[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part33

 

[Fic  Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Kuroko no love 33

 

 

“นี่ๆอาโอมิเนจจิกลับบ้านด้วยกันนะนะนะนะนะ น้า!!!!!”

“ข้าวกล่องไง..ทำมาให้อาโอมิเนจจิเลยน้า”

“อาโอมิเนจจิ…”

 

 

เกือบสามวันแล้วที่ในหัวสมองเขาวนเวียนเพียงใบหน้าสวยโดดเด่นแต่งแต้มรอยยิ้มร่าเริง เสียงใสก้องกังวานฟังดูง่องแง่งน่ารำคาญ บ้าบอจนพาปวดหัว ขณะเดียวกันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหากวันใดเสียงใสๆนั้นเงียบหายไป…ก็รู้สึกโหวงเหวงเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง

 

 

…สีเหลืองระยิบระยับจับตา..

 

 

“อาโอมิเนะคุง!!!” ฝ่ามือเคาะกลางหัวคนหนุ่มผิวสีเข้าอย่างจัง อาโอมิเนะร้องตกใจยกมือลูบศีรษะไปมา ก่อนจะมองค้อนสาวผมสีชมพูยาวสลวยทรงโตนั่งกอดอกมุ่ยหน้าใส่อยู่เก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะกาแฟในร้านเบเกอรรี่แห่งหนึ่งที่เธอลากเขามาเป็นเพื่อน

“ที่ฉันพูดเมื่อกี้น่ะ ไม่ได้ยินเลยสินะ..ใจลอยไปไหนกัน”

“โทษที ซัทสึกิ..” ร่างสูงถอนใจหลุบตาลงมองถ้วยกาแฟดำที่ยังไม่พร่องไปซักนิด พอหยิบขึ้นมาดื่มถึงกับต้องชะงักเมื่อพบว่ากาแฟร้อนกลายเป็นเย็นชืดสนิทเสียแล้ว

“ฉันกำลังถามว่าสอนชู้ตลูกกับเท็ตสึคุงไปถึงไหนแล้ว” โมโมอิถอนใจแล้วถามซ้ำเรื่องที่ค้างคาไว้

“พึ่งได้เรื่องเมื่อวานนี่แหละ เท็ตสึชู้ตได้แล้ว..และก็ไม่ธรรมดาด้วย” อาโอมิเนะดื่มกาแฟต่อจนเหลือครึ่งถ้วย ก่อนจะวางคืนลงกับจานรอง ดวงเนตรสีไพลินฉายแววงุนงงจ้องมองใบหน้าหวานน่ารักเพื่อนสมัยเด็กที่ยิ้มกริ่มแก้มบานเสียจนน่าหมั่นไส้

“ยิ้มอะไรของเธอ?”

“ก็ดีใจน่ะที่อาโอมิเนะคุงกับเท็ตสึคุงคืนดีกันแล้ว..ถึงจะได้แค่เพื่อนก็ตาม ส่วนฉันยังมีโอกาสอยู่ จะใช้โอกาสนี้แหละคว้าเท็ตสึคุงให้ได้เลยคอยดู!!” โมโมอิยิ้มกระย่องยืดอกจนหน้าอกคัพใหญ่กระเด้งขึ้นมา อาโอมิเนะเบิกตาจ้องเขม็งตามนิสัยชายหนุ่มรสนิยมชื่นชอบหนองโพก่อนจะรีบปรับสีหน้ามาเรียบนิ่งปกติ ไม่เช่นนั้นอาจโดนฝ่ามือพิฆาตจากเพื่อนสาวตบฉาดเข้าให้

 

“เออ…ตามใจเธอสิ อยากจะจีบเท็ตสึก็ตามใจ” นิ้วยาวหยิบจับหูถ้วยกาแฟยกขึ้นดื่มต่อ

“แน่นอนอยู่แล้ว..ก็ไดจังน่ะหันไปชอบคีจังแล้วนี่”

“พรูดดดดดดดดดดดดด”

 

สิ้นคำพูดของเพื่อนสมัยเด็ก อาโอมิเนะ ไดกิถึงกับสำลักกาแฟ รสขมปร่ากระจายทั่วทั้งคำขึ้นไปถึงหัวรวมถึงโพรงจมูกด้วย เขาไอโคล่กอยู่นานรีบยกแขนเสื้อโค้ทสีดำเช็ดปากลวกๆ หน้าคมเข้มร้อนวาบไปถึงใบหูจนพอจะเดาได้ว่าตอนนี้ผิวสีแทนๆถูกย้อมด้วยสีแดงมากแค่ไหน

“แค่กๆ ท..ทำไมมาเรียกฉันว่าไดจังเหมือนตอนเด็กๆห่ะ!!แล้ว..แล้วนี่รู้เรื่องคิเสะจากเท็ตสึสินะ!!!?”

“ก็ตอนนี้นายกลับมานิสัยน่ารักเหมือนสมัยก่อนแล้วนี่ ก็ต้องเรียกว่า ไดจัง ” โมโมอิ ซัทสึกิฉีกยิ้มขยิบตาแซวใส่คนผิวสี “ส่วนเรื่องคีจัง เท็ตสึคุงฝากฝังมาให้ฉันคอยดูแลไม่ให้ไดจังทำตัวทึ่มใส่คีจังน่ะ เป็นคนที่น่ารักจริงๆห่วงใยทุกคนเสมอเลยล่ะ”

อาโอมิเนะเกาหัวแกรกๆ มองเพื่อนสาวที่บิดตัวไปมายามเอ่ยถึงเจ้าของฉายาเงาลวงตาด้วยไปหน้าเคลิบเคลิ้มเพ้อฝันเหมือนสาวน้อยแรกรัก ที่ดันไปตกหลุมรักผู้หญิงด้วยกัน เขาขยี้ตาไปมาให้แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเองที่เห็นทุ่งดอกลิลลี่บานสะพรั่งจากตัวเพื่อนสมัยเด็กตรงหน้า

 

“แล้วได้เริ่มติดต่อคีจังไปบ้างยัง?” โมโมอิหยุดอาการเพ้อไว้ กลับมาถามคนหนุ่มร่างสูงผิวสีแทน

“….ยัง” อาโอมิเนะตอบทั้งเสียงแผ่วเบา พอเห็นตาสีชมพูหรี่มองเย็นชาดุจขั้วน้ำแข็งแฝงความระอาใจเหมือนสายตาเดียวกันกับที่คุโรโกะใช้มองตอนเขาเล่าเรื่องคิเสะมาสารภาพรักไม่มีผิดเพี้ยน จึงรีบพูดต่อทั้งเสียงดัง “ก..ก็ฉัน..ไม่รู้จะเริ่มยังไงนี่!!!”

 

 

“ก็..อาโอมิเนจจิชอบคุโรโกจจิใช่ไหมล่ะ..ถ้างั้นฉันก็ยินดีช่วยเหลืออาโอมิเนจจิ คนดีๆน่ารักแบบคุโรโกจจิหาไม่ได้ง่ายๆนะ”

 

 

“ฉันทำยัยลูกหมาเสียใจมาตั้งหลายครั้ง….ทั้งๆที่แอบชอบฉัน ก็ยังเอาแต่แสร้งยิ้มยินดีเชียร์ฉันกับเท็ตสึ” เขาพูดต่อทั้งสีหน้าสำนึกผิด..ผิดที่ไม่เคยสังเกตอะไรซักอย่าง ไม่รู้ว่าภายใต้เสียงเห่าออดอ้อนครางหงิงๆแบบนั้นแท้จริงแล้วลึกๆ เก็บซ่อนความรู้สึกต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน

 

 

เพราะผืนฟ้าอยู่สูงเกินไป จึงไม่เคยคิดสังเกตลูกหมาตัวน้อยที่เป็นเพียงจุดเล็กๆบนผืนดิน

 

 

“ไดจัง..คนเราเกิดมามีความผิดพลาดได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นพระราชาหรือแม้แต่เทพเจ้าก็เช่นกัน” โมโมอิเอื้อมมือไปตบบ่าอีกฝ่ายแรงๆ ให้กำลังใจ “แต่ไม่มีอะไรสายเกินแก้นะ ฉะนั้น..รีบไปหาคีจังกันเถอะ“

ใบหน้าคมเงยหน้ามองเพื่อนสาวที่ลุกมายืนข้างตัว สบตาสีชมพูกลมโตที่คอยมองส่งกำลังใจให้เสมอมาตั้งแต่ครั้นเยาว์วัย คอยเคียงข้างเป็นเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดในชีวิตเขาเช่นเดียวกับคุโรโกะ เท็ตสึยะ กำลังใจที่ทดถอยเพียงเพราะสำนึกถึงบาปที่ตนได้ก่อเอาไว้กับคิเสะ เรียวตะ ฟื้นฟูขึ้นมาช้าๆ ปากหนาได้รูปคลี่ยิ้มบางพยักหน้าตอบรับอีกฝ่าย

 

.

.

.

 

 

รองเท้าพละ Nike สีดำก้าวเหยียบอยู่หน้ารั้วโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านโตเกียวเช่นเดียวกับโทโอ ป้ายแผ่นหินแกรนิตสลักชื่อโรงเรียนนั้นเอาไว้ด้วยตัวอักษรคันจิว่า ‘ไคโจ’ ตึกสูงสีขาวเด่นตระหง่า พื้นที่กว้างขวางโดยเฉพาะพื้นที่ส่วนของชมรมบาสเก็ตบอลที่กินมากกว่าชมรมกีฬาอื่นๆเป็นพิเศษ อนึ่งเนื่องจากชื่อเสียงบาสเก็ตบอลจึงทำให้ทางโรงเรียนทุ่มงบสนับสนุนมาทางนี้มากกว่าชมรมอื่น

“จำที่ซ้อมกันได้นะไดจัง เข้าไปหาคีจัง เสต็ปแรกขอโทษเรื่องที่วิ่งหนีไป เสต็ปต่อมาบอกรักคีจังและสุดท้ายก็ยื่นดอกไม้ให้ ตามนี้นะ” โมโมอิ ซัทสึกิยื่นช่อดอกลิลลี่สีขาวที่เขากับเธอแวะไปซื้อจากร้านขายดอกไม้ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การจัดแจงของสาวผมชมพูหมด ทั้งการเลือกดอกไม้กระทั่งขนาดช่อส่วนอาโอมิเนะก็ได้แต่ทำตามจ่ายเงินลูกเดียว

“มันดูไม่ใช่แนวฉันเลย…” อาโอมิเนะรับช่อดอกลิลลี่มาอย่างเก้ๆก้างๆ ขมวดคิ้วมองช่อดอกไม้สลับรอยยิ้มแป้นตรงหน้า

“เพราะไดจังแข็งกระด้างเกินไปนั่นแหละ จากตรงนี้ไปฉันคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ไดจังต้องจัดการเอง สู้ๆ” ฝ่ามือเรียวดันหลังร่างสูงแรงจนอีกฝ่ายก้าวข้ามผ่านเขตรั้วโรงเรียนไคโจ เขาเหลียวมามองโมโมอิยืนขยับตาชูนิ้วโป้งให้กำลังใจมาอีกรอบ..ยิ่งมองแบบนั้นก็ยิ่งนึกขำเพื่อนสาวที่เข้ามาช่วยเหลือคอยเชียร์เสียจนเวอร์เกิน

“เฮ้อ….ผู้หญิงนี่ยุ่งยากจริงๆ” ตาสีไพลินมองช่อดอกลิลลี่สีขาว..ดอกหมายที่มีความนัยซ่อนเอาไว้ตรงตัวกับเหตุการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้

 

 

..แทนคำบอกรักและคำขอโทษ..

