[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part35

[Fic Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Kuroko no love 35

 

 

มือแกร่งจับลูกบาสก็ตบอลโยนขึ้นแล้วปล่อยลงในมือสลับเช่นนี้ซ้ำๆเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังจากที่หนุ่มร่างสูงผิวกร้านแดดกลับมาถึงคอนโดอาบน้ำแต่งตัวแล้วล้มลงนอนกับเตียง..ในหัววนเวียนเพียงเรื่องเล่าที่พรั่งพรูจากปากอิ่ม..น้ำเสียงที่เรียบเย็นราวกับไร้ความรู้สึกแอบแฝงไปความรู้สึกละอายใจต่อความผิดพลาดที่ตัวเธอได้มีส่วนร่วมต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ปึก..

 

บอลเข้าสู่มือครั้งสุดท้าย ยืดแขนค้างอยู่เช่นนั้น..ตาสีเพลิงจ้องมองลูกบาสเก็ตบอลสำหรับฝึกซ้อมส่วนตัว ภายในความมืดมิดอันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกของตน คางามิ ไทกะคิดวนเวียนเพียงเรื่องราวต่างๆสมัย ม.ต้นที่เงาลวงตาพบเจอ

 

ถ้าเกิดเป็นเรา…จะทำยังไงกับเรื่องแบบนี้..

ถ้าเกิดเป็นเรา..ที่พบว่าสิ่งที่รอคอยมาเกือบทั้งชีวิตพังทลายไม่เป็นท่า

 

 

“ชิ!!!” คางามิ ไทกะ ปาบอลทิ้งลงกับพื้นปล่อยให้กระเด้งกระดอน ก่อนจะทิ้งแขนทั้งสองข้างลงบนฝูกเตียง คิ้วสองแฉกขมวดมุ่นเป็นปม ตาจ้องมองเพดานมืดๆไร้ซึ่งแสงไฟอยู่เช่นนั้น

 

 

“ฉันอยากจะช่วยทุกๆคนในรุ่นปาฏิหาร์ยให้กลับมาสนุกสนานกับบาสเก็ตบอลเหมือนเดิม อยากจะ..ช่วยอาคาชิคุงให้ตาสว่าง”

“ฉันถึงได้ตัดสินใจปลอมตัวเป็นผู้ชายอีกครั้ง..เพื่อแก้ไขความผิดในอดีต..เพื่อชดใช้สิ่งที่เกิดขึ้น”

 

 

“ที่พูดมาทั้งหมดเพราะเธอรักอาคาชิมากไม่ใช่เหรอ”  มือแกร่งยกขึ้นมาจับแผลเป็นคมกรรไกรที่จางลงจนแทบไม่เหลือริ้วรอย อกซ้ายบีบรัดแน่นจนเจ็บปวดยิ่งกว่าอาการบาดเจ็บทางกายใดๆ ยิ่งนึกถึงบุรุษผมแดงสั้นนัยน์ตาต่างสีไม่เข้าคู่จนน่าประหลาดใจ…ท่าทางนิ่งขรึมเย็นชา จิตใจเลือดเย็นยิ่งกว่าใครทั้งหมดทั้งมวล..

 

 

จากที่ติดใจไม่ชอบหน้า เวลานี้ใช้คำว่า ‘เกลียด’ ได้เต็มปาก

 

 

หลังจากที่คิดตรึกตรองอยู่นานจนถึงตีสาม หนุ่มผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูตัดสินใจทำสิ่งที่อยากจะทำมากที่สุดตามใจเรียกร้อง มือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงเปิดฝาผับแล้วพิมพ์เมลอย่างรวดเร็ว..นิ้วโป้งชะงักโลเลชั่งใจพักนึงก่อนจะกลั้นหายใจกดส่งไป

 

.

.

.

 

 

จิ๊บๆ จิ๊บๆ

 

แสงแดดของตะวันแรกวันสาดส่องกระทบร่างบอบบางหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เนตรสีฟ้ากลมโตมองภาพสะท้อนตัวเองในกระจก ผมสีฟ้าอ่อนสั้นชี้ยุ่งไม่เป็นทรงหวีแต่งให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่ทำได้เหมือนทุกวัน ผิวขาวผ่องละเอียดดั่งกระเบื้องเคลือบสวมเสื้อยืดแขนตุ๊กตาสีขาวกับกางเกงเข้ารูปขาสั้นสีน้ำตาลอ่อน ก่อนเหลือบตาลงมองหน้าจอมือถือโชว์เมลที่ส่งตรงมากลางดึกโดยคู่หูแสง

 

 

‘ไหนๆพรุ่งนี้ไม่มีซ้อม พวกเราไปเที่ยวด้วยกัน 2 คนไหม ถ้าตกลงเจอกัน 10 โมงเช้าหน้าทางเข้าย่านชินจูกุนะ

                                                                                                                                    คางามิ  ไทกะ’

 

 

หญิงสาวสำรวจความเรียบร้อยตัวเองจนเป็นที่พอใจแล้วก็คว้าเอาเป้สะพานสีขาวเรียบแบบผู้หญิงมาสวมใส่เดินออกไปจากห้องนอนลงบันไดมาสู่ชั้นล่าง บอกลาคนในครอบครัวที่นั่งบนโซฟารวมตัวกันดูทีวีอยู่ในห้องรับแขกพลางกัดขนมเซมเบ้เคี้ยวกันกรอบแกรบก่อนออกเดินทางไปข้างนอก

 

 

ปัง!!!

 

 

ประตูบ้านปิดสนิทเรียบร้อย ขาผอมบางชะงักนิ่งทันทีที่พบว่าหน้ารั้วบ้านมีคนยืนรออยู่ ต่างฝ่ายต่างสบตากันเนิ่นนานไม่ยอมพูดจา จนในที่สุดฝ่ายผู้ดักรอเปิดปากพูดก่อน

“คุโรโกะ..เธอแน่ใจแล้วเหรอ”  ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเขียวกล่าวถามทั้งเสียงทุ้มกดต่ำ..ตาสีมรกตหลังแว่นทรงสี่เหลี่ยมกรอบสีดำฉายแววเค้นถามหญิงสาวหน้าตาย  คำตอบของเธอคือการพยักหน้าทั้งสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ยากแก่การคาดเดาความคิด มิโดริมะสะอึกพูดอะไรไม่ออก  ยืนตัวแข็งทื่อเช่นนั้นจนร่างผอมบางเดินสวนผ่านเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

“ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่ซ้ำรอยเดิมก็แล้วกัน”  มิโดริมะ ชินทาโร่ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แหงนมองท้องฟ้าสีครามสดใสเหมาะกับการควงคู่ไปเดินเล่นชื่นชมบรรยากาศรอบๆ

 

 

..อดีตวันวานคือผืนฟ้า..เวลานี้กลายเป็นเปลวเพลิง..

