[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part40

[Fic Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Kuroko no love 40

 

 

ริ้วฟ้ากลายเป็นสีดำยามรัตติกาล มีเพียงแสงไฟริมถนนมอบความสว่างเป็นระยะตลอดทางเดินที่โปรยปรายไปด้วยหิมะสีขาวเกาะพราวไปทั้งตัวร่างเล็กๆบอบบาง ผิวเนื้อสีขาวซีดลงไปกว่าเก่าในทุกๆย่างก้าว…ที่เดินออกจากสถานที่แรกพบระหว่างเขาและเธอ  นัยน์ตาสีฟ้ากลมโตไร้อารมณ์จ้องนิ่ง..คิ้วเรียวเลิกสูงเล็กน้อยไม่คาดคิดว่าจะพบมารดายืนรออยู่หน้าบ้าน

 

“เป็นไงบ้างลูก?”  คุณนายคุโรโกะถาม พลางชะเง้อมองหาอีกหนึ่งคนที่ควรจะเดินตามมาส่งลูกสาว..ไร้วี่แวว..ไม่มีเค้าลางคนหนุ่มเรือนผมสีแดง

“หนูเดินกลับออกมาก่อนค่ะ จากนี้ไปคงไม่ได้เจอกันอีก” เสียงหวานเรียบนิ่งตอบหน้าตาย

 

มารดาเลือกที่จะเงียบหลังได้ยินคำตอบของร่างผอมบางและมองดูลูกสาวเดินกลับเข้าบ้านไปแล้วพร้อมเสียงประตูปิดลงสนิท   เธอถอนหายใจเหนื่อยหน่ายพร้อมมือเรียวบางกระชับเสื้อไหมพรมให้แนบตัวมอบไออุ่นให้กับตัวเอง..ดวงเนตรสีฟ้าฉายแววเป็นห่วงยามช้อนมองหน้าต่างชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนของลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ

“ฝืนอีกแล้วสินะ”

 

 

 

.

.

 

มือเรียวเล็กคลำตามผนังด้านในห้องนอนมืดมิดจนเจอสวิสต์ไฟและกดลงเปิดไฟให้ความสว่างเข้ามาแทนที่ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลาง ดวงตาสีฟ้ากลมโตฉายแววอ่อนล้าอันเป็นความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจแท้จริง..หาใช่หน้ากากเย็นชาที่สวมใส่ดั่งเช่นทุกวัน เธอก้าวตรงไปยังเตียงเดี่ยวแล้วทิ้งตัวลงนอนคว่ำ ฝุ่บหน้าลงกับหมอนใบโต

 

 

“อย่าไป” 

 

 

ดวงเนตรสีแดงเรียวคมที่ยากแก่การคาดเดาความคิด ทั้งสุขุมเยือกเย็น อบอุ่นจนล้นใจหรือแม้กระทั่งเลือดเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ มาวันนี้เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกโหยหาอันแสนเศร้าที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้พบเห็นจากผู้ชายชื่อ อาคาชิ เซย์จูโร่

 

“ได้โปรด..อย่าไปจากฉัน”

 

เสี้ยวหน้าหวานโผล่ออกจากหมอนเผยเพียงดวงตากลมโตข้างเดียวสีอ่อนสั่นไหวยามจ้องมองมือของตนที่ถูกพันผ้ายืดเอาไว้..มือทั้งสองข้างที่พังไปแล้ว..เธอหลับตาลงปิดแน่นแล้วซุกหน้าลงกับหมอนเหมือนเดิม นึกถึงเสียงทุ้มสั่นเครือยามนั้น..ใจดวงน้อยในอกซ้ายแทบหยุดเต้นไม่คิดว่าอาคาชิจะจับมือเธอเอาไว้..เป็นครั้งแรกและเป็นครั้งสุดท้าย…

 

 

…พร่ำบอกว่าจะตัดใจ พอถึงเวลาพบเจอหัวใจยังคงเต้นแรง…

 

“ฉัน..กลัว…”  ร่างเล็กตัวสั่นเท้า คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในเทย์โคว..ความรักทำให้สุขใจจนล้นปรี่ทุกครั้งที่ระลึกถึงความทรงจำในวันวานแห่งสัญญา ก่อนที่ทุกอย่างจะล่มสลายในคราแรกด้วยการเข้าใจผิดเป็นตราบาปที่หมายจะชดใช้และตัดสินใจร่วมสู้กับเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยเพื่ออุดมการณ์บาสเก็ตบอลที่ถูกต้อง

 

 

..รักคือเหรียญสองด้าน..สุขเท่าใดก็ทุกข์มากเท่านั้น…รักเกิดจากคนๆเดียวและจบลงที่คนๆเดียว..

 

 

กลัว’ เหลือเกินหากต้องกลับไปเจ็บปวดแบบนั้นอีกครั้ง ‘กลัว’ การสูญเสีย

‘กลัว’ ที่จะเริ่มต้นอีกครั้งกับเจ้าชาย

 

 

.

.

.

 

กาลเวลาผ่านมาร่วมอาทิตย์กว่าแล้วที่โค้ชแห่งราคุซันจำต้องหัวเสียและเป็นตลอดช่วงเวลาที่มิบุจิ เรโอะ รองกัปตันชมรมบาสเก็ตบอลต้องมายืนรับฟังคำบ่นทั้งหลายอยู่เช่นนี้จนหูชาแถมยังเมื่อยขาเสียจนลูกทีมทั้งหลายพากันสงสารอีกฝ่ายยิ่งกว่าใคร

“อาคาชิไม่มาซ้อมอีกแล้ว!!นี่จะไม่เข้าชมรมกันแล้วใช่ไหม!!!”

“อ..เอ่อ..เซย์จังค่อนข้างยุ่งๆนะครับโค้ชและก็เรื่องปัญหาอะไรหลายๆอย่าง..”

“ยุ่งอะไรอีก!!คราวก่อนนายบอกติดธุระทางบ้าน วันต่อมาไม่สบาย  วันนี้จะเอาอะไร? ท้องเสียไหม?” คำโกหกแก้ตัวให้กัปตันชมรมเริ่มโดนโค้ชจับทางได้ทุกทีแล้ว มิบุจิยิ้มแห้งๆพอเห็นอีกฝ่ายถลึงตาใส่ก็รีบหุบยิ้มตีหน้าเคร่งขรึมทันที

“วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้ยินว่ากัปตันทีมขาดซ้อม ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่เห็นหัวอีกฉันจะถอดจากการเป็นกัปตันและยื่นซองขาวให้ออกไปจากชมรม” คำสั่งประกาศิตทิ้งท้ายก่อนที่ชายวัยกลางคนเดินหัวเสียออกไปจากโรงยิมฝึกซ้อมที่ยังดังก้องไปด้วยพื้นรองเท้ายางเสียดสีพื้นสนามกับลูกบาสกระเด้งกระดอนกระแทกไปมา  ฮายามะกับเนบุยะเดินเข้ามาตบบ่าอีกฝ่าย มิบุจิถอนหายใจเฮือกใหญ่ล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนสะอาดขึ้นมาซับเหงื่อบนใบหน้า

 

“แยกย้ายกันออกตามหาเซย์จังเถอะ วันนี้คงโดดไปอยู่ที่ไหนซักแห่งในโรงเรียนนี่ล่ะ”

 

.

.

 

สายลมพัดผ่านช่องบานเกล็ดเอาไอเย็นในฤดูเหมันต์เข้ามากระทบร่างสูงเรือนผมสีแดงในชุดเครื่องแบบสีเทาแห่งโรงเรียนราคุซัน ขายาวสวมกางเกงแสลตสีดำก้าวเดินขึ้นบันไดทีละก้าว..ทีละก้าว..ในหัวสมองวนเวียนเพียงคำพูดสั้นๆกรีดแทงใจจนเป็นแผล บาดลึกเสียจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้นในตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา

 

..ไม่อยากเห็นบาสเก็ตบอล..ไม่อยากเห็นกีฬาที่ทำให้เราสองได้พบพาน…

 

 

เขาเดิน..เดินขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดของอาคารเรียนที่อยู่หลังบานประตูเหล็กสีแดงขึ้นสนิม มือแกร่งจับลูกบิดแล้วผลักเปิดออกไป นัยน์ตาสีแดงคู่คมทอดมองดาดฟ้าโล่งเตียนมีเพียงแทงค์น้ำตั้งวางไว้อยู่เชื่อมต่อกับท่อส่งสีฟ้าคอยส่งน้ำหล่อเลี้ยงโรงเรียนชื่อดังแห่งนี้ ขายาวก้าวเดินพ้นเขตบานประตูย่ำเหยียบหิมะสีขาวที่ตระกองบนพื้น ไอเย็นจากสายลมแรงปะทะจนเส้นผมสีแดงตัดสั้นพลิ้วไหวแล้วตัดสินใจเลือกที่จะยืนนิ่งๆอยู่ริมขอบดาดฟ้าที่มีตะแกรงรั้วเหล็กกั้นไว้กันตก เหม่อมองวิวเบื้องล่างที่ปกคลุมไปด้วยสีขาวแห่งเหมันต์ที่รอวันละลาย   มือแกร่งกำตะแกรงรั้วเหล็กแน่น..กำจนขึ้นข้อขาวก่อนจะซบหน้าลงกับรั้วเหล็ก ตาสีแดงหลุบมองมืออีกข้างที่ทิ้งข้างลำตัวเขายกมือขึ้นมาช้าๆ มองมือข้างนี้ที่พยายามรั้งจับมือเล็กๆเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ทิ้งไว้เพียงสัมผัสนุ่มเย็นเปี่ยมหัวใจอ่อนโยนที่ไม่มีวันได้มาครอง…อีกแล้ว…

 

“โฮ่ย”

“!!!!!!”

 

เสียงทุ้มปริศนาดังขึ้นบนดาดฟ้าที่น่าจะมีเพียงอาคาชิเพียงลำพัง คนหนุ่มผมแดงสะดุ้งหันไปมองต้นเสียง..ก็พบเข้ากับชายหนุ่มรุ่นพี่ปีสามร่างสูงโปร่งตัวตนจืดจางถือไลท์โนเวลยืนทำหน้าตายไร้อารมณ์จ้องมองมาที่เขาเขม็ง

“ที่ตรงนั้นของฉัน” มายุสุมิ จิฮิโระ ผู้เป็นเงาลวงตารุ่นใหม่พูดทั้งเสียงทุ้มเย็นเรียบนิ่งไร้อารมณ์ อาคาชิยังคงสับสนอยู่หน่อยแต่ก็อนุมานเอาได้ว่าคนๆนี้คงปลีกตัวมายังดาดฟ้าอยู่บ่อยก็เป็นได้เลยเขยิบถอยให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาแทนจุดที่เขายืนอยู่ ดวงเนตรสีแดงคู่คมมองร่างสูงเรือนผมสีขี้เถ้านั่งลงกับพื้นเปิดไลท์โนเวลอ่านเงียบๆไม่พูดไม่จาอะไร

 

“…….”

“…….”

 

ต่างคนต่างไม่มีใครยอมเปิดปากคุยกัน..อาคาชิเลือกที่จะหันหน้าไปมองวิวเบื้องล่างต่อเงียบๆ ยืนรับสายลมหนาวในยามเช้าเช่นนั้นพยายามทำท่าทีสงบเยือกเย็นผิดกับหัวใจที่หาได้เป็นเช่นนั้น  เปี่ยมไปด้วยความทุกข์ทรมานแต่ไม่อาจพูดออกไปให้ใครฟังได้..

“มายุสุมิช่วยรับฟังเรื่องของฉันได้ไหม” อัดอั้นจนไม่อาจทนเก็บงำความเศร้าเอาไว้ได้อีกแล้ว  อย่างน้อยๆก็ขอได้ระบายกับใครซักคนก็ยังดี

“โดนหักอกมาจริงๆสินะ”  ดวงตาสีขี้เถ้ายังคงจดจ้องตัวอักษรในหนังสือ นิ้วเรียวพลิกกระดาษไปหน้าถัดไปเมื่ออ่านจนถึงบรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษ อาคาชิตาโตเล็กน้อยผินมองไปยังรุ่นพี่ผมสีขี้เถ้าที่นั่งอ่านหนังสือที่เดาเหตุการณ์ได้ถูกต้องไม่มีผิดเพี้ยน  “ใครๆก็ดูออกกันไปสามบ้านแปดบ้านแล้วคุณชายน้อย อาการของนายชัดเจนขนาดนี้แค่ไม่อยากพูดก็เท่านั้น”

 

“…งั้นเหรอ..นั่นสินะ” อาคาชิ เซย์จูโร่เค้นยิ้มสมเพชตัวเอง “คงไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งอีกแล้ว..คุโรโกะคุงบอกว่าพอแล้ว”

 

 

“พอเถอะค่ะ” 

 

 

“เธอคงจะ…กลัวและเกลียดฉันแล้ว..”  ทั้งที่สัญญาว่าจะดูแลปกป้อง สัญญาว่าจะเล่นบาสอย่างสนุกสนานด้วยกัน แต่ก็ปล่อยให้ความมืดในจิตใจ ความแค้น ความเสียใจที่ถูกลืมเลือนครอบงำ กว่าจะได้สติกลับมาก็พบว่าเด็กหญิงคนนั้นล้มลงอยู่ตรงหน้าด้วยความบอบช้ำทั้งกายทั้งใจ

“ก็สมควรแล้วนี่”  มายุสุมิตอกย้ำแผลใจอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง  “ไม่แปลกที่ยัยจืดจะตัดใจจากนาย”

“แต่นั่นมันเธอ ไม่ใช่ตัวนาย”  เจ้าของเรือนผมสีแดงสั้นเลิกคิ้วสูงฉงนหันมามองผู้เล่นตัวจริงในตำแหน่งเงามายา อีกฝ่ายยังคงเอาแต่จดจ้องสมาธิกับนิยายเล่มโปรดในมือไม่แม้แต่หันมาสบตาคู่สนทนาที่ต้องการระบายความในใจซักนิด

 

“เธอบอกว่าพอ แล้วนายอยากจะพอรึเปล่า?”

