[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part36

 

[Fic Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

Kuroko no love 36

 

 

เท้าสวมรองเท้า Nike สีดำแดงย่ำวิ่งเข้ามาเลาะไปตามท้องถนนในยามรุ่งสางของวัน ลมหายใจถี่หอบพ่นออกเป็นควันสีขาวคลุ้งภายใต้อุณหภูมิต่ำเรื่อยๆในฤดูกาลใบไม้ผลิ คางามิ ไทกะวิ่งออกกำลังแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ผ่านต้นเมเปิ้ลสีแดงน้ำตาลต้นเดิมทุกวัน..บัดนี้ใบไม้แห้งที่เกาะตามกิ่งก้านโรยรายจนแทบไม่เหลือเป็นสัญญาณว่าฤดูกาลกำลังจะเปลี่ยนผันเป็นฤดูหนาวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า  มือแกร่งกระชับเสื้อโค้ทสีดำรูดซิปขึ้นมาถึงคอให้แนบแน่นมอบความอบอุ่นแก่ร่างกายมากขึ้นทั้งที่วิ่งออกจากคอนโดมาไกลถึงขนาดนี้เหงื่อกาฬท่วมทั้งตัวกับร่างกายที่ร้อนผ่าวยังไม่สามารถบรรเทากระแสลมเย็นผ่านบาดผิวเนื้อได้

“ใกล้ถึงแล้ว”  คางามิเร่งความเร็วมากขึ้นหลังจากมองนาฬิกาข้อมือ G-shock สีดำของตน ขายาวสับไวหมายไปให้ทันเวลานัด

 

 

 

ปึง!!!ปึง!!!!

 

 

สถานที่แห่งนั้น..บนสนามบาสกลางแจ้งในสวนสาธารณะใหม่ก้องไปด้วยเสียงลูกบาสเก็ตบอลกระทบพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งทำให้ใจของคนหนุ่มผมแดงอมน้ำตาลไหม้เต้นแรงหนักกว่าเดิม ละอายใจที่ตนเลทเวลานัดมาร่วมเกือบ 15 นาที

“โทษทีๆ มัวแต่วิ่งเพลินไปหน่อย..อเล็…นาย…”  คนที่ยืนอยู่ไม่ใช่สาวฝรั่งผมทอง กลายเป็นคนหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกันผู้มีเรือนผมสีดำขลับดุจอีกาปรกปิดนัยน์ตาซ้าย ใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนโยนประหนึ่งเทพบุตรจากสวรรค์ผินมาตามเสียงเรียกทั้งสีหน้าตะลึงไม่ต่างกัน

 

“ไทกะ?”

 

ฮิมุโระ ทัตสึยะ พี่ชายร่วมสาบานยืนตัวแข็งทื่อไม่ต่างจากคางามิ ไทกะ ต่างคนต่างสบตากันด้วยแววตาเปี่ยมความคิดมากมาย ทั้งงุนงน สับสน ประหลาดใจ ปนเปจนไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นเช่นไร..ความเงียบโรยตัวระหว่างคนทั้งสองอยู่เช่นนั้นนานเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของแต่ละฝ่ายชัดเจน..และในที่สุดคนที่ยืนบนสนามก่อนเป็นฝ่ายยอมเปิดบทสนทนา

“โดนอเล็กซ์หลอกให้มาเจอกันทั้งคู่เลยสินะ” ฮิมุโระขยับยิ้มละมุน

“อ่า…ก็ว่าทำไมอเล็กซ์มานัดซ้อมตอนเช้ามืด” คางามิสะดุ้งไหวเล็กน้อยก่อนจะยกมือเกาหลังท้ายทอยแก้อาการเขินประหม่าพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับอีกฝ่าย ฮิมุโระเดาะบอลลงกับพื้นที่เดิมซ้ำๆก่อนจะตั้งท่าชู้ตลงห่วง

 

ตุบ!!!!

 

บอลร่วงหล่นตกสู่พื้นกระเด้งไปมาสองสามทีก่อนจะกลิ้งหลุนๆกับพื้นและหยุดแน่นิ่งระหว่างคนหนุ่มสองคนผู้มีบุคลิกต่างกันสุดขั้ว  นัยเนตรสีเพลิงจ้องมองชายหนุ่มผมสีดำขลับก้มลงเก็บบอลขึ้นมา เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบากพลางกำมือทั้งสองข้างแน่นอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเรียกชื่ออีกฝ่ายทั้งเสียงดัง

 

“ทัตสึยะ!!ฉันอยากให้นายมาดูฉันแข่งในรอบชิงนะ!!”

 

ฮิมุโระหันมาสบตาคนที่หมายจะตัดสัมพันธ์พี่น้องกัน..ตาสีนิลข้างเดียวประดับไฝใต้ตาเบิกโพลงสะท้อนดวงหน้าคมกร้าวมุ่งมั่นเบื้องหน้า..แววตาคู่คมดุกร้าวดั่งเฉกเช่นเสือโคร่งในพงไพรสมชื่อเขม็งมองเขาไม่วางตา

“ถึงนายจะไม่คิดว่าฉันเป็นน้องชาย…”

 

สิ่งที่อยากจะบอกให้คนสำคัญตรงหน้ารับรู้…อยากให้รู้เอาไว้…

 

“แต่ฉันจะมองนายเป็นพี่ชายของฉันตลอดไป!!!”  มือแกร่งล้วงหยิบสร้อยแหวนใต้เสื้อวอร์มสีดำออกมาชูให้คนตรงหน้าดู

 

 

จะไม่มีวันเปลี่ยนไปเด็ดขาด..จะไม่มีวันสะบั้นสัญญาที่ให้เอาไว้..

‘พี่น้อง’ สำหรับเขาจะเป็นเช่นนั้นเสมอไม่มีวันเปลี่ยน

 

 

ฮิมุโระถอนหายใจพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ ขายาวสวมกางเกงยีนส์เข้ารูปก้าวเดินเข้ามาประชิดร่างสูง ฝ่ามือหยาบวางลงบนบ่ากว้างแกร่ง..บ่าและไหล่นี้ที่ครั้นพบกันคราแรกในวันวานช่างเล็กบอบบางกว่าเขานัก..เพลานี้แข็งแกร่งมั่นคงเทียบเท่าเขา

 

 

เสพติดชัยชนะจนเกือบสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุด..ยาพิษอันตรายที่ทำให้จอมเวทย์หลงละเมอ

กระทั่งเปลวเพลิงอัคคีละลายน้ำแข็งจนกลายเป็นวารีเหมือนดั่งวันวาน

 

 

“ทันทีที่ฉันแข่งรอบรองชนะเลิศเสร็จ จะไปดูการแข่งของนายแน่นอน”  วงแขนรวบคอร่างสูงเข้ามากอดแน่น ริมฝีปากหนากระซิบข้างหูเบาๆ ทว่า..กลับก้องชัดทุกถ้อยคำเข้าหูคนตัวสูงผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู

 

“You have to win , My Bro”

 

คางามิเบิกตาโพล่งตกตะลึง เสียงโลหะกระทบกันตรงช่วงอก ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายสวมสร้อยแหวนพกติดตัวเช่นกัน..แหวนสองวงชนกันเบาๆ เสียงก้องกังวานเข้าสู่กลางใจเสียจนขอบตาร้อนผ่าว เจ้าตัวรีบหลับตาลงก่อนที่น้ำตาจะไหลแล้วลืมตาขึ้นด้วยแววตาเร้าร้อนเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

 

“I can do it!! , Big Bro!!!”

 

 

อเล็กซ์แอบยืนมองจากหลังต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะ  นัยน์ตาสีมรกตหลังแว่นทรงเหลี่ยมสีชมพูสอดส่องมองดูสองพี่น้องร่วมสาบานที่เป็นเสมือนลูกๆของพวกเธอคืนดีกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ยิ่งปิติยินดียิ่งกว่าใครทั้งหมดรู้สึกโล่งอกราวกับยกภูเขาลูกใหญ่กว่าหน้าอกคัพโตออกไป

 

 

สายสัมพันธ์ที่ไม่มีวันตัดขาด จะเกี่ยวพันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ขอสาบานด้วยแหวนสองวงนี้!!!

 

 

.

.

.

 

 

ในวันเดียวกันอีกสถานที่ ณ สมาคมโชงิ  เกือบ 4 ชั่วโมงเศษตั้งแต่เช้าตรู่จนตอนนี้เวลายาวร่วมเกือบเที่ยงวันเข้าไปแล้ว หมากกระดานเบื้องหน้าเด็กสาวก็ยังหาได้รู้ผลแพ้ชนะอันแน่ชัด..ปลายนิ้วเรียวเล็กหยิบตัวโชงิเคลื่อนเดินไปตามช่องที่ยังพอป้องกันและไล่ต้อนคู่ต่อสู้เบื้องหน้าได้ พลัน!!ดวงหน้าคมเข้มเย็นชามุ่นคิ้วลงจนเป็นปม ตาสีแดงคมกริบจ้องหมากกระดานโชงิวันนี้ทั่วทุกช่องตาราง..เอาแต่นั่งกอดอกเช่นนั้นอยู่นานไม่พูดไม่จาและไม่คิดขยับตัวหมากเดินต่อด้วย..

“เสมอกันจนได้สินะ”  มาซาโอมิกล่าวทั้งเสียงทุ้มเรียบ คุโรโกะตาโตทั้งตกใจและก็ดีใจไปในตัวเธอพยายามเก็บอาการเอาไว้ข้างในให้มากที่สุดแต่ก็ไม่อาจห้ามตัวเองให้หลุดยิ้มได้   “ทำได้ดีมากเท็ตสึยะ  หลายเดือนที่ผ่านมาเธอพัฒนาไปได้ไกลกว่าที่ฉันคาดเอาไว้ เป็นแบบนี้ก็ไม่มีอะไรที่ฉันต้องสอนแล้ว”

“ขอบคุณ คุณมาซาโอมิมากค่ะที่คอยสอนสั่งแนะนำหนูตั้งหลายอย่าง” เธอกล่าวขอบคุณชายวัยกลางคนเบื้องหน้าทั้งพวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อเก้อเขินกับคำชมที่หาได้ยากจากปากบุรุษเรือนผมสีแดงเสยเรียบ แล้วหยิบหนังสือกลเม็ดเคล็ดลับโชงิเล่ม 4 ซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายคืนให้อีกฝ่าย  “ขอบคุณสำหรับหนังสือนะคะ หนูอ่านจบแล้วค่ะ”

ชายวัยกลางพยักหน้าตอบรับคำขอบคุณและรับหนังสือมา เนตรสีแดงคมกริบยากแก่การอ่านความคิดยังคงจ้องมองดวงหน้าหวานล้อมด้วยเส้นผมสีฟ้าอ่อนตัดสั้นชี้ยุ่งไม่เป็นทรง จ้องนานเสียจนเธอรู้ตัวต้องละสายตาจากกระดานโชงิขึ้นมาเอียงคอสบตาอีกฝ่ายทั้งสีหน้าฉงน

 

“พร้อมที่จะแข่งกับคนที่เท็ตสึยะอยากเอาชนะหรือยัง”

 

ชายวัยกลางคนพูดถึงสาเหตุการเข้าสมาคมโชงิของอีกฝ่ายที่บอกเขาไว้ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก คุโรโกะชะงักหยุดหายใจไปชั่วขณะก้มหน้าลงมองกระดานโชงิอีกครั้ง..

 

 

เพราะไม่เคยใส่ใจ ถึงได้เพียรพยายามใส่ใจ

เพราะไม่เคยสังเกต ถึงได้เพียรพยายามสังเกต

เพราะไม่เคยรู้สึก ถึงได้เพียรพยายามให้รู้สึก

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เรานั่งอยู่ ณ ตรงนี้

 

 

“ฉันพร้อมแล้วค่ะ”   คุโรโกะ เท็ตสึยะ เงยหน้าขึ้นสบตาสีแดงคู่คมกริบเย็นชา มาซาโอมิมองดวงหน้าตายไร้อารมณ์กลับเต็มไปด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว..แววตาเช่นนั้นทำเอาเขายกยิ้มมุมปากพอใจ  รอยยิ้มที่หาได้ยากจากตัวชายวัยกลางคนเรือนผมสีแดง..ยากเสียจนคนในสมาคมทั้งกลายที่นั่งเล่นโชงิถึงกลับชะงักมือ อ้าปากค้างเหลียวหน้ามองเป็นแถว

 

 

“เท็ตสึยะ”  จู่ๆ เสียงทุ้มเย็นเอ่ยเรียกนามเด็กสาว เจ้าของเรือนผมสีอ่อนที่กำลังง่วนกับการเก็บตัวหมากโชงิบนกระดานลงกล่องถึงกลับชะงักมือแล้วนิ่งรอรับฟังสิ่งที่บุรุษรุ่นราวคราวพ่อกำลังจะเอ่ยเอื้อนต่อจากนี้

“ฉันไม่คิดว่านอกจากลูกชายฉันแล้ว เธอคือคนที่สองที่เล่นโชงิได้ผลออกมาเสมอกัน”  คนผมสีแดงหวีเสยเงียบไปอึดใจหนึ่ง ตาคู่คมสีแดงลึกลับยากแก่การอ่านความคิด  ขนาดคนที่ฝึกการสังเกตมาตลอดอย่างคุโรโกะก็ไม่สามารถอ่านสีหน้าหรือสายตาได้

 

 

จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าคุณลุงคนนี้คล้าย ‘เขา’ ราวกับเป็นคนๆเดียวกัน

 

 

“ถ้าเป็นไปได้..ฉันก็อยากให้เท็ตสึยะลองเล่นโชงิกับลูกชายฉันดูซักครั้ง ต้องเป็นประสบการณ์ที่ดีกับเธอแน่นอน” คำแนะนำจากปากชายเรือนผมสีแดงหวีเรียบ คุโรโกะคลี่ยิ้มน้อยผงกหัวขอบคุณอีกฝ่ายที่มีน้ำใจคอยช่วยเหลือดูแลและยังคอยให้ปรึกษาเรื่องโชงิรวมถึงอีกหลายๆเรื่องมากมายจนนับไม่ถ้วนนับตั้งแต่รู้จักกันมาจนถึงทุกวันนี้  ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตใสดั่งลูกแก้วก้มมองมือทั้งสองข้างบนหน้าตัก..ก่อนจะกำหมัดแน่น

 

“คราวนี้ฉันจะเป็นฝ่ายช่วยคุณเองค่ะเจ้าชาย”

 

 

พรุ่งนี้คือวันตัดสิน เราจะแก้ไขทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยมือคู่นี้

 

.

.

.

 

แป๊ะ!!!!

 

ตัวหมากขุนพลวางลงประจันหน้ากับหมากขุนพลทองของฝ่ายตรงข้าม มิโดริมะ ชินทาโร่ คิ้วกระตุกทันทีที่เห็นผลการแข่งขันบนกระดานโชงิเบื้องหน้า ปลายนิ้วยาวพันเทปกันซ้นดันแว่นขึ้นสันจมูกพร้อมพ่นลมหายใจแรงเหนื่อยหน่าย ผ่อนคลายท่านั่งคุกเข่าตื่นเกร็งลงและขยับริมฝีปากพูดทั้งเสียงแผ่วเบา  “ฉันแพ้แล้ว”

“ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ชินทาโร่”  คู่เล่นตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชายหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีแดงตัดสั้นที่จู่ๆก็ปรากฏตัวหน้าบ้านเขาทั้งเสื้อโค้ทสีเขียวมีฮูทกับกางเกงยีนส์สีดำสนิทและรองเท้าหนังหัวแหลมราคาแพงแบรนเนมสมเป็นคนบ้านมีฐานะสูงอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น อาคาชิ เซย์จูโร่มาหาเขา..มาหาเพื่อนร่วมทีมในอดีตที่เจ้าตัวทำร้ายจิตใจไปอย่างหนักโดยการปฏิเสธไมตรีจับมือตอบหลังจบการแข่งขันกับชูโตคุ

 

 

ทันทีที่เปิดประตูคำพูดแรกที่อาคาชิกล่าวคือ “ผมอยากเล่นโชงิ”

มิโดริมะถึงกับไปไม่ถูก เขาก็ใช่ว่าจะไม่เคืองโกรธกับสิ่งที่คนๆนี้ทำเอาไว้จนอยากจะออกปากปฏิเสธใส่

ทว่า…ปืนใหญ่หรือจะสู้อำนาจจักรพรรดิ

 

 

“พรุ่งนี้จะเป็นการแข่งรอบชิงแล้ว นายมาโตเกียวเพื่อเล่นโชงิกับฉันเนี่ยนะ” มิโดริมะ ชินทาโร่เลิกคิ้วสูง

“ผมรู้สึกอยากเล่นก็เท่านั้น “ มือเอื้อมไปหยิบเอาหมากขุนพลซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งของคนเรือนผมเขียวขึ้นมาดู ตาสองสีจ้องมองตัวหมากในมือนานสองนานเสียจนมิโดริมะเหงื่อกาฬไหลย้อยบริเวณขมับ เขาพยายามเค้นสมองเดาความคิดในหัวคนตรงหน้า

“ชินทาโร่คิดว่าผมตื่นเต้นกับรอบชิงสินะ”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ตวัดตาช้อนขึ้นสบเข้าไปในดวงเนตรสีเขียวหลังแว่นทรงเหลี่ยม มิโดริมะสะดุ้งโหยงหน้าซีดเผือด รีบหลุบตาลงไปมองกระดานโชงิแทน..หลบสายตากดดันแผ่ไอเย็นเยียบใส่เขาจนรู้สึกเหมือนมีก้อนหินขนาดใหญ่กดหัวจนไม่สามารถเงยหน้าไม่ได้  อากัปกริยาเช่นนั้นทำให้ผู้มาเยือนรู้ว่าตัวเองเดาถูกเผง มือวางตัวหมากคืนบนกระดานแล้ว…

 

แกร่ก!!!!!!!

 

ปัดกวาดเอาตัวหมากฝ่ายตรงข้ามร่วงหล่นจากกระดานโชงิไปกองลงกับพื้นห้องรับแขกกว้างใหญ่ประดับเปียโนที่มิโดริมะใช้เล่นดนตรีเสมอๆในกิจกรรมยามว่างเช่นเดียวกับการเล่นโชงิ  มิโดริมะอ้าปากเหวอค้างจ้องมองหมากรุกฝั่งตัวเองบนพื้นก่อนจะค่อยๆทำใจให้กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาสองสีไม่เข้าคู่

“อาจจะใช่อย่างที่ชินทาโร่คิดแต่จะบอกอะไรเอาไว้อย่าง..”  ดวงเนตรสีแดงทับทิมข้างขวากับสีอำพันข้างซ้ายเบิกโพล่งวิปลาสพร้อมแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัวขยับพูดด้วยประโยคที่ทำเจ้าของบ้านขนลุกซู่

 

“ผมถือเป็นที่สุด ฉะนั้นราคุซันจะต้องชนะนั่นคือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แต่แรก ใครคิดต่อกร มันผู้นั้นจะต้องไม่ตายดีต่อให้คนๆนั้นจะเป็น ‘เท็ตสึยะ’ก็ตาม!!”

 

จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดมิเคยปราชัยให้ผู้ใด ถือคติ ‘ชัยชนะ’ สำคัญเยี่ยงชีวิต

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลาร่วมสิบปี..จากวันนั้นที่ได้พบเจอกันสมัยเยาว์วัยได้กลายเป็นสัญญาให้กันมา หากแต่เมื่อถึงเวลาทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยวาดหวังหาได้เป็นอย่างที่ฝันใฝ่…ทุกอย่างจบสิ้นลงพร้อมตัวตนเก่าได้ถูกโละทิ้งออกไปด้วยคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นพุ่งใส่เขาในห้องพยาบาลหลังจบการแข่งขันรอบชิงครั้น ม.ต้นปีสาม

 

 

“สัญญากับคนอื่นสำคัญมากสินะ..สำคัญจนลืมผม..”  

 “อาคาชิคุงพูดเรื่องอะไร?” 

 

 

เธอลืมเขา..ลืมว่าเขาคนนี้ที่เป็นคนเกี่ยวก้อยสัญญาแถมยังจำผิดไปคบกับอาโอมิเนะ ไดกิ ถึงตอนหลังจะรู้ว่าโดนหลอกก็ตามก็ไม่อาจหยุดความเกรี้ยวกราดในหัวใจได้

 

 

ยิ่งรู้สึกมากเท่าใดก็ยิ่งเจ็บช้ำใจมากเท่านั้น..หนำซ้ำยังคิดต่อกรหลักการบาสเก็ตบอลที่ถูกต้องของผม..

 

 

“พรุ่งนี้ผมจะทำให้เซย์รินได้ประจักษ์ว่านรกแท้จริงเป็นยังไง”

 

 

บทลงโทษเหล่าผู้โอหังไม่สำเหนียกชนชั้น แม้นผู้คิดขวางจักเป็น ‘เด็กหญิง’ ที่เคยให้คำมั่นสัญญาเอาไว้

ก็จะไม่มีวันละเว้นใดๆทั้งสิ้น!!!

 

.

.

.

 

 

วินเทอร์คัพที่เริ่มต้นการแข่งมายาวนานตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิดำเนินมาถึงจุดสุดท้ายแล้ว ถนนทุกเส้นสายไปสู่สนามกีฬาจัดการแข่งติดขบวนยาวเหยียดจนถนนวิดอัมพาตเสียด้วยซ้ำ ที่ยังพอเล็ดรอดผ่านวิกฤติเหล่านี้ไปได้ก็ดูเหมือนจะมีเพียงผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์ขับแซงผ่านช่องแคบระหว่างรถใหญ่ไปมาซ้ายทีขวาทีจนในที่สุดก็เข้ามาถึงลานจอดรถเล็กหน้าอาคารจัดการแข่งขัน

 

 

สาเหตุที่ติดหนักเพียงนี้ เนื่องจากปีนี้เหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยได้กระจายตัวไปอยู่ทีมต่างๆ

การแข่งขันระดับ ม.ปลาย จึงกลายเป็นที่จับตามองยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

 

 

“อาโอมิเนจจิซิ่งเกินไปแล้วนะ หัวใจจะวายตายอยู่แล้ว!!เกิดโดนรถชนขึ้นมาจะทำยังไง!!!” คิเสะถอดหมวกกันน็อคสีดำ พองแก้มป่องน้ำตาคลอด้วยความหวาดกลัวกับการขี่มอเตอร์ไซด์ปาดหน้ารถคันนั้นทีคันนี้ที

“ผิดที่เธอนั่นแหละถ่ายแบบชักช้า!!!และอย่าลืมว่าจบการแข่งเมื่อไหร่ฉันจะเช็คบิลที่เธอปล่อยให้ไอ้หน้าหล่อนั่นมากอดเอว!!” อาโอมิเนะดีดหน้าผากแฟนสาว ถลึงตามองขวางหวงแหนแฟนยิ่งกว่าอะไร ตั้งแต่ออกอาการลมหึงรุนแรงจนปล่อยรังสีมาคุกระจายทั่วกองถ่ายแล้ว

“นั่นมันงานถ่ายแบบคู่นี่นาอาโอมิเนจจิ!!!จะให้ฉันทำยังไงได้เล่า!!!!”  สาวผมทองดัดลอนถูกหน้าผากแดงโร่เถียงกลับคอเป็นเอ็นทั้งหน้าแดงก่ำดั่งผลมะเขือเทศสุกหลังได้ยินว่าคนผิวสีจะลงโทษที่เธอปล่อยตัวให้ผู้ชายอื่นเข้ามาใกล้

 

 

ดีใจอยู่หรอกว่าหึง..แต่บางทีก็หึงออกนอกหน้าเกินไปนะอาโอมิเนจจิ!!!

 

 

“ฉันไม่รู้!!ฉันไม่สน!!วันนี้ขากลับเตรียมแก้ผ้าได้เลย!!”

“อ..อาโอมิเนจจิคนลามก!!!!” ร่างเพรียวบางอายจนทนไม่ไหวเอาหมวกกันน็อคฟาดกลางหน้าแฟนหนุ่มแล้วชิงวิ่งหนีเข้าฮอลจัดการแข่งไม่สนเสียงทุ้มร้องลั่นตะโกนไล่หลัง

“โอ๊ยยย!!ยัยลูกหมา!!!กล้าดียังไงเอาหมวกกันน็อคฟาดหน้าฉัน!!!มันเจ็บนะเฟ้ย!!!”  อาโอมิเนะล็อครถมอเตอร์ไซด์สีดำของตนเอาไว้แล้ววิ่งไล่ตามหลังนางแบบสาว  ไม่สนโมโมอิ ซัทสึกิ ยืนโบกมือตรงจุดนัดพบพร้อมกับเหล่าสมาชิกในทีมโทโอคนอื่นๆ

“พอมีแฟนก็ลืมเพื่อนได้ไงไดจัง!!!แย่มาก!!!” ดวงหน้าหวานน่ารักถึงกับมุ่ยหน้าลงพองแก้มเท้าสะเอวไม่พอใจ

“เป็นสัจธรรมของโลกน่ะโมโมอิ ยิ่งคนไม่ใช้สมองแบบอาโอมิเนะคุงยิ่งหนักข้อไปใหญ่ ถึงกับไม่เห็นหัวรุ่นพี่ที่ยืนหัวโด่ตรงนี้เลย” อิมาโยชิ โชอิจิ แสยะยิ้มกว้างจนตาหยี..รอยยิ้มน่าขนลุกเปี่ยมไปด้วยความหมั่นไส้เต็มประดาเรียกสีหน้าซีดจากเหล่าทีมโทโอเป็นแถว

 

 

อาโอมิเนะโดนซ้อมแบบจัดหนักแน่ๆ คราวนี้!!!!

