[Fic Reborn](all69,10069) Lost you //Part11

[Fic Reborn] Lost you

Paring  :  All69

Rate    : Nc-21

Story   : blood_hana

เรื่องนี้เขียนนานแล้วตั้งแต่บลัดอยู่ ม.5 สมัยนั้นหื่นมาก ถถถถถถถถ

ภาคต่อของฟิค The Game (10069)

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 11

 

 

“คุณเคียวครับ นี่เอกสารจากคุณสึนะครับ” คุซาคาบะยื่นเอกสารรายงานจากวองโกเล่รุ่นที่ 10 ให้แก่ฮิบาริ

หนุ่มผมดำมองซองสีน้ำตาลบรรจุเอกสารงานหนาปึกอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาลูกน้องคนสนิทของตน

 

ชายร่างใหญ่สะดุ้งวาบเมื่อเจอกับสายตาอำมหิตของนายตนเอง เจ้าตัวรีบก้มหน้างุดทันที ป้องกันการยั่วยุอารมณ์ของนายตนให้เดือดพล่านกว่าเก่า

 

 

พรึบ!!!!!

 

 

 

“คุณเคียวจะไปไหนครับ!!?” คุซาคาบะร้องเสียงหลง ฮิบาริไม่ตอบกลับแต่ดูจากสภาพอารมณ์แล้ว

ใครได้เข้าไปขวางมีหวัง…

 

 

 

ตายศพไม่สวยแน่ๆ..

 

 

 

 

 

 

เรือนผมดำเดินก้าวยาวๆเข้ามายังตึกนภาของบอสวองโกเล่ สีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เป็นนิจ ดูดุดันกว่าเก่า

จนคนในตึกต่างยำเกรงและพากันแตกวงหลีกทางให้กันเป็นแทบ

 

ขายาวหยุดลงที่หน้าประตูไม่สักอย่างดี ซึ่งเป็นห้องส่วนลึกสุดที่ได้รับความดูแลอย่างใกล้ชิดจากยอดคนมีฝีมือมากมาย

 

การที่จะเข้ามาได้ นอกจากเป็นบุคคลที่ไว้วางใจ โดยผ่านการคัดเลือกจากสายตาของรีบอร์นแล้ว

ผู้พิทักษ์ทั้ง 6 ก็ยังได้รับอภิสิทธิ์เข้ามาหาได้โดยไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวหรือแจ้งเรื่องล่วงหน้า

 

 

 

“โกคุเทระคุง ฝากส่งเอกสารนี้แล้วก็….”

 

 

 

ปัง!!!!!!!!!!!!

 

 

ประตูห้องทำงานถูกพังออกอย่างแรง ร่างเพรียวผมเงินรีบเอาตัวเข้าบังนายของตนทันที พร้อมแหวนแห่งวายุลุกโชนด้วยไปดับชนสีแดงเพลิงตามสัญชาติญาณ

 

แต่แล้วร่างของคนมาใหม่ไม่ใช่ใครอื่น นอกเสียจากผู้พิทักษ์เมฆา ฮิบาริ เคียวยะ ปราดมองไปยังเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวยอย่างดุดัน

“แก!!ฮิบาริ ทำบ้าอะไรว่ะ นึกว่าศัตรูบุกซะอีก!!” เจ้าของดวงตาสีมรกตบ่นโวยวายออกมาตามนิสัย แต่ดูเหมือนว่าคำพูดเหล่านั้นจะไม่ได้เข้าโสตประสาทการฟังของร่างสูงแต่น้อย

ฮิบาริก้าวเดินยาวๆอย่างเร่งรีบ สวนทางผ่านร่างสูงโปร่งของโกคุเทระไปกระชากแขนบอสแห่งวองโกเล่คนปัจจุบันขึ้นมาจากเก้าอี้ “โอ๊ยยย”

 

 

“แก!!!ทำบ้าอะไรกับรุ่น 10 ฟร่ะ!!!” ระเบิดในมือถูกขวักเตรียมจุดชนวนทันที แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าตนไม่อาจต่อกรกับเมฆา ผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในวองโกเล่ “ถ้าไม่อยากถูกขย้ำละก็..ไสหัวไปซะ!”น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมของบุรุษผมดำดังขึ้น หน้าคมคายส่งจิตสังหารแรงกล้าเข้าใส่วายุแห่งวองโกเล่เต็มๆ จนโกคุเทระขนลุกซู่ไปทั้งตัว

 

“แก!!!!!”

