[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part31

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Kuroko no love 31

 

 

 

“ขอบคุณที่มาอุดหนุนค่ะ” พนักงานต้อนรับร้านฟาสต์ฟู้ตชื่อดังอย่างมาจิบะสาขาโตเกียวกล่าวขอบคุณลูกค้าร่างสูงใหญ่ผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ก้าวเดินออกจากประตูเลื่อนพร้อมกับแฮมเบอร์เกอร์จำนวน 10 อันหอบใส่ถุงพลาสติกไว้ ดวงเนตรสีเพลิงเหม่อมองท้องถนนที่มีรถวิ่งผ่านสวนไปมายามค่ำคืนแล้วก็นึกย้อนไปถึงเรื่องที่เผลอไปแอบได้ยินจากห้องล็อคเกอร์

 

 

“เขาคือคนที่ฉัน ‘รัก’ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันเลือกที่จะเข้ามาเล่นบาสในฐานะผู้ชายค่ะ”

“ฉันกับเขาเราเจอกันตอน 5 ขวบ ในตอนนั้นเขาเข้ามาฉุดดึงฉันที่เกือบตัดใจจากบาส เราสองคนเลยให้สัญญาว่าจะเข้าเรียนต่อที่เทย์โควเพื่อเล่นบาสด้วยกันอีกครั้ง..แต่สุดท้ายฉันก็ทำมันพัง…ฉันผิดเองที่จำไม่ได้ว่าคนๆนั้นคืออาคาชิคุง…กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว”

 

 

“อาคาชิ…หมอนั่น…” คางามิ ไทกะ กำถุงใส่เบอร์ไว้แน่น นึกถึงใบหน้าของคนหนุ่มเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งเจ้าของดวงตาต่างสีเย็นชา บรรยากาศกดดันอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออกในทุกๆย่างก้าวที่คนๆนั้นเดินลงจากบันได ก่อนจะพุ่งคมกรรไกรแทงหน้าเขา!!

 

 

จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดถือครองบังลังค์สูงสุด..เขาคือผู้นำแห่งรุ่นปาฏิหาร์ย

ทั้งที่เจอหน้ากันไม่กี่นาทีก็รับรู้ได้ว่า ‘ระดับต่างกันเกินไป’

 

 

“ระวัง!!!!”

“อ๊ะ!!!!!!”

 

 

โครม!!!!!

 

รถเก๋งสีดำหักเลี้ยวชนเข้ากับถังขยะก่อนที่จะเสยเอาร่างสูงกำยำของเด็กหนุ่มในชุดวอร์มนักกีฬาโรงเรียนเซย์รินเข้าไป โชคดีที่มีคนวิ่งเข้ามาดึงเขาให้ออกพ้นรัศมีจนหงายหลังไปกระแทกพื้น เบอร์เกอร์ที่ซื้อมาทั้งหมดกระจัดกระจายกลางถนนเละเทะไม่มีชิ้นดี

“ข้ามถนนระวังหน่อยสิวะ!!”

“ข..ขอโทษครับ” เอซเซย์รินผงกหัวสำนึกผิดหลังจากโดนเจ้าของรถคันดังกล่าวเปิดประตูลงมาด่ากราด เขากลับไปเช็คสภาพรถแล้วโชคดีที่ไม่มีรอยบุบสลายมากนัก จึงไม่ติดใจเอาความขึ้นรถขับต่อไป ดวงหน้าคมคายผินหันมามองผู้ช่วยชีวิตให้พ้นจากความตายมาอย่างฉิวเฉียดนั่งก้นกระแทกพื้นร้องเจ็บๆพลางลูบสะโพกไปมา

“ข..ขอบใจนะ..คิเสะ” เขาขอบคุณนางแบบสาวนิตยสารวัยรุ่นชื่อดังทั้งเสียงสั่น ครั้นดวงเนตรสีอำพันใต้ขนตาแพยาวช้อนมองสบตา ร่างสูงถึงกับใจสั่นแรงริมฝีปากหนาชาวาบขึ้นมาฉับพลันยามนึกถึงรสจูบคนตรงหน้าในงานเทศกาลฤดูร้อนที่ผ่านมา คางามิกระอักกระอ่วนใจอย่างมาก เขาเองก็ไม่เก่งในด้านการแสดงนักจึงเผลอตัวทำตามความรู้สึกโดยการหลบตาอีกฝ่าย

 

 

“ไม่เป็นไรคางามิจจิ!!เรื่องแบบนี้เป็นใครเห็นก็ต้องรีบเข้าไปช่วยอยู่แล้วทั้งนั้น!!” ใบหน้าสวยตีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตบบ่าใหญ่แรงๆ หัวเราะร่าเสียงดังทั้งๆที่ในใจรู้สึกผิดต่อชายคนนี้เหลือเกิน

 

 

ความอ่อนแอและความหวั่นไหวช่างน่าพรึงพรันนัก…หัวใจบอบช้ำจนต้องการหาใครซักคนยึดเหนี่ยว

สมเพชตัวเองเหลือเกิน นางจิ้งจอกพันหน้า

 

 

“แย่จังเลยนะ แฮมเบอร์เกอร์เละหมดเลย”

“คิเสะ”

“เดี๋ยวฉันช่วยเก็บหนังสือให้ล่ะกันเนอะ คางามิจจิ”

“โฮ่ย…”

“วันนี้เซย์รินก็ชนะขาดลอยด้วยนี่!!ฉันดูจากโพเดี่ยมมาแล้วคุโรโกจจิกับคางามิจจินี่สุดยอดจริงๆ!!”

“โฮ่ย!!คิเสะ!!”

 

ร่างสูงลุกขึ้นไปคว้าต้นแขนบอบบางที่กำลังง่วนกับการก้มหน้าก้มตาช่วยเก็บหนังสือเรียนของเขาที่กระจายพื้นพร้อมพูดไปยิ้มไปโดยไม่ยอมสบตาคู่สนทนาซักนิด คางามิเม้มปากแน่นเป็นแนวเส้นมองใบหน้าสวยครึ่งซีกที่ยังไม่ยอมหันมามอง..มือแกร่งค่อยๆปล่อยมือจากอีกฝ่าย   “เรื่องจูบนั่นน่ะ..ช่างมันเถอะ ฉันไม่ถือสาหรอก…วันนั้นฉันตกใจไปหน่อยน่ะ เอ่อ..ขอโทษนะที่ผลักเธอวันนั้น”

 

“………”

 

คิเสะ เรียวตะ เงียบ..หุบยิ้มลง หน้ากากเสแสร้งนั้นไม่อาจใช้ได้กับคนตัวสูงกำยำ เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองเจ้าของคิ้วสองแฉกเด่นเป็นเอกลักษณ์ในสภาพเนื้อตัวมอมแมมเปรอะฝุ่นบนพื้น หน้าคมคายทอดมองมาที่เธอด้วยสีหน้าจริงจังจากใจจริงจนทำเอาหยาดน้ำตาเกือบไหลรินออกจากเนตรสีทองอำพัน คิเสะรีบยกนิ้วปาดเช็ดลวกๆก่อนจะหัวเราะในลำคอ

 

“ฮะๆ คางามิจจิฉลาดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เสียงใสกังวานหัวเราะออกมา หัวเราะ…จากใจหาใช่การเสแสร้ง

“ฉันสิต้องขอโทษ คางามิจจิที่ทำให้ตกใจ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก”

 

 

เรื่องของหนุ่มสาวที่ติดใจในคืนฤดูร้อนถูกคลี่คลายลงทีล่ะนิด..แม้จะสลายไม่หมดเสียทีเดียว

ก็ยังพอจะกลับมามองหน้ากันติดได้บ้าง

 

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอกลับก่อนนะไว้เจอกันใหม่” นางแบบสาวผมสีทองโบกมือล่ำลา ช่วงเวลาที่เธอกำลังหันหลัง มือใหญ่เข้าคว้าต้นแขนรั้งไว้อีกครั้ง

“ให้ฉันไปส่งดีกว่า นี่ก็ใกล้จะมืดแล้วด้วยเป็นผู้หญิงเดินกลับคนเดียวอันตรายเห็นๆ” คางามิ ไทกะ ไม่อาจทนปล่อยอีกฝ่ายเดินกลับบ้านไปเพียงลำพังได้ถึงไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่าคนรู้จัก

“คางามิจจินี่เป็นห่วงฉันด้วย ใจดีกว่าที่คิดอีกนะ” คิเสะกระพริบตาปริบๆ หัวเราะขำขันทำเอาฝ่ายคนหนุ่มหน้าขึ้นริ้วสีแดง ก่อนจะยิ้มเป็นเชิงอนุญาตให้เอซเซย์รินได้เทคแคร์ดูแลตามที่ต้องการ

 

 

เวลาทุ่มเศษตามที่เข็มนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กสีเหลืองชี้บอกไว้ โคมไฟต้นสูงริมถนนหลายต้นส่องแสงสีนวลเรืองรองให้ความสว่างแก่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนทางเท้าและเหล่าผู้คนที่ขับรถราไปตามท้องถนนใหญ่ใต้ผืนฟ้ายามราตรีเช่นนี้ คางามิ ไทกะพ่นลมหายใจแรงอึดอัดในหน้าอกมาก ไหนจะสายตาของพวกผู้ชายที่เดินสวนทางกันเอาแต่เหลียวมองคิเสะจนเขาต้องหันไปทำตาขวางใส่ถึงจะร่นถอยออกไปไม่กล้าเข้ามาวอแวให้น่ารำคาญใจ ไหนจะอาการเงียบขรึมผิดวิสัยคนเจื่อยแจ้วควรจะเป็นนี่อีก….

 

 

กึก!!!

 

ทั้งสองก้าวขึ้นสะพานลอยหมายจะข้ามฝากไปอีกฝั่งถนน จังหวะนั้นขายาวชะงักหยุดนิ่ง…ทำให้ร่างบางที่เดินนำหน้าไปหยุดตามแล้วหันกลับมามองด้วยสายตางุนงง

“คิเสะ…ฉัน…มีเรื่องอยากจะถาม” คางามิ ไทกะ กำหมัดแน่น ตาสีเพลิงหลุบมองพื้นถนนด้านใต้ที่มีรถวิ่งสวนไปมา แสงไฟหน้ารถสว่างวาบกระทบร่างระหว่างเราสองคนเป็นระยะๆ ร่างสูงหลับตาลงสูดลมหายใจลึกแล้วกลั้นใจพูดสิ่งที่อยากจะถามไถ่จากสาวสวยตรงหน้า

 

 

“เรื่องอาคาชิจจิใช่ไหม?”

 

 

ตาสีเพลิงเบิกโพล่งตะลึงคิเสะเดาใจเขาถูก มือใหญ่ยกขึ้นแตะแผลบาดบนแก้มที่เริ่มตกสะเก็ดไปมา..แผลที่เกิดจากคมกรรไกรในมือบุรุษร่างสูงน้อยกว่าเขาแต่กลับมีแรงกดดันมหาศาลยิ่งกว่าใครทั้งหมด คิเสะถอนหายใจยาวเธอเดินไปเท้าแขนบนราวสะพานลอยทอดสายตามองพื้นถนนเต็มไปด้วยแสงสียามค่ำคืน คางามิก้าวเดินมายืนอยู่ข้างๆวางมือจับราวไว้แบบนั้นแล้วเงียบปากเพื่อรอให้อีกฝ่ายเล่าในสิ่งที่เขาสงสัย

“ที่คางามิจจิเหม่อจนเกือบถูกรถชนคงจะรู้แล้วสินะ..เรื่องระหว่างอาคาชิจจิกับคุโรโกจจิ”

“ฉันแอบได้ยินมา..คุโรโกะไม่ได้เล่าให้ฟังหรอก” คางามิตอบทั้งเสียงแผ่วเบา

“ฉันก็ว่าแบบนั้น คุโรโกจจิน่ะไม่ใช่คนที่ชอบเล่าเรื่องตัวเองเท่าไหร่นี่นะ” คิเสะกลั้วเสียงหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดูนิสัยเยือกเย็นของสาวผมฟ้าตัวเล็กๆบอบบางแต่กลับมีจิตใจที่เข้มแข็งมากกว่าใครๆ

“ฉันอยากรู้ว่าน่ะ คุโรโกะชอบอาคาชิฝ่ายเดียวงั้นเหรอ….คือ..วันนี้ที่หมอนั่นจูบเธอ..เธอคบกับอาคาชิงั้นเหรอ?”

“….ใช่…ฉันกับอาคาชิจจิเป็นแฟนกันมาซักพักแล้วล่ะ” คำตอบของสาวผมทองทำเอาหนุ่มผมแดงอมน้ำตาลไหม้ตาโต..เขาคาดเดาไม่ผิดจริงๆ  ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์พิเศษให้กันและกัน ตาคู่คมเหลือบมองใบหน้าสวยสะดุดตาครึ่งซีก..คิเสะคงสีหน้าเรียบนิ่งไม่มีท่าทีขวยเขิน ออกจะเฉยชามากจนน่าแปลกใจ ทว่า…คางามิไม่คิดติดใจสงสัยอะไร เขากลับรู้สึกโล่งอกเสียมากกว่า..โล่งจนนึกรังเกียจตัวเอง

 

 

อะไรกัน..นี่เรากำลังดีใจกับการที่คนที่คุโรโกะแอบชอบมีแฟนแล้ว!!!!?