 

 

.

.

 

 

ครึ่งเช้าของวันเป็นการแข่งขันรอบชิงที่สาม..ผลออกมาเป็นที่แน่ชัดด้วยแต้มสกอร์ระหว่างชูโตคุปะทะโยเซนอยู่ที่ 83 : 75 นั่นแปลว่าที่สามของการแข่งฤดูหนาวปีนี้ตกเป็นของเหล่าปืนใหญ่ราชันย์ชูโตคุ สิ้นสัญญาณนกหวีดพวกเขาทยอยออกจากสนามไปยังม้านั่งของแต่ละทีม มิโดริมะ ชินทาโร่ผละออกจากกลุ่มเพื่อนไปหาคู่แข่งในชุดสีม่วงขาวที่ได้รับความพ่ายแพ้

“มุราซากิบาระ”

“จะมาเยาะเย้ยฉันรึไงมิโดจิน” คนตัวใหญ่สะบัดหน้าหนีอีกฝ่าย มือแกร่งจับหัวเข่าทั้งสองข้างเอาไว้แน่น

 

 

การแข่งกับเซย์รินทำให้น่องขาอักเสบจนต้องพึ่งยาชา

ท้ายสุดก็ต้องจำยอมสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม..นั่นเป็นสาเหตุของความพ่ายแพ้

 

 

“ปีหน้าฉันจะกลับมาขย้ำมิโดจินและทุกคนให้ตายเลย!!” เจ้าของเรือนผมสีม่วงพ่นลมหายใจแรงไม่พอใจแบบเด็กๆ ฮิมุโระยิ้มอ่อนใจหยิบเอาผ้าเย็นวางโปะลงบนศีรษะคนตัวสูงที่นั่งอึมครึมบนม้านั่งพร้อมโยกหัวปลอบโยนเบาๆ คนตัวใหญ่เริ่มสั่นเท้า รีบปัดมือเพื่อนร่วมทีมออกก่อนจะก้มหน้าลงต่ำดึงผ้าเย็นมาพันรอบหน้าจนไม่เห็นอะไรนอกจากผมสีม่วง

 

 

ร้องไห้สินะ   ทุกคนคิดพร้อมกันในใจ

 

 

หลังจากเสียงเชียร์เงียบสงบไปได้ไม่นาน พลัน!!!กู่ก้องลั่นสนามทั่วทุกสารทิศพร้อมแสงแฟลชจากกล้องนักข่าววงการกีฬาสว่างวาบหนักกว่าการแข่งขันระหว่างโยเซนกับชูโตคุ ทั้งสองทีมหันไปมองอุโมงค์ทางเข้าสนามนักกีฬาสองฝากฝั่งที่เริ่มดังก้องไปด้วยฝีเท้าหลายคู่กำลังย่างกรายเข้ามา

“มาแล้วสินะชินจัง” ทาคาโอะขยับเข้ามาใกล้คู่หูร่วมทีม

“อ่า…ไฮไลท์เด่นวันนี้มาแล้ว ‘ราคุซัน’ กับ ‘เซย์ริน’”  มิโดริมะพยักหน้าตอบรับ เวลานี้หมดเวลาของพวกเขาทั้งสองทีมแล้ว ต้องเป็นฝ่ายเดินถอยกลับปล่อยให้เจ้าของงานใหญ่ตัวจริงลงสู่สนามการแข่งขันครั้งสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

 

 

จักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมหรือเด็กหญิงหัวใจแกร่ง

ราคุซันหรือเซย์ริน..อาคาชิหรือคุโรโกะ

ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะไปครอง

 

 

นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตพ้นเขตเงามืดหลังผ่านจากอุโมงค์ เสียงตะโกนเชียร์ทีมเซย์รินในวันนี้ดังสนั่นเทียบเท่าราคุซันที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม เธอมองเห็นอีกฝากฝั่ง..เหล่าบุรุษในชุดสีขาวคอปกสีฟ้าย่างก้าวเข้าสู่สนาม นำโดยชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงสั้นเจ้าของเสื้อเบอร์ 4 ตำแหน่งกัปตัน ชายผ้าคลุมเสื้อวอร์มที่พาดไหล่พลิ้วสะบัดทุกก้าวเดินดูสง่างามแข็งแกร่งจนน่าพรึงพรัน โดยเฉพาะดวงตาต่างสีไม่เข้าคู่เปี่ยมไปด้วยความเย็นชาหาที่สุดไม่ได้

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่  ‘จักรพรรดิเหี้ยมโหด’ ผู้มิเคยปราชัย

 

 

คางามิ ไทกะ ลอบมองดวงหน้าหวานครึ่งซีก..เขาได้เห็นดวงตาสีฟ้ากลมโตไร้อารมณ์เพลานี้สั่นไหวเห็นได้ชัดเจน และยิ่งหันมองตามก็พบเพียงว่าเธอจ้องมองร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้นที่เดินเข้ามายืนตั้งแถวเรียงหน้ากระดานโดยมีเส้นคั่นสนามกางกั้นระหว่างสองทีมเอาไว้

 

 

เงาลวงตาคิดถึงดวงอาทิตย์มากมายเหลือเกิน

 

 

แสงสว่างเช่นเขากำหมัดแน่น ข่มความรู้สึกปวดร้าวในหัวใจเอาไว้..สิ่งสำคัญที่มากกว่านั้นคือการเอาชนะทีมบาสที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับมัธยมปลายแล้วชิงถ้วยรางวัลพร้อมกับชัยชนะกลับไปให้เต็มภาคภูมิใจให้ได้!!

 

 

เพื่อพวกเรา..เพื่อความปรารถนาของเธอ

 

 

หลังจากสิ้นการเคารพทักทายตามมารยาทนักกีฬาที่ดีต่างคนต่างแยกไปวอร์มอัพร่างกายในฝากฝั่งสนามตัวเอง ฮิวงะ จุนเปย์ชะงักมือที่ซ้อมชู้ตบาสเหลียวไปมองฝั่งราคุซันเข้าแถวกันเลย์อัพลูกบาสลงอย่างรวดเร็วแม่นยำแทบจะองศาเดียวทุกครั้งที่ลงห่วง

 

 

ฝุ่บ!!!ฝุ่บ!!!ฝุ่บ!!!!

 

 

“พวกนั้นฝึกกันหนักแค่ไหนนะ..เป็นครั้งแรกที่เห็นวอร์มอัพแล้วขนลุกแบบนี้” กัปตันทีมกล่าวทั้งเสียงประหม่า

“คงจะเน้นจนเข้ากระดูกเลยล่ะ ก่อนหน้าอาคาชิจะเข้าร่วมทีม ราคุซันถือว่าเป็นทีมที่มีสถิติคว้าแชมป์มากที่สุดในระดับ ม.ปลายมานมนามแล้ว”  ไอดะ ริโกะ อธิบายทั้งเสียงเครียด เธอเองก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศกดดันแผ่กระจายมาถึงพวกเขา

 

 

สมกับเป็นทีมที่ผ่านเข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะ…อาคาชิ เซย์จูโร่

แรงกดดันหนักหน่วงรุนแรงมากกว่าจากรุ่นปาฏิหาร์ยคนอื่นๆเสียอีก

 

 

“อาคาชิจะลงตั้งแต่ต้นเกมส์เลยใช่ไหม?” ฮายามะ โคทาโร่ถามหลังจากเลย์อัพเสร็จจนได้เหงื่อพอตัวแล้ว ดวงตาของลูกทีมทุกคนหันไปมองกัปตันที่ยังยืนกอดอกนิ่งในชุดลำลองแขนยาวสีขาวปักชื่อโรงเรียนราคุซันเป็นตัวอักษรคันจิเอาไว้บนอกซ้าย

“แน่นอนโคทาโร่ เซย์รินเป็นทีมที่แข็งแกร่งไม่ธรรมดาที่ไม่ควรประมาทอย่างยิ่ง ทว่า..ผมคือที่สุดในทุกๆด้าน ฉะนั้นวันนี้ ‘ราคุซัน’ ต้องชนะ” สิ้นคำประกาศิตจากกัปตัน เหล่าลูกทีมถึงกลับสะอึกขนลุกซู่..ยิ่งดวงเนตรคู่คมต่างสีเบิกโพล่งกระหายชัยชนะยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดตวัดไล่มองทุกคน ย้ำให้รู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คืออะไรพวกเขาก็ยิ่งพากันกลืนน้ำลายลงคอเสียวไส้

 

 

บาสเก็ตบอลแห่งจักรพรรดิคือสิ่งถูก มีไว้เพียงเพื่อ ‘ชัยชนะ’ เท่านั้น!!!

 

 

ลูกบาสกลิ้งมาโดนเท้าสวมรองเท้าบาสสีขาวฟ้า อาคาชิเหลียวมองลูกบาสลูกนั้นก่อนจะก้มลงเก็บขึ้นมา..เสียงฝีเท้าที่ย่ำวิ่งเข้ามาใกล้แล้วหยุดลงตรงหน้าเขาไม่คิดก้าวล้ำเข้ามาเกินเส้นคั่นกลางสนามทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

 

“ดื้อดึงจนมาถึงนี่จนได้สินะ เท็ตสึยะ” ปากหนาได้รูปยกยิ้มหยันใส่หญิงสาวที่ปลอมตัวเป็นชายเข้าร่วมแข่งขันบาสชาย

“ค่ะ อาคาชิคุง”  เธอตอบรับทั้งเสียงแผ่วเบาด้วยคำพูดแบบผู้หญิงให้ได้ยินกันเพียงสองคน ดวงตาของเขาและเธอประสานจ้องกันตรงๆในฐานะคู่แข่งกัน..ดวงเนตรกลมโตสีฟ้าแสร้งทำนิ่งไร้อารมณทั้งที่แท้จริงซ่อนความรู้สึกหวั่นไหวเอาไว้เต็มอก พยายามเหลือเกินที่จะมองหาเศษเสี้ยวอาคาชิคนเดิมในดวงเนตรคู่คมต่างสี

 

 

‘เจ้าชาย’ ไม่มีอีกแล้ว ผมคือ ‘จักรพรรดิ’  ไม่จำเป็นต้องการใครเคียงข้างอีก!!”

 

 

เสียงทุ้มเย็นชาในอดีตก้องในหัว..ความผิดที่เธอก่อเอาไว้ ผิดที่ไม่เคยสังเกตเห็นอะไรซักอย่าง มารู้อีกทีก็สายไปเสียแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเองเหลือเกิน..โกรธที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ควรจะสวยงามกลับลงเอยเช่นนี้

“แสดงให้ผมดูหน่อยสิ บาสของเธอ” มือแกร่งโยนลูกบาสเข้าสู่มือเด็กสาวพอดิบพอดี

 

 

“บาสที่ทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะแบบนั้น ฉันเกลียดที่สุด”

 

 

“ไม่ใช่ของฉันหรอกค่ะ ของพวกเราทุกคนตั้งหาก” คุโรโกะตอบทั้งเสียงเรียบเย็น อาคาชิมองผ่านร่างเล็กบางไปยังเพื่อนร่วมทีมเซย์รินที่พากันจ้องเขาเขม็งเกลียวไม่วางตา ตั้งตนเป็นศัตรูใส่อย่างเห็นได้ชัด  ทั้งหมดนี้สร้างความหงุดหงิดให้แก่เขาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะแววตาเด็ดเดี่ยวไม่คิดยอมแพ้ของเหล่าเซย์ริน

 

 

เป็นเพียงแต่เด็กผู้หญิงธรรมดากับกองทัพอัศวินไกลปืนเที่ยงแท้ๆ

เป็นเพียงชนชั้นล่างกล้าอหังการต่อกรจักรพรรดิ!!!

 

 

 

“คิดจะแข็งข้อกับผมแล้วจะรู้ซึ้งไปถึงกระดูกว่าที่ทำมาช่างสูญเปล่า”  เนตรสองสีตวัดกลับมามองดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าทั้งสีหน้าเย็นชา  คุโรโกะเองก็เช่นกันเธอทำเพียงยืนหน้านิ่งมุ่นคิ้วไม่พอใจกับคำพูดของอีกฝ่าย

 

“ไม่มีทางสูญเปล่าแน่ค่ะ เพราะฉันจะกระชากอาคาชิคุงขึ้นจากแนวคิดผิดๆให้ได้”

“ผมไม่มีคำว่าผิด ผมชนะมาตลอดและผู้ชนะเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ตัดสินว่าอะไรถูกหรือควร”

 

สถานการณ์ระหว่างคนสองคนเริ่มก่อเค้ามาคุจนกรรมการเริ่มเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง ส่งสายตาดุปรามให้รู้ว่าหากคิดทำอะไรรุนแรงเช่นชกต่อยหรือพูดจายั่วยุโทสะมากกว่านี้จะปรับฟาลว์ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มแข่ง  ทั้งสองจำต้องยอมแยกออกจากกันเดินกลับเข้าสมทบทีมของตัวเองที่ยืนเสียวไส้เป็นแถว

 

“คุโรโกะโอเคนะ” คางามิ ไทกะ ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงร่างบางที่กำลังเดินกลับเข้ามาร่วมวอร์มอัพหลังจากหายไปเถียงกับกัปตันทีมฝ่ายตรงข้ามนานร่วม 10 นาที  คุโรโกะพยักหน้าช้าให้ทุกคนรู้ว่าเธอยังไหวอยู่ ดวงหน้าหวานหลุบลงมองข้อมือทั้งสองข้างของตนสวมสายรัดสีดำ..สายรัดของโอกิวาระ ชิโงฮิโระมอบให้พร้อมฝากฝังคติบาสเก็ตบอลอันแสนสนุกเอาไว้กับเธอ

 

 

จงแสดงให้ทุกคนได้ประจักษ์ถึงบาสเก็ตบอลที่ถูกต้อง

 

 

“คนนี้นี่เอง คุโรโกะ เท็ตสึยะ” ฮายามะ โคทาโร่ ผิวปากมองเด็กสาวร่างเล็กๆบอบบางก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ผู้เล่นร่างสูงเรือนผมสีขี้เถ้าที่เอาแน่นั่งผูกเชือกรองเท้าเงียบๆบนม้านั่งไม่พูดไม่จากับใคร  ตรงข้ามกับเนบุยะ เอย์คิชิ เจ้าของตำแหน่ง center ตะโกนคำรามไฟแรงเบ่งกล้ามเนื้อมัดใหญ่ไปมาพร้อมลงสนามทุกเมื่อ

“กล้าหาญผิดขนาดตัว  ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเซย์จังถึงได้สนใจเป็นพิเศษ”  มิบุจิ เรโอะ ยืนกอดอกพลางยกมือขึ้นมาเกี่ยวผมสีดำซอยสไลด์ประบ่าเล่นไปมา ดวงตาสีน้ำทะเลใต้ขนตาแพยาวพราวระริกยามจับจ้องทีมเซย์รินแต่ละคนเรียงตัวโดยเฉพาะเบอร์ 4 ของทีม  “ต้องประกบจุนเปย์จังเหรอเนี่ย..น่าเบื่อจริงๆนี่ไม่ใช่สเป็คฉันเลย ถ้าเป็นหนุ่มหน้าละอ่อนแบบเบอร์ 5 ก็ว่าไปอย่าง”

 

“เรโอะ นี่คือการแข่ง ถ้านายอยากจะจีบใครก็ไปนอกรอบ”

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ดุคนหนุ่มหน้าสวย นับว่าเป็นโชคดีของสมาชิกเหล่าทีมตัวจริงทุกคนที่อีกฝ่ายเดินกลับเข้ามาทันได้ยินแค่ประโยคหลัง เลยไม่รู้ว่าพวกเขากำลังสนทนาถึงสาวน้อยผมฟ้าอดีตเพื่อนร่วมทีมที่มีประวัติกับกัปตันทีมมายาวนาน  มิบุจิหน้าเจื่อนรอให้อาคาชิเดินไปยังกระเป๋าสัมภาระของตนซึ่งอยู่ไกลจากกลุ่มพวกเขาเกินกว่าจะได้ยินแล้วก็ลอบถอยใจโล่งอก

 

 

 

 

.

.

 

บนแสตนเชียร์เต็มทุกที่นั่งจนคนต้องเบียดเสียดกัน สำหรับผู้ที่มาไม่ทันที่นั่งจำต้องยืนหาที่ดูจากมุมต่างๆที่โพเดี่ยมเหลือพื้นที่เอาไว้ให้ เหล่าชูโตคุในเสื้อวอร์มเครื่องแบบแขนยาวสีส้มและโยเซนในเครื่องแบบสีม่วงขาวเดินขึ้นไปอยู่โพเดี่ยมชั้นบนสุด พยายามหาจุดแทรกเข้าไปยืนมองการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า

 

“ไงอเล็กซ์” ฮิมุโระปลีกตัวไปทักทายสาวผมทองสว่างทรงโต เธอหันไปตามเสียงสบตาสีนิลประดับไฝใต้ตาทรงเสน่ห์แล้วโบกมือทักทายเขา..ทักทายหนึ่งในลูกศิษย์รวมถึงเปรียบดั่งลูกชายคนโตของเธอ

“Hi Tatsuya” ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกาทักทายคนหนุ่มที่สูงกว่าซึ่งแทรกฝูงชนมายืนเกาะราวกั้นข้างๆเธอ ทั้งสองมองไปยังสนามแข่งขันกับสองทีมสุดท้ายที่จะประกาศว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์วินเทอร์คัพในปีนี้

“หวังว่าไทกะจะเอาชนะไปได้นะ”  ฮิมุโระกล่าวทั้งรอยยิ้มละมุนอ่อนโยนที่ออกมาจากใจจริง..รอยยิ้มเดิมที่เคยมีมานานจนเกือบลืมเลือนไปเสียหมดสิ้น

“ขอบใจนะ อเล็กซ์และก็ขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เธอ” คำขอโทษและขอบคุณจากใจจริง

“ Don’t  worry ฉันเข้าใจดีว่าก่อนแข่งอารมณ์มักไม่ค่อยสงบเท่าไหร่” สาวฝรั่งเหลือบมองใบหน้าคมคายครึ่งซีกที่ถูกผมสีดำขลับลงปรกตาข้างซ้าย ก่อนจะหันกลับมายังสนามพร้อมยักไหล่ขึ้นไม่ถือสาอีกฝ่าย “พวกเรามาเชียร์ Taiga ด้วยกันดีกว่านะ”

 

 

 

ส่งแรงใจให้ครอบครัวคนเล็กคนสำคัญผู้เติบใหญ่เป็นอัศวินแห่งแสงได้อย่างน่าภาคภูมิ

 

 

 

นัยน์ตาสีอเมทิสต์ละสายตาจากเพื่อนร่วมทีมที่หนีไปจับคู่กับอาจารย์ยังสาวแทนเสียแล้ว ทิ้งเขาไว้กับพวกทีมโยเซนคนอื่นๆที่สนทนาเรื่องไม่เป็นเรื่องไร้สาระจนรำคาญรูหู ไอ้ครั้นจะเดินหนีไปมุมอื่นก็โดนแย่งยืนหมดเหลือเพียง..ที่ยืนข้างๆทีมชูโตคุเท่านั้น

 

 

กรุบกรับๆ

 

เศษมันฝรั่งกระเด็นกระดอนมาตกใส่เสื้อวอร์มสีส้ม ร่างสูงเรือนผมสีเขียวเส้นเลือดปูดขึ้นขมับไม่ว่าจะนานนเท่าไหร่เสียงเคี้ยวดังชัดกับเศษขนมยังพุ่งมาเกาะตามเสื้อไม่ยอมหยุดจนทนไม่ไหวหันควับไปต่อว่าคนสูงร่างใหญ่ที่จู่ๆเขยิบเดินมาใกล้เสียอย่างนั้น  “มุราซากิบาระเลิกเคี้ยวขนมเสียงดังได้แล้ว!!!กินก็กินให้มันมีมารยาทหน่อย!!!”

“อย่าทำตัวน่ารำคาญสิมิโดจิน”

“ฉันสิต้องเป็นฝ่ายพูดมากกว่า!!!!!”

“อุ๊บ!!ฮ่าๆ ชินจังฟิวล์แตกซะแล้ว ฮ่าๆๆ”  หนุ่มผมสีดำเปิดหน้าผากกว้างกุมท้องหัวเราะร่าเสียงดัง มองคนขรึมตลอดเวลาหันไปตวาดโวยวายใส่เด็กโข่งตัวโตพลางปัดเศษมันฝรั่งออกจากเสื้อ ส่วนคนโดนว่าก็ไม่สนใจยังคงดำรงเจตนารมณ์กินขนมต่อหน้าตาเฉยยกซองมันฝรั่งเทลงปากขยำทิ้งแล้วหยิบขนมใหม่จากถุงสะดวกซื้อมาแกะกินต่อหน้าตาเฉย

“ทาคาโอะ!!!”  คนหัวเขียวหันมาแยกเขี้ยวใส่ point guard ในทีม ทำตาเขียวปั๊ดใส่

“คร้าบบบบ ไม่หัวเราะแล้วคร้าบบบ”  คาสึนาริ ทาคาโอะ ลากเสียงขานรับคำสั่งยียวนกวนประสาทพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้  หากแต่พวกเขาคงจะไม่รู้ว่าเศษขนมนั้นร่วงหล่นไปตกใส่หัวหนุ่มหล่อเหลาหวีผมเป๋ปัดมาอย่างดีนั่งเก็กหล่อยักคิ้วหลิ่วตาจีบสาวๆซึ่งนั่งอยู่เก้าอี้ถัดไปจากกลุ่มที่นั่งทีมไคโจสองตำแหน่ง ก่อนจะโดนดึงหูแทบฉีกให้หันกลับมามองการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มด้วยมือหยาบของกัปตันทีม

 

“มาดูบาสไม่ได้มาส่องสาว!!!เลิกหลีได้แล้วโมริยามะ!!!”

“โอ๊ยยยย เจ็บๆ รู้แล้วน่า นิดๆหน่อยๆก็ไม่ได้เนอะ คิเสะจัง” โมริยามะกำลังเอี่ยวตัวไปหาผู้จัดสาว กลับได้ประจัญหน้ากับดวงหน้าคมเข้มดุกร้าวแฟนหนุ่มเอซแห่งโทโอเสียงแทน นั่งกอดอกคุมเชิงแฟนสาวเจ้าเสน่ห์ที่ใครๆต่างก็พากันมองให้ความสนใจ เนตรคู่คมสีไพลินถลึงใส่ดุดันจนมือชู้ตไคโจถึงกับขนลุกซู่รีบทำเนียนไปมองชมนกชมไม้แทน

“อาโอมิเนะ ไดกิ นายควรจะไปนั่งกับโทโอตรงนั้นไม่ใช่เหรอ” คาซามัตสึ ยูกิโอะ ชี้นิ้วไปยังที่นั่งด้านล่างของตนที่มีสมาชิกทีมโทโอนั่งอออยู่ พวกเขาถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกได้แต่หัวเราะแห้งๆกับพฤติกรรมไม่สนหัวใครอันสุดแสนจะจองหองของลูกทีมตัวเอง

 

แทรกที่นั่งกันแฟนสาวโดยไม่คิดขออนุญาตอีกฝ่ายซักนิด ..งามหน้าจริงๆ

 

“อาโอมิเนะคุง..กลับไปฉันจะจัดให้ซ้อมหนักยิ่งๆกว่าเดิมแน่”  อิมาโยชิกระซิบเสียงเย็นทั้งรอยยิ้มระรื่นจนตาหยีสวนทางออร่าทะมึน วากามัตสึกลืนน้ำลายลงคอเสียวไส้ ทุกคนพากันหลบสายตากัปตันปิศาจจอมเจ้าเล่ห์สุดซาดิสต์เป็นแถบ โมโมอิลูบหน้าระอาใจอายแทนเพื่อนชายสมัยเด็ก ดวงหน้าหวานน่ารักล้อมผมสีชมพูยาวสลวยส่ายหน้าช้าๆ แล้วมองไปยังสนามเบื้องล่างที่ตอนนี้เซย์รินกับราคุซันเข้าประจำตำแหน่งรอสัญญาณการแข่งจากกรรมการ

 

 

หลังผ่านอุปสรรคสาหัสสากันมาหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดเท็ตสึคุงมาถึงวันนี้

 

 

“สู้ๆนะเท็ตสึคุง”  โมโมอิ ซัทสึกิประสานมือไว้บนหน้าอกนูนอิ่มขนาดใหญ่ ภาวนาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรมอบชัยชนะให้แก่บุคคลอันเป็นที่รักของเธอ

 

 

ฉีกกระชากมนตรานางจิ้งจอก 

ระเบิดปืนใหญ่แห่งจักรพรรดิ

ประดาบกับอัศวินผู้ถือครองดาบทมิฬ 

ทลายป้อมปราการแห่งยักษา  

 

สงครามครั้งสุดท้ายเบื้องหลังประตูทางเข้าปราสาท..