 

 

เสียงลูกบาสกระเด้งกระดอนดังชัดออกมานอกโรงยิมขนาดใหญ่ ยิ่งเขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้มากเท่าใด เสียง..ก็ยิ่งแจ่มชัดในหัวสมอง…เสียงเต้นของหัวใจที่ดังกึกก้องแทบจะแข่งกับเสียงลูกบอลเดาะไปมา มือแกร่งลูบหน้าแล้วลูบหน้าอีก พยายามควบคุมความประหม่าเอาไว้ มือไม้เย็นเยียบจนสั่นไปหมดทั้งที่ก่อนหน้านั้นเวลาเจอคิเสะแทบไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้แท้ๆ

 

 

พอรู้ใจตัวเอง อะไรๆก็ตามที่เกี่ยวกับยัยลูกหมา ทำเขาตื่นเต้นจนน่าหงุดหงิดไปเสียหมด

 

 

“เอาว่ะ!!!” เสียงทุ้มบอกให้กำลังตัวเอง ยืดตัวตรง สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดก้าวเดินฉับๆตรงเข้าไปยังโรงยิมเบื้องหน้า!!!

 

 

“กัปตันครับ มีคนแปลกๆมาที่โรงยิมครับ” สมาชิกชมรมคนหนึ่งสังเกตเห็นชายผิวสีแทนยืนลับๆล่อๆชะโงกหน้ามองหาใครซักคนในโรงยิม คาซามัตสึเลิกคิ้วสูง มือแกร่งที่ล้วงหยิบบอลในตะกร้าเตรียมชู้ตซ้อมชะงักลงหลังจากหันไปมองตามทิศทางชี้นิ้วจากลูกทีม

“นั่นมัน…เอซโทโอไม่ใช่เหรอ? “ คู่แข่งคู่แค้นที่พวกเขาเหล่าไคโจไม่เคยลืม..บุคคลเดียวที่สามารถสยบทีมไคโจตัวจริงทั้งทีมได้ ในการแข่งขันอินเตอร์ไฮน์ ทั้งโรงยิมถึงกับหยุดซ้อมชั่วขณะ หันมามองผู้มาเยือนเป็นตาเดียว ทำเอาอาโอมิเนะถึงกับตกใจแต่ยังแสร้งทำหน้านิ่งเบื่อโลกเข้าไว้เหมือนเคย

 

 

ความแข็งแกร่งเขาอัศวินผู้ถือครองดาบทมิฬยังคงฝังแน่นในจิตใจเหล่าผู้พิทักษ์นางจิ้งจอก

 

 

“มาที่นี่มีธุระอะไร อาโอมิเนะ ไดกิ ?” คาซามัตสึ ยูกิโอะ กัปตันทีมเดินเข้ามาคนตัวสูงกว่า นัยน์ตาสีขี้เถ้าดุกร้าวมองเค้นถามเข้าไปในดวงเนตรสีไพลินคู่คม ก่อนจะหลุบสังเกตเห็นช่อดอกลิลลี่ขนาดใหญ่ในมืออีกฝ่าย…

 

“เอ่อ…ยัยลูกหมา…”

“ยัยลูกหมา?”

“ฉันหมายถึง…คิเสะอยู่รึเปล่า….”

 

ฉายาที่อาโอมิเนะใช้แทนคิเสะดูท่าจะไม่คุ้นชินหูเหล่าไคโจนัก จึงต้องรีบเปลี่ยนสรรพนามมาเป็นชื่อแซ่แทน กัปตันชมรมเงียบไปนาน…นานจนร่างสูงเลิกคิ้วประหลาดใจ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เกรงกลัวที่จะสบตาดุดันคนตัวเล็กกว่าเบื้องหน้า

 

“ทำไมถึงอยากมาหาคิเสะ ทั้งๆที่นายทำเธอเจ็บไปขนาดนั้นในอินเตอร์ไฮน์”

“เรื่องนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรุ่นพี่นี่”

“ยัยนั้นเป็นคนของไคโจแล้ว ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้หากมีคนคิดเข้ามาหาลูกทีมของฉัน”

 

คาซามัตสึ ยูกิโอะ เน้นชัดถ้อยชัดคำแสดงให้เห็นชัดว่า คิเสะ เรียวตะ ไม่ใช่คนที่อาโอมิเนะ ไดกิ หรือว่าใครนึกอย่างจะเข้าพบก็เข้าได้ง่ายๆ ไหนจะรังสีทะมึนจากสายตาหลายคู่ของเหล่าสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอลเกือบร้อยกว่าคนพุ่งตรง หากแต่คนผิวสีกลับไม่รู้สึกหวาดกลัว เขาจ้องตอบอย่างไม่ยี่หระแผ่รังสีทะมึนออกมาไม่ต่างกัน

“ต่อให้พวกนายรุมกระทืบฉันตรงนี้ ฉันก็จะไม่ไปไหนจนกว่าจะเจอคิเสะ” อาโอมิเนะ ไดกิ กล่าวต่อทั้งเสียงทุ้มหนักแน่น สบตาสีขี้เถ้าอย่างตรงไปตรงมา ไร้ซึ่งความโลเล “และต่อให้วันนี้ไม่เจอ พรุ่งนี้ฉันก็จะมาใหม่ จะมาทุกๆวันจนกว่าจะเจอยัยนั่น”

 

 

“ฉันจะไม่ปล่อยปละละเลยอีกแล้ว..ต่อให้พวกนายทุกคนขวาง ฉันก็จะเข้ามาคว้าเธอเอาไว้ให้ได้”

 

 

คนตัวเล็กยืนกอดอกสบตาเอซโทโอนาน..บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจเสียด้วยซ้ำ ทุกคนต่างลุ้นระทึกว่าการตัดสินใจของกัปตันชมรมจะออกมาเป็นหัวหรือก้อย อนุญาตหรือไม่อนุญาต

“คิเสะไม่อยู่ที่นี่ เธอขอออกไปก่อนตั้งแต่บ่ายสองแล้ว” คาซามัตสึ ยูกิโอะ ตอบทั้งเสียงทุ้มเรียบ ความกดดันลดระดับลงมาเล็กน้อย นั่นบ่งบอกถึงสัญญาณที่ดีในการเปิดใจยอมรับการมาเยือนของเขา

“ไม่อยู่? ยัยนั่นไปไหน?”

“เห็นว่าไปถ่ายแบบที่สตูดิโอไหนฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันมีเบอร์ผู้จัดการส่วนตัวยัยบ๊องอยู่ นายเอาไปสิ” คาซามัตสึ ยูกิโอะ ล้วงหยิบนามบัตรสีขาวติดกลิ่นน้ำหอมให้ อาโอมิเนะรับมามองชื่อและเบอร์โทรศัพท์พิมพ์อักษรสีทองสวยงามวิจิตรเอาไว้ ทันใดนั้นฝ่ามือหยาบกระชากคอเสื้อร่างสูงให้โน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ระดับเดียวกัน ชั่วเสี้ยววินาทีสั้นๆเขาเห็นแววตาสั่นไหวซ่อนอยู่ภายในดวงเนตรสีขี้เถ้า

“พักหลังมานี้คิเสะดูแปลกๆเหมือนมีอะไรบางอย่างในใจ..ที่แม้แต่ฉันเองยัยบ๊องก็ไม่วางใจจะเล่าให้ฟัง” ปากหนากัดฟันแน่น ขบกรามขึ้นสัน แล้วพูดต่อทั้งเสียงทุ้มดุดันกระซิบเพียงให้คนสองคนได้ยินกันเท่านั้น

 

“ฝากยัยบ๊องนั่นด้วยล่ะ”

 

 

 

.

.

.

 

ก๊อกๆ

 

“คิเสะจัง นี่พี่เองนะ”

ประตูห้องแต่งตัวเปิดออก สตรีเรือนผมสีน้ำตาลตัดบ๊อบเทมองเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวติดกระจกบานใหญ่แนบผนังเหนือโต๊ะเครื่องแป้งตัวกว้างกับเก้าอี้หมุนหลายตัวเอาไว้รองรับกรณีมีนางแบบหลายคนเข้ามา ดวงตาสีเข้มจดจ้องไปยังสาวผมทองดัดลอนปล่อยยาวสลวยอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวนั่งก้มหน้าเงียบๆบนเก้าอี้หมุนตัวกลาง ไม่พูดไม่จาจนผู้จัดการสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอเดินเข้าไปในห้องปิดประตูให้เรียบร้อยเข้ามานั่งเก้าอี้ข้างๆสาวผมทอง

“ได้เวลาถ่ายแบบแล้วนะ ทุกคนรอคิเสะจังอยู่”

“พ..พี่มากิ..หนู…”  มือเรียวขยำคอเสื้อคลุมอาบน้ำแน่นจนยับยู่ ปากอิ่มทาลิปสติกสีแดงอมชมพู แรงชัดผิดกับอิมเมจถ่ายแบบสมัยก่อนซึ่งเน้นไปทางสีอ่อนสบายตาเม้มแน่นเป็นเส้น ตาสีอำพันใต้ขนตาแพยาวปัดมาสคาร่าสั่นไหวฉายแววลำบากใจ

“คิเสะจัง พี่เข้าใจว่าเราอาย ตอนแรกๆไมจังก็แบบนี้แหละ พอเริ่มชินทุกอย่างก็ไปได้สวย” มากิลูบหัวให้กำลังใจอีกฝ่าย มือเรียวทาเล็บสีแดงเลื่อนมาประคองแก้มใสแต่งแต้มบรัชออนสีชมพูระเรื่อขึ้นมาสบตากันตรงๆ

 

 

..เด็กสาววัยใส ตบแต่งจนกลายเป็นสาวสะพรั่ง…

 

 

วงการบันเทิงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘เวลา’ เป็นความจริงอันนิรันดร์ที่ว่าไม่มีสิ่งใดจะค้ำฟ้า วัยที่นานวัยก็ยิ่งโรยรา ก็มิอาจคงความสดใสไว้ได้ตลอด ยิ่งปัจจุบันเด็กสาวต่างสนใจแห่แหนมาออดิชั่นเข้าสู่วงการนี้มากมายนัก คนในวงการรุ่นก่อนๆก็ยิ่งถูกดีดออกไปเร็วขึ้นกว่าเก่า สิ่งนี้ครอบครัวคิเสะต่างรู้ตัวดี…ถึงไม่อยากทำก็จำต้องฝืนใจ…

 

“ถึงเวลาเติบโตของคิเสะจังแล้วนะ”

 

คิเสะ เรียวตะพยักหน้ายอมรับเส้นทาง เธอได้เลือกเดินแล้ว ตกปากรับงานแล้วหากปฏิเสธตอนนี้ก็จะยิ่งเสียเครดิต ผู้จัดการสาวลูบหัวปลอบทิ้งท้ายอีกครั้งลุกไปเปิดประตูให้ ฝ่ายนางแบบวัยรุ่นที่กำลังเบนเข็มเปลี่ยนแนวหลับตาสูดลมหายใจลึกตั้งสมาธิก่อนจะลืมตาช้าๆเต็มไปด้วยความมั่นใจ..