 

 

.

.

.

 

ย่านชินจูกุคือแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมเป็นอันดับต้นๆของโตเกียว ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เช่นนี้หนาแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา หลายเพศ หลายเชื้อชาติ เดินกวักไกว่เต็มพื้นถนนใจกลางเมือง คางามิ ไทกะ สวมเสื้อยืดลายทางสีดำสลับขาวทับด้วยโค้ทสีเขียวตัวยาวเข้ากับกางเกงยีนส์สีน้ำตาลเข้ารูปสุดท้ายคือรองเท้าบู๊ทยาวขึ้นมาปิดตาตุ่มยืนพิงรอคนที่เขาส่งเมลขอนัดเจอกัน  ดวงเนตรสีเพลิงหลุบตามองนาฬิกาข้อมือ G-shock สีดำ ก่อนจะเงยหน้าเพ่งหาเงาร่างจืดจางที่ควรจะปรากฏตัวมาในเวลานี้…ตอนนี้เข็มนาฬิกาชี้บอกให้รู้ว่าเลยเวลานัดมาเกือบ 15 นาทีแล้ว

“หรือว่า…จะไม่มา..”

“อะไรนะคะ คางามิคุง?”

“เฮ้ย!!!!!!!”

การปรากฏตัวของเด็กสาวผมสีฟ้าสั้นในระยะประชิด ตามด้วยเสียงเย็นเรียบนิ่งไม่ว่าจะกี่ครั้งก็หาได้ทำให้เอซแห่งเซย์รินคุ้นชินซักที มือหยาบใหญ่ยกขึ้นมากุมอกหายใจเข้าออกปรับอารมณ์ตัวเองให้กลับมาเป็นปกติ พอได้สติกลับมาเต็มเปี่ยมแทนที่จะเฉยชา กลายเป็นว่าแก้มสากแล่นริ้วไปด้วยสีแดงทั่วทั้งหน้าครั้นได้เห็นการแต่งกายของคุโรโกะ เท็ตสึยะในวันนี้

“ขอโทษที่สายนะคะ พอดีรถติดก็เลยมาช้า”  คุโรโกะกล่าวขอโทษคนที่มารอก่อนเธอร่วม 15 นาที

 

 

….น่ารักไปแล้วเฟ้ย!!!

 

 

 

“อ..เอ่อ..ช่างเหอะ!!..ก..กินข้าวมายัง?” คำถามแรกที่ควรจะเริ่มเปิดบทสนทนาสำหรับการออกปากขอ ‘เดท’ ครั้งแรกด้วยตนเองโดยไม่มีรุ่นพี่จัดแจงสนับสนุนวางแผนให้ กลายเป็นประโยคที่เอ่ยทั้งเสียงตะกุกตะกักแถมยังฟังดูงี่เง่าสิ้นคิดเสียจนอยากเอาหัวเขกเสาให้ตายตรงนี้

“ยังเลยค่ะ คางามิคุงล่ะคะ” คุโรโกะส่ายหัวช้าๆตอบแล้วถามกลับบ้าง

“ยังเหมือนกัน..ถ..ถ้างั้น..เอ่อ..ไปหาอะไรกินในห้างก็แล้วกัน ไหนๆก็มาแล้ว”  คางามิชี้นิ้วไปยังห้างสรรพสินค้าที่เขาทั้งสองนัดพบเจอ หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเดินตามหลังชายร่างสูงที่เดินนำเข้าไปก่อน

 

.

.

 

คางามิ ไทกะมองหาร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า หากแต่ด้วยเหตุที่วันนี้เป็นวันเสาร์..เป็นอีกวันหยุดแถมยังใกล้สิ้นเดือนอีกจึงเป็นเหตุให้ร้านอาหารเกือบทุกร้านเต็มไปเสียหมด ถ้าจะกินก็ต้องเข้าคิวที่ยาวมากๆ สุดท้าย..พวกเขาทั้งสองตัดสินใจรับประทานอาหารในร้าน Mac ร้านประจำที่ไปกินด้วยกันบ่อยๆช่วงหลังเลิกซ้อมจนชินชา

“โทษทีนะ..สุดท้ายก็พามาร้านเดิมๆแบบนี้” คางามิถอนหายใจวางถาดเบอร์เกอร์ไส้เนื้อร่วมสิบกว่าอันบนโต๊ะ

“ไม่เป็นไรค่ะ อีกอย่างฉันก็ได้กินวานิลลาเชคด้วย” คุโรโกะขยับยิ้มน้อยๆ แล้วยกแก้ววานิลลาเชคขึ้นดูดช้าๆ นัยน์ตาสีเพลิงลอบมองริมฝีปากอิ่มเล็ก..ริมฝีปากน้อยๆที่เขาพึ่งสังเกตว่ามีสีชมพูอ่อนเหมือนดั่งกลีบดอกซากุระยามผลิบานกำลังแตะปลายหลอดเช่นนั้น…

 

 

อิจฉาหลอดวานิลลาเชคก็วันนี้แหละ!!

 

 

“คางามิคุง..มีอะไรติดหน้าฉันเหรอคะ?”

