[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Epilogue

[Fic Kuroko no Basket] Kuroko no love

Paring : Akashi x Kuroko

Rate    : PG-13

Story   : blood_hana

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Epilogue

 

 

 

 

 

เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ใจกลางเมืองโตเกียวย่านการค้าชินจูกุหนาแน่นไปด้วยเหล่าวัยรุ่นในชุดแฟชั่นเก๋ไก๋นัดมาท่องเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเหล่าสาวน้อยในชุดเดรสน่ารักกับเหล่าหนุ่มในโค้ทแฟชั่นเข้ากับยีนส์แนวๆ ทว่า..นั่นก็ยังไม่โดดเด่นเท่าร่างสูงหล่อเหลาเจ้าของเรือนผมสีแดงสั้นสวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยสูทแฟชั่นเทาเข้มเข้ารูปพับแขนกับกางเกงยีนส์สีดำสนิทนั่งดื่มกาแฟร้องอยู่โต๊ะนอกหน้าร้านสตาร์บัค ด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึกสง่างามประหนึ่งเจ้าชายจึงกลายเป็นที่เตะตาสาวๆแถวนั้น

 

..ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การสังเกตการณ์จากกล้องส่องทางไกลของฟุริฮาตะ โคคิ…

 

“รุ่นพี่โคกาเนะ..เราต้องทำขนาดนี้เลยเหรอครับ?” หนุ่มปีหนึ่งเรือนผมสีน้ำผึ้งลดกล้องจากระดับสายตาพร้อมกับเพื่อนรุ่นเดียวอีกสองคน  เหลียวหน้ามาถามรุ่นพี่หนุ่มหน้าแมวถือพุ่มไม้ขนาบหัวทั้งสองข้างสลับกับหนุ่มเงียบมิโตเบะที่คาดหัวติดพุ่มไม้ประกบขมับสองข้างเอาไว้

“ทำไงได้ ริโกะกับฮิวงะสั่งมาขนาดนั้น ที่สำคัญมิโตเบะเองก็เป็นห่วงไม่ต่างกันใช่ไหมล่ะ” โคกาเนะ ชินจิ หันไปหาหนุ่มเงียบเพื่อนสนิทรู้ใจของเขา ร่างสูงคิ้วหนาพยักหน้าหงึกหงักตอบรับด้วยท่าทีเคร่งขรึมมากขึ้นกว่าเก่า ฟุริฮาตะหัวเราะแห้งก่อนจะเหลือบมองไปยังอีกหนึ่งผู้ร่วมขบวนการณ์เฝ้าสังเกตการณ์จากพุ่มไม้ ณ สวนหย่อมของศูนย์การค้าตอนนี้กำลังนั่งกอดเข่าซึมน่าสงสารเสียจนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาปลอบดี

“คางามิ..นายโอเคนะ”

“ฉัน…โอเค”  ปากบอกว่าไม่เป็นไร แต่สีหน้าหมดอาลัยตายอยากแบบนี้ดูยังไงๆก็ไม่มีทางรู้สึกดีอย่างที่พูดแน่

“โอเค..ปางโอเค!!!” อิซึกิตาพราววิบวับจับพลัดจับพลูคิดมุขแปลกๆขึ้นมาได้ เจ้าตัววางกล้องส่องทางไกลหยิบเอาสมุดพกเล่มเล็กมาจดมุขยิกๆ ไม่ได้ดูสถานการณ์เอาเสียเลยว่าเจ้าของคำพูดหาได้รู้สึกดีแบบนั้น

 

 

 

อย่างว่า..ผู้หญิงที่แอบชอบกำลังจะไปเดทกับชายอื่น ให้ตายก็คงไม่ร่วมยินดีด้วยหรอก

แถมนี้เป็น ‘เดทแรกอย่างเป็นทางการระหว่างอาคาชิกับคุโรโกะ ’ ถือเป็นนัดสำคัญที่สุดด้วย

 

 

ฟุริฮาตะ โคคิ เหงื่อตกกระตุกยิ้มแหยๆ ละสายตาจากเอซเซย์รินหมดสภาพไปยังรุ่นพี่ทั้ง 3 คน ก่อนหันกลับมามองหน้าเพื่อนในกลุ่มของตนแล้วพากันถอนหายใจปลงตก

 

 

ถ้าจะให้ย้อนความไปให้ถูกต้อง…ต้องย้อนไปตั้งแต่ 1 เดือนที่แล้ว หลังจากอาคาชิขอคืนดีกับคุโรโกะได้สำเร็จ…

 

 

.

.

.

 

 

 

 

ติ๊กต๊อก…ติ๊กต๊อก….

 

นาฬิกาบนฝาผนังเดินทุกวินาทีดังก้องชัดในห้องรับแขกขนาดกลาง ชาเขียวร้อน 2 แก้วเย็นชืดไร้ซึ่งไอควันลอยคลุ้งเหนือถ้วยกระเบื้องเคลือบ  คุโรโกะ เท็ตสึยะ หันหน้าไปมองมารดากับย่าของตัวเอง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังบุรุษต่างวัยทั้งสองคนนั่งประจันหน้ากันและเป็นสาเหตุที่ทำให้บรรยากาศอึกครึมมานานหลายชั่วโมง

 

“อะไรนะ…พูดใหม่อีกทีสิ…”

“ผมมาเพื่อจะแสดงความจริงใจ ขออนุญาตคุณพ่อ…”

“ใครเป็นพ่อนาย”

“…….”

 

อาคาชิถึงกับกลืนคำพูดลงคอทันที เมื่อโดนชายวัยกลางคนนั่งกอดอกแผ่รังสีอำมหิตใส่เขาตัดบทเสียดื้อๆ เขากระตุกยิ้มแห้งๆ แต่ก็เพียงชั่วครู่ พอเห็นตาสีเข้มถลึงดุดันใส่ก็รีบหุบยิ้มกลับมาวางท่าทีเคร่งขรึมสุขุมเยือกเย็นเกินวัยวุฒิเช่นเคย

“ผมอยากจะขออนุญาตคุณน้า  ให้ผมกับคุโรโกะคุงได้คบหาเป็นแฟนครับ”  เสียงทุ้มกล่าวแสดงความจริงใจให้แก่นายคุโรโกะที่ตั้งกำแพงสูงลิ่วกันเขากับลูกสาวเพียงคนเดียว ความจริงเขาคิดจะเรียกอีกฝ่ายว่าพ่อคุโรโกะคุงแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่าจะโดนเข้าใจผิดคิดข้ามขั้นไปไกล..ซึ่งวาดหวังอยู่ว่าจะเรียกแบบนั้นในอนาคต

 

 

ปึง!!!!!

 

 

“ไม่ได้!!!!!”  นายคุโรโกะตวาดลั่น ทุบราวจับโซฟาเสียงดังสนั่นทำทุกคนสะดุ้งโหยง เว้นหนุ่มผมแดงแขกผู้ไม่ได้เป็นที่ต้อนรับจากหัวหน้าครอบครัว  คุโรโกะ เท็ตสึยะ หน้าเสียคนหนึ่งก็พ่อ อีกคนก็แฟน ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี ครั้นหันไปขอความช่วยเหลือจากมารดาและย่า ทั้งสองกลับป้องปากหัวเราะคิกคักซะอย่างงั้น

 

 

โธ่…คุณแม่ คุณย่า นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะคะ    เด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายกมือลูบหน้าเหนื่อยหน่าย

 

 

“เรื่องที่นายบังอาจใช้เส้นสายตระกูล  กดดันให้บอสส่งฉันไปโอกินาว่า  ฉันยังไม่ให้อภัยด้วยซ้ำ มาวันนี้กล้าดีมาขอคบกับลูกสาวฉันงั้นเหรอ!!” นายคุโรโกะโวยวาย ซึ่งเป็นภาพที่หาได้ยากยิ่งจากชายผู้แสนสุภาพอ่อนโยน  แม้มารดาจะโน้มมากระซิบปลอบข้างหูว่า ‘ไม่มีอะไรต้องห่วง แค่โรคหวงลูกสาวกำเริบ’ ถึงอย่างงั้นลูกสาวเพียงคนเดียวก็อดหวั่นใจไม่ได้จริงๆ

“เรื่องนั้นผมต้องขอโทษด้วยครับที่เสียมารยาทกับคุณน้าไป ผมสัญญาจะไม่ทำแบบนี้อีก” อาคาชิ เซย์จูโร่ โค้งตัวสำนึกผิด เขาเองก็ยอมรับว่าสิ่งที่กระทำ ณ ตอนนั้นไม่ยุติธรรมสำหรับนายคุโรโกะเอาเสียเลย แถมยังเป็นการหักหน้าผู้ใหญ่ด้วย ร่างสูงยืดตัวกลับมานั่งหลังตรงเหมือนเดิมสบตาสีเข้มวาวโรจน์เบื้องหน้า แล้วเปิดปากพูดต่อทั้งสีหน้าจริงจังไม่คิดแคร์อารมณ์ขุ่นเคืองอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ

 

“ผมจริงจังกับเธอนะครับ ต่อให้ไม่ใช่วันนี้  อนาคตข้างหน้าผมก็ต้องมาขอคุณน้าอยู่ดี”

 

“นี่!!!!!” ชายวัยกลางคนลุกพรวด ตาสีเข้มฉายแววเกรี้ยวกราด แทนที่เด็กตรงหน้าจะเกรงกลัวกลับถือดีสบตาจ้องนิ่งไม่ไหวติ่ง  เขาถึงกับคิ้วกระตุกพุ่งเข้าไปกระชากคอไอ้หนุ่มตรงหน้าแล้วประเคนหมัดหนักๆเข้าให้  หากแต่คำพูดต่อมาทำเอากำปั้นชะงักห่างจากใบหน้าหล่อเหลาไม่กี่เซน

 

“ต่อให้คุณน้าเอาปืนมาไล่ยิงผมหรือแม้แต่แจ้งตำรวจมาจับผม ยังไงผมก็ยืนยันจะขอคบกับคุโรโกะคุงครับ” เขากล่าวออกไป ไม่คิดกลัวว่าจะโดนบิดาของฝ่ายผู้หญิงซ้อมจนน่วมหรือต่อให้โดนตะเพิดผลักไสไล่ส่ง เขาจะยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่มีวันปล่อย คุโรโกะ เท็ตสึยะ  ให้หลุดมืออีกเป็นอันขาด

“หุหุ พ่อหนุ่มนี่พูดจาฉะฉานหนักแน่นดีจริงๆ”  เสียงแหบพร่าของหญิงชรากล่าวชมเชยคนหนุ่มผมแดงเสียอย่างงั้น ทำเอาลูกชายที่กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงถึงกลับหันขวับมามองค้อนมารดาตัวเอง พอเห็นสายตาลูกชายก็ทำเพียงยักไหล่ไม่รู้สึกรู้สาแถมยังอมยิ้มอารมณ์ดีอีกตั้งหาก

 

 

…เห็นเค้าลางสนุกๆ ระหว่างศึกพ่อตาลูกเขยแล้วล่ะมั้ง…

 

 

นายคุโรโกะเขม่นมองดวงเนตรสีแดงคมกริบเบื้องหน้า…จ้องเข้าไปในดวงตาที่หาได้มีความลังเลสับสน แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นออกมาจากใจจริง ก่อนจะเลื่อนไปสบตาสีฟ้ากลมโตถอดแบบจากภรรยา..ดวงตาของลูกสาว

 

 

กำลังส่งสายตาขอร้อง…ซึ่งหาได้ยากจากลูกสาวเพียงคนเดียวที่เขาเลี้ยงดูฟูมฟักมาแต่อ้อนแต่ออด..

คิดแล้วก็น่าโมโหนัก!!ทำไมต้องเป็นไอ้หนุ่มนี้ตลอด!!!!

 

 

มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ค่อยๆคลายออกแล้วทิ้งข้างลำตัวพร้อมปล่อยมืออีกข้างจากคอเสื้ออีกฝ่าย  เขายังคงยืนมองเหยียดคนที่ริอาจกล้าเข้ามาถึงถ้ำเสือเพื่อขอลูกเสือ ไม่คิดสนว่าจะโดนเขาอาละวาดใส่ด้วยซ้ำ..ทั้งๆที่ตอกกลับไปขนาดนั้นยังจะหน้าหนากลับมาอีก!!!

“2 ทุ่ม”

“?”