 

 

นางจิ้งจอกสวมหน้ากากเสแสร้ง จงซ่อนความละอายเอาไว้ให้ลึกที่สุด

 

 

ขาเพรียวก้าวออกไปพ้นเขตประตู จังหวะที่มากิกำลังจะปิดประตูห้องแต่งตัว ริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นโชว์เบอร์แปลกประหลาด คิเสะเหลียวมามองเลิกคิ้วฉงนสงสัย

“ไปก่อนเลยคิเสะจัง เดี๋ยวพี่รับโทรศัพท์แป๊บนึงแล้วจะตามไป” ด้วยเวลาที่กระชั้นชิดคิวถ่าย ผู้จัดการสาวจึงโบกมือไล่ให้เด็กในสังกัดเข้าฉากสตูดิโอก่อน นัยน์ตาสีน้ำตาลกลมโตมองแผ่นหลังเล็กๆเดินออกไปตามเหล่าพีอาร์ในชุดดำที่ยืนรอนำทางอยู่ 2 คนไปไกลจนลับสายตาแล้ว จึงกดรับสายเบอร์ปริศนานั่น

“สวัสดีค่ะ”

‘ฮัลโหล นี่คิตาระ มากิ ใช่ไหม?’ ปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย ฟังจากลักษณะท่าทางออกโทนทุ้มแตกหนุ่มมาไม่นานจึงคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับนางแบบสาว แต่ที่น่าคิ้วกระตุกคงเป็นสำเนียงไร้หางเสียงออกไปทางกรรโชกนี่สิ

‘ฉันอาโอมิเนะ ไดกิ เป็นเพื่อนของยัยลูกหม…เอ๊ย!!ของคิเสะตอนสมัยเรียนเทย์โคว คืออยากจะขอพบกับคิเสะหน่อย มีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกัน’ อีกฝ่ายแนะนำตัวเองก่อนเพื่อคลายความระแวงสงสัย ในฐานะผู้จัดการส่วนตัวนั้นหน้าที่คือคอยปกป้องเด็กในสังกัด จัดคิวงาน รวมถึงกันให้ห่างจากปาปารัซซี่หรือแม้แต่พวกแฟนคลับที่คิดตีเนียนมาใกล้ชิดสนิทสนม

“รู้เบอร์ฉันได้ไง?”

‘ได้จากนามบัตรคุณ ที่ให้กัปตันไคโจไว้’

มากิร้องอ๋อทันที เธอแจกนามบัตรตัวเองให้เพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกับคิเสะอยู่เพียงแค่ 2 คน คนแรกคือ อาคาชิ เซย์จูโร่ ส่วนคนที่สองคือ คาซามัตสึ ยูกิโอะ เพื่อเป็นการติดต่อในเรื่องขอเวลาคิวถ่ายแบบหากเกิดปัญหากรณีทับซ้อนกับเวลาทางชมรม ในส่วนของอาคาชินั้นแจกไปสมัย ม.ต้น ซึ่งปัจจุบันนี้เจ้าตัวคบหากับคิเสะอย่างเปิดเผยจึงไม่ค่อยได้ติดต่อมาทางเธออีก

“ขอฉันคุยกับคาซามัตสึคุงหน่อย” เพื่อให้แน่ใจว่าคนที่โทรมาไม่ได้คิดแอบแฝง

‘เออ..ได้สิ รอซักครู่ โฮ่ย!!!รุ่นพี่ เจ้เขาอยากคุยกับนาย!!!!!’ เจ้าตัวคนชื่ออาโอมิเนะ ไดกิ ตะโกนเรียกชายที่มากิต้องการยืนยันตัว ไม่นานนักคาซามัตสึ ยูกิโอะ ถือสายพูดต่อ

 

‘สวัสดีครับคุณคิซาระ หมอนี่มันชื่ออาโอมิเนะ เป็นเพื่อนสนิทกับคิเสะสมัย ม.ต้น มันมีเรื่องด่วนอยากพบยัยบ๊องยังไงช่วยรบกวนให้เจ้านี่มันเข้าพบหน่อยได้ไหมครับ ถ้าไม่ชัวร์จะเช็คประวัติเจ้านี่ก็ได้’

 

มากิฟังคำอธิบายของคาซามัตสึ ระหว่างนั้นก็หยิบไอแพตค้นหาข้อมูลประวัติชายหนุ่มที่ชื่ออาโอมิเนะ ไดกิ ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างเล็กน้อยทันทีที่พบว่าคนๆนี้เป็นหนึ่งในรุ่นปาฏิหาร์ยเช่นเดียวกับคิเสะ ประวัติทางวงการกีฬาเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากในเรื่องพรสวรรค์บาสเก็ตบอล

 

ตัวสูงหุ่นดี ผิวสีแทนคมเข้มแบบที่สาวญี่ปุ่นนิยม..มีแววเป็นนายแบบได้อยู่

 

สายตาแมวมองคนวงการบันเทิงเล็งเห็นช่องทางทำเงินที่สามารถหาได้จากเด็กหนุ่มนักกีฬาคนนี้ ยิ่งเป็นนักบาสด้วย สาวๆยิ่งต้องคลั่งไคล้มากแน่ มากิระบายยิ้มกระหายเงิน..ใบหน้าที่เก็บซ่อนภายใต้ภาพลักษณ์อ่อนโยนดูน่าไว้วางใจ..

 

“โอเค ฉันเช็คเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ฉันกับคิเสะจังอยู่ที่สตูดิโอ A เดี๋ยวจะแชร์โลเคชั่นไปให้นะ”

 

 

ปิ๊บ!!!!!

 

โลเคชั่นขึ้นบนจอมือถือฝาพับสีน้ำเงินเป็นที่เรียบร้อย อาโอมิเนะมองสถานที่ดังกล่าว จดจำโลเคชั่นเอาไว้ในหัวเป็นที่เรียบร้อยและพับฝามือถือเก็บลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้ม

“ซัทสึกิเธอกลับไปก่อนเลย เดี๋ยวที่เหลือฉันไปต่อเอง”

“โอเค พยายามเข้านะไดจัง!!”

หนุ่มผมสีน้ำเงินตัดสั้นถือช่อดอกลิลลี่วิ่งออกมาจากรั้วโรงเรียนไคโจไปยืนโบกมือเรียกแท็กซี่ ณ ริมถนน สายลมพัดผ่านเบาๆจนเส้นผมสีชมพูอ่อนพลิ้วไหว ปลายนิ้วเรียวเกี่ยวเส้นผมขึ้นทัดหลังหูไม่ให้ผมแยงนัยน์ตาสีหวาน โมโมอิ ซัทสึกิ ยืนยิ้มมองส่งอีกฝ่ายขึ้นรถจนกระทั่งรถแท็กซี่คันสีเหลืองวิ่งออกไกลจนสุดสายตา…

 

.

.

.

 

แสงไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องตรงไปยังฉากสีดำแดง เหล่าทีมงานถ่ายทำเซ็ตอุปกรณ์แสงเงา มุมกล้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาส่งสัญญาณมือบอกให้ทีมงานทุกคนถอยออกมาจากฉาก เวลาต่อจากนี้จะมีเพียงหนึ่งคนที่เข้าไปยืนอยู่ตรงนั้นซึ่งก็คือนางแบบสาวผมทองดัดลอนที่ได้รับการเซทให้ฟองฟูมากขึ้น ช่างแต่งหน้าชายเพศที่สามเข้ามาแต่งแต้มบรัชอ่อน เติมสีปากอีกเล็กน้อย มองซ้ายทีขวาทีจนแน่ใจฝ่ายแต่งหน้าจึงถอยออกไปยืนบิดสะโพกอยู่หลังตากล้อง

“พร้อมรึยังคิเสะจัง” ตากล้องถามเรียกความมั่นใจจากอีกฝ่าย

“ค่ะ…” คิเสะ เรียวตะ ขานรับทั้งเสียงแผ่วเบา มือเรียวทาเล็บสีแดงสดสั่นระริก..ไม่ใช่สีแบบที่เธอชื่นชอบซักนิดเช่นเดียวกับลิปสติกสีแดงบนริมฝีปากอิ่มค่อยๆดึงสายรัดเสื้อคลุมออก เปลือกตาบางปิดแน่นจนหยี กลั้นใจถอดเสื้อคลุมอาบน้ำออกไปกองกับพื้น

“เยี่ยมมากคิเสะจัง เอาล่ะไปนั่งเก้าอี้ตรงกลางนะ”   ตากล้องชูนิ้วโป้งชื่นชม คิเสะเดินก้าวเท้าที่สวมรองเท้าสนเข็มสีดำสูง 10 นิ้ว ตรงไปยังเก้าอี้แล้วนั่งลงบนเก้าอี้และเริ่มโพสท่าทางชันเข่าขึ้นมาหนึ่งข้างเอนกายพิงพนักและแอ่นหน้าอกที่ถูกดันทรงจนใหญ่ขึ้นเสมือนคัพ D ทั้งที่ความจริงแล้วเธอมีขนาดเพียง B เท่านั้น

 

“เอาล่ะ..สีหน้าหน่อยคิเสะจัง ทำหน้ายั่วๆหน่อยๆ”

 

คำสั่งต่อมาคือ..สีหน้าที่สาวผมทองต้องทำ..เธอหลับตาลงนึกถึงใบหน้าเหล่านางแบบเซ็กซี่ที่ถ่ายลงนิตยสารต่างๆที่เธอซื้อมาหลายฉบับเพื่อศึกษาเตรียมใจก่อนตอบตกลงรับงานดังกล่าว…ตั้งสติอยู่กับการลอกเลียนแบบท่าทีเย้ายวนเหล่านั้น!! เปลือกตาลืมเปิดขึ้นช้าๆ ปรือตามองยั่วอารมณ์ เผยอริมฝีปากแย้มยิ้มยั่วใส่ตากล้องทันที

 

 

แฉะๆๆๆ

 

แสงแฟลชสว่างวาบแฟรมต่อแฟรมต่อเนื่อง ทุกท่วงท่าที่เธอต้องโพสตามที่ตากล้องบอก เธอได้แต่นั่งนับจำนวนรูปในใจภาวนาให้มันจบๆไปเสียที

“คิเสะ!!!”

“!!!!!!!!”

เสียงทุ้มคุ้นหูเรียกชื่อจากประตูทางเข้าห้องสตูดิโอ สาวผมทองสะดุ้งโหยงสุดตัว ปากอิ่มอ้าค้างเหวอหน้าซีดตกตะลึงกับการปรากฏตัวเข้ามาของชายหนุ่มร่างสูงผิวสีแทนเรือนผมสีน้ำเงินสั้น เขายืนตัวแข็งทื่อตาโตเท่าไข่ห่านมองร่างเพรียวบางในชุดว่ายน้ำบิกินี่ลายเสือดาวตัวจิ๋วดันทรงกับท่อนล่างเป็นเพียงจีสตริงที่ผูกด้วยสายรัดเล็กๆที่เพียงแค่เอานิ้วเกี่ยวก็ขาดกำลังโพสท่าล่อแหลมวาบหวิว…มองตะลึงข้างเสียจนช่อดอกลิลลี่ในมือที่ถือมาร่วงหล่นไปตกพื้น

 

“อ…อาโอมิเนจจิ..”

