[Fic Reborn](all69,10069) Lost you //Part2

[Fic Reborn] Lost you

Paring  :  All69

Rate    : Nc-21

Story   : blood_hana

เรื่องนี้เขียนนานแล้วตั้งแต่บลัดอยู่ ม.5 สมัยนั้นหื่นมาก ถถถถถถถถ

ภาคต่อของฟิค The Game (10069)

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

Part 2

 

 

สายลมพัดเอื่อยช้า ผมสีรัตติกาลพลิ้วไหวตามแรงลม ดวงตาคมจ้องมองเด็กผู้มาจากอดีตทั้งสามที่ยืนนิ่งในลานกว้างด้านนอกฐานลัพวองโกเล่

 

“ถึงเวลาแล้ว รุ่น10” โกคุเทระกล่าวขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตมองยังมาเลริงแห่งนภา ใบหน้าสวยเงยหน้ามองเพื่อนผมเงินและร่างสูงหนุ่มเบสบอลข้างกายเขา  ก่อนจะหันหน้าไปมองชายหนุ่มร่างสูงผมสีดำเคร่งขรึมที่ยืนตรงข้ามเขาไม่ห่างไกล

 

 

 

ชายเพียงคนเดียวที่เขาจะพูดได้เพียงแค่คำว่า….

 

 

รัก…

 

 

 

 

“คุณฮิบาริครับ” เสียงหวานเอ่ยเอื้อนเรียกชื่ออีกฝ่าย ใบหน้าคมลืมตาอย่างช้า นัยน์ตาสีดำสนิทสบตากลมโตที่ฉายแววสั่นคลอ“ผม…อยากรู้…อนาคตจะเปลี่ยนได้ไหมครับ”

มีเพียงความเงียบเท่านั้น เหลือเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่าน และใบหน้าที่แสนเศร้าหมองของผู้ตั้งคำถาม

ใบหน้าหวานก้มหน้าลง ปิดบังความเศร้าในใจ

 

 

 

อยากเปลี่ยนอนาคต

 

ที่ไม่มีเขา…

 

 

ให้มี

 

เพื่อที่จะ…ได้อยู่เคียงข้างคุณ อยู่ใกล้ๆกับคุณ

 

แม้คุณจะไม่มองผมก็ตามที

 

 

 

 

“ถ้าเป็นแกตอนนี้ เรื่องทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นทำลายความเงียบ ดวงหน้าหวานเงยหน้าขึ้น ตาสีน้ำตาลจ้องมองใบหน้าคมหล่อเหลาของชายรุ่นพี่ในวัย 25 ปี

 

 

 

“คุณฮิบาริ…” สึนะพูดพึมพำ น้ำเสียงหวานเริ่มสั่นเครือกับความยินดีในคำปลอบใจจากชายที่เขาต้องการมากที่สุด

ใบหน้าแสนไร้เดียวสาตามวัยยิ้มกว้างขึ้นเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนจะวิ่งไปหาเพื่อนทั้ง 2 และคนอื่นๆที่ถูกโยกย้ายเวลามาเช่นเดียวกัน มาเลริงแห่งนภาสวมใส่ที่นิ้วชี้ของร่างบาง ทันใดนั้นออร่าสีฟ้าก็แผ่กระจายก่อเกิดลมแรงกรรโชกเข้าโอบล้อมผู้มาจากอดีต ร่างของทุกคนค่อยๆเลือนหายไปเรื่อยๆ

 

จนเหลือเพียงว่าที่บอสแห่งวองโกเล่ ที่กำลังจะเลือนหายไปเป็นคนสุดท้าย

“คุณฮิบาริครับ” เสียงใสกล่าวดังขึ้น เรียกชายหนุ่มผมดำที่จ้องมองพวกเขาอย่างไม่วางตา

“อะไรของแกอีก เจ้าสัตว์กินพืช” เสียงห้วนดุดันปนหงุดหงิด เรียกรอยยิ้มขำๆจากเรือนผมน้ำตาลไหม้

 

 

จะเป็นไรไหม ถ้า…นภาอย่างผม

 

จะขอเอาแต่ใจบ้าง ซักครั้ง…..