“ถ้าจะไปเดท  ฉันให้ลิมิตแค่ 2 ทุ่มเท่านั้น สายแม้แต่วินาทีเดียวคือจบกัน” สิ้นคำกล่าวของนายคุโรโกะ เรียกรอยยิ้มกว้างบนริมฝีปากหนาได้รูป พอเห็นอีกฝ่ายตั้งท่ากอดอกมองทะมึนอาคาชิจำต้องรีบหุบยิ้มฉับพลัน รีบวางท่าทีสุขุม โค้งกำลังจะกล่าวขอบคุณ แต่..คำพูดต่อมาทำให้เขาต้องชะงักปากเอาไว้กับเงื่อนไขอีกประการหนึ่งที่อีกฝ่ายตั้งเอาไว้  “แต่ยังไม่ใช่เวลานี้  นับจากวันนี้ไปจนกว่าจะครบ 1 เดือนถ้านายกับคุโรโกะยังคบกันยืดอยู่ ถึงตอนนั้นฉันจะอนุญาตให้ลูกสาวไปเดทได้”

“ผมเข้าใจครับ ขอบคุณมากนะครับคุณพ่…คุณน้า..”   อาคาชิจำต้องชะงักปากเอาไว้ ยอมใช้สรรพนามห่างเหินกับอีกฝ่ายไปก่อน  มองบิดาของคุโรโกะพ่นลมหายใจแรง  ยังคงมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ หันหลังเดินฉับๆออกจากห้องรับแขกไปเฉยชิบคุณนายคุโรโกะหัวเราะในลำคอลุกจากโซฟาเดินเข้ามาหาคนหนุ่มผมแดง วางมือลงบนไหล่กว้างแกร่งบีบเบาๆให้กำลังใจ

“ระหว่างนี้ก็เรียกพ่อกับแม่ว่าน้าไปก่อนนะ คงอีกซักพักใหญ่ๆกว่าทางนั้นจะเปิดใจ 100% ปกติเขาก็ไม่ใช่คนดุอะไรหรอก พอดีว่า..อาคาชิคุงเป็น ‘เคสพิเศษ’ น่ะ”  คำว่า ‘พิเศษ’ สำหรับวันนี้  ไม่ได้ทำให้อาคาชิ เซย์จูโร่ ดีใจขึ้นมาซักนิด เขาถึงกับถอนหายใจแรง ขณะเดียวกันก็โล่งใจไปอีกเปราะหนึ่งที่ฝั่งทางครอบครัวคุโรโกะเปิดใจยอมรับเขามากขึ้น

 

 

ความผิดที่ทำไว้ ใช่ว่าจะลบล้างกันไปได้ง่ายๆ ของแบบนี้ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

 

 

ผู้ใหญ่ทั้งสองคนออกไปจากห้องรับแขก ทิ้งให้หนุ่มสาวอยู่กันตามลำพัง คุโรโกะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอาคาชิพอดี..ดวงหน้าคมหล่อเหลาคลี่ยิ้มอบอุ่นพร้อมกับสายตาเอ็นดูหวานซึ้งซึ่งหาได้ยากนัก  แก้มใสร้อนผ่าวลุกลามไปถึงใบหู..หัวใจเต้นแรงจวนเจียนจะหลุดจากอกเสียจนจำต้องเป็นฝ่ายเฉหลบสายตามองไปทางอื่นแทน…

 

 

.

.

.

 

“และวันนี้ก็ครบเดือนตามเงื่อนไข  โค้ชกับกัปตันก็รู้เรื่องนี้เลยจับมือกับพ่อคุโรโกะ ด้วยเหตุนี้ขบวนการนักสืบเซย์รินถึงได้ถือกำเนิด!!เพื่อปกป้องสวัสดิการสาวของพวกเรายังไงล่ะ!!”  โคกาเนะ ชินจิ เท้าสะเอวแสยะยิ้มชี้แจ้งเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นประหนึ่งเปิดแก๊งค์ขบวนการนักสืบเด็กน้อยที่มีหัวหน้าทีมเป็นเด็กสวมแว่นตากับคำคมประจำตัวว่าถึงตัวจะเล็กแต่สมองเป็นผู้ใหญ่ ไม่พอยังหยิบเอาแว่นทรงกลมขนาดใหญ่มาสวมใส่พร้อมหูกระต่ายสีแดงแสบสันต์ประดับคอนี่อีก  ฟุริฮาตะ โคคิถอนหายใจอีกระลอก หันกลับไปมองเป้าหมาย พลัน!!!ตาสีน้ำผึ้งเล็กเบิกกว้างรีบคว้ากล้องส่องทางไกลขึ้นมา

“ทุกคน!!คุโรโกะมาแล้ว!!!”

“ไหนๆ”

ขบวนการนักสืบเซย์รินเฉพาะกิจเข้าประจำแถวเรียงหน้ากระดาน โผล่หัวออกมาจากพุ่มไม้เล็กน้อย ถือกล้องส่องทางไกลพุ่งเป้าไปยังที่นั่งหน้าร้านสตาร์บัค  โต๊ะด้านนอกที่มีเพียงคนหนุ่มผมแดงนั่งอ่านหนังสือเงียบๆพลางจิบกาแฟเพียงลำพังเริ่มขยับตัวเมื่อร่างเล็กเรือนผมสีฟ้าไว้ยาวประบ่าสวมเสื้อยีนส์ฝอกสีอ่อนแขนยาวถึงศอกทับเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสั้นสีขาว ทั้งสองขยับปากพูดสนทนากันเล็กน้อย ก่อนที่อาคาชิจะเป็นฝ่ายลุกจากเก้าอี้คว้ากระเป๋าตังค์หยิบเงินจ่ายพนักงานเสร็จสรรพและเดินเคียงคู่ไปกับสาวออร่าจืดจาง

 

“เป้าหมายเคลื่อนที่แล้วริโกะ เอายังไงต่อ”  อิซึกิจับหูฟังที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือให้แน่นกระชับขึ้น รอรับคำสั่งจากเบื้องบน

‘ตามต่อไป อย่าให้คลาดสายตา..จำไว้ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลต้องแจ้งทันที’

 

ปลายสายออกคำสั่งผ่านหน้าจอวิดิโอมือถือทั้งเสียงเย็นเยียบบ่งบอกถึงความหวงแหนเด็กสาวที่ผมฟ้าจืดจาง  มะหม้าเซย์รินกับปะป๋าเซย์รินสุดเฮี้ยบกับภารกิจคุ้มครองเจ้าหญิงน้อย สั่งตรงจากฐานบังคับบัญชาโรงยิมเซย์รินที่มีฝ่ายประจำการณ์อยู่สองหน่อ โดยมีคิโยชิยิ้มโลกสวยสดใสฝึกซ้อมชู้ตบาสเป็นแบคกราวน์ด้านหลัง

อิซึกิพยักหน้ารับคำสั่งรับหยิบเอาผ้าปิดปากสีขาวกับแว่นตากันแดดสีดำมาสวมใส่อำพรางตนแล้วเดินนำทีมออกไป ตามด้วยโคกาเนะสวมแว่นทรงกลมอันใหญ่กับหูกระต่ายสีแดงถือกิ่งพุ่มไม้กับมิโตเบะคาดต้นไม้ไว้กับหัว  ฟุริฮาตะยกมือลูบหน้าปวดเศียรเวียนเกล้าไม่ต่างจากเพื่อนๆของเขาอีกสองคน ที่ทำได้คือต้องทำตามคำสั่ง โดยไม่วายลาก คางามิ ไทกะ ที่จิตใจเลื่อนลอยวิญญาณแทบหลุดจากร่างให้วิ่งตามรุ่นพี่ไปติดๆ

 

 

.

.

.

 

 

แช้ะ!!!แช้ะ!!!!

 

เสียงแฟลชกล้องสว่างวาบเป็นระยะๆ จนมาถึงเฟรมสุดท้าย ตากล้องขยับหมุนปรับเลนส์โฟกัสไปที่ร่างเพรียวเรือนผมสีทองอำพันดัดลอนมัดโพนี่เทลในชุดแฟชั่นวัยรุ่นสดใสเป็นเดรสสีขาวสายเดี่ยวผูกโบว์ไว้หลังต้นคอระหงกับรองเท้าสนสูงแบบสานประดับดอกไม้ยืนโพสท่าเท้าสะเอวมั่นใจ อีกมือจับหมวกปีกกว้างพร้อมขยิบตาส่งยิ้มให้ตากล้อง  “สาม..สอง..หนึ่ง ”

 

แช้ะ!!!!

 

ปิดกล้องเป็นที่เรียบร้อยสำหรับงานถ่ายแบบแฟชั่นนอกสถานที่ลงนิตยสาร Rays ฉบับประจำเดือนนี้ คิเสะ เรียวตะโบกมือส่งยิ้มให้ทีมงานตากล้อง โดยไม่วายขอบคุณทุกๆคนตามมารยาทที่ให้ว่าจ้างเธอให้เข้ามารับงานถ่ายแบบ เหล่าแฟนคลับที่รออยู่ด้านนอกถูกทีมการ์ดทยอยปล่อยให้เข้ามาขอลายเซนรวมทั้งขอถ่ายรูปคนแล้วคนเล่า ซึ่งเธอก็ส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์แบบเซเลปให้ทุกคนอย่างเป็นกันเอง   จนในที่สุดคิเสะได้แจกลายเซนให้แฟนคลับคนสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยระหว่างนั้นก็รอทีมงานเก็บกวาดสถานที่ถ่ายแบบอันเป็นลานน้ำพุสามชั้นติดตั้งรูปแกะสลักหินอ่อนเป็นเทพยดาทั้ง 6 องค์โบยบินงดงามท่ามกลางละอองน้ำใสสะอาด

“อาโอมิเนจจิ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอีกแล้วนะ” คิเสะวิ่งเข้ามาหาคนหนุ่มผิวสีแทนซึ่งนั่งรออยู่บนเก้าอี้รับรองของทีมงาน ปลายนิ้วเรียวยาวทาเล็บสีพาสเทลจิ้มระหว่างหัวคิ้วแรง อาโอมิเนะดึงมือบอบบางออกจากหน้าก่อนจะออกแรงฉุดดึงอีกฝ่ายให้ลงมานั่งตักตัวเองไม่สนว่าตอนนี้กำลังอยู่ในที่สาธารณะ

“อ..อาโอมิเนจจิ!!เดี๋ยวก็เป็นข่าวหรอก!!” คิเสะร้องปราม

“เป็นก็ดีสิ จะได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของเธอ” คำพูดประกาศความเป็นเจ้าของทั้งเสียงทุ้มกร้าว เรียกริ้วสีแดงบนพวงแก้มใสเหมือนผลมะเขือเทศสุก คิเสะเม้มปากขวยเขินจนต้องทุบอกแกร่งไปมา บ่นง่องแง่งไม่ได้ศัพท์ซึ่งเขาเองก็ไม่คิดจะสนใจฟัง ทำเมินมองวิวทิวทัศน์พลางแคะขี้หูไปมา กระชับวงแขนอีกข้างรั้งเอวคอดกิ่วให้แนบตัว

 

 

 

‘ความรัก’ อัศวินจึงละทิ้งแสงสว่างเข้าจับดาบทมิฬ  ทิ้งตัวดำดิ่งสู่ความมืด

แอบอ้างเป็นบุรุษในฝันของเงาลวงตา…กว่าจะได้สติกลับมาก็เกือบสูญเสียนางจิ้งจอกไปเสียแล้ว

 

 

“คิเสะ”  เสียงทุ้มกระซิบเรียกนามหญิงสาวในอ้อมแขน  มือแกร่งเกลี่ยเส้นผมสีทองสว่างปัดออกช้าๆเผยต่างหูสีเงินข้างเดียว ลากไล้มือไปตามพวงแก้มใสแต้มบรัชออนสีชมพูจางๆแบบธรรมชาติผสมผสานสีเลือดฝาดที่แดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ดวงเนตรสีอำพันใต้ขนตาแพยาวปรือลงรู้ว่าอีกฝ่ายปรารถนาสิ่งใด..เธอค่อยๆหลับตาลงปล่อยให้คนหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากเบาๆ

 

 

 

‘ความรัก’ นางจิ้งจอกจึงยินยอมเสียสละ รู้ดีแก่ใจว่าต้องเจ็บ กล้ำกลืนฝืนทนเพื่อความสุขของอัศวิน

วาดหวังและเฝ้ารออย่างลมๆแล้งๆ โดยไม่รู้ว่าวันไหนฝันถึงจะเป็นจริง

 

 

ทั้งสองค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ มองดวงตาของคนรักของตน..สีไพลินและสีทอง..สองสีรวมเป็นหนึ่งประสานมือเข้าร่วมกันแล้วบีบแน่นให้รู้ถึงไออุ่นของแต่ละคน ย้ำเตือนให้รู้ว่าหัวใจดวงนี้กำลังพองโตเต็มไปด้วยความสุขล้นปรี่ ไม่ใช่ความฝันเฝือง

 

 

‘ความรัก’ แท้จริงอยู่ใกล้แค่เอื้อม

 

 

“อะแฮ่ม!!!!”  เสียงกระแอมดังขึ้นระหว่างคู่รักทั้งสอง คิเสะร้องตกใจกระเด้งตัวออกจากตักแฟนหนุ่มหันไปมองผู้มาเยือนคนดังกล่าว หญิงสาวผมชมพูปล่อยยาวสลวยสวมเสื้อไหมพรมสีแดงแขนยาวหรี่ตามองทั้งสองคนสลับไปมาอย่างหมั่นไส้

“ซัทสึกิ!!มาตั้งแต่เมื่อไหร่!!?”  อาโอมิเนะร้องเสียงหลง

“ซักพักแล้วย่ะไดจัง แหม..ไม่เกรงใจคนโสดกันบ้างเลยนะทั้งสองคนเนี่ย” โมโมอิ ซัทสึกิเท้าสะเอวพองแก้มอิจฉาตาร้อนและยื่นถุงกระดาษขนาดกลางส่งให้เพื่อนชายสมัยเด็ก ดวงเนตรสีไพลินคู่คมปริบมองถุงกระดาษด้วยสีหน้าฉงนก่อนจะยื่นมือไปรับของมา  “ฉันผ่านมาแถวนี้พอดี ไหนๆก็แล้วเลยเอาคัพเค้กทำเองมาให้ลองชิม”

 

คัพเค้กทำเอง!!!!!!ฝีมือโดย โมโมอิ ซัทสึกิ!!!!!!!