 

อาโอมิเนะเดินพรวดพราดบุกเข้ามากลางกองถ่ายแบบ ผลักทีมงานชุดดำที่วิ่งเข้ามาขวางจนล้มไปกองกับพื้น ตรงดิ่งไปกระชากแขนอรชรที่นั่งอ้าขาโพสท่ายั่วถ่ายแบบแรงเสียจนคิเสะร้องเสียงหลง

“ไอ้หนุ่ม!!!แกเป็นใครออกไปจากสตูดิโอเลยนะ!!!”

“หุบปาก!!!!!” เสียงทุ้มตวาดลั่นห้อง ตาสีไพลินวาวโรจน์ดุดันเยี่ยงสัตว์ป่ากระหายเลือด มือแกร่งปัดกล้องแรงตกแตกกระจายเละไม่มีชิ้นดี ตามด้วยกระทืบเหยียบเมมโมรี่การ์ดทีเดียวหักเป็นสองท่อนแหลกเละเป็นเศษอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

 

เพล้ง!!!!โครม!!!!!

 

 

“ปล่อยคิเสะจังนะ!!!นายคิดจะทำอะไร เธอกำลังถ่ายแบบอยู่!!!” ผู้จัดการสาวปรี่เข้ามารั้งเด็กในสังกัดที่กำลังถูกเด็กหนุ่มผิวสีแทนที่บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทสมัย ม.ต้น ทว่า..เพียงแค่สบตาถลึงดุดันของอีกฝ่าย มากิถึงกับสะอึกขนลุกซู่…น่ากลัวจนไม่มีใครกล้าเข้าไปแย่งนางแบบสาวที่ร้องครวญเจ็บถูกกระชากลากออกไปได้แต่ยืนมองตาปริบๆท่ามกลางซากปรักหักพังกองถ่าย

 

 

 

 

“อาโอมิเนจจิ!!ฉันเจ็บนะ!!ปล่อย!!!” คิเสะพยายามขืนตัวตลอดทางเดินในตึกสตูดิโอ อาโอมิเนะถอดโค้ทสีดำตัวยาวของเขาปาใส่หน้าสาวสวยผมเต็มแรง ไม่สนเสียงร้องโอดครวญ พอเจ้าตัวดึงโค้ทออกก็ต้องสะดุ้งตัวสั่นเท้าหลังจากได้เห็นตาคู่คมถลึงมองดุกร้าวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

“สวมซะ”

“ต..แต่ฉันต้องถ่า…”

“สวม!!!!!” คนผิวสีชักสีหน้าเกรี้ยวกราด คิเสะสะดุ้งอีกระลอกน้ำตาคลอ กลัวจนอยากวิ่งหนีก็หนีก็ไม่ได้ แรงบีบของอีกฝ่ายเยอะยิ่งกว่าคีบยากที่จะสลัด จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่ง พอสวมเสร็จคนตัวสูงไม่รีรอลากเธอออกไปจากสตูดิโอแล้วโบกมือเรียกแท็กซี่ รถแทกซี่จอดสนิทเทียบริมถนน มือแกร่งเปิดประตูออกแล้วผลักดันหลังร่างบอบบางเข้าไปไม่สนเสียงร้องดีดดิ้นถามซ้ำว่าจะพาไปไหน จะทำอะไร เมื่ออีกฝ่ายขึ้นรถเขาก็เข้าไปนั่งต่อดึงประตูปิดกระแทกบอกทางให้แท็กซี่ขับไปส่งยังที่ๆเขาต้องการ

 

 

.

.

.

 

ปัง!!!!!

โครม!!!!!!!

 

ร่างเล็กๆโดนลากเหวี่ยงลงไปนอนกับเตียงเดี่ยวผ้าปูที่นอนสีเทาอมฟ้า ฝ่ายหญิงสาวพยายามหยัดตัวขึ้นมาพร้อมกุมหัวที่ล้มกระแทกฝูกอย่างแรงจนมึนไปหมด ไม่ทันได้ลุกขึ้นมากลับถูกมือแกร่งกระชากบังคับให้นอนหงายกดข้อมือทั้งสองลงกับเตียงแล้วขึ้นคร่อม

คิเสะ เรียวตะ รับรู้ว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีเอาเสีย ดวงตาสีอำพันพยายามสอดส่ายมองหาอะไรที่พอจะช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤติในห้องสี่เหลี่ยมที่รกไปด้วยข้าวของกระจัดกระจายพื้นไม่เป็นระเบียบ นิตยสารภาพไมจังเกลื่อนไม่คิดจะรวบรวมให้เรียบร้อย ไหนจะกองเสื้อผ้าที่ใส่แล้วถอดทิ้งกลางทางดื้อๆไม่โยนลงตะกร้าอีก

 

 

ห้องอาโอมิเนจจิซกมกเกินไปแล้ว!!!

 

 

“ตอบมา!!กล้าดียังไงไปถ่ายแบบวาบหวิวแบบนั้น!!!!!” คนด้านบนชักสีหน้าเกรี้ยวกราดตะคอกถาม

“เรื่องนั้นทำไมฉันต้องบอกอาโอมิเนจจิด้วย!!ปล่อยนะ!!!!” คนด้านใต้เถียงโต้กลับมา ดีดดิ้นให้หลุดจากการจับกุม แต่ก็ไม่อาจสู้แรงผู้ชายที่นึกจู่ๆก็หัวเสียอะไรไม่รู้กระชากเธอออกจากงานถ่ายแบบพาขึ้นห้องนอนตัวเองหน้าตาเฉย

 

 

เรื่องภายในครอบครัวที่ไม่อยากให้ใครรับรู้..ว่าพ่อแม่สร้างหนี้สินเอาไว้มากมายแค่ไหน

รวมถึงเรื่องเรตติ่งความนิยมที่กำลังตกจนอาจจะหลุดจากเส้นทางบันเทิงในเร็วๆนี้

ไม่อยากให้ใครรู้..ไม่อยากให้ใครมาลำบากใจ สงสารเวทนา…

 

 

 

“ที่สำคัญฉันกับอาโอมิเนจจิเราไม่ได้เป็นอะไรกัน!!!ฉันจะรับงานถ่ายแบบอะไรหรือจะทำโป๊มากกว่านี้ก็ไม่เห็นเกี่ยวนี่!!”

 

อาโอมิเนะ ไดกิ หยุดหายใจไปชั่วขณะ ต่างฝ่ายต่างเงียบไม่พูดไม่จากันอยู่แบบนั้นนาน บรรยากาศในห้องนอนรกสกปรกโรยตัวไปด้วยความหนาวเย็นยะเยือกจนฝ่ายหญิงสาวที่นุ่งน้อยชิ้นกำลังตกในท่าล่อแหลมขนลุกชัน อึดอัดจนร่างบางหายใจไม่ออก ถึงอย่างนั้นก็เลือกที่จะเสแสร้งสวมหน้ากากไม่ยี่หระต่อการตัดสินใจที่ทำเอาคนตรงหน้าโกรธเป็นฝืนไฟอย่างไร้สาเหตุ

 

 

ใช่…เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน…

ปฏิเสธไปแล้วอย่างไร้เยื่อใย..ลูกหมาสกปรกก็ถึงเวลาควรตัดใจเลิกแหงนหน้าท้องฟ้าเสียที

 

 

“ไม่ได้..เป็นอะไรกันสินะ…อ๋อ..ฉันไม่ใช่อาคาชิแฟนเธอสินะ” จู่ๆ คนผิวสีออกแรงบีบมากขึ้นกว่า คิเสะร้องเสียงหลงทั้งน้ำตาเล็ด กับความเจ็บร้าวข้อมือลึกไปถึงกระดูก ใจอยากจะถามว่าอาคาชิเกี่ยวอะไรด้วยเหตุใดถึงปรากฏในบทสนทนา ทว่า…สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือสายตาเย็นเยียบของคนเบื้องบนที่จ้องตรงมาที่สตรีผมทองยาวสยายดัดลอนกระจายฝูกเตียง…จ้องเหมือนนักล่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อในอุ้งมือ

 

 

“ได้…ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันจะสวมปลอกคอเธอซะ!!!!”

 

 

ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว…เป็นไปตามอารมณ์ที่ไม่อาจฉุดยั้ง หยาดหยดน้ำตาไหลรินหยดแล้วหยดเล่ากับเรื่องเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นกับตัวเอง รอยจ้ำสีกุหลาบประปรายไปทั่วผิวขาวละเอียด ริมฝีปากทาลิปสติกสีแดงบวมเบ่งจากการถูกบังคับจูบซ้ำๆอย่างหาได้เต็มใจ ในขณะที่ผู้กระทำนอนเปลือยกายอยู่ข้างๆ

“…….” อาโอมิเนะลอบมองสาวผมทองดัดลอนที่ตั้งแต่เสร็จกิจ ก็เอาแต่นอนตะแคงหันหลังให้เขาเป็นชั่วโมงๆ แผ่นหลังเล็กบางสั่นเท้าสะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้นไม่คิดหยุด จนตัวเองเริ่มรู้สึกละอายใจสิ่งที่ทำไปด้วยอารมณ์หึงชั่ววูบ

“คิเสะ…”

“ทำ..แบบนี้..ฮึก..ทำไม…” สาวผมทองถามทั้งเสียงสั่นเครือ โดยที่เจ้าตัวยังไม่ยอมหันมามองคนหนุ่มผิวสีที่ยันกายลุกขึ้นมานั่ง

“ฉันไม่ใช่ตัวแทนของใครนะ..ฮึก!!!ไม่ใช่คุโรโกจจินะ!!ทำไมทำแบบนี้!!!” คิเสะ เรียวตะร้องไห้แผดเสียงดังลั่น เธอทั้งโกรธทั้งเสียใจและเจ็บที่สุดที่สิ่งสำคัญของหญิงสาวถูกพรากไปอย่างไม่มีชิ้นดี

 

 

แม้ว่าคนที่ทำจะเป็นชายที่รักยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

ในเมื่อไม่รักกัน…ในเมื่อมองเพียงเงาลวงตามิใช่หรือ

 

 

“เออ..อย่างเธอน่ะเป็นตัวแทนเท็ตสึไม่ได้หรอก” สิ้นเสียงทุ้มเรียบ วาจาที่เอ่ยมาแทงเข้ากลางใจสาวผมทองดัดลอนเข้าอย่าง เจ็บจนจุกแน่นในลำคอ…คิเสะกำผ้าปูห่มที่คลุมร่างเปลือยเปล่าตัวเองแน่นจนยับยู่

 

 

นั่นสินะ…เราไม่มีค่าเทียบคุโรโกจจิได้ซักนิด….