 

 

 

 

 

“ถ้าอนาคตเปลี่ยนจริง ผมอยากให้คุณเป็นคนแรกที่ตัวผมในอนาคตตื่นขึ้นมาเห็น”

“สัญญานะครับ…” ร่างของสึนะเริ่มเลื่อนหายไปเรื่อยๆจากขาลามไปตัวและ…ใกล้จะถึงใบหน้าอ่อนเยาว์

ใบหน้าหวานเศร้าสลดเมื่อไร้ซึ่งคำตอบ

 

 

แม้แต่คำขอสุดท้ายของผม คุณก็ไม่ทำให้สินะ

 

 

 

“แกนี้มันสร้างเรื่องยุ่งยากไม่เคยเปลี่ยนจริงๆซาวาดะ สึนะโยชิ” ฮิบาริกล่าวอย่างเบื่อหน่าย ใบหน้าคมขมวดคิ้วอย่างเซ็งอารมณ์ แต่ถึงกระนั้นคำตอบที่ได้รับกลับทำให้ร่างเพรียวบางฉีกยิ้มกว้างดีใจจนน้ำตาคลอเบ้าและไหลออกมา “ฮะๆนั้นสินะครับ ผมมันแย่จริงๆ” สึนะพูดพลางหัวเราะแห้งๆชวนกระตุ้นต่อมหงุดหงิดของฮิบาริเข้าไปใหญ่

 

ทว่าก่อนที่ร่างสูงจะตัดสินใจชักทอนฟาเข้าฟาดคนข้างหน้า ร่างตรงนั้นก็หายไปเสียแล้ว

“ขอบคุณนะครับ คุณฮิบาริ”

 

เสียงสุดท้ายแผ่วเบาราวกลับสายลมที่ผ่านไป ลมกรรโชกบัดนี้สงบลงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

 

“……………” คุซาคาบะที่ยืนอยู่ไม่ห่างไกลจากนายตน มองจุดที่เคยมีผู้คนสลับกลับตำแหน่งของหนุ่มผมดำไปมา ราวกับจะรอคำสั่งจากผู้พิทักษ์เมฆาต่อไป

 

“คุซะ…” เสียงทุ้มมีอำนาจดังขึ้น เรียกคนสนิทของตนโดยไม่หันหน้ามามองลูกน้องแม้แต่น้อย

“นายอยู่ที่นี้เตรียมรอรับพวกสัตว์กินพืช” คุซาคาบะโค้งน้อมรับคำสั่ง พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที

เรือนผมดำตรงหน้าก็อันตราธานหายไปเสียแล้ว….

 

.

 

.

 

.

 

ร่างใต้ผ้าห่มขยับตัวยุกยิกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะค่อยๆยันกายขึ้นจากเตียวลูกฟูกนุ่ม ใบหน้าสวยเหม่อมองข้อมือแดงก่ำของตน จากฝีมือคนที่ร่วมนอนล่าสุดเมื่อคืนนี้อย่างสมเพช “คึหึหึหึ” รอยยิ้มเย้ยยันโลก บัดนี้กลับยิ้มเยาะใส่ตัวเอง ร่างเพรียวหย่อนเท้าเปลือยเปล่าลงบนพื้นไม้อย่างเชื่องช้า ก่อนจะค่อยๆพาร่างไร้ซึ่งเสื้อผ้าอาภรณ์ไปยังกระจกบานใหญ่เท่าตัว

 

กระจกใส่สะท้อนให้เห็นร่างกายที่โค้งเว้าราวหญิงสาว ผิวขาวเนียนนุ่มแต่งแต้มด้วยรอยจูบนับร้อยเด่นสง่า

 

 

แต่ถึงกระนั้น มันยังคงเย้ายวนเสียเหลือเกิน

 

มุคุโร่เดินไปหยิบชุดยูกาตะสีขาวที่พับไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมแปรงหวีผมบนโต๊ะที่ไม่ห่างไกลนัก

“อย่างน้อยๆคุณก็ไม่ใจร้ายทิ้งให้ผมหนาวตายสินะครับ ฮิบาริ” เรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวยเหยียดยิ้มขึ้น

ก่อนจะคลี่ชุดมาสวมใส่ลวกๆเหมือนชุดคลุมอาบน้ำ หลังจากสวมเสื้อผ้าเสร็จมือเรียวหันไปหยิบแปรงหวีผมข้างจุดที่วางเสื้อ มาจัดการผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงจากการตื่นนอนพลางหันหน้ามามองพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่ริมหน้าต่าง

 

แม้ตาสองสีจะจ้องมองแสงสีส้มทองอร่ามที่เนินเขาไกลๆ แต่ดูเหมือนว่าจิตใจนั้นหาได้จับจ้องตรงนั้นไม่

