้อเบอร์ 4  คำพูดของฮิวงะ จุนเปย์ ดังกึกก้องในหัวภาพสะท้อนของร่างสูงสวมแว่นแทนที่ด้วยบุรุษร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งในชุดสีฟ้าครามตัดสีขาวแห่งเทย์โควที่เปรียบเสมือนสีของผืนฟ้าที่ถือคติไว้เสมอว่า ‘ชัยชนะสำคัญที่สุด’

 

 

นี่คือสิ่งที่ อาคาชิ เซย์จูโร่ ต้องแบกรับมาตลอดระยะเวลา 2 ปีครึ่ง  กดดันและหนักอึ้งเหลือเกิน

แล้วหากกัปตันล้มลง..ใครเล่าจะฉุดดึง…

 

 

“ฉัน…ไม่เคยรู้มาก่อนเลย” คุโรโกะกระซิบทั้งเสียงสั่นเครือ

 

 

บาปของรุ่นปาฏิหาร์ยอีกหนึ่งที่ไม่เคยคาดคิดถึง…ไม่เคยมีใครสังเกต…ไม่มีใครช่วย ‘เจ้าชาย’ เลย

 

 

นึกเสียใจเหลือเกินที่หาได้เข้าใจความรู้สึกของคนหนุ่มผมแดง ดวงหน้าหวานสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน กลับสู่การแข่งในปัจจุบัน  หญิงสาวปลอมเป็นชายหนุ่มลุกขึ้นมายืนหยัดข้างๆฮิวงะ แสดงตัวเห็นด้วยกับการเปลี่ยนตัวครั้งนี้ตามแผนของโค้ชสาวผมน้ำตาล ตามด้วยคางามิ อิซึกิ ตัวสำรองทั้งหลาย

 

“หลังจากนี้เป็นต้นไปให้พวกผมจัดการพวกมันเถอะ…ครับ!!!” คางามิกล่าวทั้งเสียงกรรโชก

“จากนี้ไป..ให้พวกเราได้ปกป้องรุ่นพี่คิโยชินะคะ” คุโรโกะกล่าวทั้งรอยยิ้มบาง

 

 

ต้องปกป้องให้ได้..จะไม่พลาดซ้ำเหมือนดั่งวันนั้น!!

 

 

ไร้ซึ่งคำโต้แย้ง ผู้เป็นป้อมปราการเหล็กอ้าปากเหวอค้าง..น้ำตาไหลรินอาบแก้มสากจนเขาต้องรีบยกหลังมือเช็ดลวกๆ ทุกภาระที่แบกรับมาทั้งหมด..ทั้งที่พยายามปกป้องอย่างเอาเป็นเอาตายหวังว่าทุกคนจะปลอดภัย กลับลืมนึกถึงสิ่งสำคัญที่สุดในการเล่นบาสเก็ตบอล

 

นั่นคือคำว่า ‘ทีม’

 

“ฝากด้วยนะ..ฮึก..ทุกคน”

“เออ!!ไว้ใจได้เลย!!!!” ฮิวงะหันหลังให้อีกฝ่ายเดินนำทุกคนกลับเข้าสู่สนามโดยไม่แม้แต่หันหลังมามองบุรุษที่ทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถ  ทิ้งเพียงแผ่นหลังให้อีกฝ่ายได้มองเอาไว้..มองและฝากฝังทุกสิ่งไว้บนแผ่นหลังของทุกคนอย่างไม่ต้องพะวงใดๆอีก

 

.

.

 

 

“บอลมาแล้ว!!!”  อิซึกิรับลูกบาสเก็ตบอลเข้ามาในมือ อีเกิ้ลอายส์ตวัดมองหาจุดส่งให้คนในสนาม เพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆ ปลายหางตาเห็นผู้เล่นหมายเลข 10 แห่งคิราซากิไดอิจิวิ่งเข้ามาหมายตบบอลแย่งไป พร้อมๆกันผู้เล่นที่ขนาดตัวใหญ่กว่าใครคนอื่นประกบติดด้านหลัง

“ขยะ..ถึงเวลาต้องกำจัด” ฮานามิยะวิ่งไปยังตำแหน่งปีกขวาเพื่อรอรับลูกที่จะตบแย่งจาก point guard ของทีมเซย์ริน  ปลายนิ้วกลางและโป้งจรดชนกันและ..ดีดนิ้วเป็นสัญญาณ  “ลาก่อนอีเกิ้ลอายส์”

 

 

ปึก!!!!