เด็กหญิงกับอัศวินแห่งแสงจึงได้พบกับ ‘จักรพรรดิผู้นั่งอยู่บนบังลังค์สูงสุด!!’

 

 

“ศึกสุดท้ายที่จะตัดสินทุกสิ่ง เริ่มต้นแล้ว”

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

ลูกบาสเก็ตบอลลอยขึ้นคิโยชิ เทปเปย์กระโดดขึ้นรีบาวน์ตบแย่งก่อนถึงมือเนบุยะ เอย์คิชิ แล้วกระเด้งส่งให้คนที่วิ่งมารอรับอย่างรู้งาน บอลกระแทกเข้าสู่มือแกร่งหยาบผู้เล่นที่เป็นหัวใจสำคัญซึ่งดำรงตำแหน่งเอซที่ทุกคนให้ความเชื่อมั่น คางามิวิ่งบุกเลี้ยงลูกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกสกัดโดยหนุ่มผมทองสั้น

“ตื่นเต้นจริงๆที่ได้เจอกับนายคางามิ” ฮายามะแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวแหลม ไร้ซึ่งเสียงตอบโต้กลับจากคนหนุ่มเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ เขาขยับตัวถอยหลังแลหมุนหลบไปทางขวาอย่างรวดเร็วจนจับไม่ทัน

“อะไรนะ!!!”

“เร็วเกินไปแล้ว!!!”

 

 

เราคิดมาตลอดนับตั้งแต่ที่เห็นคุโรโกะปรากฏตัวครั้งแรกว่าอ่อนแอแบบนี้จะมาเล่นบาสได้แน่เหรอ

ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวทำไมถึงได้อดทนเข้มแข็งขนาดนั้น

 

 

ปึง!!!ปึง!!!!

 

“ค..คางามิคุง”  คุโรโกะ เท็ตสึยะ ตาเบิกโพล่งสุดขีดไม่ต่างจากคนอื่นๆในสนาม ไม่มีใครไล่ตามอีกฝ่ายได้ทันอีกแล้ว

 

 

กี่ครั้งแล้วพวกเราถูกเธอช่วยเอาไว้ กี่ครั้งแล้วที่เธอเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้ข้างใน

กี่ครั้งแล้วที่เธอปวดใจจนไม่อาจฝืนทนหลั่งน้ำตาเพราะผู้ชายคนนั้น!!!

 

 

ใบหน้าคมกร้าวเงยหน้าขึ้น ตาสีเพลิงถลึงมองเพียงเป้าหมายตรงหน้าที่ยืนนิ่งไม่ขยับเท้าจากใต้แป้นบาสเขตราคุซัน..ไม่สิ..เรียกว่ายังไม่ทันออกตัวด้วยซ้ำ ร่างสูงคำรามกรรโชกเสียงดังกระโดดจากวงนอกลอยตัวขึ้นสูงก่อนจะปาลูกบาสกระแทกเต็มแรงใส่ห่วง ลูกบาสทะลุผ่านหลังชายผู้เป็น Point guard ฝ่ายราคุซัน บอลกระเด้งกระดอนกระแทกพื้นเสียงดังลั่นสนั่นท่ามกลางความเงียบงันของผู้เข้าชมที่กำลังตะลึงค้างไม่ต่างจากผู้เล่นในสนามด้วยระยะกระโดดสูงมากเกินกว่าจะเป็นเด็ก ม.ปลาย

 

“ใช้ท่าเมเทโอแจมได้แล้ว..ถ้างั้นก็แปลว่า…” อิซึกิกระซิบเสียงสั่นข่มอาการตื่นเต้นเอาไว้ ดวงหน้าขาวตี๋หันไปมองร่างสูงที่โบยบินข้ามฝากฝั่งทำแต้มเปิดเกมส์ท้าทายชายผู้เป็นหัวหน้ารุ่นปาฏิหาร์ย..อาคาชิกลับมาตีหน้านิ่งเหมือนเคยก่อนจะผินร่างหันไปมองแผ่นหลังกว้างใหญ่ของคนตัวสูงกว่าโชว์เลขเบอร์ 10 เด่นชัดเอาไว้

“โซนงั้นเหรอ”  ดวงเนตรสองสีเย็นชามองตอบดวงตาสีเพลิงที่เปล่งประกายสายฟ้าสีแดงสว่างวาบออกมา

 

 

ในที่สุดก็ได้รู้ว่าเงื่อนไขการเปิดประตูโซนคือ ‘เงาลวงตา’

 

 

“โทษฐานที่นายทำคุโรโกะเสียน้ำตา ฉันจะอัดนายให้น่วมคอยดูอาคาชิ!!!”  ทุกสิ่งทุกอย่างที่อีกฝ่ายทำไว้ต่อร่างบางช่างน่าชิงชังนักจนเขาโกรธแค้นคนตรงหน้า ยิ่งทบทวนเรื่องราวในอดีตจนรู้ว่าน้ำตาที่ไหลรินจากดวงเนตรสีฟ้าใสกลมโต มาจากคนๆนี้ซึ่งเป็นตัวการของเรื่องราวทั้งหมด!!

 

 

ที่น่าเจ็บใจกว่าคือคุโรโกะรักคนใจร้ายพรรค์นี้!!

 

 

“สามหาว”  อาคาชิ เซย์จูโร่ บุกเข้าไปสกัดกั้นคางามิ เสียงเชียร์ฮือฮาลั่นสนามดังกึกก้องยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ไปด้วยความตื่นเต้นลุ้นระทึก การประจันหน้าระหว่างเอซกับเอซในทีมนั่นคือการตัดสินกระแสเกมส์ต่อจากนี้ว่าจะเป็นของใครระหว่างราคุซันกับเซย์ริน ดวงเนตรต่างสีไม่เข้าคู่เบิกโพล่ง..สีแดงกับสีทองอำพันวาวโรจน์เรืองแสงน่าสะพรึงจนร่างสูงที่เข้าโซนถึงกับขนลุกชัน

 

“เป็นแค่สัตว์ป่า ล้มลงไปซะ!!”

 

 

ตึง!!!!

 

บอลถูกตัดแย่งไปอย่างง่ายดายจังหวะเดียวกับร่างสูงกว่าล้มลงไปนั่งกองกับพื้น เขาอ้าปากค้างตกตะลึงที่ขาทั้งสองข้างเสียสมดุลชั่วขณะหลังจากพยายามไล่ตามการเคลื่อนที่ของอีกฝ่าย ดวงเนตรสีเพลิงเหลียวมองบุรุษเรือนผมสีแดงสั้นที่วิ่งข้ามผ่านโดยไม่แม้แต่ปรายตามามองคนที่ล้มลงซักนิด

“เนตรจักรพรรดิ!!!” คางามิอุทานร้องเสียงหลง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เผชิญอาวุธร้ายกาจจากคู่แข่ง

“อาคาชิมาแล้ว!!!สกัดไว้!!!!” ฮิวงะตะโกนเตือนสติลูกทีมทุกคน คุโรโกะกลืนน้ำลายลงคอรีบวิ่งเข้ามาหมายสกัดกั้นประกบสามทว่า..กลับถูกผู้เล่นเบอร์ 5 ทีมราคุซันขวางเอาไว้แทน ทำให้เธอไปไม่ถึงคนผมแดงที่เดาะลูกบุกมาด้วยความเร็วสูง นัยน์ตาคู่คมเย็นชาตวัดมองไปปีกซ้ายที่มีฮายามะวิ่งมารอรับ คิโยชิมองตามสายตานั่นเขารีบวิ่งไปทางปีกซ้ายทันที

 

 

กลับไม่เป็นเช่นนั้น..อาคาชิบุกวิ่งต่อรุกเข้ามากระโดดตั้งท่าชู้ต!!!

 

 

“เฟคเหรอ!!!!” คิโยชิพลาดท่าเสียทีแล้ว อิซึกิรุดหน้าเข้ามากระโดดขึ้นประกบเอื้อมแขนหมายปัดลูกจากมือร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้น อาคาชิหรี่ตาลงแล้ว..รีบสับมือส่งลูกไปทางขวาด้วยศอก!!!

“ส..ส่งลูกด้วยศอก!!เฟคสองชั้น!!!?”

“ขอสามแต้มไปก่อนนะจุนเปย์จัง” มิบุจิคือคนที่จะรุกทำแต้มตัวจริง หนุ่มหน้าสวยวิ่งเข้ามารับลูกจากอาคาชิกระโดดทำชู้ตสามแต้มไปอย่างงดงาม  ป้ายคะแนนเปลี่ยนตัวเลขคะแนนฝั่งราคุซันต่อเซย์รินเป็น 3:1 ผู้คนร้องเชียร์ลั่นสนามตะโกนกึกก้องชื่อเรโอะลั่นสนาม

 

“ยักษาแห่งราชาไร้มงกุฎ มิบุจิ เรโอะ!!!”

 

“เห!!!เรโอเน่ดังอีกแล้ว!!!!ไม่ยอมๆ” ฮายามะงอแงใส่คนหนุ่มหน้าสวยมากเสน่ห์ล้นเหลือ บุคลิกที่งดงามเหมือนจะตุ้งติ้งขณะเดียวกันกลับเท่ห์บาดใจสาวเรียกเสียงกรี๊ดจากผู้หญิงบนแสตนเช่นเดียวกับสายตาปลื้มหลงใหลจากเหล่าหนุ่มๆ มิบุจิ เรโอะวิ่งเยาะๆกลับไปเข้าฟอร์มทีมต่อ ดวงเนตรสีเขียวน้ำทะเลเหลือบมองคนหนุ่มสวมแว่นทรงรีที่ยืนอึ้งค้างกับฟอร์มทีมราคุซัน ยกยิ้มหยอกใส่

 

 

..ท่าทีแบบนั้นมันอะไรวะนั้น!!!!

 

 

การแข่งในควอเตอร์ที่ 1 ดำเนินมาจนถึงกลางทางแล้วทั้งสองทีมพลัดกันทำแต้มไปมา แม้ว่าเวลานี้ราคุซันจะนำอยู่ที่ 25 : 11 เหล่าเซย์รินหายใจแรงกระหืดหอบพยายามไล่ตามทีมในชุดขาวสีฟ้าเอาเป็นเอาตายทั้งเหงื่อไหลกาฬ บอลตกไปอยู่ในมืออิซึกิ ชุน point guard ของทีมซึ่งตอนนี้กำลังโดนชายผมสีทองสั้นสกัดกั้นขวางเอาไว้ ดวงเนตรสีเขียวดั่งใบไม้สดวาววับส่องประกายนึกสนุก  “อีเกิ้ลอายส์ใช่ไหม ฉันได้ยินกิตติศัพท์มาอยู่แต่ไม่เท่าไหร่ขนาดฮอคอายส์ยังผ่านมาได้แล้ว”

“นายก็คงไม่เท่าไหร่ 3 นิ้วก็เพียงพอ” มือแกร่งตบแย่งลูกจากหนุ่มหน้าตี๋ ใช้เพียงสามนิ้วเกาะลูกตบเลี้ยงสับหลอกไปมาอย่างรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้าฟาดท่ามกลางพายุ

 

 

เร็ว!!!การเลี้ยงลูกที่รวดเร็วแบบนี้มันอะไร!!!!

 

 

“ยักษาอัศนีฮายามะ โคทาโร่เลี้ยงลูกเร็วสมเป็นหนึ่งในราชาไร้มงกุฎจริงๆ” ผู้บรรยายการแข่งออกรสออกชาติในการอธิบายถึงความสามารถของชายหนุ่มผู้เล่นตำแหน่ง Small forward  ร่างสูงเลี้ยงลูกผ่าน point guard ทีมเซย์รินไปอย่างง่ายดาย

 

ผัวะ!!!!

 

“!!!!!!!!!”  มือเรียวเล็กพุ่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ปัดแย่งลูกไปครองแล้วอิกไนต์พาสไค ส่งข้ามฝากสนามไปให้คางามิ ไทกะในโหมดโซนที่กระโดดรออยู่ทันที

 

 

ปึง!!!!!!!!

 

ลูกดังก์กระแทกเข้าห่วงจนแป้นบาสราคุซันโงนเงนนับแต้มเซย์รินขึ้นมาอีก 1 แต้ม เสียงกรี๊ดเชียร์ลั่นสนามฝั่งเซย์รินทุกคนตื่นตาตื่นใจการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศซึ่งไม่มีใครยอมใครแม้แต่ก้าวเดียว

“เบอร์ 11 คุโรโกะ เท็ตสึยะ ผู้เล่นเงาลวงตาในตำนานที่เขาร่ำลือกันไง”

“แฟนธ่อมแห่งรุ่นปาฏิหาร์ยมีจริงๆด้วย”  คุโรโกะมองไปรอบๆแสตนเชียร์พลางเลิกคิ้วสูงงุนงง นับว่าเป็นครั้งแรกที่มีผู้คนส่งเสียงเชียร์ตัวเธอ ความสงสัยนั้นถูกทำให้ลืมเลือนไปหลังจากฝ่ามือเพื่อนพ้องในทีมวิ่งเข้ามาตบหลังตบไหล่ชมเชยการพาสลูก ท้ายสุดคือกำปั้นของคางามิ ไทกะ ที่ยืนเข้ามา ปากอิ่มแย้มยิ้มบางพร้อมชนกำปั้นตอบ

 

จนไม่ทันสังเกตเห็นดวงเนตรสองสีที่จ้องมองตามด้วยแววตายากแก่การคาดเดา

 

 

.

.

 

หมดเวลาสำหรับควอเตอร์แรกผู้เล่นทั้งสองทีมทยอยกันกลับเข้ามานั่งนอกสนามที่ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันจัดเตรียมเอาไว้ให้ ร่างสูงผิวสีแทนนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดมาตั้งแต่เปิดเกมส์แล้ว..ยิ่งตอนหลังๆยิ่งมุ่นคิ้วเข้าไปใหญ่จนเกิดรอยย่นระหว่างหัวคิ้ว คิเสะสังเกตเห็นจึงแหย่โดยเอานิ้วชี้กดลงไประหว่างหัวคิ้วอีกฝ่าย

“เป็นอะไรไปอาโอมิเนจจิ ขมวดคิ้วมากเดี๋ยวก็หน้าแก่หรอก” ร่างบางแซวแฟนหนุ่ม

“ฉันรู้สึกเหมือนราคุซันยังไม่เอาจริง พวกนั้นเหมือนกำลังลองเชิงเซย์รินอยู่มากกว่า” ตาสีไพลินหลุบมองไปยังร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้นที่ก้าวเท้าออกจากสนามด้วยท่าทีสงบเยือกเย็นสมเป็นกัปตันพวกเราเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ย

“และก็..มีอีกอย่าง..ผู้เล่นเบอร์ 5 ของราคุซัน ฉันรู้สึกคับคล้ายคับคลาชอบกล” สิ้นคำกล่าว คิเสะเลิกคิ้วสูงดวงตาสีอำพันเลื่อนกลับไปมองทีมฝั่งราคุซัน..ทุกๆคนในนั้นเธอรู้จักมักจี่เป็นอย่างดีโดยเฉพาะเหล่าราชาไร้มงกุฎทั้งสามคน อนึ่งเนื่องจากสมัยคบหาเป็นแฟนกับอาคาชิ มีบ้างที่อีกฝ่ายจะนัดเจอเธอที่เกียวโตแล้วพามาโรงยิมราคุซันเป็นครั้งคราว

“เบอร์ 5 งั้นเหรอ? แปลกแหะ..ทำไมฉันไม่คุ้นว่ามีผู้เล่นแบบนั้นในราคุซันด้วย” คิเสะ เรียวตะเอียงคอฉงน เธอเองก็พึ่งสังเกตเห็นผู้เล่นทีมราคุซันคนดังกล่าวในสนาม

 

 

ความรู้สึกเหล่านี้คืออะไรกัน?

 

“หรือว่า!!!!”

 

.

.

 

โค้ชหนุ่มวัยกลางคนทำเพียงนั่งกอดอกเงียบๆ ยกยิ้มสบายพอใจที่ไม่จำเป็นต้องออกแรงพูดให้เหนื่อยเปล่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องทำต่อจากนี้ในการแข่งขันอาคาชิ เซย์จูโร่ เข้าใจอย่างถ่องแท้ทะลุปรุโปร่ง เขาจึงวางใจในตัวกัปตันทีมมากและยินดีวางอำนาจเหล่านั้นลงในมืออีกฝ่าย

 

 

ศักยภาพล้ำเลิศทั้งพละกำลังและมันสมอง สายตากว้างไกลเฉียบขาดประหนึ่งเห็นอนาคต

คือความสมบูรณ์แบบหาใครเปรียบได้ทั้งหมดนี่คือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’

 

 

“ควอเตอร์ที่ 2 เราจะทำแต้มกัน” อาคาชิกอดอกกวาดตามองเหล่าตัวจริงทั้ง 4 ที่นั่งพักเบรกดื่มน้ำดื่มท่าพร้อมรับผ้าเย็นจากสวัสดิการมาช่วยดับคลายความร้อนระอุ  “ควอเตอร์แรกทำให้ผมแน่ใจว่าแกนหลักสำคัญของเซย์รินมี 3 ตัวแปร หนึ่งคือฮิวงะ จุนเปย์ซึ่งเป็นกัปตันทีม สองคางามิ ไทกะ สามคิโยชิ เทปเปย์”

“สิ่งแรกที่ผมต้องการคือจำกัดการทำแต้มของเซย์ริน หน้าที่นี้เป็นของนาย ‘เรโอะ’” ตาสองสีตวัดมองไปยังหนุ่มหน้าสวยล้อมเส้นผมสีดำซอยสไลด์คลอเคลียคอ มิบุจิ เรโอะ หันมาสบตากัปตันทีมที่เป็นเพียงรุ่นน้องแต่กลับยิ่งใหญ่จนพวกเขาต้องยอมรับที่จะเป็นฝ่ายติดตามแต่โดยดี

“ไม่มีปัญหา เซย์จัง” ปากหนากระตุกยิ้มพออกพอใจกับคำสั่งนั้น

“เรื่อง Center ผมฝากหน้าที่นี้ให้นายเอย์คิชิ”  อาคาชิหันไปสั่งร่างสูงผิวสีแทนร่างกายกำยำอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามขนาดใหญ่ เขายกน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดขวดแล้วบี้จนขวดน้ำพลาสติกยับคามือใหญ่  ฮายามะชี้นิ้วไปทางตัวเองเป็นเชิงถามว่าจะให้ทำอะไรต่อ คำตอบที่ได้กลับทำให้เขาถึงกับเบ้ปากกลอกตาเซ็ง

“อะไรกันประกบเบอร์ 5 งั้นเหรอ ไม่สนุกเลย..อยากเจอคางามิมากกว่า”

“โคจังล่ะก็..ฉันอยากประกบเบอร์ 5 จะตายรู้ไหม น่ารักขนาดนั้นน่ะ”  เรโอะเอนกายพร้อมเท้ามือลงกับม้านั่ง ไขว่ห้างปรายตามองไปยังอิซึกิ ชุน หนุ่มหน้าตี๋ผิวขาวหยกแบบที่เขานิยมชมชอบเป็นยิ่งนัก ดวงเนตรสีเขียวน้ำทะเลพราวระลิกส่อแววตาเจ้าชู้ประตูดินระดับมือพระกาฬ เหล่าตัวสำรองถึงกับขนลุกเกรียวร้อนๆหนาวๆไปตามๆกัน

“เรโอเน่ชอบสาวหมวยหนุ่มตี๋จริงๆเลยนะ เฮ้อ…”  ฮายามะถอนหายใจเฮือกใหญ่

“นับจากนี้ไปเราจะนำไม้เด็ดมาใช้ ตอนชูโตคุไม่สามารถทำได้เพราะมีฮอกอายส์อยู่..ส่วนคางามิ ไทกะ ผมจะประกบเอง” อาคาชิ เซย์จูโร่เบิกตากว้างวาววิปลาศ ปากหนากระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมปรารถนากระหายเพียงชัยชนะเท่านั้น เนตรคู่คมต่างสีหลุบมองฝ่ามือของตนก่อนจะกำหมัดแน่น

 

 

“คำพูดผมถือเป็นประกาศิต ชัยชนะจะต้องเป็นของผมเท่านั้น!!”

 

 

คุโรโกะชำเลืองมองทีมฝ่ายตรงข้ามแล้วกลับมายังทีมของตัวเอง รับฟังการแผนการของโค้ชสาวไอดะ ริโกะที่กำลังวางแผนรับมือทันทีที่ควอเตอร์ที่ 2 เริ่มต้นขึ้น “คางามิเปิดปิดโซนได้แบบนี้ก็วางใจได้ระดับนึงว่าจะไม่เสียพลังงานเกินจำเป็น จากนี้ไปฉันคิดว่าทางราคุซันคงจะเริ่มเอาจริง ฝั่งนั้นก็คิดจะบุกทำแต้มเหมือนกันทางเราเองก็ไม่น้อยหน้า เริ่มเอาจริงกันด้วยเกมส์เร็วแบบดั้งเดิม คุโรโกะกับคางามิประสานงานและกันเราจะทุ่มทุกอย่างชิงลงมือก่อนในครั้งนี้”

คุโรโกะมุ่นคิ้วเครียด..เธอรู้ดีว่ากระแสเกมส์มักเปลี่ยนไปในควอเตอร์ที่สองเสมอ ยิ่งอีกฝ่ายมีอาคาชิอยู่ในนั้นย่อมทำสิ่งอะไรที่ล้ำลึกยากเกินกว่าจะคาดเดาเสมอ

 

 

หากเปรียบกับกระดานโชงิ ควอเตอร์แรกก็เหมือนเดินหมากลองเชิงกัน

ควอเตอร์ที่สองคือของจริงหลังประเมิณความสามารถฝ่ายตรงข้าม

 

 

 

“ฉันคิดว่าอาคาชิคุงจะเล่นงานกัปตัน”

 

จู่ๆ ร่างบางโพล่งขึ้นมาเสียอย่างงั้น ทำเอาคนที่ให้กำลังใจคนอื่นถึงกับใจร่วงไปอยู่ตาตุ่ม ทุกสายตามองร่างบางผมสีฟ้าตัดสั้นเป็นตาเดียว  “ถ้าฉันเดาถูก เขาจะชิงลงมือด้วยชู้ตสามแต้มเป็นหลัก จากนี้ไปกัปตันจะเจอมือชู้ตสามแต้มของราคุซันตามประกบตลอดเวลา”

 

 

มิบุจิ เรโอะ ยักษาผู้งดงามแห่งราชันย์ไร้มงกุฎ

 

 

“ปะทะกับมือชู้ตที่สวยที่สุดจนน่าหลงใหล คิดแล้วขนลุกเลย” ฮิวงะ จุนเปย์กล่าวทั้งเสียงทุ้มที่สั่นไหวเล็กน้อย มือแกร่งทั้งสองข้างเสยขมับลากไล่ไปจนถึงหลังศีรษะก่อนจะตบหัวตัวเองดึงสติกลับมาพร้อมรอยยิ้ม  “จะเป็นราชาไร้มงกุฎบ้าบออะไรก็ไม่สนหรอก ฉันจะชิงสามแต้มนั่นมาให้ดู!!”

“เล่นให้เต็มที่ บุกให้เต็มที่ ป้องกันให้เต็มที่ ทำให้สุดความสามารถ เข้าใจไหม” กัปตันเซย์รินเรียกทุกคนในทีมล้อมวงเข้าไว้ กอดคอประสานกันเป็นหนึ่งเดียว นัยน์ตาสีดำหลังแว่นทรงรีไล่กวาดมองหน้าตัวจริงทุกคนพลางพูดสรุปให้กำลังคนในทีม ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของทีมและเป็นแรงใจให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้า

 

“ร่วมแรงใจกัน คว้าชัยเอาไว้ให้ได้!!!”

“โอ๊ส!!!!!!”

 

 

.

.

 

 

หมับ!!!

 

อิซึกิ ชุนเปิดเกมส์ได้ลูกบุกนำไปก่อน เสียงบอลกระแทกลงกับพื้นซ้ำๆไปมา พื้นรองเท้ายางเสียดสีพื้นสนามดังเอี๊ยดอ๊าดดังกึกก้องทั่วทั้งสนามคลอเคล้าด้วยเสียงเชียร์รวมทั้งการบรรยายถ่ายทอดสดจากโฆษกอีก  อีเกิ้ลอายส์กวาดมองหาจุดส่งลูกในสนามเขากลับต้องตกตะลึงหลังจากที่พบว่าการจัดวางตำแหน่งราคุซันแปลกไป

“Man to Man แบบจัดเรียงวงกลม? “  ทุกคนในทีมถูกประกบตัวต่อตัวกันหมด เนบุยะประกบกั้นคิโยชิสกรีนเอาไว้อยู่ใต้แป้นบาส คางามิโดนอาคาชิประกบติดเอาไว้ ทางด้านคุโรโกะถูกผู้เล่นเบอร์ 5 สกัดกั้นเอาไว้..

 

 

เดี๋ยวนะ!!ทำไมเราถึงมองเห็นคุโรโกะทั้งๆที่จุดนั้นเกินขอบเขตอีเกิ้ลอายส์?