-เมื่อไหร่ผมถึงจะลืมคุณได้ซะที- มุคุโร่รำพึงในใจ ตาสองสีที่ฉายแววลึกลับยากแก่การค้นหา กลับถูกถอดถอนลงเพียงแค่นึกถึงชื่อๆเดียว เหลือเพียงความสั่นคลอและสับสน ปนเปอย่างเจ็บปวดจนจวนเจียนร้องไห้

 

นานเท่าไหร่ที่เขาใช้ความเจ็บปวดนี้

เพื่อลืมเขาคนนั้น……

 

 

ทำร้ายตัวเองโดยยินยอมให้ผู้คนเข้าย่ำยี่ แม้จะรุนแรง ป่าเถื่อน ทรมานเพียงใด

แม้จะต้องถูกตีหน้าด่า ถูกผู้คนจ้องมองเฉกเช่นเดียวกับสายตาที่มองผู้หญิงขายของติดตัวหากิน

 

 

เพียงแค่ ลบล้างความทรงจำและความรู้สึกที่ได้ก่อเกิดกับเขาคนนั้น

 

ลืม…..ให้หมดสิ้น

 

ลืม…ว่าเขาคนนั้นคือคนแรกที่ได้สัมผัสร่างบริสุทธิ์

 

ลืม…ว่าเขาคนนั้นได้มอบอ้อมกอดอบอุ่น ชวนโหยหา

 

ลืม…ว่าเขาคนนั้นเป็นคนที่ทำให้ได้เรียนรู้ความรู้สึกที่เรียกว่า……รัก….

 

 

 

“ได้โปรด…” ริมฝีปากสีแดงสั่นระริก มุคุโร่กอดตัวเองให้ความอบอุ่นกับหัวใจที่หนาวเหน็บดุจน้ำแข็ง

ออกไปซะที!!! เบียคุรัน!!!

 

.

.

 

ครืด!!!!!!!!!!!

 

เสียงประตูเลื่อนเปิดขึ้น ร่างเพรียวหันไปมองบุคคลที่มาใหม่ ด้วยสายตาที่ลึกลับเช่นเคย

“ขอโทษที่รบกวนครับ ผู้พิทักษ์สายหมอก” คุซาคาบะ คนสนิทของฮิบาริ เคียวยะกล่าวขึ้นอย่างสุภาพ

มุคุโร่เหยียดยิ้มจางๆให้ชายหนุ่มเบื้องหน้า โดยไม่แสดงอาการตกใจหรือประหลาดใจอย่างใด เพราะชายคนนี้เป็นคนเดียวที่ล่วงรู้ความสัมพันธ์ของเขากับฮิบาริอยู่แล้ว

 

แต่ถึงคนอื่นจะเห็นเขาก็คงไม่แคร์ซักเท่าไหร่หรอก…

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่จริงผมตื่นมาตั้งนานแล้ว”ร่างบางหันไปมองวิวเบื้องนอกพลางแปรงผมต่อ

โดยไม่ได้สนใจสายตาคนที่นั่งคุกเข้าตรงริมประตู คุซาคาบะมองหนุ่มหน้าสวยในชุดยูกาตะแย้มไหล่กลมมนพลางกลืนน้ำลายลงอย่างยากเย็น แสงอาทิตย์ที่ทอส่องมา ชวนให้ร่างเบื้องหน้าดูสว่างจนพร่ามัว ผมสีน้ำเงินยาวสลวยลงมาประบ่าคลอเคลียกับคอระหงส์ ริมฝีปากแดงเรื่อชวนจุมพิตเผยอออกเล็กน้อยเหมือนเชิญชวน

 

มันช่างดึงดูดเพศชายได้อยู่มัดยิ่งกว่าสตรีใดเสียอีก

 

 

“มานี้มีอะไรหรือครับ…หรือว่า มาหาผม…” ร่างเพรียวเบือนหน้ามามองชายหนุ่มผมดำ คำพูดของมุคุโร่นั้นทำให้คุซาคาบะถึงกับหน้าถอดสี พร้อมก้มหน้าหลบสายตาเมื่อรู้ว่าถูกคนข้างหน้าอ่านความคิด

 

“เปล่าครับ ผมแค่..จะมาแจ้งเรื่องมิลฟิโอเล่..” ชื่อแก๊งมาเฟียที่หลุดจากปากชายคนสนิทของเมฆา เรียกอาการสะดุ้งของร่างบางออกมา มือที่แปรงผมอยู่หยุดลง ดีที่คุซาคาบะก้มหน้าอยู่จึงไม่ทันสังเกตเห็น

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมละครับ”มุคุโร่พยายามพูดให้น้ำเสียงเป็นปกติเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว พร้อมทั้งเปลี่ยนท่าทีไม่ใส่ใจเช่นทุกครั้ง ผิดกับหัวใจที่เต้นสั่นไม่เป็นจังหวะ

