[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part32

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Kuroko no love 32

 

 

 

ชัยชนะที่ได้มาจากโทโอสร้างความยินดีให้กับเหล่าสมาชิกทีมเซย์ริน พวกเขาต่างพากันยิ้มร่ากอดคอกันที่สามารถเอาชนะรุ่นปาฏิหาร์ยอย่างอาโอมิเนะ ไดกิกับเหล่าทีมชุดสีดำทมิฬโทโอไปได้ เสียงเจี้ยวจ้าวยังดังต่อเนื่องตลอดทางเดินยาวไปจนถึงโถงทางเข้าสนามแข่งกีฬา ทุกคนต่างพากันรุมล้อมกอดคอตัวแปรสำคัญอย่าง คางามิ ไทกะ ที่สามารถนำพาตัวเองเข้าไปอยู่ในโซนได้

 

 

เป็นคนแรกที่ชนะตัวต่อตัวกับอาโอมิเนะ

อัศวินแห่งแสงทำลายดาบทมิฬลงได้ในที่สุด

 

 

 

“คางามินายนี่มันสุดยอดชะมัด”

“ไม่ผิดหวังจริงๆ ตั้งแต่กระโดดสูงชู้ตลูกจากระยะไกลนั่นแล้ว นายไปเรียนมาจากไหน”

“เรื่องนั้น….”

“Hi!!!! Taiga!!!!!!!”

 

 

 

โครม!!!!!!!!

 

สตรีสาวผมทองร่างสูงโปร่งผิวขาวละเอียดกับดวงเนตรสีมรกตหลังแว่นกรอบสีชมพู วิ่งโถมเข้ามากอดเด็กหนุ่มร่างสูงกำยำสวมชุดวอร์มแบบฟอร์มทีมเซย์รินอย่างรวดเร็วเสียจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งรับ เสียศูนย์หงายหลังล้มลงไปนอนกับพื้น

“อเล็กซ์!!!ทำไมถึ…!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”  ริมฝีปากถูกปิดลงด้วยจูบจากสาวต่างชาติปริศนา ทุกคนถึงกับอึ้งตาค้างหันมาจ้องมองการนัวเนียระหว่างหนุ่มวัยมัธยมกับสาวต่างชาติทรงโตสุดเซ็กซี่ หน้าอกคัพ G บดเบียดแผงอกแกร่งแนบแน่นกระชั้นชิดพร้อมกับจูบดูดดื่มสอดลิ้นไปในโพรงปาก ไม่นึกสนว่าคนหนุ่มด้านใต้กำลังดิ้นทุรยทุรายหน้าแดงช้ำดำเขียว

 

 

จะคิเสะก็ดี สาวต่างชาติทรงโตก็ดี..น่าอิจฉาเกินไปแล้วเจ้าบ้างามิ!!!!

 

 

บุรุษทีมเซย์รินคิดพร้อมใจกันโดยมิได้นัดหมาย พร้อมกับนึกริษยาความโชคดีของเด็กรุ่นน้อง ทั้งๆที่มีดีแต่สนบาสเก็ตบอลกลับดึงดูดสาวสวยตลอดเวลาจนน่าหมั่นไส้ยิ่งนัก!!!!!

“อเล็กซ์..ป..ปล่อย!!!อย่า….อื้อ!!!”

“Hey หายใจไม่ออกซะแล้ว ยังใสซื่อน่ารักเหมือนเดิมเลยนะTaiga ทั้งๆที่นี่ก็ไม่ใช่ first kiss ซักหน่อย” สาวต่างชาติพูดญี่ปุ่นติดสำเนียงอเมริกา เธอหัวเราะในลำคอก่อนจะลุกขึ้นปล่อยคนหนุ่มให้เป็นอิสระ

“อะไรนะ!!ไม่ใช่จูบแรกด้วยเหรอ!!!!!” ฮิวงะ จุนเปย์ร้องเสียงหลง ตาสีดำหลังแว่นทรงรีตวัดมองคนผมแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูหยัดกายขึ้นมานั่งยกแขนเสื้อเช็ดปากลวกๆทั้งหน้าขี้นสีแดงก่ำเป็นผลตำลึงสุกอย่างไม่เชื่อสายตาเช่นเดียวกับทุกๆคน

 

“ไอ้เวอร์จิ้นซ่อนร้าย!!!!!”

“เดี๋ยว!!ฉายานั่นมันอะไรว่ะเฮ้ย!!!!?”

 

คางามิ ไทกะ โวยวายรีบลุกขึ้นมาประจันหน้าสาวผมทองโวยวายเสียงดังยกใหญ่ “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องตามมา!!แล้วนี่คือญี่ปุ่นนะจะมาจูบในที่สาธารณะได้ที่ไหนกัน!!!”

“พูดจาขับไล่คนที่สอนท่าเมเทโอแจมแบบนี้ ใจร้ายเหลือเกินนะ Little frame boy”

“ย…อย่าเรียกฉายานั้นนะ!!!” คางามิแยกเขี้ยวใส่ ดูเหมือนจะไม่ทันแล้วทุกคนพร้อมใจกระตุกยิ้มสนุกสนานเหล่มองคนตัวสูงที่สะดุ้งไหวเฮือกใหญ่ค่อยๆหันมามองทั้งหน้าแดงก่ำ

“ริโกะ Little แปลว่าเด็ก flame แปลว่า ไฟ รวมๆกันแปลว่า เด็กชายไฟน้อยสินะ” คนแรกที่เล่นงานล้อเขาคือกัปตันชมรมกระซิบกระซาบเสียงดังกับสาวผมซอยสีน้ำตาล…ไม่สิ..เจตนาคิดจะล้อเลียนเขาชัดๆ

“เอ…ฉันว่าน่าจะเป็น  ชายน้อยแห่งไฟ มากกว่าเนอะ” เมื่อล้อมามีหรือริโกะจะไม่ยินดีตอบสนอง ไอ้เรื่องทับถมชาวบ้านก็งานถนัดเธอเหมือนกัน

“Little frame boy อาจจะเป็นญาติกับหนูขาวสจ๊วตลิทเติ้ลแน่ๆ” อิซึกิสำทับต่อยิงมุกแป้กไม่วายเอาสมุดพกพามาจดยิกๆ คนหนุ่มพยายามส่งเสียงร้องห้ามปรามก็ไม่เป็นผล ทุกคนในตอนนี้ล้อเลียนฉายาวัยเด็กตอนอยู่อเมริกาซะสนุกสนาน กระทั่งฝ่ามือใหญ่หยาบวางลงบนบ่า พอหันไปก็พบกับใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มอ่อนโยนของบุรุษผู้ได้รับสมญานามว่าใจเหล็กแห่งราชาไร้มงกุฏ

 

“รุ่นพี่คิโยชิ…” คางามิเสียงอ่อน..ยังดีที่มีคนเห็นใจไม่ล้อเลียนเขา

“เอาน่าๆ ทำใจให้สบายเถอะนะ Little frame boy “

“แม้แต่รุ่นพี่ก็เอากับเขาด้วยเหรอ!!!!”  เสียงทุ้มกร้าวร้องโวยวาย ยิ่งสร้างเสียงหัวเราะเข้าไปยกใหญ่

“ว่าแต่ว่า…ผู้หญิงคนนี้ใครเหรอคางามิ?” ฟุริฮาตะ โคคิ ตั้งสติกลับมาถาม ตาสีน้ำผึ้งจุดเล็กจ้องมองไปยังสตรีหน้าอกขนาดใหญ่สวยเสื้อโค้ทสีเขียวทับเสื้อยืดขาวคอลึกจนเห็นร่อง ประกอบเอวคอดสะโพกพายปกปิดด้วยกางเกงยีนส์ขาสั้นโชว์เรียวขายาวสวยสวมรองเท้าบู๊ทหนังสีน้ำตาลสูงทั้งหมดทั้งมวลเป็นที่ดึงดูดสายตาเหล่าบุรุษมาก โดยเฉพาะใบหน้าสวยคมแบบชาวตะวันตกยิ่งทำให้เธอโดดเด่นจนแทบหยุดหายใจ

 

นิยามสำหรับเธอคือ ‘เซ็กซี่ ‘ โดยไม่ต้องโป๊เปลือยใดๆ

 

“เธอชื่ออเล็กซ์ เป็นอาจารย์สอนบาสฉันกับฮิมุโระสมัยอยู่อเมริกา” สิ้นคำอธิบายทุกคนอ้าปากค้างตาโตเท่าไข่ห่าน มองสาวผมทองยาวประบ่ายืนล้วงกระเป๋าในเสื้อโค้ทสีเขียวโคลงศีรษะยิ้มหวาน ปรือตาสีมรกตมองเด็กๆนึกเอ็นดูผ่านเลนส์แว่นกรอบสีชมพู

“Nice to meet you. เพื่อนๆของ Taiga”  เธอทักทายญี่ปุ่นคำอังกฤษสำเนียงอเมริกาคำ

“น..ไนซ์ตูมิตยู…”  ทุกคนผงกศีรษะเคารพสาวทรงโตตรงหน้าทักทายอย่างมีมารยาทกับผู้สูงอายุกว่า ซึ่งประมาณการจากรูปลักษณ์แล้วน่าจะราวๆ 30 ต้นๆ สำเนียงญี่ปุ่นที่พยายามพ่นภาษาอังกฤษฟังแล้วดูขัดหูพิลึกพิลันจนคนพูดทั้งหลายอายหน้าแดง

“พูดญี่ปุ่นก็ได้ ฉันเองก็พอพูดได้อยู่” อเล็กซ์กล่าวด้วยสำเนียงอเมริกาที่พยายามเปล่งภาษาญี่ปุ่น เมื่ออีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้นทุกคนก็เริ่มผ่อนคลายลง เลิกใจหายวูบที่ต้องออกไปพ่นภาษาต่างแดน  จังหวะนั้นเองโคกาเนะตาโตนึกขึ้นได้บางอย่างกวาดมองซ้ายทีขวาทีก็พบว่า…สมาชิกทีมเซย์รินที่ตามตัวยากที่สุดนั้น..

 

“คุโรโกะหายไปไหน!!?”