“คำตอบนั่นมันอยู่ที่นายไม่ใช่เหรอ อาคาชิ”

 

ดวงเนตรคู่คมเบิกตากว้างหลังได้ฟังคำถามดังกล่าว อาคาชิ เซย์จูโร่  เงียบกริบชะงักคำพูดที่กำลังจะเอ่ยเอื้อนออกไป..เงียบที่จะทบทวนสิ่งที่มายุสุมิเอ่ยเอื้อนออกมา มือแกร่งปล่อยทิ้งข้างลำตัว..มือที่จับรั้งมือเล็กๆเอาไว้ใต้ผืนฟ้ายามค่ำคืนในฤดูกาลเหมันต์อันแสนเจ็บปวดกำหมัดแน่น

 

 

คำตอบของคำถามนั้น..เขาลืมไปได้ยังไงกัน..

 

 

“ขอโทษที่แย่งที่นั่งประจำของมายุสุมิ” อาคาชิกล่าวขอโทษอีกฝ่าย

“รู้ก็ดี ที่ตรงนี้ไม่ใช่ของนายตั้งแต่แรกแล้ว” มายุสุมิตอบส่ง ๆ ร่างสูงผมสีขี้เถ้าได้ยินฝีเท้าย่ำก้าวกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากดาดฟ้า ประตูเหล็กเปิดและปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก..ประตูดาดฟ้าเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับจำนวนฝีเท้าที่มากกว่าหนึ่งก้าวเดินเข้ามาหาจนเกิดเงาดำทาบทับบนร่าง คนจืดจางพ่นลมหายใจแรงจิ๊ปากรำคาญใจเงยหน้าขึ้นมาสบตาเหล่าตัวจริงราคุซันทั้งสามที่ยืนยิ้มกริ่มให้เขาเสียจนน่าหงุดหงิด

“เฮ้อ…ฉันอ่านนิยายเงียบๆไม่ได้รึไงกัน”  เขาบ่นใส่คนตรงหน้าที่ยืนค้ำหัวอยู่

“แหม..จะมาชมซักหน่อยแท้ๆ” มิบุจิ เรโอะ เท้าสะเอว ตามด้วยเนบุยะกับฮายามะหัวเราะร่าพออกพอใจ กระแสลมแรงพัดผ่านเหล่าตัวจริงทั้งสี่คนจนเส้นผมพลิ้วไหว ก้อนเมฆลอยเอื่อยตามทิศทางเผยลำแสงสว่างสีทองของดวงตะวันยามเช้ามอบไออุ่นบนดาดฟ้า

 

 

“ฟ้าเปิดแล้วล่ะ”

 

ร่างสูงเรือนผมสีดำขลับหลับตาลงรับไออุ่นแสงแดดเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทลายคืนวันอันหนาวเหน็บแสนโหดร้ายนี้ออกไป มายุสุมิถอนหายใจ กลับมาสนใจไลท์โนเวลที่เหลืออีกเพียง 15 หน้าสุดท้ายก็จะจบเล่ม..แล้วพลิกหน้าถัดไปโดยที่เจ้าตัวคงไม่รู้ว่าริมฝีปากของตนเผลอยกยิ้มขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

 

 

.

.

.

 

ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก…

 

หอนาฬิกาใจกลางสวนสาธารณะดังขึ้นทุกวินาทีก้องชัดเจนในความเงียบสงัดยามเช้าตรู่ช่วงสุดสัปดาห์ คนหนุ่มผมสีแดงตัดสั้นชี้ยุ่งหน่อยๆผ่อนลมหายใจออกช้าๆจนเกิดควันขาวคลุ้ง มือแกร่งสวมถุงมือสีดำกระชับผ้าพันคอสีเทาขึ้นมาระหว่างนั่งบนม้านั่งริมถนนทางเดินใต้ต้นเมเปิ้ลไร้ใบ มือล้วงหยิบไอโฟน6ในกระเป๋าเสื้อโค้ทสีดำขึ้นมาเปิดแอพปลิเคชั่นเข้าไปในทวิตเตอร์อ่านข่าวสารเงียบๆระหว่างรอคอยเหล่าผู้คนที่ส่งเมลไปนัดขอพบเมื่อคืนวาน

 

กึก!!!!

 

ฝีเท้าหลายคู่ย่ำก้าวเข้ามาใกล้ทำให้คนหนุ่มละสายตาจากจอสมาร์ทโฟน เขาเงยหน้าขึ้นยกยิ้มสุขุมตามนิสัยให้แก่เหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยเพื่อนสมัยมัธยมเทย์โควตรงหน้าก่อนจะกดปุ่มปิดหน้าจอมือถือเก็บเข้ากระเป๋าโค้ท

“ขอบใจนะที่มาตามคำขอของฉัน”

“……”

มิโดริมะ มุราซากิบาระ อาโอมิเนะ โมโมอิ และคิเสะยังคงเงียบไม่รู้จะเปิดปากสนทนาอะไร ได้แต่จ้องมองอดีตกัปตันทีมของตนที่นั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาวเบื้องหน้ารอคอยให้อีกฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน  “ฉันมีเรื่องอยากขอให้ทุกคนช่วย..”

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ ‘อาคาชิ เซย์จูโร่’ ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

 

 

ทุกคนตาโตตกตะลึง..พวกเขาไม่คิดว่าคนอย่างชายหนุ่มผู้ได้รับสมญานามว่าเป็นถึงจักรพรรดิจะลุกขึ้นยืนแล้วโค้งตัวให้พวกเขาที่เป็นเพียงบริวารในอดีตกาลเท่านั้น อาโอมิเนะ ไดกิ สะดุ้งตกใจมองคนผมแดงที่ยืดตัวยืนเต็มความสูงมาตราฐานซึ่งน้อยกว่าระดับสายตาของเขา ก่อนจะพ่นลมหายใจแรงสบถหยาบไม่พอใจ

“น่าขนลุกชะมัด อาคาชิ” อาโอมิเนะแคะหูเฉตาไปมองวิวทิวทัศน์ด้านนอก  “จู่ๆมาถ่อมตนแบบนี้มันยังไงๆก็ไม่รู้”

“อาโอมิเนจจินี่ล่ะก็..” คิเสะหัวเราะร่าเริง ดวงเนตรสีอำพันมองอดีตแฟนหนุ่มของเธอ ขาเพรียวก้าวเดินเข้าไปหาอาคาชิสบตาสีแดงคู่คมกริบตรงหน้า..สบมองเข้าไปในแววตายากแก่การคาดเดาจนไม่อาจล่วงรู้ความคิด กระนั้น..เธอสัมผัสได้ว่าไอเย็นยะเยือกที่เคยแผ่กระจายจากคนๆนี้สลายหายไป

 

 

..ม่านทมิฬสุริยคราสหายไปเผยแสงสว่างเจิดจ้ากลับคืนมา..

 

 

“ฉันจะช่วยอาคาชิจจิเองนะ”  มือเรียวเล็กกอบกุมมือแกร่ง..จับและบีบเอาไว้ให้กำลังใจเฉกเช่นเดียวกับอดีตกาลที่คนๆนี้คอยอยู่เคียงข้างในยามที่เธอทุกข์ระทม แม้ว่าความจริงแล้วเขาเองก็บาดเจ็บจากความรักไม่ต่างกัน..

“ขอบใจนะคิเสะ..และก็ขอโทษที่ฉันลากเธอเข้ามาในเรื่องยุ่งเหยิงแบบนี้”  ดวงเนตรสีแดงคู่คมสบตาคู่งามพร้อมคลี่ยิ้มขอบคุณ

“เอ่อๆ เอาเป็นว่านายเลิกทำตัวน่ารำคาญก็ดีแล้ว” อาโอมิเนะคว้าหมับมือเรียวสวยดึงออกจากมือชายหนุ่มผมแดง เดินเข้ามายืนแทรกระหว่างแฟนเก่าบังสาวผมทองกันให้ห่างจากบุรุษตรงหน้า อาคาชิปริบตาเล็กน้อยก่อนแล้วยักไหล่ไม่ถือสาอีกฝ่าย พวกเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยได้ยินฝีเท้ามากมายอีกกลุ่มเดินเข้ามาหา พวกเขาพากันเลิกคิ้วสูงฉงนสนเท่ห์หันไปมองเหล่าผู้มาเยือนอีกหนึ่งทั้งสีหน้าตะลึงพรืดไม่ต่างกัน

“เฮ้ย!!!คางามิกับเซย์ริน!!? ทำไม!!?” หนุ่มผิวสีอุทาน

“ฉันเรียกพวกเขามาเอง”  อาคาชิไขข้อสงสัยให้อดีตเพื่อนร่วมทีม ขายาวสวมกางเกงยีนส์สีดำก้าวเดินเข้าไปหาทีมบาสเก็ตบอลเจ้าของแชมป์วินเทอร์คัพที่แท้จริง

 

 

ประจันหน้ากับเหล่าอัศวินรากหญ้าที่รบเคียงข้างเด็กหญิง ล้มล้างหมากกระดานมุ่งหวังเพียงชัยชนะอันโหดเหี้ยม

 

 

“บอกตามตรง ฉันไม่เคยชอบหน้านายเลย อาคาชิ” คางามิ ไทกะ ถลึงตามองทะมึนใส่คนหนุ่มที่สูงน้อย

“ที่จริงฉันก็ไม่ชอบนายพอๆกับอาโอมิเนะเหมือนกัน” อาคาชิ เซย์จูโร่ ยิ้มสุภาพอ่อนโยนให้ผิดกับวาจาที่กล่าวออกมาเจตนาแทงใจแสงทั้งสองซึ่งก็ได้ผล สองแสงถึงกับคิ้วกระตุกแยกเขี้ยวคำรามใส่เจ้าของเรือนผมสีแดงที่ตัวเล็กกว่าแต่กลับวางมาดเปี่ยมอำนาจล้นฟ้าหาได้เกรงกลัวทั้งสองด้วยซ้ำ ประหนึ่งเสือโคร่งกับเสือดำรวมหัวกันขู่กรรโชกใส่สิงโตจ้าวป่าแห่งพงไพร แต่ในท้ายที่สุดเหล่าแสงทั้งสองจำต้องหยุดลงหลังจากระลึกได้ถึงวัตถุประสงค์หลักในการรวมตัววันนี้

“อาคาชิ..ฉันชอบคุโรโกะนายรู้ใช่ไหม?”  คนหนุ่มเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟูบอกให้รู้ถึงความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อเด็กสาวร่างเล็กบอบบางตัวตนจืดจาง ใบหน้าคมหล่อเหลาล้อมผมสีแดงมุ่นคิ้วเล็กน้อยแล้วพยักหน้าช้าๆ  “สาบานกับฉัน..กับทุกคนที่อยู่ตรงนี้ว่าจะไม่ทำเธอเสียใจอีก”

 

 

ในฐานะอัศวินแห่งแสงที่ทำได้เพียงปกป้องคุ้มครองเด็กหญิง

ยืนได้เพียงเบื้องหลัง..หาใช่ตำแหน่งเคียงข้าง…

 

 

“ฉันสาบาน”  ดวงเนตรสีแดงคู่คมสบตาสีเพลิงนิ่งไม่ไหวติ่ง..ต่างคนต่างจ้องนิ่งเนิ่นนาน ไม่มีใครคิดเปิดปากพูด มีเพียงเสียงสายลมหนาวพัดผ่านในสวนสาธารณะจนใบไม้แห้งปลิวว่อนไปพร้อมกับละอองเกล็ดหิมะสีขาวที่ตระกองพื้น คางามิถอนหายใจหลับตาลงปิดสนิท ปากหนาได้รูปค่อยๆขยับคลี่ยิ้มออกมาช้าๆ

 

 

ที่ตรงนั้นคือ..เจ้าชายผู้พร้อมสถาปนาตัวเองสู่จักรพรรดิแท้จริง..

