[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part38

 

[Fic Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Kuroko no love 38

 

 

 

อรุณรุ่งมาเยือนหากแต่ดวงตะวันยามเช้าถูกปกคลุมไปด้วยเมฆาสีเทาครึ้มที่นำพาเอาหิมะในฤดูกาลเหมันต์โรยราไม่หยุดหย่อนเป็นเช่นนี้มาหลายวันแล้ว  คางามิ ไทกะ ทอดมองหิมะตกไม่ขาดสายอยู่เช่นนั้นเนิ่นนานจนกระทั่งเสียงเรียกพนักงานร้านมาจิบะดังขึ้นทำให้คนหนุ่มต้องละสายตากลับมายังเคาเตอร์สั่งอาหาร

“ได้เรียบร้อยแล้วค่ะเบอร์เกอร์เนื้อย่าง 11 ชิ้นกับวานิลลาเชค 1 แก้ว” รายการอาหารทั้งหมดบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกส่งยื่นให้ลูกค้าประจำแลกเปลี่ยนกับเงินเยนจากมือใหญ่หยาบ  ร่างสูงรับถุงมาจิบะหิ้วเดินออกไปจากร้านฟาสต์ฟู้ตที่เขาและคุโรโกะชอบนัดมากินอาหารโปรดด้วยกันเสมอๆ

“หมู่นี้คุณลูกค้าสั่งวานิลลาเชคบ่อยนะคะ ปกติไม่เคยสั่งเลยติดใจวานิลลาเชคของทางร้านเราสินะคะ ” พนักงานสาวถามไถ่ชายหนุ่มคิ้วสองแฉก คางามิเลิกคิ้วสูงก่อนจะหลุบตาลงแก้ววานิลลาเชคในถุง

 

 

อาหารโปรดของเงาลวงตา

 

 

“อ่า…ติดใจมากเลยล่ะ” คางามิยิ้มอ่อนโยนแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยน่าประหลาดเสียจนพนักงานมาจิบะฉงนสนเท่ห์  ร่างสูงก้าวเดินออกไปจากร้าน ทันทีที่ประตูเปิดออกสายลมเย็นยะเยือกพุ่งเข้าปะทะจนร่างกายที่เคยอุ่นด้วยฮีทเตอร์หนาวสะท้านจนตัวสั่นเผลอยกมือกระชับผ้าพันคอสีแดงเลือดหมูในแนบแน่นพร้อมก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าสู่โรงพยาบาลโตเกียวเช่นทุกวัน

 

 

 

 

.

.

.

 

ก๊อกๆ

แอ๊ด!!

 

“ไง คุโร…”

“คางามิน เบอร์เกอร์นี้ฉันขอนะ”

“เฮ้ย!!มุราซากิบาระ!!!เฮ้!!!นั่นมันของฉันนนนนน!!!”

 

ร่างสูงเรือนผมสีม่วงซอยสไลด์คลอเคลียลำคอหนาเมินเสียงโวยวายแย่งถุงของฝากตัดหน้าคนที่ซื้อมาล้วงหยิบเบอร์เกอร์เนื้อย่างแกะกินเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆหน้าตาเฉย  ส่วนอีกมือหยิบเอาวานิลลาเชคของฝากจากคางามิวางไว้บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยกระเช้าของเยี่ยมไม่ว่าจะผลไม้สดจากทีมไคโจ  แบรนด์รังนกจากทีมโทโอ ตุ๊กตานางฟ้าถือพิณของนำโชคสำหรับราศีกุมภ์จากมิโดริมะกับตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ทีมชูโตคุช่วยกันแชร์  ถุงขนมสารพัดของหวานจากโยเซนซึ่งตอนนี่ถูกแกะกินไปส่วนหนึ่งด้วยฝีมือตัวแทนอย่างมุราซากิบาระ   หน้าดุกร้าวเริ่มตั้งสติกลับมา..เลิกคิ้วสองแฉกไปด้วยความฉงนสนเท่ห์กวาดตามองไปรอบห้อง

 

 

เหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยมารวมตัวกัน!!!!?

 

 

“อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าคางามิจจิ!!!!! แอ๊กกกกกกกก” คิเสะ เรียวตะสวมโค้ทสีครีมทับเดรสสีดำข้างในตามด้วยผ้าพันคอสีฟ้าพุ่งเข้ามาเกือบจะถึงเอื้อมมือควงแขนกำยำของอีกฝ่ายแล้ว จนกระทั่งมือแกร่งกร้านคว้าผ้าพันคอกระชากแรงประหนึ่งกระตุกโซ่จนเธอสำลักน้ำลายร้องเสียงหลง

 

“เสียงดังน่ารำคาญยัยลูกหมา”

“แค่กๆ อ..อาโอมิเนจจิใจร้าย!!เกิดฉันขาดใจตายขึ้นมาจะทำยังไง !! เนอะ!!คุโรโกจจิ”

“น่ารำคาญค่ะคิเสะคุง”

“คุโรโกจจิใจร้าย!!!!!”

 

สาวผมทองดัดลอนยาวสลวยงอแงที่โดนคนตัวเล็กปฏิเสธหน้าตายอย่างไร้เยื่อใย ดวงหน้าสะสวยพองแก้มน้ำตาคลอเบ้าก่อนจะหันไปมอง มิโดริมะ ชินทาโร่ ซึ่งนั่งปลอกแอปเปิ้ลเงียบไปจัดเรียงวางเป็นชิ้นสวยงามใส่จานหาพวก แทนที่คนหนุ่มสวมแว่นตาจะร่วมด้วยช่วยกันกลับเมินไปเสียดื้อๆแล้วส่งแอปเปิ้ลให้โมโมอิหยิบป้อนคุโรโกะ

“อ้ามนะเท็ตสึคุง กินเสร็จแล้วจะได้ดูดวานิลลาเชคต่อ”  สาวน้อยผมสีชมพูยิ้มหวานเยิ้ม ยื่นชิ้นแอปเปิ้ลจ่อปากจนที่ข้อมืออักเสบจนหยิบจับอะไรไม่ได้ คุโรโกะหน้าสะดุ้งน้อยครั้นได้ซบตาหวานเปล่งประกายวิบวับตรงหน้าและก็ขนลุกนิดหน่อยในยามถูกผู้หญิงด้วยกันมองอย่างรักใคร่

 

 

กลิ่นดอกลิลลี่ลอยมารุนแรงมาก!!!   ทุกคนในห้องมองบรรยากาศระหว่างผู้หญิงสองคนแล้วคิดพร้อมกันในใจเงียบๆ

 

 

“ขอบคุณค่ะคุณโมโมอิ” คุโรโกะยิ้มบางเอ็นดูความมีน้ำใจจากผู้จัดการสาวทีมโทโอ อ้าปากเล็กรับชิ้นแอปเปิ้ลเข้าปาก ท่าทางเคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มใสป่องขึ้นมาทำเอาสาวผมสีชมพูฟินเนเร่ไปดาวอังคารจนเธอบิดตัวไปมาขวยเขิน กรี๊ดเบาๆ จนแก้มแดงระเรื่อ จากนั้นก็หยิบเอาวานิลลาเชคบนโต๊ะจับปลายหลอดจรดริมฝีปากอิ่มบริการให้อย่างดิบดีถึงเนื้อถึงตัวจนคางามิแอบอิจฉาตะหงิดๆ

 

 

ฉันมาเยี่ยมทุกวันยังไม่เคยได้เข้าใกล้คุโรโกะขนาดนี้เลย!!!

เดี๋ยวนะ!!!เมื่อกี้คุโรโกะพูดแล้ว!!!!ยอมกินวานิลลาเชคด้วย!!!