 

“มิสไดเรกชั่นอีกแล้วเหรอ!!!!!!”  เซย์รินตะโกนร้องเสียงดังลั่นจนคนที่ผ่านไปมาหันขวับมามองส่งสายตาดุหาว่าไร้มารยาท จนพวกเขาต้องหันมาผงกหัวขอโทษทั้งรอยยิ้มแหยๆ   ริโกะกุมขมับปวดหัว..อีกไม่นานรถบัสก็จะออกแล้วด้วย แต่ตัวหญิงสาวปลอมเป็นชายดันหายหัวไปซะนี่ เธอบีบนวดขมับไปมาตั้งสติและออกคำสั่ง “แยกย้ายกันตามหาคุโรโกะให้เจอภายใน 15 นาที แล้วมารวมตัวที่นี่ ถ้าไม่เจอฉันจะเพิ่มตารางซ้อมเป็น 3 เท่า!!!”

 

“เอ๋!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

.

.

.

 

กริ๊ก!!!!

 

เหรียญเยนหยอดลงตู้กดน้ำอัตโนมัติทีละเหรียญจนครบจำนวนราคาตามที่ต้องการ ปลายนิ้วเรียวเล็กกดปุ่มเครื่องดื่มเกลือแร่รสมะนาว..แต่แล้วใบหน้าหวานไร้อารมณ์เบิกตาเล็กน้อยตกใจ เมื่อพบว่าเธอกดผิดไปเอาเครื่องดื่มเกลือแร่รสมินท์ที่เธอไม่ชอบออกมาเสียอย่างนั้น

 

กึง!!!!

 

กระป๋องเกลือแร่ร่วงตกลงมาในช่องล่างใต้ จังหวะเดียวกับเสียงกระป๋องร่วงหล่นจากตู้น้ำอัตโนมัติอีกตู้ข้างๆ นัยน์ตาสีฟ้าเหลือบหันไปมองก็พบกับ..ร่างสูงเรือนผมสีเขียวสภาพโชกเหงื่อสวมชุดวอร์มแขนขายาวสีส้มโดดเด่นแห่งโรงเรียนชูโตคุ มือแกร่งล้วงหยิบเอากระป๋องเกลือแร่รสมะนาวออกมา เขารู้สึกถึงสายตาจับจ้องจึงหันมามอง

 

“คุโรโกะ”

“สวัสดีค่ะ มิโดริมะคุง”

 

ทั้งสองทักทายกันทั้งเสียงเรียบนิ่งแล้วก็พากันเงียบไม่พูดต่อ เอาแต่ยืนจ้องกันอยู่แบบนั้นกระทั่งมิโดริมะเป็นฝ่ายเฉหลุบตามองมือเล็กๆที่ถือกระป๋องเครื่องดื่มเกลือแร่รสมิ้นท์  “กดผิดสินะ”

“ค่ะ”  ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าชี้ยุ่งยังคงหน้าตายไร้อารมณ์เหมือนเคยทั้งที่ใจจริงซ่อนความเสียดายเงินตราเอาเสียมากๆที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอไม่เหลือเหรียญในกระเป๋าสตางค์แล้วด้วย  ก่อนจะโคลงศีรษะฉงนสงสัยมองอีกฝ่ายสืบเท้าเข้ามาใกล้

“เอาไปซะสิ” เครื่องดื่มเกลือแร่รสมะนาวในมือคนหนุ่มยื่นตรงมาให้เด็กสาวผมฟ้า  คุโรโกะ เท็ตสึยะ ปริบตามองเกลือแร่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาสีเขียวคู่คมหลังแว่นตาที่เฉไปทางอื่นพลางยกมือพันเทปกันซ้นดันแว่นขึ้น “ฉันก็กดผิดเหมือนกัน จริงๆอยากกินรสมิ้นท์มากกว่า”

 

…โกหกไม่เนียนเลย…    

 

สายตาที่ฝึกฝนสำหรับการพาสส่งลูก การเล่นกลที่เรียกมิสไดเรกชั่นทำให้หญิงสาวเป็นคนช่างสังเกตมากกว่าคนอื่น..ท่าทีของมิโดริมะตอนโกหกมักจะเฉตาไปทางอื่นพร้อมดันแว่น เธอจึงรู้ได้ในทันทีว่าคนๆนี้ไม่ได้กดผิด แต่จงใจอยากจะให้เครื่องดื่มเกลือแร่รสมะนาวแก่เธอ   ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มน้อยๆกล่าวขอบคุณคนตรงหน้ายอมรับข้อเสนอแลกเครื่องดื่มกับอีกฝ่าย

“ยินดีด้วยที่เธอชนะอาโอมิเนะ” มิโดริมะ ชินทาโร่ แสดงความยินดีให้กับสาวผมฟ้าที่กำลังดื่มเกลือแร่รสมะนาวอยู่ เธอดื่มจนรู้สึกดับกระหายพอควรก็ถอนปากจากกระป๋อง  ดวงหน้าหวานก้มลงต่ำมองมือขวาที่ตัวเองกำหมัดชูขึ้นหมายรอให้อดีตคู่หูชนกำปั้นอย่างที่เคยเป็น

 

 

ทว่า…อดีตคู่หูแสงสว่างกลับหันหลังวิ่งหนี ทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี

 

 

“ผลการแข่งเป็นยังไงบ้างคะ?” คุโรโกะเปลี่ยนเรื่องหันมาถามอีกฝ่ายบ้าง พลัน…ร่างสูงถึงกับชะงักมือที่จะเปิดฝากระป๋องเครื่องดื่ม ดวงเนตรสีเขียวมรกตหลุบมองพื้นไม่พูดไม่จา

 

 

 

ตึก!!ตึก!!!ตึก!!

เสียงฝีเท้าหลายคู่ย่างก้าวผ่านโซนตู้กดน้ำดังขึ้น ทำให้พวกเขาทั้งสองหันไปมอง เหล่าบุรุษในเครื่องแบบสีขาวคอปกสีฟ้านำโดยกัปตันทีมเรือนผมสีแดงสั้นชี้ยุ่งพองาม..ทั้งที่อยู่เพียงปี 1 แต่กลับได้ขึ้นมาเป็นตัวจริงด้วยตำแหน่งสูงสุด ในความเป็นจริงเรื่องเช่นนี้ก่อให้เกิดข้อกังขาในใจเหล่ารุ่น แต่เปล่าเลย..ทุกคนหาได้มีท่าทีเช่นนั้น พวกเขาน้อมรับเรื่องนี้โดยสิโยราบและเต็มใจ

 

 

ความเป็นจักรพรรดิอันสูงส่ง สมบูรณ์แบบเกินกว่าใครจะเทียบเทียม

นั่นคือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’

 

 

“คนชื่อมิยาจินั่นก็เลี้ยงลูกไม่เลวนะ แต่ว่าก็เอาชนะ 3 นิ้วของฉันไม่ได้อยู่ดี” ใบหน้าคมล้อมด้วยเส้นผมสีทองตัดสั้น ฮัมเพลงในลำคอ เดินไปกระโดดไป ยิ้มกว้างจนเห็นคมเขี้ยวเล็กๆ

“เฮ้อ…หิวชะมัด กลับไปจะกินข้าวหน้าเนื้อให้หนำใจซัก 20 จานเลยคอยดู ไปด้วยกันไหมเรโอะ โคทาโร่” บุรุษร่างสูงใหญ่ผิวสีแทนกำยำไปด้วยกล้ามมัดแข็งแกร่งมากกว่าคนปกติพูดถึงของกิน พลางเอามือลูบท้องไปมา  เป็นที่รำคาญสายตาสีเขียวอมฟ้าใต้ขนตาแพยาวรับกับใบหน้าสำอางค์หล่อเหลาขณะเดียวกันจะมองว่าสวยก็ยังได้

“ไปๆ ไปสิเอย์คิชิ!!!” ฮายามะ โคทาโร่กระโดดโลดเต้นดีใจ

“ไม่เด็ดขาดเอย์จัง!!ฉันขอปฏิเสธอาหารที่มีแต่สร้างกล้ามเนื้อบึกบึนขาดความสวยงามในชีวิตแบบนั้น!!โคจังก็ด้วย!!อย่าไปตามคนแบบนั้นมากรู้ไหม!!!”  มิบุจิ เรโอะ เบ้ปาก สะบัดหน้าเมินคนบ้าคลั่งกล้ามอย่างไม่ใยดีจนผมสีดำซอยคลอเคลียลำคอพริ้วไหว ก่อนจะใช้มือกรีดกรายหยิบมือถือฝาผับในกางเกงวอร์มขายาว กดโทรหาใครซักคนทำเสียงอ่อนเสียงหวานผิดกับเสียงแข็งกร้าวที่พ่นเหยียดใส่เนบุยะ เอย์คิชิ

 

“มิตจังวันนี้ชนะเหมือนเคยล่ะนะ เจอกันที่ร้านเค้กตอนบ่าย 3 นะคะ แหม..พี่ก็ต้องเลี้ยงน้องสิคะฉลองชัยชนะไงแล้วเจอกันนะ”

“ฮิโยริจัง ..อืมๆ ใช่แล้วล่ะพี่ชนะเหมือนเคยค่ะ..เดี๋ยวเจอกันที่สตาร์บัคตอน 2 ทุ่มนะคะ พี่ออกจากโตเกียวคงไปถึงช้า รอพี่หน่อยนะคะคนดี โอเคค่า บ๊ายบาย”

“สวัสดีค่าชินอิจิจัง พรุ่งนี้ตอนเช้าเราไปดูหนังกันไหมคะ ..งั้นเจอกัน 10 โมงเช้าที่หน้าสถานีเกียวโตนะคะ พี่รักชินอิจิจังนะ”

 

โทรหา 3 คนนัดเดทคนละเวลาแถมคนสุดท้าย..ชื่อผู้ชายชัดๆ!! คุโรโกะยืนฟังในมุมมืดเงียบๆหรี่ตามอหนุ่มหน้าสวยท่าทางตุ้งติ้งคุยโทรศัพท์ ทั้งน้ำเสียงทั้งท่าทางเหมือนจะเป็นเพศที่ 3 แต่ก็ไม่เชิงเสียทีเดียว

 

พูดให้ถูกคือ ‘เสือไบ ‘ มากกว่า แถมยังเป็นขั้นเทพด้วย!!?

