[Fic Reborn](all69,10069) Lost you //Part6

 

[Fic Reborn] Lost you

Paring  :  All69

Rate    : Nc-21

Story   : blood_hana

เรื่องนี้เขียนนานแล้วตั้งแต่บลัดอยู่ ม.5 สมัยนั้นหื่นมาก ถถถถถถถถ

ภาคต่อของฟิค The Game (10069)

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

Part 6

 

 

 

ประตูห้องที่เปิดขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับการปรากฏกายของบุคคลใหม่ ใบหน้าสวยซีดลงเกือบจะในทันที

ใช่ว่าเขาจะกลัวผู้มาเยือน หากแต่ สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้มันเข้าข่ายสาหัสมาก อันเนื่องจากเสียเลือด

อย่างหนัก ไหนจะบาดแผลที่ฉีกกว้างอีก

 

 

ครั้งนี้เขาอาจจะทนไม่ไหวก็ได้…

 

 

“เล่นสนุกเชียวนะเบล” เสียงเด็กใสดังขึ้น ผู้มาเยือนนี้หาได้ใช่ใครอื่นไม่ นอกจาก…

“แหม….ก็แค่แก้เซ็งรอนายนั้นแหละ มาม่อน”

 

เด็กชายวัยทารก หนึ่งในอัลโกบาเลโน่ ทารกต้องสาปเช่นเดียวกับรีบอร์น และครองตำแหน่งสายหมอกแห่งวาเรีย

เหมือนกับที่เรือนผมน้ำเงินครองตำแหน่งสายหมอกของวองโกเล่

 

ใบหน้าเยาว์วัยหันมามองร่างบางในสภาพเปลือยเปล่าที่แสนดูเย้ายวน ดวงตาปรือแห่งความเหนื่อย อ่อนล้านี้

 

-ถ้าถ่ายเก็บไว้ คงกำไรงาม…- เด็กทารกในชุดคลึมสีดำอมม่วงคิดในใจ พลางแสยะยิ้มขึ้นมา

“ยิ้มแบบนี้ เจ้าชายรู้นา ว่ามาม่อนคิดหาช่องทางเงินอีกแล้ว” เบลฟากอนพูดอย่างรู้ทันอีกฝ่าย

มาม่อนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพาร่างเล็กๆของตัวเองเดินเข้ามาใกล้เรือนผมทอง ทั้งคู่สบตากัน ก่อนจะหันไปจ้องมองร่างบางผมสีน้ำเงินยาวสลวยที่หน้าแดงเรื่อด้วยพิษแผล ดวงตาต่างสีสั่นคลอพร้อมเบิกกว้างอย่างหวาดหวั่นไร้ซึ่งความลึกลับและซ่อนเร้น

 

“พูดมากเสียเวลาฉันอยากเล่นบ้างแล้ว” มุคุโร่สะดุ้งและพยายามใช้แรงที่มีตะกายหาทางหนี แต่ก็ไม่อาจพ้นได้เมื่อมือหนาของเบลฟากอนจับข้อเท้าร่างบางไว้แน่นก่อนจะกระชากลากให้เข้ามาหาตนเอง

“อา…อย่าพึ่งหนีสิมุคุโร่ เจ้าชายไม่ได้ให้มุคุโร่เห็นของสนุกจริงๆเลย” หนุ่มผมทองพยักหน้าให้ร่างเล็กข้างตน

มาม่อนกระโดดขึ้นเตียงนุ่มสีแดง ทันใดนั้นหนวดสีเขียวยาวเลื้อยออกมาจากร่างกายใต้ชุดคลุม ก่อนจะพุ่งเข้ารัดข้อมือทั้งสองและตามลำตัวไว้แน่น “อึก!!!!” เรือนผมน้ำเงินยาวร้องอย่างขยะแขยง ดวงตาสองสีมองหนวดเหนียวหนึบหนับชุ่มเมือกเหนียวไล่เลื้อยขึ้นตามตัว ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นพลางโอบรัดต้นขาขาวเขียนจนกระทั้ง

