[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part30

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Kuroko no love 30

 

 

คิเสะกลับมาถึงบ้านราวๆเกือบ 5 โมงเย็นเห็นจะได้ ขาเพรียวยาวสวยสวมถุงน่องสีดำก้าวเดินผ่านบานรั้วเหล็กเข้าไปในตัวบ้าน ดวงเนตรสีทองอำพันคู่สวยใต้ขนตาแพยาวหลุบมองชั้นวางรองเท้าที่เกิดมาหนึ่งคู่..รองเท้าสนสูงสีดำไม่คุ้นตาว่ามีใครในครอบครัวซื้อมาสวมใส่ แต่คุ้นว่าเคยพบเห็นบ่อยๆเกือบทุกวัน นางแบบสาวถอดถอนใจเหนื่อยหน่ายหวังว่าจะหนีขึ้นไปนอนแผ่บนห้องนอนเงียบๆ ทว่า…ประตูห้องรับแขกเปิดออกโดยสตรีเรือนผมสีทองซอยสั้นโฉบเฉี่ยว ใบหน้าสะสวยกับดวงเนตรสีเดียวกันกับเธอส่งเสียงกระแอม ทำให้ผู้กลับมาถึงบ้านหมาดๆชะงักเท้าที่กำลังก้าวขึ้นบันได

“เรียวตะ ผู้จัดการมาหาน่ะ”

“อ่า…พี่เรียวโกะ”   คิเสะ เรียวตะ หันมายิ้มแหยๆให้พี่สาวคนโต ก่อนจะรีบหุบยิ้มเมื่อเห็นอีกหนึ่งร่างของสาววัยกลางคนอายุ 30 กว่าตัดทรงบ็อบเทสไลต์ทำหน้าขึงขังดุดันใส่…คนๆนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้จัดการส่วนตัวของเธอ

 

 

ปึก!!!

 

นิตยสารวัยรุ่นเกือบทุกฉบับในรอบ 3-4 เดือนที่ผ่านมาวางลงบนโต๊ะรับแขกทำจากกระจกใสสไตล์โมเดิร์น คิเสะมองนิตยสารเหล่านั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผู้จัดการส่วนตัวที่กอดอกหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลตัวยาวฝั่งตรงข้าม

“คิเสะจัง เห็นที่พี่บอกรึยังว่ากระแสของเธอกำลังตก” ผู้จัดสาวชี้นิ้วย้ำๆนิตยสารทุกเล่ม..และทุกๆเล่มนั้นไม่มีเรื่องราวของนางแบบสาววัยรุ่นคิเสะ เรียวตะ ขึ้นปกหรือแม้แต่สัมภาษณ์ด้านในก็ไม่มีด้วยซ้ำ “ถ้าปล่อยไปแบบนี้ อีกไม่นานชื่อของเธอจะหายไปจากวงการบันเทิงนะ”

“เรื่องนั้นฉันรู้ค่ะ” เสียงหวานที่เคยสดใสกังวาน..กลับกลายเป็นเรียบนิ่งแผ่วเบาและสั่นเครือ มือเรียวหยิบนิตยสาร Rays ฉบับล่าสุดที่มักจะติดต่อเธอให้ไปถ่ายแบบเป็นประจำๆ บัดนี้กลายเป็นจุดยืนของนางแบบวัยใสหน้าใหม่ที่กำลังโด่งดังในช่วงเวลานี้

“แล้วยังจะโลเลไม่รับงานนั่นอีกเหรอ ถ้าขืนชักช้าต่อไปพี่ไม่รับประกันนะว่าจะดึงกระแสคิเสะจังกลับมาได้” งาน..ที่ทำเอาคิเสะถึงกับก้มหน้าเครียด กำหมัดแน่นจนเล็บเข้าเนื้อ..ตาสีอำพันสั่นไหวน้ำตาคลอเบ้าจนวาววับส่ายหัวไม่ยอมท่าเดียว และนั่นยิ่งทำให้ผู้จัดการถึงกับยกมือก่ายหน้าผาก

 

“รู้อะไรไหม สมัยก่อนไมจังก็เป็นเหมือนเธอเนี่ยแหละ แต่ตอนหลังเธอก็กล้าหาญ..กล้าที่จะทำ จำไม่ได้รึไงนิยามของการเป็นนายแบบนางแบบคืออะไร มันคือศิลปะคือความสง่างาม มันไม่ได้น่าอายซักนิด”

“ฉันรู้ค่ะพี่มากิ..แต่ฉันไม่อยากถ่ายแบบในท่าทางเซ็กซี่นี่คะ!!!”

“คิเสะจังเลิกโลกสวยซะที!!!อาชีพนางแบบมีไว้ให้ผู้ชายมองแบบนี้ทั้งนั้น!!!พอถึงจุดๆนึงก็ต้องเปลืองผ้าชิ้นสองชิ้นอยู่ดี!!!!”

“คุณมากิคะ!!น้องสาวฉันไม่พร้อมช่วยเข้าใจด้วยนะคะ!!!”  คิเสะ เรียวโกะ ทนนั่งฟังเงียบๆต่อไปไม่ไหว ตะคอกเสียงดังแข่งกับผู้จัดการ ออกตัวปกป้องน้องสาวคนสุดท้องที่กำลังนั่งตัวสั่นเท้าไปด้วยความโกรธ  ดูเหมือนว่าการเจรจาจะกลายเป็นการทะเลาะเบาะแว้งไปเสียแล้ว ผู้จัดการส่วนตัวของนางแบบสาวสะดุ้งตั้งสติกลับมาได้ว่าเผลอระเบิดโทสะบีบบังคับเด็กสาวมากเกินไป

 

“ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่พี่จะพูดเรื่องนี้ กลับไปคิดดีๆแล้วค่อยมาให้คำตอบภายสิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นก็พี่กับคิเสะจังคงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก”

 

คิเสะ เรียวโกะ มองตามสาวผมบ็อบเทเก็บกระเป๋าสะพายเดินออกไปจากบ้าน จังหวะเดียวกันนั้นผู้จัดการสาวได้เดินสวนทางกับลูกสาวคนรองแห่งครอบครัวคิเสะที่พึ่งเดินทางกลับจากทัวร์คอนเสิรต์ ใบหน้าหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางค์แนวพังค์ล้อมเส้นผมสีทองซอยสไลด์แรงรวบหางม้าสูงสะพายกีต้าร์ไฟฟ้า เหลียวหน้ามองตามแผ่นหลังผู้จัดการสาว โดยที่เท้ายังก้าวเดินเข้ามาในห้องรับแขก

“ยัยเจ้บ๊อบเทมาเรื่องถ่ายแบบแนววาบหวิวอีกแล้วเหรอ”

“ตามนั้นล่ะ เรียวนะ”  พี่สาวคนโตถอนใจอีกระลอก พี่สาวทั้งสองหันกลับมามองน้องสาวคนเล็กที่เอาแต่นั่งเงียบน้ำตาร่วงพล่อยๆ หยดแล้วหยดเล่าจนเปื้อนกระโปรงนักเรียน พวกเธอเดินไปนั่งลงขนาบน้องสาวทั้งสองข้างคิเสะ เรียวโกะลูบหัวส่วนคิเสะ เรียวนะ โอบไหล่โยกปลอบไปมา

“พี่เรียวโกะ พี่เรียวนะ..ฉันควรจะทำยังไงดี…อีกอย่างเรื่องหนี้ของพ่อกับแม่ก็ยังใช้ไม่หมดด้วย”  ครอบครัวคิเสะเป็นครอบครัววงการบันเทิงมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ต่างคนต่างเป็นนักแสดงหนังทั้งคู่แล้วมาตกลงปลงใจแต่งงานกันพร้อมกับลาออกจากวงการบันเทิง พวกเขาหันไปเปิดธุรกิจน้ำหอม ทว่า..ตอนนี้ด้วยการตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงจึงเป็นสาเหตุให้บริษัทเริ่มเข้าสู่ภาวะย่ำแย่  ซึ่งพวกเธอเองต่างก็ต้องคอยช่วยกันทำงานกอบกู้เรื่องค่าใช้จ่ายด้วย

 

คิเสะ เรียวโกะ ไดเร็กเตอร์หนัง

คิเสะ เรียวนะ นักร้องวงร็อคหญิงล้วนที่กระแสดังในระดับกลางๆ

คิเสะ เรียวตะ นางแบบวัยรุ่น

 

สามสามพี่น้องในวงการบันเทิงและบิดามารดา ต่างช่วยกันทำงานเก็บเงินไปใช้หนี้กอบกู้ธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้..เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วย หลังจากจบการแข่งอินเตอร์ไฮน์บริษัทก็แย่ลงไปกว่าเก่าซ้ำร้ายยังมีเรื่องกระแสความนิยมของคิเสะ เรียวตะ ตกลงอนึ่งด้วยนางแบบไอดอลหน้าใหม่เข้ามา ทำให้นิตยสารจ้างงานเธอน้อยลงเรื่อยๆจนตอนนี้แทบไม่มีงานเข้าด้วยซ้ำ