 

 

“คางามิจจิชอบคุโรโกจจิเข้าแล้วใช่ไหม?” เสียงหวานเอ่ยถามโดยที่ตายังทอดมองวิวทิวทัศน์

“อ่า” คำตอบทั้งเสียงขานรับห้วนๆ ทำเอาคิเสะ เรียวตะ เจ็บหนึบในอกซ้าย..ตาสีทองอำพันแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีดำ..ท้องนภากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตายากจะเอื้อมมือไปสัมผัส ปากอิ่มคลี่ยิ้มสมเพชตัวเอง..ยิ้มให้กับโชคชะตาอาภัพของตน

 

 

แม้แต่แสงสว่างคนใหม่ก็ยังลุ่มหลงเงาลวงตา…รังเกียจตัวเองที่ไม่อาจปฏิเสธความคิดริษยาน่าเกลียดได้

 

 

“คุโรโกจจินี่ดีจริงๆใครๆก็รักทั้งนั้น” คิเสะพึมพำทั้งเสียงแผ่วเบา ด้วยเสียงรถวิ่งผ่านไปมาทำให้คางามิไม่อาจจับฟังได้ว่าหญิงสาวผมสีทองยาวดัดลอนพูดอะไร ปลายนิ้วเรียวยาวเกี่ยวเส้นผมสีทองขึ้นทัดหูเมื่อกระแสลมพัดผ่านจนผมบังหน้า ต่างคนต่างหันมามองหันตรงๆ ระยะห่างเพียงแค่ช่วงแขน..เว้นว่างไว้ไม่มีวันเข้าใกล้ไปได้มากกว่านั้น

 

 

เคยคิดจะละสายตาจากผืนฟ้ามาเป็นเปลวเพลิง..แต่สุดท้าย…

ผืนฟ้าไม่อาจเอื้อมถึง เปลวเพลิงร้อนเกินเข้าใกล้ สองสิ่งต่างสว่างไสวเจิดจ้าเกินกว่าลูกหมาจะเข้าถึง

 

 

“นายเหมือนเขาจริงๆ” คิเสะยิ้มด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยที่คางามิไม่อาจเข้าใจ คิ้วสองแฉกเลิกสูงฉงนงุนงงก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกระตุกขึ้นแรงเมื่อร่างบางประชิดตัวอย่างรวดเร็ว เขย่งเท้าจนความสูงเทียบเท่า ยื่นใบหน้าสะสวยสะดุดตากว่าสาวคนไหน

 

 

 

คางามิได้สติอีกทีก็พบว่าคิเสะเดินลงสะพานลอยข้ามฝั่งเข้าซอยหมู่บ้านของเธอไปแล้ว ร่างสูงตบหน้าเรียกสติตัวเองในหัวสมองยังคงกึกก้องคำพูดประหลาดที่สาวผมทองพุ่งเข้ามาใกล้จนเขาตกใจนึกว่าจะจูบ..หากแต่คิเสะทำเพียงกระซิบข้างหูด้วยเสียงเย็นเรียบผิดวิสัย

 

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงเป็นแสงสว่างเช่นนี้ต่อไปนะ

 

“หมายความว่ายังไงกันนะ?” มือเกาศีรษะแรง มุ่นคิ้วงวยงงกับสิ่งที่คิเสะทิ้งท้าย..ฟังดูเหมือนเป็นคำเตือนแต่ก็ไม่เข้าใจถึงความหมายที่คิเสะ เรียวตะ สื่อ เขาถอนหายใจแรงสะบัดหัวไล่ความคิดเหล่านั้น มือล้วงหยิบมือถือสีแดงขึ้นมาเปิดเมลจากหน่วยงานจัดการแข่งขันวินเทอร์คัพ ข้อความในนั้นต่างหากที่ควรให้ความสนใจเหนือสิ่งอื่นใด

 

‘โทโอ VS เซย์ริน’

 

“อาโอมิเนะ..คราวนี้ล่ะ!!ฉันจะเอาคืนนายให้สาสม!!!”

 

 

 

.

.

.

 

 

ในเวลาเดียวกันที่สนามบาสกลางแจ้งยังมีบุคคลอยู่หนึ่งคนที่ยืนอยู่ มือเล็กปล่อยบอลทิ้งลงพื้นก่อนจะทรุดลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นสนามไม่กลัวเปรอะเปื้อน หยาดเหงื่อโชกชุ่มร่างจนเสื้อยืดสีขาวเปียกแนบเนื้อทำให้เห็นว่าตัวตนของคนๆนี้ช่างผอมบางนัก

“สำเร็จแล้ว” เสียงหวานเรียบพึมพำกับตัวเองเบาๆ ปากอิ่มคลี่ยิ้มน้อยๆมองลูกบอลบนพื้น นัยเนตรสีฟ้าอ่อนแววาวแสดงออกถึงความดีใจที่หากมองเผินๆดูไม่ออกเสียด้วยซ้ำ เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำเต็มไปด้วยดวงดาราส่องแสงสว่างระยิบระยับ..สะท้อนอยู่ในดวงเนตรกลมโตไร้อารมณ์

 

“อาโอมิเนะคุง คราวนี้ฉันจะไม่แพ้อีกแน่ค่ะ”

 

 

อัศวินผู้ถือครองดาบทมิฬ ปะทะ เด็กหญิงเงาลวงตากับอัศวินแห่งแสง

เกมส์กระดานแห่งสนามบาสเก็ตบอลได้วนกลับมาทำศึกสงครามกันอีกครั้ง

 

 

.

.

.

 

เช้าวันรุ่งขึ้นสนามแข่งวินเทอร์คัพกึกก้องไปด้วยเสียงเชียร์ของผู้เข้าชมการแข่งขันแมตท์สำคัญ..การแข่งขันที่ทุกคนรอชมอย่างลุ้นระทึกระหว่างศึกคู่แค้นจากอินเตอร์ไฮน์ ‘โทโอปะทะเซย์ริน’ สองทีมที่มีตัวหลักโดดเด่นเป็นที่จับตามองของสื่อมวลชนในช่วงเวลานี้   หนุ่มผิวสีเข้มเรือนผมสีน้ำเงินสั้นเดินอ้าปากหาวหวอดๆเข้าสนามพร้อมทีมโทโอ ทุกคนต่างพากันร้องตื่นเต้นกับผู้เป็นถึงรุ่นปาฏิหาร์ยแถมยังเป็นเอซของเหล่านักกีฬามากพรสวรรค์ครั้น ม.ต้น ขณะเดียวกันสายตาของผู้ชมก็พากันไปเชียร์ทีมม้ามืดอย่างเซย์รินด้วยเช่นกัน

 

“เห..เสียงเชียร์ฝั่งเซย์รินดังขึ้นกว่าเก่าเยอะ หลังจากแพ้พวกเราคงจะพัฒนาขึ้นเยอะแน่ๆ” อิมาโยชิหันไปมองเหล่าทีมคู่แข่งวันนี้ในยูนิฟอร์มสีขาวดำแถบแดง ตาหยีหลังแว่นทรงเหลี่ยมกรอบดำเลื่อนกลับมายังเอซของทีมตนที่ยังนั่งเอนกายสบายๆบนม้านั่ง ที่แปลกตาไปจากทุกครั้งคืออาโอมิเนะ ไดกิวันนี้ถอดชุดวอร์มตั้งแต่เริ่มเกมส์

“ตื่นเต้นสินะอาโอมิเนะคุง” โมโมอิ ซัทสึกิรับเสื้อวอร์มยูนิฟอร์มสีดำจากเพื่อนสนิทสมัยเด็ก

“ตื่นเต้น? พูดมาได้นะซัทสึกิ” อาโอมิเนะ ไดกิ พ่นลมหายใจแรงพลางแคะหูไปมา เนตรสีน้ำเงินคมกริบมองผู้เล่นเบอร์ 10 ที่กำลังเดินเข้ามาคุยกับผู้เล่นเบอร์ 11 ที่สวมสายรัดข้อมือสีดำ

 

…แสงเงาแห่งเซย์ริน…

 

 

“ฉันก็แค่อยากจะรู้ว่าเท็ตสึจะดิ้นรนอย่างไร้ค่าไปเอาอะไรมางัดสู้อีก” ร่างสูงลุกขึ้นยืน นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ฉายแววไม่พอใจ ยิ่งเขาเห็นคางามิยืนตัวเกร็งทำท่ากระสับกระส่ายยามสนทนากับคุโรโกะ อาโอมิเนะยิ่งหงุดหงิดมากเหมือนเห็นเงาสะท้อนในอดีตและที่สำคัญความหงุดหงิดคั่งค้างตั้งแต่เมื่อวาน ณ ประตูทางเข้าสนามแข่งฝั่งซ้าย

“เมื่อวานร้องไห้เรื่องอาคาชิ วันนี้ตีหน้านิ่งคุยกับคางามิ”

 

 

เท็ตสึ..เธอมันผู้หญิงเลือดเย็นจริงๆ!!!!

 

 

 

“คางามิคุงวันนี้พยายามให้เต็มที่นะคะ” คุโรโกะกล่าวหน้าตายยกกำปั้นขึ้น คางามิมองดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อน..เขาอึกอักในลำคอเล็กน้อยก่อนจะชนกำปั้นตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว

“โอ๊ส!!ไว้ใจได้เลย!!!!” สิ้นคำขานรับของแสงสว่าง สัญญาณออดนกหวีดดังขึ้นทั้งสองทีมทยอยกันเดินเข้าสนามประจำตำแหน่ง นัยน์ตาสีเพลิงมองแผ่นหลังเล็กๆบอบบาง..เด็กสาวที่จำแลงกายเป็นชายเข้าร่วมการแข่งขัน ยืนหยัดกล้าแกร่งต่อสู้เพื่อบาสเก็ตบอลที่ถูกต้อง

 

 

ใช่…เพื่อบาสของพวกเรา เพียงแต่…ไม่ใช่แค่นั้น….

 

“น…นั่น!!!!!” แสตนเชียร์อุทานดังระงมไปทั่วทั้งฮอล์จัดการแข่งขัน การแข่งของโทโอกับเซย์รินที่กำลังจะเกิดขึ้นถูกเบนความสนใจไปยังเสียงฝีเท้าที่ย่างลงจากชั้นโพเดี่ยมสูงสุด ทั้งทีมโทโอและเซย์รินชะงักฝีเท้าเงยหน้าขึ้นไปมอง คุโรโกะ เท็ตสึยะเบิกตาโพล่งตกตะลึง แววตาสีฟ้าอ่อนกลมโตสะท้อนเหล่านักกีฬาบาสเก็ตบอลในชุดขาวคอปกสีฟ้าร่วม 20 กว่าคน เดินตรงไปยังที่นั่งหน้าสุดซึ่งเว้นว่างเอาไว้

 

“ราคุซัน!!!!ราคุซันที่จะมาแข่งแมตท์บ่ายวันนี้กับชูโตคุนี่!!!!”

“สมแล้วที่เป็นทีมที่มียอดสะสมถ้วยรางวัลสูงสุดตลอดกาลในระดับ ม.ปลาย!!ความกดดันคนละระดับเลย!!!”

“เมื่อวานราคุซันปล่อยให้ตัวสำรองลงเล่นอย่างเดียวยังนำแต้มทิ้งห่างไปถึง 60 แต้มเชียวนะ!!!”

 

ความสนใจของผู้คนแห่เหนไปยังทีมบาสเก็ตบอลที่แข็งแกร่งที่สุดและมียอดสถิติชนะสูงสุดในระดับ ม.ปลาย ฮิวงะสบถคำรามไม่พอใจกับท่าทีของผู้คน แม้แต่โฆษกยังเบนไปให้ความสนใจทีมที่ยังไม่ถึงเวลาลงแข่งเสียด้วยซ้ำ!!!

“ให้ตายสิ!!งานเด่นรอบเช้ามันพวกเรานะเฟ้ย!!”

“ฮะๆ เอาน่าๆ อย่าไปสนใจเลย มาเล่นบาสให้สนุกดีกว่านะ” คิโยชิ เทปเปย์หัวเราะอารมณ์ดีตบบ่ากัปตันทีมให้ใจเย็นลง ลดระดับความอิจฉาที่มีต่อทีมอื่นๆ    คุโรโกะยังคงจ้องมองบุรุษผมแดงที่เดินนำทีมมานั่งเท้าคางอยู่หน้าสุด..นัยน์ตาคู่คมสองสีเย็นชานั่นปราดตรงไปมาที่สนามบาสที่กำลังจะเริ่มแข่งในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เพียงชั่วเสี้ยววินาทีทั้งที่ตัวตนของเธอแสนเลือนรางไม่เคยมีใครเคยสนใจ

 

ควับ!!!!