 

 

“!!!!!!!!!!!!!”  หนุ่มหน้าตี๋โดนซอกกระแทกเข้าที่ดวงตาทั้งสองข้าง  เสียงทุ้มหวีดร้องครวญเจ็บเสียงดังบอลหลุดมือไปและคณะกรรมการก็ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในสนามจากการบดบังของผู้เล่นหมายเลข 5 ที่ตัวใหญ่ที่สุดมีหน้าที่เข้ามาเป็นเกราะกำบังการกระทำชั่วช้าเหล่านั้น  บอลถูกส่งตรงหมายเพียงอีกนิดเดียวจะเข้าสู่มือกัปตันทีมในชุดสีเขียวทะเลตัดคราม

 

 

 

ผัวะ!!!!!

 

 

ร่างปริศนาเข้าประชิดตัดแย่งบอลไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฮานามิยะเบิกตาโพล่งตื่นตระหนกเขาเหวอค้างมองผู้เล่นผมสีอ่อนเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พาสบอลส่งด้วยอิกไนต์พาสพุ่งเข้าไปยังมือกัปตันทีม ฮิวงะรับมาแล้วตั้งชู้ต 3 แต้ม

“55 : 67”  คะแนนเซย์รินนำขึ้นไปอีก 3 แต้ม!!! ทีมคิริซากิไดอิจิเริ่มกดดันถึงช่วงห่างที่มากขึ้น กระแสเกมส์เริ่มเปลี่ยนไปเป็นอย่างมากในช่วงครึ่งหลัง..โดยเฉพาะตอนนี้ ฮานามิยะตั้งสติไม่ให้คลุ้มคลั่งสอดสายตามองสนามแข่งขันทั้งหมดโดยเฉพาะทุกๆตำแหน่งผู้เล่นเซย์รินยืนประจำอยู่

 

“หนึ่ง สอง สาม สี่…มี 4 คน..ไม่ใช่..มีอีกคนที่ยังอยู่ในสนาม..”

 

ชายหนุ่มผู้มี IQ สูงถึง 180 เขาเบิกตาโพล่งเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม ผู้เล่นคนที่ 5 ของทีมเซย์รินคือตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนกระแสเกมส์ “ทำลายอีเกิ้ลอายส์ก็ยังไม่สั่นคลอน ตอนนี้ Point guard ไม่ใช่เบอร์ 5”

 

ยิ่งนึกย้อนดูดีๆก็พบว่าคนๆนั้นคือ…

 

“เบอร์ 11 มนุษย์ล่องหนสินะ!!!”  ขายาววิ่งก้าวไปตามทิศทางบอลโดยไม่สนหัวใคร ไล่ตามจากที่ฮิวงะรีบาวน์แล้วโยนผลักส่งกลับมา  ดวงเนตรสีเขียวขี้กาเบิกโพล่งวาววับ..แววตาสะท้อนเห็นแล้วซึ่งเด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีอ่อนที่ตำแหน่งเส้นครึ่งสนาม!!!!

 

“คุโรโกะระวัง!!!!!”

 

 

 

ผัวะ!!!!!!!!!

โครม!!!!!!!!!!

 

การไล่ตามเงาลวงตาอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ฮานามิยะมือผลักกระแทกเข้ากลางหน้าอกจนเจ้าตัวร่างเล็กล้มไปกลิ้งหลุนๆเช่นเดียวกับลูกบาสนอนจุกแน่นกองกับพื้น

 

 

“คิริซากิไดอิจิเบอร์ 4 ฟาลว์ เซย์รินเบอร์ 11 ได้ลูกโทษ”

 

กรรมการเป่านกหวีดนับฟาลว์ฮานามิยะ มาโคโตะ เจ้าของเรือนผมสีดำสะดุ้งตั้งสติกลับมา ด้วยความโมโหจึงทำให้ขาดความเยือกเย็นลืมไปว่าตำแหน่งของผู้เล่นเบอร์ 11 ไม่ได้อยู่ในมุมอับบังจากสายตากรรมการ

