[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part37

[Fic Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Kuroko no love 37

 

 

 

“อาคาชิคุง!!!!”

 

ลำคอแห้งผากเหลือเกิน พยายามตะโกนหาเด็กชายเรือนผมสีแดงในความทรงจำ เด็กน้อยคนนั้นยืนอยู่บนสนามบาสกลางแจ้งใต้ท้องฟ้ายามราตรี หญิงสาวในชุดนักกีฬาเซย์รินเบอร์ 11 พยายามวิ่งเข้าไป..วิ่งเข้ามาไป ยื่นมือไปจนสุดแขนหมายไขว่คว้าเอาไว้

 

 

ยิ่งวิ่งไปเท่าไหร่..ก็ไม่เคยเอื้อมถึง…ยิ่งพยายามเขายิ่งห่างไกลออกไป

 

 

“ไม่นะ..อย่าไป…อย่าไปนะ..”  พร่ำร้องเรียกทั้งเสียงสั่นเครือ  ใบหน้าที่เก็บซ่อนไว้ใต้เรือนผมสีแดงค่อยๆเงยหน้าขึ้น ดวงเนตรสีแดงทับทิบข้างขวาในขณะที่ข้างซ้ายเป็นสีทองอำพันไม่เข้าคู่..น่าฉงนที่นัยน์ตากลมโตข้างสีแดงสะท้อนเงาร่างของเธอที่กลายเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวน้อยในวันวานก่อนจะหลั่งน้ำตาไหลรินอาบแก้มทั้งสองข้าง

“เธอไม่เคยเข้าใจอะไรเลย คุโรโกะ เท็ตสึยะ”  เงาร่างของเด็กน้อยกล่าวทั้งเสียงกระซิบแผ่วเบา กรีดแทงดวงใจของเด็กสาวที่คืนกลายเป็นเด็กผู้หญิงวัย 5 ขวบ ตาสีฟ้าเบิกโพล่งเมื่อเขาค่อยๆเลื่อนหายไปในเงามืดที่คืบคลานจากทุกสารทิศ

 

 

ไม่นะ!!!!ไม่!!!!!

 

.

.

 

 

 

“อย่าไปนะเจ้าชาย!!!!!!!!!!”  

 

ภาพกลายเป็นเพดานสีขาวไม่คุ้นเคย..กับข้อมือถูกพันรอบๆไว้ด้วยผ้าก็อตสีขาวยกแขนเอื้อมขึ้นหมายคว้าบางสิ่ง ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตเหม่อมองด้วยความฉงน ก่อนจะค่อยๆหันไปรอบกายที่ดูแปลกตาไปหมดในห้องสีเหลี่ยมเล็กๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์สีขาว กลิ่นฉุนยาอบอวลทั้งจากตัวเธอและที่เจือจางค้างไว้ในห้อง ผ้าม่านสีขาวปิดกั้นแสงแดดให้ส่องสว่างมากระทบร่างของเธอที่นอนอยู่บนเตียงเดี่ยวทำจากเหล็ก

“โรงพยาบาล?”  ยังจำได้ดีว่าเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้สมัยการแข่งรอบชิงชนะเลิศตอนเรียนเทย์โควปี 3 ความทรงจำอันแสนปวดร้าวกับการฉีกสัญญาทั้งกับเพื่อนสนิทโอกิวาระและกับคนรักในห้วงความทรงจำ

 

 

แม้ในยามหลับฝัน ยังคงคิดถึงไม่เคยลืมเลือน

 

 

“คุโรโกะฟื้นแล้ว!!!”

“ให้ตายสิ!!สลบไปตั้ง 3 วันเป็นห่วงแทบแย่!!!!”   ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับบรรดาเหล่าพวกพ้องทีมเซย์รินวิ่งเข้ามาหา ทุกคนยิ้มกว้างดีใจ น้ำตาคลอเบ้ารู้สึกโล่งใจในที่สุดเงาลวงตาของทีมก็ตื่นจากห้วงนิทราแล้ว  เด็กสาวเลิกคิ้วสูงตาโตตกใจหลังได้ฟังคำบอกเล่าจากรุ่นพี่โคกาเนะว่าเธอเป็นลมล้มไปกลางสนามก่อนจะหลุบตามองสภาพร่างกายตัวเองที่ยังเหลือรอยฟกช้ำบนหัวไหล่ซ้าย ถึงมองไม่เห็นหลังแต่อาการปวดตุบๆทำให้รู้ว่าแผ่นหลังที่ล้มกระแทกด้วยเนตรจักรพรรดิยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่และน่าจะช้ำในพอสมควร

“ฉันอยากจะเอาชนะอาคาชิคุง ก็เลยฝืนร่างกายเอาไว้…ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วงค่ะ”  สิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือการแข่งในรอบชิงที่เดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ในการเอาชนะอาคาชิ เซย์จูโร่ และช่วยเหลือทุกๆคนให้กลับคืนสู่บาสเก็ตบอลที่เปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานอีกครั้ง

 

 

สายสัมพันธ์มิตรภาพและความทรงจำที่เกี่ยวโยงด้วยลูกบอลสีส้มเพียงหนึ่ง

รอยยิ้มสดใสในยามได้โลดแล่นบนสนามไปด้วยกัน นี่คือ ‘บาสเก็ตบอลที่แท้จริง’

 

 

“พวกเราชนะแล้วนะคะ”  คุโรโกะคลี่ยิ้มดีใจจนตาหยี หันหน้ามองเพื่อนร่วมทีมเซย์รินที่ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกัน

“ทำไม..ทำหน้าตาแบบนั้นคะ? มีอะไรรึเปล่า?”  น่าแปลกที่เหล่าเซย์รินหาได้มีรอยยิ้มแต่งแต้มบนหน้า ทุกคนพากันหลบสายตาเด็กสาวเรือนผมสีฟ้า เธอเลิกคิ้วสูงด้วยความฉงนเข้าไปกว่าเก่า

“คางามิคุง?”  เธอเลื่อนสายตาไปยังร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ที่ก้มหน้าไม่ต่างกันด้วยแววตาเค้นถาม คิ้วสองแฉกขมวดมุ่นมือกำหมัดแน่นจนสั่น ปากหนาได้รูปขบกรามขึ้นสันก่อนจะตัดสินใจพูดทั้งเสียงทุ้มที่ข่มความสั่นเครือเอาไว้

 

 

“คุโรโกะ…พวกเรา..แพ้”

 

 

สิ้นคำดังกล่าว สร้างความประหลาดใจฉายฉาบบนดวงหน้าไร้อารมณ์เธองุนงงจนไม่อาจเก็บซ่อนสีหน้าเอาไว้ภายใต้ความเฉยชาได้ คิ้วเรียวขมวดมุ่นไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายบอกกล่าว “เป็นไปได้ยังไงคะ ก็พวกเราชนะนี่?”

“ใช่..พวกเราชนะแต่กรรมการปรับให้แพ้…”  ฮิวงะ จุนเปย์ ก้าวเดินเข้ามาใกล้เตียง แล้วดันคางามิที่โดนเค้นถามเอาไว้เบื้องหลัง เลือกที่จะเป็นฝ่ายแบกรับทุกสิ่งในฐานะกัปตันทีมเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้คนตัวเล็กบนเตียงฟังแทนเพื่อนร่วมทีมที่ไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป

 

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลัง คุโรโกะ เท็ตสึยะ เป็นลมไปหลังจบการแข่งขันวินเทอร์คัพ

 

 

.

.

.

 

 

“มีนักกีฬาบาดเจ็บ!!!!!”