 

 

“อ๊ะ!!!!” ใบหน้าสวยแอ่นเชิดขึ้น ริมฝีปากแดงเรื่อเผยอออกมาก ร่างกายบิดเร้าทรมาน เมื่อหนวดลื่นเป็นเมือกกำลังโอบรัดเคล้าคลึงส่วนนั้นของเขาจนชูชันตามแรงปรารถนา “อะ…อ้า…”

มุคุโร่ส่งเสียงตามอารมณ์ที่ถูกปลุกจากสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อย่างน่าละอาย

 

 

 

น่าอายเหลือเกิน ที่ดันรู้สึกมีอารมณ์กับของน่าขยะแขยงแบบนี้…

 

กับภาพลวงตาที่เขาใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้แบบนี้…

 

 

“สายหมอกก็โดนหมอกหลอกตาได้เหมือนกันสินะ” มาม่อนพูดแทงใจดำอดีตศัตรูคู่ต่อสู้ที่เคยพ่ายแพ้มาแล้ว

ครั้งหนึ่ง

 

-ไม่เคยคิดเลย..ว่านายจะมาอยู่ใต้อำนาจภาพลวงตาของฉัน มุคุโร่-

เด็กทารกแสยะยิ้มออกมา พร้อมปล่อยหนวดสีเขียวอกมาอีกครั้ง คราวนี้เข้าลูบไล้ผิวขาวเนียนนุ่มตามลำตัว

พร้อมลากไล้ไปทั่วแผ่นหลังและยอดอกสีชมพูหวานจนแข็งตัว เรียกเสียงครางเย้ายวนเป็นระยะจากหนุ่มร่างเพรียวได้ไม่ยาก “อะ..อา…อ้า” มุคุโร่เบนหน้าหนีซุกเข้ากับพื้นเตียงนุ่มกลิ่นคาวเลือดของเขาที่ยังไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง

 

“สีหน้ามุคุโร่ตอนทรมานแบบนี้ เจ้าชายชอบที่สุดเลย” เรือนผมทองฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาใต้ผมปรกหน้าจ้องมองร่างบางในลักษณะที่สุดแสนวิปริตอย่างหื่นกระหาย อารมณ์ที่ปลดปล่อยไปแล้วกลับมาคุกกรุ่นอีกครั้ง

 

เจ้าชายหนุ่มลูบไล้เรือนกายขาวซีดอีกครั้ง ก่อนจะลงมายังสะโพกกลมมนและเรียวขางามที่สั่นระริก

เบลฟากอนออกแรงเพียงน้อยนิด จับขาเพรียวทั้งคู่แยกออกจากกัน ในเวลาเดียวกันนั้น หนวดไฮคราสีเขียวก็พุ่งเข้าตรงไปยังช่องคับแคบที่ถูกรุกล้ำเมื่อครู่อย่างรู้ทัน หนวดสีเขียวแทรกเข้าไปพลางขยับเข้าออกอย่างถี่รั่วอย่าง

ไร้ความปราณี

 

“อา..อึก.อ้า!!!” เรือนผมน้ำเงินขืนเกร็งตัว ไหล่กลมมนห่อตัวยกขึ้น ใบหน้าสวยเผยอริมฝีปากแดงเรื่อ ปลดปล่อยเสียงครางหวานล้ำแห่งความสุขสมออกมาตามความเสียวซ่านไปถึงขั้วหัวใจ

 

“อึก..อือ…” มุคุโร่มุ่นคิ้ว ตาสองสีปรือมองวายุแห่งวาเรียที่โน้มเข้ามาประกบจูบร้อนแรง แสนดุเดือดจนเขารับรู้ได้ถึงความเค็มของเลือดในปากตัวเองและความแสบที่ริมฝีปาก ดูเหมือนว่าจะถูกหนุ่มผมทองกัดจนแตก

 

“อืมม์ ปากของมุคุโร่หวานจริงๆ เลย” เบลฉีกยิ้ม มือหนาเช็ดเลือดของอีกฝ่ายที่ติดมาบนปากหนาได้รูปของตน