 

เนตรสองสีตวัดตรงมาจ้องมองเธอ…มองผู้เล่นเบอร์ 11 ที่ซ่อนเร้นเป็นดังเงาในสนาม คุโรโกะ เท็ตสึยะใจกระตุกวาบคาดไม่ถึงว่าอาคาชิจะหันมามองเธอ กระนั้น..หญิงสาวยังคงแสร้งทำหน้านิ่งไร้อารมณ์เก็บซ่อนความประหม่าเก้อเขินเอาไว้ข้างใน ดูเหมือนว่าข้างๆที่นั่งอาคาชิถูกเว้นว่างเอาไว้ให้ใครซักคน

“ขอโทษทีนะอาคาชิจจิ พอดีมีรถติดมากเลยน่ะ”

“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจว่าถนนเส้นนั้นมีรถชน”

คิเสะ เรียวตะในชุดเดรสยาวครึ่งเข่าสีเขียวตองแขนกุดสะพานกระเป๋าใบเล็กสีขาวดำวิ่งกระหืดหอบมานั่งบนที่นั่งนั้น…อาคาชิละสายตาจากสนามหันไปยังแฟนสาวที่เหงื่อแตกโชกหายใจหอบหนัก

“ถ่ายไว้เร็วๆ คิเสะ เรียวตะ กับ อาคาชิ เซย์จูโร่ อย่างน้อยก็เอาไปเขียนข่าวบันเทิงได้หน้านึง” นักข่าวรีบกดถ่ายเฟรมต่อเฟรมไปยังคู่รักคนดังที่สังคมต่างให้ความสนใจ คนหนึ่งคือทายาทตระกูลอาคาชิที่เป็นถึงผู้คุมธุรกิจยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นหลายอย่าง อีกคนก็เป็นนางแบบวัยรุ่นชื่อดังถึงแม้พักหลังไม่ค่อยมีผลงานออกมานัก ก็ยังเป็นที่จับตาในฐานะ ‘ว่าที่ลูกสะใภ้ตระกูลอาคาชิ’

 

 

พวกเขาทั้งสองสนทนาอะไรกันซักอย่างที่จากจุดที่คุโรโกะยืนอยู่ไม่อาจได้ยิน…ไม่อาจอ่านริมฝีปากได้ด้วยซ้ำ…ยิ่งมองภาพเหล่านั้นเธอก็ยิ่งเจ็บ..ลึกเข้าไปในอกซ้าย…ยิ่งเห็นภาพที่อาคาชิดึงคิเสะไปจูบต่อหน้าต่อตาเธอก็ยิ่งแจ่มชัดจนรู้สึกแย่ คางามิมองตามทิศทางสายตาของเด็กสาว ก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายรู้สึกเช่นไร

 

 

เพราะหัวใจเขาก็บีบรัดแน่นด้วยเช่นกัน

 

 

“คุโรโกะ..” มือแกร่งกำหมัดแน่น ความรู้สึกบิดเบี้ยวปั่นป่วนในอกจนรู้สึกปวดท้องน่าประหลาดเหล่านั้น ยิ่งคุโรโกะมองอาคาชินานแค่ไหน อาการก็ยิ่งปะทุหนักเรื่อยๆ ในที่สุดคุโรโกะกลับก้มหน้าก้มตาเดินไปประจำตำแหน่งเงียบๆ ไม่คิดสนใจท่าทีเป็นห่วงของคางามิที่ทำท่าจะเดินเข้ามาปลอบ รวมถึงริโกะที่พยายามกวักมือเรียกเด็กสาวจำแลงเป็นชายให้กลับมาก่อน

 

 

อาโอมิเนะ ไดกิ หรี่มองคนที่โผล่มาแย่งซีนการแข่งขันของพวกเขา ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังคู่แสงเงาในสนาม..เพียงแค่มองก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนั้น

 

 

กระจกสะท้อนอดีตวันวาน..แสง เงา ดวงตะวัน….

 

 

“มาก็ดีอาคาชิ วันนี้ดูฉันจะถล่มแสงเงาให้ย่อยยับแล้วเตรียมล้างคอรอฉันได้เลย!!!!” คนหนุ่มผิวสีแทนก้าวเดินเข้าไปประจำตำแหน่งเส้นคั่น พึมพำด้วยประโยคซ้ำๆของตนไปมาทั้งเสียงเย็นยะเยือก “คนที่จะชนะฉัน มีแค่ตัวฉันเท่านั้น”

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

การแข่งเริ่มขึ้นคิโยชิกระโดดคว้าบอลไปได้ก่อน แล้วผลักส่งไปให้อิซึกิบุกทำต่อ ร่างสูงเรือนผมสีดำหน้าตี๋เดาะบอลเลี้ยงลูกชำเลืองมองหาจุดส่ง ก่อนจะถูกสกัดขวางโดยผู้เล่นเบอร์ 4 ทีมฝั่งตรงข้าม นัยเนตรคู่คมสีนิลเดาะหลบให้พ้นรัศมีการแย่ง

“จะส่งให้เบอร์ 4 อีกสินะคราวนี้” อิมาโยชิ โชอิจิ ยังจำรูปแบบการเล่นเดิมๆของคนหนุ่มได้หลังจากที่โมโมอิได้ศึกษาข้อมูลใหม่มาอย่างถี่ถ้วน สเต็ปการเล่นเซย์รินค่อนข้างคล้ายเดิมโดยเฉพาะนิสัยจำเจซ้ำๆซากๆ

“แน่ใจเหรอ?” อิซึกิยิ้มเยาะ มือกระแทกบอลลงหว่างขาไป จังหวะนั้น!!!!เงาร่างของคนที่ซ่อนเร้นในสนามปรากฏตัวเข้ามาในตำแหน่งบอลพอดิบพอดี!!!

 

 

 

“มิสไดเร็กชั่น!!!!!”

 

วากามัตสึซึ่งถูกบล็อกโดยคิโยชิร้องเสียงหลง ร่างเล็กยังคงก้มหน้าลงต่ำจนผมสีฟ้าปรกตา เธอตั้งขากางด้วยท่าทางมั่นคงผิดปกติจนเซย์รินฉงน ผิดกับอาโอมิเนะ ไดกิที่หน้าตาตื่นตระหนก รีบสลัดตัวให้หลุดจากการ์ดวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง

 

“คิดว่าจะยอมให้ท่านั้นพาสได้เหรอ!!!!!!!!!”

 

 

“อิกไนต์พาส!!!!ไค!!!!!!!!!!!!!” กระแสลมแรงก่อตัวบนสนาม ฝ่ามือเรียวพาสบอลส่งตรงไปด้วยความเร็วและแรงมากกว่าพาสส่งด้วยอิกไนต์พาสแบบธรรมดา เป็นสิ่งที่เหล่าเซย์รินไม่เคยเห็นและไม่เคยพบเห็นมาก่อน!!!!!!

 

 

ตูม!!!!!!!!!!!

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรีดร้องดังมาจากแสตน ทุกคนตื่นตระหนกพากันอ้าปากค้าง กรรมการต้องเป่านกหวีดทำสัญญาณบอลออกนอกสนามเฉียดใบหน้ากัปตันทีมราคุซันไปกระแทกชนผนังจนก่อนที่บอลจะร่วงหล่นกระเด้งกระดอนกับพื้นทิ้งไว้เพียงรอยไหม้ดำๆเป็นอนุสรณ์บนฝาผนัง

 

“……….”

 

บรรยากาศเงียบกริบราวกับป่าช้า ทีมราคุซันถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม คิเสะถึงกับปากสั่นระริกมองอาคาชิที่นั่งกอดอกสงบนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไร จะเข้าไปกระซิบถามไถ่ว่าเป็นเช่นไรก็ไม่กล้า เธอรีบเขยิบตัวถอยห่างจากชายผมแดงสั้นให้มากที่สุดเท่าที่พื้นที่เก้าอี้ทำเนียนเป็นหยิบโทรศัพท์มาเล่นไม่รู้ไม่ชี้

 

 

 

“ค….คุโรโกะ..โฮ่ย…อ..โอเคนะ” คางามิเดินกล้าๆกลัวๆเข้าไปหาสาวผมฟ้าสั้นเอาแต่ยืนนิ่งเงียบหลังจากพาสบอลออกนอกสนามสูงไปถึงแสตนเชียร์… ร่างเล็กเริ่มขยับตัวทำเอาทั้งทีมโทโอและเซย์รินถึงกับผวาร้องตกใจ เจ้าตัวพ้นลมหายใจแรงแล้วหันกลับไปสนทนาตอบกับคางามิ

 

“คางามิคุง…ฉัน…กำลังรู้สึกดีแบบสุดๆเลยค่ะ……”

“แว๊กกกกกกกกกก!!!!!!!!”

 

อิมาโยชิ โชอิจิเลิกคิ้วฉงนสงสัย มองแผ่นหลังของผู้เล่นเบอร์ 11 สลับกับผู้เล่นเซย์รินพากันถอยหลังกรูตัวสั่นเท้า กอดกันตัวกลมหน้าซีดเผือดจนเหงื่อแตกโชก ขนาดตัวสำรองอีก 6 คนกับโค้ชสาวยังอ้าปากค้างหน้า บางคนถึงกับขาสั่นพับๆ

“เห..เซย์รินเป็นอะไรไปน่ะ?” คนหนุ่มผมดำสวมแว่นหันไปถามคนที่เคยร่วมทีมเป็นถึงอดีตคู่หูที่ยืนตัวแข็งทื่อด้านหลังเขา

“ย…ย…อย่าเห็นจะดีกว่าเจ้าแว่นปิศาจ…เดี๋ยวจะสยองเปล่าๆ”

“หา!!!!!” ทุกคนในโทโอถึงกับอึ้งตาค้าง มองปฏิกิริยาอาโอมิเนะจอมโอหังทำหน้าตาหวาดผวาแบบสุดๆ เหงื่อแตกจนชุ่มเสื้อกีฬาทั้งๆที่ยังออกกำลังไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ

 

 

เบอร์ 11 ทำอาโอมิเนะ ไดกิถึงกับกลัวจนตัวสั่นได้…ต้องเป็นอะไรที่แรร์มากแน่ๆ!!!

 

 

.

.

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดด

 

คณะกรรมการไปเก็บบอลจากแสตนลงมาดำเนินงานกลับเข้าสู่การแข่งขันอีกครั้ง คราวนี้ฝ่ายที่ได้บอลไปครองก่อนคือวากามัตสึ เขาเลี้ยงลูกนำไปอย่างชำนาญแล้วดันส่งไปให้ อิมาโยชิต่อ คนหนุ่มสวมแว่นปะทะเข้ากับการสกัดกั้นจากกัปตันฝั่งเซย์ริน ต่างคนต่างสวมแว่นปะทะกันและกันไม่มีใครยอมใคร

“ครั้งที่แล้วยังไม่เข็ดเรื่องสายตาอีกเหรอ”

“นายก็ใช่ว่าตาดีไปกว่าฉันหรอก” ฮิวงะ จุนเปย์ มุ่นคิ้วหงุดหงิดกับท่าทียิ้มระรื่นแต่ซ่อนความร้ายกาจเจ้าเล่ห์เอาไว้ ขายาวไล่ตามสกัดกั้นอีกฝ่าย แต่แล้วคนๆนี้ก็ยังเล่นจุดบอดส่งบอลในมุมเกินกว่าสายตาจะเห็น ตรงไปให้ซากุไรวิ่งเข้ามารับลูกเตรียมชู้ต 3 แต้ม

 

ผัวะ!!!!!

 

มิสไดเรกชั่นยังคงทำงานต่อเนื่องลูกส่งคราวนี้ไม่ใช่เพียงพาสธรรมดา แต่เป็น….

“อิกไนต์พาสไคอีกแล้วเหรอ!!!!!!!!” ฮิวงะร้องเสียงหลงลูกส่งแรงมหาศาลทำผนังเป็นรอยไหม้แบบนั้นใครมันจะไปรับได้กัน!!นี่คือสิ่งที่เซย์รินทุกคนคิด เว้นเพียงหนึ่งที่มีแต่ลูกบ้าบาสเข้าเส้นวิ่งกระโดดตัวลอยคว้าจับลูกพาสนั่นไว้

 

“อึก!!!!แรงเอาเรื่องแต่ฉันจะรับให้ดู!!!!”

 

 

ปึง!!!!!!!!!!!!

 

ป้ายคะแนนเซย์รินนำไป 1 แต้มก่อนโทโอด้วยดังก์วงในของผู้เล่นเบอร์ 10 เอซเซย์ริน คางามิ ไทกะ ร่างสูงหย่อนตัวลงเหยียบพื้น หันไปมองคนหนุ่มผิวสีแทนที่ยืนตะลึงค้างมอง

“เมื่อกี้นาย…โดดสูงกว่าปกติ”   อาโอมิเนะพึมพำสิ่งที่เห็น…แรงดีดตัวอันน่าสะพรึงนั่นสะกดทุกสายตาในสนามแข่งขัน

“เออ!!แล้วไงวะ คนมีดีไม่ใช่มีแค่นายเท่านั้นหรอกนะ อาโอมิเนะ” คางามิชี้นิ้วใส่ นี่ถือเป็นการท้าทายอย่างถึงที่สุด ปากหนากระตุกยิ้มเยาะใส่ ไหนจะสามารถรับลูกพาสแรงที่สุดของคุโรโกะ เท็ตสึยะ ผู้เล่นเงาลวงตาได้

 

 

หมอนี่เป็นใครกันแน่!!!?

 

 

“มีดี? พูดบ้าอะไรของนายวะคางามิ..” คนผิวสีเบิกตาโพล่งวาวโรจน์ ใจเต้นส่ำแรง เขารู้สึกได้ว่าเลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้นอย่างที่ห่างหายไปนาน พร้อมแสยะยิ้มจนเห็นคมฟันขาว “คนที่จะชนะฉันได้ มีแต่ฉันเท่านั้นวะ!!”

ผู้เล่นเบอร์ 5 แห่งโทโอวิ่งผ่านสวนร่างคนที่พึ่งประกาศลูกชู้ตเมื่อครู่!!! พริบตาในเสี้ยววินาทีสั้น บอลที่กำลังลอยเคว้งคว้างตกสู่พื้น ฝ่ามือแกร่งคว้าจับบอลแล้ววิ่งเลี้ยงบุก เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่เข้ามาขวางคืออดีตคู่หู

 

“คิดว่าจะหยุดฉันได้เหรอเท็ตสึ!!”

“ฉันจะหยุดอาโอมิเนะคุงให้ได้ค่ะ!!!”

“ถ้างั้นก็เสียใจด้วย” อาโอมิเนะเหวี่ยงบอลไปด้านหลัง อิซึกิกับคางามิรีบวิ่งเข้าไปกันอิมาโยชิที่ยืนรอรับบอลด้านหลัง

“!!!!!!”

 

 

ฝุ่บ!!!!!