 

ชายผิวสีสะดุ้งหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มแทบจะกลบสีผิวกร้านแดดเกินกู่กลับ เม็ดเหงื่อผุดพรายทั่วทั้งใบหน้าไม่ต่างอะไรจาก คิเสะ เรียวตะ  นางแบบสาวแสนสวยค่อยๆเขยิบเท้าเตรียมจรลีหนีแต่ก็ไม่อาจหลบทันความไวของเอซโทโอได้ มือแกร่งคว้าจับข้อมืออรชรบีบแน่นจนเจ็บร้าวไปถึงกระดูกพร้อมส่งสายตาขอความช่วยเหลือ

“นี่ฉันทำมา 6 ชิ้นเลยนะ เอามาให้ทั้งไดจังและคีจังเลยล่ะ ช่วยวิจารณ์ด้วยนะ”  ผู้จัดการสาวโทโอเอียงคอยิ้มหวานระยิบระยับ เข้าใจว่าเจตนาดีแต่ฝีมือทำอาหารของอีกฝ่ายติดลบน่ากลัวสูสีกับโค้ชสาวแห่งเซย์ริน ขนาดว่าคิเสะทำอาหารห่วยแตกแล้ว สองคนนี้นรกแตกคูณเข้าไปอีกหลายเท่าตัว อาโอมิเนะกับคิเสะรู้ดีว่าคงหลีกหนีไม่พ้น คิเสะเองก็ถ่ายแบบเสร็จแล้วด้วยข้ออ้างว่าติดธุระก็คงเป็นไปไม่ได้…

 

 

อยากจะทิ้งสกิล fromless shotting กับ copy perfect แลกกับมิสไดเรกชั่นของคุโรโกะ เท็ตสึยะจริงๆ

 

 

ไม่มีทางเลือกนอกจากฝืนใจกิน  คู่รักที่พึ่งคบหากันมาได้ 5 เดือนเศษกำลังเอาชีวิตไปแขวนบนเส้นด้ายที่ไม่รู้ว่าจะอยู่หรือตายกลั้นใจล้วงกล่องพลาสติกในถุงกระดาษออกมา วางลงบนตัก..แล้วเปิดฝาออกช้าๆทั้งมือสั่นเท้าสิ่งที่เห็นไม่ต่างจากที่คาดการณ์นัก..คัพเค้กรสสตอเบอรี่ ช็อกโกแลต และนมสดราดวิปปิ้งสีเขียวเบี้ยวบูดหาได้เป็นรูปทรงคัพเค้ก เหมือนก้อนพลังงานอะไรบางอย่างมากกว่า…คิเสะหยิบเอารสนมสดที่เหลวเละเหมือนก้อนระเบิด ส่วนอาโอมิเนะเลือกหยิบรสช็อกโกแลตที่เหลวทะลักล้นกระดาษฟรอยด์สีเงิน

 

 

ข้าแด่พระผู้เป็นเจ้าและสาวก ช่วยสวดส่งดวงวิญญาณฟ้าเหลือง ดลบันดาลให้ชาติหน้าได้กลับมาเป็นเนื้อคู่กันอีกทีเถิด!!

 

 

“!!!!!!!!!!!”   คัพเค้กกัดเข้าไปในปากทั้งสองคน..คนหนุ่มผิวสีกับนางแบบสาวคนสวยเบิกตาโพล่งตกตะลึงทั้งทียังเคี้ยวขนมหวานอยู่ในปากแล้วกลืนลงคอ ดวงตาของคนทั้งคู่วาววับเปล่งประกายระยิบระยับฉายแววประหลาดใจอย่างถึงที่สุดหลังจากลิ้มรสอาหารฝีมือโมโมอิเข้าไป

“อ..อร่อย!!!อร่อยมากเลย!!!”  คิเสะ เรียวตะ อุทาน  ในขณะที่อาโอมิเนะอ้าปากค้างตะลึงพรืดสติหลุดจนแฟนสาวสะกิดเรียกที่ไหล่ถึงได้สติกลับมา

“เป็นไปไม่ได้..ยัยซัทสึกิเนี่ยนะ..ทำอาหารอร่อย..ฉันฝันกลางวันอยู่รึเปล่าหรือประสาทลิ้นฉันตายด้านแล้ว” อาโอมิเนะ ไดกิกุมขมับสับสนงวยงงเหลือเกิน ก่อนจะโดนโมโมอิหยิกแก้มแรงดึงยืดจนเจ้าตัวร้องเสียงหลง ความเจ็บแล่นริ้วจนชาวาบตอกย้ำให้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือความจริง!!

“สรุปว่าอร่อยใช่ไหม? ดีใจจังเลย!!!มุคคุง!!ฉันทำสำเร็จแล้วล่ะ!!!”  หญิงสาวทรงโตหันไปอีกทางตะโกนเรียกอีกหนึ่งบุคคลที่ยืนหลบซ่อนอยู่หลังต้นไม้เสาค้ำเชิงกันสาดหน้าทางเข้าห้างสรรพสินค้า ร่างสูงโย่งเรือนผมสีม่วงสไลด์ปล่อยยาวคลอเคลียต้นคอเดินลากขาทำตัวลอยชายเข้ามาสมทบเพื่อนๆ

“ขอบคุณมากนะมุคคุงที่คอยสอนฉันทำขนม” โมโมอิ ซัทสึกิหันมาเงยหน้าขอบคุณเพื่อนสมัย ม.ต้น

“อ่า..ไม่เป็นไรหรอกซัทจิน” มุราซากิบาระเฉตาสีอเมทิสต์ไปทางอื่น หลบดวงเนตรกลมโตสีชมพูที่ช้อนมองมา โมโมอิยกไหล่เล็กน้อยเอามือไขว่หลังแกว่งเท้าเขี่ยพื้นไปมา อมยิ้มทั้งพวงแก้มสีชมพูจางเช่นเดียวกับบนหน้าคนหนุ่มตัวสูงโย่ง

 

 

เห…ยังไงๆนะสองคนนี้?

 

 

คิเสะ เรียวตะ กับอาโอมิเนะ ไดกิ เริ่มจับเค้าลางบางอย่างได้ ตาสีทองอำพันฉายแววซุกซนลอบมองคนหนุ่มผมม่วงกับสาวผมชมพู  ในขณะที่เนตรสีไพลินหรี่ตามองไม่สบอารมณ์คิ้วกระตุกรู้สึกเหมือนกำลังโดนพรากพี่สาวน้องสาวไปจากอ้อมอกก็ไม่ปาน

 

 

‘ความรัก’ ในบางครั้งเริ่มต้นด้วยรสขม แต่ในที่สุดก็จบลงด้วยความหอมหวาน

 

 

“อ๊ะ!!!มิโดรินนี่นา!!ฉันทำคัพ…ไดจัง!!!!!กินหมดแบบนี้เลยได้ยังไง!!!!!”    คนหนุ่มสวมแว่นตาเดินออกมาจากห้างสรรพสินค้าพร้อมถือตุ๊กตาปลาโลมาขนาดเท้าแขนอันเป็นลัคกี้ไอเทมประจำวันไม่เกรงใจสายตาชาวบ้านชาวช่องที่พากันมองแล้วหันไปซุบซิบนินทาในความแปลกประหลาดของพ่อหนุ่มสูงยาวเข่าดีหน้าเนิร์ดเคร่งขรึม  มิโดริมะ ชินทาโร่ เห็นสาวผมชมพูโบกมือเรียกแป๊บๆก็หันไปโวยวายแว้ดๆใส่อาโอมิเนะซะงั้น  เขาพ่นลมหายใจแรงมองอดีตเพื่อนร่วมทีมรุ่นปาฏิหาริย์อันโด่งดังในวงการกีฬาบาสเก็ตบอล แท้จริงแล้วคือการรวมพลคนเพี้ยนสุดโต่งไม่น่าสุมหัวเข้าไปใกล้

 

จังหวะนั้นเอง..ตาสีเขียวมรกตหลังแว่นทรงเหลี่ยมสะดุดเข้ากับชายหนุ่มหญิงสาวคุ้นตาเดินเคียงคู่อยู่ริมถนนฝั่งตรงข้าม ที่น่าประหลาดใจกว่าก็คงไม่พ้น..กลุ่มผู้ชายที่เดินลับๆล่อๆตามหลังทั้งสองคนนั้นสลับหลบหลังเสาบ้าง หลังตู้ไปรษณีย์บ้าง

 

“นั่นอาคาชิจจิกับคุโรโกจจินี่นา!!!” คิเสะร้องเสียงหลงชะโงกเกาะผ่านตัวมิโดริมะไป ใบหน้าคมประดับแว่นตาเหลียวมองหลังอีกทีก็พบว่าเหล่ารุ่นปาฏิหาริย์ทั้งหลายมารวมตัวล้อมหน้าล้อมหลังเขาเสียแล้ว!!

“คางามิกับพวกเซย์รินด้วยไม่ใช่เหรอนั้น?” อาโอมิเนะ ไดกิ เลิกคิ้วสูงฉงนสนเท่ห์ไม่ต่างกัน พวกเขาทั้ง 5 คนต่างสบตากันแล้วหันมามองสถานการณ์แปลกๆที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน และแล้วในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นกระตุ้นให้พวกเขาเลือกก้าวข้ามถนนไปอีกฝากฝั่งหนึ่งเพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน

 

.

.

.

 

‘อีเกิ้ลอายส์สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง’   ฮิวงะถามหน้าเคร่งเครียด

“ตอนนี้เป้าหมายออกจากร้านหนังสือแล้ว ดูเหมือนว่าคุโรโกะจะซื้อนิยายไป 2 เล่มส่วนอาคาชิเหมือนจะเป็นแนวจิตวิทยา 1 เล่มและอาคาชิก็อาสาถือของให้คุโรโกะ” อิซึกิรายงานผ่านสมอลทอร์คให้กับโค้ชสาวและกัปตันทีม ระหว่างซุ่มดูเหตุการณ์หลังตู้ไปรษณีย์สีแดงหน้าร้านหนังสือริมถนน มองหนุ่มสาวคู่เดทแรกเดินคู่กันออกจากร้านมือของทั้งสองคนยังไม่แม้แต่จับจูงกันเสียด้วยซ้ำ มองดูเผินๆก็เหมือนเพื่อนชายหญิงมาเดินเที่ยวกันเสียมากกว่า

‘เหอะ!!ยังดีที่ถือของให้ ถ้าไม่ถือให้ล่ะน่าดู’  ริโกะพยักหน้าพอใจที่คนผมแดงยังรู้หลักรู้งาน ต่อให้คุโรโกะข้อมือไม่อักเสบ หน้าที่ของสุภาพบุรุษที่ดีก็ควรจะปรนนิบัติดูแลรับใช้ผู้หญิงคนรักให้ดีที่สุด ยังนับว่าสอบผ่านเรื่องสุภาพบุรุษ

 

 

แต่แค่ถือของก็เพิ่มคะแนนให้แต่ +10 หรอกนะ ให้ถึง +100 อีกนานยะ!!

 

 

“ร..รุ่นพี่ครับ พวกเขาเข้าห้างแล้วครับ” ฟุริฮาตะสะกิดหนุ่มหน้าตี๋ อิซึกิลุกลี้ลุกลนปิดฝาผับมือถือ นำพาขบวนการนักสืบเซย์รินทั้ง 7 หน่อที่เริ่มคิดสงสัยตัวเองว่าเป็นสตอลเกอร์อาจจะถูกศัพท์มากกว่าวิ่งเดินไล่ตามหลังทั้งสองโดยทิ้งช่วงห่างไม่ให้รู้ตัว

 

 

โครม!!!!!