 

 

“มัวแต่เหม่อไปไหนคุณ point guard”  ชายหนุ่มผมสีทองกลิ่นอายสัตว์ป่าวิ่งเข้ามาบล็อกเขาเอาไว้ หนุ่มหน้าตี๋จิ๊ปากเขาเดาะบอลไปมาเอี่ยวหลบให้หลุดจากการเอื้อมถึงเข้ามา ดวงตาสีนิลตวัดมองหาจุดส่งลูกในที่สุดก็พบว่าฮิวงะยังว่างอยู่ มือเรียวยาวผลักบอลดันส่งเข้าให้ชายหนุ่มสวมแว่นทำสามแต้ม ทันใดนั้นร่างสูงโปร่งเรือนผมสีดำสไลด์ซอยฝ่ายตรงข้ามวิ่งเข้ามาตบแย่งลูกไปต่อหน้าต่อตา!!!

 

 

เป็นอย่างที่คุโรโกะบอกจริงๆ!!!

 

“เห…จุนเปย์จังดูไม่ตื่นเต้นเลยนะ รู้อยู่แล้วว่าฉันจะมาแย่งสามแต้มใช่ไหม” มิบุจิ เรโอะ ขยับยิ้มหยอกเย้าราวกับว่ากำลังแหย่เด็กน้อยตรงหน้า

“จ..จุนเปย์จัง? เลิกเรียกแบบนั้นซักทีและลูกนั้นน่ะอิซึกิส่งให้ฉันตั้งหาก”  กัปตันเซย์รินโวยวายไม่ชอบทั้งน้ำเสียงทั้งท่าทางไหนจะชื่อเรียกพิลึกๆโดนการเติมคำว่า จัง ต่อท้ายนี่อีก

“เบอร์ 5 ชื่ออิซึกินี่เอง”  ขายาวก้าวขยับ มือทั้งสองข้างตั้งท่าชู้ตขึ้น ฮิวงะกระโดดหมายจะเอื้อมปัดลูกหากแต่ร่างกายเขากลับไม่เป็นแบบนั้น..ขาทั้งสองแข็งทื่อไม่สามารถกระโดดเอื้อมไปถึงคนตัวสูงเรือนผมสีดำขลับที่เอาแต่กระโดดลอยตัวขึ้นสูงไปเรื่อยจนฝ่ามือปล่อยลูกชู้ตเข้าห่วงไปอย่างแม่นยำ

 

 

ฝุ่บ!!!!!

 

 

ลูกชู้ตสามแต้มราคุซันชิงไปได้ก่อนตั้งแต่เปิดเกมส์ ซึ่งผิดคำพูดที่ฮิวงะได้ประกาศเอาไว้กับทีมว่าจะคว้าเอาไว้เป็นแรงใจให้ทุกคน แน่นอนว่าแม้จะเป็นเพียงลูกเดียวแต่ก็ทำเอากระแสเกมส์เริ่มเอนเอียงไปทางราคุซัน เซย์รินเริ่มเสียความมั่นใจไปทีละนิด ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครคิดโทษกัปตัน…เว้นเสียแต่เจ้าตัว

“จุนเปย์จังไม่มีวันเอื้อมถึงอนัตตาได้ ครั้งต่อๆไปสามแต้มต้องเป็นของฉันและตลอดจนจบเกมส์”  อีกฝ่ายหยอกกวนโทสะพลางปรายมองไปยัง point guard ฝ่ายตรงข้ามที่หน้าเสียเนื่องจากส่งลูกให้ทีมฝ่ายตรงข้ามเสียอย่างนั้น ปากหนาได้รูปยกยิ้มหวานปานน้ำผึ้งใส่ทำเอาคนหน้าตี๋งวยงง  อิซึกิส่ายหัวไล่ความสงสัยเหล่านั้นหันมาสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้

 

 

ราคุซันตั้งใจเปิดทางบีบบังคับให้ส่งบอลแก่ฮิวงะแต่แรก อาศัยจังหวะนั้นให้ มิบุจิ เรโอะ วิ่งเข้ามาตบแย่ง

กับดักของอาคาชิ..แยบยล เหลี่ยมจัด โหดร้ายยิ่งกว่ากัปตันโทโอเสียอีก

 

“นี่เหรอ..กัปตันทีมรุ่นปาฏิหาร์ย…”  มือทั้งสองสั่นไหว พวกเขาได้ประจักษ์แล้วว่าเหตุไฉนชายผมสีแดงตัดสั้นถึงได้ถูกรับเลือกให้เป็นผู้นำรุ่นปาฏิหาร์ย..หัวหน้าเหล่าสัตว์ประหลาดน่าสะพรึงกลัว

 

 

ไม่ใช่แข่งบาสธรรมดา แต่เป็นสงครามจิตวิทยาเฉือนคม  

 

 

.

.

 

 

“กัปตันเซย์รินคงเข้าวิกฤติซะแล้ว” อิมาโยชิ โชอิจิ มองดูการแข่งทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทุกคนในทีมเหลียวหน้ามามองคนสวมแว่นตากรอบเหลี่ยมสีดำ  “การก้าวรับตำแหน่งกัปตันถือเป็นภาระที่หนักอึ้ง เป็นศูนย์กลางหลักของทีม ลำพังฝีมือชู้ตสามแต้มมิบุจิมีเหนือกว่าอยู่แล้ว พอถูกหยามศักดิ์ศรีเข้าให้สมาธิถูกปั่นป่วนหมดแน่”

 

 

ฮิวงะ จุนเปย์ ศักดิ์ศรีมือชู้ตสามแต้มและศักดิ์ศรีของกัปตัน

สิ่งที่เรโอะทำเป็นการตบหน้าผู้บังคับบัญชาต่อหน้าลูกน้อง หักหน้ากันเห็นๆ

 

 

“ ‘หากคิดจะดับลมหายใจเซย์รินจงตัดหัวแม่ทัพเสียก่อน’ นี่คือสาสน์จากอาคาชิ เซย์จูโร่..เลือดเย็นไปถึงแก่นจริงๆ”

 

.

.

 

 

ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่มือชู้ตสามแต้มแต่ละฝ่ายประจันหน้ากันและทุกครั้งเรโอะเป็นฝ่ายชู้ตลงเสมอเสียจนราคุซันทิ้งห่าง 10 แต้มแล้ว ฮิวงะกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสัน ตาสีดำหลังเลนส์แว่นทรงรีฉายแววเดือดดาลถลึงมองใบหน้าคมติดหวาน มิบุจิมองไปทางปีกซ้ายสบสายตาคู่คมเย็นชาจากกัปตันทีม..นัยเนตรสองสีไม่เข้าคู่กำลังส่งสานส์บอกเขาทำเอาคนหนุ่มหน้าสวยถอนใจเบื่อหน่าย

“น่าเสียดาย ดูเหมือนจะต้องเลิกเล่นกับจุนเปย์จังแล้ว”

“หมายความว่าไง!!?” ผู้เล่นเซย์รินเบอร์ 4 ถามทั้งเสียงขึงขังดุกร้าว เรโอะยกยิ้มมุมปากแล้วรีบปรับองศาตั้งท่าชู้ตอย่างรวดเร็ว

 

 

จากข้อมูลร่ำลือเกี่ยวกับมือชู้ตสามแต้มราคุซัน  มิบุจิ เรโอะ หนึ่งในราชาไร้มงกุฎมีท่าชู้ตด้วยกัน 3 ท่า

‘ฟ้า’  ‘ดิน’  ‘อนัตตา’  จะใช้ท่าไหน?

 

 

“ฟ้าสินะ!!!” ฮิวงะชิงกระโดดหมายเข้าแย่งตบลูกให้หลุดจากมือ ดวงเนตรหลังเลนส์แว่นเบิกโพล่งสุดขีดหลังสิ้นเสียงตะโกนร้องเตือนจากเด็กสาวเพียงคนเดียวในสนาม

“กัปตันนั่นเฟค!!!”  คุโรโกะร้องเตือนแต่ไม่ทันเสียแล้ว  มิบุจิกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์เปลี่ยนองศาท่ายืนเป็นท่าดินฉันพลันส่งผลให้ฮิวงะเข้ากระแทกกลางอกชายหนุ่มผมสีดำอย่างจัง

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดด

 

“เบอร์ 4 สีดำฟาลว์!!เบอร์ 6 สีขาวได้ลูกโทษ” กรรมการในชุดดำเป่านกหวีดเข้ามาแยกมือชู้ตทั้งสองให้ออกจากกัน ฮิวงะอ้าปากค้างตกตะลึงสิ่งที่เกิดขึ้น ความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ไม่อาจขวางมิบุจิ เรโอะได้ ซ้ำร้ายยังโดนอีกฝ่ายหลอกล่อให้ดูเหมือนจงใจฟาลว์นี่อีก

 

“ไม่จริง!!ฉันไม่ได้ทำ!!!หมอนั่นมันจงใจให้ฉันดูเป็นคนทำฟาล์ว!!!”

 

“ฮิวงะ!!อย่า!!!”  ริโกะตะโกนห้ามปรามกัปตันที่เดินเข้าไปยืนยันความบริสุทธิ์กับกรรมการให้พิจารณาการตัดสินใจใหม่ ผลที่ตามมาคือ..การโดนประกาศฟาลว์อีกรอบข้อหาโต้เถียงการตัดสินกรรมการจนต้องโดนไล่ออกไปนั่งนอกสนามแทน

 

 

แม่ทัพกองอัศวินถูกสะบั้นแขนเสียแล้ว

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะ มองตามหลังร่างสูงในชุดดำเบอร์ 4 เดินคอตกออกไปจากสนาม เปลี่ยนตัวกับมิโตเบะแทน ดวงหน้าหวานฉายแววตกตะลึง..จ้องมองกัปตันทีมที่นั่งซึมข้างๆโค้ชกับเหล่าตัวสำรองก้มหน้าลงต่ำซ่อนใบหน้าใต้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นบิดหมาดจากฟุริฮาตะ

“ไม่คิดเลยว่าอาคาชิคุงจะเล่นแบบนี้” เนตรสีฟ้าวาวโรจน์ตวัดจ้องคนตัวสูงเรือนผมสีแดงที่ยืนนิ่งไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่กระทำลงไป  อาคาชิ เซย์จูโร่ รู้ตัวว่าถูกมองอยู่จึงหันมาสบตากลมโต..ร่างเล็กผอมบางกำลังชักสีหน้าเกรี้ยวกราดใส่เขา

“ผมแค่ใช้ประโยชน์จากความสามารถของเรโอะเท่านั้น ผิดที่กัปตันของเธอไม่รู้จักควบคุมอารมณ์” อาคาชิตอกกลับแล้ววิ่งเหยาะๆกลับไปสมทบเพื่อนไม่แคร์สายตาใครต่อใครที่หาว่าเขาเป็นคนเลือดเย็น

 

 

ถ้าจะชนะให้ขาดต้องเหี้ยมให้ถึงที่สุด!!!

 

 

มิบุจิ เรโอะ เดาะบอลลงกับพื้นสองทีก่อนจะตั้งชู้ตลงห่วงไปอย่างงดงาม ตำแหน่ง center ทั้งสองรออยู่แล้วใต้แป้นฝั่งเซย์ริน พวกเขากระโดดเบียดกันเพื่อแย่งกันรีบาวน์เอาลูกบอลเข้ามาอยู่ในมือ

 

 

ร่างกายแข็งแน่นแบบนี้อะไรกัน!!ขยับไปในที่ๆเราอยากไปไม่ได้เลย!!!

 

 

คิโยชิกัดฟันกรอดพยายามเบียดเอาชนะแรงกับเนบุยะ ทว่า..ร่างกายใหญ่ล้ำสันกำยำไปด้วยมัดกล้ามจำนวนมากทนทานกว่าปากหนาแผดเสียงคำรามลั่นเอื้อมสุดแขนคว้าลูกเอาแล้วได้และตั้งท่าจะกระแทกดังก์ทำแต้มต่อ!!

 

“ไม่ยอมหรอก!!!!”   เอซเซย์รินเข้าโซนวิ่งเข้ามาปัดแย่งลูกไปออกไปก่อน  ร่างสูงหมุนตัววิ่งบุกทำแต้มทันทีเนตรสีเพลิงเห็นแล้วว่าอาคาชิวิ่งเข้ามาหมายสกัดเขา จึงรีบส่งบอลไปทางขวามือแบบส่งๆ แต่คางามิมั่นใจเต็มร้อยว่าคู่หูของเขา ‘เงาลวงตา’ ต้องเข้ามารอรับเป็นแน่!!!

 

 

หมับ!!!!

 

 

“โอ๊ะโอ..โทษทีนะเท็ตจัง”  หนุ่มหน้าสวยเข้ามาตัดแย่งบอลก่อนถึงมือคุโรโกะ ร่างเล็กช็อคจนทำอะไรไม่ถูกรู้ตัวอีกทีราคุซันทำ 3 แต้มไปอีกครั้ง!!!!เจ้าของเรือนผมสีอ่อนตาโตเท่าไข่ห่านมองบอลที่ร่วงหล่นตกสู่พื้นกระเด้งกระดอนจากแป้นเซย์รินอีกครั้ง

 

 

เป็นไปไม่ได้ ก็ยังไม่ครบ 40 นาทีนี่!!?

 

 

“ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ”  เสียงทุ้มเย็นดังขึ้น เธอหันไปตามต้นเสียงสบตาสีแดงทับทิบข้างขวากับสีทองอำพันข้างซ้าย..หน้าหล่อเหลาล้อมเส้นผมสีแดงตัดสั้นจ้องมองอดีตลูกทีมครั้น ม.ต้น ด้วยแววตาเยือกเย็นบาดลึกไปถึงหัวใจ คุโรโกะมองหน้าอาคาชิเช่นนั้นอยู่นานครู่ใหญ่…ทันใดนั้นเนตรกลมโตเบิกโพล่งสุดขีด!!!

“ที่ผมไม่ยอมให้เท็ตสึยะชู้ตหรือเลี้ยงลูกซักครั้งนั่นเพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้ตัวตนของเธอโดดเด่นขึ้นมาจนในที่สุดก็ไม่สามารถกลับไปเป็น ‘เงา’ ได้อีก ทั้งที่เคยเตือนเอาไว้ก็ยังดึงดันพัฒนาตัวเองแบบครึ่งๆกลาง ช่างโง่เขลานัก” อาคาชิเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อทั้งสีหน้าเหยียดหยามถึงที่สุด

 

“ผมผิดหวังในตัวเท็ตสึยะจริงๆ เธอไม่คู่ควรที่จะเป็น ‘เงาลวงตาอีกต่อไปแล้ว

 

 

เส้นเชือกที่เคยหย่อนลงในหลุมดำ ฉุดดึงเด็กหญิงผู้ไร้หนทางให้พบสิ่งที่ทำได้ในบาสเก็ตบอล

‘เงา’ นั่นคือสิ่งที่เจ้าชายหยิบยื่นให้..สุดท้ายเราก็ทำลายสิ่งนั้นด้วยมือคู่นี้

 

 

“มิสไดเร็กชั่น..ไม่ได้ผลกับราคุซันอีกต่อไปแล้ว”  ริโกะปากสั่นระริก สถานการณ์กำลังเลวร้ายขั้นสุดเมื่อไพ่ตายของเซย์รินถูกกำจัดออกไปทีละใบ โค้ชสาวหลับตาแน่นฝืนใจทำในสิ่งที่ทารุณจิตใจคุโรโกะมากที่สุดคือการเดินไปขอเปลี่ยนตัวอีกครั้งกับทางคณะกรรมการ

 

 

“เซย์รินขอเปลี่ยนตัวเบอร์ 11 แทนที่ตัวเบอร์ 12 “

 

คุโรโกะสะดุ้งหันขวับไปยังสาวผมซอยสีน้ำตาล เธอส่ายหัวช้าๆไม่ยอมกลับเข้าไป ขณะที่ริโกะส่งสายตาบีบบังคับให้ถอยออกมา  ร่างเล็กผอมบอบบางมองไปรอบๆกาย คนในสนามกับผู้รับชมจ้องเขม็งมองมาที่เธอเป็นตาเดียว…กดดันให้รู้ว่าเวลานี้บนสนามแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับเธออีกต่อไป…ไม่อาจซ่อนเร้นกายในเงามืดได้อีกแล้ว

 

 

คมดาบที่ฝึกปรือหมายใช้ฟาดฟันศัตรูกลับย้อนศรทำร้ายตัวเอง

 

 

“คุโรโกะ…” คางามิ ไทกะ เอ่ยเรียกชื่อคู่หูทั้งสีหน้าเป็นห่วงความรู้สึกอีกฝ่าย  เนตรคมกร้าวมองตามแผ่นหลังเล็กๆเดินก้มหน้าออกไปจากสนามทีละก้าว..ทีละก้าว..สวนทางกับฟุริฮาตะ โคคิ กลับมานั่งบนม้านั่งเงียบๆข้างกัปตันทีม ไม่นานนักริโกะกลับมาทรุดนั่งข้างกายคว้ารวบกอดคอเธอเอาไว้แน่น

“ไม่ต้องห่วงคุโรโกะฉันต้องหาทางทำให้เธอลงสนามอีกครั้งให้ได้ ไม่ปล่อยให้โอกาสตันหน้าจักรพรรดิหยิ่งยโสหลุดมือแน่”

“โค้ชคะ..ฉันไม่ได้จะต่อยอาคาชิคุงนะคะ” คุโรโกะปริบตามองใบหน้าหวานที่จ้องมองการแข่งขันในสนามไม่วางตา หลังจากได้ยินคำบอกกล่าว ร่างบางรู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่งที่ทุกคนยังไม่ได้มองเธอเป็นเพียงคนไร้ค่า ทว่า..ในระหว่างนี้คุโรโกะ เท็ตสึยะ ต้องคิดหาหนทางด้วยตัวเองที่จะกลับเข้าไปยืนหยัดในสนามอีกครั้งให้จงได้

 

 

.

.

 

 

“รู้สึกผิดชะมัด แบบนี้ก็เท่ากับว่าฉันทำร้ายเท็ตสึทางอ้อมพอดี” อาโอมิเนะ ไดกิ เกาศีรษะแกรกๆ เขาเป็นคนสอนอีกฝ่ายชู้ตลูกกลายเป็นว่าสิ่งเหล่านั้นเข้าไปทำลายเอกลักษณ์ในการเป็นเงา

“เรื่องแบบนั้นไม่มีใครรู้ได้หรอกอาโอมิเนจจิ ถ้าอาโอมิเนจจิไม่สอนคุโรโกจจิก็คงจะเอาชนะมุราซากิบารัจจิไม่ได้และก็คงมาไม่ถึงรอบชิงจริงไหม” คิเสะยิ้มให้กำลังใจคนผิวสีข้างกาย มือเรียวยาวสวยวางทับลงบนฝ่ามือใหญ่เบาๆก่อนหันกลับไปมองสนามแข่งขันที่เริ่มต้นการแข่งอีกครั้ง “และที่สำคัญ ฉันเชื่อว่าคุโรโกจจิต้องหาวิธีแก้ไขได้แน่นอน”

 

 

เด็กหญิงช่วยฉุดดึงพวกเราทั้ง 4 ให้พ้นจากคำสาปร้ายมาแล้ว

คราวนี้ก็เช่นกัน ต้องหาทางช่วยเจ้าชายให้พ้นจากคำสาปร้ายได้แน่!!!

 

 

“นี่เป็นปาฏิหาร์ยเพียงหนี่งที่คุโรโกจจิทำได้”

 

 

 

.

.

 

 

“ดูเหมือนเซย์รินจะยังไม่หมดกำลังใจง่ายๆโดนตัดหัวตัดขาไปแล้วแท้ๆ”  ฮายามะผิวปาก ยกยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวขาวให้ผู้เล่นอีกหนึ่งที่เอาแต่ยืนเงียบๆ ไม่พูดไม่จาตั้งแต่เริ่มเกมส์จนถึงตอนนี้  “ไม้เด็ดของเราก็คงพร้อมจนเครื่องร้อนแล้วด้วย”

“ดูโคจังพูดจาเข้าสิ” มิบุจิ เรโอะส่ายหน้าระอาใจ วิ่งเหยาะๆไปพร้อมกับอาคาชิ คนหนุ่มผมสีแดงกวาดตามองทั่วทั้งสนามในระหว่างเดาะบอลไปข้างหน้า เขาเห็นแล้วว่าคางามิกำลังวิ่งเข้าประชันตรงๆ ปีกซ้ายเป็นผู้เล่นเบอร์ 12 ที่เข้ามาแทนที่คุโรโกะ ทางขวาเป็น point guard ของทีมซึ่งถูกฮายามะบล็อกเอาไว้ ส่วนคิโยชิยังไม่สามารถสลัดหลุดจากเนบุยะได้

 

 

มองเห็นอนาคตที่จะดับลมหายใจเซย์รินให้แน่นิ่งคาพื้น

 

 

“อาคาชิ!!!”  ร่างสูงกำยำเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้เข้ามาสกัดด้วยความเร็วที่สูงกว่าปกติด้วยโซน เวลานี้ไม่มีคุโรโกะจึงไม่มีตัวประสานรับส่งลูกได้ เจ้าของนามผู้ถูกตะโกนใส่หน้ากระตุกยิ้มเย็น เนตรต่างสีเบิกกว้างแล้วเดาะบอลเฟคไปทางซ้ายโยนส่งไปด้านหลัง!!!

 

 

ด้านหลังไม่เห็นมีใคร? หมอนั่นทำอะไร?

 

 

 

ผัวะ!!!!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลพุ่งกระแทกด้วยความเร็วสูงเฉียดหน้าคางามิไปจนเกิดกระแสลมแรง ดวงตาคู่คมเบิกกว้างตื่นตระหนกสุดขีด เนบุยะไม่รอช้ารีบกระโดดรับลูกพาสนั้นคว้าไว้ในมือ สกรีนกั้นคิโยชิเอาถีบตัวกระโดดอัปเปอร์เลย์กระแทกลูกลงห่วงทำแต้ม  เหล่าเซย์รินช็อกเป็นแถวตาเบิกโพล่งสิ่งที่เกิดขึ้น

 

บรรยากาศหนาวเย็นเช่นนี้  ลูกส่งแบบนี้

 

ร่างสูงเรือนผมสีขี้เถ้าสวมชุดนักกีฬาราคุซันเบอร์ 5 เงยหน้าขึ้นช้าๆเผยให้เห็นเนตรคู่คมสีเดียวกันสบตาเหล่าเซย์รินด้วยสีหน้าเฉยชาไร้อารมณ์

“ป..เป็นไปไม่ได้..” คางามิเบิกตาโพล่งแล้วตวัดหันหน้าไปมองคู่หูของตนที่นั่งอึ้งค้างนอกสนาม

 

 

ผู้ชายคนนั้นมีมิสไดเร็กชั่น!!!!!!

 

 

“ฟุริ!!!ประกบเบอร์ 5 ไว้!!!!”  คิโยชิตะโกนเตือนผู้เล่นตัวสำรอง ฟุริฮาตะตั้งสติกลับมาไล่ตามประกบร่างสูงเรือนผมสีเทากางแขนขวางกั้นเอาไว้ไม่ให้เข้าไปถึงลูกบาสเก็ตบอล นัยน์ตาสีน้ำผึ้งจุดเล็กเบิกโพล่งสุดขีดเพียงเสี้ยววินาทีที่เผลอวอกแวก ผู้เล่นคนนั้นหายตัวไปเสียแล้ว!!!

 

 

ผัวะ!!!!

 

 

“!!!!!!!!!!”   ผู้เล่นเซย์รินเบอร์ 7 ร้องตกใจ..บอลในมือถูกร่างสูงเรือนผมสีชี้เถ้าเข้ามาประชิดตบแย่งออกไปแล้ว ผลักส่งเต็มแรงข้ามฝากสนามเข้าสู่มือมิบุจิ เรโอะ ทำสามแต้ม

“อ..อิกไนต์พาส!!!”  ทีมเซย์รินอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะต้องมาเจออาวุธลับของทีมตัวเองย้อนศรใส่ พวกเขากำลังตกในสถานการณ์ลำบากที่ต้องต่อสู้กับผู้เล่นปริศนาคอยเร้นกายในเงามืดโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง

“ไม่ยอมหรอกเฟ้ย!!!”  ร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูแหกปากลั่นสุดเสียง ถีบตัววิ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงตัดแย่งบอลให้หล่นจากมือหนุ่มหน้าสวย จังหวะเดียวกันนั้นเขากลับต้องตาตื่นตกใจไม่รู้ตัวซักนิดว่าผู้เล่นเบอร์ 5 ใช้ตัวตนจืดจางเข้ามาแย่งบอลไปและ…ชู้ต!!!!

 

 

ฝุ่บ!!!! 