 

 

“เท็ตสึก็คือเท็ตสึ..คิเสะก็คือคิเสะ ยัยลูกหมางี่เง่าที่เอาแต่วิ่งตามฉันติดๆมาตลอด 4 ปี” อาโอมิเนะคว้าต้นแขนอีกฝ่ายออกแรงดึงเบาๆให้หันหน้ามาสบตา ดวงตาสีอำพันคู่งามที่เขาเคยมองข้ามมาตลอด บัดนี้แดงก่ำบวมเบ่งจากการร่ำไห้

“ฉันไม่ใช่ลูกหมาอีกแล้ว..อาโอมิเนจจิ ลืมไปแล้วเหรอว่า…”

“อย่างเธอจะเป็นจิ้งจอกให้อาคาชิน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ!!” เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินตัดบทแล้วขึ้นคร่อมร่างบางที่ตกเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ แล้วพูดต่อทั้งเสียงเย็นเยียบ

 

“มองแต่ฉันมาตลอดอย่ามาทำเป็นปากดี ต่อให้เธอเป็นนางจิ้งจอกฉันคนนี้จะจับมาถอนขนให้หมดจนกลายเป็นลูกหมางี่เง่าเหมือนเดิมให้ดู”

 

นัยน์ตาสีอำพันเบิกโพล่งตกตะลึง ความนัยที่ซ่อนไว้ในประโยคดิบเถื่อนหาได้มีคำหวานกลับกระแทกเข้ากลางใจสาวใต้ร่าง เธอมองเห็นใบหน้าเขาระยะประชิด..ใบหน้าที่โน้มลงมาใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจกันและกันตอนนี้กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อบนแก้มทั้งสองข้าง ตามด้วยจูบเบาๆบนหน้าผากลากไล่ลงมายังแก้มใสซับน้ำตาบนนั้นและหยุดลงบนริมฝีปากอิ่ม

“และก็ถ่ายแบบไม่ต้องไปทำมันแล้ว นมก็แบนยังจะคิดไปถ่ายอีกลูกหมาอย่างเธอเรียกเรตติ้งทางนี้ไม่รอดหรอก” อาโอมิเนะมองกวาดหัวจรดเท้าด้วยหน้าตาไม่แยแส คิเสะหน้าร้อนผ่าวเตรียมหยิบเอาหมอนมาตีหน้าคนปากไม่ดีดูถูกหุ่นเธออย่างร้ายกาจ แต่แล้ว..มือที่จะออกแรงฟาดกลับชะงักลงด้วยประโยคต่อมาทั้งสีหน้าจริงจัง

 

“คนที่จะเห็นเธอโป๊ได้ มีแต่ฉันเท่านั้นจำไว้”

 

 

ฉ่า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

“อ..อาโอมิเนจจิ อย่าพูดจาเท่ห์แบบนั้นสิ..ฉันโกรธอยู่นะ!!!” สาวผมท้องหน้าร้องผ่าวลามไปถึงใบหู หมอนในมือดึงมาปิดหน้าตัวเองแทนเสียอย่างงั้น ฝ่ายคนหนุ่มก็เอาแต่เกาหัวแกรกๆแก้เขินไปมา เขาเอื้อมไปหยิบช่อดอกลิลลี่ที่เละไม่เป็นท่าหลังจากตกลงกับพื้นตอนนั้น มือดึงเอาดอกลิลลี่สีขาวที่คงสภาพดีที่สุดมาเสียบทัดหูซ้ายที่ติดต่างหูสีเงินเอาไว้ สัมผัสแผ่วเบาอ่อนโยนทำให้คนที่เอาแต่เขินซุกหมอนค่อยๆโผล่หน้าออกมาช้าๆ เผยเพียงดวงตาสีทองอำพันคู่งามเปล่งประกายแวววาวยิ่งกว่าอัญมณีไหนๆ

 

“ฉันรู้เรื่องหนี้ครอบครัวเธอแล้ว ฉันโทรคุยกับพี่สาวเธอมาตอนที่เธอสลบไป..พ่อแม่กับพี่สาวเธอก็ไม่อยากให้เธอฝืนใจทำ” อาโอมิเนะเล่าเรื่องที่เขาสนทนาโทรคุยกับ คิเสะ เรียวโกะ ซึ่งโทรเข้ามาทางมือถือของสาวผมทอง ดูเหมือนผู้จัดการคนนั้นจะหัวเสียหนักมากถึงขั้นขอตัดขาดการเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เลยไปอาละวาดกับพี่สาวคนโต คิเสะคนน้องเล็กสุดตาโตก่อนเฉหลบสายตาอีกฝ่าย “ฉันทำให้เธอเสียงาน แต่ไม่ขอโทษหรอกต่อให้ย้อนเวลากลับไปก็จะทำเหมือนเดิม ”

“ฮึก…อ..อาโอมิเนจจิ ฮือๆๆ”   คิเสะน้ำตาไหลพราก ความอัดอั้นที่เก็บมานานพังทลายลงด้วยคำพูดของชายผิวสีแทนเธอโผเข้ากอดอีกฝ่าย ปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในใจ….

 

 

ผืนฟ้าพร้อมแล้วที่จะเฝ้าดูแลและพร้อมจะโอบอุ้มโลกใบนี้ทั้งใบให้เจ้าลูกหมาตัวน้อย

 

 

“ฉันรักอาโอมิเนจจิมากนะ”

“เออ”

“รักที่สุด..รัก..มาตลอด…ฮึก”

“รู้แล้วน่า ไม่ต้องย้ำ” ปากหนาคลี่ยิ้มขำ พลางลูบหัวสีทองขยี้ปลอบพร้อมออกแรงกดให้หน้าแนบแผงอกแกร่งมากขึ้น

 

 

ปัง!!!!!!!

 

ประตูห้องนอนเปิดเสียงดัง สองหนุ่มสาวกอดกันในร่างเปลือยเปล่าสะดุ้งตกใจหันไปมองผู้มาเยือนที่ยืนตาค้าง ตกใจจนทำตะหลิวในมือตกพื้น

 

“แม่!!!!!!!!!!!!!”

“ไดกิ!!!!!!!!!แกพาผู้หญิงที่ไหนมานอนในบ้านแบบนี้ได้ไงห่ะ!!!!!!!!!!!!!!!”

 

คุณนายอาโอมิเนะก้าวเร็วฉับๆเข้ามาจนหน้าอกใหญ่กระเพื่อม กระชากหูลูกชายดึงสุดแรงเกินจนเจ้าตัวต้องลงจากเตียงในสภาพล่อนจ้อนไร้อาภรณ์ปกปิด ส่วนคิเสะรีบยกผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอกนูนอิ่มตะโกนร้องห้ามปรามแม่ของฝ่ายชายหนุ่ม

“ค..คุณน้าคะ!!!หนูขอโทษ!!อย่าตีอาโอมิเนจจินะคะ!!!!”

“หา!!!!?แล้วเธอเป็นใครทำไมถึงมานอนห้องลูกชา…..อ้าว…คิเสะจังนี่” สาววัยกลางคนผิวสีแทนชะงักนิ่งอุทาน หยุดมือที่กำลังเขกกะโหลกลูกชายหื่นกามว่าไปลากสาวที่ไหนมานอน หนุ่มสาววัยรุ่นเงียบมองตากันปริบๆ ก่อนหันไปมองผู้ใหญ่ที่เข้ามารับรู้เหตุการณ์เลยเถิดเกินวัยอันควรเช่นนี้

 

 

.

.

.

 

ร่างสูงผิวสีแทนนั่งจับหูแดงช้ำไปมา เบ้ปากชักสีหน้าอารมณ์เสียอยู่ในห้องรับแขกปูเสื่อทาทามิขนาดกลาง ตาคู่คมขวางโลกตวัดมองไปยัง…หญิงวัยกลางคนกำลังเสิรฟ์ขนมนมเนยทุกสิ่งทุกอย่างกระทั่งน้ำชารินใส่แก้วกระเบื้องเคลือบอย่างดีให้นางแบบชื่อดังสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มสีน้ำเงินที่ยืมมาสวมใส่ มือเรียวขยับมือเซนลายเซ็นตัวเองลงบนนิตยสารภาพถ่ายแบบรวมของเธอเกือบทุกฉบับให้คุณนายอาโอมิเนะยิกๆ

 

“แม่ปลื้มหนูคิเสะมานานมากแล้ว เป็นแฟนผลงานของหนูมาตลอดเลยนะ บอกให้ไดกิมันไปขอลายเซ็นตั้งหลายรอบแล้วมันก็ดื้อไม่ยอมไปขอให้แม่ซักที”

“ขอบคุณนะคะคุณน้า ที่เป็นแฟนคลับของหนูค่า” คิเสะ เรียวตะ ยิ้มขยิบตาแบบเซเลปให้สาวผิวแทนทรงโต คุณนายอาโอมิเนะหน้าแดงก่ำสายตาพราวระริกปลื้มปิติจนโผเข้ากอด ดึงหน้าสวยเข้ามาซุกอกคัพ F แน่นเสียจนนางแบบหายใจแทบไม่ออก

“น่ารักเกินไปแล้ววว แม่อยากได้ลูกสาวมากๆ นี่ก็คิดมาตลอดเลยว่าถ้ามีลูกสาว อยากได้แบบคิเสะจัง ลูกชายน่ะทั้งขี้เกียจ หัวขี้เลื่อย หื่นกาม ซกมกสุด แถมชอบเล่นอะไรห่ามๆคิดแล้วก็เพลียจิตจริงๆ”

 

 

โฮ่ยๆ ลูกชายคุณแม่ก็นั่งหัวโด่ตรงนี้นะ   อาโอมิเนะหรี่ตามองแม่ตัวเอง ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นแฟนคลับผลงานคิเสะ เรียวตะ ที่วานให้เขาไปขอลายเซ็นก็นึกว่าแค่คนทั่วไปที่อยากได้ลายเซ็นคนดังมาเก็บไว้งั้นๆ

 

 

เอาเถอะ..นับว่าโชคดีที่ไม่โดนว๊ากล่ะวะ

 

 

“ทีหลังไม่ต้องเรียกน้าก็ได้จ้ะ เรียก ‘แม่’ เลย ยังไงไดกิก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ถ้ามันไม่รับหรือทำให้คิเสะจังเสียใจล่ะก็ แม่จะเชือดมันเอง!!” พูดเสร็จสรรพก็หันไปทำหน้าทะมึนใส่ลูกชายที่นั่งหน้าซีดเผือก เหงื่อแตกโชกชุ่มไปทั่วทั้งตัว

 

 

 

แม่!!!ปกติเขามีแต่ปกป้องลูกตัวเองไม่ใช่เหรอ!!!!!!!!!! อาโอมิเนะกู่ร้องในใจ

 

 

เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเป็นของคิเสะ เรียวตะ พอเห็นรายชื่อดวงหน้าสวยถึงกับเปลี่ยนสีหน้าเป็นลำบากใจฉับพลัน ก่อนขอปลีกตัวไปโทรคุยข้างนอกในสวนหลังบ้าน อาโอมิเนะจับสังเกตได้ถึงท่าทีแปลกๆเช่นนั้นจึงเดินสะกดรอยตามแอบฟังอยู่ห่างๆ

 

“นัดเจอที่ร้านเดิมสินะอาคาชิจจิ ได้ๆ พรุ่งนี้ไม่มีคิวงานถ่ายแบบ..ฉันจะรีบไปให้ทันเวลานัดนะ”

 

มือเรียวกดวางสายลง พอหันกลับไปก็พบกับร่างสูงที่ยืนจ้องเงียบๆ เธอหลุบตาลงมองพื้นหญ้าในสนามหลบสายตาคนที่รักหมดหัวใจ พร้อมยิ้มหยันสมเพชเวทนาตัวเอง  “ขอโทษนะอาโอมิเนจจิ ถึงยังไงฉันก็เป็นแฟนกับอาคาชิจจิอยู่…”

 

 

หากไร้ซึ่งคำสั่งตัดสัมพันธ์จากจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหด นางจิ้งจอกก็มิอาจหลุดพ้นไปสู่อิสรภาพได้

 

 

“เออ..ฉันรู้” อาโอมิเนะ ไดกิ พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาใกล้ระยะประชิด ร่างบางเงยหน้าสบตาเจ้าของเงาร่างที่ทาบทับบนตัวเธอก่อนเบิกตาโพล่งตกตะลึงในระยะเวลาต่อมา…

 

.