 

 

“วันนี้ข้อมือเป็นยังไงบ้าง?” คางามิเดินเข้ามาจับราวเหล็กขนาบเตียงผู้ป่วยถามไถ่อาการอีกฝ่าย

“เมื่อเช้าเริ่มขยับนิ้วได้แล้วค่ะ ทำกายภาพบำบัดตามที่คุณหมอบอกก็ดีขึ้นเรื่อยๆ” คุโรโกะตอบทั้งเสียงเรียบตามปกติ สีหน้าของหญิงสาวดูผ่อนคลายลงและดีขึ้นเรื่อยๆนับจากวันแรกที่ฟื้น เขาดีใจจนแก้มปริที่อีกฝ่ายยอมเปิดปากพูด ดวงตาสีฟ้ากลมโตถึงจะหม่นหมองอยู่บ้างวันนี้ดูเปล่งประกายสดใสขึ้นมานิดหน่อย

“ขอบคุณนะคะคางามิคุงที่อุตส่าห์ไปตามอาคาชิคุงถึงราคุซัน ขอบคุณที่คอยมาเยี่ยมฉันทุกวัน”  ร่างบางขยับตัวโค้งขอบคุณคู่หูแสงสว่างของตน ตาสีเพลิงตวัดมองไปยังนางแบบสาวผมทองดัดลอนรู้ทันทีว่าใครเปิดปากเล่าเรื่องนี้ คิเสะเกาแก้มยิ้มแห้งๆก่อนจะเดินมานั่งบนเก้าอี้อีกตัวที่อยู่อีกข้างตัวอีกฝั่ง

 

“ขอโทษนะที่ฉันตามอาคาชิมาไม่ได้”  คางามิกล่าวทั้งสีหน้าสลด

“ไม่เป็นไรค่ะ หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา..อาคาชิคุงไม่มาหาฉันก็ดีแล้วค่ะ”

 

สิ้นคำพูดของผู้ป่วย ทุกคนในรุ่นปาฏิหาร์ยรวมถึงชายหนุ่มเจ้าของฉายาแสงสว่างตาโตตกตะลึง ทุกสายตาเพ่งไปยังสาวผมฟ้าตัดสั้นชี้ยุ่งไม่เป็นทรงฉับพลัน เธอก้มหน้าลงมองข้อมือทั้งสองที่ยังพันผ้าก็อตสีขาวแน่นหนาเอาไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาทุกๆคนที่มาเยี่ยมเยียนในวันนี้

 

 

..เมื่อไม่อาจรักษาสัญญาที่ให้ไว้ ไม่อาจช่วย ‘เจ้าชาย’ ที่รักยิ่งได้..

 

 

“เพราะว่าฉันตัดสินใจแล้วว่าจะตัดใจจากเขา”

 

 

.

.

.

 

 

หนาว…หนาวเหลือเกิน…

 

เปลือกตาบางที่ปิดสนิทขยับเล็กน้อยทันทีที่สัมผัสเย็นเชียบบาดผิวลึกไปถึงกระดูกทั่วทั้งร่างที่คุ้นเคย ร่างกายหนักอึ้งจ่อมจมลึกจนไร้ที่สิ้นสุดไร้ซึ่งสุรเสียงใดๆ

 

ยิ่งดำดิ่ง..ยิ่งหนาวสะท้าน

ยิ่งล้ำลึก..ยิ่งหน่วงหัวใจมากขึ้น

 

“ที่นี่..อีกแล้วเหรอ..”  เขาค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆเผยดวงเนตรสีแดงทับทิมทั้งสองข้าง ร่างกายของเขาเปลือยเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ลอยเคว้งคว้างท่ามกลางความมืดไร้ซึ่งแสงสว่าง ริมฝีปากหนาแห้งผากขยับเผยอเล็กน้อยพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

..ห้วงทะเลจิตใต้สำนึก..

 

“นายอยู่ตรงนั้นใช่ไหม?” เสียงทุ้มกระซิบถามในเงามืด…พลัน!!!เงาดำที่ซ่อนเร้นพุ่งเข้าปะทะแรงกดอัดเขาให้จมลงสู่ทะเลห้วงความคิดอันไร้ซึ่งทางออกพร้อมทั้งบีบคอแน่นจนหายใจแทบไม่ออก  ตาคู่คมสีแดงปิดแน่นขบฟันกลั้นเสียงครวญเจ็บเอาไว้ก่อนจะฝืนลืมขึ้นช้าๆสบมอง..เงาร่างสีดำทะมึนรูปร่างเหมือนตัวเขาเองต่างเพียงดวงเนตรถลึงวาวโรจน์จ้องมองมานั้นกลายเป็นสีทองอำพันวิปลาศ

“ทำไม..ทำแบบนี้…”  อาคาชิถามเงาดำตรงหน้าทั้งเสียงแหบพร่า  “ทำไมต้องทำร้ายคุโรโกะคุงด้วย!!!!”

 

 

เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจากข้างในแต่ไม่อาจทำอะไรได้ ทำเพียงมอง ‘อาคาชิอีกคน’ กระทำเรื่องเลวร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

“นั่นเป็นสิ่งที่นายต้องการไม่ใช่เหรอ”  เงามืดกล่าวทั้งเสียงเหี้ยมเกรียม หรี่ตามองเหยียดหยาม

“ผมทำทุกสิ่งทุกอย่างที่นายไม่กล้าทำ ปลดปล่อยตัวตนที่นายซ่อนเอาไว้ก็เท่านั้น”  ฝ่ามือปล่อยจากลำคอ ทิ้งให้อีกคนไอโคล่กอ้าปากหายใจทั่วท้อง อาคาชิยกมือกุมคอตัวเองเอาไว้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆมองเงาร่างสีดำผู้มีดวงตาสีทองอำพัน

 

“รู้ดีแก่ใจไม่ใช่เหรอว่าผมคือ ‘ด้านมืด’ ในหัวใจของนาย” 

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ คือทายาทคนสำคัญ..วินาทีที่ลืมตาดูโลกชะตาชีวิตลิขิตให้เขาเป็นคนที่เหนือกว่าใคร

ทุกอย่างต้องดีพร้อม..ต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ..ทั้งกายและใจ

 

 

“อาคาชิ เซย์จูโร่ คือเจ้าชายผู้เพียบพร้อมไปทุกสิ่ง ทั้งแสนดี มีจิตใจงดงาม อ่อนโยนกว่าใคร คอยยื่นมือช่วยเหลือคนอื่นๆที่กำลังหมดหนทาง”   เงาสีดำยกมือขึ้นมาช้าๆ แล้วกำหมัดแน่น   “ตัวตนที่นายวาดหวังเอาไว้”

 

 

อยากจะวิ่งเล่นสนุกกับเพื่อนก็ทำไม่ได้ อยากจะกินขนมก็ทำไม่ได้ 

ถูกคนหาเรื่องก็ต้องเก็บเอาไว้ใต้ท่าทีสุขุมไม่ตอบโต้อย่างไร้สามัญสำนึก..เป็นเด็กดี..เป็นคนดีที่ใครเห็นต้องชื่นชม

เหลือเพียง ‘บาสเก็ตบอล’ กับ ‘สัญญา’ ที่สามารถทำได้ตามใจปรารถนาแท้จริงที่ต้องการ

 

 

“คนตอแหล”   คำหยาบคายพ่นออกจากเงาร่างสีดำที่เรือนรางจนแทบกลืนไปกับความมืด ดวงเนตรสีทองอำพันคู่คมถลึงมองดุดันสบตาสีแดงที่เบิกโพล่งตื่นตกใจยามได้ยินถ้อยคำร้ายกาจเช่นนั้น  เขาก้มหน้าลงต่ำเป็นฝ่ายหลบสายตา..มือวางทาบลงลำคอที่ขึ้นรอยมือแดงช้ำเอาแต่เงียบอยู่นานจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองก้องชัดในความเงียบงัน