 

 

“อย่า!!!โกคุเทระ!!!!!” สึนะร้องห้ามอีกฝ่าย เรือนผมเงินชะงักตัวทันที นัยน์ตาสีเขียวมรกตมองดวงหน้าหวานที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีน้ำตาลเริ่มปริ่มน้ำตาจนจะคลอเบ้า “แต่ว่า…”

“ไม่เป็นไรหรอก คุณฮิบาริคุงมีเรื่องอยากคุยด้วย เขาไม่ทำอะไรฉันหรอก” สึนะเอ่ยเสียงสบายๆราวกับไร้การกังวล ทั้งรอยยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึกหวาดกลัว แต่ถึงอย่างไรก็ตามการเสแสร้งนั้นหาได้ทำให้โกคุเทระเชื่อแต่อย่างใด “แต่รุ่น10!!!”

 

“ขอร้องละ..นะ…” เสียงเว้าวอน พร้อมแววตาขอร้องจากนายเหนือหัว

“เข้าใจแล้วครับ…” โกคุเทระสูดลมหายใจลึกสงบสติอารมณ์ของตนลง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปตามคำขอของอีกฝ่าย

 

 

 

 

ในห้องทำงานของบอสวองโกเล่ มีแต่ความเงียบสงัดราวกับป่าช้า เหลือพียงบุคคลสองคนที่รอคอยเปิดการสนทนาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

“หลายวันมานี่..แกหลบหน้าฉันทำไม..” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงเย็นเชียบ

ไร้ซึ่งคำพูดตอบกลับ มีแต่ความเงียบและการหลบสายตาจากเรือนผมสีน้ำตาลเท่านั้น   การกระทำเช่นนี่เป็นการกระตุ้นให้ฮิบาริเดือดดาลยิ่งขึ้น มือแกร่งออกแรงบีบต้นแขนอีกฝ่ายจนร่างเล็กร้องเสียงหลง

“ตอบมา เจ้าสัตว์กินพืช!!!” ฮิบาริตะคอกเสียงดังใส่   ร่างบางที่อดทนมานานแสนนานในที่สุดก็ระเบิดความในใจที่กักเก็บไว้ในส่วนลึกไม่บอกใครออกมา “ก็เพราะคุณนั้นแหละ คุณฮิบาริ พอใจยัง!!!!” ร่างสูงถึงกับชะงักไปชั่วขณะกับการขึ้นเสียงครั้งแรกของเรือนผมน้ำตาล นัยน์ตาสีรัตติกาลมองดวงหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนน้ำตา

“คุณรักมุคุโร่!!แล้วคุณมายุ่งกับผมทำไม!!!คุณมาคอยทำดีกับผมทำไม!!คุณมารับผมที่โลงศพทำไม!!!!” สึนะเปล่งถามด้วยเสียงดังสั่นเครือ ขณะเดียวกันกับฮิบาริที่ยังคงตีหน้าตายไร้ความรู้สึกเช่นเดิม

 

 

“ที่ฉันทำ ..เพราะสัญญาที่ตัวแกในอดีตขอไว้..ก็แค่นั้น..” นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างกับคำตอบของอีกฝ่าย

 

 

 

ที่แท้..เพราะคำขอร้องงั้นหรือ..

 

คำสัญญาแค่นั้นหรอ..

 

 

“ฮึก…คุณ..รักมุคุโร่..มาตลอดซินะ…” สึนะพยายามรวบรวมคำพุดเท่าที่สติเขาจะประทังไว้ได้เอ่ยถาม ไม่มีเสียงตอบกลับจากร่างสูงแต่นั้นก็ทำให้เขารู้ความหมาย

 

 

ไม่ตอบ….