เรือนผมน้ำเงินยาวสยายอ้าปากหายใจหอบ ปากเรียวสีแดงอยู่แล้วกลับเปื้อนชุ่มช่ำเลือดของตนเอง ร่างกายขาวซีดขึ้นสีแดงอมชมพูตามอุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนขึ้น นัยน์ตาอัญมณีต่างสีไม่เข้าคู่ปรือฉ่ำเยิ้ม

 

 

ไม่ใช่เพราะยั่วยวน

 

หากเป็นความเหนื่อยล้า… สุขสม…. ทรมาน…

 

 

 

-พอซักที…ได้โปรด- ห้วงคำนึงแห่งความคิดที่มิอาจกล่าวออกไปได้ ด้วยร่างกายที่อ่อนปวกเปียกจนน่าสมเพชและสติที่ใกล้เลือนลอยทุกที ดวงตากำลังปิดสนิทลง ความวิงเวียนในหัวสมองหนักอึ้งจนเขาแทบอยากร้องไห้ออกมา

 

 

เจ็บปวดรวดร้าว

 

ทรมานเจียนคลั่ง

 

ศักดิ์ศรีถูกถอดถอน

 

 

ตั้งแต่วันนั้น……

 

“อึก!!!” เส้นผมนุ่มดุจไหมโดนมือหนากระชากอีกครั้งให้เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะถูกบีบคางด้วยมืออีกข้างของเจ้าชายหนุ่มที่ยังคงว่างงาน มุคุโร่มิอาจทนความเจ็บได้จึงได้แต่อ้าปากตามไป

 

ทันใดนั้นมาม่อนยิ้มแสยะพร้อมกลับปล่อยหนวดยาวคล้ายเถาวัลย์ขนาดใหญ่เข้าชอนไชปากร่างบาง

“อือ!!!!!” มุคุโร่เบิกตากว้างอยากตกใจ ร่างเพรียวที่อ่อนแรงพยายามใช้กำลังที่หลงเหลืออันน้อยนิดต่อต้านคนทั้งคู่ “อึก!!!!” แขนทั้งสองข้างที่ถูกหนวดสีเขียวพันรัดไว้จนแน่น กลับถูกซ้ำเติมด้วยมือแกร่งของเรือนผมทอง

 

 

เลือดสีแดงสดไหลรินออกจากช่องอ่อนนุ่มตามเรียวขายาวเพรียวมาเรื่อยๆ เหมือนกับแผลที่แผ่นหลัง

ดวงตาสองสีเริ่มอ่อนแรงลง ลมหายใจที่มีเริ่มรวนริน เปลือกตาบางแสนหนักอึ้งค่อยๆปิดตัวลงพร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลออกมา

 

 

ที่ผมหลงรักคุณ….เบียคุรัน

.

 

.

 

 

.

 

 

 

 

 

 

ปังๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

เสียงปืนดังสนั่น กระสุนนับสิบสาดเข้าใส่ประตูห้องจนเป็นรูพรุนก่อนจะล้มพังลง

“เกิดอะไรขึ้นนะ” มาม่อนสะดุ้งเช่นเดียวกับเบล ทั้งคู่ละจากกิจกรรมใต้ร่มผ้ามายังควันที่คลุ้งไปทั่วห้องนอน

 

ร่างเงามืดค่อยปรากฏชัดเจนเรื่อยๆจนกระทั้งในที่สุดก็รับรู้ได้ว่าเป็นใคร ทำเอาทั้งสองคนหน้าซีดไปตามๆกัน

“บะ…บอส”

 

 

โป๊กกกกกก!!!!!!!!!