กรรมการร้องตะโกนเสียงดังลั่นทันทีที่ผู้เล่นเบอร์ 11 ล้มลงสลบกองกับพื้นต่อหน้าต่อตากัปตันราคุซันที่เอาแต่ยืนตัวแข็งทื่อเช่นนั้น  ฝ่ายพยาบาลของทีมงานจัดการแข่งขันวิ่งเข้าไปถึงตัวร่างบางทันก่อนเหล่าทีมเซย์รินที่กำลังดีใจที่ได้คว้าชัยชนะมาครอง ทุกคนในสถานที่จัดการแข่งขันแตกตื่นยกใหญ่ต่างพากันจ้องมองผู้เล่นที่ล้มลงไปหลังสิ้นสัญญาณออดเพียงไม่กี่วินาที

“คุโรโกะ!!!!” คางามิวิ่งถลาเข้ามาตะโกนเรียกคู่หูตัวเองสุดเสียง เหล่าพยาบาลชุดขาวสองคนกางแขนกั้นสมาชิกทีมเซย์รินเอาไว้ให้ออกห่างจากรัศมีการเข้ามาของหน่วยแพทย์

“นักกีฬาหายใจไม่ทันปล่อยไว้แบบนี้จะเหนื่อยจนขาดใจตาย เอาออกซิเจนมา!!” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญออกคำสั่งกับบุรุษพยาบาล ระหว่างรอเครื่องช่วยหายใจพกพา ทางแพทย์จำต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นเขาดันใบหน้าหวานให้เงยมุมองศาเล็กน้อย แล้วกดมือลงปั้มหน้าอกทันที

 

“!!!!!!!!!!”  หมอหนุ่มตัวแข็งทื่อนั่งอึ้งคามือไว้กลางหน้าอกเช่นนั้น สร้างความงุนงงแก่เหล่าบุรุษพยาบาลกับนางพยาบาลรวมถึงทีมงานจัดการแข่งขันซึ่งพยายามทำหน้าที่กันผู้คนไม่ให้แตกตื่น

 

“เด็กคนนี้?”  หมอหนุ่มเลิกเสื้อนักกีฬาขึ้นช้าๆ เห็นผ้ารัดอกแน่นหนาจนแบนราบไม่เหลือเค้าหน้าอกนูนอิ่ม “ผู้หญิงงั้นเหรอ!!?”

 

ทุกคนแตกตื่นไปหมดเมื่อพบว่ามีผู้หญิงเข้าร่วมแข่งในทีมบาสเก็ตบอลชาย  นักข่าววงการกีฬารีบบุกถลาลัดเข้าสนามหมายจะถ่ายรูปไปลงหนังสือพิมพ์  โชคยังดีที่คณะกรรมการเข้ามาสกัดกั้นเอาไว้ทำให้เหล่าสื่อมวลชนไปไม่ถึงนักกีฬาทีมเซย์รินเบอร์ 11 ถึงจะไม่สามารถห้ามแสงแฟลชสว่างวาบตลอดเป็นระยะๆพยายามจับกล้องให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้ว่าตัวเองจะอยู่ระยะไกลเกินจับภาพชัดๆ   จังหวะนั้นเครื่องช่วยหายใจพกพามาพอดี หมอปลดสลักหยิบเอาเครื่องช่วยหายใจส่วนฝาครอบปากผู้หลับใหลแล้วปลดผ้ารัดอกให้คนไข้หายใจสะดวกคล่องขึ้นแล้วรีบหามขึ้นเปลวิ่งออกไปจากสนามแข่งขันทันที

 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการผิดกฏร้ายแรงที่ทางกรรมการจัดการแข่งขันไม่อาจละเว้นได้

 

 

“ทางคณะกรรมการได้ร่วมประชุมกันเป็นที่สรุปเรียบร้อยแล้ว คณะผู้จัดการแข่งขันวินเทอร์คัพตัดสินให้ ‘ปรับแพ้ทีมเซย์รินและทำการตัดสิทธิ์การเข้าร่วมการแข่งขันเป็นระยะเวลา 1 ปีนับจากนี้’  จึงขอประกาศรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับสองใหม่ตามนี้  รางวัลชนะเลิศทีมราคุซัน รองชนะเลิศทีมชูโตคุ และรองชนะเลิศอันดับสองทีมโยเซน ขอประกาศปิดการแข่งขันวินเทอร์คัพประจำปี 2015 ครับ ”

 

 

.

.

.

 

 

 

“ม..ไม่จริง…..” คุโรโกะส่ายหน้าช้าๆ กระซิบทั้งเสียงสั่นเครือหลังได้ฟังเรื่องเล่าจากปากกัปตันทีม  ดวงเนตรกลมโตสีฟ้ามองทุกๆคนที่ร่วมกันพยายามมาทั้งปีวาดหวังจะคว้าชัยชนะกับถ้วยรางวัลกลับไป

 

 

พังหมดเพราะ ‘เรา’

 

 

วางมือบนฝูกเตียงหมายหยัดกายกายลุกนั่ง พลัน!!!!ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วไปทั่วแขนจนต้องรีบวางยกมือขึ้นเกือบหงายหลังล้มกระแทกฝูกดีที่คางามิวิ่งเข้ามาช้อนแขนประคองหลังเอาไว้ทัน

“อย่าพึ่ง..ใช้มือตอนนี้ดีกว่านะ..”  เสียงทุ้มกล่าวเตือนทั้งสีหน้าลำบากใจ

“คางามิคุงหมายความว่ายังไงคะ?” คุโรโกะเลิกคิ้วสูงจ้องเค้นถามคู่หูแสง ดวงเนตรสีเพลิงเฉหลบตาเสียอย่างงั้นทำให้เธอหันไปไล่มองคนอื่นๆที่ยืนออรอบเตียง ซึ่งก็เอาแต่ก้มหน้าหลบตาไปตามๆกัน จนในที่สุดคนที่ตัดสินใจกล้าที่จะเปิดปากพูดคือโค้ชสาวประจำทีมเซย์ริน

 

“คุโรโกะ..ฟังให้ดีๆนะ”  ริโกะเว้นวรรคไว้ครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อทั้งเสียงสั่นเครือ “หมอบอกว่า..เธอ ‘ข้อมืออักเสบรุนแรง’ “

 

นัยน์ตากลมโตสีฟ้าเบิกโพล่งสุดขีด..ค่อยๆก้มหน้าลงไปมองข้อมือทั้งสองข้างที่ถูกพันผ้าทบเอาไว้ คุโรโกะยกมือขึ้นช้าๆพยายามออกแรงขยับข้อมือก็ไม่เป็นผล..พยายามขยับนิ้วก็ไม่ได้   เธอไม่อยากเชื่อในคำบอกกล่าวของโค้ชสาวแล้วลองเอื้อมมือหมายจะหยิบจับโทรศัพท์มือถือสีฟ้าแบบฝาพับที่วางทิ้งเอาไว้บนหัวเตียง

 

เพล้ง!!!!!

 

มือถือฝาพับร่วงตกลงมากระแทกพื้นจนแบตหลุด..หยิบไม่ได้..พยายามเกร็งมือออกแรงมากแค่ไหนแม้แค่ขยับนิ้วแตะยังไม่ได้ด้วยซ้ำ  ดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้าช็อกค้างมองซากมือถือบนพื้นตัวทั้งแข็งทื่อเนิ่นนาน  ริโกะถลาเข้าไปดึงร่างเล็กบางเข้ามากอดแน่น..กอดเอาไว้ทั้งดวงเนตรสีน้ำตาลกลมโตหลั่งน้ำตาไหลรินอาบแก้มใสเสียใจไม่ต่างจากทุกๆคนที่ยืนอยู่ตรง

“หมอบอกกับ..ฮึก..พ..พวกเรา..ว่าคุโรโกะจะเล่นบาสไม่ได้อีก..แล้ว..”  วงแขนกอดรัดร่างเล็กไว้แนบแน่น หากแต่เด็กสาวผมสีฟ้ากลับไม่รู้สึกเจ็บทางกาย เพราะทางใจถูกทุบตีซ้ำๆจนด้านชาไปหมด  เนตรกลมโตสีฟ้าอ่อนแววตาเลื่อนลอยรือชื้นไปด้วยน้ำตาก่อนจะไหลรินอาบแก้ม..หยดแล้ว..หยดเล่า..กระทบไหล่บอบบางของรุ่นพี่สาว

 

 

..การร่ำไห้โดยที่ไร้เสียงสะอื้น…ตีบตันอยู่ในลำคอจนเจ็บ..