 

คือความจริง

 

 

 

เมฆารักสายหมอก

 

หาใช่นภาเช่นเขาไม่..

 

 

.

.

 

ร่างเล็กทรุดลงไปนั่งกับพื้น ทั้งน้ำตาไหลพราก ปลดปล่อยความรู้สึกเจ็บปวดที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับ

 

 

ไม่รู้ว่าร้องไปนานเท่าไหร่

 

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายออกไปจากห้องตอนไหน

 

 

ไม่รู้…

 

ไม่รู้เลยจริงๆ

 

 

.

.

 

.

.

 

 

 

 

“เฮ้อ..สนุกจังเลย” ลีโอเหยียดแขนขึ้นฟ้า หน้าคมคายหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยยิ้มร่าเริงราวกับเด็กได้เข้าสวนสนุก

หน้าคมคายหันกลับมามองร่างบางผมสีน้ำเงินนั่งทรุดหน้าซีดอยู่บนม้านั่ง จนอาการน่าเป็นห่วง เจ้าตัวเลยรีบปรี่เข้าไปถามไถ่อาการ “คุณโรคุโด..เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ”

 

 

“จะไม่ให้เป็นได้ไงละครับ!!คุณเล่นขึ้นรถไฟเหาะตั้ง 10 รอบ!!! อุก!!!” มุคุโร่โวยวายออกมาอย่างลืมตัว

ก่อนจะเอามือปิดปากสกัดของเหลวขมฝืดในลำคอ ไม่ให้ออกมาข้างนอกสู่สายตาสาธารณะชน

“อะ..เออ..ขอโทษครับ..ผมไม่ได้ตั้งใจ..” เรือนผมขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ตาสองสีมองหน้าคมคายละม้ายคล้ายเบียคุรันที่สลดลงจนอ่อนใจ “ชังเถอะครับ..คราวหน้าอย่าหาอะไรผาดโผนแบบนี้อีกละกัน”

 

นัยน์ตาสีน้ำแข็งมองไปรอบๆ ตัว จนมุคุโร่แทบอยากร้องไห้ เมื่อคิดว่าไอ้คนตัวดีมันจะหาอะไรมาเล่นอีกละก็…

 

 

มีหวัง..ผู้พิทักษ์สายหมอกแห่งวองโกเล่

ได้เสียชีวิตก็คราวนี้แหละ…

 

 

.

.

 

ใบหน้าสวยถึงกับนั่งกุมขมับตัวเองทันที เมื่อคิดถึงสภาพอนาจๆของตน

 

มาดที่เขามี หน้ากากที่เคยสวมหลุดออกมาจนจะแย่อยู่แล้ว..

 

 

 

“คุณลีโอครับ..คือผมว่าเรา..” เสียงหวานเงียบลง นัยน์ตาสองสีคู่งามเบิกตากว้างเมื่อพบว่าอีกฝ่ายหายหัวไปเสียแล้ว   “คุณลีโอ..” มุคุโร่พึมพำชื่อชายหนุ่ม ใบหน้าสวยชักสีหน้าตื่นตระหนกทันที ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้เหลียวมองไปรอบทิศหาชายหนุ่มผมสีพิสุทธิ์เป็นบ้าเป็นหลัง

 

จะหายไปอีกแล้วหรือ..

 

จะจากกันโดยไม่ล่ำลาอีกแล้วหรือ..

 

ไม่นะ!!

 

.

.

 

“ลีโอ!!” น้ำเสียงที่ระงับไว้ไม่อาจหยุดสั่นเครือได้อีกต่อไป ขาเพรียวงามได้รูปกำลังจะวิ่งออกตามหา แต่แล้วกลับมีมือแกร่งเข้ารั้งแข้นอรชรเขาไว้

 

 

“คุณโรคุโด จะไปไหนครับ” ใบหน้าของบุรุษผมขาวฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฝันขาวให้อีกฝ่าย

 

 

 

 

 

เผี้ยะ!!!!!!!!!!