“ป..เปล่า!!!ฉันคิดว่ากินเสร็จจะไปไหนต่อดีน่ะ”   คนหนุ่มร่างสูงยกมือเกาศีรษะแรงจนหัวยุ่งฟูกว่าเดิม เฉสายตาไปมองวิวนอกหน้าต่างแทน หลีกเลี่ยงสายตาที่เอาแต่จ้องปากน้อยๆตรงหน้าแล้วรีบจัดการแกะห่อเบอร์เกอร์กัดคำโตเคี้ยวตุ้ยๆ โดยที่เจ้าตัวคงไม่รู้ว่า…ตาสีฟ้าอ่อนกลมโตจ้องมองอยู่เงียบๆ จนรับประทานอาหารกลางวันเสร็จบวกเวลาพูดคุยกันเรื่องต่างๆนาๆก็ปาไปเกือบบ่ายกว่า

 

“ไปไหนต่อกันดีล่ะ?”  ร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้กล่าวถามหลังจากก้าวเท้าออกจากประตูร้าน Mac ในห้าง คุโรโกะกลอกตาครุ่นคิดพักนึงและชี้นิ้วไปยังชั้น 4 ซึ่งเป็นโซนอุปกรณ์กีฬา

“ไปดูอุปกรณ์กีฬากันไหมคะคางามิคุง”

“เอาสิ!!!”  เสียงทุ้มขานรับเดินเคียงข้างไปกับคู่หูแสงเงา ทั้งสองก้าวเท้าขึ้นบันไดเลื่อนแล้วยืนนิ่งๆปล่อยให้กลไกระบบอัตโนมัติทำงานพาพวกเขาขึ้นไปสู่ชั้น 4 ที่อยู่เหนือบนชั้นร้าน Mac อีกแค่ชั้นเดียว  ใบหน้าคมกร้าวดูดุดันเหลือบไปเห็นบันไดเลื่อนฝั่งตรงข้ามขาลง..ภาพของชายหนุ่มหญิงสาวคนรักคู่หนึ่งจับมือเคียงข้างกัน…

 

…จับมือ…

 

คางามิหลุบตาลงกลับมามองมือเล็กๆที่ทิ้งข้างตัวหญิงสาวผมฟ้า…เขากลืนน้ำลายลงคอประหม่าเสียไม่ได้ อกซ้ายเต้นแรงจวนเจียนหลุดออกจากอกมะรอมมะร่อ เขาสูดลมหายใจลึกรวบรวมความกล้าและยื่นมือไปช้าๆทีละนิด..ทีละนิด…

 

“!!!!!!!”

 

หากแต่หญิงสาวกลับยกมือขึ้นมาเกี่ยวปลายผมสีฟ้าอ่อนหล่นมาปรกลูกตาขึ้นทัดหูเสียก่อน…คุโรโกะ เท็ตสึยะ เหลียวหน้ามาหาร่างสูงพลางเลิกคิ้วสูงจ้องมองด้วยแววตาฉงนสงสัย คางามิหน้าร้อนวาบรีบเก็บมือตัวเองล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วทำเป็นมองตรงไปข้างหน้ากลบเกลื่อนการกระทำชั่ววูบของตนเมื่อครู่

 

 

ให้ตายสิ!!!เราคิดฉวยโอกาสแบบนี้ได้ไงฟร่ะ!!!!!!

 

 

ทันทีที่บันไดเลื่อนพามาถึงชั้นอุปกรณ์กีฬา พวกเขาทั้งสองตรงไปยังมุมบาสเก็ตบอลทันที..คางามิ ไทกะ ตาพราวสนุกสนานยิ่งได้เห็นลูกบาสกับรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่พึ่งออกมา เขาหยิบรองเท้า Nike รุ่นล่าสุดที่เสริมยางให้เกาะติดพื้นสนามยิ่งขึ้นโชว์ให้สาวคู่เดทวันนี้ดู  “ดูนี่สิคุโรโกะ รุ่นใหม่ล่าสุดที่โคบี ไบรอันเป็นพรีเซนเตอร์ น่าเสียดายจริงๆไม่มีไซส์ฉัน”

หญิงสาวผมฟ้ามองคนหนุ่มผมแดงอมน้ำตาลไหม้ถอนใจ มองรองเท้านึกเสียดาย เธอขยับยิ้มเห็นใจมองร่างสูงวางรองเท้าบาสรุ่นใหม่ล่าสุดลงกับชั้นวางโชว์ด้วยสายตาละห้อย

“ใครใช้ให้คางามิคุงเกิดมาเท้าไซส์ฝรั่งกันล่ะคะ”

“พูดแบบนี้เหมือนผิดที่ฉันเกิดมาเท้าโตนี่หว่า!!!”  คางามิแยกเขี้ยวใส่สาวร่างผอมบาง ใบหน้าขวางโลกกับคิ้วสองแฉกขมวดมุ่นเป็นปมจนเกิดรอยย่นทำเอาหลายคนผ่านไปมาตกใจกลัว แต่นั่นไม่ใช่สำหรับคุโรโกะกลับทำให้เธอนึกขำระคนเอ็นดูมากกว่า เวลาผ่านไปเกือบ 2 ชม.ที่คางามิสาละวนอยู่ในมุมกีฬาเสียเพลินโดยมีคุโรโกะคอยเดินตามออกความเห็นบ้าง หยิบจับนู่นนี่บ้าง…

 

 

เฮ้ย!!!มีแต่เราที่ไปในที่ๆเราชอบนี่หว่า!!!?

 

 

ร่างสูงตบหน้าผากตัวเอง พึ่งรู้สึกตัวว่าที่คุโรโกะชวนมาที่แห่งนี้เพราะเขาชอบมามุมกีฬาตอนนี้ย้ายจากบาสเก็ตบอลมาดูเซิร์ฟแทนอีก ฝ่ายหญิงสาวก็เอาแต่ยืนจ้องมองกระดานโต้คลื่นเงียบๆไม่แสดงสีหน้าค่าตาใดๆอีก คางามิรีบน้ำ อาศัยจังหวะที่พนักงานในห้างเข้ามาคุยกับคุโรโกะ วิ่งไปหลบมุมหลังบูธอุปกรณ์ดำแล้วล้วงเอากระดาษที่ปริ้นท์ออกมาจากเน็ตในกระเป๋าเสื้อโค้ทด้านในขึ้นมาอ่าน

 

‘วิธีเดทสาวให้ติดหนึบมี 2 ข้อที่ควรจำไว้

1.หากรับประทานอาหารด้วยกันต้องออกปากเลี้ยงเองก่อน เว้นฝ่ายสาวเสนอขอแชร์ครึ่ง (คางามิทำตามแล้วแต่คุโรโกะขอแชร์ เลยต้องจำยอมทำตาม)