 

 

“เป็นความผิดของพวกเราเอง…พ…พวกเราไม่เก่งพอจนคุโรโกะต้องเป็นแบบนี้!!ฉัน..ฮึก!!!ขอโทษ!!!ฉันเป็นโค้ชแท้ๆน่าจะรู้ว่าคุโรโกะเจ็บตั้งแต่ล้มเพราะอาคาชิแล้ว ฮือๆ”

 

 

คางามิ ไทกะ รับหันหลังหนีภาพที่ทุกคนกำลังร้องไห้เสียใจ หลั่งน้ำตากับผลลัพธ์แสนเศร้าที่เกิดขึ้น โดนเฉพาะหญิงสาวผมสีฟ้าสั้น..ทุกครั้งที่เห็นน้ำตาอีกฝ่ายหัวใจเขาก็เจ็บทุกครั้งแต่ครั้งนี้เจ็บจนพูดอะไรไม่ออก เขาทุบมือลงกับกำแพงซบหน้าลงจนเส้นผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ปรกหน้า ซ่อนน้ำตาที่ไม่อาจกักกันเอาไว้ในเงามืด

 

 

เจ็บใจนัก..เจ็บใจจริงๆ

เราทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง!!!ทั้งที่สัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องเธอ!!!

 

 

เด็กหญิงหมดสิ้นแล้วซึ่งพลัง เหล่าอัศวินพ่ายแพ้ในสงครามด้วยมวลชน..

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาแหลกสลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี 

 

.

.

.

 

นับจากคุโรโกะฟื้นก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว บุรุษร่างสูงสวมโค้ทตัวยาวสีน้ำตาลกับผ้าพันคอสีแดงเลือดหมูหิ้วถุง Mac ออกจากลิฟท์ชั้นที่ 11 ของโรงพยาบาลโตเกียวเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาวขนาบซ้ายขวาด้วยห้องผู้ป่วย  จนในที่สุดเท้าทั้งคู่สวมรองเท้าพละสีดำแดงยี่ห้อ Nike หยุดอยู่หน้าห้องพัก 112  เขาเคาะประตูสองสามทีก่อนจะเปิดเข้าไป

“ไง คุโรโกะ”  คางามิ ไทกะ ชูถุง Mac ออกปากทักทายคนไข้เรือนผมสีฟ้าอ่อนตัดสั้น เธอเอาแต่นอนเงียบๆหันหน้าไปทางหน้าต่างเหม่อมองท้องฟ้ายามเช้าที่โรยราด้วยหิมะยามเข้าสู่ฤดูหนาว  เขาวางถุง Mac ไว้กับโต๊ะแล้วปัดเศษเกล็ดหิมะสีขาวเกาะพราวบนเสื้อออกไปแล้วทรุดนั่งลงกับเก้าอี้ข้างเตียง

“………”

“เอ่อ!!!ฉันซื้อวานิลลาเชคมาด้วย ถึงจะเข้าหน้าหนาวแล้วก็คิดว่าเธอต้องอยากกินแน่ๆ” มือแกร่งล้วงหยิบแก้ววานิลลาเชคออกจากถุงวางไว้บนโต๊ะ..พลัน..ตาสีเพลิงเห็นแก้ววานิลลาเชคของเมื่อวานตั้งคาไว้เช่นนั้นโดยที่น้ำหนักไม่พร่องลงซักนิด

“เฮ้อออ แม่บ้านที่นี่ยังไงนะสะเพร่าจริงๆ ฉันจะเอาไปทิ้งให้ล่ะกัน”  คางามิเกาหัวแรงลุกจากเก้าอี้หยิบเอาวานิลลาเชคเมื่อวานไปทิ้งลงถังขยะมุมห้อง พอเปิดฝาก็พบกับแก้ววานิลลาเชคเท่าจำนวนวันที่เขาซื้อมาเยี่ยมอยู่ในนั้น

 

 

…เราซื้อมาให้และก็เป็นฝ่ายต้องหยิบของเมื่อวานไปทิ้งเช่นนี้ทุกวัน…

 

 

คางามิ ไทกะ มองวานิลลาเชคในถังขยะทั้งแววตาเจ็บปวด..ไม่ใช่แค่ของเยี่ยมของเขา คนอื่นๆที่เอาของกินมาให้หรือแม้แต่ดอกไม้ต่างๆเจ้าตัวก็ไม่ยอมแตะปล่อยทิ้งไว้จนต้องเอาไปทิ้งเช่นนี้เสมอ เขาหลับตาลงปิดฝาถังขยะแล้วหันกลับมาแสร้งยิ้มร่าเริงไปล้างมือให้สะอาดก่อนกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม

 

“คุโรโกะ พวกเรายังหมั่นซ้อมอยู่ถึงจะโดนสั่งพักห้ามลงแข่ง 1 ปี ทุกคนตั้งใจไว้แล้วว่าจะคว้าแชมป์เอามาให้ได้อีกครั้ง”

“………”

 

ดวงตาสีฟ้ากลมโตเหม่อลอยไร้วี่แววการมีชีวิตจิตใจ  เป็นแบบนี้มาร่วมอาทิตย์แล้วจนหมอต้องเรียกจิตแพทย์มาบำบัดเป็นระยะ ซึ่งก็ยังไม่เห็นผลดีเท่าที่ควรนัก.. เขาไม่รู้ว่าเธอรับฟังอยู่หรือไม่แต่ก็เลือกที่จะเปิดบทสนทนากับเด็กสาวตัวเล็กๆคนนี้ต่อไป   “อ๋อ!!เมื่อกี้ฉันเจอหมอมาด้วย เขาบอกว่าเธอตั้งใจทำกายภาพบำบัดดีมากถ้าเป็นแบบนี้ต้องหายแน่!!”

 

 

ไม่มีเสียงตอบรับจากเธอผู้เป็นเงาลวงตา มีเพียงน้ำตาไหลรินอาบแก้มใส

 

“คุโรโกะ…เธอจะเอาแต่นอนแบบนี้ต่อไปไม่ได้นะ!!” มือแกร่งวางบนตักกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขาลุกจากเก้าอี้วิ่งไปยืนบังหน้าต่างเงาร่างสูงใหญ่คนหนุ่มบดบังท้องฟ้าสีเทา..สบสายตาสีฟ้าเลื่อนลอยที่สะท้อนตัวเขาในนั้น

 

ทว่า..หาได้จ้องมองเราแม้แต่นิด…รู้แก่ใจดีทำไมถึงเอาแต่มองหน้าต่าง…

 

“ฉันเป็นแสงสว่างของเธอ..มองฉัน..ได้ไหม…”   เสียงทุ้มสั่นเครือ…ลำคอตีบตันจนเจ็บระบมไปหมด ก่อนจะโพล่งเสียงดังออกมาระเบิดทุกสิ่งที่เขาอดกลั้นเอาไว้  “ทำไมไม่เลิกมองพระอาทิตย์ซักที!!!”

 

 

..ดวงตะวันขึ้นทุกครั้งที่หน้าต่างบานนี้…ดวงตะวันแผดเผาทำลายทุกสรรพสิ่งไม่เว้นแม้แต่ ‘เงา’ ที่เจ้าตัวสร้างขึ้น

 

 

 

“…..” ริมฝีปากอิ่มเริ่มขยับกระซิบบางอย่างทั้งเสียงแผ่วเบาราวกับสายลม คางามิตาโตรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้โน้มหน้าเข้ามาใกล้ ยิ้มดีใจที่เด็กสาวเริ่มสนทนากับเขาแล้ว!!!!

 

 

ปัง!!!!

 

ประตูห้องพักเปิดออกแล้วปิดสนิททั้งเสียงแผ่วเบา คางามิ ไทกะ ก้มหน้ายืนพิงประตูเช่นนั้น..หัวอื้ออึงไม่รับรู้อะไร เสียงฝีเท้านางพยาบาลกับหมอเดินสวนผ่านหน้าไปมาหรือแม้แต่รถเข็นคนไข้ก็ยังไม่สามารถดึงสติสตางค์กลับมาได้ ปากหนาเผยอเหวอค้างเช่นนั้นอยู่นานก่อนจะกัดฟันแน่นจนได้ยินเสียงกรอดนึกถึงคำพูดที่เอ่ยเอื้อนจากเด็กสาวที่ทำเอาเขาแทบล้มทั้งยืน

 

 

“เจ้า..ชาย…..”