 

 

ราคุซันทำสามแต้มได้อีกครั้งด้วยฝีมือของคนหนุ่มปริศนาเรือนผมสีขี้เถ้าหน้าตาไร้อารมณ์  สุดท้าย..เซย์รินก็ไม่สามารถหยุดยั้งความต้องการของอาคาชิลงได้  ทุกคนตาค้างพูดอะไรไม่ออกจ้องมองผู้เล่นเบอร์ 5 ไม่วางตาทั้งสีหน้าตะลึงพรืด

“ชู้ตได้ด้วยงั้นเหรอ?”  คางามิพึมพำทั้งเสียงสั่น

“จะบอกอะไรให้คางามิ ไทกะ คนที่ค้นพบความสามารถของเท็ตสึยะคือ ‘ผม’ การที่ผมจะค้นหา ‘เงาลวงตาคนใหม่ ’ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก“  อาคาชิ เซย์จูโร่ อธิบายหน้านิ่งให้แสงสว่างคนใหม่ได้รับฟัง  ร่างสูงมาตรฐานชายชาวญี่ปุ่นเขยิบร่างออกมาเผยให้เห็นคนหนุ่มตัวสูงโปร่งบุคลิกจืดจางเรือนลางจนยากจะจับสังเกตไม่ต่างจากผู้เล่นเงาลวงตาต้นแบบ ใบหน้าคมไร้อารมณ์ไม่คิดแสดงสีหน้าค่าตาใดๆดวงเนตรสีขี้เทาหม่นนิ่งเรียบทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงลักษณะท่าทางเหมือนคุโรโกะ เท็ตสึยะไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

“ต่างหน่อยตรงที่ มายุสุมิ  จิฮิโระ คือ ‘เงารุ่นใหม่’ ที่มีทักษะพื้นฐานสูงกว่าต้นแบบ ตอนนี้เท็ตสึยะเป็นแค่ ‘ของตกรุ่น’ “

 

 

คำพูดแทงเข้ากลางใจเด็กสาวปลอมเป็นชายประหนึ่งคมดาบเสียบทะลุหลายพันเล่ม ของตกรุ่นที่ออกจากปากนั่นแปลว่าตัวตนสำหรับเธอแล้วแม้แต่ในฐานะเงาก็หาได้อยู่ในสายตาอาคาชิ เซย์จูโร่

 

 

..กลายเป็นของไร้ค่า..

 

 

ดวงเนตรสีฟ้าฉายแววปวดร้าว สั่นไหวออกมาจนเห็นได้ชัด  สะท้อนร่างสูงเรือนผมสีแดงที่ไม่แม้แต่ชายตาแลเธอเลยหลังจากตัวตนการเป็นเงาแตกสลายลงไปไม่มีชิ้นดี ที่สำคัญ..เวลานี้ถึงได้ตระหนักรู้ว่าอีกฝ่ายคิดนำเธอไปอีกก้าว

 

 

อาคาชิวางแผนไว้ในควอเตอร์ที่สองไม่ใช่เพียงแค่บุกทำแต้มและกำจัดขอบเขตการทำแต้มของเซย์ริน

ที่พึ่งมาใช้มายุสุมิตอนนี้ เพราะเป็นจังหวะที่ดีที่สุดที่จะตอกย้ำให้รู้ว่าหนทางการกลับคืนสู่สนามของเงาลวงตาไร้ประโยชน์

เป้าหมายหลักจริงๆที่ต้องการกำจัดไม่ใช่ฮิวงะ แต่เป็น  ‘เรา’

 

 

 

“อย่ามองฉันแล้วเอาไปเทียบกับของเงาเก่าๆแบบนั้น ระดับมันต่างกัน” มายุสุมิ จิฮิโระ พ่นถ้อยคำร้ายกาจสัมทับเข้าไปอีก ย้ำให้เซย์รินได้รู้ว่าทุกสิ่งที่คาดหวังว่าจะดึงเงาลวงตากลับมาในสนามนั้นไม่มีวันเป็นจริง  เหล่าทีมชุดดำมองแผ่นหลังเหล่าทีมชุดขาวฟ้า..แผ่นหลังยิ่งใหญ่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจยากที่จะไล่ตามให้ทัน

 

 

แค่เด็กหญิงตัวเล็กกระจ็อยหร่อยไม่มีวันเทียบชั้น ‘นักฆ่าเงาลวงตา’

 

 

“ผมจะดับลงหายใจเซย์รินให้ตายสนิทจนไม่สามารถลุกกลับขึ้นมาได้อีก” อาคาชิบอกกับทุกคนในทีมให้รับรู้จุดประสงค์ของการแข่งขัน  ชนะที่แท้จริงคือการลงมือให้เฉียบขาด

 

 

คิดจะปฏิวัติอำนาจจักรพรรดิก็ต้องโดนตัดแขนขาให้หมดสิ้น

แม้แต่หัวก็ต้องสะบั้นให้หลุดออกจากบ่า เหลือเพียงกายเนื้อไร้วิญญาณที่มิอาจทำอะไรได้อีก!!

 

 

“เซย์รินทุกคนจงสำนึกเอาไว้ซะ โดยเฉพาะนายคางามิ ไทกะ…”  ตาคู่คมเบิกกว้างเรืองแสงเป็นวงแหวนภายในนัยน์ตาสีแดงกับสีทองอำพันไม่เข้าคู่  มือแกร่งกระแทกเดาะลูกลอดผ่านขาไปมาอย่างรวดเร็วทำให้คางามิเสียหลักไล่ตามล้มลงไปก้นกระแทกพื้น ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองกัปตันราคุซันชู้ตสามแต้มผ่านหัวไปต่อหน้าต่อตา

 

ตึง!!!!!

 

“หัวนายอยู่สูงเกินไป”

 

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

 

หมดเวลาสำหรับควอเตอร์ที่สอง ราคุซันทิ้งห่างเซย์รินไปอยู่ที่  80 : 55  ห่างถึง 25 แต้ม ราคุซันทิ้งห่างไปไกลในระดับอันตรายยากจนเกินเอื้อมหากไม่คิดทำอะไรซักอย่างเพื่อป้องกันหรือหาทางทำแต้มรุกกลับไป  ไอดะ ริโกะกำหมัดแน่นละสายตาหนีจากหน้าจอดิจิตอลคะแนน ก้มหน้าลงต่ำกัดปากแค้นตัวเองที่ไม่สามารถหาหนทางตีตื้นอีกฝ่าย ถึงร่างกายทุกคนยังอ่อนล้าไม่มากหากแต่แรงใจนั้นกลับถดถอยลง

 

 

ลมหายใจเซย์รินยิ่งริบหรี่ลงทุกที

นี่คือสงครามจิตวิทยา..ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามหมากกระดานที่อาคาชิวางเอาไว้อย่างแยบยล

 

 

“แฮ่กๆ”  ถึงคางามิจะยังมีแรงใจมากกว่าคนอื่น ทว่า..ร่างกายที่ใช้โซนต่อเนื่องและดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆยิ่งสูบพลังงานเขาจนเหงื่อโทรมกาย หายหอบหนักขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป..เอซของเซย์รินจะหมดสภาพลงในควอเตอร์ที่สาม ส่วนคิโยชิเองก็ยังไม่สามารถเอาชนะเนบุยะได้ประกอบกับการออกแรงสู้ส่งผลต่ออาการบาดเจ็บที่ข้อเข่าซ้ายจนต้องเปลี่ยนผ้ายืดพันให้กระชับขึ้น

 

 

อัศวินแห่งแสงฟาดฟันคมดาบเข้าใส่จักรพรรดิ

ทว่า…ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจผ่านดวงตาแห่งราชันย์ที่มองเห็นอนาคตได้

 

 

“ทุกคน..ฉันคิดว่าพวกเราคงมา…”

“ฉันไม่อยากแพ้!!!!”

 

คนที่มักจะสงบเงียบเยือกเย็นแผดเสียงตะโกนออกมาขัดจังหวะการพูดสาวผมซอยสีน้ำตาลติดกิ๊ฟ ทีมเซย์รินทุกคนหันไปมองร่างเล็กผอมบางยืนพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงหน้าหวานก้มลงต่ำจนผมสีฟ้าอ่อนชื้นเหงื่อปรกสายตา มือเล็กๆทั้งสองข้างกำหมัดแน่น..ก่อนจะเอื้อมไปสัมผัสสายรัดข้อมือสีดำของโอกิวาระที่เธอสวมใส่ติดตัวมาตลอดตั้งแต่เข้าร่วมทีมเซย์ริน

 

“ฉันอยากจะชนะ!!อยากชนะจริงๆ!!!”

 

 

ไม่เอาแล้ว.. ไม่อยากเห็นคนที่รักยิ่งทำเรื่องโหดเหี้ยมไปมากกว่านี้แล้ว

 

 

“ฉันอยากจะช่วยเขา..อยากให้เขากลับมา…”  หยดน้ำตาร่วงหล่นกระทบพื้นหยดแล้ว..หยดเล่า..จนเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นมาเช็ดปาดลวกๆทั้งที่ก้มหน้าก้มตาอยู่

 

 

“ฉันไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว ขอบใจเธอมากนะ”  เจ้าชายเคยมีรอยยิ้มเต็มไปด้วยความสนุกสนานมิใช่หรือ

“ฉันน่ะ..ชอบบาสมากเพราะงั้นก็เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะเข้าโรงเรียนเทย์โคว” เจ้าชายเคยมีความฝันที่สวยงามมิใช่หรือ

“ถ้าเธอชอบบาสล่ะก็..เราอาจจะได้เจอกันอีกที่นั่นก็เป็นได้”  เจ้าชายเคยให้คำมั่นสัญญาและเฝ้ารอคอยมานานแสนนานด้วยหัวใจแสนบริสุทธ์มิใช่หรือ

 

 

“ได้โปรดอย่าตัดใจกันเลยนะคะ!!!”  คุโรโกะโค้งตัวให้กับเซย์รินทุกคน เหมือนวันแรกที่ได้ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าสู่ทีมเซย์ริน

 

 

เงียบ…ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่นานจนเด็กสาวจืดจางใจเสีย

 

 

“บ้ารึเปล่า…ใครบอกว่าพวกเราจะตัดใจกันเล่าคุโรโกะ”  คางามิปาผ้าขนหนูใส่หัวร่างเล็กบางลุกขึ้นมาวางมือลงบนศีรษะอีกฝ่ายด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลปลอบโยนให้กำลังใจอีกฝ่าย คุโรโกะเงยหน้าขึ้นทั้งดวงหน้าเปื้อนคราบน้ำตาสบมองรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวคนหนุ่มข้างตัวที่คอยยืนหยัดร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาตลอด

“สัญญาแล้วไงว่าจะร่วมมือกันอัดอาคาชิให้เละ!!” มือแกร่งเขกหัวสาวตัวเล็กเบาๆ ทุกคนพยักหน้าให้กันและกันพร้อมใจผุดลุกขึ้นยืนกันส่งยิ้มให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแต่กลับมีหัวใจแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร แข็งแกร่งจนพวกเขาที่เริ่มท้อแท้ยังต้องละอายใจกลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้งหนึ่ง

 

 

ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆมามากมาย เผชิญหน้ารุ่นปาฏิหาร์ยคนแล้วคนเล่าจนมาถึงปลายทางสุดท้าย

ถ้าให้ยอมแพ้กันง่ายๆแบบนั้นคงต้องกลับมานั่งเสียใจไม่ชั่วชีวิต!!!

 

 

“ฉันเองก็นั่งคิดมาซักพักแล้ว..ไม่อยากจะยอมแพ้เพราะเฟลที่โดนฟาลว์ไปจนถึงสามครั้งเหมือนกัน”  ฮิวงะดึงผ้าขนหนูออกจากศีรษะ หน้าคมคายสวมแว่นทรงรีประดับบนหน้า..หัวหน้าทีมคนสำคัญที่โดนมิบุจิสะบั้นแขนขารากลึกไปถึงหัวใจ กระนั้นก็ไม่อาจทำให้เขาตัดใจที่จะกลับเข้าสนามเพื่อลงแข่งอีกครั้ง  “ขอโทษนะ ทั้งที่คุโรโกะเตือนฉันแล้วแต่ก็ยังหลงกลเจ้านั่น”

“เสือไบนั่นฉันจะจัดการเอง”  ฮิวงะกำผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดแน่น ดวงหน้าคมสวมแว่นหันไปมองหนุ่มตี๋ที่กำลังจะอ้าปากเล่นมุขตลกฝืดๆใส่คลายบรรยากาศตึงเครียด เจ้าตัวชี้นิ้วใส่หน้าชิงตัดมุขอีกฝ่าย “ส่วนนายเลิกเล่นมุขแล้วไประวังหลังให้ดีเหอะ!!”

“พูดอะไรของนายน่ะฮิวงะ?”  อิซึกิ ชุน เลิกคิ้วฉงนสนเท่ห์ กัปตันทีมกระตุกยิ้มแหยๆหลบตาสีนิลบนดวงหน้าขาวตี๋พร้อมยกมือนวดขมับไปมาไม่รู้จะอธิบายให้อีกฝ่ายฟังยังไงดี ขืนบอกกันเวลานี้มีหวัง point guard ได้เสียสมาธิแน่

“เอาล่ะ!!ร่วมแรงร่วมใจกันเล่นบาสกันให้สนุกดีกว่าทุกคน!!”  คิโยชิ เทปเปย์ กล่าวด้วยประโยคเดิมๆอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ทุกคนล้อมวงกันอีกครั้งกอดคอกัน ดวงตาสีฟ้ากลมโตไล่มองทุกคนจนสุดท้ายหยุดที่ใบหน้าดุกร้าวเอกลักษณ์คิ้วสองแฉกที่กอดคออยู่ข้างกาย  จังหวะนั้นคนหนุ่มผู้เป็นแสงเหลียวหน้ามาสบตอบในระยะเวลาเดียวกัน..คู่หูมองตาก็รู้ใจ ต่างส่งยิ้มเชื่อมั่นให้แก่กัน

 

 

กำลังใจกลับมาอีกครั้ง!!!ถึงเวลาตอบโต้!!!

 

 

“เซย์รินสู้!!!!”

 

.

.

.

 

“เซย์จัง ดูเหมือนเจ้าหญิงจะไม่ยอมตัดใจง่ายๆนะ”  หนุ่มหน้าสวยกระซิบบอกกัปตันทีมระหว่างเดินกลับเข้าสนามในควอเตอร์ที่สาม อาคาชิ เซย์จูโร่ ผินหน้าไปยังม้านั่งอีกฝากฝั่งสนามทีมฝ่ายตรงข้าม ร่างเล็กผอมบางปลอมเป็นชายหนุ่มเรือนผมสีฟ้าตัดสั้นชี้ยุ่งไม่เป็นทรงสวมชุดนักกีฬาสีดำแถบแดงขาวเบอร์ 11  มือเรียวดึงสายรัดข้อมือสีดำให้กระชับทั้งสองข้างลงสนามพร้อมเพรียงกับตัวจริงทุกคน

 

 

แววตาเด็ดเดี่ยวไม่คิดย่อท้อ ทั้งๆที่ตอกย้ำขนาดนั้นว่าไร้หนทาง 

ก็ยังคิดจะยืนหยัดกลับเข้ามา

 

 

“ดื้อ” เสียงทุ้มเย็นชากดต่ำ..ทั้งที่คุโรโกะ เท็ตสึยะ โดนไปขนาดนั้นควรจะตัดใจสิโยราบต่อบาสเก็ตบอลของเขาแล้วแท้ๆก็ยังดึงดันที่จะสู้ต่อ ยิ่งคิดดวงเนตรสองสียิ่งฉายแววขุ่นมัวไม่พอใจออกมา ก่อนจะปรับสายตาเป็นเรียบนิ่งเฉยชาเช่นเดิม

“ฮิวงะ จุนเปย์กลับมาอีกครั้ง หมอนั่นมีสิทธิ์ฟาล์วได้อีกครั้งเดียวถ้าเป็นไปได้ ทำเหมือนเดิมที่คุยกันไว้ เข้าใจไหมเรโอะ”

“นั่นเป็นหน้าที่ฉันอยู่แล้วเซย์จัง มือชู้ตสามแต้มราคุซันคือความภาคภูมิใจของฉัน”  มิบุจิ เรโอะยักไหล่

 

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

สัญญาณนกหวีดดังลั่นสนามบาสเก็ตบอลเริ่มการแข่งในควอเตอร์ที่สาม เอย์คิชิเป็นฝ่ายคว้าบอลเอาไว้แล้วโยนส่งให้อาคาชิ เซย์จูโร่รับช่วงต่อ ร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้นเดาะเลี้ยงลูกวิ่งบุกข้ามผ่านเส้นคั่นกลางสนามเข้าไปยังฝั่งเซย์ริน ดวงเนตรสีแดงทับทิมกับสีทองอำพันคู่คมหรี่มองคนที่ยืนนิ่งใต้แป้นสนาม..ทุกครั้งมักจะเป็นตำแหน่งของ Center

 

“คางามิ ไทกะ?” ตำแหน่งกระบวนแผนการเซย์รินสับเปลี่ยนเล็กน้อย หนุ่มเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ฟูยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น..นิ่งจนน่าฉงน  จนกระทั่ง..ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นเบิกตาสีเพลิงกว้างดุดันประกายแสงสายฟ้าสีแดงส่องสว่างวาบยังคงอยู่ในโซนไม่เปลี่ยนแปลง

“!!!!!!!!”  ขายาวชะงักนิ่ง..ชายผู้สูงศักดิ์เปรียบดั่งจักรพรรดิกำลังเป็นฝ่ายตื่นตระหนกไปเสียแทน นัยน์ตาคู่คมจ้องมองคนตัวสูงที่ยังจ้องถลึงมองเขาไม่วางตาประหนึ่งสัตว์ร้ายในพงไพร..ไม่ได้คิดซ่อนเร้นกายหมายขย้ำเหยื่อแต่ออกมาประจันหน้าแยกเคี้ยวคำรามใส่

 

แรงกดดันนี่อะไรกัน?

 

คนหนุ่มหน้าคมคายหล่อเหลาตาโตตกใจ..หลายคนอาจจะไม่รู้แต่ด้วยเนตรจักรพรรดิเขาจึงมองเห็นอันตรายที่แผ่กระจายออกจากเอซเซย์ริน..จิตสังหารพุ่งตรงมาอย่างรุนแรงพร้อมขอบเขตการป้องกันกระจายตัวเป็นวงกว้างกินพื้นที่วงนอกรอบแป้นบาสหมด

 

 

โซนที่ลึกขึ้นเรื่อยๆงั้นเหรอ

 

“นายบังอาจทำเธอต้องเสียน้ำตาอีกแล้วรู้ตัวไหม?” คางามิ ไทกะ สนทนากับเขา อาคาชิหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง ตาสองสีหรี่มองคนตรงหน้าหลังได้สดับฟังวาจาแข็งกร้าวโอหัง เจ้าของฉายาแสงสว่างมองชายผู้เป็นถึงผู้นำเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยยืนเดาะลูกไปมาเช่นนั้น

“เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เท็ตสึยะอยากคิดต่อต้านผมเอง” อาคาชิตอบหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สายิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายเดือดดาลเข้าไปกว่าเก่า เขาขยับเท้าวิ่งเข้ามาในเขตป้องกัน คางามิเบิกตาโพล่งถีบแรงส่งทั้งหมดวิ่งพุ่งถลาเข้ามาหมายแย่งลูก  ทว่า..อาคาชิกลับถอยออกมาหนึ่งก้าวกระแทกบอลไปให้ฮายามะแทนที่จะชู้ตสามแต้มเสียเอง ร่างสูงเรือนผมสีทองสั้นอาศัยจังหวะที่คางามิเอาแต่สนอาคาชิเอี่ยววิ่งไปปีกซ้ายแล้วกระโดดเลย์อัพทำแต้มไปอีก

 

 

ปึง!!!!

 

คางามิกัดฟันแค้นใจ เขาโดนคนๆนี้เฟคหลอกจนโดนทำแต้มไปอีก ร่างสูงหายใจหอบแรงเหนื่อยกับพลังงานที่ทยอยไหลออกไปเรื่อยๆกับโซนทุกขณะหันมาสบตาบุรุษผู้คว้าหัวใจเงาลวงตาไปจนหมดสิ้น

“นี่คือการแข่งขัน ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องไร้สาระ” เขาเว้นวรรคครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อทั้งเสียงทุ้มเย็นเยียบ “ความรู้สึกของเท็ตสึยะจะเป็นยังไงผมไม่คิดสนใจ ผมสนเพียง ‘ชัยชนะ’ เท่านั้น”

“อาคาชิ!!!!!!”

“คางามิคุงอย่าค่ะ!!!!”  คางามิเกือบพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายมาต่อย แต่แล้วร่างเล็กผอมบางเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองเอาไว้ มือเล็กๆคู่นั่นที่พยายามทำทุกสิ่งแบกรับความรับผิดชอบมากมายเพื่อที่จะแก้ไขเรื่องราวในอดีตวางดันแผงอกแกร่งคู่หู คุโรโกะเงยหน้าขึ้นส่ายหน้าช้าๆเตือนสติอีกฝ่ายให้รู้ว่าเวลานี้พวกเขาอยู่ในฐานะอะไร

 

 

เวลานี้พวกเขาแข่งบาสเก็ตบอลไม่ได้มาทะเลาะวิวาท

 

 

“ขอโทษนะ”  ร่างสูงกำยำตั้งสติขึ้นมาได้ มือที่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อค่อยๆคลายออก เฉหลบสายตาดุปรามสีฟ้า

“ไม่เป็นไรค่ะ”  ดวงหน้าหวานคลี่ยิ้มบางไม่ถือโทษโกรธอีกฝ่าย แล้วหันหลังกลับมาสบตาอาคาชิ..ชายหนุ่มผมสีแดงที่ยังยืนนิ่งไม่คิดขยับเท้าหนีไปไหนแต่จากลักษณะท่าทางหากคางามิเข้าไปถึงตัว คนๆนี้ก็คงไม่คิดยอมโดนต่อยง่ายๆเช่นกัน

เธอและเขาต่างคนต่างจ้องหน้ากันเงียบๆพักหนึ่ง จนในที่สุดเธอเป็นฝ่ายเมินเขาสะกิดแขนคู่หูของตนให้วิ่งเข้าตามลูกบาสเก็ตบอลซึ่งตอนนี้ตกไปอยู่ในมืออิซึกิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ส่วนคนที่เกือบโดนหาเรื่องกลับเข้าไปวิ่งสมทบลูกทีมของตน  คนอื่นๆถอนใจโล่งอกนึกว่าจะเกิดเหตุนองเลือดคาสนามเสียแล้ว

 

 

หมับ!!

 

บอลเข้าไปอยู่ในมือฮิวงะ จุนเปย์ ร่างสูงสวมแว่นตาทรงหรี่ข่มร่างกายที่หนักอึ้งเอาไว้ให้มั่น แรงกดดันที่โดนฟาลว์จนเหลือสิทธิ์อีกแค่ครั้งเดียวมากมายมหาศาลจนใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

“ไม่ยอมไปดีๆอย่ามาหาว่าฉันใจร้ายนะจุนเปย์จังอยากฟาล์วอีกสินะ” มิบุจิเข้ามาขวางทางไว้ พูดจากดแทงซ้ำเดิมที่แผลเก่า

“ก็บอกว่าให้เลิกเติมจังต่อท้ายซะทีไงเล่าไอ้เสือไบ!!”  กัปตันเซย์รินกัดฟันรีบถอยหลังมาอย่างไว แล้วชู้ตลูกออกไปทันที

 

 

คุโรโกะเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึง เธอยังสู้มาจนถึงขนาดนี้ แล้วเราเป็นผู้ชาย!!เป็นถึงกัปตัน!!

จะมานั่งใจเสียกะอีแค่จิตวิทยางี่เง่าพรรค์นี้ได้ไง!!!

 

 

ฝุ่บ!!!!!

 

“สามแต้มฉันทำได้แล้วและจะทำต่อๆไป!!ถึงเวลาของพวกเราแล้ว!!!!” ในที่สุดสามแต้มของเซย์รินก็ได้คืนมา ฮิวงะชูแขนสูงตะโกนร้องเรียกลูกทีมเรียกกำลังใจให้ทุกคนลุกสู้ขึ้นมาอีกครั้ง!!

 

“โอ๊ส!!!!!”

ทุกคนในทีมร้องประสานเสียง เริ่มต้นด้วยเกมส์เร็วของเซย์รินที่มีมาแต่ช้านาน..เน้นการทำแต้มรวดเร็วด้วยแรงใจเป็นหนึ่งประสานงานกันอย่างรู้จังหวะ  ลูกบาสเก็ตบอลถูกรีบาวน์ด้วยเนบุยะ ชายร่างใหญ่ผิวสีแทนกำยำไปด้วยมัดกล้ามมากมายปาลูกบาสส่งตรงไปให้ฮายามะรับช่วงต่อ หนุ่มผมทองเลียริมฝีปากใช้นิ้วทั้งหมด 5 นิ้วกดกระแทกเลี้ยงบอลที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าผ่านคนหนุ่มร่างสูงหน้าตี๋ไปอีกครั้ง

 

 

ผัวะ!!!!

 

บอลหลุดออกจากมือ ดวงหน้าคมกวนสดใสแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าตะลึงพรืดเขาเหลียวมองผู้เล่นเบอร์ 5 ทีมเซย์รินใช้วิธีปัดบอลจากด้านหลังโดยไม่แม้แต่เหลียวมองด้วยซ้ำ!!!