 

 

หนุ่มตี๋เจ้าของมุขแป้กชนเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างจังจนเกือบหงายหลัง พลัน!!วงแขนแกร่งสอดรวบคว้าหมับเข้าที่เอวรั้งเอาไว้พอดิบพอดี แว่นกันแดดสีดำตกกระเด็นกระดอนพื้นเผยเปลือกตาบางหลับปี๋แน่นเตรียมรับความเจ็บจากหลังกระแทกพื้นอยู่พักใหญ่ก่อนจะรู้สึกตัวว่าร่างของตนเบาหวิวไม่ได้บาดเจ็บอะไร จึงค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ

 

“อรุณสวัสดิ์นะ ชุนจัง”

“ม..มิบุจิซัง!?”

 

คนที่ชนแล้วเข้ามาโอบรับเอาไว้คือหนุ่มหน้าสวยร่างสูงโปร่งเรือนผมสีดำซอยสไลด์คลอเคลียใบหน้า ดวงเนตรสีเขียวน้ำทะเลใต้ขนตาแพยาวพราวระริกยามสบตาตี่ๆของคนในอ้อมแขน คนหนุ่มยิ้มหวานจนตาหยีก่อนจะดึงร่างผอมบางเล็กกว่าให้ยืนเต็มฝ่าเท้าแล้วปล่อยมือออกจากเอวอีกฝ่าย

“ชุนจังใส่มาสก์ทำไมกัน ไม่สบายเหรอ” มิบุจิ เรโอะ ถามไถ่พร้อมฉวยโอกาส..ย้ำ!!ฉวยโอกาสประคองใบหน้าขาวมนเข้ามาใกล้แล้วเอาหน้าผากอังแนบหน้าผากอีกฝ่าย “เอ…ตัวก็ไม่ร้อนนะ”

“เออีไอนิดหน่อยนะมิบุจิซัง ฮะๆ”  อิซึกิหัวเราะแห้งพร้อมเล่นมุขกลบเกลื่อนไม่อยากให้คนหนุ่มร่างสูงโปร่งมือชู้ตสามแต้มแห่งราคุซันล่วงรู้ว่ากำลังทำภารกิจลับสุดยอดที่ต้องจำใจทำเพราะคำสั่งของเบื้องบนที่มิอาจขัดได้ แถมยังเป็นภารกิจที่ส่งผลต่อกัปตันราคุซันอีกตั้งหาก

 

‘เสียงนั่นมันมิบุจิ เรโอะนี่ หมอนั่นมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง? แล้วทำไมรู้ชื่อต้นนายได้?’

 

ฮิวงะจำเสียงอ่อนหวานเลี่ยนชวนสยิวบั้นท้ายนี้ได้แม่นติดหูเป็นอย่างดี เอกลักษณ์ไม่มีใครอื่นเหมือนนอกจากเสือไบระบือนามแห่งราคุซัน   อิซึกิไม่อยู่ในจังหวะตอบคำถามเพื่อนหนุ่มปลายสาย เขาเลยเลือกที่จะไม่ตอบแล้วแสร้งยิ้มแห้งให้คนหนุ่มหน้าสวยติดหล่อในตัวตรงหน้า หนุ่มตี๋หมายชิ่งหนีไปทำงานที่ได้รับคำสั่งต่อ ต้นแขน point guard เซย์ริน ถูกมือแกร่งคว้าจับเอาไว้

“ไลน์ไปเมื่อวานแต่ชุนจังไม่ตอบกลับมาแบบนี้ ฉันเสียใจมากเลยนะรู้ไหม” มิบุจิ เรโอะ บีบน้ำตาเสต็ปออดอ้อนให้อีกฝ่ายเห็นใจ ซึ่งก็ได้ผล..อิซึกินั้นดูจะซื่อไม่ทันคิดอะไร เขารู้สึกผิดอย่างมากที่เมื่อคืนต้องถ่างตาระดมพลประชุมแผนสะกดรอยตามที่ฮิวงะและริโกะบีบบังคับสมาชิกเซย์รินเข้าร่วมโดยไม่สนว่าจะติดธุรกิจใดๆก็ตามแต่

“ขอโทษจริงๆมิบุจิซัง..คือ..เมื่อวานมีปัญหานิดหน่อย”

“แต่ฉันเสียใจจริงๆนะ…ชุนจังใจร้ายเกินไปแล้ว ฉันเฝ้ารอไลน์จากชุนจังทั้งคืนเลยรู้ไหม”

 

‘อิซึกิ!!อย่าไปฟังมัน มันโก…’  คำเตือนของฮิวงะส่งไปไม่ถึงหูอิซึกิ มิบุจิดึงสายหูฟังจากหูอีกฝ่ายออกอย่างเบามือ แล้วโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายพร้อมส่งรอยยิ้มหวานหยดย้อย

 

“ฉันถึงกับต้องมาโตเกียว ที่ๆไม่คุ้นตาเพื่อมาหาชุนจัง ฉันเป็นห่วงชุนจังมากจริงๆนะ”  คนหนุ่มหน้าสวยยกมือทาบแก้มทำหน้าเศร้าสลดน่าสงสาร ส่งสายตาดราม่ารุนแรงผ่านนัยน์ตาสีน้ำทะเลสวย “แต่ถ้าชุนจังรำคาญ..ฉันก็เข้าใจ..ฉันจะไปก็ได้”

“ฉ..ฉันไม่รำคาญเลยนะมิบุจิซัง อย่าคิดแคทให้มากสิ”  เขากลัวอีกฝ่ายจะตีโพยตีพายเข้าใจผิดว่าทิ้งเพื่อนที่คุยติดต่อกันทางไลน์มานับตั้งแต่จบวินเทอร์คัพ  มิบุจิหันมายิ้มหวานอีกครั้ง มือแกร่งฉวยโอกาสโอบไหล่คนหนุ่มหน้าตี๋ที่ยังเอ๋ออ๋าอยู่

 

“ถ้างั้นวันนี้ชุนจังไปเที่ยวกับฉันเป็นเพื่อนให้หายคิดถึงหน่อยนะ”

 

และแล้วหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำก็โดนตะล่อมหลอกล่อพาออกไปจากขบวนการนักสืบเซย์ริน ท่ามกลางสีหน้าเหวอของอีก 6 คนที่เหลือยิ่งเห็นออร่าจอมปลอมเป็นเสือไบหุ้มหนังแกะแล้วไซร้ ก็ได้แต่พากันลูบต้นแขนรัวๆ ลดอาการขนลุกเกรียวให้หายไป

 

 

โค้ดเนม : อีเกิ้ลอายส์  Failure เหลืออีก 6

 

 

“แย่ล่ะ..อิซึกิไปซะแล้ว…” โคกาเนะ ชินจิ ดันแว่นทรงกลมขนาดใหญ่มองคนที่โดนมือชู้ตราคุซันลากออกไปจนลับสายตา พอหันกลับมา เป้าหมายหลังในการสังเกตการณ์ได้หายตัวเข้าไปในห้างเสียแล้ว ในเมื่อไม่มีดวงตาแล้วไซร้ภารกิจจำต้องดำเนินต่อไปให้จบสิ้น วิ่งสานต่อเจตนารมณ์ที่เกิดขึ้นต่อวิ่งเข้าไปในห้างสรรพสินค้า

 

.

.

.

 

“ที่นี่มัน….”  มิโดริมะคิ้วกระตุกมองป้ายหน้าทางเข้าร้านค้าในห้างอยู่นานสองนานไม่ต่างอะไรกับโมโมอิและคิเสะอยู่นานพลางขยี้ตาสองสามที่จนเป็นที่แน่ใจว่าพวกเขาทั้งสามคนหูตาไม่ได้ตาฝาดไป

 

‘Homepro Shop’

 

“อาคาชิจจิกับคุโรโกจจิมาเดทกันที่..ร้านวัสดุก่อสร้าง!!?”  คิเสะตบหน้าเรียกสติตัวเองก็พบว่าไม่ได้ฝันไป ประเด็นคือทั้งสองคนนึกยังไงมาเดทสถานที่แห่งนี้กัน!!? โมโมอิกระตุกยิ้มแหยๆ ก่อนจะโดนมุราซากิบาระสะกิดไหล่ให้มารับไอติม Cold stone ที่เจ้าตัวไปเข้าคิวซื้อมาให้สำหรับตัวเองหนึ่งโคนและโมโมอิหนึ่งโคน..ไม่ได้เผื่อแผ่เพื่อนอีกสามคนซึ่งยืนหัวโด่พากันหรี่ตาหมั่นไส้นายหัวม่วงสุดขีด!!

 

ไอ้เด็กโข่งเจตนาชัดเจนน่าเกลียดเกินไปแล้ว!!!

 

 

ทั้งหมดเดินเข้าไปในร้านทำทีเป็นหยิบรถเข็นมาซื้อของเดินไล่ซุ่มมองห่างๆไล่ตามหาเป้าหมายในการสังเกตการณ์ตามบล็อคสินค้าตกแต่งภายในและนอกบ้านจัดเรียงเป็นหมวดหมู่ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดหางตาของอาโอมิเนะสังเกตเห็นเส้นผมสีแดงไวจึงรีบชี้นิ้วไปยังทิศทางนั้นทันที “นั่นไง!!”

เมื่อเห็นเป้าหมายพวกเขารีบเข็นรถไปยังบล็อกสินค้าถัดไปจากจุดที่อาคาชิยืนอยู่ ดวงตา 5 คู่ 5 สีมองผ่านช่องชั้นขายท่อน้ำดูคนหนุ่มเรือนผมสีแดงกำลังยืนหันหลังจับคางครุ่นคิดพิจารณาสินค้าอะไรบางอย่าง เขาเขยิบดันหัวให้เห็นมุมชัดเจนยิ่งขึ้นจนไปชนเข้ากับหัวใครบางคนเข้า

“ขอโท..เฮ้ย!!อาโอมิเนะ!!!”

“ไง เจ้าบ้างามิ”

“อย่ามาเรียกเจ้าบ้าสิฟร่ะ!!!”

ขบวนการนักสืบเซย์รินเข็นรถเข็นทำทีเข้ามาซื้อหาไม่ต่างจากพวกเขาเหล่ารุ่นปาฏิหาริย์ เพียงแค่มองตากันก็รู้ได้ในทันทีว่าสาเหตุการมา ณ ร้านค้าวัสดุก่อสร้างในห้างแห่งนี้มีเป้าหมายเพียงหนึ่งคือสอดส่องการเดทแรกระหว่างอาคาชิ เซย์จูโร่กับคุโรโกะ เท็ตสึยะ อาโอมิเนะกับคางามิสองแสงยังคงไม่กินเส้นกันอยู่ดีและทำท่าจะไฝว์กันกลางร้านจนคิเสะต้องปรี่เข้ามายืนแทรกกลางคนทั้งสองเอาไว้

“อย่าทะเลาะกันสิคางามิจจิ อาโอมิเนจจิ เดี๋ยวอาคา..เอ๋!!อาคาชิจจิเริ่มขยับตัวแล้ว!!!”  สิ้นเสียงหวานสดใส ทุกคนเข้าประจำที่มองผ่านช่องชั้นจ้องไปที่หนุ่มเรือนผมสีแดงสั้นเป็นตาเดียว คนหนุ่มร่างสูงมาตรฐานก้มลงไปหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมา

 

 

“ยอดเยี่ยม คมกำลังดีเลย”  เสียงทุ้มเข้มกล่าวทั้งรอยยิ้มแสยะพึงพอใจ มือแกร่งกำลัง..ถือกรรไกรตัดหญ้าขนาดใหญ่ขยับด้ามจับไปมาดัง ฉับ!!! ฉับ!!! ฉับ!!!