 

 

อยาก ‘ชนะ’ ทุกสิ่ง ค่านิยมที่ปลูกฝังเอาไว้คือตัวตนของ ‘อาคาชิ’

ก็แค่ไม่อยากถูกลบหายไป..ถ้าแพ้ก็จะถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง..ถ้าแพ้ทุกสิ่งที่พยายามมาทั้งชีวิตจะสูญสลาย

 

 

“………”  หนุ่มเรือนผมสีแดงเงียบกริบ ก้มหน้าอยู่เช่นนั้นไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีทองอำพันดุดัน  มือที่เคยทิ้งลงข้างลำตัวค่อยๆขยับขึ้นมา ตาสีแดงหลุบมองมือของตนที่พยายามคงความขาวสะอาดเอาไว้เวลานี้เปรอะเปื้อนสีดำย้อมจนน่าโสโครกสะอิดสะเอียน

 

 

ทำร้ายทุกคน..ทำร้ายทุกสิ่ง…ทำร้าย ‘เด็กหญิง’ ผู้เป็นที่รัก

 

 

“นายพูดถูก ฉันเป็นคนโกหกเสแสร้ง..เป็นคนอ่อนแอที่ไม่กล้าสู้ความจริง” เขากำหมัดแน่น..กำมือที่ดำปืดนั่นเอาไว้จนสั่นก่อนจะคลายออกช้าๆ และเงยหน้าขึ้นสบตาสีทองอำพันตรงหน้า   “ฉันเลยสร้างนายขึ้นมาเพื่อชดเชยความกล้าเหล่านั้น”

“ที่แห่งนี้ไม่ได้มีใคร แต่มีเพียง ‘เรา’ ฉันแค่ไม่กล้ายอมรับความจริงที่ว่านาย…“  มือแกร่งเอื้อมเข้าไปหาเงาร่างสีดำแล้วประคองใบหน้ามืดมิดที่เหลือเพียงดวงเนตรสีทองวาวน่าสะพรึงกลัว พร้อมโน้มหน้าเข้าไปใกล้เอาหน้าผากของตนทาบชนกับอีกฝ่าย

 

“คือความชั่วร้ายของฉัน”

 

 

มีแสงสว่างย่อมมีเงา..ยิ่งเจิดจ้าเท่าไหร่เงาก็ยิ่งฉายเข้มเท่านั้น..

 

ความเห็นแก่ตัวที่หมายอยากจะครอบครองทุกสิ่ง ปรารถนาทุกอย่าง…โดยเฉพาะ ‘เงาลวงตา’

 

 

“ให้ฉันยอมรับการเป็นคนเห็นแก่ตัวบ้างจะได้ไหม”   ดวงตาสีแดงสบตาสีทองระยะใกล้..ปากหนาได้รูปคลี่ยิ้มบาง..ยอมรับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าหมดหัวใจ วินาทีนั้นแสงสว่างเจิดจ้าที่ไม่เคยพบเจอในห้วงทะเลจิตใต้สำนึกก่อประกายแสงสว่างริบหรี่จากเบื้องล่างแล้วค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆจากก้นบึ้งที่ไม่เคยคิดว่าจะมีเข้าฉายฉาบร่างเงาดำจนเห็นค่าหน้าตาที่แท้จริง

อาคาชิ เซย์จูโร่ มองเงาร่างเปลือยเปล่าเช่นเดียวกัน นั่นคือ..ตัวเขาเองที่เหมือนกันทุกประการต่างเพียงดวงตาที่เป็นสีทองอำพันคู่คม…เขายิ้มอ่อนโยนจากใจจริงพร้อมที่ยอมรับตัวตนที่พยายามปฏิเสธมาตลอดทั้งชีวิตโดยไม่รู้ตัวซักนิด พร้อมดึงอีกฝ่ายเข้ามาโอบกอดเอาไว้แนบแน่น

 

 

สว่างวาบเป็นสีขาว สลายความมืดมิดเสียจนหมดสิ้น

 

 

.

.

.

 

“เซย์จัง..เซย์จัง?”   เสียงทุ้มนุ่มละมุนติดหวานเรียกชื่อพร้อมสะกิดไหล่อีกฝ่าย ดวงหน้าคมคายล้อมเส้นผมสีแดงลืมตาเชื่องช้าปริบตาเล็กน้อยมองคนหนุ่มหน้าสวยที่ย่อตัวลงมานั่งตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองลูกทีมอีกสี่คนล้อมหน้าเอาไว้ทั้งสีหน้าเป็นห่วง เขาชะโงกมองผ่านหลังมิบุจิไปพบว่าตัวเองยังอยู่สนามบาสเก็ตบอลในโรงยิมราคุซัน คาดว่าช่วงระหว่างเบรกพักคงนั่งนิ่งพิงกำแพงแล้วเผลอหลับไป

“หลับไปนานเลยนะ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น!!นึกว่าตายไปแล้วนะเนี่ย!!” ฮายามะร้องเสียงดังจนมิบุจิต้องหันไปมองค้อนทำตาเขียวปั๊ดปรามใส่แล้วหันมามองคนผมแดงสั้นที่ยังนั่งพื้นพิงกำแพงเงียบๆอยู่นอกสนามแข่งขัน  หลังจากอาคาชิความแตกเรื่องปกปิดว่าบุคลิกแท้จริงได้กลับมาแล้ว  ทางพวกเขาพึ่งได้รับคำขอโทษจากอีกฝ่ายเมื่อวันสองวันที่ผ่านมาแน่นอนว่าการสำนึกผิดต่อสิ่งที่ทำลงไปเป็นการเริ่มต้นที่ดีและก็พร้อมให้อภัยเสมอ จนตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกัปตันกับลูกทีมกลับมาเหมือนเดิม

 

“นาย..เปลี่ยนไปนะอาคาชิ”

 

มายุสุมิ จิฮิโระ ที่เอาแต่ยืนทำตัวจืดจางมองเงียบๆ หรี่ตาสังเกตจากท่าทางของคนหนุ่มผมแดงหลังลืมตาตื่นขึ้นมาทำเอาทุกคนเลิกคิ้วสูงงุนงง อาคาชิยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอื้อมมือไปแตะผ้าปิดตาข้างซ้ายแล้วกระชากออกจนหลุด

“พูดแบบนั้นก็ถูกมายุสุมิ ฉันได้เรียนรู้อะไรนิดหน่อย” ร่างสูงเรือนผมสีแดงทิ้งผ้าปิดตาลงกับพื้นแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืน ดวงเนตรสีแดงทับทิมคู่คมทอดมองไปยังวิวนอกหน้าต่างด้านนอกโรงยิมที่ปกคลุมด้วยกองหิมะสีขาว ขายาวขยับก้าววิ่งลัดสนามไม่สนใจว่าลูกทีมตัวสำรองกำลังซ้อมแข่งอยู่สร้างความโกลาหลให้กับทุกคน ..ขยับวิ่ง..วิ่งไปออกไปจากโรงยิมระดับหนึ่ง!!

 

“มิบุจิฝากดูแลเรื่องซ้อมด้วย!!”

“ด..เดี๋ยว!!!เซย์จังจะไปไหน!!!!”

 

ร่างสูงโปร่งเรือนผมสีดำขลับซอยสไลด์คลอเคลียคอร้องเสียงหลง งุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากทุกคน  ฮายามะปริบตางุนงงก่อนจะหันมาถามคนหนุ่มเรือนผมสีขี้เถ้าข้างกาย “ที่ว่าเปลี่ยนหมายความว่าไง?”