 

บอลไม่ได้ถูกส่งไปหาคนอื่น อาโอมิเนะเลือกที่จะชู้ตจากด้านหลัง บอลลอยขึ้นสู่ฟ้าพุ่งหล่นลงห่วงฝั่งเซย์รินทำคะแนนไป 3 แต้มสบายๆ

“Fromless shooting!!!”  ท่าชู้ตเอกลักษณ์อันไร้รูปแบบตายตัวและไม่เคยพลาดซักครั้งคือความโดดเด่นของชายที่ชื่อว่า อาโอมิเนะ ไดกิ ทำแต้มนำเซย์รินไป..ถึงจำนวนจะห่างไม่มากก็สร้างย้ำบาดแผลครั้งอินเตอร์ไฮน์จากทุกคนได้เป็นอย่างดี

“อย่ายอมแพ้!!!พวกนั้นทำแต้มเราก็ทำได้!!!เข้าใจไหม!!!” กัปตันฮิวงะตะโกนให้กำลังสมาชิกทุกคน แรงใจเริ่มกลับมาอีกครั้งพวกเขาเองก็พัฒนาทักษะผ่านมาจนถึงการแข่งวินเทอร์คัพได้ ต่างคนต่างมองหน้ากันแล้วพยักหน้าร้องขานรับพร้อมกันด้วยเสียงหนักแน่น!!!

 

.

.

 

เวลาหมดไปสำหรับการแข่งขันควอเตอร์แรกโทโอนำไปอยู่ที่ผลคะแนนเท่ากับ “30 : 45” ทิ้งห่างอยู่ 15 แต้ม นัยน์ตาสีอำพันมองแต้มสกอร์บนจอดิจิตอลก่อนจะเลื่อนไปยังทีมทั้งสองทยอยเดินออกไปพักเบรกนอกสนามก่อนจะเริ่มควอเตอร์ที่ 2 เธอถอนใจแรงเบื่อหน่ายก่อนจะพึมพำกับแฟนหนุ่มที่ยังนั่งเท้าคางหน้านิ่งสงบเยือกเย็น

”จบควอเตอร์แรกแบบนี้ดูไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยแหะ”

“พวกนั้นกำลังลองเชิงกันอยู่” อาคาชิกล่าวทั้งเสียงเรียบนิ่ง คิเสะเลิกคิ้วสูงเธอลอบมองคนข้างตัวก่อนจะหันไปยังสนาม

“ลองเชิง? คางามิจจิกับอาโอมิเนจจิสินะ” ไม่มีเสียงตอบรับจากอาคาชินั่นแปลว่าสิ่งที่คิเสะคาดเดาค่อนข้างถูกทีเดียว

 

 

แสงปะทะแสง…อัศวินปะทะอัศวิน เกมส์แรกของกระดานนี้เป็นเพียงการประดาบขำๆเท่านั้น

 

 

.

.

 

 

“ตอนนี้โทโอนำไปอยู่ 15 แต้ม หากทิ้งไว้ต่อไปก็จะนำไปเรื่อยๆจนยากจะดึงเกมส์กลับมา” ริโกะอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ให้ฟัง ดวงเนตรสีน้ำตาลกลมโตเลื่อนมองไปยังแสงและเงาที่พร้อมใจกันยกมือขึ้นเป็นเชิงขออนุญาต คุโรโกะกับคางามิมองหน้ากันและกันทั้งสีหน้าตกใจนิดๆ

“คุโรโกะเธอพูดก่อนสิ”

“คางามิคุงพูดก่อนก็ได้ค่ะ”

“เอางั้นเหรอ..” เอซของทีมพยักหน้าตอบรับคู่หูของตน ตาสีเพลิงละมาสบตาโค้ชสาวที่ยืนรอรับฟังอยู่

 

“ผมต้องการใช้เวลาทั้งหมดตัวต่อตัวกับอาโอมิเนะ”

“หา!!!!!!!!!!!”

 

ทุกคนร้องเสียงหลง หันควับไปยังชายผมแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู ริโกะอ้าปากค้างตะลึงเธอเป็นคนที่ตั้งสติได้ก่อนใครจึงพูดปรามอย่างรวดเร็ว “นายจะบ้าเหรอคางามิ จำที่คุโรโกะบอกไม่ได้รึไงไม่มีใครชนะตัวต่อตัวกับอาโอมิเนะ”

“เมื่อก่อนน่ะใช่..แต่ตอนนี้อาจจะพอมีทาง” คางามิ ไทกะกล่าวทั้งเสียงหนักแน่น ตาสีเพลิงเปี่ยมมุ่งมั่นหาได้มีความลังเลในนั้น ริโกะกัดฟันแน่นใคร่ครวญข้อเสนอของคางามิครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ายอมเสี่ยงกับลูกบ้าดีเดือดของอีกฝ่าย แล้วหันไปมองเป็นเชิงอนุญาตให้อีกหนึ่งคนที่ขอยกมือพูดเช่นกัน

“ตอนแรกฉันจะขอกันอาโอมิเนะคุงค่ะ แต่ตอนนี้ถ้าคางามิคุงว่าแบบนั้น ฉันก็จะเชื่อใจคางามิคุงค่ะ” หญิงสาวผมฟ้าก็อาสาขอประจัญหน้าสัตว์ประหลาดว่องไวดั่งเสือดำในพงไพรตัวนั้น ยิ่งทำเอาทั้งทีมถึงกับไปไม่เป็น..ริโกะลอบมองคนทั้งสองก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ

 

“สองคนแอบไปฝึกทีเด็ดอะไรมาสินะ” เธอหยั่งเชิงถาม

“พวกเราแยกกันฝึกมาซักพักแล้วล่ะ..ครับ!!” คางามิกำหมัดแน่น ฉีกยิ้มมั่นอกมั่นใจเช่นเดียวกันคุโรโกะที่ทำเพียงยิ้มน้อยๆตามบุคลิกไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์ “คอยดูได้เลยโค้ช”

 

 

.

.

 

ลูกบาสเก็ตบอลกระแทกพื้นส่งเข้ามือคางามิ ไทกะ ด้วยการพาสส่งจากผู้เล่นฉายาเงาลวงตา ร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูเลี้ยงลูกหลบเลี่ยงการสกัดกั้นจากทีมฝ่ายตรงข้ามได้อย่างรวดเร็ว

“เบอร์ 10 เคลื่อนไหวเร็วขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนี่” วากามัตสึตวัดตามองตามแผ่นหลังกว้างทะลุด่านเขาไปได้ ขายาวรุดวิ่งด้วยความเร็วที่มีเป้าหมายมีเพียงหนึ่งคือแป้นบาสฝั่งโทโอ!!

 

 

 

เอี๊ยด!!!!

 

พื้นรองเท้าเบรกกะทันหัน ทุกสายตาจับจ้องเพ่งไปยังการประจันหน้าสำคัญที่จะส่งผลต่อกำลังใจทีม ว่าใครจะเหนือกว่ากัน อาโอมิเนะ ไดกิ รุดตามทันยืนกางแขนขวางกั้นเอาไว้ คางามิจับบอลแน่น ขมวดคิ้วเครียดถลึงตามองใส่คู่แค้นที่สร้างรอยแผลเอาไว้แสนสาหัสในอินเตอร์ไฮน์

“ไง คางามิ”

“ไง อาโอมิเนะ”

การปะทะกันระหว่างเอซกับเอซ..สร้างเสียงฮือฮาทั่วทุกสารทิศ ผู้ชมนอกสนามโดยเฉพาะผู้เล่นต่างลุ้นระทึกสิ่งที่จะเกิดต่อจากนี้ นี่ถือเป็นจิตวิทยาสำคัญที่จะบอกว่าใครจะอยู่ใครจะไป ใครจะรุกนำไปได้ก่อน

 

 

รวมทั้งกระแสเกมส์ต่อจากนี้!!

 

 

ท้ายที่สุดคางามิเลือกส่งบอลให้คิโยชิทำแต้มเสียอย่างงั้น ผู้คนต่างพากันผิดหวังที่ไม่มีการตัวต่อตัวที่จะเป็นการชี้วัดความเก่งผู้เล่นตัวเต็งให้ลุ้นจนตัวโก่ง ไม่วายยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หาว่าฝั่งเซย์รินไม่แน่จริงอีก คุโรโกะเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งเหยาะๆเข้ามาเคียงข้างคนหนุ่มผมแดงที่ก้มหน้าวิ่งไล่ตามลูก

“คางามิคุงไม่เป็นไรนะคะ” เธอห่วงความรู้สึกของคนหนุ่มผมแดงอมน้ำตาลไหม้ กลัวว่าจะเสียกำลังใจเปล่า

“ฉันไม่เป็นไร” คางามิตอบรับสาวหน้าตาย ทว่า..สีหน้ายังไม่ดีขึ้น คุโรโกะหลุบตามองพื้นครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วชำเลืองไปมองคนตัวสูงข้างกาย

“ถ้างั้นคราวนี้ให้ฉันลองบ้างนะคะ ถ้าได้ผลเราจะใช้แผนนี้ต่อ..คางามิคุงแค่รอรับลูกจากฉันแล้วพุ่งไปข้างหน้าก็พอ” การเปลี่ยนแผนแบบฉับพลันโดยไม่มีการคิดปรึกษารุ่นพี่อีก 3 คนที่เร่งฝีเท้าไล่ตามลูกให้ทันเช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นๆ คางามิเองก็ไม่รู้ว่าคนผมฟ้าคิดทำสิ่งใดอยู่ แต่ในทุกๆการแข่งขันที่ผ่านมาเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆบอบบางคนนี้คอยช่วยเหลือทีม ปกป้องทีมมาไม่รู้จะกี่ครั้ง…

 

 

เขาเลือกที่จะเชื่อใจในคู่หู..เชื่อใจในเงาลวงตา

 

 

“คนที่ไม่รู้บาสคงคิดว่าคางามิกลัวนาย แต่สำหรับพวกเรารู้ดีว่าการตัวต่อตัวเมื่อกี้ผลออกมา ‘เสมอ’ กัน ดูเหมือนว่าคำพูดอวดดีว่า ‘คนที่จะชนะฉันได้มีแต่ฉัน’ จะโดนสบประมาทเข้าแล้วนะ อาโอมิเนะคุง” อิมาโยชิวิ่งมาข้างๆทั้งรอยยิ้มระรื่นผิดกับน้ำเสียงถากถางประชดร้าย

“นายแว่นปิศาจเงียบปากไปเลย” อาโอมิเนะหัวเสีย นึกย้อนการปะทะกันระหว่างเขากับแสงคนใหม่ ถึงแม้จะเพียงเวลาสั้นๆไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ พวกเขาทั้งสองใช้สายตาคาดเดาการเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้ามและวิธีตอบโต้รับมือเพื่อแย่งให้ได้มาซึ่งบอล

 

 

คางามิ ไทกะ ไม่ทิ้งจุดอ่อนให้อาโอมิเนะได้เข้าไปตบแย่งลูกซักนิด

 

 

“เจ้าบ้านั่นกำลังพัฒนาขึ้นงั้นเหรอ” คนผิวสีแทนกล่าวทั้งเสียงเย็น เขารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างในตัวคนหนุ่มร่างสูงที่เหมือนกระจกสะท้อนตัวตนแสนบริสุทธิ์ครั้นเยาว์วัยน่าสะอิดสะเอียนของตน ภายในตัวคางามิ ไทกะ กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ บางที..สิ่งนั้นอาจเรียกว่า ‘พรสวรรค์’ ก็เป็นได้   “จะยังไงก็แล้วแต่ ไม่เคยมีใครผ่านฉันไปได้และครั้งนี้ก็เช่นกัน”

 

 

ตุบ!!!!

 

บอลเข้าไปอยู่ในมือซากุไร หนุ่มหน้ามนผมสีน้ำตาลท่าทางขี้ผวาเดาะเลี้ยงบอลตั้งท่าจะชู้ต 3 แต้มจากวงนอก ขณะที่กำลังตั้งท่าฮิวงะวิ่งเข้ามาปัดตบลูกออกไปก่อน

“ข…ขอโทษครับ!!!!” ซากุไรร้องเสียงหลงที่เจ้าตัวพลาดท่าปล่อยให้กัปตันเซย์ริน บอลตกเข้าไปอยู่ในมือคุโรโกะพอดิบพอดี แทนที่จะพาสลูก..กลับกลายเป็นว่าผู้เล่นเบอร์ 11 เลือกที่จะเลี้ยงลูกบุกขึ้นฝั่งโทโอ

“ด..เดี๋ยว!!จะทำอะไรน่ะคุโรโกะ!!!?” ริโกะเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ร้องเสียงหลง นี่มันผิดปกติจากแผนที่เธอดำเนินการไว้ โมโมอิ ซัทสึกิ เจ้าของฉายาพิราบส่งสานส์ผู้จัดการแห่งรุ่นปาฏิหาร์ยเองก็ตะลึงไม่แพ้กัน

“เท็ตสึคุงคิดจะทำแต้มงั้นเหรอ!!?” สาวเรือนผมสีชมพูยาวไม่เชื่อสายตา จากข้อมูลที่รวบรวมก็รู้ๆกันอยู่ว่าทักษะของคุโรโกะ เท็ตสึยะหลักๆคือมิสไดเรกชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยตัวตนที่จืดจางและอาศัยเรื่องนี้ในการส่งบอลให้ทีมโดยไม่ต้องการให้ใครสังเกตเห็น

 

 

“คิดจะทำอะไรเท็ตสึ..ก็รู้ๆว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ” เงาเค้าร่างสีดำคุ้นตาทอดลงบนร่างผอมบางในชุดนักกีฬาสีขาวดำแถบแดงสกรีนเบอร์ 11 เอาไว้ คุโรโกะเดาะบอลอยู่กับพื้นเขม็งมองสบตาสีไพลินเรียวคมกริบตรงหน้า ดวงตาของอดีตแสงที่เคยร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ในวันวาน

 

 

เพื่อนสนิทที่ดีที่สุด..เพื่อนที่เข้าใจบาสมากที่สุด…

และหลอกลวงได้มากที่สุด

 

 

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าหน้าที่ฉันคือการเป็นเงา” คุโรโกะถีบตัววิ่งพุ่งเข้าใส่ร่างสูง พลัน!!!เธอกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย อาโอมิเนะตกตะลึง เหลียวมองหลังก็พบว่าอีกฝ่ายข้ามผ่านเขาไปเสียแล้ว!!!!!