“อาคาชิคุงได้ของแล้วค่ะ”   เด็กสาวตัวตนจืดจางเดินมาตามคนหนุ่มผมสีแดง เขารีบวางกรรไกรตัดหญ้าลงตะกร้าทับแล้วเอาชุดหมีสองชุดวางทับเอาไว้ตบท้ายด้วยตลับเมตร คนหนุ่มพยักหน้าตอบแล้วเดินตามหลังแฟนสาวของตนออกไปจากบล็อคขายอุปกรณ์ทำสวนแผนกตัดหญ้าที่แขวนสารพัดของมีคมตั้งแต่ จอบ เสียม ช้อน ส้อม เครื่องตัดหญ้า รวมถึงกรรไกรตัดหญ้า

 

 

“………..” เหล่าผู้สังเกตการณ์สองก๊กรวมพลังเป็นหนึ่งก๊กอ้าปากค้างหลังจากได้เห็นอาคาชิสอยกรรไกรติดไม้ติดมือไป..พวกเขามองตามหลังคู่เดทที่เดินเคียงคู่กันห่างไกลออกไปเรื่อยๆ  อึ้งกิมกี่ทำตัวไม่ถูกถึงขนาดที่มุราซากิบาระยังปล่อยให้ไอติมละลายไหลย้อยเปรอะมือ

“ก..กรรไกร..กรรไกร!!!!” คนที่หลอนกรรไกรสุดไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคางามิ ไทกะ ผู้เคยหวิดเข้าโรงพยาบาลหน้าแหกด้วยคามกรรไกรลัคกี้ไอเทมของมิโดริมะ ที่เกือบจะเป็นอันลัคกี้ของคางามิเข้าเสียแล้วในวันนั้น มาวันนี้อาคาชิ เซย์จูโร่ มาที่แห่งนี้เพื่อซื้อกรรไกรตัดหญ้า!! ย้ำว่า..กรรไกรตัดหญ้า ซึ่งทั้งคมและใหญ่กว่ากรรไกรทั่วๆไปมาก  เขาเกาหัวทึ่งแรงจนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ยุ่งเหยิง อาการซึมกระทือหายไปบัดดลแทนที่ด้วยสีหน้าหวาดผวาจนเม็ดเหงื่อผุดพรายทั่วใบหน้าคมกร้าว

“ผ..ผู้ชายคนนั่น..ค..คิดทำอะไรกัน!!”  ฟุริฮาตะ โคคิ ยืนขาสั่นพับๆ หน้าซีดเซียววิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมจนเพื่อนทั้งสองพยายามล้วงกระเป๋าควานหายาดมแต่ก็ไม่มีมาให้

“ใจเย็นก่อนทุกคน..ใจเย็นๆ” มิโดริมะ ชินทาโร่ เป็นชายคนเดียวที่ดูจะครองสติได้มากที่สุด…ซะที่ไหน!!มือแกร่งพันเทปสั่นจนดันแว่นขึ้นสันจมูกเบี้ยวไปคนละทิศละทางแล้ว

“หรือว่า..อาคาชิจะ..ใช้กรรไกรกับเท็ตสึคุง..จะว่าไป..ฉันคุ้นๆนะพระเอกมาซื้อของในอุปกรณ์งานช่างแบบนี้ ห..หรือว่ารสนิยมของอาคาชิคุงจะ..โอ้!!ไม่นะเท็ตสึคุง!!!”  โมโมอิ ซัทสึกิ ปิดหน้าร้องไห้กระซิกๆตัวสั่นเท้า ในหัวของเธอมโนไปถึงหนังร้อนฉ่าแห่งปีที่พึ่งไปดูกับเพื่อนสาวเมื่อต้นปีที่แล้ว คิเสะยกมือปิดปาก เธอเองก็รับไม่ได้กับสิ่งที่คิดเห็นตรงกับผู้จัดการสาวโทโอ..ในหัวมโนเด็กสาวตัวผอมบางเล็กๆจืดจางอยู่บนเตียงโดนมัดมือมัดเท้าด้วยตลับเมตรทั้งตัวสั่นระริก ตาสีฟ้ากลมโตเว้าวอนขอความเห็นใจจากชายหนุ่มเรือนผมสีแดงหล่อเหลามาดสมบูรณ์แบบที่สุดหาใครเทียบเทียมกำลังย่างสามขุมเข้ามาพร้อมขยับกรรไกรตัดหญ้าดังฉับๆ หมายตัดอาภรณ์ชั้นในที่ปกปิดร่างกายออกทีละชิ้นทีละชิ้น…

 

 

หรืองานนี้จะเป็น 50 เฉดแห่งสีแดงกัน!!!

 

 

 

“ไอ้หมอนั่น!!มันเจ้าชายวิปริตชัดๆ ปล่อยแบบนี้ไปไม่ได้แล้ว!!ฉันจะไม่ยอมให้ผิวขาวๆของเท็ตสึต้องโดนโซ่แส้กุญแจมือแน่!!”

“ท่าทางหมัดเดียวคงจะไม่พอ ในเมื่อคิดแบบนี้ฉันจะประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าแน่!!”

“เดี๋ยว!!!ใจเย็นก่อน!!!”  มิโดริมะตะโกนเรียกสองแสงที่วิ่งออกไปจากจากจุดซ่อนเสียแล้ว คนหนุ่มเรือนผมสีเขียวสบถหยาบหัวเสียพร้อมจัดแว่นให้เข้าที่  “ไอ้พวกบ้าพวกโง่เอ๊ย!!พวกเรารีบตามกันสองแสงบ้านั่นเถอะ”

“โอ๊ส!!!!”

 

.

.

.

 

“อากาศวันนี้ดีจริงๆนะ สมเป็นยามเช้าฤดูใบไม้ผลิ”

“ค่ะ”

บทสนทนาที่แทบนับคำได้ตั้งแต่เดทกันระหว่างคนทั้งสอง..เดทแรกอย่างเป็นทางการของพวกเขา อาคาชิถือถุง Homepro กับหนังสือของหญิงสาว ในขณะที่ฝ่ายคุโรโกะถือถุงพลาสติกใบใหญ่ใบหนึ่งใส่ลูกบาสเก็ตบอลแห่งความทรงจำของพวกเขาเอาไว้ ซึ่งถือติดตัวตั้งแต่มายังสถานที่นัดพบ ดวงตาสีแดงทับทิมคู่คมกับดวงตาสีฟ้ากลมโตทอดมองไปยังทางเท้าเบื้องหน้าที่ขนาบซ้ายขวาด้วยต้นซากุระผลิบานกลีบดอกสีชมพูอ่อนงดงามจรรโลงใจนัก  “อาคาชิคุงออกเงินซื้อที่แบบนั้น..ฉันเกรงใจจริงๆค่ะ”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ที่จริงฉันตั้งใจจะซื้ออยู่แล้วล่ะ ติดตรงเป็นที่ของทางส่วนกลางกว่าจะได้มาก็ต้องเจรจากับทางราชการอยู่นานโข อีกอย่างหากปล่อยทิ้งไว้ ซักวันพวกเขาอาจจะรื้อถอนทิ้งไป..ฉันไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่” อาคาชิวางมือลงบนศีรษะคนตัวเล็ก แล้วลูบหัวปลอบโยน..สัมผัสอบอุ่นที่ห่างหายไปนานตั้งแต่สมัย ม.ต้น ได้กลับมาอีกครั้ง..ช่างล้นปรี่ทะลักเข้ามาสู่กลางใจเด็กสาวผมสีอ่อนเสียจนริ้วสีแดงขึ้นแก้มใส

 

“เอาล่ะ ถึงแล้ว..เริ่มงานกันเถอะ คุโรโกะคุง”

“ค่ะ..อาคาชิคุง”

 

พวกเขาก้าวข้ามผ่านเข้ามาในสถานที่ๆ ตั้งใจว่าจะมาดำเนินกิจกรรมอย่างที่วาดหวังเอาไว้  ขายาวสวมกางเกงยีนส์สีเข้มก้าวนำทางเด็กสาวเข้าไป โดยมีขาผอมบางขาวหยกดั่งผิวกระเบื้องเคลือบก้าวเดินตามหลังมาติดๆ ร่างสูงถอดสูทแฟชั่นสีเทาเข้มออกวางพาดไว้กับราวจับ  นั่งคุกเข่าวางถุงพลาสติกลงกับพื้นแล้วล้วงหยิบเอากรรไกรตัดหญ้าออกมา

 

 

“อาคาชิ!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

คางามิ ไทกะ ตวาดลั่นสุดเสียงวิ่งเข้ามาง้างหมัดพุ่งเข้าใส่คนหนุ่มผมแดง ดวงเนตรสีทับทิมเบิกโพล่งใช้เนตรจักรพรรดิทันเอี่ยวหลบไปอย่างฉิวเฉียด ยังไม่ทันหลบพ้นดีก็พบกับร่างสูงเรือนผมสีน้ำเงินผิวสีแทนเข้มวิ่งเข้ามาจะล็อคจับจากทางด้านหลัง ด้วยสัญชาติญาณป้องกันตัวฝ่ามือแกร่งจับลงบนบ่าแล้วใช้เนตรจักรพรรดิกดลงไปนั่งลงกับพื้น!!

“คางามิคุง!? อาโอมิเนะคุง!? เกิดอะไรขึ้นคะ!!?”   คุโรโกะร้องเสียงหลงตกใจกับการปรากฏตัวของสองแสง ฝีเท้าหลายคู่ย่ำวิ่งเข้ามาสมทบ พอเหลียวหลังไปมองก็โดนโมโมอิกับคิเสะพุ่งเข้ากอดรัดแน่นจนหายใจไม่ออก

“คุโรโกจจิปลอดภัยดีใช่ไหม!!!ยังไม่โดนจับมัดสินะ!!!”

“ฉันขอโทษนะเท็ตสึคุง นี่ถ้าฉันไม่รู้..ป่านนี้คง..ฮึกๆ..ฮือๆๆ”

สองสาวโผกอดรัดร้องห่มร้องไห้จนเสื้อยีนส์ตัวนอกชุ่มน้ำตาไปหมดแล้ว คุโรโกะ เท็ตสึยะ รู้สึกสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอยังตั้งสติไม่ทันหันไปมองเหล่ารุ่นพี่เซย์รินต่างพากันวิ่งเข้ามารุมล้อมถามไถ่ว่า ‘ไม่บาดเจ็บอะไรใช่ไหม’ ‘โดนบังคับอะไรบ้าง’ และอีกสารพัดคำถามที่ทำเอาเธออื้ออึงงวยงงหนักกว่าเก่า ไม่นานนักไอดะ ริโกะ ฮิวงะ จุนเปย์ และคิโยชิ เทปเปย์ วิ่งกระหืดหอบตามเข้ามาสมทบอีกแรง พวกเขาทั้งหมดถึงกับตั้งด่านวางการ์ดสกันคุโรโกะเอาไว้ด้านหลังให้ถอยห่างจากหนุ่มร่างสูงเรือนผมแดงที่ยืนอยู่เหนือสองแสงซึ่งโดนจับลงไปนอนหมอบแต้กับพื้นด้วยอำนาจความสามารถของเนตรจักรพรรดิ

“พวกนายคิดอะไรถึงมารุมทำร้ายฉัน..อาโอมิเนะ คางามิ”  อาคาชิเค้นถามสองแสงที่โดนจับดัดแขนไว้ด้านหลังทั้งสีหน้าดุดัน

“พวกฉันสิต้องถามนายมากกว่าอาคาชิ นายคิดจะทำอะไรคุโรโกะมิทราบ” ไอดะ ริโกะ ถลึงตาดุดันกระชากสมอลทอล์กออกจากหู  คนหนุ่มเรือนผมสีแดงชี้ยุ่งตัดสั้นเลิกคิ้วเล็กน้อยไล่กวาดสายตามองเหล่าเซย์รินรวมตัวกันเว้นหนุ่มหน้าตี๋กับรุ่นปาฏิหาร์ยเบื้องหน้า

 

“กรรไกรตัดหญ้า ตลับเมตร..ชุดหมีและไหนจะสีทาบ้านนี่อีก นายจะทำอะไรกันแน่บอกพวกเรามานะ”

 

เงียบ..รอบกายเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของผู้คนที่ยืนอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้..อาคาชิปริบตาก่อนจะกวาดมองไปรอบๆที่ๆเขายืนอยู่คือสนามบาสกลางแจ้งใจกลางสวนสาธารณะเก่า ซึ่งถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างไปตามกาลเวลาจนไม่อยู่ในสภาพที่สามารถใช้การได้ มือแกร่งปล่อยแขนของชายร่างสูงกำยำสองคนที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าออกไป คางามิกับอาโอมิเนะหยัดกายลุกขึ้นตั้งท่าพร้อมมีเรื่องวิวาทได้ทุกเมื่อ…

 

“ถามว่าเอามาทำอะไร ก็เอามาซ่อมสนามบาสกลางแจ้งนี่ให้กลับมาดีเหมือนเดิม” อาคาชิอธิบายด้วยสีหน้าเรียบสนิท มือชูกรรไกรตัดหญ้าขึ้นมาเจตนาจงใจแกว่งให้เฉียดคางามิ แอบขู่คนผมสีแดงอมน้ำตาลไหม้ให้ใจสั่นเล็กๆซึ่งได้ผล เจ้าตัวแสดงท่าทีสะดุ้งตกใจออกมาเห็นได้ชัด

“กรรไกรนี่ก็เอาไว้ตัดหญ้าที่รกสนามรอบๆ ส่วนชุดหมีก็เอาไว้ใส่กันเลอะเวลาทาสี ตลับเมตรก็เอาไว้วัดแบ่งเขตแดนสนาม”

“ทุกคนคิดอะไรอยู่”  สิ้นคำกล่าว ได้เปลี่ยนกระแสแรงกดดันไปฝั่งอาคาชิ เซย์จูโร่ ที่เกือบตกเป็นจำเลยประณามเป็น 50 เฉดแห่งสีแดงไปเสียแล้ว…

 

 

เอ๋!!หมายความ…พวกเรา….