 

 

 

คางามิ ไทกะกำหมัดแน่นเงยหน้าขึ้น ตาสีเพลิงวาวโรจน์ดุดันขวางโลกเสียจนคนที่ผ่านไปมาตกใจกลัว ขายาวสวมกางเกงยีนส์ทรงกระบอกก้าวเดินฉับๆไปตามทางเดิน ช่วงเลี้ยวหัวมุมเข้าสู่ที่ตั้งลิฟท์ในโรงพยาบาล มีร่างๆหนึ่งชนกับเขาเข้าอย่างสำหรับคางามิแค่เซเล็กๆน้อยแต่อีกฝ่ายล้มตึงเสียแทน

 

“โทษที!!!..อ้าว…คิเสะ?”

“ชู่ว์!!เดี๋ยวมีคนจำฉันได้พอดีคางามิจจิ!!!”

 

คนที่ชนกลับกลายเป็นนางแบบสาวผมทองที่รู้จักมักจี่  คิเสะ เรียวตะนั่งก้นกระแทกพื้นท่ามกลางกองนิตยสารวัยรุ่นฉบับประจำเดือนนี้จำนวน 3 ฉบับที่ตัวเองได้ถ่ายขึ้นปก มือเรียวยาวสวยรีบคว้าเอาแว่นกันแดดทรงโตยี่ห้อ Rayband มาสวมใส่ ก่อนลุกขึ้นยืนปัดเศษฝุ่นที่เกาะตามกางเกงยีนส์ขาสั้นสวมเข้ากับโค้ทสีครีมเข้ากับผ้าพันคอไหมพรมสีฟ้า

“คุโรโกะกินยา พึ่งหลับไปเมื่อกี้“ คนหนุ่มตัวสูงกำยำบอกให้สาวผมทองรู้ พลางชะเง้อมองหาใครบางคนที่น่าจะมากับอีกฝ่าย “อาโอมิเนะไม่มาด้วยเหรอ?”

“อาโอมิเนจจิติดซ้อมน่ะ คุโรโกจจิหลับแบบนี้นิตยสารที่ฉันอุตส่าห์เอามาให้ได้เป็นหม้ายพอดี อุตส่าห์ไปขอก่อนออกแผงวางตลาดเลยนะเนี่ย”  คางามิกระตุกยิ้มแหยๆมองของนิตยสารแฟชั่นของในมืออีกฝ่ายพลางคิดเห็นว่าของเยี่ยมเช่นนี้น่าจะเพิ่มดีกรีให้น่าหมั่นไส้ของสาวจืดจางที่มีต่อนางแบบวัยรุ่นคนสวยตรงหน้า

 

 

..จะว่าไปคิเสะกับอาคาชิเคยคบเป็นแฟนกัน….

 

 

หมับ!!!!

 

“คิเสะเคยไปราคุซันรึเปล่า?”  จู่ๆ คนหนุ่มผมแดงโพล่งถามเสียงดังห้วน พร้อมคว้าต้นแขนอรชรหญิงสาวผมทองเอาไว้

“เอ๋!!? อ..เอ่อ..ก็เคยไปอยู่ 2 ครั้งนะ…เดี๋ยว!!คางามิจจิจะพาฉันไปไหน!!!?”  สิ้นคำตอบคางามิฉุดลากแขนผู้จัดการทีมไคโจวิ่งไปยังลิฟท์ขาลงที่เปิดอ้าออกช้าๆอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวทำนิตยสารแฟชั่นสำหรับวันรุ่นหล่นกระจากองพื้นอีกครั้ง

 

 

.

.

.

 

ปึง!!!ปึง!!!!

เอี๊ยด!!!!!

 

“ป้องกันให้ดีกว่านี้!!!เอาใหม่!!!!!”  โค้ชหนุ่มวัยกลางคนเดินไปรอบๆสนามบาสเก็ตบอลในโรงยิมขนาดใหญ่สำหรับตัวจริงอันดับหนึ่งของโรงเรียนราคุซัน นัยน์ตาสีดำขุ่นฝ้าฟางตามวัยกวาดมองเหล่าตัวจริงและตัวสำรองระดับหนึ่งพร้อมใจกันฝึกซ้อมอย่างขยันขันแข็งแม้ว่าจะพึ่งจบการแข่งวินเทอร์คัพไปไม่กี่วัน สำหรับชมรมบาสเก็ตบอลโรงเรียนราคุซันไม่เคยคิดจะหยุดพัก

 

 

โรงเรียนมัธยมปลายที่แข็งแกร่งที่สุดในด้านบาสเก็ตบอลไม่เคยคิดหลงระเริงกับชัยชนะ

โดยเฉพาะปีนี้พวกเขาทุกคนรู้ดีว่า ‘แพ้’ และไม่สมควรจะได้ถ้วยรางวัลไปครอบครองด้วยซ้ำ

 

 

ฝุ่บ!!!!!

 

ชู้ตสามแต้มเฉียบคมสมเป็นยักษาแห่งราชันย์ไร้มงกุฎยังคงเฉียบขาดงดงามเช่นเคยทำแต้มให้ทีมสีเหลืองเป็นฝ่ายชนะในการปิดเกมส์ซ้อมแข่งกันเองในชมรม ผู้จัดการสาวแห่งชมรมบาสเก็ตบอลเป่านกหวีดบอกหมดเวลาสำหรับตารางซ้อมแข่งเหล่าสวัสดิการสาวๆแห่เข้ามาทำหน้าที่บริการทั้งน้ำดื่มกับผ้าขนหนูให้เหล่านักกีฬา

“ขอบใจ”  อาคาชิรับผ้าขนหนูสีดำส่วนตัวของเขามาจากสวัสดิการสาวที่เอาแต่มองด้วยสีหน้าขวยเขิน ทว่า..คนหนุ่มร่างสูงกลับเดินผ่านไปดื้อๆพร้อมคว้าขวดน้ำเกลือแร่เดินปลีกวิเวกไปนั่งเงียบๆนอกสนามคนเดียว แยกตัวห่างจากทีมตัวจริงอีกสี่คนที่จับกลุ่มคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

 

“กล้ามยังไงก็ดีที่สุด!!เพราะมีสิ่งนี้ถึงได้เรียนกว่าความแข็งแกร่ง!!!” เนบุยะคำรามเสียงดัง เบ่งกล้ามอวดหนุ่มหน้าสวย

“ชีวิตที่มีแต่กล้ามเนื้อไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตหรอกนะเอย์จัง..ผู้หญิงชอบผู้ชายที่อ่อนโยนและเข้าใจตั้งหาก!!” มิบุจิ เรโอะ อี๋แรงสะบัดหน้าเมินหันมองชายร่างใหญ่ผิวสีแทนเพาะกล้ามเสริมสร้างกำลังจนตัวใหญ่โตเหมือนนักกล้ามเข้าไปทุกวัน

“โอ๊ย!!ฮ่าๆ เรโอะเน่กับเอย์จังเถียงอะไรก็ไม่รู้เนอะ!!!” ฮายามะนั่งหัวเราะลั่นขำคนสองคนที่กำลังเถียงจุดยืนความเป็นชายแทงศอกใส่มายุสุมิ  คนหนุ่มผมสีเทาละสายตาจากไลท์โนเวลเล่มโปรดมุ่นคิ้วหงุดหงิดรำคาญคนผมทองข้างกายและครางตอบรับในลำคอแบบขอไปทีก่อนก้มหน้าลงไปสนใจนิยายต่อ

 

 

ในยามซ้อมรบทำได้อย่างไร้ปัญหา ทว่า..เมื่อวางดาบจักรพรรดิถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยว

 

วิธีการได้มาซึ่งชัยชนะแสนโหดร้ายแลกด้วยการต้องเสียมิตรสหาย

 

 

“ท…ท่านอาคาชิคะ!!”  สวัสดิการสาวคนเดิมเข้ามาทักทายเขาซึ่งนั่งพิงผนังเงียบๆไม่สุงสิงกับใคร ใบหน้าคมล้อมเส้นผมสีแดงตัดสั้นโชกเหงื่อเงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีดำกลมโตแพรวพราวระยิบระยับ ก่อนจะเสมองไปทางอื่นพร้อมพวงแก้มใสขึ้นสีแดงช้ำดั่งมะเขือเทศสุก  “เอ่อ..ถ้าไม่รังเกียจให้ฉันช่วยซับเหงื่อบนหน้าให้ไหมคะ จะได้เปลี่ยนผ้าปิดตาด้วย เหงื่อออกแบบนี้คงอับแย่เดี๋ยวอาการตาอักเสบจะลุกลามมากกว่าเก่านะคะ”