 

 

“นี่เหรอ..ราคุซัน…”  คุโรโกะพึมพำทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับ ม.ปลาย โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงเก่าที่มีประวัตศาสตร์มาอย่างยาวนานอย่างเกียวโต โรงเรียนที่มีความเป็นเลิศในทุกๆด้านไม่ว่าจะวิชาการ กีฬา หรือแม้แต่กิจกรรมต่างๆ แถมยังมีการสอบแข่งขันในระดับสูงมาก เรียกได้ว่าคัดแต่คนหัวกะทิพร้อมด้านไปเรียนทั้งนั้นอย่างแท้จริง

 

 

 

3 คนนั้นถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็น ‘ราชาไร้มงกุฏ’  ที่แท้พวกเขามารวมอยู่ในทีมโดยมีหัวหน้ารุ่นปาฏิหาริย์ควบคุมอยู่!!!

‘ราคุซัน’ แข็งแกร่งขนาดไหนกัน!!!

 

 

 

ชายหนุ่มผู้เป็นกัปตันทีมรู้สึกตัวว่ามีคนจับจ้องจึงชะงักฝีเท้าลง สร้างความแปลกใจแก่สมาชิกในทีมราคุซันทั้งตัวจริงและตัวสำรองซึ่งเดินตามหลังมาติดๆ

“มีอะไรเหรออาคาชิ?” ร่างสูงผมทองสั้นเดินล้วงกระเป๋าเลิกคิ้วสูงถาม

“โคทาโร่พาทุกคนไปรอรถ ดูเหมือนว่ามีคนอยากคุยกับผม”  สิ้นคำสั่ง หนุ่มผมทองเจ้าของนาม ฮายามะ โคทาโร่เลิกคิ้วฉงน ทุกคนหันไปมองตามทิศทางที่กัปตันหันหน้าไปมองก็พบเข้ากับมือชู้ต 3 แต้มแห่งชูโตคุยืนอยู่หน้าตู้กดน้ำอัตโนมัติ แต่ไม่ทันสังเกตเห็นอีกหนึ่งร่างที่มีออร่าจืดจางสนิท

“เซย์จังคงมีเรื่องอยากคุยกับคนที่แพ้ไปแล้ว ยังไงก็เพื่อนร่วมทีมเก่านี่เนอะ”  เรโอะคุยโทรศัพท์สับรางเสร็จพอดี ปากหนาได้รูปขยับยิ้มมุมปากปรายมองชายเรือนผมสีเขียวในชุดสีส้มปักอักษรภาษาอังกฤษไว้บนอกซ้ายว่า Shutoku  ทุกคนทำตามคำสั่งหัวหน้าทีมเดินออกไปก่อน ทิ้งชายผมแดงไว้ที่นี่เพียงลำพังกับอดีตสหายร่วมทีมสมัยเทย์โคว

 

 

ความพ่ายแพ้ช่างเจ็บปวดนัก..ไม่อยากจะยอมรับเลยจริงๆ

 

 

มิโดริมะ ชินทาโร่ยืนสงบนิ่งผิดกับมือทั้งสองที่ทิ้งลงข้างตัวกำลังกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ  ตาหลังเลนส์แว่นทรงเหลี่ยมสบตาสองสีคู่คมเย็นชาไปถึงกระดูก ไม่ว่าจะมองเท่าไหร่พบเพียงความดำมืดที่น่ากลัวเกินจะหยั่งถึงเท่านั้น

“อาคาชิ ฉันแพ้นายแล้ว แต่คราวหน้าฉันจะไม่แพ้แน่”   ร่างสูงกว่าก้าวขาเข้าไปหาบุรุษร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้น แล้วยื่นมือมา ตาคู่คมต่างสีไม่เข้าคู่หลุบตาลงมองมืออดีตเพื่อนร่วมทีม มองอยู่นานครู่ใหญ่ก่อนเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย

“ผมตั้งหากที่ต้องขอบคุณชินทาโร่ นายทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นกับการแข่งขันขึ้นมานิดหน่อยกับการเล่นบาสอันน่าเบื่อนี่ อย่างไรก็ตามผมคงต้องขอปฏิเสธการจับมือกับนาย นั่นเป็นการดีสำหรับการแข่งขันที่อาจจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า นายเองก็ควรรับรู้ไว้ด้วย ไมตรีจิตเช่นนั้นจะรังแต่ทำให้ ‘แพ้’ ” คำตัดรอนไร้เยื่อใย แทงใจดำอดีตเพื่อนที่เคยสนิทสนมกันมาก่อนเข้าอย่างจัง หนำซ้ำยังเป็นการหักหน้าผู้แพ้อย่างไม่ใยดีด้วย

“นายเหมือนเดิมเสมอไม่เคยเปลี่ยน..ไม่สิ..ฉันต้องพูดว่าอาคาชิคนเดิมไม่มีอีกแล้วสินะ” มิโดริมะหน้าชาวาบได้แต่ยอมจำนนลดมือทิ้งลงข้างตัว

 

 

เพ่งมองเข้าไปในดวงเนตรสองสี มองหาอาคาชิ เซย์จูโร่ ที่พวกเขาเคยรู้จักด้วยกันมาตลอดระยะเวลาสองปีครึ่ง

..คนๆนั้น….ไม่อยู่แล้วสินะ…

 

 

“ไม่ว่าจะผมคนไหน สำหรับอาคาชิแล้ว ‘ชัยชนะ’ ถือเป็นที่สุด คนที่แพ้คือพวกอ่อนแอปวกเปียกไร้ค่า”  อาคาชิ เซย์จูโร่ กล่าวทั้งเสียงเย็นชา นัยน์ตาสองสีตวัดมองผ่านร่างสูงเรือนผมเขียว สบตาเข้ากับอีกหนึ่งร่างที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เว้นเขา..ที่เห็นเธอยืนฟังถือกระป๋องเครื่องดื่มเจตนาจงใจฟังการสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสอง

“เธอด้วยเท็ตสึยะ ถ้ายังไม่อยากเจ็บปวดก็เลิกดื้อดึงกับบาสผิดๆของเธอซะ” นี่คืออาจจะเป็นคำเตือนที่อีกฝ่ายจงใจทิ้งท้ายเอาไว้ ขณะเดียวกันก็อาจเป็นคำขู่เค็ญได้ด้วย คุโรโกะไม่อาจรู้ได้ว่าบุรุษผมแดงกล่าวกับเธอด้วยความรู้สึกนึกคิดเช่นไร กระทั่งเขาเดินจากไปจนลับสายตา

 

 

ไร้ซึ่งแววตาอบอุ่นอ่อนโยน…ไร้ซึ่งตัวตน ‘เจ้าชาย’

 

 

“มิโดริมะคุง..”  คุโรโกะเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มผมสีเขียว ยกมือเล็กๆหมายจะเข้าไปแตะแขน ทว่า..เขากลับเดินจ้ำอ้าวก้มหน้าก้มตาออกไป  ตาสีฟ้ามองตามแผ่นหลังกว้างสูงใหญ่..ถึงไม่เห็นเสี้ยวหน้าหญิงสาวผมสีอ่อนตัดสั้นรู้ดีแก่ใจ

 

 

..สิ่งที่ผู้แพ้ทำได้มีเพียง ‘หลั่งน้ำตา’เท่านั้น..

 

 

“……..”  ในตรอกช่องแคบมืดๆ มีบุคคลหนึ่งยืนนิ่งแอบเฝ้ามองอยู่เงียบๆ ดวงเนตรสีเพลิงกับคิ้วสองแฉกเหม่อมองเหตุการณ์สนทนาของเหล่ารุ่นปาฏิหารย์ทั้ง 3 คนจากมุมนี้ ขาทั้งสองข้างก้าวขยับไม่ออก..ไม่ใช่ว่ากลัวอาคาชิ เซย์จูโร่ เพียงแต่เขารู้ว่าสถานการณ์เช่นนั้นไม่ใช่ที่ๆ คนมาทีหลังอย่าง คางามิ ไทกะ ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว

 

โดยเฉพาะสายตาของเธอยามมองชายผมแดงจากจรไป เปี่ยมไปด้วยความโหยหาคิดถึงเกินกว่าจะบรรยายได้

 

 

คางามิลูบหน้าตัวเอง นึกถึงดวงตาสีฟ้าอ่อนดังท้องฟ้ายามเช้าที่มักเฉยเมยอยู่ตลอดเวลา กลับแสดงอารมณ์ออกมามากมายได้ถึงเพียงนี้..ย่อมแปลว่าความรู้สึกของเธอที่มีต่ออาคาชิ เซย์จูโร่ มากมายยิ่งกว่าสิ่งใด   มือแกร่งเผลอตัวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บบนฝ่ามือนี้ก็ไม่อาจเทียบเท่าดวงใจของเขา

 

“นี่เหรอผู้หญิงที่ Taiga ตกหลุมรัก pretty girl ไม่เบานี่”

 

“อ..อเล็กซ์!!!!!”  คางามิสะดุ้งโหยงร้องเสียงหลงตกใจที่สาวผมทองโผล่มาจากด้านหลังกะทันหัน เธอยิ้มหวานก่อนจะผลักเขาเต็มแรงจนตัวพุ่งออกไปล้มสไลด์พื้น  พอจะลุกหันไปโวยวายอาจารย์สาวตัวดีก็ชิ่งหนีหายไปเสียแล้ว

“คางามิคุง?” จะมีก็แต่เด็กสาวผมฟ้ายืนจ้องนิ่งหน้าตาย เธอก้าวเดินเข้ามาหาเอามือเท้าเข่าโน้มค่อมตัวมาใกล้ ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?”

“ม…ไม่เป็นไร!!!ฉันสบายดี!!!!”  หน้าคมคายหน้าขึ้นสีแดงเข้มพอเห็นใบหน้าหวานน่ารักระยะใกล้ ร้อนวาบจนลืมความหม่นหมองในอกเมื่อครู่ไปเสียหมด รีบลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่เกาะตามชายกางเกงให้เรียบร้อย

“ทุกคนตามหาเธออยู่ รีบไปกันเถอะโค้ชรออยู่ที่โถงแล้ว”   เขารีบพูดอย่างรวดเร็ว หวังว่าคนตรงหน้าจะไม่ทันสังเกตเห็นหน้าแดงๆของเขา แล้ววิ่งนำไป เสียงฝีเท้าเบาๆวิ่งตามหลังมาทำให้คนหนุ่มโล่งใจอย่างน้อยๆเธอคนนี้ก็ไม่มิสไดเร็กชั่นหายไปกลางระหว่างทางให้พวกเขาต้องเป็นห่วง

 

 

.

.

.