 

 

 

ฝ่ามือเรียวเข้าตบหน้าคมคายอีกฝ่ายเต็มแรง    ลีโอเบิกตากว้างตกใจ มือหนาลูบแก้มข้างที่รู้สึกชาพร้อมหันกลับมามองร่างบางด้วยความรู้สึกประหลาดใจ “คุณมันบ้าชัดๆ !ล่นบ้าอะไรของคุณนะ!!!” ชายผมสีไพลินยาวสลวยแผดเสียงใส่ทั้งน้ำตา

 

 

จนเรือนผมขาวถึงกับชะงักตัวอึ้งไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีน้ำแข็งมองร่างบางสั่นเทิ้มอย่างอ่อนแอจนเขารู้สึกผิด

“คุณโรคุโด..ผมขอโทษ ..ผมไปซื้อน้ำมาให้คุณ เห็นว่าคุณเหนื่อยเลยไม่ได้บอก..” ชายผมขาวยื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้อีกฝ่าย มุคุโร่เงยหน้าขึ้นมามองน้ำอัดลมในมือหนาก่อนจะช้อนมองหน้าคมคายที่ส่งยิ้มให้

 

 

อบอุ่น..

 

อ่อนโยน…

 

 

 

มือเรียวใต้ถุงมือสีดำสนิทรับน้ำจากอีกฝ่ายมา และเปิดดื่มเงียบโดยไม่พูดจาอะไร จนอีกฝ่ายชักสีหน้ารู้สึกผิดออกอาการหงอยลงทันที

“ยังไงคราวหน้า จะไปไหน..บอกผมด้วยนะ” เจ้าตัวยิ้มระรื่นทันทีที่อีกฝ่ายยอมเปิดปากพูด แม้จะยังไม่ยอมสบตาราวกับหญิงสาววางมาดงอนๆอยู่

“ครับ!!งั้น..กินน้ำกันเสร็จแล้ว คุณโรคุโดอยากไปไหนต่อรึเปล่าครับ..ผมจะพาไปเอง”

 

ร่างบางละจากกระป๋องน้ำอัดลม พลางจับคางครุ่นคิดอยู่ซักครู่ แววตาสองสีสั่นระริกขึ้นมาอย่างมีแผนก่อนจะเอ่ยปากบอก “ก็มีนะครับ..ว่าแต่..อาจจะกลับดึกหน่อย หลวงพ่อคงไม่ว่าอะไรคุณใช่ไหมครับ..”

ลีโอเลิกคิ้วขึ้นพร้อมส่งยิ้มให้อีกฝ่าย “ไม่หรอกครับ.. โทรบอกหลวงพ่อท่านก็ไม่เป็นไรแล้วละครับ”

มือแกร่งลวงกระเป๋าไปหยิบมือถือขึ้นมาและกดเบอร์โทรออกไปหาสาธุคุณเทรส

ร่างบางผมสีน้ำเงินเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกตเลยซักนิด

 

 

เอี๊ยดดดดดดดดด

 

 

 

เสียงล้อรถเสียดสีกับรางเหล็ก ก่อนจะหยุดตัวลงเทียบท่าชานชลารถไฟ

 

 

ครืด!!!

 

 

ประตูรถไฟเปิดออกอย่างช้า ตามด้วยผู้คนจำนวนพอสมควรเดินออกจากขบวนรถ ร่างเพรียวผมสีไพลินหน้าสวยยิ่งกว่าสตรีใดๆพร้อมเรือนกายดึงดูดเสน่ห์เพศเดียวกันเดินเคียงคู่ออกมากับบุรุษร่างสูงผมสีพิสุทธิ์หน้าหล่อเหลากระชากใจสาว ไม่ว่าใครเห็นต่างพากันอิจฉา

 

 