“ไม่เป็นไร ผมจัดการเองได้ ขอบใจที่เป็นห่วง” เขาตัดรอนหญิงสาวที่เสนอตัวทำดีให้ทั้งเสียงเย็นชา เขาดื่มเกลือแร่จนหมดขวดแล้วลุกจากพื้นเดินโยนขวดเครื่องดื่มเกลือแร่ทิ้งลงในถุงขยะสีดำที่ตั้งเอาไว้รวบรวมขวดน้ำเปล่ารวมถึงเกลือแร่ไป  เดินผ่านสตรีร่างเล็กยืนช็อกที่ถูกปฏิเสธตรงๆอย่างไม่แยแส  หมายออกจากโรงยิมไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นก่อนกลับมาซ้อมใหม่

 

“กัปตัน!!มีคนมาขอพบครับ!!” ลูกทีมสิ่งกระหืดหอบเข้ามารายงาน

“เวลาซ้อมของชมรมผมไม่อยากพบใคร กลับไปบอกคนๆนั้นให้กลับไปซะ”

“โฮ่ย!!!พูดจาไร้มารยาทแบบนี้ได้ยังไงวะ อาคาชิ”

 

เสียงทุ้มกรรโชกห้วนไร้ความสุภาพดังขึ้น คนหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงตัดสั้นละสายตาจากลูกทีมไปยังต้นเสียงดังกล่าว ร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูสวมโค้ทหนาทับด้วยผ้าพันคอบุกเข้ามาถึงในโรงยิมราคุซันพร้อมกับอดีตแฟนสาวคิเสะ เรียวตะ สมาชิกชมรมราคุซันร้องเสียงฮือฮาตกใจกับการปรากฏตัวของเอซแห่งเซย์รินผู้สามารถปะทะกับอาคาชิได้อย่างสูสี

 

 

อัศวินแห่งแสงองค์รักษ์ของเด็กหญิงเงาลวงตา เดินทางมายังปราสาทมืดของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่นจากบังลังค์

 

“ใครกันแน่ที่ไร้มารยาท คางามิ  ไทกะ ”  เนตรสีแดงที่เหลือเพียงข้างขวาในขณะที่ข้างซ้ายสวมผ้าปิดตาเอาไว้อย่างน่าฉงนตวัดมองไปยังสาวผมทองดัดลอนยาวสลวยที่ยืนหลบมุมตัวลีบด้านหลังคางามิ พอถูกอดีตแฟนหนุ่มจ้องเขม็งแบบนั้นเธอยิ่งกลัวจนตัวสั่นเขยิบก้าวเท้าไปซ่อนหลังชายร่างสูงกำยำตัวลีบเกร็งหนักกว่าเก่า

 

 

..อาคาชิจจิ…ฉันถูกบังคับให้พามาที่นี่นะ!!!ฉันไม่รู้เรื่อง!!!!

 

 

“เออ!!!ฉันไร้มารยาท!!แต่ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะต้องการให้นายไปเยี่ยมคุโรโกะ!!!!”  วัตถุประสงค์ที่คางามิไม่ต้องการทำซักนิดคือการมาเยือน ณ เกียวโต…มาถึงราคุซัน..มาถึงถิ่นของอาคาชิเพื่อวอนขอให้อีกฝ่ายยอมตามเขาเข้าโตเกียวไปดูอาการหญิงสาวผมฟ้าที่กินไม่ได้นอนไม่หลับผิดหวังกับสิ่งที่เกิดจนแทบไร้วิญญาณบนเตียงเช่นนั้น

“มีแค่นายเท่านั้นที่จะทำให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม..ได้โปรด..ไปหาเธอกับฉันเถอะ” คางามิก้มหน้าลงต่ำกำหมัดแน่นแค้นใจตัวเองที่ไม่สามารถทำให้เธอผู้เป็นที่รักยิ้มได้..ต้องยอมบากหน้าเข้ามาขอความช่วยเหลือจากชายผมแดงที่เขาชิงชังนัก

 

 

แสงสว่างมิอาจสู้ดวงอาทิตย์ที่ก่อกำเนิดทุกสรรพสิ่ง

อัศวินมิอาจเทียบเคียงยศศักดิ์ได้เท่าบุรุษผู้เกิดมาเพื่อเป็นจักรพรรดิ

 

 

“ผมขอปฏิเสธ..เรื่องของเท็ตสึยะไม่เกี่ยวอะไรกับผม ตอนนี้เราสองคนไม่ใช่ทั้งเพื่อนหรือคนในทีมเดียวกันจึงไม่ใช่หน้าที่ของผมที่ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อดูแลเธอ”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ตอบกลับมาทั้งสีหน้าเรียบนิ่งด้วยวาจาร้ายกาจหาได้เห็นใจความรู้สึกอดีตเพื่อนร่วมทีมที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดระยะเวลา  3 ปีที่เทย์โคว

 

“อ..อาคาชิจจิ!!? ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ!!?” คิเสะทนฟังไม่ไหวโพล่งเสียงดัง ตาสีทองอำพันใต้ขนตาแพยาวสวยเบิกกว้างตกตะลึงไม่ต่างจากคางามิ  แน่นอนว่าเหล่าตัวจริงราคุซันก็เช่นกันแต่พวกเขาก็เลือกจะยืนมองห่างๆแทนมากกว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องระหว่างคนสองคนในตอนนี้

“ผมพูดในสิ่งที่คิดก็เท่านั้น เข้าใจแล้วก็รีบนั่งรถกลับโตเกียวไปซะ”  คนหนุ่มผมสีแดงสั้นเดินผ่านผู้มาเยือนทั้งสองไปด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ไร้ความรู้สึกใดๆ   คางามิ ไทกะ อ้าปากเหวอค้างเช่นนั้น..ฝีเท้าที่ค่อยๆย่ำห่างออกไปจากเบื้องหลังทำเอามือแกร่งกำหมัดแน่นจนสั่น ขบฟันกรอดเสียจนกรามขึ้นสันนูน

 

“อาคาชิ!!!!!!”

 

 

ผัวะ!!!!!

โครม!!!!!!!!!

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด”

สวัสดิการสาวในทีมราคุซันกรีดร้องลั่นโรงยิม สมาชิกชมรมเกือบร้อยกว่าร้องตกตะลึงหน้าซีดเผือดไม่คิดว่ากัปตันทีมจะถูกเอซแห่งเซย์รินกระชากแล้วต่อยเข้าที่ใบหน้าแรงจนกระเด็นหงายหลังกระแทกตะกร้าใส่ลูกบาสเก็ตบอลล้มเสียงดังสนั่น  คางามิโกรธจนเลือดขึ้นหน้าเป็นสีแดงก่ำจ้ำอ้าวเข้าไปจะต่อยคนที่ล้มคว่ำท่ามกลางลูกบาสเก็ตบอลกระจายทั่วพื้นดีที่คิเสะถลาเข้ามากอดรัดเอวอีกฝ่ายฉุดรั้งเอาไว้แต่ก็เอาไม่อยู่  เนบุยะกับฮายามะเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งเข้ามาช่วยคิเสะล็อคแขนทั้งสองข้างเอาไว้ ขณะที่มิบุจิเข้ามาดูอาการอาคาชิก่อน

“แกทำร้ายคุโรโกะแล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้ได้อีกเหรอ!!!จิตใจแกทำด้วยอะไรวะ!!!!เคยรักคุโรโกะบ้างไหม!!!!”  คางามิตวาดลั่นถามความรู้สึกจากชายผมแดงและสลัดตัวจนหลุดจากการจับกุมของคนทั้งสามสาวเท้าเข้าไปกระชากคอเสื้อคนบนพื้นให้ขึ้นมาสบตา

 

“!!!!!!!!!”