“อย่าลืมสิว่าฉันมีอีเกิ้ลอายส์ จะแย่ก็อย่างเดียวตรงตามนายไม่ค่อยทันเนี่ยล่ะ” คนหนุ่มหน้าตี๋ยกยิ้มเยาะใส่

“อ่า….”  ร่างสูงเรือนผมสีขี้เถ้าถอนหายใจเบื่อหน่ายวิ่งเข้ามาคว้าลูกไป มิสไดเร็กชั่นเข้ามากระชั้นชิดอย่างรวดเร็วเสียจน point guard แห่งเซย์รินไม่ทันสังเกต มายุสึมิรับช่วงต่อหมายพาสลูกไปหาเนบุยะที่รอดังก์ใต้แป้นบาส

 

 

กึก!!!!

 

“เงาเก่า?”  มายุสุมิ จิฮิโระ ชะงักมือไว้ได้ทัน ร่างเล็กบอบบางวิ่งเข้ามาสกัดกั้นเอาไว้  พยายามขยับตัวหลบไปทางซ้ายอีกฝ่ายก็วิ่งตามไปทางขวาก็ก้าวมาขวางกั้นเอาไว้ เขาจิ๊ปากหงุดหงิดรำคาญใจพอเงยหน้าไปก็พบว่าทุกคนโดยเซย์รินประกบไว้หมดแล้ว คุโรโกะยื่นแขนเข้ามาจะแย่งลูก คนหนุ่มจำต้องรีบยกแขนขึ้นสูงไว้ทันเวลาก็บีบกระชั้นชิดทุกทีให้ต้องปล่อยบอลดังนั้น..ไม่มีทางเลือกนอกจากชู้ตทำแต้มไป

 

“คิดทำอะไรตื้นๆยัยหน้าจืด แค่นี้ขวางฉันไม่ได้หรอก” มายุสุมิ จิฮิโระ กดเสียงทุ้มเย็นใส่เด็กสาวผมสีฟ้า

“นี่คุณ..รู้…”

“รู้กันแค่ตัวจริงเท่านั้น เอาเถอะ..พวกฉันไม่สนใจเรื่องของเธออยู่แล้วหน้าที่คือแข่งๆไปให้ชนะก็พอ”  เขาอธิบายต่อทั้งหน้าตายไร้อารมณ์ ตาสีขี้เถ้าหรี่มองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกก่อนจะถอนใจออกมาอีกระลอก  “เนียนว่ะ”

 

 

ปิ๊ด!!!!!!

 

กล่าวสั้นๆแต่ความหมายนั้นจี้เข้าปมด้อยเต็มเปา เส้นเลือดปูดขึ้นบนขมับตุบๆ มือเล็กกำแน่นสลับคลายไปมาพลางหักกระดูกข้อมือดังกร๊อบๆ ตาสีฟ้ากลมโตฉายแววทะมึนเพ่งไปยังบุรุษออร่าจืดจางที่ยังคงวิ่งไล่ตามพาสบอลไม่คิดสนใจกลับมาขอโทษสิ่งที่พูดออกไปซักนิด

“ผู้ชายอะไรปากเสียที่สุด”  คุโรโกะสูดลมหายใจเข้าลึกข่มอารมณ์เอาไว้ แล้วกลับมาตีหน้านิ่งเฉยชา..

 

 

.

.

 

ทาคาโอะยกมือนวดขมับไปมาทุกครั้งที่เห็นผลคะแนนราคุซันขึ้นนำเรื่อยๆ ส่วนเซย์รินยังไล่ตามอยู่ถึง 22 แต้มเหมือนเคย การทำแต้มก็ทำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นหากเทียบกับราคุซันแล้ว มือแกร่งเกาหัวไปมาจนเส้นผมสีดำยุ่งเหยิงพร้อมพ่นลมหายใจแรง   “85 : 63 ฉันไม่เห็นหนทางเลยว่าเซย์รินจะตีตื้นขึ้นมายังไง โดยเฉพาะคุโรโกะจังในตอนนี้ตัวตนเด่นชัดขึ้นมาแล้วก็เอาแต่ประกบเบอร์ 5 ตลอดเวลาแต่ก็ขวางไม่เคยสำเร็จซักครั้ง..คิดอะไรอยู่นา”

“คนที่มีฮอคอายส์เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแบบนายไม่เข้าใจหรอก” มิโดริมะกล่าวทั้งเสียงเรียบ ในมือกำลัคกี้ไอเทมวันนี้เป็นตัวหมากโชงิช่วยเสริมดวงเอาไว้ในมือ…ตัวหมากฝั่งเขาที่เมื่อวานถูกอาคาชิปัดกวาดลงบนพื้นทิ้งอย่างไม่ใยดี

 

 

สไตล์การเล่นของอาคาชิเหมือนการเล่นโชงิ  ถ้าจะเอาชนะก็ต้องหาหนทางแก้กระดานให้ได้

 

 

“ในตอนนี้คุโรโกะกำลังหาทางกำจัดหมากทีละตัวในฝ่ายตรงข้าม…และคนแรกที่จะโดนคือเจ้านั่น..”

 

.

.

 

 

ฝุ่บ!!!!

 

มายุสุมิเป็นฝ่ายชู้ตทำแต้มติดๆกันเกือบ 5 ครั้งแล้ว คนหนุ่มผมสีขี้เถ้า ดวงเนตรคู่คมส่อแววสงสัยสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองไปรอบๆสนามเซย์รินยังพยายามประกบตัวต่อตัวสกัดกั้นราคุซันทุกคนเอาไว้ โดยคนที่ประกบเขาคือเด็กสาวปลอมตัวเป็นชาย

 

ทำไมกัน ? ทำไมถึงได้ดูง่ายดายไปหมด ?

ยัยหน้าจืดนี่คิดอะไรอยู่ ทั้งที่พลาดให้เราชู้ตหลายครั้งกลับไม่มีแววตาผิดหวังเลยซักนิด

 

“คิดจะเยาะเย้ยกันรึไง”  เสียงทุ้มเย็นเจือหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด ลำพังโดนเอาไปเทียบรุ่นกับเด็กผู้หญิงก็น่าโมโหจะแย่อยู่แล้ว เขากระแทกบอลลงกับพื้นปล่อยให้บอลเด้งกลับลอยเข้ามือแล้วตั้งท่าชู้ต

“เดี๋ยว!!จิฮิโระจัง!!!!!” มิบุจิ เรโอะ ไหวตัวทันร้องเสียงหลงเตือน ทว่า..ไม่ทันเสียแล้ว  มือแกร่งปล่อยบอลหลุดออกจากมือเป็นวิถีโค้งลอยละลิ่วเตรียมเข้าห่วงในไม่ช้า ดวงเนตรสีขี้เถ้าเบิกโพล่งหลุบสบตาร่างเล็กที่เตี้ยกว่ามากโข

 

“ฉันไม่ยก ‘เงา’ ให้คุณหรอกค่ะ มายุสุมิซัง”  คุโรโกะกล่าวเสียงเย็นเยียบ..บอลหล่นเข้าไปในห่วงพร้อมกับตัวตนของเธอหายไปจากสนามกลับคืนสู่เงาซ่อนเร้นอีกครั้ง!!! “นั่นน่ะเป็นตำแหน่งที่อาคาชิคุงให้ฉัน ฉันขอคืน”

 

 

ยัยหน้าจืดจงใจปล่อยให้เราชู้ตแต่แรก เพื่อให้เราเด่นขึ้น!!! 

 

 

มายุสุมิอ้าปากค้าง นัยน์ตาคู่คมกวาดมองไปรอบสนามทุกสายตาทั้งราคุซันทั้งเซย์รินมองเห็นเขาหมดแล้ว..อาคาชิ เซย์จูโร่ จ้องมองร่างสูงเบอร์ 5 นิ่ง..ถลึงตาดุดันใส่เสียจนอีกฝ่ายรู้ตัวหน้าซีดเผือด ดวงเนตรคู่คมต่างสีไม่เข้าคู่ละสายตาจากอีกฝ่ายกลับมารีบเลี้ยงบอลส่งลูกไปยังฮายามะ โคทาโร่แทน

 

 

สายตาตัดรอนนั้นแปลว่าหมดประโยชน์แล้ว

 

 

หนุ่มเรือนผมสีทองถึงกับขนลุกเกรียวเมื่อเห็นสีหน้าของอาคาชิ เขาตั้งสติทั้งเหงื่อแตกโชกหน้าภาระหน้าที่บุกทำแต้มในตอนนี้กลายเป็นของเขาแล้ว ร่างสูงกระชับนิ้วทั้ง 5 เลี้ยงลูกรวดเร็วปานสายฟ้าไปมาขยับขาก้าววิ่งให้พ้นจากหนุ่มหน้าตี๋ไม่เบื่อไม่เมาที่คอยไล่ตามประกบไม่ห่าง

“บัดซบ!!!”   ลูกบาสถูกตบแย่งไปด้วยนัยน์ตาอีเกิ้ลอายส์ เวลานี้ร่างสูงหน้าผมสีดำเจ้าของมุขแป้กเคลื่อนไหวตามทันปัดลูกออกมาจากมือทั้งๆที่ไม่เหลียวหลังกลับมาซักนิด

“ในที่สุดก็ทัน ดีนะที่นายไม่ได้ฉลาดไปกว่าฉันเลยไม่ต้องระแวงลูกเล่นอะไรมาก”  ผู้เล่น point guard ยิ้มมุมปาก จังหวะนั้นคุโรโกะมิสไดเร็กชั่นเข้ามาประชิดแล้วใช้มือตบพาสลูกส่งต่อไปหาคางามิ ไทกะ ที่กระโดดรออยู่อัปเปอร์เลย์ทำแต้มทันที เนบุยะใจคอไม่ดีเสียแล้ว..เวลานี้ทุกคนเริ่มถูกอ่านทางไม้เด็ดออกไปทีละคนสองคน เขากระโดดหมายจะรีบาวน์ลูก

 

 

หมากกระดานกำลังพลิกเกมส์ เซย์รินกำลังคืนชีพทีละนิด

 

 

“ลูกนั้นของฉันตั้งหากเนบุยะ” คิโยชิหมุนตัวเต็มแรงไม่สนอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าอีกแล้ว หน้าคมขมวดคิ้วหนากัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้ถีบตัวแรงเอื้อมสุดแขนคว้าจับลูกแล้วดังก์ต่อ!!!

“ฉันไม่ได้มีร่างกายแกร่งเท่านาย แต่ฉันก็มีทักษะความเป็น Center ไม่แพ้เหมือนกัน” ลูกบาสเก็ตบอลกระแทกลงสู่พื้นและกระเด้งขึ้นมือชู้ตสามแต้มทั้งสองคนสับขาวิ่งเข้ามาให้ทัน เอื้อมสุดแขนเพื่อจะคว้าลูกเอาไว้

 

หมับ!!!!

 

เจ้าของเรือนผมสีดำซอยสไลด์เป็นฝ่ายถือบอลได้ก่อน ฮิวงะเร่งความเร็วเต็มพิกัดมาขวางกั้นอีกฝ่าย มิบุจิ เรโอะหรี่ตาครุ่นคิดสถานการณ์ในตอนนี้..ทีมราคุซันทุกคนกำลังเสียขวัญนับตั้งแต่คุโรโกะ เท็ตสึยะทำลายมายุสุมิลง สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการทำแต้มให้มากที่สุดดึงกำลังใจให้กลับมาอีกครั้ง

 

นั่นคือหน้าที่ของเขา..มือชู้ตสามแต้มแห่งราคุซัน  ต้องเลือกทางที่ดีที่สุดนั่นคือ ‘อนัตตา’

 

ร่างสูงย่อตัวลงและกระโดดขึ้นตั้งท่าชู้ต..ฮิวงะกระตุกยิ้มมุมปากตาสีดำสบมองเข้าไปในดวงเนตรสีน้ำทะเลใต้ขนตาแพยาว

“นายคิดจะใช้อนันตาสินะ ฉันอ่านท่าของนายออกแล้ว!!”  ท่าชู้ตที่ไม่เคยมีใครเอื้อมถึงเวลานี้ฮิวงะกลับเป็นฝ่ายกระโดดขึ้นมา ปัดมือเข้าเต็มแรงจนลูกบาสหลุดออกจากมือ  คางามิ ไทกะ วิ่งตัดเข้ามาจากปีกซ้ายรับลูกก่อนตกพื้นแล้วกระโดดชู้ตสามแต้มจากวงนอกทันที!!

“เซย์รินกลับมาแล้ว!!!!”  ฮิวงะตะโกนลั่นสนามท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องทั่วทุกสารทิศ กระแสเกมส์ได้เปลี่ยนไปแล้วเซย์รินสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องบาสอาจจะไม่เข้าใจ แต่คนที่เล่นบาสเก็ตบอลเช่นกันย่อมรู้ดีว่าราคุซันไม่ได้เป็นฝ่ายไล่กดดันเซย์ริน มีดีแค่คะแนนเก่าที่ทำทิ้งห่างเอาไว้ก่อนหน้าควอเตอร์สาม

 

 

“ราคุซันขอเวลานอก”

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมชุดขาวฟ้าอ่อนขอเวลานอก เหล่าตัวจริงเดินกลับเข้ามานั่งนอกสนามเงียบๆไม่พุดไม่จาอะไร ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาลงต่ำสำนึกในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหลือเพียงอาคาชิเพียงคนเดียวที่ยังเล่นหน้าที่ของตนได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย

“เรโอะ โคทาโร่ เอย์คิชิ จิฮิโระ” คนหนุ่มเรือนผมสีแดงดื่มน้ำเสร็จแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้..ก้าวเดินออกไปหนึ่งก้าวกวาดตามองสนามแข่งขันเบื้องหน้าและพูดต่อทั้งเสียงทุ้มเย็น

 

“จากนี้ไปพวกนายบุกไปข้างหน้าก็พอ”

“ซ…เซย์จัง!!!”

“อาคาชิ..นี่นาย…”   มิบุจิกับฮายามะรีบปิดปากสนิทหลังจากเห็นสายตาคู่คมสองสีตวัดมองลงมา..แรงกดดันมหาศาลตอกย้ำให้รู้ว่าสิ่งที่ผู้เล่นเจ้าของเสื้อหมายเลข 4 ที่ทุกคนให้การยอมรับว่าเป็นกัปตันของทีมตัดสินใจถูกต้องแล้ว พวกเขาทั้งสี่ทำได้เพียงก้มหน้าน้อมรับคำสั่งถือเป็นที่สุดเหล่านั้นโดยสิโยราบ

 

 

สิบนาทีต่อมาราคุซันกลับเข้าสนามอีกครั้ง คุโรโกะสัมผัสได้ว่าบรรยากาศรอบตัวทีมฝ่ายตรงข้ามดูแปลกตาไป ดวงตาของทุกคนดูเลื่อนลอยจากก่อนหน้านั้นลิบลับโดยเฉพาะมายุสุมิ จิฮิโระ เว้นเพียงผู้เล่นตำแหน่ง point guard ที่ยังคงสุขุมเยือกเย็นไม่เปลี่ยนแปลง

 

เกิดอะไรขึ้นกับราคุซัน?

 

ดวงหน้าหวานหรี่ตาครุ่นคิด ก่อนจะหันไปมองคู่หูแสงสว่างที่หายใจถี่หอบเหงื่อโทรมกายดวงเนตรสีเพลิงยังส่องประกายสายฟ้าสีแดงเรืองรองอยู่ในโหมดโซนไม่เปลี่ยนแปลง

“คางามิคุง?”

“คุโรโกะ..ฉันออกจากโซนไม่ได้..มันลึก..ลึกลงไปเรื่อยๆ” คางามิอธิบายให้สาวปลอมเป็นชายฟัง แน่นอนว่าเธอเอียงคอฉงนไม่เข้าใจและก็คงไม่มีใครเข้าใจเขาได้เว้นเสียแต่คนที่เคยเข้าไปในโซนเท่านั้น

 

 

จมลงให้ห้วงทะเลลึก..จมลงจนมาสุดทางแล้ว…

มีอีกประตูที่อยู่ตรงหน้า..ใครกัน..ใครยืนเฝ้าประตูเอาไว้

 

 

 

คางามิ ไทกะสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดกลับเข้าประจำตำแหน่งบนสนามอีกครั้ง ทันทีที่บอลลอยขึ้นฟ้าอีกเนบุยะเป็นฝ่ายปัดบอลแล้วหมุนตัวส่งบอลไปด้านหลังสุดใต้แป้นทีมตัวเองให้อาคาชิ เซย์จูโร่ทันที..

“ป้องกัน!!…เอา..ไว้?”  เสียงตะโกนกึกก้องจากปากกัปตันเซย์รินแผ่วเบาในช่วงท้ายแล้วเงียบลง พวกเขาทุกคนตกใจไม่ต่างหันเมื่อพบว่าพื้นที่ฝั่งราคุซันไม่มีใครเลยนอกจากอาคาชิเพียงคนเดียว ที่เหลือวิ่งขึ้นมาสกัดกั้นบล็อกเซย์รินเอาไว้หมดทุกหนทางเว้น..คางามิ ไทกะ

“หมอนั่นคิดจะทำอะไร?”  คนหนุ่มผมแดงอมน้ำตาลเลิกคิ้วสองแฉกฉงนสนเท่ห์ นัยน์ตาคู่คมสีเพลิงจับจ้องร่างสูงตรงหน้าที่เอาแต่ยืนเดาะบอลอยู่กับที่ซ้ำๆ

 

 

ตึง!!!ตึง!!!ตึง!!!ตึง!!!!

 

 

“ผมเหลืออดเต็มทนกับความโอหังน่ารำคาญเหล่านี้ จะสอนให้พวกนายได้รู้เอาไว้”

 

ตึง!!!!

 

“ว่าความต่างระดับชนชั้นมันเป็นยังไง”

 

 

เปรี๊ยะ!!!!

 

สายฟ้าสีแดงส่องสว่างวาบกระจายออกจากดวงเนตรคมต่างสี อาคาชิเงยหน้าขึ้นเบิกตาโพล่งดุดันถีบตัววิ่งบุกเข้ามา คางามิอ้าปากค้างตะลึงเขารีบรุดเท้าวิ่งเข้าไปประจันหน้ากับอีกฝ่าย  ร่างสูงน้อยกว่าขยับเท้าก้าวถอยหลังแล้วหมุนตัวหลบเอื้อมแขนกำยำที่ยืดเข้ามาจะแย่งลูกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมวิ่งบุกต่อ

 

“ป้องกันไว้!!!!!”

 

“พวกนายทุกคนจงคุกเข่าลงซะ!!!” ปากหนาได้รูปกระซิบเสียงเหี้ยมเกรียม ใช้เนตรจักรพรรดิอ่านการเคลื่อนไหวฮิวงะกับอิซึกิที่วิ่งเข้ามาขวางทาง มือแกร่งกระแทกสับลูกหลอกลอดผ่านใต้ขาอย่างไหลลื่นเป็นธรรมชาติจนจับตาไม่ทัน ทั้งสองคนเข่าอ่อนทรุดหวบลงไปนั่งกับพื้น อาคาชิจึงวิ่งเลี้ยงลูกต่อผ่านคนทั้งสองไม่แม้แต่ชายตาแลจนมาถึงคิโยชิกับคุโรโกะ

 

“จะชู้ตงั้นเหรอ”

“ไม่ใช่!!นั่นเฟค!!!”

 

ตั้งท่าจะชู้ตแต่กลับเปลี่ยนท่าทีกลางอากาศหลอกใจเหล็กกับเงาลวงตา หมุนตัวไปด้านหลังแล้วกระโดดขึ้นอัปเปอร์เลย์กระแทกลูกบาสลงห่วง…ส่วนสูงเพียง 173 เซนติเมตรกลับมีแรงดีดตัวที่ขารุนแรงจนสามารถทำเรื่องแบบนั้นได้สร้างความตกตะลึงทั่วทั้งสนาม ก่อนที่เขาจะหย่อนตัวลงสู่พื้น

 

 

อาคาชิเข้าโซนทำแต้มเพียงคนเดียวโดยที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้

 

 

“นี่มันยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดอีก”  ริโกะพึมพำทั้งเสียงสั่นเครือ ขนลุกชันจนต้องยกมือมาลูบต้นแขนไปมา นัยน์ตาสีน้ำตาลมองการแข่งขัน อาคาชิลุยเดี่ยวทำแต้มต่อเนื่องไม่ลดละจนเวลานี้ราคุซันทำแต้มไปได้ถึง 97 :  88  ยิ่งเห็นป้ายคะแนนกับเสียงลูกบาสกระแทกลงห่วงเซย์รินซ้ำๆ สาวผมซอยจำต้องยกมือขึ้นกุมขมับเครียด ริมฝีปากอิ่มกัดแน่นจนห้อเลือด

 

 

ราคุซันเดินต่อได้เสมอต่อให้แขนขาขาดสะบั้น

นั่นก็เพราะร่างกายที่แท้จริงคือตัวตน ‘จักรพรรดิ’  ที่เหลือเป็นเพียงของประดับให้เดินเหินได้สะดวกขึ้น

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะมองแผ่นหลังกว้างใหญ่ของคนหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้น..เธอเบิกตาโพล่งกวาดมองเหล่าราคุซันทั้งสี่เอาแต่วิ่งตามก้มหน้าก้มตาไร้ชีวิตชีวาประหนึ่งตัวเบี้ยไร้ค่าที่มีประโยชน์เพียงแค่เดินไปมาในกระดานเท่านั้น มือเล็กกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ปวดใจแทนพวกเขา..ปวดใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

หมดประโยชน์ก็ทิ้งพวกพ้องราวกับเป็นเพียงเศษขยะ

บาสเก็ตบอลหมายเพียงชัยชนะ ไม่เหลือความสนุกสนาน มิตรภาพและรอยยิ้ม..

 

 

คางามิ ไทกะ หายใจหอบหนักจนเม็ดเหงื่อหยดร่วงกระทบพื้นสนาม มือแกร่งยกขึ้นมาเช็ดหยาดเหงื่อใต้คางหลังจากที่พยายามวิ่งแทบเป็นแทบตามไล่ตามอาคาชิในโหมดโซน ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนอีกฝ่ายก้าวนำไปทุกครั้งพอถึงตัวก็มีเนตรจักรพรรดิมองเห็นการเคลื่อนไหวในอนาคตได้

“คางามิคุง ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนก็ได้ค่ะ”  ร่างบางเดินเข้ามายืนข้างกายชายหนุ่ม

“แต่….”

“คางามิคุงต่างจากอาคาชิคุงแต่ดวงตาใช่ไหมคะ ฉันจะเป็นตาให้คางามิคุงเอง” คุโรโกะหันหน้าไปสบตาสีเพลิง..มองวอนขอให้อีกฝ่ายยอมรับข้อเสนอที่เธอหยิบยื่นให้ ร่างสูงหลุบตาลงโลเลเล็กน้อยจนในที่สุดก็หันกลับมาพยักหน้าตอบรับ ทั้งสองหันไปมองเพียงชายหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีแดงเบื้องหน้าเป็นตาเดียว

 

 

จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดกับดวงตาที่มองเห็นทุกสรรพสิ่งในอนาคต และพลังในการเปิดประตูจมจ่อมร่างสู่เขตแดนโซนได้ด้วยกุญแจสำคัญคือ ‘ความปรารถนาที่จะชนะด้วยตัวเองเพียงผู้เดียว’

 

 

ตึง!!!ตึง!!!

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ เดาะลูกย่ำอยู่กับที่ดวงตาสองสีมองผ่านไปยังแป้นบาสสูงตระหง่าฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเลื่อนลงมามองผู้เล่นในสนามทั้งทีมราคุซันและเซย์ริน ลูกทีมไม่มีหน้าที่อะไรที่สำคัญไปนอกจากเคลียร์เส้นทางให้เขาบุกเข้าไปอย่างราบรื่นในการทำแต้มเรื่อยๆจนกว่าจะหมดเวลาการแข่งขัน

“ทุกสิ่งที่ผมทำถือเป็นที่สุดเพราะผมคือ ‘อาคาชิ’ “ เปลือกตาบางปิดสนิทก่อนจะลืมโพล่งใช้เนตรจักรพรรดิ ขาทั้งสองสับวิ่งไปข้างหน้ากระแทกเดาะเลี้ยงบอลคล่องแคล่วว่องไวจนไม่ว่าใครก็ไม่อาจไล่ตามทันได้ “ล้มไปซะ!!!”

ผู้เล่นเซย์รินสามคนสูญเสียร่างกายไปตามการเคลื่อยไหวของชายผมแดง..พวกเขาล้มตัวลงนั่งสิโยราบแทบเท้าชายผู้ได้สมญานามว่าจักรพรรดิ อาคาชิก้าวผ่านไปอย่างสบายๆดวงเนตรสองสีส่องประกายสายฟ้าสีแดงสว่างวาบจับจ้องเพียงร่างสูงกำยำที่ยืนกางแขนขวางกั้นเขาเอาไว้

 

 

อัศวินแห่งแสงยังไม่หลาบจำทั้งที่โดนเหยียบจนจมดินก็ยังไม่ยอมแพ้

 

 

“โง่เขลาจริงๆคางามิ ไทกะ เป็นแค่สัตว์ป่าจะมาเทียบชั้นกับผมยังเร็วไปอีก 100 ปี”  ร่างสูงวิ่งเลี้ยงลูกเข้าไป ดวงตาสีเพลิงประกายสายฟ้าสีแดงในโหมดโซนเช่นกันตวัดมองการเคลื่อนไหว

 

 

ทางขวา!!!