“คุณเคียวบอกว่า คุณเองก็เป็นผู้พิทักษ์ด้วยเช่นกัน จึงต้องแจ้งเรื่องนี้ให้คุณทราบด้วย”

 

ไม่มีท่าทีตอบสนองจากอีกฝ่ายคุซาคาบะจึงสูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนเบื้องหน้าและกล่าวต่อ “หลังจากที่บุกเข้าตึกใหญ่ของมิลฟิโอเล่หลายวัน จนกระทั้งเมื่อวานนี้ซาวาดะ สึนะโยชิ ได้เข้าปะทะกับเบียคุรันและผลคือพวกเราได้รับชัยชนะ”

 

 

กึก…..

 

มุคุโร่ตัวแข็งทื่อ ดวงตาสองสีสั่นไหวมือบางที่จับแปรงหวีเริ่มสั่น แต่ยังคงเก็บอาการไว้อย่างแนบเนียน

“ส่วนบอสของอีกฝ่ายก็ตกหน้าผาไปตอนที่คุณเคียวไล่ตาม คาดว่าคงจะเสียชีวิตแล้ว”

 

 

แคร๊ง!!!!!!!!!!!!!

 

คุซาคาบะสะดุ้ง ตาสีดำมองแปรงหวีผมที่ตกลงกระทบพื้น ใบหน้าของชายหนุ่มมองหน้าสวยราวหญิงสาวที่เลือนลอยผิดปกติ “คุณมุคุโร่ครับ…” คุซาคาบะเรียกชื่ออีกฝ่าย ร่างเพรียวสะดุ้งไหว ใบหน้าหวานก้มหน้าลงต่ำก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะชวนขนลุก “คึหึหึหึ….หึหึ..” อาการแปลกๆของเรือนผมน้ำเงินทำเอาคนสนิทของผู้พิทักษ์เมฆาขนหัวลุก และไม่กล้าทักถามอะไรทั้ง ถึงจะงงๆกับอาการของอีกฝ่าย แต่สัญชาติญาณบ่งบอกให้เขารีบถอยห่าง แม้ว่าอีกฝ่ายจะดูสวยงามและบอบบางเหมือนสตรี

 

ถึงอย่างไรก็เป็นถึงหนึ่งในผู้พิทักษ์ของวองโกเล่

 

 

เสียงฝีเท้าของผู้มาเยือนจากไปไกล ทว่าเสียงหัวเราะของมุคุโร่กลับไม่ได้ลดลง มือบางทั้งสองยกมาปิดใบหน้าตัวเองพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะดังท่ามกลางความเงียบในห้องนอนของผู้พิทักษ์เมฆา

.

.

.

.

 

สวบๆๆ

 

เสียงฝีเท้าบางอย่างดังขึ้นในป่าที่เชื่อมต่อระหว่างตึกเมฆากับตึกสายหมอก ชายผมทองผู้มีแผลบากกลางจมูกเด่นเป็นเอกลักษณ์ชักสีหน้าดุดัน เล็บมือเริ่มงอกยาวเป็นเล็บของสัตว์ป่า พร้อมสายตาดุดันป้องกันตัว

“เคนพร้อมยัง” เสียงเย็นของจิคุสะดังขึ้น พร้อมลูกดิ่งในมือ เคนพยักหน้าพร้อมตั้งท่าเตรียมพุ่งเข้าใส่

 

พรึ่บ!!!!!!!!!!!!!!

 

 

“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

.

.

.

 

 

ร่างที่พุ่งออกมาจากพุ่มไม้เป็นเพียงชายร่างบางในชุดยูกาตะสีขาว เรือนผมสีน้ำเงินยาวสะดุดตาสยายพลิ้วตามแรงลมอ่อนๆ เข้ากอดหนุ่มผมทองใบหน้าดุเถื่อน “ทะ…ท่านมุคุโร่!!” ทั้งสองร้องเสียงหลงเมื่อเป้าหมายที่ว่า คือผู้พิทักษ์สายหมอก ผู้ที่เขาทั้งสองเคารพนับถือยิ่งกว่าชีวิต “เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมท่านถึง…” ยังไม่ทันที่เคนจะได้พูดต่อ เสียงแสนแผ่วเบาของร่างในอ้อมอกทำให้ทั้งสองหยุดที่จะซักไซ้ไล่ถาม “เคน…จิคุสะ..”

 

“ได้โปรด….กอดผมที….”

 

 

 

TBC

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s