“…..เลวขึ้นมาหน่อยละมั้ง แบบนี้ก็ดีเห็นแล้วไม่รำคาญลูกตา” มายุสุมิ จิฮิโระ กระตุกยิ้มมุมปากเดินเข้าไปเดาะลูกบาสจากพื้นให้เด้งขึ้นเข้าสู่มือทั้งสองข้างกลับเข้ามาร่วมซ้อมกับคนอื่นๆ

 

 

เติบโตเป็น ‘เจ้าชาย’ อย่างภาคภูมิพร้อมที่จะก้าวเป็น ‘จักรพรรดิแท้จริง’

 

 

.

.

.

 

 

รถลีมูซีนสีดำเดินทางมาไกลข้ามผ่านจังหวัดยาวนานเกือบสามชั่วโมงกว่าๆ เข้าสู่เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ท้องถนนเต็มไปด้วยรถยนต์แน่นบนท้องถนนยามค่ำคืนแสงไฟหน้ากับท้ายรถส่องสว่างจนความมืดในช่วงเวลาค่ำคืนไม่สามารถครองมหานครแห่งนี้ได้ รถหรูราคาหลายล้านเลี้ยวเข้าจอดริมถนน  ประตูรถเปิดออกตามด้วยร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้นก้าวลงออกจากรถ หน้าคมคายเงยหน้าขึ้นมองตึกสีขาวสูง 15 ชั้นกับป้ายไฟสีเขียวเขียนภาษาคันจิกับอังกฤษเอาไว้ชัดเจนว่า ‘โรงพยาบาลโตเกียว’

อาคาชิสูดลมหายใจเข้าลึกคุมตัวเองไม่ให้ตื่นเต้น ตีหน้านิ่งเรียบสุขุมเยือกเย็นก้าวเดินเข้าไปในโรงพยาบาลผ่านประตูบานเลื่อนอัตโนมัติไปยังโต๊ะประชาสัมพันธ์ในห้องโถงชั้นล่างสุด

 

“ผมมาเยี่ยมคุโรโกะ เท็ตสึยะครับ” อาคาชิบอกนางพยาบาลฝ่ายประชาสัมพันธ์

“คุโรโกะ เท็ตสึยะ..กรุณารอซักครู่นะคะ”  เขายืนมองนางพยาบาลสาวโทรศัพท์ติดต่อสายตรงขึ้นไปหาแผนกผู้ป่วยหยิบย่อยในแต่ละชั้น และรอคอยให้อีกฝ่ายดำเนินเรื่องให้จนเสร็จสิ้น เธอพยักหน้าสองสามทีก่อนจะวางสายเงยหน้าสบตาสีแดงที่สั่นไหวรอคอยคำตอบ   “คนไข้พึ่งเช็คออกจากห้องไปตอนบ่ายโมงวันนี้ค่ะ”

“ออกไปแล้ว?”  เสียงทุ้มทวนถามอีกรอบไม่เชื่อหู นางพยาบาลพยักหน้ายืนยันคำตอบ

 

 

 

….เรามาช้าไป….

 

 

อาคาชิกำหมัดแน่นจนมือสั่น ปากหนาเม้มแน่นเป็นแนวเส้นวิ่งออกไปจากโรงพยาบาลขึ้นรถลีมูซีนซึ่งจอดรอในที่จอดรถ คนขับสะดุ้งตกใจเหลียวหน้ากลับมามองอย่างงุนงง ครั้นจะอ้าปากถามกลับถูกคนหนุ่มเรือนผมสีแดงออกคำสั่งแทรกอย่างรวดเร็ว

“ไปบ้านคุโรโกะคุง เดี๋ยวนี้!!”  เขาร้อนรนใจจนคุมความเยือกเย็นเอาไว้ไม่อยู่ คนขับรถถึงกับสะดุ้งรีบสตาร์ทรถขับออกไปจากโรงพยาบาลกลับสู่ท้องถนนยามราตรี

 

 

.

.

.

 

ร่างเล็กบอบบางเรือนผมสีฟ้าสวมชุดนอนแบบกระโปรงยาวคลุมเข่าแขนตุ๊กตาสีขาวนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนกลมโตไร้อารมณ์จับจ้องมารดาที่นั่งอยู่ปลายเตียงถือลูกบาสเก็ตบอลเก่าๆจนกลายเป็นสีส้มคล้ำหม่นหมองเกือบดำวางไว้บนตัก..ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีเดียวกับลูกสาวหากแต่ไว้ยาวจนสามารถทักเปียไว้ข้างๆเหลียวมองเจ้าของห้องนอน

“เท็ตสึยะแน่ใจแล้วนะลูก”

“ค่ะ คุณแม่” คุโรโกะ เท็ตสึยะพยักหน้ายืนยันสิ่งที่ตัดสินใจ นัยน์ตากลมโตสั่นไหวเล็กน้องมองลูกบอลของตัวเอง..สิ่งที่นำพาให้เธอและเขาพบเจอกันในอดีตดำเนินเรื่องราวต่างๆมากมายยาวนานจวนจนปัจจุบัน..

 

 

ลูกกลมผิวหยาบสีส้มแดงอิฐคาดเส้นสีดำ เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เกี่ยวรั้งคำสัญญาในวันวาน..

เด็กหญิงจึงได้พบพานกับ ‘เจ้าชาย’

 

คุโรโกะเจ็บปวดใจจนหนึบ..ยิ่งมองก็ยิ่งอาลัยอาวรณ์จนขอบตาร้อนผ่าว เธอรีบหลับตาปิดแน่นท่องให้ขึ้นใจในสิ่งที่ตัวเองได้เลือกตัดสินใจมาอย่างดีแล้ว แม้ว่าเป็นหนทางที่เจ็บปวดก็จำต้องยอมรับก่อนจะ..ลืมตาช้าๆเผยแววตาแน่วแน่ไม่คิดเปลี่ยนผันคุณนายคุโรโกะถอนหายใจรู้อยู่ว่าลูกสาวเพียงคนเดียวฝืนทนเอาไว้ ถึงอย่างนั้นก็ยินดีที่จะเคารพการตัดสินใจของลูกสาวหยิบเอาลูกบอลใส่ลังกล่องสีน้ำตาลบนเตียงรวมไปกับตุ๊กตากระต่ายนาม Melody

 

 

ละทิ้งทุกสิ่งที่อาคาชิเคยหยิบยื่นให้…คนที่มอบความหวังให้มากที่สุดและเป็นคนที่ดับความหวังได้อย่างร้ายกาจที่สุด

 

 

“ระหว่างที่แม่ไปเยี่ยมคุณยาย อย่าดื้อฝืนกำลังใช้มือให้เยอะ คุณพ่อเรายิ่งขี้ตามใจไม่เคยห้ามปรามอยู่ด้วย” คุณนายคุโรโกะบีบจมูกลูกสาวเบาๆนึกเอ็นดู  เด็กสาวหัวเราะในลำคอพลางถูจมูกขึ้นสีแดงนิดๆไปมา ฝ่ามือเรียวบางวางลงแล้วลูบหัวลูกสาวไปมาก่อนจะเกี่ยวเส้นผมสีฟ้าลากยาวมาถึงปลายผม

“ไปอยู่โรงพยาบาลเกือบอาทิตย์กว่าๆผมเริ่มยาวแล้ว จะตัดอีกรึเปล่า?”

“ไม่แล้วค่ะ จากนี้ไปหนูจะไว้ยาวเหมือนเดิมแล้ว”  คุโรโกะส่ายหัวปฏิเสธมารดา

“รู้สึกตื่นเต้นจังที่จะได้เห็นลูกในชุด ม.ปลาย เอาล่ะ..นี่ก็ดึกแล้วกินยาก็เรียบร้อยแล้วนอนพักซะนะ  เดี๋ยวแม่ต้องรีบไปแล้วอีกสามวันเจอกันนะคนเก่ง” คุณนายคุโรโกะจัดหมอนให้อีกฝ่ายนอนลงสบายๆ เธอลูบหัวลูกสาวไปมาปลอบโยนจนในที่สุดเปลือกตาบางค่อยๆปรือปิดลง..ลมหายใจเข้าออกถี่สม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าเด็กสาวตัวน้อยหลับสนิทจึงเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงถือลังกล่องเดินออกไปจากห้อง

 

เอี๊ยด!!!!