“คางามิคุง!!!”   บอลถูกส่งด้วยอิกไนต์พาสให้คู่หูแสงสว่าง เขารับลูกส่งที่พุ่งมาด้วยความเร็วและแรงกว่าพาสแบบทั่วไป ชู้ต 3 แต้มจากวงนอกไปอย่างง่ายดาย!!!!

 

 

.

.

 

 

“นี่น่ะเหรอที่คุโรโกะไปฝึกมา..เข้าใจล่ะ” โค้ชสาวถอนใจโล่งอกแทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้างมาดมั่น เธอตบมือลงตักพออกพอใจกระแสเกมส์ที่กลายเป็นของเซย์รินไปเสียแล้ว ปรากฏการณ์เลี้ยงลูกล่องหนจากผู้เล่นที่ได้รับฉายาเงาลวงตาส่งผลให้ทุกคนคิดตระหนักว่าเซย์รินกำลังถือไพ่เหนือกว่า ซึ่งเธอก็มั่นใจว่าเป็นเช่นนั้น

“หมายความว่ายังไงครับโค้ช?” ฟุริฮาตะเหลียวมองหญิงสาวข้างตัว ถามด้วยสีหน้างุนงงไม่ต่างจากตัวสำรองคนอื่นๆ

“เป็นการเคลื่อนที่ไปยังจุดบอดของสายตาคนน่ะ แล้วทำการเลี้ยงลูกไปผ่านไปยังจุดนั้น เลยดูเหมือนว่าคุโรโกะหายตัวไปทั้งที่ความจริงคือการเลี้ยงลูกแบบปกติทั่วไปด้วยความเร็วสูง” สิ้นคำอธิบายจากปากโค้ช โคกาเนะก็หัวสมองบรรเจิดคิดชื่อท่าไม้ตายใหม่ให้สาวผมฟ้าสั้นชี้ยุ่งปลอมเป็นชายหนุ่มให้ทันทีทั้งเสียงเจื้อยแจ้ว

 

 

“ถ้าแบบนั้นต้องชื่อท่าไม้ตายว่า ‘Vanish Drive’ สินะ!!!”

 

 

.

.

 

 

ใช่แล้ว..นี่คือสิ่งที่ฉันเก็บตัวฝึกมาตลอดเพื่อเอาไว้ต่อกรกับอาโอมิเนะคุง

 

คุโรโกะวิ่งไปรอบสนาม คอยมองหาจุดเหมาะสมที่จะเข้าไปพาสลูกสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตหลุบมองมือเล็กๆที่ส่งลูกตรงไปยังฝ่ามือคนหนุ่มเจ้าของฉายาแสงสว่างคนใหม่ ก่อนจะชำเลืองมองคนผิวสีที่เอาแต่ยืนนิ่งก้มหน้าเงียบไม่ยอมขยับกายไปไหนอย่างน่าฉงน

ผลคะแนนระหว่างโทโอกับเซย์รินในเวลานี้หลังดำเนินการแข่งในควอเตอร์ที่ 2 ไป 20 นาที พวกเขาไล่ตามกระชั้นชิดโทโอขึ้นมาเรื่อยๆ ห่างกันเพียง 3 แต้มเท่านั้น หากเซย์รินสามารถชู้ต 3 แต้มได้ก็จะตีเสมอในทันที หญิงสาวสะบัดหัวไล่ความคิดฝุ้งซ่านเป็นห่วงอดีตเพื่อนร่วมทีมที่ไม่อาจไล่ตามจับเธอได้ ตั้งสติให้มั่นว่ายังอยู่ในการแข่ง ขาผอมวิ่งเข้าไปยังปีกซ้ายในที่ๆบอลส่งตรงมาจาก point guard ทีมโทโอ เพื่อแย่งลูกไปให้คนในทีมทำแต้ม

 

 

เราต้องชนะในการแข่งขันนี้!!!!

 

 

ร่างเล็กรับบอลได้จริงแต่ก็พบว่าสมาชิกคนอื่นๆโดนสกัดกั้นเอาไว้ คางามิโดนประกบ 2 เหลือเพียงฮิวงะที่สลัดหลุดออกไปรอทำชู้ต 3 แต้ม เธอรีบเลี้ยงลูกหมายพุ่งไปส่งให้ถึงมือ แต่แล้ว…เท้าทั้งคู่ต้องหยุดชะงักแทบไม่ทัน ร่างสูงผิวสีแทนวิ่งเข้ามาสกัดกั้นอย่างรวดเร็ว

“อาโอมิเนะคุง..” เธอพึมพำเอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มตรงหน้า หญิงสาวพุ่งตรงไปด้วยความเร็วใช้ท่า Vanish drive

 

 

“!!!!!!!!!!!!”

 

อาโอมิเนะ ไดกิ เคลื่อนที่ถอยห่างจากหญิงสาวผมฟ้า เขาปิดตาสนิทและตบมือปัดลูกบาสในมือเล็กๆทิ้งออกไป!!!!

“ป…เป็นไปได้ยังไงกัน!!! Vanish drive ถูกอ่านทางได้แล้ว!!!แถมยังหลับตาแบบนั้นอีก!!!” อิซึกิ ชุน ร้องเสียงหลง เพราะมัวแต่ตะลึงจึงพลาดท่าให้โทโอทำชู้ต 3 แต้มทิ้งช่วงห่างเป็น 6 คะแนน

“คิดว่าฉันเป็นใครเท็ตสึ..ฉันคือคนที่รู้จักบาสของเธอดียิ่งกว่าใครๆ” เสียงทุ้มเย็นชากระทบกระเทียบ คุโรโกะ เท็ตสึยะ เด็กสาวผมฟ้าปลอมเป็นชายยืนตะลึงตัวแข็งทื่อ ช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าหวานไร้อารมณ์ซีดเผือดไม่แม้แต่ขยับกายไปไหน ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเข้มที่ยังหลับตาสงบนิ่งอยู่เช่นนั้น

 

“ทุกสิ่งที่เธอจะทำต่อจากนี้ ฉันอ่านออกหมดแล้ว..บอกแล้วไงว่า ‘เงา’ ไม่มีทางสู้ ‘แสง’ ได้” เปลือกตาเปิดออกเผยดวงเนตรสีไพลินคมกริบประกายแสงสายฟ้าสีน้ำเงินแล่นผ่านออกมา บรรยากาศรอบตัวอาโอมิเนะกดต่ำลงจนรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิหนาวเย็นขึ้นทันตาเห็น

“หมอนั่น…เหมือนตอนนั้น..” คางามิ ไทกะหน้าซีดเหงื่อแตกพลั่ก ท่าทีของอาโอมิเนะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ดูสงบนิ่งประสาทเฉียบคมมากเหมือนช่วงท้ายเกมส์การแข่งอินเตอร์ไฮน์…การเอาจริงที่ยากหยั่งลึกของบุรุษผู้เป็นเอซแห่งโทโอ..หรือก็คือเอซแห่งรุ่นปาฏิหาร์ยที่มีพรสวรรค์บาสเก็ตบอลแต่กำเนิด

 

 

ว่ากันว่าในมนุษย์เราทุกคนมีท้องทะเลเวิ่งว้างกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา…นั่นคือ ‘ห้วงทะเลจิตใต้สำนึก’

ที่แห่งนั้นมีเพียงความมืด…หนาวเหน็บ…และเงียบงัน….ดึงระบบความสามารถของสมองและร่างกายออกมา 100%

อาโอมิเนะ ไดกิ ได้ทิ้งตัวลง ปล่อยร่างให้จ่อมจมในท้องทะเลนั้นยิ่งลึกมากเท่าใด ประสาทสัมผัสก็ยิ่งเฉียบแหลมมากขึ้น

 

 

“สิ่งนั้นถ้าไม่ใช่คนมีพรสวรรค์ ไม่มีทางเข้าถึงสิ่งนี้..มันถูกเรียกขานว่า ‘โซน (Zone)’ “ อิมาโยชิ โชอิจิ กระตุกยิ้มพึงพอใจจนตาหยีมากขึ้นกว่าเดิม อาโอมิเนะ ไดกิได้เปิดประตูนั้นเข้าสู่เขตแดนที่ยากเกินกว่าคนทั่วไปจะไล่ตามทัน

“ไม่มีใครหยุดหมอนั่นได้อีกแล้ว เสียใจด้วยนะเซย์ริน” พูดซ้ำเติมฝ่ายตรงข้ามให้รู้แจ้งว่ากระแสเกมส์นั้นได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว อาโอมิเนะ ไดกิ เมินร่างเล็กๆที่ยังรักและห่วงแหนเสมอ..และก็แค้นมากกว่าใคร ผู้หญิงคนนี้ต้องการเพียงที่จะชนะเขาเพื่อเป็นบันไดก้าวผ่านไปหา..ชายคนนั้น   ร่างสูงหันหลังเดินจากทิ้งท้ายไว้ด้วยวาจาร้ายกาจแทงทะลุใจอีกฝ่าย

 

 

“แสงอย่างฉันไม่ต้องการ ‘เงา’ อย่างเธออีกแล้ว”  

 

 

 

 

“….ไม่ยอมให้ไปง่ายๆหรอกอาโอมิเนะคุง!!!” คุโรโกะแผดเสียงดังลั่น เผลอปล่อยตัวตามสัญชาติญาณใช้อารมณ์เหนือเหตุผล เธอตบแย่งบอลมาแล้วพาสบอลด้วยแรงกระแทกมหาศาล!!!

“อย่านะคุโรโกะ!!!!” คางามิตะคอกเตือนสติแต่ไม่ทันเสียแล้ว อิกไนต์พาสไคอัดใส่บอลพุ่งตรงไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดกระแสลมแรงเยี่ยงพายุไม่ได้หมายส่งให้ลูกทีม กลับมีเจตนาพุ่งเข้าใส่ทำร้ายร่างกายชายผิวสี!!

 

 

ปึง!!!!!!!!!!!!!!

 

บอลกระแทกเข้าสู่มือหยาบกร้าน อาโอมิเนะหันกลับมารับบอลด้วยมือเดียวหน้านิ่งไร้อารมณ์ เขาสามารถหยุดบอลที่ส่งมาด้วยแรงมหาศาลนั้นได้ ยิ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กสาวมากขึ้นไปกว่าเก่า คุโรโกะหน้าเสียจ้องมองคนตรงหน้าที่ยืนประจันหน้าเธอ คนที่เคยมีรอยยิ้มสดใสรักบาสยิ่งกว่าใคร

 

 

แสงสว่างคนนั้นไม่มีอีกแล้ว…เพื่อนรักที่เข้าใจกันมากที่สุด..ไม่มี..อีกแล้ว….

 

 

 

“เซย์รินขอเวลานอก!!”

คณะกรรมการประกาศบอกหลังจากที่ริโกะวิ่งกระหืดหอบไปยังโต๊ะฝ่ายกรรมการที่คอยนั่งตัดสินผลอยู่นอกสนาม ทั้งสองทีมจำต้องออกจากสนามมาก่อน การแข่งขันหยุดชะงักลงถึงอย่างนั้นบรรยากาศกดดันในสนามยังไม่จางหายไป คิเสะมองทีมฝั่งสีขาวแห่งเซย์รินที่จำต้องยอมรับสภาพถึงพลังที่ห่างชั้นจนเกินไป

“คุโรโกจจิน่าสงสารจริงๆ” คิเสะสงสารจับใจ เธอรู้ดีว่าเจตนาของคุโรโกะ เท็ตสึยะปรารถนาที่จะดึงอาโอมิเนะ ไดกิกลับมาเป็นคนเดิมที่เคยเล่นบาสอย่างสนุกสนานเฉกเช่นที่ฉุดดึงเธอและมิโดริมะให้รู้สึกตัวอีกครั้ง

 

 

หากแต่แรงแค้นของแสงสว่างที่ถูกเงาทอดทิ้งในสายฝนพร่ำ บดบังสายตาจนหมดสิ้น

 

 

“ไม่ใช่เรื่องที่ควรสงสาร เท็ตสึยะทำตัวเธอเอง ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามความรู้สึกก็สมควรแล้วที่ต้องรับผลเช่นนั้น” กัปตันราคุซันหาได้คิดเห็นเช่นเดียวกับแฟนสาว เขากลับพูดจาไร้หัวใจออกมาหน้าตาเฉย ดวงเนตรสองสีไม่เข้าคู่ยังไม่คิดละสายตาจากการแข่งขัน..ดวงตาที่ไม่เคยมีใครมองทะลุเข้าไปได้ว่ากำลังคิดเห็นสิ่งใดอยู่

“บาสเก็ตบอลที่ถูกคือผม คือชัยชนะ ในเมื่อเธอดื้อดึงนักก็ต้องทนเจ็บปวดแบบนี้ต่อไป นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”

“ถึงอาคาชิจจิจะพูดแบบนั้นก็เหอะ มาดูการแข่งทั้งทีไม่คิดจะเชียร์คุโรโกจจิหน่อยเหรอ” นางแบบสาวถามหยั่งเชิง

“คนที่ชนะวันนี้อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของราคุซันในวันข้างหน้า ผมมาเพื่อเก็บข้อมูลการแข่งขัน และหาอะไรฆ่าเวลาอย่างมีประโยชน์ระหว่างรอแข่งรอบบ่ายกับ ‘ชูโตคุ’ ก็เท่านั้น” คำตอบทั้งท่าทีสงบนิ่ง ไม่ได้มีท่าทีรู้สึกรู้สาว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่เคยให้สัญญาในวันวานกำลังตกที่นั่งลำบากเผชิญหน้ากับสภาพจิตใจย่ำแย่

 

 

ทำเพียงนั่งอยู่บนบังลังค์ มองดูเด็กหญิงตัวน้อยจากที่สูงสุดเท่านั้น!!