 

ไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ แม้แต่เพื่อนพ้องที่ไคโจ..ไม่อยากให้กังวล ไม่อยากให้คนอื่นต้องมารับฟังเรื่องแย่ๆเหล่านี้

 

“คิเสะ…บางทีฉันคิดว่าแฟนเธอน่าจะช่วยได้นะ” คิเสะ เรียวนะ พูดลอยๆขึ้นมา กลับทำให้น้องสาวถึงกับชักสีหน้าเกรี้ยวกราด โวยวายเสียงดังลั่น

“ไม่นะ!!!ฉันจะไม่รบกวนอาคาชิจจิ!!!ฉันกับเขาเราไม่ได้..”  มือรีบยกขึ้นมาปิดปาก..เธอพูดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์แท้จริงระหว่างแฟนหนุ่มที่ประกาศป่าวๆทางสื่อ หาได้มีความรักมาเกี่ยว..ยิ่งเห็นพ่อแม่ดีใจที่ลูกสาวได้แฟนเป็นถึงทายาทตระกูลอาคาชิ ยิ่งไม่กล้าบอกว่าสาเหตุที่คบหากันนั้นเกิดจากอะไร

“เอาเป็นว่า..ฉันจะไม่ยืมเงินอาคาชิจจิ ฉันไม่อยากลากเขามาเกี่ยว” หญิงสาวผมทองยาวสลวยดัดลอนตัดบททั้งเสียงเย็นแล้วเดินกลับขึ้นไปห้องนอน เธอโยนกระเป๋านักเรียนแล้วทิ้งตัวลงกับเตียงนอนก่ายหน้าผากนวดขมับไล่ความเครียดเหล่านี้ออกไปจากหัว

 

 

RRRRRRRRR

 

สมาร์ทโฟนสีดำในกระเป๋านักเรียนสั่นไหว ร่างบางดันตัวขึ้นมานั่งล้วงหยิบเอามือถือขึ้นมาดู..คิ้วเรียวเลิกสูงเล็กน้อยประหลาดใจคนที่พึ่งนั่งรถมาส่งเธอถึงบ้าน ทั้งที่พึ่งเจอหน้ากันหยกๆเหตุไฉนถึงได้ส่งเมลเข้ามา..พอกดเปิดอ่านสิ่งที่ทำให้เธอตะลึงยิ่งกว่าเก่าคือ..เมลฉบับนี้ไม่ได้ส่งให้แค่ คิเสะ เรียวตะ เพียงคนเดียว

 

แต่ส่งให้กับทุกคนใน ‘รุ่นปาฏิหาร์ย’

 

 

.

.

.

 

คุโรโกะเปิดอ่านเมลฉบับเดิมซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น จิตใจของเธอไม่เคยสงบลงซักนิด..ทั้งปั่นป่วนในอก ว้าวุ่นใจจะเต้นแรงก็ไม่ใช่จะร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มก็ไม่เชิงรวมทั้งหมดเรียกว่าความตื่นเต้นที่มากกว่าทุกๆครั้งที่เคยมีมา จนถึงเช้าวันนี้  เด็กสาวนอนไม่หลับทั้งคืนจนตาโหล่ลึก ยิ่งส่องกระจกแทบหัวก็กระเซิงเธอยิ่งรับไม่ได้เข้าไปกว่าเก่า จนนึกด่าทอตัวเองที่ไม่ดูแลสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่งในเช้าวันนี้

 

‘พรุ่งนี้ 8.30 น. เจอกันที่ลานบันไดประตูฝั่งซ้ายสนามแข่งวินเทอร์คัพ

อาคาชิ เซย์จูโร่

“จะไปเจอกับอาคาชิคุง ทั้งสภาพแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด”  คุโรโกะหยิบเอาแป้งฝุ่นสีขาวมาทา..แต่ไม่ว่ายังไงใต้ตาก็ไม่หายคล้ำซักที เธอมองอุปกรณ์แต่งหน้าบนโต๊ะเครื่องแป้งมีแค่หวี แป้งฝุ่นเนื้อขาว ลิปมัน ไดรฟ์เป่าผม ยิ่งมองก็ยิ่งนึกด่าทอตัวเองที่ช่างเป็นผู้หญิงไม่รักสวยรักงามเอาเสียเลย

 

 

 

ถึงการพบเจอกันล่าสุดจะเป็นอะไรที่เจ็บปวด…แต่ถึงอย่างงั้นหัวใจของเธอก็ยังร่ำร้องอยากจะพบเจอเขา

อยากจะเห็นใบหน้า ดวงตา และได้ยินเสียงของ ‘เจ้าชาย’

 

 

มองนาฬิกาก็เกือบๆจะ 6 โมงเช้าแล้วจนถึงตอนนี้เธอยังง่วนอยู่กับหน้ากระจกอยู่แบบนั้น ต้องเผื่อเวลารอรถเมล์จนเดินทางไปถึงสถานที่นัดพบอีก ทำเอาสาวมาดนิ่งเยือกเย็นร้อนรนใจมือลนทำลิปมันกลิ้งตกพื้น คุโรโกะกำลังจะลุกไปเก็บ..ทว่ากลับมีใครบางคนหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาก่อน

 

“คุณแม่..”

“ใต้ตาคล้ำเขาให้ใช้คอนชิลเลอร์ทานะ รู้ไหม” คุณนายคุโรโกะยืนยิ้มหวานให้ลูกสาวพร้อมถือแท่งเครื่องสำอางค์ที่เรียกว่าคอนชิลเลอร์มาให้ ลูกสาวสบตาสีฟ้ากลมโตฉายแววอ่อนโยนบนดวงหน้าขาวล้อมเส้นผมสีฟ้ายาวมัดรวบข้างๆ สบตามารดาที่มีรูปลักษณ์ความจืดจางเทียบเท่าเธอหรืออาจจะยิ่งกว่านั้นหลายตัว พลัน!!พวงแก้มใสขึ้นสีแดงก่ำเป็นผลตำลึงสุกก้มหน้างุดๆ หลบหน้าอีกฝ่าย

“เงยหน้าสิเท็ตสึยะ แบบนี้แม่ก็แต่งหน้าให้ลูกไม่ได้พอดี” คุณนายคุโรโกะหัวเราะเบาๆมองอย่างนึกเอ็นดู มือเรียวเปิดฝาคอนชิลเลอร์แล้วกดบีบเอาเนื้อครีมสีเนื้อเบสอ่อนเข้ากับสีผิวขาวผ่อง มารอลูกสาวที่กำลังค่อยๆเงยหน้ากล้าๆกลัวๆขึ้นมา

“นิ่งๆนะ..เอาล่ะเสร็จแล้ว” ปลายนิ้วชี้ปาดทารอบดวงตาดำคล้ำแล้วเกลี่ยไปมาเบาๆ จนเนื้อครีมเนียนปกปิดร่องรอยเหล่านั้นเสียหมดตบท้ายสิ่งสุดท้ายด้วยลิปมัน  เด็กสาวตัวเล็กหันมาส่องกระจกถึงกับเผลออ้าปากเหวอเล็กน้อยยื่นหน้าเพ่งเข้าไปใกล้ ไม่มีแล้วใต้ตาที่หมองคล้ำกระทั่งผิวหน้ายังเรียบเนียนขึ้นกว่าเก่าอีก

 

“ขอบคุณค่ะคุณแม่”

“เขาจะมาสิโตเกียวสินะ อาคาชิคุงคนนั้น”

 

ไม่มีเรื่องใดสามารถปิดบังคุณนายคุโรโกะได้เลยซักครั้ง ขนาดเรื่องนี้แม่เธอยังคาดเดาถูกและก็เป็นจริงเสียด้วย สายตาของคนเป็นแม่มองเห็นแก้มแดงๆบนหน้าลูกสาวเธอ อดเอ็นดูในความสดใสไร้เดียงสาของลูกสาวเสียไม่ได้ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบหวีมาหวีแต่งทรงผมตัดสั้นชี้ยุ่งเหมือนผู้ชายให้เป็นทรงมากขึ้น

 

“แต่เขาส่งเมลให้ทุกคนนะคะ..ไม่ใช่ให้หนูคนเดียว” เธอพูดทั้งเสียงอ้อมแอ้มเจือผิดหวังและก็ละอายใจตัวเองที่เผลอตื่นเต้นกับเมลแรกหลังขาดการติดต่อไปนานตั้งแต่เรียนจบ ม.ต้น ที่เทย์โคว

“ผู้ชายทุกคนเป็นพวกปากแข็ง บางทีสิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดก็ได้” มารดาให้กำลังใจบุตรสาว วางมือลงบนไหล่เบาๆ