 

รถเมล์ลงจอดป้ายแรกส่งพวกฟุริฮาตะ โคกาเนะ มิโตเบะ อิซึกิและฮิวงะลงก่อน  เหลือเพียงหญิงสาวอีก 2 คนกับชายหนุ่มผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู พวกเขานั่งรอจนถึงป้ายถัดไปซึ่งเป็นสถานที่ๆพวกเขาตั้งเป้าจะลงจากรถ ประตูเลื่อนเปิดลงพร้อมกับคนทั้งสามก้าวเดินลงมา จังหวะที่คุโรโกะจะแยกกับโค้ชสาวเพื่อกลับกับคางามิที่มีเส้นทางบ้านเดียวกันนั้น เสียงหวานกลับเรียกรั้งเอาไว้ทำให้สองคู่หูแสงเงาแห่งเซย์รินชะงักฝีเท้าลง

“คางามินายกลับไปก่อนได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุโรโกะเป็นการส่วนตัว”  ริโกะยืนกอดอกออกคำสั่ง คางามิโลเลอยู่พักหนึ่งใจก่อนจะหันไปสบเข้ากับสายตาเรียบนิ่งในดวงเนตรสีฟ้าอ่อนกลมโต

“ไม่เป็นไรค่ะคางามิคุง ฉันจะกลับกับโค้ชเอง” เมื่อคุโรโกะออกปากเช่นนั้น ฝ่ายชายหนุ่มร่างสูงมีแต่ต้องยอมรับการตัดสินใจของเธอ เขาโบกมือล่ำลาสาวผมสีฟ้าอ่อน เดินต่อไปตามถนนทางเท้าที่ชื้นแฉะจากฝนที่พึ่งหยุดตกเมื่อไม่นานมานี้ จนในที่สุดร่างสูงก็หายเข้าไปปะปนกับฝูงชนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น…

สองสาวเดินคู่กันไปโดยไม่เอ่ยเอื้อนบทสนทนา หนึ่งคนอยู่ในชุดนักเรียนหญิงเซย์ริน ในขณะที่อีกหนึ่งตัดผมสั้นอยู่ในชุดวอร์มยูนิฟอร์มทีมบาสเก็ตบอลเซย์รินซึ่งมองดูแล้วเหมือนชายหนุ่มหญิงสาวมาเดทกันก็ไม่ปาน  พวกเธอเข้ามานั่งลงบนโต๊ะด้านในสุดของร้านสั่งเครื่องดื่มคนละอย่างกับพนักงานเสริฟ์เป็นที่เรียบร้อยตามมารยาท

 

“ออเดอร์ทั้งหมดมีลาเต้ร้อน 1  วานิลลาเชค 1 นะคะ ” สาวเสริฟ์ทวนรายการให้ฟังอีกหนึ่งครั้ง เมื่อเห็นลูกค้าทั้งสองผงกหัวเป็นที่แน่ใจว่าไม่จดผิด ร่างเพรียวบางในชุดฟอร์มทางร้านกับผ้ากันเปื้อนจึงเดินไปยังเค้าท์เตอร์เพื่อส่งรายการเครื่องดื่มที่ได้รับมา  คุโรโกะละสายตาจากพนักงานคนนั้นมายังคนที่รั้งตัวเธอเอาไว้และพามาสถานที่แห่งนี้ด้วยใบหน้าเรียบสนิท

 

“รู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันต้องนัดคุโรโกะมาคุยแยกตั้งหาก”  โค้ชสาวมุ่นคิ้วทำเสียงดุใส่

“..…” เธอไม่ตอบแต่เลือกที่จะพยักหน้าสำนึกผิด

“บอลออกนอกสนามวันนี้ฉันรู้ว่าเพราะเธอหึงอาคาชิแต่นี่เป็นการแข่งขัน เธอไม่ควรจะเอาความรู้สึกมาปน เข้าใจนะ”

“….ฉันทราบค่ะ สัญญาว่าจะไม่ทำอีก”

 

ณ เวลานั้นเธออาจจะปลอดโปร่งโล่งสบายไปอีกนิด ถึงจะคิดยั้งมือไว้ให้จงใจเฉียดหน้า แต่ถ้าโดนหน้าอีกฝ่ายเข้าเต็มๆ เธออาจจะโดนตั้งสอบว่ามีเจตนาทำร้ายนักกีฬาหรือเปล่า เรื่องคงจะยาวบานปลายและอาจถูกระงับไม่ให้ลงแข่งชั่วคราวจนกว่าจะสอบสวนเสร็จ…นี่ไม่ใช่เรื่องสนุกเอาเสียเลย

“เฮ้อ…เข้าใจก็ดีแล้วจบไปสำหรับเรื่องแรกที่ฉันจะเตือนเธอ มีอีกเรื่องนึงที่ต้องพูด..”  ไอดะ ริโกะ ถอนหายใจ ขณะที่กำลังจะพูดต่อหญิงสาวผมฟ้าปลอมแปลงเป็นชายพูดแทรกขึ้นมารู้ทันว่าเธอหมายถึงสิ่งใด

“เรื่องท่า Vanish drive ถูกจับทางได้สินะคะ เรื่องนั้นฉันคิดหาวิธีแก้ไขไว้แล้วค่ะ”

“วิธีแก้?”  โค้ชสาวเลิกคิ้วสูงฉงนสงสัย

“ฉันยังตอบไม่ได้ตอนนี้ค่ะ ต้องรอว่าเขาจะตอบกลับมาไหม?”  มือเรียวล้วงหยิบเอามือถือฝาพับสีฟ้าเปิดขึ้นมากดไปที่กล่องข้อความเข้า จวบจน ณ เวลานี้ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นรถเมล์ก็รีบพิมพ์ส่งไปหาคนๆนั้นทันก็ผ่านมาเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีการตอบกลับใดๆจากอีกฝ่าย หญิงสาวพับฝามือถือเก็บลงไว้ในกระเป๋า จังหวะเดียวกับพนักงานเสริฟ์นำลาเต้ร้อนและวานิลลาเชคปั่นวางเสริฟ์ลงบนโต๊ะพอดิบพอดี

 

“การแข่งรอบต่อไปคือ ‘โยเซน’ กว่าจะถึงเวลานั้นก็อีก 3 วันข้างหน้า ถ้าไม่ได้จริงๆก็ไม่ต้องฝืนนะ ” ริโกะเป็นห่วงเป็นใยความรู้สึกของหญิงสาวถึงได้เรียกมาคุยส่วนตัว จริงอยู่ที่อีกฝ่ายมีทักษะจืดจางสามารถพาสส่งลูกได้ไปมาในสนามโดยที่ไม่มีใครมองเห็น ถึงอย่างนั้นเธอก็อดกังวลสภาพจิตใจอีกฝ่ายเสียไม่ได้

 

 

ท่าใหม่ที่พยายามฝึกมาถูกอาโอมิเนะจัดการลงไปอย่างรวดเร็ว…ย่อมเกิดการสูญเสียความมั่นใจไม่มากก็น้อย

 

 

“ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะโค้ช  แย่กว่านี้ฉันก็เคยผ่านมาแล้ว สบายใจได้ค่ะ” เธอกล่าวเสียงเรียบพลางหยิบเอาวานิลลาเชคมาดูด  สาวผมสีน้ำตาลติดกิ๊ฟปริบตามองคนตรงหน้าที่ยังคงสงบนิ่งเยือกเย็นได้ ทั้งๆที่ทุกคนในทีมต่างคาดว่าอาจจะเฟลอยู่เงียบๆก็เป็นได้ ริโกะถอนใจเฮือกใหญ่แล้วยกกาแฟร้อนขึ้นจิบ  บทสนทนาหลังจากนั้นได้เปลี่ยนเรื่องสนทนาไปเป็นเรื่องสัพเพเหระแทน

 

 

.

.

.

 

 

ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นนภายามราตรีสีดำสนิท พระจันทร์เต็มดวงลอยตระหง่าฟ้าสาดส่องแสงสีนวลผ่านช่องหน้าต่างกระทบร่างสูงกำยำพองามนอนหงายเอามือก่ายหน้าบนเตียงท่ามกลางห้องรกเกลื่อนไปด้วยหนังสือภาพวาบหวิว กล่องรองเท้าบาสที่ซื้อสะสมตั้งชั้นสูงซ้อนไปมา ไหนจะลูกบาสสำหรับซ้อมส่วนตัวที่ทิ้งปล่อยคาพื้นไว้แบบนั้นมานานแรมปี

 

 

 

“นั่นก็เพราะ…ฉันชอบอาโอมิเนจจิ…..”

 

 

คำสารภาพรักอันน่าตกตะลึงจากปากหญิงสาวนางแบบ ใบหน้าสวยสะดุดตาล้อมเส้นผมสีทองยาวสลวยดัดลอนเจิ่งนองไปด้วยน้ำตา ช่างเศร้าสร้อย ปวดร้าว…จนไม่น่าเชื่อว่านี่หรือคือสีหน้าของผู้หญิงที่มีดีแต่ทำตัวง่องแง่งบ้าบอ ยิ้มร่าเริงสดใสเหมือนคนบ้าได้ทั้งวัน

 

“คิเสะ…ชอบฉัน?”