“ซ..เซย์จัง!? ทำไม? ตาของซ้ายของนาย…”

 

มิบุจิ เรโอะ ช็อกกับสิ่งที่เห็นไม่ต่างจากคนอื่นๆ ผ้าปิดตาร่วงหล่นตกพื้น เผยดวงเนตรที่เคยเป็นสีทองอำพันกลับกลายเป็นสีแดงทับทิมเช่นเดียวกับข้างขวา

“อาคาชิจจิกลับตั้งแต่เมื่อไหร่?” คิเสะชักสีหน้าตกตะลึงมองดวงหน้าคมคายหล่อเหลาเริ่มขึ้นรอยม่วงแดงช้ำบริเวณมุมปากซ้ายแถมยังปากแตกจนเลือดไหลซิบ อาคาชิก้มหน้าเงียบไม่ยอมตอบอะไรในขณะที่ยังถูกคนตัวสูงกว่ากำคอเสื้อคาไว้แบบนั้น..คางามิเหลียวหน้าไปมองนางแบบสาวทั้งสีหน้าสับสน  ก่อนจะเบิกกว้างตกตะลึงนึกขึ้นได้ถึงคำบอกเล่าในอดีต

 

 

“ถึงจะยังไม่เป็นที่สรุปแน่ชัด พวกเราทุกคนในรุ่นปาฏิหาร์ยเชื่อกันว่า…อาคาชิคุงน่าจะมี 2 บุคลิก”

 

 

“….ตั้งแต่จบการแข่งวินเทอร์คัพ” อาคาชิตอบคำถามจากผู้จัดการสาวแห่งทีมไคโจ ดวงเนตรสีแดงคู่คมหลุบต่ำมองพื้น..ท่าทีหยิ่งยโสเย็นชานั้นสลายหายไป..ไม่สิต้องบอกว่าทั้งหมดที่ผ่านมาเมื่อครู่เป็นเพียงการแสดงของอีกฝ่ายเท่านั้น

“ถ้างั้นทำไมอาคาชิจจิถึงไม่บอกพวกเราล่ะ..ทำไมถึงเก็บเงียบไว้แบบนี้..”  คิเสะถามต่อทั้งสีหน้าสับสน

“จะให้ฉันบอก..ได้ยังไง?” เขาพูดทั้งเสียงสั่นเครือซึ่งหาได้ยากจากคนหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้นเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วพูดต่อ “ฉันเห็นหมดทุกอย่างตลอดเวลา…จากข้างใน..เห็นว่าเขาทำอะไรไว้กับคุโรโกะคุงมาตลอดแต่ก็เลือกที่จะนิ่งเฉย..แม้กระทั่งตอนที่เขาทำเธอล้มฉันก็เห็นด้วย ไม่มีจิตสำนึกคัดค้านในใจด้วยซ้ำ พวกนายทุกคนคิดว่าฉันมี 2 บุคลิกงั้นเหรอ..เปล่าเลยคิเสะ”

 

“คนมีสองบุคลิกไม่มีทางจำเรื่องที่อีกคนทำได้หรอก…พวกเราคือ อาคาชิ เซย์จูโร่ เป็นหนึ่งเดียวมาตลอด”

 

 

เจ้าชายอยู่มาตลอด เฝ้ามองมาตลอด

เห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ด้านมืดของตัวเองได้กระทำลงไป..ยิ่งอ่อนโยนเท่าไหร่ก็ยิ่งเหี้ยมเกรียมได้เท่านั้น

 

 

“ฉันทำผิด ฉันเห็นแก่ตัวขนาดนี้จะมีหน้าไปพบคุโรโกะคุงได้ยังไง”

 

 

ทำร้ายเด็กหญิงตัวน้อยที่ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้..เด็กหญิงที่ยกย่องเขาเป็น ‘เจ้าชาย’ ผู้แสนดี

ความจริงแล้วตัวตนของเขาหาได้ขาวสะอาดอย่างที่เด็กหญิงเข้าใจ

 

 

“……” ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งโรงยิม บรรยากาศกดต่ำเสียจนใครต่อใครหายใจไม่ทั่วท้อง คางามิค่อยๆปล่อยมือจากคอเสื้อบุรุษที่คว้าเอาหัวใจเงาลวงตาเอาไว้ ใบหน้าคมหล่อเหลาก้มลงต่ำหลบสายตาทุกคนเนตรสีแดงทับทิมคู่คมฉายแววสำนึกผิดน่าสงสารขณะเดียวกันความจริงที่ได้รับฟังเหล่านั้นกลับทำให้พวกเขารู้สึกสมเพชเสียแทน

 

“รู้อะไรไหมอาคาชิ…”  คางามิเว้นวรรคครู่หนึ่ง สูดลมหายใจลึกแล้วพูดต่อ  “นายมัน..อ่อนแอจริงๆ”

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ยืนตัวแข็งทื่อ จนผู้มาเยือนทั้งสองคนกลับออกไป..เขาเอาแต่ยืนเงียบไม่พูดไม่จาทั้งสีหน้าเรียบนิ่งยากแก่การคาดเดาเหมือนเคย ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากคางามิพูดใส่หน้าแบบนั้นคนผมสีแดงรู้สึกนึกคิดเช่นไร มิบุจิ เรโอะลอบมองดวงหน้าครึ่งซีกของกัปตันทีมด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างจากฮายามะกับเนบุยะ ในขณะที่มายุสุมิเอาแต่ยืนมองห่างๆทำหน้านิ่งเฉยชา

“เซย์จังไปทำแผลก่อนไหม?”  ในที่สุดหนุ่มหน้าสวยตัดสินใจเปิดบทสนทนากับกัปตันทีม ทว่า..อาคาชิส่ายหน้าปฏิเสธก้มลงไปเก็บผ้าปิดบนพื้นขึ้นมาสวมใส่ต่อปิดบังดวงเนตรข้างซ้ายที่กลับคืนมาเป็นสีแดงทับทิมเหมือนเดิม

 

 

จักรพรรดิขึ้นครองบังลังค์แห่งชัยชนะ ไม่เคยละทิ้งตัวตนเจ้าชาย

ทำเพียงเก็บซ่อนเอาไว้ให้ลึกที่สุดสวมมงกุฏทองคำเอาไว้..จวบจนวันที่ถูกกระชากให้ร่วงหล่น

 

 

“ซ้อมต่อเถอะ” อาคาชิออกคำสั่งสั้นๆและเดินกลับเข้าไปสมทบลูกทีมตัวสำรองระดับหนึ่ง ทิ้งให้เหล่าราคุซันตัวจริงยืนมองตามหลังชายผู้เก็บซ่อนทุกสิ่งเอาไว้ข้างในจนยากแท้จะหยั่งถึง

 

 

.

.

.

ระหว่างนั่งรถขากลับจากเกียวโตทั้งคางามิทั้งคิเสะไม่มีใครพูดอะไรในสิ่งที่เกิดขึ้นอีก ต่างคนต่างนั่งบนเบาะนั่งฝั่งตรงข้ามในรถไฟฝ่ายชายหนุ่มผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้เอาแต่เท้าแขนกับหน้าต่างเหม่อมองวิวด้านนอกที่ปกคลุมไปด้วยกองหิมะสีขาวปุยนุ่มท่ามกลางฤดูเหมันต์ ส่วนคิเสะนั่งเงียบเล่นมือถือไปมาอยู่แบบนั้น

“ฉันไม่คิดเลยว่าตัวตนจริงๆของอาคาชิจจิจะเป็นคนแบบนี้..” ปากอิ่มสีชมพูเคลือบลิปกลอสขยับปากเปิดบทสนทนาทั้งเสียงแผ่วเบา  “คุโรโกจจิน่าสงสารเกินไปแล้ว”

“ฉันว่าคุโรโกะรู้” จู่ๆคางามิสวนแย้งกลับมา นางแบบสาวผมทองดัดลอนยาวสลวยเงยหน้าเลิกคิ้วงุนงง ตาสีเพลิงละจากวิวกลับมาสบเนตรคู่งามสีทองอำพันใต้ขนตาแพยาว  “ไม่รู้สิ..เซนส์ฉันมันบอกว่าคุโรโกะน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ที่โดนเนตรจักรพรรดิทำให้ล้มกลางสนามแล้วแต่ก็ยังดึงดันพยายามที่จะช่วยอาคาชิ”

 

“เกิดมาฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนเข้มแข็งขนาดนี้มาก่อน..คุโรโกะสุดยอดจริงๆ”

“นั่นสินะ..คุโรโกจจิน่ะสุดยอดจริงๆ”

 

คิเสะยิ้มบางมองคนตัวสูงกำยำนั่งถอนหายใจเหนื่อยหน่าย  ทั้งสองคนหันไปมองท้องฟ้าที่กลายเป็นสีส้มแดงฉานจากดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนคล้อยกำลังจะลาลับขอบฟ้าในไม่ช้าเข้าสู่ช่วงเวลายามราตรี

 

 

.