2.ให้เธอเป็นฝ่ายนำในการเดท ไม่ว่าเธอจะไปไหน พูดอะไร จำไว้ว่าเธอคือพระเจ้า..หน้าที่ของเราคือทำตามโดยสดุดี**

ปล. **คือสำคัญมากๆ’

 

“ให้ตายเหอะ!!!”  คางามิเอากระดาษตบหน้าตัวเองแรง ข้อแรกผ่านไปดันมาพลาดข้อสองเสียได้!! เขาตบแก้มตัวเองแรงสองทีก่อนจะรีบผละจากซุ้มอุปกรณ์ดำน้ำเข้าไปหาหญิงสาวผมสีฟ้าอ่อนสั้นซึ่งกำลังรับฟังพนักงานอธิบายโครงสร้างกระดานโต้คลื่นยาวเป็นวรรคเป็นเวร

“คุโรโกะ” คางามิออกเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเรียกคู่หูเงา

“เพื่อนฉันมาตามแล้ว ขอตัวนะคะ”  คุโรโกะโค้งลาพนักงานที่พยายามจะขายของ เดินออกไปหาคนหนุ่มตัวสูงกำลังกวักมือเรียกอยู่ไม่ไกลนัก

“เธออยากไปที่ไหนรึเปล่า?” เสียงทุ้มห้วนถามเด็กสาวตรงหน้า

“เบื่อโซนกีฬาแล้วเหรอคะ” คุโรโกะ เท็ตสึยะยิงคำถามกลับมา ยิ่งทำให้คางามิละอายใจกว่าเดิมที่พึ่งมาตรัสรู้ว่าสาวเจ้าเป็นฝ่ายตามใจเขาแทน

 

 

คางามิ ไทกะ!!ทำไมแกเป็นคนซื่อบื้อแบบนี้!!!!

 

 

“ฉันพอแล้ว..จากนี้ไปอยากไปที่ๆเธออยากเที่ยวมากกว่า”  สิ้นคำตอบ..ไม่รู้ร่างสูงคิดไปเองรึเปล่าเขาสังเกตเห็นท่าทีของสาวผมฟ้าดูแปลกไป ไหล่เล็กไหวยกขึ้นเล็กน้อยซึ่งเป็นอาการแปลกประหลาดที่ไม่ค่อยเห็นจากอีกฝ่าย คุโรโกะจ้องมองนิ่ง..นิ่งนานพักนึงแล้วเป็นฝ่ายเฉหลบตาเสียอย่างงั้น

“ไปร้านหนังสือได้ไหมคะ”

 

.

.

.

 

จากชั้นบนสุดของห้างย้ายมาอยู่ชั้นโถงล่างสุดซึ่งเป็นลานน้ำพุตรงกลางไว้สำหรับให้คนที่เข้ามาท่องเที่ยวหรือจับจ่ายใช้สอยนั่งพักขาจากการเดินช็อปเสียจนเมื่อยล้า  คางามิอ้าปากหาวหวอดเป็นรอบที่ 10 ของวันตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในโซนร้านหนังสือ เขายืนสัปหงกแทบจะเอนตัวพิงชั้นวางแล้วหลับไปเสียดื้อๆ หลายต่อหลายครั้งจนต้องอาศัยหยิกแขนตัวเองให้ตื่นขึ้น

 

 

พึ่งรู้ว่าคุโรโกะเป็นหนอนหนังสือ..นึกว่าจะชอบบาสอย่างเดียวซะอีก..

 

 

นี่เป็นอีกสิ่งที่ชายหนุ่มร่างสูงพึ่งได้เรียนรู้จากการเดทในวันนี้ ตาคู่คมลอบมองร่างผอมบางยืนอยู่ชั้นหนังสือ มือเล็กบางหยิบเอาหนังสือในชั้นวางเปิดอ่านเงียบๆ

“อ่านอะไรอยู่น่ะ?” คางามิหาเรื่องคุยป้องกันไม่ให้ตัวเองเผลอหลับ

“หมากรุกญี่ปุ่นค่ะเรียกว่า ‘โชงิ’”  คนตัวสูงเลิกคิ้วสองแฉกหลังจากได้ยินคำตอบ เดินเข้ามายืนข้างๆยื่นหน้ามาดูเนื้อหาด้านใน

“ซับซ้อนน่าปวดหัวชะมัด เธออ่านเข้าไปได้ไงกัน”  เสียงทุ้มหรี่ตามองคำบรรยายการสร้างกลยุทธ์วางแผนรุกและตั้งรับอะไรซักอย่างที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนน่าปวดหัวยิ่งกว่าโต้รุ่งอ่านหนังสือก่อนสอบเสียอีก

 

 

“โชงิเป็นกีฬาที่ซับซ้อนเข้าใจยาก ยิ่งเป็นคนที่เล่นโชงิเก่งเท่าไหร่ก็ยิ่งอ่านยากเท่านั้น อย่างเช่นอาคาชิคุง..ถ้าอยากจะเอาชนะเขาฉันก็ต้องเข้าใจแนวคิดของเขาให้มากยิ่งขึ้น”  สิ้นคำบอกเล่า คางามิถึงกับหยุดหายใจชั่วขณะ ตาค้างจ้องหนังสือในมือสาวตัวเล็ก..พูดอะไรไม่ออก..ไม่สิ..มันจุกอกจนพูดอะไรไม่ออกตั้งหาก…

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่..อีกแล้วเหรอ…

 

 

“คางามิคุง?”  เด็กสาวผมฟ้าสั้นรู้สึกว่าเพื่อนหนุ่มคนสนิทเงียบผิดปกติ ดวงหน้าหวานละสายตาจากหนังสือเงยหน้ามองหน้าคมครึ่งซีกที่เอาแต่ก้มเหม่อจนต้องสะกิดต้นแขนเรียกสติอีกฝ่าย

“ฉันว่าจะไปดูมุมหนังสืออาหารซักหน่อย ถ้าเสร็จก็มาตามล่ะกัน” คางามิสะดุ้ง เขาตอบทั้งเสียงแข็งห้วนเจือหงุดหงิดแล้วรีบปลีกตัวออกจากร่างเล็กบางให้อ่านหนังสือสอนเล่นโชงิขั้นสูงต่อ..ขายาวก้าวถอยห่างจากเด็กหญิงจืดจางออกไปไกลสักพัก ก่อนจะยกมือปิดปากนึกถึงตัวเองออกอาการเหวี่ยงใส่เมื่อครู่

 

“ทำไมหึงแล้วทำตัวแย่แบบนี้นะ!!!”