 

เสียงทุ้มพึมพำนามของผู้จัดการทีมไคโจ  เขาก็สบถคำรามในลำคอเหวี่ยงเอาหนังสือไมจังเล่มโปรดที่กางค้างวางทิ้งไว้บนลงไปกองกับพื้นชนกับนิตยสารไมจังเล่มเก่าตั้งกองเอาไว้จนล้มครืดมากระจายพื้น

“บ้าชิบ!!อะไรว่ะเนี่ย!!!”  อาโอมิเนะลงจากเตียงหัวเสียเดินไปเปิดไฟห้องแล้วกลับมาตั้งหนังสือเรียงชั้นใหม่ลวกๆทีละเล่ม

“เอ๋!!? “  มือหยิบผิดไปหยิบเอานิตยสารแปลกตาที่เขาไม่เคยซื้อ เจ้าตัวยกขึ้นมาดูเต็มตาก็พบว่า…หนังสือเล่มนี้คือนิตยสาร KAWAII ที่คิเสะยัดเยียดให้เขามาพร้อมกับพวงกุญแจทรายดาวสีน้ำเงินของฝากจากโอกินาว่า   ดวงตาสีไพลินเรียวคมเหม่อมองรูปถ่ายสาวผมทองดัดลอนยาวสลวยนั่งไขว่ห้างบนบนเก้าอี้ชายหาดสีขาวที่ไหนซักแห่ง แต่งชุดแฟชั่นน่ารักๆจับตานั่งเท้าคางส่งยิ้มให้กับกล้อง..รอยยิ้มสดใสร่าเริงสมเป็นนางแบบวัยรุ่น  ปลายนิ้วเรียวยาวลูบผ่านหน้าปกไปยังเส้นผมสีทองลากไล่ไปใบหน้างดงาม ดวงตาสีอำพันสวยและหยุดลงที่ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปกลอสสีนู้ด

 

 

…ยัยลูกหมา…

 

 

“!!!!!!” อาโอมิเนะรีบโยนนิตยสารที่มีคิเสะถ่ายขึ้นปกปาทิ้งไปไกลๆ คลานถอยห่างจากนิตยสารเล่มหน้าทั้งใบหน้าชุ่มโชกเหงื่อ หน้าคมคายหลุบลงมองหว่างขาของตนที่กำลังแสดงอำนาจทรงพลังให้เห็นว่าเขารู้สึกนึกคิดเช่นไร

“บ้ากันไปใหญ่แล้ว!!!นี่มันบ้าชัดๆ!!!!!”  มือแกร่งลูบหน้าไปมาสองสามทีแล้วตบแก้มเรียกสติ ก่อนจะลุกขึ้นพาร่างกายทิ้งลงกับเตียงปล่อยหนังสือล้มเละเทะคาพื้นไว้แบบนั้น หันไปนอนตะแคงคลุมโปงปากพึมพำกระซิบงึมงำในลำคอ

“ลืมไปซะ ลืมไปซะ ลืมไปซะ ลืมไปซะ”  เขาท่องซ้ำไปมาเตือนสติตัวเองเอาไว้ให้มั่น ยกมือขึ้นกุมอกซ้ายของตนที่เต้นแรงเจียนหลุดออกจากอกมะรอมมะร่อ ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

 

 

เพียงแต่ไม่คิดว่า…จะเกิดกับ……..

 

 

 

RRRRRRRRRR

 

ริงโทนมือถือบนหัวเตียงสั่นดังสนั่น ทำเอาคนหนุ่มผิวสีแทนสะดุ้งตกใจ  เขาเอื้อมไปหยิบมือถือมาเปิดฝาพับดูพอเห็นรายชื่อคนที่โทรเข้ามาถึงกับเพลียหนักกว่าเดิม ไอ้ครั้นจะไม่รับก็คงจะน่าเกลียดเกินทนเลยต้องตัดสินใจกดรับสาย

 

‘อาโอมิเนะคุง ได้อ่านข้อความที่ฉันส่งแล้วสินะคะ’   ปลายสายไม่ใช่ใครเลยนอกจากแฟนเก่าที่พึ่งจับมือแทคทีมกับแสงใหม่เอาชนะเขาไปได้วันนี้ ร่างสูงพ่นลมหายใจแรงก่อนจะตอบกลับทั้งเสียงทุ้มเจือหงุดหงิด

“เออ!!เห็นแล้ว!!!ทำไมต้องฉันกันห่ะ!!!ที่ต้องไปสอนเธอชู้ตลูก!!!!”

‘ก็อาโอมิเนะคุงเป็นคนเดียวที่เก่งบาสที่ฉันนึกออกนี่คะ’  ดูสิ..ดูเธอทำ..ดูเธอตอบ…นี่ถ้าเจอหน้ากันคงพ่นประโยคนี้หน้าตาย มันน่าเคืองตรงที่พึ่งเอาชนะเขาไปหมาด ตกเย็นเมลมาขอให้คนแพ้สอนชู้ตบาสซะอย่างงั้น

 

 

เลือดเย็นเกินไปแล้วโว้ย!!!!

 

 

“ฉันแพ้เธอมานะเฟ้ย!!!ฉันควรนอนรักษาแผลใจรึเปล่าฟร่ะ!!!!” คนผมสีน้ำเงินโวยวาย

‘ถ้าไม่สอน ฉันก็จะโทรทุกๆ 5 นาที ถ้าปิดเครื่องฉันจะบอกคุณแม่อาโอมิเนะคุงว่า อาโอมิเนะคุงเคยเข้าร่วมแก๊งค์แอบส่องใต้กระโปรงผู้หญิงสมัยอยู่เทย์โควแถมยังชวนฉันไปร่วมส่องด้วย’

“โฮ่ย!!!อย่านะ!!!!โอเคๆ สอนก็สอน!!!เธอนี่มันร้ายกาจจริงๆ”  คำขู่ของสาวร่างบางทำเอาคนหนุ่มขนลุกซู่ จนต้องยอมทำตามอย่างมิอาจเลี่ยงได้  ไม่เช่นนั้น..อาจได้เป็นศพใต้ฝ่าเท้าและตะหลิวของคุณนายอาโอมิเนะเป็นแน่!!

‘ขอบคุณนะคะอาโอมิเนะคุง ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอที่สนามบาสในสวนสาธารณะใหม่ตอน 9 โมงเช้านะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ’

“เฮ้!!เดี๋ย…..”

 

 

ตรู๊ด….ตรู๊ด….ตรู๊ด….

 

 

“นิสัยดื้อดึงหาวิธีมาบังคับคนแบบนี้ ไปเป็นจักรพรรดินีเลยไหมห่ะ!!”  อาโอมิเนะ ไดกิ บ่นถึงคนที่โทรมาบีบจนต้องยอมตกปากรับคำ พอบอกนัดเวลาเสร็จสรรพก็วางสายไปเสียดื้อๆ  ไม่รีรอให้เขาได้มีโอกาสพูดแทรกซักนิด  มือแกร่งยกมือเกาหัวแรงๆ ไล่อาการปวดหัวตึบไปมา อีกมือนึงพับฝามือถือเสียบชาร์ตไว้บนโต๊ะหัวเตียง

 

กึก!!

 

สันมือเผลอชนเข้ากับพวงกุญแจโหลแก้วเล็กๆบรรจุเม็ดทรายดาวสีน้ำเงิน..ของฝากที่คิเสะให้เขามาในตอนนั้นซึ่งหาได้ใยดีที่จะเก็บมันไว้ ตอนนี้กลับหยิบมาดู ชูส่องตรงหน้าเขย่ามองเม็ดทรายดาวที่ลอยเคว้งคว้างในน้ำที่บรรจุอยู่ในนั้น

 

 

…สีน้ำเงินเช่นเดียวกับดวงตาและเส้นผมของเรา…

 

 

ฉ่า!!!!!!!!!!!

 

มือรีบวางพวงกุญแจของฝากโอกินาว่าลงกับโต๊ะทันทีพร้อมดึงผ้าห่มคลุมโปลง หวังว่าความมืดจะช่วยเก็บซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวลงไปจนถึงลำคอจนกว่าจะผ่านพ้นราตรีนี้ไป…

 

.

.

.

 

 

ท้องฟ้ายามเช้าสดใสล่วงเลยไปช่วงสายใกล้ๆเที่ยง ด้วยฤดูใบไม้ผลิอากาศจึงโรยตัวด้วยความเย็นพอประมาณ ไม่หนาวและไม่ร้อนจนเกินไป เรียกได้ว่ากำลังดีเหมาะแก่การออกไปเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก  อาโอมิเนะ ไดกิ สวมแจ๊กเก๊ตสีดำแขนยาวกับยีนส์สีน้ำเงินเข้ารูปตามด้วยรองเท้าพละสีดำยี่ห้อโปรดอย่าง Nike  นั่งเอกเขนกบนแสตนเหล็กริมสนามบาสกลางแจ้งที่เขาเคยเข้ามาท้าทายตัวต่อตัวกับคางามิเป็นครั้งแรก

 

ปึง!!!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลเด้งกระแทกห่วงออกไปกระเด็นกระดอนพื้นเป็นรอบที่ 100 เห็นจะได้ ชายหนุ่มผิวสีแทนอ้าปากหาวหวอดๆ มองร่างเล็กผอมบางสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์เข้ารูปสีฟ้าอ่อน ไม่ว่าจะมองมุมไหนๆก็เหมือนเด็กผู้ชายหน้าหวานคนหนึ่ง ไม่ได้มีเค้าโครงผู้หญิงซักนิด เธอวิ่งเหยาะไปเก็บบอลแล้วก็วิ่งกลับไปยังหัวกะโหลกตั้งท่าชู้ตซึ่งผลออกมายังคงล้มเหลวเหมือนอย่างเคย

 

“อาโอมิเนะคุง”

“……..”

“อาโอมิเนะคุง”

“……..”

“อาโอมิเนะคุง!!!”

“ห…ห่ะ!!!!!จะตะโกนเสียงดังทำไมเท็ตสึ!!!!”

 

คนผิวสีร้องเสียงหลง ถอยหน้าผงะคนจืดจางที่โผล่เข้ามาตะโกนใส่หูเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อาโอมิเนะขมวดคิ้วหงุดหงิดพลางแคะขี้หูด้วยนิ้วก้อยไปมา  นัยน์ตาสีฟ้าอ่อนกลมโตจ้องเขา..จ้องนานด้วยแววตานิ่งไร้อารมณ์จนอ่านไม่ออก มองนานเสียจนร่างสูงฉงนงุนงงระคนประหม่าไปในเวลาเดียว

“มองอะไรเท็ตสึ มีอะไรติดหน้าฉันรึไง?” เขาถามสาวผมฟ้าปลอมตัวเป็นชายหนุ่มแม้กระทั่งในวันหยุดนี้ก็เช่นกัน

“อาโอมิเนะคุงดูมีเรื่องกังวลใจนะคะ”  หญิงสาวผมฟ้าคาดเดาถูก ร่างสูงสะดุ้งโหยงตาเบิกกว้างตกใจ..พอเห็นสายตาเพ่งเสียจนขนาดนั้นก็รู้ดีว่าไม่มีทางโกหกเธอคนนี้ได้เป็นแน่ เขาถอนใจแรงหลุบตาสีไพลินคู่คมมองพื้นเงียบนานอึดใจหนึ่งแล้วเปิดปากเล่า ระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจมาตั้งแต่คืนวาน

 

“คิเสะ….สารภาพรักกับฉันเมื่อวาน ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่ายัยลูกหมานั่นคิดแบบนั้นกับฉัน….”

 

 

หมับ!!!