“เออ…คุณโรคุโดครับ..เราจะไปไหนหรอครับ” ลีโอเอ่ยถามเสียงตะกุกตะกัก หน้าคมคายแดงเรื่อขึ้นกับสายตาของหญิงสาวที่ส่งมาให้   มุคุโร่มองหนุ่มข้างๆอย่างขำๆ แต่ยังคงเก็บอาการสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านต่อสายตาของชายหลายคนที่จ้องมองตน “คึหึหึหึ เดี๋ยวก็รู้เองแหละครับ..” มุคุโร่ยิ้มกริ่มตอบ ขาเพรียวก้าวยาวๆเดินนำไปอย่างรวดเร็ว จนเรือนผมขาวต้องรีบสับขาตามให้ทัน

 

“รอด้วยครับ คุณโรคุโด!!!”

 

 

 

 

.

.

 

 

ลีโอเดินตามร่างบางเจ้าของผมสีไพลินโดยไม่พูดไม่จาอะไร   จนที่สุดเท้าทั้งคู่ของชายลึกลับมากเสน่ห์ชวนลุ่มหลงหยุดลงเอาดื้อๆ บุรุษผมขาวชะงักตัวลงด้วยความสงสัย ตาสีน้ำแข็งเริ่มกวาดมองสถานที่เบื้องหน้า

 

สายลมเย็นๆพัดพาเอากลิ่นหอมหวานปนชื้นอ่อนๆลอยแตะจมูก “ทะเล..” เสียงทุ้มพึมพำขึ้น

 

 

 

คลื่นน้ำทะเลซัดสาดกระทบฝั่งเป็นระลอกเบาๆ เป็นฟองสีขาวฟ่องก่อนจะจางหายไป

เรือนผมสีไพลินยาวสลวยปลิวตามแรงลม แพขนตายาวบนหน้าสวยปิดลงช้าๆ ปล่อยให้ร่างกายสัมผัสสายลม แสงแดด กลิ่นทะเลหอมสดชื่น   มือเรียวแกะหนังยางรักผมออกช้าๆ ผมยาวสลวยสยายออกมา

 

 

ภาพของมุคุโร่ดูสงบนิ่ง ลึกลับชวนลุ่มหลง จนลีโอมองตาค้างกับความงามของบุรุษตรงหน้า

“ที่นี้ยังสงบเหมือนเดิม ว่าไหมครับ” เสียงหวานเอ่ยดังขึ้น เรียกสติของชายผมขาวกลับมา

“อะ..เอ๋…หรอครับ จะว่าไปที่ทะเลนี้ก็เงียบจริงๆ ไม่ยักมีคนมาเที่ยวเลย” มือหนาเกาหัวแก้เก้อ ดวงตาคมคายทำเป็นชมธรรมชาติรอบๆไปเรื่อยเปื่อยกลบเกลื่อนความเขินอาย

 

 

-คิดจะทำตัวเฉไฉเปลี่ยนเรื่องรึไงนะ? – มุคุโร่มุ่นคิ้วลอบมองใบหน้าครึ่งซีกของลีโออย่างจับผิด

ก่อนจะกลับมาทอดมองทะเลอีกครั้ง “รู้ไหม…ทำไมต้องเป็นทะเลที่นี่..” ปากเรียวเอ่ยพูดสั่นระริกแผ่วเบา

ตาสองสีปิดแน่นสะกดกลั้นอารมณ์โกรธของตนไว้

 

 

 

“แล้ว..ทำไมหรอครับ” ชายหนุ่มผมขาวเอ่ยถามทั้งรอยยิ้มไร้เดียวสา

ใบหน้าสวยหันมองคนด้านหลังทันที นัยน์ตาคู่งามจ้องมองลีโอไม่วางตา “เพราะว่าที่นี่..คือความพ่ายแพ้ของผม”

หน้าคมคายหล่อเหลาเลิกคิ้วมองตอบอย่างสงสัย

 

มุคุโร่อดทนกับท่าทีของอีกฝ่ายต่อไปไม่ไหวแล้ว นัยน์ตาสองสีแข็งกร้าวทันที พร้อมตะเบ็งเสียงออกมา

“เลิกเสแสร้งซะที!!!เบียคุรัน!!!”

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s