 

 

รถลีมูซีนขับเข้ามาในซอยถนนหมู่บ้านที่คุ้นเคยสวนผ่านรถแท็กซี่คันสีเหลือง ความเร็วรถชะลอตัวลงเมื่อเข้ามาในเขตที่อยู่อาศัยจนในที่สุดก็จอดสนิทอยู่หน้าบ้านสองชั้นหลังไม่ใหญ่โตมากสไตล์ออกแบบยุคสมัยปัจจุบัน อาคาชิเปิดประตูลงจากรถเงยหน้ามองชั้นสองของบ้านที่ปิดไฟมืดสนิท

 

..ห้องนอนของคุโรโกะคุง..

 

ร่างสูงหลับตาแน่นสูดลมหายใจเข้าลึกทั่วทั้งปอดแล้วผ่อนออกช้าๆจนเกิดไอควัน แล้วลืมตาเผยดวงเนตรสีแดงทับทิมมุ่งมั่น ขายาวก้าวผ่านหิมะตระกองทั่วพื้นที่ มือแกร่งกระชับผ้าพันคอสีดำกับโค้ชสีเดียวกันเอาไว้ให้แนบแน่นและยกขึ้นจรดลงกับออดหน้าบ้าน

 

แอ๊ดดดดด

 

ประตูบ้านเปิดออกทั้งที่ยังไม่ทันกดออดเรียกเสียด้วยซ้ำ อาคาชิ เซย์จูโร่ สะดุ้งตกใจมองคนที่ยืนอยู่

“นายคือ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ สินะ”  เสียงทุ้มเรียบนิ่งเย็นกล่าวเรียกชื่อเขาเต็มยศ ดวงเนตรสีแดงคู่คมสะท้อนบุรุษตัวสูงสมส่วนสวมชุดนอนแขนขายาวสีเทาผ้าเรียบ หน้าประปรายริ้วรอยตามวัยที่น่าจะราวๆ 45-46 ปีเท่าๆกับพ่อของเขาจ้องเขม็งนานจนอาคาชิเริ่มรู้ตัวว่าทัศนคติของชายวัยกลางคนตรงหน้าที่มีต่อเขาค่อนไปในทางเลวร้ายพอตัว

 

 

ไม่แปลกที่จะชิงชังคนที่ทำร้ายลูกสาว..โดยเฉพาะคนเป็นพ่อ..

 

 

“คุณพ่อของคุโรโกะคุง ขอโทษที่มารบกว…”

“รู้ตัวก็ดีว่ารบกวน”  บิดาของฝ่ายผู้หญิงแทรกพูดทันทีโดยไม่รอให้คนหนุ่มผมแดงพูดจบ อาคาชิถึงหน้าชาวาบแต่ยังแสร้งทำนิ่งสุขุมเอาไว้เช่นทุกครา ริมฝีปากแห้งผากจากอากาศเย็นเยียบประกอบกับไอเย็นในยามค่ำคืนโรยราพร้อมหิมะจากฟากฟ้าช่างหนาวเย็นเสียจนเสื้อโค้ทกับผ้าพันคอเริ่มเอาไม่อยู่

“มีธุระอะไร?”  นายคุโรโกะยิงคำถามทั้งเสียงทุ้มห้วนเย็นชาแถมดุดันใส่เขาอย่างเห็นได้ชัด

“ผมอยากจะขอพบคุโรโกะคุง อยากขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด อยากจะไถ่โทษและรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่าง” อาคาชิกล่าวโดยไม่คิดหลบตาสีดำเข้มของอีกฝ่าย

 

 

เจ้าชายผู้หลงผิดสำนึกแล้วในสิ่งที่ทำ ออกเดินทางฝ่าหิมะหนาวเหน็บมาหาเด็กหญิงจนถึงบ้านหลังน้อย

ปรารถนาขอคืนดีและการให้อภัยจากเธอผู้เป็นที่รักสุดหัวใจ

 

 

“พูดว่า‘ขอโทษ’ แล้วทำให้มือลูกสาวฉันกลับมาเหมือนเดิมได้ไหมล่ะ” นายคุโรโกะถามเสียงกร้าวโดยที่ไม่ก้าวเท้าพ้นขอบประตูบ้าน ตาสีดำฉายแววเกรี้ยวกราดถลึงมองเด็กหนุ่มผมแดงที่ยืนอยู่หน้ารั้วบ้านที่ล็อคปิดสนิทเรียบร้อย แม้ว่าหิมะจะเริ่มตกหนักเรื่อยๆเสียจนเกาะตามตัวอีกฝ่ายก็หาได้ทำให้พ่อของคุโรโกะ เท็ตสึยะ เห็นใจ

“ลูกสาวฉันกลายข่าวโครมๆว่าเป็นเด็กผู้หญิงปลอมเป็นชายไปแข่งบาส ทำเรื่องผิดกฎจนผู้อำนวยการโรงเรียนโทรมาทัณฐ์บน หนึ่งเดือน  นายคิดว่ามันควรค่าไหมกับคำว่า ‘ขอโทษ’ คำเดียว”

 

 

เจ้าของเรือนผมสีแดงสั้นเงียบกริบ เป็นฝ่ายยอมก้มหน้าหลบสายตาอย่างจำนน..สำนึกผิดและละอายใจสิ่งที่ตัวเองกระทำลงไปทั้งหมดทั้งมวล  สำนึกในบาปที่ตนเป็นคนก่อ..ทำร้ายให้อีกฝ่ายเสียใจหลายต่อหลายครั้ง

“เรื่องรับผิดชอบนั้นไม่จำเป็น เท็ตสึยะมีพ่อมีครอบครัวที่พร้อมจะดูแลเธอเสมอ”  คำขับไสไล่ส่งชัดเจนจากปากนายคุโรโกะก็ยังไม่เจ็บแรงเท่าประโยคต่อมาที่ทำหัวใจเขาแทบแหลกสลาย

 

“เท็ตสึยะตัดใจจากนายแล้ว จากนี้ไปไม่ต้องโผล่มาให้ลูกสาวฉันเห็นหน้าอีก”

 

 

อาคาชิ เซย์จูโร่ ยืนเคว้งคว้างท่ามกลางหิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาสีแดงเหม่อมองหน้าต่างชั้นสองของบ้านตรงหน้า..ไม่รู้ว่านายคุโรโกะเข้าบ้านปิดประตูตั้งแต่เมื่อไหร่..ไม่ได้ยินอะไรรอบกายแม้ว่าคนขับรถจะเปิดประตูมาสะกิดเขา เขย่าเขาจนตัวไหว

“นายน้อยกลับเถอะครับ หิมะตกหนักแบบนี้เดี๋ยวไม่สบายนะครับ” คนขับรถเรียกลูกชายนายเหนือหัว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะรู้สึกตัวจึงตัดสินใจฉุดแขนลากกลับเข้ารถ ทว่า…ขาทั้งสองกลับแข็งทื่อไม่ก้าวตามอาคาชิจึงล้มลงไปกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นชนกับถังขยะหน้าบ้าน

 

 

โครม!!!!!