 

ฝ่ามือเล็กวางลงบนบ่ากว้าง ร่างสูงละสายตาจากพื้นเหลือบมองมือขาวๆนั่นก่อนจะเงยหน้าช้อนตามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“หายโง่ซักทีนะคะ อาโอมิเนะคุง”  เนตรสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายระยิบระยับ ปลื้มปิติยินดีประหนึ่งคุณแม่ที่เห็นลูกชายเติบโตเป็นหนุ่มที่ดีสมดังใจหวัง

“หมายความว่าไงห่ะเท็ตสึ!!!!!”  ร่างสูงแว้ดเสียงดัง โวยวายที่ถูกด่าหาว่าเขาสมองทึบเสียอย่างงั้น

“คนเขารู้กันทั่วโรงเรียนตั้งแต่ตอนอยู่เทย์โควแล้วค่ะ ว่าคิเสะคุงชอบอาโอมิเนะคุง”  เธอตอบพร้อมตบบ่าสำทับเพิ่มแรงอีก 2 ที

“เฮ้ย!!ตั้งแต่เทย์โควจริงดิ!!!!อย่าบอกนะว่าที่ยัยลูกหมาเอาแต่ตามตอแย เกาะแกะตลอดมานั่น..เพราะ…ชอบฉัน?”

หญิงสาวผมฟ้าสั้นชี้ยุ่งไม่เป็นทรงมองคนตรงหน้า ส่ายหน้าระอาใจกับความซื่อบื้อเกินเยียวยาของคนหนุ่มร่างสูงอดีตคู่หู เธอลอบมองหน้าคมคายเอาแต่ก้มหน้าเหม่อลอยมาตั้งแต่แบบนี้ตั้งแต่นัดเจอกันแล้ว  จะถามก็กระไรอยู่จนมาถึงตอนนี้ในที่สุดก็รู้สาเหตุอาการแปลกๆเหล่านั้น

 

“แล้วอาโอมิเนะคุงตอบคิเสะคุงไปว่ายังไงคะ?” คุโรโกะถาม

“ฉันตกใจมาก ไม่รู้จะทำยังไงก็เลย…วิ่งหนีออกมา” อาโอมิเนะตอบพลางยกมือขึ้นมาบีบนวดขมับไปมา คิ้วขมวดมุ่นจนเกิดร่องลึกตรงกลาง

 

หลังจากนั้น..ในหัวก็มีแต่ใบหน้าของเธอ..ใบหน้าของหญิงสาวผู้แปรเปลี่ยนกลายเป็น ‘นางจิ้งจอก’

ไม่ว่าจะพยายามสลัดไล่ให้หลุดจากความคิดแค่ไหน ก็เห็นเพียงภาพเธอซ้ำๆ โดยเฉพาะคำพูดทั้งเสียงสั่นเครือกลางสายฝน

 

“นั่นก็เพราะ…ฉันชอบอาโอมิเนจจิ…..”

 

 

คุโรโกะถอนหายใจยาวกระชับถือบอลเอาไว้ข้างตัว อีกมือหนึ่งปล่อยออกจากบ่ากว้าง ใบหน้าหวานไร้อารมณ์จ้องมองคนที่เอาแต่นั่งสับสนกับปัญหาหัวใจตัวเองอยู่แบบนั้นนานครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินถามบางสิ่งด้วยเสียงเรียบนิ่ง หากแต่เข้าไปกระตุกหัวใจอีกฝ่ายอย่างจัง

“อาโอมิเนะคุงยังชอบฉันอยู่รึเปล่าคะ?”  สิ้นคำถาม อาโอมิเนะถึงกับเงยหน้าฉับพลัน หน้าขึ้นสีจางๆก่อนจะเฉตาไปทางอื่น

“ก็…ชอบสิ”

“ดูไม่หนักแน่นเหมือนเมื่อก่อนเลยนะคะ” คุโรโกะจับฟังน้ำเสียงทุ้มที่กล่าวตอบทั้งเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ เธอเงียบไปอึดใจแล้วถามอีกคำถามต่อ

 

“ระหว่างคิเสะคุงกับฉัน อาโอมิเนะคุงในตอนนี้คิดถึงใบหน้าใครแจ่มชัดกว่ากันคะ?”

 

 

อาโอมิเนะ ไดกิ สะดุ้งกับคำถามหลัง เขาเงยหน้ามองหญิงสาวผมฟ้าสั้น…หญิงสาวคนแรกที่ทำให้เขารู้จักความรู้สึกที่เรียกว่า ‘รัก’ ปรารถนาอยากจะได้มาจนยอมเป็นคนโป้ปดแอบอ้างตัวตนว่าเป็น ‘เจ้าชาย’ ที่เธอเฝ้าตามหา ยอมเสี่ยงผิดกฏปลอมตัวเป็นชายเข้าเป็นส่วนหนึ่งในชมรมบาสเก็ตบอลจวบจนถึงเวลานี้

 

 

แสงสว่างหลงรักเงาลวงตามากยิ่งกว่าสิ่งใด..ปรารถนาอยากได้มาครอบครองจนยอมย้อมจิตใจบริสุทธิ์ให้กลายเป็นสีดำ  

ทว่า…สิ่งที่เขาอยากจะเห็นกลับไม่ใช่ผู้หญิงตรงหน้าอีกแล้ว

 

 

คำตอบนั้นมีเพียงความเงียบ…ผิดกับแววตาคู่คมสีไพลินชัดเจนแจ่มชัดว่ากำลังคิดเห็นสิ่งใด คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยิ้มจางๆ อ่านสายตาของคนหนุ่มออก   “นั่นแหละค่ะ คือคำตอบ”

 

 

มัวแต่ไขว่คว้าสิ่งที่ไม่มีวันได้มาครอง จนลืมหันหลังกลับมองว่ามีสิ่งที่แสนสำคัญรออยู่

รอยยิ้มร่าเริงกับดวงตาสีอำพันเปล่งประกายระยิบระยับสดใสดั่งอัญมณีงามล้ำ  ฝืนเก็บซ่อนทุกความรู้สึกทุกสิ่ง

..กดเอาไว้นานเพียงนี้เชียวหรือ…

 

 

“เฮ้อ….ผู้หญิงนี่เข้าใจยากทุกคนเลยรึไงนะ”  อาโอมิเนะพ่นลมหายใจแรง เบ้ปากหงุดหงิดพลางเกาศีรษะไปมา

“ผู้หญิงไม่ได้เข้าใจยากหรอกค่ะ แต่ผู้ชายไม่เคยคิดใส่ใจมากกว่า” คุโรโกะจิกกัดคนตัวดีที่มีความเป็นชายเต็มเปี่ยม ขาดความละเอียดละออเรื่องเหล่านี้โดยสิ้นเชิง แถมย้ำจิกแรงเข้าไปหนักกว่าเก่าให้อดีตแสงปวดใจเล่น “โดยเฉพาะคนหัวทึบอย่างอาโอมิเนะคุง คิดแล้วก็อดสงสารคิเสะคุงไม่ได้จริงๆค่ะที่ต้องมา ‘ชอบ’ คนแบบนี้”

“โฮ่ย!!!ยัยนี่!!อยากให้สอนชู้ตอยู่รึเปล่าห่ะ!!!จิกกัดซะจริง!!!!”  มือแกร่งขยี้หัวอีกฝ่ายแรงด้วยความหมั่นเขี้ยวจนผมสีฟ้ายุ่งเหยิงหนักไปกว่าเดิม  ร่างเล็กปัดมือมองค้อนขวับไม่พอใจที่บังอาจมาทำผมเสียทรง ท่าทีเช่นนั้นยิ่งเรียกรอยยิ้มสะใจบนหน้าคมเข้มที่ได้เอาคืนคนพูดจากวนโอ๊ยแสบสันต์ทั้งหน้าตาย

 

“ฉันสงสัยอย่างนึง..อาคาชิเคยสอนเธอชู้ตบาสตอนเด็กๆไม่ใช่เหรอ” อาโอมิเนะ ไดกิ ถามอย่างนึกขึ้นได้

“เขาเคยสอนฉันก็จริง ซึ่งฉันก็ชู้ตลงบ้างไม่ลงบ้างลุมๆดอนๆมาตลอดจนกระทั่งเข้าเรียนที่เทย์โคว” คุโรโกะเดินเดาะลูกบาสไปตรงหน้าแป้นโดยมีอาโอมิเนะลุกจากแสตนเดินตามมาติดๆ  รอฟังเรื่องเล่าจากปากเด็กสาวผมสีฟ้าอ่อน  “มีอยู่วันนึง เขาเข้ามาคุยกับฉันในส่วนตัวที่หลังโรงยิมตั้งแต่วันที่โค้ชตัดสินใจให้ฉันเข้ามาเป็นตัวจริงในทีม”

 

 

 

.

.

.

 

 

ซ่า!!!!!

 

น้ำจากก๊อกเปิดเทรดหัวจนเส้นผมสีฟ้าเปียกโชกลู่ลงคลอแก้มใส ชะล้างเหงื่อไคลบนใบหน้าหลังผ่านการซ้อมอย่างหนักหน่วง ก่อนจะหมุนปิดเมื่อรู้สึกว่าได้ระบายความร้อนเหล่านั้นออกไปจากศีรษะจนหมด คุโรโกะสะบัดหัวไปมามือควานหาผ้าขนหนูที่วางพาดขอบอ่างกลับไม่เจอเสียอย่างนั้น พอหันไปมองก็พบว่าร่วงหล่นตกพื้นเสียแล้ว

“ใช้ของฉันก่อนไหม”  เสียงทุ้มอบอุ่นดังขึ้น หญิงสาวปลอมเป็นชายหันไปมองต้นเสียงดังกล่าว ร่างสูงกว่าตัวเองเกือบๆ 5 เซนติเมตรก้าวเดินเข้ามาใกล้ยื่นผ้าขนหนูสีดำที่เขามักใช้เป็นประจำให้เธอ “ไม่ต้องห่วงหรอก วันนี้ฉันยังไม่ได้ใช้เช็ดเหงื่อ”

 

“ขอบคุณครับอาคาชิคุง” เธอรับผ้าขนหนูสีดำมาเช็ดใบหน้าตามด้วยเส้นผมที่เปียกลู่หัว ยังขานรับทั้งเสียงถ้อยคำแบบผู้ชายเพื่อไม่ให้ความแตกว่าแท้จริงเธอคือหญิงสาวปลอมตัวมา

“เหนื่อยหน่อยนะ เดี๋ยวอีกซักพักก็จะชินไปเอง” อาคาชิ เซย์จูโร่ ในเวลานั้นดวงตายังคงเป็นสีแดงทับทิมทั้งสองข้าง มือแกร่งเปิดก็อกน้ำตัวข้างๆ ยกมือรองรับน้ำกวักขึ้นล้างใบหน้าที่โชกเหงื่อไม่ต่างกัน ก่อนจะยื่นศีรษะลงปล่อยให้สายน้ำเทรดหัว คุโรโกะเริ่มรู้สึกเกรงอกเกรงใจอีกฝ่ายมือจับผ้าขนหนูสีดำที่วางไว้บนหัว..ทั้งๆที่คนๆนี้ก็ต้องเช็ดเหงื่อเช่นกันกลับเอามาให้เธอใช้ก่อนเสียอย่างนั้น

 

 

กริ๊ก!!!