 

 

เท้าสวมรองเท้า Nike สีดำแดงเคลื่อนไปทางขวาวิ่งพุ่งเข้าไปหมายสกัดกั้น ทว่า..อาคาชิจงใจหลอกแต่แรก มือแกร่งกระแทกบอลส่งไปยังมืออีกข้างแล้วหันวิ่งออกไปทางซ้ายเสียแทน

“!!!!!!!!!”   พลัน!!!ใบหน้าคมคายฉายฉาบไปด้วยสีหน้าตกตะลึง ทางซ้ายที่ควรจะว่างเปล่ากลับกลายเป็นว่าเด็กสาวปลอมเป็นชายเคลื่อนไหวเข้ามาประจันหน้าตรงๆจากด้านหลังคางามิ

 

 

เป็นไปไม่ได้!!ทำไมเท็ตสึยะถึงทันการเคลื่อนไหวของผม!!

 

 

“แต้มนี้เป็นของพวกเราค่ะ อาคาชิคุง”  มือเรียวเล็กปัดบอลหลุดออกจากมือชายหนุ่มผมสีแดง คางามิรีบวิ่งสวนผ่านอาคาชิรับลูกบาสบุกตะลุยไปด้วยความเร็วเต็มสปีดจากการเข้าโซนโดยมีคุโรโกะวิ่งไล่ตามหลังติดๆ

“เป็นไปไม่ได้ เซย์จังเนี่ยนะ..โดนแย่งลูก”  มิบุจิ เรโอะ อุทานเสียงสั่น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเหล่าราคุซันได้เห็นคนที่ไล่ตามเนตรจักรพรรดิของอาคาชิทัน ทุกคนเองก็มัวแต่ตกตะลึงลนลานทำอะไรไม่ถูก เมื่อหัวหน้าทีมที่ประกาศกร้าวจะบุกเพียงลำพังดันโดนตีแสกหน้าเข้าอย่างจังเช่นนี้

 

 

 

เนตรจักรพรรดิที่ว่ากันว่าเหนืออย่างถึงที่สุดหาได้มีใครเปรียบ ถูกดวงตาของเงาลวงตาอ่านขาดงั้นเหรอ!!!

 

 

.

.

 

“ไม่ใช่ว่าคุโรโกะมีเนตรจักรพรรดิหรอก เธอทำเพียงแค่มองการเคลื่อนไหวของคางามิแล้วเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม”

“เห!!!ถ้าเป็นแบบนั้นก็เหมือนกับ ‘เนตรจักรพรรดิเสมือน’ งั้นสินะ” ทาคาโอะรับฟังคำอธิบายจากมิโดริมะ คนหนุ่มผมสีเขียวหรี่ตาลงมองเหตุการณ์ที่เกิดเช่นนี้ซ้ำๆในสนามการแข่งขัน ราคุซันที่ไม่กล้าขัดคำสั่งอาคาชิ ตัวอาคาชิเองก็โดนโจมตีจากแสงเงา ทุกครั้งที่ได้ลูกก็จะถูกคุโรโกะตามทันแล้วปัดแย่งไปตลอด

 

 

ปึง!!!!

 

เมเทโอแจมท่าชู้ตเอกลักษณ์ของคางามิทำแต้มลงห่วงจากวงนอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แรงถีบตัวกระโดดสูงราวกับนกโบยบินในท้องฟ้านั่นโดยที่ไม่อาจมีใครสกัดขวางกั้นได้จนตอนนี้จำนวนแต้มราคุซันกับเซย์รินอยู่ที่  97 : 94 แล้ว

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีวันที่อาคาชิจนมุมแบบนั้น” ทาคาโอะลูบคางไปมาประทับใจในตัวเด็กสาวจืดจางผู้มานะบากบั่นมาถึงขนาดนี้  ในทางกลับกัน..มิโดริมะกลับเห็นต่างออกไปเขาขมวดคิ้วเคร่งเครียดจนเกิดรอยย่นตรงกลาง

 

“มิโดจิน..คิดเหมือนฉันสินะ” มุราซากิบาระกินขนมจนหมด หันมาเลียเศษขนมติดบนปลายนิ้วทั้งห้าไปมาจนเกลี้ยง คนหนุ่มมือชู้ตสามแต้มแห่งรุ่นปาฏิหาร์ยพยักหน้าตอบรับร่างสูงโย่งข้างกายพร้อมดันแว่นกรอบดำทรงเหลี่ยมขึ้นสันจมูก

“คุโรโกะไม่ใช่คนที่เข้าโซนได้ การที่ต้องไล่ตามคนสองคนที่เข้าโซนให้ทัน ต้องทุ่มทุกสิ่งที่มีซึ่งไม่รู้ว่าจะได้อีกนานแค่ไหน”

“คุโรจินจะฝืนร่างกายได้อีกเท่าไหร่กันนะ?”

 

.

.

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ยืนหายใจหอบหนักจนเหงื่อโทรมกาย..ก้มหน้าลงต่ำจนไม่เห็นสีหน้าค่าตาใดๆ ไม่มีใครกล้าเข้าไปทักถามแม้แต่นิดเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่คนหนุ่มเรือนผมแดงเสียเชิงขนาดนี้ ทำได้เพียงมองห่างๆอย่างห่วงๆเท่านั้น

 

 

ผมคือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ 

ผมคือชายผู้เกิดมาเพื่ออยู่จุดสูงสุด

 

 

“แฮ่กๆ” มือแกร่งกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ..จิกแน่นจน..เลือดออก ปากหนากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน

 

 

คนที่ชนะคือผู้ที่ถูกต้องที่สุด  คนที่ชนะเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ได้จารึกลงในประวัติศาสตร์

ผมต้องไม่ปราชัย  เรื่องน่าอับอายเช่นนั้นจะต้องไม่มีวันเกิดขึ้น!!!!!

 

 

“เอย์คิชิ โคทาโร่ เรโอะ จิฮิโระ”   จู่ๆ เสียงทุ้มเย็นเรียกชื่อบุรุษร่างกำยำตัวใหญ่ เนบุยะสะดุ้งโหยงหันไปมองเพื่อนร่วมทีมอีก 3 คนตาปริบๆก่อนจะหันกลับมามองกัปตันทีม ดวงหน้าคมคายเงยหน้าขึ้นช้าๆ สีหน้าที่พวกเขาเห็นทำเอาลูกทีมขนลุกเกรียวหน้าซีดเผือก

 

“ผมมีเรื่องอยากให้พวกนายทำ”

 

.

.

 

 

“คางามิ!!”  ฮิวงะปาลูกบาสส่งเข้าสู่มือร่างสูงเรือนผมแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู เขาวิ่งรุดเดาะเลี้ยงลูกเข้าไปด้วยความเร็วเต็มเปี่ยมพลังโซนยิ่งนานวันยิ่งเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันคุโระโกะ เท็ตสึยะ คอยไล่ตามหลังคางามิทุกฝีเก้า เธออ้าปากหายใจหอบหนักตักตวงอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด ร่างทั้งร่างโชกชุ่มเหงื่อราวกับตกน้ำก็ไม่ปาน ดวงเนตรสีฟ้าพยายามเบิกโพล่งเอาไว้ ตั้งสติให้มั่นกัดฟันฝืนทนขยับร่างกายเคลื่อนไหวให้ทันคู่หูของตนเอาไว้

 

 

ขาของฉัน แขนของฉัน ดวงตาของฉัน..ไม่ว่ายังไงก็ขอให้คงอยู่เอาไว้จนกว่าจะจบเกมส์

อดทนเข้าไว้…เราสัญญาแล้วไม่ว่าจะยังไงต้องช่วยเจ้าชายให้ได้

 

 

“มาแล้วอาคาชิ!!” อาคาชิวิ่งรุดเข้ามาตรงๆ คางามิ ไทกะ รีบเดาะเลี้ยงลูกลอดขาหลบเอื้อมแขนที่หมายจะแย่งบอลไป

“!!!!!!!!”  ร่างสูงผิวสีแทนใหญ่กำยำไปด้วยมัดกล้ามผละออกจากการสกัดคิโยชิเข้ามาสกรีนชนเบียดคางามิทันที!! ร่างสูงตาโตตกใจกว่าจะรู้ตัวอีกที บอลในมือถูกอาคาชิตัดแย่งไปเป็นของตัวเองเสียแล้ว!!!

เนบุยะหมุนตัวเข้ามาขวางทางคางามิเอาไว้อีกครั้ง ดวงเนตรสีเพลิงเบิกโพล่งสุดขีดพอจะไปทางซ้ายก็ถูกฮายามะเข้ามาขวาง พอจะไปทางขวามายุสุมิวิ่งเข้ามาสกัดกั้นเอาไว้พร้อมมิบุจิ  รู้ตัวอีกทีก็พบว่าตนถูกจับแยกให้ตัดขาดกับคุโรโกะ

 

 

ติดกับอาคาชิจนได้!!!

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่เข้าประจันหน้ากับเด็กสาวผู้ปลอมตัวเป็นชายตัวต่อตัว ดวงตากลมโตสีฟ้าเบิกโพล่งตกตะลึงคาดไม่ถึงว่าจะถูกจู่โจมระยะประชิดแบบนี้

 

“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าต่อให้เป็นเท็ตสึยะถ้าคิดขวางทาง ผมก็จะ ‘ฆ่า’ ทิ้งซะ!!”

 

เนตรจักรพรรดิเบิกโพล่งตาสองสีเรืองแสงเป็นวงแหวนมือแกร่งเดาะบอลสับไปมา พร้อมเคลื่อนไหวไปอย่างรวดเร็วจน..ร่างเล็กเสียหลักล้มหลังฟาดพื้นแรงจนเสียงดังลั่นสนาม!!!!

 

 

ตึง!!!!!

 

 

“คุโรโกะ!!!!!!!!!!” สมาชิกทีมเซย์รินร้องเสียงหลง  ผู้เล่นเบอร์ 11 นอนตัวสั่นปวดร้าวไปทั้งตัวจากการล้มกระแทกรุนแรง เธอพยายามฝืนทนหยัดกายขึ้นด้วยแขนทั้งสองแต่ก็ได้เพียงเล็กน้อย เงาร่างดำทมิฬทาบทับบนตัวเธอจนต้องเงยหน้าขึ้นทั้งสีหน้าหวาดผวา

“คนที่จะชนะคือผม นี่คือบทลงโทษสำหรับคนที่เคยไม่เคยฟังคำเตือนจากผม คุโรโกะ เท็ตสึยะ!!” ร่างสูงชู้ตลูกออกไปทำสามแต้มทันที ราคุซันก้าวนำไปเป็น  100 : 94 แต้มขึ้นหน้าจอดิจิตอล

 

 

แววตาไร้ซึ่งแสงตะวันที่เคยส่องสว่าง..สุริยคราสกลืนกินจนหมดสิ้น..

สีแดงและสีอำพันสองสีรวมกันกลับกลายเป็นสีดำมืดลึกล้ำกระหายเพียงชัยชนะ

 

 

“จำใส่หัวไว้ซะ ‘เจ้าชาย’ ไม่มีอีกแล้ว”

 

 

 

หมดเวลาสำหรับควอเตอร์ที่สาม ทั้งสองทีมทยอยกันเดินออกนอกสนามไปนั่งพักบนม้านั่ง..ทีมราคุซันเหลียวมองพวกเซย์รินที่วิ่งเข้ามาช่วยพยุงร่างผอมบางตัวเล็กพาเดินกลับเข้าม้านั่งพักฝั่งทีมตัวเองก่อนจะหันมามองกัปตันของตนยืนรับผ้าขนหนูจากสวัสดิการมาเช็ดเหงื่อไคลตามด้วยน้ำเย็นเชียบในขวดพลาสติก

“เซย์จังทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยเหรอ?” หนุ่มหน้าสวยทักท้วง นัยน์ตาสีน้ำทะเลสั่นไหวรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

“ในการแข่งขันมีทางเลือกสองทาง ‘แพ้’ หรือ ‘ชนะ’ ผมเลือกที่จะชนะเท่านั้นต่อให้จะโหดร้ายแค่ไหนผมก็จะทำ”

คำตอบแน่วแน่ไม่คิดเปลี่ยนความคิด ที่สำคัญอาคาชิลงมือไปแล้ว พวกเขาทั้งหมดโดนใช้เป็นกำแพงกันสายตาคางามิให้อีกฝ่ายเข้าไปเล่นงานคุโรโกะ  มิบุจิ เนบุยะ ฮายามะ มายุสุมิ ต้องยอมจำนนตกเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งที่ไม่เจตนาทำเช่นนั้น  แน่นอนว่าทุกคนไม่พอใจแต่ไม่มีใครกล้าหือกับคำสั่งของหัวหน้าทีม   กระทั่งร่างสูงโปร่งจืดจางที่เอาแต่เงียบ ก้าวเดินเข้าประจันหน้าอาคาชิ

 

“รู้อะไรไหมอาคาชิ นายนี่มันใจดำจริงๆ ถึงฉันจะอยากชนะแต่ก็ไม่คิดทำร้ายคนหรอกนะ  จบการแข่งเมื่อไหร่ฉันไม่เอาด้วยแล้ว พอกันที”

 

มายุสุมิสบถไม่พอใจใส่ แล้วเดินหัวเสียออกไปนั่งเงียบๆ ปลีกวิเวกตามนิสัยสันโดษส่วนตัว ฮายามะกับเนบุยะหันมาสบตากันเป็นอันเข้าใจกันแล้วเดินปลีกตัวห่างออกจากอาคาชิไปนั่งข้างๆมายุสุมิด้วยเช่นกันเหลือเพียงหนุ่มหน้าสวยเรือนผมสีดำซอยสไลด์ที่ยังยืนอยู่ข้างๆชายผมสีแดงสั้น

“เซย์จัง….”

“ถ้าเรโอะไม่พอใจจะไปอยู่กับพวกนั้นก็ได้ ลำพังแค่ตัวผมคนเดียวก็เอาชนะเซย์รินได้อยู่แล้ว”  อาคาชิไม่คิดสำนึกต่อสิ่งที่กระทำลงไป หนุ่มหน้าสวยเม้มปากแน่นในเมื่อสิ่งที่พยายามเตือนแล้วไม่ได้ผลเขาเองก็ขี้เกียจจะเอ่ยซ้ำซากไปมากกว่านี้ แม้แต่คนสนิทที่สุดในราคุซันก็เลือกที่จะตีจากไปทิ้งกัปตันทีมเอาไว้เพียงลำพัง

 

 

จักรพรรดิผู้กำชัยถือครองบังลังค์เพียงหนึ่ง

มิตรสหายไม่มีจริงในสงคราม..สุดท้ายก็ต้องยืนหยัดด้วยตัวคนเดียว

 

 

“…ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้”  เขาวางขวดน้ำลงกับม้านั่ง หยิบเอาผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อต่อ..ลากไล้ไปหยุดอยู่ที่ดวงตาซ้ายสีทองอำพัน มือหนาหยาบกำผ้าขนหนูแน่นจนยับยู่ถูเช็ดไปมาแรงๆ แล้วกระชากดึงปาทิ้งลงกับม้านั่ง

 

.

.

 

ในเวลาเดียวกันม้านั่งอีกฝากฝั่ง เหล่าตัวสำรองพร้อมใจทำหน้าที่สวัสดิการหาผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นบิดหมาดวางลงบนหลังคอคลายกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นให้ผ่อนคลายพร้อมทั้งช่วยดับร้อนให้กับเหล่าตัวจริง สิ่งที่ทุกคนห่วงที่สุดไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอาการของคุโรโกะในตอนนี้เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา  ฟุริฮาตะหยิบเอาผ้าเย็นห่อก้อนน้ำแข็งประคบลงบนหลังเด็กสาวที่เริ่มกลายเป็นสีเขียวม่วงช้ำลามไปถึงช่วงหัวไหล่ซ้าย

“ขอโทษนะ เพราะฉันแท้ๆ ถ้าสลัดหลุดออกได้เธอก็คงไม่เจ็บตัวแบบนี้” คางามิยืนก้มหน้าสำนึกผิด ยิ่งมองเห็นรอยช้ำของเด็กสาวเขาก็ยิ่งโมโหตัวเองที่ปล่อยปละละเลยให้อีกฝ่ายเข้ามาทำร้ายร่างกายและจิตใจหญิงสาวผมสีอ่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ไม่ใช่ความผิดของคางามิคุงหรอกค่ะ ฉันตั้งหากที่เป็นฝ่ายผิด..ตอนนี้คงเป็นดวงตาให้คางามิคุงไม่ได้แล้ว” คุโรโกะ เท็ตสึยะ ส่ายหน้าช้าๆ ทุกคนในทีมมองร่างเล็กบางอย่างนึกสงสาร พวกเขารู้ว่าเจ็บที่กายน่ะไม่เท่าไหร่หรอก

 

 

…การถูกคนที่รักที่สุดลงมือทำร้าย คงปวดใจเกินนับคณา…

 

 

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะทำหน้าที่เงาให้ดีที่สุดค่ะ” ดวงหน้าหวานหันไปสบตาทุกคนพร้อมยกยิ้มน้อยๆ ซึ่งไม่บ่อยครั้งที่เธอจะยิ้มให้ใครพอเห็นเช่นนั้นทุกคนก็วางใจที่อีกฝ่ายเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นไม่คิดท้อถอย   สัญญาณนกหวีดดังขึ้น..เข้าสู่ควอเตอร์สุดท้ายทุกคนจำต้องลุกจากม้านั่งก้าวเดินกลับเข้าสนาม  คุโรโกะลุกขึ้นเป็นคนสุดท้ายมองตามแผ่นหลังที่ก้าวออกนำไปของเพื่อนร่วมทีมทั้งสี่คน แล้วก้มลงมายังมือทั้งสองที่สั่นระริก ปลายนิ้วค่อยๆเกี่ยวดึงสายรัดลงเพียงเล็กน้อยทั้งสองข้าง..เผยให้เห็นข้อมือบวมช้ำสีม่วงแดง..

 

“คุโรโกะ!!!!”  คางามิตะโกนเรียกทำให้เธอต้องรีบดึงสายรัดปกปิดรอยฟกช้ำเหล่านั้น แล้ววิ่งเหยาะๆเข้าร่วมสมทบทีม

การแข่งขันดำเนินมาถึงโค้งสุดท้ายมาถึงเสียงเชียร์ยิ่งดังลั่นสนามมากกว่าเก่า ก้องกังวานเสียงจนแรงใจเพิ่มพูนมากขึ้นไปกว่าเก่า สำหรับเซย์รินพวกเขาตั้งใจว่าจะเล่นเป็นทีมอย่างที่เคยมีมาจวบจนสุดท้าย  คางามิยืนประจำที่เหลือบมองร่างเล็กบอบบางที่ยืนอยู่ปีกขวาเยื้องไปด้านหลังด้วยสายตาเป็นห่วงก่อนเลื่อนกลับมามองทีมราคุซัน..ตัวจริงยังอยู่ครบพร้อมลงสนาม

อาคาชิ เซย์จูโร่ ยังยืนอยู่แนวเขตใต้แป้นบาสราคุซันคนเดียวปล่อยให้คนอื่นมาออกนำไปข้างหน้าแทน

 

 

 “ฉันกลัวว่าจะแพ้เขา..กลัวว่าที่ทำมาทุกสิ่งจะพังทลายลง..” 

 

 

คางามิ ไทกะ เกือบเลือกที่จะสารภาพรักกับเงาลวงตาจนเธอได้กล่าวประโยคนั้นใต้ผืนฟ้าสีแดงฉานยามเย็น..คำพูดนั้นเจ้าตัวคงไม่รู้ว่าทั้งสีหน้าและแววตาเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกคิดถึงมากมายแค่ไหน ห่วงหามากมายแค่ไหน..มากจนแสงสว่างรู้สถานะตัวเองว่าเป็นได้เพียง ‘เพื่อน’ เท่านั้น

“แต่นาย…กลับกล้าลงมือทำร้ายเธอ…”  มือกำหมัด หลับตาลงเนิ่นนาน..เขารู้สึกดำดิ่งลงสู่ความมืดในโซนมากขึ้นเรื่อยๆ ประตูบานใหญ่สีทองเบื้องหลังเงาร่างที่มีคนยืนเฝ้าอยู่นั้นกระซิบถามแผ่วเบาผ่านสายน้ำเย็นที่โอบล้อมเอาไว้

 

 

“คุณปรารถนาสิ่งใด?” 

 

 

“สิ่งที่เราต้องการ…” ปากหนาได้รูปพึมพำกับตัวเอง เขาเอาแต่เงียบครุ่นคิดอยู่เช่นนั้นจนในที่สุดก็ลืมตาขึ้นช้าๆ เผยดวงเนตรสีเพลิงคู่คม..จ้องมองเงาร่างปริศนาที่ยืนเฝ้าบานประตูในสุดห้วงทะเลจิตใต้สำนึก

 

 

เพราะเธอทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง..ได้เล่นบาสที่น่าตื่นเต้นขนาดนี้ ได้รู้จักทีมที่รวมใจเป็นหนึ่งขนาดนี้

เพราะเธอทำให้ฉันได้รู้จักความรู้สึกที่เรียกว่า ‘รัก’ กับผู้หญิงซักคนเป็นเช่นไร

 

 

“ในที่สุดเราก็เข้าใจความรู้สึกของคุโรโกะที่มีต่ออาคาชิแล้ว”  คางามิยิ้มบาง..รอยยิ้มที่น้อมรับความจริงทุกสิ่งเขามองไปรอบๆตัว ที่มีทุกวันนี้ได้เพราะคุโรโกะ เท็ตสึยะ เพราะทุกคนในเซย์ริน   “ฉันอยากช่วยให้คนที่ฉันรักสมหวัง”

 

 

นั่นคือความปรารถนาที่แท้จริง ‘รักที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน’

 

 

ประตูสีทองค่อยๆเปิดออกช้าๆ ลำแสงสีทองสว่างวาบเล็ดลอดผ่านช่องประตูจนแสบตาไปหมด คางามิยกมือป้องหรี่ตามองบานประตูนั้น เงาหน้าปริศนาถูกแสงฉายฉาบจนเห็นชัด..เขาตาโตตกตะลึงหลังจากที่พบว่าคนที่เฝ้าอยู่ในสุดห้วงลึกโซนที่เหนือกว่าโซนคือ…

 

“คุโรโกะ…เธอเองเหรอ”

 

คางามิลืมตาช้าๆ ดวงเนตรสีเพลิงส่องประกายสายฟ้าสว่างวาบ ร่างสูงกระตุกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวพละกำลังล้นเหลือมากขึ้นหลายเท่าตัวพุ่งพล่านดวงเนตรสีแดงมองบอลที่ลอยขึ้นจากมือกรรมการ เขาดีดตัวกระโดดสูงคว้าบอลเอาไว้แล้ววิ่งเดาะเลี้ยงบุกขึ้นมาทันที

“เร็วขึ้นงั้นเหรอ!!!” เนบุยะร้องเสียงหลง  ไล่มองตามทุกคนที่บุกเข้าไปพร้อมกันเข้าฟอร์มทีมไหลลื่นประหนึ่งทีร่างกายเดียวกัน

“เป็นไปไม่ได้!!นี่มันอะไร!!!” มิบุจิ เรโอะ ไม่สามารถสกัดกั้นฮิวงะได้ บอลถูกกระแทกส่งให้หนุ่มแว่นทำชู้ตสามแต้มทันที

 

 

อย่าบอกนะว่านี่คือ ‘โซนที่เหนือกว่าโซน’

 

 

ผัวะ!!!!

 

มือแกร่งปัดลูกหลุดออกจากห่วงทันท่วงที อาคาชิ เซย์จูโร่ ลืมตาขึ้นช้าๆเผยเนตรสองสีคู่คมประกายแสงสายฟ้าสว่างวาบ แล้วเดาะลูกวิ่งเลี้ยงออกตัวไปอย่างรวดเร็ว “เปิดโซนเหนือโซนงั้นเหรอ แต่ถึงยังไงก็เอาชนะผมไม่ได้หรอก”

“ล้มลงไปซะ!!!” อาคาชิเบิกเนตรจักรพรรดิเดาะลูกสลับมือซ้ายขวา คางามิเสียสูญล้มลง..ทว่า..ร่างสูงเรือนผมสีดำหน้าตี๋วิ่งเข้ามาปัดแย่งบอลในมืออาคาชิไปต่อหน้าต่อตา!!!

 

 

เป็นไปไม่ได้!!!!