 

 

“อะแฮ่ม!!!”  เสียงกระแอมดังขึ้น โค้ชสาวริโกะยืนเท้าสะเอวแผ่รังสีทะมึนไม่ต่างอะไรจากกัปตันฮิวงะ ทั้งสองเดินนำเหล่าสมาชิกเซย์รินที่เหลือเข้าประชิดกัปตันทีมราคุซัน “บอกไว้ก่อนพวกฉันยอมมาที่นี่เพราะคางามิขอไว้ ที่สำคัญคงจะไม่ลืมข้อเสนอของพวกเราหรอกนะ”

“ผมยินดีจะทำตามทุกข้อที่ส่งมาในเมลครับ” อาคาชิรับคำหนักแน่น ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อได้เห็นรอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งบนดวงหน้าหวานล้อมเส้นผมสีน้ำตาลซอยสั้นสวนทางกับรังสีอำมหิต มือเรียวบางตบวางลงบนไหล่ชายผมแดงตามด้วยฝ่ามือแกร่งของกัปตันฮิวงะ จุนเปย์ตบจับเข้าอีกไหล่หนึ่งพร้อมยื่นหน้าเข้าประชิดจนรับรู้ถึงลมหายใจของพวกเขาทั้งสองคน

“ดีมากคุณชาย ทายาทตระกูลอาคาชิที่ทำคุโรโกะต้องร้องไห้ไม่รู้กี่ครั้ง ฝืนกฎปลอมเป็นชายมาเล่นบาส ไล่แข่งผ่านเข้ามาจนเจอนายก่อนจะโดนเนตรจักรพรรดิทำล้มเสียจน ‘ข้อมืออักเสบ‘ อา…ความผิดที่ไม่น่าให้อภัยจริงๆ”  ฮิวงะ จุนเปย์พ่นคำแทงใจดำคนผมแดงเข้าหลายชอตจนอาคาชิจุกแน่นท้องเหมือนโดนหมัดฮุกเข้าอย่างจัง…

“นั่นสินะฮิวงะ…คิดแล้วก็จี๊ดดดดดดดดดดด ในหัวจริงๆ ฉันยังคิดอยู่เลยว่าการให้เป็นสปอนเซอร์ออกเงินสนับสนุนชมรม มาทำความสะอาดโรงยิมทุกวันเสาร์อาทิตย์ ผูกขาดซ้อมแข่งกับราคุซันเป็นระยะเวลา 2 ปี อาจจะน้อยเกินไปรึเปล่านะ” ริโกะสำทับอีกฝ่ายบีบไหล่คนหนุ่มแรงเสียจนอาคาชิสะดุ้งตกใจ

 

 

 

โค้ชกับกัปตันเซย์รินน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ!!!!  เหล่ารุ่นปาฏิหาร์ยกู่ร้องในใจเป็นเสียงเดียวกัน

 

 

“ฮ่าๆ กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่หวงลูกสาวไปซะแล้ว” คิโยชิ เทปเปย์หัวเราะอารมณ์ดีอยู่ข้างมุราซากิบาระ คนผมม่วงเบ้ปากรำคาญเมินหันไปหยิบป๊อกกี้รสช็อกโกแลตมากัดเคี้ยวกรุบๆ ทำเป็นไม่สนใจ center หนุ่มร่างสูงใหญ่แห่งเซย์รินที่เดินเข้าไปหาอาคาชิซึ่งกำลังฝืนยิ้มสู้เหงื่อแตกพลั่กทั่วทั้งหน้าที่ต้องโดนคนหนุ่มสวมแว่นกับสาวผมซอยรุมกดดัน  จังหวะนั้นฮิวงะกับริโกะปล่อยมือจากร่างสูงผมแดงหลีกทางให้เซย์รินคนอื่นๆที่เหลือเข้ามาสนทนากับคู่กรณี

“สำหรับคนอื่นๆคุโรโกะอาจจะเป็นเด็กผู้หญิงทั่วๆไป แต่สำหรับเซย์รินเธอเป็นมากกว่านั้น..” เสียงทุ้มอ่อนโยนเว้นวรรคครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ  “เด็กคนนั้นคือ ‘เจ้าหญิง’ ของพวกเรา เพราะงั้นจากนี้ไป…ฝากดูแลเจ้าหญิงของพวกเราด้วยนะ”

 

 

เด็กหญิงตัวน้อยที่เป็น ‘เจ้าหญิง’ ในดวงใจของทุกคน

 

 

“ครับ”  อาคาชิ เซย์จูโร่พยักหน้าตอบรับพวกเขา…กวาดตามองทุกคนที่มารวมตัวในวันนี้ทั้งเซย์รินทั้งรุ่นปาฏิหารย์ทุกสิ่งทุกทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะ ‘คุโรโกะ เท็ตสึยะ’ เธอต่อสู้ฟันฝ่ามาตลอดระยะเวลานานเกือบ 4 ปี ด้วยอุดมการณ์บาสเก็ตบอลแท้จริงที่ลืมเลือนไป พยายามสุดความสามารถ ไม่เคยคิดย่อท้อต่ออุปสรรค…หัวใจของเธอแข็งแกร่งจริงๆ

 

“ถ้างั้นฉันจะอธิบายให้ฟังถึงสิ่งที่ทุกคนต้องทำต่อไปนี้….”

 

การเดิมพันครั้งสุดท้ายกับสายสัมพันธ์ที่เกี่ยวโยงด้วย ‘บาสเก็ตบอล’ ของเจ้าชาย

 

 

.

.

.

 

 

กระดุมเสื้อไหมพรมตัวนอกสีน้ำเงินเข้มเม็ดสุดท้ายติดเป็นที่เรียบร้อย ปลายนิ้วลูบสัมผัสเม็ดกระดุมไปมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกระจกหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองดูเงาสะท้อนของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าที่เปลี่ยนไปตลอดระยะเวลาที่ผ่านพ้นไปร่วมหนึ่งเดือนเต็ม ผมสีฟ้าอ่อนยาวประบ่าเป็นทรงบ๊อบยังชี้กระดกยุ่งเหยิงแต่งกายในชุดยูนิฟอร์มหญิงโรงเรียนเซย์รินสีขาวคอปกกะลาสีทับด้วยไหมพรมแขนยาวสีน้ำเงินตามด้วยถุงเท้าสีดำเข้ารูปสูงขึ้นมาเกือบถึงเข่า

 

 

สิ่งที่ควรเป็นสำหรับเราตั้งแต่ ม.ต้น

 

 

แอ๊ด

ประตูห้องนอนเปิดออกโดยคุณนายคุโรโกะ หญิงสาววัยกลางคนคลี่ยิ้มเอ็นดูยามพิศมองลูกสาวในชุดนักเรียนหญิง ม.ปลาย มือเรียวยาววางลงบนไหล่บอบบางสำรวจมองลูกสาวเพียงคนเดียว

“ในที่สุดแม่ก็ได้เห็นลูกสาวของแม่ในชุด ม.ปลาย น่ารักมากเลยเท็ตสึยะ” มารดาชื่นชม เรียกริ้วสีแดงขึ้นบนพวงแก้มใสบนดวงหน้าหวานอ่อนเยาว์ล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อนยาวประบ่า  สักพักบิดากับย่าเดินเข้ามาสมทบชื่นชมเด็กสาวที่ก้าวเข้าสู่ชีวิตเด็กสาวมัธยมปลายเต็มรูปแบบอย่างที่ควรเป็น

“พ้นทัณฐ์บนแล้วฤดูใบไม้ผลิก็กำลังจะมาเยือน คิดซะว่าเป็นฤกษ์งามยามดีในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของลูก” นายคุโรโกะวางมือลูบหัวลูกสาวตัวน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจอันแสนสำคัญกว่าใคร คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยิ้มน้อยพยักหน้าตอบรับพ่อของตัวเองก่อนจะหันไปมองวิวนอกหน้าต่างห้องนอนที่เปิดแง้มเอาไว้ปล่อยให้สายลมหนาวแฝงไออุ่นอันเป็นสัญญาณการสิ้นสุดฤดูกาลเปลี่ยนผันสู่ฤดูใหม่

 

ชีวิตใหม่ของเรานับจากนี้….

 

“ค่ะ” เธอขานรับแล้วหลับตาลง..สูดรับกลิ่นดอกวานิลลาแรกแย้มในสวนลอยละล่องมาพร้อมกับสายลม

 

.

.

.

 

ตลอดทางเดินไปโรงเรียนเซย์ริน ดวงเนตรสีฟ้ากลมโตทอดมองกองหิมะเกาะรอบโคนเสาไฟริมถนนเพียงเล็กน้อยรอวันละลายเช่นเดียวกับเกล็ดหิมะอื่นๆจากดวงอาทิตย์ยามเช้าที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้าสีครามสดใส ถนนซ้ายขวาขนาบด้วยต้นซากุระเริ่มผลิดอกประปรายบนกิ่งก้านตามด้วยเสียงนกโผบินตัดขอบฟ้าออกหากิน ภาพเหล่านี้คือการเริ่มต้นของชีวิตใหม่หลังผ่านคืนวันอันหนาวเหน็บไปหลายเดือน ไม่นานนัก..เท้าทั้งคู่ก้าวมาถึงรั้วโรงเรียนของตัวเอง วินาทีที่เธอปรากฏตัวขึ้นได้กลายเป็นเป้าสายตานักเรียนชายหญิงเซย์รินทันที

 

..สื่อมวลชนโหมกระหน่ำลงข่าวสั่นสะเทือนวงการกีฬาเยาวชนส่งผลให้ คุโรโกะ เท็ตสึยะ เป็นที่จับตามอง..

 

มือเรียวกำสายสะพายกระเป๋าแน่นเก็บความรู้สึกไม่ชอบใจที่กลายเป็นจุดสนใจแล้วแสร้งทำหน้านิ่งเฉยชาเดินเข้าไปในโรงเรียนเมินเสียงวิพากย์วิจารณ์ต่างๆนาๆ ดังระงมทั้งซ้ายทั้งขวา  จนกระทั่ง…เงาร่างสูงคุ้นตาบังทางเดินเธอเอาไว้ จึงต้องชะงักฝีเท้าหยุดนิ่ง

“ไง คุโรโกะ” คางามิ ไทกะฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวโบกมือทักทาย ก่อนจะหันไปถลึงตาดุใส่พวกที่จับกลุ่มเม้าท์มอยให้แซ่ดเสียจนพวกนั้นรีบสลายโต๋หนีไปคนละทิศละทางแล้วหันกลับมามองคู่หูเงาลวงตาในชุดนักเรียนหญิงเซย์ริน

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ คางามิคุง” คุโรโกะเงยหน้าขึ้นสบตาสีเพลิงคู่คม ดวงหน้าหวานจืดจางล้อมด้วยผมสีฟ้าปล่อยยาวประบ่ายิ่งทำให้เจ้าตัวหน้าหวานจนเห็นแล้วมั่นใจได้ชัดเจนว่าคนๆนี้คือเด็กผู้หญิงแน่นอน ไหนจะชุดเครื่องแบบ ม.ปลายอีก..

 

 

น่ารักเกินไปแล้ว!!!!

 

 

คางามิเขินจนหน้าร้อนผ่าวจนต้องรีบทำเฉไฉไปมองวิวรอบๆที่เต็มไปด้วยดอกซากุระกำลังผลิบานในอีกไม่กี่วันข้างหน้าพร้อมเกาหลังท้ายทอยไปมา “อ่า..ไม่ต้องไปใส่ใจคำพูดคนพวกนั้นหรอกนะ..พวกนั้นก็ปากหอยปากปูไปงั้น”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคางามิคุง ฉันไม่ใส่ใจหรอก” คุโรโกะยิ้มบางตอบกลับให้คนตรงหน้าสบายใจ

“ให้ฉันช่วยถือกระเป๋าไหม มือยังไม่หายดีเลยนี่”

“ไม่เป็นไรค่ะฉันไหว”  เธอส่ายหน้าปฏิเสธรับการช่วยเหลือจากคู่หูแสงที่ไม่มีวันได้ร่วมลงสนามด้วยกันอีกแล้ว..เธอเดินสวนผ่านชายหนุ่มร่างสูงกำยำที่ยืนอึ้งตะลึงค้างไป…คางามิยืนเงียบนิ่งได้แต่ฟังเสียงฝีเท้าที่ย่างก้าวออกไปไกลจากโสตประสาทเรื่อยๆจนไม่สามารถได้ยินอะไรอีก คนหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่ของรุ่นพี่คิโยชิตบเข้าลงบนบ่าตามด้วยเหล่าสมาชิกเซย์รินที่ซุ่มมองอยู่ห่างๆ

 

“คุโรโกะคงจะคิดโทษตัวเองเรื่องที่เป็นสาเหตุทำให้พวกเราแพ้..ถึงได้พยายามสร้างระยะห่างกับพวกเรา” ริโกะปลอบ

“ผมรู้…ครับ” คางามิ ไทกะ ถอนหายใจเฮือกใหญ่เข้าใจความรู้สึกของร่างบาง ถ้าเป็นเขาเองก็คงลงโทษตัวเองเหมือนกัน

 

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนในที่สุดสัญญาณออดเลิกเรียนดังขึ้นหลังจากผ่านมาจนถึง 4 โมงเย็น  เด็กสาวปิดหนังสือเรียน เก็บดินสอปากกาลงในกล่องดินสอแล้วเก็บลงกระเป๋านักเรียนที่แขวนไว้ข้างโต๊ะ ก่อนจะก้มลงไปหยิบเอากระเป๋านักเรียนขึ้นมา

“อึก!!!”  หน้าหวานนิ่วลงกับความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วจากข้อมือ ทันใดนั้นเองมือหนาหยาบใครบางคนฉวยหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาให้ คุโรโกะเงยหน้าขึ้นช้าๆมองคนที่ถือวิสาสะเข้ามาช่วยเหลือ

“กลับบ้านกันเถอะ ฉันไปส่ง” คางามิ ไทกะผลัดเปลี่ยนกลับมาเป็นชุดนักเรียนชายสีดำแถบฟ้าไม่ติดกระดุมเสื้อเผยเสื้อยืดสีขาวด้านใน  เขายกกระเป๋าขึ้นสูงเกินระยะเอื้อมของเด็กสาวผมฟ้ายาวประบ่าแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าไม่ยอมให้อีกฝ่ายปฏิเสธ   “อย่าตัดรอนแม้คำว่าเพื่อนเลย..คุโรโกะ…”

“……”  คุโรโกะถอนหายใจ พยักหน้าตอบรับด้วยภาวะจำยอมในคำวิงวอนนั้น  เรียกรอยยิ้มพึงพอใจบนหน้าคมกร้าวแสงเงาทั้งสองเดินเคียงคู่กันโดยที่ฝ่ายหญิงสาวเดินตัวเปล่ายอมให้ฝ่ายคนหนุ่มถือกระเป๋าเดินออกไปจากอาคารเรียนผ่านเส้นทางถนนใหญ่ทอดยาวจากทางเข้าอาคารสู่ประตูรั้วทางเข้าโรงเรียนเบื้องหน้า

 

 

“เท็ตสึคุง!!!!!!!!”