 

สิ่งปฏิกูลออกมากระจัดกระจายทั่วพื้นที่ปกคลุมไปด้วยกองหิมะสีขาวโพลน ร่างสูงค่อยๆหยัดกายจมกองหิมะบนพื้นขึ้นช้าๆ ดวงเนตรสีแดงเบิกโพล่งมองเห็น..ตุ๊กตากระต่ายสีขาวสวมชุดแดงกับลูกบาสเก่าๆ จมอยู่ในกองขยะเหล่านั้น ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริกจากอากาศหนาวเย็นหนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่สามารถขยับเอ่ยเอื้อนอะไรออกมาทุกสิ่งทุกอย่างจุกแน่นในลำคอครั้นได้เห็นคำตอบของคุโรโกะที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดอยู่ตรงหน้า…

เขาค่อยๆหยัดกายขึ้นมานั่งแหงนหน้ามองเกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ร่วงหล่นจากผืนฟ้าสีดำยามรัตติกาล สู่ท้องถนนเวิ่งว้าง..ร่วงหล่นกระทบหน้าคมคายหล่อเหลาจนรู้สึกเย็นสะท้านบาดลึกซ้ำเติมเข้าไปในอกซ้าย…

 

ความเจ็บปวดที่ควรค่าสำหรับเจ้าชายผู้หลงผิด…ไม่อาจจะหนีความจริงว่า ‘สายไปเสียแล้ว’

 

 

.

.

.

 

เวลาผ่านพ้นไปจนดวงตะวันขึ้นสู่ขอบฟ้ายามเช้าอีกครั้ง แสงสว่างส่องผ่านม่านสีขาวกระทบร่างบอบบางนอนซุกใต้ผ้าห่มผืนหนา ร่างเล็กๆขยับตัวยุกยิกรู้สึกเหมือนมีฝ่ามืออบอุ่นลูบหัวปลอบโยนช้าๆ เปลือกตาบางค่อยๆปรือลืมขึ้นงัวเงียสิ่งแรกที่เห็นหลังจากตื่นขึ้นมาคือชายวัยกลางคนเรือนผมสีเข้มนั่งข้างเตียงส่งยิ้มอ่อนโยนให้

“อรุณสวัสดิ์เท็ตสึยะ เช้าแล้วลูก”

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณพ่อ”

บิดาประคองลูกสาวช่วยให้ลุกขึ้นจากเตียง ป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเผลอใช้มือยันตัวเองขึ้นตาสีเข้มมองใบหน้าหวานจืดจางถอดแบบมารดายังงัวเงียขี้ตาไม่หาย ยิ่งผมสีฟ้าชี้ฟูยุ่งเหยิงกระดกไปมาเหมือนภรรยาเขายิ่งนึกขำด้วยความเอ็นดู

“อาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมากินข้าวนะ วันนี้คุณย่าทำแต่ของโปรดทั้งนั้น”

“ค่ะ” คุโรโกะขยี้ตาไปมาคลี่ยิ้มบางให้พ่อ บิดาขยี้ผมสีฟ้าไปมาแล้วลุกออกไปจากห้อง คล้อยหลังอีกฝ่ายดวงหน้าหวานหันไปมองหัวเตียงที่เคยตั้งวางตุ๊กตา Melody บัดนี้ว่างเปล่าเช่นเดียวกับลูกบาสเก็ตบอลเก่าๆที่มักเก็บวางไว้ใต้เตียงเสมอ

 

 

 

ทิ้งไปแล้ว…ความรักที่ดำเนินมายาวนานนับสิบปี

วาดหวังจะเป็นรักนิรันตร์  กลัวมาตลอดว่าจะกลายเป็นครั้งแรก

 

 

ขอบตาร้อนผ่านทุกครั้งที่นึกถึงจนเจ้าตัวต้องส่ายหัวแรงๆ หย่อนเท้าลงเหยียบพื้นหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำชั้นล่างอาบน้ำชำระร่างกายทำธุระส่วนตัวจนเสร็จสิ้นแล้วค่อยออกมารับประทานอาหารเช้ากับครอบครัวที่วันนี้มีเพียงบิดากับย่าและตัวเธอเอง

 

แคร้ง!!!

 

 

จานชามช้อนส้อมรวบรวมเก็บไปล้างโดยบิดาซึ่งปกติมักเป็นหน้าที่ของเธอกับแม่  คุโรโกะยังไม่สามารถทำอะไรได้ถนัดนักแม้กระทั่งหยิบช้อนยังยากลำบากจนพ่อต้องคอยตักป้อนจนหมด โต๊ะอาหารเหลือเพียงย่ากับหลานสาวสองคนเพียงลำพัง เจ้าของเรือนผมสีฟ้าสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจ้องมองเลยหันมาก็สบเข้าดวงเนตรสีเทาขุ่นฝ้าฟางตามวัย

“หลานเหมือนมีเรื่องอยากจะถามใช่ไหม?” หญิงชราอ่านสายตาที่เก็บซ่อนใต้ใบหน้านิ่งเฉยออก

“หนู…” คุโรโกะ เท็ตสึยะ เว้นวรรคเงียบครู่หนึ่ง เม้มปากโลเลชั่งใจครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจกระซิบถามทั้งเสียงแผ่วเบา กลัวว่าบิดาที่ล้างจานในครัวจะเข้ามาได้ยิน  “เอ่อ…รถขยะน่ะค่ะมารึยังคะ”

 

 

อาจจะหยิบของที่ทิ้งไปแล้วกลับคืนไปได้

 

“อืม..มาตั้งแต่ตี 5 แล้วนะ วันนี้มาเช้าเชียวล่ะ”  สิ้นคำตอบ คุโรโกะ เท็ตสึยะแทบหยุดหายใจ นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างหลุบมองมือทั้งสองข้างที่เปลี่ยนมาพันผ้ายืดสีเนื้อตรงข้อมือทั้งสองข้างเอาไว้แทนผ้าก็อต…

 

 

จบสิ้นแล้วซึ่งสัญญาในอดีตกาล ผ่านพัดไปพร้อมพายุหิมะในยามราตรี

 

 

“ลาก่อน ‘รักแรก’ ของฉัน”

 

 

คำร่ำลาของเด็กหญิงผู้รอคอยเจ้าชาย เช่นเดียวกับสถานที่พบเจอที่ถูกทิ้งร้างไว้ตามกาลเวลา

ถึงเวลาต้องปล่อยให้หายไปจากหัวใจ

 

 

TBC

 

 

+++++++++++++++++++

 

ใกล้จะจบแล้วค่ะ ฮาาาาาาา

ช่วงนี้มาเร็วเพราะไม่มีฉากแข่งแล้วเลยลื่น นับถอยหลังอีก 2 ตอน+บทส่งท้ายค่ะ

 

ไปก่อนนะคะบายจ้า

 

12 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part38

  1. เป็นตอนที่สะใจแม่ยกเขาอีกตอนป่ะเนี่ย สมควรที่ท่านต้องโดน
    บ้างอะไรบ้าง ถูกใจปะป๋าคุโรโกะมั๊กๆๆๆค่ะ นี้ดอกแรกที่ท่านโดน
    รุย หึหึทำกะลูกเขาไว้เยอะนิ พ่อเขาจะเกลียดกะไม่แปลกแล้วล่ะ
    ทำน้องเจ็บตัวซพขนาดนั้น แค่คำขอโทษอย่างเดียวมันไม่พอหหรอก
    นะเออ นี้ยังไม่นับที่ว่า ถ้าพ่อท่านรู้ว่าลูกชายตัวเองทำอะไรไว้กะว่าที่
    ลูกสะใภ้คนโปรด ท่านจะเหลือหรอ สงสัยโดนอีกแน่ๆ กร๊ากๆๆ ต่อไปนี้
    คนที่ต้องพยายามง้อแล้วตามคืนดีคือท่านป่ะ หึหึ สะใจแม่ยกจริงๆๆๆ
    ยังไงกะอยู่ทีมน้องอ่านะ แต่แบบว่าทีมปาฏิหาริย์รวมตัวกันมาเยียมน้อง
    ดูเฮฮาเอาโล่เลยนะเนี่ย แต่ว่ามุคุจังมาเพื่อกินขนมของเยี่ยมโดยฉะเพาะ
    สินะ ฮิ้วววว ส่วนซัทจังไม่ต้องบอกกะรุ้ว่าทำคะแนนสินะ ถ้านับๆๆดูนะ
    ท่าทางจะชนะท่านตอนนี้ขาดลอยรุย 55555 สุดท้านตอนจบซัทจังได้น้อง
    ไปครอง ฮูเร่ๆๆๆๆ พระรองอย่างคางามิยังอิจฉารุย ฮ่าๆๆๆๆ กะอย่างว่าซัทจัง
    เขามาก่อนคางามิอีกนะ คริ คริ