 

ก๊อกน้ำบิดปิดสนิท ผมสีแดงเปียกลู่ปรกใบหน้า ก่อนที่เขาจะยืดเต็มความสูงเสยผมทั้งหมดขึ้นจนละอองน้ำกระเซ็น สะท้อนแสงแดดที่ส่องกระทบร่าง ดูสง่างามไปเสียทุกอิริยาบถ…

 

 

ตึกตัก!!!!

 

 

“คุโรโกะคุงขอผ้าหน่อย”

“อ..อาคาชิคุง..ผมว่าผมไปเอาผ้าผืนใหม่..”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่ได้รังเกียจเหงื่อนายนี่”  คำพูดแปลกๆฟังดูพิลึกคนนัก คุโรโกะปริบตางงๆ ในใจก็ได้แต่คิดสงสัยว่าคนอย่างอาคาชิก็อยู่ง่ายเกินกว่าจะเป็นคุณชายแห่งตระกูลดังที่เป็นถึงเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่หลายอย่างอันทรงอิทธิพลต่อประเทศญี่ปุ่น  ที่สำคัญกว่านั้นเธอจำต้องสะบัดหัวไล่อาการใจเต้นแรงน่าประหลาดเหล่านั้นออกไป ท่องสัญญาที่ให้ไว้ในวัยเยาว์ให้มั่น

 

 

เรารักเพียง ‘เจ้าชาย’ เท่านั้น..อย่าพึ่งไปใจเต้นแรงกับใครคนอื่นก่อนแบบนี้สิ!!!

 

ในเมื่อเจ้าของผ้าออกปากมาแบบนี้ คุโรโกะก็ยื่นผ้าขนหนูให้อีกฝ่ายเอาไปเช็ดหน้าต่อจนหมดแล้วค่อยขึ้นไปเช็ดหัวต่อ

“มีเรื่องนึงที่ฉันอยากจะบอกกับคุโรโกะคุง”  อาคาชิเว้นวรรคครู่หนึ่ง ก่อนจะผินใบหน้ามามองคนจืดจางตัวผอมบาง

 

 

วินาทีนั้น…เหมือนเห็นว่าดวงเนตรข้างซ้ายที่ควรจะเป็นสีแดงกลับมีสีทองอำพันเหลือบออกมาอย่างน่าประหลาด

 

 

“นับจากนี้ไปนายไม่ต้องฝึกชู้ตหรือเลี้ยงลูกอีก ทำเพียงพาสบอลอย่างเดียวก็พอ”

 

 

.

.

.

 

 

หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด อาโอมิเนะ ไดกิ เลิกคิ้วตาโต เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอาคาชิให้โปรแกรมฝึกซ้อมสำหรับคุโรโกะแตกต่างจากคนอื่นๆ คิ้วเรียวขมวดมุ่นฉงนสงสัย ติดใจกับความคิดยากจะหยั่งถึงของบุรุษผมแดงที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนกลายเป็นคนหนุ่มที่หมายเพียงชัยชนะยิ่งกว่าชีวิตจิตใจ

 

 

อาคาชิคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้ออกคำสั่งแบบนั้นกับเท็ตสึ?

 

 

“แสดงว่าหลังจากนั้นมา 3 ปี เท็ตสึไม่ได้ชู้ตลูกหรือเลี้ยงลูกเลยจนทักษะตรงนี้ด้านชาไปแล้วสินะ”

“จะว่าอย่างงั้นก็ได้ค่ะ เลี้ยงลูกฉันยังพอทำได้แต่ชู้ตนี่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่เคยลงอีกเลยตั้งแต่วันนั้น” เธอพยักหน้าตอบ  อาโอมิเนะถอนใจเฮือกใหญ่ยื่นมือขอบอลเพื่อจะชู้ตสอนเป็นตัวอย่าง แทนที่คุโรโกะจะโยนให้แต่โดยดี หญิงสาวกลับชูกำปั้นขึ้นมา…

 

 

…รอที่จะชนมืออีกครั้ง…

 

 

“เธอยังไม่เลิกดื้อคิดเรื่องนี้อีกเหรอ”  ร่างสูงมองมือสลับใบหน้าหวานไร้อารมณ์ไปมาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ฉันเสียความรู้สึกมากนะคะ ที่อาโอมิเนะคุงวิ่งหนีฉันไปแบบนั้น” คุโรโกะกล่าวทั้งเสียงเรียบกดต่ำ บ่งบอกถึงความไม่พอใจ ขณะเดียวกันถ้าจับฟังไม่ผิด เสียงดูสั่นๆชอบกลด้วยซ้ำ   คนตัวสูงผิวสีแทนพ่นลมหายใจแรงมือที่ทิ้งลงข้างตัวยกขึ้นกำหมัดและ..ชนตอบมือน้อยๆนั่น

 

“นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ หลังจากนี้ไปฉันจะไม่เป็นแสงให้กับเธออีกแล้ว”  เสียงทุ้มประกาศสถานะต่อจากนี้ไป…เขาและเธอจะเป็นคู่แข่งหาใช่คู่หู ไม่ใช่คนที่จะร่วมสนามอยู่ฝั่งเดียวกัน จับมือกอดคอด้วยคำว่า ‘ทีม’ อีกต่อไป

“แล้วต่อจากนี้ อาโอมิเนะคุงจะไปเป็นอะไรคะ?” คุโรโกะ เท็ตสึยะ คลี่ยิ้มมีนัยยะบางอย่าง..นัยน์ตาสีไพลินเหลือบมองตาสีฟ้าอ่อนกลมโตคู่งามที่เขาเคยหลงรักก่อนจะหันไปมองลูกหมาพันธุ์ไซบีเรียฮัสกี้สีขาวดำ ดวงตาสีฟ้ากลมโตถอดแบบมาจากผู้เป็นนายไม่มีผิดเพี้ยนสวมเสื้อฟอร์มเซย์รินเบอร์ 16 เห่าเรียก บ๊อกๆ กระดิกหางไปมาให้เขา

 

“ไปเป็นคนเลี้ยงหมาซักตัวก็ไม่เลวล่ะมั้ง”

 

 

.

.

.

 

 

ห้องนอนสี่เหลี่ยมติดวอลเปเปอร์สีครีมไข่ไก่เต็มไปด้วยความอึกครึมอึดอัดใจ ร่างเพรียวบอบบางเรือนผมสีทองยาวสลวยดัดลอนกรอมผืนเตียง สวมกางเกงขาสั้นนั่งชันเข่าคุดคู้ ตาสีอำพันสวยจ้องมองนิตยสาร 10 ฉบับที่วางเรียงรายบนเตียงตรงหน้า ไม่ใช่นิตยสารวัยรุ่นอย่างที่เธอเคยมี  คิเสะ เรียวโกะหยิบนิตยสารหนึ่งในกองเหล่านั้นขึ้นมาเปิดดูพลางถอดถอนใจแล้วหันไปมองนางแบบสาวที่กำลังขาดงานหนักช่วงนี้

 

 

ที่สำคัญ..ตั้งแต่เมื่อวานก็เอาแต่นั่งซึมข้าวปลาไม่ยอมกินอีก

 

 

“เรียวตะแน่ใจแล้วเหรอ…ถ้าเดินแล้วจะถอยหลังกลับไม่ได้นะ”  สาวผมทองสั้นถามเพื่อความแน่ใจจากน้องสาว

“ฉันแน่ใจแล้วล่ะพี่เรียวโกะ บางทีก็ถึงเวลาที่ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า หมดเวลามาจมปลักกับสิ่งที่ไม่มีวันได้มาซะที” คิเสะ เรียวตะ หยิบมือถือสมาร์ทโฟนสีดำขึ้นมากดโทรหาใครซักคน ซึ่งพี่สาวคนนี้รู้ดีว่าเจ้าตัวกำลังติดต่อไปหาใคร

 

 

ตรู๊ด…ตรู๊ด….ตรู๊ด…กริ๊ก!!

 

 

“สวัสดีค่ะพี่มากิ..ฉัน..ตัดสินใจแล้ว…”   เสียงหวานสั่นเครือเม้มปากแน่นจนขึ้นสีแดง สูดลมหายใจเข้าลึกทั่วทั้งปอดแล้วกล่าวต่อทั้งเสียงเรียบนิ่งไร้ซึ่งความโลเลอีกต่อไปกับเส้นทางที่ต้องเลือกเดิน

 

 

ถึงเวลาแล้วต้องเผชิญความจริง…ว่าไม่อาจหลีกหนีได้…

 

 

“ฉันจะถ่ายแบบเซ็กซี่ตามที่พี่มากิต้องการค่ะ”

 

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++

 

นับถอยหลังอีก 8 ตอนค่ะ ใกล้จะจบฟิคค่าตัวท่านเริ่มไม่แพงล่ะ สามารถมีบทได้เรื่อยๆ

ตั้งเป้าไว้จะจบพร้อม ss3 ไม่รู้จะทันไหม ฮาาาา

 

ลงแฟนอาร์ตค่ะ

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

10 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part32

  1. เม้นคนแรกๆ เจ้าค่ะ ^_^ ฮา ! คากามิจิสุดๆเจ้าค่ะ ^_^
    เวอร์จิ้นซ่อนร้าย little frame boy ^_^
    คุโรโกะจิก็เลือดเย็นไม่เบาๆ ^_^ จักรพรรดินี ?
    คงถูกใจอาคาชิจิแน่ๆ !
    นี่ชั้นต้องไปถ่ายแบบเซ็กซี่ ? / บิ้วอารมณ์ด้วยเพลงแน่นอก เอะอะก็โป๊ของใบเตย อาร์สยาม !!
    สู้ๆน่ะเจ๊บลัด เรื่องนี้สนุกจริง ๆ