“อุ๊ก!!!ค..คุณโมโมอิ!!”

 

สาวผมสีชมพูยาวสลวยในชุดเครื่องแบบหญิงโทโอวิ่งพุ่งถลาเข้ามากอดสาวร่างเล็กแน่นกดหัวอีกฝ่ายให้เข้ามาจมคาหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่ กดแน่นจนหน้าขาวดั่งผิวกระเบื้องเคลือบเริ่มแดงช้ำพยายามแกว่งแขนตะเกียกตะกายขอให้โมโมอิปล่อย ทว่า..อีกฝ่ายกลับกอดแน่นมากเข้าไปกว่าเดิมไม่รู้ตัวซักนิดว่าจะทำเอาคนในอ้อมแขนตายคาอกในไม่ช้า

“พอได้แล้วซัทสึกิ เดี๋ยวเท็ตสึขาดใจตายพอดี” อาโอมิเนะ ไดกิ จิ๊ปากหงุดหงิดเดินเข้ามาร่วมสมทบพร้อมกระชากหลังคอเสื้อแฟนสาวดีกรีนางแบบที่ยืนแจกลายเซนให้เหล่านักเรียนชายเซย์รินทั้งหลายลากออกจากวงล้อมหนุ่มๆด้วยที่จำต้องรีบสลายโต๋เมื่อเจอตาสีไพลินพิฆาตหวงแฟนของเขาเข้าให้

“ทุกคนมาทำอะไรที่นี่คะ?” คุโรโกะเลิกคิ้วสองแฉกสูงด้วยความฉงนสนเท่ห์ ไล่สบตามองรุ่นปาฏิหาร์ยทั้งสามที่เดินทางมารวมตัวยืนดักรอพวกเขาถึงหน้าโรงเรียนเซย์ริน

“ก็แหม..วันนี้เท็ตสึคุงมาเรียนวันแรกแถมยังใส่เครื่องแบบ ม.ปลายผู้หญิงเป็นครั้งแรกด้วย ฉันก็ต้องรีบมาดูซิ โอ๊ยยย น่ารักที่สุดเลยเท็ตสึคุงงงงง”  โมโมอิ ซัทสึกิ แทบเก็บอาการคลั่งไคล้คุโรโกะเอาไว้ไม่อยู่ อ้าแขนกว้างจะวิ่งถลาเข้าไปคว้าสาวตัวเล็กมาที่พึ่งถอยหนีออกมาได้เข้าไปกอดอีกรอบจนหน้าอกหน้าใจบดเบียดเข้ากับอกเล็กๆซึ่งบัดนี้ไม่ได้สวมผ้ารัดอกแล้วก็ยังเห็นความนูนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“คุโรโกจจินี่เนื้อหอมจริงๆเลยนะว่าไหมอาโอมิเนจจิ” คิเสะแซวพลางปรายตาไปยังคนผมแดงอมน้ำไหม้ชี้ฟูยืนกัดฟันอิจฉาตาร้อนใส่สาวทรงโต  แล้วหันไปควงแขนซบไหล่แฟนหนุ่มที่ยืนทำหน้าเบื่อโลกอ้าปากหาวหวอดๆเสียจนน้ำตาเล็ดพยักหน้าเออออกับแฟนสาวมือแกร่งอีกมือเอื้อมมาขยี้ผมสีทองสว่างไสวยาวสลวยดัดลอนไปมาพลางหลุบตามองดวงหน้าสะสวยยิ้มตาพริ้มอิงแขนเขา

 

 

เธอก็เนื้อหอมฉันหงุดหงิดเหมือนกันยัยลูกหมา  อาโอมิเนะ ไดกิ คิดในใจเงียบๆ

 

 

การเดินทางไปส่งบ้านสาววันนี้กลายเป็นว่ามีตัวพ่วงเพิ่มมาอีกสามคน  สาวๆทั้งสามเดินนำอยู่ตรงหน้าโมโมอิแทบจะควงแขนคุโรโกะตลอดเวลา ส่วนคิเสะก็พอกันเอาแต่กอดคอร้องเรียกคุโรโกจจิอย่างนั้นอย่างนี้ชวนคุยเจื้อยแจ้วไปตลอดทาง ส่วนฝ่ายที่ถูกผู้หญิงประกบซ้ายขวาเอาแต่เดินหน้านิ่งตายไร้อารมณ์พยักหน้าเออออยิ้มตามโมโมอิ แต่กลับแสดงท่าทีเย็นชาใส่คิเสะให้งอแงง่องแง่งไปตลอดเส้นทางทิ้งคางามิเดินถือกระเป๋าเดินตามหลังไปพร้อมกับอาโอมิเนะที่เอาแต่หาวแล้วหาวอีกจนคางามิแช่งชักในใจอยากให้มีแมลงวันบินเข้าปากคนข้างตัวจะได้เลิกทำหน้าเบื่อโลกน่ารำคาญเช่นนั้น!!

 

 

ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ฟร่ะ!!!!

 

 

คางามิถอนหายใจเฮือกใหญ่ไอ้เขาก็หวังว่าจะหาเรื่องคุยกับคุโรโกะซักหน่อยแท้ๆ นัยน์ตาสีเพลิงคู่คมเหลือบมองคนตัวสูงเท่ากันยืนเคะหูไปมาแล้วชักนิ้วออกปั่นขี้หูเป็นก้อนกลมแล้วเป่าทิ้ง ช่างเป็นพฤติกรรมซกมกขนาดเขาเองยังรับไม่ได้

“เท็ตสึดูดีขึ้นนะ นับจากวันแรกๆ”

“อ่า”  สองแสงคุยกันด้วยเรื่องราวของเงาลวงตาเพียงหนึ่งทั้งเสียงกระซิบแผ่วเบาเว้นระยะห่างไม่ให้สาวๆได้ยิน

“ช่วงนี้คุโรโกะคงทำตัวจืดจางไม่ได้ไปพักใหญ่ๆจนกว่าข่าวจะซา” สิ้นคำบอกเล่าของแสงสว่างปัจจุบัน แสงเก่าพยักหน้าตอบรับแววตาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยไม่ต่างกัน  พลัน!!พวกเขาทั้งห้าได้ยินเสียงโวยวายเถียงกันเสียงดังลั่นออกมาจากร้านขายของเก่าริมถนนจนทำให้ต้องชะงักเดิน..โดยเฉพาะรถซาเล้งแปลกตาจอดรออยู่ริมถนนตรงหน้า

 

“อั๊วไม่ขายลื้อแหล้วอ้ายเด็กเมื่อวังซึง จาไปหน่ายก็ไสหัวไปไกลๆเลย!!!”

“ขายราคาแพงแบบนี้ฉันก็ไม่ง้อเหมือนกัน!!!”

 

เด็กหนุ่มสวมชุดกักคุรันสีดำเข้มเถียงด่าฉอดๆกับอาแปะเจ้าของร้านขายของเก่าไม่คิดยอมแพ้และไม่คิดถอยทัพด้วยแม้เจ้าของร้านจะถือไม้กวาดมาไล่ฟาดจนเพื่อนอีกคนที่พยายามแย้มยิ้มหัวเราะแห้งๆกระชากแขนลากให้ออกมาจากร้านค้า อาแปะหน้าแดงก่ำโกรธจนคิ้วขาวกระตุกกัดฟันด่าเป็นภาษาจีนที่พวกเขาเองก็ฟังไม่รู้เรื่องปิดท้ายด้วยเดินลากอีแตะหนีบเข้าร้านขายของปิดประตูกระแทกใส่ลูกค้าวัยรุ่น

“ใจเย็นๆน่าชินจัง ร้านอื่นอาจจะมีลัคกี้ไอเทมสำหรับพรุ่งนี้ของนายก็ได้นะ” ทาคาโอะตบบ่าปลอบชายร่างสูงผมสีเขียวสวมแว่นตา พวกเขาทั้งคู่รู้สึกว่ามีคนจับจ้องเลยหันไปมองก็ต้องสะดุ้งตกใจไม่ต่างจากอีกฝ่าย

“บ้าดวงไร้สาระแบบนั้นอีกแล้วเหรอมิโดริมะ” อาโอมิเนะหรี่ตามองคนผมสีเขียว มิโดริมะตวัดตามองค้อนชายผิวแทนที่ริอาจมาต่อว่าค่านิยมความเชื่อของเขา พอเห็นดวงตาสีมรกตแข็งกร้าววาวโรจน์ฉายแววขุ่นเคืองค้างจากการทะเลาะเลยต้องรับกลืนคำแซวที่คิดจะพูดต่อลงไปในลำคอฉับพลัน

 

 

“ช่างเถอะ..พรุ่งนี้ฉันจะไม่ไปเรียนเก็บตัวอยู่บ้าน”

“อ้าว!!ไหงงั้นอ่าชินจัง!!!!”

 

 

แสร้งทำเป็นขรึมทั้งที่ใจจริงแล้วคนหัวเขียวกำลังใจเสียอย่างรุนแรง หวาดกลัวความโชคร้ายที่จะมาเยือนในวันพรุ่งนี้หากขาดลัคกี้ไอเทม ขายาวกำลังก้าวขึ้นกระบะหลังรถซาเล้ง ทันใดนั้นเองมีใครบางคนสะกิดเบาๆที่ต้นแขนทำให้เขาต้องผินหน้าหันมามอง

“ลัคกี้ไอเทมของมิโดริมะคุงพรุ่งนี้คือพวงกุญแจลูกเจี๊ยบสีฟ้าใช่ไหมคะ”  คุโรโกะ เท็ตสึยะเปิดแอพรายการดูดวงที่อีกฝ่ายใช้ตรวจเช็กดวงชะตาตัวเองกับผู้อื่นบ่อยครั้งผ่านจอมือถือ “ถ้างั้นฉันพอจะนึกออกอยู่ว่าหาได้จากที่ไหน”

 

 

 

แอ๊ดดดดดด

เสียงเครื่องจักรในตู้เครื่องเล่นคีบตุ๊กตาดังตามจังหวะการเคลื่อนที่ไปมาภายใต้การบังคับของสาวร่างเล็กเรือนผมสีฟ้า มือแขนกลอ้าออกเล็งตุ๊กตาลูกเจี๊ยบสีฟ้าแล้วคีบออกมายังช่องหย่อนและปล่อยตุ๊กตาลงหลุมไปอย่างง่ายดาย คุโรโกะย่อตัวลงล้วงไปในช่องรับของด้านล่างหยิบเอาตุ๊กตาลูกเจี๊ยบสีฟ้ายื่นส่งให้มิโดริมะ

“จริงๆก็ไม่ได้ขอให้เธอช่วยหรอกนะคุโรโกะ ยังไงก็ขอบใจก็แล้วกัน”  คนผมสีเขียวเฉหลบตาสาวผมฟ้าปล่อยยาวประบ่าพลางดันแว่นขึ้นสันจมูกในขณะที่พวงแก้มสากริ้วขึ้นสีแดงยื่นมือพันเทปกันซ้นไปรับตุ๊กตาลูกเจี๊ยบสีฟ้ามาถือ  คาซึนาริ ทาคาโอะ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ระยะประชิดจนฝ่ายสาวผมฟ้าตกใจถอยผงะแทบไม่ทัน

 

“คุโรโกะจังไว้ผมยาวแล้วน่ารักจังเลย จากนี้ไปเรามาคบเป็…แอ๊กกกกกกก”

 

กำปั้นเขกกะโหลกคนหนุ่มผมดำเปิดหน้าผากกว้างเข้าเต็มแรงจนอีกฝ่ายร้องไม่เป็นภาษา พอเงยหน้าขึ้นเห็นแววตาทะมึนหลังเลนส์แว่นตาทรงเหลี่ยม เขาถึงกลับสะอึกรีบจรลีถอยห่างจากคุโรโกะ เท็ตสึยะทันที  ก่อนจะสะดุ้งโหยงสุดตัวขนลุกเกรียวยามเห็นบรรยากาศมาคุแผ่กระจายจากหญิงสาวทรงโตผมสีชมพูกับหนุ่มผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้

“ฉันแค่ล้อเล่นนะ ฮะๆๆๆ”  มือแกร่งเกาหัวแรงๆแก้เก้อ เดินถอยหลังไปเรื่อยๆจนชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง

“เดินระวังๆหน่อยสิ” เสียงทุ้มคางยานลากยาวสลับเคี้ยวขนมกรุบกรอบไปมาในปากโดยไม่ได้ดูตัวเองว่าเศษขนมติดรอบปาก ทาคาโอะเหลียวหลังไปพบเพียงช่วงอกสวมชุดนักเรียนทำสูทสีดำเข้มข้างในเป็นเชิ้ตขาวผูกไทเบี้ยวๆกับกางเกงลายสก็อตพอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาสีอเมทิสต์ปรือง่วงตลอดเวลา

 

“โอ๊ะ…มิโดจิน คิเสะจิน คางามิน ซัทจิน มิเนะจินนี่นา..อ่า..แล้ว..นาย..เป็นใครนะ?”