“ไม่เป็นไรนะคุโรโกะ” คางามิ ไทกะเดินเข้ามาฉุดดึงคู่หูเงาให้ลุกขึ้น

“ครับ..ดูเหมือนผมจะได้ลูกโทษ”  คุโรโกะตอบพลางปัดฝุ่นจากกางเกงสามส่วน นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนหันมามองสมาชิกทุกคนพร้อมกับกล่าวขอทั้งหน้าตายไร้อารมณ์ “ตั้งแต่ 5 ขวบผมก็ไม่เคยชู้ตลูกลงอีกเลย..ทุกคนช่วยรีบาวน์ด้วยนะครับ”

“อะไรฟร่ะเนี่ย!!!!!”  ทุกคนยกมือปิดหน้าก่ายหน้าผาก ต่างคนต่างเพลียกับสกิลการชู้ตที่เข้าขั้นแย่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนไม่น่าเชื่อว่า คุโรโกะ เท็ตสึยะ คือส่วนหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ย

 

 

“………”  ฮานามิยะก้มมองฝ่ามือตัวเองนิ่ง…คิ้วหนาขมวดมุ่นกับสัมผัสแปลกๆที่ยังค้างคาอยู่

“มีอะไรเหรอ?” เพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้ามาประชิดกระซิบถามบุรุษผมสีดำเข้มคิ้วหนา ใบหน้าคมล้อมเส้นผมสีดำขลับดั่งอีกาปรายตาสีเขียวขี้กาไปยังร่างผอมเล็กเข้าประจำตำแหน่งปลายหัวกะโหลก เขาเดาะบอลลงพื้นสองสามทีเตรียมตั้งท่าชู้ตลูกลงห่วง

“นายคิดว่าเบอร์ 11 สูงเท่าไหร่?” จู่ๆ ฮานามิยะถามเรื่องส่วนสูงคนผมฟ้า

“เห..นั่นสินะ..เจ้าเด็กปากดีจืดชืดนั่นน่าจะราวๆ 165 มั้ง ทำไมถึงเกิดสนใจขึ้นมาล่ะ”

“ค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานที่คนเล่นบาสควรมี …” คนผมดำเว้นวรรคครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ขอฉันตรวจสอบก่อน ถ้าใช่ล่ะก็..งานนี้พวกเราแทบไม่ต้องทำอะไรก็ชนะแน่ๆ”

 

 

 

ปึง!!!!

 

“รีบาวน์!!!!”  คิริซากิไดอิจิรีบาวน์ลูกได้ก่อน ไม่วายแอบโกงด้วยการอาศัยมุมอับดันไหล่มิโตเบะให้ลงไปนั่งกองกับพื้น พวกเขาทำงานส่งลูกเป็นทีมประหนึ่งเส้นใยแมงมุมถักทอเป็นตาข่าย ต่างพลัดกันรับส่งเป็นอย่างดี ยิ่งตอนนี้อิซึกิยังมึนสายตาจากศอกเมื่อครู่การจะใช้อีเกิ้ลอายส์จึงเป็นเรื่องยากที่จะใช้งานได้ในตอนนี้

 

ผัวะ!!!!!

 

บอลถูกตัดแย่งเข้ามาในมือเล็ก คุโรโกะเลี้ยงบอลวิ่งบุกตรงไปข้างหน้า ก่อนจะชะงักฝีเท้าหยุดกะทันหันเมื่อพบว่าผู้เล่นเบอร์ 4 ฮานามิยะเข้าประกบเธอตัวต่อตัว

“ดูท่าทางจะเกลียดฉันมากสินะ”

“โคตรเกลียดเลยครับ” คุโรโกะตอบหน้าตาย ร่างเล็กขยับไปทางซ้ายทีอีกฝ่ายก็เข้ามาขวาง พอจะมาทางขวาเขาก็เขยิบตามเข้าสกัด  พยายามจะใช้มิสไดเรกชั่นจากอีกฝ่ายก็ยิ่งยากดวงเนตรสีเขียวขี้กาเพ่งเล็งเธอเป็นพิเศษกว่าใครไร้ซึ่งการวอกแว่กจนน่าประหลาดใจ

 

ผัวะ!!!