 

 

“อย่างที่อาคาชิคุงพูด พวกเราตั้งใจว่าเดทแรกจะมาช่วยกันซ่อมสนามบาสที่พวกเราเจอกันครั้งแรกค่ะ”  คุโรโกะ เท็ตสึยะ ไขข้อข้องใจหลังจากที่ทุกคนหันสายตาเค้นถามเพื่อความชัวร์มาที่เธอ พอได้คำตอบจากปากเงาลวงตาแล้ว..ใบหน้าของพวกเขาถึงกับแตกเป็นเสี่ยงๆ หมอไม่รับเย็บอย่างรุนแรง ที่ออกจะหนักสุดก็ไม่พ้นสองสาวขี้มโนไปไกลโพ้นทะลุดาวพลูโตยืนตัวลีบก้มหน้าจิ้มนิ้วจึกๆไปมา

“ยัยลูกหมา!!ทีหลังฉันจะไม่ให้เธอดูหนังรักไร้สาระนี่อีกแล้ว!!เธอด้วยซัทสึกิ!!!”  มือแกร่งเขกกะโหลกแฟนสาวเต็มแรง คิเสะร้องลั่นยกมือกุมหัวน้ำตาเล็ด ส่วนโมโมอิรีบเขยิบไปยืนหลบหลังมุราซากิบาระแทน  ฮิวงะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเขารู้ตัวแล้วว่าได้ทำการเข้าใจผิดเข้าอย่างรุนแรง

 

“เอ่อ…ต้องขอโทษแทนด้วยนะที่ลูกทีมฉันเข้าใจนายผิดๆ” ในฐานะกัปตันเซย์รินจำต้องยอมรับหน้าเดินออกมาขอโทษกัปตันราคุซันยืนกอดอกถือกรรไกรตัดหญ้าเงียบๆ

“ผมเข้าใจว่าจากประสบการณ์ของทุกคนที่มีต่อผม ด้วยท่าทางที่ดูน่ากลัวแบบนั้นก็ไม่แปลกที่ทุกคนจะเข้าใจผิด”  เขาถอนหายใจเหนื่อยหน่าย แล้วยกยิ้มสุขุมนุ่มลึกออกมา รอยยิ้มที่ทำให้ทุกคนเกือบจะวางใจถ้าไม่ติดที่ประโยคถัดมาจากปากหนาได้รูปพร้อมเสียงทุ้มเข้มกดต่ำเย็นยะเยือกหนาวเหน็บยิ่งกว่าฤดูกาลเหมันต์ที่ผ่านพ้นไป

 

“แต่ทุกคนก็ทำให้เดทแรกของเรา ‘ล่ม’ ไม่เป็นท่า แถมมีคนมุ่งร้ายจะทำร้ายร่างกาย..ในเมื่อว่างมากจนมาสะกดรอยตามพวกเราขนาดนี้ ก็มาช่วยกันซ่อมสนามด้วยกันซะ”

 

 

คำสั่งของอาคาชิ เซย์จูโร่ ถือเป็นที่สุด ใครก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

แม้มิได้เป็นจักรพรรดิแล้ว เจ้าชายก็ยังมีอำนาจยิ่งใหญ่ยากใครเทียบเทียม

 

 

 

“เฮ้อออออ เสร็จแล้ว”  คนหนุ่มผิวสีแทนนอนทรุดกับพื้นหลังทั้งเนื้อตัวมอมแมมเปรอะเปื้อนสีตามเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขากระบอกไม่ต่างอะไรจากคนอื่น จะมีก็เพียงแค่คนหนุ่มผมสีแดงกับเด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าสวมชุดหมีสีเทาที่ซื้อมาใส่กันเปื้อน จากนั้นไม่นานคางามิเองก็ล้มตัวลงนั่งเอนกายหายใจหอบหนักไม่ต่างกันอยู่ข้างๆอดีตแสง สภาพอิดโรยไม่ต่างอะไรจากคนอื่นๆนัก

 

 

บทลงโทษของอาคาชิ นอกจากจะได้ความสะใจแล้วยังได้ประโยชน์อีก!!ร้ายกาจจริงๆ!!!

 

 

 

หมับ!!!!!

 

ลูกบาสเก็ตบอลสีดำเก่าๆ พาสส่งเบาตรงมา ด้วยสัญชาติญาณนักบาสของคางามิ ทำให้เขารีบยกมือขึ้นมารับได้ทัน..สัมผัสลูกอาจไม่หนักแน่นคุ้นชินมือเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ทำเอาหัวใจพองโตหวนคิดถึงมากมายนึก หน้าคมคายเงยหน้าขึ้นมองต้นทางส่งลูก เด็กสาวเรือนผมสีฟ้าตัดยาวประบ่ายืนส่งยิ้มให้อยู่บนสนามบาสเก็ตบอลแห่งนี้ที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ทุกความทรงจำอันน่าจดจำตราตรึงใจ ทั้งสุขและทุกข์  คางามิ ไทกะ เผยอปากเล็กน้อยก่อนแสยะยิ้มเห็นฟันขาว ร่างสูงหยัดกายขึ้นเดาะลูกกระแทกลงพื้นสนามซ้ำๆ

 

 

เสียงกระเด้งกระดอนก้องกังวาน เกี่ยวโยงถึงสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพ

 

 

“เหอะ!!น่ารำคาญจริงๆไอ้คู่หูแสงเงาเลือดร้อน แก้เซ็งนิดหน่อยก็ดีเหมือนกัน”  ร่างสูงผิวสีแทนยกยิ้มมุมปาก ลุกจากพื้นขึ้นมายืดเส้นยืดสายเหยียดแขนตรงไปเบื้องหน้า  มิโดริมะ ชินทาโร่ พ่นลมหายใจแรงดันแว่นขึ้นสันจมูกเดินไปยืนสมทบข้างเพื่อนสนิทเรือนผมสีแดงเพลิงยืนกอดอกอยู่ทั้งรอยยิ้มบาง

“ไม่ได้อยากเล่นอะไรมากมายหรอกนะ ก็แค่กลัวคนไม่ครบตั้งหาก”

“มิโดจินปากไม่ตรงกับใจอีกแล้วนะ” มุราซากิบาระป้องปากหาวหวอดๆ ยกหลังมือเช็ดหน้ามอมแมมลวกๆเดินลากเท้ามายืนอยู่ขนาบข้างอาคาชิอีกทาง

“จะว่าไปไม่ได้ 1:1 กับอาโอมิเนจจิมานานแล้วเหมือนกันนะ”   คิเสะ เรียวตะ ตาวาววับเป็นประกาย ถอดรองเท้าสนสูง วิ่งเข้าไปควงแขนกำยำของแฟนหนุ่มผิวสีแทน ไม่นานนักเหล่าเซย์รินทุกคนก็เริ่มทยอยกันเข้ามาในสนามบาสเก็ตบอลแห่งนี้ที่ซ่อมแซมจนเสร็จสิ้นกลับมาใหม่เอี่ยมอ่อมจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นสถานที่ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้นานนับ 10 ปี

“ชักสนุกแล้วสิ แข่ง 3 พบ 3 ก็น่าสนนะ “ ไอดะ ริโกะ ยิ้มนึกสนุก มองทุกคนคึกคักตื่นเต้นไปด้วยกัน

“งั้นฉันจะเป็นกรรมการให้เองนะ” โมโมอิยกมืออาสา หยิบเอาสมุดกับปากกาในกระเป๋าสะพานเป้สีชมพูของตัวเองมาเตรียมจดผลคะแนนการแข่งขันบาสที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

 

 

นี่คือจุดเริ่มต้นของการพบพานดำเนินเนิ่นนานมาจนปัจจุบัน

บาสเก็ตบอลที่ถูกต้องเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแสนสนุกสนาน สิ่งที่ปรารถนามาตลอด

 

 

“ทุกคน  เรามาเล่นบาสด้วยกันนะคะ”

 

 

นี่คือสิ่งที่เด็กหญิงเฝ้าเพียรต่อสู้ให้ได้มาซึ่งบาสเก็ตบอลอย่างแท้จริง

 

 

 

.

.

.

 

 

หยาดหยดเหงื่อกับเสียงรองเท้าเสียดสีพื้นแผ่วเบาลงจนเงียบสนิท ลูกบาสเก็ตบอลเก่าจนกลายเป็นสีดำชู้ตลงห่วงกระเด้งกระดอนกลิ้งไปตามสนามเข้าสู่มือเล็กๆที่รอรับอยู่ ทุกคนแหงนหน้ามองผืนฟ้ากว้างใหญ่เปลี่ยนจากสีฟ้าสดใสกลายเป็นสีครามเข้มยามเย็นไปเสียแล้ว  ต่างคนต่างได้เหงื่อโทรมกายที่มากับรอยยิ้มร่าเริงสนุกสนานที่สุดนับตั้งแต่ได้เล่นบาสกัน

“เฮ้อ..อะไรเนี่ย..สุดท้ายก็แพ้อาคาชิงั้นเหรอ” คางามิสบถคำรามต่ำ ยกมือเช็ดเหงื่อไคลตรงคางออกลวกๆ เท้าสะเอวผ่อนลมหายใจเข้าออกให้ลึกปอดมากที่สุดตักตวงเอาออกซิเจนไม่ต่างจากคนอื่นๆ ดวงเนตรสีเพลิงสะท้อน…ร่างเล็กบอบบางผู้เป็นเงาลวงตา เด็กสาวที่ไม่สามารถลงสนามเข้าร่วมแข่งขันในฐานะคำว่าทีมได้อีกแล้ว แต่ก็กลับมาเข้าร่วมชมรมบาสอีกครั้งในฐานะสวัสดิการแทน

 

 

เด็กหญิงตัวน้อยถือลูกบาสเก็ตบอล สบตากับชายหนุ่มผู้ถูกเรียกขานว่าเจ้าชาย

รอยยิ้มที่ทั้งสองส่งมอบให้กัน…ทำให้อัศวินแห่งแสงรู้ว่าที่ๆเขาควรอยู่คือที่ใด

 

 

แรงตบแรงเข้าที่บ่ากว้าง คางามิหันไปมองคนข้างตัวเป็นกัปตันทีมเซย์ริน ฝ่ามือของอีกฝ่ายบีบแน่นจนเจ็บแต่ส่งมอบความอบอุ่นเข้ามาหล่อเลี้ยงจิตใจที่ปวดหนึบยามได้เห็นภาพนั้น  ต่อด้วยกำปั้นเบาๆชนด้านหลังจากโค้ชสาวเรือนผมสีน้ำตาลติดกิ๊ฟซอยสั้น เมื่อเหลียวหลังไปมองก็พบกับเพื่อนพ้องเซย์รินยืนส่งยิ้มให้

“หึ”  ปากหนาได้รูปเค้นยิ้มมุมปาก หลับตาลงก่อนจะลืมขึ้นหันไปมองคนทั้งสองที่ยืนอยู่ใจกลางสนามบาส สถานที่แห่งนี้ที่สร้างใหม่สำหรับเรื่องราวของพวกเขา

 

 

ความรัก’ ถึงจะเจ็บปวด ก็เป็นความเจ็บปวดที่งดงาม 

การได้เห็นคนที่รักมีความสุข แค่นั้นก็พอแล้ว..