.

.

 

 

ร้านอาหารหรูสไตล์ฝรั่งเศสใจกลางกรุงโตเกียวในยามเช้าสายใกล้เที่ยง เต็มไปด้วยเหล่านักธุรกิจเงินเดือนสูงหรือไม่ก็เหล่าชนชั้นไฮโซทยอยเข้ามารับประทานอาหารเช้าหรือไม่ก็สนทนาเจรจาธุรกิจ ในร้านกว้างปูพื้นหินอ่อนขาวสะอาดสว่างไสวด้วยไฟสีขาวกระจายจากโคมไฟคริสตัลโยงระยางเบื้องบน พนักงานเสริฟ์รับรายการอาหารจากลูกค้าท่านหนึ่งที่นั่งโต๊ะริมหน้าต่างเสร็จสิ้นก็โค้งรับด้วยมารยาทงามสมกับเป็นการบริการชั้นเลิศในร้านระดับ 5 ดาว

 

“เด็กคนนั้น…ใช่อาคาชิ เซย์จูโร่รึเปล่า”

“ใช่แล้วล่ะ ผมสีแดงกับท่าทีสุขุมเยือกเย็นแบบนั้นถอดแบบคุณอาคาชิ มาซาโอมิ เปี๊ยบ”

“ออร่าราศีจับไม่ธรรมดาจริงๆ สมเป็นว่าที่ผู้สืบทอดตระกูลธุรกิจยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น”

 

เหล่าสาวชนชั้นสูงกระซิบกระซาบชมดชม้อยมองเด็กหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวติดกระดุมเรียบร้อย เนื้อผ้าราคาแพงสมศักดิ์ศรีตระกูลเศรษฐีอันดับหนึ่งแถมยังเป็นมหาอำนาจที่สุดในญี่ปุ่น เขารู้ตัวว่ากำลังถูกสาวๆวัย 20 ขึ้นเหล่มองอยู่ กระนั้นก็ยังทำนิ่งเมินเฉยไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรือแม้แต่เขินอายใดๆ และยกชาเอิรล์เกรย์ขึ้นจิบช้าๆก่อนจะวางลงบนจานรองเข้าชุดถ้วยชา

“ตรงเวลาดีนี่ เรียวตะ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกนามหญิงสาวที่เขานัดเดทในวันนี้ ดวงเนตรสองสีช้อนมองสบตาสาวผมทองดัดลอนที่วันนี้แต่งเดรสสีชมพูแขนกุดเข้ามานั่งอยู่ตรงข้าม ดวงหน้าสะสวยฉายแววลำบากใจบางอย่าง เธอเอาแต่ก้มหน้านิ่ง..ไม่ยอมสบตาเขาอยู่เช่นนั้น

“ผมว่าผมนัดเรียวตะ ไม่ได้นัดนายนะ ไดกิ” อาคาชิกล่าวถึงอีกบุคคลที่ยืนอยู่หัวโต๊ะ ซึ่งเขาไม่คิดชายตาแลให้ความสนใจแม้เจ้าตัวจะแผ่รังสีอันตรายออกมาเสียจนคนในร้านอาการเพ่งมองเป็นตาเดียว

 

 

“โทษทีว่ะอาคาชิ พอดีว่ามีเรื่องที่ต้องมาบอกให้นายรู้” อาโอมิเนะ ไดกิ พูดเสียงเย็น ตาคู่คมเขม็งมองคนผมแดงที่ยังคงทำนิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวจับหูถ้วยชายกดื่มต่อ

 

“ฉันอยากให้นายเลิกยุ่งกับคิเสะ”

 

 

แกร๊ง!!!

 

ถ้วยชากระเบื้องเคลือบบัดนี้ว่างเปล่าทิ้งไว้เพียงคราบสีน้ำตาลก้นถ้วยวางลงบนจานรองอีกครั้ง…อาคาชิตวัดตามองสบตาคู่คมแข็งกร้าวของชายผู้ที่เคยเป็นถึงเอซของทีมสมัย ม.ต้น…ชายหนุ่มจอมโอหังแห่งแสงสว่างที่ริอาจแอบอ้างตัวตนเป็นเขาไปหลอกลวงเงาลวงตา

“คิดจะสั่งผมงั้นเหรอไดกิ นายคิดว่าผมเป็นใคร..ผมคืออาคาชิ เซย์จูโร่ ไม่มีใครออกคำสั่งผมได้”

“ถ้าอย่างงั้นฉันคงต้องบอกให้รู้ไว้….” ร่างสูงเดินเข้าไปโอบไหล่สาวผมทองดึงเข้ามาแนบชิดกับตัวเอง ต่อหน้าต่อตาคนที่ยืนอยู่ในฐานะแฟน ไม่ยี่หระสายตาคนรอบข้างเหลียวมองกระซิบกระซาบฮือฮา

 

“ยัยลูกหมาเป็นของฉันแล้ว”

 

คิเสะ เรียวตะ หน้าแดงช้ำเป็นลูกผลมะเขือเทศสุกลามไปจนถึงใบหู เธอปากสั่นระริกอายที่อีกฝ่ายเล่นประกาศกันโต้งๆกลางร้านอาหารต่อหน้าสาธารณะชนอย่างไม่คิดไว้หน้าชายผมแดงที่ถือตัวเป็นที่สุดยิ่งกว่าใครๆ จนพากันยำเกรงทั้งที่อายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

“อ..อาโอมิเนจจิ!!ไหนว่าจะตามมาพูดดีๆไง!!” เธอปรามทั้งเสียงแผ่วเบา หากแต่อาโอมิเนะไม่ฟังรั้งร่างบางเข้ากอดแนบแน่นกว่าเดิม นัยน์ตาสีน้ำเงินคมวาวโรจน์ประหนึ่งสัตว์ป่าดุร้ายที่กำลังหวงเหยื่อตัวเอง แยกเขี้ยวข่มขู่คำรามใส่ชายผู้เป็นจักรพรรดิยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด

 

 

อัศวินแห่งแสงผู้ถือครองดาบทมิฬหมายสะบั้นโซ่ที่คล้องคอนางจิ้งจอกผู้เลอโฉม

นั่นแปลว่าต้องประจันหน้ากับจักรพรรดิผู้นั่งอยู่บนบังลังค์แห่งชัยชนะ

 

 

“คิดว่าจะเอาชนะผมได้เหรอไดกิ”   เจ้าของเรือนผมสีแดงสั้นนั่งกอดอกนิ่งมองคนสองคนที่กำลังประกาศตัวให้เขารู้ว่าได้เสียกันและกันแล้ว ดวงเนตรต่างสีไม่เข้าคู่คือสีแดงทับทิมและอำพันนิ่งเรียบสนิท ไม่ฉายแววความรู้สึกใดๆ สร้างความกดดันเสียจนคิเสะ เรียวตะ ตัวสั่นเท้า หวาดกลัวจับจิตจนต้องเป็นฝ่ายเฉหลุบตาลงมองหน้าตักตัวเองใต้โต๊ะเงียบๆ

“นี่ไม่ใช่เรื่องแพ้ชนะ ฉันอยากทวงคนที่ฉันรักคืน” อาโอมิเนะเบิกตาโพล่ง ถลึงตาดุดันใส่คนที่สงบนิ่งหน้าตาย

“เรื่องเท็ตสึฉันแพ้นาย แต่เรื่องยัยลูกหมาฉันจะไม่ยอมแพ้นายอีกแน่!!!”

 

 

…คำประกาศกร้าวของหนึ่งบุรุษเพื่อสตรีอันเป็นที่รัก…

 

 

“โอหัง…” อาคาชิลุกจากเก้าอี้ สาวเท้าเข้าไปวางมือลงบนบ่าคนตัวสูงกว่า ออกแรงกดให้ล้มลงไปนั่งกระแทกลงกับพื้น!!!

 

ตึง!!!!!!

 

“อาโอมิเนจจิ!!!” คิเสะร้องเสียงหลง รีบลุกจากเก้าอี้ ไปนั่งคุกเข่าประคองคนหนุ่มผิวสีแทน พวกเขาทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้นยืนมองเหยียดหยามประหนึ่งมดปลวกหรือแมลงชั้นต่ำตัวหนึ่งที่ผ่านมาก็เท่านั้น สาวผมทองกลืนน้ำลายลงคอคล้องลำแขนแกร่งของชายผิวสีแน่น สบตาเนตรต่างสีด้วยแววตาหวาดกลัว

 

“อาคาชิจจิ…ได้โปรด…..”

 

 

คำวอนขอจากนางจิ้งจอก…ขอความเมตตาจากจักรพรรดิ

 

 

“หัวพวกนายอยู่สูงเกินไป” เสียงทุ้มเย็นกล่าวตอบสั้นๆด้วยสีหน้าเย็นชา เขาหมุนตัวหันหลังเดินออกไปจากร้านอาหารขึ้นรถลีมูซีนสีดำคันหรูที่จอดรออยู่ด้านหน้า..ทิ้งไว้คนทั้งสองที่ยังนั่งตะลึงงุนงง คาดไม่ถึงว่าคนผมแดงจะยอมเป็นฝ่ายจากไปโดยไม่เกิดการนองเลือด

 

“นี่แปลว่า..อาคาชิยอมปล่อยเธอแล้วสินะ”

“ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นนะอาโอมิเนจจิ”

 

คิเสะมองรถลีมูซีนที่ขับไกลออกไปจนลับสายตาผ่านกระจกร้าน พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ โล่งอกที่ทุกอย่างจบลงได้เรียบง่ายกว่าที่คิด อาโอมิเนะเองก็เช่นกันเขายกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อโชกหน้าหลังจากเผชิญแรงกดดันมหาศาลเมื่อครู่

“ตอนนี้ก็เหลือแค่เรื่องอาคาชิกับเท็ตสึแล้วสินะ” ร่างสูงผิวสีวางมือขยี้ผมสีทองยาวสลวยโยกไปมานึกเอ็นดู

“ก็ไม่แน่หรอกอาโอมิเนจจิ พรุ่งนี้นายได้เจอฤทธิ์นักข่าวแน่ๆ” เจ้าของฉายายัยลูกหมาถอนหายใจอีกระลอกเมื่อหันไปเห็นคนในร้านยกมือถือถ่ายรูปแถมอัดคลิปวิดีโอทุกช็อต

 

 

พรุ่งนี้ข่าวบอกเลิกสายฟ้าแล่บระหว่างทายาทอาคาชิกับนางแบบสาว ได้แพร่สะพัดขึ้นหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ

 

 

“ขอโทษนะคะ อาหารที่สั่งได้แล้วค่ะ” พนักงานเสริฟ์บอกพวกเขาทั้งสองคน ก่อนจะวางอาหารฝรั่งเศสหรูเลิศลงบนโต๊ะทีละจานจนครบเมนู ตามด้วยสิ่งสุดท้ายที่พนักงานมอบให้คือใบเสร็จค่าใช้จ่ายทั้งหมดยื่นให้ในมือร่างสูงผิวสีแทน อาโอมิเนะถึงกับตาค้างอ้าปากเหวอทันที่เห็นตัวเลขในใบเสร็จจนตัวสั่นหน้าซีดเซียวเป็นไก่ต้ม

“เดี๋ยวๆ เมื่อกี้อาคาชิไม่ได้จ่ายเงินงั้นเหรอ!?”