 

“โหดร้าย!!!วันรอบชิงเรายังคุยกันอยู่เลย!!!” ทาคาโอะโวยวายใส่มุราซากิบาระ คนหนุ่มร่างสูงโย่งเอียงคองุนงงกลอกตาขึ้นฟ้าพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเลยปล่อยผ่านเลยตามเลยก้าวเดินเข้ามาหาคุโรโกะจ้องนิ่งนานมากเสียจนเธองุนงงก่อนวางมือใหญ่ลงบนศีรษะขยี้ไปมาจนผมสีฟ้าอ่อนเริ่มชี้กระดกยุ่งจนเธอปัดมืออีกฝ่ายทิ้งพร้อมมุ่นคิ้วชักสีหน้าไม่พอใจ

“ผมเสียทรงหมดแล้วค่ะมุราซากิบาระคุง”  เสียงเรียบเย็นเริ่มเจือหงุดหงิดใส่คนตัวสูงโย่ง

“คุโรจินตัวจริงด้วยสินะ”  มุราซากิบาระ อัตสึชิ คลี่ยิ้มซื่อ..รอยยิ้มที่ทำเอาสาวร่างผอมบางถึงกับเคืองไม่ลง หญิงสาวถอนใจไม่ถือโทษโกรธาแล้วใช้มือลูบผมที่ฟูให้เข้าทรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  “กำลังจะไปส่งคุโรจินใช่ไหม ไปด้วยสิ”

“เห!!!?ถ้าจำไม่ผิดบ้านนายอยู่ทางโน้นไม่ใช่เหรอฟร่ะ!!?” คางามิ ไทกะ ชี้นิ้วไปทิศทางตรงข้ามกับเส้นทางที่จะเดินไปยังบ้านของสาวผู้ได้รับฉายาเงาลวงตา หากแต่ไม่มีใครฟังคำถามของเอซเซย์รินแล้วรวมกลุ่มเดินนำต่อไปบีบบังคับให้คางามิต้องโยนความสงสัยเหล่านั้นวิ่งไล่ตามเหล่าคนประหลาดรุ่นปาฏิหาร์ยรวมตัวกัน

 

 

จากเริ่มต้นเพียงสองคนกลายเป็นห้าคน  ต่อจากนั้นเพิ่มด้วยสองคู่หูซาเล้งและปิดท้ายด้วยเด็กโข่งอีกหนึ่ง

 

 

ต่างคนพากันลากร่างบางไปนู่นมานี่แวะเวียนตลอดเส้นทางจน คางามิ ไทกะ ปวดหัว บางทีก็ลากเข้าร้านเค้ก ร้านเสื้อผ้าผู้หญิง ไปร้านขนมตามที่มุราซากิบาระต่อด้วยร้านของนำโชคกับมิโดริมะ ที่ไม่ง่วงหน่อยคงเป็นร้านรองเท้าบาสที่เขายังพอสนุกสนานไปบ้างเช่นเดียวกับอาโอมิเนะจากที่เดินง่วงๆมาตลอดทางก็ตื่นเอาตอนเข้าร้านรองเท้าบาสเช่นกันปิดท้ายด้วยร้านคาราโอเกะที่คิเสะแทบจะครองไมค์เกือบทุกเพลงเสียด้วยซ้ำ  พวกเขาทั้งหลายใช้เวลาหลังเลิกเรียนเสียจนคุ้มค่า กว่าจะมาถึงบ้านครอบครัวคุโรโกะก็กินเวลาไปเกือบหนึ่งทุ่มเศษแล้ว

 

“ขอบคุณนะคะที่มาส่งฉัน” คุโรโกะแย้มยิ้มออกมา..เป็นรอยยิ้มที่สดใสขึ้น ดวงตาสีฟ้าไล่กวาดมองใบหน้าของทุกๆคน ณ ที่แห่งนี้ เหล่าเพื่อนพ้องในรุ่นปาฏิหาร์ยทั้ง 5 ที่เคยบิดเบี้ยวหลงทางผิดไปกับบาสเก็ตบอลที่หวังเพียงชัยชนะ

 

 

รู้ดีว่าการพบเจอหาใช่เรื่องบังเอิญ เหตุผลคือต้องการให้เราสบายใจ

แค่นี้ก็ดีใจจนหุบยิ้มไม่อยู่

 

 

 

“วันนี้ฉันสนุกมากเลย ขอบคุณทุกคนนะคะ”  คำขอบคุณที่ทำให้ทุกคน ณ ที่แห่งนี้รู้สึกสบายใจ ทุกคนต่างพากันส่งรอยยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า

 

 

ไม่คิดว่าจะมีวันที่ทุกคนกลับมาหัวเราะด้วยกันอีกครั้ง แม้ว่าจะไม่สามารถช่วยเจ้าชายไว้ได้ 

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้เด็กหญิงรู้ว่าความพยายามไม่สูญเปล่าไปเสียหมด ‘มิตรภาพ’ กลับคืนมาดั่งเดิม

 

 

 

จังหวะที่สาวผมฟ้ากำลังจะเปิดประตูรั้วเล็กเข้าบ้านโมโมอิกลับอุทานเสียงดังทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว

“จะว่าไปฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าโค้ชซานาดะส่งเมลมา” สิ้นคำบอกเล่าของโมโมอิ ซัทสึกิ ต่างคนต่างเลิกคิ้วสูงประหลาดใจกับข่าวสารใหม่ พอชะโงกหน้าไปดูเมลบนหน้าจอมือถือสีชมพูก็พบว่าคนส่งเป็นโค้ชทีมสมัย ม.ต้น จริงๆ

“ฝากเชิญทีมเซย์รินมาแนะแนวฝึกซ้อมเตรียมแข่งขัน? หมายความว่าไงกัน?” อาโอมิเนะอ่านทวนเมล

“ฉันคิดว่าคงเพราะเซย์รินเอาชนะรุ่นปาฏิหาร์ยได้ ทางเทย์โควก็คงอยากศึกษาไว้เป็นแนวทางน่ะ” โมโมอิตอบแล้วหันไปมองสองคู่หูแสงเงา คุโรโกะยืนตัวแข็งทื่อหลังจากได้ยินชื่อโรงเรียนมัธยมต้น..โรงเรียนที่เกี่ยวพันสัญญาในครั้นเยาว์วัย

 

 

ก้าวเท้าเข้าไปในรั้วโรงเรียนในสภาพเด็กหนุ่มเพียงเพื่อตามหารักแรกที่ไม่มีวันเป็นจริง

 

 

“ฉันอยากให้คุโรโกะไป ถึงพวกเราจะโดนปรับแพ้นี่ก็ถือว่าเป็นการที่แสดงให้เห็นว่าทีมเราได้รับชัยชนะ” คางามิ ไทกะ พูดอย่างรู้ทัน..เขารู้ว่าเด็กสาวคิดปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าไม่ใช่สมาชิกชมรมแล้ว คุโรโกะขมวดมุ่นคิ้วเม้มปากชั่งใจอยู่พักใหญ่เพียงแค่คิดว่าต้องก้าวเท้ากลับเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นอีกครั้งก็อดใจสั่นไหวเสียไม่ได้ ขณะเดียวกันการไปในฐานะสมาชิกทีมบาสที่เธอพังทลายทุกสิ่งด้วยมือทั้งสองข้างนี้ยิ่งทำให้รู้สึกผิดบาปในใจปะทุขึ้น

 

 

อยากจะยินดีร่วมกับทุกคนกับชัยชนะที่ได้มา

 

 

“ทุกคนอยากให้เธอเลิกคิดโทษตัวเอง แล้วยินดีกับพวกเรา” คู่หูแสงขอทั้งเสียงอ่อนซึ่งหาได้ยาก ใบหน้าหวานล้อมเส้นผมสีฟ้ายาวประบ่าเงยหน้าขึ้นสบมองคนข้างกาย..เธอจ้องมองเข้าไปในแววตาสีเพลิงสั่นไหวคาดหวังในคำตอบ

“ฉันจะไปค่ะ”  คุโรโกะยิ้มใจอ่อน ทั้งที่ควรจะรู้สึกผิดหากแต่หัวใจกลับพองโตขึ้นมาเสียอย่างงั้น

 

 

เห็นแก่ตัวซักครั้งก็ยังดีกับทีมที่รักยิ่ง..ขอเอาแต่ใจตัวเองอีกซักครั้งเถิด..

 

 

.

.

.

 

 

 

ท้องนภาที่เปลี่ยนสีมาเป็นสีดำยามรัตติกาล ดวงดาราส่องสว่างสุกสกาวระยิบระยับจับตาเห็นสะท้อนในดวงเนตรเพลิงคู่คมดวงหน้าคมกร้าวเลิกแหงนหน้ามองฟ้าลดระดับสายตามาเป็นปกติหลังจากเดินออกจากหน้าบ้านคุโรโกะมาได้ซักพักกับกลุ่มรุ่นปาฏิหาร์ย ฝีเท้าหยุดชะลอก้าวเดินทีละนิดแล้วหยุดลงกับพื้นทำให้ทุกคนหยุดตามเหลียวหลังมามองคนตัวสูง

“………”

“ฉันเข้าใจนาย คางามิ” อาโอมิเนะ ไดกิ พูดทั้งเสียงทุ้มเรียบเนตรสีไพลินจ้องมองคนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู

“ฉันไม่ได้แย่เหมือนนายนะอาโอมิเนะ ฉันนิสัยดีกว่านายเยอะ”  คางามิเค้นยิ้มมุมปากยักไหล่ยียวนกวนประสาทใส่ร่างสูงผิวสีแทน หนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินสั้นคิ้วกระตุกเล็กน้อยก่อนพ่นลมหายใจแรงพลางยกมือเกาหัวแกรกๆไปมา มิโดริมะ ชินทาโร่ดันแว่นขึ้นสันจมูกผินสายตาทอดมองไปยังต้นซากุระริมถนน..มองดูดอกซากุระที่กำลังจะผลิบานในไม่ช้า…กระแสลมแรงพัดผ่านพวกเขาไปอย่างช้าๆ ทุกคนสัมผัสได้ถึงไออุ่นในนั้นที่เริ่มแจ่มชัดขึ้น

 

“มีหลายสิ่งที่งดงามหลังผ่านฤดูหนาวโหดร้าย ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นเช่นกัน”

 

สิ้นคำกล่าวเป็นปรัชญาเชิงเปรียบเทียบในด้านสัญลักษณ์บางอย่างจากปากมือชู้ตสามแต้มแห่งชูโตคุไม่ได้ทำให้คนสมองขี้เลื่อยเช่นสองแสงเข้าใจซักนิด คิเสะลอบมองหน้าเหลอหลาของคนหนุ่มทั้งสองแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ มือเรียวจับเส้นผมสีทองดัดลอนยาวสลวยขึ้นทัดหลังหูที่ประดับต่างหูสีเงินไว้ข้างเดียวเหม่อมองไปในทิศทางเดียวกับหนุ่มผมสีเขียว

 

“วันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่คุโรโกจจิเป็นของพวกเราทุกคนหรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ใครจะรู้” ปากอิ่มพึมพำเบาๆ

 

 

…ฤดูใบไม้ผลิกำลังมาเยือน…

 

“อ๊ะ!!!ถึงบ้านฉันพอดีเลย ขอตัวก่อนนะ” โมโมอิ ซัทสึกิชี้ปากทางเข้าซอยบ้านซึ่งเป็นซอยเดียวกับหนุ่มผิวสีแทน อาโอมิเนะกำลังจะเดินเข้าไปส่งเพื่อนสาวทว่า..มือเรียวบางยกขึ้นมาวางทาบดันแผงอกแกร่งเอาไว้  “ไดจังไม่ต้องไปส่งฉันถึงบ้านหรอก เดี๋ยวเดินเข้าไปเองได้ ไปส่งคีจังก่อนดีกว่า”

“หา!!แต่…”

“เอาน่าๆ พวกเราสองคนโตที่ซอยนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ไม่มีอันตรายหรอก” โมโมอิ ซัทสึกิยิ้มร่าเริงให้หนุ่มตัวสูงผิวสีแทน อาโอมิเนะเกาหลังท้ายทอยไปมา พยักหน้าตอบรับอีกฝ่ายขายาวสวมกางเกงแสลตสีกรมท่าเดินเลยจากไปต่างคนต่างแยกย้ายไปคนละทิศละทางเหลือเพียงผู้จัดการทีมโทโอคนเดียว…เธอยืนโบกมือให้เพื่อนๆจนลับสายตาก่อนจะค่อยๆลดมือทิ้งลงข้างตัวเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ซอยเข้าบ้านแต่ตรงไปเรื่อยๆก่อนจะหยุดนั่งลงที่ม้านั่งริมถนนติดด้านนอกใต้แสงไฟสีส้มทองส่องสว่างถนนที่มีรถวิ่งสวนผ่านไปมา

 

“วันสุดท้าย….” เสียงใสกังวานสั่นไหวกระซิบเบาๆ ก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่วางลงบนตักเงียบๆเช่นนั้น

 

 

ปุ!!!!!