 

.

.

.

 

บรรยากาศระหว่างคนสองคนอึมครึมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลังออกจากร้านหนังสือ คุโรโกะถือถุงหนังสือที่ซื้อมา 2 เล่มเดินหน้านิ่งยากแก่การอ่านความคิดเหมือนปกติ ในขณะที่คางามิอึดอัดจนแทบเป็นบ้า..เขารู้สึกผิดจนแทบจะอกแตกตายจนอยากจะขอโทษคนข้างตัว..หากแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นเปิดบทสนทนายังไงดี

“คางามิคุงเราไปเล่นบาสด้วยกันไหมคะ?”  ในที่สุดคนที่ชวนคุยคนแรกคือสาวร่างบาง คางามิเลิกคิ้วก้มมองนาฬิกาข้อมือตอนนี้บ่ายสามกว่าแล้ว ในช่วงวันหยุดเช่นนี้ยิ่งเย็นยิ่งหารถกลับยาก เขาจึงพยักหน้าเห็นด้วยที่จะทำตามข้อเสนอของอีกฝ่าย คุโรโกะขยับยิ้มน้อยๆ  รอยยิ้มที่ทำเพียงยกมุมปากจนยากจับสังเกตกลับตราตรึงใจร่างสูงนัก

 

 

รอยยิ้มของเงาลวงตานำพาหัวใจแสงสว่างให้ส่องประกายเจิดจ้าอีกครั้ง

 

“เอาสิ!!!!” เขาขานรับพร้อมฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว

 

 

.

.

.

 

ปึง!!ปึง!!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลกระแทกลงพื้นเป็นจังหวะซ้ำๆไปมาบนสนามบาสกลางแจ้งในสวนสาธารณะใหม่ใจกลางเมือง ท้องฟ้าย้อมกลายเป็นสีแดงฉานยามตะวันตกดิน ฉายฉาบไปทุกสรรพสิ่งรวมถึงหนุ่มสาวคู่หูแสงเงาที่กำลังเล่นตัวต่อตัวติดต่อกันมาหลายชั่วโมงจนโชกเหงื่อ

 

 

ปึง!!!!

 

คางามิ ไทกะเป็นฝ่ายเอาชนะดังก์ลูกลงห่วงไปได้ เขาหย่อนเท้าลงเหยียบกับพื้นยกคอเสื้อยืดลายทางสลับขาวดำขึ้นเช็ดเหงื่อ พลางเหลือบมองฝ่ายหญิงสาวยืนเอามือเท้าเข่าหายใจหอบแฮ่กๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาคลี่ยิ้ม ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายสนุกสนานยิ่งกว่าในช่วงเวลาที่เขาและเธอใช้ร่วมกันในห้างสรรพสินค้าย่านชินจูกุ

“คางามิคุงเก่งมากเลยค่ะ ฉัน..สู้ไม่ได้จริงๆ” คุโรโกะชมเชยคู่หูที่พัฒนาก้าวกระโดดจากวันแรกๆ ในระยะเวลาสั้นๆสามารถเอาชนะรุ่นปาฏิหาร์ยไปได้ถึง 4 คนแล้ว

“ฉันยังต้องฝึกอีกเยอะ อย่ามาทำพูดดีไป..เธอเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน” คางามิยกยิ้ม

 

สายลมในฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านนำพาไอเย็นผ่านร่างระหว่างคนสองคน จนเส้นผมพลิ้วไหวไปตามกระแส..ดวงหน้าหวานโดนผมแยงลูกตาจนต้องยกมือเกี่ยวปลายผมขึ้นทัดหลังหู วินาทีนั้นเนตรสีเพลิงสะท้อนภาพของสาวตรงหน้าที่เขารู้สึกมากกว่าผู้หญิงคนไหนๆในโลกนี้ทั้งหมดว่างดงามจับตาเพียงใด..

 

 

เด็กหญิงธรรมดาปอนๆ เร้นกายในเงามืด ทั้งที่หาได้มีรูปโฉมงดงามจนต้องเหลียวหลัง

หารู้ไม่..ว่าหัวใจที่แข็งแกร่งกว่าสิ่งอื่นใดได้จุดประกายไฟในหัวใจอัศวินแห่งแสง…

 

 

“คางามิคุงรู้ไหมคะ หลังจากจบการแข่งกับโยเซน..ฉันกังวลที่ทุกอย่างดำเนินมาเร็วจนถึงวันนี้” ดวงหน้าหวานสนทนากับคู่หูของเธอ ทว่า..ดวงตากลับจ้องมองตะวันที่กำลังเคลื่อนคล้อยตกลงสู่ขอบฟ้ากับท้องนภาสีแดงฉาน

“ฉันกลัวว่าจะแพ้เขา..กลัวว่าที่ทำมาทุกสิ่งจะพังทลายลง..”  ร่างสูงลืมหายใจทันใด หลังจากที่ได้รับฟังประโยคถัดมาคำว่า ‘เขา’ เสมือนดาบเสียบแทงทะลุอกซ้าย และยิ่งดวงตาของเธอจดจ้องเพียงสิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่แสงสว่างคนนี้ที่ยืนอยู่ข้างกาย

 

 

เด็กหญิงธรรมดาผู้นี้มีใจให้ ‘เจ้าชาย’ ผู้ดำดิ่งสู่ความมืดขึ้นครองบังลังค์แห่งชัยชนะ

กลายเป็น ‘จักรพรรดิ’ ที่มิเคยปราชัยให้สิ่งใดในโลกนี้

 

 

 

 

“แต่เพราะมีคางามิคุงกับทุกคน ฉันถึงได้เชื่อใจและก็มั่นใจว่าโอกาสชนะจะไม่เป็น 0 อีกต่อไป” คุโรโกะผินหน้ากลับมาสบตาสีเพลิงคู่คม รอยยิ้มของเธอในวันนี้..คือรอยยิ้มกว้างสดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เคยพบเห็น

 

“ขอบคุณนะคะ  คางามิคุงที่คอยเคียงข้างกันมาจนถึงวันนี้”

 

 

เหตุไฉนใยถึงไม่คิดมองอัศวินผู้คอยเคียงข้าง

เหตุไฉนดวงตาของเธอถึงจดจ้องเพียงดวงอาทิตย์อันเจิดจ้า

เหตุไฉนจักรพรรดิถึงมีสิทธิ์ได้มากมายเพียงนี้…แล้วถ้า..อัศวิน….