“เอาล่ะ!!วันนี้ลูกของแม่สวยและก็น่ารักมาก แม่คงแต่งให้ได้แค่นี้ไม่งั้นความแตกกันพอดีเนอะ ไว้คราวหน้าลูกพร้อมที่จะกลับมาเป็นผู้หญิงเต็มตัวเมื่อไหร่ แม่จะแต่งให้น่ารักจนอาคาชิคุงต้องตะลึงเลยดีไหม” มารดาพูดติดตลกเรียกรอยยิ้มจากบุตรสาว คุโรโกะพยักหน้าตอบรับ หลังจากฟังคำของมารดาเธอรู้สึกมั่นใจขึ้นอีกหลายเท่าตัว

 

 

 

ผู้หญิงทุกคนอยากดูดีในสายตาคนที่พวกเธอรักด้วยกันทั้งนั้น

 

 

ทีมเซย์รินเดินทางมาถึงสนามแข่งวินเทอร์คัพเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมทั้งกายและใจเตรียมเข้าสนามในการแข่งขันรอบต่อไป โชคดีที่ทีมวันนี้ยังไม่ใช่รุ่นปาฏิหาร์ยแต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้ทุกคนวางใจได้ลง

“การแข่งในวันนี้ถ้าเราผ่านไปได้ รอบหน้าเราจะเจอกับโทโออีกครั้ง” ริโกะโชว์กระดานไวท์บอร์ดที่เขียนเส้นสายการแข่งทั้งหมด ทีมปาฏิหาร์ยจะถูกเขียนไว้ด้วยตัวอักษรสีแดง ซึ่งหมายถึงตัวอันตราย..ถึงแม้ว่าโทโอจะยังไม่แข่งในรอบแรกแต่พวกเขาอนุมานความแข็งแกร่งได้ว่าต้องเอาชนะผ่านมาได้แน่นอน

 

“โทโอ…กับอาโอมิเนะ ไดกิ” ฮิวงะ จุนเปย์กลืนน้ำลายลงคอ ความทรงจำครั้นอินเตอร์ไฮน์ยังฝังรากลึกในสมองไม่เคยเปลี่ยน เด็กหนุ่มผิวสีแทนเรือนผมสีน้ำเงินสั้นกับการเคลื่อนไหวว่องไวประหนึ่งเสือดำ กวัดแกว่งลูกบาสไปมาบนสนามราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

 

คมดาบทมิฬแห่งอัศวินสีฟ้ายังคงสร้างรอยแผลลึกให้เซย์รินจวบจนทุกวันนี้

 

“แล้วคางามิหายไปไหนซะล่ะ?” โคกาเนะสอดสายตามองหาเอซเซย์รินที่ยังไม่โผล่หัวมาซักที

“เจ้านั่นเห็นบอกมีเรื่องสำคัญต้องไปทำ อาจจะมาช้านิดหน่อยแต่ยังไงก็มาทันแข่งแน่ เพราะถ้าไม่ทัน แม่-จะ-เชือด-ให้ดู!!” เสียงหักกระดูกข้อมือดังกร๊อบๆ ทุกคนในทีมสะดุ้งหน้าซีดเผือดมองโค้ชสาวผมซอยสั้นกำลังจะกลายร่างเป็นนางปีศาจในไม่ช้า คิโยชิ เทปเปย์หัวเราะแห้งๆกับท่าทีของริโกะ นัยน์ตาสีเปลือกไม้เหลือบมองไปยังร่างผอมบางที่สวมชุดยูนิฟอร์มทีมเซย์รินอยู่เงียบๆเอามองนาฬิกาบนฝาผนังในห้องล็อกเกอร์เป็นระยะๆ แทบยังบีบมือไปมาถึงจะหน้านิ่งตายไร้อารมณ์ แต่กริยาที่แสดงกำลังกะลกกะลนชัดๆ

 

“เป็นอะไรไปคุโรโกะ วันนี้ดูตื่นเต้นชอบกลนะ”  เจ้าของฉายาใจเหล็กถาม

“คือ…เอ่อ..” เธอเว้นเงียบไปพักนึงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาโค้ชสาว “ฉันมีนัดตอน 8.30 น่ะค่ะ ก็เลย..อยากจะขอไป”

“หา!!!!อีกครึ่งชั่วโมงจะแข่งแล้วนะ!!!” ริโกะแว้ดเสียงสูง

“เอาน่าริโกะ!!!ใจเย็นๆคุโรโกะคงมีเรื่องสำคัญจริงๆล่ะนะ ถ้าเธอกลัวว่าจะเป็นอะไรไประหว่างทางก็ให้ฟุริฮาตะไปเป็นเพื่อนก็ได้นี่ ใช่ไหมฟุริฮาตะ”  คนใจเย็นหน้ายิ้มใจดีอย่างคิโยชิลุกขึ้นมาปรามสาวผมซอย ก่อนจะหันไปยังหนุ่มตาจุดสีน้ำผึ้งเรือนผมสีอ่อนชี้ยุ่งนิสัยขี้กลัว ฟุริฮาตะ โคคิสะดุ้งโหยงชี้นิ้วมายังตัวเองแล้วเหลียวมองร่างเล็กบางของเด็กสาวจำแลงกายเป็นชายหนุ่มผมสีฟ้าอ่อน

 

“ก็ได้..แล้วรีบกลับมาล่ะ” เมื่อโค้ชสาวอนุญาต คุโรโกะยิ้มบางโค้งขอบคุณวิ่งออกไปจากห้องล็อกเกอร์โดยมีฟุริฮาตะวิ่งไล่ตามหลัง  หลังจากประตูปิดสนิทบรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดอยู่พักนึงจนในที่สุดผู้หญิงที่เหลือเพียงหนึ่งในห้องเปิดปากพูดขึ้นมาก่อนใคร

“วันนี้คุโรโกะแต่งหน้ามาด้วย หายากเหมือนกันนะเนี่ย” เธออมยิ้มเอ็นดู

“หา? แต่งหน้า? “ ขึ้นชื่อว่าผู้ชายย่อมขาดความละเอียดลออในเรื่องเหล่านี้ จนริโกะกลอกตาเซ็งอารมณ์เหลือหลาย

“หัดสังเกตกันบ้างสิ!!!นี่น่ะเรียกการแต่งหน้าโทนอ่อนให้ดูเป็นธรรมชาติ พวกนายไม่รู้อะไรเอาซะเลยเพราะแบบนี้ถึงได้ไม่มีแฟนกันซักที”

 

แต่งหน้าให้เหมือนไม่แต่ง?  พวกผู้หญิงนี่ก็คิดอะไรสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนพวกผมเข้าไม่ถึงเหมือนกันแหละ  ผู้ชายทุกคนคิดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ไม่กล้าพูดออกมาเถียงเรื่องพวกนี้กับผู้หญิงไปยังไงก็ไม่ชนะ

 

 

“อ้าว…คุโรโกะรีบจนลืมมือถืออีก” อิซึกิมองเห็นโทรศัพท์ฝาพับสีฟ้าเสียบไว้ในช่องกระเป๋าเสื้อผ้า ริงโทนสั่นเล็กน้อยเป็นเสียงข้อความเข้าทำให้โค้ชสาวต้องหยิบขึ้นมาเปิดดู เมลที่ส่งเป็นเรื่องเมลจากมิโดริมะ ชินทาโร่..พวกเขาเหล่าเซย์รินชะโงกหน้ามารุมสุมหัวกันมองจอมือถืออย่างฉงนสงสัย ถ้าเป็นคิเสะเมลมาพวกเขาจะไม่แปลกใจเท่าไหร่ รายนั้นชอบเมลมาเรื่อยจนคุโรโกะบ่นรำคาญ ส่วนชายสวมแว่นผมสีเขียวน้อยครั้งที่จะเมลมาแบบนี้….

 

ต่อมความสงสัยทวีคูณจนกลายเป็นกินเผือก พวกเขาก็ไม่สามารถต้านทานรสชาติหอมหวานเผือกได้เลยกดเข้าไปอ่าน

 

‘อยู่ไหนคุโรโกะนี่จะแปดครึ่งแล้วนะ!!!รีบๆมาซะ!!!เดี๋ยวก็เจอดีหรอก!!!คนนัดอาคาชิเชียวนะ!!!!

มิโดริมะ ชินทาโร่

 

 

“อาคาชิ..อาคาชิ เซย์จูโร่น่ะเหรอ!!?”

 

ผู้เล่นปาฏิหาริย์คนสุดท้ายที่พวกเขายังไม่เคยพบเจอตัว..บุรุษผู้เป็นผู้นำเหล่าสัตว์ประหลาดทั้ง 5

 

 

ไอดะ ริโกะปิดเมลนั่นแล้วลบทิ้งไปเพื่อไม่ให้คุโรโกะสงสัยว่าถูกเปิดอ่าน เธอเลื่อนกลับไปยังหน้าต่างรับเมลก็พบว่าเมลก่อนหน้ามิโดริมะ เป็นเมลที่ถูกส่งมาเมื่อวานตอน 5 โมงเย็นและคนที่ส่งคือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’

“นี่แสดงว่าพวกรุ่นปาฏิหาร์ยนัดรวมตัวกัน?” อิซึกิ ชุนสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้น พวกเขาจินตนาการถึงภาพการรวมตัวของเหล่าสัตว์ประหลาดทั้ง 5 ก็อดขนลุกซู่เสียไม่ได้ว่าจะอภิมหากดดันแค่ไหน

“ริโกะ?”