 

 

ปืนสั้นทั้งคู่ควงปาเข้าใส่หัวของเบลและมาม่อนอย่างแรง จ นทั้งสองกระเด็นหงายหลังล้มตกจากเตียง

“โอ๊ยยยยย บอส ขว้างปืนใส่หัวเจ้าชายทำไม” เด็กหนุ่มผมทองพูดตัดเพ้อ มือหนนาลูบผมทองที่โดนกระแทก

“ปืนทั้งสองหมุนกลับเข้ามาในมือของชายร่างสูงผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงดั่งทับทิมจ้องมองลูกน้องตัวดีทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์ “ถามได้ พวกแกส่งเสียงดังลั่นจนคนในตึกนอนไม่หลับไงละ เจ้าสวะเบล”

 

แซนซัสกล่าวน้ำเสียงดุดันใส่ ดวงตาสีแดงเพลิงกวาดมองไปทั่วห้อง และสะดุดเข้ากับหนุ่มร่างเพรียวบางเปลือยเปล่า ผมสีน้ำเงินยาวสยายไปทั้งเตียงที่ชุ่มช่ำด้วยเลือด ด้วยท่าทางจวนเจียนตาย

 

“โรคุโด มุคุโร่” เรือนผมดำพึมพำชื่อคนบนเตียง แต่หาได้เรียกสติของผู้ถูกเรียกไม่

แซนซัสตวัดสายตามองไปยังตัวการสองตัวที่นั่งหน้าซีดอยู่บนพื้นด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม

“พวกแกไสหัวออกไปจากห้องซะ” เบลและมาม่อนรีบลุกลีลุกลนออกไป จากท่าทางของชายหนุ่มผู้เป็นนาย ดูก็รู้ว่าอารมณ์ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ

 

 

ดีไม่ดี อาจอยากจะลิ้มลองผลสับปะรดหวานช่ำนี้ก็เป็นได้….

 

 

ฝีเท้าของเบลและมาม่อนจากไปไกลจนไร้วี่แวว เหลือเพียงหนุ่มผมดำหน้าบากกับสายหมอกแห่งวองโกเล่ที่นอนไร้สติบนเตียง แซนซัสเดินเข้าไปใกล้ร่างเพรียว นัยน์ตาสีแดงมองตาสองสีที่ดูเหม่อลอยไปอย่างไร้จุดหมาย

แม้ดวงตานั้นจะจับจ้องงมาที่เขา แต่ในแววตานั้นหาได้มองเขาไม่

 

กำลังมองใครบางคน…..ที่ไม่ใช่เขา

 

 

“บอสฮะ เกิดอะไร…ว้ายยยยย!!!” ลูลุซเซีย กระเทยสาวผู้ครองตำแหน่งแม่บ้านแม่เรือนของตึกวาเรียควบคู่กับตำแหน่งแสงอรุณ ส่งเสียงอุทานออกมาเมื่อพบกับมุคุโร่ เจ้าของแหวนวองโกเล่ริงสายหมอกนอนใกล้สิ้นลมบนเตียงในสภาพเปลือย อาบไปด้วยเลือดสีแดงสดกลิ่นคาวคลุ้ง

 

ดูน่าสงสารจับใจ

 

ในขณะเดียวกันก็…น่าสมเพช

 

 

“ไปตามหมอมาจัดการเจ้าสวะนี้ที” เรือนผมแดงแม้จะยังสับสนมึนงง แต่ก็น้อมรับคำสั่งโดยดีเพราะยังไม่อยาก

โดนพลังเพลิงพิโรธเข้าซัดใส่

 

แซนซัสหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง ในขณะที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากประตู เขากลับได้ยินเสียงแผ่วเบาจากริมฝีปากแดงเรื่อของเรือนผมสีน้ำเงิน “เบีย..คุรัน.”

 

ใบหน้าโหดเหี้ยมนั้นชักสีหน้าตกใจและประหลาดใจชั่วขณะ ตาสีแดงทับทิมเหลือบมองร่างอาบเลือดที่หายใจแผ่วเบาอยู่นาน ก่อนจะสะบัดหน้ากลับมาอย่างไม่ใส่ใจพร้อมเดินออกไปจากห้อง สวนทางกับบรรดาหมอในชุดกราวสีขาวราวๆ 3-4 คนที่กรู่เข้ามาในห้องตามคำสั่งผู้เป็นนายของตนเอง

 

 

TBC

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s