บางอย่างวางลงบนศีรษะทำเอาเธอสะดุ้งตกใจสุดขีดร้องเสียงหลงจนเกือบกรีดร้อง พอหันไปเห็นก็พบว่าคนที่เขามาหาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากร่างสูงโย่งเรือนผมสีม่วงสไลด์คลอเคลียต้นคอ

“มุคคุง!!ใจหายหมดเลย..เอ๋!!เมื่อกี๊มุคคุงกลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ” หญิงสาวผมชมพูเอียงคองุนงง ก่อนจะเอามือหยิบสิ่งที่วางไว้บนหัวลงมาดูกลายเป็นถุงพลาสติกร้านสะดวกซื้ออัดแน่นไปด้วยขนมข้าวพองทอดกรอบอุไมโบสารพัดรสเต็มไปหมด

“อ่า…นึกขึ้นได้ว่าจะแวะร้านสะดวกซื้อแล้วก็มาเห็นซัทจินนั่งอยู่พอดี” ดวงเนตรสีอเมทิสต์ลอกแล่กไปมาอย่างน่าสงสัย ก่อนจะวิสาสะนั่งลงข้างหญิงสาวผมชมพูยาวสลวย แล้ว…เงียบ…ไม่พูดไม่จาอะไรเสียจนโมโมอิงุนงง เธอปริบตามองใบหน้าครึ่งซีกสีหน้าเฉื่อยชาตลอดเวลาก่อนหลุบตาลงมามองถุงขนมบนตักตัวเอง

 

“……นี่..มุคคุง…”

“……..”

 

“ฉันน่ะ…รักเท็ตสึคุงจริงๆนะ” โมโมอิบอกเล่าทั้งรอยยิ้มอ่อนโยนยามนึกถึงใบหน้าไร้อารมณ์ล้อมเส้นผมสีอ่อน “เท็ตสึคุงทั้งใจดี อ่อนโยนและก็เข้มแข็งมาก ฉันรักตรงนั้นของเท็ตสึคุงจนก้าวผ่านเรื่องเพศไปได้หมดใจ”

 

 

นกพิราบสงสาสน์ตัวน้อยเกาะกิ่งต้นสนเฝ้ามองเด็กหญิงมาตลอด

ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าเป็นเพียงนกน้อยตัวเล็กๆที่เด็กหญิงเอ็นดูได้เพียงสหาย

 

 

“ฉันอยากให้เท็ตสึคุงมีความสุข..อยากเห็น..ฮึก..รอยยิ้มจากใจจริงแต่ก็อดคิดสาปแช่งให้ทุกอย่างพัง” หญิงสาวเรือนผมสีชมพูยาวสลวยก้มหน้าลงต่ำ ปากอิ่มสั่นจนฟันขบกระทบกัน..ไม่อาจฝืนทนไว้ได้อีก  “ฉันอิจฉาอาคาชิคุงจริงๆ ฉันโกรธตัวเองที่คิดเรื่องแย่ๆแบบนี้!!”

 

 

ความรักที่มีเพียง ‘รสขม’ ทั้งที่รู้ก็ยังฝืนทนกล้ำกลืน

 

 

“………..”  มุราซากิบาระยังคงเงียบสนิท…โมโมอิพึ่งรู้ตัวว่าเผลอหลุดความในใจออกไป ทั้งที่เก็บเอาไว้มานานแสนนานใต้รอยยิ้มสดใส เข้าหาคุโรโกะทั้งกอดรัดฟัดเหวี่ยงทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าเงาลวงตานั้นมอบใจให้ใครไปแล้ว ก็ยังฝืนทนทำเช่นนั้นต่อไปคอยช่วยเหลือพยายามทำดีทุกอย่างหวังว่าจะหันมาสนใจซักครั้ง

“ขอโทษนะมุคคุง…ฉัน..ไม่ควร..”

“กินซะซัทจิน”  เสียงทุ้มคางยานดูนิ่งสงบผิดปกติเสียจนสาวเรือนผมสีชมพูยาวสลวยเลิกคิ้วสูงประหลาดใจ เนตรสีชมพูมองคนหนุ่มตัวสูงที่เอาแต่นั่งเท้าคางหันหน้าหนีเธอแล้วกลับมายังถุงขนมตรงหน้า ถึงปกติจะกลัวอ้วนจนต้องลดละเลิกของหวานโดยเฉพาะขนมเด็กน้อยเหล่านี้ โมโมอิเบะปากกลั้นเสียงสะอื้นล้วงหยิบอุไมโบแกะขึ้นมากัดคำโตเคี้ยวเข้าปากตุ้ยๆ รสชาติของขนมเด็กที่ไม่เคยคิดสนใจละมุนละไมไปทั่วทั้งปาก จนไม่อาจกลั้นน้ำตาปลดปล่อยให้ไหลรินอาบแก้มใส

 

“หวานดี…จัง…”

 

 

.

.

.

 

 

วันเวลาผ่านพ้นไปสามวันในที่สุดกองหิมะสุดท้ายหน้าโรงยิมเซย์รินละลายหายไป ต้นซากุระหลังโรงยิมผลิดอกสีชมพูบานสะพรั่งทั่วทั้งต้นจนไม่น่าเชื่อว่าหลายเดือนที่ผ่านมาเหลือเพียงกิ่งก้านเปลือยเปล่าให้หิมะสีขาวได้เกาะ หลังสิ้นสัญญาณออดเรียนคาบสุดท้ายตอนบ่ายสามที่เหลือเป็นช่วงเวลาสำหรับชมรม คุโรโกะ เท็ตสึยะ เก็บหนังสือเรียนทั้งหมดลงใส่กระเป๋าโดยมีคางามิ ไทกะอาสาช่วยถือให้เหมือนทุกๆวันที่ผ่านมา พวกเขาลงจากอาคารเรียนตรงไปยังโรงยิมบาสเก็ตบอลเพื่อนรวมตัวกันเตรียมออกเดินทางไปยังโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โคว

 

“อะไรนะ!!!!หายงั้นเหรอ!!!!!”

“ผมขอโทษครับ!!ม…ไม่ทราบจริงๆครับโค้ชว่าเอาไปเก็บไว้ที่ไหน!!”

“พวกเราช่วยกันหาให้ทั่ว เร็วๆด้วย!!”

 

เสียงเอะอะมะเทิงลั่นจากโรงยิมมาถึงด้านนอก คุโรโกะเลิกคิ้วสูงงุนงงก้าวเดินเข้าไปในโรงยิมพร้อมคางามิก็พบว่าตอนนี้สมาชิกชมรมบาสกำลังวิ่งวุ่นจ้าละหวั่นสับสนวุ่นวายลากของมารื้อค้นกระจายโรงยิมไปหมดใต้คำชี้นิ้วสั่งโค้ชสาวเรือนผมซอยสีน้ำตาลติดกิ๊ฟ

“เกิดอะไรขึ้นคะโค้ช?”  ร่างเล็กจืดจางเดินเข้าไปถามอีกฝ่าย

“ฟุริฮาตะทำเอกสารรับสมัครเข้าชมรมหายน่ะสิ ฉันอุตส่าห์แพลนไว้แล้วเชียวว่าจะอาศัยจังหวะนี้ลากเด็กๆที่เทย์โควให้เข้าต่อที่เซย์รินแท้ๆ” ริโกะผู้คิดการณ์ไกลจะฉวยโอกาสไปเกลี่ยกล่อมโน้มน้าวให้เด็กๆเทย์โควรุ่นน้องปีสามมาสอบเข้า ม.ปลาย เพื่อพัฒนาทีมให้แกร่งขึ้น คางามิถึงกับกระตุกยิ้มแห้งๆ ไม่ต่างจากคนอื่นๆในทีม

 

 

ไอดะ ริโกะ เป็นผู้หญิงที่เคี่ยวโคตรๆ  

 

 

“คุโรโกะกับคางามิล่วงหน้าไปก่อนเลย เดี๋ยวพวกฉันตามไปไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก”  ฮิวงะ จุนเปย์เดินเข้ามาบอกคู่หูแสงเงา คุโรโกะอ้ำอึ้งอึกอักเล็กน้อยเกรงใจอยากช่วยทุกคน คางามิ ไทกะ สบตาเหล่ารุ่นพี่ทั้งหลายแล้วพยักหน้าตอบรับพร้อมเอื้อมมือไปสะกิดต้นแขนร่างบางให้ทำตามคำสั่งรุ่นพี่ เธอโค้งลาเหล่ารุ่นพี่เซย์รินแล้วเดินตามหลังคู่หูแสงสว่างออกไปโดยมีทุกๆสายของทุกคนจ้องมองแผ่นหลังของคนทั้งคู่ห่างไกลออกไปจนลับสายตา

“เจ้าบ้ากามิจริงๆ” ไอดะ ริโกะ ถอนใจเปิดมือถือขึ้นมาดูเมล ดวงเนตรสีน้ำตาลกลมโตฉายแววขุ่นมัวและจิ้มนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ส่งข้อความตอบกลับไป  “ถ้าไม่ใช่เพราะเอซของพวกเราขอ อย่าหวังจะทำให้ง่ายๆล่ะ”

 

 

.

.

.

 

“น….นี่มัน……อะไรกัน!!”  หนุ่มร่างสูงยืนตะลึงอ้าปากค้างมองโรงเรียนมัธยมต้นชื่อดังที่สุดในโตเกียวตรงหน้า ทั้งอาคารเรียนที่สูง 5 ชั้นหลายตึกบนพื้นที่หลายไร่ สถานที่สำหรับทำชมรมต่างๆกว้างขวางมากๆทั้งสนามฟุตบอล เบสบอล สระว่ายน้ำอย่างดี ไหนจะโรงยิมอื่นๆอีกมากมายหากเทียบกับเซย์รินแล้ว เซย์รินมีพื้นที่แค่ 1 ใน 4 เท่านั้น

 

 

นี่หรือโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โคว..ทีมบาส ม.ต้น ที่มีชื่อเสียงเก่งกาจที่สุดในญี่ปุ่น

สถานที่กำเนิดรุ่นปาฏิหาร์ย!!!!

 

 

“ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าพวกนั้นถึงชอบหาว่าเซย์รินโนเนม” คางามิ ไทกะ รู้สึกพ่ายแพ้อย่างหนักรุนแรง เขาเคยคิดลำพองว่าเซย์รินจะเจ๋งสุดพอมาเจอโรงเรียนที่พร้อมสรรพขนาดนี้ ถึงกับไปไม่เป็น ขายาวขยับเดินตามเด็กสาวผ่านรั้วโรงเรียนสวนผ่านเหล่าเด็กนักเรียนชายหญิงเทย์โควในชุดสูทนอกสีขาวทับเชิ้ตสีฟ้ากับกระโปรงหรือกางเกงดำจากเนื้อผ้าที่เห็นดูก็รู้ว่าตัดเย็บอย่างประณีตไร้ที่ติใดๆ

 

 

ขนาดเครื่องแต่งกายยังเหนือชั้นได้อีก!!