 

 

หมับ!!

 

ฝ่ามือแกร่งคว้าจับต้นแขนเล็กๆเอาไว้…ใบหน้าคมคายก้มต่ำจนผมปรกดวงเนตรสีแดงเพลิง เก็บซ่อนหน้าต่างของหัวใจเอาไว้ในเงามืด  “คุโรโกะ…ความจริงแล้ว….”

 

 

อัศวินแห่งแสงคิดเห็นแก่ตัวอยากครอบครองเงาลวงตาเอาไว้

 

 

“ฉัน…”

“……..”

 

 

ยึดเอาไว้เป็นของตัวเอง..ต่อให้ต้องกลายเป็นแสงสว่างจากเพลิงปิศาจอันน่าสะพรึง

ชิงโอกาสครอบครองเด็กหญิงเอาไว้ก่อนจะเอื้อมมือไปถึงจักรพรรดิ!!!!!

 

 

 

“……ฉันกำลังคิดว่า..เราจะยังเป็นเพื่อนกันอยู่ใช่ไหม”  ปากหนาได้รูปเอ่ยถามพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมา..สบตาสีฟ้ากลมโต

“ค่ะ คางามิคุง..พวกเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป”  คุโรโกะคลี่ยิ้มจางๆ กลับมาเป็นสีหน้าเฉยชาเช่นเคย คางามิ ไทกะมองรอยยิ้มน้อยๆบนดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้า เขาวางมือลงแล้วขยี้แรงไปมาด้วยความหมั่นไส้!!!

“เอาล่ะ!!ฉันเองก็ไฟแรงแล้ว ศึกสุดท้ายฉันกับเธอจะถล่มอาคาชิให้เละ!!!คอยดู!!!” กำปั้นใหญ่ชูขึ้นตรงหน้า ตามด้วยกำปั้นน้อยชนตอบกลับเป็นคำสัญญาให้แก่กันและกัน

 

 

การเดินทางของเด็กหญิงกับอัศวินแห่งแสงมาถึงประตูด่านสุดท้าย

ต้องกระชากจักรพรรดิลงจากบังลังค์แห่งชัยชนะให้ได้!!!!

 

 

 

.

.

.

 

หลังจากส่งคุโรโกะถึงบ้านเสร็จ ขายาวก้าวเดินทอดน่องไปตามท้องถนนเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยว ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นความมืดมิดในยามพลบค่ำ เหลือเพียงแสงจากไฟนีออนริมถนนส่องสว่างบนทางเดิน  ร่างสูงเบิกตาตกใจชะงักฝีเท้าลงหยุดอยู่หน้าทางเข้าคอนโดอันเป็นบ้านของเขา ที่แห่งนั้นได้พบกับเหล่ารุ่นพี่เซย์รินทั้งหมดรวมถึงฟุริฮาตะกับเพื่อนๆอีก2 คนยืนดักรออยู่

“ทุกคน..”  คางามิไล่มองหน้าทีละคนที่ส่งยิ้มให้..รอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ทำเอาเขาถึงกับเก็บกลั้นความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่

“ผม..ทำถูก..แล้วสินะ..ครับ…” น้ำตาไหลรินออกจากเนตรสีเพลิงดุกร้าว ฮิวงะกับริโกะเดินเข้าไปตบบ่ารุ่นน้องปีหนึ่งตามด้วยคนอื่นๆเข้ามาห้อมล้อมโอบกอดเอซเซย์รินเอาไว้ คิโยชิขยี้หัวปลอบโยนอีกฝ่ายจนหัวโอนเอนไปมา

“นายทำถูกต้องและดีที่สุด นั่นก็เพราะนายเอาชนะใจตัวเองแล้ว” ริโกะปลอบโยนคนผมแดงอมน้ำตาลไหม้ที่พยักหน้าหงึกหงัก ก้มหน้าก้มตาเม้มปากแน่นพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้

 

 

ขอสาบานว่าจะเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้าเช่นนี้  คอยเคียงข้างเงาลวงตาไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข

มีชีวิตถือดาบปกป้องและเฝ้ามองเด็กหญิงอยู่เบื้องหลัง..ตลอดไป

 

 

 

TBC

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

ตอน 35 มาไวเพราะไม่มีฉากแข่งนี้แหละ ตอนนี้ไฟดำเลยค่ะ

หลังจากตอน 36 เป็นต้นไปเจอกับพระเอกแมตท์สุดท้ายราคุซันแล้ว

 

นับถอยหลังจบฟิค 4 ตอน  ฟิคเรื่องนี้แพลนจะรวมเล่มด้วย

เดี๋ยวใกล้ๆ จะมาชี้แจงรายละเอียดอีกทีผ่านทางเด็กดี เพจ ทวิต และก็ WP นะคะ

 

 

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

 

 

12 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part35

  1. อุ๋ย!!!!! ในที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คางามิก็กล้าขอเดท
    ถึงจะส่งมาเป็นแค่ข้อความก็เตอะ โธ่ๆๆๆ ไอ้เรารึกะลุ้นมาซะตั้งนาน
    แหมๆๆ พี่เขียวกะใช่ย่อยห่วงหรอแอบหวงน้องสาวกันแน่นะ มีการ
    แอบสุ่มมาดักหน้าบ้านรุย กร๊ากๆๆ แต่ว่านะคางามิคุง แค่มีชื่อท่าน
    โผล่มา ก็หึงซะแระ ความอดทนต่ำขนาดนี้จะชนะท่านได้ไง ยังไงก็
    แอบเชียร์นายอยู่นะ ถึงจะเชียร์ไม่ขึ้นกะเตอะ ศึกสุดท้ายเนี่ยมันจะ
    กลายเป็นศึกชิงนางกันไหมเนี่ย น้องช่างน่าเป็นห่วงจริงจัง