 

 

อิซึกิ ชุน มองพละกำลังตัวเองอย่างไม่เข้าใจนัก เขาตอบไม่ได้ว่ากำลังคิดอะไรทำไมถึงเคลื่อนไหวไปมาเช่นนี้ราวกับว่า ตั้งแต่คางามิเข้าโซนที่เหนือกว่าโซน ร่างกายของเราทุกคนตอบโต้ไปตามสัญชาติญาณให้ทันเอซของทีม

“หรือว่า..โซนที่แท้จริงคือการประสานงานตามสัญชาติญาณ” ฮายามะเห็นท่าไม่ดีแล้วเขารีบรุดหน้าเข้ามาสกัดขวาง เจ้าของเรือนผมสีดำตวัดสายตาไปทางซ้ายวินาทีนั้น คุโรโกะรับรู้ได้ในทันทีวิ่งเข้ามาก่อนที่อิซึกิจะส่งพาสบอล มือเล็กตั้งท่ารอ

“อึก!!”  ปากอิ่มขบฟันแน่นข่มความเจ็บระบมที่ข้อมือแล้วกลั้นใจอิกไนต์พาสอัดกระแทกบอลผ่านเฉียดหน้ามายุสุมิ เข้าไปในมือคิโยชิดังก์ลงห่วงทันที!!อาคาชิตาโตตกตะลึง..เขาไม่คิดว่าทุกคนในทีมเซย์รินกำลังไล่จี้ตามหลังทันเรื่อยๆเช่นนี้

 

 

กำจัดดวงตาจักรพรรดิเสมือนไปแล้วก็ยังไม่จบสิ้น!!

 

 

ปากหนาได้รูปขบฟันกรอดที่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่เขาวาดหวัง  แผนการที่วางเอาไว้ถูกตีกลับมาด้วยการโจมตีที่หนักหน่วงรุนแรงกว่าเดิม คนหนุ่มเรือนผมสีแดงชักสีหน้าเกรี้ยวกราดกำหมัดแน่นซ้ำแผลเล็บจิกเดิมแล้วถีบตัววิ่งไปสุดกำลังเข้าไปรับลูกจากการรีบาวน์โดยเนบุยะ แล้วเป็นฝ่ายวิ่งไล่บุกบ้าง..นัยน์ตาสองสีเบิกกว้างตกตะลึง เขาหันไปมองรอบกายถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญพวกพ้องเซย์รินทั้งหน้าหลังไล่จี้เขาที่บุกมาเพียงลำพังตัวคนเดียว

 

 

“บาสน่ะ ถ้าไม่เป็นทีม ก็เล่นไม่ได้หรอกค่ะ อาคาชิคุง”

 

 

เสียงหวานเรียบดังกระซิบข้างหู เส้นผมสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหวล้อมใบหน้าอ่อนเยาว์จืดจาง ดวงเนตรสีอ่อนกลมโตฉายแววดื้อรั้นไม่เคยเปลี่ยนสบสายตาในระยะประชิด ก่อนที่จะโดนฝ่ามือเล็กตบแย่งลูกไปอีกครา พาสส่งไปให้คางามิ ไทกะ กระโดดรับแล้วใช้ท่าเมเทโอแจมทำแต้มทันที!!!!

 

 

 ปึง!!!!!!!!

 

“อาคาชิ..ฉันว่านาย..”

“เงียบซะ!!!”

ฮายามะพยายามพูดเรียกสติอีกฝ่าย หากแต่คนหนุ่มผมแดงกลับไม่คิดสนใจคำพูดลูกทีม เขาดั้งด้นที่จะลุยคนเดียวต่อไป ไม่คิดแม้แต่จะขอความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้น มายุสุมิส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายแล้วเมินคนหัวแดงไปมองป้ายคะแนนดิจิตอลที่ตอนนี้ถูกไล่ตามมาจนห่างกันเพียงสองแต้มเท่านั้น พร้อมกับเวลาใกล้จะหมดลงทุกที

“ปล่อยหมอนั่นไปเถอะ..บางทีเราควรปล่อยให้เรียนรู้ซะบ้างจะได้เลิกเป็นคุณชายกบในกะลาซะที ทำหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุดก็พอแล้ว”  เจ้าของเรือนผมสีเทาเลือกที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด มิบุจิ เนบุยะ และฮายามะพยักหน้าเห็นด้วย สภาพในตอนนี้ เซย์รินก้าวนำไปมากจนไม่อาจไล่ตามทัน

 

 

ที่เหลืออยู่ก็มีเพียง อาคาชิ เซย์จูโร่ คนเดียวเท่านั้น

 

 

“ป้องกันเข้าไว้อย่าให้พวกนั้นทำแต้มได้”  มิบุจิ เรโอะ ออกคำสั่งแทนอาคาชิที่วิ่งสวนออกไปในทิศตรงกันข้าม พวกเขาทั้งสี่คนเลือกที่จะเล่นเป็นทีมแล้วปล่อยชายผมแดงไว้เพียงลำพัง

 

 

อยากมีอำนาจก็ให้มี อยากเป็นจักรพรรดิก็จงเป็นอย่างภาคภูมิ

จงครองบังลังค์สูงสุดสวมมงกุฎทองคำอย่างเดียวดายในปราสาทมืดเพียงคนเดียวเถิด

 

 

ดวงเนตรสองสีตาโตตกใจ..ร่างกายของเขามาถึงขีดสุดแล้ว ขาทั้งสองเริ่มชะลอความเร็วหายใจหอบโยนแรงจนเหงื่อโชกหน้า ประกายสายฟ้าสีแดงในดวงเนตรค่อยริบหรี่จนในที่สุดดับมอดลงไป

 

 

ทำไมต้องมาหลุดออกจากโซนตอนนี้!!!!!

 

 

เวลาเริ่มนับถอยหลังขึ้นเรื่อยๆ อิซึกิส่งบอลไปให้ร่างสูงสวมแว่นตาทรงรีชู้ตสามแต้ม จังหวะที่เขากำลังจะตั้งท่าชู้ตออกไปกับถูกมือแกร่งปัดลงกระแทก  “อย่าลืมว่ามีพวกเราสิ จุนเปย์จัง”

“มิบุจิ!!!”  ฮิวงะร้องเสียงหลง ตาสีดำเบิกกว้างเห็นหนุ่มเรือนผมสีทองสว่างสั้นวิ่งเข้ามาหมายตัดแย่งลูกไป คุโรโกะรวบรวมพละกำลังที่ยังพอหลงเหลืออยู่ สูดลมหายใจมิสไดเร็กชั่นเข้าไปแย่งลูกก่อนถึงมืออีกฝ่ายและบุกเลี้ยงวิ่งไปแป้นบาสฝั่งราคุซันเบื้องหน้า

 

 

ตึง!!!ตึง!!!ตึง!!!

 

 

“เท็ตสึยะ!!!!” เสียงทุ้มคำรามดังลั่น หน้าคมคายชักสีหน้าเกรี้ยวกราดเข้ามาสกัดขวางไว้ ขาผอมบางเบรกกะทันหันได้ทัน ดวงตาสีฟ้าอ่อนจ้องมองร่างสูงเรือนผมสีแดงล้อมใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่มีเพียงชัยชนะเป็นคติท่องในใจทั่วทั้งร่างกาย

 

 

วันวานในอดีตครั้นเยาว์วัย ที่สนามบาสกลางแจ้งแห่งนั้น

เด็กชายเรือนผมสีแดงยืนอยู่ตรงหน้าเช่นนี้พร้อมเสียงลูกบาสเก็ตบอลกระเด้งกระดอนไปมาดังก้องสนาม

 

 

“เป็นแค่เงาอย่าคิดมาเอาชนะผม!!!”  มือแกร่งเอื้อมเข้ามา ยื่นเข้ามาเรื่อยๆพุ่งตรงไปที่ลูกบาสเก็ตบอลในมือเล็กๆทั้งสอง

 

 

ดวงตาของเด็กคนนั้นมีสีแดงดั่งทับทิม..ช่างอ่อนโยน..อบอุ่น..เหลือเกิน

มือข้างนั้นที่ยื่นมาหาพร้อมกับเกี่ยวก้อยสัญญาไว้พร้อมฉุดดึงให้เห็นแสงแห่งความหวัง

 

 

“ใช่ค่ะ..ฉันเป็นแค่เงา เป็นผู้หญิงอ่อนแอ ไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นเหมาะสมกับบาสเก็ตบอลซักนิด”  คุโรโกะตั้งท่าชู้ต ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าชื้นเหงื่อแย้มยิ้มอ่อนโยนทอดสายตามองเข้าไปในดวงเนตรสองสีวิปลาศ…ดวงตาของชายหนุ่มที่เธอเฝ้ารอมาตลอดทั้งชีวิต

 

 

เราเข้าใจผิดมาตลอด ทำไมพึ่งมารู้สึกตัวก็ตอนนี้

เจ้าชายน่ะ…เขา……

 

 

“แต่ฉันก็รักความเป็นเงามากที่สุด เพราะนั้นคือสิ่งที่อาคาชิคุงมอบให้กับฉัน” เด็กสาวกระซิบถ้อยคำทั้งน้ำตาไหลอาบแก้ม อาคาชิตาโตตกตะลึง   เธอไม่ได้ตั้งใจชู้ตแต่แรกแล้ว ตั้งใจที่จะอิกไนต์พาสลูกส่งให้คนที่กระโดดรอรับอยู่ ลูกบาสเก็ตบอลสีส้มผ่านเฉียดใบหน้าซ้ายที่มีดวงเนตรสีทองอำพันเข้าสู่มือคางามิ

 

ปึง!!!!!!!!!!

 

เมเทโอแจมปิดเกมส์ด้วยลูกชู้ตสามแต้มผลคะแนนออกมาเป็นที่แน่ชัด เสียงเชียร์ดังลั่นทั่วสนามตะโกนร้องเรียกชื่อทีมที่เข้าสู่การเป็นแชมป์วินเทอร์คัพประจำปีนี้

 

“เซย์รินเป็นฝ่ายชนะ!!!!!!!!”

 

ทีมชุดสีดำแดงแถบขาววิ่งเข้ามากอดคอคางามิ ไทกะ โค้ชสาวกับเหล่าตัวสำรองถึงกับร้องไห้ปิติยินดีวิ่งเข้ามาร่วมแสดงความยินดีที่ในที่สุดก็สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ  อาคาชิ เซย์จูโร่ ยืนตัวแข็งทื่อ..พูดอะไรไม่ออกทุกอย่างจุกแน่นในลำคอ โดยเฉพาะหัวใจที่บีบรัดจนเสียจนหายใจแทบไม่ออก มือยกขึ้นมาวางทบอกตัวเองก่อนจะจิกขยำแน่นจนเสื้อนักกีฬาราคุซันเบอร์ 4 ยับยู่

 

 

จักรพรรดิร่วงหล่นจากบังลังค์ ถูกกระชากลงสู่ผืนดิน

ด้วยน้ำมือของเด็กหญิงที่เขามอบทุกสิ่งให้ในวันวาน

 

 

เขาก้มมองมือทั้งสองข้าง..มือที่เคยกำชัยเอาไว้มาตลอดทั้งชีวิต ไม่เหลืออะไรซักอย่าง..ก่อนจะยกขึ้นปิดตาซ้ายแน่นจิกเกร็งจนเล็บเข้าเนื้อ..

“อาคาชิ..คุง..” เสียงหวานกระซิบเอ่ยเรียกนาม ดวงเนตรสีทับทิมตวัดมองร่างเล็กจืดจางที่ยังยืนอยู่เบื้องหน้า เธอขยับเท้าก้าวเข้ามายื่นฝ่ามือเรียวเล็กขาวซีดเข้ามาใกล้จนห่างเพียงไม่กี่เซน

“ฉัน..รั…….”  มือที่กำลังเอื้อมมาที่ใบหน้าคมลดระดับลงพร้อมกับร่างกายที่ทิ้งตัวล้มลงกับพื้นต่อหน้าต่อตาเขา

 

.

.

.

 

 

“คุโรโกะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

TBC

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

บทท่านมาจัดเต็มแล้ว โอ๊ยยยย แมทต์ราคุซันยาวนานมากใช้เวลาในการพิมพ์นานโคตรจริงๆ

หลังจากนี้ท่านค่าตัวไม่แพงแล้วล่ะ ฮาาาา

 

นับถอยหลังจบฟิค 3 ตอน

ไปก่อนนะคะ บายจ้า

 

 

10 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part36

  1. แบบว่าเป็นอะไรที่ลุ้นกันจริงจังว่าจะแพ้หรอชนะ
    แต่กะนะในที่สุดสองศรีพี่น้องกะคืนดีกันได้ซะที
    แหมๆๆอเล็กนี้น่าจะเป็นแม่สื่อแม่ชักรุยน้าน คริ คริ
    ไหนๆๆกะมีแหวนแทนใจกันไปแล้วก็แต่งงานกันไป
    ซะเลยซี่ กร๊ากๆๆๆ แต่ว่านะที่สุดแหละพี่เขียวเรากะได้
    ที่สามไปครอง หุหุ แต่ลักษณะคุณว่าที่พ่อสามีน้องจะดู
    เป็นปลืมกะว่าที่ลูกสะใภ้ตัวเองนะเนี่ย กะนะ สอนมากะมือ
    แล้วเก่งได้ขนาดนี้ไม่ปลื้มสิแปลกอ่าเนอะ แต่ท่านอ่ะใจร้าย
    ใจร้ายมาก ทำน้องเจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ เป็นแมทที่ร้าวร้าน
    ฝุดๆๆ และให้ประโยคสารภาพรักนั้น ยังไม่ทันพูดครบประ
    โยครุยน้องหมดแรงสลบไปก่อนหรอยังไงกันเนี่ย ความผิด
    ท่านล้วนๆๆๆเลยนะ เชอะ เหลืออีกแค่ 3 ตอนเองรึเนี่ย ใจหาย
    นิดๆนะเนี่ย ที่จะจบเสียล่ะ ฮ่า

    • แมตท์สุดท้ายจบแบบลากเลือดมากจริงๆ เรานับผิดตกลงจบตอน 40 เหมือนเดิม
      เหลืออีก 4 ตอนจะจบแล้วล่ะ
      อเล็กซ์เหมือนแม่สื่อนิดๆจริงล่ะ ฮา แหวนแทนใจฟังแล้วเขินชอบกล
      ตอนนี้อเมริกาก็เปิดเสรีเพศเดียวกันแต่งงานกันได้แล้ว ย้ายไปอเมริกาก็จดทะเบียนได้
      พ่อสามีปลื้มนะ ถ้าตามทวิตนี่ชัดเจนเลย ท่านในฟิคร้ายรุนแรงยิ่งกว่าอนิเมน่ะ
      ประเภทจะเอาชนะลูกเดียวจนทำร้ายคนสำคัญได้ลงคอ

      สะท้อนคำที่ว่าหากคิดขวางต่อให้เป็นพ่อแม่จะฆ่า น้องก็ด้วย

      อีกนิดนึงน้องจะสารภาพรักแล้วล่ะ หมดแรงถูกแล้วค่ะ ต้องคอยไล่ตามคางามิในโหมดโซนให้ทันแถมล้มรุนแรงอีก ร่างกายก็ทนไม่ไหวน่อ

  2. เจ๊บลัดๆๆๆ. ^=^ มียักษา มีกระบวนท่า ฟ้า ดิน อนันตา
    เนตรจักพรรดิ / ถ้ามีสัมเภสีคืนชีพ พันปักษา กระสุนกงจักร – -” / นารูโตะชัดๆ
    รู้สึกว่าฉากแข่ง เซย์ริน vs ราคุซัน เจ๊บลัดจัดเต็ม !
    อ่านแล้วสนุกแถมมันมากๆ ^_^ สู้ๆน่ะเจ๊ !
    ป.ล. อาคาชิจิชั่วร้าย ! อย่าใช้เนตรจักรพรรดิใส่
    คุโรโกะจิสิ ! เลวที่สุดๆ

    • เปรียบให้เหมือนสงครามแฟนซีน่ะ 555 แมตท์สุดท้ายแล้วแถมต้องอัดดราม่าด้วย ดีใจที่ชอบนะคะ ที่ท่านทำลงไปเพราะคิดชนะจนลืมหูลืมตานั้นแหละ

  3. อ่านมานาน ไม่เคยเม้นเลย5555

    แต่ถึงอาคาชิจะร้ายจนน่าถีบในฉากนี้แต่เราก็มองว่าตานี่เป็นพระเอกนะ คือไม่ได้เลวร้ายแบบพระเอกละครไทยหรือซีรี่เกาหลีน่ะ เพราะอาคาชิเค้าก็ดีกับน้องมากๆนะ ถึงจะมีที่ทำให้น้องช้ำใจ(อย่างตอนจูบกับคิเสะหรือตอนแข่งรอบชิง)แต่สิ่งที่อาคาชิทำให้ก็มีเรื่องดีๆมากกว่าเรื่องไม่ดีเยอะมาก และคิดว่านี่คือสาเหตุที่่ทำให้คางามิเอาชนะใจน้องไม่ได้เพราะน้องเองก็รู้ดีมาตลอดว่าที่ผ่านมาท่านปกป้องน้องขนาดไหน

    เพราะคนที่ปกป้องน้องได้ก็มีแค่คนเดียวจริงๆคืออาคาชิ คนที่เข้าใจน้องได้ดีที่สุดก็คืออาคาชิ

    ไม่ว่าจะในออฟฟิเชี่ยลหรือในฟิค คุโรโกะจะมีอาคาชิคอยดูแลอยู่เสมอ บางทีก็ดูแลอยู่ใกล้ๆบ้างแอบมองห่างๆบ้าง และในมังงะหลังจากที่อาคาชิแพ้ ก็เหมือนจะผ่อนคลายแล้วจัดการอะไรได้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก คุโรโกะคงพยายามอยากให้ท่านกัปตันแกได้หัวเราะและได้มีอะไรสนุกสนานทำบ้างถึงทำทุกวิถีทางเพื่อเอาอาคาชิคนเดิมกลับมา (เราถึงอยากให้ราคุซันแพ้เพื่อให้อาคาชิกลับมาให้ได้และได้ปลดปล่อยจากความกดดันจากพ่อตัวเองมาตลอด16ปีสักที)
    ที่ประทับใจที่สุดก็ตอนExtra gameที่ท่านเดือดตอนน้องถูกทำร้ายนี่แหล่ะ เราประทับใจเวลาน้องทำให้อาคาชิที่ทุกคนมองว่าเลือดเย็นและเก่งจนไม่น่าเข้าใกล้ ยิ้ม และหัวเราะได้เหมือนคนทั่วไป(ถึงจะกับน้องคนเดียวก็ตาม) เรารู้สึกได้ว่าอาคาชิไม่กลัวที่จะแสดงความรู้สึกจริงๆออกมาเวลาอยู่กับน้องอ่ะนะ เพราะตลอดเวลา น้องครกมักจะมองท่านในฐานะคนๆหนึ่งที่มีด้านดีและด้านแย่แต่ก็เป็นคนที่เอาใจใส่คนอื่นาก ไม่เคยมองท่านในฐานะคุณชายที่มีฐานะสูงส่ง

    แต่หวังว่าจะไม่มีฉากที่พอน้องครกสลบไป ตื่่นมาความจำเสื่อมจำท่านไม่ได้นะคะ?? ไม่งั้นดราม่ายาว

    ตอนนี้น้องผ่านด่านพ่อสามีได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่อาคาชิจะต้องผ่านด่านพ่อแม่ของน้องบ้างละ แต่เชื่อว่าท่านจะผ่านไปได้เพราะเอาจริงๆเทียบกับคนอื่นในเรื่องนี้ อาคาชินี่ผู้ชายสไตล์หายากเลยนะ ฐานะดี ฉลาด เป็นผู้นำ อ่อนโยน ใจเย็น เข้มแข็งและเด็ดขาด ดูเป็นคนที่ปกป้องน้องได้ คือท่านเป็นได้ทุกอย่างสำหรับน้องครกอ่ะ คนเราก็ต้องมีโมเม้นต์การทะเลาะกัน และมีข้อดีข้อเสีย แต่สองคนนี้ก็ได้ก้าวข้ามมันไปแล้วก็อวยพรให้ทั้งคู่โชคดี

  4. เม้นเราก็ดีใจแล้วค่ะ เขินเลยยยย
    อาคาชิร้ายไปเพราะเห็นค่าชัยชนะและก็หลายๆอย่างเป็นมรสุมชีวิตซัดมาจนทนไม่ได้ ทั้งพ่อกดดัน บาสที่สนุกก็กดดัน สุดท้ายน้องที่รักก็ไปคบมิเนะจำตัวเองไม่ได้ ท่านเลยพลิกไปด้านมืดแทน
    อาคาชิถึงจะเย็นชาขึ้นทำไม่สนใจแต่เขาก็ดีกับคุโรโกะมากค่ะ จับอีเว้นท์ทุกอย่างที่เราใส่ตั้งแต่ ม.ต้น-ปลาย ท่านปกป้องน้องตลอดนะ ท่านใส่ใจตามห่างๆไม่ค่อยแสดงตัว ถ้าน้องมีอันตรายท่านก็ลงมือทันทีอย่างฮานามิยะ ตอน ม.ต้นท่านก็พยายามช่วยปกปิดความลับเงียบๆ
    คางามิก็ดีค่ะ ถ้าเทียบก็อย่างที่คอมเม้นบอกท่านทำมาเยอะกว่ามาก เป็นคนลงมือทำแต่ไม่ค่อยจะพูดจาบอกกล่าว

    ใช่แล้วค่ะ ท่านเข้าใจน้องสุดในเรื่องแล้วล่ะ555

    เห็นด้วยกับ อฟช มาก 2คนนี้จะมองกันไปมาตลอด ทั้งที่คุยน้อยแต่เข้าใจกันดีมากๆ แล้วอาคาชิก็วางใจที่จะคุยกับคุโรโกะเผยด้านอ่อนแอในดราม่าcd ด้วย จะผ่านได้รึเปล่า จะได้เจอพ่อครกไหม ต้องรอลุ้นล่ะ555 อาคาชิโปรไฟล์สูงมากเรียกได้ว่าครบครั้นจริงๆ เหมาะเป็นผู้นำครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบอ่ะ

    ฟิคนี้เราจะสื่อนิยามความรักค่ะ ท่านกับน้องก็คือรักแรกๆสวยงามนานๆไปมีเรื่องทะเลาะ มีการเรียนรู้ด้านดีเสียกันและกันจนสุดท้ายคือจะประคับประคองยังไง จะหยัดหรือสมหวัง ขณะเดียวกันก็สื่อรูปแบบความรักเห็นแก่ตัว รักเสียสละ รักที่เปลี่ยนแปลงคนด้วยค่ะ

  5. 36 36 36 กรี๊ดดดดด อีกสามตอนนนน จะได้เจอฉากจิกหมอนเเล้วช่ายมั้ยยย??
    ขอเเบบฟินๆให้ชื่นใจซักตอน นายน้อยต้องดูเเลน้องครกอย่างดีบ้างเเล้วล่ะ
    น้องครกได้รับบาดเจ็บดูแลเเบบถึงเนื้อถึงตัวได้ก้อดีนะ อร๊ายยย
    รอต่อ37 ขอบคุนนะค้าคนเเต่งงง

    • เรานับผิดอ่ะเป็นอีก 4 ตอน+บทส่งท้ายน่ะ ฉากจิกหมอนเหรอ..ต้องลองอ่านค่ะวันนี้อัพตอน 37 แล้วจ้า นายน้อยจะดูแลครกได้รึเปล่า ถึงเนื้อถึงตัวไหมจะมีวันไหนไหม ฮาาาาา

  6. ไม่เคยอ่านตอนไหนแล้วตัดจบได้ค้างเท่าตอนนี้มาก่อน ;;–;; คือคลั่งค่ะคลั่งอ่านแล้วแทบกริ๊ดดดดดอย่าตัดจบแบบนี้ได้มั้ย!! TT^TT

    เรานึกแล้วค่ะ 555 ว่าพี่มายุกับน้องนี่ต้องมีการปะทะฝีปากแน่แท้ //พี่คะระวังหลังนะคะไปพูดถึงจุดด้อยน้องแบบนั้น
    แต่ชอบตรงที่อธิบายเกี่ยวกับความกดดันของท่านมันชัดเจนมาก!!!!ตรงจุดนี้ทำให้เราหลงรักผู้ชายคนนี้เลย >/////< //ชอบผู้ชายที่มีแผลใจ
    คางามิ ;-; นายแสดงได้สมบทบาทพระรองจริงๆแต่ความซาบซึ้งของบทนายหายไปด้วยคำว่า "คุโรโกะ!!!"คำเดียวที่โผล่มาตอนท้ายฮาาา

    จะรออ่านค่ะมาต่อเร็วๆนะคะต่้อจากนี้ท่านต้องลดตัวลงมาง้อน้องแล้วล่ะจะรออ่ารนว่ามันจะเป็นสงครามประสาทหรือโรแมนติก(??)

    • คนอ่านหลายคนบอกว่าค้างกระจายมาก ฮาาา ตัดค้างเข้าไว้คนอ่านจะได้ลุ้นต่อ อิอิ
      มายุกับน้องปะทะปากกันจริงๆเรื่องเงา แต่มายุเขาก็ดีนะใจไม่ดำเท่าอาคาชิ เราพยายามตีโจทย์อาคาชิออกมาในฟิคนี้ ไม่รู้จะตกมากน้อยแค่ไหนถ้าคนอ่านชอบชัดเจนแบบนี้ปลื้มมากค่ะ ฮา

      พระเอกมีปมแถมเป็นตัวร้ายตอนท้ายคือกร๊าวใจจริงๆนะ ชอบมาก 555 คำว่า คุโรโกะที่โผล่มาตอนท้ายนั้นคนตะโกนไม่ใช่อาคาชิน่อ เป็นคางามินี่แหละ

      ท่านลดค่าตัวลงแล้วจะเป็นยังไงต่อไปนั้นต้องรอลุ้นล่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s