“อาคาชิ? หมายถึงลูกค้าผมสีแดงใช่ไหมคะ ก่อนไปเขาเดินมาบอกว่ากับทางร้านว่าคุณจะเป็นจ่ายทั้งหมดค่ะ”

เธออธิบายเสร็จก็โค้งบอกลาไปบริการโต๊ะอื่นๆ ต่อ คิเสะถึงกับหน้าซีดไม่ต่างกันเหลือบมองไปยังคนผิวสีแทนเส้นเลือดปูดบนขมับมือขยำใบเสร็จยับเป็นก้อนกลมๆในมือ แหกปากตะโกนลั่นร้านอาหารไม่อายสายตาชาวบ้านชาวช่อง

 

 

ก็ว่าแล้วทำไมถอยไปง่ายๆ!!!!!!!!

 

 

“อาคาชิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

บังลังค์แห่งชัยชนะเหลือเพียงบุรุษผู้เป็นจักรพรรดิ

โซ่ตรวนที่เคยล่ามจิ้งจอกไว้ข้างๆ สะบั้นขาดเหลือเพียงเศษซากเอาไว้ดูต่างหน้าด้วยดาบทมิฬ

 

 

 

TBC

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอนนี้ไม่มีฉากแข่ง ไปทางรักๆใคร่ๆมากกว่า แถมเราสปอยเรื่องโคมไฟไว้..ก็ได้โคมไฟจริงๆมั้ง

ตัดปมปัญหารัก 4 เศร้าในอดีตได้  เหลือรัก 3 เศร้าปัจจุบันแล้ว ณ ตอนนี้

 

งวดนี้นางเอกบทหาย ฮาาาาาาาา

 

นับถอยหลังอีก 7 ตอนค่ะ ใกล้เข้ามาทุกทีล่ะ

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

14 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part33

  1. สรุปว่า อาโอมิเนะจิ ปล้ำคิเสะ !? =_=
    เลวมากๆ เจ้าค่ะ แต่ก็โดนคุณแม่อาโอมิเนะจิ ไล่เฉ่งไปแล้ว สะใจ !! / โดนเชือดเลย ! แต่คงสมใจคุณแม่ที่จะได้คิเสะ เป็นสะใภ้ ^_^ / แบบนี้คากามิจิก็เหงาแย่จิ

    อาคาชิจิ เจ้าเตี้ยบานเย็นเดนสังคม กล้าดียังไง สั่งอาหารแบบทิ้งๆขว้างๆแถมให้คนอื่นจ่าย แย่สุดๆ
    ค่อยดูน่ะจะไปฟ้องป๋ามาซาโอมิ ให้สั่งลงโทษ !!
    / จักรพรรดิห้ามมีอาหารที่ชอบหรือเกลียด ไม่งั้นศัตรูจะวางยาพิษได้ถูก เพราะงั้นควรแค่สงวนท่าที ไม่ใช่บอกว่าชอบ / งานนี้ต้องกินสาหร่ายกับขิงดอง แน่ๆ

    ป.ล. ผู้จัดการของคิเสะ. ขี้งกสุดๆ ขืนเจอคากามิจิคงลากเข้าวงการแน่ๆ
    ป.ป.ล. พวกพี่ชายที่ไคโจ เป็นองค์รักษ์พิทักษ์นางจิ้งจอก / น่าจะเป็นสาวกนางจิ้งจอกมากกว่า =_=
    ป.ป.ป.ล. อาโอมิเนะจิ ลามก อย่าลืมใส่ถุงยางสิเจ้าค่ะ
    ป.ป.ป.ป.ล. บานเย็น สมควรโดนสั่งสอน / ฟิคอาคาชิกระเทยของเรียวตะจัง คู่หลักเพิ่งเฉลยมาว่า ไฟแดง !?
    เพราะอาคาชิจิ เป็นกระเทยแบบกู่ไม่กลับ ส่วนคากามิจิ
    เป็นเกย์ !!!!? / ที่ชอบๆสาวๆเพราะอยากรักษาให้หายจากอาการเกย์ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล =_=

    • ใช่ค่ะ เรียบร้อย รร.จีน คุณแม่เขาติ่งคิเสะเลยเป็นโชคดีไป ไม่งั้นอาโอมิเนะอย่างซวยมากๆ อาคาชิตอนแรกก็กะจ่ายเอง พอดีอาโอมิเนะมาพูดจาโอหังประกาศป่าวๆกลางร้านเหมือนหักหน้า ท่านก็เคืองและหมั่นไส้ไหนจะมีปมทะเลาะตอน ม.ต้นมาก่อนอีก คิดมาขอคิเสะไปง่ายๆ ท่านก็ไม่ให้ไปฟรีๆ จัดเอาคืนให้เละ สมเป็นท่านนี่แหละ ยังไงก็จะข่มเอาชนะให้ได้อยู่ดี
      อาโอมิเนะเสียบสดไปแล้วอ่ะสิ ฮาาาา ลมหึงขึ้นหน้า

  2. เกือบลืม ! สู้ๆน่ะเจ้าค่ะเจ๊บลัด !! เค้าจะรออ่านแบบนับถอยหลังด้วยเจ้าค่ะ. / นับเงินรอซื้อด้วย ^_^ / ขอให้ฟิคติดตลาดแบย cigar family น่ะเจ้าค่ะ ^_^

  3. บลัดซังคะ(เรียกอย่างนี้ได้ไหมคะ)บทนางเอกหนูหายค่ะ-*-
    แต่ว่ายินดีด้วยน้าคีจังงงสมหวังแล้วมิเนะหายโง่ก็เป็นนิเท่มากขอบอก(แค่ตอนนี้หรอกนะ)ตอนแรกเครียดจริงจังเลย
    ท่านทำได้แสบมากนะคะแต่แอบยาซาชิ๊ตลอดเลยนะคะท่านคคิดอยู่แล้วแหละว่าท่านไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอแบบนี้คิเสะก็เป็นข่าวใหญ่เผลอๆได้งานเพิ่มอีกเพราะท่านแท้ๆ
    ว่าแต่เรื่องเกียมัวในทวิตคือว่าเราอยู่โรงเรียนประจำแล้วเค้าก็บล็อคทวิตไว้เล่าให้ฟังได้ไหมคะ
    ป.ล.ตอนหน้าพี่น้ำแข็งงง
    ป.ล.2ดราม่าอีกทีพี่มายุสินะคะ(แล้วที่ผ่านมาเรียกว่าอัลไล?)
    อัพช้าไม่ว่านะคะจะลงแดงตายแค่นั้นเอ๊งง

    • ได้ค่ะ เรียกบลัดเฉยๆก็ได้นะ งวดนี้นางเอกบทหาย ท่านดันมีบทซะงั้นมาติ่งๆ ตอนนี้ยกให้ฟ้าเหลืองเลยค่ะ เคลียร์ไปได้แล้ว 1 คู่หลังจากคาราคาซังมาหลายตอน มิเนะบทจะเท่ห์ก็เท่ห์แบบดิบๆ
      ท่านไม่ใจร้ายหรอก รู้ดีว่าคิเสะชอบใครที่ไม่ยอมเลิกเพราะกลัวเสียหน้านั่นแหละ และตอนนี้ข่าวดังแน่นอนค่ะ ท่านเป็นถึงอาคาชิ คิเสะก็นางแบบดัง ข่าวจะมีผลต่งานหรือไม่นั้น ต้องดูกระแสลูกเดียว
      ส่วนเรื่องเกลียมัวในทวิตสินะ ตอนนี้ในฟิคมีคนเล่นทวิต 2 คนคือน้องกับท่าน เราใช้แอคเราโรลอยู่ 2 แอค ล่าสุดท่านไปเที่ยวทะเลเจอพี่สาวคนสวยเกือบจะได้เสีย น้องเลยเมนชั่นอาละวาดบังคับท่านกลับบ้าน เถียงไปเถียงมา ท่านก็..ยอมกลับบ้านโดยดีอ่ะค่ะ 555

      ดราม่ามาเรื่อยๆค่ะ ตอนมายุก็ทีดราม่าเช่นกัน

  4. เป็นตอนที่เกินคำบรรยายจริงๆๆ แบบว่านะความสัมพันธ์ที่มันช่างซับซ้อน
    เริ่มๆๆกะคลายลงทีละนิดแล้วล่ะมั้งนะ มั้งนะ ฮ่าๆ แต่แอบฮาอาโฮ่อ่ะ กว่า
    จะฉลาดขึ้นมาได้ สงสารคิเสะแต่แหมๆๆ เล่นไปถล่มงานถ่ายแบบเขาแบบนี้
    ไม่เป็นข่าวหน้าหนึ่งสิแปลก แถมยังไปประกาศความสัมพันธ์กันต่อหน้าชาว
    บ้านซะอลังการณ์ ไม่ได้ขึ้นหน้าหนึ่งกะเกินไปแล้วมั้ง แต่ดูๆๆแล้วมีข่าวนี้
    ออกไป พ่ออาคาชิคุงคงเป็นปลื้มหน้าดูละมั้ง กะแหมๆ ท่านพ่อเชียร์น้องซะ
    ขนาดนั้น แต่ดูๆแล้วท่านยังคงเล่นตัวต่อไปแน่ๆอ่ะ สุดท้ายคนที่ได้น้องไป
    ครอง กลายเป็นซัทจังที่มาแรงแล้วล่ะก็จะ ฮาไม่ออกนะท่าน หึหึ แต่ประโยค
    นี้ของซัทจังอ่ะ

    “ไดจัง..คนเราเกิดมามีความผิดพลาดได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นพระราชาหรือแม้แต่
    เทพเจ้าก็เช่นกัน”

    น่าจะบอกกะท่านมากกว่าที่จะบอกกะอาโฮ่นะ ถ้ามาคิดได้ทีหลังนะระวังเหอะ
    หึหึ…..