 

 

.

.

 

“เปลี่ยนตัวคุโรโกะ ให้มิโตเบะลงแทน…เธอในตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะไปเผชิญหน้ากับอาโอมิเนะหรอกนะ ขอโทษด้วยจริงๆ” ริโกะเห็นใจสงสารเด็กสาวปลอมเป็นชายอยู่..ถึงอย่างนั้นนี่คือการแข่งขันจะมาปล่อยให้ทุกอย่างไปตามความรู้สึกไม่ได้ คางามิมองคนข้างตัวที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งซ่อนสีหน้าไว้ใต้ผ้าขนหนูสีขาว..เงียบผิดปกติจนน่าเป็นห่วงหนักเข้าไปกว่าเก่า

 

“ขอโทษนะคะ…ที่ทำอะไรไม่ได้เลย…” คุโรโกะพึมพำทั้งเสียงสั่นเครือ…เสียงแบบนั้นที่คางามิไม่อยากได้ยินที่สุด

“ฉันก็แค่..อยากให้อาโอมิเนะคุงกลับมา..ฮึกๆ เหมือน..เดิม…” น้ำตาไหลรินอาบแก้มใสตัวสั่นเท้าน่าสงสาร ดูเปราะบางนัก

 

 

กี่ครั้งแล้วที่เราคอยให้แผ่นหลังเล็กๆนั่นปกป้องมาตลอด

กี่ครั้งแล้วที่คุโรโกะต้องเสียน้ำตาโดยที่ไม่อาจทำอะไรได้เลย

 

 

คำถามวนเวียนซ้ำๆไปมาในหัวสมองร่างสูงผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ เขาเห็นคนตัวเล็กที่พยายามเก็บความอ่อนแอเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนมันไว้ใต้ใบหน้าไร้อารมณ์เหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร

 

 

ทั้งที่เป็นเพียง ‘เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ’ แท้ๆ ก็ยังเลือกที่จะสู้!!!

 

“พอกันที..ฉันจะไม่ยอมอีกแล้ว…” คางามิพึมพำเสียงกดต่ำ ก้มหน้ากำหมัดแน่นและลุกขึ้นพร้อมทุกคนเตรียมเดินเข้าสนาม..ทิ้งเด็กสาวผมฟ้าที่นั่งเสียใจต้องจำยอมอยู่นอกสนามเช่นนั้น ขายาวก้าวเข้าสนามประจันหน้ากับอาโอมิเนะ ไดกิ ชายผมสีแทนที่ยังเข้าโซนอยู่

 

 

“แสงสว่างในตัวนายมันริบหรี่เกินไป ยังมีหน้าจะมาตัวต่อตัวกับฉันอีก” อาโอมิเนะกล่าวทั้งเสียงเหยียดหยาม กระแทกบอลไปมาลงกับพื้น เขาเงียบไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อโดยที่คนตรงหน้าไม่คิดสนทนาตอบโต้ใดๆผิดวิสัย “เงาก็พังไปแล้ว ลำพังแค่ตัวนายจะไปทำอะไรได้ สมน้ำหน้าผู้หญิงเลือดเย็นนั่นนัก!!!!”

 

 

เอาจริงไปให้หมดจะได้จบเกมส์ยืดเยื้อน่ารำคาญนี่ซักที!!!!

 

ร่างสูงผิวสีสับบอลเหวี่ยงหลอกล่อไปอีกทางให้คางามิเขว่ แต่แล้วเจ้าตัวกลับตบกลับคืนมาอย่างรวดเร็วหมุนตัวเอี่ยวหลบการสกัดกั้นอีกฝ่ายปาบอลขึ้นชู้ตไร้รูปแบบลงห่วงฝั่งเซย์รินไป

 

 

ปึง!!!!!!

 

 

 

เนตรสีไพลินเบิกตาโพล่ง ทำใจไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองลูกบาส…เสียงบอลกระทบพื้นกึกก้องเสมือนค้อนทุบตีอกซ้ายแรงซ้ำๆบอลถูกปัดกระเด็นออกไป แย่งอยู่ในมือชายผมสีเพลิงและกระโดดสูงจนน่าใจหายข้ามผ่านศีรษะเขาปาบอลลงกระแทกเข้าห่วงบาสทันที!!!!!

 

 

“ม…ไม่น่าเชื่อ…เป็นไปไม่ได้!!!” อิมาโยชิ โชอิจิ ลืมตาโพล่งสุดขีดอุทานเสียงสั่น

 

 

ร่างสูงเบอร์ 10 ทิ้งตัวลงเหยียบพื้นยืนอยู่ด้านหลังอาโอมิเนะ คนหนุ่มผิวสีหันหลังกลับไปประจันหน้าพร้อมกับอีกฝ่ายต่างคนต่างสบตากันและกันประหนึ่งสองเสือจ้องจะขย้ำคู่ต่อสู้กินเลือดกินเนื้อให้ตายไปข้าง

 

“นายเองก็เข้าสู่ ‘โซน’ ได้แล้วสินะ คางามิ” สิ้นคำกล่าว คำตอบที่แน่ชัดเห็นจากประกายแสงสายฟ้าสีแดงเพลิงออกจากตาคู่คม ร่างสูงกำยำเงียบไม่พูดไม่จาจ้องเขม็งมาที่เขาไม่วางตา

“นายจะพูดอะไรฉันไม่ว่า แต่อย่ามาพูดจาแบบนั้นกับคุโรโกะ!!!!” คางามิคำรามเสียงดังกรรโชก ตาสีเพลิงวาวโรจน์ดุดันเยี่ยงสัตว์ป่า…ดังจนออกไปนอกสนามเข้าถึงหูร่างเล็กๆที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเศร้าเช่นนั้น

 

 

“ฉันไม่รู้หรอกว่าอดีตระหว่างนายกับคุโรโกะทะเลาะอะไรกัน..แต่ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งเงาแน่!!!”

 

 

พอกันทีกับการต้องทนเห็นน้ำตาแบบนั้น

เธอคือ ‘เงา’ ของฉัน…คือผู้หญิงที่ฉัน ‘รัก ’ ตัดสินใจแล้วว่านับจากนี้จะปกป้องเธอไม่ให้ต้องเสียใจอีก!!!!

 

“ก่อนจะพูดแบบนั้น มีปัญญาเอาชนะฉันให้ได้ก่อนเหอะ!!!” อาโอมิเนะแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแผดเสียงหัวเราะขำขัน ทั้งสองวิ่งทะยานเข้าไปยื้อแย่งบอล ทั้งหลบเลี่ยงทั้งหลอกล่อด้วยความเร็วจนตาแทบจับไม่ทัน บนสนามแห่งนี้ไม่อาจคาดเดากระแสเกมส์ได้แล้ว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงเชียร์ด้วยซ้ำ..สิ่งที่เกิดขึ้นมันเหนือความคาดหมายเกินไป

 

 

ราวกับเห็นสัตว์ประหลาด 2 ตัวต่อสู้กันบนสนามกว้างใหญ่ขนาดนี้

 

 

“พวกเราคุมอะไรไม่ได้แล้ว…จะเข้าไปช่วยก็ไม่รู้จะทำยังไงด้วยซ้ำ” ฮิวงะ จุนเปย์ กล่าวทั้งเสียงสั่นตกตะลึง พยายามจับตามองหาบอลซึ่งตอนนี้พลัดกันไปมาในมืออาโอมิเนะไม่ก็คางามิเช่นนั้น ทั้งสองเคลื่อนไหวคล่องแคล้วเกินกว่าจะไล่ตาม พอไปอีกซ้ายสองคนนั้นก็แย่งบอลไปมาทางปีกขวา รู้อีกทีก็ชู้ตลงห่วงไปเสียแล้ว

 

 

ปึง!!!ปึง!!!!ปึง!!!!!

 

 

ลูกบาสพลัดกันกระแทกลงห่วงแต่ละฝ่ายจนแป้นโอนเอน ไม่มีใครยอมใคร อาโอมิเนะ ไดกิเบิกตาโพล่ง ไม่ว่าเขาจะพยายามสลัดให้หลุดแค่ไหน ร่างสูงกำยำนั่นจะเข้ามาขวางทางร่ำไป

 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เป็นแบบนี้…เบื่อหน่ายทุกอย่างที่เกี่ยวกับบาสไปหมด

 

 

“คางามิ!!!!!!!!!!”

“อาโอมิเนะ!!!!!!!!!!!!”

 

 

ทอดมองไปข้างหน้าก็มีเพียงแป้นบาสกับเงาตัวเองที่ทอดยาวบนพื้น

เวลานี้หัวใจกำลังเต้นส่ำตื่นเต้นสุดๆ

 

 

 

 

บอลลงกระแทกซ้ำๆไปมาเช่นนั้น เหมือนทั้งสนามมีเล่นกันอยู่เพียง 2 คนจนจบควอเตอร์ที่ 2 ริโกะผินหน้ามองหน้าจอดิจิตอลโชว์คะแนนเซย์รินต่อโทโออยู่ที่ “66 : 61”

“ครึ่งแรกโทโอยังคงนำอยู่ ยังไงครึ่งหลังพวกเราจะตีให้ทัน..คางามินายไหวไหม?” ใบหน้าหวานล้อมผมซอยสีน้ำตาลติดกิ๊ฟผินหันไปมองร่างสูงกำยำที่นั่งเหงื่อแตกเปียกโชกไปทั้งตัว หายใจหอบแฮ่กๆ จนตัวโยน จนน่ากลัวว่าจะหมดสภาพไปเสียก่อน

“ท่าทางการเข้าโซนจะใช้พลังงานหนักกว่าที่คิด หาทางออกได้ไหม?” ไอดะ ริโกะถาม

“ม…ไม่รู้เหมือนกัน…ครับ!!” ครั้นจะพูดยังยากเต็มกลืน ไหนต้องแข่งอ้าปากหายใจตักตวง คุโรโกะหันมองสภาพคนข้างตัวที่พยายามอย่างสุดความสามารถต่อกรกับอาโอมิเนะได้สุดความสามารถ นัยน์ตาสีสีฟ้ากลมโตสั่นไหวฉายแววสำนึกผิด

 

 

เรามัวแต่ร้องไห้เสียใจ…ปล่อยให้คางามิคุงต้องแบกรับภาระคนเดียว…

 

 

“คางามิคุง…ฉัน..”

“ไม่ต้องพูด..แฮ่กๆ..ขอโทษเลยนะเฟ้ย!!!” มือแกร่งตะปบหัวเด็กสาวแล้วขยี้โยกไปมาแรงมากจนคนที่เอาแต่นั่งซึมเริ่มฉุนกึก ปัดมืออีกฝ่ายออกไปทันที

“ผมเสียทรงหมดแล้วนะคะ” สาวหน้าไร้อารมณ์มุ่นคิ้วไม่พอใจทำเสียงเขียวใส่

“เออ!!!จงใจไง!!!” แทนที่จะสำนึกว่าทำในสิ่งที่เธอไม่ชอบ ดันตอบรับตรงๆเสียดื้อๆ พอจะอ้าปากพูดต่อเจ้าของฉายาแสงสว่างแทรกพูดขึ้นสลับเสียงลมหายใจถี่แรง “เลิกเศร้าได้แล้ว ครึ่งหลังคุโรโกะจะลงไปสนามกับพวกเราทุกคนเพราะเธอคือเงานี่!!”

หญิงสาวตาโตหลังได้รับกำลังใจจากคู่หูแสง รอยยิ้มสว่างไสวเจิดจ้านั่นเรียกรอยยิ้มน้อยๆบนดวงหน้าไร้อารมณ์ เธอพยักหน้าตอบขานรับอีกฝ่ายด้วยเสียงหนักแน่นเปี่ยมไปด้วยใจมุ่งมั่นอีกครั้ง

 

“ค่ะ…เอ่อ..โค้ชคะ?”

“จะขอลงใช่ไหม ได้สิ..แต่จำไว้ว่าอย่าทำตามอารมณ์แบบนั้นอีกนะ” ริโกะอนุญาตพร้อมกำชับอีกฝ่ายทั้งเสียงดุ คุโรโกะพยักหน้าตอบรับ สองแสงเงาหันมาสบตาพร้อมชนกำปั้นกันและกัน

 

 

เด็กหญิงกับอัศวินแห่งแสงพร้อมที่จะลงศึกสงครามปะทะอัศวินผู้ถือครองดาบทมิฬ!!!

 

.

.

 

 

ฝั่งโทโอเองก็ใช่ว่าจะดี..สถานการณ์ของเขาในตอนนี้แม้จะเป็นฝ่ายนำก็ยังน่าวิตกกังวลที่จู่ๆศักยภาพคางามิ ไทกะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือความคาดหมาย เหนือเกินกว่าข้อมูลที่โมโมอิหามา เด็กสาวผมชมพูมองชายผิวสีแทนที่เหงื่อโทรมกายมากยิ่งกว่าการแข่งขันครั้งไหนๆ หลังจากเหตุการณ์ร้ายแรงในเทย์โคว ก็ไม่เคยเห็นอาโอมิเนะตกลงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้นานมากแล้ว

“อาโอมิเนะคุง ศึกตัดสินคือครึ่งหลังต่อจากนี้..รู้ใช่ไหมว่าผลการแข่งขันวัดกันที่โซนของนายหรือคางามิใครจะอยู่นานกว่ากัน”

“แฮ่กๆ ฉัน…รู้…” อาโอมิเนะหอบโยนตอบกัปตันทีม ปากหนากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน

 

 

แสงสว่างในตัวคางามิเริ่มส่องประกายขึ้นเรื่อยๆ..เฉดเงาก็ยิ่งเข้มข้นมากเท่านั้น

แสงของเรากำลังริบหรี่งั้นเหรอ!!!!