 

คนหนุ่มผมสีเทาปรกนัยน์ตาแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวพุ่งมาตัดบอลแย่งไปจากมือผู้เล่นเงาลวงตา คุโรโกะตาโตตกใจพึ่งรู้ทันว่าสิ่งที่กัปตันคิริซากิไดอิจิต้องการ คือการรั้งเธอให้อยู่ตำแหน่งเดิมนานๆ..จนกลายเป็นที่มองเห็นของคนอื่นๆ ทว่า..นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอใจหายวาบได้เท่าประโยคเย้ยหยันหลุดออกมาจากปากหนึ่งในราชาไร้มงกุฏจอมเจ้าเล่ห์

 

“ฉันเองก็โคตรเกลียดเหมือนกัน ไอ้พวกผู้หญิงปลอมตัวเป็นผู้ชาย”

“!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

สัญญาณนกหวีดหมดควอเตอร์ที่ 3  จบลงที่คิริซากิไดอิจิตีตื้นมาจนเสมอเท่ากับเซย์ริน คุโรโกะยังคงยืนเคว้งคว้างหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม กริยาที่แสดงออกมาเป็นที่ชัดเจนว่าฮานามิยะคิดถูก เขาหัวเราะในลำคอพร้อมวางฝ่ามือบีบแน่นลงบนไหล่ โน้มตัวลงมากระซิบข้างหูด้วยถ้อยคำบางอย่างที่ทำเอาดวงเนตรสีฟ้าอ่อนเบิกโพล่งสุดขีด!!!!

 

“เป็นอะไรไปคุโรโกะ?”  คางามิสังเกตเห็นว่าสาวผมสีฟ้าสั้นนั่งเงียบผิดปกติตั้งแต่ออกมานอกสนาม มือเล็กกุมประสานไว้หว่างขาบีบแน่นจนสั่นเท้า ก้มหน้าลงต่ำซ่อนสีหน้าหวาดกลัวตึงเครียดใต้ผ้าขนหนูสีขาว

“ฉัน..ฉันขอโทษ..”  เหล่าเซย์รินเลิกคิ้วมองหน้ากันงุนงง ทุกคนเอียงคอหันมามองร่างเล็กปลายเก้าอี้ เธอพยายามเก็บอารมณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้ว่า..จะไม่สามารถซ่อนสายตาหวาดหวั่นในดวงเนตรสีฟ้ากลมโต

“ควอเตอร์ที่ 4 ฉันอาจจะทำให้ทุกคนหมดสิทธิ์การแข่งได้ค่ะ ฉันผิดเอง”

“ด..เดี๋ยว!!คุโรโกะเธอพูดอะไรออกมา!!?” ริโกะละมือจากการประคบน้ำเย็นบนดวงตาอิซึกิมายังผู้เล่นเบอร์ 11 ที่ดูจะสูญเสียความมั่นใจอย่างมากอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

 

“ฉันจะบอกเรื่องนี้กับกรรมการ ดูสิว่าพวกเขาจะทำยังไงกับเศษสวะไร้ค่าผิดประเภทในสนามเช่นเธอ”

 

 

คำขู่ของชายผมสีดำแทงกลางใจเด็กสาวผมฟ้า คนๆนั้นทำจริงแน่อย่างไม่ต้องสงสัยต่อให้เธอเลือกไม่ลงแข่งในควอเตอร์ที่ 4 ถ้าคิริซากิไดอิจิทำท่าจะแพ้ เพียงอีกฝ่ายนำเรื่องนี้ไปฟ้องทุกเซย์รินอาจโดนตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันกลางคัน หรือถ้าพวกเขาเบื่อแล้วที่จะเล่นต่อก็แค่นำเรื่องนี้ไปพูดทุกอย่างก็จบเช่นกัน

 

มืดแปดด้าน..ไม่ว่าทางไหน..ก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากความจริง

 

 

.

.

.

 

“ฮานามิยะ นายรู้อะไรดีๆงั้นสินะ”

“ก็ราวๆนั้น..และฉันก็จะจบมันลงก่อนถึงควอเตอร์ที่ 4” ฮานามิยะ มาโคโตะ ยิ้มเจ้าเล่ห์ ปลายนิ้วดีดเป็นจังหวะทุกคำสะกดเป็นเพียงชื่อของคนๆเดียวที่ทำให้เขาสนุกสนานได้มากมายถึงเพียงนี้

 

“คุ”

ป๊อก!!

 

“โร”

ป๊อก!!

 

“โกะ”

ป๊อก!!

 

“เท็ต”

ป๊อก!!

 

“สึ”

ป๊อก!!

 

“ยะ”

ป๊อก!!