    แต่จริงๆเลยน่านแม่ของอาโฮ่อยากได้สะใภ้แบบคิเสะ ส่วนพ่อของท่านกะ
    อยากได้สะใภ้แบบน้อง กะลงตัวดีนะเนี่ย ทีเหลือมันกะขึ้นอยุ่กับลูกๆตัวเอง
    ว่าจำทำตามเสียงหัวใจตัวเองเมื่อไหร่ แต่ท่านคงอีกนานอ่ะเนี่ย ไม่รุ้ว่าตอน
    จบท่านจะเอาไง เป็นคนที่เดาทางยากจริงๆ

    • ตอนนี้คลายไปได้ 1 คู่เหลืออีกแค่ 3 เศร้า พระนางแสง กว่าโฮ่จะฉลาดคนอ่านหลายคนเริ่มท้อว่าจะไม่ฟ้าเหลือง เราก็เอาคางามิกับพี่คาซามาสับขาหลอกคนอ่านตลอดอีก 555 นอกจากถล่มกองถ่ายยังไปประกาศแย่งแฟนอาคาชิกลางร้านอาหารอีก งานนี้หน้า 1 แน่นอนค่ะ คุณพ่อดีใจแน่นอนค่ะ ไม่อยากได้ลูกสะใภ้เป็นคนวงการบันเทิงแต่แรกแล้ว แถมเชียร์สาวที่คุณก็รู้ว่าใครอีก ฮาาาา

      ถ้าสุดท้ายคนได้น้องไปคือโมโมอิ ดอกลิลลี่พุ่งกระจายเลยนะนั้น ประโยคของโมโมอิน่ะ..เราจงใจเป็นคำเตือนถึงบางอย่างให้คนอ่านรับรู้ และก็ให้กำลังใจมิเนะด้วย ครอบครัวพ่อแม่โอค่อนข้างลงตัว

      ทว่า..พ่อคุโรโกะน่ะไม่โอเคกับท่านนะ 5555
      ภาค ม.ต้น ใกล้ๆจบจะเห็นว่าท่านพ่อฝ่ายสาวตั้งป้อมท่านล่ะ บังอาจทำลูกสาวเสียใจ

      ท่านเป็นคนเดายากค่ะ ตามทวิตไปใช่ว่าจะเดาท่านได้หมดนะ ซ่อนเยอะอ่ะคนนี้ ลึกลับแท้

  5. นั่นไง 555 ทำไมลางสังหรณ์แม่นแบบนี้
    โฮ่!!!!! คีจังกับโฮ่นี่ปักลงแล้วสินะสินะสินะ!!!!!!…จะไม่มีการบิดไปหาพี่ไฟนะนะนะนะ!!!
    แต่่ยังดีที่คู้นี้จบด้วยดีค่ะ..นางจิ้งจอกได้กับแสงซะที ((นึกว่าจะมีดราม่าต่ออีกยก…เอ๊ะ??หรือว่ามีอีก???))
    ทีนี้เหลือท่านกับน้องและคู่อื่นที่เขาลงตัวกันไปนะท่านขาาาาาเดี๋ยวปั๊ดเชียร์ให้ฟุริได้กับน้องซะหรอก((หืม??))

    เอาจริงๆหนูคิดว่าฟิคนี้จะดาร์กแบบว่า…โฮ่มาเห็นคีถ่ายแบบเซ็กซี่แล้วฉุดกระชากลากถูไปกระทำชำเราเพราะว่าหื่นซะและ ((รู้สึกดีขึ้นที่โฮ่ทำเพราะความหวง))
    ว่าแต่ว่าท่านไม่เสียความมั่นใจเหรอเนี่ย??ทางสังคมเหมือนท่านโดนหักอกสองครั้งสองครา(รักแรกทิ้งแฟนที่คบก็เลิกกลางร้านอาหารอีก)ถึงท่านจะไม่ได้รักก็เหอะแต่จะโดนสังคมมองยังไงล่ะเนี่ย = = ลุ่้นๆ
    แอบคิดว่าท่านจะปล่อยหมาน้อยไปง่ายๆจริงๆรึ =..= ((เธอยังไม่อยากให้คู่แสงหมาสมหวังสินะ(?))อาจจะมีการหักมุม(?)ให้น้องซ้ำใจเล่นก็ได้

    ##เราแอบมโนภาพเป็นอาคาชินั่งบัลลังค์แล้วมีโซ่ล่ามคิเสะข้างๆแล้วอาโอมิเนะเป็นดาบกระโดดดึ้งๆ(?)มาตัดค่ะ 555

    • ฮาภาพอาโอมิเนะเป็นดาบกระโดดดึ๋งๆ 55555555 จริงๆที่มโนคือแต่งชุดอัศวินถือดาบมาฟันโซ่

      เดาแม่นจนเราตกใจเลยล่ะ หุหุ ไม่บิดแล้วค่ะ คู่นี้ลงล็อคแล้ว อย่าระแวงเราขนาดนั้นสิ ถึงเราจะชอบหักมุมก็เหอะ /หือ!!?
      ฟิคนี้เราไม่ลงดาร์กมากหรอก เรท PG-13 ด้วย ตั้งใจไว้ว่าจะสะท้อนความรักในเชิงสว่างและมืดพอ ไม่ดาร์กลงไปด้านจิตด้านมืดแบบจิตๆเหมือน bc หรือ satan

      ท่านไม่เสียความมั่นใจหรอก ถามว่าแคร์สังคมไหมก็แคร์นะ ท่านโดนหักอกครั้งเดียวเอง ฮาา ของคิเสะนี่คบเพราะรู้ดีแก่ใจว่าเลียแผลใจกันและกัน รู้ดีว่าคิเสะชอบใคร

      สังคมจะมองท่านยังไงก็ต้องรอลุ้นล่ะ

      ท่านปล่อยแล้วค่ะ อาโอมิเนะมาประกาศป่าวๆบอกได้เสียกันแล้วขนาดนี้ อีกอย่างท่านก็ไม่ได้รักคิเสะ อาโอมิเนะก็ออกตัวชัดแล้วว่ารัก ท่านก็โอเคที่จะปล่อย

  6. โฮ่แกบอกว่าคีจังคัพบีแบนยังงั้นยังงี้แล้วแกจะไปไอ้นั้นกะเค้าทำไมล่ะ
    ท่านคะทีนี้ก็โดดเดี่ยวแล้วนะแฟนก็ทิ้งส่วนมิโดรินอ่ะไปทำเค้าไว้มากเป็นไงล่ะตัวคนเดียวเลยที่นี้แต่ยังมีมุคคุงอีกนี่แต่รายนั้นเองก็จะเอาแต่น้ำแข็งแล้วช่วงนี้
    อยากทำอะไรก็รีบทำเถอะค่ะสะใจได้อีกไม่นานหรอกถึงเวลาจะจีบน้องแล้วพ่อเจ้าตัวแกล้งเอาจะหาว่าไม่เตือนพ่อตัวยังไม่เข้าข้างเลย
    มิเนะก็โง่จริงน่าจะรู้ว่าแย่งแฟนเขาไปหนนึงแล้วก็ยังจะทำอีกก็ดันไม่พูดกันดีๆถ้าพูดดีนะได้เดทฟรีกับคีจังในภัตตาคารหรูแล้ว
    มีคนจ่ายให้อยู่แล้วเพราะที่จริงถึงท่านจะทำผิดแต่ความจริงท่านก็ห่วงเพื่อนทุกคนนั้นแหละอยากคืนดีจะตายแต่ดันพูดไม่เป็น
    สุดท้ายหักมุม
    ลิลลี่สีขาวน้องคู่กับโมโมจัง
    กุหลาบม่วงท่านคู่กับเรโอเน่
    แบบนี้ไม่เอานะเค้าพูดเล่น
    ท่านน่ะนึกว่าจะแน่ที่แท้ก็เกียมัว
    ฟิคนี้ขอพี่มายุเป็นผู้หญิงนะคะดราม่าจะได้เพิ่มพูน
    อีกนิดนึงอ่านมังงะจบครั้งแรกยังรู้สึกวามิโดรินผิดอะไรน้องโกรธมิโดรินทำไมขนาดตอนเจอกันอีกทีเจ้าตัวยังห่วงน้องเลยว่าเลือกโรงเรียนไม่ดังกลัวน้องจะไประดับประเทศไม่ได้สรุปผู้ชายคนนี้มัน
    ทำไรผิดกันหนอก็อดคิดไม่ได้

    • มิโดริมะผิดแบบจำยอมอ่ะ เข้าเมืองตาหลิวเลยหลิ่วตาตามทั้งที่รู้เต็มอกว่าไม่ควร สังเกตภาคเทย์โควจะคอยปฏิเสธตลอดนะว่า ฉันก็ทำหน้าที่ชู้ตก็เท่านั้นเสมอ โฮ่ทำเพราะหึงหวงคิเสะ555 ท่านตอนนี้โดดเดี่ยวจริงๆค่ะ มิโดริมะก็เล่นซะขนาดนั้น ถ้าตามทวิตจะพบว่าหลังๆท่านไม่ติดต่อมิโดริมะแล้วหลังแมตท์ราคุซันกับชูโตคุ
      มุคคุงก็ไม่เชิงเข้าข้างท่านหรอก ไม่สนใจอะไรมากกว่าสนแต่ขนมและก็เฉื่อยๆ ถ้ามีขนมมาล่อก็ทำตามให้ง่ายๆ
      ท่านจีบน้องมานานแล้วตั้งแต่ ม.ต้น พอเป็นโบคุชิก็กลายเป็นไม่จีบแล้ว สนแต่ชนะลูกเดียวและก็ยังมองห่างๆอย่างห่วงๆ คอยระวังหลังให้
      ต่อให้มิเนะพูดดี ท่านก็แกล้งอยู่ดีเพราะเรื่องในอดีตที่เคยไฝว์แย่งสาวกันมา
      ท่านเป็นห่วงทุกคนแหละ เพียงแค่ตอนนี้ถ้าให้เลือกเพื่อนกับชนะ ท่านเลือกชนะมากกว่า

      มายุสุมิเป็นชายค่ะ 555

  7. ผิดหวังอ่ะถ้าพี่มายุเป็นหญิงนะท่านเจออิกไนต์พาลไคอีกแน่ๆ(ท่ามกลางสายตาพวกคิเซกิ)แต่น้องก็ร้องไห้อีกไม่เอาดีกว่า
    แล้วสองหนุ่มคริสต์มาสนี่จะคืนดีกันไหมคะเห็นพวกนี้ทะเลาะกันแล้วร้าวราน
    เคยอ่านในทวิตบลัดซังว่าท่านติดต่อมิโดรินกับคีจังมากที่สุดแต่ตอนนี้ก็หมดละไปคบน้องแทนมั้ยคะท่าน
    ว่าแต่ฉากชิวาว่าในตำนานจะเขียนมั้ยคะ(ไม่ค่อยชอบฉากนั้นอ่ะ)หลายคนตกหลุมรักฟุริฮาตะจากตรงนั้นเลยแต่เราไม่อ่ะขี้ตื่นไปเกรียนหน้าตายอย่างน้องแหละดี

    • เราว่าการปลอมตัวเป็นชายไม่ใช่เรื่องทำกันง่ายๆอ่ะ ถ้ามีมากกว่า1คงไม่พีคไม่เด่นจริงไหม สองหนุ้มคริสมาสต์จะคืนดีกันไหมอันนี้ต้องดูกันไป ตอนนี้เพื่อนเก่าที่ติดต่อแทบไม่เหลือแล้ว คิเสะก็ไป มิโดรินก็เจอหักหน้าแบบนั้น กับน้องก็ทะเลาะกันหนักร้าวลึกกว่าใครพ่วงทิฐิสารพัดอีก ฉากชิวาว่าเราให้ลุ้นดีกว่าค่ะ ฟุริก็มีความน่ารักในแบบของเขานะเราว่า5555 น่ารักไปคนละแบบ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s