.

.

 

 

หลังจากการเดินทางอันแสนยาวนานร่วมสามชั่วโมงเศษ รถไฟฟ้าจอดสนิทบนสถานีโตเกียว ประตูบานเลื่อนเปิดออกพร้อมกับทั้งสองคนเดินออกมาจากขบวนรถไฟ  สาวผมทองสว่างกลับมาสวมแว่นกันแดดอันใหญ่โบกมือร่ำเพื่อนต่างโรงเรียนก่อนจะวิ่งไปยังรถเก๋งสีเงินบลอนซ์ติดฟิล์มดำหนาทึบที่จอดรออยู่ ขับโดยคุณแม่ยังสาวของคิเสะที่ตัดสินใจรับหน้าที่เป็นผู้จัดการให้ลูกสาวคอยรับส่งดูแลไปถ่ายแบบรวมถึงจัดคิวงานให้เอง   คางามิโบกมือตอบกลับแล้วคอยยืนมองส่งจนอีกฝ่ายขึ้นรถเรียบร้อยขับออกไปไกลจนลับสายตา

 

 

RRRRRRR

 

ริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้น คางามิล้วงหยิบมือถือสีแดงเลือดหมูติดสกรีนลายไฟขึ้นมาเปิดดู คิ้วสองแฉกมุ่นลงอย่างฉงนสนเท่ห์ก่อนจะกดรับสาย “ว่าไง อาโอมิเนะ”

 

 

ตึก..ตึก..ตึก..

 

ฝีเท้าย่ำก้าวไปตามทางเท้าริมถนนท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิทมองไม่เห็นดวงดาราเนื่องจากเมฆาปกคลุมปิดบังไปเสียหมด พร้อมโปรยปรายเกล็ดหิมะสีขาวร่วงหล่นจากฝากฟ้าสู่ผืนดิน คางามิมองซ้ายทีขวาทีพลางเปิดมือถือดูแผนที่ๆอาโอมิเนะวาดให้คร่าวมายังจุดนัดพบจนเป็นที่แน่ใจว่าไม่ผิดที่ผิดทางจึงก้าวเดินต่อ

 

ตีก!!!

 

เขาหยุดเท้าลงตามสถานที่นัดเจอ..เมื่อมองเข้าไปเบื้องหน้าก็เห็นร่างสูงเรือนผมสีน้ำเงินสั้นสวมโค้ทสีน้ำเงินเข้มตัวหนายืนรออยู่โดยที่หมุนบาสเล่นบนนิ้วชี้

“ช้าไป 10 นาที”

“ฉันไม่เคยมานี่หว่า แล้วนี่มันอะไรกันสนามบาสเก่าปล่อยทิ้งร้างเหรอ?” ชายผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูก้าวเท้าขาวผ่านพงหญ้าสูงรกชัดกวาดมองไปรอบๆก็เห็นเพียงสวนสาธารณะเก่ารกร้างกับรั้วเหล็กขึ้นสนิมเขรอะ โดยเฉพาะแป้นบาสเก่าๆผ่านแดดผ่านฝนจนสีหลุดลอก  อาโอมิเนะไม่ตอบแล้วปาชู้ตไร้รูปแบบลงห่วงไปอย่างงดงาม

 

 

ฝุ่บ!!!!

 

“ตกลงนัดฉันมานี่มีอะไรอาโอมิเนะ?” บาสเก็ตบอลกระเด้งกระดอนไหลลาดมาชนเท้าสวมรองเท้า Nike สีดำแดง คางามิก้มลงเก็บบอลขึ้นมาแล้วหันไปมองหน้าครึ่งซึกคนผิวสีเอาแต่แหงนหน้ามองแป้นบาสเก่าๆอยู่เช่นนั้น

“สนามบาสที่นายยืนอยู่คือที่ๆอาคาชิกับเท็ตสึพบกันครั้งแรกตอนเด็กๆ” สิ้นคำบอกเล่า คางามิถึงกับชะงักลมหายใจชั่วขณะ ตาสีเพลิงเบิกโพล่งกวาดมองไปรอบๆทั้งสีหน้าตื่นตระหนก

 

 

สนามบาสเก็ตบอลแห่งนี้คือจุดกำเนิดสัญญาและเรื่องราวทั้งหมด

 

 

“และฉัน..ก็อ้างตัวเป็นอาคาชิเพื่อหลอกเท็ตสึให้มาคบหาเป็นแฟนที่นี่” บาปที่อาโอมิเนะ ไดกิ ทำเอาไว้ในอดีต..ตาสีไพลินหลุบต่ำมองพื้นสนามเก่าทรุดโทรม..ในตอนนั้นความรักทำให้เขาตาบอดเลือกทำผิดปล่อยให้ด้านมืดครอบงำจิตใจหมายมั่นจะครอบครองหญิงสาวผู้เป็นรักแรกเอาไว้ในอ้อมแขน

 

 

โศกนาฏกรรมอันยาวนานนี้อดีตแสงสว่างเป็นต้นเหตุด้วยเช่นกัน

 

 

“แล้วมาบอกฉันทำไม?” คางามิขมวดคิ้วสองแฉกงุนงง ดวงหน้าคมเข้มผินมองสบตาสีเพลิงดุกร้าวตรงหน้า

“ฉันอยากให้นายรู้เรื่องราวของเท็ตสึเอาไว้ ยัยนั่นเข้มแข็งแค่ไหนถึงวันนึงก็ต้องมีเปราะบางได้เช่นกัน” อาโอมิเนะสาวเท้าเข้ามาใกล้คางามิวางมือลงบนบาสเก็ตบอลของตัวเอง นัยน์ตาสีไพลินคู่คมปิดแน่นครู่หนึ่งก่อนจะลืมขึ้นช้าๆ

 

“ถ้าหากสุดท้ายอาคาชิเลือกที่จะทิ้งเท็ตสึ รับปากกับฉันว่านายจะดูแลยัยนั้นให้ดี ดูแลผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งฉันเคยรัก”

 

 

คำขอของอัศวินที่เลือกทิ้งดาบแห่งแสงไปเสียสิ้น

ฝากฝังเด็กหญิงที่เคยสาบานว่าจะปกป้องจนชีวิตหาให้อัศวินแห่งแสงคนใหม่

 

 

คางามิตาโต..เขาอึ้งค้างอยู่นานครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบรับกล่าวขานด้วยถ้อยคำหนักแน่น   “ฉันให้สัญญา”

 

 

.

.

.

 

ติ๊ก…ติ๊ก….ติ๊ก…

 

เข็มวินาทีเดินไปทีละก้าว..ทีละก้าว..ดังก้องชัดในห้องผู้ป่วยสี่เหลี่ยมที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ร่างเล็กบอบบางนั่งเงียบๆยังไม่ยอมทิ้งตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราแม้ว่าจะล่วงเลยไปถึงตีหนึ่งแล้ว ดวงตาสีฟ้าละสายตาจากหน้าต่างมามองมือทั้งสองข้างที่วางทิ้งไว้บนตัก..โดยเฉพาะข้อมือที่ถูกพันผ้าก็อตสีขาวเอาไว้แน่นกันไม่ให้ขยับเขยื่อนมาก

 

“อาคาชิ เซย์จูโร่ คนนั้นที่เธอรู้จักตายไปแล้ว..ผมจะไม่สนใจอะไรอีกนอกจาก ‘ชัยชนะ’ ”  

“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าต่อให้เป็นเท็ตสึยะถ้าคิดขวางทาง ผมก็จะ ‘ฆ่า’ ทิ้งซะ!!”