    • 555 ท่านโดนทิ้งไว้กลางทาง ป๋าจัดหนักบังอาจทำลูกสาวเสียใจ จากนี้ไปท่านต้องไปคิดไม่ก็ตัดใจก็สุดแล้วแต่ว่าจะทำไงต่อ พ่อท่านรู้นี้…ท่านหูชาแน่ป๋ามาซามีเหตุมีผลมาก ถึงจะรักลูกชายแต่ทำผิดก็ด่าค่ะ เหล่าคิเซกิมารวมตัวอีกครั้ง(เว้นอาคาชิ) เฮฮากลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว มุคคุงมาเยี่ยมแต่ฟาดของเยี่ยมแทน ฮา โอกาสมาซัทจังต้องรีบฉวย 5555555

  2. ยังไม่ทันเม้นตอน 37…38มาแล้ว ;w; เม้นรวมเลยค่ะ!!!
    ตอนน้องบอกตัดใจนี่คิดเลยค่ะน้องยิ่งไม่ใช่ผู้หญิงปกติ(?)ที่พูดแล้วทำไม่ได้ด้วยน้องพูดแล้วทำจริง TTATT แม้จะฝืนใจตัวเองก็เหอะ

    กริ๊ดดดดดทำไมมันประจวบเหมาะแบบนี้ TT[]TT ทำไมท่านต้องมาเห็นของที่น้องทิ้งตอนนี้ด้วยแล้วท่านจะไปล้มทับถังขยะทำไมเล่าคะ!!!!! //พาล//
    ได้โปรด ;w; แฮปปี้เอนเถอะนะคะ ไม่เอาแบบผ่านไป 10 ปีแล้วลูกสองคนมาเจอกันแล้วรักกันแทนพ่อแม่นะคะไม่เอาไม่อาวววว!!!!!
    ท่านพ่อคะ…..อย่าตั้งป้อมสิคะมันทำให้เรานึกไปถึงตอนที่โบคุชิหวงคุโรโกะกับจูนิเบียว 555
    ถ้าได้แต่งจริงเราอาจจะได้เห็น ลูกเขย VS พ่อตาก้เป็นได้~

    เราคาดหวังให้ท่านเก็บเมโลดี้กับลูกบาสไปนะคะ ;—;

    แอบขำพี่มายุเหมือนกันค่ะเปลื่ยนไปตรงไหน //ดูเลวชึ้น ฮาา// โอเรชิแสนดีเกินในขณะที่โบคุชั่วเกินเอารวมๆกันดีแล้วค่ะ
    //เกือบมีโมเม้นแดงแดงแล้วน่ะ~ ดีไม่มีฉากจูบเหมือน BC

    สุดท้ายน้องก็ตัดใจไม่ได้จริง TT—-TT รักกันแต่แบบ…..โอยยยยยยปวดตับ!!!!
    ทำไมท่านต้องมาพอดีกับที่น้องทิ้งความทรงจำทำไมน้องต้องมาตัดใจตอนที่เจ้าชายกลับมาทำไมอีรถขยะต้องมาเก็บตั้งแต่ตอนตีห้าทำไมขุ่นพ่อต้องตั้งป้อม(วะ)คะ!!!!! //พาล 2//

    ตะเตือนตับไตไส้พุงมากค่ะคิดว่าใกล้ๆจบแล้วอะไรๆจะดีขึ้น U—-U ปวเตับกว่าตอนที่โบคุอาละวาดอีกค่ะ
    ##ไม่มีฉากแข่งเฮ!!!มาเร็วๆนะคะลุ้นมากค่ะสะเตือนตับดีแท้~

    • น้องไม่ปกติแน่นอน น้องทำจริงค่ะงานนี้แถมน้องดื้อมากด้วย ท่านเจอดาเมจแทงใจฉึกๆเป็นคอมโบ โทษคนขับรถดึงท่านจนล้ม5555
      แฮปปี้ไหมต้องรอลุ้นค่ะ อีกนิดเดียวใกล้จบแล้ว

      เวรกรรมที่ทายไปหวงแมวคุโรโกะเลย55555เจอกับตัวนี่งี๊ด ท่านจะเก็บไหมหรือโดนถังขยะซิวไปก่อนต้องรอดูกันไป พี่มายุเป็นคนปากร้ายตรงๆ แทนที่จะบอกดีๆ บอกเลวขึ้น ฮาา

      เราแอบใส่แดงแดงนิดนึง ฮาาาา

      สุดท้ายคือน้องโลเลอยากไม่ตัดใจ พอรู้รถขยะมาเก็บแล้วก็คือเหมือนต้องยอมทำใจว่าถึงเวลาตัดใจจริงๆ คุณพ่อก็รักลูกสาว น้องโดนทำร้ายทั้งกายใจร้องไห้ให้พ่อเห็น พ่อก็โกรธเป็นปกติ

      เตรียมยาบำรุงตับต่อเนื่องค่ะ555 ใกล้จบล่ะ

  3. ถถถถถถถ

    งานนี้ก็ต้องตามง้อขนาดหนักแล้วล่ะ ตามขอโทษตามชดใช้ให้จบนะ

    แต่เอาจริงๆก็แอบสงสารอาคาชินะคะ เพราะอ่านจนถึงตอนนี้เราว่าเขาน่าสงสารที่สุดในเรื่องเลย เพราะในขณะที่คนอื่นๆยังมีโมเม้นท์แฮปปี้บ้าง ครอบครัวน่ารักบ้างแต่อาคาชินี่ไม่มีอะไรเลย แล้วโบคุชินี่ก็อีก แล้วท่านพลาดมากที่ไปทำน้องล้มในสนามกับตอนรุ่นพี่มายุ(พลาดสองอย่างแบบไม่น่าให้อภัย เราอ่านแล้วยังเคืองเลย)

    เอาจริงๆถ้าเราเป็นกรรมการเราก็ปรับแพ้นะคะ คือกฎที่มีอยู่ตามกฎของบาสนี่คือเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับนักกีฬาหญิง ที่เขาต้องแยกหญิงชายเพราะแรงของฝ่ายชายอาจจะทำให้ฝ่ายหญิงเกิดอันตรายได้ และนี่ถ้ามันไม่จบแค่อาการที่เป็นอยู่แต่เป็นอันตรายต่อชีวิตที่เลวร้ายมาก ถ้าเราเจอแบบนี้เราคงต้องลงโทษแบบเดียวกัน

    อย่างที่น้องเป็นขนาดนี้ก็ไม่ใช่ท่านผิดฝ่ายเดียว เพราะคุโรโกจจิจริงๆยังสามารถเลือกทางแบบคิเสจจี้กับโมโมจจิได้ ที่หาทางนำทีมให้ได้แล้วไม่ต้องมีปัญหาเรื่องกฎกติกาของบาสเกตบอล แต่น้องก็เลือกที่จะลงสนามเองซึ่งต้องเข้าใจด้วยว่ามันมีแต่ความเสี่ยง เพราะอาคาชิไม่สามารถจะช่วยน้องได้เหมือนคราวฮานะยันแน่นอน แล้วกรณีสมัยเทย์โคน้องโชคดีที่อาคาชิ อาโอมิเนะ มุราซากิบาระกับมิโดริมะเขาพยายามไม่ให้น้องแบกรับภาระร่างกายหนักมาก ซึ่งมันต้องเก่งมากจริงๆถึงจะเอาอยู่ และเซย์รินนี่นอกจากคางามิกับเทปเปนี่ที่เหลือก็ไม่ไหวหรอก