 

ปากหนาแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว…ยิ้มเหนือชัยอย่างที่สุดหาใดเปรียบ เขาจินตนาการถึงความโกลาหนในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เพียงแค่ลุกขึ้นก้าวเดินตรงไปยังโต๊ะคณะกรรมการตัดสินบอกความลับที่ซุกซ่อนในเซย์ริน

 

คิริซากิไดอิจิชนะไปอย่างขาดลอยแน่นอน!!!

 

 

 

RRRRRRRRRRRRRRR

 

“กัปตันครับ ใครไม่รู้โทรมา” เบอร์ประหลาดต่อสายตรงเข้ามายังโทรศัพท์มือถือสีเขียวน้ำทะเล ฮานามิยะเลิกคิ้วสูงก่อนจะรับมือถือขึ้นมาเปิดฝาผับมองเบอร์ที่โชว์เพียงตัวเลข 10 หลักไม่คุ้นตาซักนิด เขาลังเลใจครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย

 

‘ฮานามิยะ มาโคโตะ ราชาไร้มงกุฎ ไม่ต้องถามว่าผมเป็นใครจงทำตามที่ผมสั่ง ‘อย่าปากสว่างให้มันมากนัก’’

 

ปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย ที่สำคัญกว่าคือคนๆนี้รู้จักชื่อเขา คิ้วหนามุ่นลงเป็นปมครุ่นคิดสงสัยขณะเดียวกันเขาไม่สบอารมณ์เอาเสียเลยกับการที่ถูกคนแปลกหน้าเบ่งอำนาจออกคำสั่งเขาเฉยชิบ

“ถึงไม่รู้จักแต่พอเดาได้แล้วว่าแกต้องรู้จักเบอร์ 11 เป็นการส่วนตัว เสียใจด้วยว่ะ..ฉันจะบอกและจะโพทะนาให้รู้กันทั่ว ฮ่าๆๆ” ฮายามิยะตอกกลับทั้งเสียงยียวนกวนประสาท หัวเราะแหลมเจตนากวนตีนคู่สนทนาปริศนา ปลายสายไม่พูดไม่จา..เงียบอยู่นานจนในที่สุดก็เป็นฝ่ายตัดสายทิ้งไป

“เหอะ!!พวกปากดีสินะ” มือแกร่งวางมือถือไว้บนม้านั่ง ยังไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำคราวนี้เป็นเสียงอีเมลยิงเข้ามารัวๆ  มือถือฝาผับสั่นสะเทือนจนกลายเป็นที่สนใจของสมาชิกคิริซากิไดอิจิ เขาจำต้องหยิบขึ้นมาเปิดเมลดูเสียไม่ได้

 

“น…นี่มัน!!!!!!”

 

เมลเหล่านั้นส่งตรงมาจากเบอร์ปริศนา แนบรูปถ่ายการแข่งขันของพวกเขาตั้งแต่ปีที่แล้วในทุกแมตท์ และทุกๆรูปเห็นจากมุมกล้องที่ชัดเจนว่าพวกเขาทุกคนเล่นสกปรกทำร้ายคู่แข่งจนบาดเจ็บ!!!  คนปริศนายังไม่หยุดแค่นั้นระดมส่งเมลแล้วเมลเล่าประหนึ่งวิญญาณตามติดหลอกหลอน

“ฮานามิยะ..ถ..ถ้าเกิดรูปพวกนี้แพร่กระจายไปล่ะก็..” สมาชิกในทีมเริ่มเสียขวัญ ฮานามิยะก็เช่นกันทั้งหวาดกลัวและโมโหเกรี้ยวกราด  ร่างสูงลุกขึ้นยืนกวาดสายตามองไปรอบๆโรงยิมทั้งสนาม ไม่ว่าจะมุมนักข่าวกระทั่งแสตนเชียร์หรือแม้แต่ฝั่งนักกีฬา ก็ไม่อาจระบุบุคคลที่มีท่าทีเป็นปลายสายปริศนานั่น

“!!!!!!!”   เมลฉบับสุดท้ายส่งมาแล้วก็เงียบหายไปหลังจากที่ระดมยิงเข้ามาเกือบ 100 เมลต่อเนื่อง กัปตันทีมคิริซากิไดอิจิกลั้นใจกดเปิดเมลอ่านทั้งมือที่เย็นเชียบ ในนั้นไม่มีรูปภาพพิมพ์เพียงข้อความสั้นๆว่า