“ห่ะ!!?”

“คิดอะไรอยู่ทำไมถึงเงียบๆไปล่ะ”  ฮิวงะสังเกตเห็นว่าหญิงสาวผมซอยสีน้ำตาลติดกิ๊ฟเงียบผิดปกติ เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวโบกมือไปมา

“ป..เปล่า!!ไม่มีอะไรหรอก ฉันว่าเราคุยเรื่องคู่แข่งวันนี้ระหว่างรอแสงเงาธุระรัดตัวกันดีกว่า” ไอดะ ริโกะ เปลี่ยนเรื่องมาเป็นการแข่งขันบาสกับทีมที่เซย์รินต้องเจอในวันนี้ เรื่องนั้นดึงความสนใจเหล่าลูกทีมจนลืมเมลนัดพบในมือถือคุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

.

.

.

 

คุโรโกะเดินเท้ามาจนถึงสถานที่นัดพบดังกล่าวโดยมีฟุริฮาตะเดินตามมาเป็นเพื่อน นัยเนตรสีน้ำผึ้งเบิกโพลงตกตะลึง เชิงบันไดประตูฝั่งซ้ายเต็มไปด้วยเหล่าสมาชิกรุ่นปาฏิหาร์ย เหล่าเด็กหนุ่มสาวที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะแห่งวงการบาสเก็ตบอลญี่ปุ่น ได้มารวมตัวกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้!!!

 

“โฮ่ย!!!น่ารำคาญจริงๆนี่ก็เลทมา 15 นาทีแล้วนะ”  ปลายนิ้วหมุนลูกบาสเล่นแก้เซ็งไปมา อาโอมิเนะ ไดกิ นั่งแช่เอกเขนกบนขั้นบันไดกลอกตามองท้องฟ้าทั้งสีหน้าเบื่อหน่ายสุดขีดสวมอยู่ในชุดยูนิฟอร์มสีดำทึบปักชื่อโรงเรียนสีแดง..สีประจำแห่งโทโอ

“อย่าบ่นให้มากความ นายก็รู้ว่าหมอนั่นเป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” มิโดริมะ ชินทาโร่กับเครื่องแบบนักกีฬาชูโตคุสีส้ม ดันแว่นขึ้นสันจมูก มือพันเทปอีกข้างขยับปลายนิ้วที่ถือกรรไกรด้ามจับสีดำไปมาดัง แกร่บๆ เรียกความสนใจหญิงสาวเพียงคนเดียวที่ไม่ได้สวมชุดนักกีฬาเหมือนใครอื่น ใส่แค่โค้ทสีขาวขนมิงค์ฟูรอบฮูทกับกระโปรงยีนส์สั้นกับบูทหนังสีน้ำตาลหุ้มข้อเท้าแทนที่จะเป็นยูนิฟอร์มสีน้ำเงินแห่งไคโจ

“เห…ลัคกี้ไอเทมของมิโดริมัจจิวันนี้คือกรรไกรหรอกเหรอ” คิเสะ เรียวตะยื่นหน้าเข้ามามองกรรไกรอย่างสนอกสนใจ จะยื่นมือไปขอถือกรรไกรบ้าง ก่อนจะโดนมิโดริมะดึงแขนหลบไม่ยอมให้แตะ ต่อให้คิเสะเกาะแขนยื้อดึงงอแงจะขอถือบ้าง เจ้าตัวก็ไม่ยอมอยู่ดี

 

 

เถียงกันไปมาจนอาโอมิเนะหงุดหงิดรำคาญหนักกว่าเดิม ตาสีไพลินตวัดไปมองเด็กสาวผมทองสว่างดัดลอนใกล้ชิดมิโดริมะ

 

 

“ยัยลูกหมามาทำไม เธอตกรอบไปตั้งแต่อินเตอร์ไฮน์แล้วนี่ ไม่เข้าใจอาคาชิจริงๆ” เขาจงใจสบถแทงใจดำคิเสะ ร่างบางถึงกับสะอึก..ดวงเนตรสีอำพันเลื่อนไปมองบุรุษร่างสูง ต่างคนต่างสบตากันและกัน…นานจนเริ่มรับรู้ถึงออร่าทะมึนแผ่ออกมาจากคนทั้งสอง สำหรับฟุริฮาตะอาจจะคิดว่าอาโอมิเนะกับคิเสะกำลังทะเลาะกัน แต่สำหรับรุ่นปาฏิหาร์ยกลับไม่ได้คิดแบบนั้น..

 

 

ไอ้อาโฮ่มิเนะ!!!แกทำร้ายจิตใจคิเสะอีกแล้วนะ!!!!!

 

 

 

“ทำเป็นพูดดีไปเหอะอาโอมิเนจจิ!!!ปีหน้าฉันจะชนะให้ดู!!!!!” คิเสะชี้นิ้วโวยวายเสียงง่องแง่งแยกเขี้ยวใส่คนผิวคล้ำ อาโอมิเนะมองนางแบบสาวที่กำลังขู่กรรเหมือนเห็นลูกหมาโกล้เด้นหัดขู่แล้วก็นึกขำในใจเงียบๆ แล้วแสร้งทำเป็นเมินหันหนีไปเสียดื้อๆ

“มิโดจินขอยืมกรรไกรหน่อยสิ แกะขนมไม่ออกอ่ะ” บุรุษตัวสูงเรือนผมสีม่วงซอยสไลด์ยาวประบ่าแบมือไปยังมือชู้ตแห่งชูโตคุ

“ไม่ได้!!นี่ลัคกี้ไอเทม!!ไม่ได้มีไว้ตัดถุงเลย์!!!” มิโดริมะปฏิเสธเสียงเขียว ทำเอาคนเฉื่อยชาพองแก้มไม่พอใจ

 

 

…พวกนายมีใครปกติบ้างไหมเนี่ย?  ฟุริฮาตะคิดในใจ

 

 

“นึกยังไงที่อาคาชินนัดพวกเรามากัน” มุราซากิบาระแห่งโยเซนในชุดยูนิฟอร์มสีขาวม่วงถามพลางพยายามแกะห่อเลย์ ตาสีอเมทิสต์เหลือบตรงไปยังนางแบบสาวผมทองดัดลอน..เช่นเดียวกับสายตาทุกคนกระทั่งคุโรโกะ คิเสะสะดุ้งโหยงฉีกยิ้มแหยๆพลางเกาแก้มแก้เขิน

“ฉันเองก็ไม่รู้หรอก ได้แค่เมลที่ทุกคนได้รับมาเหมือนกันอ่ะ” คิเสะตอบ

“อะไรวะ? เป็นแฟนกันประสาอะไรไม่รู้อะไรซักอย่าง” อาโอมิเนะ ไดกิ จิกกัดก่อนจะเหล่ตรงไปยังเด็กสาวผมสีฟ้าอ่อนชี้ยุ่งไม่เป็นทรงในชุดยูนิฟอร์มสีขาวแถบดำแดงแห่งเซย์ริน…

 

 

เด็กหญิงผู้ได้รับฉายาว่าเงาลวงตาเข้ามาเล่นบาสเก็ตบอลเพื่อตามสัญญาที่ให้ไว้กับ ‘เจ้าชาย’

ไม่มีที่ใดให้แสงสว่างเข้าไปแทรก..จนตอนนี้ก็เช่นกัน

 

 

ดวงหน้าหวานไร้อารมณ์เบือนหน้าหลบสายตาคมกริบของอดีตแสง เธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายจงใจแดกดันให้รู้ว่าอาคาชินั้นกำลังคบหากับใคร ต้องการให้เธอเจ็บปวดใจซึ่งก็ได้ผลอย่างจัง

 

ตึก….ตึก….ตึก

 

ฝีเท้าคุ้นชินย่างกรายเข้ามา ทีละก้าวทีละก้าว..การสนทนาอันไร้สาระหาแก่นสารไม่ได้เงียบลงทันตา จนฟุริฮาตะเลิกคิ้วสงสัยมองบรรยากาศที่ตื่นเกร็งผิดวิสัย แม้แต่คุโรโกะก็เช่นกันมือเล็กๆเผลอกำแน่นจนรู้สึกได้ว่าชื้นเหงื่อ หัวใจเต้นแรงโครมครามได้ยินเสียงก้องชัดในหัว

 

“มาแล้วสินะ” มิโดริมะ ชินทาโร่หันหลังกลับมามองจุดสูงสุดขั้นบันไดหน้าประตูฝั่งซ้าย ทุกสายตาจดจ้องไปเพียงหนึ่งบุรุษร่างสูงเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งสวมยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดคอปกสีฟ้าอ่อน แสงสว่างจากดวงตะวันยามเช้าสาดส่องกระทบร่างด้านหลังจนทำให้เกิดเงาดำบนดวงหน้าคมคายหล่อเหลา

 

อะไรกัน!!!ความกดดันจนรู้สึกว่าเลือดในตัวจะเป็นน้ำแข็ง..คืออะไรกัน!!?  ฟุริฮาตะเงยหน้ามองคนสุดท้ายที่มาถึง เขาขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่างยิ่งได้สบตาสองสีคมกริบไม่เข้าคู่จนน่าฉงนสนเท่ห์ก็ยิ่งสะพรึงเข้าไปใหญ่

 

“ไม่ได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตากันนานแค่ไหนแล้วนะ เรียวตะ ไดกิ ชินทาโร่ อัตสึชิ และเท็ตสึยะ”

 

เสียงทุ้มเย็นกล่าวทั้งสีหน้าเรียบนิ่งเยือกเย็นไม่เหลือซึ่งเค้าเดิมที่เคยรู้จักสมัยเทย์โคว..ไม่เหมือนเด็กชายวัย 5 ขวบที่เคยพบบนสนามบาสกลางแจ้ง คุโรโกะใจสั่นหลังจากได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อ ถึงอย่างนั้นเธอยังคงเก็บอาการเอาไว้ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่ง

 

 

‘อาคาชิ เซย์จูโร่’  เจ้าชายผู้กลายเป็น ‘จักรพรรดิ’ ถือครองบังลังค์แห่งชัยชนะ!!!!