 

 

“กลับกันเถอะ จากนี้ไปเป็นเวลาของพวกเขาแล้วล่ะ”  คิเสะยิ้มบางบอกกล่าวกับทุกคน  ต่างคนต่างเริ่มทยอยกันโบกมือร่ำลาอาคาชิกับคุโรโกะออกไปจากสนามทีละคนสองคน

 

 

จนในที่สุด..สถานที่แห่งนี้ก็เหลือเพียงชายหนุ่มหญิงสาวเพียงแค่สองคนเท่านั้น

 

 

สายลมยามเย็นพัดพาเอากลับดอกซากุระปลิวว่อนผ่านเส้นจนเส้นผมพลิ้วไหว  คนหนุ่มผมแดงเดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กบอบบาง พิศมองดวงหน้าหวานของเด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่าชี้กระดกยุ่งไปมาด้วยสายตาอ่อนโยนที่ไม่เคยใช้มองผู้หญิงคนไหน

“เหนื่อยรึเปล่า?” เขาถาม

“ไม่เลยค่ะ หงุดหงิดก็ตรงที่ใช้แรงเล่นบาสมากไม่ได้เหมือนสมัยก่อนแล้ว”  เธอถอนหายใจ หลุบตามองข้อมือทั้งสองข้าง ถึงจะไม่ต้องใส่ผ้ายืดแล้วและตอนนี้ก็เริ่มยกของหนักได้บ้าง แต่ถ้ามากไปก็ยังเจ็บแปลบอยู่ดี

“วันนี้ฉันสนุกมากเลยค่ะ อาคาชิคุงเล่นบาสสนุกไหมคะ”  คุโรโกะถามกลับบ้าง..คำถามที่อีกฝ่ายเคยปฏิเสธแล้วเลือกเส้นทางที่จะมุ่งหวังเพียงชัยชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ลืมเลือนนิยามบาสเก็ตบอลแท้จริงที่เคยเฝ้าใฝ่ฝันเอาไว้

 

“สนุกมากเลยล่ะ ขอบใจนะที่ทำให้ฉันรู้สึกสนุกแบบนี้อีกครั้ง”

 

 

คำตอบในอดีตยังคงเป็นคำตอบในปัจจุบันไม่เคยเปลี่ยน

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานซักเท่าไหร่ ต่อให้ดวงตาคู่นี้จะมืดบอด

คุโรโกะ เท็ตสึยะ ยังคงเป็นแสงสว่างนำทางในชีวิตของ อาคาชิ เซย์จูโร่ เสมอ

 

 

“เล่นบาสกันอีกครั้งไหม” อาคาชิฉวยแย่งบอลไปจากมือเด็กสาวมาเดาะลงกับพื้นไปมา ปากหนาได้รูปยกยิ้มท้าทายหญิงอสาวผมฟ้า คุโรโกะคลี่ยิ้มน้อยๆตอบ วิ่งเข้าไปหมายจะแย่งลูกจากมือคนหนุ่มเรือนผมสีแดง แต่เขาก็ไวกว่าเดาะลูกหลบไปไว้ด้านหลังประหนึ่งหยอกทีจริงเล่นทีจริง แล้ววิ่งไปมารอบสนามท่ามกลางเสียงหัวเราะคลอเสียงลูกบาสกระเด้งกระดอนกับพื้นรองเท้าเสียดสีก้องสนาม

 

 

“อ..เอ่อ..เล่นด้วยกัน”

“เล่น..ด้วยกัน..บาส..กับฉัน”

 

 

 

ฝุ่บ!!!!

 

ลูกชู้ตลงห่วงไปด้วยมือของคนหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีแดงสั้น ชัยชนะยังเป็นของบุรุษนามอาคาชิอยู่วันยังค่ำ คุโรโกะหายใจเหนื่อยไปนั่งพักชันเข่าเท้าแขนกับพื้นสนาม แหงนหน้าอ้าปากหายใจหอบมองท้องฟ้ากลายเป็นสีริ้วสีเข้มเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นดวงดาวประปราย

“วันนั้นพวกเราก็เล่นจนเห็นดาวเหมือนวันนี้เลยนะ” อาคาชิเก็บลูกบาส นั่งลงข้างๆเด็กสาวแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยเช่นกัน

“ฉันดีใจมากเลยค่ะ ตอนแรกเกือบจะตัดใจจากบาสแล้วด้วยซ้ำ..”  เสียงหวานเรียบเงียบไปอึดใจหนึ่ง ดวงหน้าหวานจืดจางล้อมเส้นผมสีฟ้าอ่อนเรือนลาง หากแต่ในสายตาอาคาชิ เซย์จูโร่แล้ว เธอช่างโดดเด่นกว่าหญิงสาวคนไหน น่าสนใจกว่าใครจนไม่อาจละสายตาได้แม้เพียงเสี้ยววินาที  “ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่ได้พบกับอาคาชิคุงที่นี่..ฉันคงไม่มีวันนี้”

 

 

 

รอยยิ้มอ่อนหวานผสมปนเปกับอาการเขินอาย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจาก คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 

 

 

ตึกตัก!!!

 

อกซ้ายคนหนุ่มเต้นแรง เขารู้สึกหน้าร้อนผ่าวโดยเฉพาะบริเวณแก้มสากจนต้องรีบหันหน้าเสมองไปทางอื่น ยกมือขึ้นกุมปากสูดลมหายใจลึกคุมอาการประหม่าเขอะเขินของตัวเอง กดเอาไว้ให้อยู่ภายใต้ท่าทีสุขุมเอาไว้ให้ได้  คุโรโกะชะโงกหน้ามองอีกฝ่ายที่จู่ๆ กลับหนีหน้าไปเฉย ดวงเนตรกลมโตปริบตาปริบๆ เริ่มเป็นห่วงอีกฝ่ายเลยเขยิบยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ถามทั้งสีหน้ากังวลใจ

“อาคาชิคุง เป็นอะไรไปคะ ไม่สบายรึเปล่า?”

“ฉันสบายดี ไม่ต้องเป็นห่ว…”

หน้าคมคายหันกลับพร้อมกับรอยยิ้มละมุน กลับไม่คาดคิดว่าด้วยระยะชิดใกล้ทำให้ปลายจมูกของทั้งสองสัมผัสกันเบาๆ คุโรโกะตาโตตกใจเธอเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหันหน้ากลับมาไว้ขนาดนี้ จึงไม่ทันตั้งตัวถอยผละออกมาได้ทัน

 

 

ท่าทางของเธอตลกดีจัง” 

 

 

หญิงสาวผมฟ้าก้มหน้างุดจนเส้นผมสีฟ้าปรกใบหน้าซ่อนสีหน้าของตัวเองเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจกลบเกลื่อนใบหูที่แดงเรื่อได้ เธอคิดจะถอยห่าง แต่..มือหนากลับคว้าจับมือเล็กเอาไว้..รั้งไม่ยอมให้ถอยไปไหน

“คุโรโกะคุง..”

เสียงทุ้มกระซิบระยะประชิด..ดังก้องชัดในหัวจนอกซ้ายเต้นแรงแทบทะลุออกมา คุโรโกะ เท็ตสึยะ เม้มปากแน่นเป็นแนวเส้น  การเรียกชื่อของเขาแฝงไปด้วยคำสั่งเล็กๆ คำสั่ง..ที่บอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการให้เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน

 

 

 

ดวงตาสีแดงทับทิม..ผมสีแดงดั่งเปลวเพลิง…เจ้าชายในความทรงจำผู้เป็นรักครั้งแรกและรักครั้งเดียว

 

 

ลมหายใจอุ่นรดหน้าที่ร้อนผ่าว ให้ร้อนระอุยิ่งขึ้น ดวงตาสีฟ้าใสสะอาดดั่งน้ำในลำธารสะท้อนดวงหน้าคมคายหล่อเหลาล้อมเส้นผมสีแดงสั้นในระยะประชิด..ยิ่งเวลาผ่านไประยะห่างก็ยิ่งลดลงเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเต้นของหัวใจแรงขึ้นเหมือนกลองรัวที่ไม่รู้ว่าจะสงบลงได้เมื่อไหร่

“อาคาชิ..คุง..”

 

 

 

ภายใต้ผืนฟ้ากลายเป็นสีดำยามรัตติกาลและดวงดารา

ยามราตรีเนิ่นนานระหว่างเจ้าชายกับเด็กหญิง

 

 

“อ่า..โทษทีนะอาคาจิน คุโรจิน ฉันลืมกระเป๋าสตางค์ไว้น่ะ” เสียงทุ้มคางยานดังขึ้น แทรกกลางจังหวะที่ริมฝีปากของคนทั้งคู่ห่างกับเพียงไม่กี่เซน  คุโรโกะหน้าแดงก่ำย้อมผิวหน้าขาวผ่องดั่งผิวกระเบื้องเคลือบเหมือนผลมะเขือเทศสุก รีบเด้งตัวถอยห่างจากชายหนุ่มเรือนผมสีแดง อาคาชิกำหมัดสลับคลายไปมาแล้วยกขึ้นมาลูบหน้าแรง  มุราซากิบาระเดินกลับเข้ามาสนามจะเอ๋เข้ากับช็อตเด็ด ยังคงยืนปริบตามองทำหน้ามึน ก่อนจะเมินไม่สนใจเดินลากเท้าไปหยิบกระเป๋าสตางค์ที่วางทิ้งไว้บนแสตนเชียร์แล้วเดินลากเท้าออกไปจากสนามบาสกลางแจ้งทิ้งคู่รักทั้งสองเอาไว้ดั่งเดิม

 

“……..”

“……..”

 

ต่างคนต่างไม่ยอมหันกลับมาสบตากันพักใหญ่แถมยังนั่งหันหลังให้กัน อ้ำอึ้งไม่รู้จะเปิดบทสนทนาอะไรดี..ท้ายที่สุดฝ่ายบุรุษจำต้องเป็นคนเปิดพร้อมเหลียวหน้ามามองแผ่นหลังเล็กบอบบางของเด็กสาวเรือนผมสีฟ้ายาวประบ่า

“นี่ก็ทุ่มกว่าแล้ว กลับบ้านกันดีกว่านะ เดี๋ยวฉันไปส่ง” อาคาชิ เซย์จูโร่  ลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือตรงมาหาหญิงสาว  คุโรโกะค่อยๆผินหน้ากลับมามองมือแกร่งตรงหน้า เธอค่อยๆแย้มยิ้มน้อยขำขันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ต่างจากฝ่ายชายหนุ่ม ก่อนจะช้อนตามองสบเข้าไปในดวงเนตรสีแดงทับทิมพร้อมทั้งวางมือตอบให้อีกฝ่ายฉุดดึงให้ลุกขึ้น

 

 

ไม่ว่าเมื่อไหร่..ไม่ว่าตอนไหน..เจ้าชายมักจะยื่นมือเข้ามาหาเธอเสมอ

 

 

“ไว้คราวหน้า ฉันจะสอนบาสให้เธอใหม่นะ”   อาคาชิหอบหิ้วข้าวของที่ซื้อมาทั้งหมดด้วยมืออีกข้างนึง ส่วนอีกมือหนึ่งจับมือเล็กบอบบางที่ปรารถนาอยากกอบกุมเอาไว้ให้นานไปจวบจนนิรันดร์เช่นเดียวกับเธอ  คุโรโกะถือลูกบาสเก็ตบอลแห่งการพบพาน..บาสเก็ตบอลลูกนี้ที่ทำให้เราสองได้พบเจอกันแนบไว้กับสีข้าง มือเล็กที่กอบกุมกับมือใหญ่อบอุ่นค่อยๆขยับเปลี่ยนมาเป็นเกี่ยวก้อยสัญญากัน

 

 

“ฉันสอนให้เอาไหม” 

 

 

“ค่ะ” เธอตอบรับทั้งรอยยิ้มเต็มไปด้วยความสุขล้นใจ ปลายเท้าของเราสองคนจะก้าวเดินไปสู่ทางเบื้องหน้า..เส้นทางที่ทอดยาวต่อจากนี้ที่ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ถึงแม้ว่าจะต้องผ่านเรื่องราวทุกข์สุข ลำบากยากเย็นแค่ไหน ด้วยสัญญาที่มีให้กัน…เราจะไม่มีวันลืมเลือนความรู้สึกนี้ไปจากใจแน่นอน

 

จุดเริ่มต้นอันแสนสวยงาม ผ่านเส้นทางขวากหนามอันขมขื่น อุปสรรคที่ต้องฟันฝ่า

เมื่อผ่านพ้นไปสิ่งที่ตามมาคือ ‘ความเข้าใจ’

ทั้งหมดนี้คือบทประพันธ์ร้อยเรียงถึงสิ่งที่เรียกว่า  ‘ความรัก’

 

 

FIN

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบแล้วววววค่าาา ฟิคยาว 1 ปีจบแล้วจ้า บทสรุปเรื่องราวความรักของน้องครกมาถึงบทสุดท้ายซักทีหลังจากผ่านอะไรหลายๆอย่างมา

ฟิคเรื่องนี้เราแต่งเพราะโดนชาชักส่งรูปน้องครกผมบ็อบทำดาเมจ ฮาาา ตอนแรกกะเอาสั้นๆพอ ไปๆมาๆยาวมาถึง 41 ตอนเลยทีเดียว

หลายคนบอกว่าตอนแรกฟิคนี้ใสซักพักดราม่าจนแทบต้มมาม่ากินกันเป็นแพค ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นเพราะเราต้องการสื่อเรื่องราวความรักค่ะ

ฟิคนี้ตัวละครทุกตัวเป็นสีเทาหมด ความรักทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งก็มาสรุปให้ชัดเจนถึงมุมมองความรักที่มีต่อตัวละครและผู้คนในบทส่งท้ายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณผู้ติดตามฟิคเราทุกคนค่ะ ขอบคุณทุกๆคอมเม้นที่คอยให้กำลังใจเป็นแรงผลักดันให้เราปั่นฟิคจนจบได้ นักอ่านเงาก็ขอขอบคุณที่คอยตามอ่านฟิคของเราเรื่องนี้ด้วยค่ะ ไม่รู้จะอธิบายยังไง แอบเหงาเหมือนกันนะ 555 ฟิคนี้เหงาเป็นพิเศษคงเพราะมีการโรลทวิตมุมมองอาคาชิไว้ด้วยเลยผูกพันมากกว่าปกติ แหะๆ   นี่เป็นฟิคแดงดำเรื่องยาวเรื่องแรกที่เราแต่ง ก่อนหน้านี้ก็ฟิคสด ถึงจะจบหลังแดงดำเรื่องอื่นเพราะจำนวนตอนก็ตาม