 

 

‘คำสั่งผมถือเป็นที่สุด

จาก : 08x-xxx-xxxx’

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

สัญญาณนกหวีดดังขึ้นอีกครั้งในอีก 45 นาทีต่อมา จบสำหรับควอเตอร์ที่ 4 พร้อมกับคำประกาศบนหน้าจอโทรทัศน์เขียนไว้ว่า ‘ผู้ชนะ : เซย์ริน’ เสียงเฮลั่นไปทั่วแสตนเชียร์ ผู้มาชมต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้ทีมที่ผ่านเข้ารอบแรกไปสู่การแข่งตัดเชือกรอบต่อไปในวินเทอร์คัพ คิเสะเคาะราวจับโพเดียมชมจากมุมสูงสุดไปมาเป็นจังหวะพลางฮัมเพลงในลำคอสบายใจ ตาสีทองสะท้อนร่างเล็กผมสีฟ้าลงสนามจนจบเกมส์กำลังแย้มยิ้มน้อยๆ..รอยยิ้มที่เป็นเพียงยกมุมปาก ปิติยินดีกับชัยชนะที่ได้มาครอง กระโดดดีใจอยู่ในวงล้อมอ้อมกอดของเหล่าเพื่อนร่วมทีมทั้งหลาย

 

“ในที่สุดคุโรโกจจิก็ชนะ”  สาวผมทองถอนใจโล่งอก แย้มยิ้มดีใจไปด้วยกับเหล่าเซย์รินที่เธอลุ้นเชียร์จนตัวโก่งก่อนจะผินร่างไปยัง..ทางเชื่อมเดินขึ้นมายังชั้นโพเดี่ยมที่ซ่อนในเงามืด

“จะไม่ไปแสดงความยินดีหน่อยเหรอ อาคาชิจจิ”  เธอถามบุรุษร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งเล็กน้อยพองามอยู่ในชุดนักเรียนราคุซันสีกากีโทนเข้มยืนพืงกำแพงทางเชื่อม ดวงตาต่างสีไม่เข้าคู่เรืองรองในเงามืดมองหน้าจอมือถือไอโฟน 6  ที่โชว์หน้าเมลตอบกลับมาด้วยข้อความสั้นๆเพียงเมลเดียวด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า ‘มึงเป็นใคร’

 

“ผมไม่จำเป็นต้องแสดงความยินดีกับใคร เพราะถึงยังไงท้ายที่สุดราคุซันจะต้องชนะ”

 

อาคาชิเลื่อนนิ้วโป้งกดรูปถังขยะลบเมลนั้นทิ้งไปอย่างมาแยแส  ก่อนผินหน้าคมคายหล่อเหลามายังนางแบบสาวผมทองยาวดัดลอน  คิเสะใจสั่นด้วยความกลัวเผลอลูบต้นแขนใต้เสื้อสูทนอกสำหรับชุดนักเรียนไคโจไปมาหวังจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกายภายใต้อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากฝืนใจเงยหน้าสบสายตาแฟนหนุ่มที่มาร่วมดูการแข่งขันในวันนี้ด้วยกัน…

 

 

สายตาคมกริบยากแก่การคาดเดาความคิดใดๆ  เปี่ยมอำนาจทรงพลัง แข็งแกร่งได้อย่างร้ายกาจ

 

 

 

“กลับกันได้แล้ว ผมจะไปส่งเรียวตะที่บ้าน”

“อืม”  เจ้าของสมญานามนางจิ้งจอกผงกศีรษะ ก้าวเท้าเดินตามหลังบุรุษเรือนผมสีแดง ออกไปจากทางเชื่อมที่ทอดยาวจนถึงปลายอุโมงค์ที่สาดส่องด้วยแสงจากดวงอาทิตย์อันเจิดจ้า

 

 

 

 

เกมส์กระดานยังคงดำเนินต่อ..ใคร่หาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่ถูก

สงครามในฤดูกาลเหมันต์ได้เริ่มต้นขึ้น!!