 

“ไม่มีทาง…คนที่จะชนะฉันได้ มีแค่ตัวฉันเท่านั้น!!”

 

 

.

.

 

 

 

ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น บอลลอยเคว้งกลางอากาศวากามัตสึตบบอลได้ก่อนแล้วเลี้ยงส่ง ก่อนจะเจอทีมเซย์รินเบอร์ 5 กับ 4 สกัดขวาง เขาจึงส่งบอลเข้าไปยัง….มือของตัวอันตรายที่สุดแห่งโทโอ อาโอมิเนะขับเคลื่อนไปด้วยโซน ศึกต่อจากนี้วัดกันที่โซนระหว่างคนทั้งสองคน พลังงานที่ถดถอยลงเรื่อยๆทุกขณะ จะหยุดก็ไม่ได้ ได้แต่ปล่อยไปตามกระแสดั่งน้ำหลากจนกว่าจะแห้งเหือด จะเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะอยู่หรือจะไป!!!

“เข้ามาคางามิ!!!มาทำให้ฉันรู้ทีว่าแสงอย่างนายจะมาลบล้างตัวฉันคนนี้ได้!!!!” อาโอมิเนะตัดบอลแย่งวิ่งผ่านร่างสูง ช่วงเวลานั้นคางามิเอื้อมแขนตัดบอลแย่งออกด้วยความเร็วในโหมดโซนเช่นกัน แล้วรีบวิ่งออกไปเต็มเท้าที่กำลังขาจะมี บุรุษฝั่งโทโอใช่ว่าจะยอมไล่ประกบติดๆไม่ยอมพยายามตัดแย่งบอล ก่อนที่เอซเซย์รินเอี่ยวหลบเลี้ยงลูกลอดผ่านหว่างขาแล้วใช้อีกมือจับลูกไว้เลี้ยงต่อไป

“ฉันจะสั่งสอนแกเองให้รู้จักคำว่าแพ้เองอาโอมิเนะ!!!!!” คนหนุ่มผมสีเพลิงคิ้วสองแฉกคำรามแหกปากไม่แพ้กัน

 

 

อัศวินปะทะอัศวิน แสงปะทะแสง..เพื่อเพียงหนึ่งคือ ‘เงาลวงตา’

 

 

 

เวลาเคลื่อนถอยหลังใน..โซนเองก็ใกล้จะหมดแล้วคางามิเริ่มรู้ตัวว่าตนจะเป็นฝ่ายไปก่อน เขาหายใจหอบหนัก ส่วนอาโอมิเนะก็ไม่แพ้กันอาจเพราะสภาพร่างกายที่คุ้นชินกับโซนมาก่อนเลยสามารถยืดเวลาออกไปได้อีกเล็กน้อย

 

 

ปึง!!!ปึง!!!!ปึง!!!

 

 

แม้เวลาสั้นๆ สำหรับรุ่นปาฏิหาร์ยอาจเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส ขณะนี้คะแนนของพวกเขาเสมอกันแล้วอยู่ที่ 80:80

 

 

ผัวะ!!!!

 

 

“เสร็จกัน!!!” คางามิร้องเสียงหลงทันทีที่รู้ตัวว่าหลุดจากโซนไปแล้ว ตาสีเพลิงเห็นมือหยาบกระด้างพุ่งเข้ามารวดเร็วจะตะปบแย่งลูก จึงตัดสินใจฝากฝั่งลูกบาสส่งไปให้ฮิวงะที่วิ่งมารอรับอย่างรู้สถานการณ์

“ไปเลยกัปตัน!!!” ฮิวงะรับลูกวิ่งบุกฝ่าเข้าไปแล้วเล่นเกมส์เร็วเซย์รินประสาน 3 คนได้แก่ อิซึกิ ตัวเขา และคิโยชิ หนุ่มร่างใหญ่เจ้าของฉายาใจเหล็กรับบอลแล้วบิดข้อมือโยนหลอกสายตาซากุไรให้อิซึกิผู้มีดวงเนตรอินทรีรับช่วงต่อหาจุดส่งลูกจากตำแหน่ง point guard ต่อ

 

“ไม่ยอมง่ายๆหรอกเฟ้ย!!!!” วากามัตสึสกัดขวางอิซึกิไว้ เนตรอินทรีมองเห็นจุดบอดปีกซ้าย เขารีบพลักบอลส่งหนุ่มแว่นทรงรีเพื่อทำชู้ต 3 แต้ม ทว่า…ใน 10 วินาทีสุดท้ายลูกบาสเก็ตบอลเพียงหนึ่งที่จะตัดสินชี้ชะตาทุกสิ่งพุ่งหลุดจากมือฮิวงะออกไปด้วยเนื่องจากร่างกายอ่อนล้ากับการไล่ตามโซนของเอซทั้งสองติดต่อกันนาน เวลานั้นที่ไม่มีใครคาดถึงร่างเล็กๆของเด็กสาวผมฟ้าจำแลงกายเป็นชายวิ่งพุ่งนำออกไปก่อนทิศทางบอลเสียอีก!!!

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ!!!

 

 

“พวกคุณน่ะเป็นแสงทั้งสองของฉัน!!!เป็นคู่หูของฉัน!!!!” เธอตะโกนสุดเสียง รองเท้าพละเบรกจนได้ยินเสียงพื้นยางเสียดสี ขาผอมบางเล็กตั้งมั่น เอี่ยวแขนตั้งมือพร้อม

“แต่คนที่จะได้ลูกมีเพียงคนเดียวนั่นคือ คางามิคุง!!!!!!!!!!” พาสส่งด้วยท่าอิกไนต์พาสไคเต็มกำลังเสี่ยงในวินาทีสุดท้าย อาโอมิเนะเหลียวหลังหมายจะวิ่งไปรับลูก พลัน!!เนตรคู่คมเบิกโพล่งสุดขีดเมื่อพบว่าตำแหน่งนั้นมีคางามิวิ่งมารอรับอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว!!!

 

 

อะไรกัน!!!คางามิรู้ล่วงหน้าก่อนเราอีกเหรอว่าเท็ตสึจะส่งบอล!!!!

 

 

“บอลลูกนี้และชัยชนะนี้ฉันขอไปล่ะ!!!!อาโอมิเนะ!!!!” ตาสีเพลิงประกายแสงโซนเบิกโพล่ง มือแกร่งรับลูกจากคุโรโกะแล้วกระโดดตัวลอยขึ้นฟ้าอัลเลย์อุ๊ปกระแทกลูกลงแป้นทันก่อนที่คนผิวสีจะใช้โซนวิ่งเข้ามาถึงตัว!!!

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

สัญญาณดังสนั่นลั่นสนามประกาศผลแพ้ชนะชี้ชัด ด้วยผลคะแนนระกว่างเซย์รินกับโทโอที่ “81:80”

 

 

 

“เซย์รินเป็นฝ่ายชนะ!!!!!” คำประกาศชัยชนะดังกึกก้องสนาม คุโรโกะทรุดล้มลงไปนั่งกองกับพื้นยิ้มร่าปิติยินดีที่ได้คว้าชัยไป ทุกคนวิ่งเข้ามาโอบกอดร่างเล็ก บ้างก็ขยี้หัว บ้างก็กอดคอโยกไปมา ขณะเดียวกันทีมฝ่ายตรงข้ามจำต้องตกรอบไปในการแข่งวินเทอร์คัพไม่สามารถไปต่อได้ อาโอมิเนะ ไดกิ ยืนตะลึงมองสิ่งที่เกิดขึ้น เหม่อมองแป้นบาสเบื้องหน้า

 

 

เวลานี้หน้าแป้นบาสไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป…คนๆนั้นได้มายืนปรากฏต่อหน้าแล้ว…

คางามิ ไทกะ…อัศวินแห่งแสงแท้จริงที่เจิดจ้ายิ่งกว่า

 

 

“แสงของเท็ตสึ..” ปากหนาได้รูปพึมพำ….มือยกขึ้นกุมอกซ้ายที่เจ็บแปล๊บ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ลืมความรู้สึกนี้ไป ตั้งแต่ตอนไหนที่ลืมว่าการพ่ายแพ้เป็นเช่นไร ในที่สุดคำพูดที่เคยประชดชีวิตอันแสนน่าเบื่อพังทลายสิ้นด้วยน้ำมือแสงเงาเบื้องหน้า นัยน์ตาสีไพลินมองร่างเล็กที่ถูกพยุงขึ้นด้วยลำแขนของแสงสว่างคนใหม่ ทั้งสองมองหน้ากันและกันยิ้มให้แก่กันเหมือนวันวานที่เขาและเธอเคยทำเช่นนั้น

 

 

…ที่ยืนของแสงสว่างสำหรับเงาลวงตาหาใช่ อาโอมิเนะ ไดกิ ..

 

 

“อาโอมิเนะคุง..” เธอเอ่ยเรียกเขา ขอให้คางามิช่วยพาเดินมา มือน้อยๆกำปั้นยกขึ้นมาตรงหน้าเขา ใบหน้าคมหลุบมองมือเล็กๆที่เคยส่งลูกให้มาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา วันนี้หาได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว

“ครั้งก่อนคุณเมินฉัน ครั้งนี้อย่าเมินกันอีกนะคะ” เธอกล่าวทั้งเสียงเรียบนิ่ง ตาสีฟ้ากลมโตยากแก่การอ่านความคิดจ้องเขม็ง แขนที่ทิ้งข้างลำตัวเริ่มขยับขึ้นและกำหมัดช้าๆ ตาสีไพลินหลุบมองมือตัวเองสลับกับมือหญิงสาวจำแลงเป็นชายตรงหน้า

 

ไม่ใช่…อีกแล้ว….กระทั่งสิทธิ์ในการเป็นคนรัก…

 

 

“อาโอมิเนะ!!!!!!!!” คางามิตะคอกเสียงดังเรียกคนที่จู่ๆเกือบจะชนกำปั้นกลับชะงักไว้ แล้วหันหลังวิ่งออกไป ทิ้งเด็กสาวผมฟ้ายืนให้ช็อกเช่นนั้นอยู่กับคู่หูคนใหม่ที่เธอเลือกมาแทนที่เขา

ในเวลาเดียวกันบนโพเดี่ยมแสตนชั้นสูงสุดเหล่าทีมราคุซันต่างลุกขึ้นยืนก้าวเดินลงจากบันไดตรงเข้าไปยังสนามบาสเก็ตบอลที่พึ่งจบการแข่งขันมาหมาดๆ  อาคาชิ เซย์จูโร่ ปรายตามองทีมเซย์รินและโทโอเดินตรงไปที่ประตูทางออก สายตาจับจ้องร่างเล็กผมสีฟ้าตัวตนจืดจางเอาแต่ก้มหน้านิ่งเดินตัวลอยปล่อยให้คางามิแบกพยุงออกไป

 

จ้องนานจนกระทั่งเสียงเรียกลูกทีมดังขึ้น…

 

“เซย์จังกำหมัดซะแน่นเชียว เครียดที่ต้องเจอเพื่อนเก่าเหรอ?” มิบุจิ เรโอะ มือชู้ต 3 แต้มแห่งราคุซันวางกระเป๋าลงกับม้านั่งที่เคยใช้เป็นที่วางของสำหรับทีมโทโอก่อนหน้านั้น ตาสีมรกตใต้ขนตาแพยาวกับเค้าหน้าหล่อเหลาติดสวยหลุบตามองมือทั้งสองของกัปตันทีม พอทักปั๊บเจ้าตัวเปลี่ยนอริยาบถมาเป็นกอดอกแทนหันกลับมาสนทนากับคนที่ถามไถ่

“ไม่มีอะไรเรโอะ ที่สำคัญกว่านั้นคือชูโตคุตั้งหาก” อาคาชิ กระตุกยิ้มเย็น หันไปมองม้านั่งฝั่งตรงข้ามอีกฝากสนามเหล่าบุรุษในเครื่องแบบสีส้มออกมาวางของสวัสดิการเตรียมเอาไว้ ดวงเนตรสองสีสบตาเข้ากับสีมรกตหลังแว่นทรงเหลี่ยมกรอบดำที่จ้องเขาเขม็งไม่วางตา

 

“อาคาชิ..” มิโดริมะ ชินทาโร่ กระซิบเอ่ยเรียกชื่ออดีตกัปตันสมัย ม.ต้น จากวันนั้นจนวันนี้ 3 ปีที่ผ่านมา

 

 

ในที่สุด..พวกเขาทั้งสองต้องเผชิญหน้ากัน

 

 

“ชินทาโร่” อาคาชิ เซย์จูโร่ เรียกนามอีกฝ่ายทั้งรอยยิ้มหยัน ตาสองสีเบิกโพล่งพึงพอใจสำหรับการแข่งที่อาจจะทำให้เขาตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อยทั้งๆที่รู้แก่ใจว่า ราคุซันต้อง ‘ชนะ’ เพราะมีตัวตนอันถือเป็นที่สุดซึ่งก็คือเขาอยู่ ณ ที่นี่

 

 

จักรพรรดิแห่งบังลังค์ชัยชนะปะทะศาตราวุธปืนใหญ่ราชันย์

สงครามของสองราชันย์เริ่มต้นขึ้น!!!

 

 

.

.

.