    Ps.แถมยังเหลือแค่ 4 ตอน ไม่อยากให้จบรุย ฮ่า…

    • คางามืตั้งใจจะฉวยโอกาสบอกรักน้อง ลองเสี่ยงดูส่งมาเป็นข้อความขอเดทเลยล่ะ พี่เขียวเป็นห่วงกลัวจะไปซ้ำรอยเดียวกับอาโอมิเนะแล้วจะมีปัญหากันตอนลงแข่งน่ะ ห่วงในฐานะพี่ชายห่วงใยน้องสาวมากกว่า ท่านทำเรื่องเยอะยิ่งได้ฟังอดีตสมัย ม.ต้น มาอีก แค่ชื่อคางามิก็หงุดหงิดแล้วล่ะ

      ฟืคยังไม่จบอย่าพึ่งนับศพกันนะเออ อะไรก็เป็นไปได้ ฮาาาาาา

      ศึกสุดท้ายเป็นทั้งคติบาสที่ถูก ทั้งชิงนางไปในตัวด้วย ศักดิ์ศรีระหว่างท่านกับน้องอีก
      จะจบแล้วเราก็เริ่มเหงาๆเหมือนกันนะ คงเพราะฟิคนี้ยาวมาก55

  2. ขอเม้นทีเดียวนะคะสำหรับตอนก่อนด้วย
    บากะนะแต่โดยส่วนตัวก็ไม่ได้เชียร์อยู่แล้วพอดีชอบแนวสุขุมอย่างนายน้อยมิโดรินพี่น้ำแข็งอะไรอย่างงี้มากกว่า
    ถึงเรื่องมัันจะมาขนาดนี้แส้วก็จะขอย้ำกับบลัดซังอีกครั้งค่ะว่าเราอยู่ทีมเขียว(มันไม่ออลดำจริงๆใช่มั้ยคะ)แต่คงต้องทำใจอย่างน้อยก็ขอพี่เขียวกะน้องดำไปเดินซื้อหนังสือด้วยกันก็ยังดี(เพราะดราม่าซีดีแท้ๆ)เหมือพี่แกอยากจะพูดว่า
    ‘ครกอ่ะเป็นที่รักแห่งเราชาวคิเซกิบากะกามิจะมาเอาไปไม่ได้ต้องเก็บไว้ให้อาคาชิเท่าน้าน’
    ศึกม่วงดำยินดีกับชัยชนะค่ะแอบเสียดายเหลืองดำค่ะเพราะแมตช์นั้นท่านชมน้องไว้เยอะปลื้มมาก
    ท่านเก็บตัวเงียบรอบทสินะคะพูดถึงราคุซันนี่แอบเห็นภาพเรโอเน่แต่งหน้าให้น้องนะคะ
    น้องเป็นคนน่าสงสารนะมีคนมาชอบเยอะแต่จะให้ปฏิเสธหนักก็ไม่ได้เพราะอ่อนโยนเกินไปจริงๆแต่มิเนะนี่คือยกเว้นดันไปหลอกเค้าไว้นิเป็นต้นเหตุแห่งความระทม
    พี่มายุนี่ดรา่าสุดท้ายมั้งคะเนี่ย
    คีจังโอเมเดโตวได้เล่นหนังแหละชื่อเรื่องคงประมาณว่า
    ชีวิตของโกลเด้น,ชาลาล่าไลฟ์,ชาลาล่าก๊อปปี้(ไม่ใช่ล่ะ)

    • ได้จ้า เม้นมาเราก็ดีใจมากๆเลยล่ะ
      ไม่มีทางออลดำหรอกค่ะ เรื่องนี้มีคู่ที่ลงแน่ชัดแน่นอนแต่จะจบแบบไหนให้ลุ้นกันดีกว่า
      พี่เขียวแกห่วงกลัวน้องมีปัญหากับคางามิเหมือนที่มีปัญหากับอาโอมิเนะ น้องรู้ตัวตั้งแต่งานเทศกาลแล้วว่าคางามิเริ่มชอบตัวเองแต่ก็ยังทำนิ่งทำเฉยเอาไว้เพราะกลัวเสียเพื่อน เสียความรู้สึก เป็นอะไรที่ลำบากใจจริงๆนะ ถ้าคางามิสารภาพรักน้องก็ต้องปฏิเสธเพราะยังชอบคนอืน

      ดูโหดร้ายแต่ก็ไม่เลือดเย็น คนชอบเยอะก็ลำบากใจจริงๆนะ น่าสงสารเหมือนกัน

      การตกลงเดทก็เหมือนกับว่าต้องการเคลียร์กับคางามิให้ชัดเจน
      เราไม่ตามอนิเมซะทีเดียวน่ะ ในฟิคทีมเหลืองตกรอบไปตั้งแต่อินเตอร์ไฮน์เลยทำให้ไม่มีเหลืองดำ มิเนะเป็นเส้นทางที่เลือกจะรั้งทำทุกวิธีเพื่อเอาน้องมาเป็นของตัวเองเป็นมุมมองความรักทำให้คนยอมทำผิดๆ ในขณะที่คางามิเหมือนมิเนะทุกอย่าง เกือบจะตามรอยมิเนะแล้วแต่ท้ายสุดก็ตัดสินใจอีกแบบคือยอมที่จะถอยมาดูแลห่างๆ รักน้องอยู่แต่เลือกที่จะเก็บเอาไว้ในใจแทน

      2 แสง 2 ทางเลือกที่แตกต่างในมุมของความรัก

      คีจังดังอีกรอบเพราะข่าวเลิกกับอาคาชิ โชคดีในความโชคร้ายเลยล่ะ 555

  3. คากามิจิ น่าสงสารจัง !
    แง้ๆๆๆ ร้องไห้ ทำไมถึงอาภัพรักขนาดนี้ !
    เมตสุดท้ายสู้ๆน่ะเจ้าค่ะ ! โค่นอาคาชิจิให้ได้น่ะ !
    เจ๊บลัดสู้ๆน่ะ / ประกาศจอง knl เมื่อไรบอกด้วยน่ะ
    ซื้อแน่ๆ ^_^