    • ขอบคุณค่ะ คางามิมีแต่คนรุกใส่แทบไม่ทำไรเลย555 ส่วนคุโรโกะร้ายลึกเหมือนกันนะ อาคาชิก็ร้ายโหด คู่นี้ก็ไม่ธรรมดาอยู่
      คิเสะจะเปลื้องผ้าล่ะตอนหน้า ฮาาาา

  2. “นิสัยดื้อดึงหาวิธีมาบังคับคนแบบนี้ ไปเป็นจักรพรรดินีเลยไหมห่ะ!!” กร๊ากๆๆ
    แอบฮาประโยคนี้ของอาโฮ่ฝุดๆๆๆ ก็นะน้องเขามีคุณสมบัติผ่านที่จะเป็นได้อยู่
    แล้วอ่ะนะอาโอ่คุง หึหึ ขนาดบังคับให้นายยอมมาสอนวิธีชู๊ตได้กะไม่ธรรมดาล่ะ
    ว่าแต่ในที่สุดนายก็ฉลาดมาซะที นะอาโฮ่ กว่าจะรู้ว่าคิเสะมีใจกะเล่นเอาซะชาวบ้าน
    จะตัดใจอยุ่แล้วมั้ง ฮ่า แต่ ขำน้องอ่ะ จิ๊กกัดได้แสบๆๆคันๆๆมากๆๆ แต่ของแสดง
    ความเสียใจกะพี่เขียวด้วยจริงๆที่แพ้ แต่หมั้นไส้ท่าน นิสัยอย่างท่านในตอนนี้เนี่ย
    ควรต้องเรียนรู้ที่จะแพ้สักครั้งนะเนี่ย ให้น้องจัดหนักไปรุย ชิส์ ล้มโต๊ะ !!!!! ในที่สุดคิเสะ
    เธอก็ยอมถ่ายแบบเซ๊กซี่ล่ะนั้น หึหึ รอลุ้นว่าอาโฮ่จะว่าไงนะ ไหนว่าจะผันตัวไปเป็น
    คนเลี้ยงหมาซะงั้น ฮ่าๆ แต่ว่าในที่สุด…สาวสวยเซ็กซี่ในตำนานคนนั้นก็โผล่มาแล้ว
    ต้องมาเป็นพยายาน(รัก??) ให้กับศึกสายสัมพันธ์พี่-น้อง คู่นี้สินะ ตกลงถ้าเลิกเป็นพี่น้อง
    กันจริงกะหันมาเป็นสามี-ภรรยากันไปเลย กร๊ากๆ ก็ว่าไปนั้น (ตกลงแกจะเชียร์แพรริ่งคู่นี้
    จริงๆ สินะ ฮ่า)

    Ps. หนนี้ต้องบอกว่าบลัดซังมาต่อไวดีค่ะ ตอนหน้ากะอย่าปล่อยให้รอนานเลยนะค่ะ อิอิ
    รักบลัดซังที่สุดเลย >o<

  3. ประชดประชันได้ตรงคุณสมบัติมากๆ หาเรื่องมาขู่มิเนะที่แพ้หมาดๆมา ก็ไม่ธรรมดา กว่าจะฉลาดนี่นานมาก 55555 พอรู้แล้วจากนี้ไปจะทำยังไงต่อนี่สิ จะเลิกเป็นแสงไปเลี้ยงน้องหมาโกลเด้นด้วยล่ะมั้ง หุหุ คิเสะต้องยอมแล้วมาถึงทางตันครอบครัว จะขอเงินอาคาชิก็ไม่กล้า จริงๆขอท่านก็ให้นะแต่น้องหมามีศักดิ์ศรีอีกอ่ะ โฮ่จะว่ายังไง โฮ่จะทำเช่นไรต้องรอลุ้น ส่วนพี่เขียวน่าสงสารมากท่านนิสัยหยิ่ง นิสัยเสียจองหองไร้เยื่อใยสุดขั้วจริงๆ ส่วนน้ำแข็งไฟ แมตท์นี้ตอน 34ค่ะ

    มาเร็วเพราะไม่มีฉากแข่งนี่แหละ ตอนหน้าก็ไม่มี ฉากแข่งมาอีกทีตอน 34 น่อ

  4. ตอนนี้ทุกคนน่ารักมากถึงมากที่สุดยกเว้นนายน้อย
    มิโดรินนนนอย่างร้องนะอย่าร้อง
    น้องนับวันราศีจักรพรรดินียิ่งจับนั้ลล้ากกก
    มิเนะรีบไปเลี้ยงหมาซะก่อนที่คีจังจะถอดเสื้อ(หรือแบบนี้ยิ่งเข้าทาง)
    คีจังใจเย็นๆน้ายังไจก็อยากเห็นคีจังแบบน่ารักๆมากกว่า
    มุคคุงจะได้มีบทแล้วววที่สำคัญคือคนงามอย่งพี่น้ำแข็ง

    • ทุกคนดีขึ้นหมด เว้นอาคาชิดิ่งดาร์กทุกวัน เหมือนคุโรโกะคอยไล่ตบเกรียนเรียงตัวไปเรื่อยๆ ตอนนี้เหลือมุคคุงกับท่านล่ะ
      น้องมีแอบรัศมีรานีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ ร้ายลึกมานานล่ะ พอดีเจ้าตัวไม่ค่อยใช้เท่าไหร่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ฮาาาาา ส่วนมิเนะจะได้เลี้ยงหมาไหม ทำน้องหมาร้องไห้มาเยอะ แถมนางตั้งใจจะตัดใจแล้วด้วย
      มุคคุงกับน้ำแข็งมาตอน 34 ค่ะ

  5. เมื่อเป็นเช่นนั้นจะขอยึดตำแหน่งพระเอกไปให้มิโดรินละน้าาคนอะไรหล่อซึนเล่นเปียโนบ้านเป็นหมอ(ถึงจะชอบไวโอลินของท่านก็เถอะ)
    เรโอเน่นี่เดจาวูเบียคุรันนิดๆแหะ
    สุดท้ายก็ขอให้มิเนะโชคดี
    คีจังไม่ลองไปเล่นละครล่ะลูกเป็นเซย์ยูก็ยังดี
    ท่านจะเป็นไงก็ช่างเอาทีท่านสบายใจละกัน

    • ฮาาา เรโอะเน่สินะ แต่ไม่ดาร์กเท่าอิป๋าเบียหรอก
      มิโดรินนิสัยดีจริงๆนะ ออริบอกว่าความจริงมิโดริมะไม่อยากเล่นถล่มโอกิวาระเลย เพียงแต่ต้องเข้าเมืองตาหลิ่วต้องลิ่วตาตาม ในฟิคมิโดรินมองน้องเหมือนน้องสาวอ่ะ ค่อนข้างเอ็นดูใต้เกราะซึนๆ
      มิเนะจะโชคดีหรือแห้วก็ไม่รู้ คีจังจะตัดใจแล้ว เรื่องวงการบันเทิงก็พูดยากนะ เป็นนางแบบใช่ว่าจะได้เล่นละคร เป็นดาราใช่ว่าจะได้เป็นนางแบบเดินแฟชั่น

      ท่านนี้เหมือน up to you เลยแหะ 555

  6. ตอนนี้ขอยกให้คู่ Aoki เลย
    อร้ายแอบติดเข้าข้างว่าที่ท่านหันมาคุยกับพี่เขียวเพราะหึงที่น้องอยุ่ใกล้มิโดค่ะ 555#มโนคือชนะ
    ท่านนี่เป็นคนเดียวเลยจริงๆที่เห็นน้องไม่ว่าน้องจะอยู่ไหนท่านก็มาหาจนเจอ =//////=

    จักพรรดินี?แหมอาโฮ่น้องเขามีคุณสมบัติที่จะได้รับตำแหน่งนั้นอยู่แล้ว =w= ((และถ้าเป็นจริงนายน้อยท่าจะได้เข้าชมรม เกลียมัวแน่…))

    คือแบบ…หนูอยากจะดีใจที่หมาน้อยจะได้คู่กับอีดอกดำกินะ..แต่จากประสบการณ์ที่อ่านๆมานี่…ยังคงระแวงในทิศทางการไปของฟิคนี้เสมอค่ะ5555
    แบบไม่รู้ลางสังหรณ์จะเป็นจริงมั้ย =______=^ ((อาโฮ่มีอารมณ์กับคิเสะ((?)) คิเสะถ่ายแบบเซ็อกซี่ + กำลังจะตัดใจจากอาโฮ่ แล้วยังมีสปอยๆจากพี่บลัดอีกอะไรนะ?โคมไฟ 5555))

    ยังคงไม่ไว้ใจความเป็นไปของฟิคนี้กลัวเก้อเหมือนตอนงานดอกไม้ไฟอีก TT^TT ((โครตจะทำร้ายจิตใจ))

    แอบอยากจะบอกว่าตอนย้อนอดีตความที่ท่านเข้ามาคุยกับน้องแล้วนึกภาพท่านผมเปียกน้ำแล้วสะบัดค่ะคือแบบ ฟฟฟฟฟฟฟ อย่าว่าแต่น้องเลยค่ะเรายังเขินเล้ยยยยย >//////////<

    รอมาต่อนะคะ ^___^

    • ท่านรู้สึกว่าโดนมองก็เลยมาคุยน่ะ ที่แน่นอนคือท่านเห็นน้องเสมอค่ะ เป็นมาตลอด555 เขินแทนน้อง คุณสมบัติน้องกำลังอัพเวล เห็นน้องเงียบๆเวลาจะดื้อนี่ดื้อเงียบหัวแข็ง ร้ายอยู่ไม่น้อยนะ ฮาาาา ท่านจะเกลียมัวไหม ถ้าตามทวิตเมื่อคืนก็เห็นอะไรบางอย่างล่ะ

      หมาน้อยจะได้คู่กับดำกิไหมต้องลุ้นค่ะ ดูท่าทางระแวงฟิคเรานะ55555 เราชอบหักมุมนะ สีสันดี ลุ้นดีเนอะๆ /เผ่น
      ตอนท่านเสยผมคือหล่อมากกกก น้องเขินในความดูดีของท่านเลยล่ะ 5555
      เดี๋ยวจะมาต่อเร็วๆนี้ล่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s