 

 

“การที่ผ่านเข้ามาวินเทอร์คัพได้และเอาชนะในรอบแรกเป็นสิ่งที่อยู่ในการคาดเดาของผมอยู่แล้ว เป็นที่แน่ชัดว่าพวกนายทุกคนล้วนทำตามสัญญาที่ให้ไว้และ ‘รักษาสัญญา’ ได้เป็นอย่างดี” อาคาชิจงใจเน้นคำว่าสัญญาชัดถ้อยชัดคำ ถึงตาสองสีจะไม่ได้มองเจาะจงใจเป็นพิเศษ ทุกคนในที่นี้รู้ได้ทันทีว่าคนหนุ่มผมแดงกำลังหมายถึงใคร ส่วนคนที่กำลังถูกกล่าวถึงอยู่ในนัยยะแฝงก็รู้ตัวเองดีจนเผลอเม้มปากแน่นเป็นแนวเส้น หลุบตาลงมองพื้นฉายแววสำนึกผิด

 

 

“ฉันน่ะ..ชอบบาสมากเพราะงั้นก็เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะเข้าโรงเรียนเทย์โคว”

“ถ้าเธอชอบบาสล่ะก็..เราอาจจะได้เจอกันอีกที่นั้นก็เป็นได้” 

 

 

สัญญาที่ไม่อาจรักษาจนทำให้ผู้ชายคนหนึ่งต้องเปลี่ยนไป..จากเจ้าชายแสนดีสู่จักรพรรดิเหี้ยมโหด เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามทำใจให้สงบแล้วเงยหน้าขึ้นก็พบเข้ากับดวงตาสองสีไม่เข้าคู่

 

 

สีแดงข้างขวากับสีทองข้างซ้ายพบเห็นเพียงความเย็นชาบาดลึกไปถึงดวงใจ

 

 

“ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับทุกคนมากมาย แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องโผล่หัวมาด้วย หนึ่งคน” อาคาชิตวัดสายตาไปยังหนุ่มผมสีน้ำผึ้งชี้ยุ่งที่ยืนอยู่ข้างๆคุโรโกะ ฟุริฮาตะหน้าซีดเผือกเหงื่อแตกพลั่กเสียจนเด็กสาวจำแลงเป็นชายหันไปถามไถ่ด้วยเสียงกังวลเป็นห่วงเป็นใย

“ฟุริฮาตะคุง”

“ฉ…ฉัน…ก..ก…ก้าวขาไม่ออก…”   เสียงทุ้มติดอ่างจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง ขบฟันสั่นกึกๆจนได้ยินเสียงชัด ขาแข็งสั่นพับๆ ยิ่งตอนนี้ดวงเนตรสองสีนั่นจ้องเขม็งมาที่เขาไม่วางตา…สายตาเปี่ยมอำนาจข่มขู่คุกคามมากขึ้นเรื่อยๆเสียจนเขาเองก็ชักสงสัยแล้วว่าไปทำตัวให้คนๆนี้ไม่สบอารมณ์ตอนไหน เมื่อไหร่ อย่างไรหรือเปล่า

 

 

หมับ!!!!

 

 

“โฮ่ย!!!!อย่าพูดจาตัดรอนแล้งน้ำใจแบบนั้นสิ!!!!!”  ฝ่ามือใหญ่ตะปบจับไหล่เซย์รินทั้งสอง คุโรโกะและฟุริฮาตะพร้อมใจหันไปมองเจ้าของเสียงห้วนห้าวหาญคุ้นหูทันที

“คางามิคุง!!”

“ฉันมาแล้วคุโรโกะ..เมื่อกี้เห็นรุ่นพี่บอกว่าเธอกับฟุริฮาตะมาที่นี่ก็เลยวิ่งตามมาน่ะ”  หน้าคมเข้มล้อมเส้นผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูโชกเหงื่อพอสมควร คาดว่าคงวิ่งกระหืดหอบมาที่แห่งนี้ นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนพิศมองอีกฝ่ายพักหนึ่งก็รู้สึกได้ว่าคนๆนี้มีบางอย่างที่เติบโตขึ้นกว่าเมื่อวาน

 

ราวกับว่าไปเรียนรู้อะไรบางอย่างมา

 

“เดี๋ยวนะ…นาย..เมื่อตอนนั้นที่งานเทศกาลฤดูร้อน?”  คางามิ ไทกะเงยหน้ามองคนที่ทำมารยาทไม่ดีขับไล่เพื่อนร่วมทีม ตาสีเพลิงเบิกกว้างตกตะลึง ไม่คิดว่าคนที่ยืนอยู่บันไดขั้นสูงสุดจะเป็นเจ้าของเรือนผมสีแดง..บุรุษปริศนายูกาตะสีขาวลายดอกสึบากิสีแดง ณ เนินเขาหลังศาลเจ้า

 

 

ความทรงจำหลังพลุแตกดับพร้อมเงาลวงตาเปี่ยมไปด้วยความเศร้าสร้อยในวันนั้น

 

“อย่าบอกน่ะว่า..”

 

.

.

 

“คางามิรีบไปตามคุโรโกะกับฟุริฮาตะที”  ริโกะออกคำสั่งหลังจากที่คางามิวิ่งหอบมาถึงสนามแข่งยังไม่ทันหายเหนื่อยดีแท้ๆ คิ้วสองแฉกเลิกสูง กำลังจะอ้าปากถามกลับถูกโค้ชสาวแทรกขัดทันที

“พวกรุ่นปาฏิหาร์ยนัดรวมพลกันภายใต้คำสั่งของกัปตันพวกเขา ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ฉันไม่อยากให้สภาพจิตใจคุโรโกะย่ำแย่ก่อนแข่ง นายต้องไปตามทั้งสองคนกลับมาให้ได้ เข้าใจไหม!!”

 

.

.

 

“อาคาชิ เซย์จูโร่ รุ่นปาฏิหาร์ยคนสุดท้าย”  คางามิ ไทกะพูดทั้งเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาสีเพลิงจ้องสบเข้าไปในเนตรต่างสีไม่เข้าคู่ ถือดีสบตาอย่างไม่คิดเกรงกลัวซักนิด   “นายคงจะเป็นคนที่เก่งที่สุดสินะ น่าสนุกดีนี่”

 

“…..”

 

ไม่มีใครกล้าเอ่ยพูดอะไร แม้แต่อาโอมิเนะยังเอาแต่เงียบกริบผิดวิสัย อาคาชิไม่พูดไม่จาจ้องมองแสงคนใหม่ที่เงาลวงตาหามาเพื่อต่อกรกับเขานานพักใหญ่ๆ จนในที่สุดเขาก็เริ่มขยับเท้าก้าวเดินลงบันไดลงมาทีละขั้น

 

“ชินทาโร่ขอยืมกรรไกรหน่อย”

“นายจะเอาไปทำอะไร”

“พอดีผมมันค่อนข้างเกะกะ ว่าจะเล็มซักหน่อย”

“……”

 

มิโดริมะ ชินทาโร่ มุ่นคิ้วงุนงงที่จู่ๆอาคาชิพูดถึงเรื่องผมขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เขาเองก็คาดเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไร ไม่สิ..ถ้าพูดให้ถูกคือไม่เคยมีใครล่วงรู้ความคิดของอาคาชิ เซย์จูโร่ เลยซักครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซึ่งกันและกันจึงยอมมอบลัคกี้ไอเทมวันนี้ให้อีกฝ่ายไป โดยมีมุราซากิบาระตัดพ้อในลำคอว่า ‘มิโดจินลำเอียง’

 

“คางามิ ไทกะ ยินดีที่ได้เจอนายอีกครั้ง” อาคาชิกล่าวทั้งรอยยิ้มบาง  คางามิกำลังจะอ้าปากพูด ทันใดนั้น!!!คมกรรไกรพุ่งเข้ามาที่ใบหน้าอย่างรวดเร็ว ดีที่เขาเบี่ยงตัวหลบทัน แก้มซ้ายรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นถูกบาดเป็นทางจนเลือดซิบ ถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายเจตนาจะแทงจริง!!!!

“คางามิคุง!!!!?” คุโรโกะร้องเสียงหลงรีบวิ่งเข้ามาขวางกั้นระหว่างคนหนุ่มทั้งสอง ทำให้เธอประจันหน้ากับชายผมสีแดง

“อาคาชิคุงทำเกินไปแล้วนะคะ!!!!” เธอขึ้นเสียงแข็งกร้าวต่อว่าคนตรงหน้า

 

 

ทว่า…แทนที่อาคาชิจะสำนึกว่าสิ่งที่ตนได้กระทำเป็นอาชญากรรมร้ายแรง เขากลับแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาแทน

 

 

“นี่คือการสั่งสอนให้รู้สำหรับคนที่ไม่ทำตามคำสั่งผม” เนตรต่างสีไม่เข้าคู่..สีแดงและอำพันวาวโรจน์ดุดันเสียจนเด็กสาวจำแลงกายเป็นชายสะดุ้งหน้าซีด  ถึงอย่างนั้นเธอยังทำใจแข็งจ้องเขม็งสบตาอย่างไม่คิดยอมแพ้

“ถ้าผมสั่งให้ไปก็ต้องไป สั่งให้อยู่ก็จงอยู่ และในเมื่อคางามิ ไทกะ โอหังไม่รู้สถานะกล้ามาจ้องหน้าผม ก็สมควรที่จะได้รับการสั่งสอน”   มือแกร่งจับปอยผมที่ปรกบดบังสายตาแล้วใช้กรรไกรเล็มตัดออกทีละนิดๆ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน คาดไม่ถึงว่าอดีตกัปตันจะใจกล้าบ้าบิ่นทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้ลงคอ

 

 

แกร๊บ..แกร๊บ..แกร๊บ..แกร๊บ..

 

 

“ผมถือเป็นที่สุด ทุกอย่างที่ผมพูดเป็นจริงเสมอและหากใครคิดขวาง ต่อให้เป็นพ่อแม่ผมก็จะฆ่า”

 

 

แกร๊บ..แกร๊บ..

 

 

“ต่อให้เป็นเท็ตสึยะ..ผมก็ไม่ล่ะเว้น”

 

แกร๊บ!!!

 

 

ปอยผมสีแดงร่วงหล่นกองไว้บนพื้น ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนเบิกกว้างสะท้อนใบหน้าคมคายหล่อเหลาตัดผมเองจนสั้นลง เธอจ้องเขาอย่างไม่เชื่อสายตา…ในทุกๆถ้อยคำไม่มีการล้อเล่น ทั้งดุดัน เหี้ยมโหด เผด็จการโดยเฉพาะประโยคสุดท้ายทำเอาอกซ้ายบีบรัดแน่นเจ็บปวดมากขึ้นไปกว่าเก่า

 

 

จะมีทางใดช่วยเจ้าชายได้…จะมีทางใดฉุดรั้งเขาให้พ้นจากคำสาปร้าย

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะ ‘เธอ’ ไม่รู้อะไรซักอย่าง..ไม่เคยสังเกตซักอย่าง

 

 

“ทำไมกัน..อาคาชิคุง..ทำไม..ถึงกลายเป็นคนแบบนี้คะ”  อาคาชิไม่ตอบคำถาม กลับเดินหันหลังเดินขึ้นบันไดไป แล้วจู่ๆกลับหยุดฝีเท้าไว้ครึ่งทาง..ระดับขั้นบันไดเดียวกับคิเสะ เรียวตะ

 

“เรียวตะมานี่”

“อ..เอ๋!!” คำสั่งเรียกหาของอีกฝ่ายทำเอาสาวผมทองที่ยังช็อกไม่หายสะดุ้งสุดตัว พอทำท่าอึกอักชักช้าตาต่างสีตวัดมองดุดัน เธอถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอเสียวไส้ ก้มหน้าก้มตาเดินเข้ามาหาทำตามคำสั่งอีกฝ่าย

 

“มีอะไรเหรออาคา-”

“!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

มือแกร่งกระชากแขนอรชรเข้ามาใกล้แล้วประกบจูบแนบแน่น!!! ท่ามกลางสายตาเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยรวมถึงคนนอก 2 คนอย่างคางามิกับฟุริฮาตะ จูบที่เนินนานดูดดื่มทำเอาคิเสะหน้าแดงก่ำหายใจไม่ออก แขนบอบบางพยายามออกแรงต่อต้านสลัดให้หลุด กลับโดนฝ่ามือแกร่งบีบจับแน่นราวกับคีมคีบไม่ยอมปล่อย ตาสีทองอำพันลืมโพล่งคลอเบ้าเหลือบไปเห็นดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้า..เธอใจวูบร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ละอายใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

อย่ามองนะคุโรโกจจิ!!!อย่ามอง!!!!!

 

 

 

“คุโรโกะ!!!!!”

 

คางามิ ไทกะ ร้องเสียงหลง จู่ๆเจ้าของฉายาเงาลวงตาวิ่งพรวดพราดออกไปเฉยชิบ เขาอึ้งทึ่งและก็งุนงงกับสิ่งที่เกิด ก่อนที่เสียงสบถคำรามตะคอกเตือนสติให้กลับมา

“ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะคางามิ!!ไปตามคุโรโกะซะ!!!”  อาโอมิเนะถลึงตาใส่ คางามิอ้ำอึ้งมองคนผิวสีผมสีน้ำเงินสลับไปมากับทิศทางที่เด็กสาววิ่งหนีหายไป มือแกร่งกำสลับคลายไปมาและตัดสินใจทำตามคำสั่งของเอซโทโอโดยเก็บความเคืองที่ถูกอีกฝ่ายตะโกนใส่หน้าเอาไว้ก่อน พร้อมฟุริฮาตะวิ่งไล่ตามไปติดๆ    พ้นหลังเหล่าสมาชิกทีมเซย์รินออกไปไกลจนลับสายตา อาคาชิถอนจูบจากคิเสะปล่อยให้สาวผมทองเข่าอ่อนทรุดหวบลงไปนั่งอ้าปากหายใจหอบหนักกับพื้นอย่างไม่ใยดี

“ผมไม่มีอะไรจะพูดอีก นอกจากหวังว่าจะได้เจอกันในสนามแข่ง..เรียวตะกลับ ” อาคาชิ เซย์จูโร่กระตุกยิ้มเย็น เดินขึ้นบันไดโดยที่คิเสะต้องรีบลุกวิ่งไล่ตามให้ทัน ทั้งสองห่างไกลออกไปจนลับสายตาพร้อมกับเอากรรไกรมิโดริมะติดมือไปด้วย…คนหนุ่มผมเขียวสวมแว่นใจอยากจะทวงลัคกี้ไอเทมคืน หากแต่เหตุการณ์อึมครึมเมื่อครู่ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกแล้วก็คิดปลงตกว่าต้องไปแวะซื้อกรรไกรจากร้านเครื่องเขียนแถวๆนี้มาพกแทน

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว..พวกเราก็กลับไปที่ทีมของตัวเองซะ..จบเรื่องการนัดพบแล้ว”

 

มิโดริมะ ชินทาโร่ กล่าวประหนึ่งปิดการประชุม  ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดเหลือเพียงร่างสูงผิวสีแทนยังคงยืนเงียบอยู่เพียงลำพัง คิ้วเรียวมุ่นเป็นปมนึกถึงสีหน้าของอดีตแฟนยามได้เห็นชายผมแดงจูบกับนางแบบสาวผมทองยาวดัดลอน

 

 

สีหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน..เจ็บปวดรวดร้าวเกินกว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆจะทนไหว

แผ่นหลังเล็กๆตอนหันวิ่ง..สั่นเทิ้มดูเปราะบางน่าสงสาร..จนอยากจะเข้าไปโอบกอดปลอบโยนด้วยลำแขนคู่นี้

 

 

“ชิ!!!!” กำปั้นต่อยแรงบนกำแพง หน้าคมคายซบลงแนบชิดก้มหน้าลงต่ำกัดฟันกรอดนึกแค้นใจและริษยาชิงชัง

“ทำไมกัน..ทำไมถึงเป็นฉันไม่ได้..คุโรโกะ”

 

 

..อดีตแสงสว่างร่ำไห้..ชอกช้ำใจที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ‘เงา’ เลือกมองเพียง ‘ดวงอาทิตย์’

จุดกำเนิดแสงอันแสนเจิดจ้าศูนย์รวมของทุกสรรพสิ่ง ไม่มีทางใดที่แสงจะสู้ได้เลย

 

 

.

.

.