“จำใส่หัวไว้ซะ ‘เจ้าชาย’ ไม่มีอีกแล้ว”

 

 

คำลวงในความจริงเป็นสิ่งที่เจ็บปวด..คุโรโกะเอาแต่ใคร่ครวญทุกเรื่องราวที่ผ่านมานับตั้งแต่ฟื้น ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตคลอเบ้าหลั่งรินน้ำตาจนไม่รู้ว่าจะแห้งเหือดไปเมื่อใด..กี่ครั้งแล้วที่ต้องมองหยดน้ำตาร่วงหล่นกระทบพื้น หรือกระทบผ้าห่มเช่นนี้

 

 

เจ้าชายอยู่ในนั้นมาตลอด..เฝ้าดูเราเสมอมา…

เคยคิดว่าเข้าใจ..สุดท้ายก็ยังเป็นเด็กหญิงโง่ๆที่ไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง

 

 

“ฉันเห็นแก่ตัวจริงๆ..เลวที่สุด…”  ดวงหน้าหวานเจิ่งนองน้ำตาไปด้วยความเศร้าสร้อยเกือบหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ยิ่งนึกคิดถึงความพยายามเป็นบ้าเป็นหลัง เอาแต่ใจดึงดันอยากจะช่วยเหลืออาคาชิให้กลับมาทั้งที่ความจริงเขาก็อยู่ตรงหน้ามาตลอด

 

ไร้ค่า…เป็นเพียงเงาไร้ค่าอัปมงคล

ดีแต่ทำร้ายพวกพ้องแสนสำคัญซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทั้งโอกิวาระคุง ทั้งรุ่นปาฏิหาร์ย ทั้งเซย์ริน ทั้งอาคาชิคุง

 

 

หัวใจที่เข้มแข็งมาตลอดถึงคราวแตกร้าว..เมื่อความหวังที่ใฝ่ฝันแตกสลายลงไปกับตา  สิ่งที่เหลือคือเศษใจที่ไม่อาจประสานต่อติดกลับมาได้อีก  สิ่งที่คุโรโกะได้เห็นในวันนี้คือความจริงที่ว่า ‘เธอไม่อาจช่วยใครได้เลย’

 

 

เป็นเพียง ‘เด็กผู้หญิงธรรมดา’  ไม่ใช่  ‘เจ้าหญิง’  คิดริอาจทระนงตนจะเอื้อมมือไปหา ‘เจ้าชาย’

ถึงต้องเจ็บช้ำน้ำใจเจียนตายเช่นนี้…ไม่เหลืออะไรอีกเลยเว้นทางเลือกสุดท้าย..

 

 

“ฉันจะเลิกรักอาคาชิคุง”

 

TBC

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

เรานับถอยหลังผิดสรุปจบตอนที่ 40 เหมือนเดิมค่ะ ฉะนั้นนับถอยหลังอีก 3 ตอนกับอีกหนึ่งบทส่งท้ายค่ะ

เรื่องเปิดจองฟิค knl คาดว่าน่าจะราวๆกลางเดือนค่อนปลาย กค. 2558 ค่ะ

รายละเอียดคร่าวกับรูปปกตอนนี้ตามได้ที่

https://www.facebook.com/216190041838167/photos/a.244185569038614.1073741833.216190041838167/267606996696471/?type=1&permPage=1

 

 

ข้อมูลข่าวสารเราจะแจ้งผ่านทางทวิตเตอร์กับเพจนะคะ

ทวิต https://twitter.com/blood_hana

เพจ https://www.facebook.com/pages/Blood-Hana/216190041838167

 

 

ไปก่อนนะคะบายจ้า

10 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part37

  1. คากามิจิ ^_^ ต่อยอาคาชิจิปากแตก !
    ทำแบบนี้ได้ไง ! / ตื้บคากามิจิ !!!
    อาคาชิจิคนดีหล่อมากๆ !
    ไปโรงพยาบาลไปง้อคุโรโกะจิเลยน่ะ อาคาชิจิ !?
    ~~ โดนจับได้ว่าเป็นผู้หญิงแล้วปรับแพ้ มันคุ้นๆน่ะ
    เหมือน มู่หลาน disney เลยเจ้าค่ะ ^_^
    คุโรโกะจิสู้ๆๆ น่ะ / เจ๊บลัดสู้ตาย ! ^_^

  2. เชียร์ให้คางามิต่อยอีกสักสองสามทีได้มั้ย กระทืบซ้ำไปเลย!!
    สงสารคุโรโกะมาก อุส่าชนะเเต่โดนปรับเเพ้เพราะตัวเอง ถ้าเป็นเราคงรู้สึกเเย่โฮกๆ
    คุโรโกะเล่นบาสไม่ได้เเล้วเหรอไม่น้าาาา ไม่ยอมมม TT
    อาคาชิเอ็งรีบๆ มาหาคุโรโกะเด้ อย่ามาทำซึนเนียนเอาค่าตัว
    คนอ่านรอฉากฟินๆ มา37ตอน เจอเเต่ดราม่าปวดตับ อุ๊ก!! เจ็บจี๊ดดดด
    อย่าเลิกรักเลยยยย รออาคาชิเลิกซึนเดะก็กลับมาหาเองเเหละ ไม่งั้นหันไปคบคางามิเลยลูก
    ไม่เชียร์คางามิคุโรโกะหรอกนะ เเต่เเบบนี้ชักอยากเชียร์
    เอาเลือดออกหัวหน่อยดิอาคาชิจะได้กลับมาเป็นคนเดิมซักทีๆๆๆๆๆ
    อินนนนนน~

    • ยับเลย55555 ครกเฟลมากทุกอย่างที่ทำมาพังหมด น้องเข้มแข็งแค่ไหนก็ทนไม่ไหว เล่นบาสแบบหนักๆไม่ได้แล้วค่ะ โรคข้อมืออักเสบเป็นโรคเรื้อรังผ่าตัดก็ไม่หายถาวรค่ะ น้องจะอิกไนต์พาสไคอะไนแบบนี้ไม่ได้แล้ว อาคาชิมาแล้วค่ะมาหาแล้วตอย38 เรารู้หลายคนรอฟินตอน37 55555555. อย่าไว้ใจบลัดค่ะ อาคาชิเลิกซึนแล้วจ้ามีแต่ละอายใจไม่กล้าไปพบน้องทั้งนั้น

  3. ขนาดโดนคางามิต่อยยังไม่สำนึกอีกนะท่านเนี่ย สมน้ำหน้า
    ท่านจริงจัง หมั้นไส้มาหลายตอน น่าจะให้โดนอีกซักทีสองที ชิส์
    ทุกคนเขารักคุโรโกะคุงกันทั้งนั้นอ่านะ ตกลงจริงๆๆเซยรินชนะ แต่
    แค่โดนปรับฟาล์วเพราะความแตกเรื่องน้องเป็น ญ แค่นี้เอง เชอะ
    แล้วแบบนี้น้องจะเลิกเล่นบาสไปตลอดเลยหรอเปล่าเนี่ย น้องเนี่ย
    อ่านะสุขกะเพราะบาส เศร้ากะเพราะบาส เฮ้อ!!! สงสารน้องจริงจัง
    แต่สุดท้ายน้องบอกจะตัดใจจากท่านล่ะ เห้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    อยากประกาศให้เป็นตัวแดงจริงๆๆเลยวุ้ย สะใจแม่ยกจริงๆๆ ทีนี้ท่านจะ
    ทำยังไง ในเมื่อน้องจะเลิกรักแล้ว หึหึ

    • ท่านยังคิดละอายใจต่อสิ่งที่ทำ เห็นแต่ไม่ห้ามปรามเห็นดีเห็นงามกับโบคุชิปล่อยให้ทำแย่ๆต่อไป เซย์รินชนะแต่โดนปรับฟาล์วค่ะ ตามนั้นเลย
      น้องจะเลิกไหมต้องรอลุ้นค่ะ ชอบที่บอกว่าสุขเพราะบาสเศร้าเพราะบาส ก็เหมือนความรักสุขทุกข์มาจากคนๆเดียวกัน

      เอาหนาๆทำสีแดงขีดเส้นใต้ไว้ด้วยนะ 55555 ท่านจะทำยังไงนั้นตอน38มาแล้วค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s