 

 

 

TBC

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

จากที่พลอตกะๆไว้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดฟิค knl จะจบในตอนที่ 40 ค่ะ ฉะนั้นก็นับถอยหลังอีก 10 ตอนแล้วล่ะ
จะพยายามให้จบพร้อมอนิเมะซีซั่น 3 นะ ฮาาา ไม่รู้จะทันไหม

ตอนนี้ท่านก็โผล่มาล่ะ มาแย่งซีนตอนสุดท้ายเลย 555

 

 

8 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part29

  1. แหมๆๆเป็นตอนที่แบบว่าจัดเต็มกับฟลีลุ้นน้องจริงจังง่ะ จะรอดไหมว้า
    ในที่สุดอีตานั้นก็รู้จนได้ว่าน้องคือผู้ฉิง เห้ยไม่ใช่ คือผู้หญิงปลอมตัวมา
    แต่แหมๆๆๆท่านเนี่ยกะนะ จะช่วยน้องทั้งทีก็ต้องหลบๆๆซ่อนๆๆ กะนะ
    อยากไม่เชื่อคำสั่งท่าน ก็ต้องโดนขู่กลับแบบโหดๆงี้อ่ะนะ ถึงจะสมน้ำ
    สมเนื้อ กับอีทีมที่ชอบโกงชาวบ้าน แบบว่าตอนดูในออริเนี่ย ก็เกลียดทีม
    เข้าไส้เลยนะ ไม่รุ้สิตอนเซย์รินแข่งกะทีมอื่นไม่เป็นอ่ะเนี่ย ฮ่าๆๆ ก็นะทีม
    นี้มันมีฝือมือนะ ทำไมไม่งัดเอามาใช้มั้งฟ่ะ อย่างทีมปาฎิหาร์เนี่ย เขาไม่
    จำเป็นต้องตุ๊กติก แต่กะเมพกันทุกคนจริงจัง แต่ว่าในที่สุดตัวละครที่รอมา
    นานๆๆๆๆๆ ก็โผล่มาเสียที น้อง No.2 ฮ่าๆๆๆๆ โผล่มาได้แบบว่ามุ้งมิ้ง น่ารัก
    โคตรๆๆง่ะ อยากเก็บเอามาเลี้ยงเองรุยงิ คริ คริ (บลัดซังคิดว่าเขาจะบอกว่า
    รอพระเอกโผล่สินะ ฮ่าๆๆๆ ไม่เอาไม่รอพระเอกล่ะ ปล่อยท่านตกกระป๋องไป
    สักพักล่ะกัน พยายามเรียกเรทติ้งเอาเองนะท่าน \\เตรียมวิ่งหลบกรรไกรแดง)
    แต่จะว่าไปแล้วที่ท่านยอมช่วยน้อง เพราะใจจริงกะอยากไฟว์กะน้องในแมท
    สุดท้ายในตำนานนั้นสินะ กิ้วๆๆๆ จะช่วยทั้งทีกะอย่าเก็กมากจะได้ไหม แต่ช๊อต
    นี้ชู้ป้ายไฟให้คะแนนเต็ม 10 สักครั้งอ่ะนะ อุตส่าโผล่มาช่วยน้องทันเวลา ฮ่า

    Ps. แต่ว่าไอ้ตอนที่คางามิคุงเหม่อตอนฝนตกนั้น แหมๆๆ ไม่ค่อยจะ….กับน้องเลยนะ
    เนี่ย ถ้า่ทานรู้เข้า นายชะตาขาดแน่ๆรุย แต่เอ๋ ไอ้ประเด็นที่ทัตสึยะว่าจัตัดพี่ตัดน้องกัน
    เลยเนี่ยแหมๆๆ ไม่อยากจะคิดเลยนะแต่เล่นพูดมาเองว่า “แต่ตอนนี้ฉันไม่ต้องการเป็น
    พี่ชายนาย……” อุ๋ยๆๆๆ ไม่อยากเป็นพี่ชาย แล้วคุณพี่อยากเป็นอะไรกับคางามิคุงแทน
    ล่ะคร่า หุหุ >o<