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะยกยิ้มน้อยๆขำขันสีหน้าของคนหนุ่มตัวสูงกำยำก่อนจะเดินนำทางอีกฝ่ายไป..ดวงตาสีเพลิงมองแผ่นหลังเล็กบางตรงหน้า..เดินตามหลังเด็กสาวตัวเล็กๆที่กล้าหาญเอาตัวเองเข้าเสี่ยงมามากมาย คอยช่วยเหลือค้ำจุ้นจนทีมโนเนมไร้ชื่ออย่างเซย์รินเข้าสู่ดาวรุ่งเทียบเท่าเหล่ารุ่นปาฏิหาร์ย..เขาก้มหน้าลงมองมือเล็กๆที่พันผ้ายืดไว้บนข้อมืออยู่แล้วก็นึกย้อนถึงวันที่ส่งเมลชวนอีกฝ่ายออกเดทอย่างเป็นทางการครั้งแรก…

 

 

ไม่มิสิทธิ์ที่จะเข้าไปจับมือ…ความจริงนั้นกำลังจะเข้าใกล้มาทุกที…

 

 

“คุโรโกะ..”  เสียงทุ้มห้วนเรียกชื่ออีกฝ่าย คุโรโกะหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองคนหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ชี้ฟู

“ถึงเราจะไม่สามารถลงสนามร่วมแข่งบาสในฐานะคู่หูได้อีกแล้ว” ปากหนาได้รูปเม้มแน่นเป็นแนวเส้น สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะชูกำปั้นขึ้นมาตรงหน้า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันอยากให้รู้เอาไว้ว่าฉันก็ดีใจมากที่ได้เธอเป็นคู่หูและจะเป็นเพียงคู่หูคนเดียวของฉัน”

 

 

เด็กหญิงได้ยื่นมือเข้ามาคนพเนจรจึงกลายเป็นอัศวินเปี่ยมเกียรติยศอย่างน่าภาคภูมิ

ไม่เคยคิดเสียดายเวลา ความทรงจำอันมีค่าจะอยู่ในใจอัศวินกับเด็กหญิงตัวน้อย..จากนี้และตลอดไป

 

 

 

“ฉันเองก็ดีใจที่ได้เล่นบาสกับคางามิคุงเหมือนกันค่ะ”  ดวงหน้าหวานยิ้มดีใจ ก่อนจะยกกำปั้นขึ้นช้าๆชนหมัดตอบ จังหวะที่ลดถอยมือออกจากกันเธอสะกิดใจในคำพูดบางอย่างของอีกฝ่ายขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้นนี่คืออะไรคะ?”

“อ..เอ่อ!!ม..ไม่มีอะไรหรอก..อ๋อ!!!ก่อนอื่นต้องไปหาโค้ชเก่าของเธอก่อนนี่” คางามินึกขึ้นได้ว่าเกือบเผลอหลุดปากออกไป เจ้าตัวรีบเกาหัวแรงๆ แล้วเบี่ยงประเด็นไปเป็นเรื่องภารกิจที่สำคัญในมาเยือนโรงเรียนเทย์โควแห่งนี้ คุโรโกะหลุบตามองนาฬิกาข้อมือของคางามิ อีกไม่กี่นาทีก็จะเลยเวลานัดพบแล้วหากไม่รีบก็จะดูเป็นการเสียมารยาทจึงเลิกสนใจท่าทีแปลกๆแล้วเดินนำเข้าสู่อาคารเรียนเบื้องหน้า

 

.

.

.

 

“เอกสารฉันตรวจเรียบร้อยไม่มีปัญหาสถานที่อบรมเป็นโรงยิมระดับ1 ส่วนนาย..ไม่สิ..เธอ..ฉันไม่คิดเลยว่าจะกล้าบ้าบิ่นอะไรแบบนี้ คุโรโกะ เท็ตสึยะ”  ซานาดะ โค้ชหนุ่มวัยกลางคนสีหน้าเคร่งเครียดเอาจริงเอาจังตลอดเวลาคนเดิมเช่นเดียวกับสมัยที่รุ่นปาฏิหาร์ยยังอยู่  ดวงเนตรสีเข้มหลังแว่นทรงเหลี่ยมมองเด็กสาวร่างผอมบางในชุดเครื่องแบบหญิงเซย์ริน  เขาคาดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มอ่อนแอป้อแป้จนไม่น่าก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในทีมตัวจริงเทย์โควยุครุ่นปาฏิหาร์ยจะกลายเป็นผู้หญิงไปเสียได้

“ขอโทษที่หนูหลอกอาจารย์มาตลอด  หนูอยากจะเล่นบาสจริงๆเลยเสี่ยงทำแบบนี้ค่ะ” คุโรโกะโค้งขอโทษอดีตโค้ชของเธอโดยไม่ยอมเล่าสาเหตุเรื่องสัญญาที่ให้กับอาคาชิฟัง

“โชคดีที่โรงเรียนเราไม่คิดสอบย้อนหลัง ไม่งั้นเธอได้แย่กว่านี้แน่”  ชายสวมแว่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ยกมือบีบนวดขมับไปมา จังหวะที่ผู้มาเยือนจากโรงเรียนมัธยมปลายโนเนมที่ดังข้ามฟ้าชั่วพริบตาหลังผ่านการแข่งอินเตอร์ไฮน์และวินเทอร์คัพปีนี้กำลังจะเดินออกไปจากห้องโค้ชซานาดะ เสียงทุ้มกลับเรียกรั้งคางามิเอาไว้ก่อน

 

“นายอยู่ต่อก่อนฉันอยากคุยกับคางามิ ไทกะเป็นการส่วนตัว  คุโรโกะไปที่โรงยิมเลยก็เด็กๆรออยู่ที่นั่นหมดแล้ว”

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะหันไปสบตาคางามิ ไทกะ คนหนุ่มผมแดงส่งสายตาบอกให้รู้ว่าไม่ต้องรอ เธอพยักหน้าตอบรับโค้งลาอาจารย์แล้วหันหลังเดินออกไปจากห้องพักครู ประตูห้องปิดสนิทร่างบางยืนอยู่หน้าห้องพักหนึ่งแอบฟังบทสนทนาระหว่างคนทั้งสองในนั้น

 

“พรสวรรค์เธอยอดเยี่ยมมาก ฉันอยากจะฟังเรื่องของโซนที่เหนือกว่าโซน..”

“อ๋อ!!เรื่องนั้นก็ประมาณว่า…”

 

หลังจากนั้นเป็นการอธิบายของคางามิ ไทกะ คุโรโกะจับสัมผัสได้ว่าเสียงของโค้ชซานาดะสั่นไหวเจือความตื่นเต้นเอาไว้ เรียกรอยยิ้มประทับใจขึ้นบนดวงหน้าหวานจืดชืดที่ไม่ได้สวยน่ารักโดดเด่นเท่าไหร่ สิ่งที่พวกเราเหล่าเซย์รินร่วมมือช่วยกันแสดงแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของคนทุกคนแม้แต่โรงเรียนเทย์โควก็ด้วยเช่นกัน

 

 

 

ค่านิยมของเทย์โคว ‘รบ 100 ครั้งชนะ 100 ครั้ง’  จากนี้ไปคงได้มีการเปลี่ยนแปลง

 

 

ขาผอมบางใต้กระโปรงนักเรียนเซย์รินสั้นสีขาวก้าวเดินลงบันไดออกจากตึกอาคารเรียนที่ 1 ลัดเลาะข้างสนามลู่วิ่งขนาดใหญ่ ผ่านคอร์ดสนามเทนนิสที่ตั้งตะแกรงลูกกรงสูงเอาไว้ไปเรื่อยๆจนในที่สุด…สายลมอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านนำพากลีบดอกซากุระให้โรยราผ่านร่างของเธอ  จนฝ่ามือเล็กยื่นไปจับดอกไม้ดอกงามสีชมพูอ่อนก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆจ้องมองพื้นที่ชมรมกว้างใหญ่ที่สุดในโรงเรียนเทย์โคว

 

 

‘ชมรมบาสเก็ตบอล’

 

 

โรงยิมสามโรงแบ่งเป็นสามระดับชั้น ตัวสำรองระดับ3 สำรองระดับ2 และตัวจริงระดับ1 คุโรโกะข้ามผ่านมาหมดแล้วและเคยเกือบท้อแท้ตัดใจลาออกจากชมรมไป

 

 

จนกระทั้ง..เขาได้เข้ามาหย่อนเชือกลงหลุมแห่งความสิ้นหวังสู่หนทางใหม่ในฐานะผู้เล่น ‘เงา’

 

 

เท้าทั้งคู่หยุดอยู่หน้าโรงยิมระดับ1 …โรงยิมที่ใช้เวลากับมันอย่างยาวนานที่สุดไปพร้อมๆกับทุกคน ทุกวันที่ฝึกซ้อมกันอย่างหนักหน่วงได้เป็นคู่หูแสงเงากับอาโอมิเนะ คอยพาสลูกให้มิโดริมะทำสามแต้มหากเกิดความผิดพลาดคนที่พร้อมจะรีบาวน์เสมอคือมุราซากิบาระ  โดยมีผู้จัดการสาวสองคนคิเสะและโมโมอิคอยยืนสังเกตการณ์นอกสนามและอาคาชิที่พร้อมจะเป็นหอสั่งการในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในทีมดวงตาสีแดงเฉียบคมจับสังเกตทุกสิ่งบนสนามและคอยดึงเอาความสามารถเหล่านั้นขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์

 

 

รุ่นปาฏิหาร์ยหลอมหลวมเติบโต ณ สถานที่แห่งนี้และแตกหัก ณ สถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

 

 

คุโรโกะ เท็ตสึยะมองสภาพโรงยิมที่ไม่ต่างจากเดิม ยังคงความยิ่งใหญ่ที่เห็นแล้วก็อดนึกถึงวันที่รับรู้ว่าตนไต่เต้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในตัวจริงได้ในที่สุด อกซ้ายยังเต้นส่ำด้วยความประหม่าก่อนจะค่อยๆสงบลงหลังจากตั้งสติให้นิ่งดวงหน้าไร้อารมณ์ล้อมเส้นผมสีฟ้ายาวประบ่าจดจ้องบานประตูเลื่อนเบื้องหน้า มือเรียวเล็กเอื้อมไปแบะเลื่อนบานประตูออก

 

 

“นี่มัน..อะไรกัน?”

 

 

ว่างเปล่า…โรงยิมระดับ 1 มีเพียงความว่างเปล่าเธอก้าวเดินเข้ามาข้างในอย่างงุนงงเหยียบพื้นสนามบาสเก็ตบอลขัดเงาทั้งสองสนาม ไม่มีใครอยู่ในนี้ซักคน..ไร้ซึ่งรุ่นน้องชมรมบาสอย่างที่โค้ชซานาดะบอกเอาไว้ ดวงตาสีฟ้ากวาดมองไปมาก่อนจะหยุดอยู่ที่แสตนเชียร์ตรงหน้า..บนนั้นมีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสะอาดสวมฮูทแดงตั้งวางเอาไว้

 

“วันแรกที่ฉันเจอเธอในโรงยิมระดับ 3  ก็เอาแต่นั่งร้องไห้เงียบๆบนแสตนอยู่คนเดียวแบบนั้น”

 

ฝีเท้าย่างก้าวเข้ามาจากด้านหลัง เสียงทุ้มนุ่มละมุนแฝงไปด้วยความอ่อนโยนและเด็ดขาดในเวลาเดียวกันอันคุ้นเคยทำเอาใจดวงน้อยกระตุกวาบ คุโรโกะค่อยๆหันหลังไปมองต้นเสียงที่รู้แก่ใจแล้วในตอนนี้ว่าคือใคร

 

 

ปึง!!!ปึง!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลเก่าๆสีดำในอดีตวันวานที่ทำให้เธอได้พบเจอกับเด็กชายผมแดง..ทำให้เธอได้รู้จักว่ารสชาติความรักเป็นเช่นไร เวลานี้ลูกบาสลูกนั้นอยู่ในมือหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้นเจ้าของดวงเนตรสีแดงทับทิมคู่คมแต่งกายในชุดเครื่องแบบสีเทาอ่อนของราคุซัน มือแกร่งเดาะลูกบาสไปมาลงกับพื้นก่อนจะปล่อยให้กระเด้งขึ้นมาอยู่ในมือเช่นเดิม

 

“อัดลมเข้าไปใหม่ก็ยังเล่นได้เหมือนเดิมเลยนะ คุโรโกะคุง”

“………”

“เดาถูกแล้วล่ะ ฉันจัดฉากเองแต่ก็ไม่เชิงหรอกโค้ชซานาดะก็สนใจทีมเซย์รินมาสักพักแล้วการอบรมมีจริงๆแค่ช้าจากเวลาที่นัดไว้ไปอีก 3 ชั่วโมง”

 

อาคาชิอ่านใจคุโรโกะออกหมดโดยที่เธอไม่ทันปริปากพูดซักคำ ตาสีแดงคมกริบสังเกตเห็นว่าหน้าเรียบนิ่งคิ้วกระตุกเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าไม่พอใจอย่างรุนแรงทั้งสิ่งที่เขากระทำคือการหลอกเธอประกอบกับไปอ่านใจออกแถมถูกอีกตั้งหาก  “ทุกคนให้ความร่วมมือดี ถ้าไม่ได้คางามิ ไทกะ เซย์รินก็คงไม่ยอมร่วมมือง่ายๆโดยเฉพาะกัปตันกับโค้ชของเธอ”

 

 

แม้แต่คางามิคุงกับทุกคน

 

 

คุโรโกะโมโหเงียบๆภายใต้เปลือกนอกที่สงบนิ่งเหมือนภูเขาไฟใกล้ระเบิดทุกขณะ  ยิ่งคนผมแดงยังยืนยิ้มละมุนทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาว่ากระทำผิดโดยการใช้แผนเจ้าเล่ห์เจ้าทนรวมหัวกันล่อเธอออกมาให้เจอ  ชายหนุ่มมองคนตรงหน้าที่เอาแต่เงียบไม่คิดพูดอะไร…เงียบนานจนเขาเองก็เริ่มรู้สึกไม่ดีใบหน้าคมคายหล่อเหลาก้มลงมองลูกบาสเก่าๆในมือของตนสลับกับหญิงสาวตรงหน้า

“ฉันรู้ว่าคุโรโกะคุงโกรธฉันและก็รู้ว่าที่ผ่านๆมาฉันอ่อนแอเกินไป”  อาคาชิเว้นเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วพูดต่อ “ฉันไม่ใช่เจ้าชายแสนดีอย่างที่คุโรโกะคุงวาดหวัง ปล่อยให้อารมณ์เหนือเหตุผลทำร้ายเธอ…ทำให้เธอร้องไห้เสียใจตั้งหลายครั้ง..ทำให้มือต้องเป็นแบบนั้น..”