 

 

คางามิ ไทกะแยกกับฟุริฮาตะวิ่งไล่ตามหาคุโรโกะไปคนละทิศละทาง ขายาวสับวิ่งด้วยความเร็วเท่าที่มีประกอบกับเวลาที่ใกล้แข่งขันทุกที ยิ่งบีบคั้นให้เขาร้อนรนใจมากขึ้นไปกว่าเก่า จังหวะที่กำลังจะวิ่งไปออกไปยังสวนสาธารณะในสนามแข่งด้านหลัง เขาได้ยินแว่วเสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้น..เสียงนั่นอยู่ในสวนแห่งนี้

“คุโรโกะ” เขาเรียกชื่อเด็กสาวที่นั่งอยู่บนม้านั่งตาบวมเป่ง ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงพอๆกับวันนั้น พอเธอรู้ว่าคางามิเข้ามาเจอตัวแล้ว ก็รีบยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตาลวกเสียจนคอนชิลเลอร์โทนสีเนื้อหลุดติดบนแขนเสื้อสีขาว

 

 

ทั้งตาบวมแดงแถมยังใต้ตาคล้ำอีก สภาพดูไม่จืดเอาเสียเลย

 

 

ยิ่งมองเขายิ่งฉงนสงสัยขณะเดียวกันก็สงสารจับใจ ยิ่งเห็นคุโรโกะเจ็บ..คางามิก็ยิ่งเจ็บไม่ต่างกัน  ปากหนาเม้มแน่นเป็นแนวเส้นลำบากใจไม่รู้จะพูดปลอบโยนยังไงดี ครั้งที่แล้วเขาก็ได้แต่นั่งข้างๆปล่อยให้เธอร้องไห้จนพอใจ..ครั้งนี้…เขาก็เลือกที่จะนั่งลงแล้วเอาหลังชนแผ่นหลังเล็กๆเปราะบาง

“อยากจะร้องก็ร้องออกมาให้พอเถอะ แผ่นหลังของฉันจะซับน้ำตาให้เธอเอง” คางามิ ไทกะพูดทั้งเสียงทุ้มห้วนตามนิสัย ผิดกับวลีปลอบโยนที่เขาพยายามคิดกลั่นกรองมาอย่างดีแล้วว่าน่าจะทำให้เด็กสาวสบายใจขึ้น

 

“…….”

“…….”

 

“ไปจำมาจากไหนคะคางามิคุง..” แทนที่คุโรโกะจะซบหลังร้องไห้ เธอกลับเหลียวมามองทั้ง…อมยิ้มกลั้นขำสุดขีด คางามิถึงกับหน้าแดงก่ำอับอายโวยวายเสียงดังใส่คนตัวดีที่หนีเตลิดออกมา

“นี่ฉันปลอบนะเฟ้ย!!หยุด!!ไม่ตลก!!ไม่ต้องมาขำเลย!!!!”

“ข..ขอโทษค่ะ..คือ…คำพูดนั่นดูไม่ค่อยเข้ากับคางามิคุงเท่าไหร่ อุ๊บ!!!”  เจ้าตัวยกมือปิดปากพยายามไม่หัวเราะออกมา คิ้วสองแฉกกระตุกขมวดมุ่นขุ่นเคือง ไอ้เขาก็อุตส่าห์เป็นห่วงตอนนี้กลับมาขำซะงั้น

 

 

ช่างเถอะ..ถ้าสบายใจขึ้นก็ดีแล้ว

 

 

คางามิลอบมองใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าสั้นชี้ยุ่ง แล้วก็นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อซักครู่..เรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นในรุ่นปาฏิหาร์ย ตั้งแต่เรื่องอาโอมิเนะเคยเป็นแฟนเก่าคุโรโกะ จนกระทั่งวันนี้คุโรโกะร้องไห้เสียใจที่อาคาชิจูบกับคิเสะ..

 

 

“คนแบบนาย  ระวังจะเจ็บเพราะผู้หญิงเลือดเย็นคนนี้”  

“ชิ!!ใช่สิ..ฉันมันไม่ใช่ ‘เจ้าชาย’ ของเธอนี่”   

 

 

กระทั่งคำเตือนของอาโอมิเนะตอนที่เจอหน้ากันครั้งแรก…จนมาถึงคำพูดที่อีกฝ่ายทิ้งท้ายไว้กับคุโรโกะก่อนเริ่มแข่งแมตท์โทโอในอินเตอร์ไฮน์ ตอนนี้ทุกอย่างฉายวนกลับเข้ามาในสมองคางามิ  สัญชาติญาณในตัวกำลังร่ำร้องว่าเกี่ยวข้องกับชายที่ชื่ออาคาชิ เซย์จูโร่

 

 

..3 ปีที่แล้วในรั้วโรงเรียนเทย์โคว…ช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะได้รู้จักกับ คุโรโกะ เท็ตสึยะ…

เกิดอะไรขึ้นกันแน่!!?

 

 

“เออนี่..คุโรโกะ ฉันมีเรื่องอยากจะถา..”

“พวกนาย!!!มาอยู่จู๋จี๋กันที่นี้นี่เองไอ้เจ้าแสงเงาบ้า!!!!!”  ริโกะโผล่เข้ามาจับสองคนเขกกะโหลกด้วยกันทั้งคู่ ทั้งคางามิและคุโรโกะนั่งโอดครวญกุมขมับร้องเจ็บน้ำตาเล็ด พอเงยหน้ามาก็ต้องเจอสาวผมซอยสีน้ำตาลทำหน้าดุยักษ์แยกเขี้ยวปล่อยออร่าไฟลุกโชนไปทั้งหลาย

 

..สยองชิบ!!!!

 

 

“รีบไปที่สนามเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!!!การแข่งจะเริ่มอีก 10 นาทีแล้ว!!!”

“ครับ!!!/ค่ะ!!!!!” สองแสงเงาลืมรีบสับขาให้ว่องวิ่งไปให้ไวที่สุด ก่อนจะเจอดีจากโค้ชสาวจอมโหดอีกระลอก คางามิวิ่งหน้าตั้งเตรียมเข้าสนามแข่ง

 

 

เรื่องคำถามเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน

 

 

.

.

.

 

2 ชั่วโมงต่อมาผลการแข่งขันระหว่างเซย์รินกับเซย์ชุนเป็นที่ประจักษ์ว่าผู้ชนะคือเซย์รินด้วยคะแนนนำอยู่ที่ 84 : 50 หลังจากที่ผู้ชายพลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสร็จแล้วในล็อกเกอร์ ก็ถึงคราวของคุโรโกะจะเข้ามาเปลี่ยนเสื้อต่อหญิงสาวผมฟ้าปิดประตูห้องล็อคเกอร์เอาไว้อย่างแน่นหนา  มือบางเปิดตู้ล็อกเกอร์ของตัวเองและเริ่มถอดเสื้อนักกีฬาเบอร์ 11 ที่ชุ่มเหงื่อออกเผยให้เห็นผ้ารัดอกสีเนื้อกับหน้าท้องแบนราบผิวขาวละเอียดดั่งกระเบื้องเคลือบ ปลายนิ้วกำลังเกี่ยวถอดกางเกงกีฬา ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

 

ก๊อกๆ

 

“ฉันริโกะนะ ขอเข้าไปหน่อย” เมื่อรู้ว่าคนที่มาเป็นโค้ชสาวเธอจึงเดินเข้าไปเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามา ก่อนจะปิดประตูลงสนิทตามด้วยลงกลอนอีกรอบ

“โค้ชมีอะไรรึเปล่าคะ จู่ๆก็มาหาฉันตอนเปลี่ยนเสื้อ” หญิงสาวผมสั้นถามหน้าตาย ระหว่างนั้นก็เดินกลับไปหน้าล็อกเกอร์ถอดกางเกงกีฬาออกเหลือเพียงกางเกงในสีครีมแต่งขอบลูกไม้น่ารักหวานๆ มือเรียวเล็กหยิบเอาเสื้อยืดตัวใหม่ที่เตรียมเอาไว้ในกระเป๋ากับกางเกงสามส่วนออกมาวางบนชั้น

 

“คุโรโกะ..ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว”

“เรื่องอะไรเหรอคะ?”

“อาคาชิ  เซย์จูโร่”

 

มือเรียวเล็กชะงักนิ่งระหว่างที่กำลังสวมเสื้อยืดสีขาว เธอเงียบและริโกะก็เงียบเช่นกัน..ต่างคนต่างอยู่แบบนั้นนานพักนึงก่อนที่สาวผมฟ้าจะดึงเสื้อลงสวมใส่ต่อด้วยหยิบเอากางเกงมาสวมต่อ  คุโรโกะเก็บข้าวของในล็อกเกอร์ลงใส่กระเป๋ารูดซิปเรียบร้อยสำรวจเช็คจนแน่ใจว่าไม่ทิ้งอะไรเอาไว้จึงปิดตู้ล็อกเกอร์แล้วหันหน้ามามองสาวผมซอยสีน้ำตาลยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง

 

“ฉันอยากให้เธอเล่าให้ฉันฟัง เรื่องระหว่างเธอกับผู้ชายคนนั้น”

 

 

.

.

.