    • ร้องไห้วันนี้ วันข้างหน้าอาจจะยิ้มแก้มปริกว่าใครก็ได้นะ
      แมตท์สุดท้ายตอนหน้าล่ะ ประกาศจองเมื่อไหร่เราจะแจ้งข้าวสารผ่านทวิต เพจ เด็กดี และก็ WP นี่นะ รอติดตามกันจ้า

  4. โฮ่…คางามินายเอาโล่พระเอกไปเลย//แมนมาก
    เดี๋ยวนะเรื่องนี้่ใครพระเอก #จูนสมองแป๊ปป..อ่อนายน้อยๆๆอืม…//มองบทท่าน #โดนแทงดับ
    แต่ถ้านายเป็นพระเอกจริงเรื่องนี้สงสัยนางเอกคู่กับตัวร้ายค่ะไม่ใช่ร้ายธรรมดาลาสบอสอีกตะหากกก บทนายน่ะพระรองที่แสนดีเกินก็พอแล้ว
    คางามินายมันคนดีเกินไป!!!!! รู้สึกมันส์มากตอนคางามิสู้กับด้านมืดของตัวเอง ฮาาาแลดูนายสับสน
    ตอน36!!!!ท่านจะลดค่าตัวลงมาเล่นแล้วสินะคะ!!!!โครตคิดถึงท่านเลยค่ะ!!!!!
    ตอนแข่งกันอยู่ท่านจะทำซ้ำรอยฮานามิยะใช่มั้ยค่ะ #ผิดส์

    แนะนำให้เปลื่ยนชื่อเรื่องเป็น kunoko no haram 555 น้องตัวดึงดูดจริงสวยก็งี้แหละถึงจะแบนก็เห—–

    • ตอนนี้ยกให้คางามิเลย พระเอกมากจริงๆ
      พระเอกก็บทน้อยเหลือเกิน 55555 คางามิตอนสู้กับด้านมืดตัวเองนี่เป็นการเอาชนะใจตัวเองแบบสุดๆมากอ่ะ ชนะอะไรก็เทียบไม่ได้เท่าชนะใจตัวเอง เป็นอะไรที่ยากที่สุดจริงๆ
      ตอน 36 ท่านมาเต็มแล้วแถมหลังจากนี้ไปอีก 4 ตอน ท่านจัดเต็มยิงยาวแล้ว

      ค่าตัวที่แพงแสงแพงถึงเวลาต้องลดแล้วล่ะ 55555 ท่านไม่ทำอะไรแบบฮานามิยะหรอกถึงจะโหดก็มีศักดิ์ศรีนักกีฬาสูงมากนะ

      เปลี่ยนชื่อเลยเหรอ 5555 จริงๆก็ใกล้แล้วนะ คนชอบน้องเพราะนิสัยล้วนๆเลยล่ะ ถ้าไม่รู้จักมองครั้งแรกก็จืดจาง มองเลยผ่านไปมากกว่า

  5. ตามอ่านมาทุกเรื่องเเล้วในฟิคอ่ะยกเว้นรีบอร์น (ไม่อวยคู่นั้นเท่าไหร่ ไม่ได้หมายความว่าเเต่งไม่สนุกน้า-..-;;) เเต่ตอนนี้ติดฟิคคุโรโกะมาก เราเชียร์ดำเเดงสุดใจ ความชอบส่วนตัวล้วนๆ เเต่โดจินน่ารักๆมักจะเจอเป็นนายน้อยกะฟุริฮาตะ เสียไตTt’
    เสียดายที่ฟิคนี้จะจบซะเเล้วติดตามานานมากกกกกกกก!!!!(ลากเสียงยาวถึงเเม่น้ำเเยงซีเกียง)
    อีก4ตอนที่เหลือขอบทฟินๆของนายน้อยกะหนูคุโรสักหน่อยได้มั้ย รุสึกช่วงหลังค่าตัวอาคาชิซามะจะเเพงซะเหลือเกินจนเเทบไม่ได้ออก สะเทือนไต T^T
    ถ้าเป็นไปได้เเต่งตอนพิเศษของหนูคุโรโกะนายท่านอาคาชิสักร้อยตอนก้อจะดีมาก อยากอ่านสุดๆ
    เเต่ถึงมีไม่มีก้อจะตามอ่านตลอดอยุดีค่า ชอบมากเลยบล็อกนี้ ชอบทุกคู่รุจักเกือบทุกเรื่อง เเต่งสนุกมาก รักคนเเต่งมว๊ากๆ~ ><~!!
    รอตอน36 ท่านอาคาชิ~~~~~(กรีดร้องหนักมากกกกก)
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆที่มีให้ติดตามมาอย่างยาวนานนะคะ ^^!!

    • ขอบคุณที่ติดตามฟิคเรานะคะ คู่แดงดำจ้า ดำแดงนี่น้องครกเมะ ฮาาาา โดจินแดงดำน่ารักๆก็มีน่อ
      ฟิคนี้ยาวนานมากจริงๆ ใกล้จะจบล่ะเหลืออีก4ตอน ท่านค่าตัวไม่แพงแล้ว หลังจากนี้ไปจนจบเรื่อง บทฟินๆจะมีไหมต้องลุ้นค่ะ
      ส่วนตอนพิเศษมีแน่นอนเราจะรวมอยู่ในท้ายเล่มค่ะ ฟิคนี้จะรวมเล่มด้วยเราเลยจะแถมตอนพิเศษในนั้น

      ตอน36 ปั่นอยู่ค่ะ อาคาชิบทเยอะจนน่าหมั่นไส้เลยล่ะ

      • เอ้าเหรอ งงเหมือนกันว่าดำเเดงหรือเเดงดำ ซอรี่จีจี =3=;;
        ชอบท่านอาคาชิสุดๆ~!!
        จะรอตอน36นะคะ เข้ามาดูบล็อกทุกชั่วโมงเรยล่ะค่ะ 5555+ >_<!!
        thx มากมายนะค้าคนเเต่ง~ เลิฟยู~

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s