 

 

ขายาวใต้กางเกงสามส่วนสำหรับแข่งกีฬาขยับวิ่ง..วิ่งต่อไปอย่างไร้จุดมุ่งหมาย วิ่งจนไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่แห่งใด..อาโอมิเนะ ไดกิ วิ่งออกมาจนเหนื่อยหอบ ทั้งที่ร่างกายเองก็อ่อนล้าจากการแข่งขันก็ยังกัดฟันฝืนต่อไป พยายามก้าวขาเดินใช้มือพยุงกำแพงในถนนตรอกซอยแคบๆซักแห่งในเมืองยันไม่ให้ล้มไปกองกับพื้น

“บ้าจริง…บ้าที่สุด!!!!” เขาตวาดเสียงลั่น ระบายความเจ็บช้ำข้างในออกมา อยากจะร้องไห้..หากแต่น้ำตาไม่มีให้ไหลมือแกร่งต่อยกำแพงซ้ำๆ ต่อยจนข้อต่อเกิดรอยถลอก..เจ็บจนด้านชาก็หวังว่าจะช่วยลบล้างความเจ็บที่มากกว่าในดวงใจ

 

หมับ!!!!

 

ใครบางคนจับข้อมือเขาเอาไว้..บีบแน่นไม่ยอมให้ทำเช่นนั้นต่อ อาโอมิเนะตวัดสายตามอง..สิ่งแรกที่เห็นคือดวงเนตรสีอำพันสวยใต้ขนตาแพยาวที่งดงามที่เขารังแต่จะรำคาญเสมอๆ

 

“พอเถอะ อาโอมิเนจจิ..นายแพ้แล้ว..ทำแบบนี้ไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา”

“หุบปากซะคิเสะ..”

“อาโอ…”

“ฉันบอกให้หุบปาก!!!!ลูกหมาอย่างเธอจะมาเข้าใจอะไร!!!!!!!!!!!”

 

เสียงทุ้มตวาดใส่เด็กสาวร่างสูงโปร่ง ชักสีหน้าเกรี้ยวกราดจนน่าสะพรึง คิเสะ เรียวตะสะดุ้งโหยงมองใบหน้าบิดเบี้ยวหลากอารมณ์..เธออ่านออกว่าเต็มไปด้วยความเกลียด โกรธ เสียใจ ผิดหวัง ผสมปนเปกันไป

 

“เท็ตสึ…ไม่เคยมองฉันเลย…ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็มองแค่อาคาชิ”

 

 

ไม่อาจหนีความจริงที่ดวงตาสีฟ้าสวยสะท้อนเพียง ‘เจ้าชาย’

 

 

“แม้แต่แสงสว่าง..ฉันก็เป็นไม่ได้”

 

 

ไร้ซึ่งที่ยืดใดๆที่จะได้เคียงคู่เงาลวงตา..แม้แต่ตำแหน่งแสงก็ไม่อาจได้มาครอง…

 

 

“คนอย่างเธอเกิดมามีแต่คนรุมล้อมอย่ามาทำเป็นพูดปลอบฉัน!!จะมาเข้าใจอะไรว่าไอ้การรักข้างเดียวมันเจ็บปวดแค่ไหน!!!!!” อาโอมิเนะระบายโทสะที่เขาต้องทนทุกข์มาตลอด มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อก่อนจะเหวี่ยงกำปั้นกระแทกกำแพง

“ใครว่าฉันไม่เข้าใจกัน!!!!” สาวผมทองยาวดัดลอนที่วิ่งไล่ตามมาจากสนามแข่งด้วยความรู้สึกเป็นห่วงแผดเสียงดังลั่น..ทำเอาร่างสูงสะดุ้งตกใจ คิเสะกัดปากแน่นจนก้อนเนื้ออิ่มแดงคุมสติ แล้วค่อยๆเปิดปากพูดต่อ พยายามคุมเสียงไม่ให้ดังไปตามอารมณ์เหมือนเมื่อครู่

 

“ใครว่าฉันไม่รู้ว่าอาโอมิเนจจิรู้สึกยังไง…ฉัน…รู้สึกดียิ่งกว่าใครทั้งหมด”

 

 

ไม่ไหวแล้ว…ทนเก็บต่อไปไม่ไหวแล้ว….

 

 

“นั่นก็เพราะ…ฉันชอบอาโอมิเนจจิ…..”

 

 

ความเงียบปกคลุมระหว่างชายหนุ่มหญิงสาว…หลังคำสารภาพความในใจดังออกจากปากสตรีผมทองดัดลอนทั้งน้ำตาคลอเบ้า..ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แรงกดดันระหว่างคนสองคนก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

 

 

ครืน…ครืน…

 

ท้องฟ้ามืดลงทุกขณะทั้งที่เป็นช่วงเที่ยงวัน ปกคลุมไปด้วยเมฆสีเทาก้อนใหญ่มหึมาส่งเสียงคำราม สลับประกายแสงสว่างวาบเป็นระยะๆ บนนั้น

 

 

“คิเสะ…พูดบ้าอะไรของเธอ?”

 

นี่คือคำตอบที่ได้รับจากร่างสูงผิวสีแทน อาโอมิเนะก้าวถอยหลังจากหญิงสาวตรงหน้าและในที่สุดเจ้าตัวก็หันหลังวิ่งต่อไปจนลับสายตา ในตรอกซอยไร้ผู้คน..เหลือเพียงเด็กสาวผมทองที่ยังคงยืนหยัดเช่นนั้น เม็ดฝนรวมตัวร่วงหล่นเม็ดแรกจากผืนฟ้าตกลงกระทบพื้น ต่อจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม และมากมายมหาศาลจนได้ยินเสียงเปาะแปะก้องทุกสารทิศ   ร่างบางทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นที่เริ่มเจิ่งนองน้ำ ไม่นึกรังเกียจขี้โคลนที่กระเซนเข้ามาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า

 

 

“สุดท้าย…เรามัน…ฮึก..ก็แค่ลูกหมาไร้ค่าจริงๆ”

 

 

ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ไขว่คว้าแค่ไหน…สุดท้ายก็เป็นเพียงความรักที่ ‘ว่างเปล่า’

กับน้ำตาที่ต้องเสียไปดั่งสายฝนร่วงหล่นจากผืนฟ้า

 

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ขอตั้งชื่อตอนนี้ว่าตอน รถไฟชนกัน ชนสไตล์บาสก็ต้องแบบนี้ล่ะมั้ง55555

ลงแฟนอาร์ตค่ะ

 

@lKuroko_Tetsuya

11062759_285863958204108_3271701697769280147_n

 

นับถอยหลังฟิคจบอีก 9 ตอน

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

14 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part31

  1. มันเป็นตอนแข่งบาสกันหรอว่าต้อนดราม่าล๊อตใหญ่ค่ะบลัดซัง
    มันยิ่งกว่าคำว่ารถไฟชนกันซะอีก นี้มันชนกันทุกสายเลยเหอะ
    สับรางกันทีชนหมดทุกคัน ฮ่า มหากาพดราม่า สงสารคิเสะก็สงสารนะ
    สงสารน้องก็สงสาร สงสารที่สุดเลย ส่วนท่านเนี่ย น่าโดนตบสักที
    แต่สะใจที่น้องพาสลูกนั้นเฉี่่ยวหน้าท่านไปอ่ะเนี่ย จริงๆๆ น่าจะให้โดน
    สักที ฮ่าๆ แต่เอาเถอะสกิลอย่างท่าน ถ้าน้องพาสตั้งใจให้โดนจริงๆก็
    หลบได้อยู่ดีสินะ โคตรๆๆ หมั้นไส้ท่านได้อีก แต่ว่าในที่สุดอาโฮ่กะแพ้
    ตามในออริสินะ คางามิเข้าโซนได้ซะที คราวนี้ถึงตาท่านแข่งกับพี่เขียว
    พี่ชายแสนดีของน้อง หึหึ แอบเชียรืมิโดริมะอย่างลับๆๆ เพราะหมั่นไส้ท่าน
    ถึงจะรู้ผลอยู่แล้วว่าท่านไม่แพ้ก็ตามเหอะ ส่วนของรอบหน้าน้องกะคางามิ
    น่าจะได้เจอกับกับทีมโยเซ็นสินะดราม่าคู่พี่น้องกำมะลอ ใจจริงทัตสึยะอยาก
    เป็นมากกว่าพี่น้องสิน้อง กร๊ากๆ ก็มโนไปนั้นเลย แต่ฟลีมันมาจริงๆ นะก็เล่น
    บอกว่าจะตัดสายสมัพันธ์นั้นทิ้ง….แล้วจะให้ชาวบ้านเขาคิดยังไงเนี่ย คริ คริ

    • นั่นสิ 5555 ชนกันวินาศสันตะโรมาก สงสารทุกคนเว้นอาคาชิซะงั้น น้องโมโหหึงตั้งแต่ตอนจูบคิเสะแล้ว นี่ยังมานั่งดูกับคิเสะเลยเนียนทำบอลออก5555 ท่านหลบได้อยู่แล้วเป็นเนตรจักรพรรดิ อาโฮ่แพ้ไปตามระเบียบ ตอนหน้าเป็นมิโดริมะกับอาคาชิและมาอีกทีก็เจอโยเซนเจ้าดราม่าน้ำแข็งไฟล่ะ55555

  2. คิเสะจังโกรธอาโอมิเนะจิแล้ว !!
    ไปคบกับคากามิจิดีกว่า !! ดูเป็นมิตรแถมใจดีกว่าเยอะ คุโรโกะจิใช้ท่าอิกไนส์พาสไคจู / กะยิงใส่อาคาชิจิ??
    ถ้าโดนอาคาชิจิจมูกแตกเลือดไหลเนี่ย ?
    นักข่าวคงกริ๊ดลั่นแน่ๆ เจ้าค่ะ !
    รอตอนต่อไปอย่างใจเย็นเจ้าค่ะ
    ป.ล. ฟิคอาคาชิกระเทยของเค้าแรง ! 20+ !?

    • อาคาชิคงหน้ายับสลบเข้า รพ. 5555 น้องเอาแค่เฉียดๆ นี่ยังไม่ใช่แฟนทำมากไม่ได้ เป็นแฟนอาจจะโดนอัดหน้าแล้ว คิเสะน่าสงสารมากจริงๆ บอกรักแล้วด้วย

  3. อยากบอกว่าสงสารทุกคนทั้งท่านทั้งน้องและคีจังส่วนมิเนะก็……เอาตามที่มิเนะชอบเลยขอโทษนะคะที่ไม่ได้เม้นเลยอ่านสนุกมากกกเรื่องหน้าขอแนวน้องเป็นเด็กเสี่ยที่ท่านเลี้ยงต้อยไว้ได้มั้ยคะ*__* / โดนถีบ

    • ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ชอบฟิคเรานะ แนวน้องเป็นเด็กเสี่ยเรารู้สึกว่ามีคนแต่งอยู่นะ MMmixxa แต่งไว้เป็นแดงดำ จำไม่ได้ว่าชื่อเรื่องอะไร ลองไล่หาดูน่อ

  4. อ่านในนี้ท่านนิ่งมากค่ะ 55 แต่ในทวิตนี่ไปแล้วท่าน..ท่านแอ๊บเป็นนิ่งสินะ//ข้ารู้น้า~!!!55
    สงสารคิเสะ ;—; นี่ถ้าหนูเป็นคิเสะที่เกลียดน้องไปแล้วนะเนี่ย..คิเสะจิตใจเข็มแข้งมาก //ทั้งคนที่ชอบ ทั้งคนที่กำลังสนใจ ทั้งคนที่คบอยู่ชอบน้องหมดเลย

    ดอกดำกิ!!!!ทำร้ายคิเสะมากก!!คิเสะไปคบกับพี่ไฟไม่ก็พี่คาซาเถอะดอกดำนี่ปล่อยมันไป

    น้องแอบยันแตก =A=… ไม่อยากจะนึกสภาพตอนนี้ท่านกับน้องเป็นแฟนกันแล้วท่านทำให้น้องหึง//ตายแน่..
    แอบกริ๊ดเบาๆตอนที่ท่านกำหมัดค่ะ อร้ายยยยยท่านหึงก็ไปกระชากน้องมาสิคะ!จะจูนิเบียวทำไมคะ!!!จะซึนแข่งกับพี่แว่นเขียวเหรอ!!ฉุดกระชากลากถูน้องเข้าโร—–//ตาย
    แอบอบากให้มีหักมุมค่ะ555 แบบขากลับบ้านพีไฟจะโดนท่านลอบสังหารแล้วลักพาน้องมาราคุซัน((ฮา555)) #มโนมาก

    #ตอนท่านแข่งกับน้องอยากให้ท่านชนะมากเลยค่ะ ;—-; เราน้ำตาไหลตอนท่านแพ้ไปตั้งแต่ตอนอ่านมังงะแล้วไม่อยากเห็นท่านร้องไห้ ##บ่งบอกความเป็นติ่ง

    • มุมมองน้องท่านเข้มมาก จริงๆท่านคือเด็กเก็บกด555555 คิเสะเข้มแข็งมากๆนะ เป็นเราก็คงหมั่นไส้คุโรโกะไปแล้วเหมือนกัน คือทุกคนที่นางสนใจ ไปหาน้องหมดเลย ส่วนน้องเองก็แอบอิจฉาคิเสะที่อาคาชิเลือกไปเป็นแฟนอีก ดูสิ555 วนไปวนมามาก ดอกดำกิจะเอายังไงต่อกับชีวิตต้องตอน 32 ที่จะมาเร็วๆนี้แหละ ตอนนี้เตลิดไปไกลล่ะ
      น้องหึงโหดนะ จัดอันดับหึงน้องขี้หึงเป็นอันดับ2 รองจากมิเนะ ถ้าเป็นแฟนกันท่านเจอดีแน่นอน

      ตอนท่านกำหมัดอ่ะ ท่านหึงล่ะ5555555 นึกว่าจะไม่มีคนสังเกตเห็นซะแล้ว ท่านปากบอกไม่ซึน จริงๆหนักพอกับพี่เขียวเลย เดี๋ยวนะฉุดน้องเข้าโรงอัลไล ฮาาาาาา.

      แมตท์ราคุซันจะจบยังไงอีกไม่นานล่ะ ตอนนี่เหลือโยเซนแมตท์เดียวแล้วล่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s