    งานนี้เราว่าผิดกันหลายคนเลยนะ ทั้งน้อง ทั้งท่าน รวมก๊วนตลกหกช่ากับเซย์รินด้วย
    คุโรโกจจิ พลาดเรื่องปลอมตัว เพราะเรามองว่ามันมีหลายทางเลือก และน้องผิดตั้งแต่อาละวาดใส่อาคาชิจจิเรื่องโองิวาระ ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาคาชินี่ดีกับคุโรโกะทุกอย่าง ถ้าค่อยพูดค่อยจาคงจะไม่ขนาดนี้ แล้วควรจะเช็คสภาพร่างกายตัวเองดีๆเพราะอาการนี้มันไม่ได้มาปุปปับแต่สะสม
    อาคาชิจจิ นี่ควรเด็ดขาดมากกว่านี้ ถ้าโอเรชิเข้มแข็งโบคุชิคงไม่ทำเลยเถิดขนาดนี้แน่ แล้วไอเรื่องคบคิเสะประชดนี่ก็นะ คิดไปได้ไง ในการแข่งขันเรายอมเรื่องให้ฮิวงะเสียสมาธิเพราะนี่คือการแข่งขันที่ห้ามพลาด แต่ทำให้น้องล้มนี่ไม่ไหวนะ
    ก๊วนตลกหกช่า-มิเนจจิตัวผิดเพราะไปโกหกเขาจนเรื่องเลยเถิด คิเสจจี้ก็ไปประชดกลับอีก มิโดรินผิดแค่เรื่องยอมตามเกมส์ไป แต่มิโดรินกับมุคคุงก็ทำดีที่สุดแล้ว
    เซย์ริน-ผิดที่ยอมทำอะไรเสี่ยงๆไปด้วย แล้วควรรอบคอบกว่านี้ ยิ่งรู้ว่าผู้หญิงลงแข่งนี่ถ้าคิดจะทำคือยิ่งดูแลสภาพร่างกายดีๆ

    ถ้าจะไม่เห็นด้วยก็แค่เรื่องที่พ่อคุโรโกะโยนให้ท่านผิดทั้งหมดนี่แหล่ะ เอ่อ คุณพ่อขา คืองานนี้ต้องโทษลูกสาวกับเพื่อนร่วมทีมคุณพ่อแล้วล่ะเพราะกฎเขามีไว้เพื่อความปลอดภัยนะคะ แล้วแขนน้องนี่อาการสะสมด้วย จะให้ท่าน เจ๊เรย์โอะ โคทาโร่ เนบุยะกับพี่มายุเค้าระวังแขนน้องก็ไม่ไหวป่ะ คือแรงผู้ชายพยายามแค่ไหนก็คุมไม่ไหวหรอก ถ้าตัดเรื่องankle breakนี่เราว่าราคุซันเค้าพยายามเซฟตี้สุดๆแล้วนะ ช่วยเต็มที่แล้วด้วยจะเอาอะไรกับเค้าอีกกกกก

    พิมพ์ยาวแฮะ…. อินจัด

    • ฝ่ายสาวจะยอมให้ชดใช้รึเปล่านี่สิ55
      เป็นเม้นที่น้อยคนจะสงสารอาคาชิ เราเห็นด้วยค่ะว่าทุกคนน่าสงสารหมดโดยเฉพาะท่าน ท่านพลาดแต่ก็เป็นเจตนาที่ตัวเองตั้งใจทำด้วย กว่าจะมารู้สึกผิดก็เอาตอนน้องล้มไปแล้ว กฏกติกาก็ต้องเป็นไปตามนั้นค่ะ จะมาใจอ่อนใช้ความรู้สึกไม่ได้ น้องสามารถเลือกเส้นทางคิเสะได้แต่น้องจะทำเทียบเท่าคิเสะกับโมโมอิได้แต่เลือกไม่ทำ จริงๆวัดความสามารถน้องนอกสนามน้องก็เป็นแค่ผู้ช่วยธรรมดาไม่ได้สามารถเท่าโมโมอิเรื่องสืบข้อมูลหรือคิเสะที่ก๊อปปี้ท่ามาพลิกหาจุดอ่อนได้ ทางนี้น้องเหมาะ+กล้าสุดแล้วที่จะลงสนาม อาคาชิเขาก็เซฟเต็มที่แล้ว ท่านคอยปกป้องตลอดนะเป็นพวกชอบปิดทองหลังพระ สิ่งที่น้องพลาดหนักสุดคือตรงนั้นเลยค่ะที่อาละวาดเรื่องโอกิวาระ ท่านเสียใจมากจนร้องไห้(โอเรชิ) ถ้าน้องจำได้เผลอๆอาคาชิอาจกลับมาเป็นเจ้าชายตั้งแต่ตอนนั้นเลยแล้ว
      โบคุชิเปรียบเหมือนด้านมืดท่าน ที่ทำๆมาคือด้านมืดที่ท่านอยากทำแต่ไม่กล้าทำลงไปด้วยสำนึกผิดชอบชั่วดี เก็บกดจนระเบิดออกมาเป็นโบคุชิ

      คบคิเสะเป็นเรื่องของการเอาชนะค่ะ เหมือนว่าไม่แคร์น้องเพราะก็มีคนคบเหมือนกันตอนโอเรชิสังเกตว่าท่านไม่ยอมคบแต่พยายามเข้าหาก็ต้องการหาที่พึ่งทางใจ(อกหักปลอบอกหัก) แน่นอนว่าด้านมืดท่านก็เริ่มมีคิดนิดๆว่าคบประชดไหม ท่านก็ไม่ทำแต่พอระเบิดเป็นโบคุถึงได้มาคบคิเสะทันที เซย์รินเขาเห็นความมุ่งมั่นน้องก็เลยยอมให้เทสปรากฏว่าแข็งได้แกร่งเท่าผู้ชาย+เทย์โควซ้อมโหดมากถ้าเทียบน้องก็แกร่งเท่าผู้ชายเล่นบาสทั่วๆไปแล้วและก็เท่ารุ่นปาฏิหาร์ย น้องไม่ได้บอบบางอ่อนแอขนาดนั้น ปกติน้องแข็งแรงนะมาเจ็บตัวตอนท่านทำล้ม คือล้มแรงจนช้ำทั้งตัว+เอาข้อมือลงตัวเลยช้ำอักเสบก็ยังฝืนเล่นต่อ

      ราคุซันเขารู้ว่าน้องเป็นหญิงก็ไม่ได้คิดอ่อนข้อนะ ทุกคนให้เกียรติความกล้าของน้อง เล่นเต็มที่อย่างเท่าเทียม พ่อก็ไม่ถูกจริงแต่คนเป็นพ่อแม่โดยปกติก็เข้าข้างลูกก่อนเสมอ

  4. ถ้าอาคาชิจิคนดีสุดหล่อผมแดงกลับมา
    เค้าว่า ฟลว ก็ยินดีให้อภัยเจ้าค่ะ ^_^
    ส่วนไอ้เจ้าบานเย็นตัวแสบ แคสเค้าบอกว่าจะเอาๆปทำสัตว์เลี้ยงเจ้าค่ะ ^_^
    น่าสงสารคุโรโกะจิสุดๆ เจ้าค่ะ ! T^T
    อย่าจบแบบดอกลิลลี่น่ะเจ้าค่ะ เจ๊บลัด !!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s