 

 

สิ่งที่จักรพรรดิและเจ้าชายเห็นชอบร่วมกระทำเพียงเพื่อ ’ชัยชนะ’  

บาปที่ยากเกินจะให้อภัย

 

 

“บาสเก็ตบอลของเธอชนะ”  อาคาชิ เซย์จูโร่ ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ ถือลูกบาสเอาไว้ประคองด้วยทั้งสองมือและหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าในชุดนักเรียนหญิงเซย์ริน “ฉันแพ้แล้ว..”

 

 

เจ้าชายผู้เกิดมาด้วยชีวิตที่ลิขิตคำว่าชัยชนะเอาไว้จนผันตัวไปเป็นจักรพรรดิเหี้ยมโหด

ถูกกำราบเสียหมดสิ้นด้วยเด็กหญิงกับเหล่ากองทัพอัศวินที่มาจากชนชั้นรากหญ้า

 

 

“ฉันเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวทั้งที่คุโรโกะคุงบอกว่าพอแล้ว..แต่ฉันทำใจไม่ได้ ฉันไม่เคยคิดพอกับเรื่องของเธอเลย” ปลายเสียงสั่นเล็กน้อยทั้งที่พยายามคุมเอาไว้ในนิ่งมากที่สุด..ทุกความรู้สึกปวดร้าวที่พยายามเก็บเอาไว้ภายใต้ท่าทีสุขุมนุ่มลึก ไม่อาจคุมสายตาคู่คมสีแดง ยิ่งนึกถึงการจากลาของหญิงสาวที่โหยหามาทั้งชีวิต..คำตอบในตอนนั้นใต้ผืนฟ้ายามราตรีที่ยังก้องในหัวตอกย้ำให้รู้

 

รู้อยู่แล้ว..ว่าสัญญาของเราสองจบลงในฤดูหนาวที่ผ่านพ้น…

รู้อยู่แล้ว..ว่าเธออาจจะไม่มีวันให้โอกาสซ้ำสอง..แต่ก็อยากจะขอ…

 

 

“ฉันอยากเล่นบาสด้วยกันกับคุโรโกะคุง..ขอโอกาสนั้นให้ฉันได้เอ่ยคำสัญญาอีกซักครั้งจะได้ไหม?”

 

สายลมพัดผ่านแรงนำพากลีบดอกซากุระโปรยปรายลอยละล่องผ่านช่องหน้าต่างและบานประตูที่เปิดอ้าไว้  สนามบาสเก็ตบอลที่เคยโล่งเตียนมีดอกไม้สีชมพูดอกเล็กกระจายประปรายทุกพื้นที่ แรงลมที่พัดผ่านร่างหนุ่มสาวราวกับปลอบโยนให้เขาเตรียมใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

 

 

…ขอแก้ตัวใหม่อีกครั้งกับสิ่งที่ตนได้กระทำผิดลงไป…กับคำสัญญาใหม่…

 

 

 

“แค่นั้นเหรอคะ?”   คุโรโกะ เท็ตสึยะยอมเปิดปากพูดเป็นครั้งแรกหลังจากไม่เจอหน้ากันมานานเกือบเดือน  เขาไม่อาจทำใจทบสบตาสีฟ้ากลมโตจ้องเขม็งตรงมา  คำพูดของเธอที่เปี่ยมไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหลือเกิน..เย็นชาจนอกซ้ายบีบรัดแน่นเสียจนปวดหนึบดวงตาสีแดงทับทิมคู่คมหลุบต่ำหลบสายตาเอาแต่มองลูกบาสของเธอที่ทิ้งลงถังขยะไป..ลูกบาสที่เขาจำได้ไม่ลืมว่าได้ทำให้รู้จักผู้หญิงหัวใจกล้าแกร่งตรงหน้า

 

“ฉันต้องหวาดกลัวทุกคืนว่าจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิม..กลัวว่าจะสูญเสียสิ่งสำคัญอยู่ตลอดเวลา…”

 

 

กลัว… ที่จะต้องกลับไปเจ็บเจียนตาย..

 

 

“คำว่าอีกซักครั้ง ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอคะ?”

 

ปากหนาได้รูปเค้นยิ้มสมเพชตัวเองยิ่งนักที่ปล่อยปละละเลยจนมาถึงวันนี้ ถ้าเขาไม่เอาแต่หลบซ่อนปล่อยให้ความมืดครอบงำจนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเรื่องเพียงเพื่อหนีความจริง…ป่านนี้เธอและเขาคงมีความสุขไปด้วยกันด้วยสัญญาที่เกี่ยวรั้งไว้ในวันวาน

 

 

..มาได้เพียง ‘รักแรก’ หาใช่  ‘รักนิรันดร์’  สินะ…

 

 

 “ถ้าคิดจะรับผิดชอบ  อาคาชิคุงต้องเล่นบาสกับฉันตลอดไปตั้งหาก”

 

 

นัยน์ตาสีแดงทับทิมเบิกกว้าง เงยหน้าขึ้นหลังสิ้นประโยคสุดท้ายที่ฝ่ายหญิงสาวกล่าวออกมา มองเห็นเนตรสีฟ้ากลมโตจ้องกลับมาอย่างไม่ไหวติ่งบนดวงหน้าหวานผิวขาวละเอียดดั่งกระเบื้องเคลือบกลับขึ้นริ้วสีแดงระเรื่อบนพวงแก้มใสล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อนเลือนรางจืดจางแต่กลับตราตรึงใจเขามาตลอดตั้งแต่พบเจอครั้งแรกครั้นวัยเยาว์

 

 

..ไม่เคยลืมไปจากใจ…เด็กหญิงบนสนามบาสกลางแจ้งคนนั้น….

..ไม่เคยลืมไปจากใจ..เจ้าชายได้หยิบยื่นความหวังให้บนสนามบาสกลางแจ้งคนนั้น..

..กลายเป็นสัญญาให้พบพานกันอีกครั้ง ณ โรงเรียนเทย์โคว..ถึงแม้ว่าต้องจบลงด้วยความเสียใจ..

 

 

ตาคู่คมร้อนผ่าวจนต้องรีบหลับตาลงก่อนที่หลั่งรินน่าละอายออกมาต่อหน้าผู้หญิงที่ชอบ..เก็บน้ำตาเอาไว้ให้ลึกแล้วค่อยๆลืมขึ้นช้าๆ มอง คุโรโกะ เท็ตสึยะ เด็กผู้หญิงคนนั้นที่เขาให้คำมั่นสัญญาเอาไว้…ด้วยแววตาเปี่ยมความรู้สึกที่กลั่นออกมาจากใจ ไม่มีเหตุใดที่ต้องปกปิดเอาไว้อีก

 

“ได้สิ..ฉันขอสัญญาว่าพวกเราจะเล่นบาสเก็ตบอลด้วยกันตลอดไป”

 

มือแกร่งยื่นลูกบาสเก็ตบอลไปให้คนตรงหน้า คุโรโกะยิ้มตอบรับสบตอบด้วยความรู้สึกเดียวกันมือเล็กๆสองข้างขยับเคลื่อนจากที่ทิ้งลงข้างลำตัวเข้ามารับลูกบาสจากมือชายหนุ่มเรือนผมสีแดงสั้น…ช่วยกันประคองลูกบาสเก็ตบอลที่ทำให้เราสองได้พบเจอกัน

 

 

 

เจ้าชายกับเด็กหญิงข้ามผ่านช่วงเวลาสุขสันต์และเลวร้าย

นี่คือบททดสอบเรื่องราว ‘ความรัก’ ระหว่างเราสอง

จักดำเนินคำมั่นสัญญาด้วยกันอีกครั้ง ในรูปแบบสายสัมพันธ์ที่เฝ้ารอมาเนิ่นนาน

 

 

TBC

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

นับถอยหลังจบฟิคกับบทส่งท้ายอีก 1 ตอนค่ะ  ใกล้จบฟิคยาวโคตรกับเรื่องราวความรักของน้องครกแล้ว

เรื่องรวมเล่มนั้นเรากำลังจัดหน้าภาค ม.ต้น อยู่ ท่าทางจะได้ให้เปิดจองราวๆหลังเดือนสิงหา

ติดตามข่าวสารการรวมเล่มได้ 2 ช่องทางดังนี้นะคะ

 

https://twitter.com/blood_hana

https://www.facebook.com/pages/Blood-Hana/216190041838167

 

มาร่วมนับถอยหลังจบฟิค knl ไปด้วยกันนะคะ

บายค่ะ

5 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Part40

  1. โค้ชริโกะเขี้ยวชะมัด ! แต่อาคาชิจิก็ยอม !?
    แถมมาขอความช่วยเหลือคนอื่นๆอีก ~~
    กริ๊ดๆๆๆ เจ้าข้าเอ้ย ! อุกาบาตกำลังมาชนโลก !
    นรกกำลังจะแตกผีร้ายกำลังขึ้นมา !!

    / เหลือเชื่อว่าจะมีวันนี้เจ้าค่ะ !!
    รอซื้อนิยาย ^_^

  2. แหมๆๆเจ้าชายถึงขั้นต้องไปยืนดราม่าทำเป็นพระเอกมิวสิค
    ตรงดานฟ้าเลยสินะ (ปกติสถานที่ตรงนั้นมักมีแต่เด็กเกเร พวก
    ชอบโดดเรียน โดนชมรมไปกันนะเนี่ย สถานที่ยอดฮิตสำหรับ
    พวกเด็กไม่ดี =[]=) เวลาคนอกหักเนี่ย จิตตกได้ขนาดนี้จนเปลี่ยน
    กิจวัตรประจำวันได้เลยรึเนี่ย ฮ่า โดดชมรมเอาซะโค้ชเดือดดาลรุย
    ก็นะ เรื่องบางเรื่องในเมื่อเป็นคนทำเองก็ต้อิงเป็นคนไปแก้เองนั้น
    แหละ แต่ แหมๆๆ ท่านเองกะมีแบคช่วยเยอะอยู่นะ แต่โค้ชรินโกะ
    ยังเคี่ยวเหมือนเดิม หรอว่ามากกเดิมก็ไม่รุ้ เหมือนท่านเพิ่งได้เจอะ
    กับความโหดของเธอครั้งแรกเลยสินะ แต่กะกัปตันฮิวงะ คงชินแล้ว
    มั้ง ฮ่า แต่แอบฮาคุณพี่เทปเปย์ แหมๆๆเปรียบเปรยได้ซะเห็นภาพว่า
    ยังกะคุณพ่อกะคุณแม่หวงลูกสาว 555 เล่นประจานความผิดกันต่อ
    หน้า..ต่อให้ชิวๆ เย็นชาแค่ไหน ก้ต้องมีสะดุ้งสะเทือนไตกันมั้งแหละนั้น
    สุดท้ายเขาสองคนก็ได้คืนดีกันแล้ว(หรอเปล่านะ??) จริงๆๆ จะบอกว่า
    สงสารพระรองอย่างคางิมคุงเช่นกันนะ แต่เอาเถอะ ไปให้ฮิมุโระคุงด้ามใจ
    ไปก่อนแล้วเน้อ ฮิ้วว กะว่าไปนั้น แต่เหมือนฟิลคู่พระ-นางยังไม่หมดยังไง
    ไม่รุ้ แบบว่ามันรู้สึกยังไม่สุด คริ คริ มาต่ออีกสักหลายตอนก็ได้นะบลัดซัง
    กร๊ากๆๆๆๆๆ (ไม่อยากให้จบเลย) ถึงจะเหลืออีกแค่ตอนเดียวกะเหอะ -…-

    • จริงค่ะ มิวสิคมากฮาาาาาาาาา ท่านเครียดไม่เป็นอันทำไรเลย เฟลมาก เรื่องที่ท่านทำตามใจได้สุดก็มีเรื่องน้องกับบาส ตอนนี้น้องจะไป ท่านก็แบบไม่เคยผิดหวังด้วยแถมเป็นเรื่องที่ไม่อยากผิดหวังมากสุด เจ็บกระดองใจเข้าไปกว่าเดิม ท่านก็แบคเยอะ ราคุซันเขาก็เป็นห่วงอยู่นะ ริโกะต้องเคี่ยวลากอยู่แล้วมาถึงขนาดนี้ ทำกับเซย์รินไว้ซะอ่วมพอตัว ฟิลลิ่งยังไม่สุดจริงๆคู่นี้ ทั้งเรื่องท่านได้จับมือน้องครั้งเดียวก็ตอน 39 แถมจับปั๊บน้องปล่อยมือปุ๊บ จูบก็ไม่เคย ท่านแทบไม่ได้กำไรอะไรเลยเมื่อเทียบกับมิเนะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s