 

“ริโกะบอกให้พวกเรากลับไปก่อนได้เลยน่ะ เดี๋ยวจะตามไปทีหลัง” ฮิวงะอ่านข้อความที่ส่งเข้ามาจากโค้ชสาว เหล่าสมาชิกทีมเซย์รินรับฟังแล้วก็พยักหน้าทำตามคำสั่งแยกย้ายกันกลับบ้านไปคนละทิศละทาง คางามิจะรอคุโรโกะซักหน่อยก็ถูกฝ่ามือแกร่งของกัปตันทีมตบวางลงบนบ่าแรงๆ

“เห็นว่าคุโรโกะจะกลับพร้อมริโกะน่ะ วันนี้นายไม่ต้องรอหรอก”

“อ่า..ครับ” คางามิพงกหัว ตาสีเพลิงไล่มองตามแผ่นหลังของเหล่ารุ่นพี่กับแก๊งค์ฟุริฮาตะกับเพื่อนๆอีก 3 คนก้าวเดินขึ้นรถเมล์ไป คางามิ ไทกะ มองเพื่อนร่วมทีมสลับสนามแข่งวินเทอร์คัพไปมาจนสุดท้าย..หัวใจของเขาร่ำร้องอยากจะรอคุโรโกะ เท็ตสึยะมากกว่าเลยเลือกที่จะเดินกลับเข้าไปในโรงยิมที่ใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขัน  ขายาวก้าวเดินพ้นเขตประตูทอดน่องไปจนถึงหน้าห้องล็อกเกอร์สำหรับเซย์ริน

 

 

“ฉันอยากให้เธอเล่าให้ฉันฟัง เรื่องระหว่างเธอกับผู้ชายคนนั้น..เรื่องของเธอกับอาคาชิ เซย์จูโร่”

 

เสียงริโกะเล็ดรอดผ่านออกมาจากประตูทำเอาคางามิชะงัก..โดยเฉพาะเป็นบทสนทนาที่กล่าวถึงหนุ่มเรือนผมสีแดงที่ฝากรอยแผลไว้บนแก้มแถมยังโชว์ตัดผมเองกับมือต่อด้วยจูบกลางสาธารณะกับคิเสะอีก

 

“….อาคาชิคุงกับฉัน…เราเคยเจอกันตั้งแต่สมัยเด็ก ก่อนจะเข้าเรียนที่เทย์โคว..”

 

คราวนี้เป็นเสียงเรียบเย็นของคุโรโกะ เธอเว้นวรรคเงียบไปนานพักใหญ่ๆ แล้วเล่าต่อ…ด้วยประโยคที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ กลับทำคางามิ ไทกะ ซึ่งยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องยืนตัวแข็งทื่อ

 

 

 

“เขาคือคนที่ฉัน ‘รัก’ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันเลือกที่จะเข้ามาเล่นบาสในฐานะผู้ชายค่ะ”

 

 

 

TBC

 

++++++++++++++++++++++

 

มาต่อเร็วก่อนจะหายไปสอบไฟนอลค่ะ นับถอยหลังเหลืออีก 9 ตอนจะจบฟิคนี้แล้วค่ะ

พระเอกบทเริ่มเยอะแล้ว หมดเวลาค่าตัวแพงล่ะ ฟฟฟฟฟ

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

6 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part30

  1. แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มาเร็วกะดีนะบลัดซังแต่ฉาหในตำนานนั้น
    ทำร้านจิตใจน้องเกินไปแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    น่าตบท่านมากๆๆๆ คนเราจะหึงกะส่วนหึงสิ แล้วไหงต้องประชด
    เอาคิเสะมา kiss โชวน้องขนาดนั้น ร้านร้านฝุดๆๆ มันพิคใจคนอ่าน
    นะเออ แบบว่า ช๊อตนี้อาโฮ่ยังช๊อคได้กะไม่ธรรมดาอ่ะนะ ส่วนคางามิคุง
    แบบว่าคงช๊อคตามอาโฮ่เลยตามน้องเกือบไม่ทันสินะ เหอๆๆๆ คนเรา
    ถ้าอาโฮ่ไม่เรียกแกกะยังคงสติหลุดอยู่แบบนั้นหรอไง แหมๆๆช่วยทำตัว
    ให้สมกับเป็นพระรองที่แสนดีที่เกือบจะได้เดป็นพระเอกหน่อยสิ ส่วนพระ
    เอกนั้น ท่าทางจะกลายเป็นตัวร้ายไปเสียแล้ว แต่ว่านะท่าทางสถานะทางบ้าน
    คิเสะดูจะลำบากๆๆ กะนะไม่แน่ว่าถ้าคิเสะรับงานแบบไมจังขึ้น อาโฮ่อาจจะ
    หันมาสนใจมั้งกะได้นะ กร๊ากๆๆๆ (กะนั้นมันหื่นตัวพ่อเลยนิ ฮ่า) กะนะเหลือแค่
    อีก 9 ตอนเองหรอ ไม่ใช่ว่า 10 ตอนหรอกรึบลัดซัง ฮ่าๆ แอบมาช่วยเคาดาว
    แต่กะไม่อยากให้จจะผิดไหม บลัดซังไหนๆๆกะไหนๆๆล่ะ ต่อภาค 3 เลยเตอะ
    กร๊ากๆๆ มีภาคมหาวิทยาลัยไปด้วยเลย กร๊ากๆๆๆ กะว่าไปนั้นอ่ะนะ

    • ฉากในตำนานมาทำน้องเสียใจ อุตส่าห์กังวลกลัวไม่สวยด้วยนะ น่าสงสาร..ส่วนท่านมาหล่อตอนที่แล้วตอนนี้น่าตบซะอีก ฟฟฟฟ ท่านก็หึงและไม่พอใจด้วยที่มาเถียง อาโฮ่ก็อึ้งทุกคนอึ้งใครจะคิดว่าอาคาชิจะกล้าทำแบบนี้แถมต่อหน้าน้องอีก คงมเอ๋อมากๆตั้งแต่เจอคมกรรไกรเสต็ปต่อเนื่องรัวๆ
      คิเสะนางเป็นหญิงสวยอับโชคมากๆ จะรับงานแบบไมจังไหมอันนี้ต้องรอดู โฮ่อาจจะปิ๊งเลยก็ได้นะ ฮา

      เอ่อะ!!!เรานับเลขผิดนี่หว่า 5555 ต้อง 10 ดิ

      ไม่น่ามีภาค3อ่ะค่ะ คงจบที่ ม.ปลายนี่แหละน่อ

  2. แคกๆๆๆๆ ไอหนักสำลักอากาศ เป็นจูบที่รสชาติห่วยสุดๆเจ้าค่ะ จูบของอาคาชิจิ ! ทำไ มๆๆๆ จูบของคากามิจิถึงอ่อนโยนและอบอุ่นกว่าละเนี่ย ? (สงสัยจูบกลางฤดูร้อน ) ขอบคุณเจ๊บลัดมากๆที่ทำให้เค้าได้เจอกับเจ๊ๆอีกครับ เจ๊เรียวโกะ เจ๊เรียวนะ / จะให้เค้าแก้ผ้าเรียกเรทติ้ง !? เปลี่ยนไปลงนิตยสารกีฬาน่าจะง่ายกว่าน่ะ / เพิ่งรู้ว่าที่บ้านทำธุรกิจน้ำหอมแถมเป็นหนี้ ! เศร้าสุดๆชีวิตมันน่าเศร้าขนาดนี้ ! / คุโรโกะจิชั้นขอโทษน่ะ ชั้นไม่ได้อยากจูบไอ้เตี้ยบานเย็นเดนสังคมนั่นหรอก💢! คนที่เค้าเล็งน่ะคือ คากามิจิต่างหาก !? / ส่วนอาโอมิเนะจิยกให้โมโมจิแทนน่ะ ~~ก็แหม ! โมโมจิสารภาพว่าชอบอาโอมิเนะจิมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ถึงแม้จะลามก หื่น แต่โมโมจิยังรับได้
    ป.ล. พาคากามิจิไปทำแผลก่อนน่ะเดี๋ยวหมดหล่อ !

    • แรงงงง ได้ยินนี่เสียเซลฟ์เลยนะ ฮา พี่สาวทั้งสองของคิเสะสวยไม่มีใครยอมใครเลยนะ 5555 ผจก จะให้คิเสะรับงานถ่ายเซะซี่จะเปลื้องผ้าก็ไม่เชิงเหมือนนู้ดศิลปะมากกว่าเนอะ ตอนนี้เราเจาะให้เห็นปัญหาคิเสะมากขึ้น นอกจากซวยซ้ำซ้อนที่บ้านมีเรื่องอีก ภายนอกยิ้มๆข้างในนี่แย่มากเลยนะ

  3. เรื่องนี้ใครจะซวยเท่าคีจังล่ะเนี่ย T^T ปัญหารุมเร้าหลายทางเหลือเกิ๊นน โชคชะตากลั่นแกล้งหรือไงนะ โฮๆๆๆ #วิญญาณติ่งคีตันเข้าสิง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s