    • ใจเต้นตึกๆตักๆหวิดโดนตัดสิทธิ์ รู้เพราะมือไปโดนแท้ๆเลย ท่านชอบทำดีปิดทองหลังพระตลอด ทำมาตั้งแต่ ม.ต้นแล้ว555 ช่วยปิดนั่นนี่ตลอด ขนาดทะเลาะกันก็ยังมาช่วยและถ้าไม่ทำตามคำสั่งโดนแฉรูปกระจุยกระจาย เบอร์2น่ารักเนอะ อยากให้มานานแล้ว ในที่สุดก็หาตอนลงได้ซักทีใจท่านก็อยากให้น้องมาถึงตัวเองเหมือนกัน อยากรู้ว่าจะสามารถแค่ไหนและก็ไม่อยากให้มาแพ้ด้วยเรื่องแค่เป็น ผญ ด้วย ตอนนี้มาน้อยๆสั้นๆแต่บทหล่อ ฮาาา ท่านรู้เข้าอาจจะโดนควักตา5555 คำพูดไม่อยากเป็นพี่พอเม้นมาปั๊บผมนี้จิ้นเลยครับ ฟฟฟฟ

  2. อร้ายยย!!!ฟินค่ะฟินท่านยังค่าตัวแพงเหมือนเดิม >////< ทำเป็นพูดไม่แคร์ไม่สนแต่ปกป้องน้องขนาดนี้หนิยังไงคะท่าน555ทำเป็นพูดว่าราคุชันชนะๆแต่ใจจริงๆคืออยากจะแข่งกะน้องสินะคะ ฟฟฟฟฟ
    (รู้สึกวินเตอร์คัพจะเหมือนเป็นการง้องอนกันของพระนาง ฟฟฟฟ)
    ท่านจะแอบแค้นที่ฮานามิยะได้จับน่มน้มน้องป่ะค่ะเลยส่งรัวๆอย่างกะสโตรกเกอร์555เล่นเอาหลอนแทน

    เพิ่งจะมาเริ่มอ่านค่ะเพิ่งเจอฟิคนี้แล้วอ่านรวดเดียวบจเลนค่ะ555สมัครเว็บนี้เพื่อมาเม้นให้เลย
    ตั้งแต่อ่านมามีแต่คนหมั่นไส้ท่านอ่ะค่ะ U__U แต่เราคิดว่าท่านเป็นแบบนี้แล้วสะใจค่ะ(อ้าว?)
    ยิ่งไปตามอ่านทวิตเรื่องที่ท่านทั้งแต่งเพลงให้ทั้งเล่นไวโอลีนปลอบใจคิเสะทั้งๆที่ตัวเองก็เจ็บเหมือนกันนี่จิ๊ดเลยค่ะ

    (เอาตรงๆคือเราหมั่นไส้คุโรโกะตั้งแต่อ่านมังงะค่ะ55+)สกิลพระเอกที่มันจะไม่แพ้ตัสวร้ายมั่งรึไง!!!

    เม้นครั้งแรกยาวเกินขอโทษนะคะ
    ป.ล.หนูอยากอ่านดงวใจเจ้านางอ่ะค่ะ(….)

    • โผล่มานิดๆก็ดาเมจเร้าใจ555 ใจท่านก็อยากแข่งกับน้องและก็ช่วยเหลือปกป้องอยู่55 เห็นด้วยมากๆว่าwc คือการงอนง้อพระนางมากก ท่านแค้นเหมือนกันตรงทำน้องเจ็บ เล่นสกปรก ขู่น้องเลยต้องจัดหนักๆให้รู้ว่าใคร ดีใจที่ชอบฟิคเรานะคะขอบคุณสำหรับเม้นมากๆค่ะ ดีใจปลื้มมากกก ท่านก็มีเหตุผลสมควรกลายเป็นโบคุชินะ ยิ่งตาใทวิตก็จะเข้าใจฟิลท่านมากขึ้น ท้ายเป็นพวกต่อหน้าทำนิ่งไปดราม่าในโซเชี่ยล ระบายเก็บกดในนั้น เม้นยาวเราไม่ว่าเลยค่ะ เราชอบมากนะได้อ่านได้คุยกับคนอ่านมากขึ้น ดวงใจเจ้านางกะว่าหลัง knl จบจะอัพจ้า อยากให้เสร็จเป็นเรื่องๆไปน่อ

  3. เย้ๆ ในที่สุด รุ่นพี่คิโยชิ เทปเป ก็ออกโรงรู้สึกว่าโลกนี้สดใสขึ้นมานิดนึง / ไอ้เจ้าฮานามิยะใจร้าย บังอาจทำร้ายคุโรโกะจิ คอยดูน่ะถ้าเผลอมาเจอไคโจของเค้า จะถล่มให้ราบเหมือนไคจู (Godzilla) มาถล่มซะเลย !!
    ป.ล. อาคาชิจิใจร้าย !

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s