สำหรับเรื่องเปิดจองฟิค เราคาดว่าคงได้ให้เปิดกลางๆเดือนสิงหาไม่ก็ปลายสิงหาค่ะ ตอนนี้กำลังจัดหน้าอยู่เนื่องจากจำนวนความยาวที่เยอะมากเลยอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากขาย 2 เล่มเป็น 4 เล่ม คือ ม.ต้น 2 เล่มและ ม.ปลาย 2 เล่ม สาเหตุเพราะหนามว๊ากกกกก  ใจอยากให้ทำ 2 เล่มขายแต่ก็กลัวว่าจะหนาเป็นแฮร์รี่เล่ม 4 ซึ่งไม่รู้โรงพิมพ์จะรับไหม   ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่เป็นเพียงการคาดการณ์ของเรานะคะ ยังไม่ขอยืนยันจนกว่าเราจะจัดหน้าเสร็จ จะพยายามบีบบรรทัดให้มากที่สุดค่ะ แล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีผ่านทางทวิตและเพจตามลิงค์ข้างล่างนี้นะคะ อีกที่ก็เด็กดีนี่แหละค่ะ

https://www.facebook.com/pages/Blood-Hana/216190041838167

https://twitter.com/blood_hana

 

ตอบคำถามที่หลายคนสงสัยว่า ป๋ามาซาโอมิไปไหนจะมีบทไหม :  ป๋ามีบทในตอนพิเศษค่ะ ซึ่ง..จะอยู่ในรวมเล่มเท่านั้นจ้า

อีกคำถาม ตอนพิเศษมีไหม : มีค่ะ จะมี 2 ตอนค่ะ โดยภาค ม.ต้น ชื่อ akashi no love สำหรับ ม.ปลายนั้งยังไม่คิดชื่อค่ะแต่วางพลอตไว้แล้ว นอกจากนี้ในเล่มจะแถม secret ฟิค knl ให้ด้วย ปกติจะลงเฉพาะในทวิตเตอร์ เราจะลงในรวมเล่มให้ด้วยค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามฟิคเราจนมาถึงตอนนี้ มีหลายคนบอกฟิคเราโคตรโดนเพลงวง potato เกือบทั้งอัลบั้ม เราเองก็พึ่งรู้ 555 ใครอยากได้อรรถรสลองกลับไปไล่ฟังเพลงวงนี้ก็ได้นะคะ 555

ไม่มีอะไรแล้วนอกจากขอบคุณมากๆค่ะ ไปก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่กับฟิคใหม่ค่ะ บายจ้าาา

13 thoughts on “[Fic Kuroko no Basket][Akashi x Kuroko]Kuroko no love//Epilogue

  1. อาคาชิจิอัพเลเวล จากกรรไกรตัดถุงขนมเป็นกรรไกรตัดหญ้าขนาดจัมโบ้ / ถ้าเป็นฉากอาคาชิจิตัดผมประกาศศักดาก่อนแข่งเป็นกรรไกรตัดหญ้า รับรองคากามิจิอาจจะหัวแหว่งไปเลย ^_^
    เจ๊บลัดๆ ? แล้วอาโอมิเนะจิกับคิเสะ จะตายมั้ยเจ้าค่ะ ?
    เผื่อขนมของโมโมจิจะออกฤทธิ์ช้าๆน่ะ …………
    ~~~ ตอนนี้คืดเรื่องเดียว รอซื้อ !! ^_^

  2. เป็นฉากจบที่ฝุดๆอ่ะๆๆ แบบว่ากว่าสองคนนี้จะได้เดทแบบจริงจังซะที
    กะดันมี พวกมาตามส่องกันทั้งคณะเลยนะ มันมากกว่าแกงค์นักสืบอีกนะ
    เนี่ย เห็นแบบนี้แกงค์โคนันยังต้องยกธงขาวยอมแพ้เลย เพิ่งจะรุ้นะเนี่ย
    ว่าอิเกิ้ลอายมันมีประโยชนืใช้ในการส่องชาวบ้านเดทกัน?? งานนี้ถ้าพ่วง
    ทาคาโอะไปอีกคน สงสัยพากันวุ่นวายมากกว่านี้แง้มๆ แบบว่าฟลีตอนนี้มัน
    เหมือนในเรื่องของโคนัน ตอนที่ผู้หมวดทาคางิไปเดทกับผู้หมวดซาโต้แล้ว
    สารวัตร์ชิราโทริแอดเดะแกงค์ตำรวจ พอกันไปแอบส่องสองคนนี้เดทกันที่
    สวนสนุก ฟีลแบบนี้มันใช่เลยอ่ะนะ ฮ่า ๆ แต่แอบขำศึกว่าที่พ่อตากะลูกเขย
    นะเนี่ย อาคาชิคุงออกตัวแรง!!! แบบว่าถ้าไม่ขอวันนี้ ยังไงสักวันก็ต้องมาขอ
    อยู่ดี กร๊ากๆๆ กะจริงของท่านเขานะเออ หุหุ แต่แหมๆๆๆเรโอะคุง เหมือนจะ
    โผล่มาได้จังหวะจริงๆ แบบว่าโผล่มาเพื่อช่วยกัปตันตัวเองป่ะเนี่ย คริ คริ แต่
    ไอ้สถานที่เดทมันคือ home pro เนี่ย ฟลีลิ้งแรกที่คิดนะ มันแบบว่าพากันมา
    ซื้อของตกแต่งเรือนหอป่ะค่ะ ฮิ้ววววว แต่แหมๆๆ ที่จริงล่ะกะมาซื้อของสำหรับ
    ไปซ่อมสถานที่เดทแรกกันนิเอง แต่เดทกันด้วยบาสกะสมกับคอนเซปของเรื่อง
    นะ กะมันเรื่อง (knl) นิเนอะ แต่ไอซ๊อตสุดท้ายนั้น ท่านกำลังจะได้ kiss น้องอยู่
    ละเชียวอุตส่าห์ลุ้นมาตั้งนาน มุราซากิบาระคุงไม่น่าลืมกระเป๋าเงินรุย แม่ยกละ
    เซงเลย ชิชะ ยังไงไว้จะรอตามข่าวรวมเล่มนะจ้า แต่แหม ถ้ามันกลายเป็น 4 เล่ม
    จริงๆ สงสัยต้องหาที่เก็บล่วงหน้าอ่ะ ฮ่า พอดีตู้หนังสือมันเต็มล่ะอ่านะ แหะๆๆ
    ยังไงก็ดีใจด้วยที่ฟิคเรื่องนี้จบซะที จุดพลุช่วยฉลองรุยดีไหม อิอิ

    Ps. แต่แหมในที่สุดบลัดซังกะจะรวมตอน secret เป็นของแถมให้ด้วยพลาด
    ไม่ได้อ่านะ >o<

    • กว่าคู่นี้จะลงทำหลายคนเดือดร้อนไปเพียบ แถมกำแพงน้องก็สูงหลายชั้น ใครๆก็รักเอ็นดูน้อง ท่านจะฝ่าด่านไปก็ต้องเจอความยุ่งยากหน่อย 55555 อาคาชิออกตัวแรงมากหวิดโดนพ่อต่อยแล้ว เรโอะเหมือนมาช่วย จริงๆคือมาหาพี่ชุน จริงๆเราก็สื่อนัยยะนะว่าซ่อมสนามก็เหมือนทำเรือนหออ่ะน่อ 5555 ตอนนี้กลายเป็น4เล่มล่ะ รวมsecretให้จ้า ขอบคุณที่ติดตาม+คอมเม้นนะคะ ปลื้มมากเลย

  3. พอเห็นเค้กที่โมโมอิจังทำแล้ว อยากให้อาคาชิได้รับบทลงโทษที่ว่าต้องกินอาหารฝีมือโมโมอิ(เวอร์ชั่นไม่ผ่านติวเตอร์มุคคุง)กับโค้ชริโกะจัง
    ขอบคุณมากค่ะที่เขียนฟิคเรื่องนี้มา ตัวละครแต่ละตัวช่างน่าหมั่นไส้ น่าถีบ น่ารัก น่าเอ็นดูไปตามๆกันเลยทีเดียว แต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี

    สุดท้ายนี้ขอบคุณมุคคุงมากๆที่ทำให้การทำอาหารของโมโมอิดีขึ้น อยากรู้ว่านายใช้วิธีไหนเนี่ยเพราะเซนส์ของโมโมะน่าจะพอกับริโกะเลยนะ ถ้าจะให้ดีเปิดคอร์สสอนคิเสจจี้กับริโกจจี้เลยดีมะ เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของชีวิตของอาโอมิเนะและฮิวงะ(หรือจะเฮียเทปดี) เพราะขนาดคางามินสอน ริโกะยังตักข้าวผสมวิตามินมาให้เลย

    ส่วนอาคาชิ หึหึ กรรไกรอีกละ ส่วนน้องครกอยู่ไปนานๆอาจจะพกกรรไกรไปขู่คางามินด้วยนะเออ
    ว่าแต่น้องโดนโดนลงโทษหนึ่งเดือน ไปเรียนอีกทีนีคะแนนสอบน้องชนะคางามินแน่ๆชิมิ ถ้าคะแนนเยอะกว่าคางามินทั้งๆที่หยุดไปเดือนนึงนี่พ่อเสือของเราจะอกแตกตายมั้ยนี่

    ในอนาคตพนันได้ว่าอาคาชิต้องเป็นพวกกลัวเมียแน่นอน ฟันธง!

    • ท้องร่วงแน่555555555 ขอบคุณที่ติดตาม+คอมเม้นยาวๆนะคะ ดีใจและก็ชอบมากเลย ได้กำลังใจเขียนเยอะเลย ตัวละครสีเทาๆเลยมีหลายฟิล มุคคุงเขาก็มีวิธีสอนนะ อันนี้ปล่อยให้เป็นความลับของ2คนต่อไป น้องมีแฟนเก่งรอบด้านขนาดนี้ ขนาดอาคาชิคบคิเสะแบบไม่รักยังดูแลดี น้องนี่รักด้วยเทคแคร์มากเลยล่ะ อาคาชิเกรงใจเมียมากกว่า(?)5555

  4. จบซะแล้วอ่ะจากนี้จะอ่านอะไรเนี่ยแต่ไม่เป็นไรหรอกบลัดซังคงจะคลอกเรื่องใหม่เร็วๆนี้(เดี๊ยวนี้ฟิคดีๆแบบนี้หายาก)
    ตอนแรกโกรธนายน้อยตอนนี้เขินจริงจังค่ะทำไมมันหวานแบบนี้ความจริงให้จบตอนที่แล้วก็ดีนะคะเหมือนซีรีย์ญี่ปุ่นไม่หวานมากให้จิ้นเอาเองแต่ชอบนะคะ
    แต่จบแบบนี้ก็ดีแล้วได้เห็นว่าคนรักน้องมากแค่ไหนคริสมาสก็คืนดีกันแล้วเป็นอะไรที่ดีงามคีจังก็ได้มีความสุขกะเค้าซะทีน้า
    ยินดีที่ทุบไหได้เรื่องนึงค่ะแต่ยังรอคอยน้องสาวเหนือเอเลนสาวกรีกและเอเลนยันแตกอยู่เสมอค่ะ

    • จบตอนที่แล้วก็โอเคอยู่ 555 เราแถมบทส่งท้ายเพิ่มสรุปว่าชีวิตยังต้องเดินต่อ สนามบาสที่รกร้างก็เหมือนความสัมพันธ์ของน้องกับท่าน ถึงเวลาคบก็ต้องช่วยกันทำใหม่ให้ดีขึ้น เอเลนยันกับสาวกรีกได้เคลียรฺแน่ค่ะ หลังจากนี้กะเคลียร์ของเก่าๆล่ะ

  5. น่ารักกันทุกคนเลยค่ะ เสียดายที่หวานกันน้อยไปหน่อย สงสารและสะใจนิดๆ ที่อาคาชิถูกขัดจังหวะซะเรื่อย
    ปล.ชอบมากที่สุดเท่าที่อ่านฟิคเรื่องนี้เลยค่ะ เพราะนิสัยใกล้เคียงที่สุดแล้ว หายากจริงๆ ที่คุโรโกะจะดูมาดนิ่ง เจอแต่เคะแตก

    • ขอบคุณค่าาาา ดีใจที่ชอบฟิคเรานะคะ ดีใจที่เราตีคาร์ท่านออกมาได้ถูก เรื่องนี้ค่อนข้างจะหวานน้อยไปก็จริง แต่เพราะความเป็นท่านกับความเป็นน้อง เราคิดว่าไม่น่าจะแสดงความหวานออกมาชัดเจนเท่าไหร่น่อ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s